Issuu on Google+

ระบบ เครือข่ าย คอมพิวเตอร์


สมาชิก ในกลุ่ม


นางสาวเพ็ญนภา กกนาค รหัสนักศึกษา 54186012 นักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย หมู่ 1


นางสาววิมล น้อยไทย รหัสนักศึกษา 54186017 นักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย หมู่ 1


นางสาววรรธนพร จีนสกุล รหัสนักศึกษา 54186040 นักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยหมู่ 1


นางสาวลูกปลา บุญญาเจริ ญกูล รหัสนักศึกษา 54186012 นักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย หมู่ 1


เสนอ อาจารย์ สุ จิตตรา จันทร์ลอย อ.Jacky


ความสำาคัญ ของ เครื อข่ายคอมพิวเตอร์


ธรรมชาติมนุษย์ต้องอยูร่ วมกันเป็ นก ลุม่ มีการติดต่อสื่อสารระหว่างกันร่วมกัน ทำางานสร้ างสรรค์สงั คมเพื่อให้ ความเป็ นอยู่ โดยรวมดีขึ ้น พัฒนาการ ทางด้ าน คอมพิวเตอร์ จงึ ต้ องตอบสนองเพื่อให้ ใช้ งาน ได้ ตามความต้ องการ แรกเริ่ มมีการพัฒนา คอมพิวเตอร์ แบบรวมศูนย์


ต่อมามีการพัฒนาไมโครคอมพิวเตอร์ ที่ ทำาให้ สะดวกต่อการใช้ งานส่วนบุคคล จนมี การเรี ยกไมโครคอมพิวเตอร์ ว่า พีซี (Personal Competer:PC)


จนกระทัง่ คอมพิวเตอร์สามารถทำางานร่ วม กันเป็ นกลุ่มได้ ดังนั้นจึงมีการพัฒนาให้ คอมพิวเตอร์ทาำ งานในรู ปแบบ เครือข่ าย คอมพิวเตอร์ คือนำาเอาเครื่ องคอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ่มาเป็ นสถานีบริ การหรื อที่เรี ยก ว่า เครื่ องให้ บริ การ (Server )


และให้ไมโครคอมพิวเตอร์ตามหน่วยงาน ต่างๆ เป็ นเครื่ องใช้บริ การ (Client) โดยมี เครื อข่าย(Network) เป็ นเส้นทางเชื่อมโยง คอมพิวเตอร์จาก จุดต่างๆ


ชนิด ของ เครื อข่าย


การแบ่งประเภทของเครื อข่ายสามารถ แบ่งได้หลายแบบด้วยกัน ซึ่งส่ วนใหญ่นิยม แบ่งตาม ขนาดของเครื อข่าย โดยสามารถ แบ่งออกได้ 3 ประเภท คือ LAN (Local Area Network), MAN (Metropolitan Area Network) และ WAN (Wide Area Network)


1. LAN (Local Area Network) หรื อเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ทอ้ งถิ่นเป็ นเครื อข่าย คอมพิวเตอร์ซ่ ึงเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารที่ อยูใ่ นท้องที่ บริ เวณเดียวกันเข้าด้วยกัน เช่น ภายในอาคาร หรื อภายในองค์การที่มีระยะทางไม่ไกลมากนัก เครื อข่าย แลนจัดได้วา่ เป็ นเครื อข่ายเฉพาะขององค์การ การสร้างเครื อ ข่ายแลนนี้ องค์การสามารถดำาเนินการทำาเองได้ โดยวางสาย สัญญาณสื่ อสารภายในอาคารหรื อภายในพื้นที่ของตนเอง


เครื อข่ายแลน มีต้ งั แต่เครื อข่ายขนาดเล็กที่เชื่อมโยง คอมพิวเตอร์ต้ งั แต่สองเครื่ องขึ้นไปภายในห้องเดียวกันจน เชื่อมโยงระหว่างห้อง หรื อองค์การขนาดใหญ่ ลักษณะสำาคัญ ของเครื อข่ายแลน คืออุปกรณ์ที่ประกอบภายในเครื อข่าย สามารถรับส่ งสัญญาณกันด้วยความเร็ วสูงมาก โดยทัว่ ไปมี ความเร็ วตั้งแต่ หลายสิ บล้านบิตต่อวินาที จนถึงร้อยล้านบิต ต่อวินาที การสื่ อสารในระยะใกล้จะมีความเร็ วในการ สื่ อสารสูง ทำาให้การรับส่ งข้อมูลมีความผิดพลาดน้อยและ สามารถรับส่ งข้อมูลจำานวนมากในเวลาจำากัดได้


โครงสร้ างของระบบเครือข่ าย (Network Topology) แบบ LAN

ในการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าเป็ นระบบเครื อข่าย เฉพาะบริ เวณ (LAN) สามารถออกแบบการเชื่อมต่อกัน ของเครื่ องในเครื อข่าย ให้มีโครงสร้างในระดับกายภาพได้ใน หลายรู ปแบบ ซึ่ งแต่ละรู ปแบบจะมีขอ้ ดีและข้อเสี ยแตกต่าง กันไป ดังนี้


1.โครงสร้ างแบบดาว (Star Topology) เป็ นโครงสร้างที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์แต่ละตัวเข้ากับ คอมพิวเตอร์ศนู ย์กลาง การรับส่ งข้อมูลทั้งหมดจะต้อง ผ่านคอมพิวเตอร์ศนู ย์กลางเสมอ มีขอ้ ดีคือการเชื่อม ต่อคอมพิวเตอร์เครื่ องใหม่สามารถทำาได้ง่ายและไม่ กระทบกระเทือนกับเครื่ องอื่นในระบบเลย แต่ขอ้ เสี ย คือมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสายสูงและถ้าคอมพิวเตอร์ ศูนย์กลางเสี ยระบบเครื อข่ายจะหยุดชะงักทั้งหมดทันที


2. โครงสร้ างแบบบัส (Bus Topology) เป็ นโครงสร้างที่เชื่อมคอมพิวเตอร์แต่ละตัวด้วย สายเคเบิลที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งสายเคเบิลหรื อบัสนี้ เปรี ยบ เสมือนกับถนนที่ขอ้ มูลจะส่ งผ่านไปมาระหว่างแต่ละ เครื่ องได้ตลอดเวลา โดยไม่ตอ้ งผ่านไปที่ศูนย์กลางก่อน โครงสร้างแบบนี้ มีขอ้ ดีที่ใช้สายน้อย และถ้ามีเครื่ องเสี ย ก็ไม่มีผลอะไรต่อระบบโดยรวม ส่ วนข้อเสี ยก็คือตรวจ หาจุดที่เป็ นปัญหาได้ยาก


3.โครงสร้ างแบบแหวน (Ring Network) โครงสร้างแบบนี้ คอมพิวเตอร์หรื ออุปกรณ์จะถูกเชื่อม ต่อเข้ากับสายเคเบิลเส้นเดียวเป็ นวงแหวน การส่ งข้อมูลจะใช้ทิศทางเดียวกันตลอดโดยผ่านเครื่ อง คอมพิวเตอร์ที่อยูถ่ ดั กันไปเป็ นทอด ๆ ถ้าแอดเดรสของมันไม่ ตรงกับผูร้ ับตามที่เครื่ องต้นระบุมา มันก็จะส่ งผ่านไปยัง เครื่ องถัดไป จนกว่าจะถึงเครื่ องปลายคือตรงกับใครเครื่ อง นั้นก็รับ ไม่ส่งต่อ โครงสร้างแบบนี้ มีขอ้ เสี ยคล้าย ๆ กับแบบ บัส คือเมื่อสายเคเบิลช่วงใดช่วงหนึ่งขาดจะทำาให้ท้ งั ระบบใช้ งานไม่ได้


อย่างไรก็ตามเครื อข่ายแบบวงแหวนมักใช้ สายเคเบิลที่มี วงแหวนสำารองที่สามารถส่งข้ อมูลในทิศทางกลับกัน เพื่อเป็ น เส้ นทางสำารองในกรณีที่เครื อข่ายมีปัญหา ซึง่ ราคาแพงพอ สมควร นอกจากนี ้การเพิ่มเครื่ องเข้ าไปในเครื อข่ายจะต้ อง ปิ ดการทำางานของระบบก่อนเช่นเดียวกับแบบบัส เครื อข่าย แบบนี ้ปั จจุบนั ยังใช้ กนั อยู่ โดยเฉพาะในเครื อข่ายของ ผลิตภัณฑ์ในตระกูล IBM ซึง่ โดยมากจะเป็ นการเชื่อมต่อ เครื่ องเมนเฟรมหรื อมินิคอมพิวเตอร์


2. MAN (Metropolitan Area Network) ระบบเครือข่ายเมือง เป็น เน็ตเวิรก ์ ทีจ ่ ะต้องใช้โครงข่าย การสื่อสารขององค์การโทรศัพท์ หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย เป็นการติดต่อกันในเมือง


3.WAN (Wide Area Network) เป็ นเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ใน ระยะไกล เช่น เชื่อมโยงระหว่างจังหวัด ระหว่างประเทศ การสร้างเครื อข่ายระยะไกล จึงต้องอาศัยระบบบริ การข่าย สายสาธารณะ เช่น สายวงจรเช่าจากองค์การโทรศัพท์แห่ง ประเทศไทยหรื อจากการสื่ อสารแห่งประเทศไทย ใช้วงจร สื่ อสารผ่านดาวเทียม ใช้วงจรสื่ อสารเฉพาะกิจที่มีให้บริ การ แบบสาธารณะ เครื อข่ายแวนจึงเป็ นเครื อข่าย ที่ใช้กบั องค์การที่มีสาขาห่างไกลและต้องการเชื่อมสาขาเหล่านั้นเข้า ด้วยกัน


เครื อข่ายคอมพิวเตอร์ มีบทบาทที่ สำาคัญต่อ หน่วยงานต่างๆ


1. ทำาให้ เกิดการทำางานร่วมกันเป็ นกลุม่ และสามารถทำางานพร้ อมกัน 2. ให้ สามารถใช้ ข้อมูลต่างๆ ร่วมกัน ซึง่ ทำาให้ องค์การได้ รับประโยชน์มากขึ ้น 3. ทำาให้ ลดต้ นทุน เพราะการลงทุน สามารถลงทุนให้ เหมาะสมกับหน่วยงานได้


4. ทำาให้ สามารถใช้ ทรัพยากรได้ ค้ มุ ค่า เช่น ใช้ เครื่ องประมวลผลร่วมกัน แบ่งกันใช้ แฟ้ม ข้ อมูล ใช้ เครื่ องพิมพ์ และอุปกรณ์ที่มีราคา แพงร่วมกัน


ประโยชน์ ของ ระบบเครือข่ าย คอมพิวเตอร์


การแลกเปลี่ยนข้ อมูลทำาได้ ง่าย โดยผู้ใช้ ในเครื อข่ายสามารถที่จะดึงข้ อมูล จากส่วนกลาง หรื อข้ อมูลจากผู้ใช้ คนอื่นมาใช้ ได้ อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เหมือนกับการดึงข้ อมูล มาใช้ จากเครื่ องของตนเอง และนอกจากดึงไฟล์ ข้ อมูลมาใช้ แล้ ว ยังสามารถคัดลอกไฟล์ไปให้ ผ้ ู อื่นได้ อีกด้ วย


ใช้ ทรัพยากรร่ วมกันได อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเครื อข่ายนั้น ถือว่าเป็ นทรัพยากรส่ วนกลางที่ผใู ้ ช้ในเครื อข่ายทุก คนสามารถใช้ได้โดยการสัง่ งานจากเครื่ อง คอมพิวเตอร์ของตัวเองผ่านเครื อข่ายไปยังอุปกรณ์ นั้น เช่น มีเครื่ องพิมพ์ส่วนกลางในเครื อข่าย เป็ นต้น ซึ่งทำาให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ดว้ ย


ใช้ โปรแกรมร่ วมกัน ผู้ใช้ ในเครื อข่ายสามารถที่จะรันโปรแกรมจาก เครื่ องคอมพิวเตอร์ สว่ นกลาง เช่น โปรแกรม Word, Excel, Power Point ได้ โดย ไม่จำาเป็ นจะต้ องจัดซื ้อโปรแกรม สำาหรับ คอมพิวเตอร์ ทกุ เครื่ อง เป็ นการประหยัดงบ ประมาณในการจัดซื ้อ และยังประหยัดเนื ้อที่ใน หน่วยความจำาด้ วย


ทำางานประสานกันเป็ นอย่ างดี ก่อนที่เครื อข่ายจะเป็ นที่นิยม องค์กรส่ วนใหญ่จะ ใช้คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ เช่น เมนเฟรม หรื อมินิคอมพิวเตอร์ ในการจัดการงาน และ ข้อมูลทุกอย่างในองค์กร แต่ปัจจุบนั องค์กร สามารถกระจายงานต่าง ๆ ให้กบั หลาย ๆ เครื่ อง แล้วทำางานประสานกัน เช่น การใช้เครื อข่ายใน การจัดการระบบงานขาย


โดยให้เครื่ องหนึ่งทำาหน้าที่จดั การการเกี่ยว กับใบสัง่ ซื้อ อีกเครื่ องหนึ่งจัดการกับระบบ สิ นค้าคงคลัง เป็ นต้น



ระบบเครือข่าย