Issuu on Google+


วารสารพัฒนา ๑๐๑

EDITOR’S TALK 

วัตถุประสงค์

สวัสดีครับพี่น้องชาวพัฒนาชุมชน ทุกท่าน พบกันอีกครั้งกับวารสารพัฒนา ๑๐๑ ประจําเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ก่อนอื่นขอแสดงความยินดี และชื่นชมกับนางสาวพัน ทอง เฉลยพจน์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนชํานาญการ สํานักงาน พัฒนาชุมชนอําเภอจตุรพัตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด ที่ได้รับ รางวัลข้าราชการครุฑทองคํา ประจําปี ๒๕๕๖ ขอปรบมือให้ อย่างดังๆๆๆแล้วกัน เดือนกุมภาพันธ์ หรือเดือนแห่งความรัก เป็นเดือนที่ หลายคนที่มอบความรักให้กนั จึงอยากให้พี่น้องเราชาวพัฒนา ชุมชนร้อยเอ็ด ร่วมเติมเต็มความรักให้กัน ตุ่มโฮมฮักแพง แบ่งปัน สู่ย่างก้าวปีที่ ๕๑ ร้อยเอ็ดเมืองแห่งความสุข งานพัฒนาชุมชนในรอบเดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น การส่งเสริมการจัดสวัสดิการชุมชน การพัฒนาศักยภาพหมู่บ้าน สารสนเทศชุมชนต้นแบบ ที่ขาดไม่ได้การจัดเก็บข้อมูลความ จําเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ขอให้ทุกท่านให้ความสําคัญ ติดตตาม สนับสนุน ให้กาํ ลังใจทีมงานที่ลงพื้นที่จัดเก็บเพื่อให้การได้มาซึ่ง ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ ส่งทันตามกําหนดเวลาต่อไป

เพื่อเป็นสื่อกลางในการ สร้างความสัมพันธ์ และติดต่อ ประสานงานระหว่างองค์กรพัฒนา ชุมชน ตลอดจนเพื่อประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวงาน พัฒนาชุมชน

CONTENT - พัฒนาศักยภาพกลุ่มออมทรัพย์เพื่อ การผลิต - การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลเครือข่าย ป.ป.ช. ภาคประชาสังคมจังหวัด ร้อยเอ็ด - บันทึกคลังภูมิปญ ั ญา -Click IT ง่ายนิดเดียว

พบกันใหม่ฉบับหน้าครับ

- เกร็ดอาเซียน นายปรีชา พรหมบุตร พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด

- นิทานสอนใจ

ข้อมูล ที่ปรึกษา นายปรีชา พรหมบุตร ประธานที่ปรึกษา นายธีรเชรษฐ สอนปะละ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมฯ นายนพรัตน์ ธํารงทรัพย์หัวหน้ากลุ่มงานสารสนเทศฯ นายเกษม ตรีโอษฐ์ หัวหน้าฝ่ายอํานวยการ

นายชงลิต นําภา นว.พช.ชก. นายสุรชัย แฝงจันดา นว.พช.ชก. นายเมธาสิทธิ์ สิริจันทร์ชื่น นว.พช.ปก.

ออกแบบ/พิมพ์ นายเมธาสิทธิ์ สิริจันทร์ชื่น นว.พช.ปก.


การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลเครือข่าย ป.ป.ช. ภาคประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด

สํานักคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้อนุมัติ ให้สํานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด ดําเนินการตามโครงการเครือข่าย ป.ป.ช.ภาค ประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด ในการสนับสนุน กิจกรรมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการ ป้องกันการทุจริต เพื่อเป็นการสร้างแกนนํา เครือข่ายผู้นาํ องค์กรชุมชนที่จะเป็นผู้นําในการ ป้องกันการทุจริตในท้องถิ่นและชุมชน อย่างเป็น รูปธรรม และเพื่อให้เครือข่ายภาคประชาสังคม มี กิจกรรมในการช่วยเหลือชุมชนตามบทบาทภารกิจ ในด้านการป้องกันแก้ไขปัญหาทุจริตในท้องถิ่น ชุมชน จึงได้จัดให้มีโครงการจัดตั้งศูนย์ข้อมูล เครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด ขึ้น วัตถุประสงค์ในการดําเนินการ 1. เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ในการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ให้กับแกนนํา เครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด 2. เพื่อให้แกนนําเครือข่ายสามารถนํา แนวทางการป้องกันและปราบปรามการทุจริตไป สร้างเครือข่ายและเกิดกลุ่มภาคประชาสังคมใน

การป้องกันและปราบปรามการทุจริตในท้องถิ่น และชุมชนระดับต่าง ๆ กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย คณะกรรมการ เครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด คณะกรรมการเครือข่ายผูน้ ํา อช.จังหวัดร้อยเอ็ด คณะกรรมการเครือข่าย ศอช.จังหวัดร้อยเอ็ด คณะกรรมการเครือข่าย กพสม./กพสต. รวม ๑๕๐ คน วิธีดําเนินการ การบรรยายประกอบสื่อ การอภิปราย การ ระดมความคิดของกลุ่มและการนําเสนอรายวิชา ดังนี้ ความเป็นมา และภารกิจของสํานักงาน ป.ป.ช. สถานการณ์การทุจริต และการบุกรุกสาธารณ สมบัติของชาติ และชุมชน ท้องถิ่น บทบาทหน้าที่ ภารกิจของเครือข่าย ป.ป.ช. บทบาทหน้าที่ คณะกรรมการศูนย์ข้อมูล ป.ป.ช.-กระบวนการ จัดตั้งศูนย์ข้อมูลเครือข่าย ป.ป.ช.จังหวัดร้อยเอ็ด กระบวนการในการส่งเสริมการป้องกันการทุจริต ภาคประชาสังคม นําเสนอรูปแบบการดําเนินงาน ศูนย์ข้อมูลเครือข่าย ป.ป.ช.จังหวัดร้อยเอ็ด ผลที่คาดว่าจะได้รับ มีการสร้างแกนนําเครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมที่มีความเข้มแข็งในการ ขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตใน ระดับท้องถิ่นและชุมชน จํานวน ๑๕๐ คน กระจายปฏิบตั ิหน้าที่ตามอําเภอในจังหวัดร้อยเอ็ด ต่อไป


การส่งเสริมการดําเนินงานกลุ่ม ออมทรัพย์เพื่อการผลิตระดับจังหวัด ด้วยกรมการพัฒนาชุมชน ได้อนุมัติโครงการ ตามยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชนประจําปี งบประมาณ ๒๕๕๖ โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการดําเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อ การผลิตระดับจังหวัด ให้สํานักงานพัฒนาชุมชน จังหวัดร้อยเอ็ดดําเนินการ กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วม อบรมฯ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ที่ รับผิดชอบกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต อําเภอละ ๑ คน รวม ๒๐ คน คณะกรรมการเครือข่ายกลุ่มออม ทรัพย์ระดับอําเภอ/ตําบล ๘๐ คน รวมทั้งสิ้น ๑๐๐ คน โดยมีวัตถุประสงค์คือ ๑.เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน คณะกรรมการเครือข่ายกลุ่ม ออมทรัพย์เพื่อการผลิต เกี่ยวกับหลักการดําเนินงาน กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตตามแนวทางที่กรมการ พัฒนาชุมชนส่งเสริม สนับสนุน ๒. เพื่อให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน และ คณะกรรมการเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์ฯ มีความรู้ ความเข้าใจระเบียบกรมการพัฒนาชุมชนว่าด้วยการ ส่งเสริมการดําเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ปี พ.ศ.๒๕๕๕ และสามารถขับเคลื่อนการดําเนินงาน กลุ่มออมทรัพย์ออมทรัพย์เพื่อการผลิตได้อย่างมี ประสิทธิภาพระยะเวลาดําเนินการ ดําเนินการใน วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ณ ห้องประดับแก้ว โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น อําเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัด ร้อยเอ็ดผลที่คาดว่าจะได้รับ เจ้าหน้าที่พฒ ั นาชุมชน ระดับจังหวัด/อําเภอ และคณะกรรมการเครือข่าย กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตระดับจังหวัด/อําเภอ มี ความรู้ ความเข้าใจหลักการดําเนินงานกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อการผลิต และระเบียบกรมการพัฒนาชุมชน ว่า ด้วยการส่งเสริมการดําเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการ ผลิต ปี พ.ศ.๒๕๕๕ ตามแนวทางที่กรมการพัฒนา ชุมชนส่งเสริม สนับสนุน และสามารถสนับสนุนการ ดําเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตให้มกี ารบริหาร จัดการตามหลักธรรมาภิบาล

การส่งเสริมการดําเนินงานกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อการผลิต เป็นกิจกรรมหนึ่งในงานพัฒนาเศรษฐกิจ ชนบทที่กรมการพัฒนาชุมชนสนับสนุนให้ประชาชนใน ชนบทจัดตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคน โดย ใช้เงินเป็นสื่อกลาง เป็นการฝึกให้ประชาชนประหยัด และอดออม แล้วนําเงินมารวมกันเป็นกองทุนของ ชุมชน บริหารโดยชุมชนเพื่อชุมชน สําหรับการ ประกอบอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยกลุ่มออม ทรัพย์ฯ มีกิจกรรมที่สําคัญ คือ การรับฝากเงิน การให้ สมาชิกกู้ยืมเงินเพื่อนําไปประกอบอาชีพ การดําเนิน ธุรกิจชุมชน อาทิ ศูนย์สาธิตการตลาด ยุ้งฉาง ธนาคาร ข้าว ปั๊มน้ํามัน โรงสี และธุรกิจประเภทอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีการจัดสวัสดิการชุมชน อาทิ ฌาปนกิจสงเคราะห์ ทุนการศึกษา ค่ารั���ษาพยาบาล ในกระบวนการขับเคลื่อนนโยบายในการ ส่งเสริมให้กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นกลุ่มที่ เข้มแข็ง และช่วยเหลือชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั้น ผูท้ ี่จะเป็นกลไก เป็นกําลังสําคัญในการขับเคลื่อน ให้ประสบสําเร็จ นั้น ประกอบด้วยคณะกรรมการกลุ่ม ออมทรัพย์เพื่อการผลิต สมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อ การผลิต เครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และ ภาคีในการพัฒนา เช่น เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น การเพิ่มศักยภาพให้กับคณะกรรมการ เครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตระดับอําเภอ/ ตําบล เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอําเภอที่รับผิดชอบงาน กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้าน การบริหารจัดการ และสามารถสนับสนุนให้กลุ่มออม ทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นแกนหลักในการจัดตัง้ กองทุน ชุมชน ต่อไป


KM Delivery แบบบันทึกความรู้ ชื่อ-นามสกุล นางนิตยา พลเยี่ยม ตําแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชํานาญการ สังกัด สํานักงานพัฒนาชุมชนอําเภอโพนทอง เบอร์โทรศัพท์ทตี่ ดิ ต่อได้สะดวก ๐๘๑-๙๖๔๑-๙๖๑ ชื่อเรื่อง การสร้างพลังเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนกองทุนไปสู่ความเข้มแข็ง เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ / ความสําเร็จเกี่ยวกับ การดําเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เหตุการณ์นเี้ กิดขึน้ เมื่อ ปี ๒๕๕๐ จนถึงปัจจุบัน สถานการณ์ทเี่ กิดขึน้ อําเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด เนื้อเรื่อง : กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เป็นนโยบายสําคัญของรัฐบาล เริ่มดําเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อมุ่งสร้างโอกาส สร้างงานและสร้างรายได้ให้ประชาชน รวมทั้งช่วยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ของประชาชนอย่างกว้างขวางด้วยการมอบอํานาจให้ประชาชนบริหารจัดการเงินกองทุน โดยภูมิปัญญาของ ตนเอง ปัจจุบันกองทุนหมู่บ้านดําเนินงานโดยมีผู้นําในหมูบ่ ้านและชุมชนอาสาสมัครเข้าเป็นกรรมการกองทุน ทําหน้าที่บริหารจัดการกองทุนกว่า 1 ล้านบาท โดยมีสํานักงานพัฒนาชุมชนอําเภอ เป็นเลขานุการ คณะอนุกรรมการสนับสนุนระดับอําเภอ คอยให้คําแนะนํา ส่งเสริม สนับสนุนและช่วยเหลือในการดําเนินงาน อําเภอโพนทอง มีกองทุนหมูบ่ ้านทั้งหมด ๑๙๖ กองทุน ในช่วงแรกของการดําเนินงานสํานักงาน พัฒนาชุมชนและเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ต้องให้ความช่วยเหลือแนะนํา และกํากับดูแลอย่างใกล้ชิด อาทิเช่น การออกหนังสือปะหน้าแจ้งโอนเงิน ชําระเงิน การจัดทําบัญชี การขอเบิกดอกเบี้ย ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิด กับกองทุนหมู่บ้าน บางครั้งกองทุนฯอาจจะไม่ได้รับความสะดวกในการติดต่อเพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถอยู่ เพื่อคอยให้บริการแก่กองทุนตลอดเวลาได้ จึงได้มีการจัดตั้งเครือข่ายขึ้นทําหน้าที่ ในการขับเคลื่อนกองทุน หมู่บ้านในลักษณะของพี่สอนน้องและเพื่อนช่วยเพื่อน ช่วยเหลือเกื้อกูลและเอื้ออาทรระหว่างสมาชิกภายใน ชุมชนและระหว่างชุมชน โดยเครือข่ายได้นําเงินสมทบที่ได้จากผลกําไรของกองทุน มาจัดจ้างพนักงานเพื่อคอย อํานวยความสะดวกในการดําเนินงาน ทําให้การดําเนินงานกองทุนหมู่บ้านของอําเภอโพนทองเป็นไปอย่าง เข้มแข็ง โดยมีเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านเป็นตัวขับเคลื่อน และมีสํานักงานพัฒนาชุมชนอําเภอเป็นผู้คอยให้ คําแนะนํา สนับสนุนและช่วยเหลือ บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets) : ๑. จัดประชุมประธานกองทุนหมู่บ้านหรือผู้แทนกองทุน เพื่อชี้แจ้งแนวทางในการดําเนินงาน ๒. อาศัยระเบียบกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติว่าด้วย เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชน เมือง พ.ศ. ๒๕๔๙ หมวด ๒ ข้อ ๗ ๓. ประธานกองทุนแต่ละหมู่บ้านจัดประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อคัดเลือกผู้แทนกองทุนบ้านละ ๒ คน เข้าเป็นคณะกรรมการเครือข่าย โดย ๑ ใน ๒ คนจะต้องเป็นประธานกองทุนระดับตําบล ๔. จัดประชุมเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการเครือข่ายระดับตําบล(มาจากตัวแทนกองทุนบ้านละ ๒ คน) และคัดเลือกผูแ้ ทนเครือข่ายตําบล ๒ คนเพื่อเข้าเป็นคณะกรรมการเครือข่ายระดับอําเภอ ๕. ระดับอําเภอ จัดประชุมเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการเครือข่ายระดับอําเภอ(มาจากเครือข่ายตําบล ละ ๒ คน) และคัดเลือกผู้แทนเครือข่ายอําเภอ ๒ คนเพื่อเข้าเป็นคณะกรรมการเครือข่ายระดับ จังหวัด


๖. เมื่อได้คณะกรรมการเครือข่ายครบถ้วนทุกระดับ เลขาคณะอนุกรรมการสนับสนุนระดับอําเภอจัด ประชุมชี้แจงแนวทางในการดําเนินงานเพื่อขับเคลื่อนเครือข่ายกองทุนระดับตําบล/อําเภอ ๗. คณะกรรมการเครือข่ายร่างระเบียบฯและจัดทําแผนปฏิบัติการอาทิเช่น การจ้างพนักงานเพื่อ อํานวยความสะดวกแก่กองทุนมาปฏิบัติงานแทนเครือข่าย การประชุม การจัดสรรผลกําไรจาก กองทุนเพื่อสนับสนุนเครือข่าย เป็นต้น ๘. ดําเนินการตามแผน ๙. ติดตามประเมินผล เป็นระยะ แก่นความรู้ (Core Competency) : ๑. ระเบียบ ที่ชัดเจน และแผนปฏิบัติงานที่สามารถปฏิบัติได้จริง ๒. ความเสียสละ ความรับผิดชอบ การเอาใจใส่ของคณะกรรมการเครือข่าย ๓. การให้คําแนะนํา และกํากับดูแลในการบริหารแก่คณะกรรมการเครือข่าย ๔. ติดตาม/ประเมินผลการดําเนินงาน กลยุทธ์/กลวิธใี นการทํางาน : ๑. จัดประชุม ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ ในหลักการและแนวทางในการดําเนินงานของเครือข่าย ให้แก่กองทุนหมู่บ้านได้ทราบ ๒. สร้างความเชื่อมั่นของเครือข่ายทุกระดับให้กองทุนหมูบ่ ้านเกิดการยอมรับ และปฏิบัติตามระเบียบ กติกา ที่ใช้ในการดําเนินงาน ๓. ส่งเสริมสนับสนุนการดําเนินงานเครือข่าย ทํางานเป็นระบบผ่านเครือข่าย ตําบล อําเภอ จังหวัด ๔. คณะกรรมการเครือข่ายทุกระดับ มีแผนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน สอดคล้องกัน และสามารถปฏิบัติ ได้จริง ๕. ในการจัดจ้างพนักงานควรพิจารณาจากผู้ที่มีคุณสมบัตคิ รบถ้วนเหมาะสมเพื่อมาทําหน้าที่ ๖. เสริมแรงจูงใจ ด้วยการยกย่องเชิดชูเกียรติ เพื่อให้กําลังใจ ตลอดจนรางวัลตามความเหมาะสม แนวคิดทฤษฎีทเี่ กีย่ วข้อง ๑. ระเบียบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติฉบับที่ ๑๑ ว่าด้วย เครือข่าย กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง พ.ศ. ๒๕๔๙ ๒. ระเบียบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ว่าด้วย การจัดตั้งและบริหาร จัดการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑ ************


บันทึกงานพัฒนา ศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน (ศอช.) Community Organization Network Center ศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน หมายถึง องค์กรเครือข่ายภาคประชาชนที่จัดตั้งขึ้น เพื่อรวมพลัง ระหว่างผู้นํา กลุ่มหรือองค์การที่มีอยู่ในหมู่บ้าน ตําบล ในการทํางานร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการ หมู่บ้าน กํานัน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งประสานการมีสว่ นร่วมกับภาครัฐ และภาคประชาชน ในการบริหารจัดการสังคม พัฒนาชุมชน และท้องถิ่นร่วมกัน เรียกโดยย่อว่า “ศอช.” และให้มีชื่อเป็น ภาษาอังกฤษว่า “Community Organization Network Center” เรียกโดยย่อว่า “Con Center” ศอช. เริ่มดําเนินการมาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๔ ภายใต้ระเบียบกรมการพัฒนาชุมชน ว่าด้วยการดําเนินงาน ศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชน พ.ศ.๒๕๔๔ ซึ่งกําหนดโครงสร้าง ศอช.ไว้ ๓ ระดับ คือ ระดับตําบล อําเภอ และจังหวัด (ศอช.ต./ศอช.อ./ศอช.จ.) ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๕๑ ได้มีการปรับเปลี่ยนระเบียบการดําเนินงานของ ศอช. เป็น “ระเบีย��� กระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดําเนินงานศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน พ.ศ.๒๕๕๑” และได้มีการปรับ โครงสร้างการบริหารจัดการใหม่ วิสัยทัศน์การดําเนินงาน ศอช. “เครือข่ายองค์การชุมชนจะเป็นนักจัดการชุมชน” กลยุทธ์ ๑. ส่งเสริมและพัฒนาการบูรณาการแผนชุมชน ๒. จัดตั้งสถาบันพัฒนาศักยภาพเครือข่ายองค์การชุมชนด้านการจัดการชุมชน ๓. ส่งเสริมคลังสมองของชุมชน ๔. ส่งเสริม ศอช. ให้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับของทุกภาคส่วน เป้าหมาย ๑. เป็นผู้ประสานการบูรณาการแผนชุมชนกับแผนท้องถิ่น ๒. ยกระดับเครือข่ายให้ได้การรับรองมาตรฐานด้านการจัดการชุมชน ๓. ศอช. ทุกระดับสามารถรวบรวมคลังสมองชุมชนเพื่อเป็นศูนย์รวมความรู้ของชุมชน ๔. มีผลงานเป็นทีป่ ระจักษ์และช่วยเหลือประชาชนได้ “คิดอะไรไม่ออก บอกศอช.” คณะกรรมการกลางฯ ศอช. ๑. ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ๒. อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นรองประธาน ๓. หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมฯ ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยและหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจใน สังกัดกระทรวงมหาดไทยเป็นกรรมการ ๔. ผู้แทน ศอช. ผูแ้ ทนเครือข่ายองค์การชุมชนและผู้ทรงคุณวุฒิ (จํานวนฝ่ายละ ๕ คน) เป็นกรรมการ ๕. รองอธิบดีฯ ที่อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนมอบหมาย เป็นกรรมการและเลขานุการ ๖. ผู้อํานวยการสํานักเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ


สํานักงานกลาง ศอช. เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาความเข้มแข็ง ส่งเสริมและพัฒนาสวัสดิการของ ศอช. เป็นสื่อกลางในการประสานความร่วมมือ จัดหาทุนสนับสนุนการดําเนินงาน สนับสนุนและประสานการ ดําเนินการของ ศอช. สํานักงานกลาง ศอช. จัดตั้งขึ้นตามประกาศกรมการพัฒนาชาชน เรื่อง การจัดตั้งสํานักงานกลางศูนย์ ประสานงานองค์การชุมชน ลงวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๑ ข้อ ๖ ทีก่ ําหนดให้ศอช. มีสํานักงานกลางตั้งอยู่ ที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นรูปแบบหน่วยงานที่ผสมผสานระหว่างองค์การภาคประชาชน และภาคราชการ โดยคณะกรรมการภาคประชาชน เป็นที่ปรึกษา และภาคประชาชนเป็นคณะ กรรมการบริหารสํานักงานฯ โดยคณะกรรมการบริหาร มีจาํ นวน ๒๐ คน ประกอบด้วยประธานสํานักงาน ๑ คน รองประธานสํานักงาน ๕ คน และประธานกลุ่มจังหวัด ๑๔ คน (ศอช.แบ่งกลุ่มจังหวัดเป็น ๑๔ กลุ่ม) คณะกรรมการบริหาร ศอช. ให้มีคณะกรรมการบริหาร ศอช. จํานวนไม่น้อยกว่า ๙ คน และไม่เกิน ๒๕ คน ซึ่งเป็นผูแ้ ทนองค์การ ชุมชน ผู้นําชุมชน หรือผู้แทนองค์การชุมชน ทั้งในระดับตําบล (ศอช.ต.) ระดับอําเภอ (ศอช.อ.) และระดับ จังหวัด (ศอช.จ.) คณะทํางานส่งเสริม ศอช.ต./ศอช.อ. และ ศอช.จ. - คณะทํางานส่งเสริม ศอช.ต. ประกอบด้วย นายก อบต. หรือผู้แทนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการ ที่ ปฏิบัติงานในพื้นที่ หรือผูท้ รงคุณวุฒิในตําบล โดยมี จนท.พช.เป็นเลขานุการ - คณะทํางานส่งเสริม ศอช.อ. ประกอบด้วย ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจที่ปฏิบัติงานในอําเภอ หรือ ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมี จนท.พช. เป็นเลขานุการ - คณะทํางานส่งเสริม ศอช.จ. ประกอบด้วย ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจที่ปฏิบัติงานในจังหวัด หรือผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีจนท.พช.เป็นเลขานุการ มีหน้าที่ ๑. สนับสนุนภารกิจของ ศอช. ๒. เสริมสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ แก่กรรมการ ๓. ให้คําปรึกษาด้านวิชาการ กฎหมาย และระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง


ประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย 3 เสาหลัก

1. ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community หรือ APSC) ความมั่นคงและเสถียรภาพทางการ เมืองเป็นพื้นฐานสําคัญในการพัฒนาด้านอื่นๆ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนจึงเป็น เสาหลักความร่วมมือหนึ่งในสามเสาหลัก ทีเ่ น้น การรวมตัวของอาเซียนเพื่อสร้างความมั่นใจ เสถียรภาพ และสันติภาพ ในภูมิภาค เพื่อให้ ประชาชนในอาเซียนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และ ปราศจากภัยคุกคามด้านการทหาร และภัยคุกคาม ในรูปแบบใหม่ เช่น ปัญหายาเสพติด และปัญหา อาชญากรรมข้ามชาติ ประชาคมการเมืองความ มั่นคงอาเซียนมีเป้าหมาย 3 ประการ ได้แก่ 1.1 สร้างประชาคมให้มีค่านิยมร่วมกันในเรือ่ งของ การเคารพความหลากหลายของแนวคิด และ ส่งเสริมให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางของนโยบาย และกิจกรรมภายใต้เสาการเมืองและความมั่นคง 1.2 ให้อาเซียนสามารถเผชิญกับภัยคุกคามความ มั่นคงในรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่และส่งเสริม ความมั่นคงของมนุษย์ 1.3 ให้อาเซียนมีปฎิสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและ สร้างสรรค์กับประชาคมโลก โดยอาเซียนมีบทบาท เป็นผู้นําในภูมิภาค และจะช่วยส่งเสริมความมั่นคง ของภูมิภาค นอกจากการมีเสถียรภาพทาง

การเมืองของภูมิภาคแล้ว ผลลัพธ์ประการสําคัญที่ จะเกิดขึ้นจากการจัดตั้งประชาคมการเมืองและ ความมั่นคงอาเซียน ก็คือ การที่ประเทศสมาชิก อาเซียนจะมีกลไกและเครื่องมือที่ครอบคลุมและมี ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับความ มั่นคงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความขัดแย้งด้าน การเมืองระหว่างรัฐสมาชิกกับรัฐสมาชิกด้วยกัน เอง ซึ่งจะต้องแก้ไขโดยสันติวิธี หรือปัญหาภัย คุกคามรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งประเทศใดประเทศหนึ่งไม่ สามารถแก้ไขได้โดยลําพัง เช่น การก่อการร้าย การลักลอบค้ายาเสพติด ปัญหาโจรสลัด และ อาชญากรรมข้ามชาติ เป็นต้น 2. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC) ท่ามกลาง บริบททางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนระหว่าง ประเทศที่มีการแข่งขันสูง อันส่งผลให้ประเทศ ต่างๆ ต้องปรับตัวเองเพื่อให้ได้รับประโยชน์จาก ระบบเศรษฐกิจโลก รวมถึงการ รวมกลุ่มการค้ากัน ของประเทศต่างๆ อาทิ สหภาพยุโรป และเขต การค้าเสรีอเมริกาเหนือ ผู้นําประเทศสมาชิก อาเซียนได้เห็นชอบ ให้จัดตั้ง “ประชาคมเศรษฐกิจ ของอาเซียน” ภายในปี 2558 มีประสงค์ที่จะให้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความมั่นคง มั่ง คั่ง และสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่นๆ ได้ โดย 2.1 มุ่งที่จะจัดตั้งให้อาเซียนเป็นตลาดเดียวและ เป็นฐานการผลิตร่วมกัน 2.2 มุ่งให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุน สินค้า การ บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือระหว่างประเทศ สมาชิกโดยเสรี


2.3 ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกใหม่ของ อาเซียน (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม หรือ CLMV) เพื่อลดช่องว่างของระดับการพัฒนาของ ประเทศสมาชิกอาเซียน และช่วยให้ประเทศ สมาชิกเหล่านี้ เข้าร่วมในกระบวนการรวมตัวทาง เศรษฐกิจของอาเซียน ส่งเสริมให้อาเซียนสามารถ รวมตัวเข้ากับประชาคมโลกได้อย่างไม่อยู่ในภาวะ ที่เสียเปรียบ และส่งเสริมขีดความสามารถในการ แข่งขันของอาเซียน 2.4 ส่งเสริมความร่วมมือในนโยบายการเงินและ เศรษฐกิจมหภาค การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและ การคมนาคม กรอบความร่วมมือด้านกฎหมาย การพัฒนาความร่วมมือด้านการเกษตร พลังงาน การท่องเที่ยว การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยการ ยกระดับการศึกษาและการพัฒนาฝีมือ ประชาคม เศรษฐกิจของอาเซียน จะเป็นเครื่องมือสําคัญที่จะ ช่วยขยายปริมาณการค้าและการลงทุนภายใน ภูมิภาค ลดการพึ่งพาตลาดในประเทศที่สาม สร้าง อํานาจการต่อรองและศักยภาพในการแข่งขันของ อาเซียนในเวทีเศรษฐกิจโลก เพิ่มสวัสดิการและ ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนของประเทศ สมาชิกอาเซียน 3. ประชาคมสังคมและ วัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community หรือASCC) มีเป้าหม���ยให้อาเซียนเป็น ประชาคมที่มีประชาชนเป็น ศูนย์กลาง สังคมที่เอื้ออาทร และแบ่งปัน ประชากร อาเซียนมีสภาพความเป็นอยู่ ที่ดีและมีการพัฒนาในทุก ด้านเพื่อยกระดับคุณภาพ ชีวิตของประชาชน ส่งเสริม การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างยั่งยืน รวมทั้ง ส่งเสริมอัตลักษณ์ของอาเซียน โดยมี แผนปฏิบัติ

การด้านสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ระบุอยู่ใน แผนปฏิบัติการเวียงจันทน์ ซึง่ ประกอบด้วย ความ ร่วมมือใน 6 ด้าน ได้แก่ 3.1 การพัฒนามนุษย์ (Human Development) 3.2 การคุ้มครองและสวัสดิการสังคม (Social Welfare and Protection) 3.3 สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม (Social Justice and Rights) 3.4 ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability) 3.5 การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน (Building and ASEAN Identity) 3.6 การลดช่องว่างทางการพัฒนา (Narrowing the Development Gap)


วิธีการถอนโปรแกรมป้องกันไวรัส ESET NOD32 ๑.๑ เข้าไปลบไฟล์ที่ชื่อ ESET (ซึ่งเป็น Service ของ Nod) โดยคลิกที่ปมุ่ start > run พิมพ์คําว่า regedit แล้วคลิกที่ปุ่ม “OK” ดังภาพ

พิมพ์คาํ ว่า regedit

3 4

๑.๒ เมื่อคลิกที่ปุ่ม “OK” แล้วให้ดับเบิลคลิกที่พาธ (path) HKEY_CURRENT_USER\SOFTWARE\ESET เรียงตามลําดับ ดังนี้ ๑) ดับเบิลคลิกที่โฟลเดอร์ HKEY_CURRENT_USER ๒) ดับเบิลคลิกที่โฟลเดอร์ Software ๓) เมื่อพบ ESET ให้คลิกขวาที่โฟลเดอร์ ESET แล้วกดปุ่ม “Delete” ดังภาพ

1

2

3


-๒๑.๓ เมื่อลบไฟล์ที่พาธแรกเสร็จแล้ว ให้ลบไฟล์ที่พาธ (path) HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\ESET ซึ่งอยู่ในกรอบหน้าต่างเดียวกันกับพาธแรก เรียงตามลําดับ ดังนี้ ๑) ดับเบิลคลิกที่โฟลเดอร์ HKEY_LOCAL_MACHINE ๒) ดับเบิลคลิกที่โฟลเดอร์ SOFTWARE ๓) เมื่อพบ ESET ให้คลิกขวาที่โฟลเดอร์ ESET แล้วกดปุ่ม “Delete” ดังภาพ

1 2

3

เมื่อทําตามขั้นตอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้รีสตาร์ทเครื่อง จากนั้นทําการติดตั้งโปรแกรมใหม่อีกครั้ง ********************************************


จัดฟัน คืออะไร สําคัญแค่ไหน ทําไมต้องทํา กรณีคนไข้อายุมากขึ้น ตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป อาจต้องใส่เครื่องมือนานกว่าปกติ และใส่ retainer (พลาสติกยึดฟันหลังการรักษา) นานกว่า ปกติ

คนไข้ที่มีปญ ั หา เรื่องฟันเกหลายซี่ ขากรรไกรบนล่างไม่สัมพันธ์กัน ขนาดของจํานวน ของฟันรวมแล้วต้องการพื้นที่ในขากรรไกรมากกว่า ขนาดของขากรรไกร ทําให้ฟันเกซ้อน คุด ที่อาการ หนักก็ฟันล่างครอบฟันบนซะเลย แทนที่ปกติฟัน บนจะครอบฟันล่าง การรักษาจะยุ่งยากตามปัญหา แต่คุณหมอก็สามารถแก้ปัญหาให้ได้แต่ละราย ต้องการตรวจจากผู้ชํานาญที่มี ประสบการณ์สูง คนไข้จัดฟันหากได้รับการดูแลตั้งแต่เด็ก เริ่มจาก ฟันกรามแท้ขนึ้ มาจะดี ถ้ามีปัญหาการสบฟัน ผิดปกติจะได้แก้ไขทัน และง่ายต่อการรักษาต่อไป คุณหมออาจขยายขากรรไกรช่วยได้ ปกติจะเริ่มใน คนไข้อายุประมาณ 10 - 11 ปี ใช้เวลาใส่ เครื่องมือติดแน่นประมาณ 2 - 3ปี เครื่องมือมีทั้ง ติดแน่น ใช้ยางและลวดดึงฟัน และเครื่องมือถอด ได้

อย่างไรก็ตามมักมีคําถามว่ามีการจัดฟันที่ ไม่เห็นลวด หรือโลหะ ยางได้หรือไม่ ตอบว่า ได้ค่ะ วิธีนี้จะใส่เครื่องมือซ่อนไว้ด้านหลังฟัน ทําให้มอง ไม่เห็นเครื่องมือ ระหว่างการรักษา แน่นอน การ รักษาวิธีนี้ย่อมยากและราคาแพงกว่าปกติ การดูแลรักษาฟันเพื่อการจัดฟัน ก่อนจัดฟันต้องตรวจสุขภาพฟันทั้งช่อง ปาก ถ้ามีฟันผุ ก็ต้องอุดฟันก่อน และขูดหินปูน เคลือบฟลูออไรด์ และเคลือบร่องฟันที่มีหลุมลึก เพื่อป้องกันฟันผุ ขณะจัดฟัน ใน2--3 ปี คนไข้ต้อง ได้รับการขูดหินปูน เคลือบร่องฟัน พร้อมเคลือบ ฟลูออไรด์ทุก 3 - 6 เดือน และทันตแพทย์จะ ตรวจฟันให้คนไข้ตลอดว่ามีฟันผุเพิ่มขึ้นหรือไม่ ถ้า มีจะได้ทําการรักษาได้ทันที หลังจัดฟันเสร็จ เรียบร้อย คนไข้จะต้องมาพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อตรวจสุขภาพฟัน และใส่ retainer (พลาสติกยึดฟันหลังการรักษา) อย่างเคร่งครัด ตามเวลาที่ทันตแพทย์กําหนด หมอเคยพบคนไข้ที่ ไม่ใส่retainer ตามทันตแพทย์สั่งเลยต้องเริ่มต้นจัด ฟันใหม่เลยนะคะ งานนี้น่าเห็นใจผู้ปกครองมากค่ะ ที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเพราะลูกหลานไม่สนใจ ใส่ retainer


นิทานสอนใจ ข้อคิดจากหนังสือ ‘มันไม่เศร้า…เพราะเรา เลือกได้’ It’s not so sad

“ถามว่าเคย “ท้อแท้ไหม” กับความเป็นอยู่หลังอุบัติเหตุ ก็มีบ้าง แต่คงไม่เกิน 2 ครั้งในรอบ 7 เดือน ที่ผ่านมา ซึ่งทุกครั้งที่ท้อ ก็ไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย ไม่ร้องไห้ ใช้เวลากับความรู้สึกนี้ ไม่เกิน 3 นาที แล้วก็เป็นเจี๊ยบคนเดิม” …‘มันไม่เศร้า…เพราะเราเลือกได้’ It’s not so sad เป็นหนังสือ ไดอารี่ชีวติ เล่มที่ 2 ของ เจี๊ยบ สุนันทา แซ่เฮ้า ผู้ที่ประสบอุบตั ิเหตุจากเหตุการณ์ รถมินิบัสทับร่าง(กลางลําตัว) เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2546 อุบัติเหตุในครั้งนั้นอวัยวะทํา ให้อวัยวะหลายอย่างในตัวเธอเสียหาย เช่น ตับ แตก ปอดแตก ลําไส้ฉีก ม้ามแตก โอกาสกลับไปใช้ ชีวิตปกติเกือบเป็นศุนย์ เธอต้องนอนอยู่ โรงพยาบาลเป็นปี แต่ช่วงเวลาเหล่านั้นไม่ได้สูญ เปล่า เธอยังอุตสาห์มีผลงานมาให้คนที่กําลังท้อแท้ ได้อ่านสร้างกําลังใจกันถึง 2 เล่ม น่าชื่นชมครับ

“คนเราส่วนใหญ่ ก็อยู่ด้วยความหวัง และฝัน ที่ไม่ มีใครรู้ได้ว่าจะเป็นจริงเมื่อไร แต่ก็ยังดีกว่าจะทิ้ง ความหวังในยามที่เราต้องการมากที่สุด” “สิ่งหนึ่งที่มันหายไปในพริบตา แล้วต้องเร่งสร้าง ขึ้นมาใหม่คือ ฝัน” “เราจะยอมแพ้ได้ ก็ต่อเมื่อเราหมดลมหายใจ ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่ …เราต้องสู้” “เวลาของทุกคนเท่ากัน แต่การใช้เวลาของแต่ละ คนย่อมไม่เท่ากัน จึงไม่แปลกเลยที่บางคนอาจจะ พูดว่า ‘ยังไม่ได้ทําอะไรเลย’ “ “ความอดทนไม่ได้ทําให้เราหมดหวัง ในทาง กลับกัน ถ้าเราค่อย ๆ หมดความอดทน ความหวัง ที่เป็นอนาคตข้างหน้าก็จะดูริบหรี่ลง” “ความเข้มแข็งจะสร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้กับมนุษย์ เสมอ …แต่อาจจะไม่ทุกครั้งที่จะเห็นผลก็ได้” “เราทุกข์เพื่อเรียนรู้ …ไม่ได้ทุกข์เพื่อกําหนดชีวิต เรา” “ความทุกข์ …มันจะหมดไปจากใจของเราได้ ถ้า เรายอมรับความเป็นจริงในสิ่งที่ทําให้เราเป็นทุกข์” “Never give up = อย่ายอมแพ้” “มนุษย์เกิดมาเพื่อเรียนรู้ วิธีการเรียนรู้แต่ละคน ย่อมแตกต่างกันออกไปตามสิ่งแวดล้อมและ สถานภาพ …กระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นทั้งชีวิต คือ การอดทนและต่อสู้กับอุปสรรคที่ต้องเผชิญ ให้ ผ่านไปได้ด้วยดี” “ก้าวไป อย่าหันมามองว่าเราเจ็บ ให้หันมามาอง ว่าเราเจ็บเพราะอะไร แล้วอย่าเจ็บอย่างนั้นอีก” “ฟ้าหลังฝนมักสวยงามเสมอ ถึงแม้จะอึมครึมบ้าง แต่ก็ต้อสว่งสดใสอย่างแน่นอน ถ้าเราเปิดตามองด้วยความรู้สึกที่ดี ไม่มีอะไรหรอก ที่มืดมน” “จงยิ้มในวันทีเ่ ป็นสุข ให้ทุกข์ในวันนี้เป็นครู”


เที่ยวไปตามใจฝัน เที่ยวบ่อพันขัน ทําบุญไหว้พระ บ่อน้ําที่ตักเป็น ร้อยขัน พันขัน ก็ไม่มีวันหมด คนในย่านนี้จึงเรียกว่า บ่อพันขัน

ตั้งอยู่ในเขตตําบลเด่นราษฎร์ กิ่งอําเภอ หนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด บริเวณทางด้านตะวันออก ของห้วยเค็มประมาณ100 เมตร ลักษณะทาง กายภาพเป็นลานหินทรายแดงกว้างใหญ่ในพื้นที่ ประมาณ1กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่บริเวณห้วย เค็มทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก โดยทางฝั่ง ตะวันตกเป็นพื้นที่ตําบลจําปาขัน อ.สุวรรณภูมิ ส่วนฝั่งตะวันออกเป็นพื้นที่ของต.เด่นราษฎร์ อําเภอหนองฮี โดยพื้นที่ทั้งสองฝั่งยังมีแนวหิน ทรายต่อเนื่องขึ้นไปอีกบางส่วนจมอยู่ใต้ดิน แนวลํา น้ําเค็มจากบ่อพันขัน ไปถึงลําน้ําเสียวประมาณ 2 กิโลเมตร ในฤดูน้ําหลากพื้นที่บริเวณบ่อพั���ขัน บางส่วนมักจมอยู่ใต้พื้นน้ําแต่ในฤดูแล้ง พื้นที่ บริเวณบ่อพันขันจะปรากฏแนวพื้นหินทรายกว้าง ใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ บริเวณกว้าง โดยมักจะมี ร่องรอย ของความเค็มของดินปรากฏโดยทั่วไป ลักษณะเป็นสีขาวของเกลือ และราษฎรในบริเวณ นี้มักจะใช้เป็นสถานที่ ผลิตเกลือสินเธาว์ ต่อเนื่องกันมาหลายชั่วอายุ เป็นทั้งผลผลิตที่ใช้ บริโภคในหมู่บา้ นใกล้เคียง และเป็นสินค้าออกไป ยังจังหวัดใกล้เคียง เช่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี เป็นต้น โดยมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ ผลิต คือ บ่อพันขันนั่นเอง ในบริเวณบ่อพันขัน ปรากฏพื้นที่ลักษณะพิเศษ คือมีบ่อน้ําจืดธรรมชาติ

ที่มีน้ําพุดขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา โดยไม่มีวันหยุด มี ขนาดกว้างประมาณ 6-8 นิ้ว ลึก 6-8 นิ้ว จึงเป็น ที่มาของ บ่อพันขัน ชาวบ้านเรียกอีกอย่างว่า “น้ํา สร่างครก” เพราะมีลักษณะคล้ายครกต้ําข้าว น้ํา บริเวณบ่อพันขัน ไม่มใี ครรู้วา่ มันเริ่มไหลออกมา เมื่อใด และจะหยุดไหลเมื่อใด อาจจะเป็นเรื่องของ ระบบน้ําใต้ดิน ที่ไหลซึมอกมาตลอดเวลาตามหลัก วิทยาศาสตร์ แต่ในความเชื่อ ของชาวบ้านในเรื่อง ความอัศจรรย์และความศักดิส์ ิทธิ์ นับเป็นวิถีชีวิต ของผู้คนในดินแดนแห่งทุ่งกุลาร้องไห้ ที่จริงๆ ไม่ เคยร้องไห้ เพราะความอุดมสมบูรร์ของพื้นที่ เพียง เราจะจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน เท่านั้น แต่สิ่งที่ปรากฏและยังอยู่ในความทรงจํา ของผู้คนบริเวณนี้คือ การเป็นพื้นที่แหล่งต้มเกลือ สินเธาว์ ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน โดยพื้นที่รอบๆ มี แต่ความเค็มของเกลือในฤดูแล้ง แต่มีพื้นทีเ่ พียงจุด เล็กๆ ที่มีน้ําจืดไหลออกมาตลอดเวลา ตักเป็นพัน ขันก็ไม่หมด ท่ามกลางพื้นที่ ที่มีแต่ความเค็มตลอด ฤดูแล้ง นับตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ จนถึงเดือน พฤษภาคม ของทุกปี

เทีย่ ว



วารสารกุมภาพันธ์