Page 1

1

ผลกระทบของการท่ องเทีย่ วเชิงเกษตรต่ อทรัพยากรเกษตรของท้ องถิน่ Impact of Agro-Tourism on Local Agricultural Resources เทพกร ณ สงขลา Teppakorn Na Songkhla โปรแกรมอุตสาหกรรมท่ องเที่ยว คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา E-mail: n_teppagorn@hotmail.com โทร 089-4653008

บทคัดย่ อ การวิจัยนี้ มี วตั ถุ ประสงค์ จําแนกรู ปแบบกิ จกรรมการท่องเที่ ย วเชิ งเกษตร ศึ กษาการใช้ทรั พยากรเกษตรเพื่อการ ท่องเที่ยว และศึกษาผลของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรต่อทรัพยากรเกษตรของท้องถิ่น การศึกษาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรใน จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ตรัง นครศรี ธรรมราช พัทลุง สงขลา และสตูล พบว่า รู ปแบบกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีลกั ษณะ หลากหลายตามลักษณะทรัพยากรเกษตรของแต่ละพื้นที่ ได้แก่ การสาธิ ตการผลิต/แปรรู ป การให้ความรู้การเกษตร การ จําหน่ายผลผลิตการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน การมีส่วนร่ วมในกิจกรมการเกษตร การสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน การสัมผัส ความสวยงามทางธรรมชาติ ทรัพยากรเกษตรที่ใช้ในกิจกรรมการท่องเที่ยวเหล่านี้ ได้แก่ ความหลากหลายทางชีวภาพ แรงงานเกษตร และความรู ้เทคโนโลยีการเกษตร ในด้านผลกระทบต่อทรัพยากรเกษตรของท้องถิ่น ท้องถิ่นที่กิจกรรม การท่องเที่ยวเชิ งเกษตรยังไม่มีชื่อเสี ยงโด่งดังนั้น กิ จกรรมท่องเที่ยวเชิ งเกษตรคือการนําบางส่ วนของกระบวนการผลิต การเกษตรของท้องถิ่นที่ดาํ เนินการอยูเ่ ป็ นปกติ ให้ผมู้ าเยือนได้พบเห็น ในขณะที่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีชื่อเสี ยงนั้น มีแนวโน้มว่าทรัพยากรเกษตรถูกนํามาใช้เพื่อการท่องเที่ยวโดยตรงแทนการใช้เพื่อการเกษตรเพิ่มมากขึ้น คําสํ าคัญ : ท่องเที่ยวเชิงเกษตร, ทรัพยากรเกษตร

Abstract The objectives of this study were to classify the feature of agro-tourism activity, explain the use of agricultural resources on agro-tourism, and the impact of agro-tourism on local agricultural. Studying of agro-tourism in southern province; Trunk, Nakorn Si Tammarat, Pattalung, Songkhla, and Satun found that a wide rang of features of agrotourism activity were operated under the back ground of communities’ agricultural resource. Features of agro-tourism activity were demonstration of processing, study of agriculture distribution of agricultural productions and local products. participation in agricultural activities, and experiencing of agricultural lifestyle and beauty of nature. Agricultural resources used for these activities mainly were biodiversity, agricultural labours, knowledge of agricultural technologies. In term of the impact of agro-tourism on agricultural resources was mentioned that an unwell known agrotourism local brought some of activities of agricultural process experiencing visitors where as a popular agro-tourism local trend to increase a use of agricultural resources on tourism rather than agricultural Keywords: agro-tourism, agricultural resource


2

1. บทนํา การท่องเที่ยวเชิงเกษตรเป็ นรู ปแบบหนึ่ งของการท่องเที่ยวที่นาํ กิจกรรมการเกษตรมาเป็ นกิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อให้ นักท่องเที่ยวได้รับความรู้ทางการเกษตรและชื่นชมทัศนียภาพที่โดดเด่นของชนบท (Jenkins et al., 1998) บางครั้งมีลกั ษณะ เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวชนบท(rural tourism) หรื อการท่องเที่ยวฟาร์ม(farm tourism) (Fleischer and Tchetchik, 2006) ปั จจุบนั “ท่องเที่ยวเชิงเกษตร” เป็ นยุทธศาสตร์ หนึ่ งในการอนุรักษ์ทรัพยากรเกษตร (Ceballos-Lascurain, 1996) เช่น กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในประเทศอิตาลีในรู ปแบบให้การศึกษาด้านการเกษตรและสิ่ งแวดล้อม ส่ งผลการป้ องกัน การบุกรุ กป่ าอนุ รักษ์เพื่อทําการเกษตร (Scialabba and Williamson, 2004) นอกจากนั้น เป็ นการจัดสรรผลประโยชน์ ทางด้านเศรษฐกิจและสังคม (Hron and Srnec, 2004) โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในประเทศกําลังพัฒนา การเกษตรยังเป็ นปั จจัย หลักในการพัฒนาชนบท (Akpinar et al., 2005) อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวเชิงเกษตรกับการจัดการทรัพยากรเกษตรของท้องถิ่น มิอาจไปด้วยกันได้ เช่น การศึกษา ของ Brscic (2006) พบว่า การท่องเที่ยวเชิงเกษตรส่ งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง เนื่ องจากเกษตรกรลดการพึ่งพา รายได้จากผลผลิตทางการเกษตร Halfacree (1993) ชี้ให้เห็นว่า ในการส่ งเสริ มการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในชุมชน มีการแย่ง ชิงทรัพยากรเกษตรมาบริ หารจัดการเป็ นกิจกรรมการท่องเที่ยว การศึกษาของ Pleumarom (1998) ชี้ให้เห็นว่าการท่องเที่ยว เชิงเกษตร ก่อให้เกิดการลักลอบค้าขายพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ทอ้ งถิ่นอย่างผิดกฎหมาย และการศึกษาของ Busby และ Rendle (2000) ชี้ให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างการท่องเที่ยวเชิงเกษตรมีลกั ษณะที่ไปด้วยกันไม่ได้ กล่าวคือ ฟาร์ มที่มีกิจกรรม ท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อเป็ นทางเลือกหนึ่งของรายได้น้ นั จะค่อย ๆ ละทิ้งกิจกรรมการเกษตร เป็ นต้น กรณี ภาคเกษตรของประเทศไทย การที่เกษตรประสบปั ญหาด้านราคาสิ นค้าเกษตรมีความผันผวน ปริ มาณผลผลิต เปลี่ ย นแปลงไปตามสภาพดิ นฟ้ าอากาศ และต้นทุ น การผลิ ต เพิ่ม ขึ้ นนั้น (นําชัย , 2540) รั ฐ บาลจึ ง หาวิธี เพิ่ ม ช่ อ งทาง การตลาดให้แก่สินค้าเกษตร โดยการผนวกการเกษตรและการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน ภายใต้ “โครงการท่องเที่ยวเชิงเกษตร” เพื่อให้เกษตรกรสามารถสร้ างรายได้เพิ่มขึ้ นนอกเหนื อจากรายได้ภาคเกษตร และเป็ นการอนุ รักษ์พ้ืนที่การเกษตรของ ประเทศให้คงอยูต่ ่อไป(นุชนารถ, 2541) ปัจจุบนั มีชุมชนเกษตรขึ้นทะเบียนเป็ นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรมากกว่า 400 แห่ง ทัว่ ประเทศ และอีกหลายชุ มชนที่ กาํ ลังถูกพัฒนาให้เป็ นแหล่งท่องเที่ยวเชิ งเกษตร (สํานักพัฒนาเกษตรกร กรมส่ งเสริ ม การเกษตร, 2548) อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบตั ิ การนําทรัพยากรเกษตรมาใช้ประโยชน์เพื่อการท่องเที่ยวและการนําธุ รกิจการท่องเที่ยว ไปสู่ ชุมชนเกษตรนั้น ยังเป็ นเรื่ องใหม่สาํ หรับชุมชนเกษตรในประเทศไทย เกรงกันว่าอาจส่ งผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ และทรัพยากรเกษตรของชุมชน (สํานักพัฒนาเกษตรกร กรมส่ งเสริ มการเกษตร, 2548) โดยที่ยงั ไม่มีการศึกษาผลกระทบ ของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรต่อทรัพยากรเกษตรของท้องถิ่นในแง่มุมต่าง ๆ อย่างจริ งจัง ดังนั้น การศึกษาผลกระทบของ การท่องเที่ยวเชิงเกษตรต่อทรัพยากรของท้องถิ่น ว่า การท่องเที่ ยวเชิ ง เกษตรและการใช้ท รั พ ยากรเกษตรในท้องถิ่ น มี การพึ่ ง พาหรื อ ขัด แย้ง ต่อ กัน อย่า งไรบ้า ง จะเกิ ด ประโยชน์ใ นการเสนอแนะการจัด การทรั พ ยากรเกษตรเพื่อ การ ท่ องเที่ ยว ที่ เอื้ อให้เกิ ดการใช้ทรั พยากรเกษตรยัง่ ยืน การวิจยั นี้ ศึกษากิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร เฉพาะ 5 จังหวัดในภาคใต้ ได้แก่ ตรัง สตูล พัทลุง นครศรี ธรรมราช และ สงขลา เพื่อจําแนกรู ปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ศึกษาการใช้ทรัพยากรเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว และศึกษาผล ของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรต่อการใช้ทรัพยากรเกษตรของท้องถิ่น


3

2. วิธีการศึกษา การเลือกพืน้ ทีศ่ ึกษา งานวิจยั นี้ ศึกษา กลุ่ม องค์กรชุมชนที่มีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิ งเกษตรในจังหวัดนครศรี ธรรมราช สงขลา พัทลุง ตรั ง และสตูล หลักเกณฑ์ในการเลือกพื้นที่ ศึกษา คือ เป็ นเกษตรกร หรื อกลุ่มเกษตรกร ที่ ใช้ทรั พยากรเกษตรบางส่ วนหรื อ ทั้งหมดเพื่อกิจกรรมการท่องเที่ยว ซึ่ งดําเนินการมาแล้วไม่นอ้ ยกว่า 2 ปี ทั้งนี้ การเลือก เน้นให้มีความหลากหลายในแง่ของ ประเภทการผลิต ประเภททรัพยากรเกษตร แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เลือกศึกษา ได้แก่ 1) จังหวัดนครศรี ธรรมราช ศึกษาท่องเที่ยวเชิงเกษตรอําเภอช้างกลาง 2) จังหวัดสงขลา ศึกษาท่องเที่ยวเชิงเกษตรตําบลเกาะยอ 3) จังหวัดตรัง ศึกษาท่องเที่ยวเชิงเกษตรการแปรรู ปเตยปาหนัน บ้านดุนุ ตําบลบ่อหิ น อําเภอสิ เกา 4) จังหวัดพัทลุง ศึกษาท่องเที่ยวเชิงเกษตรกลุ่มทําเครื่ องแกง กลุ่มแม่บา้ นเกษตรเขาคราม ตําบลบ้านนา กิ่งอําเภอศรี นคริ นทร์ กลุ่มแม่บา้ นเกษตรหนองเหรี ยง กลุ่มหัตถกรรมกะลามะพร้าว บ้านคอกวัว ตําบลชัยบุรี อําเภอเมือง ท่องเที่ยว เชิ งเกษตรบ้านทะเลน้อย ตําบลทะเลน้อย อําเภอควนขนุ น และกลุ่มแม่บา้ นพัฒนาสตรี บา้ นปลายตรอก ตําบลพนางตุง อําเภอควนขนุน 5) จังหวัดสตูล ศึกษาท่องเที่ยวเชิงเกษตรแพที่พกั โฮมสเตย์บา้ นไร่ ทอน ตําบลท่าเรื อ อําเภอท่าแพ ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตําบลเกตรี อําเภอเมือง และศูนย์การเรี ยนรู ้เศรษฐกิจพอเพียงของไร่ เกษตรผสมผสาน อําเภอควนโดน

ผู้ให้ ข้อมูล การวิจยั นี้ รวบรวมข้อมูลเชิ งคุณภาพจากเกษตรกร ที่ดาํ เนิ นกิ จ กรรมท่องเที่ ยวเชิ งเกษตร และองค์กรปกครองส่ วน ท้องถิ่น

เครื่องมือรวบรวมข้ อมูล เครื่ องมือรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสังเกต ดังนี้ 1) แบบสัมภาษณ์เชิ งลึก ใช้รวบรวมข้อมูลจากเกษตรกร และองค์กรปกครองส่ วนท้องถิ่น เป็ นการสัมภาษณ์แบบมี โครงสร้างในลักษณะสนทนาแลกเปลี่ยน 2) การสังเกต โดยผูว้ จิ ยั เข้าไปชมการเกษตรและร่ วมกิจกรรมต่าง ๆ ดังเช่นนักท่องเที่ยวทัว่ ไป

การวิเคราะห์ ข้อมูล การอธิ บายรู ปแบบกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรจําแนกโดยพิจารณาจากกิจกรรมหลักที่แหล่งท่องเที่ยวนั้น ๆ นําเสนอ ต่อ ผูม้ าเยือ น ส่ วนการอธิ บ ายผลกระทบของการท่ อ งเที่ ย วเชิ ง เกษตรต่อ ทรั พ ยากรเกษตร พิจ ารณาการเปลี่ ย นแปลง ตลอดจนพฤติกรรมการเกษตรของแหล่งท่องเที่ยวนั้น ๆ


4

3. ผลการศึกษาและอภิปรายผล รูปแบบกิจกรรมท่ องเทีย่ วเชิงเกษตร กิจกรรมที่ชุมชนเรี ยกว่าท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีหลากหลายตามลักษณะพื้นฐานด้านทรัพยากรเกษตรแต่ละพื้นที่ พอจะ จําแนกเป็ นรู ปแบบต่าง ๆ ได้แก่ การสาธิ ตการผลิต/แปรรู ป การให้ความรู้การเกษตร การจําหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน การมี ส่ วนร่ วมในกิจกรมการเกษตร การสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน การสัมผัสความสวยงามทางธรรมชาติ ทั้งนี้ แหล่งท่องเที่ยวแต่ละ แห่ งอาจจะมี กิจกรรมการท่องเที่ยวหลาย ๆ รู ปแบบ ที่ บริ หารจัดการในลักษณะโปรแกรมการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งจะมีรูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เป็ นจุดเน้นที่ต่างกัน ดังนี้ 1) แหล่งท่องเที่ยวเชิ งเกษตรอําเภอช้างกลาง เน้นกิจกรรมเยี่ยมชมสวนเกษตร มีการสาธิ ตและให้ความรู้การเกษตร ตลอดจนจําหน่ายสิ นค้าชุมชน 2) แหล่งท่อ งเที่ ยวเชิ งเกษตรในจังหวัดตรั ง เป็ นกิ จกรรมการแปรรู ปผลิ ตภัณฑ์ชุมชน เน้นการสาธิ ตการแปรรู ป ผลิตภัณฑ์ชุมชน 3) แหล่งท่องเที่ ยวเชิ งเกษตรจังหวัดพัทลุง เน้นกิ จกรรมจําหน่ ายผลิ ตผลิ ตภัณฑ์ชุมชนของกลุ่มแม่ บา้ น ตลอดการ ท่องเที่ยวในแหล่งธรรมชาติทะเลน้อยก็เป็ นอีกกิจกรรมหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงเกษตร 4) แหล่ งท่ อ งเที่ ยวเชิ งเกษตรตําบลเกาะยอ จังหวัดสงขลา เน้นเยี่ย มชมทัศนี ยภาพสวนผลไม้ และมี ส่วนร่ วมใน กิจกรรมการประมงพื้นบ้าน 5) แหล่ ง ท่ อ งเที่ ย วเชิ ง เกษตรในจัง หวัด สตู ล เน้น กิ จ กรรมให้ ค วามรู้ ด้า นเกษตรอิ น ทรี ย์ กิ จ กรรมโอมสเตย์ที่ นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับวิถีชีวติ การทํามาหากินด้านการประมงของชุมชน

การใช้ ทรัพยากรเกษตรของท้ องถิ่นในกระบวนการท่ องเทีย่ วเชิงเกษตร กิจกรรมการใช้ทรัพยากรเกษตรจําแนกได้ 2 ลักษณะ คือ การให้นกั ท่องเที่ยวได้สัมผัสกับกิจกรรมการเกษตรที่เป็ นการ ดํา เนิ น ชี วิ ต ตามปกติ ข องคนในชุ ม ชน และการนํา ทรั พ ยากรเกษตรมาแปรรู ป เป็ นผลิ ต ภัณ ฑ์ชุ ม ชนเพื่ อ จํา หน่ า ยให้ นักท่องเที่ยว ทรัพยากรเกษตรของเกษตรกรที่นาํ มาใช้ในกิจกรรมเหล่านี้ สามารถจําแนกเป็ น ผลผลิตของฟาร์ ม ความ หลากหลายทางชีวภาพที่เป็ นปั จจัยการผลิตทางการเกษตร แรงงานเกษตร และความรู้เทคโนโลยีการเกษตร ทั้งนี้ แหล่ง ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแต่ละแห่ งจะมีการใช้ทรัพยากรเกษตรของตนเองอย่างไร ขึ้นอยูก่ บั แหล่งท่องเที่ยวนั้นเน้นกิจกรรมการ ท่องเที่ยวเชิงเกษตรรู ปแบบใด ดังภาพที่ 1


5 อาชีพการเกษตรในชุมชน

การเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว

- ประมงพื ้นบ้ าน - เลี ้ยงผึ ้ง

การเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว

- แปรรูป - ผลิตสินค้ าชุมชน

การเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว

- เกษตรอินทรี ย์ - สวนผสม

การใช้ ทรัพยากรเกษตรของเกษตรกร

การใช้ ทรัพยากรเกษตรของเกษตรกร

การใช้ ทรัพยากรเกษตรของเกษตรกร

- เกษตรกรที่มีความรู้ เทคโนโลยีการเกษตร ได้ รับการ พัฒนาเป็ นวิทยากร - พัฒนาฟาร์ มของเกษตรกรที่ประ ความสําเร็จในการเกษตรเป็ นแหล่ง ศึกษาดูงานของนักท่องเที่ยว

- แรงงานเกษตรบางส่วนผลิตและ จําหน่ายสินค้ าแก่ผ้ มู าเยือน - ผลผลิต และความหลากหลาย ทางชีวภาพ ถูกพัฒนาเป็ นสินค้ า ชุมชน เพื่อจําหน่ายให้ นกั ท่องเที่ยว - ผลผลิตการเกษตรบางส่วนถูก ผลิตขึ ้นเพื่อจําหน่ายให้ นักท่องเที่ยว

- ชุมชนผลิตวัสดุอปุ กรณ์ การเกษตร เพื่อจําหน่ายให้ แก่ ผู้สนใจในเชิงธุรกิจ - เกษตรกรที่ประสบความสําเร็จใน เชิงธุรกิจถูกพัฒนาเป็ นวิทยากรให้ การแนะนําแก่นกั ท่องเที่ยว - ฟาร์ มที่ประสบความสําเร็จ ถูก พัฒนาเป็ นสถานที่ศกึ ษาดูงาน

ภาพที่ 1 การใช้ ทรัพยากรเกษตรของท้ องถิ่นในกระบวนการท่ องเทีย่ วเชิงเกษตร ผลกระทบของการท่ องเทีย่ วเชิงเกษตรต่ อทรัพยากรเกษตรของท้ องถิ่น กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรส่ งผลต่อทรัพยากรเกษตรในลักษณะสําคัญ ๆ ดังต่อไปนี้ 1. ทรัพยากรเกษตรในท้องถิ่นถูกนํามาสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่ งส่ งผลให้ทรัพยากรเกษตรบางชนิ ดที่อยูใ่ นแหล่งธรรมชาติ ถูกนํามาในปริ มาณที่มาก ที่เห็นได้ชดั เช่น ต้นเตย ผักพื้นบ้าน และกระจูด อย่างไรก็ตาม การที่ทรัพยากรเกษตรดังกล่าว เกิดมูลค่าอันเนื่องจากกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร ส่ งผลให้ทรัพยากรเกษตรดังกล่าวได้รับความสําคัญในการอนุรักษ์ควบคู่ กันไป 2. โดยภาพรวมแล้วผลกระทบต่อทรั พยากรเกษตรในเชิ งลบยังไม่เห็ นเด่นชัด โดยเฉพาะ ความเสื่ อมโทรมของ ทรัพยากรเกษตรอันเนื่องจากกิจกรรมการท่องเที่ยว ทรัพยากรเกษตรส่ วนใหญ่ยงั ถูกใช◌้เพื่อการเกษตร เนื่องจาก กิจกรรม ท่องเที่ยวเชิงเกษตรส่ วนใหญ่ยงั เป็ นกิจกรรมขนาดเล็ก เป็ นรายได้เสริ มเพียงเล็กน้อยของคนในชุมชน 3. กรณี ที่เป็ นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีชื่อเสี ยง ได้แก่ ท่องเที่ยวเชิงเกษตรช้างกลาง และท่องเที่ยวเชิงเกษตรตําบล เกาะยอ เกษตรกรหันมาพัฒนาการเกษตรของตนเองให้เป็ นการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ผลกระทบต่อทรัพยากรเกษตรที่เห็น ได้ชดั ได้แก่ การดูแลรักษาทรัพยากรเกษตรของเกษตรกรต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว และทรัพยากรเกษตรถูกใช้เพื่อ การท่องเที่ยวที่หลากหลาย แทนการใช้เพื่อการผลิตทางการเกษตรโดยตรง


6 อภิปรายผล 1. เงือ่ นไขทีก่ าํ หนดรูปแบบกิจกรรมท่ องเทีย่ วเชิงเกษตรของชุมชน โดยภาพรวม พอจะจําแนกกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้เป็ น 5 ลักษณะ คือ การชมสวนเกษตร กิจกรรมโอมส เตย์ ชมธรรมชาติชาติในแหล่งชุมชนเกษตร จําหน่ายสิ นค้าชุมชน และการสาธิ ตกระบวนการเกษตร ซึ่ งกิจกรรมเหล่านี้ เป็ นไปตามลักษณะกิจกรรมการเกษตรและทรัพยากรเกษตรของแต่ละพื้นที่ ในขณะเดียวกัน การพัฒนารู ปแบบกิจกรรม การท่องเที่ยวดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับความพร้อมด้านกลไกการบริ หารจัดการของชุมชนได้แก่ เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และ เครื อข่ายทั้งภายในและภายนอกชุมชน ความร่ วมมือในการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรนี้ เกี่ยวข้องกับความรู้ความ เข้าใจของชุ มชนเกี่ ยวกับการท่องเที่ ยวเชิ งเกษตร และการได้รับการสนับสนุ นจากหน่ วยงาน โครงการ และนโยบายที่ เกี่ยวข้องทั้งด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนาอาชีพเกษตร 2. ลักษณะกิจกรรมการท่ องเทีย่ วเชิงเกษตรทีไ่ ม่ ส่งผลกระทบต่ อการใช้ ทรัพยากรเกษตรของท้ องถิ่น จากผลการศึกษา ลักษณะกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ทรัพยากรเกษตรของท้องถิ่น คือ การที่ เกษตรกรดําเนิ นกิจกรรมการผลิตไปตามปกติ ซึ่ งในกระบวนการผลิตนี้ เกษตรนําบางขั้นตอนของการผลิตให้นกั ท่องเที่ยว มี โอกาสได้สัมผัส ซึ่ งการท่องเที่ ยวเชิ งเกษตรที่ มีการใช้ทรั พยากรเกษตรเพื่อการท่องเที่ ยวในลักษณะเช่ นนี้ พบได้ใน ลักษณะการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ ดังตัวอย่างกรณี ศึกษากิจกรรมท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ของชาวประมงพื้นบ้าน 3. แนวโน้ มการใช้ ทรัพยากรเกษตรเพือ่ การท่ องเทีย่ วทีม่ ากเกินไป จากผลการศึกษา การส่ งเสริ มการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในท้องถิ่นส่ งผลให้เกษตรกรให้ความสนใจในการพัฒนา กิจกรรมการเกษตรของตนเองให้เหมาะสมในเชิงธุรกิจท่องเที่ยว ในขณะเดียวกันยิง่ มีการพัฒนาการเกษตรก็ยงิ่ กลายเป็ นสิ่ ง ดึงดูดของการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ส่ งผลให้โครงสร้างการเกษตรของท้องถิ่นเปลี่ยนไป ในลักษณะที่ทรัพยากรเกษตรถูก นําไปใช้เพื่อการท่องเที่ยวมากขึ้น แทนที่จะนําไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเกษตร ปรากฏการณ์ที่เห็นได้ชดั คือ ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงเกษตรอําเภอช้างกลาง ที่มีการให้บริ การด้านการเกษตรเพื่อการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรให้แก่นกั ท่องเที่ยวกลุ่มศึกษาดูงาน การเกิดแนวโน้มดังกล่าว แสดงดังภาพที่ 2 รูปแบบกิจกรรมท่ องเที่ยวเชิงล เกษตร - สาธิต/ให้ ความรู้ - จําหน่ายสินค้ าชุมชน กิจกรรมท่อง - สัมผัสวิถีเกษตร

การขยายตัวธุรกิจท่องเที่ยว

การพึง่ พาซึง่ กันและกัน

แนวโน้ มการใช้ ทรัพยากรเกษตร -การใช้ ทรัพยากรเกษตรเพื่อการ ท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ ้น - กิจกรรมรบริ การด้ านการเกษตรเพิ่ม มากขึ ้น

การพัฒนาทรัพยากรเกษตร - การอนุรักษ์ ทรัพยากรเกษตร - การเพิ่มมูลค่าทรัพยากร เกษตร

การใช้ ทรัพยากรเกษตร

ภาพที่ 2 ลักษณะของแนวโน้ มการใช้ ทรัพยากรเกษตรของท้ องถิ่นเพือ่ การท่ องเทีย่ ว


7

4. เสนอแนะการพัฒนาการท่ องเทีย่ วเชิงเกษตรทีย่ งั่ ยืน จากผลการศึกษา การพัฒนาท่องเที่ยวเชิงเกษตรของชุมชนอย่างยัง่ ยืนนั้น พิจารณาได้ว่า สภาพการเกษตรของชุมชน เป็ นเงื่อนไขสําคัญในการกําหนดรู ปแบบกิจกรรมท่องเที่ยวเชิ งเกษตร โดยที่รูปแบบกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรดังกล่าว จะต้องส่ งผลในเชิงบวกต่อทรัพยากรเกษตรและธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่ งจะทําให้ชุมชนเกิดทัศนะในเชิงบวกต่อการท่องเที่ยว เชิ งเกษตรที่ จะเป็ นแรงสนับสนุ นหรื อมีส่วนร่ วมในการพัฒนาท่องเที่ยวเชิงเกษตรของชุมชน นอกจากนั้น ชุมชนมีกลไก การจัดการที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะการป้ องกันปั ญหาที่เกิดขึ้นต่อทรัพยากรเกษตร การจัดสรรผลประโยชน์จากการท่องเที่ยว อย่างเท่าเทียม และได้รับการสนับสนุนทรัพยากรการบริ หารจากโครงการ/นโยบายที่เกี่ยวข้อง แสดงดังภาพที่ 3 สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม ผลกระทบของการท่ องเทีย่ วเชิงเกษตรต่ อทรัพยากรเกษตรของท้ องถิ่น

-การกระจายรายได้ในท้องถิ่นจากการท่องเที่ยว -การใช้ทรัพยากรเกษตรเพื่อการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม

กลไกการใช้ ทรัพยากรเกษตรและการนํานักท่ องเทีย่ วสู่ ชุมชน - นโยบายด้านการจัดระเบียบการใช้ที่ดินของชุมชน - มัคคุเทศก์เฉพาะ ด้านท่องเที่ยวเชิงเกษตร - กิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ - การลงทุนด้านการบริ การทางการท่องเที่ยวต่าง ๆ การจัดการท่ องเทีย่ วเชิงเกษตรและทรัพยากรเกษตรของท้ องถิ่น เงือ่ นไขทรัพยากรเกษตรของชุ มชน รู ปแบบท่ องเทีย่ วเชิงเกษตร กระบวนการผลิตของฟาร์ ม

เยีย่ มชมการผลิตการเกษตร

ทรัพยากรธรรมชาติ

กิจกรรมนันทนาการ

ภูมทิ ศั น์ เกษตร

กิจกรรมนันทนาการ

ภาพที่ 3 รู ปแบบการจัดการทรัพยากรเกษตรยัง่ ยืนเพือ่ การท่ องเทีย่ วเชิงเกษตร


8

4. สรุ ป การท่องเที่ ยวเชิ งเกษตรเป็ นเครื่ องมื อหนึ่ งในการพัฒนาชนบท ที่ นาํ การเกษตรมาเชื่ อมโยงกับธุ รกิ จการท่องเที่ ยว สําหรับประเทศไทยนั้น กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้แพร่ หลายไปสู ชุมชนต่าง ๆ ทัว่ ประเทศ กิจกรรมที่เรี ยกว่าการ ท่องเที่ยวเชิงเกษตรนั้น ๆ มีรูปแบบที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งกิจกรรมการผลิต การแปรรู ป วัฒนธรรมการเกษตร และ ทรัพยากรธรรมชาติที่เป็ นปั จจัยทางการเกษตร อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยนั้น การศึกษาถึงผลกระทบของการท่องเที่ยว ต่อทรัพยากรเกษตรของท้องถิ่นยังไม่ได้รับความสนใจมากนัก การวิจยั ครั้งนี้ เป็ นเพียงการศึกษาเบื้องต้น พบว่า ท้องถิ่นที่ กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรยังไม่มีชื่อเสี ยงโด่งดังนั้น กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรคือการนําบางส่ วนของกระบวนการ ผลิตการเกษตรของท้องถิ่นที่ดาํ เนินการอยูเ่ ป็ นปกติ ให้ผมู้ าเยือนได้พบเห็น ในขณะที่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีชื่อเสี ยง นั้น มีแนวโน้มว่าทรัพยากรเกษตรถูกนํามาใช้เพื่อการท่องเที่ยวโดยตรงแทนการใช้เพื่อการเกษตรเพิ่มมากขึ้น

5. บรรณานุกรม นําชัย ทนุผล. 2540. การท่องเที่ยวเชิงเกษตร. เอกสารประกอบการบรรยายในการฝึ กอบรม หลักสูตร. มหาวิทยาลัยแม่โจ้. เชียงใหม่. นุชนารถ ไชยโรจน์. 2541. การจัดการท่องเที่ยวแนวใหม่. จุลสารการท่องเที่ยว. 17 (เมษายน 2541) : 12-18. สํานักงานพัฒนาการเกษตร กรมส่ งเสริ มการเกษตร. 2548. ท่องเที่ยวเกษตร. กรุ งเทพฯ : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. Akpinar, N., I. Talay, Ceylan C. and S. Gundus. 2005. “Rural women and agrotourism in the context of sustainable rural development: A case study from Turkey”. Environment Development and Sustainability, Vol. 6, no 4, pp. 473- 486, 2005. Brscic, K. 2006. The impact of agrotourism on agricultural production. Proceedings from the First International Conference on Agriculture and Rural Development. Topusko, Croatia, November 23-25, 2006. Busby, G., Rendle, S. 2000. The transition from tourism on farmers to farm tourism. Tourism Management 21 (6). (online), available from www.sciencedirect.com (Accessed May 25, 2010).


9 Ceballos-Lascurain, H.,1996. Tourism, Ecotourism, and Protected Areas. LUCN-The World Conversation Union, Protected Areas Programme. Giand & Cambridge. Ecotourdirectory, 1985. Agrotourism definition. (online), available from www.ecotourdirectory.com/agrotourism.htm (Accessed on Jan 20, 2010). Fleischer, A. and Tchetchik, A. (2006). Does rural tourism benefit from agriculture. (online), available from www.sciencedirect.com (Accessed on May 25, 2010). Halfacree, K. 1993. Locality and social representation: apace, discourse and alternative definitions of the rural. Journal of Rural Studies, 9 (1): 23-37. Hron, J. and Srnec, K. 2004. “Agrotourism in the c ntext with the rural development. Czech University of life Sciences Praque”, (online), available from www.czu.cz (Accessed on July 30, 2009). Jenkins, J., Hall, CM., and Troughton, M. 1998. The restructuring of rural economics: rural tourism and recreation as a government response, In: Butler, R., Hall, C.M. and Jenkins, J. (eds) Tourism and Recreation in Rural Areas. John Wiley and Sons. Chichester, UK. Nadia El-Hage Scialabba and Douglas Williamson. 2004. The Scope of Organic Agriculture, Sustainable Forest Management and Ecoforestry in Protected Area Management. Environment and Natural Resources Working Paper No. 18. Rome, 2004. Nevin A. 2005. Rural women and agrotourism in the context of sustainable rural development: A case study from Turkey. Journal: Environment, Development and Sustainability: Volume 6, Number 4 / January, 2005. Pleumarom, A. 1999. “The hidden cost of the “new” tourism – a focus on biopiracy in Third World Network”. Briefing Paper for CSD7, (online), available from www.twnside.org.sg/title/hidden.htm (Accessed on July 30, 2009) Scialabba, N. and D. Williamson. 2004. “The Scope of Organic Agriculture, Sustainable Forest Management and Ecoforestry in Protected Area Management”. Environment and Natural Resources, Working Paper No. 18, FAO.


10

Impact of Agro-Tourism on Local Agricultural Resources  

Research topics "Impact of Agro-Tourism on Local Agricultural"