Page 1

เพลงกล่ อมเด็ก เนือ้ หาสาระ

เพลงกล่อมเด็ก เป็ นเพลงที่ร้องเพ่อกล่อมให้เด็กนอนหลังได้ไวขึ้น เพลงกล่อมเด็กในทุกๆ ภาคของ ประเทศไทยมีเนื้ อหาคล้ายกัน คือ มีการปลอบการขู่ เพื่อให้เด็กนอนหลับ และยังสะท้อนสภาพสังคมในแต่ละ ท้องถิ่นอีกด้วย ลักษณะของเพลงกล่อมเด็กภาคต่ าง ๆ ๑.ลักษณะของเพลงกล่อมเด็กภาคกลาง ลักษณะเนื้อหาของเพลงกล่อมเด็กภาคกลางโดยทัว่ ไปมีเนื้ อร้อง คล้ายบทร้อยกรองแต่ในวรรคแรกมักกล่าวถึง สิ่ งที่นาำ มาขับกล่อม และ ลงท้ายด้วยคำาว่า “เอย” “เจ้านกเขา เอย” “เจ้านกเอี้ยงเอย” “เจ้ากาละเกดเอย” “เจ้านกกาหว่าเอย” ฯลฯ เช่น นกเอี้ยงเอย ควายกินข้าว ไปจับต้นโพธิ์ จับต้นแค จับต้นข่า จับต้นตะไคร้ จับต้นขิง

มาเลี้ยงความเฒ่า นกเอี้ยงหัวโต หัวโตแล้วแล เหลียวแลลงมา เขาด่าแม่ให้ ร้องไห้หงิง หงิง เขายิงเอาตาย

๒.ลักษณะของเพลงกล่อมเด็กภาคอีสาน ลักษณะเนื้อหาของเพลงกล่อมเด็กภาคอีสานโดยทัว่ ไปมีเนื้ อร้องคล้ายบทร้อยกรองแต่ถอ้ ยคำาแสดงถึง ลักษณะของท้องถิ่นเช่นเดียวกับเพลงกล่อมเด็กของท้องถิ่นอื่นๆ เพลงกล่อมเด็กอีสานในบางท้องถิ่น เรี ยกว่า เพลงกล่อม เพลงสอนสาเด้อ เพลงกล่อมเด็กอีสานมักจะเริ่ มต้นวรรคแรกด้วยคำาว่า “นอนสาเหล่า หลับตา แม่ซิกล่อม “นอนชะเด้อหล่า นอนสา แม่สิกล่อม” ฯลฯ เช่น


นอนสาหล่าหลับตาแม่ซิกล่อม แม่ไปไฮ่สิเอาไข่มาหา แม่ไปนาสิ เอาลามาต้อน แม่เลี้ยงหม่อนอยูป่ ่ าสวนหม่อน แม่ไปไฮ่เห็นไก่เขี่ยมา แม่ไปนาเห็นควายกินกล้า เห็นกระแตไต่ขอน จอนฟอนไต่ไม้ส่าว แม่หม้ายเฮ็ดเพศเหลือตัว ำ าห้อยแกว่งฝาเฮือน หมากน้าเต้ ๓. ลักษณะของเพลงกล่อมเด็กภาคใต้ ลักษณะของเนื้ อหาเพลงกล่อมเด็กภาคใต้โดยทัว่ ไปจะใช้ถอ้ ยคำาง่าย ๆ มีเสี ยงคล้องจองกันแต่ไม่ได้บงั คับ ลักษณะสัมผัส สามารถยึดหยุน่ ได้ตามทำานองของผูข้ บั กล่อม เพลงกล่อมเด็กภาคใต้ในแต่ละท้องถิ่น อาจเรี ยกชื่อแตกต่างกัน เช่น เพลงชาน้อง เพลงร้องเรื อ หรื อน้องนอน เพลงกล่อมเด็กภาคใต้โดยทัว่ ไป วรรคแรกของเพลงกล่อมเด็กภาคใต้โดยทัว่ ไป วรรคแรกของเพลงกล่อมเด็กมักขึ้นต้นด้วยคำาว่า “ฮาเอ๊อ” หรื อ “ฮาเหอ” เช่น ฮาเหอ...เมรี เหอ มือขวาอุม้ น้อง เวลาน้องร้องไห้ มือซ้ายระคองอุม้ ลูกไก่

เมรี ร่วมห้อง มือซ้ายประคองอุม้ ลูกไก่ เก็บดอกไม้มาโลมเจ้าทรามวัย สายสุ ดใจร้องหาพระมารดา เหอ....

๔.ลักษณะของเพลงกล่อมเด็กภาคเหนือ ลักษณะเนื้อหาของเพลงกล่อมเด็กภาคเหนือโดยทัว่ ไปเรี ยกว่า เพลงอื่อ เพลงกล่อมเด็ก ภาคเหนือมีลกั ษณะ สัมผัสและจำานวนคำาไม่แน่นอน ขึ้นอยูก่ บั ผูร้ ้องกล่อม เนื้อหาของเพลงมักมี คำาว่า “อื่อ...” หรื อ “จา” แทรกอยูใ่ นวรรคแรกและวรรคสุดท้ายของเพลงกล่อมเด็ก เช่น้ ี อื่อ...จา

แม่ไปนานอกบ้าน


ไปเก็บหม่าซ่านใส่ซา้ เคียนเอว น้องอย่าไปให้ออ้ น

ไปคุดมันแก๋ วใส่ ซา้ มาต้อน เดี๋ยวจะเอาไม้คอ้ นบุ๊บหัวเด้อ

ความหมาย แม่ไปนานอกบ้าน ไปเก็บลูกซ่านใส่ ตะกร้าผูกเอวมา และ ไม่ขดุ มันเทศใส่ ตะกร้ามาด้วย อย่าร้องไห้เดี๋ยว เอาไม้ตีหวั นะ การศึกษาเพลงกล่อมเด็ก เพลงกล่อมเด็กในแต่ละภาค แม้จะมีจุดหมายที่เหมือนกัน คือ ช่วย กล่อมให้เด็ก นอนหลับไวขึ้น แต่สาระสำาคัญของเนื้ อเพลงมักแสดง อารมณ์สะเทือนใจและความทุกข์ยากของผูใ้ หญ่ที่สมั พันธ์กบั วิถีชีวิต ของ บุคคล ในท้องถิ่นนั้น ๆ และยังสะท้อนความคิด และสภาพสังคมของ แต่ละท้องถิ่นหลายประการ ดังนี้ ๑.เพลงกล่อมเด็กส่วนใหญ่มกั นำาธรรมชาติที่มีอยูใ่ กล้ตวั มาร้อง เพื่อปลอบและขู่บา้ งในบางเพลง การนำาธรรมชาติ มาร้องเป็ นเพลงกล่อมนอกจากจะช่วยทำาให้เด็กเกิดความรู ้สึกคล้อยตาม กลัว และยอมนอน ง่ายขึ้นแล้ว ยังแสดงภูมิปัญญาของผูร้ ้องที่สามารถนำาธรรมชาติมาใช้ได้อย่างเหมาะสม เช่น เพลงกล่อมเด็กภาคกลาง ตุ๊กแก อ้ายตุ๊กแกเอย ตัวมันลายพร้อมพรอย งูเขียวตัวน้อย ห้อยหัวลงมา เด็กน้อยยังไม่หลับ กินตับเสี ยเถิดวา อ้ายตุ๊กแกเอย เจ้าเคยแล้วหรื อ มารอยูไ่ ด้ เอากำาไลไปเถิดเอย

แมวหง่ าวเอย ำ ามั ำ นมา ค่าค่

แมวหง่ าว ทางทางเลื้อยดิน ลักปลาเขากิน


ใครนอนไม่หลับ

กินตับเสี ยเถิอหวา

เพลงกล่อมเด็กภาคเหนือ ลับก็ลบั เหียเต๊อะหนา ลับสองต๋ า แม่จะไปนานอกบ้าน แม่จะไปเก็บหม่าซ่านใส่ ซา้ มาหา เก็บไข่แม่ด๋าใส่ซา้ มาต้อน อ้ายน้องน้อยน้อยอย่าไปให้สะอี๊อืดอ้อน เดี๋ยวก็ถูกไม้คอ้ นก็นอนจา อื่อ....จา ความหมาย นอนหลับตาชะ นอนหลับสองตา แม่ไปนานอกบ้าน แม่จะเก็บลูกซ่านใส่ ตะกร้ามาให้ เก็บ ไข่แมงดาใส่ ตะกร้ามาให้ ลูกน้อยอย่างร้องไห้เดี๋ยวถูกไม้คอ้ นตีนะ

เพลงกล่อมเด็กภาคใต้ นกเขาเหอ พ่อเราเห็นแท่น ยกโหกขึ้นแขวน ใส่ แหวนไปแลโนรา ำ โลกร่ าโลกร้ องไม่ขอ้ งใจ แล่นตามสี ไหมไปดีหวา สี ไหมหัวผ้า หน้าน้องส่ องกว่าหวัน ความหมาย การลุ่มหลงต่อมหรสพ คือ โนรา จนไม่ยอ่ ม ทำางาน (เอาหูกที่ทอผ้าขึ้นแขวนค้างไว้) และละเลยหน้าที่ที่รับผิดชอบ ทำาให้ผทู้ ี่เกี่ยวข้องพลอยเสี ยหายไปด้วย เพลงกล่อมเด็กภาคอีสาน ขี้โก๋ หางก้อม ขี้กะปอมหางกิ้น หามาก้อยกินกันหื ดกันซาง นอนเดอนายยายสิ เมือนา สิ เข้าป่ าไปนาอีกไกล นอนไว ๆ หลับตาไว ๆ อื่อ อื้อ อือ อือ


ความหมาย จิ้งเหลนหางด้วน กิ้งก่าหางสั้น หามาพล่ากินกันโรคหื ดและโรคซาง (เด็กลักษณะพุงโร ท้องโต กันปอด) นอนหลับให้สบาย นอนซะ ยายจะไปนา จะเป่ าไปอีกไกลนอนไว ๆ หลับตาไว ๆ ๒. เพลงกล่อมเด็กส่วนใหญ่สะท้อนสภาพสังคมและวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นในหลายแง่มุม ทั้งด้านสภาพ การดำารงชีวิต ความเป็ นอยู่ สภาพเศรษฐกิจ ขนบธรรมเนียมประเพณี และค่านิยมด้านต่าง ๆ มากมาย เพลงกล่อมเด็ก ในแต่ภาคย่อมแสดงอัตลักษณ์เฉพาะท้องถิ่นที่แตกต่างกันไป เช่น เพลงกล่อมเด็กภาคกลาง เจ้างานประเสริ ฐเอย ขวัญเจ้าเกิดในดอกบัว แม่เลี้ยงเจ้าไว้ หมายว่าจะได้เป็ นเพื่อนตัว ทูนหัวฤาลูกน้อย เจ้างามประเสริ ฐเอย ขวัญเจ้าเกิดในดอกพลับพลึง แม่เลี้ยงเจ้าไว้ หมายจะได้พึงเอวกลึงฤาลุกน้อย เพลงกล่อมเด็กดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมของสังคมในภาคกลางโดยทัว่ ไป มุ่งปลูกฝังค่านิยม และ อบรมสัง่ สอนให้ลูกหลานมีความกตัญญูต่อบุพการี และ เป็ นที่พ่ งึ สำาหรับพ่อแม่ เมื่อยามแก่เฒ่า เพลงกล่อมเด็กภาคเหนือ อื่อ... จา อื่อ.....จา ลับตำาหลวงเต้ากิ่งก้อย แม่อื่อจาอื่อจา แม่นายไปนาดอนดง ำ ไ้ ปมา แม่ก๋ายกยู อื่อ....

ลับเสี ยสองเต๋ า ลับเหยเต๊อะหนา ลับเตี้ยน้อยเตี้ยน้อย ป้ อนายไปไฮ่บ่มา หื้ อเจ้าลับอู่ ลับกะลับสองต๋ า ลับเหี ยลูกน้อย (กมล การกุศล, ๒๕๒๗:๕๒-๕๓)


คำาศัพท์ เต๋ า เต๋ าหลวง เตี้ยน้อย ป้ อนาย แม่นาย ไฮ่ ยกยู้ ลับต๋ าหลวงเต้ากิ่งก้อย ลับ

หมายถึง หมายถึง หมายถึง หมายถึง หมายถึง หมายถึง หมายถึง หมายถึง หมายถึง

ตา ตาโต ทีละน้อย พ่อของเด็ก แม่ของเด็ก ไร่ ผลักไปผลักมา ขอให้ตาที่ลืมโพลงอยูน่ ้ นั หรี่ หลับลง หลับ

เพลงกล่อมเด็กดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคมชาวไทยภาคเหนือที่ประกอบอาชีพทำาไร่ ทำานา สภาพสังคม โดยทัว่ ไปพ่อและแม่จะต้องออกไปทำาไร่ ทาำ นา ปล่อยให้ปยู่่ าตายายอยูเ่ ฝ้ าบ้าน และ เลี้ยงดูหลานๆจน กว่าพ่อและแม่ของเด็ก จะกลับมา เพลงกล่องเด็กภาคใต้ ฮาเหอ ... น้องนอนเหอ ถางป่ าชายใส พบถ่านไฟเก่า ไม่ทนั ได้เป่ า พบช่อดอกไม้คนลักเลง ไปไหนก็พกเพลงเล่นเหอ

เพลงกล่อมเด็กดังกล่าวสะท้อนค่านิยมของคนภาคใต้ในบางท้องถิ่นเกี่ยวกับการเลือกคู่ครองของ ฝ่ ายหญิง หรื อพ่อแม่ของฝ่ ายหญิง ในภาคใต้ บางชุมชนกล่าวว่า “ผูช้ ายต้องลักวัวเป็ นเล่นโนราได้” เพราะถือว่า ผูช้ าย ที่มีลกั ษณะ ดังกล่าวกล้าหาญ สามารถปกป้ องคุม้ ครองหญิงคนรักได้ ดังนั้น เมื่อไปสู่ขอลูกสาว พ่อแม่ ของฝ่ าย สาวจะถามว่า “รำามโนราห์เป็ นหรื อไม่ ขโมยควายเป็ นหรื อเปล่า” ค่านิยมในการเลือกคู่ครองที่มีลกั ษณะนิสยั นักเลง อาจเป็ นผลที่สืบเนื่องมาจากสังคมในอดีต เพราะ ในดินแดนภาคใต้บางท้องถิ่นเป็ นเมืองหน้าด่านที่มีบทบาทสำาคัญในการรบและป้ องกันบ้านเมือง ผูช้ ายภาคใต้ ส่ วนใหญ่ จึงมีลกั ษณะเข็มแข็ง กล้าหาญ ซึ่งคุณลักษณะ ดังกล่าวคงถูกปลูกฝังอยูใ่ น สามัญสำานึกของชาว โดยทัว่ ไปและคุณลักษณะดังกล่าวก็จะสร้างความเชื่อมัน่ ได้วา่ เมื่อยกลูกสาวให้แล้ว จะรัก ดูแล และปกป้ อง ลูกสาวของตนให้อยูอ่ ย่างเป็ นสุขได้ เพลงกล่อมเด็กภาคอีสาน


นอนสาหล่าหลับตาแม่สิก่อม แม่ไปไฮ่สิเอาไข่มาหา แม่ไปนาสิ เอาปลามาต้อน แม่เลี้ยงหม่อนอยูป่ ่ าสวนหม่อน แม่ไปไฮ่เห็นไก่เขี่ยมา แม่ไปนาเห็นควายกินกล้า เห็นกระแตไต่ขอน จอนฟอนไต่ไม้สาว แม่หม้ายเฮ็ดเพศเหลือตัว ำ าห้อยแกว่งฝาเฮือน หมากน้าเต้ เพลงกล่อมเด็กดังกล่าวแสดงทัศนะของคนอีกสานที่มีต่อแม่หม้ายในเชิงตำาหนิวา่ “แม่หม้ายเฮ็ดเพศ เหลือตัว” หรื อกล่าวถึง แม่หม้ายที่มีพฤติกรรมยัว่ ผูช้ าย หรื อให้ท่าผูช้ ายจนออกนอกหน้า ทั้ง ๆ ที่ตนเองก็แก่จน นมยานห้อย โตงเตงแล้ว ซึ่งในเพลงกล่อมเด็ก ได้เปรี ยบเทียบทรวดทรงของแม่หม้าย ำ าที่หอ้ ย โตงเตงแกว่งอยู่ ข้างฝาบ้าน กับลูกน้าเต้ นอกจากนี้ยงั สะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคมอีสานว่า แม่หม้าย แม่ร้าง มักจะได้รับการดูถูกดูแคลน ว่าเป็ นหญิง ไม่ดีประพฤติปฏิบตั ิตนไม่เหมาะสมกับสถานภาพของตนเองอีกด้วย ๓. เพลงกล่อมเด็กสะท้อนประวัติศาสตร์ นอกจากจะสะท้อนสังคมโดยทัว่ ไปแล้ว เพลงกล่อมเด็ก บาง เพลงยัง สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ที่สมั พันธ์กบั ท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น เพลงพรหมทัตคล้องช้างที่สะท้อน ถึงเมือง นครนายกที่เป็ นเมือง หน้าด่านด้านตะวันออกและมีชา้ งมากเมืองหนึ่ง รวมถึงมีเพนียด คล้องช้าง ซึ่งยังปรากฏ ร่ องรอยมาจนถึงปัจจุบนั เช่น เพลงกล่อมเด็กภาคกลาง วันเอ๋ ยวันนี้ ข้ามบึงข้ามบาง เขาก็จบั ตัวได้ พลายแก้วพลายทอง ยกงวงขึ้นพาดงา พลายน้อยช้างหนีกิน พระมารดา

รุ่ งขึ้นพรุ่ งนี้จะไปคล้องช้าง ข้ามเขาพนมทอง เอาใส่ ประจำาลอง พี่นอ้ งทั้งสองเรา พระทนาก็ไหลริ นริ น คิดถึงถิ่น


เคยอยูก่ ลางป่ า เคยกินทั้งกลีบอุบล พ่อพลายน้อยเนื้ อเกลี้ยง คล้องเอยคล้องช้าง สองตาแลชม มือน้องก็ไกวถี่ เก็บช่อมะม่วง เก็บได้ใส่หลังช้าง

กินลูกไม้ไม่มีผล เคยกินแต่ตน้ ทำามะเรี ยง ไม่ได้กลับมาเลี้ยงพระมาดา เขามโนรมย์ ถึงเขานางมโนรมย์ สองก็ไกวชะลอมพลาง มือพี่กไ็ กวห่ าง สอยเอาพวงมะปราง มาฝากนางมโนรมย์

ในลักษณะเดียวกัน เพลงกล่อมเด็กของภาคให้ได้กล่าวถึงเรื่ องราวทางระวัติศาสตร์ ของชุมชน ไม่วา่ จะ เป็ นประวัติ ความเป็ นมาของบ้านเมือง การตั้งชื่อสถานที่ต่าง ๆโดยตรงเหมือนหลักฐานในประวัติศาสตร์ แต่เพลงร้องเรื อก็ถือว่า เป็ น ประวัติศาสตร์ บอกเล่าที่ น่าสนใจอย่างหนึ่งซึ่งสัมพันธ์กบั ชุมชนทั้งในอดีต และปั จจุบนั ดังเช่น ฮาเหอ .... ไปเขาเหอ ทำาบ่วงให้กว้างกว้าง ำ าำ เลือกมาจ่าจ่ คล้องช้ างให้ลูกภูเขาเขียว

ไปตัดหวายเอามาคล้องช้าง คล้องช้างให้ลูกภูเขาเขียว พลายดำาของน้องตัวเดียว ตัวเดียวไอ้พลายดำา เหอ... (นวล ขุนเพ็ชร. สัมภาษณ์ : ๒๕๔๕)

เพลงร้องเรื อข้างต้นกล่าวถึงเรื่ องราวที่เกี่ยวกับช้าง การไปคล้องช้าง แสดงให้เห็นว่าในอดีตบริ เวณ ท้องถิ่นนี้ น่าจะเป็ นที่อยูอ่ าศัย ของช้างจำานวนมาก คำาว่า “พัทลุง” หมายถึง เมืองช้างหรื อเมืองที่เกี่ยว กับการช้าง และพัทลุงยังเป็ นเมืองที่มีประวัติความเป็ นมา ยาวนาน ในอดีตเคยเป็ นเมืองที่รุ่งเรื อง และเป็ นเมือง แห่ งนักรบ เพราะพัทลุงเคยเป็ น ส่วนหนึ่งใน 15 หัวเมืองปั กษ์ใต้ที่อยูใ่ นอำานาจ บังคับบัญชา ของเมือง นครศรี ธรรมราชในสมัยรัชกาลพระรามาธิบดีที่ ๑(อู่ทอง) แห่ งกรุ งศรี อยุธยา ต่อมาในสมัยพระบาท สมเด็จพระพุทธยอดฟ้ า จุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ แห่ งกรุ งรัตนโกสิ นทร์ ได้โปรดฯ ให้เคยเมืองพัทลุง ขึ้นตรง ต่อกลาโหม โดยมีฐานะเป็ นเมืองชั้นโท ต่อมาสมัยพระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้า เจ้าอยูห่ วั รัชกาลที่ ๕ มีการปฏิรูป การปกครองเป็ นแบบมณฑล เทศาภิบาล เมือง พัทลุงได้ถูกจัดให้ข้ ึน กับมณฑล


นครศรี ธรรมราชจนถึง ปี พ.ศ. ๒๔๗๖ จึงเลื่อนฐานะเป็ นจังหวัด (พัทลุง,เอกสารแนะนำา การท่องเที่ยว : ๒๕๔๒ ) เมืองพัทลุง เป็ นเมือง หน้าด่านสำาคัญที่อุดมสมบูรณ์เป็ นจังหวัดที่มีชา้ งป่ ามากมาย และเป็ นแหล่งที่มีการ คล้อง ช้างกันทั้งในงานหลวง และงานราษฏร์ ในสมัยก่อนช้างคือพาหนะที่สาำ คัญในการออกรบ ส่ วนมากที่คล้องช้างไปฝึ กเพื่อการรบนั้นเป็ น พิธีกรรม ที่เกี่ยวข้องกับกษัตริ ย ์ โดยตรง สิ่ งเหล่านี้แม้จะไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนนักต่กแ็ สดงให้เห็นถึง ร่ องรอย ทางสังคม ในอดีตที่สมั พันธ์กบั หลักฐานทางประวัติศาสตร์ (วลาวัลย์ อุดมศิลป์ และ คณะ , ๒๕๔๕ : ๔๑-๔๒) จะเห็นว่าเพลงกล่อมเด็กสะท้อนสภาพสังคมและค่านิยมของชุมชนในแต่ละท้องถิ่นในหลายแง่มุม การ ศึกษา เพลงกล่อมเด็ก ข้างต้นเป็ นส่วนหนึ่งซึ่งเป็ นแนวทางในการศึกษาเท่านั้น และสิ่ งหนึ่งซึ่งมีความสำาคัญ และจะเป็ นพื้นฐาน ในการวิเคราะห์สาระสำาคัญ ของเพลงกล่อมเด็ก คือ การเข้าใจสภาพความเป็ นมา ลักษณะ ของ กลุ่มชน ตลอดจน การเปลี่ยนแปลงของกลุ่มชนนั้น เพื่อเป็ นปัจจัย ในการสนับสนุนการวิเคราะห์เนื้ อหา สาระ ของเนื้อเพลงให้น่าเชื่อถือยิง่ ขึ้น สรุ ปสาระสำาคัญ เพลงกล่อมเด็ก เป็ นเพลงที่ร้องเพื่อกล่อมให้เด็กเกิดความรู ้สึกเพลิดเพลินและนอนหลับไวขึ้ น และเนื้อหา ของเพลง ยังสะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคม ค่านิยม ขนบธรรมเนียมและประเพณี ของท้องถิ่นต่าง ๆ และยังแสดงถึงภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ ของชุมชนนั้น ๆ อีกด้วย

เพลงกล่อมเด็ก  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you