Page 1

จะเกิดอะไรขึ้นตอการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก ภายใตความไมแนนอนของการรวมมือระหวางประเทศและการพัฒนาเทคโนโลยีของโลก


It is not the strongest of the species that survives, nor the most intelligent that survives. It is that is the

the one most adaptable to change.

C ha rles Rober t Dar win ( 12 Febr u a r y 1 8 0 9 – 1 9 A p r i l 1 8 8 2 )


For the gods perceive things in the future, ordinary people perceive things in the present but perceives

the wise man things about to happen

P hilostra tu s (Greek sophist of th e Rom an im per ial per iod. )

page

4


Forward

ไม่มีใครสามารถหยั่งรู้อนาคตได้ แต่ผบู้ ริหารสามารถปัน้ (Shape) อนาคตขององค์กรของตนได้

ความฝันอันสูงสุดของผูบ้ ริหาร คือความต้องการให้ การเปลีย่ นแปลงสภาพอากาศเป็นแรงขับเคลือ่ นหนึง่ ที่ องค์กรทีต่ นบริหารสามารถทีจ่ ะรับมือกับความไม่แน่นอน มีผลกระทบสูงต่อองค์กรทุกประเภทและทุกขนาด และเป็น (Uncertainties) ต่างๆ และเติบโตได้ในทุกสภาวการณ์ทเี่ กิด ปัจจัยหลักที่ท�ำให้เกิดแนวโน้มใหญ่ทางธุรกิจ (Business ขึ้นในอนาคต Mega-Trend) ที่ก�ำลังมาแรงในเรื่องของความสามารถ อยู่อย่างยั่งยืน (Sustainability) การมองระยะยาวถึงปี แต่ ป ั จ จุ บั น การบริ ห ารจั ด การของผู ้ บ ริ ห ารใน 2020 ยังท�ำให้เราได้พจิ ารณาถึง Forces ทีเ่ ราไม่ได้คำ� นึง ประเทศไทยเรา ไม่วา่ องค์กรขนาดใหญ่หรือเล็ก ส่วนใหญ่ ถึงและเฝ้าระวังอยู่ ท�ำให้องค์กรไม่เพียงแค่สร้างความ ยังยึดติดกับความส�ำเร็จขององค์กรในอดีต มุ่งตอบ พร้อมในการรับมือกับความไม่แน่นอนของอนาคตทีจ่ ะเกิด สนองกับความต้องการของลูกค้า วางแผนกลยุทธ์ใน ขึ้น แต่ยังสามารถด�ำเนินการในเชิงรุกที่จะปั้นอนาคตที่ ระยะแค่ 3-5 ปี สามารถเข้าใจและรับมือกับความเสี่ยงใน อยากจะให้เกิดและรุกลงทุนล่วงหน้าได้ ระยะสัน้ เป็นอย่างดี แต่ไม่ได้มองการณ์ไกลระยะยาว 10-20 ปี ไม่ได้ค�ำนึงถึงแรงขับเคลื่อน (Driving Forces) จาก ภาพเหตุการณ์จ�ำลองอนาคต (Scenario Planning) ความไม่แน่นอน และความเสี่ยงที่องค์กรอาจต้องเผชิญ ซึง่ เป็นเครือ่ งมือในการบริหารอนาคต (Future Manageในอนาคตในระยะไกลๆ ซึง่ วิวฒ ั นาการของความไม่แน่นอน ment) ที่น�ำเสนอนี้ เป็นการสร้างภาพเหตุการณ์จ�ำลอง เหล่านี้เกิดขึ้นในอัตราเร่งที่เร็วมากใน2-3ทศวรรษที่ผ่าน อนาคต 4 เหตุ ก ารณ์ ที่ แ ตกต่ า งกั น อย่ า งมาก เป็ น มา ไม่ว่าจะเป็นวิวัฒนาการทางด้านสังคม เทคโนโลยี เหตุการณ์ท่ีท้าทาย แต่อาจจะเกิดขึ้นได้ในสภาวะแวดล้อม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และทางด้านการเมือง มีหลาย ระหว่างเวลาจากปัจจุบนั ถึงปี 2020 ภาพทัง้ สีน่ สี้ ร้างภาย ตัวอย่างที่องค์กรไม่ว่าขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กต้องปิด ใต้ความไม่แน่นอนของการร่วมมือระหว่างประเทศในการ กิ จ การไป เพราะไม่ ส ามารถปรั บ ตั ว เองให้ ทั น ต่ อ แก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกและ วิวัฒนาการเหล่านั้น การพัฒนาเทคโนโลยี โดยเฉพาะทางด้านพลังงาน ไม่มีใครสามารถหยั่งรู้อนาคตได้ แต่ผู้บริหารสามารถ ในการศึกษาภาพเหตุการณ์จ�ำลองเหล่านี้ ท่านผู้บริหาร ปั้น (Shape) อนาคตขององค์กรของตนได้ ควรจะถามตนเองว่า การบริหารในยุคสมัยนี้ผู้บริหารควรมองไปข้างหน้า มุ่งเน้นอนาคต (Future Focus) สถาบันฯ ไม่ได้หมายถึง ความสามารถในการปรับตัว (Adapt) ให้เข้ากับอนาคตซึง่ จะเป็นการวิ่งตามอนาคต หรือเป็นผู้ตาม (Follower) แต่ สถาบันฯ หมายถึงผู้บริหารต้องสามารถคาดหมาย (Anticipate) อนาคตที่จะเกิดขึ้น สามารถวางแผนเตรียม ความพร้อมรับมือกับความเสี่ยง ความไม่แน่นอน ก่อนที่ อนาคตจะมาถึง ถึงจะเป็นผู้น�ำ (Leader) ในอุตสาหกรรม ที่องค์กรของตนด�ำรงอยู่ โดยเป็นผู้ก�ำหนดแนวโน้มของ ตลาดให้ผู้อื่นเดินตาม

• โลกรูปแบบไหนที่องค์กรของท่านอยากจะอยู่ • อะไรที่ท่านสามารถท�ำ เพื่อให้เกิดโลกในรูปแบบนั้นๆ • ในโลกแต่ละรูปแบบ จะมีนยั และผลกระทบอะไรกับองค์กร ของท่าน • อะไรที่ท่านต้องท�ำเพื่อให้องค์กรของท่านสามารถ เติบโตได้ในโลกทุกรูปแบบ

สถาบันฯ หวังอย่างยิ่งว่า ท่านผู้บริหารจะพบว่าการ สร้างภาพเหตุการณ์จ�ำลองอนาคต (Scenario Planการศึกษา Climate Change: Scenarios to 2020 ning) จะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่สามารถช่วยให้ท่านน�ำพา นี้ สถาบันฯ ต้องการหาค�ำตอบกับค�ำถามทีว่ า่ “จะเกิดอะไร องค์กรของท่านให้เจริญเติบโตได้อย่างต่อเนือ่ งและยัง่ ยืน ขึน้ ต่อการเปลีย่ นแปลงสภาพอากาศโลก ในปี 2020” โดย ตลอดไป ได้นำ� แนวโน้ม ความไม่แน่นอนทัง้ เหตุการณ์ทางด้านสังคม เทคโนโลยี เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และทางด้านการเมือง มาสร้างภาพเหตุการณ์จ�ำลองอนาคตเพื่อหาค�ำตอบ จุดมุ่งหมายหลักไม่ใช่เป็นการคาดเดาหรือคาดหวัง อนาคตว่าจะเกิดภาพดังที่สร้าง แต่เป็นการสร้างภาพ เหตุการณ์จ�ำลองอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้นได้ (Plausible) ซึง่ จะเกิดผลตามทีต่ อ้ งการ หากสามารถช่วยสะท้อนให้เรา เห็นถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน

ดร.สันติ กนกธนาพร ผู้อ�ำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ


In this warp-speed world it is no longer sufficient to learn from experience we must

learn from the future Wolfg a n g Gru l k e (C hief Exec utive o f Fu t ure Wor ld)

page

6


Smart People’s Views นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์

รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา

อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ผู้อ�ำนวยการสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม

การพั ฒ นาอุ ต สาหกรรมของไทยจะต้ อ งมองถึ ง กฎระเบียบ ข้อจ�ำกัดทางธุรกิจในอาเซียนทั้งหมดที่เป็น เงือ่ นไขหรือ Barrier ต้องเร่งศึกษาและเตรียมความพร้อม เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการเปิดตลาด AEC รวมทั้ง การพิจารณาถึงองค์ประกอบที่เป็นปัจจัยภายนอก 2-3 เรื่องที่ยังไม่สามารถบริหารจัดการได้ ได้แก่ 1) ปัจจัย ความเสี่ยงจากทั่วโลก 2) ค่าเงินบาท และ 3) การเปิด ประเทศ เปิดเสรี ซึ่งเมื่อมีผู้ลงทุนเข้ามามาก เงินไหลเข้า ตลอด จะเกิดเงินเฟ้อ และช่องว่างระหว่างคนจนคนรวย เพิ่ ม มากขึ้ น หรื อ ไม่ ดั ง นั้ น อาจมี ก ารท� ำ Scenario แผนการรองรับ และ Best Practice ขึ้น

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาการพัฒนาหุ่นยนต์และระบบ อัตโนมัติมีอยู่ตลอด แต่เป็นลักษณะตอบสนองความ ต้องการของลูกค้าเฉพาะราย เช่น หุน่ ยนต์ในการท�ำความ สะอาดช่องแอร์ แต่อยากจะเห็นมากกว่านี้ คือ การผลิต หุ ่ น ยนต์ เ ชิ ง ปริ ม าณมาเพื่ อ จ� ำ หน่ า ยหรื อ เกิ ด เป็ น อุตสาหกรรมผลิตหุ่นยนต์ในประเทศไทย

ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ

นายครรชิต พุทธโกษา ที่ปรึกษาด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ส�ำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

อนาคตของภาควิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทยคือ การพัฒนาความสามารถการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีให้ก้าวทันมาเลเซียที่นับวันจะห่างออกไป ในขณะ ที่สิงคโปร์เป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาได้แก่ มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ดังนั้น ถ้ารัฐบาลให้ความส�ำคัญในการ พั ฒ นาความสามารถการวิ จั ย ทางวิ ท ยาศาสตร์ แ ละ เทคโนโลยีและมีการด�ำเนินงานอย่างจริงจัง ก็จะช่วยให้ บริษทั ต่างๆ มาตัง้ ส�ำนักงานวิจยั ในประเทศไทยเพิม่ ขึน้ และ สามารถก้าวเป็นศูนย์การเรียนรู้ในภูมิภาค

แนวโน้มใหญ่ทไี่ ม่สามารถหยุดยัง้ ได้ในภาคการวิจยั ของ ไทยและจะมีผลกระทบต่อภาคการวิจัยคือโลกไร้พรมแดน เช่น การรวมกลุ่มเศรษฐกิจอาเซียน จะมีผลกระทบมาก กับวงการนักวิจยั และการเปลีย่ นแปลงอย่างรวดเร็วของ เทคโนโลยี ท�ำให้หน่วยงานวิจยั ไม่สามารถมองภาพอนาคต ของทิศทางการวิจัยได้ชัดเจน เช่น Biodiesel มีการส่ง เสริมการปลูกปาล์มน�ำ้ มัน แต่หากในอนาคตเครือ่ งยนต์ไม่ จ�ำเป็นต้องใช้นำ�้ มัน จะท�ำอย่างไรกับชาวสวนปาล์มทีก่ ำ� ลัง เริ่มปลูกปาล์ม ซึ่งใช้ระยะเวลา 7–8 ปี และเมื่อถึงเวลาเก็บ เกี่ยวแล้วผลผลิตไม่สามารถจ�ำหน่ายได้จะท�ำอย่างไร อยากให้มกี ารมองอนาคตในจุดนี้ งานวิจยั ของเรายังขาด ความสามารถในการมองอนาคตซึ่งเป็นเรื่องส�ำคัญมาก

การผลิตหุ่นยนต์เชิงปริมาณมา เพื่ อ จ� ำ หน่ า ยหรื อ เกิ ด เป็ น อุ ต สาหกรรมผลิ ต หุ ่ น ยนต์ ใ น ประเทศไทย ถ้ารัฐบาลให้ความส�ำคัญในการ พัฒนาความสามารถการวิจัย ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีการด�ำเนินการอย่างจริงจัง ก็จะช่วยให้บริษัทต่างๆ มาตั้ง ส�ำนักงานวิจยั ในประเทศไทยเพิม่ ขึ้นและสามารถก้าวเป็นศูนย์การ เรียนรู้ในภูมิภาค งานวิ จั ย ของเรายั ง ขาดความ สามารถในการมองอนาคตซึ่ง เป็นเรื่องส�ำคัญมาก


Introduction ภาพจ�ำลองเหตุการณ์ จะเกิดอะไรขึ้น ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพ อากาศโลก ภายใต้ความไม่แน่นอนของ การร่วมมือระหว่างประเทศ และการพัฒนา เทคโนโลยีของโลก

สาระส�ำคัญ ภาพเหตุการณ์ จ�ำลอง อนาคต ในช่วงศตวรรษที่ 20 ความถีแ่ ละความรุนแรงของ ภัยธรรมชาติสง่ ผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศทัง้ ในระดับประเทศ ภูมภิ าคและทัว่ โลก และส่งผลกระทบต่อการ ด� ำ เนิ น การพั ฒ นาสั ง คม เศรษฐกิ จ เทคโนโลยี และ การเมืองในบริบทของโลกและของแต่ละประเทศ ซึง่ เป็นผล สืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของปรากฏการณ์ของ ฤดูกาล ลมฟ้าอากาศ ระดับน�้ำทะเล แหล่งน�้ำ ความแห้ง แล้ง พื้นที่น�้ำท่วมขัง ความหลากหลายทางชีวภาพและ ระบบนิเวศต่างๆ ที่เป็นผลมาจากการปล่อยปริมาณก๊าซ เรือนกระจก (Green House Gas: GHG) สู่ชั้น บรรยากาศโลกและเป็นสาเหตุท�ำให้อุณหภูมิของโลกปรับ สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกท�ำให้เกิด ปรากฏการณ์หลายประการที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและ ความเป็นอยูข่ องมนุษย์ เช่น การเกิดพายุและน�ำ้ ท่วมอย่าง รุนแรง จากปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา การเกิด พายุไต้ฝุ่นทอร์นาโด เป็นต้น

page

8

ข้อมูลการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ ในปี 2001 พยากรณ์ว่า อุณหภูมิของโลกจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1.4 – 5.8 องศาเซลเซียสก่อนปี 2100 และระดับน�ำ้ ทะเลจะเพิม่ ขึ้นอย่างน้อย 0.09 เมตร – 0.88 เมตร ทั้งนี้ปัจจัย ส�ำคัญที่ท�ำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น คือการเผาไหม้เชื้อ เพลิงฟอสซิล (Fossil Fuel) เช่น น�้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซ ธรรมชาติ รวมถึงการตัดไม้ท�ำลายป่า และการเพาะเลี้ยง ปศุสัตว์ เป็นต้น

การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศโลก ประชาคมโลกตระหนักถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลง สภาวะภูมิอากาศของโลกและด�ำเนินการแก้ไขปัญหาและ สาเหตุของปัญหาอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2537 (ค.ศ. 1994) เป็นต้นมา โดยประเทศสมาชิกองค์กรสหประชาชาติ รวม 195 ประเทศได้รว่ มลงมติเห็นชอบกรอบอนุสญ ั ญา สหประชาชาติในการเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) เพื่อด�ำเนินการแก้ไขปัญหาการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก หรือโลกร้อน (Global Warming)


และต่อมาในเดือนธันวาคม ปี 2540 (ค.ศ.1997) ประเทศต่างๆ ได้ประชุมและร่วมลงนามในพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) ซึ่งก�ำหนดให้ประเทศอุตสาหกรรมใน ภาคผนวกที่ 1 (Annex 1) รวม 42 ประเทศ* ต้องด�ำเนิน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas: GHG) ในช่วงปี พ.ศ. 2551-2555 ให้อยู่ในระดับต�่ำกว่า ปริมาณการปล่อยในปี 2533 หรือลดลงโดยเฉลี่ยร้อย ละ 5.2 ทั้งนี้ ก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas: GHG) ประกอบด้วยก๊าซต่างๆ รวม 6 ชนิด ได้แก่ • คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) • มีเทน (CH4) • ไนตรัสออกไซด์ (N2O) • ไฮโดรฟลูออคาร์บอน (HFCs) • เปอร์ฟลูออโรคาร์บอน (PFCs) • ซัลเฟอร์เฮกซาฟลูโอไรด์ (SF6)

* ประกอบด้วย ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบรารุส เบลเยีย่ ม บุลกาเรีย แคนาดา โครเอเชีย สาธารณรัฐเชค เดนมาร์ค เอสโทเนีย สหภาพยุโรป ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมัน กรีซ ฮังการี ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น ลัตเวีย ลิกเตนสไตน์ ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลต้า โมนาโค เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย สหพันธรัฐรัสเซีย สโลวาเกีย สโลวา เนีย สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี ยูเครน สหราชอาณาจักร และ สหรัฐอเมริกา


บทบาทของประเทศ พัฒนาแล้วในกลุ่ม ภาคผนวกที่ 1 ใน การลดปริมาณก๊าซ เรือนกระจก ประเทศออสเตรเลีย ออสเตรเลียเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ ต้นศตวรรษที่ 21 รัฐบาลและประชาชนให้ความสนใจกับปัญหาผลกระทบจากการเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศเพิม่ ขึน้ เป็นล�ำดับ โดยพบว่า ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและพื้นที่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปออสเตรเลียมีปริมาณน�้ำ ฝนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและมีแนวโน้มน้อยลงหรือไม่มีเลย ดังนั้นจึงมีการรณรงค์ต่อต้านการท�ำเหมืองถ่านหินใหม่และโรง ไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน

ประชาคมยุโรป

คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดตัวโครงการเปลีย่ นแปลง สภาพภูมิอากาศยุโรป (European Climate Change Programme: ECCP) ในปี 2000 โดยท�ำงานร่วมกับ องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ โดยระบุ มาตรการประหยัดค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทัง้ นี้ ประชาคมยุโรปมีความมุง่ มัน่ รัฐบาลออสเตรเลียด�ำเนินมาตรการต่างๆ เพือ่ แก้ไขปัญหาการเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ โดยการส่งเสริมการ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมอย่างน้อย 20% ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับสภาพชุมชน โรงงานและทีอ่ ยูอ่ าศัยให้เข้ากับสภาพภูมอิ ากาศทีเ่ ปลีย่ นแปลงไป ต�่ำกว่าปี 1990 และมีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มขึ้นถึง 30% ใน ปี 2020 หากประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ เห็นชอบกับข้อ การด�ำเนินการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือน ตกลงที่จะท�ำเช่นเดียวกัน โดยมีเป้าหมายการด�ำเนินงานใน กระจกสู ่ ชั้ น บรรยากาศโลก รั ฐ บาลออสเตรเลี ย ตั้ ง ปี 2020 ดังนี้ สมมุตฐิ านว่าถ้าไม่มกี ารด�ำเนินมาตรการใดๆ ก่อนปี 2020 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้สูงขึ้นถึง 20% ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอาจสูงกว่าปริมาณ ก๊าซคาร์บอนในปี 2000 ประมาณร้อยละ 20 ดังนัน้ เพื่อ เพิ่มส่วนแบ่งค่าเฉลี่ยของพลังงานหมุนเวียนเทียบ ให้บรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ กับการใช้พลังงานทัว่ ทัง้ สหภาพยุโรปให้ได้ 20% ของการ ร้อยละ 25 รัฐบาลจึงจัดวาระการลดก๊าซคาร์บอนขึ้น ใช้พลังงานทั้งหมด (The Carbon Pollution Reduction Scheme: CPRS) และเพิ่มเงินลงทุน 5 พันล้านดอลลาร์ในการพัฒนา เพิ่มการใช้พลังงานในสาขาการขนส่งโดยใช้เชื้อ เทคโนโลยีพลังงานสะอาด การวิจัยและพัฒนาพลังงาน เพลิงชีวภาพให้ได้ 10% ของการใช้พลังงานในสาขาขนส่ง หมุนเวียน รวมทั้งมาตรการจัดการพลังงานอย่างมี ขยายขอบเขต Emissions Trading System (ETS) ประสิทธิภาพ ให้ ค รอบคลุ ม ทุ ก อุ ต สาหกรรมที่ เ ป็ น ผู ้ ป ล่ อ ยหลั ก ในด้านครัวเรือนสนับสนุนให้ประชาชนเปลี่ยนวิถี (Emitters) ส�ำคัญมากขึ้นและแนะน�ำการท�ำในสาขาที่ไม่ ด�ำเนินชีวิต ตัวอย่างเช่น การจัดโปรแกรมส่งเสริมการใช้ ครอบคลุมโดย ETS เช่นการก่อสร้างอาคาร การขนส่ง พลังงานทดแทน (Programs and Rebates) หรือ Bonus ทางการเกษตรและของเสีย Scheme (REBS) โดยมีสิทธิ์ได้รับส่วนลด1,000 เหรียญ มาตรการอื่นๆ เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีการจับ ออสเตรเลีย ส�ำหรับการติดตัง้ ระบบน�ำ้ ร้อนพลังงานแสง ก๊ า ซคาร์ บอนและการเก็บรักษา เพิ่มและลด CO2 จาก อาทิตย์หรือได้รับส่วนลด 600 เหรียญออสเตรเลีย รถยนต์ และการพั ฒนามาตรฐานคุณภาพน�ำ้ มันเชือ้ เพลิง ส�ำหรับการติดตั้งระบบปั๊มความร้อน เป็นต้น

page

10


REDD เป็นกลไกใหม่ที่เสนอเพื่อการแก้ไขปัญหาโลกร้อนเนื่องจากมีข้อมูลว่า ก๊าซเรือนกระจกทีป่ ล่อยออกมาจากการท�ำลายป่าและการท�ำให้ปา่ เสือ่ มโทรม ในประเทศก�ำลังพัฒนาคิดเป็นประมาณร้อยละ 20 ของก๊าซเรือนกระจก ทั้งหมดที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศโลก

ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกามีการปล่อยปริมาณก๊าซเรือน กระจกประมาณ 1 ใน 4 ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศของโลก และมีพันธกิจต้องลด ปริมาณก๊าซเรือนกระจกตามพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) แต่ได้เพิกถอนสัตยาบันพิธีสารเกียวโตในสมัย รัฐบาลจอร์จ บุช โดยให้เหตุผลว่า การด�ำเนินมาตรการ ลดปริมาณ GHG ให้ได้ตามเป้าหมาย จะส่งผลกระทบต่อ ภาระการเงินของคนอเมริกันอย่างมาก และไม่ยุติธรรมที่ ประเทศก� ำ ลั ง พั ฒ นายั ง มี ก ารตั ด ต้ น ไม้ ท� ำ ลายป่ า เป็ น จ�ำนวนมาก ในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่า ด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 16 (Cop16) เมืองแคนคูน ประเทศเม็กซิโก สหรัฐอเมริกาสนับสนุน การจัดตั้งกองทุนสีเขียว (Green Fund) เพื่อการแก้ไข ปั ญ หาการเปลี่ ย นแปลงสภาพภู มิ อ ากาศและใน ปีงบประมาณ 2553 ได้จัดสรรงบประมาณตั้งกองทุน รวมเพื่อแก้ไขสภาพภูมิอากาศจ�ำนวน 375 พันล้าน เหรียญสหรัฐเพื่อด�ำเนินกิจกรรมส�ำคัญ เช่น การศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสะอาดเพื่อเร่ง การพัฒนาอย่างยั่งยืนและการแปลงพลังงานสะอาดใน ประเทศก�ำลังพัฒนาในระยะยาว 300 ล้านเหรียญสหรัฐ โครงการน�ำร่องเพื่อการกลับคืนสู่ปกติสภาพภูมิ อากาศในประเทศทีต่ อ้ งการตอบสนองต่อผลกระทบของ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จ�ำนวน 55 ล้านเหรียญสหรัฐ โครงการบริการทางการเงินส�ำหรับเงินลงทุนใน การก�ำกับดูแลป่าไม้และการพัฒนาศักยภาพสถาบันรวม ทัง้ มาตรการเพือ่ ลดการตัดไม้ทำ� ลายป่าจ�ำนวน 20 ล้าน เหรียญสหรัฐ

การจัดสรรเงินสนับสนุนตามกรอบอนุสัญญา สหประชาชาติกองทุนสภาพภูมอิ ากาศเปลีย่ นแปลง (UNFCCC) ให้ประเทศก�ำลังพัฒนาเพื่อการวางแผนและใช้ มาตรการเร่งด่วนจ�ำนวน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ การด�ำเนินการเป็นหุ้นส่วนจัดการป่าไม้ (Carbon Facility) และสนับสนุนประเทศก�ำลังพัฒนาลดก๊าซเรือน กระจกจากการท� ำ ลายป่ า และความเสื่ อมโทรมของป่ า (Reducing Emission from Deforestation and Degradation in Developing Country : REDD) จ�ำนวน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ

ประเทศจีน ประเทศจีนเริ่มมีบทบาทน�ำมากขึ้นในการจัดการ ปัญหาก๊าซเรือนกระจกและการแก้ไขปัญหาสภาพการ เปลีย่ นแปลงภูมอิ ากาศทัง้ ในฐานะผูข้ ายคาร์บอนเครดิตให้ กับประเทศตามภาคผนวกที่1 ซึ่งมีการด�ำเนินโครงการ CDM เป็นจ�ำนวนมากและในฐานะผูป้ ล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่ช้ันบรรยากาศของโลกมากเป็นอันดับที่ 2 รองจาก สหรัฐอเมริกาและอาจก้าวเป็นอันดับหนึ่งในระยะเวลาอัน ใกล้ ซึง่ เป็นผลมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และการขยายตัวของชุมชนเมือง ซึง่ ท�ำให้มคี วามต้องการ ใช้พลังงานฟอสซิลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

รัฐบาลจีนประกาศว่าภายในสิ้นปี 2553 จะลดการ ใช้พลังงานลง 20 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างปี 2549-2553 ซึ่งภายใต้มาตรการนี้ท�ำให้จีนสามารถลดปริมาณการ ปล่ อ ยก๊ า ซคาร์ บ อนได้ ถึ ง 1,500 ล้ า นตั น คาร์บอนไดออกไซด์ และได้ให้ค�ำมั่นว่าจะลดการปล่อยก๊าซ คาร์บอนต่อหน่วยของจีดพี ที ปี่ ระมาณ 40-45 เปอร์เซ็นต์ จากปี พ.ศ.2548 ให้ได้ก่อนปี พ.ศ.2563 และจะพึ่งกลไก ตลาดเพือ่ ควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนในช่วง เวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตามนักสังเกตการณ์มีข้อสังเกตว่า ถ้า สหรัฐอเมริกาและจีนสามารถบรรลุขอ้ ตกลงร่วมกันเกีย่ ว กับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ และทั้งสอง ประเทศให้ความร่วมมือในการก�ำหนดนโยบายและข้อปฏิบตั ิ ร่วมกันต่อไปจะน�ำโลกไปสูก่ ารแก้ไขปัญหาการเปลีย่ นแปลง สภาพภูมิอากาศโลกอย่างเป็นรูปธรรม


จะเกิดอะไรขึน้ ต่อการ เปลี ย ่ นแปลงสภาพอากาศโลก ภายใต้ ค วามไม่ แ น่ น อนของความร่ ว มมื อ ระหว่ า งประเทศและ การพัฒนาเทคโนโลยีของโลก

Four Scenarios on “What will happen with

Climate Change

in 2020?”

ภายใต้ภาพจ�ำลองเหตุการณ์อนาคต “จะเกิดอะไรขึ้นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกในปี 2563 (What will happen with the climate change (issue) in 2020?)” ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของแกนปัจจัยหลัก 2 แกน คือ แกน ปัจจัยความร่วมมือของนานาประเทศที่เป็นลักษณะความร่วมมือเป็นไปในทิศทางเดียวกัน (Aligned) หรือเป็นลักษณะ ความร่วมมือที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน (Unaligned) และแกนปัจจัยการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมบนพื้นฐาน การใช้พลังงานจาก Fossil Fuel / Carbon-Based Fuel หรือ การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมบนพื้นฐานการ เพิ่มปริมาณการใช้พลังงานทดแทน (Renewable Fuel / Non Carbon-Based Fuel) เพื่อทดแทนแหล่งพลังงาน จากฟอสซิล

page

12


• การพัฒนาเทคโนโลยีและวิศวกรรมมุ่งการเพิ่ม ประสิทธิภาพการใช้พลังงานฟอสซิลควบคู่การ พัฒนาพลังงานทดแทนทีย่ งั มีตน้ ทุนการพัฒนาสูง • พฤติกรรมผู้บริโภคมุ่งช่วยการแก้ไขปัญหาการ ท� ำ ให้ ประเทศก� ำ ลั ง พั ฒนาต้ องพึ่ ง พาพลั ง งาน เปลี่ ย นแปลงสภาพภู มิ อ ากาศโลก (climate ฟอสซิลเป็นหลัก change) และพยายามเพิ่มการใช้พลังงานทดแทน (Renewable Energy) แม้ว่าจ�ำนวนประชากรโลก เพิม่ ขึน้ แต่ระดับความรูค้ วามสามารถของมนุษย์สงู ขึน้ ท�ำให้สามารถสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่าง • โลกไม่ประสบความส�ำเร็จในการแก้ปัญหาโลกร้อน ต่อเนื่อง

Scenario1: Balancing World

Scenario3: Bleeding World

• ประเทศต่างๆ ให้ความร่วมมือในการลดปริมาณก๊าซ • ประเทศในกลุ่ม Organization for Economic Co-operation and Development : OECD ไม่ เรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศโลก เคารพกติกาของ ยอมรับบทบาทขององค์กรระหว่างประเทศ และข้อ องค์กรระหว่างประเทศและน�ำไปปฏิบตั ิ รวมทัง้ มีการ จ� ำ กั ด ของแต่ ล ะประเทศด้ า นรายได้ การศึ ก ษา แลกเปลีย่ น เรียนรู้ การพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี เทคโนโลยี และการเมื อง รวมทั้ ง ปั ญ หาวิ ก ฤติ ที่ ส ะอาด (Clean Technology) เพื่ อ บรรลุ เศรษฐกิจ การกระจายรายได้ทำ� ให้ประเทศต่างๆ ยัง เป้าหมายการพัฒนาสู่ความยั่งยืน (Sustainable ไม่สามารถตกลงผลประโยชน์รว่ มกันได้ ท�ำให้ตลาด Development) ในขณะเดียวกันการย้ายถิ่นฐาน คาร์บอนเครดิตล้มเหลว ของประชากรโลกแบบไร้พรมแดน และประชาคมโลก ก้าวเป็นสังคมเดียวกัน (One World One Com• การพั ฒ นาวิ ศ วกรรม เทคโนโลยี มุ ่ ง เพิ่ ม munity) ประสิทธิภาพการใช้พลังงานฟอสซิล ในขณะที่การ พัฒนาแหล่งพลังงานทดแทนเกิดขึน้ ไม่มากนัก ท�ำให้ • ความส�ำเร็จในการพัฒนาพลังงานทดแทนท�ำให้การ ราคาน�ำ้ มันปรับตัวเพิม่ ขึน้ อย่างต่อเนือ่ ง เศรษฐกิจ ใช้พลังงานฟอสซิลลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งท�ำให้ เผชิญภาวะถดถอยยาวนาน ท�ำให้อุณหภูมิโลกสูง ปัญหาโลกร้อนเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น และประเทศ ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต่างๆ ส่วนใหญ่ดำ� เนินนโยบายการพัฒนาประเทศ อย่างยั่งยืน

Scenario2: Uniting World

Scenario4: Scrambling World

• เหตุปัจจัยการเติบโตของเศรษฐกิจโลกมีความแตก ต่างกันในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ท�ำให้ความ • ประชาคมโลกตระหนักถึงปัญหาโลกร้อน ท�ำให้ ร่วมมือเกิดยากขึ้น และท�ำให้ UNFCCC ประสบ องค์กรระหว่างประเทศสามารถก�ำหนดกฎระเบียบ ความล้ ม เหลวในการผลั ก ดั น ให้ ป ระเทศต่ า งๆ ประชาคมโลกเพื่อลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้น ร่วมมือในการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก แต่ผู้ บรรยากาศโลก และประเทศต่างๆ น�ำไปปฏิบัติเพื่อ บริโภคโดยทัว่ ไปตระหนักถึงผลกระทบทีจ่ ะตามมาและ ปกป้องระบบนิเวศของโลก มีความร่วมมือในการ มุ่งการบริโภคอย่างยั่งยืน พัฒนาเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคมและการเตือนภัย ธรรมชาติ โดยสหรัฐและประเทศจีนยอมรับข้อ ตกลง Climate Change Scheme ในการลด • กลุ่มประเทศ OECD ประสบความส�ำเร็จในการ พัฒนาแหล่งพลังงานทดแทนอย่างมากแต่ต้นทุน ปริมาณก๊าซเรือนกระจก (GHG) การพั ฒ นาสู ง ท� ำ ให้ ป ระเทศก� ำ ลั ง พั ฒ นาได้ รั บ ประโยชน์น้อย ท�ำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ page

14


Scenario 1:

Balancing World

page

16


Scenario 1: Balancing World การพัฒนาเทคโนโลยีบนฐาน Renewable Energy และ ทั้งนี้ วิวัฒนาการของเหตุการณ์ภายใต้ Balancing เหตุการณ์ในช่วงปี 2017-2020 ประชาคมโลกเกิดความร่วมมือการพัฒนาและแก้ไขปัญหา World Scenario มีรายละเอียดล�ำดับของเหตุการณ์ • ประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนัก สภาวะโลกร้ อ น (Aligned) มี ป ระเด็ น เหตุ ก ารณ์ แ ละ ส�ำคัญต่างๆ ดังนี้ วิชาการอิสระมีบทบาทในการจัดการ เฝ้าระวังและ วิวัฒนาการต่างๆ ดังนี้ การจัดการสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

เหตุการณ์สำ� คัญ ภายใต้เหตุการณ์ Balancing แนวโน้มการเปลีย่ นแปลงทางสังคมและประชากร • ความขัดแย้งจากปัญหาเชื้อชาติ ศาสนา ลัทธิ และ World Scenario ประกอบด้วย (Population and Social Development) ความแตกต่ า งในระดั บ รายได้ ร ะหว่ า งประเทศที่

พัฒนาแล้วกับประเทศก�ำลังพัฒนา และความแตก • ผู ้ บ ริ โ ภคต้ อ งการให้ บ ริ ษั ท และผู ้ ป ระกอบการ เหตุ ก ารณ์ ใ นช่ ว งปี 2011-2013 ต่างของรายได้ประชากรในเขตเมืองและชนบทที่ อุตสาหกรรมแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเพิม่ ขยายกว้างขึน้ ได้นำ� ไปสูป่ ญ ั หาความไม่สงบในสังคม มากขึ้น • จ�ำนวนประชากรโลกมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ปัญหาการเมืองและนโยบายการพัฒนาประเทศ ในขณะที่ด้านพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนแปลง • มีนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทนเกิดขึน้ มากและแพร่ อย่างชัดเจนและมุ่งสู่การบริโภคอย่างยั่งยืนโดยให้ • การเติบโตของประชากรโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะคงที่และมี กระจายไปทั่วโลก ความส�ำคัญกับผลิตภัณฑ์และบริการทีต่ อบสนอง ขนาดที่พอเหมาะกับระบบนิเวศของโลก • ต้นทุนการพัฒนาพลังงานทดแทนมีราคาต�่ำและ ต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน • การเคลื่อนย้ายของประชากรในระดับภูมิภาคต่างๆ สามารถแข่งขันได้กับพลังงานฟอสซิล • การสื่ อ สารแบบไร้ พ รมแดน และอิ น เทอร์ เ น็ ต มี เข้าสู่ระบบการเคลื่อนย้ายแบบเสรี • ประเทศต่างๆ ให้ความร่วมมือในการพัฒนาอย่าง อิทธิพลอย่างมากต่อการก�ำหนดพฤติกรรมของ ยัง่ ยืนและสนับสนุนการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก ผู้บริโภคและการเลือก Lifestyle ของคนในเมือง สู่ชั้นบรรยากาศโลก

เหตุการณ์ในช่วงปี 2014-2016

• เศรษฐกิจโลกเติบโตอย่างต่อเนือ่ ง แม้วา่ ราคาน�ำ้ มัน ในตลาดโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะแรกและมี • ความเสี่ ย งจากโรคระบาดสายพั น ธุ ์ ใ หม่ แ ละภั ย ธรรมชาติทรี่ นุ แรงมากขึน้ ท�ำให้มกี ารเฝ้าระวังและให้ เสถียรภาพหลังจากมีการพัฒนาแหล่งพลังงาน ความส� ำ คั ญ กั บ มาตรการป้ อ งกั น ภั ย พิ บั ติ ทดแทนมากขึ้น ธรรมชาติและมาตรการป้องกันโรคระบาดต่างๆ ที่ • เศรษฐกิจไทยขยายตัวสูงตามเศรษฐกิจโลก คุกคามต่อสุขภาพอนามัย และความเป็นอยู่ของ มนุษย์ เช่น ไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุใ์ หม่ รวม • กฎระเบียบการค้าโลกมีความชัดเจน ทั้งโรควัณโรคและมาเลเรีย ซึ่งมีความจ�ำเป็นต้อง ด�ำเนินการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในประเทศ • อุณหภูมิโลกมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากมีการใช้ ที่พัฒนาแล้ว พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น • ระบบสาธารณสุขของแต่ละประเทศได้รบั การพัฒนา เป็นระบบการประกันสังคมที่มีระบบสาธารณสุข พื้นฐานเข้มแข็งและความมั่นคง โดยเป็นส่วนหนึ่ง ของระบบการช่วยเหลือและคุ้มครองขั้นพื้นฐาน ของสังคม (Social Safety Net)


ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology Progress & Innovation)

เหตุการณ์ในช่วงปี 2011-2013

เหตุการณ์ในช่วงปี 2017-2020

ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านสิง่ แวดล้อมและ เศรษฐกิจ

• ราคาพลังงานเริ่มมีเสถียรภาพ และไม่เป็นปัจจัย (International Cooperation on Environment and ส�ำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ Economics) ต่างๆ

• แรงกดดันจากกลุ่มประเทศผู้ผลิตน�้ำมัน (OPEC) ท�ำให้ราคาน�ำ้ มันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึน้ อย่างต่อ • การพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ และการพัฒนาแหล่ง เหตุการณ์ในช่วงปี 2011-2013 พลังงานทดแทนในประเทศพัฒนาแล้วประสบความ เนือ่ งและเป็นแรงผลักดันให้ประเทศต่างๆ เร่งพัฒนา ส�ำเร็จอย่างต่อเนื่องและเริ่มกระจายไปยังประเทศ • สหรัฐอเมริกาและจีนเห็นชอบกับเป้าหมายการลด แหล่ ง พลั ง งานหมุ น เวี ย น และด� ำ เนิ น มาตรการ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกและก�ำหนดทางเลือกที่ ก� ำ ลั ง พั ฒ นา โดยเฉพาะการพั ฒ นาโรงไฟฟ้ า ประหยัดพลังงานท�ำให้ความต้องการพลังงานจาก ชัดเจน คือ ประเทศสหรัฐอเมริกาจะให้ความส�ำคัญ นิ ว เคลี ย ร์ และโรงไฟฟ้ า จากการก� ำ จั ด ขยะมู ล ฝอย น�้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน ลดลง กับโครงการ CDM ที่มีต้นทุนในการลดปริมาณ • เกิ ด ความก้ า วหน้ า ทางเทคโนโลยี พ ลั ง งานและ ก๊าซเรือนกระจกต�่ำกว่าวิธีการอื่นๆ โดยจะเริ่มขึ้น • เกิ ด การลงทุ น พั ฒ นาเทคโนโลยี ด ้ า นพลั ง งาน อุ ต สาหกรรมยานยนต์ โดยท� ำ ให้ ก ารคมนาคมขนส่ ง อย่างจริงจังในช่วงปี 2013 เป็นต้นไป ทดแทนและเทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology) สามารถพึ ่ ง พาพลั ง งานไฟฟ้ า มากขึ ้ น เช่ น Fuel อย่างต่อเนือ่ งโดยได้รบั การสนับสนุนจากมาตรการ Cell ในรถยนต์ขนาดเล็ก การพัฒนาระบบรถไฟฟ้า • ประเทศพัฒนาแล้วได้สร้างระบบจูงใจให้ผบู้ ริโภคและ ภาษี ข องรั ฐ และโครงการร่ ว มพั ฒ นาระหว่ า ง ผูป้ ระกอบการเข้าร่วมโครงการ Carbon Footprint มวลชน เป็นต้น ประเทศในระดับภูมิภาคและกลุ่มความร่วมมือต่างๆ โครงการปลู ก ป่ า เพื่ อ ลดสภาวะโลกร้ อ น และ โครงการอืน่ ๆ ในขณะทีบ่ างประเทศด�ำเนินมาตรการ เหตุการณ์ในช่วงปี 2014-2016 ภาษีสิ่งแวดล้อมและภาษีคาร์บอนไดออกไซด์ • แม้ว่าราคาน�้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่าง เหตุการณ์ในช่วงปี 2014-2016 ต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ แต่เริ่มชะลอตัวลงและมี เสถียรภาพเนื่องจากความต้องการพลังงานจาก • เวทีการเจรจาระหว่างประเทศภายใต้กรอบความ น�ำ้ มัน ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติชะลอตัวลง ซึง่ เกิด ร่ ว มมื อ ต่ า งๆ เช่ น กลุ ่ ม ความร่ ว มมื อ ทาง จากความส� ำ เร็ จ ในการพั ฒ นาแหล่ ง พลั ง งาน เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Ecoทดแทนเพิ่มขึ้น nomic Cooperation: APEC) สมัชชาประเทศภาคี อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง • ประชาคมยุโรป สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นมีบทบาทน�ำ สภาพภูมิอากาศโลก (UNFCCC) กลุ่มประเทศ ในการพั ฒ นาเทคโนโลยี พ ลั ง งานทดแทน เช่ น อุตสาหกรรมชัน้ น�ำและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ 20 พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวภาพ พลังงาน แห่ง หรือ G20 (The Group of Twenty Finance ลม และความร้อนใต้พิภพ Ministers and Central Bank Governors – • ราคาน�ำ้ มันดิบ ก๊าซธรรมชาติและถ่านหินปรับตัวสูง G20) สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic ขึ้นส่วนหนึ่งมาจากภาระภาษีสิ่งแวดล้อมและภาษี Forum- WEF) และเวทีเจรจาแบบพหุภาคีอื่นๆ มี คาร์บอนไดอ็อกไซด์ ความเห็นแบบพึง่ พาร่วมกัน ท�ำให้เกิดข้อตกลงการ แก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก เป็นรูปธรรมทั้งข้อตกลงในระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว

page

18


• ตลาดสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม รวมทั้ง การเปลี่ ย นแปลงสภาพภู มิ อ ากาศโลกและ ตลาดน�้ำมันและพลังงานในระยะยาวราคาจะเริ่มเข้าสู่ สิ่งแวดล้อม ระดับดุลยภาพ (Environmental and Climate Change) • มาตรฐานพลังงานและสิ่งแวดล้อมระดับสากลถูก ก�ำหนดเป็นส่วนหนึง่ ของมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ภาย เหตุการณ์ในช่วงปี 2011-2013 ใต้กระแสโลกาภิวัตน์ และการค้าแบบไร้พรมแดน ที่ ประเทศต่างๆ สามารถส่งออกสินค้าได้อย่างเสรี • อุณหภูมิของโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นตามปริมาณการ ใช้พลังงานฟอสซิลที่สูงขึ้น

เหตุการณ์ในช่วงปี 2017-2020 •

• โลกเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างรุนแรง จากอิทธิพลของเอลนีโญและลานีญา กระแสโลกาภิวัตน์และอิทธิพลของสังคมออนไลน์ (Social Network) ท�ำให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ ต้องจัดท�ำแผนการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลง เหตุการณ์ในช่วงปี 2014-2016 สภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นไปตาม • กลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development ข้อตกลงในเวทีการเจรจาระหว่างประเทศ Mechanism) เริ่ ม มี เ สถี ย รภาพและส่ ง เสริ ม ให้ ประเทศต่างๆ ด�ำเนินนโยบายการพัฒนาที่มุ่งสู่การ รัฐบาลประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทยน�ำภาษีสิ่ง พัฒนาอย่างยั่งยืน แวดล้อมและภาษีคาร์บอนมาใช้เพื่อเป็นฐานรายได้ ของรัฐบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในขณะที่ เหตุการณ์ในช่วงปี 2017-2020 ประชาคมยุโรปบังคับให้สินค้าน�ำเข้ามีมาตรการลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจก • ตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit Market) ในยุโรป อเมริกา จีนและญีป่ นุ่ มีการซือ้ ขาย องค์กรระหว่างประเทศมีบทบาทน�ำ ในการสร้าง เพิม่ ขึน้ หลังจากกลไกการพัฒนาทีส่ ะอาด (Clean กลไกการบริหารก๊าซเรือนกระจกที่อยู่บนพื้นฐาน Development Mechanism) เริ่มมีเสถียรภาพ กลไกตลาด โดยประเทศที่มีการปล่อยก๊าซเรือน มัน่ คง และเป็นกลไกสนับสนุนให้ประเทศก�ำลังพัฒนา กระจกมากต้องรับภาระมากตามสัดส่วนการปล่อย มุ่งการผลิตสินค้าและบริการควบคู่กับการจัดการ ก๊าซเรือนกระจก สิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน ประชาคมโลกเกิดการผสมผสานเป็นสังคมเดียวกัน • อุ ณ หภู มิ ข องโลกมี แ นวโน้ ม ลดต�่ ำ ลงเนื่ อ งจาก (One World One Community) และรัฐบาลของ ประชาคมโลกมีการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้นโดย ประเทศต่างๆ มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการ เฉพาะจากแหล่งพลังงานนิวเคลียร์ และพลังงาน แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม โดย ทดแทนอื่นๆ หน่ ว ยงานภาครั ฐ ออกกฎระเบี ย บการจั ด การ สิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น

• เศรษฐกิ จ โลกมี เ ติ บ โตแบบยั่ ง ยื น และก้ า วเป็ น ประชาคมทีม่ รี ะเบียบ เกิดการก�ำหนดมาตรฐานร่วม กัน รวมทั้งเกิดดุลยภาพความร่วมมือระหว่าง ประเทศพัฒนาแล้วและประเทศก�ำลังพัฒนา


Scenario 2:

Uniting World

page

20


Scenario 2: Uniting World การพัฒนาเทคโนโลยีบนฐาน Fossil Fuel และประชาคมโลก เหตุการณ์ในช่วงปี 2017-2020 เกิดความร่วมมือการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสภาวะโลก ร้อน (Aligned) มีประเด็นเหตุการณ์และวิวัฒนาการ แนวโน้มการเปลีย่ นแปลงทางสังคมและประชากร • ประชากรโลกเริ่ ม ประสบปั ญ หาการขาดแคลน พลังงานและอาหารไม่เพียงพอ ท�ำให้ประชากรโลก ต่างๆ ดังนี้ (Population and Social Development) เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์ส�ำคัญ ภายใต้ Uniting World Scenario ประกอบด้วย เหตุการณ์ในช่วงปี 2011-2013 • ผู้บริโภคมีค่านิยมที่มุ่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน • การพั ฒ นาเทคโนโลยี อ ยู ่ บ นพื้ น ฐานพลั ง งาน ฟอสซิลและเกิดขึ้นอย่างช้าๆ • ความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาโลก ร้อนอยู่ในระดับสูง และมีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติอย่างเป็นระบบ • เศรษฐกิจโลกเติบโตอย่างช้าๆ และมีการค้นพบแหล่ง ทรัพยากรน�้ำมันเพิ่มขึ้น • การแข่งขันและการกีดกันการค้าระหว่างประเทศไม่ รุนแรงและมีแนวโน้มร่วมมือมากขึ้นอย่างช้าๆ • ก๊าซเรือนกระจก อุณหภูมิโลกและภัยธรรมชาติมี แนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม วิวฒ ั นาการของเหตุการณ์ภายใต้ Uniting World Scenario มีรายละเอียดล�ำดับของเหตุการณ์ จ�ำลอง ดังนี้

• ประชากรย้ายมาอยูใ่ นเมืองมากขึน้ ท�ำให้สงั คมเมือง มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ความสัมพันธ์ใน สังคมเมืองเป็นแบบครอบครัวเดี่ยว และเป็นความ • ประชากรโลกขยายตัวเพิม่ ขึน้ อย่างต่อเนือ่ งและเป็น สัมพันธ์แบบไม่ยั่งยืน แรงกดดันการใช้พลังงานฟอสซิลและการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้น • กฏระเบียบ กฏหมาย และข้อบังคับในสังคมมีความ ซับซ้อน และมีลักษณะเข้มงวด • ผู้บริโภคในประเทศพัฒนาแล้วให้ความส�ำคัญกับ Green Products & Sustainability Development • โลกให้ความส�ำคัญกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในขณะที่ผู้บริโภคในประเทศยากจนยังมีความสนใจ (Sufficient Economy) ควบคูก่ บั การพัฒนาอย่าง น้อย โดยยังมุง่ สินค้าราคาถูกมากกว่าการอนุรกั ษ์ ยั่ ง ยื น (Sustainable Development) เพราะ สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตระหนักดีว่า การบริโภคในปัจจุบันต้องอยู่บน แต่การกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศไม่รุนแรง พื้นฐานข้อจ�ำกัดของทรัพยากรธรรมชาติ • รัฐบาลของประเทศต่างๆ รวมทัง้ กลุม่ องค์กรภาค เอกชนที่ไม่แสวงหาก�ำไร (Non-Governmental Organization: NGOs) ด�ำเนินการรณรงค์ให้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ประชาชน ธุรกิจเอกชนและองค์กรภาครัฐให้ความ ส�ำคัญการใช้จ่าย การบริโภคอุปโภคที่มุ่งช่วยลด (Technology Progress & Innovation) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูช่ นั้ บรรยากาศโลก โดย ไม่ มี ก ารแบ่ ง แยกชนชั้ น เชื้ อ ชาติ ศาสนา และ เหตุการณ์ในช่วงปี 2011-2013 วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เพราะต่างตระหนักดี ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกก่อให้เกิด • ราคาน�้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นล�ำดับ โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 74 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล เหตุการณ์อันตรายร้ายแรงเพิ่มมากขึ้นเป็นล�ำดับ ในเดือนมกราคม 2553 เป็น 84 เหรียญสหรัฐต่อ บาเรลในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ทั้งนี้จากความ เหตุการณ์ในช่วงปี 2014-2016 ต้องการน�้ำมัน ก๊าซและถ่านหินยังขยายตัวเพิ่มขึ้น จากประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศก�ำลังพัฒนา • สังคมเมืองและสังคมชนบทเกิดกระแสการพัฒนา โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน�้ำมันใน อย่างยั่งยืน (Sustainable Development) อย่าง ตลาดโลกเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 130 เหรียญสหรัฐ จริงจังและต้องการให้รัฐบาลและผู้ประกอบการ ต่อบาเรลในปี 2013 บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม อย่างสมดุล กล่าวคือ “การตอบสนองความ ต้องการของคนรุ่นปัจจุบัน โดยไม่มีผลกระทบใน ทางลบต่ อ ความต้ อ งการของคนรุ ่ น ต่ อ ไปใน อนาคต”


• การพัฒนาเทคโนโลยีประหยั ดพลั ง งาน โดยใช้ เหตุการณ์ในช่วงปี 2017-2020 หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติเกิดขึ้นน้อย เพราะมี ต้นทุนการพัฒนาสูง ท�ำให้ประชาคมโลกพึ่งพา • ประเทศต่างๆ ด�ำเนินมาตรการประหยัดการใช้นำ�้ มัน และส่งเสริมการพัฒนาแหล่งพลังงานทดแทนและ พลังงานจากก๊าซธรรมชาติ ถ่านหินและน�ำ้ มัน แม้วา่ ทางเลือก เช่น พลังงานนิวเคลียร์ และพลังงาน มีราคาเพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องและผันผวนมาก หมุนเวียนต่างๆ รวมทั้งการลงทุนค้นหาแหล่ง โดยกลุ่มโอเปคยังเป็นผู้ก�ำหนดราคาน�้ำมันในตลาด น�้ำมันส�ำรองใหม่ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ท�ำให้ราคาน�้ำมันใน โลก ตลาดโลกปรับตัวลดลงและเข้าสูร่ ะดับดุลยภาพของ • ประเทศพัฒนาแล้วที่มีความพร้อมทางเทคโนโลยี ตลาด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ประชาคมยุโรป ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ทุ่มเทงบประมาณวิจัย พัฒนาเทคโนโลยี • เทคโนโลยีประหยัดพลังงานในสาขาการคมนาคมและ ขนส่ง การผลิตอุปกรณ์แสงสว่าง การพัฒนาหุน่ เพิม่ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เช่น การวิจยั เพิม่ ยนต์ และระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรมเกิดขึ้น ประสิทธิภาพเครือ่ งยนต์ อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าใน อย่างรวดเร็ว และมีตน้ ทุนลดลง โดยเฉพาะในประเทศ โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม ศูนย์การค้าและที่อยู่ อุตสาหกรรม อาศัยในครัวเรือน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มี ขนาดเบา การพัฒนาระบบการจัดการคุณภาพและ • เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีพลังงานสะอาด (Green การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ Technology) ที่มีรูปแบบชัดเจนระหว่างประเทศ พัฒนาแล้วกับประเทศก�ำลังพัฒนา เหตุการณ์ในช่วงปี 2014-2016

ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านสิง่ แวดล้อมและ เศรษฐกิจ (International Cooperation on Environment and Economics)

เหตุการณ์ในช่วงปี 2011-2013 • เศรษฐกิจโลกขยายตัวน้อยและผันผวนตามภาวะ การเปลี่ ย นแปลงของอากาศโลกและผลผลิ ต การเกษตร ราคาพลังงานจากฟอสซิลปรับตัวเพิม่ ขึ้นอย่างช้าๆ และจากราคาน�้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้น อย่างรวดเร็วและผันผวนอย่างรุนแรงก่อปัญหา วิกฤตเศรษฐกิจอย่างส�ำคัญต่อประเทศผู้พึ่งพา แหล่งพลังงานจากต่างประเทศ และน�ำไปสู่วิกฤต เศรษฐกิจโลกโดยรวม กล่าวคือ ราคาน�้ำมันที่แพง ขึ้นอย่างรวดเร็วท�ำให้เศรษฐกิจโลกถดถอย (Recession)

• รัฐบาลของประเทศต่างๆ ให้ความส�ำคัญกับการแก้ • ราคาน�้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้นโดยตลอด ท�ำให้ราคา • ประเทศก�ำลังพัฒนามีความสนใจเข้าร่วมโครงการ ปั ญ หาสภาวะโลกร้ อ น โดยประเทศจี น และ ภายใต้กองทุนสิ่งแวดล้อม (Green Fund) ของ น�้ำมันในตลาดโลกจะอยู่ร ะหว่ าง 130 - 200 สหรัฐอเมริกาให้ความร่วมมือในการแก้ไขสภาวะโลก องค์กรระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก และประเทศ เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับปัจจัย ร้อนและปรับเงื่อนไขข้อตกลงให้เป็นที่ยอมรับจาก พัฒนาทีส่ �ำคัญ โดยการให้เงินช่วยเหลือแก่ประเทศ แวดล้อมอื่นๆ ที่มีอิทธิพลต่อการปรับระดับราคา ประชาคมยุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งมีผลผูกพันก่อนปี ก�ำลังพัฒนาในการปลูกป่า การจัดการป่าไม้แบบ น�ำ้ มันขึน้ -ลงในช่วงเวลานัน้ เช่น การก่อการร้ายใน 2012 หรือก่อนที่พันธกรณีของประเทศสมาชิก ยั่งยืนและการจัดซื้อเทคโนโลยีสีเขียว สหรัฐอเมริกาและประชาคมยุโรป วิกฤตเศรษฐกิจ ตามพิธีสารเกียวโตจะสิ้นสุดลง หลังจากประสบ การเงินในประชาคมยุโรป การเกิดภัยธรรมชาติ ภาวะชะงั ก งั น ในที่ ป ระชุ ม ประเทศภาคี ส มาชิ ก อย่างรุนแรง และการขยายตัวของเศรษฐกิจใน อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง ประเทศพัฒนาแล้ว สภาพภูมิอากาศโลก (UNFCCC) ครั้งที่ 15 และ ครั้งที่ 16 ที่ผ่านมา • มีการค้นพบแหล่งทรัพยากรธรรมชาติเพิม่ ขึน้ รวม ทั้งแหล่งน�้ำมันดิบ และการน�ำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ เหตุการณ์ในช่วงปี 2014-2016 (Recycle) เพิม่ ขึน้ เป็นมากกว่าร้อยละ 50 ของการ ใช้วัตถุดิบทั้งหมด • สหรัฐอเมริกาและจีนให้ความร่วมมือในการแก้ไข สภาวะโลกร้อนโดยให้เงินสนับสนุนแก่ประเทศก�ำลัง พัฒนาที่ยังไม่มีบทบาทส�ำคัญต่อการแก้ไขสภาวะ โลกร้อน

page

22

• ประเทศในกลุ ่ ม องค์ ก ารเพื่ อ ความร่ ว มมื อ ทาง เศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development - OECD) มีความร่วมมือระดับนโยบายในลักษณะ Guidelines for best practices แต่นโยบายของ ประเทศสมาชิกแต่ละประเทศยังคงมุ่งแข่งขันการ พัฒนาให้มีประสิทธิภาพเหนือกว่าประเทศอื่นๆ


เหตุการณ์ในช่วงปี 2017-2020

• รัฐบาลประเทศพัฒนาแล้วเริม่ น�ำภาษีสงิ่ แวดล้อมและ ภาษีก๊าซคาร์บอนมาบังคับใช้ รวมทั้งมาตรการลด ก๊าซเรือนกระจกและการพัฒนามาตรฐานต่างๆ เพือ่ จัดการแก้ไขปัญหาโลกร้อน โดยใช้กลไกตลาด (Market Mechanism) เป็ น เครื่ อ งมื อ ในการ ควบคุมและลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก

• ประเทศต่างๆ ยอมรับข้อผูกพันระหว่างประเทศใน การออกระเบี ย บและมาตรฐานการจั ด การสิ่ ง แวดล้อมแบบยั่งยืน (New World Order) ทั้งใน ส่วนมาตรการสมัครใจ (Voluntary Measures) และ มาตรการบังคับ (Compulsory Measures) เช่น การส่งเสริมให้ภาคเอกชนด�ำเนินการปรับเปลี่ยน • การก�ำหนดนโยบาย Climate Change ของนานา ประเทศเกิดขึ้นทั่วโลก และเกิดเป็นรูปแบบสากลที่ เครื่องจักรประหยัดพลังงาน การออกแบบและ ก� ำ หนดขึ้ น โดยองค์ ก รระหว่ า งประเทศ เช่ น ก่อสร้างอาคารประหยัดพลังงาน และการจัดท�ำ มาตรฐานสิ่งแวดล้อมโดยองค์การระหว่างประเทศ ค า ร ์ บ อ น ฟุ ต พ ริ้ น ท ์ ส� ำ ห รั บ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ ์ ว่าด้วยการมาตรฐาน (ISO) องค์กรเอกชน และ อุตสาหกรรม การปรับโครงสร้างภาษีเพื่อลด องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Taxation) การประกาศควบคุมปริมาณรถยนต์ใน • เศรษฐกิจโลกก้าวเข้าสู่ Low Carbon Economy เมืองใหญ่ เป็นต้น และเริม่ ขยายตัวอย่างต่อเนือ่ ง ซึง่ ส่วนหนึง่ เป็นผล มาจากการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศได้กลับ มาขยายตัวตามระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ

การเปลี่ ย นแปลงสภาพภู มิ อ ากาศโลกและ สิ่งแวดล้อม (Environmental and Climate Change)

เหตุการณ์ในช่วงปี 2011-2013 • อุณหภูมิโลกปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากประชาคม โลกควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เพียงบาง ส่วน แม้ว่าความร่วมมือระหว่างประเทศในการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีมากขึ้น และมีการค้นพบ แหล่งทรัพยากรใหม่ๆ • โลกเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างรุนแรง จากอิ ท ธิ พ ลของเอลนี โ ญและลานี ญ า และการ หลอมละลายของน�้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือ

เหตุการณ์ในช่วงปี 2014-2016 • เกิดการพัฒนาประสิทธภาพเครื่องยนต์ เครื่องใช้ ไฟฟ้ า หลอดไฟแสงสว่ า ง คอมพิ วเตอร์ และ อุปกรณ์ประหยัดพลังงานต่างๆ ซึง่ มีผลท�ำให้การ ใช้พลังงานลดลงและลดปริมาณการปล่อยก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศโลก • กลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism) และตลาดซือ้ ขายคาร์บอนเครดิตเริม่ มีการซื้อขายมากขึ้น และกระตุ้นให้ประเทศต่างๆ พัฒนาโครงการ CDM และโครงการความร่วมมือ ในรูปแบบต่างๆ

เหตุการณ์ในช่วงปี 2017-2020 • ตลาดคาร์บอนเครดิตในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะใน สหรัฐอเมริกา จีน และยุโรปโดยเป็นตลาดที่มีขนาด ใหญ่และมีเสถียรภาพ • อุณหภูมขิ องโลกมีแนวโน้มคงที่ เนือ่ งจากประชาคม โลกมีการใช้พลังงานฟอสซิลลดน้อยลง รวมทั้ง การใช้ พ ลั ง งานทดแทนมากขึ้ น เช่ น พลั ง งาน นิวเคลียร์ และพลังงานแสงอาทิตย์


Scenario 3:

Bleeding World page

24


Scenario 3: Bleeding World การพัฒนาเทคโนโลยีบนฐาน Fossil Fuel และประชาคมโลก ไม่เกิดความร่วมมือการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสภาวะโลก ร้อน (Unaligned) มีประเด็นเหตุการณ์และวิวัฒนาการ ต่างๆ ดังนี้

วิ วั ฒ นาการของเหตุ ก ารณ์ จ� ำ ลองอนาคตภายใต้ เหตุการณ์ในช่วงปี 2014-2016 Bleeding World Scenario ระหว่างปี ค.ศ. 20112020 มีรายละเอียดล�ำดับของเหตุการณ์จ�ำลองต่างๆ • ผลกระทบจากการย้ายฐานการผลิตอุตสาหกรรม จากประเทศพัฒนาแล้วไปสู่ประเทศก�ำลังพัฒนา ดังนี้ ท�ำให้มกี ารเคลือ่ นย้ายประชากรจากประเทศอืน่ ๆ ไป ยังประเทศที่มีการลงทุนจากต่างประเทศสูง ได้แก่ เหตุการณ์ส�ำคัญ ภายใต้ Bleeding World แนวโน้มการเปลีย่ นแปลงทางสังคมและประชากร ประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (Newly Industrialized Scenario ประกอบด้วย (Population and Social Development) Country) • ผู้บริโภคให้ความส�ำคัญกับสิ่งแวดล้อมน้อยและ • ผูบ้ ริโภคและนักลงทุนมุง่ การสร้างผลก�ำไรโดยขาด พยายามแสวงหาประโยชน์ทางเศรฐกิจอย่างเต็มที่ เหตุการณ์ในช่วงปี 2011-2013 ความสนใจในการดูแลสิง่ แวดล้อมธรรมชาติและการ • ประเทศที่มีประชากรมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ • ราคาน�้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ แก้ปัญหาภาวะโลกร้อน จีน อินเดีย สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย บราซิล • การพั ฒ นาเทคโนโลยี เ ป็ น ไปอย่ า งล่ า ช้ า และไม่ มี รัสเซีย ปากีสถาน บังคลาเทศ ญี่ปุ่น และไนจีเรีย มี • องค์กรภาคเอกชน (Non-Governmental Orนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทน ประชากรรวม 3.6 พันล้านคน ในปี ค.ศ. 1999 ganization) ในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศ และจะเพิ่มเป็น 4.37 พันล้านคนในปี ค.ศ. 2020 ก�ำลังพัฒนามีบทบาทการต่อต้านการตัง้ โรงงานที่ • เวทีความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหา หรือเพิ่มขึ้น 21.44 % ในช่วง 20 ปี มีมลพิษสูงหรือโรงงานขนาดใหญ่รวมทัง้ มีบทบาท สภาวะโลกร้อนล้มเหลว การก�ำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อมของรัฐมากขึ้น • ประชากรโลกขยายตัวในอัตราชะลอตัวลงอย่างต่อ • การกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศเป็นไปอย่าง เนื่องจากปัจจัยภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย และการ เหตุการณ์ในช่วงปี 2017-2020 รุนแรง ขาดแคลนอาหาร ในขณะทีม่ คี วามแตกต่างทางฐานะ เศรษฐกิจในสังคมมีมากขึน้ ท�ำให้ผบู้ ริโภคส่วนใหญ่ • สั ง คมเมื อ งก้ า วสู ่ สั ง คมอุ ต สาหกรรมที่ แ บ่ ง • เศรษฐกิจโลกเผชิญภาวะถดถอย ประชากรออกเป็น 2 กลุ่มชัดเจน ได้แก่ กลุ่มผู้ใช้ ไม่ให้ความส�ำคัญกับปัญหาโลกร้อน แรงงานที่มีรายได้จากค่าจ้างและยากจน และกลุ่มที่ • สหรัฐ และประชาคมยุโรปประสบภาวะวิกฤตการคลัง • ประชากรในสังคมเมืองขยายตัวอย่างรวดเร็วตาม เป็นเจ้าของทุนและผูป้ ระกอบการ ท�ำให้เกิดความแตก และใช้มาตรการภาษีเพิม่ รายได้และลดการใช้พลังงาน แนวโน้มเดิม โดยมีประชากรโลกอาศัยอยู่ในสังคม ต่างในพฤติกรรมการบริโภคและ Lifestyle การ เมืองเพียงร้อยละ 10 ในปี ค.ศ. 1900 แต่เพิ่มขึ้น ด�ำรงชีพ • อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นร้อยละ 50 ในปี 2009 ซึ่งหมายถึงว่าโลกมี • แหล่งพลังงานเชือ้ เพลิงฟอสซิลเริม่ หายากและขาด ความต้องการพลังงานเพิม่ ขึน้ อย่างทวีคณ ู ในช่วง • การเคลือ่ นย้ายประชากรระหว่างเมืองกับชนบทเริม่ ชะลอตัวลง แต่มีการเคลื่อนย้ายประชากรระหว่าง การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี ที่ผ่านมาและในอนาคต ประเทศเพิ่ ม มากขึ้ น เนื่ อ งจากปั ญ หาแรงงาน • ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว ขาดแคลน • อัตราการเพิ่มของประชากรในประเทศพัฒนาแล้ว และประเทศอุตสาหกรรมใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากภาวะค่าครองชีพในเมืองที่สูงขึ้น


ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology Progress & Innovation)

เหตุการณ์ในช่วงปี 2011-2013

เทคโนโลยีขนั้ สูงในการใช้พลังงานลดลงแต่เทคโนโลยี ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านสิง่ แวดล้อมและ ในประเทศก�ำลังพัฒนายังล้าหลังท�ำให้ต้นทุนการ เศรษฐกิจ ผลิตสินค้าและบริการอยู่ในระดับสูง ต้องพึ่งพา (International Cooperation on Environment and ปัจจัยแรงงานในการผลิตสินค้า Economics)

• ประชาคมโลกพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเป็นหลักและ • การพั ฒ นานวั ต กรรมและเทคโนโลยี เ พิ่ ม ประสิทธิภาพการใช้ Fossil Fuel และการเร่งพัฒนา เหตุการณ์ในช่วงปี 2011-2013 เผชิญกับราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การพัฒนา แหล่งพลังงานทดแทนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือน เทคโนโลยีเป็นไปอย่างล่าช้าเพราะขาดงบประมาณ ั ญาสหประชาชาติวา่ ด้วย กระจก เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ • สมัชชาประเทศภาคีอนุสญ สนับสนุนจากภาครัฐ การเปลี ย ่ นแปลงสภาพภู มอิ ากาศโลก (UNFCCC) พลังงานน�้ำ (Hydro Power) พลังงานความร้อน การประชุ ม กลุ ่ ม ประเทศอุ ต สาหกรรมชั้ น น� ำ และ • ความต้องการพลังงานของโลกขยายตัวเพิม่ ขึน้ ใน ใต้พิภพ (Geothermal Energy) พลังงานคลื่นใน ประเทศเศรษฐกิ จ เกิ ด ใหม่ 20 ประเทศ หรือ G 20 อัตราร้อยละ 1.5 ต่อปี ในขณะที่แหล่งพลังงาน มหาสมุทร(Ocean Energy) พลังงานชีวภาพ (The Group of Twenty Finance Ministers and ส�ำรองของโลกที่มีอยู่ในปัจจุบันคาดว่าจะหมดสิ้น (Biomass) พลังงานจากขยะมูลฝอย (Waste of Central Bank Governors – G20) การประชุม ภายในระยะ 40-50 ปีข้างหน้า Energy) ยังท�ำได้จ�ำกัดและมีต้นทุนการผลิตสูง สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum• เกิดแนวโน้มการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติภายใน • การถ่ายทอดและแพร่กระจายของเทคโนโลยีการ WEF) และเวทีการเจรจาแบบพหุภาคีในเวทีอื่นๆ ยัง ประเทศ ระหว่างประเทศ และระหว่างภูมิภาคต่างๆ ประหยัดพลังงานสมัยใหม่ในประเทศก�ำลังพัฒนา ไม่สามารถระบุข้อตกลงและหาบทลงโทษประเทศ หรือเกิดกระแส Geopolitics ที่รุนแรงขึ้นโดยเฉพาะ ขึ้นอยู่กับเงินช่วยเหลือจากประเทศพัฒนาแล้วใน สมาชิกที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ ประเทศมหาอ�ำนาจที่ต้องย้ายฐานการผลิตภาค การด�ำเนินโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน • สหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย และประเทศอื่นๆ รวมทั้ง อุ ต สาหกรรมไปยั ง ประเทศก� ำ ลั ง พั ฒ นาที่ มี เช่น สหรัฐอเมริกาและองค์การระหว่างประเทศ ประเทศไทยยั ง ไม่ มี ค วามพร้ อ มในการลดหรื อ ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้น เหตุการณ์ในช่วงปี 2017-2020 • การพั ฒ นามาตรฐานสิ น ค้ า เพื่ อ การอนุ รั ก ษ์ บรรยากาศโลกให้อยูใ่ นระดับเดียวกับปี พ.ศ. 2533 สิ่งแวดล้อมและมุ่งการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นไป • ราคาน�้ ำ มั น ในตลาดโลกที่ ป รั บ ตั ว เพิ่ ม ขึ้ น อย่ า ง เนือ่ งจากประเทศก�ำลังพัฒนายังมีความจ�ำเป็นต้อง รวดเร็วท�ำให้ประเทศผู้บริโภคน�้ำมันรายใหญ่ ได้แก่ อย่ า งล่ า ช้ า และเกิ ด ขึ้ น เฉพาะในส่ ว นการจั ด ท� ำ เร่ ง การพั ฒ นาเศรษฐกิ จ และสั ง คมให้ สู ง ขึ้ น สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และประชาคมยุโรปต้อง มาตรฐานสิ่งแวดล้อมแบบสมัครใจ (Voluntary ซึง่ หมายถึงยังมีความต้องการใช้พลังงานเพือ่ การ ด� ำ เนิ นการเร่ ง พั ฒนาประสิ ท ธิ ภ าพเครื่ องยนต์ Standard) พัฒนาอุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่ง การ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องจักรอุปกรณ์มากขึ้น เพื่อ พั ฒ นาเมื อ งและการพั ฒ นาคุ ณ ภาพชี วิ ต ของ • ราคาน�้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่ม ลดการใช้พลังงานฟอสซิล แม้ว่ามีข้อจ�ำกัดด้าน ประชาชน ประเทศผู้ผลิตและผู้ค้าน�้ำมัน (OPEC) สร้างพลัง เทคโนโลยีและการลงทุนพัฒนาวิจัยเทคโนโลยี ต่อรองในเวทีการค้าโลก และพยายามรักษาระดับ • กลุม่ ประเทศ OECD เผชิญวิกฤตการคลังและภาระ • ความก้ า วหน้ า ในการพั ฒ นาเทคโนโลยี บ นฐาน ราคาน�้ำมันไว้ในระดับสูง หนีภ้ าครัฐ ทีข่ ยายตัวสูงในช่วงก่อนท�ำให้มขี อ้ จ�ำกัด พลังงานฟอสซิล เกิดขึ้นอย่างมากมายแต่ยังคง ด้านการใช้จ่ายภาครัฐ เหตุการณ์ในช่วงปี 2014-2016 ถู ก น� ำ ไปใช้ ใ นประเทศพั ฒ นาแล้ ว และประเทศ อุตสาหกรรมใหม่ที่มีการย้ายฐานการผลิตจาก • เศรษฐกิจโลกเผชิญกับภาวะชะงักงัน และตกต�่ำ • ราคาน�้ำมันยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง แม้ว่าประเทศ อย่างรุนแรง ในขณะที่พื้นที่เพาะปลูกพืชอาหารถูก ประเทศอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเซียใต้ พั ฒ นาแล้ ว ประสบความส� ำ เร็ จ ในการพั ฒ นา ทดแทนโดยพืชพลังงาน และเอเซี ย ตะวั น ออกเฉี ย งใต้ ที่ มี ท รั พ ยากรอุ ด ม สมบูรณ์ และประชากรมีการศึกษาค่อนข้างสูง เนื่องจากข้อจ�ำกัดของก�ำลังซื้อและความสามารถ ในการหารายได้ของประเทศ page

26


• แรงกดดันด้านความร่วมมือของประเทศต่างๆ ยัง • ประเทศพัฒนาแล้วประสบความส�ำเร็จในการลด ไม่เปลีย่ นแปลงและยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้วา่ เป้า ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูช่ นั้ บรรยากาศ • ประชาคมยุโรปและญี่ปุ่นกดดันสหรัฐอเมริกาและจีน หมายการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้น โลกในระดับหนึ่งท�ำให้ระดับความรุนแรงของปัญหา ให้เร่งลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ บรรยากาศโลกของแต่ละประเทศควรเป็นเท่าใด โลกร้อนลดลง โดยภาครัฐใช้มาตรการภาษี (Tax โลกโดยก�ำหนดมาตรฐานสินค้า และกระบวนการ Measures) และมาตรการที่มิใช่ภาษี (Non-tax ผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมซึ่งท�ำให้ความร่วม • การท� ำ งานขององค์ ก รระหว่ า งประเทศและการ Measures) ในการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือน ผลั ก ดั น เวที ก ารเจรจาการแก้ ป ั ญ หาการ มือระหว่างประเทศมีความตึงเครียด กระจกในภาคอุตสาหกรรมและภาคการขนส่ง เปลี่ยนแปลงสภาวะโลกร้อนเกิดภาวะชะงักงัน • ประชาคมยุ โ รปประกาศใช้ ม าตรการที่ ไ ม่ ใ ช่ ภ าษี • สหรัฐอเมริกา ยุโรป จีน และอินเดียมุ่งเน้นการ (Non-Tariff Barrier) เพื่อกีดกันทางการค้าที่ • ประเทศก�ำลังพัฒนาทีม่ รี ะบบเศรษฐกิจทีอ่ ยูบ่ นฐาน ประกาศก�ำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อตุ สาหกรรม การผลิตภาคการเกษตรได้รับประโยชน์จากราคา รุ น แรงขึ้ น และเป็ น อุ ป สรรคต่ อ การเติ บ โตของ ที่ เ อื้ อ ต่ อ การลดปริ ม าณก๊ า ซเรื อ นกระจกสู ่ ชั้ น อาหาร ผลิตภัณฑ์เกษตรและป่าไม้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจโลก ขณะทีก่ ารเจรจาการค้าโลกรอบโดฮา บรรยากาศโลก ตามแนวโน้มราคาน�้ำมันในตลาดโลก ในภาคเกษตรและบริการประสบความล้มเหลว • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศยากจนและ • อุ ณ หภู มิ โ ลกปรั บ ตั ว สู ง ขึ้ น อย่ า งรวดเร็ ว ท� ำ ให้ การเปลี่ ย นแปลงสภาพภู มิ อ ากาศโลกและ ประเทศก�ำลังพัฒนายังขยายตัวอย่างต่อเนือ่ งตาม ปัญหาสภาวะโลกร้อนเข้าสู่ระดับวิกฤติ ในขณะที่ อัตราการเติบโตของสังคมเมืองและระดับการเติบโต ทรัพยากรธรรมชาติเสือ่ มโทรมอย่างรุนแรงและเกิด สิ่งแวดล้อม ทางเศรษฐกิจของประเทศ (Environmental and Climate Change) แนวโน้มการผูกขาดมากขึ้น (Geopolitics)

เหตุการณ์ในช่วงปี 2014-2016

เหตุการณ์ในช่วงปี 2017-2020

• สหรัฐและจีนให้ความร่วมมือในการแก้ไขสภาวะโลก เหตุการณ์ในช่วงปี 2011-2013 ร้อนแบบผ่อนหนักผ่อนเบาหลังการประชุม COP • ผลตอบแทนจากการน�ำเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ครัง้ ที่ 17 ในปี 2011 และกลไกการพัฒนาทีส่ ะอาด • การลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกของแต่ละประเทศมี มาใช้ ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน แต่ผลกระทบจาก (Clean Development Mechanism: CDM) ลั ก ษณะค่ อ ยเป็ น ค่ อ ยไปตามแรงกดดั น ของ สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและประเทศอุตสาหกรรม ภายใต้ขอ้ ตกลงพิธสี ารเกียวโตถูกเลือ่ นออกไปไม่มี ประชาชนในแต่ละประเทศ และองค์กรที่เกี่ยวกับการ ที่ประสบความชะงักงันจากปัญหาราคาน�้ำมันที่สูง ก�ำหนด ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก เช่น ขึ้น ควบคู่กับราคาสินค้าเกษตรและอาหารที่สูงขึ้น กลุม่ The Climate Group องค์การสหประชาชาติ เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกลดน้อยลง ท�ำให้ปริมาณ • ประเทศก�ำลังพัฒนาไม่ให้ความสนใจกับมาตรการ ธนาคารโลก องค์การค้าโลก และเวทีการประชุม การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูช่ นั้ บรรยากาศโลกเพิม่ แก้ไขสภาวะโลกร้อน โดยมุ่งแก้ปัญหาความยากจน ระหว่างประเทศ ขึ้นในอัตราทีช่ ะลอตัวลง และการเติบโตทางเศรษฐกิจ • เกิดภัยธรรมชาติต่างๆ อย่างรุนแรงและบ่อยครั้ง • แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้ใน เหตุการณ์ในช่วงปี 2017-2020 มากขึน้ เช่น ภาวะแห้งแล้ง น�ำ้ ท่วม แผ่นดินไหว คลืน่ ทวีปแอฟริกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และอเมริกาใต้ ความร้อน รวมทั้งโรคมาเลเรีย และวัณโรคที่ท�ำให้ มีจ�ำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลจากความ • บริษทั ข้ามชาติยา้ ยฐานการผลิตไปยังประเทศก�ำลัง มนุษย์เจ็บป่วยล้มตายเป็นจ�ำนวนมาก ต้องการพืน้ ทีเ่ พาะปลูกอาหารและพลังงาน รวมทัง้ พัฒนาที่มีมาตรการจูงใจทางภาษีและมีมาตรการ การท�ำไม้เพื่อการก่อสร้างที่พักอาศัยของมนุษย์ ควบคุมมลพิษและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เข้ม เหตุการณ์ในช่วงปี 2014-2016 งวดน้ อ ยกว่ า โดยเฉพาะในประเทศจี น อิ น เดี ย ปากีสถานและประเทศในกลุ่มอเมริกาใต้ • สภาพภูมอิ ากาศโลกมีความผันผวนและรุนแรงมาก ขึ้น ท�ำให้ระดับน�้ำทะเลสูงขึ้น แหล่งน�้ำจืดธรรมชาติ มี ป ริ ม าณลดลง ซึ่ ง ท� ำ ให้ ร ะบบนิ เ วศของโลก เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม


Scenario 4:

Scrambling World page

28


Scenario 4: Scrambling World การพัฒนาเทคโนโลยีบนฐาน Renewable Energy และ แนวโน้มการเปลีย่ นแปลงทางสังคมและประชากร เหตุการณ์ในช่วงปี 2017-2020 ประชาคมโลกไม่เกิดความร่วมมือการพัฒนาและแก้ไข (Population and Social Development) • ประเทศต่างๆ รณรงค์ให้มีการบริหารจัดการป่าไม้ ปัญหาสภาวะโลกร้อน (Unaligned) มีประเด็นเหตุการณ์ อย่ า งยั่ ง ยื น การปรั บ เปลี่ ย นเครื่ อ งจั ก รที่ ใ ช้ และวิวัฒนาการต่างๆ ดังนี้ เหตุการณ์ในช่วงปี 2011-2013 พลังงานอย่างประหยัด และการรณรงค์ให้ประชาชน ร่วมแก้ไขปัญหาโลกร้อน เหตุ ก ารณ์ ส� ำ คั ญ ๆ ภายใต้ Scrambling • ผู้บริโภคในประเทศพัฒนาแล้วให้ความส�ำคัญกับ Green Products ความรั บ ผิ ด ชอบต่ อ สั ง คมและ World Scenario ประกอบด้วย การพัฒนาอย่างยัง่ ยืน ในขณะทีผ่ บู้ ริโภคส่วนใหญ่ • สินค้า Green Products และการท�ำ Carbon Footprint ของผลิตภัณฑ์ เป็นส่วนหนึง่ ของฉลาก • ผู้บริโภคให้ความส�ำคัญต่อสิ่งแวดล้อมน้อย ในประเทศก�ำลังพัฒนายังให้ความส�ำคัญกับ Green สินค้าที่ผู้ผลิตต้องจัดท�ำขึ้นส�ำหรับสินค้าส่งออก Products น้อย โดยให้ความส�ำคัญกับราคาสินค้า • เกิดค่านิยมสังคมแบบขัดแย้งระหว่างการพัฒนา มากกว่าความคุ้มค่าทางสังคม • ผูบ้ ริโภคและวิสาหกิจเอกชนให้ความสนใจการเลือก อย่างยัง่ ยืนกับการตอบสนองความต้องการของ ใช้สินค้าและผลิตสินค้าที่สร้างก๊าซเรือนกระจกใน ตลาด • ประชากรโลกขยายตั ว ต�่ ำ กว่ า แนวโน้ ม ในช่ ว ง ปริมาณต�่ำ (Low Carbon Product) รวมทั้งการ ทศวรรษก่อน โดยอยู่ระดับต�่ำกว่า 1.5% ต่อปี • ผู ้ ป ระกอบการอุ ต สาหกรรมในประเทศต่ า งๆ ส่ ง เสริ ม นวั ต กรรมการพั ฒ นาแหล่ ง พลั ง งาน ให้ความสนใจการลดก๊าซเรือนกระจก โดยจัดท�ำ • การเคลื่อนย้ายของประชากรระหว่างประเทศมีไม่ ทดแทนและพลังงานสีเขียว (Green Energy) Carbon Footprint มากนัก โดยส่วนใหญ่จะเคลื่อนย้ายจากชนบทสู่ ชุมชนเมืองขนาดใหญ่ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม • ราคาพลั ง งานและอาหารปรั บ ตั ว สู ง ขึ้ น อย่ า ง รวดเร็ว • เกิดขบวนการต่อต้านรัฐบาลในประเทศต่างๆ รวม (Technology Progress & Innovation) ทัง้ ตะวันออกกลาง ปัญหาการก่อการร้ายระหว่าง • มีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านแหล่งพลังงานทดแทน ประเทศ ปัญหาความมั่นคงทางอาหารและราคา เหตุการณ์ในช่วงปี 2011-2013 อย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีต้นทุนการผลิตสูง อาหารในตลาดโลก ปัญหาการว่างงานและการแก้ไข • ราคาพลังงานจากน�้ำมัน ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ ความยากจนเกิดขึ้นในประเทศต่างๆ ทั่วโลก • เศรษฐกิจโลกเผชิญภาวะผันผวน มีการเติบโต ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นสินค้าที่มีค่าใช้จ่าย อย่างแตกต่าง ระหว่างภูมิภาคและประเทศต่างๆ สูงทั้งในภาคครัวเรือนและการประกอบธุรกิจ เหตุการณ์ในช่วงปี 2014-2016 • ประเทศพัฒนาแล้วมีก�ำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ • การเปลีย่ นแปลงในสังคมมีไม่มากนัก ทัง้ ด้านปัญหา • ราคาน�้ำมันมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและ เพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Product) สูงขึน้ ถึง 140 ดอลล่าร์สหรัฐต่อบาเรลในปี 2012 ความยากจน ปัญหาอาชญากรรม การว่างงาน ท�ำให้ประเทศผู้น�ำเข้าน�้ำมันต้องเร่งพัฒนาแหล่ง และผู้สูงอายุที่มีจ�ำนวนมากขึ้น • เกิดการย้ายฐานการผลิตจากประเทศที่มีค่าจ้าง พลั ง งานทดแทนนั บ ตั้ ง แต่ แ หล่ ง พลั ง งานน�้ ำ แรงงานสูงไปยังประเทศที่มีค่าจ้างแรงงานต�่ำ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานไบโอ • พฤติกรรมการบริโภคแบบตะวันตกเกิดขึ้นเฉพาะใน ดีเซล พลังงานใต้พภิ พ และอืน่ ๆ เพือ่ ลดการพึง่ พา สั ง คมเมื อ งขนาดใหญ่ และการเข้ า ถึ ง ระบบการ • อุณหภูมิโลกปรับเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ พลังงานจากต่างประเทศ โดยประชาคมยุโรปมี สื่อสารทางอินเทอร์เน็ต เป้าหมายพัฒนาพลังงานทดแทนให้ได้ร้อยละ 30 • ประเทศต่างๆ มีการพัฒนาและน�ำพลังงานทดแทน ของความต้องการพลังงานทัง้ หมด และประเทศไทย มาใช้ ม ากขึ้ น แต่ ก ารอนุ รั ก ษ์ แ ละการจั ด การ • บ้านเรือนในเขตพื้นที่บริเวณเส้นศูนย์สูตรต้องมี การติดตั้งเครื่องปรับอากาศประจ�ำบ้าน/อาคาร มี เ ป้ า หมายการพั ฒ นาพลั ง งานทดแทนให้ ไ ด้ สิ่งแวดล้อมด�ำเนินไปตามบริบทของแต่ละประเทศ ร้อยละ 20.4 ของความต้องการพลังงานทัง้ หมด วิ วั ฒ นาการของเหตุ ก ารณ์ จ� ำ ลองในอนาคตภายใต้ ในปี 2565 Scrambling World Scenario ระหว่างปี ค.ศ. 20112020 มีรายละเอียดล�ำดับของเหตุการณ์จ�ำลอง ดังนี้


ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านสิง่ แวดล้อมและ เศรษฐกิจ (International Cooperation on Environment and Economics)

เหตุการณ์ในช่วงปี 2011-2013 • เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวอย่างเปราะบาง เนื่องจาก การใช้ จ ่ า ยภาครั ฐ ของประเทศสหรั ฐ อเมริ ก า ประชาคมยุโรปและญี่ปุ่นต้องเผชิญกับข้อจ�ำกัด เหตุการณ์ในช่วงปี 2014-2016 ฐานะการคลังที่มีภาระหนี้มากเกินกว่าที่กฎหมาย ก�ำหนดไว้ และประกอบกับธนาคารกลางในหลาย • เกิ ด ความก้ า วหน้ า ด้ า นเทคโนโลยี การสื่ อ สาร ประเทศปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นเพื่อป้องกันภาวะ โทรคมนาคม การพลังงานและการผลิตในภาค เงินเฟ้อที่ก�ำลังคุกคามเศรษฐกิจภายในประเทศ อุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการผลิต Fuel Cell Vehicles (FCV) ทีอ่ ยูร่ ะหว่างการพัฒนา • ราคาสินค้าเกษตรและพืชพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยบริษัทรถยนต์ของญี่ปุ่น ซึ่งผลความส�ำเร็จ ตามราคาน�้ำมันในตลาดโลก จากการพัฒนา Fuel Cell ท�ำให้เกิดการใช้รถไฟฟ้า • สหรัฐและจีนต่อต้านมาตรการกีดกันทางการค้า อย่างแพร่หลาย ของประชาคมยุ โ รปที่ มี ก ารน� ำ มาตรการภาษี • ประเทศพัฒนาแล้วประสบความส�ำเร็จในการพัฒนา สิง่ แวดล้อมมาใช้ ซึง่ ท�ำให้เกิดสงครามกีดกันการค้า แหล่งพลังงานทดแทนและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น อย่างรุนแรง การพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ พลังงาน • การเจรจาตามข้อตกลงพิธีสารเกียวโต เพื่อลด ชีวมวล และรูปแบบอื่นๆ ให้มีความปลอดภัย ปริมาณก๊าซเรือนกระจกประสบความล้มเหลว ท�ำให้ • แหล่งพลังงานทดแทน ได้แก่ พลังงานนิวเคลียร์ ตลาดคาร์บอนเครดิตต้องปิดการด�ำเนินการ เพราะ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานจากมวลชีวภาพ ขาดแรงจูงใจให้ประเทศก�ำลังพัฒนาด�ำเนินโครงการ พลังงานลม พลังงานคลื่นในมหาสมุทร ถูกน�ำมา CDM ใช้เพิ่มขึ้นเป็นล�ำดับ • ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลง เหตุการณ์ในช่วงปี 2017-2020 สภาพภูมิอากาศโลกมีลักษณะแบบต่างคนต่างท�ำ (Unaligned) อย่างชัดเจน ซึง่ หมายถึงแนวโน้มการ • ประเทศก�ำลังพัฒนาส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์น้อย แก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อนขึน้ อยูก่ บั ความรุนแรงและ จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีพลังงานทดแทนและ ผลกระทบจากปั ญ หาการเปลี่ ย นแปลงสภาพ อื่นๆ เนื่องจากมีราคาสูง ภูมิอากาศโลกที่แต่ละประเทศเผชิญอยู่ • ความส�ำเร็จในการพัฒนาแหล่งพลังงานทดแทนและ เหตุการณ์ในช่วงปี 2014-2016 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในประเทศพัฒนา แล้ ว ท� ำ ให้ ป ระชาคมโลกลดการพึ่ ง พาพลั ง งาน • ประชาคมยุ โ รปสร้ า งแรงกดดั น ให้ ป ระเทศต่ า งๆ ฟอสซิล (Carbon-Based Fuel) เป็นล�ำดับ และ ด� ำ เนิ น มาตรการลดก๊ า ซเรื อ นกระจก โดยการ ราคาพลังงานของโลกเริ่มมีเสถียรภาพ ส่งผลให้ ก�ำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการปล่อยก๊าซ กลุ่มประเทศผู้ผลิตและค้าน�้ำมัน (OPEC) มีบทบาท เรือนกระจกจากกระบวนการผลิตสินค้า ในการเป็นผู้ก�ำหนดราคาน�้ำมันในตลาดโลกลดลง • เศรษฐกิจโลกเริม่ ปรับตัวดีขนึ้ และเจริญเติบโตอย่าง แข็งแกร่งหลังจากภาครัฐและวิสาหกิจเอกชนใช้เวลา ปรับตัว 3-5 ปี โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ OECD ที่มีการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

page

30

• ความร่วมมือระหว่างประเทศประสบอุปสรรคและเกิด เป็นความขัดแย้งแบบหลายฝ่ายในการแก้ปัญหา สภาวะโลกร้อน ตามลักษณะการรวมกลุ่มของ ประเทศต่างๆ เช่น ประชาคมยุโรป NAFTA ประเทศ ผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตร (Cairns group) และกลุ่มประเทศแอฟริกัน (African group) เป็นต้น


การเปลี่ ย นแปลงสภาพภู มิ อ ากาศโลกและ สิ่งแวดล้อม (Environmental and Climate Change)

เหตุการณ์ในช่วงปี 2011-2013 • เกิดภัยพิบัติ แผ่นดินไหว น�้ำท่วม พายุหิมะ ไฟป่า คลื่นความร้อน ปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา รวมทัง้ การเปลีย่ นแปลงของระบบนิเวศ แหล่งน�ำ้ จืด และพื้นที่ชายฝั่งทะเลเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง • เกิดปรากฏการณ์ภยั ธรรมชาติทเี่ กิดจากสภาวะโลก ร้ อ นที่ รุ น แรงมากขึ้ น เช่ น สภาพอากาศขาด ออกซิ เ จน กระแสคลื่ น ความร้ อ นในประเทศ สหรัฐอเมริกาและยุโรป

เหตุการณ์ในช่วงปี 2014-2016 • ปัญหาสภาวะโลกร้อนมีความรุนแรงมากขึน้ เป็นแรง • ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูช่ นั้ บรรยากาศ โลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจาก กดดันต่อประเทศจีนและสหรัฐอเมริกาต้องให้ความ ประเทศก�ำลังพัฒนา ที่มีรายได้ต�่ำ ท�ำให้อุณหภูมิ ร่วมมือและยอมรับผลการประชุมในเวทีการเจรจา ของโลกมีความผันผวนอย่างรุนแรง ทั้งในช่วง ระหว่างประเทศ โดยจัดเงินกองทุนสนับสนุนให้ ระหว่างวัน ฤดูกาลและพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก ประเทศก� ำ ลั ง พั ฒ นาน� ำ ไปด� ำ เนิ น โครงการแก้ ไ ข ปัญหาโลกร้อน • อุณหภูมโิ ลกปรับตัวสูงขึน้ อย่างช้าๆ เนือ่ งจากโลก ประสบความล้มเหลวในการร่วมมือแก้ไขปัญหาโดย • องค์กรระหว่างประเทศและองค์กรเอกชน (NGOs) รัฐบาลสหรัฐอเมริกาและรัฐบาลจีน รวมทัง้ รัฐบาล พยายามกดดันให้รฐั บาลของประเทศต่างๆ ลดการ ในประเทศก�ำลังพัฒนาต่างๆ ยังไม่พร้อมให้ความ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการปลูกป่าเพื่อ ร่วมมือการแก้ปัญหาโลกร้อน ดูดซับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งมี การเฝ้าระวังการป้องกันการบุกรุกป่าไม้ • ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้มจี ำ� นวนลดลง อย่างต่อเนื่อง จากการบุกรุกท�ำลายป่าเพื่อการ เหตุการณ์ในช่วงปี 2017-2020 เพาะปลูกและการสร้างที่พักอาศัย • ผลกระทบจากมาตรการกระตุ ้ น เศรษฐกิ จ ของ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ยุโรปและญี่ปุ่น รวมทั้ง เหตุการณ์ในช่วงปี 2017-2020 มาตรการควบคุมเงินเฟ้อของรัฐบาลจีน ท�ำให้ • สภาพภูมอิ ากาศโลกเปลีย่ นแปลงอย่างมาก โดยโลก ประเทศที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโตสูง ด�ำเนิน ร้อนมากขึ้น อุณหภูมิผิวน�้ำในมหาสมุทรสูงขึ้น มาตรการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น กระแสน�้ำในมหาสมุทรเปลี่ยนทิศทางการไหลเวียน • รัฐบาลในประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศก�ำหนดกฎ • ปรากฎการณ์เอลนีโญและลานีญาท�ำให้พื้นที่ชุ่มน�ำ้ ระเบียบให้ผู้ผลิตจัดท�ำ Carbon Footprint และ บางส่วนประสบภาวะแห้งแล้ง และบางพื้นที่ฝนตก Water Footprint เป็นระเบียบบังคับเพื่อส่งเสริมให้ มาก มีน�้ำท่วมขังตลอดปี ประชาชนและผู้บริโภคได้เลือกใช้สินค้าและบริการที่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม • เกิดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติต่างๆ จากการ เปลีย่ นแปลงสภาพอากาศโดยมีความรุนแรงเพิม่ ขึน้ • ประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตร (Cairns และเกิดหมุนเวียนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก Group) และกลุ ่ ม ประเทศแอฟริ กั น (African Group) มีบทบาทในเวทีการเจรจาการค้าและความ • การพัฒนาแหล่งพลังงานทดแทนมีข้อจ�ำกัดทาง ร่วมมือระหว่างประเทศมากขึ้น ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น แหล่งน�้ำจ�ำกัด ระดับ ความเร็วของลม และพื้นที่ในการสร้างแผงโซลาร์ เซลล์ (Solar Cell) ที่สามารถสร้างพลังงานไฟฟ้า ในเชิงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รวมทัง้ การต่อต้าน การก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของประชาชนใน พื้นที่


การน�ำภาพ เหตุการณ์จ�ำลองอนาคต ไปใช้ในองค์กร ท�ำไมต้องสร้างภาพเหตุการณ์จ�ำลองอนาคต (Scenario Planning)

เราจะน�ำภาพเหตุการณ์จ�ำลองอนาคตไปใช้ได้ อย่างไร

ภาพเหตุการณ์จ�ำลองอนาคต ตีแผ่เรื่องราวในอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้นได้และเกี่ยวข้องกับองค์กรของเรา สังคมของ เรา และโลกของเรา โดยที่เราไม่ได้ใช้ในการท�ำนาย แต่ใช้ในการกระตุ้นให้เราได้เห็นถึงสิ่งท้าทาย (Challenges) โอกาส (Opportunities) และภัยคุกคาม (Threats) ที่แตกต่าง และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นจริงจากการมีปฏิกริยาต่อกันของ แรงขับเคลื่อนจากภายนอก (External Driving Forces) ที่เกี่ยวข้อง คือ จากพลวัตของสังคมในอนาคต จากการ พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากสภาวะเศรษฐกิจ จากสภาพสิ่งแวดล้อม และจากการเปลี่ยนแปลงด้านการเมือง

เมือ่ เราคิดถึงเรือ่ งทีเ่ กีย่ วกับอนาคตขององค์กร สิง่ ทีเ่ รา คิดถึงสิ่งแรกคือการท�ำนายหรือการคาดเดา (Predicting/Forecasting) เรามักถูกครอบง�ำด้วยความคิดที่ว่า เราจะสามารถท�ำอย่างไรกับสิ่งที่เรามีอยู่ให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะ เป็นการผลิตสินค้า บริการ หรือการพัฒนาเทคโนโลยี ส่วนใหญ่เราไม่ได้คิดถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง อนาคตในที่ จุดประสงค์ของการสร้างภาพเหตุการณ์จ�ำลองอนาคต ไม่ใช่เพื่อการชี้บ่งให้เราเห็นอนาคตทีน่ ่าจะเป็นไปได้ แต่เป็นการ ที่เรายังไม่ได้อยู่ และบางทีก็เป็นอนาคตที่มีวิวัฒนาการ สร้างให้เห็นภาพของความไม่แน่นอน (Uncertainties) เพื่อให้รับรู้และตรวจสอบแรงขับเคลื่อนที่เห็นหรือซ่อนเร้นที่เป็น มากกว่าโลกปัจจุบันที่เราก�ำลังอยู่ ตัวขับเคลื่อนองค์กรไปสู่อนาคต ท�ำให้เราระมัดระวังในการเลือกกลยุทธ์ที่จะด�ำเนินการมากขึ้น เมื่อจ�ำเป็นต้องท�ำการ ตัดสินใจในเชิงกลยุทธทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในอดีต เรามักจะสร้างภาพของอนาคตทีเ่ ราอยากจะให้เป็น ไปตามทีเ่ ราต้องการเพียงอนาคตเดียว บางท่านอาจเรียก ภาพเหตุการณ์จำ� ลองอนาคต เป็นประโยชน์ในการค้นหาจุดอ่อนภายในองค์กร ซึง่ ท�ำให้องค์กรสามารถทีจ่ ะหลีกเลีย่ ง ว่าจินตนาการเส้นตรง (Official Future) เป็นกราฟเส้น หรือลดผลกระทบของจุดอ่อนเหล่านั้นที่มีต่อองค์กรได้ การสร้างภาพเหตุการณ์จ�ำลองอนาคตท�ำให้ผู้บริหารหรือ ตรงเส้นเดียวที่เกี่ยวข้องกับการเงิน หรือเกิดสามภาพ ผู้ก�ำหนดนโยบายได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดโดยไม่ได้ท�ำผิดพลาดจริง เหตุการณ์ภายใต้ความไม่แน่นอนได้แก่ Best Case, Normal Case, และ Worst Case ในปัจจุบันภาพอนาคตที่ค�ำนึงถึง มาจากการสร้างภาพ เหตุการณ์จ�ำลองอนาคต ซึ่งเน้นหนักจากความรู้ที่เรา ทราบอยู่บ้าง เช่นแนวโน้มต่างๆ (Trends) และความไม่ แน่นอน (Uncertainties) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ อย่างแม่นย�ำ แนวคิดหลักอันหนึง่ ของการสร้างภาพเหตุการณ์จำ� ลอง อนาคตคือ การน�ำภาพจ�ำลองเหตุการณ์อนาคตไปร่วม ใช้ในกระบวนการของการบริหารอนาคตระยะยาว (Long Range Future Management) กล่าวคือใช้ในการวิเคราะห์ สภาวะแวดล้อม (Analysis of the Environment) ใช้ในการ วิเคราะห์ SWOT ขององค์กรซึง่ เป็นขัน้ ตอนส�ำคัญของ การพัฒนากลยุทธ์ขององค์กร ปัจจุบัน การสร้างภาพเหตุการณ์จ�ำลองอนาคต เป็น เครื่องมือที่นิยมใช้มากที่สุดในการวางแผนกลยุทธ์ในระยะ ยาว ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน องค์กรและวิสาหกิจในภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรชัน้ น�ำระดับโลก องค์กรด้านสังคม และ มูลนิธิต่างๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้องค์กรประสบความส�ำเร็จและ เพื่อให้รอดพ้นจากความไม่แน่นอน ความสับสน ความ อลหม่านของโลกปัจจุบัน page

32


ภาพเหตุการณ์จ�ำลองอนาคตจะให้ปัจจัยน�ำเข้า (Input) ที่ การสร้างกลยุทธ์ใหม่ ส�ำคัญในการพัฒนาหรือวางแผนกลยุทธ์เมือ่ ใช้เป็นกลไก หลั ง จากที่ ไ ด้ ส ร้ า งภาพเหตุ ก ารณ์ จ� ำ ลองอนาคต ในการด�ำเนินการ 2 ส่วน คือ ผู้บริหารสามารถพิจารณาแต่ละภาพเหตุการณ์จ�ำลอง 1) ทดสอบและปรับแต่งขัดเกลากลยุทธ์ที่มีอยู่ อนาคตว่ามีนัยเชิงกลยุทธ์ต่อองค์กร หรือต่อเรื่องใดๆ จากนั้นก็รวบรวมนัยเหล่านั้นแล้วสร้างกลยุทธ์ใหม่เพื่อ 2) สร้างกลยุทธ์ใหม่ รับมือกับภาพเหตุกาณ์จ�ำลองอนาคตนั้นๆ

การทดสอบและปรับกลยุทธ์ที่มีอยู่

ประโยชน์ของการน�ำภาพเหตุการณ์จ�ำลอง อนาคตไปใช้ในองค์กร • ยกระดับการเรียนรู้ขององค์กร (Organization Learning) ให้สูงขึ้น • หยิบยก ท้าทายความเชื่อ และสมมุติฐานที่เกี่ยวกับ ธุรกิจ และทิศทางเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจ

นอกจากนี้ผู้บริหารยังสามารถใช้ภาพเหตุการณ์จ�ำลอง อนาคต เป็นตัววัดล�ำดับชั้นของความเสี่ยงของกลยุทธ์ • ชี้บ่งแรงขับเคลื่อนหลัก (Key Driving Forces) ที่ มีอิทธิพลต่ออนาคตขององค์กร ที่องค์กรสามารถยอมรับได้ กล่าวคือ

หลั ง จากการสร้ า งภาพเหตุ ก ารณ์ จ� ำ ลองอนาคต • กลยุทธ์ทมี่ คี วามเสีย่ งต�ำ่ คือกลยุทธ์ทสี่ ามารถใช้ได้ • เปลี่ ย นการวางแผนระยะยาวให้ เ ป็ น การแบ่ ง ปั น ผู ้ บ ริ ห ารสามารถทดสอบกลยุ ท ธ์ ที่ มี อ ยู ่ กั บ แต่ ล ะ ประสบการณ์ที่จ�ำเป็นยิ่ง กับทุกภาพเหตุการณ์จ�ำลองอนาคต ภาพเหตุการณ์จำ� ลองอนาคต ว่ากลยุทธ์เหล่านัน้ สามารถ รับมือกับภาพเหตุการณ์จำ� ลองอนาคตต่างๆ นัน้ ได้หรือ • กลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงปานกลาง คือกลยุทธ์ที่ใช้ได้ • พัฒนาให้เห็นภาพเหตุการณ์อนาคตที่ชัดเจนขึ้น ไม่ โดยการวิเคราะห์หาปัจจัยดังนี้ กับสองหรือสามภาพเหตุการณ์จ�ำลองอนาคต • เป็นการรวมโลกาภิวัตน์ (Globalization) และการ • ปัจจัยอะไรที่มีพลังมากที่สุด ไม่ว่าจะเกิดในภาพ • กลยุทธ์ที่มีความสี่ยงสูง คือกลยุทธ์ที่มีศักยภาพ บริหารการเปลีย่ นแปลง (Change Management) เหตุการณ์จ�ำลองอนาคตแบบใด เข้าไปในการวิเคราะห์และวางแผนกลยุทธ์องค์กร ในการให้ผลตอบแทนสูง แต่ใช้ได้กับเพียงภาพ เหตุการณ์จ�ำลองอนาคตเดียว • ปัจจัยอะไรทีไ่ ม่เกีย่ วข้อง และท�ำให้ประสิทธิภาพของ องค์ ก รลดลง ที่ พ บในภาพเหตุ ก ารณ์ จ� ำ ลอง อนาคตที่สร้าง โดยทั่ ว ไป องค์ ก รจะเลื อ กกลยุ ท ธ์ ผ สมผสานที่ มี ท้ั ง • ภาพเหตุการณ์จำ� ลองอนาคตใดทีส่ ร้างขึน้ สอดรับ กลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงต�่ำ ความเสี่ยงปานกลาง และความ กับกลยุทธ์ที่มีอยู่หรือไม่ หรือชี้ให้เห็นว่าเราต้อง เสีย่ งสูง ไปด�ำเนินการ ทัง้ นีข้ นึ้ อยูก่ บั ว่ากลยุทธ์เหล่านัน้ มี ทบทวนกลยุทธ์ที่มีอยู่ใหม่หรือไม่ ส่วนเเติมเต็มซึง่ กันและกัน และขับเคลือ่ นองค์กรสูเ่ ป้าหมาย ระยะยาวได้อย่างเหมาะสม

ภาพเหตุการณ์จ�ำลองอนาคต เป็นประโยชน์ในการค้นหาจุดอ่อน ภายในองค์กร ซึ่งท�ำให้องค์กรสามารถที่จะหลีกเลี่ยงหรือลด ผลกระทบของจุดอ่อนเหล่านั้นที่มีต่อองค์กรได้ การสร้างภาพ เหตุการณ์จ�ำลองอนาคตท�ำให้ผู้บริหารหรือผู้ก�ำหนดนโยบายได้ เรียนรู้จากข้อผิดพลาดโดยไม่ได้ท�ำผิดพลาดจริง


Scenario Team Climate change : Scenarios to 2020 Scenario champions and thought leaders

ดร.สันติ กนกธนาพร

Core Team

พรรณี อังศุสิงห์ สมพิศ มะโน จงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ส�ำราญ สอนผึ้ง ธนภัทร ปิยะภากร สาทร สรรค์พิพัฒน์ ศุภวรรณ สท้านไตรภพ

Senario writer

สาทร สรรค์พิพัฒน์

Secretariat

อลิชา พิมพาศรี นันทพร บรรจงอักษร

Creative design

นิรินธน์ สุทธกรณ์

ปริยดา พยุงธรรม สุธี สมุทระประภูต วรรณิดา วีทอง ชาญวิทย์ สุคนธสิงห์ ผึ้ง ส่งแสงโปร่งมณี


w w w . m a s c i n n o v e r s i t y . c o m

สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ

1025, ชั้น 2,11, 18, อาคารยาคูล, ถนนพหลโยธิน, แขวงสามเสนใน, เขตพญาไท, กรุงเทพ 10400, Tel. (+662) 617-1727-36 Fax (+662) 617-1707-9 www.masci.or.th

สถาบันเครือขายของกระทรวงอุตสาหกรรม

ประเทศไทย

Climate change scenarios to 2020  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you