Issuu on Google+

สิง่ ทีเ่ ป็น...

กับโอกาสทีห่ ายไป โอกาสการทำ�งานทีห่ ายไปของคนพิการ จะกลับมามีความหวังหากทุกคนในสังคมเปิดใจและให้โอกาส


มัณฑนา เถื่อนนาดี: เขียน วิชยาดา ปราบนอก: ภาพ สุธาวัลย์ ธรรมสังวาลย์: ที่ปรึกษา


สิง่ ทีเ่ ป็น...

กับโอกาสทีห่ ายไป โอกาสการทำ�งานทีห่ ายไปของคนพิการ จะกลับมามีความหวังหากทุกคนในสังคมเปิดใจและให้โอกาส


คำ�นำ�

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมไทยยังคงมีเจตคติที่ผิดๆต่อคนพิการ มองว่าคนพิการไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ แม้แต่การทำ�งานหาเลี้ยง ตัวเอง แต่สถานการณ์ปัจจุบันภาพคนพิการได้ถูกเปลี่ยนแปลงไป ความ เท่าเทียมกันในสังคมเริ่มมีมากเพิ่มขึ้น แต่กระนั้นแล้วก็เป็นส่วนน้อย เพราะ สิ่ ง ที่ เ กิ ด ขึ้ น เป็ น เพี ย งแค่ ก ฏหมายซึ่ ง ถู ก สร้ า งขึ้ น มาให้ เ ป็ น แค่ น ามธรรม แต่รปู ธรรมทีท่ �ำ ให้เห็นได้จริงคงเป็นเรือ่ งยากสำ�หรับสังคมไทย ฉะนัน้ หนังสือ สิ่งที่เป็นกับ...โอกาสที่หายไปเล่มนี้จึงมีความต้องการสร้างความเข้าใจ ทั้ง ความคิดเห็นของคนพิการ ครอบครัว ภาครัฐ เอกชน และความเห็นทางการ แพทย์ เพื่อสะท้อนให้สังคมได้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเป็นแนวทางในการ สร้างโอกาสการทำ�งานให้แก่คนพิการ แม้เป็นการเปิดใจเปิดโอกาสเพียง เล็กน้อย แต่สิ่งเหล่านี้จะสร้างศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจให้แก่คนพิการ ได้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคมต่อไป... มัณฑนา เถื่อนนาดี


สารบัญ

1 8 16 24 32 40 56 64 70

บทที่ 1 สิ่งที่เป็น...กับโอกาสที่หายไป บทที่ 2 เบื้องหน้าความจริง บทที่ 3 ไส้แห้งไร้เสียง บทที่ 4 แผลเก่าเล่าใหม่ บทที่ 5 เก่งอย่างเดียวไม่พอ บทที่ 6 ผู้ใหญ่ใจดี บทที่ 7 รัฐตัวอย่าง บทที่ 8 ทรรศนะคุณหมอ บทที่ 9 แสงแห่งโอกาส


สิง่ ทีเ่ ป็น...

กับโอกาสที่หายไป


ในปัจจุบันกระแสของความเท่าเทียมกันในสังคม เริ่มมีการ

ตื่นตัวขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นจากกฎหมายหรือบุคคลในสังคมเอง สังคมที่ มีความเหลื่อมลํ้ากันมักสร้างความคิดที่แบ่งแยกบุคคลที่มีความแตกต่าง ให้กลายเป็นอีกกลุ่ม ที่อาจถูกมองข้าม ช่องว่างเหล่านี้เกิดขึ้นในสังคมที่ เรียกตนเองว่าเมืองพุทธ ความไม่มีหรือมีไม่ครบเท่าที่ผู้อื่นมี กลายเป็นข้อ ด้อยและปมภายในจิตใจ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ บุคคลที่เกิดมาไม่ได้มีครบ ทุกประการ มีความผิดปกติทางด้านร่างกาย ทีเ่ รียกว่าความพิการนัน้ จึงเป็น กลุ่มคนที่สังคมให้ความหมายกันผิดๆ มองคนกลุ่มนี้เป็นคนด้อยโอกาสและ ต้องการการสงเคราะห์จากสังคมอยูต่ ลอดเวลา ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ สิ่งที่เป็น...กับโอกาสที่หายไป

3


สาเหตุของความพิการอาจมีมาตัง้ แต่ก�ำ เนิด หรืออาจเกิดขึน้ โดยไม่มี ใครได้คาดคิดมาก่อนก็ได้เช่นกัน เนือ่ งจากโรคภัยหรือแม้แต่อบุ ตั เิ หตุทเี่ กิดขึน้ ไม่เว้นแต่ละวัน ทำ�ให้บุคคลธรรมดาทั่วไปต้องกลายเป็นคนพิการในที่สุด บุคคลทีถ่ กู มองว่าไม่สามารถลืมตาอ้างปากเองได้ กลายเป็นจุดบอด ภายในสังคม เป็นภาระที่สังคมต้องดูแล ภาครัฐจึงได้มีการหันมาใส่ใจใน เรื่องกฎหมายที่จะช่วยเหลือคนพิการให้เกิดการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยมีกฎหมายว่าด้วยการจ้างงานคนพิการเพื่อกำ�หนดมาตรการบังคับให้ รับคนพิการเข้าทำ�งานทั้งในสถานประกอบการของรัฐและองค์กรเอกชน นอกจากนั้นมีแนวทางการสร้างงานหรือการจัดสรรพื้นที่การประกอบอาชีพ ให้แก่คนพิการ กฎหมายทีอ่ อกมานัน้ อาจเป็นการบีบบังคับสังคมในทางอ้อม โดยที่การปฏิบัตินั้นอาจเกิดขึ้นด้วยความไม่เต็มใจก็ตาม ตามที่องค์กรที่เกี่ยวข้องกับคนพิการได้รณรงค์ตลอดว่าคนพิการ นั้นมีศักยภาพ สามารถพัฒนาตนให้มีความสามารถเสมอเหมือนคนทั่วไปได้ คนพิการทุกคนก็สามารถมีชีวิตอยู่ในโลกนี้อย่างคนที่มีศักดิ์ศรี สิทธิ และ เสรีภาพเท่าเทียมกับบุคคลอื่นตามที่ มาตรา 4 แห่งรัฐธรรมนูญ50 ซึ่งระบุวา่ ‘ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง’ บุคคลทั่วไปรวมถึงคนพิการจะไม่ถูกเลือกปฏิบัติ เนื่องจากสิทธิความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน

4

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


คำ�ถามที่ยังคงเป็นข้อสงสัยในสังคมว่าทำ�ไมภาครัฐและสังคมได้มี การตืน่ ตัวกับกฎหมายทีเ่ กิดขึน้ มากน้อยเพียงใด เพราะภาพทีเ่ รายังคงเห็นได้ อย่างชัดเจนนั่นคือ คนพิการยังคงนั่งขอทานอยู่ตามข้างถนน ยังคงร้องเพลง เป็นวณิพกพเนจร หรือแม้แต่อาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาล เราคงปฏิเสธ ไม่ได้ว่าอาชีพเหล่านี้กลายเป็นภาพแรกที่เกิดขึ้นในความทรงจำ�เมื่อนึกถึง คนพิการ แสดงให้เห็นว่าความรู้ความสามารถของคนพิการยังคงมีข้อจำ�กัด และความหละหลวมในการบังคับใช้กฎหมายยังคงมีอยู่มาก แม้พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ที่กำ�หนดอัตราส่วนการว่าจ้างคนพิการให้ทำ�งานในองค์กรซึ่งมี การบังคับใช้ตามกฎหมายอย่างชัดเจน แต่ก็ยังพบว่าสถานประกอบการ ส่วนใหญ่ยังคงหลีกเลี่ยงไม่รับคนพิการเข้าทำ�งาน แต่นายจ้างกลับยอมจ่าย เงินเข้ากองทุนคนพิการแทนการจ้างงานคนพิการ

นอกจากนี้องค์กรหรือสถานประกอบการหลายแห่งยังมีการหลีก เลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยการประกาศรับสมัครคนพิการเข้าทำ�งาน แต่กำ�หนดคุณสมบัติไว้สูงมาก จนไม่มีคนพิการสามารถผ่านการคัดเลือก เข้าไปทำ�งานได้แม้แต่คนเดียว ในสังคมปัจจุบนั คนพิการจำ�นวนหนึง่ ซึง่ ไม่มคี วามสมบูรณ์และไม่มี โอกาสเท่าเทียมอย่างบุคคลทั่วไปในสังคม มักถูกปฏิเสธในการให้โอกาสการ ทำ�งานหรือประกอบอาชีพ เพราะผูค้ นในสังคมมักมองว่าคนพิการเป็นผูไ้ ร้ซงึ่ สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป

5


ศักยภาพ เป็นภาระทีจ่ ะต้องรับผิดชอบ ทำ�ให้คนพิการไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ ได้อย่างแท้จริงเหมือนคนทั่วไป ซึ่งความจริงแล้วคนพิการส่วนใหญ่มีความ สามารถที่จะทำ�งานได้และต้องการที่จะทำ�งาน อย่างไรก็ตามโอกาสของคนพิการส่วนใหญ่ ในการได้รบั การจ้างงาน ยังน้อยกว่าเมือ่ เปรียบเทียบกับบุคคลปกติทวั่ ไป เนือ่ งจากมีอปุ สรรคขัดขวาง ในการแสวงหาและอุปสรรคทางด้านร่างกายเป็นสำ�คัญ คนพิการอาจต้อง เผชิญการกีดกันนานับประการ อันรวมถึงข้อกำ�หนดและเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม ตลอดจนแนวคิด เชิงลบในเรื่องขีดความสามารถดังที่พบเห็นทั่วไป เมื่อเข้าไปทำ�งานแล้ว คนพิการอาจ ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรมน้อยยิ่งกว่า หรืออาจไม่มีสัญญา การจ้างงานที่เป็นทางการหรืออาจไม่ได้รับค่าจ้างและสวัสดิการที่เท่าเทียม กับคนงานทัว่ ไปอีกทัง้ ยังเป็นกลุม่ แรกทีถ่ กู ปลดออก ตราบทีเ่ วลาแห่งการลด จำ�นวนการจ้างงานในสถานประกอบการมาถึง ในส่วนของปัญหาและอุปสรรคในการประกอบอาชีพของคนพิการ นั้น สิ่งที่พบคือคนส่วนใหญ่ค่อนข้างมีเจตคติในทางลบต่อคนพิการ องค์กร หรือสถานประกอบการมักไม่เชื่อว่าคนพิการสามารถทำ�งานได้ หรือแม้แต่ สังคมเล็กอย่างครอบครัวของคนพิการเองก็ยังไม่เข้าใจถึงความสามารถที่ คนพิการก็ทำ�ได้ ปัญหาเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นปัญหาที่สำ�คัญของสังคม เพราะ จำ�นวนคนพิการที่มีงานทำ�มีเพียงร้อยละ 35 ของจำ�นวนคนพิการทั้งหมด

6

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


นั่นหมายถึงคนพิการที่ไม่มีงานทำ� ต้องกลายเป็นภาระที่สังคมต้องดูแล หาก เราสามารถเปลีย่ นภาระนี้ ให้เป็นพลังของสังคมได้ คนพิการก็จะไม่เป็นบุคคล ที่รอการสงเคราะห์อีกต่อไป ตราบใดที่ได้ทำ �งานอยู่ในสังคมอย่างภาคภูมิใจ การที่สังคมยัง มองเห็นคุณค่าและให้โอกาสแก่พวกเขาให้ได้แสดงศักยภาพในการทำ�งาน ท่ามกลางสภาพสังคมที่เอื้ออาทรต่อกัน สำ�หรับคนพิการแล้วการได้รับการ จ้างงานนั้นถือเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะเป็นการสร้างคุณค่าของตัว คนพิการเอง ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าสังคมมีการเปิดกว้างและยอมรับมากขึ้น อีกทั้งคนพิการที่มีงานทำ�ก็จะได้เสียภาษีเหมือนกับคนอื่นที่มีรายได้ การเสีย ภาษีนี้เหมือนเป็นการทำ�หน้าที่ของพลเมืองที่ดี ที่จะได้นำ�เงินภาษีไปพัฒนา ประเทศ ส่งผลให้คนพิการเองรู้สึกถึงความมีส่วนร่วมและมีศักดิ์ศรีความเท่า เทียมของความเป็นมนุษย์ หากสิง่ ทีเ่ ป็นไม่วา่ จะเป็นความผิดปกติทางด้านร่างกายหรือหัวใจ ที่ถูกปิดกั้นจากสังคม ย่อมนำ�ไปสู่ทางตันของโอกาส โอกาสที่หายไปของ คนพิการ ก็จะไม่สามารถถูกเปิดออกได้ ถ้าทุกคนในสังคมยังคงเป็นสังคม ที่มีหัวใจพิการอยู่เหมือนเดิม

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป

7


เบื้องหน้า

ความจริง


ภาพอดีตและความทรงจำ�อันเลวร้ายอาจเป็นสิ่งหมองหม่น

ของใครหลายคน แต่สำ�หรับชายผู้นี้เขาได้นำ�อดีตมาเป็นแรงเสริมสร้าง กำ�ลังใจและขับเคลื่อนชีวิตให้ก้าวเดินสู่หนทางข้างหน้าต่อไปและยังเป็น เสียงสะท้อนเพื่อช่วยเหลือเพื่อนคนพิการด้วยความมุ่งมั่นได้อย่างน่าชื่นชม ต้นเสียงที่ดังจากการเคลื่อนล้อ เอี๊ยด เอี๊ยด เอี๊ยด เริ่มใกล้เข้า มาทุกที เมื่อชายตามองไปตามเสียงนั้น ภาพที่เห็นตรงหน้าแม้อาจจะจุด ชนวนอารมณ์ความหดหู่และสงสารขึ้นภายในใจได้ แต่ทว่าอารมณ์เหล่า นั้นกลับถูกบดบังด้วยความสดใสจากรอยยิ้มของชายคนนี้ เบื้องหน้าความจริง

11


มนุษย์รถเข็นกำ�ลังขับเคลื่อนรถคู่ใจใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับนํ้า เสียงอันนุ่มนวลและรอยยิ้มที่เบิกกว้างขึ้น จากผู้ชายที่มีรอยยิ้มอันน่าค้นหา มีแววตาของความมุ่งมั่น แต่เบื้อง หลังความจริงของชีวิตเขานั้น ช่างโหดร้ายเกินสิ่งที่มนุษย์คนหนึ่งจะรับได้ คุณปรีดา ลิม้ นนทกุล อายุ 40 ปี จากวิศวกรหนุ่มในบริษัทใหญ่ แห่งหนึ่งต้องสูญเสียการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกาย เป็นบุคคลทุพพลภาพ หลังจากเกิดอุบัติเหตุรถพลิกควํ่าเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งผ่านไปเพียงหนึ่ง คืนบริษัทที่เขาทำ�งานอยู่ได้มีระเบียบการให้ออกจากการเป็นพนักงานทันที เหตุเพราะเขาได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘คนพิการ’ ที่มีร่างกายไม่สมบูรณ์ครบถ้วน “สิบกว่าปีก่อนรถผมควํ่า ผมกลายเป็นคนพิการ ยิ่งไปกว่านั้นผมตกงาน ด้วยสาเหตุที่ผมพิการนั่นเอง” คุณปรีดากล่าวขึ้นด้วยสายตาปนเศร้าเล็กน้อย บุคคลธรรมดาคนหนึ่งกำ�ลังดำ�เนินชีวิตด้วยความราบเรียบและ เติบโตในสายงานที่มั่นคง เพียงชั่วข้ามคืนต้องกลายเป็นมนุษย์รถเข็น จากที่ เคยเดินได้ ทำ�อะไรได้เอง ทุกอย่างกลับตาลปัดไปหมด ชีวิตที่กำ�ลังมีไฟของ วัยหนุ่มกลับกลายเป็นปัญหา ทั้งทางร่างกาย และเรื่องงาน 12

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


คุณปรีดาเล่าถึงความเป็นอยู่ในขณะนั้นว่า ตนเองได้ทำ�ใจไว้แล้ว ส่วนหนึง่ แต่มขี อ้ สงสัยว่าทางบริษทั น่าจะให้โอกาสได้ทำ�งานต่อไป เนือ่ งจาก ศักยภาพ ความรู้ ความคิดของตนยังสามารถใช้ได้ดี เพียงแค่อาจติดขัดที่ การเคลือ่ นไหวร่างกายเท่านัน้ หากไม่มรี ะเบียบนัน้ ออกมาอาจทำ�ให้บริษทั ดังกล่าวมีพนักงานทีม่ คี วามสามารถไม่แพ้ใครอยูอ่ กี คนอย่างแน่นอน ซึง่ ตนไม่ ได้รู้สึกเสียดายอะไร เพราะในขณะนั้นเป็นวัยที่กำ�ลังต้องการสร้างธุรกิจของ ตนเองเลยมีการเตรียมความพร้อมไว้สำ�หรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ในสภาวะแรกของการเป็นคนพิการ คุณปรีดาใช้เวลาการปรับความ รูส้ กึ เพียงคืนเดียว ส่วนทางร่างกายต้องดูแลในเรือ่ งแผลกดทับเป็นอย่างมาก มองภายนอกเขาอาจดูเป็นคนเงียบๆ แต่ขา้ งในตัวตนของเขาเป็นคนทีม่ คี วาม เข้มแข็งเป็นอย่างมาก ขณะทีพ่ กั รักษาตัวอยูท่ โี่ รงพยาบาล เขาได้ท�ำ งานเป็นผูจ้ ดั การบริษทั ของตนเองทีไ่ ด้มกี ารวางแผนและจัดตัง้ ไว้ตงั้ แต่กอ่ นประสบอุบตั เิ หตุแล้ว ด้วย เหตุผลทีว่ า่ ในเมือ่ ต้องออกจากงานแน่นอน เขาไม่มเี วลาไปคิดเรือ่ งอืน่ คิดแค่ ว่าจะดำ�เนินการอย่างไรเพื่อให้ธุรกิจของเขาสามารถอยู่ได้ พึ่งพาและเลี้ยง ตนเองได้ ถึงกระนั้นความโชคร้ายยังคงซํ้าเติมชีวิตของมนุษย์รถเข็นผู้นี้ไม่ จบสิ้น บริษัทของเขาถูกโกงโดยรุ่นพี่จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ความจริง ที่ยงั คงมีให้เห็นอยู่เรื่อยไปในสังคมไทย ไม่ว่าคนพิการหรือผูท้ ี่ด้อยกว่ามักจะ

เบื้องหน้าความจริง

13


ถูกเอารัดเอาเปรียบเสมอ เมื่อสังคมได้ถูกครอบงำ�ด้วยความโลภ ความเห็น แก่ตวั ก็เข้ามาแทนทีค่ วามเอือ้ เฟือ้ และเห็นอกเห็นใจซึง่ กันและกันของมนุษย์ เขาจัดตัง้ บริษทั ซึง่ เกีย่ วกับธุรกิจด้านอินเตอร์เน็ต ปราศจากลูกน้อง ไร้สิ้นซึ่งพนักงาน ทุกคนเป็นหุ้นส่วนกัน เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา อดีตบริษัทของเขากำ�ลังจะขาดทุน เหมือนเรือที่ก�ำ ลังจะล่มเพราะต้านทาน ลูกคลื่นจากแรงลมพายุไว้ไม่ไหว ชีวิตของทุกคนย่อมสำ�คัญกว่า ไม่มีใครอยู่ กับเราได้จนถึงวันที่ทุกข์มากที่สุด แม้เรื่องราวร้ายๆ ที่ผ่านเข้ามาจะทำ�ให้ชีวิตพลิกผันอย่างรวดเร็ว แต่กำ�ลังใจของคุณปรีดายังคงเต็มเปี่ยม ไม่เคยย่อท้อหรือสิ้นหวังในสิ่งที่เกิด ขึ้น เป็นผลมากจากบ้านที่มีพื้นฐานความรัก การดูแลเอาใจใส่ต่อกันด้วย ความเข้าใจ ทำ�ใหเขารู้สึกว่า ถึงเราจะพิการแต่เราจะไม่เป็นภาระให้แก่ ครอบครัวอีก เพราะฉะนั้นต้องรู้จักทำ�มาหากินเอง ด้านการปรับเปลี่ยนแผนการดูแลคนพิการคุณปรีดามีความเห็นว่า รัฐบาลต้องทำ�งานแบบองค์รวม นำ�ทุกอย่างมาบูรณาการเข้ากันให้ได้ “ทุกภาคส่วนมีความสำ�คัญหมด เช่น กระทรวงแรงงานหางานมาให้ได้แล้ว แต่คนพิการไม่มีคอมพิวเตอร์ กระทรวงไอซีทีควรมาเสริมด้านไอที ความสะดวกสบายในการทำ � งานให้ ม ากขึ้ น ส่ ว นคนพิ ก ารเองต้ อ ง ขวนขวาย และพัฒนาตนเองให้มากขึ้น” คุณปรีดากล่าว

14

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


คุณปรีดาเริม่ ทำ�ทุกอย่างโดยไม่ตอ้ งพึง่ ใคร ไม่รอว่าใครหรือองค์กรใด จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ไม่สนใจว่าบริษัทจะให้ออกหรือไม่ ไม่สนใจแม้แต่ เงินเอื้อเฟื้อต่อคนพิการของหลวงว่าจะได้หรือเปล่า “ถ้าคุณพึ่งตัวเองคุณทำ�ได้เร็วกว่านี้ แต่ถ้าเกิดคุณพึ่งรัฐบาล คุณอาจจะต้องรอ โดยที่ไม่รู้ว่ารัฐบาลไหนจะให้ความสำ�คัญ คุณเริ่มได้เลย แต่คุณไม่เริ่ม นี่สำ�คัญที่สุด” คุณปรีดากล่าวเพื่อกระตุ้นคนพิการให้ลุกขึ้นมาสู้ด้วยตนเอง

ทุกสิง่ ทุกอย่างทีเ่ กิดขึน้ คุณปรีดาไม่ได้ลงแรงทำ�เพือ่ ตนเองเพียงอย่าง เดียวเท่านัน้ เขาได้สร้างเว็บบล็อกเพือ่ นำ�เสนอเรือ่ งราวของคนพิการ การช่วย เหลือ และความรู้ต่างๆ เพื่อเป็นสื่อสาธา���ณะที่ทุกคนสามารถรับรู้และช่วย กันเปิดรับ สร้างโอกาสให้แก่คนพิการได้แสดงความสามารถที่มีอยู่อย่างเต็ม ที่ ตามแรงกำ�ลังและความสามารถที่พวกเขาเหล่านั้นมี ด้วยความคิดที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา แสดงให้เห็นถึงความ เข้มแข็ง หนักแน่น และพยายามก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยลำ�แข้งของตนเอง อย่างมุ่งมั่นตั้งใจ เพื่อแสดงให้สังคมได้เห็นว่าคนพิการก็ทำ�ได้เหมือนกัน

เบื้องหน้าความจริง

15


ไส้แห้ง

ไร้เสียง


“อนุสัญญาว่าด้วยเรื่องสิทธิคนพิการตามพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ระบุว่า คนพิการต้องไม่ถูกเลือกปฏิบัติ และการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อคนพิการจะปฏิบัติมิได้”

แต่ดูเหมือนว่าพระราชบัญญัติดังกล่าวจะถูกละเลยต่อการนำ�มา ปฏิบัติให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมได้เท่าที่ควร

ไส้แห้งไร้เสียง

19


การพูดคุยผ่านการอ่านปาก และภาษามือ ที่อาจดูยากสำ�หรับคน ทัว่ ไปซึง่ ไม่เคยสัมผัสกับคนพิการทางการได้ยนิ แต่ส�ำ หรับผูด้ แู ลใกล้ชดิ อย่าง ‘คุณแม่บญ ุ ศรี’ คงไม่มปี ญ ั หาอะไร ตลอดระยะเวลากว่า 37 ปีทคี่ อยกระซิบ บอกพรางแปลภาษามือแบบผิดๆถูกๆ เพือ่ ให้ ‘คุณทิวา’ สามารถเข้าใจเรือ่ ง ราวต่างๆ ในสิ่งที่ต้องการสื่อสารกัน คุณทิวา สุขาจิตร์ หนุ่มวัย 37 ปี ผู้มีใจรักงานด้านศิลปะและรู้สึกมี ความสุขทุกครั้งที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทางภาพวาด ความผิดปกติด้าน การพูดและการได้ยินมาแต่กำ�เนิดที่ทำ�ให้ต้องกลายเป็นคนพิการ หากแต่ ความพิการนี้ไม่เคยเป็นอุปสรรคต่อสิ่งที่ผลงานที่เขาได้สร้างเลยแม้แต่น้อย คุณทิวาเคยหนีออกจากบ้านเพราะความน้อยใจในโชคชะตา เพราะ ความยากจนทำ�ให้ผเู้ ป็นแม่เลือกทีจ่ ะให้นอ้ งของเขาเรียนหนังสือ ด้วยเหตุผล ทีเ่ ขาเป็นคนพิการแม่คดิ ว่าเรียนไปแล้วแม่กต็ อ้ งดูแลไปตลอดชีวติ อยูเ่ หมือน เดิม เขาจึงหนีออกจากบ้านเพื่อไปค้นหาความต้องการของตนเอง คุณแม่ บุญศรีเล่าด้วยความเสียใจและหากย้อนเวลากลับไปได้จะให้คุณทิวาเรียน ตามที่เขาขอ โดยเมือ่ เวลาผ่านไปการเติบโตของความคิดก็เริม่ มีการเปลีย่ นแปลง คุณทิวากลับมาหาแม่ และต้องการแสดงความสามารถทีม่ ใี ห้แม่เห็นว่า เขามี ความมุ่งมั่น ซึ่งเขาได้ขอต้นทุนจากแม่เพื่อนำ�ไปซื้ออุปกรณ์วาดรูปและเดิน ทางไปขายผลงานในย่านสีลม กรุงเทพฯ

20

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


อันที่จริงการทำ�งานศิลปะ คนทั่วไปอาจมองว่าเป็นเพียงศิลปิน ไส้แห้ง แต่หากศิลปินที่มีการขวนขวายหาสิ่งใหม่ๆ หาไอเดียใหม่ๆ มาเสริม เติมแต่งลงบนภาพวาด สิ่งที่ดูเหมือนเป็นสิ่งของที่เอาไปติดฝาผนังธรรมดา คงไม่ใช่สิ่งของธรรมดาอีกต่อไป ความมีไฟของวัยรุ่นคนหนึ่งที่ต้องการมีรายได้เพื่อหาเลี้ยงตนเอง ด้วยการขายเรื่องราวบนภาพวาดที่เกิดจากจินตนาการกำ�ลังก่อเกิดขึ้น ด้วย เศรษฐกิจที่ต้องขับเคลื่อนด้วยเงินทอง จึงอาจทำ�ให้ความฝันที่เป็นดั่งเพลิง ไฟกำ�ลังลุกโชนอยู่ในขณะนั้นกลับต้องมอดไหม้ลงไปทีละเล็กทีละน้อยอย่าง น่าเสียดาย เพราะขาดความช่วยเหลือ สนับสนุนจากประเทศทีศ่ ิลปะกินไม่ ได้แบบนี้ จากคนที่เป็นเพียงจุดเล็กน้อยในสังคม ที่ต้องการความช่วยเหลือ และชี้นำ�แนวทางให้สามารถ ทำ�มาหากินบนลำ�แข้งของตนเองได้ กลับกลาย เป็นการเหยียบยํา้ จากสังคมการเมืองเล็ก อบต.แห่งหนึง่ ในจังหวัดจันทบุร ี คุณทิวาไปขอความช่วยเหลือเรื่องของการเช่าพื้นที่ในการขายภาพวาด กลับ ถูกปฏิเสธอย่างไร้เหตุผลจากองค์กรของภาครัฐทีป่ ระกาศตัวอยูต่ ลอดเวลา ว่าทำ�เพื่อประชาชน และถูกข่มขู่ไม่ให้แจ้งหรือเรียกร้องสิทธิอะไรทั้งนั้น นํ้าตาของผู้ด้อยโอกาสมักหยดลงบนผืนดินโดยไร้ซึ่งการเหลียวแล จากสังคม ทัง้ คุณแม่บญ ุ ศรีและคุณทิวา ต่างก็เป็นเหมือนตัวแทนของคนต่อสู้ แม้ต้องสู้จนตัวต้องเจ็บ ก็ดีกว่าการไม่ได้สู้เพื่อสิทธิของตนเองเลย

ไส้แห้งไร้เสียง

21


“สิ่งที่แม่ทำ�ได้คือการต่อสู้ เพื่อลูก เพราะทิวาต้องการคนมาช่วยขายของ แม่ก็ยินดีเลิกทำ�สวนที่บ้าน มาช่วยดูแลเขาทุกอย่าง ในเมื่อลูกคนนี้พิการแล้ว แม่สงสารเขา” คุณแม่บุญศรีกล่าว แม่บุญศรีกล่าวต่อไปว่า บางทีคนอื่นที่เป็นมากกว่าลูกเรามีอีกเยอะ เห็นแล้วก็สงสาร คุณทิวายังโชคดีที่สามารถทำ�อะไรเองได้หมด ขาดเพียงแค่ การพูดและการได้ยินเท่านั้น “อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ช่วยเหลือช่วยสนับสนุน ให้เขามีเงินเลี้ยงครอบครัว ถึงแม้ว่าในวันหนึ่งจะหมดเรี่ยวแรงในการทำ�งาน ก็จะขอสู้เพื่อแสดงให้เห็นความฝันที่ได้สร้างขึ้น จากฝีมือและแรงใจของตนเอง จะสู้ สู้ต่อไปเรื่อยๆ และขอให้คนพิการทุกคนสู้ไปพร้อมๆกัน” ภาษามือที่คุณทิวาตั้งใจเรียงร้อยออกมาเป็นประโยค สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะสู้ต่อไปอย่างไม่ถอยหนีของคุณทิวา

เพียงโอกาสทีเ่ กิดจากการแบ่งปัน ไม่วา่ อาชีพใดหรือสภาพความ เป็นอยูอ่ ย่างไร ก็จะสามารถอยูบ่ นพืน้ ฐานความเป็นมนุษย์ทเี่ ท่าเทียมกันได้

22

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


หมายรวมถึงการมีอำ�นาจอยู่ในมือของผู้รักษากฎหมายเป็นสิ่งสำ�คัญ หากประเทศมีกฎหมายอันเป็นลายลักษณ์อกั ษร แต่ไร้การบังคับใช้ทจี่ ริงจัง กฎหมายเหล่านั้นคงไม่มีประโยชน์อะไรเลย

เบื้องหน้าความจริง

23


แผลเก่า เล่าใหม่


เราอาจเคยมองว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ แต่หากดวงตา ของเราใช่ไม่ได้ ก็ใช่ว่าหัวใจเราจะบอดไปด้วย

คำ�กล่าวนี้มาจาก คุณอำ�ภาพร ดวงคำ�น้อย อายุ 48 ปี เธอเป็น คนพิการทางการเห็น หญิงแกร่งที่พิการตั้งแต่กำ�เนิดคนนี้ ได้ผ่านร้อนผ่าน หนาว เจอความเปลีย่ นแปลงไปของโลกคนพิการมามาก เธอมีโอกาสจะกลับ มามองเห็นอีกครั้ง แต่เธอกลับเลือกที่จะไม่ผ่าตัด เพราะเห็นว่า การเป็นคน ตาบอดไม่ได้มีความแตกต่างอะไรจากคนตาดีเลย บางสิ่งบางอย่างคน ตาบอดอาจจะทำ�ได้ดีกว่าคนปกติด้วยซํ้าไป แผลเก่าเล่าใหม่

27


ถึงแม้วา่ ในปัจจุบนั เธอจะประสบความสำ�เร็จในการผลิตงานถักฝีมอื ดี ระดับเหรียญทองโอทอปห้าดาว แถมกลายเป็นคุณครูการกุศลสำ�หรับเด็ก พิการแล้ว แต่คณ ุ อำ�ภาพรไม่เคยลืมอดีตทีถ่ กู ฝังจำ�มาตัง้ แต่เริม่ ทำ�งานเป็น โอเปอร์เรเตอร์ในโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง หลังจากเรียนจบมัธยมปีที่ 6 ขณะนั้นยังไม่มีกฎหมายบังคับให้ คนพิการเข้าทำ�งานตามอัตราส่วนเหมือนในปัจจุบนั แต่จะมีการเอือ้ ระหว่าง บริษทั กับโรงเรียนสอนคนตาบอด เมือ่ ก่อนโรงเรียนจะเป็นผูต้ ดิ ต่อกับองค์กร ต่างๆให้ เธอใช้เวลา 3 ปีในการทนทำ�งานเป็นโอเปอร์เรเตอร์ในโรงพยาบาล ทีต่ อ้ งเน้นว่าทนนัน้ คือ ในทุกๆวัน เสียงของคำ�พูดเสียดแทง ประชดประชัน ต่างต่างนานา ถูกเปรียบเทียบการทำ�งานจากหัวหน้า “เขากดหมายเลขผิด คงไม่เป็นไรหรอก ก็เขาเป็นคนพิการหนิ คนพิการจะทำ�อะไรผิดก็ไม่เห็นแปลกเลย ก็เขาเป็นคนพิการ” ในทุกๆวันเธอจะได้ยินคำ�เสียดแทงเหล่านี้จากเพื่อนร่วมงาน การทำ�งานร่วมกัน หากมีมนุษย์อยู่ร้อยคนมีคนที่เห็นใจอยู่เพียงสิบ เท่านั้นเอง เธอไม่เคยลาไม่เคยมาทำ�งานสาย แต่ด้วยความที่พิการเลยโดน ทำ�ร้ายด้วยคำ�พูด และท่าทางรังเกียจจา���เพื่อนร่วมงาน

28

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


หากมีโอกาสได้ทำ�งาน สิง่ ทีค่ นเราต้องการทำ�ให้ดที สี่ ดุ คือ ทำ�งานให้ สำ�เร็จ แต่การตัดโอกาสของการทำ�งาน อาจมาจากการอยู่ร่วมกันของเพื่อน ร่วมงานทีไ่ ม่จริงใจซึง่ กันและกัน ซึง่ ถ้าความหวังดีให้กนั ไม่เกิดขึน้ กำ�ลังใจใน การทำ�งานก็อาจหมดไปด้วยเช่นกัน เธอกล่าวต่อไปว่า จะไปทนอยู่ในสังคมที่โดนเหยียดหยามอยู่ทุกวัน ได้อย่างไร ในเมือ่ เขาปิดกัน้ โอกาสของเรา เราก็ไปเลือกในสิง่ ทีเ่ ราถนัดโดยการ ตัง้ ใจอย่างมุง่ มัน่ ในงานถักอย่างจริงจัง เธอเข้าไปแข่งขันการถักไหมพรมและ ได้รับเหรียญทองจากประเทศอินเดีย คนเราอาจไม่โชคดีเสมอไป ที่ชีวิตจะพลิกผันจากหลังมือกลายเป็น หน้ามือได้ ต้องอาศัยความตั้งใจของตนเอง คุณอำ�ภาพรเป็นคนหนึ่งที่ผ่าน ความทุกข์ร้อนนั้นมาด้วยตนเอง หากจะกล่าวไปถึงคนพิการอีกมากใน สังคมไทย อยากให้มีการเลี้ยงดูที่ ไม่ใช่พ่อแม่รังแกฉัน พ่อแม่ของพิการ อย่าคิดว่าลูกตนเองพิการแล้ว เราจะต้องดูแลไปตลอดชีวติ เราต้องให้เขา ได้เผชิญกับความจริง และเข้มแข็งด้วยตัวของพวกเขาเอง เพราะโอกาส ของคนพิการก็ไม่ได้ต่างอะไรจากโอกาสของคนทั่วไป จากประสบการณ์ทผี่ า่ นมารวมกับการได้สมั ผัสกับกลุม่ คนพิการมาก หน้าหลายตา ทำ�ให้เธอรับรู้ถึงการปิดกั้นสิทธิของคนพิการ ‘อดีตเคยเป็น อย่างไร ปัจจุบันก็ยังคงมี’ และองค์กรต่างหาช่องทางเพื่อแสดงความเห็น แก่ตัวออกมา

แผลเก่าเล่าใหม่

29


อดีตการติดต่อกับองค์กรในการจ้างงานคนพิการ หากทำ�งานไปแล้ว องค์กรนั้นๆมีการเปลี่ยนผู้บริหารจากคนที่เคยรับคนพิการเข้าทำ�งาน กลาย เป็นผูบ้ ริหารทีไ่ ม่ตอ้ งการคนพิการทำ�งานด้วย คนพิการก็จะต้องออกจากการ ทำ�งานโดยทันที ต่างกับปัจจุบัน ที่มีทั้งกฎหมายบังคับ ซึ่งเธอเห็นว่าเป็นระบบบีบ บังคับให้ต้องรับความพิการเข้าทำ�งาน หากองค์กรไม่ต้องการรับคนพิการ เข้าทำ�งาน ก็หาช่องทางนํารายชื่อคนพิการมาแอบอ้างว่าทำ�งานในบริษัท ของตน โดยเลือกจ่ายเงินในราคา 500 บาทให้แก่คนพิการ แทนการเสียเงิน เข้ากองทุนคนพิการ เธอกล่าวต่อไปอีกว่า บริษัทที่ให้โอกาสกับคนพิการนั้นมีน้อยมากที่ จะให้โอกาสแบบจริงใจต่อกัน หากเทียบการจ้างงานคนปกติทั่วไปเรียนจบ ปริญญาตรี มีบคุ ลิกภาพดี ทำ�ให้บริษทั มีพนักงานดูดี ดีกว่าจ้างคนพิการสร้าง ความยุ่งยากในการทำ�งาน หรือแม้แต่บางครั้งอาจไม่ต้องเป็นคนพิการ เพียง คนทั่วไปแต่ตัวอ้วน มีปานบนใบหน้า สังคมสมัยนี้ยังมองว่าเป็นบุคคลแปลก ปลอม แปลกไปจากตนเอง และก็ตัดสินเขาเหล่านั้นจากรูปลักษณ์ภายนอก ด้วยสายตาที่ยํ้ายีและดูถูก สิ่งเหล่านี้คงเป็นเหตุผลสำ�คัญที่ทำ�ให้คุณอำ�ภาพรไม่อยากจะมอง เห็นว่าโลกภายนอกเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะสังคมที่ยํ้าแย่แบบนี้ หากเลือก ได้คงไม่มีใครอยากลืมตาขึ้นมาแล้วพบกับความโหดร้ายที่เกิดขึ้นนี้แน่นอน

30

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


โลกเราช่างมีแต่เรื่องราวที่ทุกคนต่างพากันเอาความเห็นแก่ตัว มาใช้กันมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการรังเกียจดูถูกเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จน ทำ�ให้ผู้ที่ด้อยกว่ากลายเป็นผู้ได้รับเคราะห์ไปในที่สุด เพียงเพราะมนุษย์ ขาดความเห็นใจ เข้าใจซึ่งกันและกัน

แผลเก่าเล่าใหม่

31


เก่งอย่างเดียว ไม่พอ


เด็กสาวคนหนึ่งที่อายุเพียง 15 ปี ต้องเข้ารับการผ่าตัดสมอง

เนือ่ งจากพบเนือ้ ร้าย และทราบทีหลังว่าเป็นออทิสติกตัง้ แต่ก�ำ เนิด จาก วยั รุน่ ทีใ่ ช้ชวี ติ ตามปกติทวั่ ไป ต้องเปลีย่ นเป็นบุคคลทีต่ อ้ งนอนอยูเ่ ฉยๆ มีอาการ ตากระตุก นํ้าลายไหลตลอดเวลา และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย เธอ ได้พลิกสถานการณ์ขนึ้ อีกครัง้ โดยอาศัยความพยายามเป็นอย่างมาก ปัจจุบนั เธอสามารถเรียนจบปริญญาตรี สาขาสื่อสารมวลชน จากมหาวิทยาลัย รามคำ�แหงได้สำ�เร็จ และความฝันอันสูงสุดคือมีเงินและการงานที่ดีเพื่อ ทำ�ให้แม่ได้ภูมิใจ

เก่งอย่างเดียวไม่พอ

35


คุณสาคร จรแจ้งจันทร์ ผู้หญิงตัวเล็กหัวใจยิ่งใหญ่คนนี้ อายุเพียง 35 ปี เธอเกิดในครอบครัวที่ไม่ได้ถูกเลี้ยงดูโดยแม่ เนื่องจากสมัยโบราณคน นิยมมีลูกหลานเยอะ จึงก็ต้องแบ่งให้พี่พี่มาเลี้ยงช่วยแม่ ตั้งแต่เด็กเธอชอบ ช่วยแม่ทำ�งานบ้าน ทำ�ทุกอย่างช่วยแม่ ถือว่าเป็นคนขยันทำ�งานทำ�การ ทำ� ให้มีร่างกายที่แข็งแรง การเดินทางของชีวิตที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ได้เปลี่ยนเข้าสู่ความโหด ร้ายเมื่อเธอได้มีอาการปวดหัวขั้นรุนแรง และต้องเข้ารับการผ่าตัดสมอง โดยด่วน เธอไม่ เ พียงแค่ต้องนอนเป็นผู้ป่วยอยู่ที่ บ้ า น แต่ ยั ง โดนทำ � ร้ า ย ความรู้สึกจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นครอบครัว พี่น้องต่างพากันด่าทอ ว่าเป็น คนพิการ นอนอยู่เฉยๆไม่ทำ�มาหากินอะไร คำ�พูดที่คอยทำ�ร้ายกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอหันมาสู้กับสิ่งที่เป็น อยู่ ด้วยท่อที่ถูกต่อเข้ากับสมองเพื่อขับนํ้าเสียออกและร่างกายที่ไม่แข็งแรง เธอต้องพยายามทำ�ให้ตนเองสามารถทำ�อะไรก็ได้เพือ่ ลบคำ�สบประมาทจาก ครอบครัว สถาบันที่สำ�คัญที่สุดในสังคมนั่นคือ ครอบครัว หากครอบครัวไร้ซึ่ง ความเห็นอกเห็นใจกัน พีน่ อ้ งไม่มแี ม้แต่ก�ำ ลังใจให้กนั ชีวติ ของเราก็คงไม่ตา่ ง อะไรจากคนหัวเดียวกระเทียมลีบ 36

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


ร่างกายของเธอแข็งแรงมากขึน้ ด้วยการหัดเดินลุยโคลน เดินเหยียบ ยอดนํ้าค้าง ตามคำ�โบราณที่ว่ากันมา ทำ�ให้ร่างกายค่อยๆปรับตัวขึ้นเรื่อยๆ ความพิการของคุณสาครอยูใ่ นระดับทีเ่ รียกว่า ‘พิการซํา้ ซ้อน’ แต่หากเทียบ กับความเป็นจริงทั้งความคิดและหัวใจ เธอไม่มีแม้แต่อาการใดๆเหมือนที่ กล่าวเลย คนพิการซํ้าซ้อนคนหนึ่งสามารถผลักดันตัวเองให้เรียนจนจบ ปริญญาตรีได้ อาจจะด้วยความทุลกั ทุเลไปบ้าง แต่กจ็ บมาอย่างภาคภูมใิ จ สิ่งที่เธอต้องการคือการหาเลี้ยงชีพตนเองได้ โดยการไปสมัครงาน แต่ไม่มบี ริษทั ใดเลยทีจ่ ะรับเข้าทำ�งาน แม้กระทัง่ มีกฎหมายเข้ามากำ�หนดการ รับคนพิการเข้าทำ�งานแล้วก็ตาม เธอกล่าวว่าเธอไม่ใช่คนที่จะมาประกาศ ว่าฉันคือคนพิการไม่ได้ต้องการความเห็นใจ เพียงแต่ต้องการแสดงความ สามารถให้ทุกคนได้เห็นและยอมรับในสิ่งที่ตนเองทำ�ได้ ในเมื่อไม่มีงานที่มั่นคงทำ�ให้ความเครียดเริ่มเข้ามาบีบหัวใจของคน เข้มแข็งให้อ่อนล้าลง ผนวกกับแรงกดดันจากครอบครัว ทำ�ให้เธอคิดที่จะ ฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหาและไม่ต้องเป็นภาระของแม่ ไม่ต้องคอยฟังคำ�สบ ประมาทจากพี่ น้อง ที่คอยเหยียดหยาบในทุกๆวัน แต่ด้วยคำ�วิงวอนจาก ผู้เป็นแม่ นํ้าตาและอ้อมแขนของผู้ให้กำ�เนิดที่ขอร้องให้เธออยู่ อยู่ต่อเพื่อ พิสูจน์ความสามารถของตนเอง เธอจึงลุกขึ้นสู้อีกครั้ง โดยมุ่งมั่นจะทำ�งาน เพื่อให้แม่ได้ภูมิใจและไม่ต้องเป็นห่วงตน เก่งอย่างเดียวไม่พอ

37


เธอเริ่มนำ�ความสามารถของตนเองในการเขียนสารคดีต่างๆ ส่งเข้า ประกวดเพื่อรับรางวัล เงินที่ได้จึงเป็นรายได้ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งมา จากการทำ�เครื่องประดับโดยนำ�หินมาถักเป็นกำ�ไล นำ�ไปขายในงานต่างๆที่ มีการจัดการแสดงสินค้าของกลุ่มคน���ิการ แต่เหตุการณ์ทซี่ าํ้ เติมเธอก็เกิดขึน้ โดยคนมีอนั จะกินบางคนทีห่ ากิน บนลำ�แข้งของคนทีด่ อ้ ยกว่าตนเอง คุณสาครโดนโกงจากบุคคลทีต่ อ้ งการเข้า มาช่วยเหลือ บอกว่าจะช่วยหาสถานทีข่ ายสินค้าให้ แต่นาํ้ ใจทีไ่ ด้รบั นีเ้ ป็นแค่ ความดีทแี่ ฝงมาเท่านัน้ เขาโกงเงินของเธอไปจำ�นวนหนึง่ ซึง่ อาจเป็นราคาที่ น้อยนิดถ้าเทียบกับรายได้ของใครหลายคน แต่มันเป็นรายได้ที่มาจากนํ้าพัก นํ้าแรงและหยาดเหงื่อของคนพิการที่ไร้ซึ่งโอกาสคนนี้ ยิง่ ไปกว่านัน้ โควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลทีม่ กี ารจัดสรรให้คนพิการมี รายได้ ทางกองทุนทีด่ แู ลกลับโกงและยึดโควตาของคุณสาครไปอย่างหน้าตา เฉย ด้วยการบีบรัดจากสังคม ครอบครัว ดูเหมือนว่าเธอต้องเผชิญกับโลก เพียงลำ�พัง แต่เธอเองยังคงมีเพือ่ นทีค่ บหากันตัง้ แต่สมัยมัธยม ซึง่ คอยติดต่อ และให้ความช่วยเหลืออยูต่ ลอดเวลา เพือ่ นสนิทของเธอได้คอยช่วยเหลือ โดย การนำ�มาความสามารถทางด้านภาษาญี่ปุ่นของเธอมาคอยจัดหานักเรียน ญี่ปุ่นที่ต้องการเรียนภาษาไทย ให้มาเรียนกับคนเก่งอย่างคุณครูสาคร

38

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


การเรียนการสอนจัดขึ้นที่ย่านสีลม ย่านที่มีแต่ความเจริญและ บริษัทใหญ่มากมาย สาวสาวที่ทำ�งานในย่านนั้น มีดีกรีความสวยและการ ศึกษาดี แต่ความคิดของพวกเขาช่างต่างจากรูปลักษณ์ที่มีซะเหลือเกิน คนพิการซํ้าซ้อนคนหนึ่ง ตั้งใจสอนภาษาให้แก่ชายชาวญี่ปุ่นผู้ ขวนขวายหาความรู้ แต่ครูโหม่งกลับถูกกลุ่มคนเหล่านั้น ประชดประชันว่า เดี๋ยวนี้ฝรั่งชอบของแปลกนะ รวมถึงแสดงท่าทางดูถูกเหยียดหยาบเพื่อน มนุษย์ด้วยกันอย่างไม่รู้สึกระอายแก่ใจ บางครัง้ โอกาสของเพือ่ นมนุษย์ดว้ ยกัน จึงเป็นสิง่ สำ�คัญทีจ่ ะหล่อ หลอมความเข้าใจซึง่ กันและกัน หากถามว่าสังคมนีค้ วรจะเปลีย่ นจุดใดเป็น อันดับแรก คงเป็นที่ใจมนุษย์ก่อนสำ�คัญที่สุด

เก่งอย่างเดียวไม่พอ

39


ผู้ใหญ่ ใจดี


เป็นความจริงที่องค์กรเอกชนส่วนใหญ่ของประเทศไทยยังคง

ไม่เข้าใจกับการทำ�งานร่วมกับคนพิการ จากแนวคิดที่ยังคงฝังจำ�มาเป็นเวลา นาน ทีว่ า่ คนพิการไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ต้องเป็นผูร้ บั การสงเคราะห์ เลี้ยงดูไปตลอดชีวิต แต่ยังคงมีหน่วยงานที่ส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยการให้อาชีพ ซึ่งถือเป็นการมอบโอกาสที่ดี ในการดำ�รงชีวิตอย่างยั่งยืน องค์กรทีใ่ ห้โอกาสคนพิการได้ท�ำ งาน เพราะทุกคนมีสทิ ธิควรได้รบั การเคารพ ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจทัดเทียมกับบุคคลทั่วไป

ผู้้ใหญ่ใจดี

43


สถานประกอบการดีๆ ทีม่ องเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์และส่งเสริม ให้คนพิการเข้ามาร่วมงานเป็นจำ�นวนมาก เพือ่ ให้คนพิการเหล่านัน้ สามารถ ยืนหยัดอยู่ร่วมกับบุคคลทั่วไปในสังคมได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี

‘แพรนด้า จิวเวลรี่’

บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ ก่อตั้งมาแล้วกว่า 35 ปี เป็นที่ยอมรับ ทั่วโลกว่าเป็นบริษัทที่ผลิตเครื่องประดับ ระดับกลางและระดับสูงรายใหญ่ ของโลก มีการเข้มงวดในคุณภาพการผลิตและมุ่งเน้นเอาใจใส่ต่อความเป็น อยู่ของพนักงาน ครอบคลุมไปถึงสังคมสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบบริเวณ โรงงาน มากไปกว่านั้นยังมีการส่งเสริมอาชีพให้กับคนพิการ โดยการเปิด โอกาสรับคนพิการและผูด้ อ้ ยโอกาสเข้ามาร่วมทำ�งานและมีสว่ นร่วมในสังคม เป็นการส่งเสริมพัฒนาและสร้างคุณค่าให้กบั สังคม ซึง่ ในปัจจุบนั มีคนพิการที่ ร่วมงานกว่า 30 คน ทำ�ให้แพรนด้าได้รับเลือกเป็นสถานประกอบการดีเด่น ที่ส่งเสริมอาชีพคนพิการ คุณปราโมทย์ เตียสุวรรณ์ รองกรรมการผูจ้ ดั การใหญ่อาวุโส บริษทั แพรนด้า จิวเวอรี่ จำ�กัด (มหาชน) กล่าวถึงการเริ่มต้นเปิดโอกาสให้คนพิการ เข้ามาทำ�งานในองค์กรว่า เขาเชื่อว่า “พระเจ้าให้มาขาด พระเจ้าย่อมให้ มาเกิน” บางสิ่งอาจจะขาดไปแต่อาจมีบางอย่างที่มากกว่าคนทั่วไป นั่น คือจุดเด่นของคนพิการ 44

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


คุณปราโมทย์ให้นิยามคนพิการคือ ‘ผู้ไม่สะดวก’ มีคนเคยกล่าวว่า อย่าไปพูดว่าสงสารคนพิการ เพราะคนพิการไม่ได้ตอ้ งการความสงสาร แต่ คนพิการต้องการโอกาสและการยอมรับเท่านั้น

“ผมเริ่มเปิดโอกาสอย่างจริงจัง สืบเนื่องจากทางบริษัทร่วมกับโครงการช่วยเหลือเด็กยากไร้ ซึ่งเป็นโครงการของสมเด็จพระเทพฯ ผมเองก็สนับสนุนการทำ�อัญมณีให้เด็กและคนพิการ เพื่อเป็นการพัฒนาอาชีพ” คุณปราโมทย์กล่าวเสริม ธุรกิจอัญมณีจะใช้แรงงานคนเป็นหลัก เครื่องจักรจะมีความสำ�คัญ น้อยมาก ทางบริษทั เริม่ จากการได้หวั หน้าช่างฝังอัญมณีเป็นคนพิการทางการ ได้ยนิ หรือหูหนวกนัน่ เอง และก็มเี รขานุการส่วนตัวของคุณปราโมทย์เองก็เป็น โปลิโอ สิง่ ทีท่ างบริษทั ได้ปฏิบตั โิ ดยให้โอกาสคนพิการนัน้ ไม่ใช่การทำ�การ กุศลหรือเป็นแบบมูลนิธิ แต่พนักงานทุกคนในบริษทั แพรนด้า ต้องมีศกั ยภาพ ที่สามารถทำ�งานได้ การได้เข้ามาทำ�งานร่วมกันนั้น บริษัทจะให้โอกาส เช่น คนพิการคนใดไม่สะดวกอะไร ร่างกายมีปญ ั หาต่อการทำ�งานในส่วนใด บริษทั จะสนับสนุน บางคนมองว่าการสนับสนุนอุปกรณ์เพือ่ คนพิการมีราคาแพง แต่ แพรนด้า จิวเวลรี่ มองว่ามันไม่แพงเลย

ผู้ใหญ่ใจดี

45


“ผมให้โอกาส ให้ความสะดวก ผมให้ทุกอย่าง ที่เหลือไม่มีแต้มต่อแล้ว เขาจะต้องมีความพยายามมากกว่าคนอื่น บริษัทไม่ได้หวังให้พวกเขาโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ พอเวลามาถึง... จะสามารถพิสูจน์ได้ว่าเขาเหล่านั้นมีมาตรฐาน ตามที่บริษัทได้ตั้งเป้าหมายไว้ แค่นี้ก็ถือเป็นชัยชนะของบริษัทแล้ว” คุณปราโมทย์กล่าวเสริมถึงการสนับสนุนการทำ�งานร่วมกับคนพิการ ทางบริ ษั ท มี ก ลยุ ท ธ์ ก ารสร้ า งความเข้ ม แข็ ง ให้ แ ก่ ค นพิ ก ารที่ สอดคล้องกับรูปแบบขององค์กร ไม่เฉพาะแต่การจ้างงาน บริษทั ยังมุง่ พัฒนา ศักยภาพคนพิการให้ตรงกับจุดเด่นซึ่งแสดงถึง การเข้าใจในความพิการและ ส่งเสริมคนพิการอย่างถูกทาง คุณปราโมทย์มองว่าองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนไม่มีการปฏิบัติ ตามข้อกฎหมายอย่างจริงจัง สิ่งที่สำ�คัญที่สุดอยู่ที่เราจะทำ �อย่างไรให้ คนพิการแสดงศักยภาพและทำ�งานได้อย่างเต็มภาคภูมิ ข้อเสียที่ยังคงต้องหาทางแก้ไขสำ�หรับเมืองไทยก็คือ รัฐบาลออก กฎหมายมาเพื่อบังคับเอกชนเพียงอย่างเดียวโดยหน่วยงานของรัฐเองมี เพียงส่วนน้อยที่เปิดโอกาสให้คนพิการได้ทำ�งานในภาครัฐ

46

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


รวมไปถึงภาคครัวเรือน การเลี้ยงลูกต้องเริ่มจากพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ทำ�ให้เขาสามารถช่วยเหลือตนเองทุกคนจะต้องสูด้ ว้ ยตัวเอง อาจจะดูเหมือน โหดร้าย แต่ชีวิตจริงมันเป็นแบบนั้น เพราะคนพิการต้องสร้างแรงผลักดันให้ ทำ�งานได้เท่ากับคนปกติ จึงจะสร้างความเสมอภาคและเท่าเทียมได้อย่าง แท้จริง เบื้องหลังของบริษัทแพรนด้า จิวเวลรี่ มีความงดงามไม่แพ้กับ อัญมณีต่างๆ ที่บริษัทได้เจียระไน แต่บริษัทนี้ได้เจียระไนทั้งสังคมและ สร้างทัศนคติที่ดีต่อคนพิการ เหนือสิ่งอื่นใดยังสร้างงานและสร้างความ ภาคภูมิใจให้แก่คนพิการอีกด้วย

ผู้ใหญ่ใจดี

47


‘บีทามส์ โซลูชน่ั ’

บริษทั บีทามส์ โซลูชน่ั จำ�กัด เป็นหนึ่งในผู้นำ�ด้านการให้บริการ คอมพิ ว เตอร์ แ บบครบวงจร ด้ ว ยบริ ก ารที่ ทั น สมั ย ส่ ง ตรงตามงานที่ มี มาตรฐานให้แก่ลูกค้า มากไปกว่านั้นบริษัทยังตอบแทนสังคมด้วยการให้ โอกาสการทำ�งานแก่คนพิการ สร้างคนพิการคุณภาพให้แก่สังคม คุณสุชาติ อิ่มบัญชร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บริษัทบีทามส์ โซลูชั่น จำ�กัด ด้วยความที่เป็นบริษัทเล็กๆ มีพนักงานเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ 80 คน สิ่งแรกที่ทางบริษัทต้องการคือมุมมองที่สร้างบริษัทด้วยความสนุก สนุกที่จะสร้างธุรกิจที่ไม่เหมือนใคร ตั้งประเด็นหลักว่า บริษัทจะ ต้องมีพนักงานทีเ่ ป็นคนพิการในสัดส่วนร้อยละ 5 ของจำ�นวนพนักงานทัว่ ไป ปัจจุบันบริษัทมีจำ�นวนพนักงานที่เป็นคนพิการจำ�นวน 8 คน คุณสุชาติชอบความสนุกในการทำ�ธุรกิจทีอ่ ยากจะทำ�อะไรก็ท� ำ และ มีเจตนาดีในการผลักดันการทำ�งานขององค์กรร่วมกับคนพิการ คนพิการที่ ทำ�งานร่วมกับองค์กรนี้ จะเป็นคนพิการที่ปกติ คือมีชีวิตแบบบีทามส์ งาน ไอที เป็นงานที่มีเวลาเข้าทำ�งานเลิกงานที่ไม่แน่นอน บ้างครัง้ เลิกงานตีหนึง่ ตีสอง พนักงานทีพ่ กิ ารบางคนต้องนัง่ ทำ�งาน อยู่ดึกเหมือนพนักงานคนอื่น บางครั้งนั่งจนกระเพาะปัสสาวะอักเสบ นั่นคือ ความจริงที่เกิดขึ้น มันเป็นวิถีชีวิตที่ไม่เหมือนกัน แต่ต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆ

48

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


การหล่อหลอมความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ทั้งคนพิการและไม่ พิการ ด้วยการอยู่แบบเข้าใจซึ่งกันและกัน สามารถทำ�งานร่วมกันได้ กินอยู่ ร่วมกันได้ ไปไหนไปกัน ไม่มีความแปลกแยกซึ่งกันและกัน สิ่งที่บริษัทปฏิบัติต่อคนพิการด้วยความเท่าเทียมกับพนักงานทั่วไป คุณสุชาติมองว่าไม่มีใครมีสิทธิพิเศษ จะไม่มีการละเว้นการสอบขึ้นเงินเดือน ทุกคนต้องสอบเหมือนกันหมด หรือแม้แต่การประชุมที่จัดขึ้นบนดาดฟ้า ของบริษัท พนักงานทั่วไปก็ต้องช่วยพาคนพิการขึ้นไปประชุมร่วมกันให้ได้ เป็นการฝึกให้ทุกคนอยู่ร่วมกันต้องช่วยเหลือกัน คุณสุชาติเป็นคนชอบสะสมโอ่งมาก ทีบ่ ริษทั ทุกคนจะต้องเดินอย่าง ระมัดระวัง พนักงานทุกคนจะเดินอย่างระวังที่สุด เพราะถ้าโอ่งแตก จะต้อง มีคนรับผิดชอบ นั่นคือวัฒนธรรมของบริษัทบีทามส์ คุณสุชาติเปิดโอกาสให้คนพิการมากพอสมควร แต่คนพิการบางคน ก็ไม่สามารถทำ�งานร่วมกันได้ เนื่องจากเรื่องของเวลางานที่ไม่แน่นอน เขา ยอมรับว่าให้โอกาสมากแต่หากคนพิการไม่กระตือรือร้น ปฏิบัติตนไม่ดี การ ลงโทษก็ย่อมต้องมีเหมือนพนักงานคนอื่นๆ ในทางธุรกิจทุกองค์กรไม่ใช่มูลนิธิ ธุรกิจสร้างขึ้นเพื่อแสวงหาผล กำ�ไร คนพิการที่ยังไม่มีการพัฒนาตนเอง ต้องเปลี่ยนใหม่เพื่อจะได้เข้ามา สู่องค์กรธุรกิจและร่วมงานกันได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ผู้ใหญ่ใจดี

49


“ปัญหาที่ยังคงสำ�คัญมากสำ�หรับสังคมไทย ด้านการมองคนพิการ สังคมที่ทำ�ร้ายคนพิการชอบดูแลคนพิการ เหมือนสังคมสงเคราะห์ ทำ�ให้คนพิการไม่โต ความคิดยังคงเป็นเด็ก เผชิญกับโลกภายนอกไม่ได้ เราต้องสร้างให้คนพิการอยู่รอดในสังคมที่เริ่มโหดร้ายขึ้นทุกวัน รวมถึงต้องเร่งการพัฒนาเรื่องการศึกษาที่ค่อนข้างจะแย่มากในยุคนี้” คุณสุชาติกล่าวเสริมด้านปัญหาที่ต้องรีบแก้ไข สุดท้ายแล้วความหวังทีห่ วังให้สงั คมไทยเริม่ ต้นคิดเพือ่ ร่วมกันพัฒนา สังคมคนพิการไทยให้มีภาพของการพัฒนาที่ยั่งยืน คนพิการไม่ได้มุ่งตรงสู่ อาชีพงานหัตถกรรมเพียงอย่างเดียว ควรมีการส่งเสริมงานด้านอื่นให้แก่ คนพิการ เพื่อคนพิการจะได้มีโอกาสแสดงความสามารถที่มีอยู่อย่างแท้จริง เพราะคนพิการเป็นเหมือนผู้เชี่ยวชาญ และมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน ไปตามแต่โอกาสที่เขาได้รับ ด้วยความที่บริษัทบีทามส์มีความเชื่อว่าคนพิการเป็นผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะทาง พวกเขามีความสามารถทีต่ อ้ งขัดเงา ให้แสงทีม่ อี ยูไ่ ด้สอ่ งประกาย ขึน้ มา ดังนัน้ ควรส่งเสริมให้คนพิการได้ท�ำ งานด้านการใช้ความคิด สติปญ ั ญา ให้มากที่สุด คนพิการก็จะไม่กลายเป็นสังคมสงเคราะห์ที่รอการอุดหนุนจาก ผู้ใจบุญอีกต่อไป

50

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


ถื อ เป็ น ตั ว อย่ า งขององค์ ก รเล็ ก ที่ ใ ห้ ค วามสำ � คั ญ ในการสร้ า ง วัฒนธรรม องค์กรที่ยอมรับในความแตกต่างของคนพิการและคนปกติ ได้อย่างกลมกลืน สร้างความเท่าเทียมกันภายในองค์กรกลายเป็นความ สัมพันธ์และการทำ�งานที่มีมิตรภาพควบคู่กับความเท่าเทียมกันได้อย่าง ชัดเจน

ผู้ใหญ่ใจดี

51


‘อุตสาหกรรมท่อนํ้าไทย’

บริษัท อุตสาหกรรมท่อนํ้าไทย จำ�กัด หนึ่งในผู้ใหญ่ใจดี ที่มีดีกรี คุณภาพทั้งตัวสินค้าและการให้ความสำ�คัญกับการสร้างสังคมให้เกิดความ เท่าเทียมกัน โดยการรับคนพิการเข้าทำ�งานร่วมกับองค์กร ซึ่งเป็นการได้ผล ประโยชน์ทางอ้อม คือช่วยให้คนพิการอยู่ในสังคมได้อย่างภาคภูมิใจและผล ทางตรงที่มีต่อภาพลักษณ์องค์กรที่ดีที่ให้โอกาสแก่คนพิการ คุณแสงไชย โตวิเศษ ผู้จัดการฝ่ายผลิต บริษัทอุตสาหกรรมท่อนํ้า ไทย จำ�กัด ได้กล่าวถึงการให้โอกาสคนพิการในการทำ�งานร่วมกับองค์กรว่า บริษัทท่อนํ้าไทยทำ�งานร่วมกับคนพิการมาเป็นเวลานานมาก และปัจจุบันมี คนพิการทำ�งานร่วมกับองค์กรเป็นจำ�นวนมาก ในช่วงเริ่มต้นของการเริ่มทำ�งานกับคนพิการ ด้วยความที่สังคมไทย เป็นสังคมทีเ่ รียกว่า ‘เวทนานิยม’รับคนพิการมาทำ�งานเนือ่ งจากความสงสาร บางครั้งงานในโรงงานบางแผนกอาจไม่จำ�เป็นต้องใช้พนักงานที่มีร่างกาย สมบูรณ์ครบถ้วน เลยเปิดให้คนพิการโปลิโอเข้ามาทำ�งาน สิ่งที่ทำ�ให้องค์กรเห็นว่าคนพิการสามารถทำ �งานและอยู่ร่วมกับ พนักงานคนอื่นในองค์กรได้ ถือเป็นการพิสูจน์ใจของคนพิการเอง โดยคน พิการคนหนึง่ สามารถแสดงให้เห็นว่าการทีจ่ บแค่มธั ยมปีที่ 6 และความพิการ ทางด้านร่างกาย ไม่ได้แปลว่าศักยภาพของเขาจะด้อยกว่าพนักงานคนอืน่ เลย แม้แต่น้อย

52

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


ทำ�ให้บริษทั เริม่ มีการเปลีย่ นแปลงจากความเวทนานิยม มาเป็นการ พัฒนาคนพิการ รวมไปถึงพัฒนาพนักงานคนอื่นๆ ให้ปรับเปลี่ยนความคิด ที่มีต่อคนพิการ จนกระทั่งความเหลื่อมลํ้าที่มีอยู่ได้จางหายไป งานที่ท่อนํ้าไทยจะให้คนพิการเข้ามาทำ�นั้น จะต้องมีการออกแบบ ให้เหมาะสมกับคนพิการแต่ละด้าน ปรับงานให้เข้ากับคนพิการ เมื่อรับเข้า ทำ�งานแล้วจะต้องมีการฝึกอบรม เพราะอดีตโอกาสทางการศึกษาของคน พิการจะด้อยกว่าคนทั่วไป จึงต้องมีการปรับความรู้ให้เข้าใจในงานที่จะทำ� คุณแสงไชยได้กล่าวต่อไปว่า การให้โอกาสกับคนพิการนั้น มีความ จำ�เป็นและสำ�คัญมากที่จะต้องมีการผลักดันที่จริงจังจากทุกภาคส่วน โดย เฉพาะรัฐบาล ทีต่ อ้ งเน้นในเรือ่ งของการศึกษาและการทำ�งานทีส่ บื เนือ่ งเชือ่ ม โยงกัน องค์กรต้องเข้าใจศักยภาพของคนพิการแต่ละประเภท และภาครัฐ ต้องพร้อมที่จะให้โอกาสคนพิการโดยการสร้างการศึกษาคู่ขนาน และร่วม กันกับองค์กรเอกชนต่างๆให้คนพิการเข้ามาเรียนรู้การทำ�งานในองค์กร บริษัทท่อนํ้าไทยแสดงให้เห็นว่า โอกาสนั้นต้องมาจากการเห็น คุณค่าทีแ่ ท้จริง ให้พวกเขาได้แสดงตัวตนและความสามารถทีม่ ี โดยบริษทั จะ ให้โอกาสคนพิการต่อไปเรือ่ ยๆ เพือ่ แสดงให้สงั คมได้เห็นถึงการช่วยเหลือ การ อยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยกัน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียบกันในสังคมนั่นเอง

ผู้ใหญ่ใจดี

53


“ท่อนํ้าไทยไม่ใช่ต้นแบบ แต่เป็นตัวอย่างของการหยิบยื่นโอกาส โอกาสที่มอบให้แก่เพื่อนมนุษย์ คนพิการและผู้ด้อยโอกาสอีกมาก ที่ยังคงรอองค์กรอื่นๆให้โอกาสแก่เขาเหล่านั้นเช่นกัน” คุณแสงไชยกล่าวเสริม โอกาสที่เริ่มต้นจากความสงสารหรือเวทนิยมของสังคม เป็นบ่อเกิด ของการสรรสร้างสิ่งดีมากมาย โดยที่สังคมเองก็จะได้รับส่วนดีนั้นจากบุคคล ที่ได้รับโอกาสและสร้างความเจริญมาสู่ประเทศชาติ อุตสาหกรรมท่อนํ้าไทยได้เปลี่ยนจากความเวทนิยมให้กลายมาสู่ ความจริงใจทีม่ ตี อ่ กัน เหมือนการร่วมด้วยช่วยกันของมนุษย์ทเี่ กิดบนแผ่นดิน เดียวกัน ให้โอกาสเพื่อสร้างความเจริญงอกงามให้แก่ประเทศชาติ ทุกคนใน ชาติก็จะไม่ทอดทิ้งกัน ไม่ใช่เพียงกฎหมายที่บังคับให้เปิดกว้างสำ�หรับการแสดงความ สามารถของคนพิการ ถ้าหัวใจของเราไม่เปิดกว้างด้วย โอกาสนั้นก็เป็น เพียงการบังคับไม่ใช่ความจริงใจ ที่ต้องการมอบใจกันอย่างยั่งยืนถาวร หน่วยงานแห่งใดที่ส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยการให้ อาชีพ ซึ่งถือเป็นการมอบโอกาสที่ดี หมายรวมถึงการทำ�งาน สร้างรายได้

54

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


คุณค่าของตนเอง ให้ดำ�รงชีวิตอย่างยั่งยืน องค์กรเหล่านั้นที่ให้โอกาส คนพิการได้ทำ�งานย่อมได้รับการเชิดชูและชื่นชม เพราะได้เล่งเห็นคุณค่า ของทุกคน ที่มีสิทธิที่ควรได้รับการเคารพ ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ทัดเทียมกับบุคคลทั่วไป

ผู้ใหญ่ใจดี

55


รัฐ รัฐ

ตัวอย่ า ง ตัวอย่าง


ที่พ่ึงของประชาชนในยามทุกข์ร้อน คงหนีไม่พ้นภาครัฐที่

ต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ สำ�หรับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น รวมไปถึงปัญหา ของ คนพิการ ทั้งเรื่องการศึกษา สุขภาพ การมีงานทำ� หลังจากที่พระราช บัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 เกิดขึ้น การ เปลี่ยนแปลงของวงการคนพิการก็เริ่มมองเห็นแสงสว่างและมีผู้เปิดใจช่วย เหลือเพิม่ มากขึน้ โดยองค์กรรัฐทีเ่ กิดขึน้ นัน้ ได้ท�ำ ทัง้ หน้าทีแ่ ละในทางปฏิบตั ิ เพื่อเป็นตัวอย่างและสร้างแนวทางปฏิบัติให้แก่ภาคสังคมได้เกิดการตื่นตัวที่ จะร่วมกันช่วยเหลือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ยั่งยืน

รัฐตัวอย่าง

59


เมื่อพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 เกิดขึ้น องค์กรที่เปรียบเสมือนผู้ดูแลและช่วยเหลือทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ คนพิการก็ก่อตั้งขึ้น ซึ่งมีชื่อว่า สำ�นักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการแห่งชาติ (พก.) คุณบุญธาตุ โสภา นิติกรปฏิบัติการ สำ�นักงานส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (พก.) เล่าว่า พก. เป็นองค์กรของภาครัฐที่มี อำ�นาจหน้าทีใ่ นการประสานงาน กำ�หนดยุทธศาสตร์และแผนงาน ตลอดจน พิทักษ์สิทธิด้านต่างๆของคนพิการ องค์กรจะทำ�งานทุกอย่างทีเ่ กีย่ วข้องกับคนพิการ ภายใต้กฎหมายที่ มีการมอบหมายให้ปฏิบัติตามเท่านั้น สิ่งที่ทำ�ได้คือการผลักดันให้กระทรวง ต่างๆที่เกี่ยวข้องออกกฎหมายให้สอดคล้องกับแนวทางที่องค์กรได้เสนอ จากที่องค์กรได้ทำ�งานเกี่ยวกับคนพิการ ทำ�ให้ทราบถึงปัญหาของ คนพิการไทยทีย่ งั คงไม่พฒ ั นาเท่าทีค่ วรจะเป็น เนือ่ งจากสาเหตุหลายประการ ที่มาจากทั้งตัวคนพิการและตัวสังคมเอง ปัญหาของคนพิการส่วนมากจะเป็นเรือ่ งของการศึกษาทีไ่ ม่คอ่ ยดี ความสามารถไม่เพียงพอ คนพิการบางคนไม่มแี รงจูงใจทีจ่ ะเรียน บางคน ไม่มีทุนในการศึกษา ทำ�ให้สังคมยังมองว่าคนพิการเป็นผู้ด้อยโอกาส เป็น บุคคลที่ต้องการการสงเคราะห์จากผู้อื่นตลอดเวลา

60

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


หากเราสามารถเปลีย่ นความคิดนีไ้ ด้ คนพิการจะสามารถมีแรงจูงใจ ผลักให้ตนเองเดินออกมาเผชิญกับความเป็นจริงได้ และพึ่งพาตนเองได้ใน ที่สุด ดังนั้นองค์กรจึงได้มีการสร้างความมั่นคงทางการศึกษาให้แก่คน พิการ โดยมีกฎหมายให้คนพิการเรียนฟรี ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน ซึ่ง ในอนาคตอันใกล้จะเริ่มมีคนพิการที่จบปริญญาตรีและมีความรู้เป็นจำ�นวน มาก ทว่าความเป็นไปในสังคมเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง และเปิดโอกาส ให้คนพิการได้แสดงความสามารถของตนเองให้สังคมได้ประจักษ์ก็จะมี คนคุณภาพมาพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญขึ้น ในฐานะขององค์กรที่ทำ�เพื่อคนพิการ สร้างแนวทางเพื่อให้มีการ ออกกฎหมายที่จะช่วยเหลือและพัฒนาคนพิการไทย พก.จึงได้ปฏิบัติตนให้ เป็นตัวอย่างแก่องค์กรอื่นๆ “เราทำ�อย่างไม่เป็นทางการ เหมือนการปฏิบัติแม้ไม่มีหน้าที่ การปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างให้องค์กรอื่นๆ เห็นว่าการรับคนพิการเข้าทำ�งานร่วมกันไม่ใช่เรื่องเสียหาย และอาจได้บุคลากรที่ดีมีคุณภาพร่วมงานอีกด้วย” คุณบุญธาตุกล่าวเสริม

รัฐตัวอย่าง

61


หลายคนอาจเข้าใจผิดในเรื่องขององค์กรราชการไม่สามารถรับ คนพิการทำ�งานได้ อันที่จริงแล้วเป็นความเข้าใจผิด เพราะวิธีการที่จะรับ บุคคลเข้าทำ�งานราชการต้องมีการสอบเข้าอย่างที่เคยได้ยินกันว่า สอบภาค ก, ข, ค เข้าทำ�งานราชการ หากคนพิการสอบเข้าได้ คนพิการก็สามารถรับ ราชการได้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป แต่อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น คนพิการไม่ค่อยมีความรู้เท่าเทียมกับ บุคคลทัว่ ไป เนือ่ งจากไม่ได้เรียนหนังสือ ทำ�ให้เห็นเพียงส่วนน้อยทีม่ คี นพิการ รับราชการ หรือแม้แต่หากองค์กรของรัฐต้องการคนพิการเข้าทำ�งาน อาจจะ จัดสอบโดยกำ�หนดคุณสมบัติให้ชัดเจนว่า คนพิการเท่านั้นที่จะมาสอบเข้า ทำ�งานในตำ�แหน่งนี้ได้ หรื อ แม้ แ ต่ ก ารจ้ า งบริ ษั ท ภายนอกอย่ า งเช่ น บริ ษั ท รั ก ษาความ ปลอดภัย เพียงแค่ระบุไปว่าพนักงานที่จะมาทำ�งานให้แก่ พก. ต้องเป็นคน พิการ บางครั้งเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ อาจสร้างโอกาสที่ยิ่งใหญ่แก่คนพิการได้ อย่างที่ พก. ได้รับคนพิการเข้าทำ�งาน เป็นหัวหน้าแผนกงาน เป็น บุคลากรในองค์กร ก็มาจากการเปิดโอกาสให้คนพิการเข้าสอบและรับเข้า ทำ�งานราชการได้ การมีคนพิการร่วมกันในทีท่ �ำ งานนัน้ เพียงองค์กรต้องสร้าง ความสะดวกในการทำ�งานให้คนพิการได้เดินทาง หรือทำ�งานได้อย่างสะดวก สบาย ไม่ได้ตอ้ งลำ�บากในการช่วยเหลือ พวกเขาก็จะแสดงความสามารถของ ตนเองได้อย่างเต็มที่ 62

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


ในเมื่อพก.เป็นองค์กรที่ทำ�เพื่อคนพิการ องค์กรเองต้องเป็นแบบ อย่างให้เห็น ต้องเปิดรับให้โอกาสคนพิการได้ท�ำ งานกับองค์กรให้มากทีส่ ดุ และผลักดันให้มกี ารบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพือ่ การพัฒนาคนพิการ ที่ยั่งยืน รวมไปถึงตัวคนพิการเอง ตลาดงานยุคปัจจุบันเป็นของผู้ซื้อ คน พิการมีฝีมือ มีความรู้ องค์กรต่างๆก็ต้องอยากรับเข้าทำ�งาน คนพิการ ณ เวลานี้มีงานที่เปิดรับรออยู่เป็นจำ�นวนมาก ต้องกล้าที่จะเผชิญ พิสูจน์ ความสามารถของคนพิการให้สังคมได้เห็นและลบคำ�ว่าสังคมสงเคราะห์ ออกจากวงการของคนพิการให้จงได้

รัฐตัวอย่าง

63


ทรรศนะ คุณหมอ


นพ.กฤษฎา มโหทาน นายแพทย์ทรงคุณวุฒิด้านเวชกรรม ���้องกัน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสมรรถภาพในการ ดำ�เนินชีวติ ประจำ�วันของคนพิการว่า ตามหลักการของแพทย์แล้วต้องอาศัย หลายปัจจัย ทั้งเรื่องของความพิการแต่ละประเภท มีความรุนแรงมากน้อย เพียงใด การทำ�กิจกรรมในแต่ละวันต้องอาศัยอุปกรณ์ช่วย รวมถึงอุปสรรค ในการมีส่วนร่วมของชุมชนและครอบครัว ปัจจัยภายในตัวบุคคลเอง หาก สภาพจิตใจของคนพิการไม่พร้อมก็ไม่สามารถทำ�ได้ สมรรถภาพในการดำ�เนิน ชีวิตก็จะไม่เอื้ออำ�นวยต่อการทำ�งานด้วย

ทรรศนะคุณหมอ

67


คนพิการที่สูญเสียการทำ�งานของร่างกายอาจมีสมรรถภาพในการ ใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน บางรายที่มีการสูญเสียการทำ�งานของร่างกายมาก หรือหลายด้านก็อาจเสียเปรียบผูท้ พี่ กิ ารน้อยกว่า จากการสูญเสียการทำ�งาน ของร่างกายอาจทำ�ให้คนพิการมีข้อจำ�กัดในการทำ�กิจกรรมต่างๆในชีวิต ประจำ�วันได้ เช่น ในเรื่องของการดูแลตนเอง การอาบนํ้าทำ�ความสะอาด ร่างกายตนเองหรือการทานข้าว เป็นต้น แต่ทงั้ นีก้ ม็ คี วามแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอาจทำ�ได้โดย ง่ายเพราะมีอปุ กรณ์เครือ่ งช่วยความพิการ แต่บางคนอาจรูส้ กึ ว่าทำ�ได้ยาก มาก เนื่องจากสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ คุณหมอกฤษฎาเห็นว่าการจะพิจารณาว่าคนพิการประเภทต่างๆ จะเหมาะสมกับงานประเภทใดนั้น พื้นฐานก็คือควรเป็นงานที่ใช้อวัยวะ หรือความสามารถในส่วนที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น คนพิการ ทางการมองเห็น อาจประกอบอาชีพนวดแผนไทยเพราะเป็นอาชีพที่ใช้การ เคลื่อนไหวของมือและการสัมผัสเป็นหลัก อาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรืออาชีพโอเปอเรเตอร์ เป็นต้น การทำ�งานของคนพิการยังต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสภาพ แวดล้อมอีกด้วย ได้แก่ ชุมชน สถานที่ อุปกรณ์ช่วยต่างๆเป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่า นี้ล้วนเป็นตัวช่วยและอุปสรรคให้กับคนพิการได้ทั้งสิ้น เช่น คนพิการมีรถ วีลแชร์แต่ไม่สามารถนำ�ไปใช้บนท้องถนนได้เพราะถนนสร้างมาไม่เหมาะสม

68

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


นอกจากนีแ้ ล้วปัจจัยในตัวคนพิการเองก็เป็นสิง่ สำ�คัญทีจ่ ะส่งผลต่อ การกล้าเผชิญกับการทำ�งานร่วมกับคนทัว่ ไป สภาวะทางจิตใจส่งผลต่อความ สามารถในการปรับตัวของคนพิการเองด้วย เนื่องจากคนพิการมีทั้งที่พิการ มาแต่กำ�เนิดและความพิการที่เกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งความกระตือรือร้นและ สภาพจิตใจที่พร้อมในการฟื้นฟูสมรรถภาพตนเองก็มีส่วนสำ�คัญที่จะทำ�ให้ คนพิการสามารถทำ�งานอยู่ในสังคมนี้ได้เหมือนคนทั่วไป ตลอดจนการระบุบทลงโทษต่างๆให้ชัดเจนในกรณีที่มีการฝ่าฝืน เช่นการที่สถานประกอบการบางแห่งประกาศคุณสมบัติของตำ�แหน่งว่างอยู่ ในระดับสูง ทำ�ให้ไม่มีคนพิการมาสมัครได้ซึ่งเป็นการกีดกันและหลีกเลี่ยงที่ จะรับคนพิการเข้ามาทำ�งาน เป็นต้น นอกจากนั้นตัวคนพิการเองก็ควรที่จะ รู้ถึงสิทธิต่างๆ ของตนเองอย่างดีด้วย เพื่อไม่ให้ถูกละเมิดและเอาเปรียบ

สิ่งสำ�คัญในปัจจุบันจริงๆแล้วน่าจะเป็นเรื่องของการถ่ายทอด ความรู้เกี่ยวกับตัวบทกฎหมาย และข้อปฏิบัติต่อคนพิการอย่างเท่าเทียม นี้ให้ไปสู่การปฏิบัติและจริงใจต่อคนพิการให้มากที่สุด เพราะถึงแม้จะมี วิวัฒนาการทางการแพทย์ที่จะสร้างความสะดวกสบายให้คนพิการมาก เท่าไร หากกฎหมายยังไม่มกี ารบังคับใช้อย่างจริงจัง คนพิการก็ยงั ต้องขาด โอกาสอยู่อย่างเดิม

ทรรศนะคุณหมอ

69


แสง

แห่งโอกาส


เรามองเห็นผูค้ นทีเ่ ดินผ่านไปมา สายตาทีม่ องตรงไปยังจุดหมาย ที่ตนเองต้องการจะไป หลายคนหยุดพักเพื่อคลายความเหนื่อยล้า บางคนก็ ยังคงเดินต่อโดยไม่รู้จุดหมายของตนเอง

คนทั่วไป มีสองมือ สองเท้า มีทุกอย่างในร่างกายที่ครบสมบูรณ์ หรือแม้แต่ชวี ติ ความเป็นอยู่ เงินทอง ทีบ่ างคนมีมากจนไม่มวี นั ใช้หมด แต่ บางคนก็จนแทบไม่มจี ะกิน สิง่ เหล่านีล้ ว้ นเป็นความจริงทีเ่ กิดขึน้ วนเวียน ไปมาไม่มีวันจบ

แสงแห่งโอกาส

73


ทุกคนดิ้นรนที่จะสร้างความสะดวกสบายให้กับตนเอง คล้ายการวิ่ง แข่งขัน ใครไปถึงเส้นชัยก่อน ถือว่าคนนัน้ คือผูช้ นะ หากสังคมต้องการเพียงผู้ ชนะทีจ่ ะยืนหยัดอยูไ่ ด้ แล้วผูแ้ พ้จะสามารถรอดจากสมรภูมริ บนัน้ ได้อย่างไร ถ้าไม่มีผู้ยื่นมือไปช่วยเหลือและพยุงขึ้นมา “งานช่วยผู้พิการนี้มีความสำ�คัญอย่างยิ่ง เพราะผู้พิการไม่ได้อยากเป็นผู้พิการ ถ้าไม่ช่วยเขาให้สามารถที่จะปฏิบัติงานอะไรเพื่อชีวิต และมีเศรษฐกิจของครอบครัว จึงทำ�ให้เกิดสิ่งที่หนักแก่ครอบครัว หนักแก่ส่วนรวม ฉะนั้นนโยบายที่จะทำ� คือ ช่วยให้เขาช่วยเหลือตัวเอง เพื่อให้เขาสามารถเป็นประโยชน์ต่อสังคม” พระราชดำ�รัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเมื่อ พ.ศ. 2517 เป็นทีร่ บั รูก้ นั ว่าในประเทศไทยมีจ�ำ นวนคนพิการอยูจ่ �ำ นวนมาก ซึง่ ความไม่เท่าเทียมทางกายทีเ่ กิดขึน้ นัน้ ย่อมมีผลต่อการดำ�เนินชีวติ ประจำ�วัน ซึ่งอาจจะแตกต่างจากคนปกติโดยทั่วไป ทั้งเรื่องการศึกษา การเดินทาง การสื่อสารและการมีงานทำ� ซึ่งนับ ว่าเป็นปัจจัยหลักที่มนุษย์ทุกคนต้องอาศัยสิ่งเหล่านี้ในการดำ�รงชีวิต เพื่อ สามารถอยู่ด้วยตนเองได้อย่างยั่งยืน

74

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


สิ่งสำ�คัญในการประกอบอาชีพของคนพิการนั้น ยังคงมีปัญหาใน ทางปฏิบัติอยู่มาก แม้ว่าหน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้มีการจัดเตรียม หลักสูตรการฝึกสอนวิชาชีพสำ�หรับคนพิการเอาไว้อยู่บ้างแล้วก็ตาม แต่สิทธิในการเลือกที่จะเรียนรู้และประกอบอาชีพของคนพิการ ก็ถูกจำ�กัดไว้ด้วยกรอบแคบๆ ด้วยเหตุที่นายจ้างทั่วไปยังคงมองกลุ่มคน พิการเหล่านี้ ไม่มีศักยภาพและเป็นภาระต่อการทำ�งานในสถานประกอบ การนั่นเอง จากปัญหาและมุมมองด้านต่างๆที่ทำ�ให้พบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น มีองค์ประกอบมาจากความล่าช้าของการออกกฎหมายลูก ความรับผิด ชอบขององค์กรภาครัฐและเอกชน สภาพแวดล้อมในสังคมไม่เอื้ออำ�นวย ความพร้อมของคนพิการ ครอบครัว และเจตคติของสังคมทีม่ ตี อ่ คนพิการ

ความล่าช้าของการออกกฎหมายลูก อันที่จริงแล้วประเทศไทยยัง คงไม่มกี ารทำ�งานแบบบูรณาการเท่าทีค่ วร การร่วมคิดร่วมทำ�ร่วมพัฒนาของ แต่ละกระทรวงที่มีความเกี่ยวข้องยังคงล่าช้า ภาครัฐจะต้องออกกฎหมายที่ ครอบคลุมและชัดเจน เพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่สมบูรณ์ การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยมีกฎหมายการจ้างงานตาม อัตราส่วน และสร้างแรงจูงใจ ให้มีการจ้างงานคนพิการ ให้สิทธิประโยชน์ ในทางภาษี ถ้ามีการจ้างคนพิการเข้าทำ�งาน นายจ้างมีสิทธิ์หักค่าใช้จ่ายได้

แสงแห่งโอกาส

75


ถึงสองเท่าของค่าใช้จ่ายที่แท้จริง ในส่วนนี้คือการหักค่าใช้จ่ายในทางภาษี แล้วถ้ามีการจ้างงานเกินร้อยละหกสิบ ก็สามารถหักค่าใช้จ่ายในทางภาษีได้ ถึงสามเท่าของค่าใช้จ่ายที่แท้จริง ทางกฎหมายยังสร้างมาตรการในทางบวกด้วยการกำ�หนดการจ้าง งาน โดยระบบสัดส่วนนั่นหมายถึงตามกฎกระทรวงแรงงานที่ออกมาใหม่ นั้น อันได้แก่นายจ้างที่มีลูกจ้าง 100 คน ต้องจ้างงานคนพิการ 1 คน ถ้าไม่ จ้างต้องสร้างงานให้คนพิการ อาจเป็นการจัดสถานทีข่ ายของหรือจ่ายเงินเข้า กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนพิการ ในอัตราจ้างขั้นตํ่าสุดของประเทศ ซึ่งด้วยเหตุนี้เองนายจ้าง ภาครัฐและองค์กรเอกชน ควรจะเลือก จ้างงานคนพิการดีกว่า เพราะได้ทงั้ สิทธิประโยชน์ในทางภาษี และได้สง่ เสริม อาชีพให้แก่คนพิการนั่นเอง นอกจากนี้องค์กรของรัฐบาลเองจะต้องเป็นตัวอย่างให้แก่ภาค เอกชน แสดงให้เห็นว่าภาครัฐไม่ได้กีดกันคนพิการและเปลี่ยนให้ระบบ การคัดเลือกข้าราชการที่ทำ�งานให้แก่รัฐบาลมีคนพิการได้เป็นหนึ่งในนั้น เพื่อสร้างแรงจูงใจและเป็นแบบอย่างให้องค์กรเอกชนมีความเชื่อมั่นในตัว คนพิการ เมื่อมีแรงจูงใจ กฎหมายที่บังคับใช้อย่างจริงจัง องค์กรเอกชนก็ต้อง เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ไขปัญหา ด้วยการปิดช่องว่างความเหลื่อมลํ้าที่

76

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


มีต่อคนพิการ สร้างงาน สร้างกำ�ลังใจ ให้โอกาสคนพิการได้แสดงความ สามารถ ได้พิสูจน์ว่าคนพิการสามารถทำ�ได้เฉกเช่นบุคคลปกติ การที่ องค์กรรับคนพิการทำ�งานถือเป็นการสร้างความหลากหลาย และการ ยอมรับความหลากหลายของมนุษยชาติ เป็นหลักการสำ�คัญในการสร้าง สังคมให้อยู่เย็นเป็นสุข สภาพแวดล้อมในสังคมไม่เอื้ออำ�นวยต่อคนพิการ เช่น สถานที่ ทำ�งานไม่มที างลาดและห้องนํา้ ทีค่ นพิการไม่สามารถเข้าได้ ไม่มบี ริการขนส่ง มวลชน เช่น รถเมล์ หรือรถไฟให้คนพิการใช้เดินทางได้ เป็นต้น สิง่ เหล่านีเ้ ป็น หน้าทีแ่ ละความรับผิดชอบทีร่ ฐั บาลจะต้องจัดทำ� เพือ่ ให้คนพิการซึง่ เสียภาษี ให้รัฐเช่นเดียวกับคนไม่พิการได้สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเท่าเทียมกับ คนทัว่ ไป ซึง่ ประโยชน์ทเี่ กิดขึน้ นัน้ เป็นประโยชน์ทงั้ ต่อผูส้ งู อายุ หญิงตัง้ ครรภ์ ผู้เจ็บป่วย คนไม่แข็งแรง เด็ก และคนพิการ ฉะนั้นภาครัฐและเอกชนจึงต้อง ให้ความสำ�คัญด้านนี้ด้วย การจ้างงานและให้โอกาสคนพิการ ล้วนแต่มีความสำ�คัญต่อการ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงแนว คิดของคนในสังคมเกี่ยวกับคนพิการ ให้หันกลับมาพิจารณาในเรื่องสิทธิ ความเท่าเทียมกัน ซึ่งการสร้างงานให้กับคนพิการ จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้ กับประเทศ ให้กับสังคม เป็นการสร้างโอกาสสร้างเกียรติและศักดิ์ศรี ให้กับ คนพิการในฐานะที่เป็นบุคคลหนึ่งในสังคม เมื่อคนพิการมีงานทำ� มีความ มั่นคงก็จะเป็นการลดภาระของสังคมและประเทศชาติอีกทางหนึ่งด้วย

แสงแห่งโอกาส

77


ด้านความพร้อมของคนพิการและครอบครัวก็เป็นสิ่งที่ส�ำ คัญมาก ในการขับเคลือ่ น พัฒนาคนพิการไทย เพราะเนือ่ งจากสภาพสังคมทีม่ กี ารโอบ อุ้ม ต้องดูแลคนพิการไปตลอดชีวิตของเขา แนวคิดนี้ต้องมีการเปลี่ยนแปลง อย่างจริงจัง สังคมครอบครัวซึ่งเป็นสังคมแรกของชีวิตจะต้องเปลี่ยนความ คิด ให้เกิดการเปลีย่ นแปลง ให้คนพิการได้อยูบ่ นเส้นทางชีวติ เหมือนคนทัว่ ไป ล้มได้ เจ็บเป็น คนพิการก็จะมีหัวใจที่สู้ และต่อสู้กับชีวิตได้อย่างยั่งยืน นอกจากนีค้ นพิการเองต้องเริม่ กล้าทีจ่ ะเผชิญกับความจริงทีเ่ กิดขึน้ สร้างสรรค์ หมั่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค กระตือรือร้น ทำ�ให้สังคมเห็นว่าคนพิการทำ�อะไรได้มากกว่าที่คิด ด้วยโอกาสในการเรียนที่กฎหมายใหม่ได้ให้คนพิการเรียนฟรีจนจบ ปริญญาตรี จึงเป็นการเปิดโอกาสให้คนพิการได้มีความรู้ ประกาศความเท่า เทียบให้สังคมได้เห็นและตนเอง ครอบครัวก็จะเกิดความภาคภูมิใจ มากไปกว่านี้เจตคติที่สังคมไทยควรมีการเปลี่ยนแปลงให้ได้อย่าง จริงจัง ตลอดจนการเปลีย่ นแปลงแนวคิดเกีย่ วกับคนพิการแทนทีจ่ ะคิดว่า เป็นภาระต่อสังคมเพียงอย่างเดียวให้กันกลับมาพิจารณาว่าทุกคนมีสิทธิ เท่าเทียมกัน คนพิการกับคนปกติโดยทั่วไปแตกต่างกันเพียงแค่สภาพร่างกาย แต่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มีความเท่าเทียมกันเสมอ เพียงแค่ในสังคมนั้น

78

สิง่ ทีเ่ ป็น...กับโอกาสทีห่ ายไป


เปิดโอกาสให้คนพิการได้มาใช้ชวี ติ ร่วมกับคนปกติและมีความเข้าใจคนพิการ เรื่องการใช้ชีวิต เพียงเท่านี้สังคมของเราก็จะกลายเป็นสังคมน่าอยู่และเต็ม ไปด้วยความสุขตลอดไป ความมืดมนของหนทางในการดำ�เนินชีวิต มีเพียงการช่วยเหลือ จากทุกคนในสังคม ทีพ่ ร้อมจะเผชิญและผ่านปัญหาเหล่านีไ้ ปด้วยกัน จาก การเปิดใจและเปิดโอกาส แสงนำ�ทางนีจ้ ะนำ�ไปสูโ่ อกาสทีม่ นั่ คงและยัง่ ยืน แก่คนพิการต่อไป...

แสงแห่งโอกาส

79


ขอขอบคุณ คุณไพบูลย์ แดงประสิทธิ์ คุณปรีดา ลิ้มนนทกุล คุณสาคร จรแจ้งจันทร์ คุณสมชาย ไชยเขตชนัง คุณทิวา สุขาจิตร์ คุณบุญศรี ศรีอ่อน คุณอำ�ภาพร ดวงคำ�น้อย คุณแสงไชย โตวิเศษ คุณสุชาติ อิ่มบัญชร คุณปราโมทย์ เตียสุวรรณ์ คุณบุญธาตุ โสภา คุณกฤษฎา มโหทาน และขอขอบคุณ ท่านอาจารย์ คุณพ่อ คุณแม่ พี่ น้อง เพื่ อ นๆ ทุ ก คนที่ ค อยเป็ น กำ � ลั ง ใจและให้ ค วามช่ ว ยเหลื อ ในทุ ก ๆด้ า น จนทำ � ให้ ห นั ง สื อ เล่ ม นี้ สำ � เร็ จ ลุ ล่ ว งไปได้ ด้ ว ยดี


หากสิ่งที่เป็นไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติทางด้านร่างกาย หรือหัวใจที่ถูกปิดกั้นจากสังคม ย่อมนำ�ไปสู่ทางตันของโอกาส โอกาสที่ ห ายไปของคนพิ ก าร ก็ จ ะไม่ ส ามารถถู ก เปิ ด ออกได้ ถ้าทุกคนในสังคมยังคงเป็นสังคมที่มีหัวใจพิการอยู่เหมือนเดิม


disabled