Issuu on Google+

○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○

กิร, ขลุ, สุทํ ไดยนิ วา

○ ○ ○ ○ ○ ○ ○

เจ หากวา สเจ, อถ ถาวา ยทิ ผิวา

อปฺเปว นาม ชือ่ แมไฉน ยนฺนนู กระไรหนอ

นิบาตบอกปริกปั [คาดคะเน]

นิบาตบอกความถาม

○ ○

กึ หรือ, ทำไม, อยางไร กจฺจิ แลหรือ นุ หนอ กถํ อยางไร นนุ มิใชหรือ [เชิงปฏิเสธ] เสยฺยถีทํ อยางไรนี้ อุทาหุ, อาทู หรือวา

นิบาตบอกความรับ

○ ○

อาม, อามนฺตา เออ, (ครับ, คะ, ใช ฯลฯ)

นิบาตบอกความเตือน

○ ○ ○

○ ○ ○ ○ ○

• วัดหลวงพอสดฯ ๒๕๕๒ •

นิบาต ใชลงในระหวางนามศัพทบา ง กิรยิ าศัพทบา ง บอก นิบาตบอกปริจเฉท อาลปนะ กาล ที่ ปริเฉท อุปไมย ปฏิเสธ ความไดยนิ เลาลือ ความ กีว เพียงไร สมนฺตา โดยรอบ ปริกปั ความถาม ความรับ ความเตือน เปนตน ยาว เพียงใด ตาว เพียงนัน้ นิบาตบอกอาลปนะ ยาวตา มีประมาณเพียงใด ตาวตา มีประมาณเพียงนัน้ ยคฺเฆ สรวมชีพ, ขอเดชะ กิตตฺ าวตา มีประมาณเทาใด เอตฺตาวตา มีประมาณเทานัน้ ภนฺเต, ภทนฺเต ขาแตทา นผเู จริญ (ผนู อ ยพูดกับผใู หญ) ยาวเทว เพียงใดนัน่ เทียว ตาวเทว เพียงนัน้ นัน่ เทียว

อุทธฺ ,ํ อุปริ เบือ้ งบน โอรํ ฝง ใน อโธ เบือ้ งต่ำ ปารํ ฝง นอก อนฺโต ภายใน หุรํ โลกอืน่ ติโร, พหิ, พหิทธฺ า, พาหิรา ภายนอก สมฺมขุ า ตอหนา เหฏฐา ภายใต ปรมฺมขุ า ลับหลัง อนฺตรา ระหวาง รโห ทีล่ บั

นิบาตบอกที่

นิบาตบอกความไดยนิ คำเลาลือ

ครัง้ นัน้ บัดเดีย๋ วนี้ ตอไป

อถ สมฺปติ อายตึ

วันวาน วันพรงุ เนืองๆ

○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○

นิบาต

ทิวา สุเว หิยโฺ ย เสฺว อภิกขฺ ณํ

○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○

เขาไป, ใกล, มัน่ เขา, ลง ไมม,ี ออก ทัว่ , ขางหนา, กอน, ออก เฉพาะ, ตอบ, ทวน, กลับ รอบ วิเศษ, แจง, ตาง พรอม, กับ, ดี ดี, งาม, งาย ชัว่ , ยาก

อติ ยิง่ , เกิน, ลวง อุป อธิ ยิง่ , ใหญ, ทับ นิ อภิ ยิง่ , ใหญ, จำเพาะ, ขางหนา นิ อนุ นอย, ภายหลัง, ตาม ป อป ปราศ, หลีก ปฏิ อป, ป ใกล, บน ปริ อุ ขึน้ , นอก วิ อว, โอ ลง สํ ปรา กลับความ สุ อา ทัว่ , ยิง่ , กลับความ ทุ

อุปสัค ใชนำหนานามนาม คุณนาม และกิรยิ า ใหพเิ ศษขึน้ เร, อเร เมือ่ นำหนานาม มีอาการคลายคุณนาม [คือเปนวิเสสนะ] เห เมือ่ นำหนากิรยิ า มีอาการคลายกิรยิ าวิเสสนะ เช

อุปสัค ๒๐

พนาย (คนผดู เี รียกคนใช) นิบาตบอกอุปมาอุปไมย แนะผเู จริญ (ใชเรียกชายดวยวาจาสุภาพ) ยถา, เสยฺยถา ฉันใด วิย ราวกะ ดูกอ นผมู อี ายุ (พระพรรษาแก เรียกพระพรรษาออน, ตถา, เอวํ ฉันนัน้ อิว เพียงดัง พระเรียกคฤหัสถ) นิบาตบอกประการ เวย, โวย (เรียกคนเลวทราม) กถํ ดวยประการไร ตถา, เอวํ ดวยประการนัน้ เฮย (เรียกคนเลวทราม) แม (เรียกสาวใช) นิบาตบอกปฏิเสธ น, โน ไม, หามิได อลํ พอ, อยาเลย นิบาตบอกกาล มา อยา ว เทียว วัน ปาโต เชา วินา เวน เอว นัน่ เทียว ในวัน สายํ เย็น ○

ภเณ อมฺโภ คือศัพททไี่ มไดแจกดวยวิภตั ติทงั้ ๗ อยางนามศัพท คงรูปอยู อาวุโส อยางเดียว แบงเปน ๓ คือ ๑) อุปสัค ๒) นิบาต ๓) ปจจัย

อัพยยศัพท

อิงฆฺ เชิญเถิด

หนฺท, ตคฺฆ เอาเถิด


○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○

เปนเครื่องหมาย สัตตมีวิภัตติ แปลวา ใน ลงในกาล อยางเดียว ยทา ในกาลใด, เมือ่ ใด กรหจิ ในกาลไหนๆ, บางครัง้ ตทา ในกาลนัน้ , เมือ่ นัน้ อธุนา ในกาลนี,้ เมือ่ กี้ เอกทา ในกาลหนึง่ , (บางที) กุทาจนํ ในกาลไหน สพฺพทา, สทา ในกาลทัง้ ปวง, อชฺช ในวันนี้ ในกาลทุกเมือ่ สชฺชุ ในวันมีอย,ู ในวันนี้ กทา ในกาลไร, เมือ่ ไร ปรชฺชุ ในวันอืน่ กทาจิ ในกาลไหน, บางคราว อปรชฺชุ ในวันอืน่ อีก อิทานิ, เอตรหิ ในกาลนี,้ เดีย๋ วนี้ • ตเว

ตุ ํ ปจจัย ในนามกิตก ใชลงทายธาตุ*

เปนเครือ่ งหมายจตุตถีวภิ ตั ติ แปลวา เพือ่ อัน, เพือ่ การ เปนเครือ่ งหมายปฐมาวิภตั ติ แปลวา อ.อัน, อ.การ กาตเว เพือ่ การทำ กาตุ ํ เพือ่ การทำ, อ.การทำ •

ตูน ตฺวา ตฺวาน ปจจัย (กับทัง้ ปจจัยทีอ่ าเทศออกจาก

ตฺวา) ในกิรยิ ากิตก ใชลงทายธาตุ เปนเครือ่ งหมาย อัพยยกิรยิ า (คือแจกดวยวิภตั ติไมได)

กาตูน กตฺวา กตฺวาน

ทำแลว

* ทำใหเปนกิรยิ านาม

○ ○

○ ○

ใน-ใด ใน-นัน้ อิธ, อิห ใน-นี้ ใน-อืน่ กุห ิ จฺ นํ, กฺว ใน-ไหน สพฺพธิ ใน-ทัง้ ปวง ใน-เดียว ใน-สอง

แปลวา ใน

○ ○ ○ ○ ○ ○

○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○

○ ○ ○ ○ ○ ○

○ ○

○ ○

เปนเครือ่ งหมาย สัตตมีวภิ ตั ติ ยตฺร, ยตฺถ, ยหึ, ยหํ ตตฺร, ตตฺถ, ตหึ, ตหํ อตฺร, อตฺถ, เอตฺถ, อฺญตฺร, อฺญตฺถ กตฺร, กตฺถ, กุห,ึ กหํ, สพฺพตฺร, สพฺพตฺถ, เอกตฺร, เอกตฺถ อุภยตฺร, อุภยตฺถ

• ตฺร ตฺถ ห ธ ธิ หึ หํ หิจฺ นํ ว ปจจัย ใชลงทายสัพพนาม

เปนเครือ่ งหมาย ตติยาวิภตั ติ แปลวา ขาง เปนเครือ่ งหมาย ปญจมีวภิ ตั ติ แปลวา แต ยโต แต-ใด เอกโต ขางเดียว ตโต แต-นัน้ อุภโต ขางทัง้ สอง เอโต, อโต แต-นัน่ ปรโต ขางอืน่ อิโต แต-นี้ อปรโต ขางอืน่ อีก อมุโต แต-โนน ปุรโต ขางหนา อฺญโต แต-อืน่ ปจฺฉโต ขางหลัง อฺญตรโต แต-อันใดอันหนึง่ ทกฺขณ ิ โต ขางขวา สพฺพโต แต-ทัง้ ปวง วามโต ขางซาย กุโต แต-ไหน อุตตฺ รโต ขางเหนือ กตรโต แต-อะไร อธรโต ขางลาง อิตรโต แต-นอกนี้

• ทา ทานิ รหิ ธุนา ทาจนํ ชฺช ชฺชุ ปจจัย ใชลงทายสัพพนาม

• โต ปจจัย ใชลงทายนามนามและสัพพนาม

○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○

ลงทายนามศัพท เปนเครือ่ งหมายวิภตั ติ ลงทายธาตุ เปนเครือ่ งหมายกิรยิ าและวิภตั ติ

○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○

• วัดหลวงพอสดฯ ๒๕๕๒ •

ปุน อีก สห, สทฺธึ กับ, พรอม ปุนปฺปนุ ํ บอยๆ สยํ, สามํ เอง สณิกํ คอยๆ นูน แน ภิยโฺ ย ยิง่ อทฺธา, อวสฺสํ แนแท ภิยโฺ ยโส โดยยิง่ อฺญทตฺถุ โดยแท สมฺมา โดยชอบ ปจฺฉา ภายหลัง มิจฉฺ า ผิด ปฏฐาย, ปภูติ จำเดิม มุสา เท็จ กิจฺ าป แมนอ ยหนึง่ มุธา เปลา กฺวจิ บาง อุจจฺ ํ สูง อารา ไกล นีจํ ต่ำ อาวี แจง สกึ คราวเดียว อโห โอ สตกฺขตฺตุ ํ รอยคราว อโถ อนึง่ ตาว กอน นานา ตางๆ ปฐมํ กอน, ทีแรก, ครัง้ แรก เตนหิ ถาอยางนัน้ นาม ชือ่ , ชือ่ วา, ธรรมดา, ธรรมชาติ อิติ เพราะเหตุนนั้ , วา...ดังนี,้ ดวยประการฉะนี,้ ชือ่ วา

นิบาตมีเนือ้ ความตางๆ

○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○ ○

สิ

สุ

เว, หเว เวย, แล โว โวย, แล

นุ, วต หนอ โข แล

นิบาตสักวาเปนเครือ่ งทำบทใหเต็ม

ปจจัย

○ ○ ○ ○

อถวา อีกอยางหนึง่ วา หรือ, บาง, ก็ด,ี ก็ตาม อป แม, บาง อปจ เออก็

ปน, ตุ ก็, สวนวา จ ก็, จริงอย,ู อนึง่ , ดวย (และ) หิ ก็, จริงอย,ู เพราะวา

นิบาตสำหรับผูกศัพทและประโยค

นิบาตเพิม่ เติม: ขิปปฺ ํ สหสา พลัน, โดยพลัน อฺญตฺตร เวน, แยก

ยโต = ยสฺมา ยตฺร = ยสฺมึ ยทา = ยสฺมึ กาเล

อฺญตร (สัพพนาม) คนใดคนหนึง่ กตฺถจิ ใน-ไหน, ในทีไ่ หน, อฺญตฺร (สัพพนาม) ใน-อืน่ (= อฺญสฺม)ึ บางที่


บาลี