Issuu on Google+


วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง


วิถีแห่งอ�ำนาจ

หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง เสถียร จันทิมาธร

กรุงเทพมหานคร  ส�ำนักพิมพ์มติชน  ๒๕๕๗


วิถีแห่งอำ�นาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง • เสถียร จันทิมาธร พิมพ์ครั้งแรก : สำ�นักพิมพ์มติชน, พฤษภาคม ๒๕๕๗ ราคา  ๒๔๐  บาท ข้อมูลทางบรรณานุกรม เสถียร จันทิมาธร. วิถีแห่งอำ�นาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง.--กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๕๗. ๓๖๐ หน้า.--(สารคดี). ๑. กษัตริย์และผู้ครองนคร--จีน.  ๒. ถังไท่จงมหาราช.  ๓. จีน--ประวัติศาสตร์.  I. ชื่อเรื่อง ๙๒๓.๑๕๑  ISBN  978 - 974 - 02 - 1280 - 5

ที่ปรึกษาส�ำนักพิมพ์  : อารักษ์ ​คคะนาท, สุพจน์  แจ้งเร็ว, สุชาติ  ศรีสุวรรณ, ปิยชนน์  สุทวีทรัพย์, ไพรัตน์  พงศ์พานิชย์, นงนุช สิงหเดชะ ผู้จัดการส�ำนักพิมพ์  : กิตติวรรณ เทิงวิเศษ • รองผู้จัดการส�ำนักพิมพ์  : รุจิรัตน์  ทิมวัฒน์ บรรณาธิการบริหาร : สุลักษณ์  บุนปาน • บรรณาธิการส�ำนักพิมพ์  : พัลลภ สามสี ผู้ช่วยบรรณาธิการ : โมน สวัสดิ์ศรี  • พิสูจน์อักษร : บุญพา มีชนะ กราฟิกเลย์เอาต์  : อัสรี เสณีวรวงศ์  • ออกแบบปก : อริญชย์ ลิ้มพานิช ศิลปกรรม : นุสรา สมบูรณ์รัตน์  • ประชาสัมพันธ์  : ตรีธนา น้อยสี

หากท่านต้องการสั่งซื้อหนังสือเล่มนี้จ�ำนวนมากในราคาพิเศษ  เพื่อมอบให้วัด ห้องสมุด โรงเรียน หรือองค์กรการกุศลต่างๆ โปรดติดต่อโดยตรงที่  บริษัทงานดี  จ�ำกัด โทรศัพท์  0-2580-0021 ต่อ 3353 โทรสาร 0-2591-9012

www.matichonbook.com บริษัทมติชน จำ�กัด (มหาชน) : ๑๒ ถนนเทศบาลนฤมาล ประชานิเวศน์  ๑ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐ โทรศัพท์  ๐-๒๕๘๐-๐๐๒๑ ต่อ ๑๒๓๕  โทรสาร ๐-๒๕๘๙-๕๘๑๘ แม่พิมพ์สี-ขาวดำ� : กองพิมพ์สี  บริษัทมติชน จำ�กัด (มหาชน) ๑๒ ถนนเทศบาลนฤมาล ประชานิเวศน์  ๑  เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐  โทรศัพท์  ๐-๒๕๘๐-๐๐๒๑ ต่อ ๒๔๐๐-๒๔๐๒ พิมพ์ที่ : โรงพิมพ์มติชนปากเกร็ด ๒๗/๑ หมู่  ๕ ถนนสุขาประชาสรรค์  ๒ ตำ�บลบางพูด อำ�เภอปากเกร็ด นนทบุรี  ๑๑๑๒๐ โทรศัพท์  ๐-๒๕๘๔-๒๑๓๓, ๐-๒๕๘๒-๐๕๙๖  โทรสาร ๐-๒๕๘๒-๐๕๙๗ จัดจำ�หน่ายโดย : บริษัทงานดี  จำ�กัด (ในเครือมติชน) ๑๒ ถนนเทศบาลนฤมาล ประชานิเวศน์  ๑  เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐  โทรศัพท์  ๐-๒๕๘๐-๐๐๒๑ ต่อ ๓๓๕๐-๓๓๕๓ โทรสาร ๐-๒๕๙๑-๙๐๑๒ Matichon Publishing House a division of Matichon Public Co., Ltd. 12 Tethsabannarueman Rd, Prachanivate 1, Chatuchak, Bangkok 10900 Thailand หนังสือเล่มนี้พิมพ์ด้วยหมึกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อปกป้องธรรมชาติ  ลดภาวะโลกร้อน  และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้อ่าน


สารบัญ ค�ำน�ำส�ำนักพิมพ์ จากวิถีแห่ง สุมาอี้ ถึงวิถีแห่ง หลี่ซื่อหมิน

๙ ๑๑

๑. เปิดตัว หลี่ซื่อหมิน ๒. รากฐานสกุลหลี่ ๓. สาแหรกสกุลหลี่ ๔. พระสุบินนิมิต ๕. เนื่องแต่ผลท้อ ผลหลี่ ๖. เหตุ ณ เขาลิมทองซัว ๗. มังกรทอง มังกรเขียว ๘. ก�ำเนิดหลี่ซื่อหมิน ๙. วันที่ ๒๓ เดือนอ้าย ๑๐. วัยเยาว์ หลี่ซื่อหมิน ๑๑. ๓๗ ปีราชวงศ์สุย ๑๒. สิ้นยุคสุยเหวินตี้ ๑๓. เริ่มยุคสุยหยางตี้ ๑๔. สนมเอก สนมโท ๑๕. เง็กหลี หยางบวย ๑๖. ปลาทอง ลูกขลุบ

๑๗ ๒๐ ๒๔ ๒๘ ๓๑ ๓๔ ๓๗ ๔๐ ๔๓ ๔๖ ๔๙ ๕๓ ๕๗ ๖๐ ๖๔ ๖๘

วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง 5


๑๗. สงครามเหลียวตง ๑๘. กลยุทธ์พิสดาร ๑๙. ทัพลวง ขับเติร์ก ๒๐. พิชิตเจินตี๋เอ๋อ ๒๑. กองก�ำลังหวากัง ๒๒. จุดแข็งของหลี่มี่ ๒๓. การยุทธ์สิงหยาง ๒๔. เชียนหนิวเป้ยเซิน ๒๕. หลี่เอียนคับแค้น ๒๖. จุดตัดประวัติศาสตร์ ๒๗. ข้อเสนอเล่าเหวินจิ้ง ๒๘. หลี่ซื่อหมินรับแผน ๒๙. แผนดึงเผยจี้ร่วม ๓๐. ทุกข์ของแผ่นดิน ๓๑. ลอบผ่านเฉินซาง ๓๒. ความจริงตอนรุ่งสาง ๓๓. หลี่ซื่อหมินเผยตัว ๓๔. เส้นทางหลี่เอียน ๓๕. ก่อนหลี่เอียนตัดสินใจ ๓๖. สถาปนาหยางอิ้ว ๓๗. มิใช่เรื่องบังเอิญ ๓๘. การยุทธ์เขตซีเหอ ๓๙. การยุทธ์เฮวาะอี้ ๔๐. รุดสู่นครฉางอาน ๔๑. ยึดนครฉางอาน ๔๒. ฝังเสียนหลิง หลี่จิ้ง ๔๓. หลี่มี่ หลี่เอียน ๔๔. สาส์นถึงหลี่มี่

๗๒ ๗๕ ๗๘ ๘๑ ๘๔ ๘๗ ๙๐ ๙๔ ๙๘ ๑๐๑ ๑๐๔ ๑๐๗ ๑๑๐ ๑๑๓ ๑๑๖ ๑๑๙ ๑๒๒ ๑๒๖ ๑๒๙ ๑๓๓ ๑๓๗ ๑๔๐ ๑๔๔ ๑๔๗ ๑๕๐ ๑๕๔ ๑๕๘ ๑๖๒


๔๕. หลี่มี่กับหวากัง ๔๖. หลี่ซื่อหมินท่องไพร ๔๗. มังกรเหลือง แซ่หลี่ ๔๘. โอกาสในวิกฤต ๔๙. วิบากกรรมหลี่ซื่อหมิน ๕๐. วาสนาหลี่ซื่อหมิน ๕๑. ยามยากของหลี่มี่ ๕๒. หลี่เอียนสยบหลี่มี่ ๕๓. แค้นของหลี่ซื่อหมิน ๕๔. แผนลึก หลี่เอียน ๕๕. บทบาท ฉีมังกง ๕๖. หลี่มี่ชะตาทรุด ๕๗. วาระสุดท้ายหลี่มี่ ๕๘. น�้ำใจไมตรี งุยเตง ๕๙. ฉีมังกง หลี่เอียน ๖๐. ทัพถัง ทัพซีจิ๋น ๖๑. พ่ายแพ้ที่เกาเจอ ๖๒. ก�ำราบเซวเหยินก่าว ๖๓. เมื่อหลิวอู่โจว รุก ๖๔. ขับหลิวอู่โจวกระเจิง ๖๕. สงคราม ลั่วหยาง ๖๖. พิชิตโต้วเจี้ยนเต๋อ ๖๗. การศึกที่เหอเป่ย ๖๘. อ�ำนาจหลี่เอียน ๖๙. สะสมก�ำลัง รอโอกาส ๗๐. แนะน�ำ เว่ยเจิง ๗๑. เตียฮูหยิน อินฮูหยิน ๗๒. สายเข็มขัด หลี่ซื่อหมิน

๑๖๕ ๑๖๘ ๑๗๑ ๑๗๔ ๑๗๗ ๑๘๑ ๑๘๕ ๑๘๙ ๑๙๓ ๑๙๖ ๑๙๙ ๒๐๒ ๒๐๖ ๒๑๐ ๒๑๔ ๒๑๘ ๒๒๑ ๒๒๕ ๒๒๙ ๒๓๓ ๒๓๗ ๒๔๑ ๒๔๔ ๒๔๗ ๒๕๑ ๒๕๕ ๒๕๙ ๒๖๓


๗๓. กลยุทธ์ สายเข็มขัด ๗๔. ค�ำเพลง หลี่ซื่อหมิน ๗๕. วาสนาหลี่ซื่อหมิน ๗๖. วางอุบาย วางยาพิษ ๗๗. ด�ำริ ถังเกาจู่ ๗๘. หลี่เจี้ยนเฉิง แค้น ๗๙. หลี่ซื่อหมิน ม้าพยศ ๘๐. ฝางเสียนหลิง ตู้หยูฮุ่ย ๘๑. ใยไร้สภาพ ขาดผึง ๘๒. คืนแห่งการตัดสินใจ ๘๓. คืนก่อนก่อการ ๘๔. ส�ำนึก หลี่ซื่อหมิน ๘๕. ทางตัน หลี่ซื่อหมิน ๘๖. ก่อนวันที่ ๔ เดือน ๖ ๘๗. สถานการณ์ ซุยถัง ๘๘. ณ ประตูเสียนอู่ ๘๙. ดับ เจี้ยนเฉิง หยวนจี๋ ๙๐. นาที ณ เสียนอู่ ๙๑. แรงสะเทือน เสียนอู่ ๙๒. ไทจือ หลี่ซื่อหมิน ๙๓. ถังไท่จงฮ่องเต้ ๙๔. เว่ยเจิง หวางกุย ๙๕. นักปราชญ์ ราชบัณฑิต ๙๖. สมัยปกครองเจินกวน ๙๗. รักษาอาณาจักรยาก ๙๘. เติบใหญ่ในกลียุค ๙๙. ช่วงใช้ปราชญ์ บัณฑิต ๑๐๐. การเมืองน�ำการทหาร

๒๖๗ ๒๗๑ ๒๗๕ ๒๗๘ ๒๘๒ ๒๘๖ ๒๘๙ ๒๙๒ ๒๙๕ ๒๙๘ ๓๐๑ ๓๐๔ ๓๐๗ ๓๑๑ ๓๑๔ ๓๑๗ ๓๒๐ ๓๒๓ ๓๒๗ ๓๓๐ ๓๓๓ ๓๓๗ ๓๔๑ ๓๔๔ ๓๔๘ ๓๕๑ ๓๕๔ ๓๕๗


ค�ำน�ำส�ำนักพิมพ์

แม้ “อ�ำนาจ” จะมิใช่วต ั ถุทจี่ บ ั ต้องได้ กระนัน ้ ก็เป็นนามธรรม ทีม่ คี วามหมายอย่างร้ายกาจ ด้วยผูฝ้ กั ใฝ่ความทะเยอทะยานก็มกั ต้องการ “อ�ำนาจ” มาอยู่ในครอบครอง ต่างแต่อ�ำนาจนั้น จะเป็นความหมายเดียวกับ “ธรรมะ” หรือจะ เป็นนิยามในทางตรงข้าม อย่างไรก็ตาม เส้นทางของการได้มาซึ่งอ�ำนาจล้วนเป็นสิ่งส�ำคัญ พอๆ กับการรักษาไว้  โดยเฉพาะเส้นทางนักรบในสมัยบรรพกาล หลายคน ต้องจบชีวิตลงเพียงเพราะมองเห็นอ�ำนาจเป็นใหญ่  หรือไม่ก็มองเห็นว่า จุ ด หมายสู ง สุ ด ของชี วิ ต คื อ การแสวงหาอ� ำ นาจ ยิ่ ง หากเป็ น อ� ำ นาจใน ต�ำแหน่งเดียวกับประมุขด้วยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชาวยุทธ์หรือคนในกองทัพ ต่างก็มุ่งหวังในสิ่งนี้ทั้งสิ้น เช่นเดียวกับ “หลี่ซื่อหมิน” ชายชาตินักรบที่เกิดมาพร้อมกับการ ต่อสู้แย่งชิง เขาเกิดในปลายสมัยราชวงศ์สุย พบเห็นฮ่องเต้ทรราชย์ใช้ อ�ำนาจกดขี่ราษฎร อันเป็นช่วงจังหวะเดียวกับที่วงศ์ตระกูลของเขาถูก เหยียดหยามจากผลของการใส่ร้ายป้ายสี  จนต้องถูกเนรเทศไปอยู่ต่าง วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง 9


เมืองหลายปี แต่สุดท้ายหลังจากพบเห็นความไม่ชอบธรรม ความเหลื่อมล�้ำเหิน ห่างของผู้คนมากขึ���นเรื่อยๆ ชายชาตินักรบผู้นี้จึงอดรนทนไม่ได้  เขาจึงวาง แผนให้ผู้เป็นพ่อร่วมคิดก่อการทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ และนั่นก็ได้กลาย เป็นหมุดหมายแรกของ “ราชวงศ์ถัง” หนังสือ “วิถแี ห่งอ�ำนาจ หลีซ่ อื่ หมิน ถังไท่จง” เขียนโดย “เสถียร จันทิมาธร” จึงเปรียบได้กับแผนที่ของการได้มาซึ่งอ�ำนาจของ “หลี่ซื่อ หมิน” นักรบผู้ตั้งมั่นอยู่ในการสร้างฐานของตนเอง หากนั่นมิใช่เพื่อการ เสพติดอ�ำนาจและกลายเป็นทรราชย์เหมือนฮ่องเต้คนก่อนๆ  ทว่าเขากล้า เสี่ยงต่อการตกเป็นกบฏของจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียเพื่อให้ชาติ บ้านเมืองด�ำรงอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง และเมื่อเข้ามาสู่จุดสูงสุด หลี่ซื่อหมินก็มิได้ลืมตัวในการบริหาร บารมี  กระทั่งเขาได้กลายเป็นมหาจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งของ ประวัติศาสตร์ในนาม “จักรพรรดิถังไท่จง” เส้นทางอ�ำนาจของมหาจักรพรรดิ์องค์นี้จะเป็นอย่างไร บทสรุป ก่อนที่หลี่ซื่อหมินจะขึ้นนั่งบัลลังก์จะเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามแค่ ไหน หนังสือเล่มนี้ได้บรรจุหลักคิดดังกล่าวไว้อย่างเต็มเปี่ยม การันตีผา่ นปลายปากกาของผูเ้ ขียนได้เลยว่า  ทุกค�ำอธิบายเกีย่ วกับ เส้นทางแห่งอ�ำนาจ ล้วนเป็นมุมมองเพื่อน�ำมาปรับใช้ได้ทุกยุคสมัยทั้งสิ้น ส�ำนักพิมพ์มติชน

10 เสถียร จันทิมาธร


สุมาอี้ ถึงวิถีแห่ง หลี่ซื่อหมิน จากวิถีแห่ง

เหมือนกับเมื่อเริ่มต้นเขียนเรื่องราวของพระเกจิทางด้าน การปฏิบัติ  ไม่ว่าจะเป็นพระอาจารย์เทสก์  เทสรังสี  ไม่ว่าจะเป็นพระ อาจารย์ดูลย์  อตุโล ไม่ว่าจะเป็นพระอาจารย์ชา สุภัทโท คือ เริ่มจากความไม่รู้ คือ เริ่มจากความอยากรู้ เรื่องราวของ “วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง” ก็เช่นเดียวกัน กับที่ได้เขียนใน “วิถีแห่งอ�ำนาจ สุมาอี้” คือ เริ่มจากความไม่รู้ คือ เริ่มจากความอยากรู้ อาศัยความอยากรู้  อาศัยความไม่รู้เป็นเครื่องกระตุ้นให้เดินเข้าไป ศึกษา ท�ำความรู้จัก ท�ำความเข้าใจ ๑ เรื่องราวอันเกี่ยวกับชีวิต ๑ เรื่องราวอันเกี่ยวกับยุค ๑ เรื่องราวอันเกี่ยวกับความคิดที่ไม่เพียงแต่สัมพันธ์กับการเติบ ใหญ่ของชีวิต หากแต่ยังยึดโยงอยู่กับสภาพและลักษณะทางสังคม คนต้องคนให้ทั่ว คนตั้งแต่หัวถึงตีน วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง 11


เมือ ่ เริม ่ ต้นจากความไม่ร ู้ เมือ ่ อาศัยความอยากรูเ้ ป็นพาหนะ เหมือนกับเป็นสะพานและน�ำทางก็ต้องอาศัยปัจจัยอื่นอันเป็นเหมือน “ตัวช่วย” ที่ส�ำคัญเป็นอย่างมากคือ หนังสือ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเชิงนวนิยายอย่างมังกรคู่สู้สิบทิศของหวงอี้ อัน น. นพรัตน์  แปลมาเป็นไทยอย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นยุทธจักรล่า บัลลังก์ของจิ่วถู  อันเป็นส�ำนวนการแปลของ น. นพรัตน์เจ้าเดิม เมื่อประสานเข้ากับยุทธนิยายเรื่องส้วยถังและซุยถังก็เริ่มสนุก ยิ่ ง ได้ ห นั ง สื อ ประวั ติ ศ าสตร์ จี น ของทวี ป  วรดิ ล ก  ยิ่ ง ได้ ห นั ง สื อ ฮ่องเต้  สิบปฐมกษัตริย์  ผู้สร้างประวัติศาสตร์แต่ละยุคของจีนของอดุลย์ รัตนมั่นเกษม  ยิ่งได้หนังสือถังไท่จงฮ่องเต้  จักรพรรดินักปกครองแห่ง ราชวงศ์ถังของจีนของวัชระ ชีวะโกเศรษฐ ยิ่งได้หนังสือรัฐศาสตร์ถังไท่จง ของก่อศักดิ์  ไชยรัศมีศักดิ์  ยิ่งได้ หนังสือการ์ตูนชุดอิงประวัติศาสตร์จักรพรรดิจีนชุดหลี่ซื่อหมินของหยีเซ่อ ยิ่งได้หนังสือประวัติศาสตร์จีน อัน ปกรณ์  ลิมปนุสรณ์  เป็นบรรณาธิการ ยิง่ ได้หนังสือประวัตศิ าสตร์จนี ฉบับย่อ อัน เขมณัฏฐ์  ทรัพย์เกษมชัย แปลจากต้นฉบับของหลีเ่ ฉวียน  ยิง่ ได้หนังสือประวัตศิ าสตร์จนี ฉบับเอเชีย แพค คอมมิกส์  ยิ่งได้หนังสือแลหลังแดนมังกร อัน ถาวร สิกขโกศล เป็น ผู้แปล ยิ่งได้หนังสือเกร็ดประวัติศาสตร์จีน ๕,๐๐๐ ปี  อัน ไอรีน เป เป็น ผู้แปล  ยิ่งได้หนังสือยิ้ม : กโลบายเหนือผู้พิชิต อัน อธิคม สวัสดิญาณ แปลจากต้นฉบับของเว่ง ถงเลี่ยง  ยิ่งได้หนังสือ ๑๐๐ ขุนนางประเสริฐ ในประวัติศาสตร์จีน ของกนกพร นุ่มทอง ยิง่ ได้หนังสือเจินกวนเจิง้ เย่า  ของอูจ๋ งิ  อัน อธิคม สวัสดิญาณ แปล มาเป็น ยอดกุศโลบายจีน  ยิ่งได้หนังสือคนแซ่หลี  อัน สุกิจ นิมมานเหมินท์  น�ำซุยถังมาเล่าใหม่อย่างพิสดาร ยิ่งท�ำให้ภาพของหลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น 12 เสถียร จันทิมาธร


หากไม่ มี ห นั ง สื อ ดั ง ที่ ย กมาอ้ า งอิ ง ถึ ง ก็ ย ากเป็ น อย่ า งยิ่ ง ที่ “วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง” จะส�ำเร็จออกมาได้ ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ที่ต้องขอบคุณอีก ๑ ก็คือ หนังสือพิมพ์  “ข่าวสด” ซึ่งเปิดโอกาสให้ ได้น�ำเสนออย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ ทีต่ อ้ งขอบคุณอีก ๑ ก็คอื  ส�ำนักพิมพ์  “มติชน” ทีน่ ำ� มาพิมพ์เป็นเล่ม ตอนตีพมิ พ์ในข่าวสด อาจใช้ชอื่  “วิถแี ห่งอ�ำนาจ ถังไท่จง”  แต่เมือ่ รวมเป็นเล่มได้ขออนุญาตปรับแต่งเล็กน้อย เป็น “วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง” ที่ต้องขอบคุณอีก ๑ คือ ท่านผู้อ่าน หากไม่มีท่านผู้อ่านก็ยากเป็น อย่างยิ่งที่คนเขียนหนังสือจะด�ำรงอยู่ได้ อาจแบ่งผู้อ่านได้เป็น ๒ กลุ่ม ๑ เป็นผู้อ่านซึ่งรอบรู้อยู่แล้วและต้องการรู้ว่าการเรียบเรียงของผู้ เขียนด�ำเนินไปอย่างไร ถูกต้อง น่าเชื่อถือหรือไม่ ๑ เป็นผู้อ่านซึ่งอยู่ในสภาพเดียวกันกับผู้เขียน นั่นก็คือ เริ่มต้นจากความไม่รู้  นั่นก็คือ เริ่มต้นจากความอยากรู้ และด้วยความหวังว่าผู้เขียนจะสามารถให้ค�ำตอบ ไม่ว่าจะให้ค�ำตอบได้หรือไม่  ก็ต้องขอบคุณ ก็อย่างที่กล่าวในตอนต้นนั่นแหละ หากไม่มีท่านผู้อ่านก็ยากเป็น อย่างยิ่งที่คนเขียนหนังสือจะด�ำรงอยู่ได้ ความจริงนี้  เป็นจริงตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ “วิถีแห่งอ�ำนาจ สุมาอี้” ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ “วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง” จะอยู่ได้ก็เพราะท่านผู้อ่าน เสถียร จันทิมาธร มกราคม ๒๕๕๗ วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง 13


วิถีแห่งอ�ำนาจ

หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง


๑. เปิดตัว หลี่ซื่อหมิน

ไม่ว่าจะเป็น “หวงอี้” เมื่อเขียนยุทธนิยายเรื่องมังกรคู่สู้สิบทิศ  ไม่ว่าจะเป็น “จิ่วถู”  เมื่อประพันธ์ยุทธนิยายเรื่องยุทธการล่าบัลลังก์  ใน ยามเปิดตัวหลี่ซื่อหมินให้เป็นที่ปรากฏก็ด�ำเนินไปตามแต่มุมอันยืนมอง อยู่ เป็น “มุมมอง” ซึ่ง “แตกต่าง” กัน แน่นอน เมื่อเป็นยุทธนิยายเรื่องมังกรคู่สู้สิบทิศ ย่อมสะท้อนผ่าน สายตาและบทสรุปของโคว่จงกับฉีจื่อหลิงอย่างเป็นด้านหลัก เบื้องหน้าคนทั้ง ๒ นี่ย่อม “เป็นชายหนุ่มร่างสูงสง่า อายุสูงวัยกว่า พวกเขาเล็กน้อย กอปรด้วยใบหน้าสี่เหลี่ยม หูใหญ่  ตาด�ำขลับประดุจนิล เป็นประกายแวววาว ยืนหยัดอย่างปลอดโปร่ง แฝงความหนักแน่นดุจ ขุนเขา “บันดาลให้ผู้คนยอมศิโรราบ “ชายหนุ่มคนนั้นกล่าวเบาๆ ว่า ‘ข้าพเจ้าเป็นบุตรคนรองของเจ้า เมืองไท่หยวน หลี่เอียน เรียกว่า ซื่อหมิน’ “ได้ยินดังนั้น โคว่จงหัวเราะฮิฮะกล่าวว่า ‘ชื่อซื่อหมินตั้งได้ดียิ่ง วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง 17


สมควรแปลว่า กอบกู้โลก���ุนเจือราษฎร ภายภาคหน้าไม่แน่ว่าท่านจะ ได้เป็นฮ่องเต้’ “ชายหนุ่มเจ้าของนามหลี่ซื่อหมินยิ้มเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า “‘พี่ท่านยกยอไปแล้ว แต่ว่าชื่อนี้มีต�ำนาน’” เท่ากับเป็นการเปิดตัวอย่างโอ่อ่าชวนให้ประทับใจ โดยเฉพาะบท  สรุปของ ๒ มังกรคู่แห่งเมืองหยางโจวอันมากด้วยความมั่นใจ “บันดาลให้ผู้คนยอมศิโรราบ” นี่ย่อมแผกต่างไปจากภาพของหลี่ซื่อหมินอันปรากฏผ่านสายตา ของหลี่ซีและหลิวหงจีในยุทธนิยายเรื่องยุทธจักรล่าบัลลังก์  ซึ่งเขียนโดย จิ่วถู เป็นเหตุการณ์เมื่อแรกได้พบกัน ณ เมืองไท่หยวน ชายแดนด้าน โคกุเรีย เมื่อมองข้ามศีรษะของหลี่เจี้ยนเฉิงก็เห็นชายหนุ่มอายุยังไม่ถึง ๑๕ ปีผู้หนึ่งก�ำลังน้าวคันธนูยิงใส่เป้าที่อยู่ห่างออกไป ๗๐ ก้าว ข้างกายของชายหนุ่มมีหญิงสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกันนางหนึ่ง แต่นางไม่ได้ถือพัดโบกเยี่ยงสตรีในตระกูลใหญ่  หากแต่ถือไม้ตี เตรียมย�่ำกลองเสริมอานุภาพแก่ชายหนุ่ม ยุทธนิยายยุทธจักรล่าบัลลังก์เริ่มกล่าวถึงหลี่ซื่อหมินเมื่ออายุได้ ๑๔ ปี  “มันฝึกวิชาการต่อสู้ตั้งแต่เล็ก  ตอนนี้มีความส�ำเร็จเหนือกว่าชาย หนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันมากมาย ปกติยากพบพานคู่มือเปรียบติด เมื่อ ประลองฝีมือกับองครักษ์ของถังกง  เหล่าองครักษ์ไม่กล้าท�ำร้ายคุณชาย รอง ไม่ถึง ๓ กระบวนท่าก็ทิ้งอาวุธยอมแพ้” ในความเห็นของหลี่เจี้ยนเฉิงผู้พี่ต่อน้องรองหลี่ซื่อหมิน “ไหนเลย มันเพียงนิยมวิชาการต่อสู้หากถึงกับคลั่งไคล้  มาถึงเมืองไท่หยวนไม่กี่วัน มันก็รื้อท�ำลายสวนดอกไม้ถางเป็นลานฝึกซ้อมฝีมือ” น�้ำเสียงแม้กล่าวต�ำหนิ  แต่สีหน้าฉายแววรักเอ็นดูออกมา 18 เสถียร จันทิมาธร


ปมเงื่อนอันไม่ควรมองข้ามผ่านเลยอย่างเด็ดขาดก็คือ ค�ำกล่าว  ของหลี่ซื่อหมินต่อรากฐานความเป็นมาแห่งนามของตนที่ว่า “ชื่อนี้มีต�ำนาน” หลี่ซื่อหมินทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ริมหน้าต่างของเรือเดินสมุทร “เมื่ออายุ  ๔ ขวบ มีหมอดูท่านหนึ่งผ่านมายังบ้านพวกเรา เมื่อ พิเคราะห์นรลักษณ์ข้าพเจ้าก็ท�ำนายว่า ข้าพเจ้าพออายุ  ๒๐ จะกอบกู้ โลก จุนเจือราษฎร  ท่านแม่รักเอ็นดูข้าพเจ้าที่สุดจึงให้ข้าพเจ้าเปลี่ยน ชื่อเป็นซื่อหมิน” กล่าวพลางหยิบฉวยชุดไฟ กวัดแกว่งจุดกับตะเกียงน�้ำมันบนโต๊ะ เตี้ยข้างกาย ฉีจื่อหลิงเมื่อเห็นอีกฝ่ายพอเอ่ยถึงมารดา ดวงตาทอแววร�ำลึกนึก ถึงจึงกล่าวขึ้นว่า “ท่านคงคิดถึงมารดาท่านนัก” หลี่ซื่อหมินผงกศีรษะเล็กน้อย เท่ากับเป็นการยอมรับในความรัก ความผูกพันอย่างลึกซึ้งตรึงตรา ต่อมารดา เท่ากับเป็นการยอมรับในความรู้สึกอันละเอียดอ่อนซึ่งด�ำรงอยู่ ทั้งหมดนี้เป็นความรู้สึกเดียวกันกับเมื่อจอห์น เลนนอน แต่งและ  ร้องเพลงมาเธอร์ออกมา มาเธอร์, ไอ นี้ด ยู บัต, ไอ เนฟเวอร์  แฮด ยู เป็นเพราะ “มารดา” ของมัน “ล่วงไป” เช่นเดียวกับหลี่ซื่อหมิน ซึ่งมี  “มารดา”  แต่ก็เหมือนกับไม่เคย “มี” มาก่อน มีแต่คน “ไม่มี” เท่านั้นที่ลึกซึ้งต่อสิ่งอันเคย “มี”

วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง 19


๒. รากฐานสกุลหลี่

จากหนังสือ “สืบก�ำเนิด ๒๒๕ แซ่” (เท่าที่พบเห็นในเมืองไทย)  อันเป็นการรวบรวมโดย บุญศักดิ์  แสงระวี  ตีพิมพ์โดยส�ำนักพิมพ์อักษร วัฒนา หลี่  (ลี่) มีความหมายหรือแปลว่า (๑) ชื่อต้นไม้และผลไม้ชนิดหนึ่ง, ต้นพลัม หรือลูกพลัม (๒) ชื่อ ดวงดาว (๓) มีความหมายอย่างเดียวกันกับ “หลี่” ที่แปลว่าเหตุผลหรือ ยุติธรรม (๔) นามสกุล (แซ่) แซ่นี้เป็น ๑ ใน ๕ แซ่ใหญ่  เก็บอยู่ใน “ท�ำเนียบร้อยแซ่” กระจาย อยู่กว้างขวางเป็นอย่างยิ่ง มีจ�ำนวนคนมากมาย มีที่มา ๖ ทาง คือ (๑) บรรพชน ถือก�ำเนิดมาแต่สมัยราชวงศ์ซาง  (๑,๖๐๐ ปี-๑,๑๐๐ ปีก่อน ค.ศ.) หลี่เหวย ผู้สืบเชื้อสายมาจากเกาหยาว เป็นเสนาบดียุติธรรมใน สมัยพระเจ้าหราว หลี่เหวยเป็นคนตรง โจวอ๋องซึ่งเป็นทรราชไม่ชอบ จึง 20 เสถียร จันทิมาธร


ถูกหาเหตุลงโทษประหารชีวิต ภรรยาหอบลูกหนีไปซ่อนตัว อาศัยผลไม้ในป่าประทังชีวติ ตลอดมา ค�ำว่า “ผลไม้” จีนโบราณเรียกว่า “มู่จื่อ” เป็นอักษร ๒ ตัว คือ มู่ และจื่อ มู่แปลว่าไม้  จื่อแปลว่าลูก  รวมกันแปลตรงตัวว่า ลูกไม้  หรือ ผลไม้ เมื่อเอาตัว “มู่” ซ้อนขึ้นไปบนตัว “จื่อ” ก็จะกลายเป็น “หลี่” อัน เป็นอักษรใหม่อีกตัวหนึ่ง เป็นชื่อต้นไม้และผลอันเกิดจากต้นไม้นี้คือ ต้นพลัม หรือลูกพลัม ครอบครัวของหลี่เหวยจึงเปลี่ยนแซ่  “หลี่” ซึ่งแปลว่ายุติธรรมหรือ เหตุผลที่ได้มาจากต�ำแหน่งขุนนางของหลี่เหวยมาเป็น “หลี่” ลูกพลัมซึ่ง ช่วยเกื้อกูลคนในครอบครัวให้มีชีวิตอยู่สืบต่อมา (๒) มาจากสมัยชุนชิว (๗๗๐ ปีก่อน ค.ศ.) เชื้อสายของอู่อันจุน ขุนพลของแคว้นจ้าวมีอยู่คนหนึ่งชื่อหลี่จ่อเชอ  ลูกหลานได้เอาชื่อต้นของ เขาเป็นแซ่  “หลี่” ต่อมาในภายหลัง (๓) มาจากสมัยราชวงศ์เหนือใต้  (ค.ศ.๔๒๐-๕๘๙) ซา “ซื่อหลี่” ซึ่งเป็นแซ่หลายพยางค์ในแคว้นเว่ยเหนือ แก้แซ่ตัวเองเหลือตัวหลังเพียง ตัวเดียวว่า “หลี่” เป็นแซ่พยางค์เดียว (๔) มาจากสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ.๖๑๘-๙๐๗) พวกฮวนเผ่าต่างๆ และผู้ที่ใช้แซ่ดังต่อไปนี้คือ สี, ปิ่ง, อัน, ตู้, หู, หง, กว้อ, หมา, เซียนยี้, จาง, อาปู้, อาเที่ย, เสื้อลี่, จูเสีย, ต่ง, หลอ รวม ๑๖ แซ่  เนื่องจากได้ติดตามหลี่เอียนกับหลี่ ซื่อหมินสู้รบกับปรปักษ์จนสามารถสร้างราชวงศ์ถังขึ้นมาได้ มีคุณงามความดีจึงได้รับพระราชทานให้ใช้แซ่  “หลี่” ตามเชื้อ พระวงศ์ (๕) เหลาจื่อ มีบรรพชนเป็นเสนาบดีฝ่ายยุติธรรม ซึ่งใช้  “หลี่” ซึ่ง แปลว่ายุติธรรมเป็นชื่อแซ่  แต่ใช้อักษรเป็นตัว “หลี่” ผลไม้ เพราะตัวอักษร ๒ ตัวนี้ใช้แทนกันได้ วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง 21


เมื่ อ ตรวจสอบจากหนั ง สื อ ร้ อ ยแซ่ พั น ธุ ์ มั ง กร โดยการเรี ย บเรี ย ง  ของสุขสันต์  วิเวกเมธากร แห่งส�ำนักพิมพ์ผจู้ ดั การ ให้รายละเอียดต�ำแหน่ง ของหลี่เหวยว่า คือ หลี่เจิงกง เทียบเท่าสมเด็จเจ้าพระยาตุลาการ เมื่อถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดนในภูมิภาคที่กันดาร หลี่เจิงกงพร้อม ด้วยบุตรชายชื่อลี่เจินตกระก�ำล�ำบากมาก  และในยามหิวโหยได้อาศัยลูก ไม้ชนิดหนึ่งซึ่งตกอยู่ตามทางกินพอได้ประทังชีวิต ลูกไม้นี้มีชื่อว่า “หลี่” ต่อมา หลี่เจิงกงถึงแก่กรรม ลี่เจินผู้เป็นบุตรมีความส�ำนึกในบุญ คุณของต้นหลี่ที่ท�ำให้รอดตายมาได้จึงตั้งแซ่สกุลของตนว่า “หลี่” ภาษาไทยเขียนทับศัพท์แซ่หลีไ่ ว้หลายส�ำเนียง ดังนี ้ หลี,่  ลี, ลี,้  หลี, เลย์ คนแซ่หลี่ที่มีชื่อเสียง ได้แก่  หลี่เอ๋อ (ราว ๒,๕๐๐ ปีก่อน) ทายาท รุ่นที่  ๑๐ ของหลี่เจิงกง ได้ฉายาว่า เหลาจื่อ หรือ เหลาจื๊อ ทั้งนี้  เพราะประการ ๑ ตั้งแต่เกิดมาก็มีผมหงอกซึ่งท�ำให้ดูเป็น คนแก่  อีกประการ ๑ หลี่เอ๋อเป็นคนอายุยืน  ตามต�ำนานกล่าวว่าอายุ หลายร้อยปี  และมีชีวิตยืนยาวสืบเนื่องถึงหลายราชวงศ์ ในประเทศไทย คนแซ่หลี่ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ได้แก่  หลี หวงหยง พระยาอนุมานราชธน  ลี้เฮงเทียม นายเทียม โชควัฒนา หลีบัก ช้วน นายชวน รัตนรักษ์  เ���็นต้น มีทั้งที่เป็นนักปราชญ์  เป็นนักการค้า  เป็นนายธนาคาร จากนี้จึงเห็นได้ว่า ค�ำแปลตรงตัวของแซ่หลี่คือ PLUM พลัม อัน  สุขสันต์  วิเวกเมธากร สรุปอย่างรวบรัดว่า ต้นไม้นี้ถือว่ามีความส�ำคัญต่อประวัติศาสตร์จีน เพราะผลของ มันช่วยต่อชีวิตให้มหาบุรุษผู้หนึ่งซึ่งกลายเป็นต้นสกุลหลี่ 22 เสถียร จันทิมาธร


นั่นก็คือ หลี่เจิงกง หรือ หลี่เหวย  จากหลี่เจิงกงอันเป็นต�ำแหน่งเทียบเท่าเจ้าพระยาตุลาการ แสดง ความหมายว่ายุติธรรม แปรเปลี่ยนมาเป็นหลี่  พลัม ผลไม้ แม้หลี่จะให้คุณ  แต่ในบางกาละกลับกลายเป็นโทษ กลับ  กลายเป็นอันตราย

วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง 23


๓. สาแหรกสกุลหลี่

หนังสือ “ประวัติศาสตร์จีน” จากการค้นคว้าและเรียบเรียง  โดย “ทวีป วรดิลก” ตีพิมพ์เผยแพร่ผ่านส�ำนักพิมพ์สุขภาพใจ เมื่อเดือน กรกฎาคม ๒๕๓๘ บอกให้รู้ว่า แซ่หลี่เป็นแซ่ของตระกูลขุนนางเก่าแก่ สืบเชื้อสายมาจากหลี่กว่าง แม่ทัพคนส�ำคัญสมัยฮั่นอูตี้ที่เคยสู้รบ กับพวกซ่วงหนูมาอย่างกล้าหาญ ภายหลังแซ่หลี่ได้ไปตั้งหลักฐานอยู่ที่ ใกล้ๆ เหลียงโจว ในมณฑลกานสู  ตรงมุมสุดทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ แซ่หลี่เป็นตระกูลใหญ่และมีอิทธิพลอยู่ในกานสูมาช้านาน ใน  ค.ศ.๔๐๐  (พ.ศ.๙๔๓)  หลั ง จากลั่ ว หยาง  เมื อ งหลวงของ อาณาจักรสมัยซีจิ้นถูกพวกอู่หูพิชิต หลี่เกาก็ได้ตั้งตนเป็นเจ้าขึ้นในกานสู สถาปนาราชวงศ์ซีเหลียง (เหลียงตะวันตก) ที่เป็นอิสระไม่ยอมขึ้นกับชาว ต่างชาติ หลี่เกากับบุตรชาย ๒ คนปกครองรัฐซีเหลียงได้ประมาณ ๒๐ ปี แล้วถูกซ่วงหนูพิชิต ภายหลังพวกแซ่หลี่ที่รอดตายพากันอพยพมาอยู่ในฉางอานซึ่ง 24 เสถียร จันทิมาธร


ตอนนั้นเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ซีเว่ยหรือเว่ยตะวันตก  พวกแซ่หลี่ได้ เข้ารับราชการอยู่กับราชวงศ์ซีเว่ยและเป่ยโจวสืบต่อมา หลี่พิง ซึ่งสืบเชื้อสายโดยตรงมาจากเจ้าองค์สุดท้ายของราชวงศ์ซี เหลียงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น ถังกั่วกง และก็ได้สมรสกับธิดา ของตระกูลทูกุ๊  ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางพวกซ่วงหนู  หลี่พิงมีบุตรชายชื่อหลี่ เอียน การท�ำความเข้าใจต่อตระกูลหลี่  และหลี่เอียน จึงมีความส�ำคัญ หนังสือฮ่องเต้ สิบปฐมกษัตริย์ผู้สร้างประวัติศาสตร์แต่ละยุคของจีน  จากการเรียบเรียงของอดุลย์  รัตนมั่นเกษม ตีพิมพ์ผ่านส�ำนักพิมพ์หยิน หยาง เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๓๔ ช่วยให้ภาพของหลี่เอียนเพิ่มลักษณะรอบด้านยิ่งขึ้น หลี่เอียนเป็นลูกพี่ลูกน้องของพระเจ้าสุยหยางตี้  (หยางกว่าง) เดิม ทีบรรพบุรุษเป็นผู้ดีตกยากในเขตจ้าวทางเหนือ (ปัจจุบันคือเขตเหอเป่ย) ต่อมาได้ค่อยๆ กลายเป็นตระกูลใหญ่ในเขตหล่งซี  (ปัจจุบันคือภาคตะวัน ออกเฉียงใต้ในมณฑลกานสู) เพราะได้ติดตามอี่เหวินไท่ หลี่หู  ปู่ของหลี่เอียนมีต�ำแหน่งเป็นถึงไท่เหวย โดยช่วยอี่เหวินไท่ สร้างอ�ำนาจปกครองขึ้นในกวนจงด้วยการสถาปนาราชวงศ์เป่ยโจวขึ้น แทนราชวงศ์ซีเว่ย จนกลายเป็น ๑ ใน ๘ จู้กว๋อที่มีชื่อเสียง เรียกว่ายศถา บรรดาศักดิ์สูง หลังเสียชีวิตแล้วยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นถังกั่วกง หลี่พิง บิดาของหลี่เอียนได้เป็นผู้ว่าการเขตอานโจว (ปัจจุบันคือ อ�ำเภอเกาหยางในมณฑลเหอเป่ย)  แม่ทพั ใหญ่จกู้ ว๋อ และสืบทอดต�ำแหน่ง ถังกั่วกงด้วยในสมัยราชวงศ์เป่ยโจว หลี่เอียนได้สืบทอดต�ำแหน่งถังกั่วกงต่อจากบิดาตั้งแต่ยังเด็ก โดย อาศัยอ�ำนาจบารมีของวงศ์ตระกูล และเนื่องจากเขาเป็นหลานน้าของ พระนางทูกุ๊ฮองเฮาในพระเจ้าสุยเหวินตี้  ดังนั้น เขาจึงได้รับความไว้เนื้อ วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง 25


เชื่อใจจากราชวงศ์สุย ได้เป็นข้าหลวงและผู้ว่าราชการเขตของเขตต่างๆ มาตลอด  อีก ทั้งยังมีต�ำแหน่งเป็นเส้าเจียนและเว่ยเหว่ยเส้าชิงด้วย การอยู่ในตระกูลหลี่  ทั้งยังมีญาติข้างมารดาเกี่ยวโยงกับราชส�ำนัก  สุย อาจท�ำให้เส้นทางของหลี่เอียนด�ำเนินไปด้วยความราบรื่น เป็นความราบรื่นจากรากฐานที่หลี่หู  ปู่ได้วางเอาไว้ เป็นความราบรื่นจากรากฐานที่หลี่พิง บิดาได้วางเอาไว้ อย่ า งไรก็ ต าม  แม้ ต ระกู ล หลี่ จ ะมี ส ่ ว นร่ ว มในการหนุ น เสริ ม ให้ หยางเจียน ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งเป็นอัครมหาเสนาบดีและผู้ส�ำเร็จราชการของ ฮ่องเต้องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์โจวเหนือ  ซึ่งต่อมาได้แย่งชิงราชสมบัติ และสถาปนาราชวงศ์สุยขึ้นใน พ.ศ.๑๑๒๔ รับรู้กันในนามแห่งพระเจ้าสุยเหวินตี้ แต่ในช่วงปลายแผ่นดินของพระเจ้าสุยเหวินตี้  สถานะของตระกูล หลี่โดยรวมก็เริ่มตกอยู่ในสภาพสั่นคลอน มีความไม่แน่นอนมากกว่าความแน่นอน เป็นความหวาดระแวงที่ฮ่องเต้มีต่อขุนนาง และเน้นอย่างเป็นการ จ�ำเพาะไปยังผู้คนแห่งตระกูลหลี่ ในนี้ย่อมมีหลี่เอียนรวมอยู่ด้วย สาเหตุอาจเนื่องมาจากตระกูลหลี่เป็นตระกูลใหญ่และเริ่มเติบใหญ่  ขยายตัวเป็นอย่างสูง ทัง้ ทีอ่ ยูใ่ นราชส�ำนักและทีไ่ ด้รบั มอบหมายให้ปกครอง เมือง ขณะเดียวกัน ภายในตระกูล “หยาง” ด้วยกันเองก็มากด้วยความ ละเอียดอ่อน เหตุปัจจัยจากความหวาดระแวงนี้เองที่ท�ำให้ชีวิตทางราชการของ หลี่เอียนเกิดความพลิกผันและส่งผลสะเทือนทางการเมือง 26 เสถียร จันทิมาธร


จากรุ่นพ่อไปยังรุ่นลูก หลี่เจี้ยนเฉิง หลี่ซื่อหมิน หลี่หยวนจี๋ หนั ง สื อ พงศาวดารจี น  ซุ ย ถั ง  ฉบั บ เจ้ า พระยาทิ พ ากรวงศ์  แปลในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กล่าวถึงราย  ละเอียดนี้อย่างค่อนข้างพิสดาร

วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง 27


๔. พระสุบินนิมิต

อั น หนั ง สื อ  “ซุ ย ถั ง ” นั้ น  แม้ จ ะเป็ น งานแปลในแผ่ น ดิ น  พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  ๔ โดยบัญชาของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ แต่ฉบับที่แพร่หลายอย่างมากเป็นฉบับที่ส�ำนักพิมพ์คลังวิทยาตี พิมพ์เมื่อปี  ๒๕๐๗ โดยไม่เพียงแต่น�ำเอาต้นฉบับ “ส้วยถัง” มาตีพิมพ์น�ำเท่านั้น  หาก แต่ต้นฉบับ “ซุยถัง” ยังระบุให้รู้ด้วยว่า สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์  (จี่) วัดประยุรวงศาวาส เป็นผู้เรียบเรียง “ซุยถัง” ในภาคภาษาไทย เป็นเนือ้ ความเล่าถึงพระสุบนิ นิมติ อันทรงความหมายยิง่ ของพระเจ้า สุยเหวินตี้ เป็นพระสุบินนิมิตอันส่งผลสะเทือนเป็นอย่างสูงต่อผู้คนตระกูล หลี่  และแรงสะเทือนนั้นได้ตกมาถึงยุคของหลี่เอียนด้วย ความโดยละเอียดมีดังนี้ วันหนึ่ง เสด็จทอดพระเนตรหนังสือบอกหัวเมืองทั้งปวงจนเพลาดึก  ก็เสด็จเข้าสู่ที่บรรทมหลับสนิท ทรงพระสุบินนิมิตว่า 28 เสถียร จันทิมาธร


เสด็จขึ้นไปบนก�ำแพงพระนครแล้วก็ทอดพระเนตรไปทั้ง ๔ ทิศ เห็นพฤกษาใหญ่ต้น ๑ อยู่บนก�ำแพงมีผลห้อยย้อยลงมา  พิจารณาดู ต้นพฤกษาอยู่แล้วก็ได้ยินเสียงน�้ำไหลมา ทอดพระเนตรไปเห็นน�้ำท่วม ขึ้นมาเสมอก�ำแพงพระนครทั้ง ๔ ทิศ ก็สะดุ้งตกพระทัย เสด็จหนีน�้ำไปก็เห็นเป็นคลื่นใหญ่ดุจในพระ มหาสมุทร ออกพระโอษฐ์ร้องเป็นอันดังจนรู้สึกพระองค์  นางพนักงานถวาย พระสุธารสเสวยพลางทรงพระร�ำพึงถึงพระสุบินนิมิต ก็เข้าพระทัยว่าพระสุบินนิมิตนี้ร้ายนัก เห็นจะบังเกิดน�้ำท่วมบ้าน เมืองได้ความล�ำบากเป็นมั่นค��� จะต้องมีหนังสือก�ำชับไปยังบรรดาพวก หัวเมืองทั้งปวงให้ระวังตรวจตรา อย่าให้น�้ำท่วมบ้านเมืองได้ แล้วกลับทรงพระร�ำพึงต่อไปอีกว่า ที่แผ่นดินเมืองเราก็ตั้งอยู่ที่ ดอนเห็นน�้ำจักไม่ท่วมได้  หรือจะเป็นพวกขุนนางมีชื่อและแซ่ในตัวน�้ำ สะกดอยู่จะคิดประทุษร้ายต่อเรา  ควรที่จะตรวจตราดูให้รู้แน่ว่าชื่อและ แซ่ของขุนนางพวกใดจะมีตัวน�้ำอยู่บ้าง จะได้จับเอาตัวมาช�ำระเสีย อย่า ให้มีภัยไปในเบื้องหน้า ก็ทรงตรึกตรองตรวจตัวขุนนางไปทุกๆ คนทั้งกลางวัน กลางคืน ทรงคิดได้ว่า ขุนนางผู้เฒ่าคนหนึ่งแซ่หลี่  ชื่อฮุยหงวน เดิมเป็น ขุนนางอยูเ่ มืองตัน๋  ครัน้ ไปตีเมืองตัน๋ ได้ให้มาเป็นทีเ่ ซก๊กกง ขุนนางต�ำแหน่ง ล้อมพระราชวัง แลหลี่ฮุยหงวนคนนี้ก็มีชื่อต้องอยู่ในหนังสือตัวน�้ ำแล้วก็ เป็นขุนนางล้อมวังอยู่ด้วย เห็นจะได้กับคนผู้นี้เป็นมั่นคงก็ยิ่งมีความสงสัยหนัก แล้วทรงเห็นว่าหลี่ฮุยหงวนก็ชราอยู่แล้วเห็นจะหาคิดประทุษร้าย  ต่อเราไม่  แต่ข้อสุบินว่าพฤกษาใหญ่มีผลห้อยย้อยลงมานั้นเห็นจะได้กับ บุตรแลหลานหลี่ฮุยหงวนจะเป็นผู้มีบุญมีฤทธิ์อย่างไรบ้าง พระเจ้าสุยเหวินตี้ตรัสถามขุนนางได้ความว่า วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง 29


หลี่ฮุยหงวนมีบุตรชาย ๒ คน บุตรชายคนใหญ่ก็ถึงแก่กรรมไป แล้ว ยังแต่บุตรชายคนน้อยชื่อฮองยี พระองค์ได้ทรงฟังออกชื่อฮองยีเห็นต้องในหนังสือตัวน�้ำด้วย แล้ว แซ่หลี่ตัวนี้ก็ต้องกับฝันของเราว่าต้นไม้ใหญ่มีผล บุตรหลี่ฮุยหงวนคนนี้ ทั้งชื่อทั้งแซ่ต้องในฝันของเราเห็นจะคิดร้ายต่อเราจะเลี้ยงไว้ไม่ได้ คิดนึกดังนั้น จึงมีตรารับสั่งให้หลี่ฮุยหงวนฆ่าบุตรนั้นเสีย หลี่ฮุย หงวนก็ฆ่าบุตรของตัวเองเสียตามรับสั่ง จึงมีค�ำกลางสอดเข้ามาว่า เจ้าเมืองสุยคนนี้มีสติปัญญาตรึกตรองอยู่  ครั้นได้เป็นเจ้าแผ่นดิน ขึ้นปัญญาก็เชือนไป มักสงสัยขุนนางไปต่างๆ ธรรมเนียมฝันร้ายก็ควรจะ ท�ำบุญให้ทาน ปลดเปลื้อง เคราะห์โศกให้บางเบา นี่มีแต่คิดประหารชีวิตผู้อื่น ที่ไหนจะพ้นภัยได้ กิตติศัพท์อันนั้นก็ลือเลื่องไปทุกบ้านทุกเมือง ขุนนางและราษฎร ทั้งปวงก็มีความร้อนใจอยู่ด้วยกัน ความน่าสนใจของพงศาวดารจีนเรื่องซุยถังมิได้อยู่ที่การแปลและ  เรียบเรียงพระสุบินนิมิตของพระเจ้าสุยเหวินตี้ออกมาอย่างพิสดาร หากแต่ยังอยู่ที่  “ค�ำกลางสอด” เป็น “ค� ำกลางสอด” อันน่าจะมาจากพระพุทธโฆษาจารย์  (จี่) แห่งวัดประยุรวงศาวาส เป็นอันว่า ผลไม้  หรือลูกไม้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีส่วนในการช่วยชีวิต หลี่เจิงกงและครอบครัวในยามยาก กระทั่งน�ำเอา “หลี่” มาเป็นแซ่ แต่เมื่อมาถึงแผ่นดินสุย ความฝันว่าด้วยน�้ำท่วม และมหาพฤกษา ที่มีผลห้อยย้อยลงมานั้นกลับกลายเป็นภัย ก่อให้เกิดความหวาดระแวงต่อคนตระกูลหลี่

30 เสถียร จันทิมาธร


๕. เนื่องแต่ผลท้อ ผลหลี่

อย่าคิดว่าเรื่องสุบินนิมิตของสุยเหวินตี้จะเป็นเรื่องผ่านเลย เหมือนกับสายน�้ำและมหาพฤกษาอันมีผลห้อยย้อย ต้องยอมรับว่าผลสะเทือนนีก้ ว้างไกล ยาวนาน ต่อคนในตระกูลหลี่ หากใครได้ อ ่ า นยุ ท ธนิ ย ายเรื่ อ ง “ยุ ท ธการล่ า บั ล ลั ง ก์ ”  จากการ ประพันธ์ของจิ่วถู  ส�ำนวนแปลเป็นภาษาไทยโดย น. นพรัตน์ ก็จะประจักษ์ผ่านค�ำบอกเล่าของหลิวหงจีต่อหลี่ซี “ถังกงถือก�ำเนิดจากตระกูลบุญหนักศักดิ์ใหญ่  สืบเชื้อสายขุนนาง ฝ่ายบู๊ในราชวงศ์เหนือ  ครั้นถึงราชวงศ์สุยยังมีศักดิ์เป็นญาติห่างๆ กับ ฮ่องเต้  มีความสัมพันธ์แนบแน่นกว่าเดิม แต่แล้วฝ่าบาททรงเชื่อค�ำเพ็ด ทูล ลดต�ำแหน่งถังกงเป็นต�ำแหน่งชั้นที่  ๖ ผ่านไป ๒-๓ ปี  ถังกงค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมาถึงต�ำแหน่งเช่นทุกวันนี้” สาเหตุด�ำเนินไปอย่างที่หลิวหงจีอธิบายอย่างรวบรัด “เพียงแต่มีคนแต่งเพลงร้องขับขาน ‘ผลท้อผลหลี่  สายน�้ำเชี่ยวราย รอบภูเขาหยาง’ สุดท้ายฝ่าบาทเห็นว่าคนแซ่หลีค่ กุ คามต่อความมัน่ คงของ ราชส�ำนักสุยจึงคิดฆ่าถังกง ดีที่เหล่าขุนนางทูลทัดทานค่อยลดต�ำแหน่ง วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง 31


หลายขั้น สุดท้ายยังเนรเทศมาเป็นขุนนางซือคู่ตูเว่ยที่เมืองไท่หยวน” ถามว่ า ใครกั น เล่ า ที่ เ พ็ ด ทู ล กระทั่ ง หลี่ เ อี ย นต้ อ งถู ก ลดต� ำ แหน่ ง และต้องย้ายออกจากเมืองหลวง หากดูจากพงศาวดารจีนเรื่องส้วยถัง หากดูจากพงศาวดารจีนเรื่อง  ซุยถังก็จะประจักษ์ว่า เป็นการสมคบคิดระหว่างหยางกว่าง รัชทายาท กับ อวี่เหวินซู่  ขุนนางผู้ใกล้ชิด ดังที่ปรากฏในพงศาวดารจีนเรื่องส้วยถัง “ข้าพเจ้าทราบอยู่ว่าครั้งก่อนบิดาของพระองค์ทรงพระสุบินแล เห็นน�้ำท่วมเมืองหลวง พระองค์ตีความในพระสุบินนิมิตว่า น�้ำได้แก่ตัว อั๋ง บุตรของหลี่หุน ขุนนางคนหนึ่งชื่อหลี่อั๋งยี่  พระองค์มีความสงสัยชื่อ ต้องกับอักษรตัวอั๋ง เกรงจะเป็นศัตรูแย่งชิงราชสมบัติ “ข้าพเจ้าเห็นว่าอักษรตัวเอียนกับอั๋งเป็นอักษรแปลว่าน�้ำมากตัว เดียวกัน “ข้าพเจ้ามีอุบายอยู่อีกอย่างหนึ่ง ต้องแต่งคนที่สนิทให้ไปสอนเด็ก ราษฎรชาวเมืองหลวงให้ร้องเพลง ๔ บทว่า “ยิดง้วยเจี่ย เล่งอิวหวยอึ้งจุ้ยเง็กหลิว เชาจีนฮวยโละเทียนจิวคุย บอหิว “มีความในบท ๑ ว่า เดือนตะวันส่องแสงต้องเรือมังกร  บท ๒ ว่า น�้ำขึ้นไหลเต็มท่วมฝั่ง  บท ๓ ว่า พัดท่อนไม้ลงมา  บท ๔ ว่า อักษรตัว คุยไม่มีศีรษะที่เป็นตัวหลี่ “คงเป็นใจความว่า แซ่หลี่  จะมีบุญ” จากนั้น “หยางกว่างไทจือ” กับ “อวี่เหวินซู่” ก็จัดให้คนสนิทไป สอนเด็กชาวเมืองหลวงให้ร้องเพลงทั้ง ๔ บท ก็รู้แพร่หลายทั้งเด็ก ผู้ใหญ่  ทั่วในเมืองหลวง อยู่มาวันหนึ่ง อวี่เหวินซู่เข้าไปเฝ้าพระเจ้าสุยเหวินตี้  กราบทูลด้วย  เรื่องเด็กในเมืองหลวงร้องเพลง ๔ บทนี้เป็นใจความว่าต้องด้วย “แซ่หลี่ 32 เสถียร จันทิมาธร


จะมีบุญ” “ขอให้พระองค์จับพวกแซ่หลี่มาฆ่าเสียให้หมด อย่าให้เหลืออยู่ ได้  จะได้สิ้นศัตรู” เซ่งเสี่ยงเกาหลุยเฝ้าอยู่ที่นั่นจึงกราบทูลว่า “ซึ่งพระองค์จะทรงเชื่อ ฟังตามถ้อยค�ำอันอวี่เหวินซู่กราบทูลให้ฆ่าพวกแซ่หลี่เสียทั้งสิ้น ราษฎร ทั้งแผ่นดินก็จะมีความเดือดร้อน เป็นที่ครหานินทาได้ต่างๆ ถ้าพระองค์ ยังสงสัยพระทัยในพวกแซ่หลี่อยู่  ก็อย่าโปรดให้พวกแซ่หลี่เป็นขุนนางรับ ราชการ ถอดลงเป็นไพร่ขับไล่ออกไปเสียให้พ้นเมืองหลวงจึงจะควร” เป็นการหาหนทางที่บัวไม่ช�้ำ น�้ำไม่ขุ่น หยางซูได้ฟังเกาหลุยกราบทูลดังนั้นก็พลอยทูลส่งเสริมเห็นดีด้วย เพราะหยางซูกับหลี่มี่เป็นเพื่อนรักกัน หยางซูปรารถนาจะให้หลี่มี่พ้นภัย พระเจ้าสุยเหวินตี้ก็ทรงเห็นชอบด้วย หยางซูจึงมีหนังสือลับแจ้งไปถึงหลี่มี่ให้คิดอ่านซ่อนตัวเสีย   เมื่อ พวกขุนนางแซ่หลี่พากันทูลลาออกนอกราชการ  พระเจ้าสุยเหวินตี้ก็ทรง โปรดอนุญาตให้ออกจากต�ำแหน่งราชการทุกคน  ฝ่ายหลี่เอียนเห็นได้ช่อง ก็เข้าไปเฝ้ากราบถวายบังคมลาออกนอกราชการ พระเจ้าสุยเหวินตี้จึงตั้งให้เป็นลิวซิว เจ้าเมืองไท่หยวน ก�ำกับเมือง ไซเหลียงด้วย แล้วหลีเ่ อียนก็ทลู ลาพระเจ้าสุยเหวินตีก้ ลับออกมาจัดเสบ���ยงอาหาร รวบรวมทรัพย์สิ่งของ ครอบครัว บุตรภรรยาจะไปเมืองไท่หยวน จากนี้จึงเห็นได้ว่า ชะตากรรมของหลี่เอียน ๑ เกิดจากความหวาด  ระแวงเนื่องแต่พระสุบินนิมิตของพระเจ้าสุยเหวินตี้ “ผลท้อผลหลี่  สายน�้ำเชี่ยว รายรอบภูเขาหยาง” ขณะเดียวกัน ๑ เกิดจากการฉวยโอกาสซ�้ำเติม โดยการสมคบ ระหว่างหยางกว่างไทจือ กับอวี่เหวินซู่  ขุนนางที่ใกล้ชิด ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวในไคหวง ศกที่  ๑๘ ค.ศ.๕๙๘ (พ.ศ.  ๑๑๔๑) ก่อนหลี่ซื่อหมินเกิด วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง 33


๖. เหตุ ณ เขาลิมทองซัว

การเดินทางออกจากนครหลวงฉางอานของหลี่เอียนเป็น  การเดินทางขบวนใหญ่  อย่างน้อยที่สุดก็เป็นการเดินทางไปรับต�ำแหน่ง เจ้าเมืองไท่หยวน ก�ำกับเมืองไซเหลียงด้วย นอกจากฮูหยินซึ่งก�ำลังท้องแก่แล้ว ยังมีหลี่เจี้ยนเฉิงบุตรคนโต เมื่อหลี่เอียนกับบ่าว ๕๐ คนจะออกจากนครฉางอาน  นางโต้ว ฮูหยินภรรยาจึงว่า “ข้าพเจ้ามีครรภ์แก่จวนคลอดอยู่แล้ว  ถ้าขอพักอยู่ ก่อนสักครึ่งเดือนค่อยไปเห็นจะดีกว่า” หลี่เอียนจึงกล่าวตอบว่า “เจ้าไม่รู้หรือ บัดนี้มีขุนนางกังฉินคอยทูลยุยงฮ่องเต้หาโทษเราอยู่ ซึ่งจะพักอยู่อีกต่อไปนั้น ตัวเราคงจะมีภัยเหมือนหลี่หุนต้องตายเมื่อครั้ง ก่อน” นางโต้วฮูหยินก็ไม่ตอบประการใด หลี่เอียนเร่งให้บ่าวไพร่ขนทรัพย์สิ่งของขึ้นบรรทุกเกวียนแล้วพา น้องชาย หลี่เตาจง บุตรและภรรยาเดินทางออกไปจากเมืองหลวง พอมาถึงบริเวณเขาลิมทองซัวก็ได้เรื่อง 34 เสถียร จันทิมาธร


ปรากฏว่ามีกลุ่มโจรกรูออกมาสกัดทางไว้  หลี่เจี้ยนเฉิงซึ่งอยู่ขบวน หน้าตกใจควบม้ามาบอกกับหลี่เอียนผู้บิดา หลี่เอียนจึงขึ้นม้าถือทวน ออกต่อกร สังหารฆ่าพวกโจรตายไปหลายคน พวกโจรเข็ดขยาดฝีมือ ไม่อาจเข้าใกล้ได้ ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้เองก็มีชายท่าทางเข้มแข็งองอาจ คนหนึ่ง มือถือกระบองออกมาช่วยหลี่เอียนสู้รบกับพวกโจร โจรพวกนั้นเป็นใคร ชายท่าทางเข้มแข็งองอาจคนนั้นเป็นใคร ปรากฏว่าพวกโจรที่แอบมาดักซุ่มจะท�ำร้ายคณะของหลี่เอียน ณ  บริเวณเขาลิมทองซัวนั้นหาได้เป็นโจรป่าอย่างแท้จริงไม่ ตรงกันข้าม กลับเป็นโจรอันได้รับการจัดตั้งมาโดยหยางกว่าง และ อวี่เหวินซู่ ดังปรากฏรายละเอียดในส้วยถังว่า ฝ่ายหยางกว่างไทจือทราบ ความว่าหลี่เอียนได้รับต�ำแหน่งเป็นเจ้าเมืองไท่หยวน จึงคบคิดกับอวี่ เหวินซู่ อวี่เหวินซู่จึงว่า “ข้าพเจ้าจะให้บุตรชายข้าพเจ้าอวี่เหวินจี๋คุมทหาร เป็นกองโจรไปคอยซุ่มอยู่ที่เขาลิมทองซัว ถ้าหลี่เอียนพาครอบครัวบุตร ภรรยาไปถึงต�ำบลนั้นให้อวี่เหวินจี๋กับทหารที่ปลอมเป็นโจรออกมาฆ่าฟัน หลี่เอียนกับบุตร ครอบครัวเสีย” หยางกว่างไทจือได้ฟังดังนั้นลุกขึ้นตบมือหัวร่อแล้วพูดว่า “ครั้งนี้คงจะสมความคิดของท่านเป็นแน่  ถ้าทหารกองโจรฆ่าหลี่เอี ย น  ครอบครั ว   บุ ต ร  ภรรยาตายสิ้ น แล้ ว   ทรั พ ย์ สิ่ ง ของของหลี่ เ อี ย น ข้าพเจ้าจะยกให้กับท่านทั้งสิ้น  แต่หลี่เอียนนั้นเป็นคนมีฝีมืออยู่  เราจะ ต้องหานายทหารที่มีฝีมือไปอีกสักคนหนึ่ง” อวี่เหวินซู่จึงตอบว่า “ไม่ต้องให้ทหารที่มีฝีมือเข้มแข็งออกไปช่วย ดอก แต่บุตรของข้าพเจ้าคนเดียวก็คงจะท�ำการให้ส�ำเร็จได้  ประการหนึ่ง ท่านก็ต้องก�ำกับไปด้วยคงสมปรารถนาทุกอย่าง” วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง 35


ครั้นปรึกษาตกลงกันแล้วอวี่เหวินซู่ก็ค�ำนับลาหยางกว่างไทจือ กลับไปบ้าน ทุกอย่างเป็นดังที่วางแผนเอาไว้ในเบื้องต้นภายใต้การซุ่มดู ของหยางกว่างไทจือกับอวี่เหวินซู่ แต่ก็มิอาจท�ำการได้ส�ำเร็จ ระหว่างนั้นหลี่เอียนสัประยุทธ์กับพวกโจรอยู่รอบตัว เหน็ดเหนื่อย  เกือบจะสิ้นก�ำลังอยู่แล้ว  ทันใดนั้นมีนายทหารคนหนึ่งบุกตีเข้ามาในท่าม กลางพวกโจร เป็นการบุกตีเข้ามาอย่างดุดัน เฉียบขาด หลีเ่ อียนเห็นลักษณะของคนคนนัน้  เข้มแข็ง องอาจ มือถือกระบอง ๒ อัน ตีกราดฟาดเข้าใส่พวกโจรโดยรอบ โจรคนหนึ่งถูกตีที่บ่ามีความเจ็บปวดเป็นสาหัส ร้องด้วยเสียงอัน ดังแล้วขับม้าหนีไป ล�ำพังหลี่เอียนก็หนักมืออยู่แล้ว นี่ยังมีคนใหม่เข้ามาอีก พวกโจร ทั้งปวงบังเกิดความครั่นคร้าม พากันทิ้งครอบครัวหลี่เอียนแตกหนีไป “เจ้าอยู่บ้านไหนจึงบังอาจเป็นโจรมาปล้นถึงริมทางหลวงเช่นนี้” เป็นเสียงส�ำทับหาญห้าวจากชายผู้เข้ามาช่วยหลี่เอียน โจรมีความ กลัวถึงกับอ้อนวอนร้องขอชีวิต “ข้าพเจ้าหาใช่พวกโจรไม่  ด้วยหยางกว่างไทจือมีความขัดเคืองกับ หลี่เอียนจึงปลอมเป็นพวกโจรมาแอบซุ่มท�ำร้าย” ความนี้รู้เฉพาะนายทหารคนนั้น แต่หาได้เข้าถึงหูหลี่เอียนไม่ ถามว่านายทหารอันปรากฏเงาร่างขึ้นแล้วเข้ามาสัประยุทธ์กับพวก  โจรกระทั่งสามารถช่วยชีวิตหลี่เอียนและครอบครัวเป็นใคร มาจากไหน ค�ำตอบในหนังสือส้วยถัง คือ “ซินซกโป๊” นามของซินซกโป๊เมื่อปรากฏผ่านหนังสือมังกรคู่สู้สิบทิศและยุทธ การล่าบัลลังก์  น. นพรัตน์  แปลเป็นภาษาไทยเรียกว่า “ฉินสู่เป่า” เป็นความสัมพันธ์เมื่อแรกพบระหว่างฉินสู่เป่ากับหลี่เอียน 36 เสถียร จันทิมาธร


๗. มังกรทอง มังกรเขียว

แท้จริงแล้ว “ฉินสู่เป่า” รับราชการจับโจรผู้ร้ายในเมืองเล็ก  เซียกุ้ย เจ้าเมืองมอบหมายให้คุมนักโทษไปส่งที่เมืองเพงเอี๋ยง เมืองโลจิว เดินทางมาได้หลายวันถึงเขาลิมทองซัวห่างเมืองฉางอาน ๕๐ ลี้ ฉินสูเ่ ป่าจึงพูดกับฮวนเกียนอุยซึง่ มาด้วยกันว่า “บนเขานีม้ ศี าลเทพา รักษ์หงอจูซู  หงอจูซูคนนี้เมื่อครั้งแผ่นดินเลียดก๊กเป็นคนสัตย์ซื่อต่อเจ้า มีคนนับถือจึงได้ท�ำศาลไว้บนเขานี้  ท่านจงคุมคนโทษไปรออยู่นอกด่าน ลิมทองก๋วนก่อนตัวเราจะขึ้นไปค�ำนับเทพารักษ์บนเขานี้แล้วจึงจะตามไป ภายหลัง” ฮวนเกียนอุยรับค�ำฉินสู่เป่าแล้วก็คุมคนโทษไปคอยอยู่ที่นอกด่าน ลิมทองก๋วนตามที่สัญญากันไว้ ฉินสู่เป่าก็ขับม้าถือกระบอง ๒ มือขึ้นไปบนเขาลิมทองซัว แล้วเห็นในศาลเทพารักษ์เป็นที่ร่มเย็นมีลมพัดเฉื่อยๆ  ฉินสู่เป่า เหนื่อยมาก็นอนหลับอยู่บนศาลเทพารักษ์ เป็นการนอนหลับขณะที่คณะของหลี่เอียนมาถึงเขาลิมทองซัวใน เวลาเที่ยง วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง 37


เป็นการนอนหลับขณะที่โจรอันหยางกว่างไทจือกับอวี่เหวินซู่มา ดักซุ่มปองร้ายหมายชีวิตของหลี่เอียน เป็นการนอนหลับอยู่บนศาลเทพารักษ์แล้วก็ฝัน ฝันไปว่าเห็นมีเก๋งสูงแห่งหนึ่งฉินสู่เป่าก็เดินขึ้นไปบนเก๋งสูง เห็นมี  แผ่นศิลาแขวนอยู่แผ่นหนึ่งมีอักษร ๓ ตัวว่า “คีหลิน” เกาะ ๒ ข้างประตูเก๋ง มีตุยหลินห้อยอยู่  ๒ ข้าง ข้างหนึ่งมีอักษร ๗ ตัวว่า “ซังกั๋นพะจิ๋น ทั่งซี่ไก่” มีใจความว่า กระบอง ๒ มือจะปราบปรามศัตรูในแผ่นดินถัง ข้างหนึ่งมีอักษรว่า “ตั้งปิเจ้งเตี้ยหลี่เคียนคุณ” มีความว่า กระบอง เหล็กสั้นจะประคองแซ่หลี่ให้เป็นเจ้า ก�ำลังยืนพิเคราะห์ตุยหลินอยู่ได้ยินเสียงดังแลไปเห็นเมฆ ๕ สีลอย อยู่บนอากาศหุ้มมังกรทองไว้  ดูไปข้างทิศตะวันตกเห็นเมฆมีสีด�ำมีมังกร เขียวออกมาจากเมฆตัวหนึ่งมาต่อสู้กับมังกรทอง  ฉินสู่เป่าเห็นมังกรทอง สู้มังกรเขียวไม่ได้ ขณะนั้นมีเสียงเหมือนคนร้องเรียกว่า ฉินสู่เป่า ขณะนี้ยังไม่ช่วย กษัตริย์  จะคอยเมื่อไรเล่า ฉินสู่เป่าได้ยินดังนั้นก็จับกระบอง ๒ อัน มีกิเลนลอยลงมาให้ฉิน สู่เป่าขี่  ฉินสู่เป่าก็ขับกิเลนเข้าไปถึงมังกรเขียว เอากระบองตีมังกรเขียว หนีไป แล้วฉินสู่เป่าได้ยินเสียงม้าร้องก็ตกใจตื่นขึ้น เมื่อรู้ว่าเป็นความฝันก็นั่งนึกตรึกตรองเห็นว่าเป็นมงคลกับตัวก็ม ี ความยินดี  คุกเข่าลงค�ำนับเทพารักษ์หงอจูซูแล้วว่า “ถ้าได้จริงดังความฝันนี้จะมาปลูกศาลให้ใหม่” ขณะนั้นได้ยินเสียงม้าร้องขึ้นอีก ฉินสู่เป่าก็ค�ำนับลาเทพารักษ์ออก มา เห็นม้านั้นกระโดดเต้นอยู่ฉินสู่เป่าจับกระบอง ๒ มือโจนขึ้นหลังม้า ขับลงมาจากเขาได้ครึ่งทางเห็นผงคลีฟุ้งขึ้น แลลงไปที่เชิงเขาเห็นพวกโจร 38 เสถียร จันทิมาธร


ล้อมพวกขุนนางอยู่  ตัวขุนนางผู้นั้นจวนจะเสียทีกับพวกโจรอยู่แล้ว จึงมาคิดว่าถ้าเราไม่ช่วยครั้งนี้  พวกโจรก็คงจะฆ่าพวกขุนนางกับ ครอบครัวเสียหมด จ�ำเราจะลงไปช่วยเอากุศลจึงจะชอบ ฉินสู่เป่าก็ควบม้าลงไปถึงเชิงเขาร้องตวาดด้วยเสียงอันดังว่า “พวกโจรเหล่านี้ไม่กลัวความตายหรือ  ถ้ารักชีวิตก็รีบหนีไปเสีย โดยเร็ว” พวกทหารทีป่ ลอมเป็นโจรเห็นฉินสูเ่ ป่าขับม้าร้องตวาดมาแต่ผเู้ ดียว ก็มิได้มีใจครั่นคร้ามฉินสู่เป่า ฉินสู่เป่าก็ขับม้าไปกลางหมู่ทหารซึ่งปลอมเป็นโจร  พวกโจรก็เข้า มาต่อสู้ฉินสู่เป่า ฉินสูเ่ ป่าเอากระบองทองแดงตีพวกโจรตายลงประมาณ ๙ คน ๑๐  คน และรุกไล่พวกโจรจนแตกฮือ และเมื่อทราบความจากโจรว่าเบื้องหลัง ความนัยเป็นประการใดฉินสู่เป่าก็ปล่อยโจรเสีย และคิดว่า หยางกว่าง ไทจือกับหลี่เอียนไม่ชอบกันหาใช่กงการของเราไม่ ถ้าหยางกว่างไทจือรู้ว่าเราออกช่วยหลี่เอียนรบครั้งนี้  ชีวิตของเรา ก็จะเป็นอันตรายเสียเปล่าๆ แล้วฉินสู่เป่าถอดหมวกออกปิดหน้าเสีย ขับม้าตรงไปทางเมืองฉาง อาน ทั้งหมดเท่ากับเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างฉินสู่เป่ากับหลี่เอียน  แม้ฉนิ สูเ่ ป่าจะรูว้ า่ หลีเ่ อียนเป็นใคร แต่หลีเ่ อียนก็ไม่รวู้ า่ ผูท้ เี่ ร่งม้าถือกระบอง ออกมาช่วยเป็นใคร ประเด็นอยู่ที่  “ความฝัน” อันปรากฏใน “ส้วยถัง” เป็นการต่อสู้ระหว่างมังกรทองกับมังกรเขียว และฉินสู่เป่าได้รับ การเร่งเร้าให้เป็นฝ่ายช่วยมังกรทอง เหมือนกับเป็นการช่วยหลีเ่ อียน เหมือนกับเป็นแรงดลใจจากเทพารักษ์ แต่ทลี่ ึกซึง้ ยิง่ กว่านัน้ ก็คอื  กระบอง ๒ มือมีสว่ นอย่างส�ำคัญใน  การช่วยแซ่หลี่ให้ได้เป็นใหญ่ วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง 39


๘. ก�ำเนิดหลี่ซื่อหมิน

การปรากฏขึ้ น ของฉิ น สู ่ เ ป่ า อย่ า งองอาจหาญกล้ า ในพง  ศาวดารจีนส้วยถัง เป้าหมายเพื่อเสริมบารมีให้กับหลี่เอียน และรวมไป ถึงหลี่ซื่อหมินด้วย เป็นไปตามขนบทางการเขียน ไม่ว่าจะเป็นไซฮั่น ไม่ว่าจะเป็น สามก๊ก ทัง้ หมดยังอยูใ่ นยุคของพระเจ้าสุยเหวินตี ้ เรียกตามส�ำนวนจีนก็ตอ้ ง เป็นศักราชไคหวง ปีที่  ๑๘ ขณะที่หยางกว่างยังเป็นไทจือ หรือรัชทายาท ขณะที่อวี่เหวินซู่ยังเป็นขุนนางในสายของไทจือ ส่วนหลี่เอียนนั้นเล่าอยู่ระหว่างต้องถอยในทางยุทธศาสตร์  ด�ำเนิน การทุกอย่างภายใต้ท่วงท�ำนองง�ำประกาย มิอาจส�ำแดงความโดดเด่นแต่อย่างใด รายละเอียดต่อจากนี้  ส้วยถังได้สะท้อนออกมาอย่างมองเห็นภาพ  เป็นฉากๆ เป็นรายละเอียดหลังจากถูกซุ่มโจมตีจากกลุ่มโจรของหยาง กว่างและอวี่เหวินซู่ 40 เสถียร จันทิมาธร


หลี่เอียนก็ขับม้ามาถึงครอบครัว ขณะนั้น นางโต้วฮูหยิน ภรรยาหลี่เอียนตกใจ  เมื่อพวกโจรล้อม อยู่เป็นอันมากก็ปวดครรภ์จะคลอดบุตร  หลี่เอียนจะหาที่แห่งใดก็มิได้ พอแลไปฟากทางข้างขวาเห็นมีวัดอยู่วัดหนึ่ง เป็นวัดชื่อเซงฮกยี่ หลี่เอียนค่อยสิ้นความวิตกจึงพาครอบครัวและบ่าวไพร่ไปพักอยู่ที่ วัด ให้คนใช้ไปนมัสการถามหลวงจีนเจ้าวัด “จะขออาศัยอยู่  เจ้าวัดจะยอมให้อยู่หรือไม่” หลวงจีนเจ้าวัดชือ่ งอกง เมือ่ ได้ทราบก็ออกไปรับครอบครัวหลีเ่ อียน เข้ามา จัดที่ให้พัก หลี่เอียนจึงกล่าวต่อหลวงจีนเจ้าวัดว่า “ขอให้ขา้ พเจ้ากับครอบครัวพักอาศัยอยูส่ กั คืนหนึง่  รุง่ ขึน้ เช้าข้าพเจ้า จะลาท่านไป” หลวงจีนงอกง เจ้าวัดจึงว่า “เชิญท่านอยู่เถิด หาเป็นไรไม่” ตกเวลากลางคืน หลี่เอียนมิได้ถอดเสื้อเกราะ ถือกระบี่นั่งระวัง เหตุการณ์อยู่  ไม่อาจจะหลับตานอนเพราะกลัวศัตรูจะมาท�ำร้ายอีก พอเวลายาม ๓ มีกลิ่นหอมเหมือนดอกไม้หอม หอมไปทั้งวัดเป็นที่ชื่นอกชื่นใจ และเป็นการอัศจรรย์ด้วย หลี่เอียน เดินออกไปข้างนอกเห็นดาวดวงใหญ่ตกลงมา นึกสงสัยในใจอยู่ ขณะเดียวกัน คนใช้มาบอกว่า “ฮูหยินคลอดบุตรเป็นชาย” ได้ยินดังนั้นหลี่เอียนมีความยินดีเป็นอย่างมาก รีบเดินกลับมายัง ที่พัก ครั้นรุ่งเช้าก็จัดดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้พระพุทธรูปที่ในโบสถ์  แล้ว กราบขอโทษต่อหลวงจีนเจ้าวัด “ด้วยว่าบัดนี้ภรรยาข้าพเจ้ามาคลอดบุตรในวัดของท่าน เป็นที่ โสโครกเปื้อนเปรอะในวัด  ข้าพเจ้ามีโทษเป็นอันมาก  ขอความกรุณาให้ ข้าพเจ้าอาศัยอยู่สักเดือนหนึ่งพอให้ภรรยาข้าพเจ้าแข็งแรงแล้วข้าพเจ้า จะอ�ำลาท่านไป” หลวงจีนเจ้าวัดบอกว่า  “ขอเชิญท่านพักไปก่อนเถิดหาเป็นไรไม่” วิถีแห่งอ�ำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง 41


เหตุการณ์เดียวกันนี้เมื่อปรากฏผ่านหนังสือพงศาวดารเรื่องซุยถัง  บรรยายไว้ว่า ฝ่ายหลี่เอียนนั่งดูหนังสืออยู่ดึกประมาณ ๒ ยามได้กลิ่น หอมประหลาดจึงใช้ให้บ่าวไปดูที่หน้าพระ บ่าวกลับมาแจ้งว่า “ที่หน้าพระก็หามีสิ่งของใดไม่” หลี่เอียนบังเกิดความรู้สึกประหลาดในใจจึงลุกเดินออกมาดู  เห็น เป็นสายย้อยลงมาที่หลังคาวัดมีแสงสว่างเป็นอันมาก ขณะหลี่เอียนยืนดูอยู่ก็มีคนมาบอกว่า “ฮูหยินคลอดบุตรเป็นชาย” เมื่อขณะนั้นเป็นเดือน ๘ แรมค�่ำ ๑ เวลาเที่ยงคืนแล้ว หลี่เอียน จึงถามบ่าวว่า “ฮูหยินคลอดบุตรตัวสบายอยู่หรือ” “สบายดีอยู่  หาเจ็บป่วยไม่” เป็นค�ำตอบจากบ่าว ครั้นรุ่งขึ้นเช้าหลี่เอียนก็เอาธูปเทียนไปจุดบูชาพระที่เก๋งใหญ่  แล้ว เจ้าวัดพาหลวงจีนมาเยี่ยมพร้อมกับสอบถามว่า “เพลาคืนนี้ฮูหยินคลอดบุตรเป็นชายอาตมามีความยินดีด้วย” หลี่เอียนว่า “ข้าพเจ้ามีโทษบาปมากอยู่แล้ว ขอให้ท่านช่วยรับเงิน ๑๐ ต�ำลึงให้ไปซื้อเครื่องมาอบรมวัดเสียจึงจะสิ้นโทษ  ข้าพเจ้าคิดว่าวันนี้ จะลาท่านไป บัดนี้ฮูหยินมาคลอดบุตรจะต้องอาศัยท่านอยู่ต่อไปอีก” เจ้าวัดจึงว่า  “ถึงจะอยู่ช้าสักเดือนหนึ่งก็ไม่เป็นไรดอก” เป็นอันว่าหลีซ่ อื่ หมินมีกำ� เนิดในวัดระหว่างเส้นทางจากเมืองฉางอาน  ไปยังเมืองไท่หยวน เป็นก�ำเนิดพร้อมกับดอกไม้หอมตลบอบอวล จากนั้น หลี่เอียนยังได้บริจาคเงินจ�ำนวนนับหมื่นต�ำลึงเพื่อบูรณะ วัดครั้งใหญ่ ไม่ว่าหนังสือส้วยถัง ไม่ว่าหนังสือซุยถัง ล้วนเป็นการเขียน  เพือ่ หนุนเสริมบารมีหลีเ่ อียน ล้วนเป็นการเขียนเพือ่ หนุนเสริมบารมี  หลี่ซื่อหมิน

42 เสถียร จันทิมาธร


วิถีแห่งอำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง