Page 1


ฝนหลวงของพพ่ อ Rain’s father จจัดทททำโดย 1. น.ส.สสุ ชานนันทท์ พนันธสุท์สาคร 2. น.ส.นนันทนัชพร จอมดวง 3. นายเกษม เนทยมหอม 4. น.ส.ชนกนนันทท์ พพิลาสนันตท์ 5. น.ส.จรรยา มพิที่งทองคจา 6. น.ส.ปณพิ สตา แจจมจนันทรท์ 7. น.ส.อรณา สสุ ทธพิเชษฐท์

ชนัชน ม.6/2 เลขททที่ 5 ชนัชน ม.6/2 เลขททที่ 6 ชนัชน ม.6/2 เลขททที่ 7 ชนัชน ม.6/2 เลขททที่ 19 ชนัชน ม.6/2 เลขททที่ 21 ชนัชน.ม .6/2 เลขททที่ 22 ชนัชนม .6/2 เลขททที่ 23

รหนัสประจจาตนัว 28410 รหนัสประจจาตนัว 29220 รหนัสประจจาตนัว 29899 รหนัสประจจาตนัว 35846 รหนัสประจจาตนัว 36091 รหนัสประจจาตนัว 36230 รหนัสประจจาตนัว 36234

ววิชทำกทำรออกแบบและเทคโนโลยยี 6 นจักเรยียนระดจับชจัชั้นมจัธยมศศึกษทำปยี ทยีที่ 6/2 กลลพ่มสทำระกทำรเรยียนรรรู้ กทำรงทำนอทำชยีพและเทคโนโลยยี โรงเรยียนดรล ณทำรทำชบลรยี


โครงงทำนกลลพ่มสทำระกทำรเรยียนรรรู้ Rain’s of father โดย 1.นางสาวสสุ ชานนันทท์ พนันธสุท์สาคร ม.6/2 เลขททที่ 5 2.นางสาวนนันทนัชพร จอมดวง ม.6/2 เลขททที่ 6 3.นายเกษม เนท ยมหอม

ม.6/2 เลขททที่ 7

4.นางสาวชนกนนันทท์ พพิลาสนันตท์ ม.6/2 เลขททที่ 19 5.นางสาวจรรยา มพิที่งทองคจา

ม.6/2 เลขททที่ 21

6.นางสาวปณพิ สตา แจจมจนันทรท์

ม.6/2 เลขททที่ 22

7.นางสาวอรณา สสุ ทธพิ เชษฐท์

ม.6/2 เลขททที่ 23

ครรู ททที่ปรรึ กษา คสุณครรู วทระพจนท์ รนัตนรนัตนท์


บทคจัดยพ่ อ จากการททที่พระบาท สมเดด็จพระเจจ้าอยรูหจ วนั ไดจ้เสดด็จเยทยที่ มราษฎรในจนังหวนัดตจางๆเปด็ นประจจา ไดจ้ทรงพบเหด็น ทจ้องถพิที่นหลายๆแหจ งประสบปนัญหาความ แหจ้งแลจ้ง หรรื อขาดแคลนนจชาเพรืที่อการอสุปโภค บรพิ โภค และการทจาเกษตร โดย เฉพาะอยจางยพิที่งในฤดรูเพาะปลรูก เกษตรกรจะประสบความเดรือดรจ้อน ทสุกขท์ยากมาก เนรืที่ องจาก บางครนัช งฝนไดจ้ทพิชงชจวง นานหรรื อภาวะฝนทพิชงชจวงเกพิดในระยะวพิกฤตพิของพรืชผล ครือพรืชอยรูใจ นระยะททที่กาจ ลนังใหจ้ผลผลพิตตจที่า หรรื ออาจจะไมจมท ผลผลพิตใหจ้เลย เปด็ นตจ้น ดนังนนัชนภาวะฝนแลจ้ง หรรื อฝนทพิชงชจวงใน แตจละครนัชง/แตจละปท จรึงสรจ้างความเดรือดรจ้อน และความ สรู ญเสท ยทาง เศรษฐกพิจแกจเกษตรกรเปด็ นอยจางสรู ง นอกจากนทช ภาวะความ ตจ้องการใชจ้นช าจ นนับวนันจะทวทปรพิ มาณความ ตจ้องการเพพิมที่ สรู งขรึชนตามอนัตราการเพพิมที่ ของ ประชากร การขยายพรืชนททที่เกษตรกรรมและการเจรพิ ญเตพิบโตของกลสุจม อสุตสาหกรรม ดจ้วยสายพระเนตรททที่ยาวไกลและทรง ความอนัจฉรพิ ยะในพระองคท์ทจานดนังนนัชนในปท พสุทธศนักราช 2498 จรึงไดจ้มทพระ ราชดจารพิ คนจ้ หาวพิธทการ ททที่จะทจาใหจ้เกพิดฝนตกนอกเหนรื อ จากททที่จะไดจ้รนับ จากธรรมชาตพิโดยนจาเทคโนโลยทนาจ สมนัยและ ทรนัพยากร ททที่มทอยรูปจ ระยสุกตท์กบนั ศนักยภาพของการเกพิดฝน ในเขตรจ้อน เชจน ประเทศไทยมสุจงขจนัดปนัญหา ความเดรือดรจ้อนดนัง กลจาว และทรงมทพระราชหฤทนัย เชรืที่อมนันที่ วจาวพิธทการดนังกลจาวนทช จะทจาใหจ้ การพนัฒนาระบบการจนัดทรนัพยากรนจชาของชาตพิ เกพิด ความพรจ้อม และครบ บรพิ บรูรณท์ตามวนัฏจนักรของ นจชา ครือ 1. การพนัฒนาระบบ การจนัดการทรนัพยากรแหลจงนจชาใตจ้ดพิน 2. การพนัฒนาระบบ การจนัดการทรนัพยากรแหลจงนจชาผพิวดพิน 3. การพนัฒนา การ จนัดการทรนัพยากรแหลจงนจชาใน บรรยากาศ และทรงเชรืที่อมนันที่ ในพระราชหฤทนัย วจาดจ้วย ลนักษณะภรูมพิประเทศและภรูมพิอากาศ ของประเทศจะ สามารถดจาเนพิ นการใหจ้ บนังเกพิดผลสจาเรด็ จไดจ้ อยจางแนจนอน ดนังนนัชนในปท พสุทธศนักราช 2499 จรึงไดจ้ทรง พระมหากรสุ ณาพระราชทาน โครงการ พระราชดจารพิ "ฝนหลวง" ใหจ้หมจอมราชวงศท์ เทพฤทธพิธ เทวกสุล รนับไปดจาเนพินการศรึกษาวพิจยนั และการพนัฒนากรรมวพิธทการ ทจาฝนใหจ้บงนั เกพิดผลโดยเรด็ ว


กวิตตวิกรรมประกทำศ โครงงานเรรืที่ องโครงการฝนหลวงเลจมนทช จดนั ทจาสจาเรด็ จลสุลจวงดจ้วยดท ไดจ้นช นัน ผรูจจ้ ดนั ทจากด็ขอขอบพระคสุณผรูสจ้ นนับสนสุ น ทสุกทจาน อาทพิเชจน ครรู วทระพจนท์ รนัตนรนัตนท์ ผรูคจ้ อยใหจ้คาจ ปรรึ กษาในเรรืที่ องการวางเคจ้าโครงโครงงานและใหจ้บรพิ การหจ้อง คอมพพิวเตอรท์ เพรืที่อสรื บคจ้นขจ้อมรูลทางอพินเทอรท์ เนด็ต ครรู เจจ้าหนจ้าททที่หจ้องสมสุดททที่ใหจ้บรพิ การสถานททที่ในการสรื บคจ้นขจ้อมรูลจาก หนนังสรื อหลายๆเลจม รวมถรึงคณะครรู ภายในโรงเรท ยนบนัวเชดวพิทยาหลายทจานททที่ไมจไดจ้เอจยนามดจ้วย ผรูจจ้ ดนั ทจาโครงงาน จรึง ขอขอบคสุณผรูใจ้ หจ้การสนนับสนสุนทสุกทจานดนังททที่กลจาวมาขจ้างตจ้นไวจ้ ณ ททที่นช ท เปด็ นอยจาง


สทำรบจัญ บทคนัดยจอ กพิตตพิกรรมประกาศ

ก ข

บทททที่ 1 บทนจา 1.1 ความเปด็ นมาและความสจาคนัญของปนัญหา 1.2 วนัตถสุประสงคท์ของโครงงาน 1.3 ขอบเขตของโครงงาน 1.4 วพิธทการทจาโครงงาน 1.5 ประโยชนท์ททที่คาดวจาจะไดจ้รนับ

1 1 1 1 1 1

บทททที่ 2 เอกสารและงานวพิจยนั ททที่เกทที่ยวขจ้อง 2.1 ประวนัตพิความเปด็ นมา 2.2 วพิธทการทจาฝนหลวง 2.3 เครรืที่ องมรือและอสุปกรณท์สาจ คนัญททที่ใชจ้ประกอบในการทจาฝนหลวง 2.4 ผลการดจาเนพินโครงการ “ฝนหลวง”

2 2 3 4 5

บทททที่ 3 วนัสดสุอสุปกรณท์และวพิธทการดจาเนพินงาน 3.1 วนัสดสุ-อสุปกรณท์ 3.2 ขนัชนตอนการดจาเนพินงาน 3.3 ตารางการปฏพิบตนั พิงาน

6 6 6 6

บทททที่ 4 ผลการศรึกษาคจ้นควจ้า 4.1 ขนัชนตอนการทจาฝนหลวง

7 7

บทททที่ 5 สรสุ ปผลการศรึกษา 5.1 ประโยชนท์ททที่คาดวจาจะไดจ้รนับ

9 9

บรรณานสุกรม

10

หนรู้ ทำ


บททยีที่ 1 บทนททำ

1. ควทำมเปป็ นมทำและควทำมสท ทำคจัญของปจัญหทำ โครงการฝนหลวง ครือ โครงการททที่เกพิดขรึชนจากพระราชดจารพิ สจวนพระองคท์ในพระบาทสมเดด็จพระเจจ้าอยรูหจ วนั มท วนัตถสุประสงคท์สรจ้างฝนเททยมเพรืที่อบรรเทาความแหจ้งแลจ้ง ใหจ้แกจเกษตรกร เนรืที่ องจากทรงพบเหด็นความแหจ้งแลจ้งจากการ ตนัดไมจ้ทาจ ลายปจ า ผลลนัพธท์ททที่ไดจ้ ครือ ทจาใหจ้ชทวพิตของประชาชนมทความเจรพิ ญกจ้าวหนจ้าทางเศรษฐกพิจมากขรึชนและลด สถานการณท์ความแหจ้งแลจ้งใหจ้นอจ้ ยลง 2. วจัตถลประสงคค์ ของโครงงทำน 1.เพรืที่อสนนับสนสุนและสจ งเสรพิ มโครงการฝนหลวงเพรืที่อใหจ้เกพิดการพนัฒนาตจอไปไดจ้มากยพิที่งขรึชน 2.เพรืที่อลดปนั ญหาความทสุกขท์ยากและแกจ้ไขปนัญหาความแหจ้งแลจ้งใหจ้กบนั เกษตร และ ประชาชน 3.เพรืที่อเปด็ นสรืที่ อและแนวทางการเรท ยนการสอนใหจ้กบนั นนักเรท ยน นนักศรึกษา และ บสุคลากรทนัวที่ ไป 3. ขอบเขตของโครงงทำน 1.เปด็ นโครงงานททที่ศรึกษาเกทที่ยวกนับการทจาฝนหลวงโดยใชจ้โปรแกรม Microsoft Word 2.ขอบเขตเนรืช อหาของขจ้อมรูลเปด็ นโครงงานททที่ศรึกษาประวนัตพิความเปด็ นมา ททที่มา ความสจาคนัญ และวพิธทการทจาฝนหลวงเพรืที่อ กจอใหจ้เกพิดประโยชนท์ตจอเกษตรกรและผรูปจ้ ระสบปนั ญหาภนัยแลจ้งตามแนวทางพระราชดจารพิ ขพิงพระบาทสมเดด็จพระปรมพิ นทรมหาภรูมพิอดสุลยเดช 4. ววิธยีกทำรทททำโครงงทำน โครงงานนทช เปด็ นการศรึกษาวพิธทการทจาฝนหลวง เรรืที่ อง ฝนหลวงของพจอ โดยมทขช นนั ตอนดนังนทช 1. คนัดเลรือกหนัวขจ้อโครงงานททที่สนใจ 2. ศรึกษาคจ้นควจ้ารวบรวมขจ้อมรูล ททที่เกทที่ยวขจ้องกนับโครงงานในการสรจ้างสรืที่ อวทดททศนั นท์ 3.ศรึกษาโปรแกรมตนัดตจอวทดทโอ moviemaker ในการสรจ้าง 4. ออกแบบสรืที่ อวทดททศนั นท์ 5. จนัดทจาโครงงานสรืที่ อวทดททศนั นท์ เรรืที่ อง ฝนหลวงของพจอ 6. การนจาเสนอและแสดงโครงงานผจานสรืที่ อวทดททศนั นท์ 5. ประโยชนค์ ทยีที่คทำดวพ่ ทำจะไดรู้รจับ 1. ทจาใหจ้เดด็กรสุจ นใหมจหรรื อประชาชนทนัวที่ ไปไดจ้ทราบถรึงพระราชกรณท ยกพิจของพระบาทสมเดด็จพระปรมพินทรมหาภรูมพิพล อดสุลยเดชททที่ทรงหจ วงพระทนัยทสุกขท์-สสุ ขของประชาชนจรึงไดจ้มทพระราชดจารพิ รนับสนัที่งใหจ้จดนั ทจาโครงการ ฝนหลวงขรึชน 2. ทจาใหจ้รรูจ้จกนั วพิธทและความเปด็ นมาของฝนหลวง 3. ทจาใหจ้ทราบถรึงประโยชนท์ของฝนหลวงททที่มทตจอเกษตรกรและประชาชน 4. ทจาใหจ้รรูจ้จกนั ฝนหลวงและพระราชกรณท ยกพิจตจางๆ มากยพิงที่ ขรึชน


บททยีที่ 2 เอกสทำรและงทำนววิจจัยทยีที่เกยียที่ วขรู้ อง ประวจัตควิ วทำมเปป็ นมทำ เมรืที่อคราวททที่พระบาทสมเดด็จพระเจจ้าอยรูจหนัวภรูมพิพลอดสุลยเดช เสดด็จพระราชดจาเนพิ นเยทที่ยมพสกนพิ กร เมรืที่อปท พ.ศ. 2498 ในภาคตะวนันออกเฉทยงเหนรือ ไดจ้ทรงรนับทราบถรึงความเดรือดรจ้อนทสุกขท์ยากของราษฎรและเกษตรกรททที่ขาดแคลน นจชา อสุ ปโภคบรพิ โ ภคและการเกษตร จรึ งไดจ้มทพระมหากรสุ ณาธพิ คสุ ณ พระราชทานโครงการพระราชดจา รพิ "ฝนหลวง" นั ม.ร.ว.เทพฤทธพิธ เทวกสุล ไปดจาเนพิ นการ ซรึที่ งตจอมาไดจ้เกพิดเปด็ นโครงการคจ้นควจ้าทดลองปฏพิบตนั พิการ (Artificial rain) ใหจ้กบ ฝนเททยมหรรื อฝนหลวงขรึช นในสนังกนัดสจานนักงานปลนัดกระทรวงเกษตรและสหกรณท์ เมรืที่อปท พ.ศ. 2512 ดจ้วยความสจาเรด็ จ ของ โครงการ จรึงไดจ้ตราพระราชกฤษฎทกากจอตนัชงสจานนักงานปฏพิบตนั พิการฝนหลวงขรึชนในปท พ.ศ. 2518 ในสนังกนัดกระทรวง เกษตรและสหกรณท์ เพรืที่อเปด็ นหนจ วยงานรองรนับโครงการพระราชดจารพิ ฝนหลวงตจอไป การทจาฝนเททยมหรรื อฝนหลวง เปด็ นกรรมวพิธทการเหนทที่ ยวนจานจชาจากฟจ้ า ใชจ้เครรืที่ องบพินบรรจสุสารเคมทขชรึ นไปโปรยในทจ้องฟจ้ า โดยดรูจากความชรืช นของเมฆ และสภาพทพิศทางลมประกอบกนัน ปนัจจนัยสจาคนัญททที่ทาจ ใหจ้เกพิดฝนครือ ความรจ้อนชรืช นปะทะความเยด็น และมทแกนกลนันที่ ตนัวททที่ มทประสพิ ทธพิ ภาพในปรพิ มาณททที่เหมาะสม กลจาวครือ เมรืที่อมวลอากาศรจ้อนชรืช นททที่ระดนับผพิวพรืชนขรึชนสรูจ อากาศเบรืชองบน อสุณหภรูมพิ ของมวลอากาศจะลดตจที่า ลงจนถรึ งความสรู งททที่ ร ะดนับ หนรึที่ ง หากอสุ ณหภรู มพิททที่ ลดตจที่า ลงนนัช น มากพอกด็จ ะทจา ใหจ้ไ อนจชา ใน มวลอากาศอพิที่ มตนัว จะเกพิ ดขบวนการกลนันที่ ตนัวเองของไอนจชา ในมวลอากาศขรึช นบนแกนกลนันที่ ตนัว เกพิ ดเปด็ นฝนตกลงมา ฉะนนัชนสารเคมท ททที่ใชจ้จรึงประกอบดจ้วย "สรู ตรรจ้อน" ใชจ้เพรืที่อกระตสุนจ้ เรจ งเรจ้ ากลไกการหมสุนเวทยนของบรรยากาศ, "สรู ตร เยด็น" ใชจ้เพรืที่อกระตสุนจ้ กลไกการรวมตนัวของละอองเมฆใหจ้โตขรึชนเปด็ นเมด็ดฝน และสรู ตรททที่ใชจ้เปด็ นแกนดรูดซนับความชรืช น เพรืที่อ ใชจ้กระตสุนจ้ กลไกระบบการกลนันที่ ตนัวใหจ้มทประสพิ ทธพิ ภาพสรู ง พระมหากรสุ ณาธพิ คสุณอนันยพิที่งใหญจจรึงบนังเกพิ ดโครงการ “ฝน หลวง” ททที่กจอรจ างเปด็ นเคจ้าโครงการ ตามททที่พระองคท์ทรงเลจาไวจ้ใน Rainmaking story วจา “เราไดจ้หยสุดอยจางเปด็ นทางการ ททที่ทางแยก กสุฉพินารายณท์ และสหนัสขนันธท์ ณ ททที่นนันที่ ขจ้าพเจจ้าไดจ้สอบถามราษฎรเกทที่ยวกนับผลผลพิตขจ้าว ขจ้าพเจจ้าคพิดวจาความ แหจ้งแลจ้งตจ้องทจาลายผลผลพิตของพวกเขา แตจขาจ้ พเจจ้าตจ้องประหลาดใจ ราษฎรเหลจานนัชนกลนับรายงานวจา พวกเขาเดรือน รจ้อนเพราะนจชาทจวม สจาหรนับขจ้าพเจจ้าเปด็ นการแปลก เพราะพรืช นททที่แถบนนัชนมองดรูคลจ้ายทะเลทราย มทผงดพินฟสุจ้ งกระจายอยรู จ ทนัวที่ ไป แทจ้จรพิ งแลจ้วพวกเขามททช งนั นจชาทจวมและฝนแลจ้ง นนันที่ ครือทจาไมประชาชนของภาคตะวนันออกเฉท ยงเหนรื อจรึงยากจน” แนวพระราชดจารพิ ในการแกจ้ปนัญหาความผนันแปรไมจแนจนอนของฝนธรรมชาตพิในเวลานนัชนททที่จะจนัดการทรนัพยากรนจชาใน 2 วพิธท ครือ 1. การสรจ้างเขรืที่อน (Check – dam) ชะลอการไหลบจาของนจชาไมจใหจ้ทจวม และเกด็บกนักไวจ้ใชจ้ในฤดรูแลจ้ง 2. หาวพิธททาจ ฝนเททยม (Rainmaking) บนังคนับเมฆใหจ้ตกเปด็ นฝนในพรืชนททที่ตอจ้ งการ นนับจากนนัชนเปด็ นตจ้นมา พระองคท์ทรงศรึกษาคจ้นควจ้าและวพิจยนั ทางเอกสารทนัชงดจ้านวพิชาการ อสุตสุนพิยมวพิทยา และการดนัดแปร สภาพอากาศ ทรงรอบรรูจ้ และเชทที่ ยวชาญ จากเอกสารททที่ เปด็ นททที่ ยอมรนั บทนัช งในและตจ างประเทศ จนทรงมนันที่ พระทนัยจรึ ง


พระราชทานแนวคพิดแดจ ม.ร.ว.เทพฤทธพิธ เทวกสุล ผรูเจ้ ชทที่ ยวชาญในการวพิจยนั ประดพิ ษฐท์ทางดจ้านวพิศวกรรมของกระทรวง เกษตรและสหกรณท์ขณะนนัชนและพรจ้อมกนันนนัชนพระองคท์ทรงพระกรสุ ณาโปรดเกลจ้าโปรดกระหมจอม ใหจ้หาลรูจทางททที่จะ ทจาใหจ้เกพิดการทดลองปฏพิบตนั พิการในทจ้องฟจ้ าใหจ้เปด็ นไปไดจ้ ดนังพระราชดจารนัสวจา “แตจมาเงยดรูทอจ้ งฟจ้ า มทเมฆ ทจาไมมทเมฆ อยจางนทช ทจาไมจะดรึงเมฆนทช ลงมาใหจ้ไดจ้ กด็เคยไดจ้ยนพิ เรรืที่ องการทจาฝน กด็ปรารภกนับคสุณเทพฤทธพิธ ฝนทจาไดจ้ มทหนนังสรื อ เคยอจาน หนนังสรื อ ทจา ไดจ้” ตจ อมาไมจ นาน จรึ งเกพิ ดเปด็ นโครงการคจ้นควจ้าทดลองปฏพิ บตนั พิ การฝนเทท ยม หรรื อฝนหลวงในสนังกนัด สจานนักงานปลนัดกระทรวงเกษตรและสหกรณท์ และเมรืที่อปท 2512 ดจ้วยความสจาเรด็ จในโครงการอนันเตด็มเปทที่ ยมดจ้วยนจชาพระ ราชหฤทนัยททที่ตอจ้ งการใหจ้ราษฎรพจ้นจากความแหจ้งแลจ้ง จรึงกจอเกพิดตราพระราชกฤษฎทกากจอตนัชง สจานนักปฏพิบตนั พิการฝนหลวง ในปท พ.ศ. 2518 สนังกนัดกระทรวงเกษตรและสหกรณท์ เพรืที่อใหจ้ประชาชนมทนช าจ กพินนจชาใชจ้เพรืที่อยนังชทพ และใชจ้ในการเกษตร ววิธยีกทำรทททำฝนหลวง เทคโนโลยทฝนหลวงเปด็ นเทคนพิ ค หรรื อ วพิชาการททที่เกทที่ยวกนับการดนัดแปลงสภาพอากาศ โดยเนจ้นการทจาฝน เพรืที่อเพพิ ที่ม ปรพิ มาณฝนตก (Rain enhancement) และ/หรรื อ เพรืที่อใหจ้ฝนตกกระจายอยจางสมจที่าเสมอ (Rain redistribution) สจาหรนับ ปจ้ องกนันหรรื อบรรเทาภาวะแหจ้งแลจ้งททที่เกพิดจากฝนแลจ้ง หรรื อฝนทพิชงชจวงนนัชน เปด็ นวพิชาการททที่ใหมจสาจ หรนับประเทศไทยและ ของโลก ขจ้อมรูลหลนักฐาน (evidence) ททที่ใชจ้พพิสรูจนท์ยรืนยนัน เพรืที่อใหจ้เกพิ ดการยอมรนั บในระดนับนนักวพิชาการและผรูบจ้ รพิ หาร ระดนับสรู ง ถรึ งผลปฏพิบตนั พิ การฝนหลวงทนัชงทางดจ้านกายภาพ (Physic) และดจ้านสถพิ ตพิ (Statistic) มท นจ้อยมาก ดนังนนัชน ใน ระยะแรกเรพิที่ มของการทดลองและวพิจยนั กรรมวพิธทการปฏพิบตนั พิการฝนหลวง พระบาทสมเดด็จพระเจจ้าอยรู จหนัว จรึ งไดจ้ทรง ตพิ ดตามผลการวางแผนการทดลองปฏพิบตนั พิการ การสนังเกตจากรายงานแทบทสุกครนัช งโดยใกลจ้ชพิด ทรงหาความรรู จ้ และ ประสบการณท์จากนนักวพิชาการททที่ทรงคสุณวสุฒพิทางดจ้านอสุตสุนพิยมวพิทยา โดยไดจ้รนับสนั ที่งใหจ้เชพิ ญ พล.ร.ท.สนพิ ท เวสารนัชนนันทท์ ร.น. อดทตอธพิ บดท กรมอสุตสุนพิยมวพิทยา พล.ร.ต.พพิณ พนันธสุ ทวท ร.น. พรจ้อมดจ้วยนนักวพิชาการอรืที่นๆ มาเปด็ นคณะทจางานถวาย ความคพิดเหด็น วพิเคราะหท์ผลปฏพิบตนั พิการททที่ทางคณะปฏพิบตนั พิการฝนหลวง ไดจ้ทดลองสนังเกตผลการเปลทที่ยนแปลงแลจ้ว ทจา รายงานเสนอเปด็ นประจจาการทจาฝนหลวงเปด็ นกรรมวพิธทเหนทที่ ยวนจานจชาจากทจ้องฟจ้ า โดยปฏพิบตนั พิการจะตจ้องใหจ้เครรืที่ องบพินททที่มท อนัตราบรรทสุกมาก ๆ บรรจสุสารเคมท ขรึช นไปโปรยปรายบนทจ้องฟจ้ า โดยวพิธทการครือ ตจ้องดรูจากความชรื ช นของจจานวนเมฆ และสภาพของทพิศทางลมประกอบกนันปนั จจนัยสจาคนัญประการแรกนนัชนททที่ทาจ ใหจ้เกพิดฝน ครือ ความรจ้อนชรืช นปะทะความเยด็น และมทแกนกลนันที่ ตนัวททที่มทประสพิ ทธพิภาพในปรพิ มาณททที่เหมาะสม กลจาวครือ เมรืที่อมวลอากาศรจ้อนชรืช นระดนับผพิวพรืชนขรึชนสรูจ อากาศ ทางเบรืชองบนแลจ้ว อสุณหภรูมพิของมวลอากาศททที่บนทจ้องฟจ้ าจะลดตจที่าลงจนถรึงความสรู งททที่ระดนับหนรึที่ ง หากแมจ้นอสุณหภรูมพิททที่ลด ตจที่าลงนนัชนมากพอ จะเกพิดการทจาใหจ้ไอนจชาในมวลอากาศอพิที่มตนัว เมรืที่อกระบวนการกลนันที่ ตนัวของไอนจชาในมวลอากาศขรึชน

บนแกนกลนันที่ ตนัว กจอกจาเนพิดเกพิดเปด็ นฝนตกลงมา ฉะนนัชนสารเคมทททที่ใชจ้จรึงประกอบดจ้วย “สรู ตรรจ้อน” เพรืที่อใชจ้กระตสุนจ้ เรจ งเรจ้า กลไกหมสุนเวทยนของบรรยากาศ “สรู ตรเยด็น” ใชจ้เพรืที่อกระตสุนจ้ กลไกการรวมตนัวของละอองเมฆใหจ้โตขรึช นเปด็ นเมด็ดฝน และสรู ตรททที่ ใชจ้เปด็ นแกนดรูดซนับความชรืช น เพรืที่อใชจ้กระตสุนจ้ กลไกระบบการกลนันที่ ตนัวใหจ้มทประสพิ ทธพิ ภาพสรู งขรึช น พระบาท สมเดด็จพระเจจ้าอยรูจหนัว ทรงกจา หนดขนัชนตอนกรรมวพิธทการทจา ฝนหลวงขรึช น เพรืที่อใหจ้เกพิ ดความเขจ้าใจไดจ้อยจางงจาย ๆ ตาม ลจาดนับ


เครรที่องมรอและอลปกรณค์ สททำคจัญทยีที่ใชรู้ ประกอบในกทำรทททำฝนหลวง 1. เครรืที่ องมรืออสุตสุนพิยมวพิทยา ใชจ้ใน การตรวจวนัด และศรึกษาสภาพอากาศประกอบการ วางแผนปฏพิบตนั พิการ นอกเหนรื อ จากแผนททที่อากาศ ภาพถจาย ดาวเททยมททที่ไดจ้รนับการ สนนับสนสุนเปด็ นประจจาวนัน จาก กรมอสุตสุนพิยมวพิทยาททที่มทใชจ้ไดจ้แกจ 1.1 เครรืที่ องวนัดลมชนัชนบน (Pilot Balloon) ใชจ้ตรวจวนัดทพิศทางและความเรด็ ว ลมระดนับสรู งจากผพิวดพินขรึช นไป 1.2 เครรืที่ องวพิทยสุหยนังที่ อากาศ (Radiosonde) เปด็ นเครรืที่ องมรือ อพิเลด็คทรอนพิ คสท์ประกอบดจ้วยเครรืที่ องสจ งวพิทยสุ ซรึที่ งจะตพิดไป กนับบอลลรูน และเครรืที่ องรนับสนัญญาณวพิทยสุ ซรึที่งจะบอกใหจ้ทราบถรึงขจ้อมรูลอสุณหภรูมพิความชรืช น ของบรรยากาศในระดนับตจางๆ 1.3 เครรืที่ อ งเรดารท์ ตรวจอากาศ (Weather Radar) ททที่ มทใ ชจ้อ ยรูจเ ปด็ นแบบตพิ ด รถยนตท์ เคลรืที่ อ นททที่ ไ ดจ้มทป ระสพิ ท ธพิ ภ าพ สามารถบอกบรพิ เวณ ททที่มทฝนตกและความแรง หรรื อปรพิ มาณนจชาฝน และการเคลรืที่อนททที่ของกลสุจมฝนไดจ้ในรนัศมท 200-400 กม. ซรึที่ งนอกจากจะใชจ้ประกอบการวางแผนปฏพิบตนั พิการแลจ้ว ยนังใชจ้เปด็ นหลนักฐาน ในการประเมพิ น ผลปฏพิ บตนั พิ การฝน หลวงอทกดจ้วย 1.4 เครรืที่ องมรือตรวจ อากาศผพิวพรืชนตจางๆ เชจน เครรืที่ องวนัดอสุณหภรูมพิเครรืที่ องวนัด ความเรด็ วและทพิศทางลมเครรืที่ องวนัดปรพิ มาณ นจชาฝน เปด็ นตจ้น 2. เครรืที่ องมรือเตรท ยมสารเคมท ไดจ้แกจเครรืที่ อง บดสารเคมทเครรืที่ องผสมสารเคมท ทนัชงแบบนจชาและ แบบผง ถนัง และ กรวยโปรย สารเคมท เปด็ นตจ้น 3. เครรืที่ องมรือ สรืที่ อสาร ใชจ้ในการตพิดตจอ สรืที่ อสารและสนัที่งการระหวจางนนักวพิชาการบน เครรืที่ องบพิน กนับฐานปฏพิบตนั พิการ หรรื อ ระหวจางฐาน ปฏพิบตนั พิการ 2 แหจ ง หรรื อใชจ้รายงานผล ระหวจางฐาน ปฏพิบตนั พิงานสจานนักงานฯ ในสจ วนกลางโดยอาศนัยขจาย รจ วมของวพิทยสุตาจ รวจ ศรูนยท์สรืที่อสารสจานนักงาน ปลนัดกระทรวงมหาดไทย วพิทยสุเกษตร และกรม ไปรษณท ย ท์ โทรเลข เครรืที่ อง มรือสรืที่ อสารททที่ใชจ้ใน ปนัจจสุบนนั ไดจ้แกจวพิทยสุซพิงเกพิลไซดท์แบนดท์ วพิทยสุ FM.1, FM.5 เครรืที่ องโทรพพิมพท์ เปด็ นตจ้น 4. เครรืที่ องมรือ ทาง วพิชาการ อรืที่นๆ เชจนอสุปกรณท์ ทางการวางแผนปฏพิบตนั พิการ เขด็มทพิศ แผนททที่ กลจ้อง สจ อง ทางไกล เครรืที่ อง มรือตรวจสอบสารเคมท กลจ้องถจายภาพ และ อรืที่นๆ 5. สถานทเรดารท์ฝนหลวง ในบรรดาเครรืที่ องมรืออสุปกรณท์วพิทยาศาสตรท์ ภายใตจ้โครงการวพิจยนั ทรนัพยากรบรรยากาศ ประยสุกตท์จาจ นวน 8 รายการนนัชน Doppler radar จนัดเปด็ นเครรืที่ องมรืออสุปกรณท์วพิทยาศาสตรท์ ททที่มทมรูลคจาสรู งสสุ ด Doppler radar นทช ใชจ้เพรืที่อวางแผนการทดลองและตพิดตาม ประเมพินผลปฏพิบตนั พิการฝนหลวง สาธพิ ตเครรืที่ องมรือ ชนพิ ดนทช ทจางานโดยใชจ้ระบบ คอมพพิวเตอรท์ (Microvax 3400) ควบคสุม การสนัที่งการการ เกด็บบนันทรึก รวบรวม ขจ้อมรูล สามารถ นจาขจ้อมรูลกลนับมาแสดง ใหมจจากเทปบนันทรึก ใน รรู ปแบบการทจา งานของ IRIS (IRIS Software) ผจาน Processor (RUP-6) กลจาวครือ ขจ้อมรูลจะถรูก บนันทรึกไวจ้ในเทป บนันทรึกขจ้อมรูล ดจ้วยระบบคอมพพิวเตอรท์ ททที่ สามารถ นจามาใชจ้ไดจ้ตลอด ซรึที่ งเชรืที่อมตจอกนับ ระบบเรดารท์ การ แสดงผล/ขจ้อมรูล โดย จอภาพ (TV.monitor) ขนาด 20 นพิช ว สถานททที่ตช งนั Doppler radar หรรื อททที่เรท ยกวจา สถานท เรดารท์ ฝน หลวงนทช อยรูทจ ทที่ตาจ บลยางเปท ยง อจาเภออมกก อย จนังหวนัดเชทยงใหมจ ผลกทำรดททำเนวินโครงกทำร “ฝนหลวง” เมรืที่อประสบผลสจาเรด็ จในการทดลองศรึกษาวพิจยนั และพนัฒนากระบวนการและกรรมวพิธทฝนหลวง จนเปด็ นททที่ยอมรนับก นนั ทนัวที่ ไปแลจ้ว ความตจ้องการฝนหลวง เพรืที่อชจวยพรืชนททที่เกษตรกรรมและการขาดแคลนนจชาเพรืที่อการอสุปโภคและบรพิ โภคไดจ้รนับ


การรจ้องเรท ยนขอความชจวยเหลรือเพพิที่มมากขรึชน อยจางชจวงระหวจาง พ.ศ.2520 – 2534 มทการรจ้องเรท ยนขอฝนหลวงแลจ้วถรึงปท ละ 44 จนังหวนัด ซรึที่ งทรงพระเมตตาอนสุ เคราะหท์ชจ วยเหลรือเกษตรกรไทย ในการบรรเทาการสรู ญเสท ยทางเศรษฐกพิ จใหจ้ ประสบความเสท ยหายนจ้อยททที่สสุด นอกจากนทช ประโยชนท์สาจ คนัญททที่ควบครูจไปกนับการปฏพิบตนั พิการฝนหลวงเพรืที่อเกษตรกรรม และการอสุปโภคบรพิ โภคกด็ครือเปด็ นการชจ วยเพพิที่มปรพิ มาณนจชาตจ้นทสุนใหจ้แกจ อจางและเขรืที่อนเกด็บกนักนจชา เพรืที่อชลประทานและ ผลพิตกระแสไฟฟจ้ า แหลจงนจชาและตจ้นนจชาลจาธารธรรมชาตพิ อทกทนัชงยนังเปด็ นการชจวยทจานสุ บาจ รสุ งปจ าไมจ้ โดยเฉพาะในชจวงฤดรู แลจ้ง ความชสุจ มชรืช นททที่ ไดจ้รนับเพพิที่มขรึช นจากฝนหลวงจะชจ วยลดการเกพิ ด ไฟปจ าไดจ้อยจา งมาก พรจ้ อ มทนัชงบรรเทาปนั ญหาสพิที่ ง แวดลจ้อม มลภาวะททที่เกพิดขรึชนในบจ้านเมรืองของเราหลายประการ เชจ น ชจ วยแกจ้ปนัญหานจชา เนจ าเสท ยในแมจนช าจ ลจา คลอง นนับ ตนัชงแตจไดจ้เรพิที่ มปฏพิ บตนั พิการฝนหลวงจนถรึงวนันนทช สนังคมเกษตรกรชาวไทยททที่ อาศนัยนจชา ฝนจากธรรมชาตพิ เปด็ นวพิถทหลนัก ไดจ้ พนัฒนาสรูจ การเกษตรกรรมททที่ยงนัที่ ยรืน และพอเพทยงเพรืที่อเลทช ยงตนัวใหจ้อยรูใจ นสนังคมไดจ้ดวจ้ ยการพรึที่งพาตนเองจากความทสุกขท์ของ ราษฎรท์ ททที่ เ ปลทที่ ย นมาเปด็ นทสุ ก ขท์ข องพระบาทสมเดด็ จ พระเจจ้า อยรู จ หนั ว ททที่ รนั บ เปด็ นราชภาระในความทสุ ก ขท์ ข องอาณา ประชาราษฎรท์ ททที่วนนั นทช คจอยๆแปรเปลทที่ยนเปด็ นความสสุ ขททที่ไดจ้ทรงชจวยเหลรือ และแกจ้ไขปนั ญหาของเกษตรกรไดจ้ ฝนหลวงจรึงนนับวจาเปด็ นททที่พที่ งรึ ของเกษตรกรยามเกพิดภนัยแลจ้งไดจ้อยจางแทจ้จรพิ งและไดจ้กาจ้ วเขจ้ามามทสจวนชจวยเหลรือประเทศ ชาตพิ นานาประการจนมพิอาจกลจาวไดจ้หมด วนันนทช สภาพความแหจ้งแลจ้งอนันเปด็ นภนัยพพิบตนั พิธรรมชาตพิ ไดจ้กลนับพลพิกฟรืช นครืนสรูจ สภาพททที่สดชรืที่นขรึชนอทกครนัชงหนรึที่งบนผรืนแผจนดพินไทย โดยพระราชดจารพิ “ฝนหลวง” อนันเกพิดจากนจชาพระราชหฤทนัยททที่เปทที่ ยม ดจ้วยพระเมตตาและพระมหากรสุ ณาธพิคสุณแหจ งพระบาทสมเดด็จพระเจจ้าอยรูหจ วนั ผรูทจ้ รงสอดสจ องดรูแลทสุกขท์สสุขและหจ วงใย ทสุกชทวพิตโดยแทจ้ฝนหลวงกนับรางวนัลเชพิดชรูเกทยรตพิพระบาทสมเดด็จพระเจจ้าอยรูหจ วนั กพิจกรรมดนัดแปรสภาพอากาศไดจ้ถรูก บรรจสุในระเบทยบวาระการประชสุมประจจาปท ของคณะอนสุกรรมการอาเซท ยน วจาดจ้วยอสุตสุนพิยมวพิทยา และธรณท ฟพิสพิ กสท์ ความกจ้าวหนจ้าทางเทคโนโลยทการทจาฝนเททยม ประเทศไทยไดจ้รนับการ ยอมรนับในความเปด็ นผรูนจ้ าจ เปด็ นศรูนยท์กลางกพิจกรรมการดนัดแปรสภาพอากาศแหจ งอาเซท ยน (ASEAN Weather Modification Center) และใหจ้จดนั กพิจกรรมถจายทอดเทคโนโลยทการทจาฝนเมฆอสุจนดจ้วยสารเคมทดรูดความชรืชน โดยผรูแจ้ ทน องคท์การอสุตสุนพิยมวพิทยาโลก (WMO) สนนับสนสุนคจาใชจ้จจายในการจนัดกพิจกรรมดนังกลจาวในปท พ.ศ.2545 การทจาฝนหลวง ของไทยไดจ้รนับเกทยรตพิจาก WMO ใหจ้เปด็ นเจจ้าภาพจนัดการประชสุมนานาชาตพิ วจาดจ้วยการดนัดแปรสภาพอากาศ ครนัชงททที่ 7 ของ WMO เมรืที่อวนันททที่ 17 –22 กสุมภาพนันธท์ 2542 ณ จนังหวนัดเชทยงใหมจ ซรึที่ งสมเดด็จพระเทพรนัตนราชสสุ ดาฯ เสดด็จแทน พระองคท์ในพพิธทเปพิ ดการประชสุม และประเทศไทยไดจ้นาจ เสนอผลงานโครงการฝนหลวงตจอททที่ประชสุม ซรึที่ งโครงการดนัง กลจาวยรืนยนันประสพิ ทธพิภาพในการทจางานฝนหลวง ทนัชงจากเมฆเยด็นและเมฆอสุจน จนไดจ้รนับการยอมรนับจากนนัก วพิทยาศาสตรท์นานาชาตพิ โดยยกใหจ้เปด็ น 1 ใน 2 โครงการของโลกททที่มทความนจาสนใจททที่สสุด ในปท 2544 ประธานจนัดงาน ประกวดสพิที่ งประดพิษฐท์คพิดคจ้นทางเทคโนโลยท “Brussels Eureka 2001” ไดจ้มทหนนังสรื อขอพระบรมราชานสุญาต นจาผลงาน โครงการพระราชดจารพิ ไปรจ วมแสดงนพิทรรศการ ททที่กรสุ งบรนัสเซล ประเทศเบลเยทยม ระหวจางวนันททที่ 13–22 พฤศจพิกายน 2544 ในการนทช สจานนักฝนหลวงและการบพินเกษตร นจาเทคโนโลยทฝนหลวงไปจนัดแสดง ผลปรากฏวจาโครงการพระ ราชดจารพิ “ฝนหลวง” (The King’s Initiative Project: Royal Rainmaking) ไดจ้รนับรางวนัลเหรท ยญทองเชพิดชรูเกทยรตพิและ หนนังสรื อประกาศเกทยรตพิคสุณ ในฐานะเปด็ นโครงการดทเดจนดจ้านสพิที่ งประดพิษฐท์ททที่เปด็ นประโยชนท์ตจอสาธารณชน


บททยีที่ 3 วจัสดลอลปกรณค์ และววิธยีกทำรดททำเนวินงทำน วจัสดล-อลปกรณค์ 1. ปากกา ยางลบ ดพินสอ กระดาษ สท ไมจ้ 2. อพินเทอรท์ เนด็ต 3. กลจ้องถจายภาพ 4. โปรแกรมตนัดตจอวพิดทโอ movie maker ขจัชั้นตอนกทำรดททำเนวินงทำน 1. ตนัชงชรืที่อเรรืที่ อง / วางโครงเรรืที่ อง 2. คจ้นควจ้า หาขจ้อมรูล/รวบรวมขจ้อมรูล/ตรวจสอบ 3. จนัดทจาโครงงาน 4. นจาเสนอ ตทำรทำงกทำรปฏวิบจัตวิงทำน ระยะเวลทำกทำรทททำงทำน

กทำรปฏวิบจัตวิงทำน

22 ธ.ค.59

คพิดหนัวขจ้อเกทที่ยวกนับโครงงานศรึกษาคจ้นควจ้าขจ้อมรูลททที่เกทที่ยวกนับการจนัดทจา สรืที่ อวทดททศนั นท์ ศรึกษาโปรแกรมตจางๆและออกแบบสรจ้างสรืที่ อวทดททศนั นท์ตกแตจงใสจ เสท ยง และจนัดทจาโครงงาน นจาเสนอและเผยแพรจ ผลงานสรืที่ อวทดททศนั นท์

1 ม.ค.60 - 22 ม.ค.60 6 ก.พ. 60


บททยีที่ 4

ขจัชั้นตอนกทำรทททำฝนหลวง

ผลกทำรศศึกษทำครู้ นควรู้ ทำ

การทจา ฝนหลวงเปด็ นกรรมวพิธทการเหนทที่ ยวนจา นจชา จากฟจ้ าจะตจ้องใหจ้เครรืที่ องบพิ นททที่ มทอตนั ราการบรรทสุ กมาก ๆ บรรจสุ สารเคมท ขช รึ นไปโปรยในทจ้องฟจ้ า โดยดรูจากความชรืช น ของจจา นวนเมฆ และสภาพของทพิ ศทางลมประกอบกนัน ปนั จจนัยสจาคนัญททที่ทาจ ใหจ้เกพิดฝนครือ ความรจ้อนชรืช นปะทะ ความเยด็นและมทแกนกลนันที่ ตนัวททที่มท ประสพิ ทธพิ ภาพในปรพิ มาณททที่เหมาะ สม ครือ เมรืที่อมวลอากาศ รจ้อนชรืช นททที่ระดนับผพิวพรืชนขรึชนสรูจ อากาศเบรืชองบน อสุณหภรูมพิของมวลอากาศ จะลดตจที่าลงจนถรึง ความ สรู งททที่ระดนับหนรึที่ ง อสุณหภรูมพิททที่ลดตจที่าลงนนัชนมากพอจะทจาใหจ้ไอนจชาในมวล อากาศอพิที่มตนัว จะเกพิดขบวนการกลนันที่ ตนัวเองของ ไอนจชา ในมวล อากาศขรึช นบนแกนกลนันที่ ตนัวเกพิ ดเปด็ นฝนตกลงมา ฉะนนัชนสารเคมท ททที่จรึงประกอบดจ้วยสรู ตรรจ้ อน เพรืที่อใชจ้ กระตสุนจ้ เรจ งเรจ้า กลไกการหมสุนเวทยนของ บรรยากาศสรู ตรเยด็น ใชจ้เพรืที่อกระตสุนจ้ กลไกการรวมตนัว ของละอองเมฆใหจ้โตขรึช น เปด็ นเมด็ดฝนและสรูตรททที่ใชจ้เปด็ นแกนดรูดซนับความชรืช น เพรืที่อใชจ้กระตสุนจ้ กลไกระบบการ กลนันที่ ตนัว ใหจ้มทประสพิ ทธพิ ภาพททที่สรูงขรึชน โดยมทขช นนั ตอนดนังนทช ขจัชั้นตอนทยีที่หนศึที่ง : "กพ่อกวน" เปด็ นขนัชนตอนททที่เมฆธรรมชาตพิ เรพิที่ มกจอตนัวทางแนวตนัชง การปฏพิบตนั พิการฝนหลวง ในขนัชนตอนนทช จะมสุจงใชจ้สารเคมท ไปกระตสุนจ้ ใหจ้มวลอากาศเกพิดการลอยตนัวขรึชนสรูจ เบรืชองบน เพรืที่อ ใหจ้เกพิดกระบวนการชนักนจาไอนจชา หรรื อ ความชรืช นเขจ้าสรูจ ระบบการเกพิด เมฆ ระยะ เวลาททที่จะปฏพิบตนั พิการในขนัชนตอนนทช ไมจ ควรเกพิ น 10.00 น. ของแตจละวนัน โดยการใชจ้ สารเคมทททที่สามารถดรูดซนับไอนจชา จากมวล อากาศไดจ้ แมจ้จะมทเปอรท์ เซด็นตท์ ความชรืช นสนัมพนัทธท์ ตจที่า (มท คจา Critical relative humidity ตจที่า)เพรืที่อกระตสุนจ้ กลไกของกระบวน การกลนันที่ ตนัวไอนจชาในมวล อากาศ (เปด็ นการสรจ้าง Surrounding ใหจ้เหมาะสมตจอการเจรพิ ญเตพิบโตของเมฆดจ้วย) ทางดจ้านเหนรื อ ลมของพรืช นททที่เปจ้ า หมายเมรืที่อเมฆเรพิที่ ม เกพิดมทการกจอตนัวและเจรพิ ญเตพิบโตทางตนัชงแลจ้ว จรึงใชจ้สารเคมทททที่ใหจ้ปฏพิกพิรพิยาคาย ความรจ้ อนโปรยเปด็ น วงกลม หรรื อเปด็ นแนวถนัดมา ทางใตจ้ลมเปด็ นระยะทางสนัช นๆ เขจ้าสรูจ กจ้อนเมฆ เพรืที่อกระตสุ นจ้ ใหจ้เกพิ ดกลสุจ มแกนรจ วม(main cloud core) ในบรพิ เวณ ปฏพิบตนั พิการสจาหรนับใชจ้เปด็ นศรูนยท์กลาง ททที่ จะสรจ้างกลสุจมเมฆฝนในขนัชนตอนตจอไป ขจัชั้นตอน ทยีที่สอง : "เลยียชั้ ง ใหรู้ อรู้วน" เปด็ นขนัชนตอนททที่เมฆกจาลนัง กจอตนัวเจรพิ ญเตพิบโตซรึที่ งเปด็ นระยะสจาคนัญมาก ในการปฏพิบตนั พิการฝนหลวง เพราะจะตจ้อง ไปเพพิที่มพลนังงานใหจ้แกจ updraft ใหจ้ยาวนานออกไปตจ้อง ใชจ้เทคโนโลยทและประสบการณท์หรรื อศพิลปะแหจ ง การทจาฝน ควบครูจไปพรจ้ อมๆ กนัน เพรืที่อตนัดสพิ นใจ โปรยสารเคมทฝนหลวงชนพิ ดใด ณ ททที่ใดของกลสุ จม กจ้อนเมฆ และใน อนัตราใดจรึ ง เหมาะสม เพราะ ตจ้องใหจ้กระบวนการเกพิดละอองเมฆสมดสุล กนับความแรงของ updraft มพิฉะนนัชนจะทจาใหจ้เมฆสลาย

ขจัชั้นตอน ทยีที่สทำม : "โจมตยี"


เปด็ นขนัชนตอนสสุ ดทจ้ายของกรรมวพิธท ปฏพิบตนั พิการฝนหลวง เมฆ หรรื อ กลสุ จมเมฆฝนมท ความหนาแนจ นมากพอททที่จะ สามารถตกเปด็ น ฝนไดจ้ ภายในกลสุจมเมฆจะมทเมด็ดนจชาขนาด ใหญจมากมาย หากเครรืที่ องบพินบพินเขจ้าไปในกลสุจมเมฆฝนนทช จะ มทเมด็ดนจชาเกาะตามปท ก และกระจนังหนจ้า ของเครรืที่ องบพิน เปด็ นขนัชนตอนททที่สาจ คนัญ และอาศนัย ประสบการณท์มาก เพราะจะตจ้อง ปฏพิบตนั พิการเพรืที่อ ลดความรสุ นแรงของ updraft หรรื อทจาใหจ้อายสุของ updraft หมดไป สจาหรนับการปฏพิบตนั พิการในขนัชนตอนนทช จะตจ้องพพิจารณาจสุดมสุจงหมายของ การทจาฝนหลวง ซรึที่ งมทอยรูจ 2 ประเดด็นครือเพรืที่อเพพิที่มปรพิ มาณฝนตก (Rain enhancement) และเพรืที่อใหจ้เกพิดการกระจายการตกของฝน (Rain redistribution) ดจ้วยความสจาคนัญและปรพิ มาณความตจ้องการใหจ้ ปฏพิบตนั พิการฝนหลวงชจวยเหลรือทวทจาจ นวนมากขรึชน ฉะนนัชนเพรืที่อใหจ้ งานปฏพิบตนั พิการฝนหลวงสามารถ ปฏพิบตนั พิการชจวยเหลรือ เกษตรกรไดจ้กวจ้างขวาง และไดจ้ ผลดทยพิ ที่งขรึชน รนัฐบาลจรึ งไดจ้ตรา พระราช กฤษฎท กากจอตนัชง สจานนักงานปฏพิบตนั พิการ ฝนหลวงขรึช นในสนังกนัดสจานนักงานปลนัดกระทรวง เกษตรและ สหกรณท์ เมรืที่ อ วนั น ททที่ 21 กนั น ยายน พ.ศ. 2518 เพรืที่ อ เปด็ นหนจ วยงานรองรนั บ โครงการ พระราชดจา รพิ ฝนหลวงตจ อ ไป การทจาฝนเปด็ นเทคโนโลยทททที่ยงนั ใหมจตจอการรนับรรูจ้ของบสุคคลทนัวที่ ไป ในประเทศไทยยนังไมจมทนกนั วพิชาการ หรรื อผรูเจ้ ชทที่ ยวชาญ ดจ้านนทช ในระยะแรกเรพิที่ มของ โครงการฯ พระบาท สมเดด็จพระเจจ้าอยรู จหนัวจรึ งทรงเปด็ นกจา ลนังสจา คนัญและทรงรจ วมในการ พนัฒนากพิจกรรมนทช ทนัชงโดยทางตรงและทางอจ้อม ทรงวางแผนการทดลองปฏพิบตนั พิการการตพิดตามและ ประเมพินผลปฏพิบตนั พิ การทสุ กครนัช งอยจางใกลจ้ชพิดและรวดเรด็ ววนันตจ อ วนันในการวางแผนทดลองปฏพิ บตนั พิ การแตจ ละครนัช ง นอกจากขจ้อมรูลการ รายงานผลปฏพิ บ นัตพิ ก ารประจจา วนัน แลจ้ว ยนัง ทรงนจา ขจ้อ มรู ล ดจ้า นสภาพอากาศ สภาพภรู มพิ ป ระเทศประจจา ถพิ ที่ น ขจ้อ มรู ล อสุตสุนพิยมวพิทยา หลนักวพิชาดจ้านเคมทและฟพิ สพิ กสท์ของเมฆ ประกอบการวางแผนปฏพิบตนั พิการ รวมทนัช งทรงกจาหนดเปจ้ าหมาย หวนังผลอยจางถทที่ถวจ้ น กจอนททที่จะพระราชทานแผนแกจคณะปฏพิบตนั พิการในเวลา 01.00 น. หรรื อ 02.00 น. เพรืที่อใหจ้ปฏพิบตนั พิการ ในตอนเชจ้าของแตจละวนัน


บททยีที่ 5 สรล ปผลกทำรศศึกษทำ จากการศรึกษาคจ้นควจ้าหาขจ้อมรูลการทจาฝนหลวงตามแหลจงตจางสามารถสรสุ ปผลไดจ้ดงนั นทช จากกรรมวพิธทการทจาฝนหลวงททที่ใชจ้เปด็ นหลนักอยรูใจ นปนั จจสุบนนั ครือการโปรยสารเคมทฝนหลวงจากเครรืที่ องบพิน เพรืที่อเรจ งหรรื อ เสรพิ มการกจอตนัว และการเจรพิ ญ เตพิบโตของเมฆ และการโจมตทกลสุจม เปจ้ าหมาย ททที่ตอจ้ งการททที่เคยปฏพิบตนั พิกนนั มา ตนัชงแตจเรพิที่ ม แรกจนถรึงปนั จจสุบนนั นทช นนัชนใน บางครนัชงกด็ประสบปนัญหาททที่ไมจ สามารถ ปฏพิบตนั พิการตามขนัชนตอนกรรมวพิธทครบถจ้วนสมบรูรณท์ เชจน ในขนัชนโจมตทใหจ้ฝนตกลงสรูจ พชรืนททที่เปจ้ าหมาย ไมจสามารถกระทจาไดจ้ เนรืที่ องจากฝนตก ปกคลสุมสนามบพิน เกพิดลมพายสุ ปนัที่ นปจ วน และรสุ นแรง เครรืที่ องบพิน ไมจสามารถบพินขรึชนปฏพิบตนั พิการไดจ้ ทจาใหจ้กลสุจมเมฆ เคลรืที่อนพจ้นพรืชนททที่เปจ้ าหมาย จากปนั ญหา ตจางๆ เหลจานทช จรึงไดจ้มทการวพิจยนั และทดลองกรรมวพิธท การทจาฝนเพรืที่อการ พนัฒนาและกจ้าวหนจ้าบรรลสุ เปจ้ าหมายยพิงที่ ขรึชนอทก ระดนับหนรึที่ง อาทพิเชจนการทจาวพิจยนั สรจ้างจรวดบรรจสุสารเคมทยงพิ จากพรืชนดพินเขจ้าสรูจ กจ้อนเมฆ หรรื อยพิงจากเครรืที่ องบพิน จรึงไดจ้มท การ เรพิที่ มวพิจยนั ประดพิษฐท์จรวดทจาฝนรจ วมกนับ กรมสรรพาวสุธทหารบก เมรืที่อ พ.ศ. 2515-2516 จนกจ้าวหนจ้าถรึง ระดนับทดลอง ยพิงในเบรืชองตจ้นแลจ้ว แตจตอจ้ งหยสุดชะงนักดจ้วยความ จจาเปด็ นบางประการของ กรมสรรพาวสุธทหารบกจนถรึงพ.ศ.2524 คณะ กรรมการสภาวพิจยนั แหจ งชาตพิไดจ้แตจงตนัชงคณะทจางานพนัฒนาและ วพิจยนั จรวด ฝนเททยมขรึช นประกอบ ดจ้วยผรูเจ้ ชทที่ยวชาญดจ้าน จรวดของกองทนัพบก กองทนัพเรรื อ กองทนัพอากาศ นนักวพิชาการ ของสภาวพิจยนั แหจ งชาตพิ และนนักวพิชาการ ฝนหลวงซรึที่ ง ไดจ้ ทจาการวพิจยนั ประดพิษฐท์และ พนัฒนาจรวด ตจ้นแบบขรึช น ทจาการทดลองยพิงทดสอบกจ้าวหนจ้า มาตามลจาดนับ และถรึงขนัชนบรรจสุ สารเคมทเพรืที่อ ทดลองยพิงเขจ้าสรูจ กอจ้ นเมฆจรพิ งแลจ้วในปท พ.ศ. 2530 ขณะนทช กาจ ลนังอยรูใจ นขนัชนทจาการผลพิต จรวดเชพิง อสุตสาหกรรมเพรืที่อทจาการยพิงทดลอง และตรวจสอบผลในเชพิงปฏพิบตนั พิการตจอไป ในการนทช พระบาทสมเดด็จพระเจจ้าอยรูหจ วนั ไดจ้ทรง พระกรสุ ณาพระราชทานแนวความคพิดในการวพิจยนั ชพิ ชนนทช อาจกลจาวไดจ้วจาการวางแผนและกจาหนดกรรมวพิธท ใน การทจาฝนหลวงในขนัชนตอนตจางๆนนัชน ไดจ้มาจากพระราชอนัจฉรพิ ยภาพของพระบาทสมเดด็จพระเจจ้าอยรูหจ วนั ในการ ประมวลและวพิเคราะหท์ขอจ้ มรูล รวมทนัชง การนจาความสามารถของเทคโนโลยทสารสนเทศ มาใชจ้ในการดจาเนพิ นงานใหจ้ แตจละขนัชนตอนมทประสพิ ทธพิภาพมากยพิงที่ ขรึชน ไมจวาจ จะเปด็ นวพิทยสุสรืที่อสาร,ดาวเททยมหรรื อแมจ้แตจคอมพพิวเตอรท์ กตด็ าม กลจาวครือ พระองคท์ทรงใหจ้ความสจาคนัญกนับการ นจาเทคโนโลยทสารสนเทศมาใชจ้ใหจ้เกพิดประโยชนท์แทจ้จรพิ งนนันที่ เอง ประโยชนค์ ทยีที่คทำดวพ่ ทำจะไดรู้ รจับ 1. สามารถนจาความรรูจ้ททที่ไดจ้มาใชจ้ในชทวพิตประจจาวนัน 2. ไดจ้รรูจ้ความเปด็ นมาของโครงการฝนหลวง 3. สามารถนจามาประกอบการเรท ยนการสอนในหจ้องเรท ยนไดจ้ 4. ไดจ้เผยแพรจ พระราชกรณท ยกพิจของพระบาทสมเดด็จพระเจจ้าอยรูหจ วนั ใหจ้เปด็ นททที่รรูจ้จกนั ของเยาวชนทนัวที่ ไป


บรรณทำนลกรม Mu Firodendon.(2555). [Flash Animetion] ขนัชนตอนการทจาฝนหลวง ver.2 22 ธ.ค.60 จาก https://www.youtube.com/watch?v=yv3HLpD4vvo กรมฝนหลวงและการบพินเกษตร.(2557). ความเปด็ นมาของโครงการพระราชดจารพิ ฝนหลวง. 22 ธ.ค.60 จาก http://www.royalrain.go.th/royalrain/m/royalinitiativeproject

งานโครงงานคอมฝนหลวง docx  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you