Page 1


เยี่ยมชม ฝั่งธน ชุมชนย่าน กุฎีจีน


บรรณาธิการ Unseen rim Chao Phraya ปัจจุบันคนไทยไม่นิยมชอบไปเที่ยวสถานที่โบราณ หรือ ชุมชนเก่าแก่ เพราะนิสัยของคนไทย มักจะคิดว่า การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์นั้นน่าเบื่อ ไม่มีจุดน่าสนใจ และคนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า “ชุมชนก็ คงเหมือนๆกันทุกที่นั่นแหละ” จึงจะเห็นได้ชัดเจนจากปัจจุบัน นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่ ช่วงวันหยุด หรือเทศกาลวันหยุดต่างๆ สถานที่ที่เป็นที่นิยม เช่น ทะเล น้้าตก ขึ้นดอย การไปเดินตามห้างสรรพสินค้า ใหญ่ๆในเมือง และรวมไปถึงการไปเที่ยวต่างประเทศด้วย ณ เวลานี้ ประเทศที่คนไทยหลายต่อหลายคน อยากไปมากที่สุด ได้แก่ เกาหลีใต้ เป็นต้น ด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้ จึงท้าให้น้อยคนนักที่จะสนใจท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ซึ่งกลับกลายเป็นนักเที่ยวชาวต่างชาติ หันมาสนใจการท่องเที่ยวแบบนี้แทน และเป็นความน่าเสียดายของคนไทย ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีแล้วแต่กลับมองข้ามไป เมื่อประมาณกลางเดือน มีนาคม ที่ผ่านมา ทางทีมงานของเราได้ไปเยี่ยมชม ชุมชนเก่า แก่ริม แม่น้าเจ้าพระยา ย่านฝั่งธนบุรี เป็นชุมชนชาวจีนฮกเกี้ยน ชาวมุสลิม ชาวโปรตุเกส และชาวไทยรวม 6 ชุมชน 3 ศาสนา เรียกขานกันว่า “กุฎีจีน” ชุมชนกุฎีจีนเป็นย่านเก่าแก่ จึงสามารถสะท้อนให้เห็นความงดงามทาง ศิลปะวัฒนธรรม ประเพณี รวมถึงประวัติศาสตร์อันยาวนาน ของย่านกะดีจีน คือ “เสน่ห์” แท้จริงที่ดึงดูด ให้ผู้คนเข้ามาสัมผัสถึงคุณค่าของย่านเก่าแก่แห่งนี้

Unseen rim Chao Phraya


History 5

By: Anintita Wongprachan

Unseen rim Chao Phraya


History

By: Anintita Wongprachan

Unseen rim Chao Phraya 6


วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

ทางเดิน ริม แม่น ้า เจ้า พระยา

History 7

By: Anintita Wongprachan

Unseen rim Chao Phraya


บ้าน หลุยส์ วินเซอร์ History

By: Anintita Wongprachan

Unseen rim Chao Phraya 8


การสารวจเส้นทางในชุมชนกุฎีจีน ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้าเจ้าพระยา บริเวณรอบชุมชนประกอบ ไปด้วย วัด โบสถ์ ศาลเจ้า และมัสยิด ซึ่งเป็นศาสน สถานของที่แสดงให้เห็นว่า แม้จะมีผู้คนหลากหลาย เชื้อชาติอาศัยอยู่ร่วมกันกว่า 200 ปี แต่ว่ากลับอยู่ ร่วมกันอย่างสันติ รักใคร่สามัคคีกลมเกลียว และของ ขึ้นชื่อในชุมชนนี้คือ ขนมฝรั่งกุฎีจีน ในปัจจุบันมี บ้านที่ทาเหลือเพียงแค่2หลังเท่านั้น คือบ้านธนูสิงห์ กับบ้านหลานป้าเป้า

Page.9

นางสาวกนกพรรณ จงเกษมวงศ์


วัดซางตาครู้ส เป็นวัดนิกาย โรมันคาทอลิก มีอายุเกือบร้อย ปีตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้าเจ้าพระยา ภายในประดับประดาด้วย กระจกสีที่แสดงประวัติของ พระเยซุอย่างสวยงาม นางสาวกนกพรรณ จงเกษมวงศ์

Page.10


วัดกัลยาณมิตร สร้างตั้งแต่พ.ศ.2368 โดยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ได้อุทิศที่ดินสร้างขึ้นเป็นวัด และได้น้อมเกล้าฯ ถวายแด่รัชกาลที่ 3 ซึ่งท่านก็ได้พระราชทานนามให้ว่า วัดกัลยาณมิตร และทรงสร้างพระวิหาร หลวงและพระประธานในวิหารหลวง คือหลวงพ่อโต หรือพระพุทธไตรรัตนนายก หรือเรียกแบบจีนว่าซาปอกง โดยทรงมีพระราชประสงค์ให้เป็นพระพุทธรูปใหญ่อยู่ริมแม่น้าแบบเดียวกันกับที่ วัดพนัญเชิง ที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา


ศาลเจ้าเกียนอันเก๋ง (ศาลเจ้าแม่กวมอิม)มีองค์พระประธานเป็นเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือ ของชาวจีนในแถบนั้นมาก ในปัจจุบันศาลเจ้าแห่งนี้อยู่ในความดูแลของตระกูล สิมะเสถียร

กุฎีขาว หรือมัสยิดบางหลวง สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 และเป็นมัสยิดทรงไทยแห่งเดียวของโลก


People

ชุมชนกุฎีจีน กุฎีจีน หรือ กะดีจีน เป็นย่านชุมชนเก่าแก่ของชาวจีนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้าเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรีตรงข้ามกับปากคลองตลาด ซึ่งมีศาลเจ้าเกียนอันเกง เป็นที่เคารพสักการะของคนใน ชุมชนตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ความสัมพันธภาพภายใต้ความแตกต่างของเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมของคนในชุมชน ที่ประกอบไปด้วยชาวจีน อินเดีย ยุโรป และชาวตะวันตก ที่อยู่ ร่วมกันอย่างสมานฉันท์มาเป็นเวลานานกว่า 200 ปี บรรพบุรุษของชาวกุฏีจีนประกอบไปด้วยผู้คนหลายเชื้อชาติและต่างศาสนา ทั้งชาว คริสต์ที่อพยพตาม”บาทหลวงยาโกเบ กอรร์”มาจากเขมร ชาวคริสต์เชื้อสายโปรตุเกสที่อพยพ ตาม “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช”มาจากกรุงศรีอยุธยา และชาวจีนจากกรุงศรีอยุธยาที่ อพยพมาในยุคแรกของการสร้างกรุงศรีอยุธยา


ตามบันทึกประวัติศาลเจ้าเกียนอันเกง บันทึกว่ากุฎีจีนสร้างในสมัยกรุงธนบุรีโดย ชาวจีนที่ตามเสด็จพระเจ้าตากสิน เดิมมี 2 ศาล คือ ศาลเจ้าโจวซือกง และศาลเจ้า กวนอู ต่อมาเมื่อรัชกาลที่ 1 ย้ายพระนคร ไปกรุงเทพ คนจีนเหล่านี้จึงอพยพไปรวม กับพวกที่ย่านตลาดน้อยและส้าเพ็ง ศาล เจ้าจึงถูกทิ้งร้าง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 จึงได้บูรณะรวมกันเป็นศาลเดียวกันแล้ว อัญเชิญเจ้าแม่กวนกิมมาประดิษฐานให้ ชื่อ ว่า ศาลเจ้าเกียนอันเกง ศาลเจ้านี้จึงเป็น ร่องรอยของชุมชนในย่านกุฎีจีน ที่มาของ ชื่อ “กุฎีจีน” นี้น่าจะมาจากที่ บริเวณนี้มีชาวจีนอยู่มาก่อน และมีศาลเจ้า ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมคลองกุฎีจีน ปัจจุบัน ศาลเจ้าจีนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่ โดยยังคง สถาปัตยกรรมจีนโบราณ ภายใน ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม ส่วนชาวคริสต์ สร้างโบสถ์ขึ้นชื่อว่า “โบสถ์ซางครูส”

Page.17

นายสมศักดิ์ บัวบานศรี


เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 ใน ปี พ.ศ. 2310 ในครั้งนั้น ชาวคริสต์ในกรุง ศรีอยุธยาต่างหนีกระจัดกระจายไปในที่ต่าง ๆ จนกระทั่งพระยาตากสินกู้อิสรภาพจาก พม่าได้ส้าเร็จ ในปี พ.ศ. 2311 และได้ท้า พิธีราชาภิเษกขึ้นเป็นพระเจ้ากรุงธนบุรี (สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) รวมทั้งได้ ท้าการก่อร่างสร้างเมืองขึ้นใหม่ที่กรุงธนบุรี หรือ บางกอก ซึ่งเป็นชื่อเรียกของ ชาวต่างชาติในสมัยนั้น ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราชโปรดเกล้าฯ ให้ชาวจีนมาตั้ง บ้านเรือนอยู่เหนือคลองกุฎีจีนใกล้วัด กัลยาณมิตร ส่วนชาวคริสต์และโปรตุเกส ตั้งบ้านเรือนรวมกันอยู่ตอนใต้ลงมา


วัดประยุรวงศาวาส

พระอุโบสถวัดประยุรวงศาวาส เป็นสถาปัตยกรรมแบบทรงไทย หน้าบันเป็นลายดอก พุดตาน

พระพุทธธรรมวิเชษฐศาสดา พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปองค์แรกที่นาช่างฝีมือปิดทองเป็นชาวต่างชาติจากประเทศญี่ปุ่น


พระบรมธาตุเจดีย์ เป็นพระเจดีย์องค์ใหญ่ สูง๖๐.๕๒๕ เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง ๕๐ เมตร มีพระเจดีย์เล็ก ๑๘ องค์ เรียงรายรอบพระเจดีย์องค์ใหญ่อยู่ และพระบรมธาตุมหาเจดีย์นี้ เป็นที่ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาอีกด้วย

Page.23

นางสาวกนกพรรณ จงเกษมวงศ์


ประยูรภัณฑาคาร เป็นพิพิธภัณฑ์พระ ที่จัดแสดงพระกรุและของมีค่าที่ค้นพบบนองค์พระบรมธาตุมหาเจดีย์


เขามอ วัดประยุรวงศาวาส เป็นภูเขาจาลอง ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่กลางสระน้า ก่อขึ้นจากหินเป็น จานวนมากให้มียอดเขาลดหลั่นกันตามลาดับ มีชะง่อนผาอันสูงชันลักษณะคล้ายคลึงกับหยด น้าตาเทียน แวดล้อมไปด้วยแมกไม้อันร่มรื่นและพันธุ์ ไม้หายากนานาพันธุ์ เป็นที่ประดิษฐานพระสถูปเจดีย์ พระพุทธปรางค์ พระวิหารหลวงจาลอง สังเวชนีย สถานจาลอง ศาลารายน้อยใหญ่ และนอกจากนี้ยังมี อนุสาวรีย์ปืนสามกระบอก ที่สร้างขึ้นเพื่อราลึกถึง ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปืนใหญ่ที่เอามาทาเป็นไฟ พะเนียงแตกในคราวงานฉลองสมโภชพระอารามเมื่อ พุทธศักราช ๒๓๗๙เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง ๗ คน และได้รับบาดเจ็บเป็นจานวนมาก Page.25

นางสาวกนกพรรณ จงเกษมวงศ์


วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร วัดกัลยาณมิตรวรวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้าเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี เป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่ของ ไทย ซึ่งสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 และถือว่าเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของฝั่งธนบุรี จุดเด่นที่ ส้าคัญคือภายในพระวิหารหลวงประดิษฐาน “พระพุทธไตรรัตนนายก” หรือ “ซ้าปอกง” ที่ พุทธศาสนิกชนนิยมมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ ต้นสกุล กัลยาณมิตร ได้อุทิศบ้านและที่ดินบริเวณใกล้เคียง สร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2368 และน้อม เกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวงซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระราชทานนามว่า “วัดกัลยาณมิตร” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาและทรงสร้างพระวิหารหลวงและ พระประธานพระราชทานเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ชื่อพระพุทธไตรรัตนนายกหรือหลวง-พ่อ โตซึ่งเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงโดย เฉพาะในหมู่ชาวจีนเรียกชื่อแบบจีนว่า ซ้าปอฮุดกง หรือ ซ้าปอกง เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถเป็นที่ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ (ป่าเลไลย์) ซึ่งเป็นวัดเดียวในประเทศไทยที่มีพระ ประธานเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงพุทธประวัติและ แสดงชีวิตชาวบ้านในสมัยรัชกาลที่ 3 และยังมีหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติเป็นที่เก็บ พระไตรปิฎกสมัยรัชกาลที่ 4 ส่วนส้าคัญอีกอย่างคือหน้าวิหารหลวงเป็นหอระฆังที่เพิ่ง สร้างใหม่ เก็บระฆังยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นายสมศักดิ์ บัวบานศรี

Page.32


สถานะและที่ตั้ง วัดกัลยาณมิตร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรมหาวิหาร เป็นวัดขนาดใหญ่ตรงปากคลองบางกอกใหญ่ หน้าวัดอยู่ติดแม่น้าเจ้าพระยาตรงข้ามกับโรงเรียนราชินี ตั้งอยู่เลขที่ ๓๗๑ แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรีกรุงเทพมหานคร มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๓๓ ไร่ ๑ งาน ๑๘ ตารางวาเขตวิสุงคามสีมา หรือบริเวณพระอุโบสถ ด้านกว้าง ๓๑.๗๕ เมตร ด้านยาว ๔๑.๕๓ เมตร ส่วนบริเวณของวัดโดยรอบ ทิศตะวันออกยาว๒๖๒ เมตร มีคูข้างวัดเป็นเขตติดต่อกับเนื้อที่ บ้านราษฎร ทิศตะวันตกยาว ๒๖๖ เมตร มีเขื่อนข้างวัดเป็นเขต ติดต่อกับคลองบางกอกใหญ่ ทิศเหนือยาว ๒๐๖ เมตร มีเขื่อนหน้าวัดเป็นเขต ติดต่อกับแม่น้าเจ้าพระยา ทิศใต้ยาว ๒๑๖ เมตร มีคูข้างวัดเป็นเขตติดต่อกับเนื้อที่ราษฎร และที่ธรณีสงฆ์ของวัดบางส่วน

ผู้สร้างวัดและความส้าคัญของวัด ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ เจ้าพระยานิกรบดินทร (เจ้าสัวโต ต้นสกุลกัลยาณมิตร) ว่าที่สมุหนายก ชื่อจีนว่า เต๋า แซ่อึ้ง เมื่อครั้งยังเป็นพระยาราชสุภาวดี เจ้ากรมพระสุรัสวดีกลาง (ชื่อกรมในสมัยโบราณ มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการท้าบัญชีไพร่พล ตลอดจนการเกณฑ์ชายฉกรรจ์เข้ามาฝึกอาวุธและวิชาการรบ เพื่อเป็นก้าลังส้ารองเวลา บ้านเมืองมีศึกสงคราม) ได้อุทิศที่บ้านและซื้อที่ดินบริเวณใกล้เคียงเพิ่มเติมเข้าด้วยกันเพื่อสร้างพระอาราม ที่ดินบริเวณที่จะสร้าง วัดกัลยาณมิตรนี้เดิมในสมัยกรุงศรีอยุธยาไม่มีดิน เป็นแม่น้าดอนขึ้น ครั้งกรุงธนบุรีเป็นที่จอดแพได้ ครั้นนานวันผันกลับดอน เป็นดิน กลายเป็นที่ตั้งบ้านเรือนของพ่อค้าชาวจีนฮกเกี้ยนที่ได้รับพระราชทานที่ดินจากพระมหากษัตริย์ไทย เช่น หลวงพิชัยวารี (เจ้าสัวมั่ง แซ่อึ้ง) บิดาของเจ้าพระยานิกรบดินทร ชุมชนย่านนี้นอกจากชาวจีนแล้ว ยังเป็นที่อยู่อาศัยของทั้งชาวโปรตุเกส ชาว มุสลิม ชาวไทย และยังมีพระภิกษุจีนพ้านักอยู่ด้วย ชาวบ้านจึงเรียกย่านนี้ว่า ชุมชนกะดีจีน หรือกุฎีจีน

Page.33

นายสมศักดิ์ บัวบานศรี


วัดกัลยาณมิตรเป็นวัดที่มีความงดงามในด้านศิลปกรรมงานช่างทั้งแนวคิดและรูปแบบ ศิลปกรรมภายในวัดมีความหลากหลาย เป็นการผสมผสานศิลปกรรมแบบประเพณีนิยมและศิลปกรรม แบบพระราชนิยม คือการผสมผสานกันระหว่างศิลปะไทยกับศิลปะจีน มีลักษณะเฉพาะที่ถือเป็น เอกลักษณ์ประจ้ารัชกาลที่ ๓ ท้าให้วัดกัลยาณมิตรเป็นพระอารามที่มีโบราณสถาและถาวรวัตถุ ที่ส้าคัญ มีความหลากหลายทางด้านศิลปกรรมงานช่าง


ศาลเจ้ าเกียนอันเกง เป็ นศาลเจ้าจีนใจกลางกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่นา้ เจ้าพระยา ตรงข้ ามกับปากคลองตลาด ตลาดเก่าที่สาคัญที่สุดของบางกอก ซึ่งแทบจะไม่เคยหลับใหลเลยตลอด 24 ชั่วโมง แม้เบือ้ งหน้ าของศาล เจ้าจะเป็ นแม่นา้ เจ้าพระยาที่อกึ ทึกด้ วยเสียงคลืน่ กระแทกฝั่ง ซึ่งเกิดจากเรือยนต์ที่แล่นผ่านไปมาเกือบตลอดเวลา แต่เมือ่ ใดที่ได้ ก้าว เข้ ามาภายในบริเวณศาล กลับจะพบว่ากับที่แห่ งนีเ้ งียบสงบอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกคนที่เพิง่ มาถึงล้วนสามารถสัมผัสได้ ถึงความสงบ และ ดูเหมือนสมาธิในการทางานจะบังเกิดขึน้ โดยพลัน

Page.35

นางสาววรรณิภา พรมผล


อาจกล่าวได้ ว่าความสงบของศาลเจ้า แห่ งนีเ้ กิดจากการไม่จดั การ นั่นคือ ศาลเจ้าแห่ งนีไ้ ม่มกี ารจัดการเชิง พาณิชย์ในลักษณะการโฆษณาชวน เชื่อเพือ่ ให้ ผ้คู นหลัง่ ไหลมากราบไหว้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งไม่มกี ารปลุกเสก วัตถุมงคลให้ เช่ าบูชา หรือจัดรายการ แก้บนใด ๆ ไว้รองรับศรัทธาเช่ นนั้น แต่ในความเป็ นจริงแล้ว ก็อาจกล่าวได้ อีกเช่ นกันว่าความสงบนีเ้ ป็ นผลจาก การจัดการด้ วยวิสัยทัศน์ ที่ดีเยีย่ มของ ผู้ดูแล นั่นคือการจัดการให้ ผ้คู นเข้ าถึง ความสงบและศรัทธาที่บังเกิดจากการ ได้ สัมผัสบรรยากาศด้ วยตนเอง กลิน่ ธูปควัน

นางสาววรรณิภา พรมผล Page.36


ศาลเจ้าแห่ งนีเ้ ต็มไปด้ วยผลงาน ศิลปะอันวิจติ รบรรจงจากฝี มือช่ างใน อดีต ซึ่งยังคงสภาพสมบูรณ์เป็ น ส่ วนมาก โดยในส่ วนที่ชารุดไม่ว่าจาก สภาพธรรมชาติ หรือจากการกระทา จากมนุษย์ จะเห็นได้ ว่ามีการพยายาม ซ่ อมแซมให้ คนื สภาพใกล้เคียงของเดิม ที่สุด ทั้งด้ วยวิธีการและวัสดุแบบดั้งเดิม หรือด้ วยเทคนิคใหม่แต่ทาอย่าง แนบเนียน แต่ถึงกระนั้นก็อาจยังไม่ทัน กาล เพราะที่ผ่านมาเป็ นเพียงการ ซ่ อมแซมตามสภาพมิใช่ การป้องกัน และคุณค่ามหาศาลที่ไม่อาจมีอะไรมา ทดแทนได้ ซึ่งซ่ อนอยู่ภายใต้คราบคร่า กาลังทรุดโทรมลงทุกส่ วนพร้ อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็ นงานแกะสลักไม้ จิตรกรรม ฝาผนังและบนบานประตู ลวดลายปูน ปั้น รวมทั้งระบบโครงสร้ างแบบจีน โบราณ ซึ่งหากได้ มกี ารอนุรักษ์ ตาม วิธีการที่ถูกต้องในคราวเดียวกันสักครั้ง โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ก็อาจชะลอ ให้ ความเสื่อมสลายยืดเวลาออกไปได้ อกี หลายปี

Page.37

นางสาววรรณิภา พรมผล


"ศาลเจ้ ากวนอู"

เป็ นศาลเก่ าแก่ มีประวัตคิ วามเป็ นมากว่า 268 ปี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่ น้าเจ้าพระยาในชุมชม

สมเด็จย่ าใกล้ กับสวนสมเด็จย่ า หลังวัดอนงคารามย่ านคลองสาน ฝั่งธนบุรี ตามตานานเล่ าสื บต่อกันมาว่า ในเก๋ งศาลเจ้ากวนอู มีเจ้าพ่อกวนอูอยู่ด้วยกัน 3 องค์ องค์เล็กสุ ดเป็ นองค์แรกที่เข้ ามาในประเทศไทยราวปี พ.ศ. 2279 ตรงกับสมัยพระเจ้าเฉินหลง ฮ่ องเต้ จักรพรรดิราชวงศ์ ชิง โดยชาวจีนฮกเกีย้ นได้ อัญเชิญมาจากมณฑลฮกเกีย้ นโดยทางเรือ มาประทับอยู่ในเก๋ ง ซึ่งแต่เดิม เป็ นเก๋ งเล็กๆ ต่อมาในปี พ.ศ. 2345 ตรงกับสมัยพระเจ้าเจียชิงฮ่ องเต้ จักรพรรดิราชวงศ์ ชิง ได้ มีผ้อู ัญเชิญเจ้าพ่อกวนอูองค์ กลางมาเพิม่ อีกองค์หนึ่ง พร้ อมติดป้ายชื่อเก๋ งว่า "กวง ตี่ กู เมียว" นางสาววรรณิภา พรมผล Page.38


และต่อมาในปี พ.ศ.

2365

ตรงกับสมัยพระเจ้าเต๋ากวงฮ่ องเต้ จักรพรรดิราชวงศ์ ชิง มีเจ้าสั วชื่อ "นายคงเส็ ง" ได้ บูรณะเก๋ งแห่ งนี้ให้ ใหญ่ ขนึ้ และได้ อัญเชิญเจ้าพ่อกวนอู องค์ที่สามมาประทับร่ วมกันในเก๋ ง รวมเป็ นสามองค์ พร้ อมสร้ างระฆังไว้ หนึ่งใบ ต่อมาในปี พ.ศ.

2444

คณะกรรมการและศิษย์ ได้ ร่วมกัน สร้ างเก๋ งศาลเจ้าหลังใหม่ ขนึ้ เนื่องจาก เก๋ งหลังเดิมชารุด เมื่อสร้ างเสร็จได้ ต้งั ชื่อเก๋ งหลังใหม่ นี้ว่า "กวงตี่ บู่ เชิ่ง เมียว"

สาหรับการบูชาขอพรเทพ ที่นี่จะพิเศษตรงที่ ผู้ที่ขอพรจะต้องไปจับที่เท้ าของเทพเจ้ากวนอูแล้ ว ค่อยอธิษฐาน โดยข้ อห้ ามสาคัญสาหรับสุ ภาพสตรี คือ หากมีร่างกายที่ไม่ สะอาด(มีประจาเดือน) ห้ ามแตะต้องท่ านเป็ นอันขาด

Page.38

นางสาววรรณิภา พรมผล


ติดกับศาลเจ้ากวนอู จะมีบ้านทรงจีนโบราณก่ ออิฐถือ ปูนหลังหนึ่ง มีลวดลายสลักบน กาแพงสวยสดงดงามมาก มีคา ล่าลือว่าบ้ านหลังนี้ เคยเป็ นบ้ าน ของพระเจ้ากรุงธนบุรี แต่บ้างก็ ว่าเป็ น บ้ านของเศรษฐีโรง น้าปลาชื่อว่า “เรือนทั่งง่วนฮะ ” ซึ่งเป็ นตระกูลโรงน้าปลาเก่ าแก่ ที่บรรพบุรุษอพยพมาตั้งแต่ ปลายสมัยรัชกาลที่5

Page.40

นางสาววรรณิภา พรมผล


41

โดย:อนินทิตา วงษ์พระจันทร์

Special topic: ตัวอับเฉา


โดย:อนินทิตา วงษ์พระจันทร์

Special topic: ตัวอับเฉา

42


43

โดย:อนินทิตา วงษ์พระจันทร์

Special topic: ตัวอับเฉา


หินอับเฉาที่

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร โดย:อนินทิตา วงษ์พระจันทร์

Special topic: ตัวอับเฉา

44


Kadeejeen  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you