Issuu on Google+

1

แนวคําตอบคดีตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) (คําสั่งที่ ๕๒๓/๒๕๔๗ ระหวาง นายทรงชัย โสภณรัตน กับ กรุงเทพมหานคร)

ศาลปกครองกลางจะรับคําฟองไวพิจารณาไดตอเมื่อไดตรวจคําฟองแลวไดความวา ๑. คดีที่นํามาฟองเปนคดีที่อยูในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองกลางหรือไม ๒. การฟองคดีนี้เปนไปตามเงื่อนไขในการฟองคดีที่กฎหมายกําหนด ๑. ในประเด็นที่วา คดีทนี่ ํามาฟองตอศาลปกครองกลางเปนคดีที่อยูในอํานาจพิจารณา พิพากษาของศาลปกครองกลางหรือไมนั้น เห็นวา ผูฟองคดีฟองวา กทม. ซึ่งเปนราชการสวนทองถิ่นจึงเปนหนวยงานทางปกครองตาม มาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่กําหนด วา “หนวยงานทางปกครอง หมายความวา กระทรวง ทบวง กรม สวนราชการที่เรียกชื่ออยางอื่นและมี ฐานะเปนกรม ราชการสวนภูมิภาค ราชการสวนทองถิ่น ฯลฯ ออกคําสั่งอนุญาตใหกอสรางและดัดแปลง อาคารชุดโดยใชพื้นที่จอดรถเปนรานคาโดยไมชอบดวยกฎหมายซึ่งคําสั่งดังกลาว ๑) เปนการใชอํานาจ ตามกฎหมาย ๒) ของเจาหนาที่ ๓) ที่มีผลเปนการสรางนิติสัมพันธขนึ้ ระหวางบุคคล ๔) ซึ่งมีผลกระทบ ตอสถานภาพของสิทธิหรือหนาที่ของบุคคลคําสั่งอนุญาตดังกลาวจึงเปนคําสั่งทางปกครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติวธิ ีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ทําใหผูฟองคดีซึ่งเปนเอกชนไดรับ ความเดือดรอนโดยไมมีที่จอดรถและเสียคาเชาสถานทีข่ องบุคคลอื่นเพื่อใชเปนที่จอดรถจึงขอใหผูถูก ฟองคดีชดใชคาเสียหายใหแกผูฟองคดีเปนเงินจํานวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยในอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ตั้งแตวันฟองจนกวาจะชําระเสร็จ จึงเปนคดีพพิ าทเกี่ยวกับการที่หนวยงานทางปกครองออก คําสั่งโดยไมชอบดวยกฎหมายที่อยูในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรค หนึ่ง (๓) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธพี ิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ที่กําหนดวา ศาลปกครองมีอํานาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคําสั่งในเรื่องดังตอไปนี้ (๓) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทํา ละเมิดหรือความรับผิดอยางอื่นอันเนื่องมาจากการใชอํานาจตามกําหมาย หรือจากกฎ คําสั่งทาง ปกครอง หรือคําสั่งอื่น หรือจากการละเลยตอหนาที่ตามที่กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติหรือปฏิบัติ หนาที่ดังกลาวลาชาเกินสมควร ๒. ในประเด็นที่วาการฟองคดีนี้เปนไปตามเงื่อนไขในการฟองคดีที่กฎหมายกําหนดหรือไม เห็นวา ๒.๑ โดยที่มาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัตจิ ัดตั้งศาลปกครองฯ กําหนดวา ผูใดไดรับความเดือดรอนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดรอนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได อัน เนื่องมาจากการกระทําหรืองดเวนการกระทําของหนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐหรือมีขอ โตแยงเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองหรือกรณีอื่นใดที่อยูในอํานาจศาลปกครองตามมาตรา ๙ และการ แกไขหรือบรรเทาความเดือดรอนหรือความเสียหายหรือบยุติขอโตแยงดังกลาว ตองมีคําบังคับตามที่


2 กําหนดในมาตรา ๗๒ ผูนั้นมีสิทธิฟองคดีตอศาลปกครอง ขอเท็จจริงจากคําฟองปรากฏวา การที่ผูถูก ฟองคดีอนุญาตใหมีการกอสรางและดัดแปลงอาคารชุดโดยใชพื้นที่จอดรถเปนรานคาทําใหผูฟองคดี ไดรับความเดือดรอนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดรอนหรือเสียหายโดยไมอาจหลีกเลี่ยงไดและการแกไข หรือบรรเทาความเดือดรอนหรือความเสียหายนั้น ตองใหศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งเพิกถอน ใบอนุญาตดังกลาว และบังคับใหผูถูกฟองคดีชดใชคาเสียหายใหกับผูถูกฟองคดีตามมาตรา ๗๒ วรรค หนึ่ง (๑) และ (๓) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ ผูฟองคดีจึงเปนผูมีสิทธิฟองคดีตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึง่ ดังกลาว ๒.๒ โดยที่มาตรา ๔๒ วรรคสองแหงพระราชบัญญัติจดั ตั้งศาลปกครองฯ กําหนดวา ในกรณีที่มีกฎหมายกําหนดขั้นตอนหรือวิธีการสําหรับแกไขความเดือดรอนหรือเสียหายในเรื่องใดไว โดยเฉพาะ การฟองคดีในเรื่องนั้นจะกระทําไดตอเมื่อมีการดําเนินการตามขั้นตอนและวิธีการดังกลาว และไดมีการสัง่ การตามกฎหมายนั้น หรือมิไดสั่งการภายในเวลาอันสมควรหรือภายในเวลาที่กฎหมาย นั้นกําหนด และมาตรา ๔๔ แหงพระราชบัญญัตวิ ิธปี ฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ กําหนดวา ในกรณีที่คําสัง่ ทางปกครองไมไดออกโดยรัฐมนตรี และไมมีกฎหมายกําหนดขั้นตอนอุทธรณภายในฝาย ปกครองไวเปนการเฉพาะ ใหคูกรณีอุทธรณคําสั่งทางปกครองนั้นโดยยื่นตอเจาหนาที่ผูทําคําสัง่ ทาง ปกครองภายใน ๑๕ วันนับแตวันที่ตนไดรับแจงคําสั่งดังกลาว และมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติ ดังกลาว กําหนดวา คูกรณี หมายความวา ผูยื่นคําขอหรือผูคัดคานคําขอ ผูอยูในบังคับหรือจะอยูใน บังคับของคําสั่งทางปกครอง และผูซึ่งไดเขามาในกระบวนพิจารณาทางปกครองเนื่องจากสิทธิของผูนั้น จะถูกกระทบกระเทือนจากผลของคําสั่งทางปกครอง ขอเท็จจริงจากคําฟองปรากฏวา ไมมีกฎหมาย กําหนดขั้นตอนอุทธรณภายในฝายปกครองไวเปนการเฉพาะ ประกอบกับผูฟองคดีไมอยูในฐานะเปน คูกรณีตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัตวิ ิธีปฏิบตั ิราชการทางปกครองฯ และไมมีสิทธิยื่นอุทธรณคําสั่ง อนุญาตใหกอสรางอาคารฯดังกลาวตามมาตรา ๔๔ แหงพระราชบัญญัติวธิ ีปฏิบตั ิราชการทางปกครองฯ ผูฟองคดีจึงไมอยูในบังคับตองอุทธรณคาํ สั่งดังกลาวตามมาตรา ๔๒ วรรคสองแหงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองฯ ผูฟองคดีจึงเปนผูมีสิทธิฟองคดี ๒.๓ ผูฟองคดียื่นฟองภายในระยะเวลาที่กฎหมายกําหนดหรือไม โดยที่มาตรา ๔๙ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ กําหนดวา การฟองคดีตองยื่นฟองภายใน ๙๐ วันนับแตวันที่รู หรือควรรูถึงเหตุแหงการฟองคดี หรือนับแตวนั พนกําหนด ๙๐ วันนับแตวันที่ผฟู องคดีมีหนังสือรองขอ ตอหนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐ และไมไดรับคําชี้แจงจากหนวยงานทางปกครองหรือ เจาหนาที่ของรัฐ หรือไดรับ แตเปนคําชี้แจงที่ผูฟองคดีเห็นวาไมมีเหตุผล แลวแตกรณี เวนแตมีบท กฎหมายเฉพาะกําหนดไวเปนอยางอื่น ขอเท็จจริงจากคําฟองปรากฏวา ผูฟองคดีฟองขอใหเพิกถอน ใบอนุญาตใหกอสรางฯ ที่ออกโดยไมชอบดวยกฎหมาย ซึ่งเปนคดีพิพาทตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ จึงตองยื่นฟองภายใน ๙๐ วันนับแตวนั ที่รูหรือควรรูถึงเหตุ แหงการฟองคดี ตามคําฟองผูฟองคดีกลาวอางวาผูถกู ฟองคดีไดออกใบอนุญาตฯเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๖ จึงถือวาผูฟองคดีไดรูหรือควรรูถึงเหตุแหงการฟองคดีตั้งแตวนั ดังกลาว หรืออยาง ชาที่สุดคือวันที่ผูฟองคดีรองทุกขตอ ครท. คือวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๓๙ เมื่อผูฟองคดีนําคดีมาฟอง


3 ตอศาลปกครองในประเด็นนี้เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ จึงเปนการยื่นฟองคดีเมื่อพนระยะเวลา ตามที่กฎหมายกําหนด สวนคําฟองทีข่ อใหผูถูกฟองคดีชดใชคาเสียหายจากการที่ผูฟองคดีตองเชาสถาน���ี่ บุคคลอื่นเปนที่จอดรถอันเนื่องมาจากการออกคําสั่งของผูถูกฟองคดีนั้น เปนคดีพิพาทตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ โดยที่มาตรา ๕๑ แหงพระราชบัญญัตดิ ังกลาว กําหนดวา การฟองคดีตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) หรือ (๔) ใหยื่นฟองภายใน ๑ ปนับแตวันทีร่ ูหรือ ควรรูถึงเหตุแหงการฟองคดี แตไมเกิน ๑๐ ปนับแตวนั ที่มีเหตุแหงการฟองคดี ขอเท็จจริงจากคําฟอง ปรากฏวา ผูฟอ งคดีไดรูหรือควรรูถึงเหตุแหงการฟองคดีตั้งแตวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๖ หรืออยาง ชาที่สุดคือวันที่ผูฟองคดีรองทุกขตอ ครท. คือวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๓๙ การที่ผูฟองคดีนําคดีมาฟอง ตอศาลปกครองเมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ จึงเปนการฟองคดีเมื่อพนกําหนดระยะเวลาการฟอง คดีตามมาตรา ๕๑ แหงพระราชบัญญัติจดั ตั้งศาลปกครองฯ เชนกัน นอกจากนี้ ในการฟองคดีนี้ ผูฟองคดีมีเจตนาเพื่อใหตนเองมีที่จอดรถในอาคารชุด การ ฟองคดีจึงมิใชเปนการฟองคดีเพื่อประโยชนแกสวนรวมและเหตุที่ผฟู องคดียื่นฟองคดีเมื่อพนระยะเวลา ที่กฎหมายกําหนดก็มิใชเหตุจําเปนอื่นทีศ่ าลปกครองจะรับไวพิจารณาไดตามมาตรา ๕๒ แหง พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ วรรคหนึ่งกําหนดวา การฟองคดีปกครองเกี่ยวกับการคุมครอง ประโยชนสาธารณะหรือสถานะของบุคคล จะฟองคดีเมื่อใดก็ได และวรรคสองกําหนดวา การฟองคดี ปกครองที่ยื่นเมื่อพนกําหนดเวลาการฟองคดีแลว ถาศาลปกครองเห็นวาคดีที่ยื่นฟองนั้นจะเปน ประโยชนแกสวนรวมหรือมีเหตุจําเปนอื่น โดยศาลเห็นเองหรือคูกรณีมีคําขอ ศาลปกครองจะรับไว พิจารณาก็ได ๒.๔ สําหรับคําขอที่ใหศาลมีคําสั่งใหบริษัท ก. รื้อหองที่ทําเปนรานคา และจัดสรางเปน ที่จอดรถดังเดิม อีกทั้งไมใหบริษัทดังกลาวเขามาเกี่ยวของหรือดํารงตําแหนงใด ๆ ในนิติบุคคลอาคาร ชุด เปนกรณีพิพาทระหวางเอกชนกับเอกชน จึงเปนคดีพิพาทในทางแพงไมอยูในอํานาจพิจารณา พิพากษาหรือมีคําสั่งของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคสอง (๓) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล ปกครองฯ ดังนั้น เมื่อผูฟองคดียื่นฟองเมื่อพนกําหนดเวลาที่กฎหมายกําหนด ศาลปกครองจึงไม อาจรับคําฟองไวพิจารณาได ตามมาตรา ๔๔ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ ประกอบกับขอ ๓๐ แหงระเบียบของที่ประชุมใหญตลุ าการในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่กําหนดวาการฟองคดีตอศาลปกครองตองยื่นฟองภายในกําหนดระยะเวลาและหลักเกณฑที่ บัญญัติไวในมาตรา ๔๙ มาตรา ๕๑ และมาตรา ๕๒ และวรรคสองกําหนดวา คําฟองที่ยื่นเมื่อพน กําหนดระยะเวลาการฟองคดีแลว ใหศาลมีคําสั่งไมรับไวพิจารณา และสั่งจําหนายคดีออกจากสารบบ ความ เวนแตศาลเห็นวาคดีนั้นเปนประโยชนแกสวนรวมหรือมีเหตุจําเปนอื่น โดยศาลเห็นเองหรือคูกรณี มีคําขอ ศาลจะรับไวพิจารณาก็ได คําสั่งรับคําฟองไวพิจารณาเปนที่สุด ดวยเหตุผลขางตน ศาลปกครองกลางจึงไมอาจรับคําฟองนี้ไวพจิ ารณาได และตอง จําหนายคดีออกจากสารบบความ


แนวคำตอบม.4