Page 1

Free Copy

www.transport.co.th

ปีที่ 9 ฉบับที่ 99 เดือนพฤศจิกายน 2559

Vol.9 No.99 November 2016

เที่ยวตามรอยพ่อ...

ป่าสนวัดจันทร์ ณ โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่

www.busbuddythailand.com


ธ ทรงเป็นพ่อหลวงมหาราช เป็นนักปราชญ์ผู้ทรงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นตัวอย่างให้ชาวไทยต้องรักสามัคคีกัน ดุจเทพเทวัญที่สวรรค์ส่งลงมา บัดนี้แล้วถึงเวลาต้องลาลับ ท่านทรงกลับสรวงสวรรค์เหนือชั้นฟ้า ทิ้งไว้เพียงความอาลัยรอยน้ำ�ตา ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอกราบบังคมทูลลาองค์พระมหาราชาของชาวไทย

ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม รำ�ลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ขนส่ง จำ�กัด และคณะผู้จัดทำ�นิตยสารคู่หูเดินทาง


ภาพปัจจุบันของป่าสนวัดจันทร์ ตุลาคม ๒๕๕๙

04 คู่ หู เ ดิ น ท า ง


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จโครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๗

ภาพจาก องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้

คู่ หู เ ดิ น ท า ง 05


คู่หูพาเที่ยว

กับ รุ่นใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ เรื่อง / ภาพ : กองบรรณาธิการ

เที่ยวตามรอยพ่อ...

ป่าสนวัดจันทร์ ณ โครงการหลวง บ้านวัดจันทร์ จ.เชียงใหม่

แม้หนทางจะไกลสักเพียงไหน... เส้นทางจะทุรกันดารสักเท่าไหร่... แต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสดับรับฟั งถึงความเดือนร้อนของประชาชนแล้ว พระองค์ทา่ นก็จะ รีบเสด็จไปทันที เพื่อหาแนวทางแก้ไขปั ญหาต่างๆ ให้ประชาชนในผืน แผ่นดินของท่านได้อยู อ่ ย่างมีความสุขกาย สุขใจ ในวิถชี ี วติ ที่พอเพียง เลีย้ งดูตนเองได้ นี่คงเป็นที่มาของค�ำว่า “พ่อของแผ่นดิน” เช่นเดียวกับที่ ป่าสนวัดจันทร์ อ�ำเภอกัลยาณิวฒั นา จังหวัดเชียงใหม่ ในครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชด�ำเนินเยี่ยมราษฎรที่บ้านวัด จันทร์ และหมู่บ้านใกล้เคียง เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2522 ทรงพบว่า ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ยากล�ำบาก ประชากร ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาชนเผ่ากะเหรี่ยง โดยท�ำนาใน พื้นที่ลุ่มระหว่างหุบเขา มีการถางป่าท�ำไร่เลื่อนลอยในที่ ดอน เส้นทางคมนาคมไม่เอื้ออ�ำนวยต่อการด�ำรงชีวิต ด้อย โอกาสทางการศึกษาและสุขภาพอนามัย และผลผลิตข้าวก็ มีไม่พอเพียงส�ำหรับการบริโภค แต่หมู่บ้านอยู่ในสภาพแวดล้อม ซึ่งอุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้ที่ยังคงสภาพ

สมบูรณ์ จึงทรงมีพระกระแสรับสั่งให้ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ผู้อ�ำนวยการโครงการหลวง หาทางช่วยเหลือราษฎร ต�ำบล บ้านจันทร์ โดยให้ค�ำนึงถึงการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมไว้ด้วย องค์ผู้อ�ำนวยการโครงการหลวงได้น�ำพระราชกระแสรับสั่งหารือกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการ

06 คู่ หู เ ดิ น ท า ง


หลวงบ้านวัดจันทร์ อ.อ.ป. หรือ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เป็นหนึ่งใน คณะกรรมการจัดตั้งโครงการหลวงได้เข้าไปดูแลพื้นที่ในส่วนป่าสนของ โครงการ สอนให้ชาวบ้านปลูกป่า 3 อย่างเพื่อประโยชน์ 4 อย่าง รวมถึงการปลูกป่าทดแทน และปลูกเสริมป่าสนเพื่อให้เกิดความ หนาแน่นและเพิม่ ความชุม่ ชืน้ ให้กบั แหล่งต้นน�ำ้ โดยมีพระราชด�ำรัส เกี่ยวกับการปลูกป่าตอนหนึ่งความว่า “...การปลูกป่า 3 อย่าง แต่ให้ ประโยชน์ 4 อย่าง ซึง่ ได้ไม้ผล ไม้สร้างบ้าน และไม้ฟนื นัน้ สามารถให้ ประโยชน์ได้ถึง 4 อย่าง คือ นอกจากประโยชน์ในตัวเองตามชื่อแล้ว ยังสามารถให้ประโยชน์อนั ที่ 4 ซึง่ เป็นข้อส�ำคัญ คือ สามารถช่วยอนุรกั ษ์ดนิ และต้นน�้ำล�ำธารด้วย...” ปัจจุบนั ชาวบ้านในพืน้ ทีม่ คี วามเป็นอยูท่ ดี่ ขี นึ้ การเพาะปลูกข้าวก็มพี อ เพียงส�ำหรับการบริโภคตลอดทัง้ ปี มีอาชีพเสริมด้วยการทอผ้า การกสิกรรม เลี้ยงวัวเพื่อน�ำไปขาย และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น รวมถึงชาวบ้านบางคนก็มีอาชีพเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวด้วยการปลูก คู่ หู เ ดิ น ท า ง 07


ผักและผลไม้ตา่ งๆ ส่งให้โครงการหลวง ท�ำให้มเี งินส่งลูกหลานเรียนหนังสือ สูงขึ้น มีความรู้ที่ดีขึ้น เพื่อน�ำมาพัฒนาชุมชนให้เจริญก้าวหน้าต่อไป... โครงการหลวงในพระราชด�ำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมพิ ลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ มีกว่า 4,000 โครงการ ซึง่ แต่ละโครงการจะเป็น โครงการต้นแบบในการด�ำเนินชีวิตอย่างพอเพียง ให้เราได้อยู่กับธรรมชาติ อย่างพึง่ พาอาศัยกันเพือ่ ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้และสายนำ�้ อย่างยัง่ ยืน เปรียบเสมือนพระองค์ทา่ นได้ทรงปลูกต้นไม้ไว้ให้พวกเราชาวพสกนิกรชาว ไทยได้ช่วยกันรดน�้ำ พรวนดิน ดูแลต้นไม้ของพ่อให้เจริญงอกงามอยู่สืบต่อ ไปจนชั่วลูกชั่วหลาน

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554” อีกด้วย) ภูมิประเทศโดยส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เขาสูงชัน สลับ กับพื้นที่ราบบางช่วง อยู่สูงจากระดับน�้ำทะเลปานกลาง 900-1,200 เมตร อุดมสมบูรณ์ดว้ ยป่าสนและป่าเต็งรัง ทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันออก ติดกับ อ�ำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนทิศตะวันตก ติดต่อกับอ�ำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮอ่ งสอน อุณหภูมติ ำ�่ สุดอยูท่ ปี่ ระมาณ 4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิ สูงสุด 37 องศาเซลเซียส โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 19 องศาเซลเซียส การเดินทางมาทีน่ มี่ าได้สองเส้นทางคือ เส้นทางอ�ำเภอปาย-วัดจันทร์ ระยะทาง 160 กิโลเมตร ถนนดีตลอดเส้นทาง ส่วนอีกเส้นทาง คือ อ�ำเภอ

คู่หูเดินทางฉบับนี้จะของพาท่านผู้อ่านมาเดินทางท่องเที่ยวตามรอย พระยุคลบาท สัมผัสป่าสนต้นแบบที่อุดมสมบูรณ์และมีขนาดพื้นที่ที่ใหญ่ ที่สุดในประเทศที่ โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ ตั้งอยู่ที่ ต�ำบลบ้านจันทร์ อ�ำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ (อ�ำเภอกัลยาณิวัฒนา เป็น อ�ำเภอที่ 878 ของประเทศไทย เป็นการแบ่งเอา 3 ต�ำบลของ อ�ำเภอแม่แจ่ม ได้แก่ ต�ำบลแจ่มหลวง ต�ำบลบ้านจันทร์ และ ต�ำบลแม่แดด ซึง่ อยู่ในพืน้ ทีห่ า่ งไกล การเดินทางสัญจรติดต่อ ราชการล�ำบาก แยกออกมาเป็นอ�ำเภอใหม่ และอ�ำเภอนีย้ งั เป็น อ�ำเภอทีก่ ระทรวงมหาดไทยได้ก�ำหนดให้เป็น “โครงการอ�ำเภอ กัลยาณิวัฒนา เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

สะเมิง -วัดจันทร์ ระยะทาง 154 กิโลเมตร เส้นทางนี้มีรถ สองแถวประจ�ำทางผ่าน มีทางลาดยางสลับกับดินแดงบ้าง บางช่วง ไม่เหมาะกับรถเล็ก (รถกระบะและรถมอเตอร์ ไซด์ ขับได้) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง

08 คู่ หู เ ดิ น ท า ง


ครั้งนี้เราเลือกใช้เส้นทางสายสะเมิง-วัดจันทร์ เพราะทางเจ้าหน้าที่ อ.อ.ป. แนะน�ำว่าใกล้กว่า ทางค่อนข้างดีขึ้นกว่าก่อน ขับเลาะเขาเลี้ยวซ้าย โค้งขวาไปเรื่อยๆ ชมวิวทิวเขา ขับผ่านหมู่บ้านต่างๆ ชมแปลงสตรอเบอรรี่ ขนาดใหญ่ที่ปลูกตามพื้นที่ไหล่เขาของชาวบ้านที่ต�ำบลบ่อแก้ว เพื่อเตรียม ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาว ตลอดเส้นทางก็จะเห็นต้นสนสอง ใบสามใบขึ้นอยู่เป็นระยะ จนมาเจอกับจุดชมวิวแบบพาโนรามาเห็นวิวเขา แบบสุดลูกหูลูกตา เป็นสัญลักษณ์ว่ามาถึงได้ครึ่งทางแล้ว ขับตรงตามทางไปเรือ่ ยๆ จะเจอสามแยกให้เลีย้ วขวาตรงวัดจันทร์และ ขับตรงไปอีกประมาณ 5-6 กิโลเมตรก็จะถึง โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ อ.อ.ป. อยูท่ างด้านซ้ายมือ สถานทีส่ วย สะอาด บรรยากาศดีสดุ ๆ เหมาะแก่ การพักผ่อนเอนกายนอนดูธรรมชาติแบบสโลว์ไลฟ์ จุดเด่นภายในโครงการ หลวงบ้านวัดจันทร์แห่งนี้คือ บริเวณอ่างเก็บน�้ำห้วยอ้อ ที่ในยามเช้าจะมีไอ หมอกลอยละล่องเป็นละอองสีขาวปกคลุมไปทัว่ พืน้ ที่ ในอุณหภูมทิ เี่ ย็นสบาย ประมาณ 18 องศาเซลเซียส พร้อมแนวทิวสนสองใบตลอดทางเดินก่อนถึง สันอ่างเก็บน�้ำ เมื่อมองลงมาจากด้านบนจะเห็นบ้านฉางตั้งอยู่กลางทุ่งนาสี เขียวขจี รวงข้าวท้องแก่สีเหลืองทองพร้อมรอการเก็บเกี่ยว บริเวณทางด้านขวามือจากทางเข้าด้านหน้าจะเป็นแนวต้นเมเปิ้ล ใน ช่วงเดือนธันวาคมใบเมเปิล้ จะเริม่ เปลีย่ นสีเป็นสีแดง ให้บรรยากาศทีส่ วยงาม ไปอีกแบบ และถ้าใครมาในช่วงทีจ่ งั หวะดี อากาศหนาวได้ที่ ก็มโี อกาสได้ชม ดอกนางพญาเสือโคร่งเป็นของแถมอีกด้วย คู่ หู เ ดิ น ท า ง 09


• คุณป้าเกตมณี วรายอ เคยรับเสด็จในหลวงเมื่อปี พ.ศ.2527 ตอนนั้นอายุ 10 ขวบ

ต้นไม้ ดอกไม้ การจัดวางตกแต่งสถานที่ เป็นไปอย่างลงตัว มองไปทางไหนก็เห็นแต่ ความชุ่มชื่นของธรรมชาติ บริเวณฝั่งตรงข้าม กับส�ำนักงานเป็นร้านขายของที่ระลึก โดยฝีมือ ของชาวปกากะญอ งานแฮนด์เมดที่ท�ำมาจากใจ โดยใช้ต้นสนที่ล้มตามธรรมชาติมาขัดเกลาแกะสลักให้ เป็นของขวัญของฝากที่น่าซื้อหาอย่างยิ่ง บางชิ้นเป็นงานถัก งานทอ โดย ใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นมาประกอบเพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ โดยมีบ้านพักให้บริการหลายหลัง สะดวกสบาย มีเครื่องท�ำน�้ำอุ่นและ เครือ่ งนอน ไม่มแี อร์ มีแต่พดั ลม อากาศเย็นสบายตลอดปี มีจดุ กางเต้นท์

• ชุดพื้นเมืองของหญิงสาวที่แต่งงานแล้ว

• ชุดสีขาวเผ่าปกากะญอใส่ได้เฉพาะผู้หญิงที่ยังบริสุทธิ์เท่านั้น

ให้บริการส�ำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ค่าธรรมเนียมกางเต็นท์คนละ 50 บาทต่อคืน แต่ต้องเตรียมเต้นท์มาเอง และมีร้านอาหารรับรองส�ำหรับผู้ที่สั่งจองไว้เท่านั้น หากท่านใดสนใจต้อง แจ้งความจ�ำนงไว้พร้อมการจองเข้าพัก เพื่อการจัดเตรียมได้อย่างทั่วถึง ที่ ส�ำคัญอาหารอร่อย คุ้มค่า คุ้มราคา! สอบถามรายละเอียดและจองห้องพัก ได้ที่ โทร. 053-249349 หรือ www.fio.co.th 10 คู่ หู เ ดิ น ท า ง


สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ • ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์

เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรวัดจันทร์ ชมแปลงผักปลอด สารพิษ การปลูกผลไม้เมืองหนาว บ๊วย พลับ พลัม สาลี และอื่นๆ เช่น ฟักทอง เมล่อนญี่ปุ่น อโวคาโด้ ฯลฯ แปลงปลูกต้นกล้าต่างๆ ตามฤดูกาลเพื่อน�ำไปแจกจ่ายต่อเกษตรกรในโครงการหลวง พืช ผลผลิตที่นี่จะถูกน�ำไปส่งต่อที่ศูนย์ผลิตผลโครงการหลวงแม่เหี๊ยะ เพื่อจ�ำหน่ายต่อไป ภายในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ มีบริการบ้านพัก และพื้ น ที่ ส�ำหรั บ กางเต้ น ท์ สอบถามรายละเอี ย ดเพิ่ ม เติ ม โทร. 084-365 5405, 053-215981, 053-216433 • อ่างอนุรักษ์พันธุ์ปลาห้วยบ้านร้าว (น�้ำออกรู)

ตัง้ อยู่ในบริเวณทีป่ ฏิบตั ธิ รรมต้นน�ำ้ (ว.จ.) เป็นสถานทีอ่ นุรกั ษ์พนั ธุป์ ลาพืน้ เมือง ปลาพลวงท้องถิ่น ที่มีลักษณะเกล็ดสวย ตัวใหญ่ สีฟ้าอมน�้ำเงิน โดยมีกฎระเบียบใน การเที่ยวชมดังนี้ ห้ามจับปลาด้วยวิธีการใดๆ ทั้งสิ้น ห้ามให้อาหารปลาด้วยอาหาร ส�ำเร็จรูปหรืออาหารเม็ด ห้ามลงเล่นน�้ำ-ส่งเสียงดัง ห้ามทิ้งขยะทุกชนิด และห้ามน�ำ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดมาดื่มในบริเวณนี้ บริเวณนี้เป็นเขตของสงฆ์จึงมีความ ร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะแก่การมานั่งพักผ่อนหย่อนใจใกล้ชิดธรรม และที่ส�ำคัญ บริเวณนี้ยังเป็นแหล่งต้นน�้ำส�ำหรับเอาไว้ใช้สอยของคนในหมู่บ้านวัดจันทร์อีกด้วย

คู่ หู เ ดิ น ท า ง 11


• วัดจันทร์

เป็นวัดเก่าแก่สร้างมานานกว่า 300 ปีแล้ว มีความโดดเด่น คือ วิหาร แว่นตาด�ำ ลักษณะคล้ายคนสวมแว่นตาด�ำอยู่หน้าวิหาร สร้างมาประมาณ 80 ปี โดยช่างชาวกะเหรี่ยงหรือชาวปกากะญอ โดยเหตุผลที่ว่าเพราะวิหาร หันหน้าไปทางทิศตะวันออก พื้นวิหารเทพื้นปูน ฝาวิหารด้านข้างฉาบปูน ส่วนประตูด้านหน้าวิหารรวมทั้งจั่ววิหารด้านหน้าส่วนหนึ่งได้ท�ำด้วยแผ่น ไม้สกั ปิดบังแสงแดดไว้หมด ขณะนัน้ ช่างเห็นว่าหากปิดด้านหน้าวิหารหมด จะไม่มีแสงแดดให้แสงสว่างในวิหารได้ จึงมีเจตนาว่าจะเปิดด้านหน้าวิหาร บริเวณจัว่ ให้แสงแดดส่องเข้ามาข้างในวิหารได้บา้ ง จึงเจาะแผ่นไม้บางส่วน

ของจั่วออก โดยช่างตั้งใจจะท�ำให้เหมือนดวงตา แต่พอท�ำเสร็จมีลักษณะ คล้ายแว่นตาจึงปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้น เมื่อก่อนไม่ได้มีการน�ำกระจกมา สวมใส่แต่อย่างใด แต่เป็นห่วงทรัพย์สินในวิหารที่มีพระประธานเป็นพระ สิงห์ 3 อายุกว่า 300 ปี และพระพุทธรูปองค์อื่นๆ อีกจ�ำนวนมาก กลัวว่า จะสูญหาย ต่อมาจึงน�ำกระจกกรองแสงสีด�ำมาติดอีกครั้งหนึ่ง จึงเป็นที่มา ของ “วิหารสวมแว่นตาด�ำ” และอีกหนึ่งสิ่งที่สร้างความประทับใจน่าจดจ�ำไม่รู้ลืมก็คือ ภาพถ่าย ครั้งเมื่อปี พ.ศ.2527 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินนี าถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ เสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงถวายสิ่งของแก่พระภิกษุสงฆ์และ สามเณร ณ อาศรมพระธรรมจาริกบ้านจันทร์ บริเวณด้านหลังพระวิหารจะเป็นองค์พระธาตุสีขาว ส่วนบริเวณด้าน ข้างจะเป็นโบสถ์ไม้สักทอง ด้านในมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีขาวซึ่งเป็นพระ ประธานประดิษฐานอยู่ 12 คู่ หู เ ดิ น ท า ง


การเดินทางไปโครงการหลวงบ้านวัดจันทร์

โดยรถโดยสารสาธารณะ

• จุดชมวิวพระธาตุ

เป็นจุดชมวิวมุมสูงที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านวัด จันทร์ และอ�ำเภอกัลยาณมิตรได้แบบกว้างไกล ซึ่งตั้งอยู่ไม่ ไกลจากวัดจันทร์มากนัก มีป้ายทางขึ้นบอกไว้ทางด้านซ้ายมือ เส้นทางลาดชันเล็กน้อย ทางทีด่ คี วรใช้รถกระบะเพือ่ ความชัวร์ ขึน้ ไปประมาณ 1 กิโลเมตร เราก็จะได้เห็นเจดีย์สีขาว เรียกว่า โคว่โพหลู่ แปลว่า พระธาตุบนภูเขา สันนิษฐานว่าสร้าง ขึ้นมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวร ครั้งเมื่อมาตั้งทัพ ณ บริเวณนี้ ปัจจุบันได้มีการบูรณะ ปรับปรุง และส่งเสริมให้เป็นจุดท่องเที่ยวที่ส�ำคัญอีกจุดหนึ่งของบ้านวัดจันทร์ เมื่อยืน บริเวณทางเดินจุดชมวิวด้านนอก แล้วมองออกไปด้านล่างจะเห็นภาพบ้านเรือนเป็นกลุ่ม ก้อน แนวทุ่งป่าสน ต้นไม้น้อยใหญ่ ทุ่งนาสีเหลืองทอง... พร้อมแล้วก็ยกมือขึ้น สูดลม หายใจเข้าไปให้เต็มปอด โอว้! นีค่ อื สุดยอดของการฟอกปอดอย่างแท้จริง สบายตา สบายใจ อย่างบอกไม่ถกู และในช่วงยามเย็น พระอาทิตย์เริม่ อัสดง จุดนีก้ ถ็ อื ว่าเป็นจุดไฮไลท์โบกมือ ลาพระอาทิตย์ที่สวยงามอีกจุดหนึ่งเช่นกัน การใช้ชวี ติ แบบใกล้ชดิ ธรรมชาติ มีวถิ ชี วี ติ แบบพอเพียง พึง่ พาอาศัยสิง่ แวดล้อมรอบ ตัวอย่างพอประมาณ พอมีกนิ พอมีใช้ มีอาชีพทีส่ จุ ริตเลีย้ งดูครอบครัวได้อย่างไม่ขดั สน และ ไม่เบียดเบียนผูอ้ นื่ นีค่ อื สิง่ ทีพ่ ระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ได้ ทรงสอนให้พวกเราน�ำปรัชญานีม้ าปรับใช้ในการด�ำเนินชีวติ แบบพอเพียง และเพียงพอ

คู่ หู เ ดิ น ท า ง 13

มีรถโดยสารของบริษทั ขนส่ง จ�ำกัด (บขส.) เส้นทาง กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสาร กรุงเทพฯ (จตุจักร) ทุกวัน สอบถามรายละเอียดตาราง เดินรถได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. จากนั้ น ต่ อ รถสองแถวสี เ หลื อ งสายเชี ย งใหม่ สะเมิง-วัดจันทร์ สามารถขึ้นรถสองแถวได้ที่ บขส. (ช้างเผือก) ราคาคนละ 180 บาท ใช้เวลาเดินทางขึ้น ไปประมาณ 6 ชั่วโมง (วันละ 2 เที่ยว)

โดยรถส่วนตัวมี 2 เส้นทาง

• เส้นทางแรก ทางหมายเลข 107 ตรงตลาดแม่ มาลัยเลี้ยวซ้าย หรือใช้เส้นทางหลักหมายเลข 1095 (ตลาดแม่มาลัย - ปาย) และก่อนถึงอ�ำเภอปายประมาณ 13 กิโลเมตร ตรงด่านป่าไม้ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปยังเส้น ทางหมายเลข 1265 ตรงป้ายบอกทาง เข้าบ้านวัดจันทร์ ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร รวมระยะทาง 160 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง • เส้นทางที่สอง สามารถเดินทางจากทางหลวง หมายเลข 107 (แม่ริม-สะเมิง-บ่อแก้ ว-วั ดจั น ทร์ ) สามารถเดินทางจากทางหลวงหมายเลข 107 เข้าอ�ำเภอ แม่รมิ แล้วมุง่ ไปยังทางหลวงหมายเลข 1096 ผ่านอ�ำเภอ สะเมิงไปบ้านแม่สาบ บ้านบ่อแก้ว แจ่มน้อย และเข้า หมู่บ้านวัดจันทร์ จากหมู่บ้านไปทางเส้นทางวัดจันทร์ ปายประมาณ 3 กิโลเมตร โครงการฯ จะอยู่ทางซ้ายมือ ของท่าน รวมระยะทาง 154 กิโลเมตร เส้นทางลูกรังสลับ ยางด�ำ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง


ทักทาย เมือ่ วันที่ 13 ตุลาคมทีผ่ า่ นมา ดุจดัง่ วันมหาวิปโยคของชาวไทย น�ำ้ ตาหลัง่ ไหลท่วมนองเต็มผืนหน้า เมือ่ มีประกาศจากส�ำนักพระราชวัง ถึงการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ หัวใจคนไทยทัง้ ประเทศแทบแตกสลาย การจากไปของ พระองค์ท่านเปรียบเสมือนฝันร้ายที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นจริง แต่ด้วยสัจธรรมของชีวิต ทุกคนย่อมมีวันนี้อย่างหนีไม่พ้น การนัง่ ดูพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระองค์ทา่ น ตัง้ แต่ทรงขึน้ ครองราชย์จวบจนปัจจุบนั นี้ กว่า 70 ปี ท�ำให้เราได้ยงิ่ รับรูถ้ งึ ความห่วงใย ในพสกนิกรของพระองค์ทา่ น ปรัชญาค�ำสอน และพระราชด�ำรัสตามวาระโอกาสต่างๆ ทีพ่ ระองค์ทา่ นได้ทรงตรัสไว้ เปรียบเสมือนหลักธรรมใน การด�ำเนินชีวติ หากเราได้นอ้ มน�ำหลักค�ำสอนต่างๆ มาปรับใช้ นัน่ ย่อมเป็นการแสดงความอาลัยและความจงรักภักดีวา่ เราจะเดินตามรอยเท้า ของพ่อในทุกย่างก้าวอย่างมีสติ คูห่ เู ดินทางฉบับนี้ ขอน้อมร�ำลึกในพระมหากรุณาธิคณุ ของพระองค์ทา่ นอย่างหาทีส่ ดุ มิได้ ขอน�ำเสนอเรือ่ งราวหนึง่ ในโครงการหลวง บ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวฒั นา จ.เชียงใหม่ ชมความอุดมสมบูรณ์ของป่าสนต้นแบบ และวิถชี วี ติ แบบเรียบง่ายและพอเพียงของชนเขาเผ่า ปกากะญอ ทีค่ รัง้ หนึง่ พระองค์ทา่ นได้ทรงเสด็จไปเยือน ท้ายนี้ ผมขอเป็นตัวแทนของคณะผูบ้ ริหาร และพนักงาน บริษทั ขนส่ง จ�ำกัด รวมถึงคณะผูจ้ ดั ท�ำนิตยสารคูห่ เู ดินทาง ขอปฏิญาณตน ว่า “เราจะเป็นลูกทีด่ ี รูร้ กั สามัคคี เพียรท�ำความดี เดินตามแนวทางทีพ่ อ่ หลวงสอนไว้ตลอดไปครับ” พลต�ำรวจเอก

(อ�ำนาจ อันอาตม์งาม) กรรมการบริษทั ฯ รักษาการแทน กรรมการผูจ้ ดั การใหญ่ บริษทั ขนส่ง จ�ำกัด

สารบัญ 6 คู่หูพาเที่ยว

: เทีย่ วตามรอยพ่อ... ป่าสนวัดจันทร์ ณ โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ จ.เชียงใหม่

15 บขส.อินไซด์ 16 บขส.อัพเดท

20 ข่าวรายทาง 21 เล่าสู่กันฟั ง 22 รอบรูร้ อบโลก : เข้าชมพิพธิ ภัณฑ์ฟรี

26 เคล็ดลับความงาม

24 มุมสุขภาพ : ป้องกันเชือ้ โรคง่ายๆ

30 สกู๊ปพิเศษ : โครงการชัง่ หัวมัน

ทัว่ ประเทศ

ด้วยการล้างมือ

คุณสามารถอ่าน นิตยสารคู่หูเดินทาง

ในรูปแบบ E-Magazine ได้งา่ ยๆ เพียง ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ของ BookSmile และ AIS Bookstore มาไว้ทสี่ มาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตของคุณ ใช้ได้ทงั้ ระบบ Android และ ios

: เทคนิคการโกนขนขา ให้เรียบเนียนแบบมือโปร

29 คู่หูดูดวง

: 15 พ.ย. – 14 ธ.ค. 2559

ตามพระราชด�ำริ

Lifestyle Magazine

FREE MAGAZINE

ประธานที่ปรึกษา พล.ต.อ.อ�ำนาจ อันอาตม์งาม รองประธานที่ปรึกษา วราภรณ์ ซึงตระกูล, ระพิพรรณ วรรณพินทุ คณะที่ปรึกษา ศิรชิ ยั ทิพสน, ชนิดา สมานจิตร, ชรัณทรรธน์ ศรีหยัดแย้ม, สมภพ แสงทินกร, ชสิช ประภาสเพ็ญ, รพีพัฒน์ สิงหนาท, พรทิพย์ ทองประเสริฐ, พิชญ์สินี พงศ์แสนยากร, เรวดี ช่วยดิษฐ์, นิมนต์ พันกะหรัด, ณัฐมล ชูเชิด, ปัญญา ใจสว่าง ฝ่ ายบริหาร มณฑกาล คงมั่น, สุรนิ ทร์ ทองห่อ กองบรรณาธิการ ชญานี อนุรกั ติพนั ธุ,์ ธันวา หยาง บรรณาธิการศิลปกรรม สุรนิ ทร์ ทองห่อ ศิลปกรรม ภาคภูมิ สุดเอือ้ ม เว็บไซต์ วริษฐ์ ทัง่ บุญ ฝ่ ายธุรการ วราวุธ สุวรรณเทพ ฝ่ ายภาพ ธันวา หยาง, s88 ผู อ้ ำ� นวยการฝ่ ายโฆษณาและการตลาด นิยารินทร์ ฐานุธรรมพงศ์ ฝ่ ายโฆษณาและการตลาด วรวุฒิ เลิศวิทย์วรเทพ, ธุชรัตน์ ทองสวัสดิ,์ วรร เพ็ชรวารี, จีระพงษ์ ศุขโข

สมัครสมาชิ กนิตยสารคู่หูเดินทาง จ่ายเพียงค่าจัดส่ง 250 บาท (1 ปี 12 ฉบับ) วิธีสมัครสมาชิ ก โอนเงินเข้าบัญชีในนาม บริษัท เอ็ม เจ มีเดีย จ�ำกัด ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา ส�ำนักรัชโยธิน ประเภทบัญชี ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 111-291870-5 แล้วส่งใบโอนเงิน พร้อมชื่อ ที่อยู่ และเบอร์ติดต่อกลับมาที่ แฟ็กซ์. 0-2171-1536 สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-1814-0028

เจ้าของคู่หูเดินทาง บริษัท เอ็มเจ มีเดีย จ�ำกัด ฝ่ายโฆษณา 09-2265-2442 499/87 ถนนหทัยราษฎร์ แขวงสามวาตะวันตก ฝ่ายบัญชี อุไรภรณ์ เลิศส�ำราญ เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร. 08-1821-2287, 0-2889-5664 โทรศัพท์ 0 2171 1535 โทรสาร 0 2171 1536 ฝ่ายสมาชิก 08-1814-0028 MJ Media Company Limited อีเมล : mjmedia2008@yahoo.com 499/87 Hathairat Road, Sam Wa Tawantok, เว็บไซต์ www.busbuddythailand.com Khlong Sam Wa, Bangkok 10510 พิมพ์ที่ Print City, UN Global Compact Partcipant

• ข้อเขียนและรูปภาพในนิตยสารคู่หูเดินทางสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย หากต้องการน�ำไปเผยแพร่หรือท�ำซ�้ำ

ไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด ต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท เอ็มเจ มีเดีย จ�ำกัด ก่อนทุกครั้ง Where to Find พบนิตยสารคูห่ เู ดินทางได้เป็นประจ�ำที่ บนรถโดยสารปรับอากาศ ช่องจ�ำหน่ายตัว๋ และจุดประชาสัมพันธ์ ของ บริษทั ขนส่ง จ�ำกัด (บขส.) ณ สถานี ขนส่งกรุงเทพฯ (จตุจกั ร), สถานีขนส่งสายใต้ใหม่, สถานีขนส่งเอกมัย, สถานีเดินรถสุวรรณภูมิ และสถานีบริการของ บขส. อีกกว่า 100 แห่งทัว่ ประเทศ, ร้านกาแฟ คาเฟดิโอโร่ ทุกสาขา, ร้านกาแฟ 94°coffee ทุกสาขา, ร้านกาแฟ คาเฟ่ดอยตุง ทุกสาขา, ร้านกาแฟ คาเฟ่อเมซอน และห้องสมุดมหาวิทยาลัย ชัน้ น�ำทัว่ ประเทศ ฯลฯ

สิ่งพิมพ์นี้ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต 21.17% ่ หู บเ ผิดิ ดนชอบต่ ท า ง อสิ่งแวดล้อม” เครื่องหมายรับรอง “งานพิมพ์ส14ีเขียคูวรั


เรื่อง : ชสิช ประภาสเพ็ญ

บขส.จัดพิธีลงนามน้อมเกล้าถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช พลต�ำรวจเอกอ�ำนาจ อันอาตม์งาม กรรมการบริษทั ฯ รักษาการแทน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จ�ำกัด เป็นประธาน พร้อม คณะผู้บริหารและพนักงาน ลงนามน้อมเกล้าถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช เพือ่ ร�ำลึกในพระมาหากรุณาธิคณุ หาทีส่ ดุ มิได้ ณ บริเวณชัน้ 1 อาคารสถานีขนส่งผูโ้ ดยสารกรุงเทพฯ (จตุจกั ร)

บขส.ร่วมพิธีถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช บริษัท ขนส่ง จ�ำกัด ร่วมพิธีถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมพิ ลอดุลยเดช ณ สวนสุขภาพ ลัดโพธิ์ สะพานภูมพิ ล คู่ หู เ ดิ น ท า ง 15

บขส.อินไซด์


บขส.อัพเดท

เรื่อง : ชสิช ประภาสเพ็ญ

บขส.ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และจุ ดเทียนถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพ ิ ลอดุลยเดช

พล.ต.อ.อ�ำนาจ อันอาตม์งาม กรรมการบริษทั ฯ รักษาการแทนกรรมการผูจ้ ดั การใหญ่ บริษัท ขนส่ง จ�ำกัด พร้อมผู้บริหาร และประชาชนผู้ใช้บริการ ร่วมร้องเพลงสรรเสริญ พระบารมี และจุดเทียนเพื่อน้อมร�ำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร)

รชค.ลงพืน้ ทีต่ รวจความพร้อมในการด�ำเนินงานจัดระเบียบรถตู้

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีชว่ ยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพืน้ ทีต่ รวจความ พร้อมในการด�ำเนินงานจัดระเบียบรถตู้ ก่อนดีเดย์ 25 ตุลาคมนี้ ให้รถตู้โดยสาร วิ่งระหว่างกรุงเทพฯ ไปยังต่างจังหวัด ต้องเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร, เอกมัย, ปิ่นเกล้า) พลต�ำรวจเอกอ�ำนาจ อันอาตม์งาม กรรมการบริษัทฯ รักษาการแทน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จ�ำกัด พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะกรรมการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหารถตู้โดยสาร สาธารณะ ในการลงพืน้ ที่ ณ สถานีขนส่งผูโ้ ดยสารกรุงเทพฯ (จตุจกั ร) และกล่าวว่า บขส. ได้ ด�ำเนินการจัดเตรียมพืน้ ทีเ่ พือ่ รองรับรถตูป้ ระจ�ำทาง หมวด 2 วิง่ เส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ ไปยังต่างจังหวัด ระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร ทีย่ า้ ยวินจากอนุสาวรียช์ ยั สมรภูมิ เข้าใช้ พืน้ ทีส่ ถานีขนส่งผูโ้ ดยสารกรุงเทพฯ ทัง้ 3 แห่ง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถรองรับ รถตู้ประจ�ำทางที่จะเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารฯ ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้อย่างแน่นอน รวมถึงพื้นที่ส�ำรองวินรถตู้บริเวณใต้ทางด่วน ด้านหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารฯ จตุจักร ขณะนีด้ �ำเนินการเฟส 1 เรียบร้อยแล้วเช่นกัน สามารถรองรับรถตูไ้ ด้ประมาณ 300 คัน 16 คู่ หู เ ดิ น ท า ง

รชค.ตรวจเยีย่ มการจัดระเบียบ รถตูโ้ ดยสารสาธารณะ

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐ มนตรี ช ่ ว ยว่ า การ กระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมการจัดระเบียบ รถตู้โดยสารสาธารณะ หมวด 2 วิ่งเส้นทางระหว่าง กรุ ง เทพฯ ไปยั ง ต่ า งจั ง หวั ด ที่ ส ถานี ข นส่ ง ผู ้ โ ดยสาร กรุงเทพฯ (จตุจักร)


ผู บ้ ริหาร บขส.ตรวจเยีย่ มประชาชน ทีเ่ ดินทางมาใช้บริการทีส่ ถานีขนส่งฯ

รวค.ตรวจเยีย่ มการให้บริการของ บขส. ในการรองรับประชาชนเดินทางในช่ วงวันหยุด

ผู้บริหาร บริษัท ขนส่ง จ�ำกัด (บขส.) ตรวจเยี่ยมประชาชนที่ เดินทางมาใช้บริการที่สถานีขนส่งฯ และน�ำโบว์ไว้ทุกข์ที่พนักงาน บขส.ร่วมกันจัดท�ำน�ำไปมอบและติดให้กับประชาชนที่ไม่ได้ใส่เสื้อสีไว้ทุกข์ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร)

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ ย มการให้ บ ริ การของ บขส.ในการรองรั บ ประชาชน เดิ น ทางในช่ ว งวั น หยุ ด และการเดิ น ทางเข้ า มาสั ก การะพระบรมศพ โดยมี พล.ต.อ อ�ำนาจ อันอาตม์งาม กรรมการบริษัทฯ รักษาการแทน กรรมการผูจ้ ดั การใหญ่ และผูบ้ ริหารให้การต้อนรับและรายงานความพร้อม ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร)

คณะกรรมการจัดระเบียบรถตูโ้ ดยสารสาธารณะ ประชุมสรุปความพร้อมก่อนด�ำเนินการจัดระเบียบรถตู้

คณะกรรมการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะเข้าใช้สถานีขนส่งจตุจักร, สายใต้, เอกมัย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมสรุปความพร้อมก่อนด�ำเนินการจัด ระเบียบรถตู้ หมวด 2 วิ่งเส้นทางกรุงเทพฯ - ต่างจังหวัด เข้าใช้สถานีขนส่งฯ ในวันที่ 25 ต.ค.นี้ เป็นวันแรก พ.อ.สุวิทย์ เกตุศรี รองผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ในฐานะประธานคณะท�ำงานจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะฯ กล่าวว่า การด�ำเนินงาน จัดระเบียบรถตู้เป็นไปตามแผนและกรอบระยะเวลาที่ก�ำหนดไว้ ให้รถตู้ประจ�ำทาง หมวด 2 วิ่งเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ ไปยังต่างจังหวัด ระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร เข้าใช้ พื้นที่สถานีขนส่งฯ ทั้ง 3 แห่ง ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ และเพื่อให้การจัดระเบียบรถตู้เป็นไป ด้วยความเรียบร้อย ได้จดั ตัง้ ศูนย์ตดิ ตามการปฏิบตั ิในการน�ำรถตูโ้ ดยสารสาธารณะ หมวด 2 เข้าสถานีขนส่งผู้โดยสารทั้ง 3 แห่ง อ�ำนวยความสะดวกผู้ใช้บริการและผู้ประกอบการ รถตู้ จ�ำนวน 5 ศูนย์ โดยศูนย์หลักตั้งอยู่ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) คู่ หู เ ดิ น ท า ง 17


บขส.อัพเดท

เรื่อง : ชสิช ประภาสเพ็ญ

บขส.จัดสัมมนารับฟั งความคิดเห็น โครงการศึกษา ความเหมาะสมการพัฒนาสถานีขนส่งผู โ้ ดยสารกรุงเทพฯ แห่งใหม่

บริษัท ขนส่ง จ�ำกัด (บขส.) จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็น โครงการ ศึกษาความเหมาะสมการพัฒนาสถานีขนส่งผูโ้ ดยสารกรุงเทพฯ แห่ง ใหม่ โดยมี พลต�ำรวจเอก อ�ำนาจ อันอาตม์งาม รักษาการแทนกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จ�ำกัด ผู้บริหารและพนักงาน ร่วมสัมมนา รับฟังความคิดเห็นต่อผลของการศึกษาของโครงการฯ เพื่อน�ำไปปรับผล การศึกษาให้สอดคล้องและเหมาะสม ณ ห้องประชุมไอยเรศ อาคารจัดการ ศูนย์ฝึกอบรมรังสิต ชั้น 7

บขส.จัดกิจกรรมตลาดนัดการกุศล “Happy Friday” ครัง้ ที่ 6

บริ ษั ท ขนส่ ง จ�ำกั ด (บขส.) จั ด กิ จ กรรมตลาดนั ด การกุ ศ ล “Happy Friday” ครั้งที่ 6 โดยให้พนักงาน บขส. และชุมชน โดยรอบ ได้มีส่วนร่วมหารายได้สมทบทุนโครงการ “ทุกการเดินทาง ขับเคลื่อนความสุขสู่คนไทยด้วยวีลแชร์” เพื่อจัดซื้อรถวีลแชร์ บริจาคให้ แก่ผู้ด้อยโอกาสทางการเคลื่อนไหว ณ บริเวณชั้น 1 อาคารสถานีขนส่ง ผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร)

บรรยากาศวันแรกของการจัดระเบียบ รถตูโ้ ดยสารสาธารณะ

บรรยากาศวันแรกของการจัดระเบียบรถตูโ้ ดยสารสาธารณะ หมวด 2 วิง่ เส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ ไปยังต่างจังหวัด เข้าใช้สถานีขนส่งฯ จตุจกั ร, สายใต้ (ปิน่ เกล้า), เอกมัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดย นายนพรัตน์ การุณยะวนิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัท ขนส่ง จ�ำกัด (บขส.) กล่าวว่า การด�ำเนินงานจัดระเบียบรถตู้ ตามนโยบาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการให้รถตู้ประจ�ำทาง หมวด 2 วิ่งเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ ไปยังต่างจังหวัด ระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร เข้าใช้พื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ ทั้ง 3 แห่ง ตั้งแต่วันนี้ (25 ต.ค.59) ผูป้ ระกอบการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ในขณะทีผ่ โู้ ดยสารก็ เดินทางมาขึน้ รถทีส่ ถานีขนส่งผูโ้ ดยสาร อย่างไรก็ดี บขส.จะท�ำการปรับปรุง ป้ายประชาสัมพันธ์ภายในสถานีขนส่งฯ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่ออ�ำนวยความ สะดวกให้แก่ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ

บขส.ร่วมพิธปี ิ ดงาน “คลองผดุงสุขใจ คมนาคมเชื่ อมไทยเชื่ อมโลก”

บริษัท ขนส่ง จ�ำกัด (บขส.) ร่วมพิธีปิดงาน “คลองผดุงสุขใจ คมนาคมเชื่อมไทยเชื่อมโลก” ณ บริเวณเวทีกลาง ถนนลูกหลวง ข้างท�ำเนียบรัฐบาล ริมคลองผดุงกรุงเกษม

18 คู่ หู เ ดิ น ท า ง


เรื่อง : ธันวา หยาง

เก็บมาฝาก

เลิกเขี่ยไข่แดงทิ้งได้แล้ว… นี่แหละตัวช่ วยความจ�ำดี สมองไม่ฝ่อ

เสพสื่ออย่างมีสติ อ่านให้เข้าใจ

เรื่องไหนจริง เรื่องไหนหลอก...ก่อนบอกต่อ

โลกอินเทอร์เน็ตสื่อโซเชียลมีเดียทุกวันนี้ สามารถท�ำให้เราติดต่อสื่อสารกันได้ แบบไร้พรมแดน ทั้งแจ้งข่าวร้าย บอกข่าวดี มีข่าวลวงโลกกันแบบไม่ต้องมี กบว. มาควบคุม ดังที่เราจะเห็นจากข่าวที่นิยมแชร์ต่อๆ กันมาในโลกโซเชียลฯ เช่น ข่าวแชร์มั่วๆ ที่อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้อง ออกมาอธิบายให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่สังคมเพื่อยุติปัญหาอยู่บ่อยๆ ยกตัวอย่าง ข่าว เตือนคนชอบเปิบระวังไว้ มีพยาธิอะไรไม่รู้แฝงอยู่ในตัวแมลง มีการถ่ายคลิปให้ดูการ เกี่ยวท้องแมลงด้วยวัตถุปลายแหลมแล้วลากพยาธิตัวยาวออกมาดิ้นอย่างน่าขยะแขยง จน อ.เจษฎา ต้องออกมาแถลงว่า มันคือพยาธิขนม้า ที่ไม่อันตรายต่อคนและสัตว์ที่มี กระดูกสันหลังทั้งหลาย มันอยู่ตามธรรมชาติอยู่แล้ว.. หรือข่าวจ�ำพวกกินสมุนไพรตัวนี้ รักษาโรคร้ายต่างๆ หายได้ บางคนท�ำตามเพราะอยากหาย แต่กลับเกิดอาการแพ้ ท�ำให้ อาการทรุดหนักกว่าเก่าก็มี บางคนโพสต์เรื่องคนดังเสียชีวิต กุข่าวต่างๆ นานาเพื่อหา ยอดไลท์ ยอดแชร์ เพียงเพื่อเอาสนุก หรือต่อยอดธุรกิจแบบลวงโลกก็เยอะ บ้างท�ำตัวเป็นนักสืบ นักเขียน นักวิเคราะห์ที่ชอบคิดเองเออเอง พอเขียนโพสต์ อะไรลงไป จริงบ้างไม่จริงบ้าง คนอ่านโพสต์ก็ไม่คดิ อะไร เพียงแค่เห็นหัวข้อมันแรง มัน ร้ายก็แชร์ต่อๆ กันไป ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้คลิกเข้าไปอ่านเลยด้วยซ�้ำว่าเรื่องราวต่างๆ มันมี ที่มาที่ไปอย่างไร การอ่านข่าวสารหรือเสพสื่อออนไลน์จึงเป็นเสมือนดาบสองคม เพราะใครๆ ก็โพสต์ได้ เรือ่ งจริงหรือไม่ ก็เขียนกันเอาสนุกเข้าว่า หลังจากนัน้ ก็มคี นแชร์ตอ่ ๆ กันไป เผลอ ไม่ทันไรคนอาจจะเข้ามาดูเป็นหมื่นเป็นแสน แล้วข้อมูลด้านผิดๆ ก็กระจายออกไปเป็น วงกว้าง เกินแก้ไข ต้องร้อนถึงผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจง ดังนั้น ถ้าเราคิดจะเล่นโซเซียลมีเดียควรใช้สติในการไตร่ตรองเสียก่อน เรื่องบาง เรื่องที่เป็นเรื่องจริง มีความรู้และมีประโยชน์กับหมู่พี่น้องผองเพื่อนในสังคมออนไลน์ก็ ค่อยแชร์ตอ่ แต่เรือ่ งบางเรือ่ งทีเ่ ป็นเรือ่ งไม่ดี เรือ่ งไม่จริง อ่านแล้วไม่กอ่ ให้เกิดประโยชน์ ในทางสร้างสรรค์สังคม...ควรหยุดแชร์ หยุดโพสต์ หยุดไลท์ หยุดให้ข่าวจ�ำพวกนี้แพร่ กระจายออกไป เพื่อเป็นการตัดวงจรของข่าวสารที่ผิดๆ เพียงคุณเสพสื่อ รับฟังข่าวสารอย่างมีสติ เรื่องราวบางเรื่องอาจไม่ลุกลามใหญ่โต ไปก่อให้เกิดปัญหาแก่บุคคลอื่น ทั้งๆ ที่เราอาจไม่รู้จักเค้าเลยก็ได้ คู่ หู เ ดิ น ท า ง 19

ค�ำกล่าวที่บอกว่า กินไข่แล้วสมองดี เห็นทีจะ ไม่ผิด เพราะในไข่แดงมีโคลีน (Choline) สาร ทีม่ คี วามจ�ำเป็นต่อการเสริมสร้างสือ่ น�ำประสาทสมอง อย่าง อะซิทิลโคลีน (Acetylcholine) และช่วยป้องกัน ความผิดปกติของระบบประสาท เสริมสร้างให้สมอง ท�ำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ มีความจ�ำที่ดีและช่วยใน การลดอาการอักเสบ โดยเฉพาะกับผนังหลอดเลือด และยังอุดมไปด้วยวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามิน บี 3 ซึ่งช่วยการท�ำงานของระบบสมอง ส่วนวิตามินอี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ท�ำให้ผิวพรรณและร่างกายดู อ่อนเยาว์ นอกจากนีย้ งั มีลทู นี (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ที่ช่วยบ�ำรุงจอประสาทตา และมีธาตุ เหล็กที่ช่วยบ�ำรุงเลือด ฟอสฟอรัสที่ช่วยดูแลเรื่อง ความเป็นกรดและด่างต่างๆ ภายในร่างกาย ตบท้าย ด้วยเเคลเซียมที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน ถึงแม้ไข่เเดงจะมีปริมาณคอเลสเตอรอลมากอยู่ สักนิด แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และ หากกินเพียงวันละ 1 ฟอง ก็ไม่ได้สงู เกินความต้องการ ของร่างกายในแต่ละวัน หากเลือกกินให้ถกู ต้อง ถูกวิธี ไม่แนะน�ำให้กินไข่ดิบเพราะมีโปรตีน Avidin ที่ดักจับ วิตามินบี ชื่อ ไบโอติน (Biotin) ท�ำให้การดูดซึมลดลง ท�ำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ


ข่าวรายทาง

เรื่อง : กองบรรณาธิการ

โครงการจิตอาสาพลังแผ่นดิน

ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ธนาคารจิตอาสา เปิดตัว “โครงการจิตอาสาพลังแผ่นดิน” ท�ำความดีถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช พร้อมทัง้ สร้างกลไกสาน ต่อเครือข่ายงานเพือ่ เปลีย่ นแปลงสังคมให้งอกงามและยัง่ ยืน ขอชวนทุกคน ร่วมท�ำความดีตามรอยพ่อ และบอกเรื่องความดีที่ได้กระท�ำลงในแผนที่ พลังแผ่นดิน www.palangpandin.com พร้อมใส่ #จิตอาสาพลังแผ่นดิน #palangpandin เพื่อส่งต่อความดี และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้น ทั่วทั้งแผ่นดิน พร้อมเปิดโอกาสใช้ เวลาสร้างพลังจิตอาสา ที่ www. JitArsaBank.com หนึ่งแรงท�ำดี สานต่อเป็นพลังทั้งแผ่นดิน

เคทีซจี ด ั กิจกรรม “ล่องเรือฟังต�ำนาน ย้อนวันวาน ผ่านสายน�ำ้ ” นางกัณฑรัตน์ เจิมจิตรผ่อง ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร - สื่อสาร องค์กรและธุรกิจสัมพันธ์ “เคทีซ”ี หรือ บริษทั บัตรกรุงไทย จ�ำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม “ล่องเรือฟังต�ำนาน ย้อนวันวาน ผ่านสายน�ำ้ ” ให้กบั สือ่ มวลชน ภายใต้ชมรม “KTC PR Press Club” โดยล่องเรือตามเส้นทางแม่น�้ำ เจ้าพระยา เข้าสู่คลองบางกอกใหญ่ คลองด่าน และคลองบางกอกน้อย เยี่ยมชม “วัดหนังราชวรวิหาร” พร้อมเข้าชม “พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา วัดหนังราชวรวิหาร” “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี” “วัด สุวรรณารามราชวรวิหาร” โดยมี อาจารย์นัท จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา เป็นวิทยากรผูเ้ ชีย่ วชาญด้านศิลปวัฒนธรรม ร่วมถ่ายทอดวิถชี วี ติ คนไทยกับ สายน�้ำ และประวัติของสถานที่ต่างๆ

กลุม ่ ทิสโก้รว่ มตักบาตร บ�ำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร ถวายเป็นพระราชกุศล กลุ่มทิสโก้ โดย ปลิว มังกรกนก ประธานคณะกรรมการ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารธนาคาร บริษัทในเครือ และพนักงาน ร่วมตักบาตรบ�ำเพ็ญ กุศลปัณรสมวารแก่พระสงฆ์ เพือ่ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช เนือ่ งในโอกาสครบรอบ 15 วัน แห่งการ สวรรคต โดยผูบ้ ริหารและพนักงานได้ยนื สงบนิง่ และร่วมร้องเพลงสรรเสริญ พระบารมี เพื่อน้อมร�ำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ณ อาคารทิสโก้ทาวเวอร์ สาทรเหนือ

วาโก้ มอบเงินบริจาค 1 ล้านบาท แด่มล ู นิธส ิ ถาบันมะเร็งแห่งชาติ สมพงษ์ รัศมีธรรม (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการบริหาร บริษทั ไทยวาโก้ จ�ำกัด (มหาชน) อินทิรา นาคสกุล (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้จัดการส่วน การตลาดผลิตภัณฑ์วาโก้ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จ�ำกัด (มหาชน) ร่วมส่งต่อโครงการ “วาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม” มอบ เงินบริจาค 1,000,000 บาท ให้แด่มูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อ การดูแลรักษาผูป้ ว่ ยยากไร้ทเี่ ป็นโรคมะเร็งเต้านม และใช้ในการพัฒนา ด้านการแพทย์ต่อไป โดยมี นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ (ที่ 3 จากขวา) ประธานมูลนิธสิ ถาบันมะเร็งแห่งชาติ นพ.วีรวุฒิ อิม่ ส�ำราญ ผูอ้ �ำนวยการ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ (ที่ 2 จากขวา) และนพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ (ขวา) รองผูอ้ �ำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เป็นผูร้ บั มอบ พร้อมด้วย ผู้บริหารวาโก้ ร่วมเป็นเกียรติ ณ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

20 คู่ หู เ ดิ น ท า ง


เรื่อง : กองบรรณาธิการ

เล่าสู่กันฟัง

เอไอเอส ตอกย�้ำข้อมูล กสทช.

“คลื่นจากเสาส่งสัญญาณมือถือไม่เป็นอันตราย” เอไอเอส เดินสายจัดเสวนา “คลืน่ แม่เหล็กไฟฟ้า จากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มอื ถือไม่อนั ตราย ต่อสุขภาพ” ที่ จ.นครปฐม และ จ.สระแก้ว โดยน�ำข้อมูล อ้ า งอิ ง จาก กสทช.เกี่ ย วกั บ คลื่ น แม่ เ หล็ ก ไฟฟ้ า ฯ มาเผยแพร่ ให้แก่สอื่ มวลชน และศูนย์ดำ� รงธรรม-สคบ.ประชาสัมพันธ์จังหวัด ได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องก่อน น�ำเสนอสู่สาธารณชนต่อไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จ�ำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส น�ำโดย นายกิตติ งามเจตนรมย์ ผู้ช่วย กรรมการผูอ้ ำ� นวยการส่วนงานปฏิบตั กิ าร ภูมภิ าค-ภาคกลาง, นายศักดิ์ชัย ปิยวิทยาการ ผู้ช่วยกรรมการผู้อ�ำนวยการ ส่วนงานปฏิบตั กิ ารภูมภิ าค-ภาคตะวันออก และดร.ธีรศักดิ์ อนันตกุล ผูจ้ ดั การแผนกเทคนิคโครงข่ายโทรคมนาคม และ ผูเ้ ชีย่ วชาญด้านคลืน่ แม่เหล็กไฟฟ้า เดินสายจัดงานเสวนา หัวข้อ “คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ มือถือไม่อันตรายต่อสุขภาพ” ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการ

สื่อสารโทรคมนาคมของประเทศ จึงขอมีส่วนร่วมในการ แสดงความรับผิดชอบต่อชุมชน และสังคม เพื่อสร้าง ความมั่นใจให้แก่ชุมชนถึงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ปล่อย ออกมาจากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเอไอเอสได้ ปฏิบัติตามแนวทางมาตรฐานความปลอดภัยที่ส�ำนักงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก�ำหนดไว้อย่าง เคร่งครัด เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการทุกรายมีการ ติดตั้งเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ ภายในพื้นที่ชุมชนเพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่เพิ่ม สูงขึน้ และเพือ่ ให้ทกุ คนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสอื่ สารได้ อย่างเท่าเทียบกันในทุกพืน้ ทีท่ วั่ ประเทศ ซึง่ อาจมีบางพืน้ ที่ ที่ประชาชนมีข้อวิตกกังวลจากการที่มีเสาส่งสัญญาณ ตั้งอยู่บริเวณที่พักอาศัย

เอไอเอสจึงได้น�ำข้อมูลอ้างอิงจาก กสทช.ทีใ่ ช้ท�ำความเข้าใจกับประชาชนในการเดินสาย ให้ความรู้เกี่ยวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถืออย่างถูกต้อง กับสื่อมวลชนจังหวัดนครปฐม และจังหวัดสระแก้ว รวมถึงศูนย์ด�ำรงธรรม ส�ำนักงาน คุม้ ครองผูบ้ ริโภค (สคบ.) และส�ำนักงานประชาสัมพันธ์จงั หวัด เพือ่ เป็นข้อมูลส�ำหรับในการ น�ำเสนอเผยแพร่สู่สาธารณะต่อไป โดยข้อมูลที่ส�ำคัญที่หยิบยกมาให้ความรู้ภายในงานเสวนาฯ ในครั้งนี้คือประเด็นเรื่อง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่มีประชาชนวิตกกังวลนั้น ความ จริงแล้วไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายมนุษย์ และสัตว์ เพราะคลื่นฯ ดังกล่าวเป็น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ต�่ำที่ไม่ส่งผลต่อดีเอ็นเอ (DNA) ในมนุษย์ และสัตว์ ซึ่งอยู่ในกลุ่ม เดียวกับ คลื่นจากวิทยุ เอเอ็ม เอฟเอ็ม, โทรทัศน์ และคลื่นจากวิทยุสื่อสารต�ำรวจหรือกู้ภัย, สัญญาณ WI-FI ที่ส�ำคัญมีก�ำลังส่งที่ต�่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ กสทช.ก�ำหนดไว้ นอกจากนี้องค์การอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO) ได้ก�ำหนด ให้คลืน่ แม่เหล็กไฟฟ้าความถีต่ ำ�่ อยู่ในกลุม่ 2B ซึง่ เป็นกลุม่ เดียวกับกาแฟ, น�ำ้ มันหอมระเหย และสารสกัดทั้งกลีบใบของว่านหางจระเข้ หรือน�้ำมันมะพร้าวที่ผสมกับไดเอทาโนลาไมด์ ส�ำหรับท�ำให้เกิดฟองในผลิตภัณฑ์ท�ำความสะอาดจ�ำพวกแชมพู สบู่ รวมไปถึงเครือ่ งส�ำอาง และสารสกัด เป็นต้น อีกทั้งโครงสร้างของเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ มือถือสามารถทนต่อแรงลมปะทะได้สูงสุดถึง 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเทียบเท่ากับระดับ ความแรงของพายุไต้ฝนุ่ และเป็นไปตามมาตรฐาน ที่ กสทช.ก�ำหนดไว้ เช่นเดียวกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่บนเสาส่งสัญญาณซึ่งได้การรองรับ จากผู้ให้บริการทั่วโลกในการใช้งาน “ปัจจุบันยังไม่มีผลวิจัยใดที่ชี้ชัดว่าคลื่น แม่ เ หล็ ก ไฟฟ้ า จากเสาส่ ง สั ญ ญาณโทรศั พ ท์ มือถือมีผลกระทบท�ำให้เกิดโรคต่างๆ ต่อร่างกาย มนุษย์ หรือสัตว์เลย เช่นเดียวกับ กสทช.ที่ออก มาระบุอย่างชัดเจนว่าคลืน่ แม่เหล็กไฟฟ้าจากเสา ส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือทั่วประเทศมีเกณฑ์ ต�่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ กสทช.ก�ำหนดไว้” คู่ หู เ ดิ น ท า ง 21


รอบรู้รอบโลก

เรื่อง : ชญานี

การเลือกดอกไม้ไหว้พระของประเทศต่างๆ

ในประเทศทีผ่ คู้ นนับถือพุทธศาสนานัน้ นิยมใช้ ดอกบัวไหว้พระ แต่บวั บานมักเหีย่ วเฉาและเกิด การเน่าได้งา่ ย จึงนิยมใช้บวั ตูม (แล้วเมืองไทยก็เป็นเมือง ร้อนเสียด้วย) ดอกบัวนัน้ มีประวัตเิ กีย่ วข้องกับพระพุทธเจ้า อยูห่ ลายครัง้ หลายคราตามพุทธประวัติ ทัง้ ตอนประสูตทิ ี่ เกิดดอกบัวผุดขึน้ มารองพระบาทเจ็ดก้าว หรือในค�ำสอน ทีท่ รงเปรียบมนุษย์กบั ดอกบัวสีเ่ หล่า ฯลฯ แต่กย็ งั มีดอกไม้ ชนิดอืน่ ทีผ่ คู้ นนิยมน�ำมาไหว้พระเช่นกัน ประเทศเมียนมาหรือพม่า นิยมใช้ดอกมหาหงส์ไหว้พระ หากใครเคยไปเจดียช์ เวดากองก็จะพบเห็นพวงมาลัยดอก มหาหงส์แขวนไว้โดยรอบ ประเทศกัมพูชา นิยมใช้ดอกบัวบูชาพระเช่นกัน และ จะพับกลีบเฉพาะรอบนอก ปล่อยให้ดา้ นในดอกบัวตูมเต่งมียอดแหลมราวคนพนมมือ ประเทศลาว ก็นยิ มใช้บวั แต่จะเป็นบัวสายแทนบัวหลวง เพราะบัวสายนัน้ หาง่าย มีตามคลอง บึงทัว่ ๆ ไป และยังมีสสี นั สดใสหลายสี ทัง้ ม่วง นำ�้ เงิน ขาว เหลือง แดง

• •

ฮอตติ ด ชาร์ ต จนได้กบั เพลงสุดฮาของพิโก้ ทาโร่ ไม่น่าเชื่อว่าเพลง Pen-Pineapple-Apple-Pen หรือ PPAP ผลงานของ “พิโก้ ทาโร่” (pico Taro) จะได้ใบประกาศรับรองจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด อย่างเป็น ทางการในความฮอตสุดๆ ของเพลงนี้ โดยยกให้เป็นซิงเกิล ทีส่ นั้ ทีส่ ดุ ในโลก เท่าทีเ่ คยติดชาร์ต Billboard Hot 100 กับ เนือ้ เพลงทีม่ คี วามยาวเพียงแค่ 45 วินาที ไม่ น ่ า เชื่อว่า PPAP จะสร้างความ สนุกสนานชวนฮาจนมียอดเข้าชม ในยูทปู ทะลุ 67 ล้านครัง้ นับตัง้ แต่ เปิดตัวในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ทีผ่ า่ นมา ซึง่ พิโก้ ทาโร่ วัย 53 ปี ก็ได้แสดงความประหลาดใจ ในความนิยมที่ได้รับเช่น กัน โดยนอกจาก PPAP จะเป็นซิงเกิลสัน้ ทีส่ ดุ เท่าทีเ่ คยมีในชาร์ต Billboard Hot 100 มันยังเป็นเพลงญีป่ นุ่ เพลงแรก ในรอบ 26 ปี ทีต่ ดิ ชาร์ตดังกล่าวด้วย  22 คู่ หู เ ดิ น ท า ง

เข้าชมพิพธิ ภัณฑ์ฟรีทว่ั ไทย กรมศิ ล ปากร กระทรวงวั ฒ นธรรม

ขอเชิ ญชวนประชาชนทั้งชาวไทยและชาว ต่างชาติ เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุ ทยานประวั ติ ศ าสตร์ ทุ ก แห่ ง ทั่ว ประเทศ และโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนและอยู ่ใน ความรับผิดชอบของกรมศิลปากร โดยไม่ เสียค่าธรรมเนียมเข้าชม ตั้งแต่บัดนี้จนถึง วันที่ 31 มกราคม 2560 เพื่อถวายเป็น พระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช และน้ อ มส� ำ นึ กใน พระมหากรุ ณาธิคณ ุ ที่ทรงมีตอ่ การอนุรกั ษ์ มรดกไทย และร่วมสืบสานพระราชปณิธาน ของพระองค์ในการท�ำนุบ�ำรุ งรักษาศิลป วัฒนธรรมของชาติไว้ให้ย่ังยืนถาวร เป็น มรดกตกทอดถึงอนุชนรุ ่นหลังตลอดไป


ฟอสซิ ล สมอง ไดโนเสาร์อกิ วั โนดอน

สร้ า งสถิ ต ใ ิ หม่ ในการว่ายน�้ำข้ามมหาสมุทร ล่าสุดนักว่ายน�้ำชาวอังกฤษ ชื่อว่า Ben Hooper ตั้งใจจะสร้างสถิติว่าย ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก จากแอฟริกาไปยังบราซิล โดยเขาระบุวา่ ต้องการ จะท�ำในสิง่ ที่ใครๆ เห็นว่าเป็นไปไม่ได้ Ben Hooper ได้เตรียมความพร้อมมาไม่นอ้ ยกว่า 3 ปี โดยแผนการทีว่ างไว้ เขาจะต้องว่ายนำ�้ วันละไม่ตำ�่ กว่า 10 ชัว่ โมง และใช้เวลาเกือบ 5 เดือน โดยจะเริม่ ออกเดินทางจากฝัง่ ตะวันตกของแอฟริกาและไปสิน้ สุดทีช่ ายฝัง่ ตะวันออกของบราซิล  เขาจะออกเดินทางพร้อมด้วยทีมงาน 11 คน มีทมี แพทย์คอยให้ความช่วยเหลืออยู่ บนเรือด้วย และเขาต้องระมัดระวังสัตว์นกั ล่าในทะเลทัง้ หลาย ไม่วา่ จะเป็นฉลามหรือ แมงกระพรุน ซึง่ จะต้องใช้ทมี งานคอยตรวจสอบให้ตลอดเวลา นอกจากนีก้ ล้ามเนือ้ ของเขาจะอ่อนล้าหลังจากการว่ายนำ�้ วันละ 20 กิโลเมตร ล�ำคอจะได้รบั ผลกระทบ จากน�ำ้ เต็ม และยังต้องหาวิธปี อ้ งกันตัวเองไม่ให้แสงแดดแผดเผามากจนเกินไป ส�ำหรับระยะทางทีเ่ ขาจะต้องเดินทางด้วยการว่ายนำ�้ นี้ อยูท่ ี่ 1,881 ไมล์ หรือ ประมาณ 3,027 กิโลเมตร เขาจะต้องบริโภคอาหารให้ได้วนั ละ 12,000 แคลอรี่ ด้วย อาหารแพคของกองทัพและจะต้องดืม่ เครือ่ งดืม่ เสริมพลังงานด้วย  ขอบคุณข้อมูลจาก AFP

“ช้าง” เป็นสัตว์ท่มี ีปฏิกิริยาต่อความตายแบบชัดเจน เมื่อมีการตายเกิดขึ้น มันจะรีบไปอยู ่ใกล้ๆ ช้างตัวที่ตาย และใช้งวงสัมผัสร่างนัน้ อย่างอ่อนโยน คู่ หู เ ดิ น ท า ง 23

เป็นทีส่ นอกสนใจเมือ่ ก้อนหิน ประหลาดที่ ถู ก ค้ น พบโดย บังเอิญที่หาด Sussex ในสหราช อาณาจักรเมือ่ ปี 2004 กลับกลายเป็น ฟอสซิลสมองของไดโนเสาร์ที่ไม่เคยมี ใครค้นพบมาก่อน นักวิทยาศาสตร์เชื่อ ว่าฟอสซิลสมองชิ้นนี้อายุราว 133 ล้านปี และเป็นของไดโนเสาร์กินพืชที่มีชื่อว่า อิกัวโนดอนที่ อาศัยอยู่บนโลกในช่วงต้นของยุคครีเตเชียส จากการตรวจสแกน ฟอสซิลชิน้ นีพ้ บว่า ไดโนเสาร์มสี มองและเยือ่ หุม้ สมองทีค่ ล้ายคลึง กับนกและจระเข้ อย่างไรก็ดียังคงเป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์ความ ชาญฉลาดของสัตว์โลกล้านปีนจี้ ากฟอสซิลทีแ่ ข็งเป็นหิน แต่อย่าง น้อยก็พอบอกได้วา่ ไดโนเสาร์เหล่านีม้ คี วามชาญฉลาดไม่ตา่ งจาก จระเข้ในปัจจุบนั

การค้นพบฟอสซิลสมองของไดโนเสาร์นนั้ เป็นเรือ่ งทีห่ ายาก มาก เนือ่ งจากปกติแล้วเนือ้ เยือ่ ทีอ่ อ่ นนุม่ เหล่านีจ้ ะย่อยสลายไปเอง เมือ่ ไดโนเสาร์ตายลง ทีมนักวิทยาศาสตร์ตงั้ ข้อสังเกตว่าอิกวั โนดอน ตัวนีน้ า่ จะเสียชีวติ จากการจมลงไปในน�ำ้ ในท่าทีห่ วั ของมันดิง่ ลงสูพ่ นื้ ของทะเลสาบหรือแม่นำ�้ กะโหลกศีรษะของมันท�ำหน้าทีเ่ ป็นชาม ปกป้องสมองภายใน ในยุคดึกด�ำบรรพ์คา่ ออกซิเจนในน�ำ้ ไม่ได้สงู มากนัก ดังนัน้ น�ำ้ จึงท�ำหน้าทีเ่ สมือนเป็นน�ำ้ ดองอย่างดี และตลอด เวลาของการย่อยสลายแร่ธาตุหลายอย่างก็เข้ามาแทนทีเ่ นือ้ เยือ่ ใน ระดับโมเลกุล จนในทีส่ ดุ สมองของมันก็กลายเป็นฟอสซิล


มุมสุขภาพ

เรื่อง : ชญานี

เหตุ ผ ลดี ๆ ่

ทีเราควรกินข้าวกล้อง ข้าวกล้องนั้นมีประโยชน์มากมาย ช่วยขับเคลื่อนการท�ำงาน ของสารสื่อประสาท ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ โดยเฉพาะในข้าว Wild Rice ที่มีสีด�ำ เมล็ดใหญ่ ที่สามารถกระตุ้น เอนไซม์ในเซลล์สมอง ช่วยยับยัง้ อนุมลู อิสระและสารพิษต่างๆ ต้นตอ ของโรคอัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อม ในข้าวกล้องนั้นอุดมด้วย แร่ธาตุจ�ำเป็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แมกนีเซียม แมงกานีส สารต้าน อนุมลู อิสระ วิตามินชนิดดีตา่ งๆ ปราศจากคลอเรสเทอรอลและไขมัน ทรานส์ มีปริมาณไขมันและโซเดียมต�่ำ แถมยังอุดมด้วย Insoluble Fiber หรือเส้นใยกากอาหารที่ไม่ละลายน�้ำแต่พองตัวในน�้ำ ซึ่งนัก วิทยาศาสตร์จ�ำนวนมากเชื่อว่าเจ้าไฟเบอร์ชนิดนี้จะช่วยป้องกันการ เกิดเซลล์มะเร็งล�ำไส้อีกด้วย รู้แบบนี้อย่าลืมเลือกข้าวกล้องให้เป็น พระเอกในอาหารมื้อหลักของคุณกันล่ะ

ป้องกันเชื้ อโรคง่ายๆ ด้วยการล้างมือ

ดื่มเครื่องดื่มร้อนมากไป ก็ไม่ดหี รอกนะ

ส�ำนักงานระหว่างประเทศด้านการวิจัยโรคมะเร็ง (IARC) หนึ่ง ในหน่วยงานของสหประชาชาติได้เตือนว่า การดื่มเครื่องดื่ม ร้อนๆ บ่อยๆ อาจมีความเสีย่ งในการเป็นมะเร็งได้ โดยได้ท�ำการทดสอบ และเก็บผลวิจยั ทัว่ โลกกว่า 1,000 ชิน้ เพือ่ ค้นหาความเชือ่ มโยงของการ ดื่มกาแฟ และเครื่องดื่มร้อนประเภทต่างๆ รวมถึงน�้ำชา ว่าไม่มีผลก่อ ให้เกิดโรคมะเร็ง แต่กลับพบว่าการดื่มเครื่องดื่มร้อนจัดที่มีอุณหภูมิสูง กว่า 65 องศาเซลเซียสนัน้ อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็ง หลอดอาหาร เพราะความร้อนอาจก่อให้เกิดแผลพุพองในหลอดอาหาร ทีอ่ าจพัฒนากลายเป็นมะเร็งได้ในทีส่ ดุ ดังนัน้ ใครทีช่ อบซดแกงจืดร้อนๆ ดื่มน�้ำร้อนจัด ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูสักหน่อยดีไหม

การล้างมือเป็นการรักษาสุขอนามัยแสนง่ายแต่ได้ผลมาก การล้างมือสามารถปกป้องสุขภาพของคุณและคนรอบข้างได้ และควรล้างมือเป็นพิเศษโดยเฉพาะเมื่อท�ำสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้ หลังจากเข้าห้องน�้ำทุกครั้ง หลังจากเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก หรือพาเด็กเข้าห้องน�้ำ ก่อนและหลังท�ำแผล ก่อนและหลังเยี่ยม หรืออยู่กับคนป่วย ก่อนเตรียมอาหาร เสิร์ฟอาหาร และกินอาหาร หลังไอ จาม หรือสั่งน�้ำมูก หลังแตะต้องสัตว์หรืออุจจาระสัตว์ หลังการเอาขยะไปทิ้ง

• • • • • • • •

24 คู่ หู เ ดิ น ท า ง


หากคุณเป็นคนนอน กรน ลองแก้ไขด้วยการนอน หลับบนฟู กแข็งและใช้หมอน รองศีรษะต�่ำ ให้ล�ำคออยู ่ ในลักษณะตัง้ ตรง เพื่อช่ วย ลดการขวางทางหายใจ

“อึสขุ ภาพดี”

บอกอะไรคุณได้มากกว่าที่คดิ

สูตรสมุนไพรช่ วยให้คนนอนไม่หลับ... หลับได้งา่ ยขึน้ อย่างปลอดภัย

• ต้ม ดอกไม้จีนแห้ง 15 กรัมในน�้ำ 1 ถ้วย เติมน�้ำตาลกรวด ดื่มเป็นชาก่อนนอน • ใบขี้เหล็ก น�ำใบขี้เหล็กประมาณ 30-50 กรัม ต้มเอาน�้ำ ดื่มก่อนนอน เพราะมีสาร แอนไฮโดรบาราคอลช่วยให้นอนหลับ • น�ำ ราก ล�ำต้น และ ใบ ของ ตะไคร้ ต้นข่าตาแดง และ เหง้าขิงสด อย่างละ 5 ต้น ล้างให้สะอาด สับเป็นท่อน ต้มให้เดือด 15 นาที ดื่มครั้งละ 1 ถ้วยชา วันละ 3 เวลา • ดื่มน�้ำสมุนไพร คาโมไมล์ ดอกเสาวรส หรือชาวาลิเรียน ก่อนนอน จะช่วยให้ หลับสบาย • ดื่มชาที่ท�ำจาก เมล็ดเซเลอรี 1 ถ้วยก่อนนอน โดยใช้เมล็ดที่บดแล้ว 2 ช้อนชาแช่ ในน�้ำเดือด 1 ถ้วย

คู่ หู เ ดิ น ท า ง 25

เป็นเรื่องปกติที่คนเราเข้าห้องน�้ำไปขับถ่าย แล้วก็ ช�ำระล้างสิ่งสกปรก แต่รู้ไหมว่าลักษณะของอึหรือ อุจจาระที่ร่างกายปลดปล่อยออกมานั้น สามารถบอก สุขภาวะของร่างกายได้มากกว่าทีค่ ณุ คิด ลองมาดูสวิ า่ ลักษณะ แบบไหนที่เรียกได้ว่า “อึสุขภาพดี” มักรู้สึกอยากขับถ่ายเป็นเวลาสม�่ำเสมอ ในการขับถ่ายจะรูส้ กึ ลืน่ ไหล ไม่ตอ้ งออกแรงเบ่งหน้าด�ำ หน้าแดง หลังการขับถ่ายจะรูส้ กึ สบายตัว ไม่มอี าการปวดท้องใดๆ หลงเหลือ อึสีน�้ำตาลอมเหลือง แปลว่า กินเนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ ได้สมดุลกัน อึสีเขียว แปลว่า กินผักมากกว่าเนื้อสัตว์ อึสีน�้ำตาล แปลว่า กินเนื้อสัตว์มากกว่าผักผลไม้ ควรเพิ่มผักผลไม้ที่มีกากใยไฟเบอร์ให้มากขึ้น อึสีด�ำ อาจเกิดขึ้นเมื่อมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร ลองเสียเวลาเพิ่มอีกนิดในห้องน�้ำ เพื่อสังเกตอุจจาระ เป็นการเช็คสุขภาพแบบง่ายๆ ในแต่ละวันดู

• • • • • • •


เคล็บลับความงาม

เรื่อง : ชญานี

เคล็ดลับ

ก�ำจัดความมันบนใบหน้าชายหนุ่ม ลองน�ำสับปะรด 3 - 4 ชิ้น ผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/2 ถ้วย ปั่นให้ ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน น�ำมาพอกหน้าเป็นมาส์ก ทิ้งไว้ 10 นาที แล้ว ล้างออกให้สะอาด ท�ำสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง เป็นประจ�ำ ความมันส่วนเกินบน ใบหน้าจะลดลง

ดูแลผิวสวย

ให้แข็งแรงรับลมเย็น ในช่ ว งอากาศเปลี่ ย นแปลงเข้ า สู ่ ฤดู ห นาว ผิ ว ก็ มี ค วามต้ อ งการที่ เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน สาวๆ หนุ่มๆ อาจ ต้องเพิ่มการปรนนิบัติดูแลผิวที่มากกว่าเดิม จากปกติที่ใช้ครีมบ�ำรุงหรือมอยส์เจอไรเซอร์ แบบบางเบา ลองเปลี่ยนเป็นครีมบ�ำรุงชนิด ทีเ่ ข้มข้นมากขึน้ ในช่วงก่อนเข้านอน เพิม่ การ ทาบาล์มบ�ำรุงริมฝีปากให้บ่อยครั้งในระหว่าง วัน ดื่มน�้ำเปล่าสะอาดเพิ่มขึ้น (10 - 12 แก้ว/ วัน) หากคุณชอบแช่อา่ งน�ำ้ อุน่ หรืออาบนำ�้ อุน่ ลองหยดออยล์บ�ำรุงผิวผสมลงไปในอ่างอาบน�ำ้ 2 - 3 หยด ออยล์จะช่วยเคลือบความชุ่มชื้น ให้คงอยู่บนผิวได้ยาวนานขึ้น ท�ำให้ผิวไม่สูญ เสียความชุ่มชื้น ส่วนมือและเท้าก็ควรจะทา ครีมบ�ำรุงส�ำหรับมือและเท้า โดยเฉพาะก่อน เข้านอนเพื่อบ�ำรุงเป็นพิเศษ

ปั ญหาข้อศอกด�ำแก้ไขได้ด้วย การแช่ น้ำ� อุ ่นผสมสบู ่ประมาณ 5 - 10 นาที ล้างออกให้สะอาด จากนัน้ พอกดินสอพองให้ท่วั บริเวณข้อศอก ก่อนนอน ทาโลชั่นบางๆ ท�ำเป็นประจ�ำ ต่อเนื่องประมาณ 6 สัปดาห์ ความหมองคล�้ำของข้อศอก จะค่อยๆ จางลง 26 คู่ หู เ ดิ น ท า ง


คู่ หู เ ดิ น ท า ง 027


เคล็บลับความงาม

เรื่อง : ชญานี

ริมฝี ปากสีแดงหม่น เพื่อลุคสวยลึกลับมีเสน่ห์

หากสาวๆ อยากปรับลุคเมกอัพจากสาวสวยใสสู่ลุคสวยสง่าน่าค้นหา ก็ท�ำได้งา่ ยดาย เพียงเปลีย่ นสีลปิ สติกจากสีชมพู สีสม้ พีชเป็นสีแดงหม่น สีแดงอมม่วง สีแดงอมน�้ำตาล สีแดงไวน์ สีแดงเบอร์กันดี ดูสิ รับรองว่าลุคของ คุณจะดูแปลกตาไปอย่างเห็นได้ชดั อย่างแน่นอน แล้วอย่าลืมปรับลุคการแต่งตัว ให้เข้ากับลุคใหม่กันด้วยนะ

เทคนิคการโกนขนขา ให้เรียบเนียนแบบมือโปร

ใช้เกลือสครับผิวล่วงหน้า 1 วันก่อนโกน

วิธีแก้ปัญหา

ผมแตกปลายช่ วงหน้าหนาว

• หากใช้น�้ำอุ่นในการสระผม ควรใช้น�้ำอุณหภูมิปกติ

ปิดท้ายเสมอ เพื่อปิดเกล็ดผมและป้องกันไม่ให้เกล็ด ผมถูกท�ำลาย เพิ่มระยะเวลาในการใช้คอนดิชันเนอร์หรือการหมัก ทรีทเม้นท์ผมให้ยาวนานขึ้น  น�้ำมันมะกอกเป็นตัวช่วยชั้นเยี่ยมในการบ�ำรุงผม ลองหยด 2 - 3 หยด ลูบบริเวณปลายผมให้ทั่ว และ หวีให้ความมันเงากระจายไปทั่วเรือนผม แนะให้ใช้ลมเย็นในการเป่าไดร์แทนลมร้อน สวมหมวกหรือโพกผ้าคลุมผมเมื่ออยู่ท่ามกลาง แสงแดดแผดจ้า หรือท่ามกลางลมหนาวเย็นจัด หากผมแตกปลายมากเกินเยียวยา แนะน�ำให้เล็ม ปลายผมออกประมาณ 1 เซนติเมตร

• • • • •

เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วซึ่งอาจจะติดอยู่กับเส้นขนได้ โดยเริ่มจากข้อเท้า ด้วยวิถีการขัดให้เป็นวงวนขึ้นมาตามขา เป็นการนวดกระตุ้นโลหิตใต้ชั้นผิว ให้ไหลเวียนได้ดี

อาบน�้ำก่อนโกนขน

เพื่อขจัดน�้ำมัน เหงื่อ และเพื่อให้เส้นขนเปียก อ่อนนุ่ม จะท�ำให้การโกนง่ายขึ้น โดยต้องโกนให้ เรียบร้อยภายใน 2 -3 นาทีหลังจากอาบน�้ำเสร็จ เพราะถ้าโกนหลังจากอาบนำ�้ เสร็จมา 15 - 20 นาที แล้วผิวจะแห้ง ก่อให้เกิดการระคายเคือง เกิดรอย ย่นและบวม ไม่เรียบเนียน ท�ำให้มีดโกนเข้าไม่ ถึงในบางจุดได้

ใช้เจลโกนขนที่มีมอยส์เจอร์ชุ่มชื่น ในปริมาณที่พอดี

ก่อนโกน ลงเจลโกนขนที่มีมอยส์เจอร์ ชุ่มชื่น ในปริมาณที่พอดีเพื่อรักษาความ ชุม่ ชืน่ และเพือ่ ให้โกนได้งา่ ยขึน้ ไม่บาดผิว

เลือกใบมีดที่ดี เอียงองศาได้ มุมพอดี

จะช่วยให้การโกนขนเป็นไป ได้อย่างง่ายดาย 28 คู่ หู เ ดิ น ท า ง


ค�ำพยากรณ์

15 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม 2559

ราศีเมษ (13 เม.ย. - 14 พ.ค.) คนเมษทีร่ สู้ กึ โหวงเหวงมาระยะหนึง่ ณ บัดนาวจะเริ่มกลับมายุ่งได้ที่อีก รอบแล้ว งานด่วนดาหน้าเข้ามาปะทะให้คุณต้อง ใช้พลังภายในเร่งรีบให้เสร็จทันเวลา การเงินจะมี เงินก้อนใหญ่เข้ามา หรือมีโชคลาภได้เงินจากที่ รอมานาน คุณจะกลับมามีหน้ามีตาในสังคมอีก ครั้งอาจมีการเดินทางไกลจากงานที่ ไม่ ใช่งาน ประจ�ำ ความรักเป็นช่วงดีของการสานสัมพันธ์ ครั้งใหม่ ราศีพฤษภ (15 พ.ค. - 14 มิ.ย.) เป็นโอกาสดีในการจับมือ หรือสร้าง ความสัมพันธ์กบั มิตรใหม่ หรือหุน้ ส่วน ทางธุรกิจ แต่ไม่ควรค�้ำประกันให้ใครในระยะนี้ คนที่ต้องการหางานใหม่ ลองเสี่ยงสมัครดูอาจได้ เรียกสัมภาษณ์ย้ายงานต้นปี การเงินอาจต้องนับ หนึ่งกับรายจ่ายผูกพันบางอย่างยาวๆ ไป หรือ ได้เงินจากการฟ้องร้องที่ยืดเยื้อมายาวนาน ระวัง เรือ่ งสุขภาพ กระเพาะปัสสาวะ มดลูก ควรหาเวลา ออกก�ำลังกายบ้าง ความรักทีเ่ ข้ามาเปรียบไปอาจ เป็นแค่ช่วงโฆษณาคั่นเวลา ราศีมิถุน (15 มิ.ย. - 14 ก.ค.) เรื่องราวความขัดแย้งกับพี่น้องหรือ คนรู้จักกันยังคงยืดเยื้อต่อไปในความ รู้สึก แต่อาจได้เงินมาจากข้อยุติความขัดแย้ง บางประการ รายได้ที่เข้ามามีหลายทาง อาทิ เงินปันผล / ดอกเบีย้ / รายได้เสริม / ค่าคอมมิชชัน่ ท�ำให้การเงินคุณลื่นไหลดี บางคนอาจได้ถอย รถคันแรก การงาน มีการเดินทางไกลระยะสั้นๆ อาจมีงานที่ท�ำให้คุณต้องเสี่ยงตัดสินใจแบบบ้า บิ่น ความรัก เป็นช่วงเวลาดีๆ ต่อใจ ควรหาเวลา ไปกระชับความสัมพันธ์กันสองคนบ้าง ราศีกรกฎ (15 ก.ค. - 14 ส.ค.) หากคุณมีธุรกิจส่วนตัว คุณจะได้พบ ลูกค้า หรือคู่ค้าทางธุรกิจที่ค่อนข้าง มีอิทธิพล หรือมีต�ำแหน่งสูง อาจเกี่ยวพันกับ วงราชการ ท�ำให้งานของคุณเกิดโปรเจคใหม่ๆ ขึ้นมา หากท�ำงานประจ�ำ คุณจะได้ลูกค้ามีระดับ มาเสริมรายได้ของบริษัท การเงินของคุณระยะนี้ จะเพิ่มมาจากจ๊อบสั้นๆ หรืองานเสริม ความรัก เกิดจากความเห็นใจกันและกัน แต่ถ้าอยากให้ ยั่งยืนต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง อย่าท�ำตัว รักง่าย หน่ายเร็ว

อ.มัฏฐมณี (เอโกะ) โทร : 09 5783 5051

คู่หูดูดวง

ราศีสิงห์ (15 ส.ค. - 14 ก.ย.) ชาวสิงห์ที่เคยหน้าหมอง จะกลับมา ผ่องใสอีกวาระ การงานที่นายไม่รัก จะได้กลับมากู้ชื่อเสียงให้เป็นที่ยอมรับอีกครั้ง มี โอกาสบุญหล่นทับได้รับงานใหญ่ เรื่องในบ้านจะ สามารถจัดการให้ลงตัวได้ดี ขออย่าใจร้อนพูดจา โผงผางก็แล้วกัน การเงินดี ใครที่ท�ำการค้าของ สวยงาม นับว่าเป็นจังหวะดีในการส่งออก ใครมี เงินก้อนเข้ามาก็อย่าฟุ่มเฟือยซื้อของตามใจตัว เอง ความรัก ระวังคนที่เข้ามาจะเป็นพวกสร้าง ภาพ ดีแต่เปลือก คนมีคู่ คู่จะมีการเดินทางไกล

ราศีธนู (15 ธ.ค. - 14 ม.ค.) ภายใต้ท่าทีสดใส คุณซ่อนความกังวล อึดอัดใจบางอย่างเอาไว้ อย่าปล่อย ให้ตัวเองเครียดนานเกินไป เพราะช่วงนี้เป็นเวลา นาทีทองของชาวธนู คุณจะมีโชคใหญ่ มีโอกาสได้ เงินก้อน หรือสิ่งที่คิดไว้จะประสบความส�ำเร็จ แต่ คุณต้องใช้ความมานะพยายาม จังหวะนีเ้ หมาะกับ การเริ่มต้นท�ำสิ่งใหม่ๆ ควรเลือกใช้ช่องทางการ สื่อสารในโลกดิจิทัลให้เป็นประโยชน์ ในการเพิ่ม รายได้ ความรัก มักมาในรูปแบบของความเป็น เพื่อนและช่วยเหลือกันมากกว่า

ราศีกันย์ (15 ก.ย. - 14 ต.ค.) ชีวติ ชาวกันย์ดดู ขี นึ้ เรือ่ ยๆ การงานจะ ได้ผใู้ หญ่สนับสนุน หยิบยืน่ งานดีๆ เงิน งามๆ มาให้ ใครทีท่ �ำงานเป็นจ๊อบๆ จะมีจงั หวะได้หยิบ ชิน้ ปลามัน สร้างชือ่ เสียง งานก่อสร้าง อสังหาฯ มี โปรเจคใหม่เข้ามา แต่ตอ้ งมีเรือ่ งเดินทางเข้ามาเกีย่ วพัน ชาวกันย์ทชี่ พี จรลงเท้าบ่อย จะเป็นชาวกันย์ทรี่ วย! การเงินทีเ่ ข้ามาจะหมดไปกับเรือ่ งการตกแต่งบ้าน ซือ้ ของสวยงามมีราคาเข้าบ้าน ระวังเรือ่ งเพือ่ นทีเ่ ข้า มาระยะนี้ หาความจริงใจได้ยาก อาจพาความเดือด ร้อนมาให้ ความรัก ท�ำให้บา้ นน่าอยูข่ นึ้ มากในระยะนี้

ราศีมังกร (15 ม.ค. - 14 ก.พ.) ระวังจะมีเรื่องเสียเงินก้อนโต เพราะ ความหน้าใหญ่ของคุณ จะท�ำให้การ เงินผันผวน การงานของคุณระยะนี้จะเป็นงาน สั้นๆ ใช้เวลาไม่นาน อาจเป็นงานด่วนที่ต้องแก้ ปัญหาให้ทนั เวลา ต้องดูเรือ่ งข้อสัญญาต่างๆ ให้ดี ไม่อย่างนั้นถ้าผิดพลาดคุณจะกลายเป็นฝ่ายเสีย เปรียบ อาจต้องมีการเดินทางไกลแบบที่คุณไม่ เต็มใจจะไป ดูแลเรื่องสุขภาพดวงตาให้ดี อาจ บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ความรักไปได้เรื่อยๆ บางทีก็รู้สึกเหมือนหวานอมขมกลืน

ราศีตุลย์ (15 ต.ค. - 14 พ.ย.) การงานมีโอกาสก้าวหน้า ได้รับค�ำ ชื่นชม มีผลงานเป็นที่ยอมรับของคน รอบข้าง งานสร้างสรรค์ งานครีเอทีฟ สร้างรายได้ ดี อาจจะได้ลูกค้าต่างชาติ หรือคุณเองอาจมี ไอเดียสร้างธุรกิจแบบจริงจัง การเงินจะได้รับผล ประโยชน์จากญาติ หรือเพื่อนฝูง ระยะนี้คุณมี เรือ่ งคิดเยอะ พยายามใช้สติให้มาก อย่าใส่อารมณ์ กับคนที่บ้าน ความรัก ต้องระวังเรื่องบุคคลที่สาม ที่จะเข้ามาวุ่นวายในชีวิต หรือคุณเองก็อย่าเผลอ ปล่อยใจไป จะเสียใจภายหลัง!!!

ราศีกุมภ์ (15 ก.พ. - 14 มี.ค.) จังหวะการเงินคุณดีมาก แต่ก็มีความ ผันผวนมากเช่นกัน ยังต้องหมุนตัว เป็นเกลียว หัวเป็นน๊อตอยู่ จะมีงานด่วนๆ งาน จ๊อบสั้นๆ ผ่านมือเข้ามาเพิ่มรายได้ให้คุณ อยาก พักผ่อนบ้าง แต่คงหาเวลาว่างล�ำบาก คุณควร หาเวลาไปท�ำบุญบ้างเพื่อรักษาสมดุลในการใช้ ชีวิตให้มีความสงบในใจตามที่คุณต้องการ ความ รักก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ไม่ได้ดั่งใจ จนกลายเป็น ความเบื่อหน่าย

ราศีพิจิก (15 พ.ย. - 14 ธ.ค.) หากคุณท�ำธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับงาน อสังหาฯ หรือการรับงานสัมปทานต่างๆ เป็นช่วงทีร่ ายได้ดมี าก คุณจะมีความคิดสร้างสรรค์ ใหม่ๆ ในการขยายกิจการ จะได้เพือ่ นฝูงทีม่ อี ทิ ธิพล หรือมีเส้นสายเข้ามาช่วยเหลือ แต่ตอ้ งระวังในเรือ่ ง ของความสัมพันธ์ฉนั ท์ชสู้ าวให้ดี ระวังเรือ่ งในทีล่ บั จะ ถูกไขในทีแ่ จ้ง กลายเป็นปัญหาในครอบครัว หรือ ระวัง เรือ่ งญาติพนี่ อ้ งจะน�ำความเดือดร้อนมาให้ พยายาม หลีกเลีย่ งความขัดแย้ง เพราะอารมณ์คณุ ก็รอ้ นไม่เบา! คู่ หู เ ดิ น ท า ง 29

ราศีมีน (15 มี.ค. - 14 เม.ย.) ท่าทางระยะนี้ ชาวมีนจะอยู่ไม่ค่อย เป็นสุข ชีพจรลงเท้า มีแต่งานด่วน งานรีบ งานรอไม่ได้ จนคุณไม่รู้จะแก้ปัญหาตรง ไหนก่อนดี หากคุณใจเย็นๆ ค่อยเจรจา คุณจะ เป็นฝ่ายได้เปรียบ ได้ผลประโยชน์มากมาย ถ้า คุณท�ำงานเกี่ยวพันกับยานพาหนะ / งานช่าง / งานอสังหาฯ ยิ่งเพิ่มรายได้เป็นทวีคูณ คนท�ำงาน ประจ�ำต้องท�ำงานให้ทันใจเจ้านาย ความรัก ถ้า คุณเป็นคนอ่อนไหวง่าย ช่วงนี้คุณอาจตกหลุมรัก ใครสักคนโดยไม่รู้ตัว!!


สกู๊ปพิเศษ

‘ชั่ งหัวมัน’

โครงการตามพระราชด�ำริ พลิกฟื้ นความแห้งแล้งเป็นโอกาส เมือ่ ครัง้ ทีพ่ ระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดชประทับที่ วังไกลกังวล พระองค์ทรงน�ำมันเทศที่ชาวบ้านน�ำมาถวายวางไว้บน ตาชั่งในห้องทรงงาน หลังจากนั้นพระองค์ทรงพบว่ามันเทศหัวนั้นมีใบงอก ออกมา จึงมีรบั สัง่ ให้นำ� หัวมันเทศต้นนัน้ ปลูกไว้ทวี่ งั ไกลกังวล ด้วยทรงมีพระ ราชด�ำริที่ลึกซึ้งด้วยเหตุผลว่า หัวมันเทศที่วางบนตาชั่งยังงอกขึ้นได้ ดังนั้น พื้นที่แห้งแล้งแค่ไหนต้นมันก็ต้องปลูกขึ้นได้ พระองค์จึงทรงมีพระราชด�ำรัส ให้หาพืน้ ทีเ่ พือ่ ทดลองปลูกมันเทศ ซึง่ เป็นจุดเริม่ ต้นของ ‘โครงการชัง่ หัวมัน ตามพระราชด�ำริ’ จากป่ายูคาลิปตัสอันรกร้าง มะนาวแป้นที่ยืนต้นตายเพราะอ่างเก็บน�้ำ หนองเสือแห้งขอดมาแรมปี แต่แล้ววันหนึง่ เมือ่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมพิ ลอดุลยเดชทรงซือ้ ทีด่ นิ บริเวณดังกล่าวด้วยทรัพย์สนิ ส่วนพระองค์ เพื่อด�ำเนินโครงการชั่งหัวมัน ด้วยพระราชประสงค์ ให้โครงการแห่งนี้เป็น ที่รวบรวมพืชเศรษฐกิจของอ�ำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี นับตั้งแต่วันนั้น ผืนดินแห่งนี้จึงได้พลิกฟื้นกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ต่อข้อสงสัยทีว่ า่ เหตุใดพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช ทรงมาซื้อที่ดินที่แห้งแล้งมาก จะปลูกอะไรก็ยากล�ำบาก ติดปัญหาเรื่องน�้ำ เมื่อครั้งเสด็จพระราชด�ำเนินเป็นการส่วนพระองค์ครั้งแรก ที่นี่มีแต่ต้น ยูคาลิปตัส เจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งบอกว่า...อะไรที่ยากล�ำบาก พระองค์ทา่ นทรงโปรดทีจ่ ะท�ำให้ดู เพือ่ พิสจู น์วา่ ท�ำได้ เพื่อจะเป็นแม่บทในการที่จะท�ำ เหมือนเป็น ศูนย์กลางเรียนรูด้ า้ นเกษตรกรรมของชาวบ้าน บนพื้นที่ 250 ไร่ของโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชด�ำริ เป็นศูนย์รวมพืชเศรษฐกิจ

ของอ�ำเภอท่ายาง ที่ภาครัฐกับชาวบ้านร่วมกันดูแล แลกเปลี่ยนแนวคิด เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรแก่เกษตรกร และเปิดให้ประชาชนในพื้นที่มี ส่วนร่วมในการจัดท�ำแปลงหรือช่วยงานพระองค์ พื้นที่ในโครงการปลูกพืช เศรษฐกิจ อาทิ สับปะรด มะนาว ไม้ผล พืชไร่และพืชผักต่างๆ ซึ่งผลผลิตที่ สร้างรายได้ให้มากที่สุดคือมะนาวพันธุ์พื้นเมือง ผลผลิตที่ได้น�ำไปจ�ำหน่าย ทีร่ า้ นโกลเด้นเพลส ตลาดกลางการเกษตรท่ายาง บางส่วนน�ำเข้าห้องเครือ่ ง วังสวนจิตรลดาและวังไกลกังวล บางส่วนมีไว้จ�ำหน่ายในโครงการส�ำหรับผูท้ ี่ เข้าเยี่ยมชม นอกจากการปลูกพืชแล้ว ยังมีฟาร์มโคนม ฟาร์มไก่ และแปลง เกษตรที่จัดเป็นสวนสวยงาม ด้วยพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเห็นว่าบริเวณโครงการชั่งหัวมันเป็นช่องเขาที่มีลมพัดผ่านตลอดปี จึงมี พระราชด�ำริให้ตดิ ตัง้ กังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า (Wind Turbine ) ขนาดก�ำลัง ผลิต 50 กิโลวัตต์ จ�ำนวน 20 ชุด และติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงาน แสงอาทิตย์ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้ในโครงการฯ และจ่ายให้แก่ชาวบ้าน ในละแวกใกล้เคียงพื้นที่โครงการฯ ท�ำให้ชาวบ้านมีกระแสไฟฟ้าใช้อย่าง สม�ำ่ เสมอ แล้วน�ำพลังงานไฟฟ้าทีเ่ หลือจ�ำหน่ายให้กบั การไฟฟ้าส่วนภูมภิ าค เป็นรายได้อีกทางหนึ่งของโครงการฯ รวมทั้งยังเป็นการด�ำเนินตามนโยบาย รัฐบาลที่สนับสนุนการน�ำพลังงานทดแทนมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วย โดยการไฟฟ้าส่วนภูมภิ าคได้รบั ซือ้ ไฟฟ้าจากโครงการฯ เข้าระบบของการ ไฟฟ้าส่วนภูมภิ าค ตัง้ แต่เดือนตุลาคม 2552 ในส่วนของการจ่ายไฟฟ้า ให้กบั โครงการฯ การไฟฟ้าส่วนภูมภิ าคก่อสร้างขยายเขตระบบไฟฟ้า พร้อมเปิดจ่ายกระแสไฟฟ้าเมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 โครงการชั่งหัวมันเป็นการบริหารทรัพยากรแบบบูรณาการ โดย ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่ามากที่สุด ขณะเดียวกันก็พยายาม เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส สร้างแหล่งเรียนรู้ให้กับประชาชนใน อนาคต ด้วยความสวยงามของพื้นที่ โครงการชั่งหัวมันตามพระ ราชด�ำริที่อุดมไปด้วยแปลงพืชผล และทุ่งกังหันลมที่รายล้อมด้วยต้น ราชพฤกษ์ ไม้ยืนต้นที่ให้สภาพแวดล้อมร่มรื่นสวยงาม จึงเป็นสถานที่ท่อง เทีย่ วของประชาชน รวมทัง้ เป็นสถานทีศ่ กึ ษาดูงานของหน่วยงานภาครัฐและ เอกชน จากหัวมันเทศที่ชาวบ้านทูลเกล้าฯ ถวาย สู่โครงการพระราชด�ำริแห่งนี้ จากพื้นที่ที่เคยแห้งแล้งทุรกันดาร แปรเปลี่ยนเป็นความเขียวขจี เป็นแหล่ง เพาะปลูกพืชพันธุ์ดีให้เจริญงอกงาม ชาวบ้านมีรายได้ สิ่งเหล่านี้ พระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดชทรงสร้างขึน้ มาให้ปวงประชาราษฎร์ อยู่ดีมีสุขบนพื้นฐานของความพอเพียง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหา ที่สุดมิได้...

30 คู่ หู เ ดิ น ท า ง


คู่หูเดินทาง 99  

เที่ยวตามรอยพ่อ... ป่าสนวัดจันทร์ ณ โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่