Issuu on Google+

๒๘

นรกสวรรค์ มีจริงหรือ

พุทธองค์ทรงตรัสไว้ในอปัณณกสูตร ว่า

“ก็โลกหน้ามีอยู่จริง ความเห็นของเขาว่า โลกหน้าไม่มี ความเห็นของเขานั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิ ก็โลกหน้ามีอยู่จริง แต่เขาดำริว่า โลกหน้าไม่มี ความ ดำริของเขานั้นเป็นมิจฉาสังกัปปะ ก็โลกหน้ามีอยู่จริง แต่เขากล่าววาจาว่า โลกหน้าไม่มี วาจาของเขานั้นเป็นมิจฉาวาจา ก็โลกหน้ามีอยู่จริง แต่เขากล่าววาจาว่า โลกหน้าไม่มี ผู้นี้ย่อมทำตนเป็นข้าศึกต่อพระอรหันต์ ผู้รู้แจ้งโลกหน้า 

นรกสวรรค์มีจริงหรือ ?


ก็โลกหน้ามีอยู่จริง เขายังผู้อื่นให้เข้าใจว่า โลกหน้าไม่มี การทำให้ ผู้ อื่ น เข้ า ใจผิ ด ของเขานั้ น เป็ น การกระทำที่ ไ ม่ ช อบ ธรรม” ด้วยวิสัยของปุถุชนที่ยากจะพิสูจน์ให้รู้ชัดแก่ประสาท สัมผัสได้ จึงมีการพูดถกเถียงกันในเรื่องราวเหล่านี้ ซึ่งส่วนมาก เป็ น การอิ ง อาศั ย ภู มิ รู้ ข องตน (อั ต ตา) เข้ า ไปตั ด สิ น ตี ค วาม หมาย จึงแสดงออกมาเป็นคำพูดที่แตกต่างกันไป จงอย่าประมาท... จึงถึงเวลาที่จะรีบเร่งทำความดีใน วันนี้ ลงมือทำงานที่ตนยังไม่ได้ทำ สรรสร้างกรรมดีที่เรายังไม่ ได้สร้าง..เพราะเวลาที่ผ่านมา นับจนถึงวันนี้ล่วงผ่านไปหลาย วัน เดือน ปีแล้ว หลักพระพุทธศาสนาที่แสดงจุดยืนในเรื่องนรกสวรรค์ และไม่ได้กล่าวไว้แค่นี้ พุทธองค์ทรงตรัสบรมสุขอย่างยอดยิ่ง คือพระนิพพาน โดยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนรกสวรรค์โดยหลักเหตุผล อัน แสดงถึงกรรมชั่วเป็นปฏิปทาที่จะให้ถึงนรก กรรมดีปฏิปทาที่จะ ให้พ้นไปจากนรก โดยมีพุทธพจน์ตรัสไว้อย่างชัดเจน ว่า... “คนบางพวกเกิดในครรภ์ คนบางพวกที่ทำกรรมชั่วไว้ ไปนรก คนบางพวกที่ทำกรรมดีไว้ไปสู่สวรรค์ส่วนท่านที่หมด กิเลสแล้วทั้งหลายย่อมนิพพาน” นรกสวรรค์มีจริงหรือ ?




และทรงตรัสไว้ในพระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูล ปัณณาสก์ (พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๒) ใจความว่า... คติ(ที่ไป)มี ๕ ประการ คือ นรก กำเนิดดิรัจฉาน เปรตวิสัย มนุษย์ เทวดา เรา(พระพุทธเจ้า) ย่อมรู้ชัดซึ่งนรก ทางยังสัตว์ให้ถึง นรก และปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึงนรก อนึ่ง สัตว์ผู้ดำเนินประการใด เบื้องหน้าแต่ตายเพราะ กายแตกย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เราย่อมรู้ชัดซึ่ง ประการนั้นด้วย... เราย่อมรู้ชัดซึ่งพระนิพพาน ทางอันยังสัตว์ให้ถึงพระ นิพพาน และปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึงพระนิพพาน อนึ่ง สัตว์ผู้ปฏิบัติประการใด ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งเจโต วิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้น ไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบันเข้าถึงอยู่ เราย่อมรู้ชัดซึ่ง ประการนั้นด้วยอุปมาการเห็นคติของบุคคล ถึ ง ชาติ ที่ แ ล้ ว เราจั ก ไม่ รู้ ค ติ ที่ ม าที่ ไ ป แต่ ช าติ นี้ เ รา สามารถเลือกที่จะทำ เพื่อส่งผลถึงชาติต่อไปได้ หลักคำสอนของพระพุทธศาสนาที่เชื่อมโยงถึงชีวิตและ จิตวิญญาณของมนุษย์มีลักษณะที่เวียนว่ายตายเกิดอย่างไม่ สิ้นสุด ถ้าไม่สามารถจะทำให้เงื่อนไขของการเกิดสิ้นสุดได้ การ ที่บุคคลคนหนึ่งตายลง ไม่ถือว่า การตายนั้น เป็นจุดสิ้นสุดของ 

นรกสวรรค์มีจริงหรือ ?


ชี วิ ต ตราบเท่ า ที่ ยั ง มี กิ เ ลส จะต้ อ งมี ก ารเกิ ด ใหม่ อี ก เรื่ อ ยไป ยกเว้ น ชี วิ ต ของผู้ ก ำจั ด กิ เ ลสให้ ห มดไปได้ คื อ บรรลุ ถึ ง พระ นิพพาน ภูมิ ระดับขั้นของจิตและที่เกิดของสัตว์โลก ระดับขั้นของจิต ภูมิฐาน ภูมิรู้ ภูมิธรรม ภูมิปัญญาที่ เป็นจุดเปรียบเทียบว่ามนุษย์กับสัตว์มีจิตสำนึกในระดับต่างกัน และภู มิ ซึ่ ง เป็ น ที่ เ กิ ด ของสั ต ว์ โ ลก ภู มิ ที่ ส รรพสั ต ว์ ท่องเที่ยวเวียนว่ายตายเกิดมีทั้งหมด ๓๑ ภูมิ คือ ๑. ภูมิชั้นต่ำเลว มีทุกข์มาก มี ๔ ภูมิ ได้แก่ นรก (มหา นรก อุสสทนรก ยมโลกนรก โลกันตนรก) เปรต อสุรกาย สัตว์ ติรัจฉาน ๒. ภูมิชั้นกลาง ซึ่งเป็นภูมิชั้นดีมีบุญธรรมกรรมสุข มี อยู่ ๗ ภูมิ คือ โลกมนุษย์ และภพภูมิอันเป็นที่อยู่ของเทวดา เป็นโลกที่อยู่อาศัยของกายละเอียด เป็นภพภูมิอันมีแต่ความ สุ ข สมบู ร ณ์ ด้ ว ยทิ พ ยสมบั ติ ต่ า งๆ ซึ่ ง มี อ ยู่ ๖ ชั้ น ได้ แ ก่ จาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรตี ปรนิมมิต วสวัตตี ๓. ภูมิชั้นสูง ซึ่งเป็นภพภูมิที่อยู่ของผู้ที่เจริญสมาธิจน ได้ ฌาน เป็นภูมิดีมีสุขมาก มีอยู่ ๒๐ ภูมิ นรกสวรรค์มีจริงหรือ ?




พรหมโลก

แบ่งออกเป็นรูปพรหม ๑๖ ได้แก่

พรหมปาริสัชชา พรหมปโรหิตา มหาพรหมา ปริตตาภา อัปปมาณาภา อาภัสรา ปริตตสุภา อัปปมาณสุภา สุภกิณหา เวหัปผลา อสัญญีสัตตา อวิหาสุทธาวาสพรหม อตัปปาสุทธา วาสพรหม สุทัสสาสุทธาวาสพรหม สุทัสสีสุทธาวาสพรหม อก นิฏฐสุทธาวาสพรหม

และอรูปพรหม ๔ ได้แก่

อากาสานั ญ จายตนภู มิ ภู มิ อั น เป็ น ที่ อ ยู่ ข องผู้ บ รรลุ อากาสานัญจายตนฌาน หรืออรูปฌานที่ ๑ วิ ญ ญาณั ญ จายตนภู มิ ภู มิ อั น เป็ น ที่ อ ยู่ ข องผู้ บ รรลุ วิญญาณัญจายตนฌาน หรืออรูปฌาน ที่ ๒ อากิ ญ จั ญ ญายตนภู มิ ภู มิ อั น เป็ น ที่ อ ยู่ ข องผู้ บ รรลุ อากิญจัญญายตนฌาน หรืออรูปฌาน ที่ ๓ ซึ่งอาฬารดาบส กาลามโคตร ผู้เป็นอาจารย์ของเจ้าชายสิทธัตถะ เมื่อครั้งทรง ออกศึกษาแสวงหาโมกขธรรม เมื่อละโลกแล้วก็มาบังเกิดเป็น อรูปพรหมในชั้นนี้ เนวสั ญ ญานาสั ญ ญายตนภู มิ ภู มิ อั น เป็ น ที่ อ ยู่ ข องผู้ บรรลุเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน หรืออรูปฌานที่๔ 

นรกสวรรค์มีจริงหรือ ?


โลกนรก นรก โลกหลั ง การตาย ได้แก่ สถานที่ที่ปราศจาก ความเจริญ สภาพที่ปราศจากความสุข เป็นที่เสวยทุกข์ซึ่งเป็น ผลมาจากการทำบาป หรือความชั่วที่ได้กระทำไว้ เป็นสภาพที่ มี แ ต่ ค วามเร่ า ร้ อ นเต็ ม ไปด้ ว ยความทุ ก ข์ ที่ ไ ปเกิ ด และเสวย ความทุกข์ของสัตว์ผู้ทำบาป ภูมิที่เสวยทุกข์ของคนผู้ทำบาป ตายแล้วไปเกิดและถูกลงโทษ พุ ท ธศาสนาได้ ก ล่ า วถึ ง นรกไว้ ใ นฐานะเป็ น สถานที่ รองรับหรือที่อยู่ของผู้ที่ทำกรรมชั่ว พบหลักฐานในขุททกนิกาย ชาดกว่ามีอยู่ ๘ ขุม คือ มหานรก ขุมที่ ๑ ชื่อ สัญชีวมหานรก นรกที่ นายนิรยบาลมีมือถืออาวุธอันมีแสงฟันสัตว์นรกทั้งหลายจน ตายแล้ว ก็กลับฟื้นขึ้นได้อีกแล้วถูกฟันอยู่เรื่อยไปจนกว่าจะ หมดกรรม เกิดเพราะกรรมฆ่าสัตว์ มหานรก ขุมที่ ๒ ชื่อ กาฬสุตตมหานรก มหา นรกด้ายดำ มหานรกที่ไม่มีวันตาย สัตว์นรกจะถูกนายนิรยบาล ตีด้วยเส้นเชือกดำแล้วถากหรือตัดด้วยเครื่องประหารมีขวาน จอบมีดเลื่อย เกิดเพราะกรรมลักขโมย มหานรก ขุมที่ ๓ ชื่อ สังฆาฏมหานรก มหา นรกที่ถูกภูเขาเหล็กบดขยี้ร่างกาย นรกภูเขาเหล็กที่มีเปลวไฟ นรกสวรรค์มีจริงหรือ ?




บดสัตว์นรกให้จมลงไปในแผ่นดินมีประมาณแค่สะเอว สัตว์ นรกจะถู ก ภู เ ขาเหล็ ก บดขยี้ ร่ า งกายให้ ไ ด้ รั บ ทุ ก ขเวทนาอยู่ ตลอดเวลา เกิดเพราะกรรมประพฤติผิดในบุตรภรรยาสามีของ ผู้อื่น มหานรก ขุมที่ ๔ ชื่อ โรรุวมหานรก มหานรกที่ เต็มไปด้วยเสียงร้องระงมครวญครางอย่างน่าเวทนา สัตว์นรก ในขุมนี้จะร้องไห้อยู่ตลอดเวลา เปลวไฟแลบเข้าหูซ้ายทะออก หูขวา เข้าปาก ตา จมูก ทวารหนัก ทวารเบา เกิดเพราะกรรม พูดโกหก พูดคำหยาบพูดส่อเสียดให้แตกกันพูดเพ้อเจ้อไร้สาระ มหานรก ขุมที่ ๕ ชื่อ มหาโรรุวมหานรก มหา นรกที่เต็มไปด้วยเสียงร้องระงมครวญครางมากมาย เพราะถูก ควันไฟเข้าไปสู่ทวารทั้ง ๙ เผาไหม้ทั้งข้างในข้างนอก สัตว์นรก ในขุมนี้จะร้องเสียงดังครวญครางอยู่ตลอดเวลาที่ถูกไฟนรก ไหม้ เกิดเพราะกรรมจากการดื่มสุราเมรัยเสพสิ่งเสพติด มหานรก ขุมที่ ๖ ชื่อ ตาปนมหานรก มหา นรกที่ทำสัตว์ให้เร่าร้อน สัตว์นรกในขุมนี้ จะถูกให้นั่งตรึงอยู่กับ หลาวเหล็กไฟอันร้อนแดงไหม้อยู่ และถูกหลาวเหล็กเสียบไป ทั่วร่างกาย เกิดเพราะมัวเมาในอบายมุข เล่นการพนัน มหานรก ขุมที่ ๗ ชื่อ มหาตาปนมหานรก มหานรกที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนอย่างมากมาย สัตว์นรกที่ อยู่ในขุมนี้จะถูกลากไปมาและเหยียบแผ่นดินอันลุกโพลง ถูก 

นรกสวรรค์มีจริงหรือ ?


แทงด้วยปฏัก เกิดเพราะผิดศีลทั้ง๕ข้อและเล่นการพนัน มหานรก ขุมที่ ๘ ชื่อ อเวจีมหานรก มหานรก ที่ปราศจากคลื่น คือ ความเบาบางแห่งความทุกข์ ระหว่างแห่ง เปลวไฟและความทุกข์ไม่มีว่างเว้นเลย เป็นมหานรกขุมสุดท้าย ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีโทษแห่งการกระทำหนักที่สุด และมีอายุ ขัยนานที่สุด สัตว์นรกจะถูกไฟไหม้และจมอยู่ในกระทะน้ำที่ เดือดพล่าน... เกิดเพราะอนันตริยกรรม คือ ฆ่าบิดา ฆ่ามารดา ฆ่า พระอรหันต์ ทำสงฆ์ให้แตกกัน และทำพระพุทธเจ้าให้ห้อพระ โลหิต อุสสทนรก นรกขุมบริวาร ขุมเช่นเดียวกับมหา นรก อุ ส สท นรกมี ข นาดเล็ ก กว่ า มหานรก และ การทั ณ ฑ์ ทรมานก็เบาบางกว่า มีความทุกข์น้อยกว่า ไฟนรกก็ร้อนแรง น้ อ ยกว่ า มหานรก และยั ง พอมี เ วลาว่ า งเว้ น จากการทั ณ ฑ์ ทรมานบ้างเล็กน้อย มหานรก ๘ ขุมเป็นเหมือนประธานของนรกทั้งปวง มหานรกขุมหนึ่งๆ จะมีอุสสทนรกตั้งอยู่โดยรอบทั้ง ๔ ทิศ ทิศ ละ ๔ ขุม รวมเป็น ๑๖ ขุม เมื่อรวมอุสสทนรกที่เป็นบริวารของ มหานรกทุกขุมแล้ว จะมีจำนวนทั้งหมด ๑๒๘ ขุม

อุสสทนรกทั้ง ๔ ขุมในแต่ละทิศ มีชื่อเรียกเป็นของตัว

นรกสวรรค์มีจริงหรือ ?




เอง ซึ่งเป็นชื่อเหมือนกันกับอุสสทนรกในทิศอื่นๆ และเป็นเช่นนี้ กับมหานรกทุกขุม ต่างกันแต่เพียงความหนักเบาของทุกข์โทษ เท่านั้น อุสสทนรกทั้ง ๔ ขุมในทิศหนึ่งมีชื่อดังต่อไปนี้

ขุมที่ ๑

คู ถ นรก นรกอุ จ จาระเน่ า สั ต ว์ น รกทั้ ง หลายที่ ยั ง มี อกุ ศ ลกรรมเหลื อ อยู่ ถึ ง แม้ พ้ น จากมหานรกแล้ ว แต่ ก็ ยั ง ไม่ หลุดพ้นจากวงจรนรกต้องเสวยทุกข์ต่อไป

ลักษณะของคูถนรก เต็มไปด้วยหมู่หนอน มีปากแหลม ดังเข็ม ตัวอ้วนพีใหญ่เท่าช้าง เมื่อสัตว์นรกตกลงมาสู่คูถนรก เจ้าหนอนนรกจะแสดงอาการดีอกดีใจ เข้ามาล้อมเกาะกัดกิน เนื้อของสัตว์นรกนั้นอย่างเอร็ดอร่อยจนเหลือแต่กระดูก แล้วก็ แทะกระดู ก เข้ า ไปอี ก หนอนบางตั ว มี ข นาดเล็ ก ก็ จ ะคลาน ชอนไชเข้าไปในปาก กัดกินปอด ตับ ม้าม ไต หัวใจ กระเพาะ แล้วก็ออกทางทวารด้านล่างและด้านบนเป็นอย่างนี้จนกว่าจะ สิ้นกรรม

ขุมที่ ๒

กุกกุฬนรก นรกขี้เถ้าร้อน ครั้นพ้นจากกำแพงของคูถ นรกแล้ว สัตว์นรกทั้งหลายที่ยังมีอกุศลกรรมเหลืออยู่ ถึงแม้พ้น จากนรกอุจจาระเน่าแล้ว ยังต้องถูกทรมานในนรกขุมบริวาร อันดับที่ ๒คือ กุกกุฬนรกซึ่งตั้งอยู่ติดต่อกับคูถนรก 10

นรกสวรรค์มีจริงหรือ ?


ลักษณะของกุกกุฬนรก เต็มไปด้วยเถ้าร้อนสำหรับเผา สั ต ว์ น รกทั้ ง หลายให้ ไ ด้ รั บ ทุ ก ขเวทนาอั น แก่ ก ล้ า ถู ก เถ้ า เผา สรีระให้ย่อยยับละเอียดเป็นจุณ เมื่อเศษบาปกรรมยังไม่สิ้น ตราบใด ก็ต้องตายเกิดตลอดกาลนานจนกว่าจะสิ้นกรรม

ขุมที่ ๓

อสิปัตตนรก นรกป่าไม้ดาบ ครั้นพ้นจากกำแพงของ กุกกุฬนรกแล้ว สัตว์นรกทั้งหลายที่มีอกุศลกรรมเหลืออยู่นั้น ถึง แม้พ้นจากนรกขี้เถ้าร้อนแล้ว จะต้องเจอนรกขุมบริวารอันดับที่ ๓ คือ อสิปัตตนรก ก็ยังต้องถูกเบียดเบียนอยู่ในนรกป่าไม้ใบ ดาบ ซึ่งอยู่ติดต่อกับกุกกุฬนรก

ลั ก ษณะของอสิ ปั ต ตนรก จะมี ลั ก ษณะเป็ น เหมื อ น อุทยาน มีต้นไม้คล้ายกับมะม่วง เมื่อสัตว์ที่ยังไม่หมดสิ้นกรรม ชวนกันไปเดินเล่นในอุทยานนี้ เห็นมีต้นไม้ใหญ่ ตั้งใจว่าจะไป นั่งอยู่ใต้ร่มไม้นั้น แต่พอเข้าไปยังไม่ทันจะได้นั่งดั่งใจปรารถนา ก็มีลมพัดมาอย่างแรง ใบมะม่วงก็หลุดและปลิวลงมากลาย เป็นหอกเป็นดาบ ทิ่มแทงร่างของสัตว์นรกเหล่านั้น จนแขนขาด คอขาด ขาขาด มีแผลเหวอะหวะเต็มไปทั่วร่างกาย เลือดแดง ฉานออกมา จากนั้นก็มีสุนัขนรกร่างกายใหญ่โตเท่าช้างสาร วิ่งมา กัดกินเลือดเนื้อของสัตว์นรกนั้นจนเหลือแต่กระดูก จากนั้นยังมี แร้งนรกซึ่งมีปากเป็นเหล็ก ตัวโตประมาณเท่าเกวียนเท่ารถ พา นรกสวรรค์มีจริงหรือ ?

11


ความลับที่ยังไม่เคยปกใคร