Page 1

ปีที่ 18 ฉบับที่ 3326 วันที่ 3 สิงหาคม 2555

การท่องเที่ยวพม่า...คึกคัก : นักลงทุน & นักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปเยือน (ฉบับส่งสื่อมวลชน)

นับตั้งแต่เริ่มเปิดประเทศในปี 2531 เป็นต้นมา พม่า หรือ เมียนมาร์ ก็มีรัฐบาลทหารบริหารประเทศมาโดย ตลอด จนกระทั่งมีการเลือกตั้งทั่วไปเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 พม่าจึงมีรัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้งเข้าบริหารประเทศ ส่งผลให้บรรยากาศทางการเมืองของพม่าดีขึ้นตามลาดับ เมื่อประกอบกับนโยบาย ของรัฐบาลพม่าที่เปิดกว้างรับการลงทุนจากต่างประเทศ และการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะในด้าน การคมนาคม ทั้งทางบ กและทางอากาศ ทาให้บรรดานักลงทุนต่างชาติรวมทั้งประเทศไทยต่างให้ความสนใจที่จะ ขยายการลงทุนเข้าไปในพม่า เพราะพม่าเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ มีแรงงานราคาถูกจานวนมาก ทาให้ในปัจจุบัน ประชากรพม่ายังมีกาลังซื้อโดยเฉลี่ยค่อนข้างต่า เมื่อเทียบกับประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกัน แต่กาลังซื้อของ ประชากรพม่าก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะต่อไปของพม่า หากรัฐบาลพม่าสามารถ ดาเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเมืองไปได้อย่างต่อเนื่อง การที่ปิดประเทศมานาน ส่งผลให้พม่าเป็นประเทศที่มี ความโดดเด่นในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติที่อุด มสมบูรณ์ ทั้งป่าไม้ พลังงาน (ก๊าซธรรมชาติ ) และแร่ธาตุต่างๆ โดยเฉพาะอัญมณี ตลอดจนทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งแหล่ง ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม (โดดเด่นในด้านความใหม่ และยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก ) รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวทาง วัฒนธรรมในเชิงพุทธ ศาสนา โดยมีวัดวาอารามที่เก่าแก่และ ยิ่งใหญ่อลังการ นอกจากนี้ ยังมีทักษะด้านภาษาอังกฤษจากการ ที่เคยเป็นเมืองขึ้นอังกฤษเมื่อ 100 กว่าปี เหล่านี้ล้วนดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกภูมิภาคให้เดินทางเข้าไปสัมผัส โดย รัฐบาลพม่าเองได้กาหนดเป้าหมายให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็ นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เศรษฐกิจของพม่า ขยายตัวได้ร้อยละ 7 ต่อปี และนอกจากการพัฒนาในด้านบุคลากรเพื่อยกระดับมาตรฐานของบริการด้านการ ท่องเที่ยวแล้ว ยังพัฒนาในด้านขนส่งมวลชนและสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ รวมทั้งสนับสนุนนักลงทุนต่างชาติให้ เข้ามาลงทุนในธุรกิจโรงแรม เพื่อเพิ่มจานวนห้องพักจากที่มีอยู่ประมาณ 25,000 ห้องทั่วประเทศในปัจจุบัน รองรับ การเติบโตด้านการท่องเที่ยวในอนาคต


2

บรรยากาศทางการเมืองคลี่คลาย : กระตุ้นต่างชาติเยือนพม่า ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของพม่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2552-2554) มีแนวโน้มขยายตั ว จากเดิมที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไปยังพม่าจานวน 1.93 แสนคนในปี 2551 เพิ่มขึ้นเป็น 3.91 แสนคนใน ปี 2554 หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 26.5 ต่อปี ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของพม่าในปี 2550-2555* นักท่อ งเที่ยวที่ผ่านด่านย่างกุง้ อั ตราการขยายตัว รายได้ท่อ งเที่ยว อั ตราการ ในช่วงระหว่างปี 2552- 2554 (ข้อมูลจาก มัณฑะเลย์ และบากัน (พุกาม) (ร้อ ยละ) (ล้ านดอลลาร์ส หรัฐฯ) ขยายตัว (ร้อ ยละ) Ministry of Hotels and Tourism โดยเป็น (คน) 2550 248,076 -5.9% n/a n/a นักท่องเที่ยวที่ผ่านด่านที่ย่า งกุ้ง มัณฑะเลย์ 2551 193,319 -22.1% 165 n/a และบากัน (พุกาม ) ไม่รวมนักท่องเที่ยว 2552 243,278 25.8% 196 18.8% ต่างชาติที่ข้ามชายแดนเข้าไปยังพม่า ส่วนใหญ่ 2553 310,688 27.7% 254 29.6% 2554 391,176 25.9% 319 25.6% เป็นนักท่องเที่ยวจาก 3 ประเทศที่มีพรมแดน 2555* 500,000 27.8% 400 25.4% ติดต่อกับพม่า คือ ไทย จีน และอินเดีย หมายเหตุ : * ประมาณการณ์โดย ศูนย์วจิ ัยกสิกรไทย ทีม่ า : Ministry of Hotels and Tourism ซึ่งมักจะเดินทางกลับภายในวันเดียวกัน) เมื่อพิจารณาโครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ของพม่าในปี 2554 (ข้อมูลจาก Ministry of Hotels and Tourism) สรุปได้ดังนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้า โครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของพม่าในปี 2554 มายังพม่า ส่วนใหญ่ คือ ประมาณร้อยละ % % % % 66.4 เป็นนักท่องเที่ยวจาก ภูมิภาคเอเชีย โดย % 8% มีตลาดหลัก 5 อันดับแรก คือ จีน ไทย % % % มาเลเซีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งมีสัดส่วน % % รวมกันประมาณร้อยละ 73.5 ของนักท่องเที่ยว % จากภูมิภาคเอเชียทั้งหมดที่เดินทางเข้าไปยัง พม่าในปี 2554 : Ministry of Hotels a nd Tourism

รองลงมา คือ นักท่องเที่ยวจา กภูมิภาคยุโรป มีสัดส่วนร้อยละ 22.6 โดยมีตลาดหลัก 3 อันดับแรก คือ ฝรั่งเศส เยอรมนี และอังกฤษ นอกจากนี้ ยังมีนักท่อง เที่ยวจากภูมิภาคอเมริกา มีสัดส่วนร้อยละ 7.1 นักท่องเที่ยว จากภูมิภาคโอเชียเนีย มีสัดส่วนร้อยละ 3.0 นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลางในสัดส่วนร้อยละ 0.7 และ นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคแอฟริกา ในสัดส่วนร้อยละ 0.2 ตามลาดับ เมื่อพิจารณาจากลักษณะการเดินทางเข้ามายังประเทศพม่าของนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2554 ส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 38 เป็นนักท่องเที่ยวที่จัดการการเดินทางด้วยตนเอง รองลงมา คือ ร้อยละ 26 เป็น นักท่องเที่ยวที่ซื้อแพ็กเกจทัวร์ จากบริษัทนาเที่ยวและเดินทางเข้าไปยังพม่าในลักษณะกรุ๊ปทัวร์ นักท่องเที่ยว


3

กลุ่มนี้เพิ่ มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าตัวเป็น 103 ,590 คนในปี 2554 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และร้อยละ 21 เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มนักธุรกิจ ที่เดินทางเข้ามาเพื่อติดต่อในเรื่องการค้าและการลงทุนในพม่า ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีจานวน 82,787 คนในปี 2554 เพิ่มขึ้นร้อยละ 45.7 เมื่อเทียบกับปี 2553 ด้านรายได้ท่องเที่ยวของพม่า พบว่า การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไปยังพม่า ในระหว่างที่พานักท่องเที่ยวอยู่ในพม่า ก่อให้เกิดรายได้ท่องเที่ยวเข้าประเทศพม่าเพิ่มขึ้นตามลาดับ จากที่มีมูลค่า 165 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2551 เพิ่มขึ้นเป็น 319 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2554 หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 24.7 ต่อปีในช่วงระหว่างปี 2552-2554 จากหลายปัจจัยที่เกื้อหนุนโดยเฉพาะนโยบายเปิดกว้างรับการลงทุนจากต่างประเทศของรัฐบาล และ เที่ยวบินตรงไปยังพม่าที่เพิ่มขึ้นอย่ างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของพม่าขยายตัวในอัตราสูงถึง เกือบร้อยละ 30 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2555 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงคาดการณ์ว่า โดยรวมตลอดทั้งปีจะมี นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามายังพม่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 5 แสนคนเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 30 เมื่ อเทียบกับปี 2554 ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.9 และก่อให้เกิดรายได้ท่องเที่ยวเข้าประเทศพม่าคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ากว่า 400 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐฯ ห้องพักนักท่องเที่ยวในพม่าขาดแคลน : ช่องทางการลงทุนของต่างชาติ ในขณะที่มีนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติจานวนมากต้องการเดิ นทางเข้าไปยังพม่าซึ่งปิดประเทศมา นาน แต่ประเทศพม่ายังมีข้อจากัดในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะอานวยความสะดวกต่างๆให้ นักท่องเที่ยว รวมทั้งบริการด้านที่พักสาหรับนักท่องเที่ยวในตลาดระดับบน โดยปัจจุบันมีสถานบริการด้านที่พักในพม่า (โรงแรม, โมเต็ล และเกสต์ เฮาส์ ) รวมทั้งสิ้น 731 แห่ง ซึ่งมีห้องพักรวมกันจานวน 25,002 ห้อง โดยส่วนใหญ่ คือ 187 แห่ง จานวนห้องพัก 7,934 ห้องอยู่ในเมืองย่างกุ้ง รองลงมา คือ มัณฑะเลย์ 75 แห่ง จานวน 3,181 ห้อง และ บากัน 75 แห่ง จานวน 2,008 ห้อง (ข้อมูลของ Ministry of Hotels and Tourism) โรงแรมส่วนใหญ่เป็นของผู้ประกอบการท้องถิ่น ซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่นัก (มีจานวนห้องเฉลี่ยประมาณ 20-30 ห้อง) ส่วนโรงแรมที่เป็นการลงทุนของผู้ประกอบการต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงแรมขนาดกลาง (มีจานวน ห้องเฉลี่ยประมาณ 160- 170 ห้อง ) มีเพียง 31 แห่งที่เปิดให้บริการแล้ ว ซึ่งมีจานวนรวมทั้งสิ้น 5,145 ห้อง นอกจากนี้ ยังมีโรงแรมขนาดใหญ่ (มีจานวนห้องเฉลี่ยประมาณเกือบ 300 ห้อง) ของนักลงทุนต่างชาติที่อยู่ระหว่าง ก่อสร้างอีก 5 แห่ง ซึ่งมีจานวนห้องรวมทั้งสิ้น 1,415 ห้อง สาหรับโรงแรมซึ่งเป็นของนักลงทุนต่างชาติจานวน 36 แห่งนั้น ส่ วนใหญ่ คือ 12 แห่งเป็นของนัก ลงทุนสิงคโปร์ รองลงมา คือ จานวน 11 แห่งเป็นของนักลงทุนคนไทย และจานวน 6 แห่งเป็นของนักลงทุนญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังมีของนักลงทุนฮ่องกง 4 แห่ง ของนักลงทุนมาเลเซีย 2 แห่ง และของนักลงทุนอังกฤษ 1 แห่ง ตามลาดับ


4

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนั กลงทุนต่างชาติยังกังวลกับความไม่แน่นอนทางด้านการเมืองของพม่า โดยในส่วนผู้ประกอบการไทยเองอาจพิจารณาลงทุนในธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ 10 จังหวัดที่มีอาณาเขตติดต่อกับพม่า โดยเฉพาะจังหวัดระนองที่มีท่าเรือและศักยภาพในการเชื่อมต่อไปยังเกาะแก่งทางใต้ของพม่า ซึ่งปัจจุ บันพม่าพร้อม จะเปิดสัมปทานกว่า 100 เกาะ เพื่อการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมการดาน้าที่ได้รับ ความนิยมระดับโลก เพราะพม่ายังมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลอยู่มาก สาหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเข้าไปลงทุนในพม่า คงต้องศึกษา และให้ควา มสนใจกับประเด็นต่างๆ ต่อไปนี้อย่างใกล้ชิด  ความหลากหลายของชนชาติและวัฒนธรรมในพม่า  ความเสี่ยงด้านต้นทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนราคาที่ดินที่สูงในเมืองเศรษฐกิจของพม่า  กฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในพม่า รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง  ความพร้อมของสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน อาทิ ไฟฟ้า น้าประปา เป็นต้น หากพิจารณาจากแนวทางที่ภาคการท่องเที่ยวของพม่าเสนอต่อรัฐบาลเพื่อนาไปจัดทาแผนแม่บท ด้านการท่องเที่ยว นอกจากเรื่องการขยายเวลาในการถือครองที่ดินของนักลงทุนต่างชาติแล้ว ยังมีเรื่องกรอบการ ลงทุนในธุรกิจโรงแรม ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้ - กลุ่มโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ซึ่งใช้เงินทุนจานวนมาก เปิดให้ต่างชาติลงทุนได้ 100% เพราะปัจจุบันยัง ไม่กี่แห่ง ไม่เพียงพอรองรับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ - กลุ่มโรงแรมระดับ 3 ดาว เปิดรับการลงทุนในรูปแบบ joint venture โดยต่างชาติลงทุนได้ 35% - 99% - กลุ่มโรงแรมระดับ 1-2 ดาว เปิดให้เฉพาะนักลงทุนพม่าเท่านั้น เพื่อปกป้องธุรกิจท้องถิ่นไม่ให้ เสียเปรียบด้านการแข่งขันกับทุนขนาดใหญ่จากต่างประเทศ การท่องเที่ยวระหว่างไทยและพม่า  ตลาดนักท่องเที่ยวพม่า : สร้างรายได้ให้ไทยปีละกว่า 4 พันล้านบาท ความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและพม่า พบว่า หากไม่นับบรูไนซึ่งเป็นประเทศที่มี ขนาดเล็ก โดยมีประชากรประมาณ 3 แสนคนแล้ว อาจกล่าวได้ว่า ตลาดนักท่องเที่ยวพม่ามีขนาดเล็กที่สุดใน บรรดากลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน เมื่อประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออานวย ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวจากพม่า เดินทางเข้ามายังประเทศไทยจานวนไม่มากและเติบโตในอัตราไม่สูงนัก พิจารณาจากสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติที่ เดินทางเข้ามายังประเทศไทยในช่วงปี 2545-2552 (ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกระทรวงการ ท่องเที่ ยวและกีฬา) ซึ่งมีนักท่องเที่ยวพม่าเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียงร้อยละ 8.8 ต่อปี ตลาด นักท่องเที่ยวพม่าของไทยเพิ่งจะมีการขยายตัวในอัตราสูงอย่างเด่นชัดตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา โดยในปี 2554 มีนักท่องเที่ยวจากพม่าเดินทางเข้ามารวมทั้งสิ้น 111,545 คนเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.4 เทียบกับปี 2553 ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ


5

13.8 และก่อให้เกิดรายได้สะพัดสู่ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของไทยคิดเป็นมูลค่า 3,371 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 30.2 เทียบกับปี 2553 ที่มูลค่า 2,590 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.4 จากปีก่อนหน้า สาหรับในปี 2555 ในช่วงครึ่งแรกของปี มีนักท่องเที่ยวจากพม่าเดินทางเข้ามายังประเทศไทยรวม ทั้งสิ้นประมาณ 64,720 คนเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2554 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงคาดการณ์ว่า โดยรวมตลอดทั้งปี 2555 จะมีนักท่องเที่ยวจากพม่าเดินทางเข้ามายัง ประเทศไทยรวมทั้งสิ้น ประมาณ 1.35 แสนคนเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 จากปีก่อนหน้า และมีแนวโน้มก่อให้เกิดรายได้ท่องเที่ยวแก่ประเทศไทย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4,200 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 ทั้งนี้เนื่องจากได้รับแรงเกื้อหนุนสาคัญ ดังนี้ - ปัจจัยเกื้อหนุนด้านเศรษฐกิจของพม่าที่ มีแนวโน้มเติบโตในอัตราสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการเปิดประเทศ ดึงเงินลงทุนต่างชาติ ส่งผลดีต่อกาลังซื้อโดยรวมของประชาชนพม่า - ความสะดวกในการเดินทางโดยเฉพาะทางอากาศ จากการขยายเส้นทางบินตรงระหว่างพม่าและไทย โดยปัจจุบันมี 4 สายการบินหลักที่ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเท พฯ ไปย่างกุ้ง ได้แก่ การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ส ไทยแอร์เอเชีย และเมียนม่าร์แอร์ไลน์ส ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มทั้งเส้นทางบินไปยังเมือง ต่างๆของพม่า (พม่ามีสนามบิน 4 แห่ง คือ ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ บากัน และเนปิดอร์) และเพิ่มเที่ยวบิน - การเปิดด่านแม่สอด-เมียวดี (สะพานมิตรภาพไทย-พม่า ข้ามแม่น้าเมย) ในช่วงปลายปี 2554 หลังจาก ปิดไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2553 ทาให้การท่องเที่ยวบริเวณชายแดนแถบตลาดริมเมยกลับมาคึกคักขึ้น อีก  กระแสทาบุญไหว้พระ : กระตุ้นคนไทยเที่ยวพม่า ในด้านการเดินทางไปยังพม่าของนักท่องเที่ยวคนไทยแม้จะมีความผันแปรในบา งช่วง แต่โดยรวมแล้วก็มี คนไทยเดินทางไปเที่ยวพม่าเพิ่มขึ้นในช่วงระหว่างปี 2545-2554 จากที่มีจานวนนักท่องเที่ยวคนไทยเดินทางไปยัง พม่า 17,207 คนในปี 2544 เพิ่มขึ้นเป็น 69,266 คนในปี 2554 เพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 16.1 ต่อปีในช่วงปี 2545-2554 และการใช้จ่ายระห ว่างที่พานักท่องเที่ยวในพม่ามีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 541 ล้านบาทเป็น 848 ล้านบาท ในปี 2554 การเติบโตของตลาดทัวร์พม่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากกระแสความนิยมทาบุญไหว้พระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่เพิ่มอย่างรวดเร็วในหมู่คนไทยชาวพุทธ เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจในช่วงที่ ประเทศไทยต้องเผชิญวิกฤตต่างๆ ทั้ง ด้านเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ ความไม่สงบภายในประเทศ และการแพร่ระบาดของโรคภัยต่างๆ ส่งผลให้มีการพัฒนา รายการนาเที่ยวเพื่อทาบุญไหว้พระตามวัดในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดกันอย่างกว้างขวาง และขยายเส้นทางนา เที่ยวไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยังต่างประเทศ โดยเฉพาะพม่าที่มีศาสนาสถานจานวนมากซึ่งมีความเก่าแก่และมี ชื่อเสียงด้านความศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งพระสงฆ์และประชาชนชาวพุทธในพม่ายังเคร่งครัดมาก การเดินทางไปพม่าของนักท่องเที่ยวคนไทยมีแนวโน้มขยายตัวรวดเร็วขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเดินทาง ที่สะดวกขึ้ น จากการขยายเส้นทางบิน และเพิ่มเที่ยวบินระหว่างไทยไปยังพม่า นอกจากนี้ ยังมีการขยายตัวของ ตลาดกลุ่มบริษัท ซึ่งต้องการเดินทางไปสารวจลู่ทางที่จะขยายขอบข่ายธุรกิจเข้าไปยังพม่า โดย ศูนย์วิจัยกสิกร


6

ไทย คาดการณ์ว่า ในปี 2555 จะมีคนไทยเดินทางเข้าไปยังพม่าไม่ต่ากว่ า 90,000 คนเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 เมื่อเทียบ กับปีก่อนหน้า และมีการใช้จ่ายระหว่างที่พานักท่องเที่ยวในพม่าคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,100 ล้านบาท สรุป หากการปฏิรูปทางเศรษฐกิจและการเมืองของพม่าดาเนินไปได้อย่างราบรื่น มีการผ่อนคลายมาตรการ ต่างๆ และการเร่งพัฒนาสาธารณูปโภคขึ้นพื้นฐาน เพื่อรองรับการลงทุนต่างชาติที่จะหลั่งไหลเข้าไปในประเทศพม่า ตามที่รัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้งของพม่าได้ประกาศนโยบายไว้ โดยใช้การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของในการ ผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจในอัตราร้อยละ 7 ต่อปีของพม่า ก็มีความเป็นไปได้สูงที่การท่อ งเที่ยวของพม่าจะ เติบโตไปอย่างรวดเร็ว และได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 สาหรับประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดท่องเที่ยวขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในอาเซียนควรแสวงหาประโยชน์จากโอกาส ในการขยายการลงทุนเข้าไปในพม่ารองรับตลาดท่องเที่ยวพม่าที่ มีแนวโน้มขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดย ศูนย์วิจัย กสิกรไทย คาดการณ์ว่า ในปี 2555 จะมีจานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไปยังพม่าประมาณ 5 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 28 และสร้างรายได้เข้าพม่าคิดเป็นมูลค่าประมาณ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 รวมทั้งการเชื่อมโยงระหว่างการท่องเที่ยวไทยกับการท่องเที่ยวพม่า ที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า ตลอดทั้ง ปี 2555 จะมีนักท่องเที่ยวพม่าเดินทางเข้ามายังประเทศไทยรวมทั้งสิ้นประมาณ 1.35 แสนคนเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 และสร้างรายได้ท่องเที่ยวให้ประเทศไทยคิดเป็นมูลค่าประมาณ 4,200 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 และมีคนไทย เดินทางเข้าไปยังพม่าประมาณ 90,000 คนเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 และมีการใช้จ่ายระหว่างที่พานักท่องเที่ยวในพม่าคิด เป็นมูลค่าประมาณ 1,100 ล้านบาทเพิ่มขึ้นในอัตราใกล้เคียงกัน

-----------------------------Disclaimer รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทาเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทาขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อ ใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงข้อมูลได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวัง ในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯจะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสีย หายใดจากการใช้ข้อมูล ดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็นหรือคาแนะนาในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

การท่องเที่ยวพม่า...คึกคัก : นักลงทุน & นักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปเยือน  

การท่องเที่ยวพม่า...คึกคัก : นักลงทุน & นักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปเยือน

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you