__MAIN_TEXT__

Page 1


ที่ตั้งโรงงานผลิตและแตงแร โรงงานจังหวัดกาญจนบุร� :

70 หมู 2 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุร� 71000 เร�่มดำเนินงาน พ.ศ. 2534 ผลิตและจำหนาย : แรโดโลไมทกอนและบดละเอียด

โรงงานจังหวัดตาก :

6 ต.วังประจบ อ.เมือง จ.ตาก 63000 เร�่มดำเนินงาน พ.ศ. 2522 ตามมาตรฐาน ISO 9001-2000 ผลิตและจำหนาย : แรโซเดียมเฟลดสปารบดและเกล็ด

โรงงานจังหวัดราชบุร� :

46/1 หมู 7 ต.บานคา อ.บานคา จ.ราชบุร� 70180 เร�่มดำเนินงาน พ.ศ. 2549 ผลิตและจำหนาย : แรโซเดียมเฟลดสปารบดและเกล็ด

โรงงานจังหวัดชุมพร

60/3 หมู 9 ต.ตะโก อ.ทุงตะโก จ.ชุมพร 86220 ผลิตและจำหนาย : ทรายแกว

สำนักงานใหญ

356 ถ.นราธิวาสราชนคร�นทร ชองนนทร� ยานนาวา กรุงเทพฯ 10120

ติดตอ : คุณสาว�ณี พัชรศักดาธร

บร�ษัท เทพประทานการแร จำกัด

ไดรับความไววางใจจากลูกคาอยางตอเนื่องมาเปนเวลาชานาน ซึ่งเปนผล มาจากการที่บร�ษัทฯ ใสใจในการลดปจจัยความเสี่ยงใหกับสายการผลิต ของลูกคา ทำใหลูกคาสามารถมั่นใจเกี่ยวกับ 1

Consistent Quality of Product คุณภาพที่ไดมาตรฐานและมัน่ คง ซึง่ เปนผลจากประสบการณและความชำนาญของว�ศวกร ประกอบกับการควบคุมคุณภาพอยางใกลชิดในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแตจ�ดเร�่มตน ในเหมือง มาจนถึงโรงงานแตงแร ตลอดจนการตรวจสอบคุณภาพแรในหองทดลองกอนสง ถึงมือลูกคา

2 Stable Supply ความสามารถในการสงมอบแรไดอยางตอเนื่องตามความตองการของลูกคาโดยไมทำให สายการผลิตของลูกคาหยุดชะงัก เนื่องจากบร�ษัทฯ ไดลงทุนเก็บสำรองแรไวจำนวนมาก เพ�่อตอบสนองลูกคาไดแม ในกรณีฉุกเฉิน

โทร : 02-678-0222#508 Fax : 02-678-2767


10

6 เดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม 2563

คณะกรรมการสภาการเหมืองแร่ 1. น.ส.อัญชลี ตระกูลดิษฐ 2. นายยุทธ เอี่ยมสอาด 3. นายดิเรก รัตนวิชช์ 4. นายวัลลภ การวิวัฒน์ 5. นายทวี ทวีสุขเสถียร 6. นายอนุพงศ์ โรจน์สุพจน์ 7. นายศิริชัย มาโนช 8. นายชาญณรงค์ ทองแจ่ม 9. นายศิรสิทธิ์ สืบศิริ 10. นายนวพล พุทธานนท์ 11. นายเสกข์สรร ธีระวาณิชย์ 12. นายสุรพล อุดมพรวิรัตน์ 13. นายยงยุทธ รัตนสิริ 14. นายณรงค์ จ�าปาศักดิ์ 15. นายอภิชาติ สายะสิญจน์ 16. นายสุเทพ สุนทรารัณย์ 17. นายอับดุลลาเต๊ะ ยากัด 18. นายตติกร บูรณธนานุกิจ

ประธานกรรมการสภาการเหมืองแร่ รองประธานกรรมการสภาการเหมืองแร่ รองประธานกรรมการสภาการเหมืองแร่ รองประธานกรรมการสภาการเหมืองแร่ รองประธานกรรมการสภาการเหมืองแร่ รองประธานกรรมการสภาการเหมืองแร่ รองประธานกรรมการสภาการเหมืองแร่ กรรมการสภาการเหมืองแร่ กรรมการสภาการเหมืองแร่ กรรมการสภาการเหมืองแร่ กรรมการสภาการเหมืองแร่ กรรมการสภาการเหมืองแร่ กรรมการสภาการเหมืองแร่ กรรมการสภาการเหมืองแร่ กรรมการสภาการเหมืองแร่ กรรมการสภาการเหมืองแร่ กรรมการสภาการเหมืองแร่ กรรมการสภาการเหมืองแร่

ผูประกอบการ ทำเหมืองแร ดีบุก-ชีไลต และโรงงานแตงแร ดีบุก ชีไลต และวูลแฟรม

เลขาธิการ สภาการเหมืองแร่ นายสุรพล อุดมพรวิรตั น์ (ท�าการแทน)

ผูช้ ว่ ยเลขาธิการ สภาการเหมืองแร่ นางอรพิณ เปรือ่ งการ

ทีอ่ ยู่ สภาการเหมืองแร่

222/2 ซอยมหำวิทยำลัยหอกำรค้ำไทย ถนนวิภำวดี-รังสิต เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2275-7684-6 แฟกซ์ 0-2692-3321 E-mail Contact : miningthai@miningthai.org Website : www.miningthai.org ID LINE : @ulc4210x ที่ปรึกษา : น.ส.อัญชลี ตระกูลดิษฐ ประธำนกรรมกำรสภำกำรเหมืองแร่ วัลลภ การวิวัฒน์ รองประธำนกรรมกำรสภำกำรเหมืองแร่ และประธำนคณะอนุกรรมกำรประชำสัมพันธ์ บรรณาธิการ : สุรีย์พร วงศ์ศรีตระกูล กองบรรณาธิการ : ทัศนีย์ เรืองติก / อ�ำพันธุ์ ไตรรัตน์ / ชุติภำ จริตพันธ์ ฝ่ายโฆษณา : ศิริภรณ์ กลิ่นขจร / กษิรำ เหมบัณฑิตย์ / กัลยำ ทรัพย์ภิรมย์ / วีระวรรณ พุทธโอวำท / พรเพ็ชร โตกทองค�ำ จัดท�าโดย : บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จ�ากัด เลขที่ 471/3-4 อำคำรพญำไทเพลส ถนนศรีอยุธยำ แขวงทุ่งพญำไท เขตรำชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2354-5333 แฟกซ์ 0-2640-4260

บริษัท เชียงใหม ทิน-ทังสเตน จำกัด 79 หมูที่ 2 ต.สันพระเนตร อ.สันทราย จ.เชียงใหม

โทร. 0-5349-2783 โทรสาร 0-5349-2698 E-mail : cm_tin@cmtintungsten.co.th

**วารสารเหมืองแร่ จัดท�ำขึน้ เพือ่ ให้ขอ้ มูลข่ำวสำรทีเ่ ป็นประโยชน์แก่สมำชิกสภำกำรเหมืองแร่ ประชำสัมพันธ์กำรด�ำเนินงำนและกิจกำรของสภำฯ ตลอดจนเผยแพร่ควำมรู้ ทีเ่ กีย่ วข้องกับอุตสำหกรรมเหมืองแร่ ทัง้ นีบ้ ทควำมต่ำงๆ ใน วารสารเหมืองแร่ นีเ้ ป็นดุลพินจิ ของกองบรรณำธิกำร โดยจะออกทุกๆ 2 เดือน


Contents ปีที่ 10 ฉบับที่ 6 ประจำ�เดือนพฤศจิก�ยน - ธันว�คม 2563

15

10 แวดวงช�วเหมือง

28

15 Cover Story สุรพล อุดมพรวิรัตน์ กรรมก�รผู้ทำ�ก�รแทน เลข�ธิก�รสภ�ก�รเหมืองแร่ “จับต�กระบวนก�รพิจ�รณ�อนุญ�ตประท�นบัตร ภ�ยใต้ “พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560” ช�้ หรือเร็ว” กองบรรณ�ธิก�ร

24 เหมืองแร่สีเขียว

กพร. ข�นรับนโยบ�ย รมว.อุตส�หกรรม สร้�ง อุตส�หกรรมรักษ์โลก มุ่งให้สถ�นประกอบก�ร ยึดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน กองบรรณ�ธิก�ร

26 Report น�ยกฯ มอบร�งวัลอุตส�หกรรม ประจำ�ปี 2563 (The Prime Ministry Award 2020) ปีที่ 28 เผยมีผู้ประกอบก�รได้รับร�งวัล 79 ร�งวัล พรอ้ มร�งวัลชมเชย 5 ร�งวัล กองบรรณ�ธิก�ร

30

CSR กพร. จัดกิจกรรมโครงก�ร “เหมืองแร่ปลอดภัย ห่วงใยประช�ชน ปีที่ 4” ตั้งเป้�ปี ’64 ตรวจสุขภ�พประช�ชนโดยรอบ ไม่น้อยกว�่ 30,000 คน กองบรรณ�ธิก�ร

บริษัท บ่อทองศิล� จำ�กัด และ TMP GROUP ร่วมบริจ�คเงิน-อุปกรณ์ท�งก�รแพทย์ สูภ้ ัย COVID-19 กองบรรณ�ธิก�ร

32 News 33 ธุรกิจเหมืองแร่

ซ�นี่ ขึ้นแทน่ ยอดข�ยอันดับ 1 ในไทย ด้วยยอดข�ย รถขุด 1,600 คัน มูลค�่ 4,000 ล�้ นบ�ท ตั้งเป้�ปีหน้�เพิ่มยอดข�ยเป็น 2,500 คัน กองบรรณ�ธิก�ร

34 แรน่ �่ รู้

COPPER Market Update ภิตินันท์ อินมูล


แวดวงชาวเหมือง l

กองบรรณาธิการ

สภาการเหมืองแร่ ร่วมกับ เอสซีจี จัดอบรมสัมมนา เรื่อง “การฟื้นฟูสภาพเหมืองแร่” สภาการเหมืองแร่ ภำยใต้ควำมร่วมมือของ บริษทั ปูนซิเมนต์ไทย จ�ากัด (มหาชน) จัดอบรมสัมมนา เรื่อง “การฟื้นฟูสภาพเหมืองแร่” โดยได้รับเกียรติ จำก วิษณุ ทับเทีย่ ง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพืน้ ฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เป็นประธำนในพิธีเปิดกำรอบรมสัมมนำ โดยมี อัญชลี ตระกูลดิษฐ ประธาน กรรมการสภาการเหมืองแร่ และกรรมกำรสภำกำรเหมืองแร่ ให้กำรต้อนรับ ท่ำมกลำงสมำชิกสภำกำรเหมืองแร่ที่ให้ควำมสนใจเข้ำร่วมงำนอย่ำงคับคั่ง ณ ห้องบอลรูม 1 ชั้น 3 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ ภำยในงำนอบรมสัมมนำครั้งนี้มีวิทยำกรจำก กพร. ได้แก่ อนงค์ศรี ศรีพลอย นิตกิ รช�านาญการ และ อุไรวรรณ สถิตย์พงษ์ นักวิชาการสิง่ แวดล้อม ช� า นาญการ ร่ ว มบรรยำยในหั ว ข้ อ “กฎหมายที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ การฟื้ น ฟู สภาพเหมื อ ง” เพื่ อ สร้ ำ งควำมรู้ ค วำมเข้ ำ ใจแก่ ส มำชิ ก สภำกำรเหมื อ งแร่ โดยเฉพำะเหมืองแร่หินปูน พร้อมกันนี้ เอสซีจีได้สนับสนุนงบประมำณในกำร จัดพิมพ์หนังสือ “การฟื้นฟูเหมืองหินปูน” ให้แก่สภำกำรเหมืองแร่ จ�ำนวน 32,600 บำท ซึ่งสภำกำรเหมืองแร่ได้น�ำหนังสือดังกล่ำวมำแจกให้สมำชิก เพื่อใช้ประกอบกำรอบรมสัมมนำในครั้งนี้ด้วย สภำกำรเหมืองแร่เห็นว่ำ กำรฟื้นฟูสภำพเหมืองแร่ทั้งระหว่ำงด�ำเนินกำร และหลังกำรด�ำเนินกำรให้กลับสู่สภำพที่ใกล้เคียงกับสภำพธรรมชำติที่เป็น อยู่ก่อนกำรท�ำเหมืองให้มำกที่สุดเท่ำที่จะเป็นไปได้ ไม่เพียงแต่จะช่วยรักษำ ระบบนิเวศ ยังจะเป็นกำรช่วยเสริมสร้ำงภำพลักษณ์ทั้งของผู้ประกอบกำร และของอุตสำหกรรมเหมืองแร่โดยรวมให้อยู่ในระดับที่ดีขึ้น

วิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่ (กพร.) ประธานในพิธี

อัญชลี ตระกูลดิษฐ ประธานกรรมการสภาการเหมืองแร่

สุรพล อุดมพรวิรัตน์ กรรมการผู้ทำาการแทนเลขาธิการสภาการเหมืองแร่

บรรยากาศงานอบรมสัมมนา สมาชิกให้ความสนใจร่วมงานคับคั่ง

10

November-December 2020


จากซ้าย ยุทธ เอี่ยมสะอาด อนุพงศ์ โรจน์สุพจน์ และ วัลลภ การวิวัฒน์ รองประธานสภาการเหมืองแร่ พร้อมใจร่วมงาน

อนงค์ศรี ศรีพลอย และ อุไรวรรณ สถิตย์พงษ์ วิทยากรจาก กพร. ให้ความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูสภาพเหมือง

ถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก

เอสซีจีสนับสนุนงบประมาณจัดพิมพ์หนังสือ “การฟื้นฟูเหมืองหินปูน” ให้แก่สภาการเหมืองแร่

ทวี ทวีสุขเสถียร รองประธาน กรรมการสภาการเหมืองแร่

ยงยุทธ รัตนสิริ กรรมการสภาการเหมืองแร่

มัลติเทคเอ็นจิเนียริ่ง ตัวแทนจำาหน่าย แบรนด์ Trimble ออกบูธแสดงสินค้าในงาน

November-December 2020

11


เสวนา “เหมืองแร่กับการพัฒนาเกษตรกรรม :

วิถีใหม่สู่อนาคต”

อดิทตั วะสีนนท์ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพืน้ ฐานและการเหมืองแร่ เป็นประธำนในพิธเี ปิดงำนเสวนำในหัวข้อ “เหมืองแร่กบั การพัฒนาเกษตรกรรม : วิถีใหม่สู่อนาคต” พร้อมบรรยำยพิเศษเรื่อง “เหมืองแร่ยุคใหม่กับการช่วย ฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย” โดยมีวิทยำกรจำกหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สุริยน พัชรครุกานนท์ รองเลขาธิการส�านักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) นคร ศรีมงคล ผู้อ�านวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กพร. ดร.วิจักษ์ พงษ์เภตรา นายกสมาคมสินแร่และวัสดุก่อสร้าง กมล มหาผล ผูจ้ ดั การฝ่ายประสานงาน บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ และ ดร.สมหวัง วิทยาปัญญานนท์ เลขาธิการสมาคมสินแร่และวัสดุก่อสร้าง เป็นวิทยำกร ณ ห้องศูนย์เผยแพร่ควำมรู้และให้บริกำร ชั้น 1 กพร.

วิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่

อดิทัต วะสีนนท์ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่

พิธีเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร

“การพัฒนาทรัพยากรบุคคลรุ่นใหม่ของกรม อุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่” รุ่นที่ 14 วิษณุ ทับเทีย่ ง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพืน้ ฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เป็นประธำนใน พิธีเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การพัฒนา ทรัพยากรบุคคลรุ่นใหม่ของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่” รุ่นที่ 14 โดยมี ชยมัย ชาลี เลขานุการกรมฯ กล่ำวรำยงำนกำรฝึกอบรม ณ ห้องประชุมดีบุก ชั้น 2 กพร.

12

November-December 2020


พิธีเปิดงานประจำาปี สศอ. (OIE Forum) พ.ศ. 2563 :

New Perspective of Thailand Industry : มองมุมกลับ ปรับมุมคิด พลิกวิกฤตอุตสาหกรรมไทย” วิ ษ ณุ ทั บ เที่ ย ง อธิ บ ดี ก รมอุ ต สาหกรรมพื้ น ฐานและการเหมื อ งแร่ พร้อมด้วย ชาติศักดิ์ จันทร์สุคนธ์ ผู้อ�านวยการกองบริหารจัดการวัตถุดิบ อุตสาหกรรม เข้ำร่วม พิธีเปิดงานประจ�าปี สศอ. (OIE Forum) พ.ศ. 2563 : New Perspective of Thailand Industry : มองมุมกลับ ปรับมุมคิด พลิก วิกฤตอุตสาหกรรมไทย” โดยมี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม เป็นประธำนในพิธฯี พร้อมกล่ำวปำฐกถำพิเศษในหัวข้อ “มุมมอง ใหม่ ข องอุ ต สาหกรรมไทยหลั ง สถานการณ์ COVID-19” ณ ฮอลล์ 3 ภิรัช คอนเวนชั่น เซนเตอร์ ศูนย์นิทรรศกำรและกำรประชุมไบเทค บำงนำ

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว. อุตสาหกรรม ประธานในพิธีฯ

กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

วิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรม อุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่

ดร.ศุภชัย พานิชภักด์ อดีต ผูอ้ าำ นวยการองค์การการค้าโลก (WTO)

พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ

ว่าด้วยการสร้างและพัฒนาบุคลากร รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ กอบชั ย สั ง สิ ท ธิ ส วั ส ดิ์ ปลั ด กระทรวงอุ ต สาหกรรม เป็ น ประธำนเปิ ด งำน พิ ธี ล งนามบั น ทึ ก ความเข้ า ใจว่ า ด้ ว ยการสร้ า งและพั ฒ นาบุ ค ลากร เพื่ อ รองรั บ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการยกระดับขีดความ สามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมี วิษณุ ทับเทีย่ ง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพืน้ ฐานและการเหมืองแร่ พร้อมด้วย ชาติศกั ดิ์ จันทร์สคุ นธ์ ผูอ้ า� นวยการกองบริหารจัดการวัตถุดบิ อุตสาหกรรม สลิลา ยรรยงสวัสดิ์ ผู้อ�านวยการกองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และ พรชลันพักษ์ เพ็ญคุณาพร ผู้อ�านวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เข้ำร่วมพิธี ณ ห้องโถง ชั้น 1 อำคำรส�ำนักงำนปลัดกระทรวงอุตสำหกรรม

กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

November-December 2020

13


Cover Story l

กองบรรณาธิการ

สุรพล อุดมพรวิรัตน์

กรรมการผู้ทำาการแทน เลขาธิการสภาการเหมืองแร่ “จับตากระบวนการพิจารณา อนุญาตประทานบัตรภายใต้ “พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560” ช้าหรือเร็ว”

ลังจากพระราชบัญญัตแิ ร่ พ.ศ. 2560 มีผล ใช้ บั ง คั บ เมื่ อ วั น ที่ 29 สิ ง หาคม 2560 ในปี พ.ศ. 2560 และ ปี พ.ศ. 2561 ไม่ได้มกี ารอนุญาต ประทานบัตร เนือ่ งจากต้องรอการประกาศใช้ยทุ ธศาสตร์ การบริหารจัดการแร่ 20 ปี (พ.ศ. 2560–2579) และ แผนแม่บทบริหารจัดการแร่ (พ.ศ. 2560–2564) ตามที่ พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ก�าหนดไว้ก่อน กระทั่งในปี พ.ศ. 2562 คณะกรรมกำรแร่ให้ควำม เห็ น ชอบค� ำ ขอประทำนบั ต รจ� ำ นวน 95 แปลง ค� ำ ขอ ต่ออำยุประทำนบัตร 28 แปลง และอำชญำบัตรพิเศษ 3 แปลง และในปี พ.ศ. 2563 คณะกรรมกำรแร่ก็ได้ให้ ควำมเห็นชอบค�ำขอประทำนบัตรจ�ำนวน 25 แปลง ค�ำขอ ต่ออำยุประทำนบัตร 22 แปลง และอำชญำบัตรพิเศษ 46 แปลง อย่ำงไรก็ตำม ผู้ประกอบกำรเหมืองแร่หลำยรำย มองว่ำกระบวนกำรพิจำรณำอนุญำตประทำนบัตรภำยใต้ พระรำชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มีควำมล่ำช้ำและติดขัดใน ขั้นตอนบำงประกำร ซึ่งในเรื่องนี้ สุรพล อุดมพรวิรัตน์ กรรมการผู้ท�าการแทนเลขาธิการสภาการเหมืองแร่ จะ ช่วยอธิบำยรำยละเอียดให้ผปู้ ระกอบกำรเหมืองแร่ได้เข้ำใจ ถึงขั้นตอนและระยะเวลำในกำรพิจำรณำอนุญำตตำม พระรำชบัญญัติแร่ฉบับใหม่ เพื่อประโยชน์ในกำรด�ำเนิน ธุรกิจเหมืองแร่มำกยิ่งขึ้น

November-December 2020

15


กระบวนการพิจารณา อนุญาตประทานบัตรภายใต้ พ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่ ช้าหรือเร็ว

สุ ร พล อุ ด มพรวิ รั ต น์ กรรมการผู้ ท� า การแทน เลขาธิการสภาการเหมืองแร่ กล่ำวว่ำ ผู้ประกอบกำร หลำยท่ำนได้มำปรำรภว่ำ ค�ำขอประทำนบัตรของตนผ่ำน กระบวนกำรในระดับจังหวัดแล้ว ส�ำนักงำนอุตสำหกรรม จังหวัดส่งเรื่องพร้อมกับควำมเห็นของผู้ว่ำรำชกำรจังหวัด เข้ำมำที่กรมอุตสำหกรรมพื้นฐำนและกำรเหมืองแร่หลำย เดือนแล้ว ท�ำไมยังไม่มกี ำ� หนดเลยว่ำจะเข้ำสูก่ ำรพิจำรณำ ของคณะกรรมกำรแร่เมื่อใด “ผมได้พยายามทำาความเข้าใจกับผู้ประกอบการ เหล่านั้นว่า กระบวนการพิจารณาอนุญาตประทานบัตร ภายใต้พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 นี้ มีการพัฒนาให้ มีความชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว โดยได้มีการกระจาย อำานาจในการอนุญาตประทานบัตรลงมาที่ระดับจังหวัด และระดับกรม ช่วยลดภาระงานของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมลงไปได้มากเลยทีเดียว ถ้าเป็น คำาขอประทานบัตรสำาหรับการทำาเหมืองประเภทที่ 1 ที่ ก่ อ ให้ เ กิ ด ผลกระทบต่ อ สิ่ ง แวดล้ อ มในระดั บ ที่ ต่ำ า มาก หั ว หน้ า สำ า นั ก งานอุ ต สาหกรรมจั ง หวั ด ในฐานะเจ้ า

16

November-December 2020

พนั ก งานอุ ต สาหกรรมแร่ ป ระจำ า ท้ อ งที่ เ ป็ น ผู้ มี อำ า นาจ ออกประทานบัตรโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการแร่ จังหวัดได้เลย ขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอะไร” สุรพล กล่ำว ส่ ว นค� ำ ขอประทำนบั ต รส� ำ หรั บ กำรท� ำ เหมื อ ง ประเภทที่ 2 และประเภทที่ 3 ก็ได้มีกำรก�ำหนดให้อธิบดี กรมอุตสำหกรรมพื้นฐำนและกำรเหมืองแร่ โดยควำม เห็นชอบของคณะกรรมกำรแร่เป็นผูอ้ อกประทำนบัตรและ ถึ ง ขั้ น มี ก ำรก� ำ หนดระยะเวลำกำรด� ำ เนิ น กำรในแต่ ล ะ ขัน้ ตอนไว้อย่ำงชัดเจนไว้ในประกำศกระทรวงอุตสำหกรรม เรือ่ งก�ำหนดขัน้ ตอนและระยะเวลำในกำรพิจำรณำอนุญำต ตำมพระรำชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2561 ดังนี้ (1) กรณีค�ำขอประทำนบัตรส�ำหรับกำรท�ำเหมือง ประเภทที่ 1 ให้เจ้ำพนักงำนอุตสำหกรรมแร่ประจ�ำท้องที่ จัดให้มกี ำรประชุมคณะกรรมกำรแร่จงั หวัดภายในหกสิบวัน นับแต่วนั ทีเ่ อกสำรหรือหลักฐำนเกีย่ วกับค�ำขอประทำนบัตร ครบถ้วนและถูกต้อง และเมื่อคณะกรรมกำรแร่จังหวัด ให้ควำมเห็นชอบเกี่ยวกับกำรอนุญำตประทำนบัตรแล้ว ให้เจ้ำพนักงำนอุตสำหกรรมแร่ประจ�ำท้องทีอ่ อกประทำนบัตร ภายในเจ็ ด วั น นั บ แต่ วั น ที่ ค ณะกรรมกำรแร่ จั ง หวั ด ให้ควำมเห็นชอบ (2) กรณีค�ำขอประทำนบัตรส�ำหรับกำรท�ำเหมือง


เมื่อทราบขั้นตอนและกรอบระยะเวลา ในกระบวนการอนุญาตประทานบัตร เช่นนี้แล้ว ก็ขอให้ท่านผู้ประกอบการ ที่ ได้ยื่นค�าขอประทานบัตรไว้ ใจเย็นๆ ครับ ทุกขั้นตอนเป็นไปตาม กรอบระยะเวลาที่กฎหมายก�าหนดไว้ ถ้าเกินก�าหนดระยะเวลาและยังไม่มี ความคืบหน้า ผู้ประกอบการสามารถ ติดต่อสอบถามโดยตรงไปยัง กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและ การเหมืองแร่ ได้

ประเภทที่ 2 และประเภทที่ 3 ให้กรมอุตสำหกรรมพืน้ ฐำน และกำรเหมืองแร่จัดให้มีกำรประชุมคณะกรรมกำรแร่ ภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่องจำกผู้ว่ำรำชกำร จั ง หวั ด และเมื่ อ คณะกรรมกำรแร่ ใ ห้ ค วำมเห็ น ชอบ เกี่ ย วกั บ กำรอนุ ญ ำตประทำนบั ต รแล้ ว ให้ อ ธิ บ ดี ก รม อุตสำหกรรมพื้นฐำนและกำรเหมืองแร่ออกประทำนบัตร ภายในเจ็ ด วั น นั บ แต่ วั น ที่ ค ณะกรรมกำรแร่ ใ ห้ ค วำม เห็นชอบ กำรก� ำ หนดผู้ มี อ� ำ นำจในกำรออกประทำนบั ต ร แต่ ล ะประเภทดั ง กล่ ำ ว เป็ น ไปตำมมำตรำ 53 แห่ ง พระรำชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ซึ่งก�ำหนดไว้ดังนี้

มาตรา 53 เพื่อประโยชน์ในกำรบริหำรจัดกำรแร่

และกำรกระจำยอ� ำ นำจในกำรบริ ห ำรจั ด กำรแร่ ให้ รั ฐ มนตรี มี อ� ำ นำจออกประกำศเพื่ อ แบ่ ง กำรท� ำ เหมื อ ง ออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ (1) กำรท�ำเหมืองประเภทที่ 1 ได้แก่ กำรท�ำเหมือง ในเนือ้ ทีไ่ ม่เกินหนึง่ ร้อยไร่ ให้เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ ประจำาท้องที่โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการแร่ จังหวัดที่มีการทำาเหมืองเป็นผู้ออกประทานบัตร (2) กำรท�ำเหมืองประเภทที่ 2 ได้แก่ กำรท�ำเหมือง

ในเนื้ อ ที่ ไ ม่ เ กิ น หกร้ อ ยยี่ สิ บ ห้ ำ ไร่ ให้ อ ธิ บ ดี โ ดยความ เห็นชอบของคณะกรรมการแร่เป็นผู้ออกประทานบัตร (3) กำรท�ำเหมืองประเภทที่ 3 ได้แก่ กำรท�ำเหมือง ที่ ไ ม่ ใ ช่ ก ำรท� ำ เหมื อ งประเภทที่ 1 หรื อ กำรท� ำ เหมื อ ง ประเภทที่ 2 กำรท�ำเหมืองในทะเล และกำรท�ำเหมือง ใต้ดิน ให้อธิบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการแร่ เป็นผู้ออกประทานบัตร

มาตรา 37 ก�ำหนดไว้ว่ำ ขั้นตอนและระยะเวลา

ในการพิจารณาอนุญาต แบบอำชญำบัตร แบบประทำนบัตร แบบใบอนุญำต รวมทั้งแบบอื่นใดตำมพระรำชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตำมที่รัฐมนตรีประกำศก�ำหนด กำรบัญญัตมิ ำตรำ 37 และมำตรำ 53 ไว้ในพระรำช บัญญัตแิ ร่ พ.ศ. 2560 ดังกล่ำวนีน้ ำ่ จะเป็นผลพวงมำจำก กำรปฏิรปู ระบบรำชกำรของคณะรักษำควำมสงบเรียบร้อย แห่งชำติในปี พ.ศ. 2557 ในครั้งนั้นสภำอุตสำหกรรม แห่งประเทศไทยได้ขอให้คณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ (คสช.) แก้ ไ ขกติ ก ำกำรขอใบอนุ ญ ำตตั้ ง โรงงำนใหม่ ที่ เรียกว่ำ “ใบ รง. 4” ซึ่งเคยเป็นอุปสรรคอย่ำงใหญ่หลวง ต่ อ ผู้ ป ระกอบกำรมำช้ ำ นำน โดยได้ ข อให้ ก ระทรวง อุตสำหกรรมออกใบอนุญำต รง. 4 ภำยใน 90 วัน เมื่อ

November-December 2020

17


ผูข้ อฯ ได้สง่ เอกสำรประกอบค�ำขอฯ ครบถ้วนตำมระเบียบ และขอให้ เ ป็ น กระบวนกำรพิ จ ำรณำที่ โ ปร่ ง ใสชั ด เจน ก่อนหน้ำนัน้ ขัน้ ตอนกำรขอใบอนุญำตโรงงำนอุตสำหกรรม ไม่ว่ำจะขนำดใหญ่หรือเล็กต้องใช้เวลำยำวนำน บำงกรณี ต้ อ งรอเป็ น ปี ก็ มี บำงคนบอกว่ ำ หลำยปี ด้ ว ยซ้� ำ ไป ซึ่งคล้ำยๆ กับขั้นตอนในกำรออกประทำนบัตรเพื่อกำร ท�ำเหมืองแร่ของพวกเรำ หลั ง จำกที่ ส ภำอุ ต สำหกรรมฯ ได้ ยื่ น ข้ อ เสนอให้ ปรับแก้วธิ ปี ฏิบตั เิ พือ่ ให้กระทรวงอุตสำหกรรมปรับปรุงกำร ท�ำงำนในหลำยๆ เรื่อง รวมทั้งเรื่องนี้ ไม่นำนกติกำใหม่ ก็ได้มีกำรปรับปรุงและเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎำคม 2557 เป็นต้นมำ โดยได้ปรับลดขั้นตอนและระยะเวลำ กำรพิจำรณำอนุญำตใบ รง. 4 ให้สะดวกขึ้น ไม่ว่ำจะขอ ใบอนุญำตโรงงำนขนำดใดและยื่นค�ำขอผ่ำนหน่วยงำนใด ก็สำมำรถท�ำเสร็จได้ภำยใน 90 วัน ผลพวงจำกกำรปรั บ ปรุ ง ขั้ น ตอนในกำรออกใบ อนุญำตตั้งโรงงำนดังกล่ำว ก็ได้ส่งผลเป็นอำนิสงส์ต่อ กำรร่ำงพระรำชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ดังได้กล่ำวข้ำงต้น ในเวลำต่อมำด้วย

ปี ’62 คณะกรรมการแร่เริ่มเห็นชอบ ค�าขอประทานบัตร-ค�าขอต่ออายุ ประทานบัตร และอาชญาบัตรพิเศษ

สุรพล กล่ำวว่ำ หลังจำกพระรำชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 29 สิงหำคม 2560 ในปี

18

November-December 2020

พ.ศ. 2560 และปี พ.ศ. 2561 ก็ยังไม่ได้มีกำรอนุญำต ประทำนบั ต รเลย เนื่ อ งจำกต้ อ งรอกำรประกำศใช้ ยุทธศำสตร์กำรบริหำรจัดกำรแร่ 20 ปี (พ.ศ. 2560– 2579) และแผนแม่บทบริหำรจัดกำรแร่ (พ.ศ. 2560– 2564) ตำมที่พระรำชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ก�ำหนด ไว้ก่อน ในปี พ.ศ. 2562 จึ ง ได้ เ ริ่ ม มี ก ำรประชุ ม คณะ กรรมกำรแร่ แ ละเป็ น ประจ� ำ ทุ ก เดื อ น โดยตลอดทั้ ง ปี พ.ศ. 2562 คณะกรรมกำรแร่ ใ ห้ ค วำมเห็ นชอบค�ำ ขอ ประทำนบัตรจ�ำนวน 95 แปลง ค�ำขอต่ออำยุประทำนบัตร 28 แปลง และอำชญำบั ต รพิ เ ศษ 3 แปลง และในปี พ.ศ. 2563 คณะกรรมกำรแร่ก็ได้ให้ควำมเห็นชอบค�ำขอ ประทำนบัตรจ�ำนวน 25 แปลง ค�ำขอต่ออำยุประทำนบัตร 22 แปลง และอำชญำบัตรพิเศษ 46 แปลง ซึ่งที่ผ่ำนมำ อธิบดีกรมอุตสำหกรรมพืน้ ฐำนและกำรเหมืองแร่กไ็ ด้ออก ประทำนบัตร อนุญำตให้ต่ออำยุประทำนบัตร และออก อำชญำบั ต รพิ เ ศษตำมที่ ค ณะกรรมกำรแร่ ไ ด้ ใ ห้ ค วำม เห็นชอบดังกล่ำวภำยใน 7 วัน ตำมทีก่ ำ� หนดไว้ในประกำศ กระทรวงอุตสำหกรรมฯ กำรที่จ�ำนวนค�ำขอประทำนบัตร ที่เข้ำสู่กำรพิจำรณำและได้รับควำมเห็นชอบจำกคณะ กรรมกำรแร่ ใ นปี พ.ศ. 2563 ลดน้ อ ยลงกว่ ำ จ� ำ นวน ในปี พ.ศ. 2562 ค่อนข้ำงมำก จำกจ�ำนวน 95 แปลง เหลือเพียง 25 แปลงนั้น ก็เนื่องจำกค�ำขอประทำนบัตร ที่ยื่นไว้ก่อนปี พ.ศ. 2560 ได้รับกำรพิจำรณำไปจนเกือบ หมดแล้ว


จำานวนแปลงประทานบัตร คำาขอต่ออายุประทานบัตร และอาชญาบัตรพิเศษประทานบัตรและอาชญาบัตรพิเศษ ที่ได้รับอนุญาตในปี พ.ศ. 2562 และปี พ.ศ. 2563

จำานวนแปลงประทานบัตรที่ได้รับอนุญาตในปี พ.ศ. 2562 และปี พ.ศ. 2563 จำาแนกตามประเภทคำาขอฯ ที่ยื่นไว้ก่อนปี พ.ศ. 2560 และหลังปี พ.ศ. 2560

November-December 2020

19


จำานวนคำาขอต่ออายุประทานบัตรที่ได้รับอนุญาตในปี พ.ศ. 2562 และปี พ.ศ. 2563 จำาแนกตามประเภทคำาขอฯ ที่ยื่นไว้ก่อนปี พ.ศ. 2560 และหลังปี พ.ศ. 2560

จำานวนแปลงอาชญาบัตรพิเศษที่ได้รับอนุญาตในปี พ.ศ. 2562 และปี พ.ศ. 2563 จำาแนกตามประเภทคำาขอฯ ที่ยื่นไว้ก่อนปี พ.ศ. 2560 และหลังปี พ.ศ. 2560

20

November-December 2020


กระบวนการพิจารณาอนุญาต ประทานบัตร แบ่งเป็น 2 ส่วน

กระบวนกำรพิจำรณำอนุญำตประทำนบัตรภำยใต้ พระรำชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 เร็วขึ้นหรือไม่ สุ ร พล กล่ำวว่ำ เรำต้องพิจำรณำแยกเป็น 2 ส่วน คือกระบวนกำร ส่วนที่อยู่ในระดับจังหวัดและกระบวนกำรส่วนที่อยู่ใน กรมอุตสำหกรรมพื้นฐำนและกำรเหมืองแร่ กระบวนกำรพิจำรณำอนุญำตประทำนบัตรส่วนทีอ่ ยู่ ในระดับจังหวัด ส่วนใหญ่เป็นกำรจัดเตรียมและจัดส่ง เอกสำรประกอบค� ำ ขอประทำนบั ต รต่ อ ส� ำ นั ก งำน อุตสำหกรรมจังหวัดของผู้ประกอบกำรเอง ซึ่งได้แก่กำร จัดท�ำรำยงำนลักษณะธรณีวิทยำและแผนผังโครงกำร ท�ำเหมืองส่งให้นักวิชำกำรของส�ำนักงำนอุตสำหกรรม พื้นฐำนและกำรเหมืองแร่แต่ละเขตตรวจสอบ กำรจัดท�ำ ประชำพิจำรณ์ขอควำมเห็นชอบในโครงกำรท�ำเหมือง จำกชุ ม ชน กำรตรวจสอบของส� ำ นั ก งำนโบรำณคดี ใ น ท้ อ งที่ และกำรจั ด ท� ำ รำยงำนกำรประเมิ น ผลกระทบ สิง่ แวดล้อมของโครงกำร ส่งให้คณะกรรมกำรผูช้ ำ� นำญกำร ด้ ำ นโครงกำรเหมื อ งแร่ ส� ำ นั ก งำนนโยบำยและแผน ทรั พ ยำกรธรรมชำติ แ ละสิ่ ง แวดล้ อ มพิ จ ำรณำ ดั ง นั้ น กระบวนกำรในขั้ น ตอนนี้ จ ะเร็ ว หรื อ ช้ ำ เกื อ บทั้ ง หมด ผู้ประกอบกำรเป็น ผู้มีส่วนก�ำหนดแทบทั้งนั้น เว้นแต่จะ เป็นกรณีที่ต้องขออนุญำตเข้ำท�ำประโยชน์ในพื้นที่ป่ำไม้ ซึ่ ง จะต้ อ งขออนุ ญ ำตจำกกรมป่ ำ ไม้ และกรณี ที่ ค�ำ ขอ ประทำนบัตรอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้�ำชั้น 1 ซึ่งจะต้องเสนอคณะ รัฐมนตรีเพื่อพิจำรณำผ่อนผันอนุญำตให้เป็นรำยๆ ไป ซึง่ ในกรณีนตี้ อ้ งได้รบั ควำมเห็นชอบทัง้ จำกรัฐมนตรีวำ่ กำร กระทรวงทรั พ ยำกรธรรมชำติ แ ละสิ่ ง แวดล้ อ ม และ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงอุตสำหกรรมซึ่งจะเป็น ผู้เสนอ เรือ่ งต่อคณะรัฐมนตรีเพือ่ พิจำรณำ จึงจะต้องใช้เวลำในกำร ด�ำเนินกำรนำนหลำยเดือน

หลังจำกรำยงำนกำรประเมินผลกระทบสิง่ แวดล้อม ของโครงกำรได้ รั บ ควำมเห็ น ชอบจำกคณะกรรมกำร ผู้ช�ำนำญกำรฯ แล้ว และโครงกำรได้รับอนุญำตให้ใช้พื้นที่ เพือ่ กำรท�ำเหมืองจำกหน่วยงำนทีเ่ กีย่ วข้องแล้ว ส�ำนักงำน อุตสำหกรรมจังหวัดจะรวบรวมและส่งเรือ่ งค�ำขอประทำนบัตร พร้ อ มกั บ ควำมเห็ น ของผู้ ว่ ำ รำชกำรจั ง หวั ด เข้ ำ มำยั ง กรมอุ ต สำหกรรมพื้ น ฐำนและกำรเหมื อ งแร่ จำกนั้ น กระบวนกำรพิจำรณำอนุญำตประทำนบัตรในส่วนกลำง ก็จะอยู่ในกรอบระยะเวลำที่ก�ำหนดไว้ 90+7 วันตำม ประกำศกระทรวงอุตสำหกรรมฯ กล่ำวคือ กรมอุตสำหกรรม พืน้ ฐำนและกำรเหมืองแร่จะต้องท�ำกำรกลัน่ กรองเกีย่ วกับ สิ ท ธิ ข องผู้ ยื่ น ค� ำ ขอฯ และควำมครบถ้ ว นถู ก ต้ อ งของ เอกสำรประกอบค�ำขอฯ พร้อมกับจัดให้มีกำรประชุมของ คณะกรรมกำรแร่เพื่อพิจำรณำค�ำขอประทำนบัตรภำยใน ระยะเวลำ 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่องค�ำขอฯ จำก ส� ำ นั ก งำนอุ ต สำหกรรมจั ง หวั ด และในกรณี ที่ ค ณะ กรรมกำรแร่ ใ ห้ ค วำมเห็ น ชอบในค� ำ ขอฯ อธิ บ ดี ก รม อุ ต สำหกรรมพื้ น ฐำนและกำรเหมื อ งแร่ ก็ จ ะต้ อ งออก ประทำนบัตรส�ำหรับค�ำขอฯแปลงนั้นๆ ภำยใน 7 วัน “เมื่ อ ทราบขั้ น ตอนและกรอบระยะเวลาใน กระบวนการอนุญาตประทานบัตรเช่นนี้แล้ว ก็ขอให้ท่าน ผู้ประกอบการที่ได้ยื่นคำาขอประทานบัตรไว้ใจเย็นๆ ครับ ทุกขั้นตอนเป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำาหนด ไว้ ถ้ าเกิ นกำ า หนดระยะเวลาและยั ง ไม่ มี ค วามคื บ หน้า ผู้ประกอบการสามารถติดต่อสอบถามโดยตรงไปยังกรม อุตสาหกรรมพืน้ ฐานและการเหมืองแร่ได้ หรือจะสอบถาม มายังสภาการเหมืองแร่ เพื่อสภาการเหมืองแร่จะได้ทำ า หน้าที่เป็นตัวแทนของผู้ประกอบการในการประสานงาน กั บ กรมอุ ต สาหกรรมพื้ น ฐานและการเหมื อ งแร่ ใ นการ ติดตามความคืบหน้าของคำาขออนุญาตประทานบัตรให้กบั ผู้ประกอบการต่อไปในอีกทางหนึ่ง” สุรพล กล่ำว

November-December 2020

21


ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม

เรื่องก�าหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาต ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ พ.ศ. ๒๕๖๑

(ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๑๓ ลงวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๑) ส่วนที่ ๒ การท�าเหมืองประเภทที่ ๒ และท�าเหมืองประเภทที่ ๓

(ขั้นตอนระดับจังหวัด) ข้อ ๒๑ ผู้ใดประสงค์จะท�ำเหมืองประเภทที่ ๒ และท�ำเหมืองประเภทที่ ๓ ซึ่งไม่รวมถึงกำรท�ำเหมืองใต้ดินตำมหมวด ๖ แห่ง พระรำชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ ให้ยื่นค�ำขอต่อเจ้ำพนักงำนอุตสำหกรรมแร่ประจ�ำท้องที่และให้เจ้ำพนักงำนอุตสำหกรรมแร่ประจ�ำ ท้องที่ด�ำเนินกำรดังนี้ (๑) ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ำมรวมถึงเอกสำรหรือหลักฐำนตำมที่ระบุไว้ในแบบค�ำขอและรำยกำรเอกสำรอื่น ตำมที่ก�ำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่ำด้วยก�ำหนดคุณสมบัติผู้ขออำชญำบัตร ประทำนบัตรและหลักเกณฑ์วิธีกำรเงื่อนไข ในกำรขอและออกอำชญำบัตรและประทำนบัตร หำกตรวจสอบแล้วถูกต้องครบถ้วนให้เจ้ำพนักงำนอุตสำหกรรมแร่ประจ�ำ ท้องที่รับจดทะเบียนค�ำขอภายในหนึ่งวันนับแต่วันที่ค�ำขอถูกต้องครบถ้วน (๒) ก�ำหนดเขตพืน้ ทีป่ ระทำนบัตรโดยวิธกี ำรรังวัดหรือวิธกี ำรอืน่ ใดและเขียนแผนทีแ่ ล้วรวบรวมแผนทีพ่ ร้อมสมุดสนำมรำยกำร ค�ำนวณต่ำงๆ และบัตรพิกดั ฉำกส่งกรมอุตสำหกรรมพืน้ ฐำนและกำรเหมืองแร่เพือ่ ตรวจสอบงำนค�ำนวณและวิธกี ำรรังวัด (๓) เมือ่ ได้กำ� หนดเขตพืน้ ทีป่ ระทำนบัตรตำม (๒) เสร็จสิน้ แล้วให้เจ้ำพนักงำนอุตสำหกรรมแร่ประจ�ำท้องทีแ่ จ้งผูข้ อประทำนบัตร ภายในสิบห้าวันเพื่อให้ผู้ขอประทำนบัตรด�ำเนินกำรดังนี้ (๓.๑) จัดท�ำรำยงำนลักษณะธรณีวิทยำแหล่งแร่และแผนผังโครงกำรท�ำเหมือง (๓.๒) ขออนุญำตใช้พื้นที่จำกเจ้ำของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรือหน่วยงำนของรัฐเจ้ำของพื้นที่ (๓.๓) จัดท�ำรำยงำนกำรประเมินผลกระทบสิง่ แวดล้อมตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรส่งเสริมและรักษำคุณภำพสิง่ แวดล้อมแห่งชำติ (๓.๔) จัดท�ำข้อมูลพืน้ ฐำนด้ำนสิง่ แวดล้อมและสุขภำพของประชำชนตำมประกำศกระทรวงอุตสำหกรรมว่ำด้วยกำรก�ำหนด หลักเกณฑ์ในกำรจัดท�ำข้อมูลพืน้ ฐำนด้ำนสิง่ แวดล้อมและสุขภำพของประชำชนสำหรับกำรท�ำเหมืองกำรแต่งแร่และ กำรประกอบโลหกรรมกรณีกำรท�ำเหมืองแร่ที่อำจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภำพของประชำชนสูง (๔) แจ้งส�ำนักงำนโบรำณคดีและพิพิธภัณฑสถำนแห่งชำติท้องที่เพื่อตรวจสอบแหล่งโบรำณคดี โบรำณสถำน และให้ ควำมเห็นผลกำรตรวจสอบ ข้อ ๒๒ ให้เจ้ำพนักงำนอุตสำหกรรมแร่ประจ�ำท้องที่จัดเตรียมเอกสำรส�ำหรับกำรปิดประกำศกำรขอประทำนบัตรภายใน สิบวันนับแต่วันที่รับจดทะเบียนค�ำขอและเมื่อก�ำหนดเขตพื้นที่ตำมค�ำขอประทำนบัตรแล้วเสร็จให้ปิดประกำศกำรขอประทำนบัตร เป็นระยะเวลำไม่น้อยกว่ำสำมสิบวันไว้ในที่เปิดเผย ณ สถำนที่ตำมที่กฎหมำยก�ำหนด ข้อ ๒๓ เมื่อครบก�ำหนดระยะเวลำกำรปิดประกำศตำมข้อ ๒๒ แล้วให้เจ้ำพนักงำนอุตสำหกรรมแร่ประจ�ำท้องที่จัดให้มีกำร รับฟังควำมคิดเห็นของชุมชนตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงอุตสำหกรรมประกำศก�ำหนด ข้อ ๒๔ เมื่อเจ้ำพนักงำนอุตสำหกรรมแร่ประจ�ำท้องที่ได้รับรำยงำนลักษณะธรณีวิทยำแหล่งแร่และแผนผังโครงกำรท�ำเหมือง จำกผูย้ นื่ ค�ำขอแล้วให้จดั ส่งรำยงำนลักษณะธรณีวทิ ยำแหล่งแร่และแผนผังโครงกำรท�ำเหมืองให้สำ� นักงำนอุตสำหกรรมพืน้ ฐำนและ กำรเหมืองแร่เขตเพื่อพิจำรณำตรวจสอบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับเอกสำรดังกล่ำว ข้อ ๒๕ ให้ส�ำนักงำนอุตสำหกรรมพื้นฐำนและกำรเหมืองแร่เขตตรวจสอบรำยงำนลักษณะธรณีวิทยำแหล่งแร่และแผนผัง โครงกำรท�ำเหมืองให้เป็นไปตำมข้อเท็จจริงและหลักวิชำกำรและต้องสอดคล้องกันภายในหกสิบวันนับแต่วนั ทีไ่ ด้รบั เอกสำรดังกล่ำว ครบถ้วนและแจ้งผลกำรตรวจสอบให้ส�ำนักงำนอุตสำหกรรมจังหวัดทรำบและด�ำเนินกำรต่อไป ข้อ ๒๖ เมือ่ กรมอุตสำหกรรมพืน้ ฐำนและกำรเหมืองแร่ได้รบั แจ้งควำมเห็นชอบรำยงำนกำรประเมินผลกระทบสิง่ แวดล้อมตำม กฎหมำยว่ำด้วยกำรส่งเสริมและรักษำคุณภำพสิง่ แวดล้อมแห่งชำติจำกส�ำนักงำนนโยบำยและแผนทรัพยำกรธรรมชำติและสิง่ แวดล้อม ให้แจ้งส�ำนักอุตสำหกรรมพื้นฐำนและกำรเหมืองแร่เขตเพื่อประกอบกำรตรวจสอบควำมสอดคล้องกับแผนผังโครงกำรท�ำเหมือง

22

November-December 2020


โดยให้ส�ำนักงำนอุตสำหกรรมพื้นฐำนและกำรเหมืองแร่เขตตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องและแจ้งผล กำรตรวจสอบให้ส�ำนักงำนอุตสำหกรรมจังหวัดทรำบและด�ำเนินกำรต่อไป ข้อ ๒๗ เมื่อได้ด�ำเนินกำรตำมขั้นตอนต่ำงๆ ครบถ้วนแล้วให้เจ้ำพนักงำนอุตสำหกรรมแร่ประจ�ำท้องที่ส่งเรื่องรำวกำรขอ ประทำนบัตรพร้อมควำมเห็นของผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดให้กรมอุตสำหกรรมพื้นฐำนและกำรเหมืองแร่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ได้รับเอกสำรและหลักฐำนเกี่ยวกับกำรขอประทำนบัตรถูกต้องครบถ้วน

(ขั้นตอนในส่วนกลางที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่) ข้อ ๒๘ ให้กรมอุตสำหกรรมพื้นฐำนและกำรเหมืองแร่จัดให้มีกำรประชุมคณะกรรมกำรแร่ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วัน ที่ได้รับเรื่องจำกผู้ว่ำรำชกำรจังหวัด ข้อ ๒๙ เมือ่ คณะกรรมกำรแร่ให้ควำมเห็นชอบเกีย่ วกับกำรอนุญำตประทำนบัตรแล้ว ให้อธิบดีกรมอุตสำหกรรมพืน้ ฐำน และกำรเหมืองแร่ออกประทำนบัตร ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่คณะกรรมกำรแร่ให้ควำมเห็นชอบ

ที่มา : ดัดแปลง เพิ่มเติมข้อมูลในแผนภูมิใน Website ของมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม https://enlawfoundation.org/newweb/?page_id=704

November-December 2020

23


เหมืองแร่สีเขียว l

กองบรรณาธิการ

กพร. ขานรับนโยบาย

รมว.อุตสาหกรรม

สร้างอุตสาหกรรมรักษ์โลก มุ่งให้สถานประกอบการยึดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน กรมอุ ต สาหกรรมพื้ น ฐานและการเหมื อ งแร่ (กพร.) กระทรวงอุ ต สาหกรรม ขานรั บ นโยบายรั ฐ มนตรี ว่ า การ กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดตัวคู่มือและระบบการประเมิน ประสิทธิภาพการประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ในองค์กร พร้อมผลักดันสถานประกอบการให้ด�าเนินการ ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เพือ่ ลดผลกระทบต่อสิง่ แวดล้อม จากกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม และสนับสนุนการ น�าทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจ�ากัดกลับมาใช้ใหม่ สุ ริ ย ะ จึ ง รุ่ ง เรื อ งกิ จ รั ฐ มนตรี ว่ า การกระทรวง อุตสาหกรรม กล่ำวว่ำ ตำมทีก่ ระทรวงอุตสำหกรรมได้ให้ควำม ส� ำ คั ญ ในกำรส่ ง เสริ ม ให้ ผู้ ป ระกอบกำรภำคอุ ต สำหกรรม ประกอบกิ จ กำรที่ ส อดคล้ อ งกั บ นโยบำยของรั ฐ บำลภำยใต้ แนวคิดเศรษฐกิจชีวภำพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจ สีเขียว (Bio-Circular-Green (BCG) Economy) หรือเรียกว่ำ BCG Model โดยผลักดันให้ทุกหน่วยงำนในสังกัดกระทรวง อุตสำหกรรมด�ำเนินงำนตำมนโยบำยของรัฐบำลดังกล่ำวมำ 24

November-December 2020

อย่ำงต่อเนื่อง ส�ำหรับในเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ได้มอบหมำยให้กรมอุตสำหกรรมพื้นฐำนและ กำรเหมืองแร่ (กพร.) ซึ่งมีควำมเชี่ยวชำญในเรื่องเทคโนโลยี รีไซเคิลอยูแ่ ล้ว ขยำยผลกำรน�ำองค์ควำมรูด้ งั กล่ำวและหลักกำร ด้ำนเศรษฐกิจหมุนเวียนไปประยุกต์ใช้ในสถำนประกอบกำร ซึ่ ง จะช่ ว ยให้ เ กิ ด กำรลดต้ น ทุ น เพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ ำพกำรผลิ ต สร้ำงกำรเติบโตทำงธุรกิจจำกกำรใช้ประโยชน์กำกของเสียและ วัสดุเหลือใช้ สร้ำงภำพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร รวมทั้งสร้ำง โอกำสและควำมสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนด้วย วิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและ การเหมืองแร่ (กพร.) กล่ำวว่ำ กรมอุตสำหกรรมพื้นฐำนและ กำรเหมื อ งแร่ ไ ด้ จั ด ท� ำ คู่ มื อ กำรประเมิ น ประสิ ท ธิ ภ ำพกำร ประยุกต์ใช้หลักกำรเศรษฐกิจหมุนเวียนในองค์กร (Circular Economy Performance Assessment Guidebook) และระบบกำรประเมิ น ด้ ว ยตนเอง (Circular Economy Performance Assessment System: CEPAS) ขึ้ น


สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

วิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรม พื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.)

เพื่ อ ส่ ง เสริ ม ให้ ผู้ ป ระกอบกำรสำมำรถพั ฒนำและยกระดั บ สู่ อ งค์ ก รที่ มี ก ระบวนกำรผลิ ต ที่ เ ป็ น เลิ ศ อย่ ำ งเป็ น ระบบ เป็นขัน้ เป็นตอน และเป็นรูปธรรมทีช่ ดั เจน ท�ำกำรประกอบกำร โดยค�ำนึงถึงกำรใช้ทรัพยำกรอย่ำงคุม้ ค่ำและเกิดประโยชน์สงู สุด โดยคู่มือและระบบกำรประเมินดังกล่ำวได้ผ่ำนกำรระดมควำม คิดเห็นจำกสถำนประกอบกำรและหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง อีกทั้ง ยังมีกำรพัฒนำระบบกำรประเมินด้วยตนเองเป็นแพลตฟอร์ม ออนไลน์ ซึ่งจะท�ำให้ทรำบสถำนะปัจจุบัน จุดแข็ง จุดอ่อน รวมถึงแนวทำงในกำรพัฒนำ ด้วยกำรน�ำผลกำรประเมินที่ได้ ไปใช้ ว ำงแผนปรั บ ปรุ ง องค์ ก ร โดยสำมำรถเปรี ย บเที ย บ (Benchmark) ผลกำรประเมินกับค่ำเฉลีย่ ของกลุม่ อุตสำหกรรม ต่ำงๆ ได้ ดังนัน้ กำรประเมินประสิทธิภำพกำรประยุกต์ใช้หลักกำร เศรษฐกิ จ หมุ น เวี ย นในองค์ ก ร จึ ง ไม่ ไ ด้ จ� ำ กั ด อยู่ เ พี ย ง อุตสำหกรรมแร่ อุตสำหกรรมพืน้ ฐำน หรืออุตสำหกรรมรีไซเคิล เท่ำนั้น แต่ยังสำมำรถน�ำไปใช้ในอุตสำหกรรมอื่นได้ ซึ่งขณะนี้

ผู้ประกอบกำรรำยใหญ่ในอุตสำหกรรมชิ้นส่วนยำนยนต์พร้อม ร่วมน�ำร่องประเมินในสถำนประกอบกำรแล้ว “สำาหรับการส่งเสริมสถานประกอบการร่วมดำาเนินการ ตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ได้นนั้ ก็ถอื เป็นอีกหนึง่ เรือ่ ง ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ให้ความสำ าคัญ จึงมีแนวคิดที่จะสร้างแรงจูงใจโดยเฉพาะด้านสิทธิประโยชน์ ต่างๆ สำาหรับสถานประกอบการที่ดำาเนินการตามหลักการ เศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งจะพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นต่อไป ในอนาคต” วิษณุ กล่ำวทิ้งท้ำย

ผู้ประกอบการที่สนใจ

สามารถดาวน์โหลดคู่มือการประเมินประสิทธิภาพ การประยุกต์ ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในองค์กร ได้ทางลิงก์ https://qrgo.page.link/rs8bv และสามารถเข้าใช้ระบบการประเมินฯ ได้ทางเว็บไซต์ http://cepas.dpim.go.th

November-December 2020

25


Report l

กองบรรณาธิการ

นายกฯ มอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจ�าปี 2563 ปีที่ 28

เผยมีผู้ประกอบการได้รับรางวัล 79 รางวัล พร้อมรางวัลชมเชย 5 รางวัล

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานในพิธี

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ผู้ ได้รับรางวัลอุตสาหกรรม ประจำาปี 2563 ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก

26

November-December 2020

พลเอกประยุ ท ธ์ จั น ทร์ โ อชา นายกรั ฐ มนตรี ให้ เ กี ย รติ เ ป็ น ประธำนในพิ ธี ม อบรำงวั ล อุ ต สำหกรรม ประจ�ำปี พ.ศ. 2563 (The Prime Minister's Industry Award 2020) เพื่อให้ก�ำลังใจและประกำศเกียรติคุณ ผูป้ ระกอบกำรธุรกิจภำคอุตสำหกรรมทีม่ คี วำมมุง่ มัน่ ตัง้ ใจ มีควำมวิริยะอุตสำหะในกำรพัฒนำกำรประกอบกำรให้มี ประสิ ท ธิ ภ ำพและคุ ณ ภำพผ่ ำ นเกณฑ์ ม ำตรฐำนตำม ที่ก�ำหนด พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศกำรของบริษัทที่ได้รับ รำงวัล โดยมี สุรยิ ะ จึงรุง่ เรืองกิจ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวง อุตสาหกรรม กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวง อุตสาหกรรม พร้อมด้วยผู้บริหำรระดับสูง ข้ำรำชกำร และผู้ประกอบกำรธุร กิจในภำคอุตสำหกรรม เข้ำร่วม ณ สโมสรทหำรบก ถนนวิภำวดีรังสิต ส� ำ หรั บ พิ ธี ม อบรำงวั ล อุ ต สำหกรรม กระทรวง อุตสำหกรรม จัดขึ้นอย่ำงต่อเนื่องเป็นประจ�ำทุกปี ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2536 เป็นต้นมำ โดยปีนนี้ บั เป็นปีที่ 28 ซึง่ รำงวัล อุตสำหกรรมทีผ่ ปู้ ระกอบกำรได้รบั ถือเป็นบทพิสจู น์สำ� คัญ ที่แสดงให้เห็นถึงควำมมุ่งมั่นตั้งใจในกำรคงคุณภำพ และ พัฒนำกำรประกอบกำรให้มีประสิทธิภำพ แม้ในสภำวะ วิกฤติได้อย่ำงน่ำชื่นชม ทั้งนี้ผลกำรพิจำรณำคัดเลือก รำงวัลอุตสำหกรรม ประจ�ำปี 2563 มีผู้ประกอบกำรได้ รับกำรพิจำรณำคัดเลือก จ�ำนวน 79 รำงวัล พร้อมรำงวัล ชมเชย 5 รำงวัล แบ่งออกเป็น 1 รางวัลอุตสาหกรรมยอดเยีย่ ม ซึง่ ถือเป็นรำงวัล อันสูงสุดในปีนี้ จ�ำนวน 1 รำงวัล โดย บริษัท เอฟแอนด์ เอ็น แดรีส่ ์ (ประเทศไทย) จ�ากัด ผูผ้ ลิตและจ�ำหน่ำยสินค้ำ อุปโภคบริโภคประเภทผลิตภัณฑ์นมและผลิตภัณฑ์ครีม ต่ำงๆ ภำยใต้ตรำสินค้ำ คำร์เนชัน ทีพอท ตรำหมี ฯลฯ เป็นผู้ได้รับรำงวัลในปีนี้ 2 รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น จ�ำนวน 48 รำงวัล 3 รางวัลอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม ดีเด่น จ�ำนวน 30 รำงวัล


ส่วนหนึ่งของผู้ ได้รับรางวัลอุตสาหกรรม ประจำาปี 2563

November-December 2020

27


CSR l

กองบรรณาธิการ

กพร. จัดกิจกรรมโครงการ

“เหมืองแร่ปลอดภัย ห่วงใยประชาชน ปีที่ 4” ตั้งเป้าปี ’64 ตรวจสุขภาพประชาชนโดยรอบ ไม่น้อยกว่า 30,000 คน

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

28

November-December2020 November-Decmber 2020

กรมอุ ต สาหกรรมพื้ น ฐานและการเหมื อ งแร่ (กพร.) กระทรวง อุ ต สาหกรรม ขานรั บ นโยบายรั ฐ มนตรี ว่ า การกระทรวงอุ ต สาหกรรม เตรียมจัดกิจกรรมโครงการ “เหมืองแร่ปลอดภัย ห่วงใยประชาชน ปีที่ 4” เพื่ อ มอบเป็ น ของขวั ญ ปี ใ หม่ ใ ห้ กั บ ประชาชน พร้ อ มส่ ง ต่ อ ความสุ ข จาก ภาคอุตสาหกรรมไปสู่ชุมชนและประชาชนทั่วประเทศ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่ำวว่ำ กระทรวงอุตสำหกรรมตระหนักถึงควำมส�ำคัญของกำรส่งเสริมกำรประกอบ กิจกำรอุตสำหกรรมให้เป็นมิตรต่อสังคม สิง่ แวดล้อม และสุขภำพของประชำชน อีกทั้งเพื่อเป็นกำรขำนรับนโยบำยของรัฐบำลในกำรจัดกิจกรรมเพื่อมอบเป็น ของขวัญให้กบั ประชำชนในช่วงเทศกำลปีใหม่ จึงมอบหมำยให้กรมอุตสำหกรรม พื้นฐำนและกำรเหมืองแร่ (กพร.) จัดกิจกรรมโครงกำร “เหมืองแร่ปลอดภัย ห่วงใยประชาชน” ภำยใต้กองทุนเฝ้ำระวังสุขภำพ ระหว่ำงเดือนธันวำคม 2563 ถึงกุมภำพันธ์ 2564 นี้ เพือ่ กระตุน้ และสนับสนุนให้สถำนประกอบกำรเหมืองแร่ มีกำรเฝ้ำระวังสุขภำพของประชำชน รวมทั้งส่งเสริมให้อุตสำหกรรมเหมืองแร่ เป็ น อุ ต สำหกรรมที่ มี ค วำมรั บ ผิ ด ชอบ ต่ อ สั ง คมและสิ่ ง แวดล้ อ ม เพื่ อ ให้ ก ำร ประกอบกิ จ กำรเหมื อ งแร่ อ ยู่ ร่ ว มกั บ สังคมอย่ำงเป็นสุข วิ ษ ณุ ทั บ เ ที่ ย ง อ ธิ บ ดี ก ร ม อุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่ ำ วว่ ำ กพร. ได้ รั บ นโยบำย ของรัฐมนตรีมำด�ำเนินกำร ซึ่งโครงกำร “เหมืองแร่ปลอดภัย ห่วงใยประชาชน” มี ค วำมสอดคล้ อ งกั บ กำรด� ำ เนิ น กำร ตำมแผนงำนด้ำนกำรยกระดับอุตสำหกรรมแร่และ อุ ต สำหกรรมพื้ น ฐำนให้ รั บ ผิ ด ชอบต่ อ สั ง คมและ สิง่ แวดล้อมด้วย ทัง้ นี้ โครงกำรดังกล่ำวได้ดำ� เนินกำร อย่ำงต่อเนื่องมำ 3 ปีแล้ว โดยในปี พ.ศ. 2561 มีประชำชนเข้ำร่วมกิจกรรม 23,397 คน ปี พ.ศ. 2562 มีประชำชนเข้ำร่วมกิจกรรม 31,252 คน


วิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.)

และในปี พ.ศ. 2563 มี ป ระชำชนเข้ ำ ร่ ว มกิ จ กรรมทั้ ง สิ้ น 33,294 คน โดยกิจกรรมหลักภำยในงำนประกอบด้วย กำรตรวจสุขภำพของประชำชน กำรจัดนิทรรศกำรให้ควำมรู้จำกหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง กำรจัดแสดงผลิตภัณฑ์ ที่ ส ร้ ำ งรำยได้ แ ละต่ อ ยอดจำกกำรท� ำ เหมื อ ง กิ จ กรรมมอบทุ น กำรศึ ก ษำ มอบอุปกรณ์กำรเรียน และกำรจับรำงวัลชิงโชค ล่ำสุด กพร. ร่วมกับส�านักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 1-7 ส�านักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ ก�ำหนดจัดกิจกรรมโครงกำร “เหมืองแร่ปลอดภัย ห่วงใยประชาชน ปี 4” พร้อมกันทั่วประเทศ ในช่วงเดือนธันวำคม 2563 ถึงเดือนกุมภำพันธ์ 2564 เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับประชำชนในช่วงเทศกำลปีใหม่ ปี พ.ศ. 2564 โดยตัง้ เป้ำหมำยว่ำจะสำมำรถตรวจสุขภำพประชำชนโดยรอบสถำนประกอบกำร เหมืองแร่ได้ไม่น้อยกว่ำ 30,000 คน “โครงการเหมืองแร่ปลอดภัย ห่วงใยประชาชน เป็นโครงการที่ส่งเสริม ให้ มี ก ารยกระดั บ ด้ า นสุ ข ภาพของประชาชนที่ อ าศั ย อยู่ บ ริ เ วณรอบสถาน

ประกอบการเหมืองแร่ อีกทัง้ ยังเป็นการกระตุน้ ให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความรับผิดชอบ ต่ อ สั ง คมและสิ่ ง แวดล้ อ ม และพร้ อ มสร้ า ง ความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการอยู่ร่วมกัน ของสถานประกอบการเหมื อ งแร่ กั บ ชุ ม ชน ซึ่งจากผลการดำาเนินงานโครงการฯ ที่ผ่านมา ได้ รั บ เสี ย งตอบรั บ ที่ ดี ม าโดยตลอด และมี ประชาชนสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มมากขึ้น ทุ ก ปี ถื อ เป็ น ของขวั ญ ปี ใ หม่ ที่ กพร. และ ผู้ ป ระกอบการอุ ต สาหกรรมเหมื อ งแร่ ม อบ ให้กับสังคมและประชาชนในพื้นที่ทั่วประเทศ” วิษณุ กล่ำวทิ้งท้ำย

November-December November-Decmber 2020

29


CSR l

กองบรรณาธิการ

รพ.ค่ายพิชัยดาบหัก มทบ.35 มอบโล่และใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ บริษัท บ่อทองศิลา จำากัด พล.ต.ศุภฤกษ์ สถาพรผล ผูบ้ ญ ั ชาการมณฑลทหารบก ที่ 35 พร้อมด้วย พิภัช ประจันเขตต์ รอง ผวจ.อุตรดิตถ์ พ.อ.เทพฤทธิ์ เรื อ นค� า รองเสนาธิ ก าร มทบ.35 และ พ.อ.สมัย ข�าพันธ์ ผู้อ�านวยการโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก ร่วมกันรับมอบเงินจำก บริษทั บ่อทองศิลา จ�ากัด อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ซึง่ สุรชัย วาณิชย์ปกรณ์ และ สริตา วาณิชย์ปกรณ์ พร้อมคณะ ได้มอบเงินให้โรงพยำบำลค่ำยพิชยั ดำบหัก จ�ำนวน 1,000,000 บำท เพือ่ จะได้จดั สร้ำงอำคำรผูป้ ว่ ยพิเศษ ในกำร รองรับผูป้ ว่ ย เพือ่ จะได้ลดควำมแออัดส�ำหรับคนไข้ โดยมีแพทย์ และพยำบำลให้กำรต้อนรับ ณ โรงพยำบำลค่ำยพิชัยดำบหัก

30

November-December 2020

ต.ท่ำเสำ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ พร้อมกันนีท้ ำง พ.อ.สมัย ข�าพันธ์ ผู้อ�านวยการโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก ได้กล่ำวขอบคุณ พร้อมมอบโล่และใบประกำศเกียรติคณ ุ เพือ่ แสดงควำมขอบคุณ แก่บริษทั บ่อทองศิลำ จ�ำกัด อีกด้วย นอกจำกนี้ บริษัท บ่อทองศิลำ จ�ำกัด ยังได้มอบเงินให้ โรงพยำบำลทองแสนขัน จ�ำนวน 300,000 บำท เพือ่ ปรับปรุง หอผูป้ ว่ ยใน และส�ำนักสงฆ์สญ ุ ญตำรำมถ้ำ� ดิน จ�ำนวน 300,000 บำท เพือ่ สร้ำงซุม้ ประตู และมอบเงินให้วดั รำชคีรวี เิ ศษ จ�ำนวน 100,000 บำท เพือ่ สร้ำงฝ้ำเพดำนอเนกประสงค์ รวมเงินบริจำค ทัง้ สิน้ เป็นจ�ำนวน 1,700,000 บำท


TMP

GROUP

มอบ → อุปกรณ์ทางการแพทย์ → ครุภัณฑ์งานครัว

ให้โรงพยาบาลตรัง บริษัท ตรัง ยูซี จ�ากัด บริษัท มิกซ์ คอน จ�ากัด และ บริษัท พรชัยคอนกรีต 2002 จ�ากัด ในเครือ TMP GROUP มอบอุ ป กรณ์ ท ำงกำรแพทย์ มู ล ค่ ำ 2,631,025.05 บำท และมอบครุภัณฑ์ งำนครั ว ให้ กั บ นั ก ศึ ก ษำแพทย์ โดยมี นายแพทย์ ส มบั ติ สธนเสาวภาคย์ ผู้อ�านวยการโรงพยาบาลตรัง ตัวแทน โรงพยำบำลตรัง เป็น ผู้รับมอบ เพื่อน�ำ ไปใช้ประโยชน์ในโรงพยำบำลตรัง

November-December 2020

31


News

SQM เตรียมระดมทุนเพิ่มผลผลิตลิเทียม

คาดตลาดลิเทียมขยายตัวในระยะยาว 20% ต่อปี บริษัท Sociedad Quimicay Minera de Chile หรือ SQM ซึง่ เป็นบริษทั ร่วมทุนจากประเทศชิลี นับเป็นผูป้ ระกอบ ธุรกิจเคมีภัณฑ์ขนาดใหญ่ และยังเป็นผู้ผลิตแร่ลิเทียมจาก น้�าเกลือ (Brine) รายใหญ่ที่สุดในโลก และมีปริมาณผลิตแร่ ลิเทียมในภาพรวมเป็นอันดับ 2 ของโลก เปิดเผยว่า เมือ่ วันที่ 23 ธันวาคม 2563 คณะกรรมการบริษัทได้ตกลงที่จะเริ่ม กระบวนการเพิ่มทุน 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผ่านการ ขายหุ้นสามัญ เพื่อรองรับถึงการขยายตัวแร่ลิเทียมไนเตรต และไอโอดีน โดยจะเรียกประชุมผู้ถือหุ้นวิสำมัญในวันที่ 22 มกรำคม 2564 เพื่อเห็นชอบข้อเสนอในกำรออกหุ้น จ�ำนวน 22.4 ล้ำนหุน้ ของบริษทั ซึง่ หำกได้รบั กำรอนุมตั เิ งินทุนดังกล่ำวจะช่วย ให้มีเงินทุนส�ำหรับแผนกำรลงทุนระยะเวลำ 4 ปีที่ประกำศไว้ ก่อนหน้ำนี้จ�ำนวน 1.9 พันล้ำนดอลลำร์สหรัฐฯ ซึ่งมีเป้ำหมำย เพื่อเพิ่มขีดควำมสำมำรถในกำรผลิตลิเทียมคำร์บอเนตในชิลี ได้มำกกว่ำ 2 เท่ำเป็น 180,000 ตันต่อปี โดยแร่ลิเทียมเป็น ส่วนประกอบส�ำคัญในแบตเตอรีท่ ใี่ ห้พลังงำนกับโทรศัพท์มอื ถือ และรถยนต์ไฟฟ้ำ

32

November-December 2020

ทั้งนี้ เงินจำกที่ระดมทุนได้อำจถูกน�ำไปใช้ในโครงกำร ผลิตลิเทียมที่ Mount Holland ในออสเตรเลีย และจะตัดสินใจ ลงทุนขั้นสุดท้ำยในไตรมำสแรกของปี พ.ศ. 2564 ก่อนหน้ำนี้ บริ ษั ท ที่ ป ระกอบธุ ร กิ จ ผลิ ต แร่ ลิ เ ที ย มหลำยรำยได้ ป ระกำศ แผนลงทุนที่จะเพิ่มก�ำลังกำรผลิตล่วงหน้ำ เนื่องจำกคำดว่ำ ควำมต้องกำรใช้ลิเทียมจะเพิ่มขึ้น แต่ด้วยสถำนกำรณ์กำรแพร่ ระบำดของ COVID-19 ได้สง่ ผลกระทบต่ออุตสำหกรรมรถยนต์ ไฟฟ้ ำ ท� ำ ให้ ร ำคำและก� ำ ไรหดตั ว ลง ส่ ง ผลให้ ห ลำยบริ ษั ท ต้องระงับแผนกำรขยำยกำรลงทุน อย่ ำ งไรก็ ต ำม SQM จะเดิ น หน้ ำ ผลั ก ดั น กำรขยำย กำรลงทุนของตัวเองต่อไปแม้จะเกิดกำรระบำดใหญ่ โดยได้รับ แรงหนุนจำกยอดขำยที่เพิ่มขึ้นอย่ำงต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2563 และยังเชือ่ ว่ำตลำดลิเทียมจะขยำยตัวในระยะยำวร้อยละ 20 ต่อปี โดยแตะระดับ 800,000-1,000,000 ตันภำยในปี พ.ศ. 2568 ที่ ม ำ : https://www.mining.com/web/sqm-beginsprocess-to-raise-capital-boost-lithium-output/


ธุรกิจเหมืองแร่ l

กองบรรณาธิการ

ซานี่ ขึ้นแท่นยอดขาย

อัด้วนยยอดขายรถขุ ดับ 1 ในไทย ด 1,600 คัน มูลค่า 4,000 ล้านบาท

ตั้งเป้าปีหน้าเพิ่มยอดขายเป็น 2,500 คัน บริษทั ซานี่ ไทยยนต์ จ�ากัด ตัวแทนจ�าหน่ายเครือ่ งจักรกลหนัก ประเภทรถขุ ด ยี่ ห้ อ “ซานี่ ” จากประเทศจี น ขึ้ น แท่ น ยอดขาย อันดับที่ 1 ในประเทศไทย โดยมียอดขายรถขุดทั้งหมดจ�านวน 1,600 คัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท พร้อมตัง้ เป้าปีหน้า อย่างท้าทายด้วยยอดขาย 2,500 คัน ยศวัฒน์ เรืองรักษ์ลิขิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และกรรมการผูจ้ ดั การ บริษทั ซานี่ ไทยยนต์ จ�ากัด กล่ำวว่ำ บริษทั ฯ เกิดจำกกำรร่วมทุนระหว่ำง SANY Heavy Machinery, SANY Asia Pacific และบริษทั ไทยยนต์ อิควิปเมนต์ จ�ำกัด ซึง่ เป็นบริษทั ในเครือ ของบริษัท ไทยยนต์ แทรกเตอร์ จ�ำกัด ผู้น�ำธุรกิจเครื่องจักรกลหนัก ในประเทศไทย ที่มีประสบกำรณ์อย่ำงยำวนำน โดยก่อตั้งในปี พ.ศ. 2558 และด�ำเนินธุรกิจจ�ำหน่ำยเครือ่ งจักรกลหนักประเภทรถขุดของ แบรนด์ SANY แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ ที่ จั ด จ� ำ หน่ ำ ยในประเทศไทย อำทิ รถขุ ด รถบด รถตั ก ล้ อ ยำง รถเสำเข็มเจำะ และรถบรรทุกในกิจกำรเหมืองแร่ โดยมีเป้ำหมำยใน กำรจัดหำสินค้ำพร้อมมอบบริกำรหลังกำรขำยที่ดีที่สุดให้กับลูกค้ำ

ยศวัฒน์ กล่ำวว่ำ ส�ำหรับผลประกอบกำรในปีนี้ ของบริ ษั ท ฯ แม้ จ ะมี ส ถำนกำรณ์ COVID-19 มำฉุ ด ภำพรวมของเศรษฐกิจให้ถดถอยลง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อ กำรเติบโตของซำนี่ บริษัทฯ ยังสำมำรถเติบโตได้อย่ำง ก้ำวกระโดด จำกผลิตภัณฑ์ทมี่ คี ณ ุ ภำพคุม้ ค่ำกับกำรลงทุน ทัง้ ด้ำนผลิตภัณฑ์และด้ำนบริกำรทีเ่ ป็นเลิศ ส่งผลให้ตวั เลข ในภำพรวมสำมำรถเติบโตก้ำวกระโดดจำกปีที่ผ่ำนมำ ถึง 400 เปอร์เซ็นต์ “เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้า และสร้างยอดขายใน ช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ บริษัท ซานี่ ไทยยนต์ จำากัด จึงได้ จัดงานเลีย้ งขอบคุณลูกค้าประจำาปี และเปิดโอกาสให้จอง รถขุ ด ทุ ก ประเภทภายในงานมหกรรมการจองรถขุ ด เมื่ อ ปลายเดื อ นพฤศจิ ก ายนที่ ผ่ า นมา และได้ รั บ การ ตอบรับจากลูกค้าอย่างล้นหลาม โดยมียอดจองรวมทัง้ สิน้ 573 คัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท โดยผู้จอง รถขุดในวันงานยังได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลรถเบนซ์ E300 จำานวน 3 คัน และรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า จำานวน 3 คัน พร้อมของรางวัลต่างๆ อีกมากมาย เช่น iPhone 12 และ ทองคำา รวมของรางวัลทั้งหมดมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท ซึ่ ง ซานี่ จ ะมี ก ารจั ด งานในลั ก ษณะนี้ เ ป็ น ประจำ า ทุ ก ปี และจะจัดให้ใหญ่โตมากยิง่ ขึน้ ซึง่ ในปีนมี้ ลี กู ค้ามาร่วมงาน จากทั่วประเทศถึง 1,700 คน นับเป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เท่าที่เราเคยจัดมา” ยศวัฒน์ กล่ำว

November-December 2020

33


แร่น่ารู้ l

ภิตินันท์ อินมูล

COPPER Market

Update ณ เวลานี้ดูเหมือนว่าราคาทองแดงในตลาดโลกมีการปรับตัวสูงขึ้น ไม่นอ้ ยหน้าทองค�า ด้านการผลิต หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตในเหมืองแร่ทองแดง คิดเป็นร้อยละ 2.25 ของการผลิตทองแดงทั่วโลก เหมืองแร่ทองแดงกว่า 51 แห่ง ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ส่วนใหญ่เป็นเหมืองในชิลีและเปรู ทัง้ นีม้ กี ารคาดการณ์วา่ จะมีผลผลิตทองแดงออกสูต่ ลาดโลกในปี พ.ศ. 2563 ประมาณ 21 ล้านตัน ในส่ ว นของอุ ป สงค์ - อุ ป ทำน อุ ป สงค์ ห รื อ ควำมต้ อ งกำรทองแดงเกิ ด กำรหยุดชะงักนับตัง้ แต่ตน้ ปีทผี่ ำ่ นมำ เนือ่ งจำกกำรแพร่ระบำดของ COVID-19 ที่เริ่มเกิดขึ้นในจีน เนื่องจำกจีนเป็นผู้บริโภคทองแดงรำยใหญ่ของโลก กำรหยุด ชะงักของธุรกิจและภำคอุตสำหกรรมในจีนจึงส่งผลโดยตรงต่ออุตสำหกรรม ต่ำงๆ ที่ต้องใช้ทองแดงเป็นวัตถุดิบ แต่หลังจำกที่สถำนกำรณ์กำรแพร่ระบำด ในจีนเริ่มคลี่คลำย จีนได้ออกมำตรกำรต่ำงๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพำะ กำรก่อสร้ำงโครงสร้ำงพืน้ ฐำนของประเทศ ซึง่ ต้องใช้ทองแดงเป็นจ�ำนวนมำก ส่งผล ให้อปุ สงค์ทองแดงเริม่ เกิดขึน้ รวมถึงควำมต้องกำรใช้ทองแดงของประเทศอืน่ ๆ นอกเหนือจำกจีนก็เริ่มเกิดขึ้นเช่นกัน ซึ่งควำมต้องกำรทองแดงที่เริ่มกลับมำ 34

November-December 2020

จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ควำมต้องกำรทองแดง เพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลังของปี พ.ศ. 2563 อย่ำงไรก็ตำม แม้อุปสงค์ของทองแดง ในตลำดโลกจะเริ่มฟื้นตัว แต่อัตรำกำรเติบโต ของอุปสงค์ทองแดงอำจจะค่อนข้ำงช้ำเมือ่ เทียบ กับช่วงก่อนเกิดกำรแพร่ระบำดของ COVID-19 โดยคำดว่ำอุปสงค์ทองแดงในปีนี้จะลดลงเมื่อ เทียบกับปีที่ผ่ำนมำ เนื่องจำกยังไม่สำมำรถ คำดกำรณ์ได้ว่ำสถำนกำรณ์กำรแพร่ระบำด ของ COVID-19 ในช่วงครึ่งปีหลังสถำนกำรณ์ จะดีขึ้นหรือไม่ อุปทาน กำรแพร่ระบำดของ COVID-19 ส่งผลต่อกำรผลิตทองแดงทั่วโลก ทองแดงที่ อ อกสู่ ต ลำดโลกมี ป ริ ม ำณลดลง เนื่ อ งจำกกำรหยุ ด ชะงั ก ของเหมื อ ง รวมถึ ง ระบบกำรขนส่ ง ที่ ต้ อ งหยุ ด ชะงั ก ไปทั่ ว โลก ส่งผลให้เกิดปัญหำด้ำนกำรขนส่งสินค้ำ


เมือ่ เทียบกับแร่โลหะชนิดอืน่ ๆ เช่น ทองค�ำ แพลตทินมั ยูเรเนียม อุปทำน ทองแดงได้รับผลกระทบไม่มำกนัก ทั้งนี้มีกำรคำดกำรณ์ว่ำเมื่อสถำนกำรณ์ กำรแพร่ระบำดคลี่คลำยลง กำรผลิตทองแดงจะเริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง และคำดว่ำ จะเติบโตขึ้นร้อยละ 2.7 ในปี พ.ศ. 2564 ภาพแสดงราคาทองแดงไตรมาส 1/2563

ที่มำ : London Metal Exchange, https://investingnews.com ในไตรมำสที่ 1 ปี พ.ศ. 2563 รำคำทองแดงในตลำดโลกเริม่ ต้นที่ 6,165 ดอลลำร์สหรัฐฯ ต่อตัน และขึ้นไปสูงสุดที่ 6,300 ดอลลำร์สหรัฐฯ ต่อตัน เมื่อ วันที่ 16 มกรำคม 2563 ซึ่งเป็นรำคำสูงที่สุดในไตรมำส1/2563 หลังจำกนั้น รำคำทองแดงจึงค่อยๆ ปรับตัวลดลง และลดลงต่ำ� สุดที่ 4,617 ดอลลำร์สหรัฐฯ ต่อตัน ในวันที่ 23 มีนำคม 2563 ซึ่งลดลงกว่ำร้อยละ 20 จำกเดือนมกรำคม ปีเดียวกัน และเป็นรำคำต่�ำสุดที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมำสที่ 1 ของรำคำทองแดง สำเหตุทลี่ ดลงเนือ่ งจำกกำรแพร่ระบำดของ COVID-19 ทีเ่ ริม่ ระบำดในจีนและ แพร่กระจำยไปทั่วโลกอย่ำงรวดเร็วและส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่ำงรุนแรง ภาพแสดงราคาทองแดงไตรมาส 2/2563

ที่มำ : London Metal Exchange, https://investingnews.com November-December November-Decmber 2020

35


ไตรมำสที่ 2/2563 รำคำทองแดงในตลำดโลกซื้อขำยกันที่ 4,772 ดอลลำร์สหรัฐฯ ต่อตัน และค่อยๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมำอยู่ที่ 6,038 ดอลลำร์ สหรัฐฯ ต่อตัน นับเป็นรำคำที่สูงที่สุดในไตรมำส 2/2563 กำรปรับตัวเพิ่มขึ้น ของรำคำทองแดงในตลำดโลกเป็ น ผลมำจำกจี น ซึ่ ง เป็ น ผู้ บ ริ โ ภคทองแดง รำยใหญ่ในตลำดโลกมีควำมต้องกำรทองแดงเพิม่ ขึน้ เนือ่ งจำกกำรใช้มำตรกำร กระตุ้นเศรษฐกิจและกำรเพิ่มกำรลงทุนพื้นฐำนในประเทศหลังสถำนกำรณ์ กำรแพร่ ร ะบำดของ COVID-19 ส่งผลให้มีควำมต้ องกำรใช้ ท องแดงมำก ประกอบกับผลผลิตทองแดงในตลำดโลกลดน้อยลง จำกกำรที่ประเทศผู้ผลิต ทองแดงที่ส�ำคัญของโลกต้องเผชิญกับกำรได้รับผลกระทบจำกกำรแพร่ระบำด ของ COVID-19 ท�ำให้กำรผลิตในเหมืองต่ำงๆ ต้องหยุดชะงัก ส่งผลให้รำคำใน ตลำดโลกเป็นไปตำมกลไกตลำด คือ เมือ่ ควำมต้องกำรหรืออุปสงค์ (Demand) เพิ่มขึ้น แต่ผู้ผลิตผลิตได้น้อยลงหรืออุปทำน (Supply) ลดลง รำคำจึงปรับตัว เพิ่มขึ้นตำมกลไกตลำด แนวโน้มรำคำทองแดงตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2563 ปรับตัวขึ้นอย่ำงต่อเนื่อง และคำดกำรณ์ว่ำในปีนี้รำคำทองแดงอำจจะยังอยู่ในทิศทำงขำขึ้น โดยใน ไตรมำส 3/2563 รำคำทองแดงปรับตัวขึน้ ไปสูงสุดถึง 6,545 ดอลลำร์สหรัฐฯ ต่ อ ตั น เมื่ อ วั น ที่ 13 กรกฎำคม 2563 แม้ จ ะมี ก ำรปรั บ ตั ว ลดลงบ้ ำ ง หลังจำกนั้น แต่ถือว่ำรำคำยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในระดับสูง นักวิเครำะห์มีกำร คำดกำรณ์ ว่ ำ รำคำทองแดงในตลำดโลกอำจขึ้ น สู ง เข้ ำ ใกล้ ร ำคำแนวต้ ำ น ที่ประมำณ 7,050 ดอลลำร์สหรัฐฯ ต่อตัน โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อรำคำทองแดง ขึ้นอยู่กับอุปสงค์-อุปทำนของตลำดโลก รวมถึงกำรแพร่ระบำดของ COVID-19 ที่ยังมีอยู่ในหลำยประเทศ ภาพแสดงราคาทองแดงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2563

กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจำกช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้ อ ยละ 49 โดยน� ำ เข้ ำ ในเดื อ นกุ ม ภำพั น ธ์ 41,243 กิโลกรัม และน�ำเข้ำเดือนมิถุนำยน 40,814 กิโลกรัม ในช่วงระหว่ำงเดือนมีนำคมพฤษภำคม 2563 ซึ่งเกิดกำรแพร่ระบำดของ COVID-19 อย่ ำ งรุ น แรง หลำยประเทศมี มำตรกำร Lockdown จึงไม่มีกำรน�ำเข้ำหรือ ส่งออกสินค้ำ ทั้ ง นี้ คำดว่ ำ เมื่ อ ภำครั ฐ ได้ ผ่ อ นคลำย มำตรกำรต่ำงๆ อุตสำหกรรมในประเทศที่ต้อง ใช้ แ ร่ ท องแดงเป็ นวั ต ถุ ดิ บจะมี ก ำรน� ำ เข้ ำ แร่ ทองแดงเพิ่มขึ้น หรือน�ำโลหะทองแดงที่ใช้แล้ว มำรีไซเคิลเพื่อน�ำมำใช้ส�ำหรับอุตสำหกรรม ในประเทศ รวมถึงอำจมีกำรน�ำเข้ำทองแดงเพือ่ ส�ำรองไว้ใช้ในอุตสำหกรรมมำกขึ้น เนื่องจำก สถำนกำรณ์กำรระบำดของ COVID-19 ใน หลำยประเทศยังไม่คลี่คลำย อีกทั้งกำรแพร่ ระบำดในประเทศผู้ ผ ลิ ต ทองแดงรำยส� ำ คั ญ ของโลก เช่น ชิลี และเปรู รวมถึงประเทศอื่นๆ ในลำตินอเมริกำ ซึง่ กลำยเป็นจุดศูนย์กลำงกำร แพร่ระบำด อำจจะส่งผลให้ปริมำณอุปทำน ทองแดงในตลำดโลกลดลง ท�ำให้หลำยประเทศ ที่ต้องกำรใช้แร่ทองแดงอำจต้องกำรส�ำรองแร่ ทองแดงไว้ใช้มำกขึ้น เช่น จีน สหรัฐอเมริกำ เป็นต้น ดังนั้นหำกสถำนกำรณ์กำรแพร่ระบำด ยั ง ไม่ ดี ขึ้ น รำคำทองแดงในตลำดโลกอำจ เพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่องไปอีกก็เป็นได้

อ้างอิง

ที่มำ : London Metal Exchange, https://www.lme.com/en-GB/Metals/ Non-ferrous/Copper#tabIndex=2

สถานการณ์อุตสาหกรรมแร่ทองแดงในไทย

ปัจจุบันประเทศไทยไม่มีกำรผลิตแร่ทองแดงแล้ว แร่ทองแดงที่ใช้เป็น แร่น�ำเข้ำ โดยในครึ่งปีแรกของปี พ.ศ. 2563 (เดือนมกรำคม-มิถุนำยน) ไทย มีกำรน�ำเข้ำสินแร่และหัวแร่ทองแดงจำกประเทศญี่ปุ่นในปริมำณ 81,057 36

November-December 2020

: https://www.cnbc.com/2020/06/24/ coronavirus-why-the-pandemic-couldsark-a-copper-rally.html : https://www.crugroup.com/ knowledge-and-insights/ spotlights/2020/multi-commodityoutlook/ : https://capital.com/copper-priceforecast-2020 : https:/www.mining-journal.com/ covid-19/news/1384206/ globaldata-sees-2020-copperoutput-growth-slow-to19 : https://investingnews.com/ http://www.customs.go.th/statistic_ report


Profile for Mining Magazine

Mining Magazine Nov-Dec 2020  

miningmag

Mining Magazine Nov-Dec 2020  

miningmag

Profile for miningmag
Advertisement