Page 1


สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ดับเบิ้ล ดี ครีเอชั่น จํากัด

ภาพจากผลงาน ๘๔ พรรษา ๘๔ พระบรมสาทิสลักษณ์ถวายพระพร พ่อของแผ่นดิน ภาพ “ยิ้มของพ่อ” ศิลปิน สุวิทย์ ใจป้อม


VOL. 9 ISSUE 86 : OCTOBER-NOVEMBER 2016 การเสด็จสูสวรรคาลัยของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมพิ ลอดุลยเดช ยังความเศราโศกใหกับปวงชนชาวไทยทั้ง ประเทศแตการเปนพสกนิกรของพระองคนั้นจะเพียงเศราโศกหรือ แสดงออกทางสัญลักษณนั้นหาไดไม พสกนิกรที่ดีของพระองคจะ ตองนอมนําเอาแนวพระราชดําริและหลักปรัชญาที่ปรากฏทั้งใน พระราชดํารัส โครงการตางๆ มาใชในชีวิตประจําวัน ตลอดจนการ ดําเนินธุรกิจของตนเองดวย พระอัจฉริยภาพของพระองคทมี่ หี ลายดาน โดยเฉพาะในแงของ การทรงเปนกษัตริยน กั พัฒนานัน้ เปนทีป่ ระจักษชดั เจนเปนทีย่ อมรับ และยกยองในระดับสากลดวยวา ทรงเปนพระมหากษัตริยท คี่ รองราชย ยาวนานที่สุดในโลกและทรงงานหนักที่สุดในโลกดวยซึ่งทําใหมี การถวายปริญญากิตติมศักดิจ์ ากระดับนานาชาติมากเปนสถิตโิ ลก ถึง ๑๓๖ ฉบับ ซึง่ นับเปนพระมหากรุณาธิคณ ุ อยางหาทีส่ ดุ มิไดของ ปวงชนชาวไทยทีม่ พี ระมหากษัตริยท ที่ รงตัง้ ปณิธานมาตลอดรัชสมัย ของพระองควา “เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่ง มหาชนชาวสยาม” ทั้งนี้ นิตยสาร MarketPlus สํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ เปนลนพนอันหาทีส่ ดุ มิไดและไดนอ มนําเสนอ มิ รม ารา า ก ตริ กพ า เพื่อประโยชนสุขแหงมหาชนชาวสยาม ผลงาน ของ ร.พจ จ าญสุ กิจ นักสื่อสารเชิงกลยุทธที่มีผลงาน และประสบการณระดับชาติมากวา ๒๕ ป เพื่อเทิดพระเกียรติและ ถวายอาลัยแดพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดังเนื้อความตอนตนเรื่องที่วา “ตลอดระยะเวลาแห่งการครองราชย์ ๐ ปของ พระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ทรงปกครอง ประเทศด้วยทศพิธราชธรรม ทรงอุทิศพระองค์บ�าเพ็ญพระราช กรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อความผาสุกสมบูรณ์แห่งอาณา ประชาราษ ร์และเพื่อความมั่นคงเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติ โดยมิได้ทรงเห็นแก่ความสุขส่วนพระองค์แต่อย่างใด” พรอมกันนี้ นิตยสาร MarketPlus ขอขอบพระคุณภาพ พระบรมสาทิสลักษณบนปก ฝ มื อ อาจาร สุ ิ จ อม ศิลปนเพื่อพอของแผนดิน ซึ่งมีผลงานพระบรมสาทิสลักษณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดชและราชวงศไทย

Owner Executive Director Editor in Chief Editor Editorial Staff Proofreader Graphic Designer Separate Colors Printing

บริษทั ดับเบิล้ ดี ครีเอชัน่ จํากัด Columnist ศุภากร ยาตพงศ ธรรมรักษ ศรีสวัสดิว์ งศ จุฑาทิพ อิงวัฒนโภคา สุภาภรณ มัน่ บุญสม ปาริชาติ บุญเอก วราลี ศรีนวกุล Advertising Director เทียมจันทร มีอาษา Advertising Manager จามรี มณีวรรณ Legal Consultant บจก. เอ็กซตรา ฟลม Distribution หจก. ธรรมชาติการพิมพ าม ภาพ กอ แ พน

และนอมนําแนวพระราชดําริของพระองคมาปรับใชในชีวติ ประจําวัน “ผมชื่นชมในพระบารมีของพระองค์ท่าน ซึ้งใจในน�้าพระทัย ของพระองค์ท่านในการช่วยเหลือพสกนิกรที่อยู่ในทุกหย่อมหญ้า อย่ า งไม่ ท รงรู ้ จั ก เหน็ ด เหนื่ อ ย และพระบรมราโชวาทของ พระองค์ทา่ นสามารถน�าไปเป็นแนวทางในการใช้ชวี ติ ได้เป็นอย่างดี ผมท้อแท้หลายรอบ แต่ดว้ ยความทีพ่ ระองค์ทา่ นสอนเรือ่ งความเพียร ความอดทน ถ้าเราจะท�าการสิ่งใดก็จะส�าเร็จ ที่ชัดเจนอย่างยิ่งคือ ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ขนาดใหญ่ของผมเมื่อป ๒๕๕๔ ที่ใช้ เทคนิคเกรยองเป็นภาพทีย่ าวทีส่ ดุ ในโลก จะไม่สา� เร็จเลยถ้าผมไม่มี ความเพียร ไม่มีความอดทน ไม่มีความตั้งใจ” ขณะเดียวกัน เราขอขอบพระคุณ ุ ริต เ ติมง ล .. ิ ชางภาพมืออาชีพดานเวดดิ้งแพลนเนอรชื่อดังที่อุตสาหะบากบัน่ เขารวมเก็บภาพพระราชประวัติศาสตรในวันเคลื่อนพระบรมศพ ที่พระบรมมหาราชวัง ซึ่งไดรับการติดตอจากรัฐมนตรีกระทรวง วัฒนธรรม เพือ่ ขอนําภาพไปจัดทําหนังสือจดหมายเหตุฉบับประชาชน พรอมจะประสานงานใหรว มเปนสวนหนึง่ ในการถายภาพประวัตศิ าสตร ดวย ในการทํางานเพื่อพระองคทานครั้งนี้เขาเปดความในใจดวย นํ้าเสียงที่สั่นเครือวา “แม้ที่ผ่านมาผมไม่เคยถวายงานกับพ่อหลวง แต่มันเป็น ความฝันสูงสุดทีผ่ มบอกกับคนรอบๆ ข้าง จะมีหนทางเป็นไปได้ไหม ที่จะเข้าไปอยู่ใกล้ๆ เพราะพระองค์ท่านไม่ค่อยมีภาพที่ไม่ใช่ภาพที่ ออกมาจากช่างภาพประจ�าพระราชวัง ก็ได้แต่คิด เพราะว่าคงไม่มี ทางเป็นไปได้และครั้งนี้ถือว่าใกล้ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เชื่อไหม ตอนทีข่ บวนพระบรมศพเคลือ่ นผ่าน ผมได้อธิษฐานว่า จะท�าทุกอย่าง เท่าที่ผมท�าได้ ท�าตัวเองให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติตามที่ พระองค์สอนมาเสมอๆ นี่คือสิ่งที่ผมสัญญากับพระองค์” ปวงขาพระพุทธเจาขอนอมเกลานอมกระหมอม ดวยสํานึกในพระกรุณาธิคุณเปนลนพนอันหาที่สุดมิได ขาพระพุทธเจา คณะผูจัดทํานิตยสาร MarketPlus บริษัท ดับเบิ้ล ดี ครีเอชั่น จํากัด

ดร.พจน ใจชาญสุขกิจ ดร.ดนัย เทียนพุฒ วีรพล สวรรคพทิ กั ษ ชัยพล กฤตยาวาณิชย พรหมมินทร กัณธิยะ ปุณกิ า สินธุวณิก ศุภากร ยาตพงศ สิรนิ าถ สายกระจาง จักรพันธ ธินนั ท บจก.เวิลด ออฟ ดิสทริบวิ ชัน่

Editorial Staff / Advertising บริษัท ดับเบิ้ล ดี ครีเอชั่น จ�ากัด

เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260 โทรศัพท 0-2751-4994 - 5, 088-246-2542 e-mail : market-plus@hotmail.com, marketplus@hotmail.co.th Website : www.marketplus.in.th www.facebook.com/marketplus

า ังหมด นนิตยสา สง นสิ ตามก ิ หมาย กา น�า ตพิมพ เ ยแพ ่ �า ง �า ม่ ่าจ เ น างส่ นห อ ังหมด ตอง ด ั กา ยินยอมเ น าย ัก อัก จาก ิ ั ดั เ ิ ด เอชัน จ�ากัด


Ad Singha_ok.pdf 1 28/10/2559 1:26:56


ธ เสด็จสูส่ วรรคาลัย ขบวนรถอัญเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจาอยูห วั ในพระบรมโกศ ทีเ่ คลือ่ นออกจาก โรงพยาบาลศิรริ าชไปสูพ ระบรมมหาราชวัง โดยรถตูท ะเบียน ด พรอมดวยขบวนรถยนตพระทีน่ งั่ ของพระบรมวงศานุวงศเสด็จตามพระบรมศพ ตลอดเสนทางมีกาํ ลังพล เจาหนาทีต่ าํ รวจและทหาร ทัง้ ในและนอกเครือ่ งแบบ จํานวน นาย ถวายการรักษาความปลอดภัย โดยประชาชนในชุดดํา ทีเ่ ฝารอถวายสักการะพระบรมศพตลอดทัง้ เสนทางตางรํา่ ไหดว ยความอาลัยอยางสุดซึง้ หลายคนนํา ภาพพระบรมฉายาลักษณขนึ้ มากอดแนบอก มองดูขบวนพระบรมศพเคลือ่ นผานไปจนสุดสายตา เมื่อขบวนรถอัญเชิญพระบรมศพ ถึงยังพระบรมมหาราชวังเขาทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพมิ านไชยศรี ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองคอญ ั เชิญพระบรมศพโดยเปลพยาบาลขึน้ สูพ ระทีน่ งั่ พิมานรัตยา ถึงทีพ่ ระแทนสรงนํา้ พระบรมศพ พระบรมวงศานุวงศเสด็จ ตามพระบรมศพ ตอมา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุ ราชกุมาร ทรงเปนองคประธานสรงนํา้ พระบรมศพ พนักงานประโคมโหระทึก สังข แตรฝรัง่ แตรงอน ปกลองชนะ ปพาทย ทหารกองเกียรติยศถวาย ความเคารพ วงดุริยางคบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารปนใหญยิงถวายพระเกียรติ นาทีละ นัด ตลอดเวลา ภาพจาก : Buddy’s Wedding 12 marketplus


marketplus 13


แผ่นดินไทยร�า่ ไห้ น้อมถวายอาลัย พสกนิกรชาวไทยทัว่ สารทิศหลัง่ ไหลมารวมตัวกันทีโ่ รงพยาบาลศิรริ าชตัง้ แตชว งเย็นวันที่ ตุลาคม และทยอยเดินทางมาอยางตอเนือ่ งในเชาวันที่ ตุลาคม เพือ่ เฝา รอรับขบวนเสด็จพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากโรงพยาบาลศิรริ าช อัญเชิญไปยังพระบรมมหาราชวัง ตลอดเสนทางตัง้ แตบริเวณประตู ของโรงพยาบาลศิรริ าชไปจนถึงบริเวณทองสนามหลวง โดยประชาชนสวนใหญสวมใสชดุ ดํา เพือ่ แสดงความจงรักภักดี นอมถวายความอาลัยการจากไปของพระเจาอยูห วั ในพระบรมโกศ จากนัน้ ประชาชนจํานวนมากไดเดินทางไปยังพระบรมมหาราชวัง เพือ่ สักการะเบือ้ งหนา พระบรมฉายาลักษณ และ ลงนามถวายอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระมหาราชวัง ในวันที่ ตุลาคม เปนวันแรก โดยประชาชนสวนใหญตงั้ ใจเดินทางมาจากทัว่ ประเทศ เพือ่ ถวายความอาลัยแดพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช ซึง่ บรรยากาศ โดยรอบมณฑลพิธีทองสนามหลวง ทางกรุงเทพมหานครไดสนับสนุนและจัดบริการตางๆ เพือ่ ใหบริการและอํานวยความสะดวกแกประชาชน ภาพจาก : ส�านักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ 14 marketplus


marketplus 15


สรรเสริญพระบารมี วันที่ ตุลาคม ประชาชนชาวไทยจากทัว่ ประเทศกวา แสนคน สวมใสเสือ้ สี ดํ า มารวมตั ว กั น ที่ บ ริ เ วณท อ งสนามหลวงและรอบพระบรมมหาราชวั ง เพื่ อ ร ว มกั น รองเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อนอมรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความอาลัย แดพระบาทสมเด็จพระเจาอยูห วั พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช การขับรองเพลงสรรเสริญพระบารมี ไดมขี นึ้ ทัง้ หมด รอบ รอบแรก คือ . น. โดย มี อ.สมเถา สุจริตกุล เปนวาทยากรควบคุมวงออเคสตรา ชิน้ จาก a P l ar r estra และคอรัสกวา คน สวนรอบที่ ในเวลา . น. ไมมวี งออเคสตราบรรเลง แตขอใหประชาชนนําเทียนไขมาจุดระหวางการขับรองแทน ซึง่ การรวมขับรองเพลงสรรเสริญพระบารมีในครัง้ นี้ จะถูกบันทึกเปนภาพประวัตศิ าสตร ในรูปแบบของภาพยนตรและวีดที ศั นในชือ่ ‘เพลงสรรเสริญพระบารมี’ ซึง่ มี ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เปนผูถ า ยทําภาพยนตร ภาพจาก : Buddy’s Wedding

16 marketplus


marketplus 17


นวมินทร์มหาราชา กษัตริย์นักพัฒนา เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ตลอดร ย เวลาแหงการครองรา ย ของ พร บาท มเด พร รมนทร มหา มพลอดุลยเด มหตลา เบศรรามา บดี ักรีน บดนทร ยามนทรา รา บรมนาถบพตร รั กาลที่ แหงพร บรมรา ักรีวงศ พร องคทรง กครอง ร เทศ ดวยทศพ รา รรม ทรงอุทศพร องคบาเพ พร รา กร ียก นอย ห นานั การ เพ่อความ า ุก มบร แหงอา า ร ารา รแล เพ่อความมั่นคงเ ร กาวหนา ของ ร เทศ าต โดยม ดทรงเหนแกความ ข ุ วนพร องคแตอยาง ด ทรงรับเอาความ ทุกขของพ กนกรมาทรง บัตเ นพร รา ารก ตลอดมาแล ทุกข ทีท ่ รงบาเพ พร รา ารก ทรงคานงถงแต ร โย น ุขของอา า ร ารา รเ น าคั มดัง พร มบรมรา โองการที่วา

“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” แนวพระราชดําริทั้งหลายไดถูกนํามาแกปญหาความทุกขยากของประชาชนอยางได ผลดียิ่งในลักษณะของแนวพระราชดําริดานปรัชญาและการดําเนินโครงการตางๆ เปนผล ใหปวงชนชาวไทยทุกภาคสวนตางไดรบั พระมหากรุณาธิคณ ุ จากพระองคในการพระราชทาน แนวพระราชดําริทงั้ เพือ่ การพัฒนาและการแกไขปญหา พระปรีชาสามารถและทรงหยัง่ ทราบ ถึงสภาพพืน้ ทีท่ วั่ แผนดิน ทําใหแนวพระราชดําริไดเพิม่ พูนภูมปิ ญญาใหเกิดแกแผนดินอยาง ตอเนื่อง เอื้อประโยชนแกประชาชนนับอเนกอนันต

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเปนพระราชโอรสในสมเด็จ พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชสมภพเมือ่ วันจันทรที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒ ณ โรงพยาบาลเมานออเบอรน เมืองเคมบริดจ มลรัฐแมสซาชูเซตส สหรัฐอเมริกา ขณะทีพ่ ระราชบิดาทรงศึกษาแพทยอยู ณ ประเทศนัน้ โดยขณะประสูตทิ รงมีพระฐานันดรศักดิเ์ ปน พระวรวงศเธอพระองคเจาภูมพิ ลอดุลยเดช มีพระเชษฐภคินแี ละพระเชษฐา คือ สมเด็จพระเจาพีน่ างเธอ เจาฟากัลยาณิวฒ ั นา ประสูติเมื่อ วันที่ ๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒ ๖๖ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กับพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เสด็จพระราชสมภพเมือ่ วันที่ ๒ กันยายน พุทธศักราช ๒ ๖ ณ เมืองไ เดลเบิรก ประเทศเยอรมนี

20 marketplus


marketplus 21


ถต นดวง ตราบน นรันดร นอมศร กราน กราบแทบพร ยุคลบาท พร บาท มเด พร รมนทรมหา มพลอดุลยเด มหตลา เบศรรามา บดี ักรีน บดนทร ยามนทรา รา บรมนาถบพตร รั กาลที่ แหง พร บรมรา ก ั รีวงศ ดวย านก นพร กรุ า คุ เ นลนพนอันหาที่ ด ุ มด

เมื่อพุทธศักราช ๒ ๑ ไดโดยเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนก ซึง่ ทรงสําเร็จการศึกษาปริญญาแพทยศาสตรบณ ั ฑิตเกียรตินยิ มจาก มหาวิทยาลัย ารวารด ประเทศสหรัฐอเมริกาเสด็จกลับประเทศไทย ประทับ ณ วังสระปทุม ตอมาในวันที่ ๒ กันยายน พุทธศักราช ๒ ๒ สมเด็จพระบรมราชชนกทิวงคต ขณะนัน้ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูห วั รั ช กาลปจจุ บั น ทรงเจริ ญ พระชนมายุ ไ ด ไ ม ถึ ง สองพรรษา และ เมื่อมีพระชนมายุได ๕ พรรษา ไดเสด็จเขารับการศึกษาชั้นตน ณ โรงเรียนมาแตร เดอี กรุงเทพ จึงเสด็จไปประทับ ณ เมืองโลซานน

22 marketplus

ประเทศสวิตเซอรแลนดในปพุทธศักราช ๒ ๖ พรอมดวยสมเด็จ พระบรมราชชนนี พระเชษฐภคินแี ละพระเชษฐา เพือ่ ทรงศึกษาตอใน ชั้นประถมศึกษาในโรงเรียนเมียรมองต ทรงศึกษาวิชาภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมันและภาษาอังกฤษ จากนัน้ ทรงเขาศึกษาชัน้ มัธยมศึกษา ณ เอกอล นูแวล เดอ ลา ชืออิส โรมองต เมืองแชลลี ชือ โลซานน ทรงไดรบั ประกาศนียบัตรทางอักษรศาสตรจาก ยิมนาส กลาชีคกังโดนาล แห ง เมื อ งโลซานน แล ว ทรงเข า ศึ ก ษาในมหาวิ ท ยาลั ย โลซานน โดยทรงเลือกศึกษาในแขนงวิชาวิศวกรรมศาสตร


marketplus 23


ในพุทธศักราช ๒ พระวรวงศเธอพระองคเจาอานันทมหิดล เสด็จขึ้น ครองราชยเปนพระมหากษัตริย รัชกาลที่ แหงพระบรมราชจักรีวงศ พระวรวงศเธอพระองคเจาภูมิพลอดุลยเดช จึงทรงไดรับการสถาปนา ขึ้นเปน สมเด็จพระเจานองยาเธอ เจาฟาภูมิพลอดุลยเดชเมื่อพุทธศักราช ๒ และไดโดยเสด็จพระราชดําเนิน สมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล นิวัติประเทศไทยเปนครั้งแรกในพุทธศักราช ๒ ๑ โดยประทับ ณ พระตําหนัก จิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิตเปนการชั่วคราว แลวเสด็จกลับไปประเทศ สวิ ต เซอร แ ลนด จนถึ ง พุ ท ธศั ก ราช ๒ จึ ง โดยเสด็ จ พระราชดํ า เนิ น สมเด็จพระเจาอยูห วั อานันทมหิดล นิวตั ปิ ระเทศไทยเปนครัง้ ทีส่ อง ครัง้ นีป้ ระทับ ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ มิถนุ ายน พุทธศักราช ๒ สมเด็จพระเจาอยูห วั อานันทมหิดล เสด็จสวรรคตโดยกะทันหัน ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจานองยาเธอ เจาฟาภูมิพลอดุลยเดชจึงเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ สืบราชสันตติวงศตอจากสมเด็จพระบรมเชษฐาเปนพระมหากษัตริยลําดับที่ แหงบรมราชจักรีวงศ แตเนือ่ งจากยังทรงมีพระราชภารกิจดานการศึกษาจึงตอง เสด็จพระราชดําเนินกลับไปยังประเทศสวิตเซอรแลนดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทรง ศึกษาตอ ณ มหาวิทยาลัยแหงเดิม ในครั้งนี้ทรงเลือกศึกษาวิชาก หมายและ วิชารัฐศาสตรแทนวิชาวิศวกรรมศาสตรที่ทรงศึกษาอยูเดิม ระหวางที่ประทับศึกษาอยูในตางประเทศนั้น ทรงพบกับหมอมราชวงศ สิรกิ ติ ิ์ กิตยิ ากร ธิดาในพระวรวงศเธอ กรมหมืน่ จันทบุรสี รุ นาถ พระนามเดิมหมอมเจา นักขัตรมงคล กิติยากร พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว มีพระบรมราชโองการ โปรดเกลา ใหสถาปนาพระอิสริยยศขึน้ เปน พระวรวงศเธอพระองคเจานักขัตรมงคล เมื่อพุทธศักราช ๒ ๓ และในพุทธศักราช ๒ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกลา ใหสถาปนาขึ้นเปนพระองคเจาตางกรมมีพระนามวา พระวรวงศเธอ กรมหมื่น จันทบุรีสุรนาถ และหมอมหลวงบัว สนิทวงศ กิติยากร ตอมาทรงหมั้นกับ หมอมราชวงศสิริกิติ์ กิติยากร ในวันที่ ๑ กรก าคม พุทธศักราช ๒ ๒ ณ เมืองโลซานน ประเทศสวิตเซอรแลนดและไดมีพระราชพิธีราชาภิเษกสมร ณ วั ง สระปทุ ม ต อ มาเมื่ อ วั น ที่ ๒ เมษายน พุ ท ธศั ก ราช ๒ ๓ โดยมี สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจา ทรงเปนองคประธาน

24 marketplus


marketplus 25


26 marketplus


ในวันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒ ๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกลา ให ตั้ ง การพระราชพิ ธี บ รมราชาภิ เ ษกตามแบบอย า งโบราณราชประเพณี ขึ้ น ณ พระทีน่ งั่ ไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง เฉลิมพระบรมนามาภิไธย ตามทีจ่ ารึก ในพระสุพรรณบัฏวา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร และในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกลา สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ ขึ้นเปน สมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจาสิรกิ ติ ิ์ พระบรมราชิ นี น าถ ทรงมี พระราชโอรสและพระราชธิ ด ารวม พระองค ประกอบดวย สมเด็จพระเจาลูกเธอ เจาฟาอุบลรัตนราชกัญญา สิรวิ ฒ ั นาพรรณวดี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจาฟามหาวชิราลงกรณสยามมกุ ราชกุมาร สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา เจาฟามหาจักรีสริ นิ ธรรัฐสีมาคุณากรปยชาติ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจาลูกเธอ เจาฟาจุ าภรณวลัยลักษณ อัครราชกุมารี ตลอดระยะเวลาที่ ท รงเป น พระมหากษั ต ริ ย  แ ห ง ราชอาณาจั ก รไทย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช ไดทรงทุม เทปฏิบตั พิ ระราชกรณียกิจ นอยใหญ ยังประโยชนมายังอาณาประชาราษ รอยางตอเนื่องอันเปนพระราชกิจที่ ยิ่งใหญ โดยไดทรงอธิบายเกี่ยวกับการทรงงานตางๆ อยางมากมาย นั้นวา

marketplus 27


“การที่จะอธิบายว่า พระมหากษัตริย์ คืออย่างไรนั้น ดูจะเป็น ปัญหาที่ค่อนข้างยากพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของ ข้าพเจ้า ซึ่งถูกเรียกโดยคนทั่วไปว่า พระมหากษัตริย์ แต่โดยหน้าที่ ที่แท้จริงแล้ว ดูจะห่างไกลจากหน้าที่พระมหากษัตริย์ที่เคยรู้จักหรือ เห็นกันมาแต่ก่อน หน้าที่ของข้าพเจ้าในปัจจุบันก็คือ ท�าอะไรก็ตาม ที่เป็นประโยชน์ ถ้าจะถามข้าพเจ้าว่า มีแผนการอย่างไรบ้างในอนาคต ค�าตอบ ก็คอื ไม่มี เราไม่ทราบว่าอะไรจะเกิดขึน้ ต่อไปภายภาคหน้า แต่ไม่วา่ อะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เราก็จะเลือกท�าแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ นั้นก็เป็น แผนการที่เพียงพอแล้วส�าหรับเรา ” นับตั้งแตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ แหงพระบรมราชจักรีวงศ ไดเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่ อ พุ ท ธศั ก ราช ๒ ตราบจนตลอดพระชนมชีพไดทรง พระวิ ริ ย อุ ต สาหะบํ า เพ็ ญ พระราชกรณี ย กิ จ น อ ยใหญ น านั ป การ เพื่อขจัดทุกขบํารุงสุขแกพสกนิกรชาวไทยในทั่วภูมิภาคใหมีชีวิต ความเปนอยูที่ดีขึ้น

ดุจน�้าทิพย์ชโลมใจภายใต้ร่มพระบารมี ปวงชนชาวไทยทั้งแผนดินตางไดรับพระมหากรุณาธิคุณใน การพระราชทานแนวพระราชดําริ ทรงพัฒนางานสังคมสงเคราะห การสาธารณสุข โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ โครงการตาม พระราชประสงค โครงการหลวง โครงการในพระบรมราชานุเคราะห โครงการตามพระราชดํ า ริ พั ฒ นาด า นการเกษตร แหล ง นํ้ า ให กับประชาชนชาวไทยทัง้ การพัฒนาและการแกไขปญหาเอือ้ ประโยชน แกประชาชน ดุจนํา้ ทิพยชโลมใจภายใตพระบารมี ทีท่ รงพระราชทาน ใหชาวไทยทั่วแผนดิน จากการทีไ่ ดพระราชทานโครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดําริ และงานโครงการพัฒนากวา โครงการ เพือ่ แกปญหาและบรรเทา ความเดือดรอนของพสกนิกรชาวไทยในทุกดาน ตลอดจนทรงใหแนว พระราชดําริในการอนุรกั ษและดูแลทรัพยากรทีส่ าํ คัญทีเ่ กีย่ วของกับ นํา้ ดิน ปาไมยงั ประโยชนมหาศาลแกพนื้ ทีเ่ กษตรกรรมและคืนความ สมบูรณสูผืนดินไทย

28 marketplus


marketplus 29


30 marketplus


าพทีพ ่ ร บาท มเด พร รมนทรมหา มพล อดุ ล ยเด ทรงถอแ นที่ แล ดน อพร อมกั บ กลองถายร คลองพร ศอ เ ด พร รา ดาเนน กับค

เ าหนาที่ ตามเ ด

ยังพนที่แหลง

ทุรกันดาร แมวา ลาบากพร วรกาย ักเพียง ด ก ดทรงอุทศพร องคเพ่อ ร า นอยางแท รง ยังคงตราตรงอย นหัว ของพ กนกร นั บ เ นบุ แล โ คดี ร เทศ ทยแล คน ทย ที่เกดแล มี ีวตอย นแ นดนที่มีพร มหาก ัตรย ที่ทรงคุ อัน ร เ ร นี

เหน ดวาตลอดร ย เวลาที่

ทรงครอง รรา มบัตมาตังแต พุท ศักรา พ กนกร าว ทยลวนตร หนักดีวา พร องคทรงเ น พร มหาก ัตรยที่ กเกลา กกร หมอมพ กนกร ของพร องค ห ดรับความรมเยนเ น ข ุ โดยถวนหนา ทรงวรยอุ ต าห อุ ท ศแล ทุ มเท พร วรกาย พร ต

า ตลอด นพร รา ทรั พ ย เ พ่ อ ห

ร า นของพร องคกนดีอยดี มีคุ

าพ ีวต

ที่ดีซง ่ นับวันความทุมเทเ ย ี ล ของพร องค มเคย หยุดน่งกลับย่งมีมากขนเ นลาดับ

marketplus 31


ทรงพัฒนางานสังคมสงเคราะห์ ในการเสด็จเยี่ยมราษ รในพื้นที่ตางๆ เมื่อพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไดทอดพระเนตรเห็นผูที่มีความ เดือดรอนหรือผูเจ็บปวยประสบเคราะหกรรม ไมวาในดานใดก็ทรง พระราชทานความชวยเหลือใหตรงกับเหตุนั้น สําหรับผูปวยที่ไม สามารถจะรักษาตัวเองไดก็โปรดเกลา ใหนําสงโรงพยาบาล โดย พระราชทานคาใชจายให สวนทางครอบครัวก็สงเสียมิใหเดือดรอน จนกวาคนไขจะหายกลับมาเปนปกติ ถามีอนั เปนลมตายก็ทรงรับดูแล ชวยเหลือบุตรหลาน ก็ทรงพระกรุณารับไวในพระบรมราชานุเคราะห หรือพระราชทานแนวทางใหความชวยเหลืออยางเหมาะสมกับ เหตุการณเพื่อบรรเทาหรือแกไขปญหานั้นใหหมดไป อยางกรณีปญหาการขาดแคลนนํ้าที่ตําบลเขาเตา อําเภอ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ ซึ่งที่นี่นับเปนพื้นที่แรกๆ ที่ไดรับ พระมหากรุ ณ าธิ คุ ณ ทางด า นสั ง คมสงเคราะห เนื่ อ งมาจาก ขณะที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระบรมราชินนี าถ ทรงแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระราชวัง ไกลกังวล ทัง้ สองพระองคไดทอดพระเนตรเห็นความเดือดรอนเรือ่ งนํา้ จึงทรงชักชวนใหผมู จี ิตกุศลรวมกันสรางถังนํา้ ใหญๆ สําหรับเก็บนํา้ ไวใชในยามหนาแลงและพระราชทานยารักษาโรคประจําไวที่วัด เพื่อใหพระภิกษุเปนผูแจกจายใหแกชาวบานบริเวณนั้นในยามที่ ตองการ ครัน้ ตอมาไดทรงปรับปรุงบริเวณตะกาด คือ บริเวณทีน่ าํ้ เค็มขึน้ ถึง และขังอยูไดใหเปนอางเก็บนํ้าและโปรดใหนําปลานวลจันทรทะเล ไปปลอยไว เพือ่ ใหชาวบานไดบริโภคและไดจดั ตัง้ โครงการกลุม ประมง ขึน้ ใหชาวบานเขาเตาทุกคนเปนเจาของและสมเด็จพระบรมราชินนี าถ ไดทรงพระกรุณาโปรดเกลา ใหภรรยาชาวประมงแถบนั้นไปฝก วิชาทอผาในพระราชวังไกลกังวล เพือ่ เปนอาชีพเสริมเพิ่มพูนรายได ใหกับครอบครัว ในพุ ท ธศั ก ราช ๒๕ ๕ ไดเกิด วาตภัย และอุท กภัยขึ้นที่ ตําบลแหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราชและบางพื้นที่ใน จังหวัดสุราษ รธานีสงผลกระทบอยางหนักสูญเสียทั้งชีวิตและ ทรัพยสิน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไดทรง นําประชาชนใหชวยเหลือพี่นองรวมชาติผูประสบภัยพิบัติเหลานั้น โดยไดทรงพระกรุณาโปรดเกลา ใหสถานีวิทยุ อ.ส. ซึ่งเปนสถานี วิทยุสวนพระองคออกขาวรับบริจาคเงินและสิ่งของ เพื่อชวยเหลือ ผูป ระสบภัยเหลานัน้ นับเปนการออกประกาศรับบริจาคเพือ่ ชวยเหลือ เพือ่ นรวมชาติเปนครัง้ แรก ทําใหประชาชนทัง้ ชาติแมกระทัง่ ชาวตาง ประเทศตื่นตัว พากันบริจาคเงินและสิ่งของโดยเสด็จพระราชกุศล มากมาย เฉพาะเงินสดไดรับประมาณ ๑๑ ลานบาท หลังจาก ไดพระราชทานไปชวยเหลือผูประสบภัยเหลานั้น แลว ปรากฏ วาเงินที่ไดรับบริ จ าคนั้ น ยั ง เหลื อ อยู  อี ก ถึ ง ๓ ล า นบาทจึ ง ทรง พระกรุณาโปรดเกลา ใหจัดตั้งเปนมูลนิธิขึ้น พระราชทานนามวา ‘มล ิ ิรา ระ า ุเ ราะ ’ ซึ่งหมายถึงมูลนิธิที่พระมหากษัตริย และประชาชนรวมกันตัง้ ขึน้ เพือ่ ชวยผูป ระสบสาธารณภัยทัว่ ประเทศ ไดโดยฉับพลันและทรงรับมูลนิธิไวในพระบรมราชูปถัมภ

32 marketplus

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทรงรับเปนองคอุปถัมภใหกับองคกร การกุศลและสมาคมเกี่ยวกับกิจการสังคมสงเคราะหเปนจํานวน มาก พระราชทานทั้งกําลังพระราชหฤทัย กําลังพระวรกายและ พระราชทรัพย เพื่อความผาสุกของอาณาประชาราษ ร ท รงเป น ผู  นํ า ประชาชนในการดํ า เนิ น งานสั ง คมสงเคราะห ทั้ ง หลาย พระบาทสมเด็ จ พระปรมิ น ทรมหาภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช ทรงเป น องคบรมราชูปถัมภกสภากาชาดไทย ซึ่งสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทรงเปนองคสภานายิกา ทรงเปนผูพระราชทานกําเนิดมูลนิธิราช ประชานุเคราะหแหงประเทศไทย อันเปนแหลงกลางขององคการ และมูลนิธิเกี่ยวกับกิจการสังคมสงเคราะหทั่วพระราชอาณาจักร ขณะเดียวกัน ก็ทรงพยายามชักชวนใหผูที่มีความสุขแลวนึกถึง ความทุกขยากและใหความชวยเหลือผูอื่น “การท� า ความดี ใ ห้ ม นุ ษ ย์ มี ค วามสุ ข ขึ้ น ไปก็ เ ป็ น การให้ รางวัลแก่ตัวเองโดยแท้ว่า ตนได้ท�างานโดยไม่เห็นแก่ตัว งาน สังคมสงเคราะห์ที่ว่ามีอยู่หลายแขนงนั้น ความจริงมีอย่างเดียวคือ ท�าให้มนุษย์มีความสุข มนุษย์จะอยู่เดียวไม่ได้ ต้องอยู่เป็นพวก...ที่ ว่าเสียสละนั้นเท่ากับท�างานเพื่อความผาสุกของตนเอง การที่เราท�า เพื่อความผาสุกของตนเอง ถ้าไม่ประสานก็จะเกิดความทุกข์ คนที่ หาความสุขให้ตนเองไม่ค�านึงถึงผู้อื่น เท่ากับท�าลายตัวเอง...” พระราชดํ า รั ส พระบาทสมเด็ จ พระปรมิ น ทรมหาภู มิ พ ล อดุลยเดช พระราชทานแกนักสังคมสงเคราะหทั่วประเทศ ซึ่งไป เฝาทูลละอองธุลพี ระบาท ณ ศาลาผกาภิรมยสวนจิตรลดา เมือ่ วันที่ ๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕ ๖

ทรงพั นา วยเหลอ การงาน งเครา ห หพอเหมา พอ มทุกถ่นที่ รา รเดอดรอน บรรเทาคลาย ดพร บารมี ุบ ีวี หาหาย มลายพลัน


ทรงพัฒนาการสาธารณสุข พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได ทรงเจริญรอยตามสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทีท่ รงไดรบั พระสมัญญาจากปวงชนชาวไทยวา ‘พระบิ า งการ พ ละสา าร สุ ’ ของไทยดวยการ พัฒนาในกิจการแพทยและสาธารณสุขใหเกิดแกปวงชนชาวไทย เปนอันมาก พุ ท ธศั ก ราช ๒ ๓ พระบาทสมเด็ จ พระปรมิ น ทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ไดพระราชทานภาพยนตรสวนพระองค ออกฉายใหประชาชนรวม ๑๓ ชุดและไดพระราชทานรายได เพื่อการกุศลทางการแพทยประมาณ ลานบาท นอกจากนั้น ยัง ไดทรงสงเสริมใหมที นุ การศึกษาและปรับปรุงงานของโรงเรียน แพทยท้ังของโรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลจุ าลงกรณ ไดพระราชทานพระราชทรัพยสรางอาคารเพื่อประโยชนทาง สาธารณสุขไวเปนจํานวนมากซึง่ ในการบริจาคนีน้ บั เปนตัวอยาง แกประชาชนที่ตางไดชวยเหลือกัน ซึ่งตอมาไดมีผูถวายเงิน โดยเสด็จพระราชกุศล เพื่อสรางอาคารในโรงพยาบาล ตลอด จนบริจาคเครื่องมือแพทย เครื่องเวชภัณฑตางๆ และสิ่งของใช เพื่อการสาธารณสุขเปนอันมาก ในอดี ต คนไทยปวยเป น วั ณ โรคกั น เป น จํ า นวนมากมี ผูเสียชีวิตตอปเปนจํานวนมาก ขณะที่การปองกันสามารถทําได โดยการฉีดวัคซีน บี.ซี.จี. ซึ่งแพทยไทยสามารถผลิตไดแลวเมื่อ พุทธศักราช ๒ ๖ จึงไดพระราชทานเงินจํานวน ๕ บาท แก ก องวิ ท ยาศาสตร ส ภากาชาดไทย เพื่ อ สร า งอาคาร ‘ม ิ ล ง า ุ ส ร ’ ขึ้ น เพื่ อ ใช เ ป น สถานที่ ผ ลิ ต วั ค ซี น บี.ซี.จี. พรอมกับไดทรงพระกรุณาโปรดเกลา รับสมาคมปราบ วัณโรคแหงประเทศไทยไวในพระบรมราชูปถัมภดว ย นอกจากทรงเปนองคบรมราชูปถัมภภกแหงสภากาชาดไทย แลว ยังทรงเปนผูนําประชาชนในการบริจาคเพื่อสาธารณกุศล พระราชทานกํ า ลั ง ใจแก ผู  บ ริ จ าคทรั พ ย เ พื่ อ กิ จ การดั ง กล า ว ดวยการพระราชทานเครือ่ งราชอิสริยาภรณบา ง เหรียญสมนาคุณ บางแกบุคคลเหลานั้นและไดเสด็จพระราชดําเนินไปทรงวาง ศิลาฤกษหรือเปดอาคารของโรงพยาบาล สถานีอนามัย สุขศาลา หรืออาคารที่เกี่ยวของกับกิจการแพทยและสาธารณสุขตามที่มี ผู  ก ราบบั ง คมทู ล พร อ มทั้ ง เสด็ จ พระราชดํ า เนิ น เยี่ ย มราษ ร ในพื้นที่นั้นๆ ดวย สวนทองถิ่นทุรกันดารของประเทศที่ยังขาดสถานีอนามัย และสุ ข ศาลาก็ ไ ด พ ระราชทานรถยนต พ ยาบาลเคลื่ อ นที่ แ ก กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเปนพาหนะนําเจาหนาที่ไปปฏิบัติงาน ใหกบั จังหวัดทีไ่ มมสี ขุ ศาลา สถานีอนามัยหรือหนวยกาชาด เพือ่ ใหบริการแกราษ รซึง่ อาศัยอยูใ นแมนาํ้ ลําคลองไดพระราชทาน เรือพายยางเคลื่อนที่ชื่อ ‘เ พา ’ พรอมดวยเครื่องเวชภัณฑ แก ส ภากาชาดไทยด ว ย หรื อ ในพื้ น ที่ ที่ ร ถสามารถเข า ถึ ง ได พระราชทานรถสําหรับทันตแพทยเคลื่อนที่ ล

marketplus 33


ในชวง พุทธศักราช ๒ ๕ ๒ ๖ ไดมีโรคโปลิโอหรือโรค ไขสันหลังอักเสบระบาดในประเทศไทยพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ไดเริ่มตั้งทุนเพื่อการนี้ โดยพระราชทานเงิน จํานวน ๕๓ ๑ . ๕ บาท แกโรงพยาบาลศิรริ าชและโรงพยาบาล พระมงกุ เกลา ซึ่งตอมาไดมีประชาชนไดรวมบริจาคโดยเสด็จ พระราชกุศลเปนจํานวนมาก เกิ ด อหิ ว าตกโรคขึ้ น ช ว งพุ ท ธศั ก ราช ๒๕ ๒ ได ท รงจั ด รถยนตเคลื่อนที่ไปฉีดยาใหประชาชนและไดเสด็จ ไปพระราชทาน คําแนะนําในการฉีดยาแกประชาชนดวยพระองคเอง ดวยวา ขณะนัน้ ยังมีประชาชนจํานวนมากที่ไมคุนกับการฉีดยาและไมเต็มใจรับการ ฉีดยาปองกัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไดทรงพระกรุณาโปรดเกลา ใหแพทยฉดี ยาถวายพระองคใหราษ ร เห็นเพือ่ เปนตัวอยาง นอกจากนัน้ ยังไดพระราชทานเงินสวนพระองค จํานวนหนึ่งตั้งเปนทุนสําหรับตอตานอหิวาตกโรคและชวยเหลือ ครอบครัวของผูที่ตองเสียชีวิตเพราะโรครายนั้น ในเวลาเดียวกันนัน้ โรคเรือ้ นก็ระบาดในประเทศไทย กระทรวง สาธารณสุขและองคการอนามัยโลกไดตกลงกันวาจะพยายามขจัดให หมดสิ้นไปจากประเทศไทยในระยะเวลา ๑๒ ป แตพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไดทรงยนเวลาใหเหลือเพียง ป ดวยการพระราชทานพระราชทรัพยสวนพระองคใหสรางที่ สําหรับฝกอบรมบุคคลเพื่อออกปฏิบัติงานและสถาบันวิจัยเกี่ยว กับโรคเรื้อนขึ้น ณ อําเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการและ ไดเสด็จพระราชดําเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษสถาบันนั้นที่ สถานพยาบาลพระประแดง เมือ่ วันที่ ๑๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕ ๑ และไดเสด็จ ไปทรงเปดเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕ ๓ พระราชทานนามสถาบั น ว า ‘รา ระ าสมาส ’ และเงิ น ทุ น พระราชทานสรางตึกที่ยังคงมีเหลืออยูอีกจํานวนหนึ่ง กรมอนามัย จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนําเงินนี้ไปตั้งเปนมูลนิธิ ราชประชาสมาสัย ตอมาไดกราบบังคมทูลพระกรุณาไดทรงรับมูลนิธิ ไวในพระบรมราชูปถัมภ โดยทีท่ ราบพระราชปรารภวา บุตรของผูป วย เปนโรคเรื้อน ซึ่งมีอยูเปนจํานวนมากไมไดเขาศึกษาเลาเรียนจึง ทรงพระกรุณาโปรดเกลา พระราชทานเงิน ๑ ลานบาทใหมูลนิธิ ราชประชาสมาสัยสรางโรงเรียนขึ้นเพื่อเด็กเหลานั้น นอกจากนั้น ทรงพระราชปรารภวา ผูป วยเปนโรคประสาทและสมองมีอยูเปน จํานวนมาก โรคประเภทนี้หากไมไดรับการบําบัดอยางถูกตองก็จะ กลายเปนคนพิการ แตมที างจะปองกันและรักษาใหหายไดจงึ ไดทรง เยียวยาขจัดปญหานี้ใหหมดไป เมือ่ พุทธศักราช.๒๕ ไดทรงพระกรุณาโปรดเกลา พระราชทาน เงินรายไดจากการฉายภาพยนตรสว นพระองคชดุ เสด็จพระราชดําเนิน เยือนสาธารณรัฐเวียดนาม สาธารณรัฐอินโดนีเซียและสหภาพพมา เมียนมาในปจจุบนั และจากทีม่ ผี ทู ลู เกลา ถวายโดยเสด็จพระราชกุศล จํานวน ๑๒ . บาทแกกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสรางตึก วิจัยประสาท โรงพยาบาลประสาท พญาไทเมื่อเดือนกุมภาพันธ พุทธศักราช ๒๕ และไดเสด็จพระราชดําเนินไปทรงวางศิลาฤกษ ตึกวิจัยประสาทวิทยาเมื่อวันที่ ๒๑ กรก าคมปเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไดทรง พระราชทานความชวยเหลือแกผูปวยโรคจิต ดวยการทรงพระกรุณา โปรดเกลา พระราชทานรายไดจากการฉายภาพยนตรสว นพระองคชดุ หนึง่ สรางอาคารคนไขพเิ ศษขึน้ ณ โรงพยาบาลสมเด็จเจาพระยาพระราชทาน

34 marketplus

นามอาคารวา ‘รา สา ิ ’ และยังไดพระราชทานความชวยเหลือ ไปยังสวนภูมิภาคดวยเปนตนวา สรางอาคาร ‘รา ระ า ุสร ’ ณ โรงพยาบาลจังหวัดปราจีนบุรี และสรางเรือนคลอดบุตรชือ่ ‘รา ’ ขึน้ ณ โรงพยาบาลจังหวัดบุรีรัมย ในพุทธศักราช ๒๕ เมื่อไดทรงทราบเรื่องปญหาเรื่องการ คมนาคมของการอํานวยความสะดวกทางสาธารณสุขวา มีขา ราชการ อนามัยชั้นตรีผูหนึ่งถูกสงไปประจําสถานีอนามัยชั้น ๒ ที่อําเภอ พระแสง จังหวัดสุราษ รธานี ซึ่งพอไปถึงก็หมดกําลังใจที่จะทํางาน เพราะนอกจากจะไมมีที่อยูอาศัย จนถึงกับตองพาบุตรภรรยาไปเชา หองแถวเกาๆ อยูกลางตลาดแลวในสถานีอนามัยยังแทบไมมียา หรือเครื่องมือที่จะบริการคนไขได ทางเดียวที่จะติดตอกับภายนอก ไดคือทางลํานํ้า ซึ่งจะไปไหนมาไหนทีก็ตองเสียเวลาเปนชั่วโมงๆ ไมมีถนนไปถึง ไมมีทางรถไฟผาน จึงไดทรงพระกรุณาโปรดเกลา ใหขา ราชการชัน้ ตรีผนู นั้ เขาเฝาทูลละอองธุลพี ระบาท ทรงพระกรุณา โปรดเกลา พระราชทานเงินชวยเหลือ ๒ หมื่นบาท โดยโปรดเกลา ใหซื้อจักรยานยนตสําหรับใช ๑ คัน ซื้อเวชภัณฑและยาตามบัญชีที่ เขียนมาและยังพระราชทานเงินสดอีกจํานวนหนึ่งสําหรับไวใชจาย ในการเดินทางไปตามตําบลตางๆ เพือ่ ชวยเหลือบําบัดโรคแกราษ ร เชน คานํ้ามัน รถ นํ้ามันเรือ คาจางคนขับเรือ คาซอมพาหนะ คายา เปนตน พรอมทั้งไดทรงพระกรุณาโปรดเกลา ใหหนวยพระราชทาน เขาไปใหความชวยเหลือราษ รประมาณ ๒ หมื่นคนจาก ตําบล รวม ๒ หมูบ า น ฉีดวัคซีน ฉีดยาปองกันโรคคอตีบ ฉีดยาปองกันโรค พิษสุนัขบา และอื่นๆ ที่จําเปนตองปองกันดวย ตอมาไมนานไดพระราชทานเงินอีกจํานวนหนึ่งเพื่อจัดตั้ง มู ล นิ ธิ พั ฒ นาอนามั ย จั ง หวั ด สุ ร าษ ร ธ านี ขึ้ น สํ า หรั บ ช ว ยเหลื อ เจาพนักงานอนามัยใหปฏิบัติงานในถิ่นทุรกันดารไดโดยสะดวก และอนุเคราะหใหราษ รไดรับความสะดวกในการประกอบอาชีพ ทัว่ ทัง้ จังหวัดดวย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชหฤทัยหวงใยประชาชน ที่ในทองถิ่นทุรกันดารและทุกที่ท่ัวไทย ไมวาจะเสด็จ ไปทรงเยี่ยม ราษ รในจังหวัดใดก็จะทรงนําแพทยหลวงไปดวย เมือ่ ทอดพระเนตร เห็ น ราษ รคนใดมี อ าการไม ส บายก็ ท รงพระกรุ ณ าโปรดเกล า ใหแพทยหลวงตรวจรักษาและถาผูใดมีอาการหนักก็จะทรงสงไป ยังโรงพยาบาลดวยพระราชทรัพยสวนพระองค

ที่เ บ ข อุน เพรา ดการ วยเหลอ ทรง ุนเ อเออหยกยา ทรัพยแล หมอ หาง กลแ นหนทางหางมรังรอ พร ทรงกอ านเกองาน า าร ุขนัน


ทรงพัฒนาวางรากฐานงานชนบท ชนบทถือเปนรากฐานแหงความเจริญและความมัน่ คงของชาติ ปญหาที่เกิดขึ้นกับชนบท จึงเปนปญหาที่มีผลกระทบโยงใยถึงทุก สวนของสังคม การพัฒนาชนบทจึงเปนเรือ่ งทีเ่ กีย่ วของกับคนจํานวน มากในสภาพแวดลอมที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม อยางรวดเร็ว ดังนั้น การพัฒนาในสวนนี้จึงมักมีอุปสรรคอยูเสมอ ไม สามารถแกไขปญหาตางๆ ใหลุลวงลงไดโดยงาย แมวารัฐบาลทุก คณะที่ผานมาจะตระหนักถึงความสําคัญของชนบทและไดเอาใจใส ในการเรงรัดพัฒนาชนบทอยางตอเนื่องตลอดมาเปนลําดับ แตก็ไม สามารถแกไดโดยงาย ปญหาความยากจนและความลาหลังทางเศรษฐกิจ ซึง่ มีผลตอ เนือ่ งไปถึงความเสือ่ มโทรมในคุณภาพชีวติ วงจรของปญหาดังกลาว หมุนเวียนตอเนือ่ งมาเปนเวลานานและเปนสาเหตุสาํ คัญทีท่ าํ ใหชาว ชนบทไมสามารถพัฒนาเพือ่ พึง่ ตนเองไดอยางแทจริงนํามาซึง่ ปญหา ของชนบทมากมายหลายดาน แตกตางกันไปตามแตละภูมภิ าคทองถิน่ จะเห็นไดวา ปญหาหลักของชาวชนบทคือ การขาดแคลน ความรู ความสามารถในเรื่องพื้นฐานที่จําเปนตอการดํารงชีวิตของ ตนเอง โดยเฉพาะอยางยิ่งการขาดความรูเกี่ยวกับการทําการเกษตร อยางมีหลักวิชา ทั้งยังไมรูจักการปรับปรุงรักษาคุณภาพของปจจัย การผลิตที่สําคัญ เชน ที่ดิน ในขณะที่ธรรมชาติแวดลอมที่มีผลตอ การผลิตทางการเกษตร ไมวาจะเปนแหลงนํ้า ปาไม ล ตางก็มี สภาพเสื่อมโทรมลงตลอดเวลา เปนผลใหการพัฒนาชนบทที่ผานมา ไมสามารถบรรลุตามเปาหมายไดอยางมีประสิทธิภาพมากนัก

แนวพระราชด�าริเกี่ยวกับ การพัฒนาชนบท แนวพระราชดําริเกี่ยวกับการพัฒนาชนบทที่สําคัญ คือการที่ ทรงมุง ชวยเหลือพัฒนาใหเกิดการพึง่ ตนเองไดของคนชนบทเปนหลัก กิจกรรมและโครงการตามแนวพระราชดําริทดี่ าํ เนินการอยูห ลายพืน้ ที่ ทั่วประเทศในปจจุบันนั้นลวนแลวแตมีเปาหมายสุดทายอยูที่การพึ่ง ตนเองไดของราษ รทั้งสิ้น จากการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไดเสด็จพระราชดําเนินเยี่ยมราษ รในชนบททั่วทุกภาคของประเทศ ทําใหทรงทราบถึงปญหาดังกลาวขางตนและไดมีพระราชดําริที่จะ แกปญหาของชนบทดวยวิธีการตางๆ หลายประการดวยกัน ตาม ลักษณะของปญหาและสภาพทางกายภาพ ตลอดจนสังคมจิตวิทยา แหงชุมชนนั้นๆ การที่จะทําใหราษ รในชนบทสามารถพัฒนาพึ่งตนเองไดนนั้ แนวทางพระราชดําริเนนการพัฒนาอยางนอยในสองประการ ประการแรก ไดแก การสรางความเขมแข็งใหชมุ ชนดวยการสรางโครงสรางพืน้ ฐานหลัก ที่จําเปนตอการผลิต อันจะเปนรากฐานนําไปสูการพึ่งตนเองไดใน ระยะยาว โครงการพื้นฐานที่สําคัญคือ แหลงนํ้า เพราะแหลงนํ้า เปนปจจัยสําคัญที่จะทําใหเกษตรกรที่ตองพึ่งพานํ้าฝนไดมีโอกาส

ที่จะผลิตไดตลอดป ซึ่งนี่เปนเงื่อนไขขอแรกที่จะทําใหชุมชนพึ่ง ตนเองในเรื่ อ งอาหารได ร ะดั บ หนึ่ ง และเมื่ อ ชุ ม ชนแข็ ง แรงพร อ ม ดีแลวก็อาจจะมีการสรางโครงสรางพื้นฐานอื่นๆ ที่จําเปนตอการ ยกระดับรายไดของชุมชน เชน เสนทางคมนาคม ล การพัฒนาใน ลักษณะที่เปนการมุงเตรียมชุมชนใหพรอมตอการติดตอสัมพันธกับ โลกภายนอกอยางเปนขัน้ ตอนนีท้ รงเรียกวา ‘การระเบิ จาก าง ’ ประการตอมา ก็คือ การสงเสริมหรือสรางเสริมสิ่งที่ชาวชนบท ขาดแคลนและเปนความตองการอยางสําคัญ ซึ่งก็คือ เรื่องความรู ทรงเห็ น ว า ชาวชนบทควรจะมี ค วามรู  ใ นเรื่ อ งการทํ า มาหากิ น การทําการเกษตร โดยใชเทคโนโลยีสมัยใหม ในเรื่องนี้ทรงเนนถึง ความจําเปนตองมี ตัวอยางของความสําเร็จในเรื่องการพึ่งตนเอง อาทิ มีพระราชประสงคทจี่ ะใหราษ รในชนบทไดมโี อกาสไดรไู ดเห็น ถึงตัวอยางของความสําเร็จนีแ้ ละนําไปปฏิบตั ไิ ดเองจึงทรงปรารถนา ทีจ่ ะใหตวั อยางของความสําเร็จทัง้ หลายไดกระจายไปสูท อ งถิน่ ตางๆ ทั่วประเทศ เรื่องนี้นับเปนประเด็นแรก ประเด็นตอไปที่สําคัญยิ่งกวา นั้นก็คือ การนําเอาความรูในเรื่องเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม เขาไปถึงมือชาวชนบทอยางเปนระบบและตอเนื่องเปนขบวนการ เดียวกัน เปนเทคโนโลยีการผลิตที่ชาวบานรับไดและสามารถนําไป ปฏิบัติอยางไดผลจริง ในทางปฏิบตั ิ การทีจ่ ะบรรลุถงึ เปาหมายตามแนวทางดังกลาว ขางตนนั้นไดทรงใชเทคนิควิธีการตางๆ หลายประการ อาทิ การพ า ญ า ละส าพ ลอม อง ตละ พ ีเ ลก โดยทรงใหความสําคัญกับความกระตือรือรนของ คนในพืน้ ที่ รวมทัง้ ปญหาและความตองการของเขาเหลานัน้ มากเปน พิเศษ มีพระราชดํารัสวา “การพัฒนาจะต้องเป็นไปตามภูมิประเทศทางภูมิศาสตร์ และภูมิประเทศทางสังคมศาสตร์ในสังคมวิทยา ภูมิประเทศตาม สังคมวิทยาคือนิสัยใจคอของคนเราจะไปบังคับให้คนคิดอย่างอื่น ไม่ได้ เราต้องแนะน�า เราเข้าไป ไปช่วยโดยที่จะดัดเขาให้เข้ากับ เราไม่ได้ แต่ถ้าเราเข้าไปแล้ว เราเข้าไปดูว่าเขาต้องการอะไรจริงๆ แล้วก็อธิบายให้เขาเข้าใจ หลักการของการเข้าไปพัฒนานี้ก็จะเกิด ประโยชน์อย่างยิง่ ” การร มกลุม ระ า เพอ ก ญ า ลก อง บ ซึง่ เปน รากฐานสําคัญประการหนึง่ ของการพัฒนาพึง่ ตนเอง ซึง่ เปนหลักการ พัฒนาชนบททีส่ าํ คัญประการตอมา โดยเฉพาะการรวมตัวกันในรูปแบบ ของสหกรณทุกพื้นที่ที่เสด็จพระราชดําเนินและมีโครงการตามแนว พระราชดําริขึ้นมาไมวาลักษณะใด จะเห็นไดวา กลุมสหกรณใน โครงการพระราชดําริที่ประสบความสําเร็จในหลายโครงการพัฒนา ขึน้ มาจากการวมตัวกันของราษ รกลุม เล็กๆ เชน สหกรณหบุ กะพงก็ เกิดมาจากกลุมเกษตรกรเคยทําสวน ปลูกผัก เปนตน การกระตุ า ุม เ า การพ า แนวการ พัฒนาอีกแบบทีท่ รงใชในพืน้ ทีบ่ างแหงตามความเหมาะสม โดยเนน เลือกผูนําจากคนในทองถิ่นที่มีความโอบออมอารี มีคุณธรรมและ กระตุนใหผูนําชุมชนใหเปนผูนําในการสรางความเจริญใหทองถิ่น อยางคอยเปนคอยไป ที่สําคัญ ที่มีพระราชดําริอยูเสมอคือ ชุมชน ควรจะพึง่ ตนเองไดในเรือ่ งอาหารกอน จากนัน้ จึงไปสูก ารพัฒนา การ ขยายการผลิตเพื่อการคา ทรงใหขอสังเกตดานการตลาด โดยเฉพาะ ในดานความรูเบื้องตนเกี่ยวกับธุรกิจควบคูไปกับเรื่องการเกษตร

marketplus 35


รงการอ เ องมาจากพระรา าริ โครงการที่เกี่ยวของโดยตรงกับการ พัฒนาชนบท เชน การทํางานของโครงการศูนยศกึ ษาการพัฒนา ซึง่ มีอยูใ นทุกภาคทัว่ ไทย ทําหนาที่เปนศูนยรวมการศึกษาคนควาในแขนงตางๆ ในชนบทเพื่อใหไดมาซึ่งความรู ความเขาใจเกีย่ วกับสภาพแวดลอมของพืน้ ที่ สภาพปญหาและขอจํากัดของการพัฒนา อันเปนขอมูลพืน้ ฐาน รวมถึงการวิจยั ทดลอง การแสวงหา วิธกี ารแนวทางการพัฒนาและ เทคโนโลยีสมัยใหมทเี่ หมาะสมทีเ่ หมาะกับสภาพแวดลอม รวมทัง้ การขยายผลจากความ รูหรือผลจากการทดลอง ดวยเทคนิควิธีการอยางงายๆ ผานการสาธิตและการอบรมใน รูปแบบตางๆ ใหกระจายสูราษ รที่อยูในพื้นที่ การพัฒนาตามรูปแบบนี้ เปนการเนนแนวทางการพัฒนาโด ยยึดขอเท็จ จริงในแตละพืน้ ทีเ่ ปนหลัก หลักการนีเ้ ปนผลมาจากสภาพความเปนจริงทีว่ า ทองถิน่ แตละ แหงยอมมีความแตกตางกัน โดยเฉพาะประเด็นปญหาหลักของพืน้ ทีท่ าํ ใหมคี วามจําเปน ทีจ่ ะตองคนควา ในการพัฒนาใหเหมาะสมสอดคลองกับสภาพแวดลอมและปญหาของ แตละพื้นที่ ศูนยศึกษาการพัฒนาจึงเปนศูนยรวมของหนวยงานตางๆ ของรัฐที่มีหนาที่ เกี่ยวของกับการพัฒนาในทุกดานไดเขามารวมกัน เพื่อใหราษ รที่อยูในชนบทไดมี โอกาสที่จะไดพัฒนาตนเองที่เกี่ยวกับวิทยาการเกษตรแผนใหม เพื่อชวยใหการทํามา หากินมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถแกไขปญหาหลักที่เผชิญอยูและสามารถพึ่งตนเอง ไดในระยะยาว

36 marketplus

หลากเร่องราว มากมาย น นบท ุดรันทด ขาดแคลนการศก า รความร ทัก แล ว า แหลงที่มาโยง ย น ังคม พร รา ทาน แนวคดที่กาวหนา ตัดวง ร หา หลุลวง นบทพั นา กล ด นหลวง ทยทัง วงรับ พร มหากรุ า คุ


ศูนย์ศึกษาการพัฒนา ในภูมิภาคทั่วประเทศ ศู น ย ศึ กษาการพัฒนาจะเปนศู น ย ก ลางใน การสรางรากฐานการพึ่งตนเอง ทั้งในแงแนวคิด และวิธีปฏิบัติสูประชาชน เปนแหลงประสานการ ชวยเหลือของฝายตางๆ อยางเปนระบบตอเนื่องทั้ง ในฝายรัฐบาลดวยกันเองและฝายรัฐบาลรวมกับ เอกชน โดยทุกฝายที่เกี่ยวของ

ภาคกลางด้านตะวันตก

ภาคเหนือ

ศูนยศกึ ษาการพัฒนาอาวคุง กระเบนอันเนือ่ งมาจากพระราชดําริ อําเภอทาใหม จังหวัดจันทบุรี เพื่อปรับปรุงสภาพแวดลอมดานประมงชายฝง โดยมุงใหเกษตรกร สามารถเพิ่มผลผลิตและพึ่งพาตนเองในระยะยาว

ศูนยศึกษาการพัฒนาหวย องไครอันเนื่อง มาจากพระราชดําริ อําเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม เพือ่ ศึกษาคนควาเกีย่ วกับรูปแบบทีเ่ หมาะสมของการ พัฒนาพืน้ ทีต่ น นํา้ ลําธาร เพือ่ ประโยชนทางเศรษฐกิจ รวมทั้งรูปแบบการพัฒนาตางๆ เพื่อใหเกษตรกรพึ่ง ตนเองไดโดยไมทาํ ลายสภาพแวดลอม ภาคใต้

ศูนยศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมา จากพระราชดําริ อําเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อ ศึกษาวิจยั ดินพรุทม่ี อี ยูป ระมาณ แสนไรในภาคใต ใหสามารถนํามาใชประโยชนดานเกษตรกรรมใหได มากที่สุด ภาคกลาง

ศูนยศกึ ษาการพัฒนาเขาหินซอนอันเนือ่ งมาจาก พระราชดําริ อําเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เพือ่ เพิม่ ประสิทธิภาพการผลิตของพืชหลายชนิด งานที่ สําคัญคือ การคนควา ทดลอง สาธิตเกีย่ วกับการพัฒนา ทีท่ าํ กินของราษ รใหมคี วามอุดมสมบูรณ

ศูนยศกึ ษาการพัฒนาหวยทรายอันเนือ่ งมาจากพระราชดําริ อําเภอชะอํา จังหวัด เพชรบุรี เพือ่ ศึกษาแนวทาง วิธกี ารทีจ่ ะพัฒนาฟนฟูสภาพปาเสือ่ มโทรม โดยพยายาม หาวิธีการที่จะใหเกษตรกรมีสวนในการปลูก ปรับปรุงและรักษาสภาพปา พรอมๆ กับ มีรายไดและผลประโยชนจากปาดวยในขณะเดียวกัน ภาคกลางด้านตะวันออก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ศูนยศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อําเภอเมือง จังหวัด สกลนคร เพื่อเรงรัดพัฒนาปาไมโดยอาศัยระบบชลประทาน การปรับปรุงบํารุงดิน และการปลูกพืชเศรษฐกิจที่มีผลตอการเพิ่มพูนรายไดของเกษตรกร ดวยการศึกษา วิจัยเกี่ยวกับการทําเกษตรกรรมที่เหมาะสมกับสภาพแวดลอม ทั้งนี้ จะเห็นไดวา จากเปาหมายของการพัฒนาชนบทที่ทรงมุงเนนในเรื่อง พืน้ ฐานการพึง่ ตนเองของประชาชนในระยะยาว โดยเฉพาะอยางยิง่ พืน้ ฐานของปจจัย การผลิตที่จําเปน เชน แหลงนํ้า ที่ดิน ปาไม ตลอดจนความรูในการที่จะใชทรัพยากร เหลานี้ใหเปนประโยชนสูงสุด ทั้งหมดนี้ไดทําใหชนบทภายใตโครงการพัฒนาตาม แนวพระราชดําริในปจจุบนั ไดรบั ประโยชนอยางมาก การพัฒนาชนบทตามโครงการ พระราชดํ า ริ นั้ น กระจายครอบคลุมอยางกวางขวางในพื้ น ที่ ต  า งๆ ทั่ ว ทุ ก ภาค ของประเทศและมักจะทรงใหความสําคัญเปนพิเศษและเสด็จ เยี่ยมพื้นที่เหลานั้น อยูเ สมอ โดยเฉพาะพืน้ ทีท่ รุ กันดาร เพือ่ สภาพชีวติ ความเปนอยูท ดี่ ขี นึ้ อยางเห็นไดชดั

marketplus 37


ทรงพัฒนางานด้านการเกษตร เกษตรกรรมเปนอาชีพของคนไทยมาชานาน การพัฒนาการเกษตร เปนเปาหมายที่สําคัญของการพัฒนาประเทศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมพิ ลอดุลยเดช มีพระราชดํารัสวา “ความเจริญของประเทศ ต้องอาศัย ความเจริญของภาคเกษตรเป็นส�าคัญ” ซึ่งแสดงใหเห็นอยางเดนชัดถึง ความสํ า คั ญ ของภาคเกษตรที่มีต อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย แตภาคเกษตรกรรมก็ยงั เปนสาขาการผลิตทีม่ ปี ญหาตางๆ อีกหลายประการ ประสิทธิภาพการผลิตที่โยงไปถึงเรื่องการตลาดนั้นเปนปญหาหนึ่ง ของการพัฒนาการเกษตรในแตละพื้นที่ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดําเนินไปทรงเยี่ยมราษ รนั้น สวนใหญ เกษตรกรมีรายไดตํ่าเปนหนี้เปนสินและยากจน เพาะปลูกปละครั้ง โดย อาศัยนํ้าฝน ประสิทธิภาพการผลิตตํ่า ผลิตไดไมพอกิน บางพื้นที่ที่พนจาก ลักษณะเขตลาหลังและพอจะทําการผลิตเพือ่ การคาไดบา ง ขาดการรวมตัวกัน เปนกลุม ตลอดจนความรูเชิงธุรกิจทําใหถูกเอารัดเอาเปรียบในการซื้อขาย ที่ดิน แหลงนํ้า ปาไม ตลอดจนทรัพยากรประมงมีลักษณะเสื่อมโทรม ไมอยูในฐานะที่จะเปนฐานเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอยางตอเนื่องได อีกทั้งสภาพความอุดมสมบูรณของทรัพยากรธรรมชาติไดถูกทําลายลงไป เปนอันมาก ทั้งนี้ ปญหาเศรษฐกิจของประเทศโดยสวนรวมที่มีอยูหลายสิ่ง หลายอยาง ทําใหงบการพัฒนามีจาํ กัดและตองคอยๆ ทําไปตามลําดับความ สําคัญ ภาครัฐจึงไมสามารถเพิม่ บริการทีจ่ ะมีผลตอการพัฒนาการเกษตรได อยางกวางขวาง อีกทั้งการชวยเหลือจากทางฝายรัฐบาลก็ยังมีอุปสรรคและ ขอขัดของอยูอีกมาก ขาดการสนับสนุนอยางเพียงพอ

พระราชด�าริเกี่ยวกับแนวทาง พัฒนาการเกษตร การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตรนับเปนแนวพระราชดําริ ที่สําคัญ โดยทรงเนนกับการคนควาทดลองและวิจัยหาพันธุพืชตางๆ ใหมๆ ทัง้ พืชเศรษฐกิจ เชน หมอนไหม ยางพารา ล ทัง้ พืชเพือ่ การปรับปรุงบํารุง ดิน และพืชสมุนไพร แมลงศัตรูพืช รวมทั้งพันธุสัตวตางๆ ที่เหมาะสม เชน แพะ แกะ โค กระบือ พันธุปลาและสัตวปก เพื่อใหเกษตรกรสามารถนําไป เพาะปลูก เพาะเลี้ยงไดเองในราคาถูก ดวยเทคโนโลยีที่งายๆ ไมซับซอน เนื่องจากความผันผวนของตลาดและธรรมชาติ พระองคจึงทรงเนน ใหเกษตรกรมีรายไดอื่นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เชน อุตสาหกรรม ในครัวเรือน อาทิ โครงการสงเสริมศิลปาชีพพิเศษทีส่ มเด็จพระบรมราชินนี าถ ทรงดําเนินงานสนับสนุนงานของพระองคนั่นเอง นอกจากนี้ ยังทรงเห็นวา การพัฒนา ฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติจะมีผลโดยตรงตอการพัฒนาการเกษตร จึงทรงมุงที่จะใหมีการพัฒนาและอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อเปน รากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาว ทรงสนพระราชหฤทัยอยางยิ่ง ตอการที่จะทํานุบํารุง ปรับปรุงสภาพของทรัพยากรธรรมชาติตางๆ ทั้งปาไม ที่ดิน แหลงนํ้า ล ใหอยูในสภาพที่เอื้อตอการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต อยางมากที่สุด

38 marketplus


เป้าหมายของการพัฒนา ตามแนวพระราชด�าริ พระบาทสมเด็จพระปรมิน ทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงให ความสํ า คั ญ กั บ การพั ฒ นา ในเรื่ อ งคุ ณ ภาพชี วิ ต ของเกษตรกร ระยะยาวมากกว า ระยะสั้ น มี พ ระราชประสงค ที่ จ ะให เ กษตรกร ไดมีความกาวหนาอยางคอยเปนคอยไป ในสภาพชีวิตที่มีความสุข จากพระราชดํารัสที่วา “ไม่จ�าเป็นต้องส่งเสริมผลผลิตให้ได้ปริมาณสูงสุดแต่เพียง อย่างเดียว เพราะเป็นการสิ้นเปลืองค่าโสหุ้ย และท�าลายคุณภาพ ดิน แต่ควรศึกษาสภาวะตลาดการเกษตร ตลอดจนการควบคุมราคา ผลิตผลไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน” ประการแรก ทรงเห็นวา การพัฒนาการเกษตรที่จะไดผล จริงจังนัน้ จะตองลงมือทดลองคนควา ตองปฏิบตั อิ ยางคอยเปนคอยไป ดังพระราชดํารัสวา

วิธีการในการพัฒนาการเกษตรของพระองคอีกประการหนึ่ง คือ การทีท่ รงเนนการใชประโยชนจากธรรมชาติใหมากทีส่ ดุ เชน การ ใชดนิ ทีป่ ลอยทิง้ ไวเปลา ๆ ใหเปนประโยชน หรือการมองหาประโยชน จากธรรมชาติในสิ่งที่ผูอื่นนึกไมถึง การอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ เปนสิ่งที่ทรงใหความสําคัญ กับความสัมพันธหรือการอยูรวมกันระหวางธรรมชาติ สิ่งแวดลอม และมนุษย อยางมาก การประหยัด เปนสิ่งที่ทรงใหความสําคัญตอการลดคาใชจาย ของเกษตรกรลงใหเหลือนอยที่สุด มุงใชประโยชนจากธรรมชาติ สนั บ สนุ น ให เ กษตรกรใช วั ว ควายในการทํ า นามากกว า ให ใ ช เครื่องจักร การปลูกพืชหมุนเวียน โดยเฉพาะตระกูลถั่ว เพื่อลดคาใช จายเรื่องปุย หรือกรณีที่จําเปนตองใชปุยก็ทรงสนับสนุนใหเกษตรกร ใชปุยธรรมชาติแทนปุยเคมีซึ่งมีราคาแพงและมีผลกระทบตอสภาพ และคุณภาพของดินในระยะยาว

marketplus 39


โครงการพั ฒ นาด า นการเกษตรตาม พระราชดํารินั้น ประกอบดวยงานหลายประเภท ซึ่ ง โดยทั่วๆ ไปแลว จะเปนงานดานการศึกษา คนควา ทดลอง วิจัย หาพันธุพืชพันธุสัตวตางๆ ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่นั้นๆ และนําผลสําเร็จ จากการศึกษา ทดลองไปถายทอดสูประชาชน นอกจากนั้น ก็เปนงานในดานการฝกอบรมให เกษตรกรมีความรูในวิชาการเกษตรแผนใหม การทําปุยหมัก ปุยคอก รวมทั้งการสงเสริมใหมี การถนอมอาหารและแปรรูปอาหารและการผลิต อาหารเพื่อโภชนาการดวย

40 marketplus


ทรงพัฒนาแหล่งน�้า การเพาะปลูกที่อาศัยเพียงนํ้าฝนและนํ้าจากแหลงธรรมชาติ เปนหลักนั้นยอมไมเอื้อตอผลผลิตที่ไดรับเทาใดนัก เนื่องจากมี ความผันแปรไมวาจะเปนปริมาณฝนไมเพียงพอกับความตองการ หรื อ ปริ ม าณฝนมาเกิ น ต อ งการเป น เหตุ ใ ห ก ารเพาะปลู ก ได รั บ ความเสี ย หายบอยๆ โดยสว นใหญในเขตภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมักมีฝนตกนอยประมาณเดือนกรก าคม ทําใหเกิดภาวะฝนแลง ฝนทิง้ ชวงเปนเวลานานในชวงฤดูฝนเปนประจํา เกื อ บทุ ก ป พอถึ ง สิ้ น เดื อ นสิ ง หาคมหรื อ กั น ยายน ในเขตพื้ น ที่ ดังกลาวเชนกันมักจะมีฝนตกหนักมากเกินความตองการจนบางป ก็เกิดอุทกภัยอยางรุนแรง ในปจจุบนั พืน้ ทีก่ ารเพาะปลูกสวนใหญในทุกภาคของประเทศ เป น พื้ น ที่ เ พาะปลู ก นอกเขตชลประทาน ซึ่ ง ทั้ ง สภาวะฝนแล ง และอุทกภัยลวนเปนเหตุทําใหพืชผลในพื้นที่เพาะปลูกไดรับความ เสียหาย ปญหานี้สามารถที่จะแกไขไดโดยการชลประทานหรือ การพัฒนาแหลงนํ้า การพัฒนาแหลงนํ้าเพื่อการเพาะปลูกหรือ การชลประทาน จึ ง นั บ ว า เป น งานทีม่ คี วามสําคัญ และมีประโยชน อย า งยิ่ ง สํ า หรั บ ประชาชนส ว นใหญ ข องประเทศที่ เ ป นประเทศ เกษตรกรรม เชน ประเทศไทยในการชวยใหเกษตรกรทําการเพาะปลูก ไดอยางสมบูรณตลอดป สภาพปญหาการพัฒนาแหลงนํ้าอุปสรรคทางธรรมชาติที่เปน ปญหาของการพัฒนาแหลงนํ้าประกอบดวยปญหาเกี่ยวกับสภาพ ภูมิประเทศ เปนปญหาจากการที่สภาพภูมิประเทศไมเหมาะสมกับ การสรางเขือ่ นเก็บกักนํา้ ซึง่ เปนปญหาทีม่ อี ยูท วั่ ทุกภาคของประเทศ อยางเชน ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีสภาพพื้นที่โดยทั่วไป คอนขางแบนราบไปตลอด สภาพภูมิประเทศเชนนี้ไมเอื้ออํานวยตอ การสรางงานพัฒนาแหลงนํ้าที่ใหประโยชนคุมคาตามที่ตองการได ปญหาเกี่ยวกับที่ดิน ในบางทองที่เรื่องที่ดินเปนปญหาสําคัญ ทําใหไมสามารถดําเนินการกอสรางแหลงนํ้าที่เหมาะสมได อยาง เชน โครงการกอสรางอางเก็บนํ้าขนาดใหญที่พื้นที่เพาะปลูกของ ราษ รจํานวนมากตองถูกนํ้าทวม และทางราชการไมสามารถจัดหา พื้นที่จัดสรรชดเชยใหได ปญหาเกี่ยวกับสภาพแหลงนํ้าธรรมชาติที่มี ปริมาณนํ้านอย หรือในบริเวณที่ไมมีแหลงนํ้าเลย มักพบกันทั่วทุก ภาคของประเทศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช พระราชทานพระราชดํ า ริ ใ ห ส  ว นราชการต า งๆ นํ า ไปพิ จ ารณา วางโครงการและดําเนินการตามแนวพระราชดําริ โครงการพัฒนา แหล ง นํ้ า โครงการพั ฒ นาแหล ง นํ้า อั น เนื่ อ งมาจากพระราชดํ า ริ สามารถแบงออกได ๕ ประเภท ประกอบดวย โครงการพัฒนา แหลงนํา้ เพือ่ การเพาะปลูก และอุปโภคบริโภค ไดแก อางเก็บนํา้ และ ฝายทดนํ้า โครงการพัฒนาแหลงนํ้าเพื่อการรักษาตนนํ้าลําธาร โครงการพัฒนาแหลงนํา้ เพือ่ การผลิตไฟฟาพลังนํา้ โครงการระบายนํา้ ออกจากพื้นที่ลุมและโครงการบรรเทาอุทกภัย

โครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดําริทกี่ ระจายอยูท วั่ ประเทศนัน้ ไดสงผลโดยตรงตอความกินดีอยูดีของประชาชน เนื่องจากเปน โครงการที่มุงแกปญหาหลักและสงเสริมดานการพัฒนา ทําใหเปน การเขาถึงแหลงความรูใ นดานเทคนิค วิชาการและนวัตกรรมสมัยใหม รวมทั้งยังไดมีโอกาสเรียนรูและเห็นตัวอยางของความสําเร็จของ การผลิตในพื้นที่ตางๆ อยางไดผล มีความหมายตอความเจริญ ตอประเทศชาติโดยสวนรวม

marketplus 41


โครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดําเนินกลับจากทรงไปศึกษาในประเทศสวิตเซอรแลนด ในปพุทธศักราช ๒ นั้น พระองคไดทรงมีพระราชดําริริเริ่มที่จะ ดําเนินกิจกรรมตางๆ เพือ่ บําบัดทุกขบาํ รุงสุขพสกนิกรของพระองคให มีความเปนอยูท ดี่ ขี นึ้ ดวยเหตุนเี้ อง พระองคจงึ ไดเสด็จพระราชดําเนิน ไปทรงเยี่ยมราษ รใหทั่วทุกแหง ไมวาจะเปนทุงนา ขุนเขา ปาลึก หรือพื้นที่ทุรกันดารเพียงใด ดวยพระราชประสงคที่จะทรงทราบถึง ความเดือดรอนและไดสัมผัสชีวิตความเปนอยู ไดรวมทุกขรวมสุข กับพสกนิกรของพระองคอยางใกลชิดแลว ยังมีพระราชประสงคเพื่อ ที่จะไดทรงใชทรัพยากรทั้งหลายทั้งปวงที่มีอยู มาชวยปดเปาหรือ สนองตอบความตองการของราษ ร ชวงพุทธศักราช ๒ ๕ ขณะทีม่ พี ระชนมพรรษา ๒๕ พรรษา ระหวางเสด็จพระราชดําเนินแปรพระราชฐานไปประทับ ณ วังไกลกังวล อําเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช จึ ง ได ท รงเลื อ กเสด็ จ พระราชดํ า เนิ น เป น การส ว นพระองค ไปยัง พื้น ที่ชนบทภาคกลางกอนเปน ภาคแรก ดวยพระมหากรุณาธิคุณจากนํ้าพระราชหฤทัยที่ตําบลหินเหล็กไฟ อําเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธนี้เอง โครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดําริ โครงการแรกจึงไดถือกําเนิดขึ้น ในหนังสือเรือ่ ง ‘พระบา สมเ จพระเจาอ กบงา จ การ รพ ากร า’ ถึงที่มาของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ โครงการแรก ซึ่ง า ม ญ มุก ระ ิ ไดเขียนเลาไวในเรื่อง ‘ ระ ี ง ิ ’ สรุปใจความวา “เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๕ ที่บ้านห้วยมงคล ต�าบลหินเหล็กไฟ ทีแ่ ม้จะขึน้ อยูก่ บั อ�าเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรขี นั ธ์และอยูห่ า่ งไกล ความเจริญไม่ถงึ ๒๐ กิโลเมตร แต่กย็ งั ไม่มถี นนจากหมูบ่ า้ นสูต่ ลาดหัวหิน ประชาชนได้รับความล�าบากในการเดินทางติดต่อกับภายนอกเป็น อย่างมาก... เช้าวันหนึง่ ...รถยนต์พระทีน่ งั่ บุกเข้าไปถึงบ้านห้วยมงคล แล้วไปตกติดหล่ม นายรวย งามข�า เกษตรกรพร้อมเพือ่ นบ้านได้เข้ามา ช่วยเหลือโดยที่ไม่ทราบว่า เจ้าของรถที่ขับมาติดหล่มนั้นเป็นผู้ใด ภายหลังเมือ่ ทรงลงมาจากรถแล้วจึงนึกได้ถงึ ค�าบอกเล่าของผูใ้ หญ่บา้ น ว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จ พระบรมราชินนี าถได้เสด็จพระราชด�าเนินมาทีห่ วั หิน ในวันนัน้ ก่อนเสด็จ พระราชด�าเนินกลับ ได้รับสั่งถามถึงปัญหาของหมู่บ้าน ท�าให้ทรง ทราบว่า สิ่งที่ชาวบ้านห้วยมงคลต้องการมากที่สุดคือถนน ซึ่งต่อมา อีกไม่นาน โครงการพระราชด�าริเพือ่ การก่อสร้าง ถนนสายห้วยมงคล จึงได้เกิดขึน้ ซึง่ เป็นถนนสายแรกทีท่ อดผ่านไปสูโ่ ครงการอันเนือ่ งมา จากพระราชด�าริในด้านต่างๆ ซึง่ ปัจจุบนั มีมากกว่า ๔,๐๐๐ โครงการ กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประทศไทย” ในระยะแรกๆ นัน้ โครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดําริไดมกี าร ใชชื่อของโครงการที่เรียกขานแตกตางกันไปหลายประเภท ดังนี้ . รงการตามพระรา ระสง โครงการซึ่งทรงศึกษา และทดลองปฏิบัติเปนการสวนพระองค โดยทรงศึกษาหารือกับ ผูเชี่ยวชาญในแตละดาน ดวยการแสวงหาวิธีทดลองปฏิบัติ พัฒนา สงเสริมและดัดแปลงแกไขวิธีการในระยะเวลาหนึ่ง ในการนี้ไดทรง ใชพระราชทรัพยสวนพระองคทั้งสิ้น สําหรับการดําเนินงานทดลอง จนกวาจะเกิดผลดี กระทั่งเมื่อทรงแนพระราชหฤทัยวาเรื่องนั้นๆ

42 marketplus

ไดผลดีเปนประโยชนแกประชาชนอยางแทจริงแลวจึงโปรดเกลา ใหรัฐบาลไดเขามารับชวงงานเปนโครงการตอไป . รงการ ล ง โครงการทีเ่ นนการพัฒนาและบํารุงรักษา ตนนํา้ ลําธารในบริเวณปาเขาในภาคเหนือ เพือ่ บรรเทาอุทกภัยในทีล่ มุ ของภาคเหนือตอนกลางและตอนใต เพือ่ ถนอมนํา้ ทีจ่ ะเลีย้ งแมนาํ้ ลําธาร ของทีล่ มุ ในฤดูแลง กอปรกับพืน้ ทีเ่ หลานีเ้ ปนทีอ่ ยูอ าศัยของชนชาวเขา จึงทรงมีพระราชประสงคพัฒนาชาวเขาใหเลิกการทําไรเลื่อนลอย ตัดไม ทําลายปา เลิกการคาไมเถือ่ น เลิกการปลูกฝนหรือสิง่ ผิดก หมาย ทรงชวยเหลือใหปลูกพืชหมุนเวียนที่มีคุณคาสูง ขนสงงายและปลูก ขาวไรและเลี้ยงสัตวไวเพื่อบริโภค รวมคุณคาผลผลิตแลวใหคุมคา กวาที่ผลของการพัฒนาตามโครงการนี้จะเกิดผลก็กินเวลายาวนาน นับสิบป การดําเนินงานจะยากลําบากสักเพียงใดก็มิไดทรงทอถอย ชาวเขาคอยๆ อยูดีกินดี การพัฒนาไดผลดีขึ้น พวกเขาจึงเรียก พระองควา ‘พอ ล ง’ ดวยความจงรักภักดีและเรียกสมเด็จพระบรม ราชินนี าถวา ‘ ม ล ง’ และเรียกโครงการตางๆ ของทัง้ สองพระองค วา ‘ รงการ ล ง’ นับแตนั้นมา . รงการ พระบรมรา า ุ เ ราะ โครงการที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไดพระราชทาน แนวพระราชดําริหรือขอแนะนํา เพื่อใหภาคเอกชนนําไปดําเนินการ ดวยทรัพยากร ทุน องคประกอบทั้งหมดโดยมีชื่อโครงการแตกตาง กั น ไป ภายใต ห ลั ก การพั ฒ นาที่ จ ะเป น ประโยชน แ ละเข า ถึ ง ประชาชนให ไ ด ม ากที่ สุ ด และที่ ท รงยึ ด เป น หลั ก ปฏิ บั ติ เ สมอมา ดวย คือ พระองคจะไมทรงดําเนินงานตางๆ ที่ซํ้าซอนกับงานของ รัฐบาล หากแตจะทรงดําเนินงานใหผสมผสานควบคูสอดคลอง กลมกลืนไปกับการปฏิบัติงานของรัฐบาลมาโดยตลอด โดยมีผล ประโยชนของประชาชนและประเทศชาติเปนเปาหมายที่สําคัญ ที่ สุ ด เช น โครงการสารานุ ก รมไทยสํ า หรั บ เยาวชน โครงการ พัฒนาหมูบานสหกรณเนินดินแดง จังหวัดประจวบคีรีขันธ เปนตน . รงการตามพระรา าริ โครงการที่ทรงพัฒนาหรือได ทรงวางแผน ทรงเสนอแนะใหรฐั บาลรวมดําเนินการตามพระราชดําริ เพื่อการพัฒนา โดยเหตุที่ทุกฝายตางศรัทธาเชื่อมั่นในหลักการของ พระองค ซึง่ ทรงคนควา วิเคราะหอยางมีเหตุผลจึงทําใหงานโครงการ ตามพระราชดําริไดมีสวนสําคัญในการผสมผสาน พัฒนาและแกไข ปญหาความทุกขยากเดือดรอนของราษ รไดเปนอยางดี กระทั่ง โครงการตามพระราชดําริตา งๆ ไดขยายตัวไปอยูใ นทัว่ ทุกภาคของไทย

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ กับการพัฒนาประเทศ สําหรับหลักการดําเนินงานโครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดํารินนั้ สํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพือ่ ประสานงานโครงการอันเนือ่ งมาจาก พระราชดําริ กปร. ไดเรียบเรียงไวในหนังสือ ‘ งการพ า’ ซึง่ จะไดนาํ บทความดังกลาวมา เพือ่ ใหเห็นถึงแนวพระราชดําริและนํา้ พระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช ดังนี้


หลักการของโครงการอันเนื่อง มาจากพระราชด�าริ ในการดําเนินงานโครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดําริ ใหเปน ไปตามแนวพระราชดําริและบรรลุวัตถุประสงค ควรจะไดดําเนินการ โดยมีหลักการสําคัญ ๆ คือ การ ก ญ าเ พาะ า พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเนนอยูเสมอวา โครงการของพระองค เปน โครงการทีม่ งุ ชวยเหลือแกไขปญหาเฉพาะหนาทีร่ าษ รกําลังประสบอยู ดังพระราชดํารัสวา “ถ้าปวดหัวก็คดิ อะไรไม่ออก เป็นอย่างนัน้ ต้องแก้ไขการปวดหัว นีก้ อ่ น แต่ปวดหัวใช้ยาแก้ปวด หรือยาอะไรก็ตามแก้ปวดหัว มันไม่ได้ แก้อาการจริง แต่ต้องแก้ปวดหัวก่อน เพื่อที่จะให้อยู่ในสภาพที่จะ คิดได้แล้ว อีกอย่างก็คือ แบบ Macro นี้ เขาจะท�าแบบรื้อทั้งหมด ฉันไม่ เห็นด้วย....อย่างบ้านคนอยูเ่ ราบอกบ้านนีม้ นั ผุตรงโน้น ผุตรงนี้ ไม่คมุ้ ทีจ่ ะซ่อม... เอาตกลงรือ้ บ้านนีร้ ะเบิดเลย เราจะไปอยูท่ ไี่ หน ไม่มที อี่ ยู่ ก็ต้องค�้าเสียก่อน แล้วค่อยๆ ดูตรงนี้ยังพออยู่ได้...ไปรื้อตรงห้องโน้น แล้วก็ค่อยๆ สร้างแล้วมารื้อตรงห้องนี้... วิธีท�าจะต้องค่อยๆ ท�าจะไป ระเบิดหมดไม่ได้” ตัวอยางโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริที่เนนหลักมุง แกไขปญหาเฉพาะหนาซึ่งตองการแกไขอยางรีบดวน เชน กรณี เขตพื้นที่อําเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย ซึ่งเปนเขตติดตอกับ ประเทศกัมพูชา และเปนพืน้ ทีย่ ากจน ในเขตอิทธิพลของผูก อ การราย คอมมิวนิสตที่ขบวนการพัฒนาของรัฐยังเขาไปไมถึง ภายหลังจากมี โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริเขาไปดําเนินการแลว ปญหา ความมั่นคงที่เคยมีอยูก็ลดนอยลงและหมดสิ้นไปในที่สุด แมกระทั่ง ปจจุ บั น โครงการที่ แ ก ป ญหาเฉพาะหน า และจะมี ผ ลระยะยาว ตอไปอีกคือ การแกไขปญหาการจราจรและการปองกันนํา้ ทวมในเขต กรุงเทพมหานคร เปนตน การพ าตองเ ตาม ตอ ตามลา บ ามจาเ การประหยัดเพื่อใหมีรากฐานที่มั่นคงกอน แลวจึงดําเนินการเพื่อ ความเจริญกาวหนาในลําดับตอๆ ไป พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเนนการพัฒนาที่มุงสรางความเขมแข็งให แกชมุ ชนในลักษณะการพึง่ ตนเองทรงใชคาํ วา ‘ระเบิ จาก าง ’ นัน่ คือ ทําใหชุมชน หมูบาน มีความเขมแข็งกอนแลวจึงคอยออกมา สู  สั ง คมภายนอก มิ ใ ช ก ารเอาความเจริ ญ หรื อ บุ ค คลจากสั ง คม ภายนอกเขาไปหากับชุมชน หมูบานที่ยังไมทันไดมีโอกาสเตรียมตัว หรือตัง้ ตัว พระองคทรงมีพระราชประสงคที่จะชวยเหลือราษ รตาม ความจําเปนและความเหมาะสมกับสถานภาพ เพือ่ ทีร่ าษ รเหลานัน้ สามารถพึ่งพาตนเองไดและออกมาสูสังคมภายนอกไดอยางไม ลําบาก ดังพระบรมราโชวาท ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรเมื่อ วันที่ ๑ ๑ กรก าคม พุทธศักราช ๒๕๑ วา “การพัฒนาประเทศจ�าเป็นต้องท�าตามล�าดับขั้น ต้องสร้าง พืน้ ฐาน คือความพอมี พอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบือ้ งต้น ก่อน .... การใช้อปุ กรณ์ทปี่ ระหยัด แต่ถกู ต้องตามหลักวิชาการ เมือ่ ได้ พืน้ ฐานมัน่ คงพร้อมพอควรและปฏิบตั ไิ ด้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริม ความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยล�าดับต่อไป หากมุ่ง แต่จะทุม่ เทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึน้ ให้รวดเร็วแต่ประการเดียว

marketplus 43


โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของ ประชาชนโดยสอดคล้องด้วยก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรือ่ งต่างๆ ขึน้ ซึ่ ง อาจกลายเป็ น ความยุ ่ ง ยากล้ ม เหลวได้ ใ นที่ สุ ด ดั ง เห็ น ได้ ที่ อารยประเทศหลายประเทศก�าลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่าง รุนแรงอยู่ในเวลานี้ ... การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและ ตั้งตัว ให้มีความพอกินพอใช้ ก่อนอื่นเป็นพื้นฐานนั้น เป็นสิ่งส�าคัญ อย่างยิ่งยวดเพราะผู้ที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งตนเองย่อม สามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้โดยแน่นอน ส่วนการถือหลักที่จะส่งเสริมความเจริญ ให้ค่อยเป็นไปตามล�าดับ ด้วยความรอบคอบระมัดระวังและประหยัดนั้น ก็เพื่อป้องกันความ ผิดพลาดล้มเหลวและเพื่อให้บรรลุผลส�าเร็จได้แน่นอนบริบูรณ์” การพงต เอง การพัฒนาตามแนวพระราชดําริ เพื่อแกไข ปญหาเบื้องตนดวยการแกปญหาเฉพาะหนาเพื่อใหมีความแข็งแรง ที่ จ ะมี แ นวคิ ด ในการดํ า เนิ น ชี วิ ต ในขั้ น ต อ ไปก็ คื อ การพั ฒ นาให ประชาชนสามารถอยูในสังคมไดตามสภาพและสามารถ พึ่งตนเอง ไดในที่สุด ดังพระราชดํารัสตอนหนึ่งซึ่งขอเชิญมา ณ ที่นี้ ความวา “การเข้าใจถึงสถานการณ์ของผู้ที่เราจะช่วยเหลือนั้นเป็นสิ่งที่ ส�าคัญทีส่ ดุ การช่วยเหลือให้เขาได้รบั สิง่ ทีเ่ ขาควรจะได้รบั ตามความ จ�าเป็นอย่างเหมาะสมจะเป็นการช่วยเหลือทีไ่ ด้ผลดีทสี่ ดุ เพราะฉะนัน้ ในการช่วยเหลือแต่ละครั้ง แต่ละกรณีจ�าเป็นที่เราจะพิจารณาถึง ความต้องการและความจ�าเป็นก่อน และต้องท�าความเข้าใจกับผู้ที่ เราจะช่วยให้เข้าใจด้วยว่าเขาอยู่ในฐานะอย่างไร สมควรที่จะได้รับ ความช่วยเหลืออย่างไร เพียงใด อีกประการหนึ่งในการช่วยเหลือนั้น ควรยึดหลักส�าคัญว่า เราจะช่วยเขาเพื่อให้เขาสามารถช่วยตนเองได้ ต่อไป” ตั ว อย า งโครงการอั น เนื่ อ งมาจากพระราชดํ า ริ ที่ เ น น หลั ก ‘การพงต เอง’ เพื่อพัฒนาแกไขปญหาความยากจนของราษ ร เชน โครงการธนาคารขาว โครงการธนาคารโคกระบือและโครงการ จัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงคหุบกะพง อําเภอชะอํา จังหวัด เพชรบุรี เพือ่ ใหราษ รมีทอี่ ยูท ที่ าํ กินและรวมตัวกันแบบกลุม สหกรณ เพื่อแกไขปญหาของชุมชนและการทํามาหากินรวมกัน เปนตน นอกจากนัน้ โครงการพัฒนาอันเนือ่ งมาจากพระราชดําริในระยะหลัง

44 marketplus

ก็มุงใหราษ รสามารถชวยตัวเองได เพราะเปนโครงการที่สนับสนุน ใหราษ รประกอบอาชีพไดอยางมีประสิทธิภาพ เชน การพัฒนา แหลงนํ้าเพื่อการเกษตร การใหการอบรมความรูสาขาตางๆ ทั้งดาน การเกษตรและศิลปาชีพพิเศษ เปนตน การสงเสริม ามร ละเ ิ ิ าการสม ม ีเ มาะ สม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเห็นวา ควรที่จะสรางเสริมสิ่งที่คนชนบทขาดแคลน ซึ่งก็คือความรูในการ ทํามาหากิน การทําเกษตรโดยใชเทคโนโลยีสมัยใหม พระองคทรง เนนถึงความจําเปนที่จะตองมี ‘ต อ าง ามสาเรจ’ เพื่อใหคน ชนบทเห็นและนําไปปฏิบตั ไิ ดเองพระองคจงึ พระราชทานพระราชดําริ ใหจัดตั้ง ‘ ก าการพ าอ เ องมาจากพระรา าริ’ ขึ้นในทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อเปนสถานที่ศึกษาทดลองวิจัย และแสวงหาความรู  เทคนิ ค วิ ช าการสมั ย ใหม ที่ ร าษ รรั บ ได และนําไป ดําเนินการเองได ซึ่งเปนวิธีการที่ประหยัด เหมาะสม และสอดคลองกับสภาพแวดลอมและการประกอบอาชีพของราษ ร ในภูมิประเทศนั้นๆ เมื่อไดผลจากการศึกษาแลวจึงนําไปสงเสริม ใหเกษตรใชประกอบอาชีพตอไป ทั้งนี้ พระองคทรงปรารถนาที่จะ ให ตั ว อย า งความสํ า เร็ จ ทั้ ง หลายได ก ระจายไปสู  ท  อ งถิ่ น ต า งๆ ทั่วประเทศและสามารถนําไปปฏิบัติไดผลอยางจริงจัง อ รุ ก ละพ า รพ ากร รรม าติ ดวยพระองคทรง สนพระราชหฤทัยดานการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติเปนอยางยิ่ง แต เ นื่ อ งจากการพั ฒ นาประเทศในระยะเวลาที่ ผ  า นมาเน น การ เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเปนสําคัญ ทําใหมีการใชประโยชนจ าก ทรั พ ยากรธรรมชาติ กั น อย า งฟุ มเฟอย และมิ ไ ด ฟ นฟู ท รั พ ยากร ธรรมชาติทถี่ กู ทําลายใหกลับคืนสูส ภาพเดิม ทําใหทรัพยากรธรรมชาติ เสื่อมโทรมลงอยางเห็นไดชัด พระองคทรงเล็งเห็นวา การพัฒนา เพื่ อ ฟนฟู ท รั พ ยากรธรรมชาติ จ ะมี ผ ลโดยตรงต อ การพั ฒ นาการ เกษตรจึงทรงมุงเนนใหมีการพัฒนาและอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อเปนรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาวและทรงสน พระราชหฤทั ย เป น อย า งยิ่ ง ในการทํ า นุ บํ า รุ ง ปรั บ ปรุ ง สภาพของ ทรัพยากรธรรมชาติตางๆ ไมวาจะเปนปาไม ที่ดิน แหลงนํ้าและ การประมงใหอยูในสภาพที่มีผลตอการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต อยางมากที่สุด ดังนั้น จึงไดมีการดําเนินงานโครงการอนุรักษพื้นที่


ตนนํา้ ลําธาร โครงการปารักนํา้ โครงการอนุรกั ษพนั ธสตั วปา โครงการ พัฒนาที่ดิน โครงการพัฒนาและรณรงคการใชหญาแฝกอันเนื่อง มาจากพระราชดําริ โดยเนนการอนุรักษดินและนํ้า ล เพื่อฟนฟู ทรัพยากรธรรมชาติใหกลับคืนสูส ภาพเดิมและยังไดสง เสริมใหราษ ร รูจักการใชทรัพยากรที่มีอยูจํากัด อยางประหยัดและเกิดประโยชน สูงสุด ถูกตองตามหลักวิชาการ เพือ่ ประโยชนในระยะยาว ซึง่ เปนการ พัฒนาแบบยั่งยืนนั่นเอง สงเสริม ละ รบ รุง ุ าพสิง ลอม จากชวงแรกของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ ๖ ปพุทธศักราช ๒๕๓ ๒๕๓ ปรากฏว า เศรษฐกิ จ ขยายตั ว สู ง และรวดเร็ ว โครงสร า งทางเศรษฐกิ จ ของประเทศได เ ปลี่ ย นไปสู  ก ารผลิ ต ที่ มี ภาคอุตสาหกรรมและการบริการเปนหลัก มีผลทําใหสังคมไทยเริ่ม เปลี่ยนจากสังคมชนบทสูความเปนสังคมเมืองมากขึ้น ความเจริญ ส ว นใหญ ก็ มั ก จะอยู  ใ นเมื อ งหลั ก ๆ ในภู มิ ภ าคต า งๆ และรอบ กรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกันไดกอใหเกิดปญหาความเสื่อมโทรม ของสภาพแวดล อ ม พระองค จึ ง มี พ ระราชดํ า ริ ที่ จ ะแก ป ญหา ดังกลาว ดังนั้น การดําเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ จึงไดเกิดขึ้น

เพื่ อ แก ไ ขปญหาต า งๆ โดยเฉพาะอย า งยิ่ ง การกํ า จั ด นํ้ า เสี ย ใน กรุงเทพมหานครและในเมืองใหญ ดวยวิธีการตางๆ เชน การใช ผักตบชวาชวยกรองความสกปรกในนํ้าเสีย การใชนํ้าดีขับไลนํ้าเสีย การใชกังหันชัยพัฒนาเพื่อบําบัดนํ้าเสีย รวมทั้งการกําจัดขยะอยาง ถูกตองและไมเปนการทําลายสภาพแวดลอมทั้งในแหลงนํ้าใตดิน และสภาพอากาศดวย เปนตน

marketplus 45


โครงการอันเนื่องมาจาก พระราชด�าริพัฒนาทั่วไทย การดําเนินงานตามพระราชดํารินนั้ เปนทีแ่ จงชัดแกประชาชน ชาวไทยดีวา เปนการดําเนินที่มุงพัฒนาและชวยเหลือพสกนิกร โดยทั่วไป โดยไมจํากัดเชื้อชาติ ศาสนา ฐานะความเปนอยู ผูยากไร ทีป่ ระสบปญหาตางๆ ทีก่ ระทบตอการดํารงชีพ พระราชดําริตา งๆ นี้ ไดกอใหเกิดโครงการติดตามมาดังที่เรียกกันวา ‘ รงการอ เ อง มาจากพระรา าริ’ ซึ่งกระจายอยูทั่วประเทศในหลายประเภท หลายสาขานับพันโครงการ พระบาทสมเด็ จ พระปรมิ น ทรมหาภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช ได มี พระราชหฤทัยมุง มัน่ ทีจ่ ะยังประโยชนใหแกราษ รเปนทีต่ งั้ ดังเห็นได จากพระราชนิพนธ เรือ่ ง ‘เมอ าพเจาจากส ามมาสส ติ เ อร ล ’ เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒ ความตอนหนึ่งวา “...รถแล่นฝ่าฝูงคนไปได้อย่างช้าที่สุด ถึงวัดเบญจมบพิตร รถแล่นเร็วขึ้นได้บ้าง ตามทางที่ผ่านมา ได้ยินเสียงใครคนหนึ่งร้อง ขึ้นมาดังๆว่า “อย่าละทิ้งประชาชน” อยากจะร้องบอกเขาลงไปว่า ถ้าประชาชนไม่ “ทิ้ง” ข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะ “ละทิ้ง” อย่างไรได้” ตอมาประมาณ ๒ ปไดทรงพบราษ รผูน นั้ และไดมพี ระราชกระแส รับสั่งวา “นั่นแหละท�าให้เราร�าลึกถึงหน้าที่จึงต้องกลับมา” สิง่ ทีช่ ดั เจนตราบจนพระชนมชพี ไดทรงยึดถือ ‘ รรม’ ดังกลาว เปนหลักในการปฏิบตั พิ ระราชกรณียกิจตลอดมา นับแตครัง้ เมือ่ เสด็จ ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันศุกรที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒ ๓ จนเปนผลใหเกิดความมั่นคงของประเทศ และความรมเย็น เปนสุขของประชาชนชาวไทยเสมอมา พระราชกรณียกิจของพระองค มีมากมายหลายดาน แตที่ กลาวในครั้งนี้ไดเนนถึงพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาและ ชวยเหลือประชาชนในดานตางๆ เปนสําคัญ นับแตครั้งเสด็จนิวัต สูประเทศไทยในพุทธศักราช ๒ เปนตนมาไดทรงพยายาม

46 marketplus

แกไขปญหาของชาติและประชาชนอยูตลอดเวลาควบคูกันไปกับ การทรงปฏิบัติพระราชกิจตางๆ ทั้งในดานพระราชพิธีและรัฐพิธี ซึ่ง มีอยูเปนจํานวนมาก กิจกรรมการพัฒนาตามพระราชดําริในลักษณะ ของโครงการตาง ๆ ไดเกิดขึ้นและพัฒนาขึ้นตามลําดับ พระราชกระแสของพระองคทที่ รงรับสัง่ อยูเ สมอวา พระราชดําริ ของพระองคนนั้ เปนเพียงขอเสนอแนะเทานัน้ เมือ่ รัฐบาลไดทราบแลว ก็ควรจะไปวิเคราะหพจิ ารณา กลัน่ กรองตามหลักวิชาการกอน เมือ่ มี ความเปนไปไดและมีประโยชนคมุ คาและเห็นสมควรทํา ก็เปนเรือ่ งที่ จะตองพิจารณาตัดสินใจเอง และในกรณีทว่ี เิ คราะหพจิ ารณาแลวเห็น วาไมเหมาะสมก็ลมเลิกไปได โครงการเหลานี้ พระองคไดทรงเริ่มตนดําเนินการมาตั้งแตป พุทธศักราช ๒ ๕ โดยทรงเริ่มศึกษาหาขอมูลและทดลองปฏิบัติ จากพื้นที่จริง ทั้งในพระราชวังสวนจิตรลดาและพื้นที่อื่นๆ อีกตาม ความเหมาะสม และทรงปฏิบัติดวยพระองคเอง ตลอดจนไดใช ทุนทรัพยสวนพระองคดวย เพื่อขยายผลสูราษ รตอไป จนตอมา รัฐบาลเห็นวาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริเหลานี้ไดมีสวน สําคัญในการสนับสนุนและเสริมงานปกติของรัฐใหไดผลสมบูรณ และกวางขวางขึ้น และสอดคลองกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแหงชาติ รวมทั้งทําใหประชาชนไดรับประโยชนมากยิ่งขึ้น อยางคุมคาแกการลงทุน จึงไดรับสนองพระราชดําริโดยการจัดตั้ง องคกรขึ้นสําหรับดําเนินงานตางๆ ตราบจนทุกวันนี้ ปจจุบันมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ที่สํานักงาน คณะกรรมการพิ เ ศษเพื่ อ ประสานงานโครงการอั น เนื่ อ งมาจาก พระราชดําริ สํานักงาน กปร. ไดประสานงานและใหการสนับสนุน กวา โครงการ เพื่อพัฒนาชีวิต ความเปนอยูใหแกราษ ร ทั้งการพัฒนาแหลงนํา้ การเกษตร การสงเสริมอาชีพ คุณภาพชีวิต การคมนาคมและอื่นๆ ทั้งในพื้นที่ชนบทหางไกล ทั้งในเมืองหลวง หรือพื้นที่ใดๆ ก็ตามใหไดมีโอกาสรับความชวยเหลือ สนับสนุน ในการพั ฒ นาให ส ามารถใช ชี วิ ต ได อ ย า งสมบู ร ณ อั น นั บ เป น พระมหากรุณาธิคุณอยางหาที่สุดมิได


เร่อง : ดร.พ น า ุขก าพ : หอ ดหมายเหตุแหง าต

บรรณานุกรม

กรุงเทพมหานคร. พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวกับการพัฒนากรุงเทพมหานครตามโครงการพระราชดําริ กรุงเทพ บริษัทอมรินทรพริ้นติ้ง แอนด พับลิซชิ่ง จํากัด มหาชน ๒๕๓ การทองเที่ยวแหงประเทศไทย. พระรมเกลาของชาวไทย กรุงเทพ บริษัทดานสุทธาการพิมพ จํากัด ๒๕๓ คณะกรรมการจัดทําหนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจาอยูห วั เนือ่ งในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบและมหามงคล สมัยการพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก. นบองคภูวดี ภูมิพล กรุงเทพ โรงพิมพจุ าลงกรณมหาวิทยาลัย ๒๕๓๑ สกุลไทย. ๓ ป กปร. รวมรวมใจสานงานพระราชดําริ เพื่อประโยชนสุขสูปวงประชา กรุงเทพ บริษัท อักษรโสภณ จํากัด ๓ สิงหาคม ๒๕๕ สํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวกับงานพัฒนา กรุงเทพ บริษัท โรงพิมพกรุงเทพ จํากัด ๒๕๓ สํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพือ่ ประสานงานโครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดําริ แนวคิดและทฤษ กี ารพัฒนาอันเนือ่ งมาจากพระราชดําริ ในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว กรุงเทพ บริษัท ๒๑ เซ็นจูรี่ จํากัด ๒๕ สํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อันเนื่องมาจากพระราชดําริ กรุงเทพ บริษัท รุงศิลป การพิมพ ๑ ๒๕ ๕

marketplus 47


Market plus 86  

สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ดับเบิ้ล ดี ครีเอชั่น...