Issuu on Google+


Elizabeth Kerri Mahon  เขียน โตมร ศุขปรีชา  แปล

กรุงเทพมหานคร  ส�ำนักพิมพ์มติชน  2556


สารบัญ

ค�ำน�ำส�ำนักพิมพ์ ค�ำน�ำผู้แปล บทน�ำ

1. ราชินีนักรบ * คลีโอพัตรา  * โบดิกา  * เอลินอร์แห่งอะควิเทน * โจนออฟอาร์ก  * เกรซ โอ มัลลีย์ 2. ภรรยาผู้ดื้อรั้น * เอมิลี่  ดู  ชาตเลต์ * เลดี้แคโรไลน์  แลมบ์  * เจน ดิ๊กบี * ไวโอเล็ต เทรฟูซิส  * เซลดา ฟิตซ์เจอรัลด์ 3. ระยิบระยับยั่วเย้า * แอนน์  โบลีน  * บาร์บารา พาล์มเมอร์  * เอ็มมา แฮมิลตัน * โลลา มอนเทซ  * มาตาฮารี 4. อิตถีนักต่อสู้ * แอนน์  ฮัทชินสัน  * แมรี่  โวลสโตนคราฟต์ * โรส โอ’นีล กรีนฮาว* ไอดา บี. เวลส์-บาร์เน็ต  * แครี่  เนชั่น

7 9 13 15 52 93 134


5. หญิงเถื่อนแดนตะวันตก 175 * แมรี่  เอลเลน เพลสเซนต์  * ซาราห์  วินเนมุคคา  * คาลามิตี  เจน * เอลิซาเบธ  “เบบี้โดว์”  ทาบอร์  * มาร์กาเร็ต โทบิน บราวน์ 6. ศิลปินมากรัก 217 * คามิล คลอเดล  * อิซาดอรา ดันแคน  * โจเซฟีน เบเกอร์ * บิลลี่  ฮอลิเดย์  * ฟรีดา คาห์โล 7.  นักผจญภัยน่าทึ่ง 259 * แอนน์  บอนนี่  และ แมรี่  รีด  * เลดี้เฮสเทอร์  สแตนโฮพ  * แอนนา เลียวโนเวนส์  * เกอร์ทรูด เบลล์  * อะมีเลีย เอียร์ฮาร์ต

บรรณานุกรมเลือกสรร บนหน้ากระดาษและแผ่นฟิล์ม เครดิต

295 301 310


บทน�ำ ผู้หญิงประพฤติดีแทบไม่สร้างประวัติศาสตร์อะไร ลอเรล แทตเชอร์ อุลริชตรา

นางฉาวในประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ของผู้ชาย แต่คือประวัติ ศาสตร์ของผู้หญิง เคยสังเกต “วันนี้ในประวัติศาสตร์” ตามหนังสือพิมพ์ หรือทีวีบ้างไหม ส่วนใหญ่เกร็ดข่าวพวกนั้นมักเล่าเรื่องให้คุณฟังเพียงครึ่ง เดียว คือครึ่งที่เป็นชาย ถ้าจะเอ่ยถึงผู้หญิงบ้าง ก็เป็นชื่อไม่กี่ชื่อที่รู้จักกัน อยู่แล้ว หลักๆ ก็คือนักบุญและผู้หญิงแสนดีในประวัติศาสตร์เท่านั้น Scandalous Women มีเป้าหมายจะเปลี่ยนสิ่งนี้ ยึดประวัติศาสตร์กลับ มาผ่านผู้หญิงทีละคน ในห้าร้อยปีของประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกไว้ จากโลกยุคโบราณ จนถึงปัจจุบัน ผู้หญิงได้ก่อสงคราม สร้างเรื่องระทึกขวัญ ปฏิเสธกฎเกณฑ์ และท�ำให้ผู้ชายต้องคุกเข่ามากมาย ทั้งที่มีชื่อเสียงและชื่อเสีย ราชินีนักรบ สายลับ นักผจญภัย และแม้กระทั่งโจรสลัด ผู้สร้างเรื่องราวมากมายในช่วง ชีวิต เปลี่ยนความคิดคนและสร้างกระแสต่างๆ ผู้หญิงเหล่านี้มาจากทุกวิถี ชีวิต จากพระราชวังในอียิปต์ อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย จนถึงสลัมใน เซนต์หลุยส์และบัลติมอร์ บางคนอย่างเจน ดิ๊กบี และเลดี้เฮสเทอร์ สแตนโฮพ แหกกฎเกณฑ์ทที่ �ำให้พวกเธอรูส้ กึ ปลอดภัย ทิง้ บ้านของตัวเองและชีวติ ทีค่ นุ้ เคยไว้ขา้ งหลังเพือ่ แสวงหาสิง่ ทีม่ ากกว่านัน้ บางคนค้นหาชือ่ เสียงและ 13 นางฉาวในประวัติศาสตร์


โชคชะตา ผู้หญิงอย่างโลลา มอนเทซ, บิลลี่ ฮอลิเดย์ และโจเซฟีน เบเกอร์ จากโบดิกา ผู้จุดไฟเผาลอนดอนจนราบเพื่อแก้แค้นพวกโรมันหลัง พวกนั้นข่มขืนลูกสาวของเธออย่างโหดร้าย จนถึงโจเซฟีน เบเกอร์ ผู้สั่น คลอนปารีสด้วยการเต้นร�ำที่โฟลีส์ แบร์แชร์ โดยสวมแค่เข็มขัดกล้วย พร้อมยิ้มยวนใจในยุคสองศูนย์อันกึกก้อง ผู้หญิงเหล่านี้ไม่ยอมให้คนมี อ�ำนาจในยุคนั้นหยุดยั้งจากสิ่งที่พวกเธอต้องการ คนอื่นๆ อย่างอีมิล ดู ชาเตเลต์ ต่ อ สู ้ กั บลั ทธิ ผู ้ ช ายเป็ นใหญ่ ในสถาบั นของผู้ ช าย ซึ่ ง เห็ น ว่ า วิ ท ยาศาสตร์ ไ ม่ มี พื้ น ที่ ให้ ผู ้ ห ญิ ง บางคนก็ ไ ด้ ชั ย ชนะ แต่ ผู ้ ห ญิ ง อย่ า ง เซลดา ฟิตซ์เจอรัลด์ และคามิล คลอเดล ต้องสูญเสียไปมากในช่วงชีวิต ของพวกเธอ ความสร้างสรรค์ของพวกเธอถูกผู้ชายที่มีอ�ำนาจเหนือกว่า จ�ำกัด จนกระทั่งเสียสติไปในที่สุด ใช่ว่าผู้หญิงเหล่านี้จะน่ารักทั้งหมด บางคนก็ท�ำเรื่องน่าตั้งค�ำถามด้วยสาเหตุที่น่ายกย่อง อย่างโรส โอ’นีล กรีนฮาว ผู้หญิงสามสิบห้าคนที่ปรากฏในนี้เป็นเพียงรสชาติหนึ่งที่น่าลิ้ม ลองในบรรดาผู้หญิงอีกมากมายที่เขย่าประวัติศาสตร์  ทุกๆ ปีชีวิตของผู้ หญิงมากขึ้นเรื่อยๆ ถูกดึงขึ้นมาจากม่านหมอกของกาลเวลา รวมถึงจาก ชั้นหนังสือฝุ่นจับ หรือจากเชิงอรรถประวัติศาสตร์ แต่ผู้หญิงทั้งหมดใน หนังสือเล่มนี้มีสิ่งหนึ่งร่วมกัน นั่นคือพวกเธอสร้างเรื่องอื้อฉาว เรื่องวุ่นวาย และท้าทายผู้มีอ�ำนาจเดิม บางคนเดินอ้อมไปรอบๆ แต่บางคนก็บุกตีเข้า ไปตรงๆ แต่ละคนแหกคอก แต่ละคนก่อให้เกิดเรื่องซุบซิบนินทา ความขุ่น เคืองของสาธารณชน และความโกรธในหมู่คนร่วมสมัย พวกเธอไม่หวั่น กลัวที่จะท�ำเรื่องวุ่นวายหากจ�ำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการ ต่อต้านการกดขี่ เพื่อความส�ำราญ หรือเพื่ออิสรภาพทางศาสนา บางคน เป็นนักเคลื่อนไหวและสั่นคลอนในรูปแบบของการสร้างเหตุการณ์ที่น�ำ ความเปลี่ยนแปลง บางคนทิ้งมรดกเป็นศิลปะอันยอดเยี่ยมและยิ่งใหญ่ไว้ ผู้หญิงเหล่านี้บางคนอาจท�ำไปเพื่อตัวเอง สร้างเรื่องขุ่นเคืองจากความผิด พลาด แต่กระนั้นพวกเธอทุกคนก็น่าทึ่ง 14 โตมร ศุขปรีชา  แปล


ห นึ่ ง

ราชินีนักรบ

คลีโอพัตรา 69-30 ปีก่อนคริสต์ศักราช

วันวัยไม่อาจโรยราหรือท�ำร้ายพระนาง/หลากบุคลิกเด่นไร้ที่สิ้นสุด หญิง  อื่นป้อยอ/ยิ่งป้อนค�ำหวาน พระนางยิ่งโหยหิว/ที่ใดฤาที่พระนางพึงพอ  พระทัย เชคสเปียร์, แอนโทนี่และคลีโอพัตรา ชีวิตของคลีโอพัตราเป็นหนึ่งในละครน�้ำเน่าที่ดีที่สุดใน ประวัตศิ าสตร์โลก เต็มไปด้วยเรือ่ งเร้าใจ หวานซึง้  ฆาตกรรม เซ็กซ์  หนุม่ ๆ หล่อเหลา และความทะยานอยากเกินพอดี  กว่าสองพันปีหลังสิ้นพระชนม์ พระนางยังน่าทึ่งในฐานะหนึ่งในหญิงผู้ลึกลับและลือชื่อที่สุดของประวัติ ศาสตร์  นักเขียนพงศาวดารร่วมสมัยกับพระนางกล่าวอ้างว่าพระนาง เป็นหญิงยั่วสวาทชั้นยอดผู้ลวงล่อทั้งจูเลียส ซีซาร์  และมาร์ก แอนโทนี่ ต�ำนานของพระนางสร้างแรงบันดาลใจให้นักสร้างภาพยนตร์และนักเขียน 15 นางฉาวในประวัติศาสตร์


บทละครในช่วงหลายศตวรรษที่พวกเขาพยายามจะจับจิตวิญญาณอัน ยากจะอธิบายของพระนาง  ฟาโรห์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ปโตเลมีได้ รับพรทั้งเรื่องปัญญา บุคลิก และความหลักแหลม  คลีโอพัตราเป็นนักวาง กลยุทธ์ทางการเมืองที่ชาญฉลาด ใช้อาวุธทั้งปวงที่พระนางมีเพื่อให้อียิปต์ คงเป็นอิสระ เมื่อคลีโอพัตราประสูติในปี 69 ก่อนคริสตกาล ราชวงศ์ปโตเลมี ได้เสื่อมทรามลงจนย�่ำแย่และมีแนวโน้มว่าคนในราชวงศ์จะสังหารกัน ในยามที่จักรวรรดิอียิปต์เสื่อมลง จักรวรรดิโรมันก็เฟื่องฟูขึ้น ขยายตัวทั่ว ทั้งยุโรปและตะวันออกกลาง แล้วก็มาเคาะประตูบ้านของอียิปต์ดังก๊อกๆๆ บิ ด าของคลี โ อพั ต รา ปโตเลมี ที่ 12 อู เ ลเทส (Auletes) เป็ น หนี้ ก รุ ง โรมเรียบร้อยแล้ว เพราะโรมมาช่วยรักษาบัลลังก์เอาไว้จากธิดาของพระ องค์เองคือเบเรนิซ* (Berenice) พระองค์ต้องไต่เชือกรักษาสมดุลระหว่าง การกันโรมให้ออกห่างและรักษาให้อียิปต์เป็นอิสระ คลีโอพัตราไม่เคยถูกก�ำหนดให้เป็นราชินี แม้เป็นล�ำดับสองในการ ขึ้นครองราชย์ต่อจากเบเรนิซพี่สาว แต่พระนางก็ต้องร�่ำเรียนเพื่อการเป็น ฟาโรห์ในอนาคตตามหลักสูตรกรีกอันก้าวหน้า  มีทั้งเรื่องวาทศาสตร์ ปรัชญา การแพทย์ วาดเขียน ดนตรี คณิตศาสตร์ ศิลปะ และประวัต��� ศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของบรรพบุรุษของพระนางคือปโตเลมีที่ 1 พระนาง กระหายที่จะเรียนรู้ พระนางรู้ถึงเก้าภาษาและกลายเป็นปโตเลมีคนแรก ที่เรียนภาษาอียิปต์   เมื่อเบเรนิซถูกประหารเพราะชิงบัลลังก์จากบิดา คลีโอพัตราก็ขยับขึ้นมาในสายการครองราชย์ เมื่ออายุสิบแปด คลีโอพัตราสืบทอดบัลลังก์หลังบิดาสิ้นพระชนม์ ร่วมกับน้องชายและสามีอายุสิบขวบของพระนางคือปโตเลมีที่ 13 ซึ่ง * เบเรนิซคือพี่สาวของคลีโอพัตรา ทั้งคู่มีพี่สาวอีกคนหนึ่งชื่อไทรฟีนา ซึ่งมีอ�ำนาจ  มากจนอูเลเทสและคลีโอพัตราต้องไปขอความช่วยเหลือจากโรม  ขณะอยู่ที่โรม  เบเรนิซวางยาพิษไทรฟีนา และขึ้นครองบัลลังก์เสียเอง  อูเลเทสกลับมาชิง  บัลลังก์คืนโดยได้ความช่วยเหลือจากพวกโรมัน-ผู้แปล 16 โตมร ศุขปรีชา  แปล


มาร่วมปกครองกับพระนางด้วย พระนางรีบแสดงให้เห็นอย่างรวดเร็วว่า ใครคือผู้ควบคุมเกม เมื่อสืบทอดอาณาจักรที่ก�ำลังถังแตกมา พระนาง จัดการเปลี่ยนให้กลายเป็นรัฐที่ร�่ำรวยที่สุดในเมดิเตอร์เรเนียนจนได้ มีการ แจกจ่ายธัญพืชให้กับคนจน ท�ำงบประมาณให้สมดุล และริเริ่มโครงการ สร้างตึกใหม่ๆ ในบั้นปลายพระนางเป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติมหาศาลซึ่ง ช่ ว ยให้ อั ต ราดอกเบี้ ย ของโรมลดลงสองในสามหลั ง จากที่ พ ระนางสิ้ น พระชนม์แล้ว พระนางปล้นชิงห้องสมุดต่างแดนเพื่อน�ำคัมภีร์กลับมายัง ห้องสมุดในอเล็กซานเดรีย  ในยุคของพระนางคลีโอพัตราท�ำให้ตัวเองเป็น ที่รู้จักอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แสดงออกถึงอ�ำนาจและภาพลักษณ์ของพระนาง ในฐานะฟาโรห์และในฐานะเทพีอย่างสม�่ำเสมอ  พระนางยังเป็นผู้น�ำ พิธีกรรมที่เชื่อมโยงตัวเองกับเทพีไอซิสอันเป็นเทพีที่ส�ำคัญที่สุดของอียิปต์ ในช่วงนั้นด้วย ด้วยการท�ำเช่นนี้ คลีโอพัตราจึงแน่พระทัยได้ว่าประชาชน จะภักดีต่อพระนาง ที่ปรึกษาของน้องชายพระนางเชื่อว่าจะสามารถควบคุมกษัตริย์ เด็กหนุ่มได้ ในไม่ช้าก็บีบให้คลีโอพัตราตกจากบัลลังก์ แต่เพราะผ่าน การวางเล่ห์เพทุบายในครอบครัวมามาก พระนางจึงเอาตัวรอดได้ โดย หนีเข้าไปในทะเลทรายซีเรีย  พระนางตั้งกองทัพชาวอาหรับขนาดเล็กขึ้น และพยายามจะบุกอียิปต์  แต่พระนางก็ถูกตีพ่ายโดยกองก�ำลังของน้อง ชาย มีคนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อาจช่วยให้พระนางคืนสู่บัลลังก์ได้ นั่น คือจูเลียส ซีซาร์  เขาอายุห้าสิบสองปี เป็นผู้บัญชาการทางทหารที่ช�่ำชอง และก�ำลังพัวพันอยู่ในสงครามกลางเมืองกับอดีตกงสุลร่วม* คือปอมปีย์ คลีโอพัตราเห็นว่าอ�ำนาจของโรมช่วยให้บิดาของพระนางกลับสู่บัลลังก์ มาแล้ว โชคดีของพระนางที่ซีซาร์อยู่ในอียิปต์เพื่อตามล่าปอมปีย์ โชคร้าย ส�ำหรับน้องชายของพระนาง พวกที่ปรึกษาเห็นว่าปอมปีย์เป็นภัยคุกคาม * การปกครองของโรมันใช้กงสุลร่วมสองคนปกครองร่วมกัน สามารถวีโต้กันและ  กันได้-ผู้แปล 17 นางฉาวในประวัติศาสตร์


ต่อความสัมพันธ์ของอียิปต์และซีซาร์  จึงสังหารเขาเสีย ท�ำให้ซีซาร์ไม่ พอใจ เพราะอยากได้ตัวปอมปีย์เป็นๆ มากกว่า คลีโอพัตราฉวยโอกาสนี้  และรู้ว่าซีซาร์ขึ้นชื่อเรื่องเป็นเสือผู้หญิง พระนางจึงเคลื่อนไหวอย่างชาญฉลาด พระนางซ่อนตัวในม้วนพรมเปอร์ เซียและให้คนส่งม้วนพรมนั้นไปบนเรือของซีซาร์  เมื่อคลี่พรมออก พระ นางกลิ้งลงมาเหมือนลูกแมวซนๆ ซีซาร์หลงเสน่ห์ของพระนางจึงยินยอม ช่วยเหลือ เขายังรับพระนางเป็นสนมด้วย คลีโอพัตราท�ำให้ซีซาร์ประทับ ใจในความฉลาด มีไหวพริบ และเสน่ห์สาวที่มีอยู่ล้นเหลือ เป็นการพบ กันของทัง้ ร่างกายและจิตใจ  เมือ่ ได้กองก�ำลังของซีซาร์หนุนหลัง พระนาง ก็ได้ชัยเหนือน้องชาย ซึ่งต่อมาจมน�้ำตายในแม่น�้ำไนล์ขณะที่หนีจากลูก น้องของซีซาร์  ซีซาร์ให้พระนางแต่งงานกับน้องชายคนเล็กสุดคือปโตเลมีที่ 14 ซึ่งอายุเพียงสิบสองปีและไม่มีใครสนใจ เมื่อซีซาร์กลับกรุงโรม เขาทิ้งของขวัญชิ้นเล็กๆ ไว้ให้คลีโอพัตราชิ้น หนึ่ง นั่นคือลูกชายที่พระนางตั้งชื่อให้ว่าปโตเลมี  ซีซาร์  แต่ชาวอเล็กซาน เดรียเรียกว่าซีซาเรียนตามชื่อบิดา หลังลูกชายคนนี้เกิด ซีซาร์ก็ล้มเลิก แผนการที่จะผนวกรวมอียิปต์  แต่สนับสนุนคลีโอพัตราให้เป็นผู้ปกครอง เต็มที่  คลีโอพัตราพาซีซาเรียนออกจากอียิปต์ในปี  46 ก่อนคริสตกาลเพื่อ ไปอยู่กับซีซาร์ตามที่เขาเชิญ  เมื่ออยู่ในโรมซีซาร์ปรนเปรอสนมของเขา ด้วยยศฐาบรรดาศักดิ์และของก�ำนัลมากมาย  รวมถึงสร้างรูปปั้นทองค�ำ ของพระนาง อันเป็นรูปปั้นมนุษย์ชิ้นแรกในวิหารของเทพีวีนัสด้วย โดยถือ ว่าพระนางคือมารดาของสาธารณรัฐ ท�ำให้พระนางเป็นเหมือนเทพีอวตาร ชาวโรมันกลัวคลีโอพัตราเพราะพระนางดูไม่เป็นผู้หญิงตามมาตรฐาน ของพวกเขา พระนางทั้งเป็นอิสระและทรงอ�ำนาจ  แม้คลีโอพัตราหวังจะ ให้ซซี าร์ตงั้ ซีซาเรียนเป็นผูส้ บื ทอด  แต่เขาปฏิเสธต่อสาธารณะว่าซีซาเรียน ไม่ใช่ลูกของเขา และเลือกออกตาเวียนผู้เป็นหลานขึ้นสืบทอดแทน คลีโอพัตราและอียิปต์ต้องเสียผู้ปกป้องในกรุงโรมเมื่อซีซาร์ถูก ลอบสังหารในวันที่  15 มีนาคม เมื่อ 44 ปีก่อนคริสตกาล  โดยผู้ร่วม 18 โตมร ศุขปรีชา  แปล


สมคบคิดกลุม่ หนึง่ อันมีเพือ่ นสนิทของเขาคือบรูตสุ ผูก้ ลัวว่าซีซาร์จะประกาศ ตนเป็นจักรพรรดิรวมอยู่ด้วย คลีโอพัตราหวั่นเรื่องความปลอดภัย จึงหนี กลับไปอียิปต์  ถึงตรงนี้  พระนางตั้งให้ซีซาเรียนลูกชายเป็นผู้ส�ำเร็จราชการ ร่วมในฐานะปโตเลมีที่ 15 หลังจากน้องชายและสามีของพระนางสิ้น พระชนม์ไปแล้ว  คลีโอพัตราจับตามองสถานการณ์วา่ ใครจะขึน้ มาปกครอง กรุงโรม ในที่สุด เมื่อกองก�ำลังของมาร์ก แอนโทนี่  ได้ชัยเหนือผู้สังหาร ซีซาร์  คลีโอพัตราก็หันไปสนใจเขา เช่นเดียวกับที่พระนางท�ำกับซีซาร์  คลีโอพัตราประเมินขุมทรัพย์ ของเธอโดยหาวิธีดึงดูดใจที่ดีที่สุดส�ำหรับเขา แอนโทนี่นั้นแม้เป็นนายพล ที่หลักแหลมและเป็นที่นิยมในหมู่ทหาร ทว่าก็เป็นคนชอบงานเลี้ยงสุด เหวี่ยงและมีจุดอ่อนกับผู้หญิงที่มีอ�ำนาจ  มันคือช่วงเวลาส�ำคัญของลุ่ม น�้ำไนล์  คลีโอพัตราไม่หยุดยั้ง พระนางเดินทางไปทาร์ซัสเพื่อพบกับแอน โทนี่โดยเรือพระที่นั่งล�ำใหญ่ที่มีท้ายเรือท�ำจากทองค�ำและมีใบเรือสีม่วง โบกสะบัด  พระนางเอนหลังอยู่ใต้กระโจมสีทอง ทรงเครื่องเหมือนเทพี อะโฟรไดต์  หนุ่มๆ แต่งกายเหมือนกามเทพคอยโบกพัดให้พระนาง มีนาง ก�ำนัลโฉมสะคราญที่สุดเรียงแถวอยู่ตามกราบเรือ  ในมื้อค�่ำคืนนั้น พระ นางจัดงานเลี้ยงที่มีไวน์และอาหารชั้นเลิศที่สุด เสิร์ฟบนจานประดับอัญ มณี  พร้อมกับเอนร่างบนเก้าอี้ผ้าปักเลื่อม งานเลี้ยงด� ำเนินไปสี่วันสี่คืน คลีโอพัตราทุ่มสุดตัว ด้วยเมนูอาหารอลังการ งานเลี้ยงมีดอกไม้ไฟ พรม กลีบกุหลาบ และของขวัญราคาแพง ภาพรวมได้รับการออกแบบมาเพื่อ อวดโอ่ถึงความร�่ำรวยของอียิปต์ซึ่งจะกลายเป็นสมบัติของแอนโทนี่หาก เขาสมพาสกับพระนาง ได้ผลราวกับจับวาง แอนโทนี่ตรึงตรากับคลีโอพัตราเหมือนที่ซีซาร์ เคยเป็น ไม่นานทั้งคู่ก็มีชีวิตกันสุดเหวี่ยงแบบลาวิดาโลคา*  พลูทาร์ช บันทึกว่า คลีโอพัตราเสนอสนองทุกสิ่งทุกอย่างให้กับแอนโทนี่  ไม่ว่าเขา * La vida loca หมายถึงชีวิตแบบสุดเหวี่ยง-ผู้แปล 19 นางฉาวในประวัติศาสตร์


จะอยากออกไปล่าสัตว์  ดื่มกิน และเล่นพนัน พระนางดื่มกับเขา เล่น สนุกกับเขา พูดง่ายๆ ก็คือพระนางไม่ยอมปล่อยให้เขาคลาดสายตา พระ นางต้องการจะผูกมัดแอนโทนี่ด้วยการท�ำให้ตัวพระนางเป็นสิ่งจ�ำเป็นใน ทุกระดับ นี่คือหนทางปกป้องพระนางและประเทศของพระนาง แอนโทนี่ และคลีโอพัตราสมกันมาก  ทัง้ คูพ่ งึ ใจกับการใช้ชวี ติ อย่างโหยกระหาย แต่ ที่มากยิ่งกว่าตัณหาก็คือความทะเยอทะยานที่ผูกทั้งคู่ไว้ด้วยกัน คลีโอ พัตรามองหาชายแข็งแกร่งเพื่อช่วยพระนางรักษาอาณาจักรไว้  แอนโทนี่ เองก็ตอ้ งการการสนับสนุนของคลีโอพัตรา  ทัง้ เงิน เสบียง และทหาร เพือ่ บุกพาร์เธีย (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของอิหร่าน) เพื่อตอบแทน เขาเสนอ การปกป้องและช่วยก�ำจัดพี่น้องคนสุดท้ายของพระนางที่ยังเหลืออยู่  คือ อาร์ซิโน พระขนิษฐา ซึ่งเป็นหอกข้างแคร่ของพระนางมาตั้งแต่ได้ขึ้นครอง บัลลังก์ ทั้งคู่แบ่งปันความฝันรุ่งโรจน์ของจักรวรรดิด้วยกันว่าจะยิ่งใหญ่ ทั้งตะวันออกและตะวันตก แต่การแย่งชิงอ�ำนาจที่บ้านเกิดท�ำให้แอนโทนี่ ต้องพรากจากคลีโอพัตรากลับกรุงโรม หลังภรรยาของเขาเสียชีวิต แอน โทนี่ตกลงจะแต่งงานกับน้องสาวของออกตาเวียน ชื่อออกตาเวีย เพื่อขัน ชะเนาะความสัมพันธ์ในอียิปต์  คลีโอพัตราให้ก�ำเนิดฝาแฝด อเล็กซาน เดอร์  เฮลิออส และคลีโอพัตรา ซีลีน เป็นเวลาอีกสามปีกว่าพระนางจะ ได้พบหน้าแอนโทนี่อีกครั้ง แอนโทนี่จดจ�ำแผนการบุกพาร์เธียได้  เขาจัดการขอเข้าเฝ้าคลีโอ พัตราที่แอนทิออช แต่เพื่อตอบแทนที่ทิ้งพระนางเอาไว้ตามล�ำพังถึงสามปี พระนางให้เขานั่งแช่กระวนกระวายรอคอยอยู่หลายสัปดาห์ก่อนอนุญาต ให้เขาเข้าพบ ไม่นานนักถ่านไฟเก่าก็คุ  แต่ครั้งนี้ความกระหายทางเพศ เปลี่ยนเป็นความผูกพันทางใจที่แข็งแกร่ง เป็นการครองคู่ที่เท่าเทียมกัน อย่างถ่องแท้  ไม่มีใครใกล้ชิดกับคนสองคนนี้ได้มากเท่ากันและกัน  หลัง จากอยู่ใต้ขาอ่อนแสนสวยของพระนางได้ไม่กี่วัน เขาก็ตกลงจะตีดินแดน ที่ปัจจุบันนี้คือเลบานอน ซีเรีย จอร์แดน และตุรกีตอนใต้  เพื่อแลกกับ 20 โตมร ศุขปรีชา  แปล


ความช่วยเหลือของพระนาง  โชคร้ายที่เขาคงกินเลี้ยงมากไปหน่อย แอน โทนี่เลยพ่ายให้กับชาวพาร์เธียน คนที่รอดชีวิตถูกทิ้งให้หนาวเหน็บและ หิวโหย จนคลีโอพัตราน�ำเสบียงมาช่วยหลังคลอดลูกชายอีกคนหนึ่ง คือ ปโตเลมี  ฟิลาเดลฟุส แอนโทนี่หย่ากับออกตาเวีย แล้วสมรสกับคลีโอพัตราแทน ในงาน แต่งงานทั้งคู่แต่งตัวเป็นเทพีอะโฟรไดต์และเทพไดโอนิซุส เขายังแต่ง ตั้งลูกชายให้เป็นอเล็กซานเดอร์  กษัตริย์แห่งอาร์เมเนีย ลูกสาวเป็นคลีโอ พัตรา ราชินีแห่งครีต และปโตเลมีที่ยังเล็กอยู่ให้เป็นผู้ปกครองซีเรีย ที่ กรุงโรม ออกตาเวียนเข้าสภาเพื่อประกาศสงครามกับอียิปต์และคลีโอ พัตรา  เขาโฆษณาชวนเชื่ออย่างร้ายกาจเพื่อก่อสงครามกับคลีโอพัตรา ประกาศว่าพระนางคือศัตรูทแี่ ท้จริงของกรุงโรม และหลอกให้แอนโทนีห่ ลง จนโงหัวไม่ขึ้นเพื่อเป็นของเล่น* ภาพลักษณ์นี้ด�ำเนินมาหลายร้อยปี  จน กระทั่งปี  1820 เมื่ออักษรไฮโรกลีฟิกถูกถอดรหัสและบอกเล่าเรื่องราวอีก ด้านหนึ่งออกมา แทนที่จะเล่นกับความแข็งแกร่งของแอนโทนี่ในฐานะทหาร คลีโอ พัตราคิดว่ากองทัพเรือเป็นสิ่งที่ดีกว่า แต่นั่นคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ ขณะที่กองเรือออกเดินทาง ออกตาเวียนบดขยี้กองทหารที่กระจัดกระจาย กันอยู่ในกรีซ ล้อมพวกทหารไว้ที่แอกทิอุมนานสี่เดือน เรือของแอนโทนี่ที่ ใหญ่เทอะทะไม่อาจสู้กับกองเรือที่เล็กและเบากว่าของออกตาเวียนได้ กลางศึก คลีโอพัตราลงเรือที่เต็มไปด้วยทรัพย์สมบัติของอียิปต์แล้วหนี ไปดังที่ได้วางแผนไว้ก่อน แอนโทนี่ตามพระนางมา ทิ้งทหารของเขาไว้ ทหารจึงพ่ายให้ข้าศึก ด้วยความพ่ายแพ้และรู้สึกอับอายแอนโทนี่กลับ เข้าเมือง ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองด้วยการเอาดาบแทง น่าเสียดายที่เขา ไม่ตาย  คนรับใช้ของคลีโอพัตราพบเขาและน�ำตัวแอนโทนี่มายังสุสาน * ออกตาเวียนเป็นเจ้าแห่งการปั่นข่าว หลังคลีโอพัตราสิ้นพระชนม์  เขาท�ำลาย  เอกสารสองพันฉบับที่ไม่สอดคล้องกับพงศาวดารในแบบฉบับของเขา 21 นางฉาวในประวัติศาสตร์


คลีโอพัตรากับหญิงรับใช้สองคนซ่อนตัวอยู่ที่นั่น เขาตายในอ้อมแขนของ พระนาง เมื่อออกตาเวียนเดินทัพเข้ามาในเมืองได้  คลีโอพัตราพยายาม เอาชนะใจเขาเหมือนที่พระนางท�ำกับซีซาร์และแอนโทนี่  พลูทาร์ชเขียน ว่าแม้อยู่ในวัยสามสิบเก้า “เสน่ห์เก่าแก่ของพระนางและสดใสในวัยเยาว์ หาได้หายไปจากพระนางไม่  แม้พระนางจะอยู่ในสภาพปัจจุบัน  ทว่าสิ่ง เหล่านั้นก็เปล่งประกายออกมาจากภายใน” พระนางถึงกับเสนอจะสละ ราชสมบัติหากลูกๆ ของพระนางสามารถปกครองแทนพระนางได้  แต่ใน ที่ สุ ด คลี โ อพั ต ราก็ ไ ด้ พ บกั บ ชายผู ้ ต ้ า นทานต่ อ เสน่ ห ์ ข องพระนาง เมื่ อ พระนางได้ยินว่าออกตาเวียนวางแผนจะจับพระนางแห่แหนไปทั่วกรุงโรม เพื่อฉลองชัย พระนางไม่ยอมทนอับอาย ทรงสวมชุดยาวที่มีหมวกคลุม แบบเทพีไอซิส แล้วให้งูเห่าที่มีผู้ซุกซ่อนส่งเข้ามาในตะกร้าผลมะเดื่อกัด เป็นการแสดงไหวพริบเหนือกรุงโรมและยืนยันความเป็นอมตะของพระ นางไปพร้อมกัน หรืออย่างน้อยนั่นก็เป็นเรื่องที่ออกตาเวียนแต่งขึ้น  แม้ กระทั่งพลูทาร์ชยังคิดว่าเรื่องนี้มีกลิ่นตุๆ ไม่มีรอยแผลใดๆ บนร่าง และ ที่ส�ำคัญกว่านั้นก็คือไม่มีงูเห่า คลีโอพัตราผู้รอบรู้เรื่องสารเคมีนั้น ไม่ต้อง สงสัยเลยว่าจะหาสูตรยาพิษที่เหมาะสมเพื่อพาพระนางออกจากโลกนี้ ได้ไม่ยาก  จะอย่างไรก็ตาม พระนางสิ้นพระชนม์เหมือนยามที่ยังทรง พระชนม์ชีพ นั่นคือเป็นราชินีที่หยิ่งทะนงและเป็นอิสระ หลังอัตวินิบาตกรรมของพระนางแล้ว ออกตาเวียนสั่งให้ประหาร บุตรของพระนางคือซีซาเรียนเสีย เป็นการก�ำจัดขวากหนามอีกอย่างหนึ่ง ที่เป็นอุปสรรคต่ออ�ำนาจในฐานะจักรพรรดิ  สิ่งที่คลีโอพัตราได้ต่อสู้เสมอ มาเกิดขึ้นจริงเสียแล้ว  นั่นคือบัดนี้อียิปต์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของจักรวรรดิ โรมัน ธิดาของพระนางที่เกิดกับแอนโทนี่ต่อมาสมรสกับกษัตริย์จูบาที่ 2 แห่งนูมิเดีย แต่โชคชะตาของลูกๆ อีกสองคนที่เกิดกับแอนโทนี่  คืออเล็ก ซานเดอร์  เฮลิออส และปโตเลมี  ฟิลาเดลฟุส ยังไม่มีใครรู้ว่าเป็นอย่างไร คลี โ อพั ต ราเป็ น ผู ้ รั ก ชาติ ที่ เ ฉลี ย วฉลาดและเป็ น วี ร สตรี   เป็ น ผู ้ 22 โตมร ศุขปรีชา  แปล


คุกคามใหญ่ของกรุงโรมอยู่พักหนึ่ง แต่พระนางจะเลื่องชื่อในฐานะนัก ยั่วยวนแห่งตะวันออกผู้ล่อหลอกชายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกรุงโรมถึงสอง นายให้ละหน้าที่  ต�ำนานของพระนางยิ่งใหญ่ขึ้นเมื่อนักเขียนตั้งแต่เชคสเปียร์จนถึงชอว์น�ำเรื่องของพระนางมาเขียนในแบบฉบับของตน และ มีภาพยนตร์หลายเรื่องสร้างขึ้น พระนางจึงเปลี่ยนจากประวัติศาสตร์มา เป็นไอคอน

โบดิกา ?-ค.ศ.60

ซากปรักหักพังเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะหญิงหนึ่ง เป็นข้อเท็จจริงซึ่งก่อความ  อับอายส���ดแสนให้พวกเขา [ชาวโรมัน] ดิโอ คาสซิอุส โบดิกาเป็นภรรยา แม่ ราชินท ี ไี่ ด้รบ ั ความนับถือ และเป็น ผู้น�ำขบถครั้งรุนแรงที่สุดที่มีต่อชาวโรมันในประวัติศาสตร์อังกฤษ เป็น วีรสตรีคนแรกในประวัติศาสตร์อังกฤษ แม้แต่ชื่อของพระนางก็ยังเป็น ต�ำนาน เพราะกลายเป็นค�ำในภาษาเซลติกที่แปลว่า “ชัยชนะ” เราไม่ค่อย รู้เรื่องราวในชีวิตของพระนางมากนักก่อนที่พระนางจะกลายเป็นหอกข้าง แคร่ของโรมัน แม้พระนางอาจมีเชื้อสายกษัตริย์มาก่อนก็ตาม นักประวัติ ศาสตร์อย่างดิโอ คาสซิอุส บรรยายว่าพระนางนั้นร่างสูง น่ากลัว มีผม หนาสีน�้ำตาลอ่อนห้อยยาวลงมาถึงเอว สวมสร้อยทองขนาดใหญ่และเสื้อ รัดเอวหลากสี  พระนางคือซีนา*เจ้าหญิงนักรบตัวจริง เราคงได้แต่เชื่อเขา * Xena: Warrior Princess เป็นซีรีส์ผจญภัยแฟนตาซีที่สร้างขึ้นในปี  1995 โดย  โรเบิร์ต ทาเพิร์ต-ผู้แปล 23 นางฉาวในประวัติศาสตร์


ครึ่งหนึ่ง เพราะเขาไม่ได้พบเห็นเรื่องราวด้วยตัวเอง ประวัติศาสตร์ของ เขาเหมือนของทาซิตุส คือเขียนหลังเหตุการณ์หลายปี  และเขาถนัดยิ่งนัก ในการส่งเสริมมุมมองแบบโรมัน แต่ถึงกระนั้นพระนางก็คงน่าเกรงขาม จริง  แม้พระนางจะไม่ได้ดูเหมือนนักรบอะเมซอนเหมือนที่ดิโอ คาสซิอุส บรรยายไว้ก็ตาม หลังเห็นอังกฤษเป็นเพียงแหล่งทรัพยากรจ�ำเป็นของสังกะสีและ หอยนางรมมานานหนึ่งศตวรรษ ชาวโรมันก็บุกอังกฤษเต็มตัวใน ค.ศ. 43 จักรพรรดิคลอดิอุส ผู้ต้องการการประชาสัมพันธ์ดีๆ เพื่อ เปลี่ยนภาพ ลักษณ์ของพระองค์จากเจ้างั่งน�้ำลายยืดอ่อนปวกเปียก ได้ตัดสินพระทัย จะน�ำอังกฤษมาอยู่ใต้อิทธิพลศิวิไลซ์ของจักรวรรดิ ในตอนนั้นอังกฤษ แบ่งออกเป็นอาณาจักรเล็กและใหญ่อยู่รวมกัน เมื่อโรมันเข้ามา ชาว อังกฤษจ�ำนวนมากยินดีต้อนรับพวกเขาโดยไม่คิดว่าในระยะยาวแล้วจะ เป็นอย่างไร  จักรพรรดิเองได้เสด็จเยือนอย่างเป็นทางการด้วย มีการจัด งานฉลองใหญ่ที่คามูโลดูนุม (โคลเชสเตอร์) เพื่อให้ชาวเมืองประทับใจกับ ความโอ่อ่าอลังการของโรมัน ชนเผ่าทางใต้ส่วนใหญ่รวมถึงชาวไอซีนี* เลือกจะต่อต้านให้น้อยที่สุด และกลายเป็นอาณาจักรบริวารไป ใน ค.ศ. 60 หลังปกครองมายี่สิบปี กษัตริย์พราซูทากุสแห่งไอซีนีใน อีสต์แองเกลีย**สิ้นพระชนม์ ทิ้งอาณาจักรของพระองค์ให้แบ่งกันระหว่าง จักรวรรดิโรมันกับพระธิดาสององค์ โดยมีมเหสีหม้ายคือโบดิกาเป็นผูส้ ำ� เร็จ ราชการ พราซูทากุสเป็นหนึ่งในคนแรกๆ ที่ลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพ กับกรุงโรม แต่เพราะพระองค์สิ้นพระชนม์โดยไม่มีผู้สืบทอดชาย โรมันจึง เห็นว่าสัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะและไร้ผล ภายใต้กฎหมายโรมันการ สืบทอดต้องผ่านทางผู้ชายเท่านั้น การมีผู้หญิงปกครองพิสูจน์ว่าชาวไอซี นีเป็นพวกป่าเถื่อน ผู้หญิงในเซลติกบริเตนนั้นสามารถปกครองแผ่นดิน * Iceni คือชาวอังกฤษที่ตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันคือนอร์โฟลกมาตั้งแต่ราว  100 ปีก่อนคริสตกาล-ผู้แปล ** อาณาจักรไอซีนีครอบคลุมพื้นที่ที่ในปัจจุบันคือนอร์โฟลก เคมบริดจ์ไชร์ และ  ซัฟโฟลกทางเหนือในอิงแลนด์] 24 โตมร ศุขปรีชา  แปล


ได้ แต่งงานกับคนที่ตนชอบได้ และครอบครองสมบัติได้ พวกเธอมีเสรี ภาพมากเมื่อเปรียบเทียบกับพวกโรมันที่ชีวิตถูกควบคุมเข้มงวด ทาซิตุสเขียนว่า “อาณาจักรและครัวเรือนต่างถูกปล้นชิงเหมือน เป็นรางวัลสงคราม”  เมื่อโบดิกาประท้วงการกระท�ำนี้ ชาวโรมันก็แห่ พระนางออกประจานและอนุญาตให้ทาสข่มขืนพระธิดาเพื่อเป็นการเชือด ไก่ให้เผ่าอื่นๆ ดู  แต่ชาวโรมันเลือกผู้หญิงผิดคนเสียแล้ว โบดิกาเป็นที่รัก ของชาวไอซีนีและชนเผ่าเพื่อนบ้านอื่นๆ อีกมาก รวมถึงเผ่าทริโนวานเตส ซึ่งโกรธแค้นอยู่แล้ว จึงร่วมกับพระนางก่อขบถต่อโรม พระนางได้รับความ ช่วยเหลือภายใต้สภาพการณ์ที่ชาวโรมันเริ่มปฏิบัติต่อชาวอังกฤษเหมือน แรงงานทาส โดยชาวโรมันอยู่ใต้การปกครองของผู้ปกครองชื่อคาตุส ดี เซียนุส คนพื้นเมืองต้องเผชิญกับความโหดเหี้ยมทารุณ พวกทหารต่างยึด ครองที่ดินตามที่ต้องการ แล้วขับไล่ชาวบ้านออกไป มีการสร้างวิหารใหญ่ อุทิศแด่พระจักรพรรดิคลอดิอุสขึ้นที่คามูโลดูนุม โดยใช้ชาวทริโนวานเตส เป็นแรงงานที่ไร้ค่าจ้าง แล้วเก็บภาษีคนเหล่านี้อีกต่อหนึ่งเพื่อหาประโยชน์ ในตอนแรก การขบถของโบดิกาได้โชคช่วย ซูโทนิอสุ ซึง่ เป็นผูบ้ ญ ั ชา การทหารออกไปเข่นฆ่าสังหารหมู่ชาวดรูอิดบนเกาะโมนา (แองกลีซี) เมื่อเขาไม่อยู่ โบดิการวบรวมทหารได้กว่า 120,000 คน มีทั้งชายหญิง และพระ แม้ โ บดิ ก าจะต้ อ งมี บุ ค ลิ ก พิ เ ศษมากจึ ง สามารถชั ก ชวนชาว อังกฤษให้เข้าร่วมกับพระนางได้ แต่พระนางเองก็มีเรื่องเล่าทรงพลังที่ทุก คนต่อติดกับพระนางได้ด้วย  สิ่งที่ท�ำให้พระนางเป็นผู้น�ำที่แข็งแกร่งก็คือ พระนางเต็มไปด้วยความโกรธแค้น พระนางรู้สึกว่าความยุติธรรมอยู่ข้าง ตัว ชนเผ่าเซลติกใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อตระเตรียมสงครามอยู่แล้ว เมื่อมีเสียง เรียก พวกเขาก็พร้อมจะเตะก้นชาวโรมันออกไปทันที ป้ายแรกคือโคลเชสเตอร์ ทีน่ นั่ พวกเขายึดเมืองได้อย่างน่าประหลาด ใจ โบดิกาสวดอ้อนวอนเทพีแอนดราสเตเพื่อขอชัยชนะและปล่อยกระต่าย ตัวหนึ่งเข้าไปในฝูงชนเพื่อท�ำนายว่าการรบจะประสบผลส�ำเร็จหรือไม่ จากทิศทางการเดินของมัน นิมิตคงเข้าข้างพระนาง เพราะผู้คนในโคล 25 นางฉาวในประวัติศาสตร์


เชสเตอร์ไร้อาวุธและไม่ได้เตรียมตัว เมืองก็ไม่มีป้อมปราการ โบดิกาและ กองทัพบุกเข้าปล้นสะดมและจุดไฟเผา กองทหารโรมันสองพันนายใกล้ ที่สุดอยู่ที่เมืองลินคอล์น ผู้บัญชาการรีบเร่งมาปะทะกับพวกขบถ แต่กอง ก�ำลังถูกชาวอังกฤษซุ่มโจมตีระหว่างทางและแตกพ่ายไป ด้วยความฮึกเหิมโบดิกาเดินหน้าไปยังลอนดอน หัวใจทางการ ค้าของจักรวรรดิโรมันในอังกฤษ ทันที่ที่คาตุส ดีเซียนุสได้ยินว่าโบดิกา บุกมา เขาก็หนีออกจากเมืองไปยังกาอุล  ขณะเดียวกันซูโทรนิอุสก็ออก จากเวลส์มาถึงลอนดอนพร้อมกับทหารม้ากองเดียว เมื่อเขาได้ยินข่าว การขบถเป็นครั้งแรก เขาไม่ค่อยใส่ใจนัก ชาวอังกฤษคงต้องสิ้นหวังมาก ทีเดียวจนถึงขั้นฟังค�ำสั่งจากผู้หญิง  อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นขนาดกองทัพ ของโบดิกาและตระหนักว่าเขาเข้มแข็งไม่พอ ซูโทรนิอุสก็ตัดสินใจทิ้งเมือง และสั่งให้ผู้คนหนีไป หลังเผาลอนดอนราบเป็นหน้ากลองแล้ว โบดิกา กับสมัครพรรคพวกก็มุ่งหน้าไปยังเซนต์อัลบานส์และปล้นชิงเมืองนั้น แม้ คนในเมืองจะหนีไปเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่โบดิกายังไม่จบ พระนางตัดสินใจไล่พวกโรมันขึ้นเหนือ ปล้น ชิงสองสามเมืองระหว่างทาง ไม่มีใครรู้แน่ว่าสนามรบสุดท้ายระหว่าง โบดิกาและชาวโรมันอยู่ที่ไหน แต่อาจอยู่ในแถบเวสต์มิดแลนด์ส เท่าที่ รู้ก็คือซูโทรนิอุสเลือกสถานที่ซึ่งมีป่าล้อมรอบ เขาจึงถูกโจมตีได้จากด้าน หน้าเท่านั้น ด้วยความที่มีคนน้อยกว่า พวกโรมันจึงต้องใช้กลยุทธ์และ ข้อเท็จจริงที่ว่าพวกตนได้รับการฝึกฝนมามากกว่าและมีเครื่องไม้เครื่อง มือในการต่อสู้ที่เป็นระเบียบกว่า ก่อนศึกสุดท้าย โบดิกาขับรถม้าขึ้นไปยังแนวหน้าโดยมีพระธิดา อยู่ด้านหน้า พระนางเตือนกองทัพว่า “ถ้าไ���่ชนะศึกนี้ก็ตาย  นั่นคือสิ่งที่ ข้า-ผู้หญิงคนหนึ่งวางแผนเอาไว้  ปล่อยพวกผู้ชายมีชีวิตเยี่ยงทาสไปถ้า พวกเขาต้องการ”  ด้วยความมั่นใจในชัยชนะชาวอังกฤษพาครอบครัว มาด้วย และให้ครอบครัวอยู่ในเกวียนที่จอดอยู่ริมสนามรบ ด้วยการตั้งกระบวนแบบเส้นตรง ชาวโรมันตรึงก�ำลังโดยใช้โล่ 26 โตมร ศุขปรีชา  แปล


และหอก ส่วนชาวอังกฤษทาหน้าและล�ำตัวเป็นสีน�้ำเงินพร้อมกับร้อง ตะโกนข่มขู่และจู่โจมอย่างบ้าคลั่ง ต้องเป็นภาพที่น่ากลัวอย่างยิ่ง แต่ ชาวโรมันก็ยึดพื้นที่ไว้แล้วพุ่งหอกไปในอากาศ เมื่อไม่มีเกราะป้องกันตัว ชาวอังกฤษกลุ่มแรกก็ล้มลง พวกเขาไม่มีทางสู้ทักษะการรบที่เหนือกว่า ของกองทหารโรมันได้  พวกโรมันแปรกระบวนเป็นรูปลิ่มเพื่อตีโอบจาก ด้านข้าง เมื่อพวกเขาพยายามจะหันหนีก็ถูกเกวียนของตัวเองที่อยู่ขอบ สนามรบกระหนาบไว้  เมื่อฝุ่นจางลงมีชาวอังกฤษล้มตายมากมายนับ ไม่ถ้วน แต่มีชาวโรมันเสียชีวิตเพียงสี่ร้อยนาย มันคือการขบถใหญ่ครั้ง สุดท้ายต่อต้านจักรวรรดิโรมัน เชื่อกันว่าโบดิกาวางยาพิษตัวเธอเองและ พระธิดามากกว่าจะยอมตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกโรมัน ต้องใช้ความกล้าหาญและมันสมองมากมายทีเดียวส�ำหรับโบดิกา ในการลุกขึ้นขบถต่อต้านมหาอ�ำนาจโลกในตอนนั้น พระนางเกือบชนะ การขบถของโบดิกานั้น จริงๆ แล้วท�ำให้เนโรจักรพรรดิโรมันในช่วงที่เกิด การลุกฮือขึ้นถึงกับพิจารณาจะถอนกองก�ำลังทหารโรมันออกจากอังกฤษ ข้อบกพร่องร้ายแรงของพระนางคือ พระนางดูเหมือนไม่มีแผนชัดเจนอื่น ใดนอกจากขับไล่พวกโรมันเท่านั้น  ถ้าพระนางสามารถใช้ชัยชนะในช่วง แรกๆ ให้เกิดประโยชน์ได้  พระนางอาจได้แรงสนับสนุนมากกว่านี้และ โรมันก็อาจต้องพ่ายให้อังกฤษในที่สุด หลายศตวรรษหลังสิ้นพระชนม์  โบดิกาเริ่มได้ชื่อว่าเป็นวีรสตรี เป็นราชินีผู้รักชาติและสิ้นพระชนม์เพื่อปกป้องเสรีภาพของประเทศของ พระนางจากอ�ำนาจนอกประเทศที่เหี้ยมเกรียม แต่มาเลื่องชื่อประทับใจ คนในยุควิกตอเรียน ซึ่งเป็นยุคที่คนหลงใหลต�ำนานโบราณของอังกฤษ อย่างเรื่องของพระนางและกษัตริย์อาร์เทอร์  อนุสาวรีย์ของพระนางยืนเด่น อย่างภาคภูมอิ ยูร่ มิ แม่นำ�้ เทมส์ใกล้กบั รัฐสภา เพือ่ เป็นสิง่ เตือนใจถึงอ�ำนาจ ของจักรวรรดิอังกฤษและสัญลักษณ์ของความรักชาติ  มันเป็นอนุสรณ์ ที่เหมาะสมกับผู้หญิงซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นต�ำนานไปแล้ว 27 นางฉาวในประวัติศาสตร์


นางฉาวในประวัติศาสตร์