Page 1

นิตยสาร 1Day 2Night

1 Day 2 Night ปี ที่ 1 ฉบับที่ 1 2557

@ อัมพวา


บรรณาธิการ สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน ยินดีต้อนรับ เข้าสู่นิตยสาร 1Day 1Night นิตยสารนี้เป็น นิตยสารท่องเที่ยว ท่านผู้อ่านที่ชอบการ ท่องเที่ยวแบบหนึ่งวันหนึ่งคืนคงจะเหมาะกับ นิตยสารของเรา เพราะเราจะพาทุกท่านไป เที่ยวยังสถานที่ต่างๆในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งเหมาะมากกับท่านที่มีเวลาพักผ่อนที่ ค่อนข้างน้อย ดังนั้นเราจึงได้จัดทานิตยสาร ฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อเอาใจคนมีเวลาน้อยแต่อยาก เที่ยวกัน และนิตยสารฉบับนี้ก็จะพาท่านผู้อ่าน ไปเที่ยวที่อัมพวากัน เนื้อหาในเล่มนี้ก็จะมีเรื่อง เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของอัพวา วิถีชีวิต มีสถานที่เที่ยวนั้นก็คือตลาดน้าอัมพวาหรือ ตลาดน้ายามเย็นอัมพวานั้นเอง แล้วเรายังพา ไปหาของอร่อยๆทานกันอีก และถ้าท่านใดไม่รู้ เส้นทาง เราก็มีข้อมูลการเดินทางเตรียมไว้ให้ ทุกท่านแล้วค่ะ เมื่อพร้อมหมดทุกอย่างแล้วเรา ก็ออกเดินทางกันเลย

วศินี เหล็กดี บรรณาธิการ

สารบัญ ประวัติความเป็นมาของอัพวา วิถีชีวิต ตลาดน้าอัมพวา ข้อมูลการเดินทาง ของคาว ของหวานที่อัมพวา

P.1-3 P.4-5 P.5-6 P.7-9 P.10


ประวัติความเป็นมา ชุมชนอัมพวาหรือเทศบาลตาบลอัมพวา เป็นชุมชนริมน้าที่ยังคงเอกลักษณ์การตั้งถิ่น ฐานริมแม่น้า ในอดีตตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้าแม่ กลองบริเวณสองฝั่งคลองอัมพวา พื้นที่ บริเวณนี้รวมถึงพื้นที่ตอนบนของจังหวัด สมุทรสงครามในเขตอาเภออัมพวาและ บางส่วนของอาเภอบางคนที เดิมเรียกว่า "แขวงบางช้าง" เป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่มีความเจริญ ทั้งในด้านการเกษตร และการพาณิชย์ มี หลักฐานเชื่อได้ว่า ในสมัยสมเด็จพระเจ้า ปราสาททองนั้น แขวงบางช้างมีตลาดค้าขาย เรียกว่า "ตลาดบางช้าง" นายตลาดเป็นหญิงชื่อ น้อย มีบรรดาศักดิ์เป็นท้าวแก้วผลึก นาย ตลาดผู้นี้อยู่ในตระกูลเศรษฐีบางช้างซึ่งต่อมา เป็นราชนิกุล "ณ บางช้าง" เมื่อ พ.ศ. 2303 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตอนปลาย รัชสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ โปรดเกล้า ฯ ให้นายทองด้วง (พระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าจุฬาโลก) เป็นหลวงยกกระบัตร เมือง ราชบุรี ซึ่งเป็นเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงศรี อยุธยา ต่อมาหลวงยกกระบัตรได้แต่งงานกับ คุณนาคบุตรีเศรษฐีบางช้าง และได้ย้ายบ้านไป อยู่หลังวัดจุฬามณี ต่อมาเมื่อไฟไหม้บ้านจึงได้ ย้ายไป

แตก หลวงยกกระบัตรจึงตัดสินใจอพยพ ครอบครัวเข้าไปอยู่ในป่าลึก ในระหว่างนี้ ท่าน แก้ว (สมเด็จกรมพระศรีสุดารักษ์) พี่สาวของ หลวงยกกระบัตร ได้คลอดบุตรหญิงคนหนึ่ง ตั้งชื่อว่า "บุญรอด" (ต่อมาได้เป็นสมเด็จพระศรี สุริเยนทราบรมราชินี ในรัชกาลที่ 2) ครั้งเมื่อพระยาวชิรปราการได้รวบรวมกาลัง ขับไล่พม่าออกไปหมดแล้ว ได้สถาปนาขึ้นเป็น พระเจ้าตากสิน หลวงยกกระบัตรจึงได้อพยพ ครอบครัวกลับภูมิลาเนาเดิมในช่วงนี้เอง คุณ นาคก็ได้คลอดบุตรคนที่ 4 เป็นชาย ชื่อฉิม (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) หลังจากนั้น หลวงยกกระบัตร ก็ได้กลับเข้ารับ ราชการอยู่กับพระเจ้าตากสิน ได้รับ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระราชวรินทร์ เจ้ากรมพระตารวจนอกขวา จนกระทั่งเป็น สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก และ ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าจุฬาโลก ต้นราชวงศ์จักรี คุณนาค ภรรยาก็ได้รับสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระอมริ นทรามาตย์ คุณสั้น มารดาคุณนาค ได้รับการ สถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระรูปศิริโสภาคมหา นาคนารี แต่เนื่องจากสมเด็จพระอมรินท รามาตย์ทรงเป็นคนพื้นบ้านบางช้างมาก่อน จึง มีพระประยูรญาติที่สนิท ประกอบอาชีพทา

อยู่ที่หลังวัดอัมพวันเจติยาราม อีก 3 ปี เมื่อ พ.ศ. 2310 พม่าตีกรุงศรีอยุธยา

สวนต่าง ๆ อยู่ที่บางช้างนี้มาก เมื่อได้รับ สถาปนาเป็น สมเด็จพระอมรินทรามาตย์จึง


นับเป็นราชินิกุล บางช้าง พระประยูรญาติจึง

อาเภอไปตั้งอยู่ที่บริเวณวัดอัมพวันเจติยาราม

เกี่ยวดองเป็นวงศ์บางช้างด้วย และสมเด็จพระ ต่อมาในปี พ.ศ. 2462 สมัยหลวง บุรินท อมรินทร์ฯ มักทรงเสด็จเยี่ยมพระประยูรญาติ รามาตย์ ( วิง สิทธิเทศานนท์ ) เป็นนายอาเภอ เสมอ จึงมีคาเรียกว่า "สวนนอก" คือ สวนบ้าน ได้พิจารณาถึงความเหมาะสมแล้วจึงได้ย้าย นอก ที่เป็นของวงศ์ราชินิกุลบางช้าง ส่วน

ที่ว่าการอาเภออัมพวา มาตั้งอยู่ที่ธรณีสงฆ์

บางกอก ซึ่งเป็นส่วนของเจ้านายในราชวงศ์ก็

วัดท้ายตลาด ( วัดร้าง บริเวณริมฝั่งแม่น้าแม่

เรียกว่า "สวนใน" มีคากล่าวว่า "บางช้างสวน

กลองฝั่งตะวันออก ใต้คลองอัมพวา เป็นเรือน

นอก บางกอกสวนใน" จนถึงสมัยรัชกาลที่ 4

ไม้ชั้นเดียว หลังคามุงจาก และอยู่ห่างจากที่ว่า

จึงยกเลิกไป

การอาเภออัมพวาเดิมประมาณ 400 เมตร

คาว่า “ อัมพวา ” นั้น ตามพจนานุกรม

ล่วงมาถึง พ.ศ. 2472 สมัยขุนนิกรนา

ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2493 ได้อธิบาย รักษ์ ( นกแก้ว พัวไพโรจน์ ) เป็นนายอาเภอ ได้ว่า “ อัมพวา ”แปลว่า ป่ามะม่วง ฉะนั้นคา

อัมพวา ได้ดาเนินการของบประมาณต่อ

ว่า “ ฉลองอัมพวา ” จึงน่าจะหมายความว่า

สมุหเทศาภิบาลมณฑลราชบุรี ( พระยา

ดินแดนที่อยู่ในป่ามะม่วง เพราะว่าแต่เดิมนั้น

สัมพันธ์เสนี อิ้น บุญนาค ) ทาการสร้างที่ว่า

แขวงบางช้างเป็นแหล่งที่มีความเจริญทางด้าน การอาเภออัมพวาเป็นการถาวร เพราะอาเภอ กสิกรรมอาจมีต้นมะม่วงอยู่มาก จึงนามาตั้ง

อัมพวาเป็นอาเภอที่มีความเก่าแก่ตั้งมานาน

เป็นชื่อคลอง หรือชื่ออาเภอตามลาดับ

และเป็นสถานที่ที่สาคัญในประวัติศาสตร์

สาหรับที่ว่าการอาเภออัมพวา ในชั้น ประชาชนพลเมืองก็มากขึ้นเป็นลาดับ ปริมาณ เดิมมิได้จัดสร้างเป็นหลักฐานแน่นอน สุดแท้

งานต่างๆในหน้าที่ของอาเภอก็ได้เพิ่มมากขึ้น

แต่ว่าผู้ใดเป็นนายอาเภอ มีบ้านพักอยู่ที่ใดก็ตั้ง ด้วย แต่ยังไม่มีที่ว่าการอาเภอเป็นการถาวร เป็นที่ว่าการ

และเป็นหลักฐานซึ่งในการนี้ ขุนวงศ์อัศเวศน์

อาเภอ ณ นั้น ที่ว่าการอาเภออัมพวาแห่งแรก (ชัยอัศเวศน์ ) กานันตาบลอัมพวา ได้ช่วย ตั้งอยู่ที่ปากคลองบางจาก ริมแม่น้าแม่กลองฝั่ง เรี่ยไรเงินมาสมทบกับเงินงบประมาณที่ได้มา ตะวันออก อยู่ในตาบลอัมพวา คือ บ้านของ

และทาการก่อสร้าง ที่ว่าการอาเภออัมพวา

หลวงมหาดไทย ( แส ณ ช้าง ) ซึ่งเป็น

เป็นอาคารไม้สักสองชั้นหลังคามุงกระเบื้อง

นายอาเภอคนแรก และดารงตาแหน่ง

พื้นชั้นล่างและเสาเป็นคอนกรีต โดยปลูกสร้าง

นายอาเภอเรื่อยๆ มา จนถึงสมัย ม.จ. โสตถิ

ธรณีสงฆ์วัดท้ายตลาด ( วัดร้าง ) ที่เดิมนั้นเอง

ผล ชมพูนุช เป็นนายอาเภอ จึงได้ย้ายที่ว่าการ อาคารหลังนี้ใช้เป็นที่ว่าการอาเภอมาจนถึงปี


พ.ศ. 2539 พ.ศ. 2539 ได้ทาการรื้อถอนที่ว่าการ อาเภอแห่งเดิม และดาเนินการก่อสร้างอาคาร หลังใหม่ตามโครงการก่อสร้างที่ว่าการอาเภอ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องใน มหามงคลวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปีดาเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดิน มิถุนายน พ.ศ25

คาขวัญจังหวัดสมุทรสงคราม : เมืองหอย หลอด ยอดลิ้นจี่ มีอุทยาน ร 2 แม่กลอง ไหลผ่าน นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม ที่มา http://www.amphawaculture.com


วิถีชีวิต ความสัมพันธ์กับแม่ลาคลอง สภาพด้านนิเวศวิทยาของชุมชนอัมพวา ประกอบด้วยคลองน้อยใหญ่ที่เป็นลาน้าสาขา ของแม่น้าแม่กลองหลายสายแต่ละสาย เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับวิถีชวี ิตของประชาชนที่ อาศัยอยู่ในพืน ้ ที่ริมน้า และพื้นที่ใกล้เคียง เพราะประชาชนใช้น้าในการอุปโภคบริโภคและ การสัญจร นอกจากนีก้ ็ยังพบกับกิจกรรม อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับแม่น้าลาคลอง เช่น เด็กๆ กาลังกระโดเล่นน้าในคลองอย่างสนุกสนาน วิถีชีวิตของประชาชนริมน้าที่เป็นมรดกทาง วัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ของชุมชน อัมพวา การจับปลา ในช่วงฤดูร้อน เมื่อน้าในคลองลดลงเกือบแห้ง ขอดคลอง จะพบเห็นชาวบ้านลงไปทอดแหจับ ปลาในคลองนอกจากนี้ในพื้นที่ใกล้เคียงยังพบ การ ใช้โพงพาง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นใน การจับปลา ซึ่งในปัจจุบน ั เห็นได้ยากมากแล้ว เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้สร้างโพงพาง ใน ลาน้าสายหลักอีกต่อไป เพราะกีดขวางการ สัญจรของเรือ แต่สาหรับการจับปลาในแม่น้า ชาวบ้านจะใช้วิธีการทอดแหจากเรือของตนเอง การใช้เรือ ในอดีตการเดินทางของชาวอัมพวา มีการ ติดต่อภายในชุมชนหรือกับชุมชนใกล้เคียง โดยใช้เส้นทางน้าเป็นหลักเนื่อง จากมีแม่น้าลา คลองเชื่อมโยงได้ทั่วถึง การใช้เรือในการ

ขนส่งและการสัญจร จึงเป็นสิ่งที่นิยมแม้ว่าใน ปัจจุบน ั การสัญจรทางน้า หรือการประกอบ อาชีพในธุรกิจต่างๆ เช่น การค้าขายในตลาด น้า การขนส่งผลไม้ การตกกุ้ง ตลอดจนการ

ล่องเรือชมหิ่งห้อย การตกกุ้ง นอกจากสองฝั่งคลองอัมพวาและแม่น้าแม่ กลองจะเต็มไปด้วยสวนและบ้านเรือนไทย กิจวัตรประจาวันของชาวบ้านก็เป็นเอกลักษณ์ ของชุมชน ที่ยากจะหาที่ใดเหมือน เช่น การตก กุง้ กุ้งแม่น้าเป็นรายการอาหารที่มีชื่อเสียงของ อัมพวา กุง้ ที่ได้ล้วนมาจาฝีมือการตกกุ้ง ที่ต้อง อาศัยความอดทน และความชานาญ ของ ชาวบ้านทั้งสิ้น โดยจะใช้หัวใจไก่ ปูสอง กระดอง ไส้เดือน หรือกุ้งตัวเล็กๆ เป็นเหยื่อ มีพ่อค้าคนกลางภายเรือมารับซื้อกุ้ง ส่วนราคา ซื้อขายอยูท ่ ี่ประมาณกิโลกรัมละ 400-500 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดชาวบ้านที่นี่ ตกกุง้ เป็น อาชีพช่วยสร้างรายได้ให้กับครอบครัวไม่น้อย บริเวณที่สามารถพบเห็นการตกกุ้งได้มากที่สุด ได้แก่ สองแม่น้าแม่กลองในช่วงกลางวันและ กลางคืน โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนจะพบเห็น เรือตกกุ้งแทบทุกคุ้งน้า

การตักบาตรริมคลอง ตอนย่ารุ่งของทุกวัน พระภิกษุจากทั้งวัดอัมพ วันเจติยารามและวัดพระยาญาติ จะออกเดิน บิณฑบาตรตามทางเดินริมคลองอัมพวา พระสงฆ์บางรูป จะพายเรือไปบิณฑบาต เพื่อให้พุทธศาสนิกชนในชุมชน ได้ตักบาตรซึ่ง นอกเหนอจากเป็นการทาบุญเพื่อความเป็นสิริ มงคลแล้วยังเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา อีกด้วย

การใช้น้าเล่นน้า สายน้าที่เป็นเสมือนสายใยหล่อเลี้ยงชาวอัมพ วาก็คือคลองอัมพวา ดังนั้นในการประโยชน์


จากแหล่งน้าให้ได้คุณค่ามากที่สุดจึงเป้นสิ่ง สาคัญที่ ชาวอัมพวาปฏิบัติสืบต่อกันมาจน กลายเป้นวิถีชีวิตที่บ่งบอกความเป็นตัวตนคน อัมพวาได้อย่างชัดเจน ไม่วา่ จะเป็นการอาบน้า เล่นน้าหรือซักผ้าในคลอง การใช้สอยใน รูปแบบที่หลากหลาย เช่นนี้ ทาให้ชาวบ้านได้ เรียนรู้และเข้าใจระบบนิเวศวิทยาของชุมชน ตัวเอง เพื่อทาความเข้าใจสภาพของแหล่งน้า โดยมีวิธีการสังเกตในช่วงทีน ่ ้าขึ้นน้าลง เป็นน้า จืด น้ากร่อยหรือน้าเค็ม ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะ นาน้าที่ใสและก็มีความสะอาดมาใช้กันได้อย่าง ปลอดภัย ที่สุด ทั้งนี้ในช่วงเวลาใดก็ตามที่มี จังหวะเหมาะสมสาหรับการลงเล่นน้า ไม่ว่าจะ เป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่นาขึ ้ ้นเต็มที่ จะมี ชาวบ้านละแวกนีล้ งไปเล่นน้ากันอย่าง สนุกสนาน โดยเฉพาะเด็กๆ จะมีการจับกลุ่ม เล่นน้ากันตลอดเวลา ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวถือ ได้ว่าเป็นการบ่งบอกถึงวิถีชวี ิตชุมชนอัมพวาได้ เป็น อย่างดี เศรษฐกิจชุมชน เกษตรกรรม จากสภาพภูมิศาสตร์ที่ก่อให้เกิด ลักษณะทางธรณีวิทยาที่มีความอุดมสมบูรณ์ ของ ทรัพยากรดิน และน้า อันเหมาะแก่การ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ดังนั้นการ ประกอบอาชีพของคนในชุมชนส่วนใหญ่จึง นิยมทาสวนมะพร้าว สวนลิ้นจี่ และสวนส้มโอ กันเป็นอย่างมาก การทาสวนมะพร้าว ชุมชนอัมพวาประกอบไปด้วย สวน มะพร้าวที่มีอยู่กระจัดกระจายทั่วไปโดยรอบ พื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่นิยมปลูกสลับไปกับผลไม้ ชนิดอื่นๆ ผลิตผลที่ไกด้จาการทาสวนมะพร้าว ส่วนใหญ่เป็นไปในรูแบบของการบริโภคและ การค้า ขาย นอกจากนี้การนาผลิตผลจาก

มะพร้าวมาแปรรูปเป็นน้าตาลมะพร้าว ที่มี ความแตกต่างกับน้าตาลโตนดที่มีความหวาน มันและเข้มข้นกว่าและยังสามารถ แสดงถึง ชีวิตของชุมชนอัมพวาได้อย่างดี การทาสวนลิน ้ จี่ ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มชี ื่อเสียงของอัมพวา อีชนิดหนึง่ ที่ชาวสวนส่วนใหญ่นิยม ปลูก โดยเฉพาะอย่างยิง่ พันธุ์ค่อมลาเจียก ที่มี ลักษณะเปลือกบางเนื้อมีความแห้งและรสชาติ ที่หวานมากกว่าเมื่อเทียบกับ พันธุ์จักรพรรดิ์ที่ ปลูกอยู่แถบเหนือของประเทศไทย การปลูก ลิ้นจี่ตอ้ งอาศัยสภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้าง หนาวเย็น ดังนั้นในปีไหนที่อากาศร้อนจัดจะ ส่งผลให้ลิ้นจี่ไม่ติดลูก ส่วนใหญ่ในปีที่มีอากาศ หนาวจัดจะส่งผลให้ลิ้นจีอ่ อกผลใหญ่มีรสชาติ หวานอร่อย แต่หากมีฝนตกมากระหว่างที่มี ผลผลิตจะทาให้สูญเสียผลผลิตเป็นส่วนมาก เนื่องจากผลลิน ้ จี่จะอึ้มน้าและผลแตก เพราะฉะนั้นการเก็บลิน ้ จี่จงึ พยายามที่จะทาให้ เสร็จภายในเดือนเมษาย การทาสวนส้มโอ ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่เป็นส้มโอที่มี รสชาติอร่อยและออกผลผลิตตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูร้อน นิยมปลูกกันมากใน อาเภออัมพวาและอาเภอบางคนที


ที่มาhttp://www.amphawa.go.th

ตลาดน้าอัมพวา ตลาดน้าอัมพวา หรือตลาดน้ายามเย็นอัมพ วาสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่กาลังได้รับ ความนิยมจากนักท่องเที่ยวจากหลากหลายที่ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศที่กาลังหลั่งไหล มาท่องเที่ยวที่ตลาดน้าอัมพวา เพื่อต้องการ สัมผัสกับธรรมชาติ และวิถีชีวิตที่เรียบง่าย พร้อมทั้งสัมผัสเสน่ห์ของตลาดน้าอัมพวา ที่ ได้รับการกล่าวขานและบอกต่อกันอย่าง มากมายเกี่ยวกับบรรยากาศ และกิจกรรม ต่างๆที่ตลาดน้าอัมพวา "ตลาดอัมพวา"ความแตกต่างจากตลาดน้า สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ตลาดน้าอัมพวา มีความแตกต่างจากตลาดน้า สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ตรงที่เป็นตลาดน้าที่ เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันของชาวชุมชนอัมพ วามาพายเรือขายสินค้าต่างๆที่คลองอัมพวา และวางขายสินค้าอื่นๆทีต่ ลาดอัมพวา และอีก

สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ทตี่ ลาดน้าอัมพ วา แตกต่างจากทีต่ ลาดน้าที่อื่นๆคือ ตลาดน้า อัมพวาจะเริ่มออกวางขายสินค้า และพ่อค้า แม่ค้าเริ่มออกขายสินค้าในช่วงเวลาเย็น จนกระทั่งเป็นที่มา ที่เรียกกันว่า”ตลาดน้ายาม เย็นอัมพวา” โดยทีต่ ลาดน้าอัมพวาจะเปิดขาย กันตั้งแต่เวลาประมาณ 16.00 น. จนกระทั่ง ถึงเวลาประมาณ 21.00 น. ทางพ่อค้าแม่ค้าจะ เริ่มเก็บร้าน ตลาดน้าอัมพวา จะวางขายสินค้า และอาหารต่างๆกัน เฉพาะวันศุกร์, วันเสาร์, วันอาทิตย์ และวันหยุดนัขฤกษ์เท่านัน หาก นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวกันในช่วงวันธรรมดาจะ พบเพียงตลาดอัมพวาที่มสี น ิ ค้า และอาหาร ขายเพียงแค่ในตลาดเท่านัน ้ แต่จะพบกับ บรรยากาศของอัมพวาอีกรูปแบบหนึง่ คือ จะ ได้พบกับบรรยากาศของอัมพวาที่เงียบสงบ ได้ เห็นกับวิถีชีวิตของชาวอัมพวาที่ใช้ชีวิตกันอย่าง เรียบง่ายซึ่งเป็นบรรยากาศที่น่าสัมผัสไปอีก รูปแบบหนึง่ ตลาดน้าอัมพวาจะมีพื้นที่ที่ค่อนข้างมาก สามารถแบ่งได้เป็นโซนหลักๆอยู่ 2 ฝั่งคือ ฝั่ง ตลาดอัมพวา และฝัง่ วัดอัมพวันเจติยา ราม ซึ่งในละฝั่งจะมีสินค้าที่หลากหลาย คล้ายคลึงกัน เช่น ขนมไทย, ขนมหวานต่างๆ , ก๋วยเตี๋ยวเรือ, ผัดไทย, อาหารทะเลปิ้งย่าง, ขนมจีน, กาแฟโบราณ, เสื้อผ้า และของที่ ระลึกจากอัมพวาต่างๆมากมาย


เที่ยวตลาดน้าอัมพวาในช่วงวันหยุดพักผ่อน หากในช่วงวันหยุด หรือวันว่างจากการ ทางานสาหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน ลองนึก ถึงตลาดน้าอัมพวา เพื่อเป็นอีกหนึ่ง ทางเลือกของท่าน เพื่อเป็นสถานทีพ ่ ักผ่อน กับครอบครัว, เพื่อนฝูง หรือคนที่คุณรักที่ ตลาดน้าอัมพวา อาเภออัมพวา จังหวัด สมุทรสงคราม สถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกล จากกรุงเทพ ใช้เวลาในการเดินทางเพียง ชั่วโมงเศษ แล้วคุณจะได้สัมผัสกับความ แตกต่างที่คุณอาจไม่เคยรู้

ที่มา www.ตลาดอัมพวา.com


ข้อมูลการเดินทาง

ที่ตั้งศูนย์ประสานงานท้องเที่ยว สมุทรสงคราม * กรณีมาจาก ถ.วิภาดี-รังสิต ถนนวิภาวดีรังสิต - ใช้ทางลาดไปยัง ทาง ยกระดับอุตราภิมุข(ทางพิเศษ) - ขับต่อไป ยัง เส้นทาง 3119(ทางพิเศษ) -ใช้ทางออก ด้านขวา ไปยัง Dao Khanong(ทางพิเศษ) ตัดเข้าไปยัง เส้นทาง 31/ทางพิเศษเฉลิม

รถยนต์

มหานคร - ขับต่อไปยัง เส้นทาง 35

แบบย่อ : ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถนนสาย ธนบุร-ี ปากท่อ (พระราม 2) ผ่านสี่แยก มหาชัย-นาเกลือ ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 63 จะมีทางแยกต่างระดับ เข้าตัวเมือง สมุทรสงคราม หรือใช้ทางพิเศษเฉลิมมหา นคร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1543 แบบละเอียด : ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 - ใช้ทางลาด ไปยัง เส้นทาง 3093/ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 325 - เลี้ยวขวา ที่ ทางหลวง แผ่นดินหมายเลข 325 สมุทรสงคราม-บาง แพ ตรงไปประมาณ 6 กิโลเมตร อยู่ที่หลัก กิโลเมตรที่ 36- 37 พบป้ายสีขาว ประกอบ หัวโขน 3 หัว ขนาดใหญ่ เลี้ยวซ้ายเข้า อ. อัมพวา ตรงไป เจอธนาคารนครหลวงไทย -> ขับตรงไปข้ามสะพานสูง ลงสะพานสูง เลี้ยวซ้ายเข้าวัดอัมพวันฯ ทีจ่ อดรถเพื่อ เที่ยวตลาดน้าอัมพวา ถ้าตรงไปอีก พบกับ อุทยาน ร. 2 -> เลี้ยวซ้าย ตรงไปสุดทางลงแม่น้า เป็น อาคารสีขาว เหลือง ที่ตั้งอาคาร เอนกประสงค์ และท่าเรือเทศบาลอัมพวา

รถโดยสารประจาทาง บริษัท ขนส่ง จากัด เปิดบริการเดินรถ กรุงเทพฯ-สมุทรสงคราม โดยมีรถจากสถานี ขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 05.50-21.00 น. โทร. 0 2435 1199, 0 2435 5605 รถปรับอากาศ (ดาเนินทัวร์) โทร. 0 2435 5031 หรือที่ เว็บไซต์ http://www.transport.co.th เส้นทาง กรุงเทพฯ-ดาเนินสะดวก ผ่าน อ. อัมพวา และตลาดน้าอัมพวา โดยจะหยุด รับส่งผู้โดยสารที่ตัวเมืองแม่กลอง และตัว อ.อัมพวา เปิดให้บริการระหว่างเวลา 05.00-21.00 น.


รถตู้ 1. สาย กรุงเทพ-อัมพวา-ดาเนินสะดวก - อนุสารีย์ชัยฯ - ใต้ทางด่วนพหลโยธิน ฝั่ง ช่อง5 ค่าโดยสารถึงอัมพวา 100 บาท/คน - อนุสารียช์ ัยฯ - ใต้ รถไฟฟ้า BTS สถานี อนุสาวรีย์ชัยฯ ขาไป อนุสารีย์ชัยฯ-อัมพวา รถจอดบริเวณ คิวรถตู้ทางเข้าก่อนถึง 7-eleven ข้างเซ็นจูรี่ ค่ารถโดยสาร 80 บาท ติดต่อ มือถือ 084-111-6630, 087-6672391 วันจันทร์-พฤหัสบดี ตัง้ แต่ 06.00-19.00 น. วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่ 06.00-20.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที รถ จอดบริเวณข้างวันอัมพวัน ขากลับ อัมพวา-อนุสารีย์ชยั ฯ รถจอดบริเวณ ข้างวันอัมพวัน ติดต่อ มือถือ 084-111-6631 วันจันทร์-พฤหัสบดี ตัง้ แต่ 06.00-19.00 น. ตั้งแต่ 06.00-18.00 น. วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนขัตฤกษ์ ตั้งแต่ 06.00-19.00 น. 2. สาย กรุงเทพ-แม่กลอง (สมุทรสงคราม) เดินทางไป อ.แม่กลอง แลต่อ รถเพื่อไปอัมพวา ซึ่งสามารถขึ้นรถได้จากจุด ต่างๆ ดังนี้ - อนุสารีย์ชัยฯ บริเวณใต้ทางด่วนพหลโยธิน ฝั่งไปสะพานควาย ค่ารถโดยสาร 70 บาท ขาไป อนุสาวรีย์ชัยฯ-แม่กลอง ติดต่อ มือถือ 085-179-4414, 080-022-

8567 วันจันทร์-พฤหัสบดี ตัง้ แต่ 06.30-20.00 น. วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่ 06.30-21.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที รถจอดบริเวณตลาดแม่กลอง ขากลับ แม่กลอง-อนุสารียช์ ัยฯ ติดต่อ มือถือ 087-414-5522, 086-8070745 วันจันทร์-พฤหัสบดี ตัง้ แต่ 05.30-19.00 น. วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนขัตฤกษ์ ตั้งแต่ 05.30-20.00 น. - ปิ่นเกล้า ท่ารถโลตัสปิ่นเกล้า ขึ้นฝั่ง ร้านหมู กะทะ - บริเวณสถานีขนส่งสายใต้(ถ.บรมราชชนนี) แม่กลอง ราคา 50 บาท มหาชัย ราคา 20 บาท ไปทาง จรัญสนิทวงศ์ วงเวียนใหญ่ ดาวคะนอง บางปะแก้ว พระราม 2 มหาชัย - จตุจักร บริเวณหน้าสถานีขนส่งหมอชิตใหม่ - บางนา บริเวณหน้าธนาคารกสิกร 4 แยก บางนา ราคา 80 บาท - บางปะกอก ท่ารถบิ๊กซีบางปะกอก - บางประแก้ว บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์กอ่ น ถึงปั้มน้ามันเชลล์ - แจ้งวัฒนะ บริเวณใต้ทางด่วนแจ้งวัฒนะ เปิดให้บริการ ตั้งแต่ เวลา 07.00 – 20.00 น. รถออกทุกๆ 30 นาที จากนั้นต่อรถจากตัวเมืองแม่กลอง เข้าตลาด น้าอัมพวา สามารถเลือกได้ ดังนี้ - รถสองแถว สาย"แม่กลอง-โรงเจอัมพวา" รถจอดบริเวณหน้าร้าน 7-11 ตรงข้ามธนาคาร นครหลวงไทย ค่าโดยสาร 10 บาท จะผ่าน ตลาดน้าอัมพวา และไปสุดสายที่โรงเจอัมพวา - รถโดยสาร สาย "แม่กลอง-บางนกแขวก" บริเวณหน้าสถานีขนส่งจังหวัด รถจะผ่าน ตลาดน้าอัมพวาไปสุดสายที่ ต.บางนกแขวก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม


- รถตุ๊ก ตุ๊ก เหมารถได้จากตลาดแม่กลอง (บริเวณป้อมตารวจทีล่ งรถตู้) ราคา 80-100 บาท/คัน ผ่านตลาดน้าอัมพวา

แผนที่ไปตลาดนาอัมพวา

รถไฟ จากสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ มีรถไฟสาย วงเวียนใหญ่-มหาชัย ออกทุกวัน ลงรถไฟที่ สถานีรถไฟมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ข้าม เรือจากท่ามหาชัยไปฝั่งท่าฉลอม เพื่อต่อรถไฟ ที่สถานีรถไฟบ้านแหลมไปยังจังหวัด สมุทรสงคราม หรือจะลงรถไฟที่สถานีรถไฟ มหาชัย แล้วต่อรถโดยสารประจาทางไป จังหวัดสมุทรสงคราม ติดต่อสอบถามตาราง รถไฟได้ที่ สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ โทร. 0 2465 2017, 0 2890 6260 หรือ เว็บไซต์ http://www.railway.co.th

ที่มา : การท่องเทีย่ วแห่งประเทศไทย maps.google.co.th, pantip.com, chomthai.com


ของคาว ของหวานที่อัมพวา ถ้าใครแวะไปเที่ยวกันที่อัมพวา เดินเล่นชิลๆ กันอยู่ แล้วเกิดหิวขึ้นมา วันนี้เรามีอาหารมา แนะนาทั้งของคาวและของหวานให้หลายๆคน ได้เลือกกัน ว่าแล้วท้องก็รอ้ งขึ้นมาทันที งั้นเรา มาดูของคาวกันก่อนเลยว่ามีอะไรบ้าง ข้าวต้มเครื่องชามละ 10 บาท ข้าวต้ม ทรงเครื่องที่ขายในราคาย่อมเยา มีให้เลือกชิม ทั้งข้าวต้มเป็ด ข้าวต้มปลา กระเพาะหมู กระดูกหมู น้าซุปรสชาติเข้มข้นซดอร่อยคล่อง คอ

ต่อมาเป็นของหวานกันบ้าง อย่างแรกเลยคือ ไอติมที่เป็นรสผลไม้ไทย ไม่ว่าจะเป็นรสมะขาม แช่บ๊วย,มะม่วงน้าปลาหวาน,ฝรั่งแช่บ๊วย,มะยม พริกเกลือ ไม่น่าเชื่อว่ารสชาติจะอร่อยมาก ต้องลอง

หอยจ้อ แฮ้กน ึ้ ศรีไทย สูตรดั้งเดิมที่ทางร้าน คิดขึ้นเอง ขนมคุณยาย ขนมไทยรสชาติหวานหอม น้ากะทิ ชวนชิมข้าวเหนียวดาเปียก สาคูเปียก เต้าส่วน หรือจะอุดหนุนเม็ดขนุน ทองหยิบ เม็ดพอดีคา หน้าตาสีสันสดใสชวนกิน

หรือว่าจะเป็นผัดไทย หอยทอดหรือจะเป็นหมู สะเต๊ะก็มีให้เลือกเหมือนกัน

ที่มา http://travel.sanook.com/

นิตยสาร 1day 2night