Page 1

SAVE WATER

& THE EARTH marketing

case

++ study

34 I S S U E

BEYOND STRATEGY & CONSUMER LIFESTYLE MARCH 2562

VOL.5 ISSUE 34

THAILAND'S FIRST FREE E-MARKETING MAGAZINE

SAVE WATER & THE EARTH FREEPIK

it's FREE

++


Fresh - Baked Dairy The Europeans baking kitchen Enjoy a cup of warm chocolate

AnnaNita

SUKH UMVI T So i 1 1 n ear NA NA BTS Sky trai n SUKH UMVIT R d. BKK


01

HOMEROOM

EDITORIAL บรรณาธิการบริหาร

ภาวนา อรัญญิก

EDITORIAL STAFF > หัวหน้ากองบรรณาธิการ > กองบรรณาธิการ

บัณฑิต โชคสิทธิกร กัลชนา ทิชากร ปรัชญ์ พันแสงระวี

> ศิลปกรรม

cymk@bangkok

ADVERTISING STAFF > ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา > กองโฆษณา

วิโรจน์ ธนวัฒน์วาทิน สุนิสา อดุลย์วิทย์

บจ.มาร์เก็ตอินโฟ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 3769/46 เจริญราษฎร์ บางโคล่ บางคอแหลม กทม. 10120 tel.062-4836903 email>>magketing.editor@gmail.com


CONTENTS

INFORMATION

19

8 12

FLASH PODIUM

ANALYSIS

20

30

32

17 20 27 30 32 35

BEHAVIOR CASE STUDY FACTOR DIGITAL LIFE RESEARCH JIGSAW

DATABASE

37 38 39

MOVEMENT

>> FOOD & REAL ESTATE

MOVEMENT

>> IT & AIRLINE

MOVEMENT

>> ETC.


FLASH

ควิกแสบ

กรุงศรี

งาน Asia Pacific Predator League 2019

ควิกแสบให้การสนับสนุนงาน Asia Pacific Predator League 2019 การ แข่งขันทัวร์นาเมนต์ eSports ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจัดขึ้นที่ อาคารนิมิตบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร พร้อมบรรดาขุนพลเกม เมอร์ 26 ทีม จาก 16 ประเทศ ที่มารวมตัวกันชิงความเป็นหนึ่ง กับสองเกม eSports ยอดฮิตอย่าง PUBG และ DOTA2

ฮอนด้า

ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เพิ่มความมั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “Honda SENSING”ที่จะช่วยให้ปลอดภัยจากสถานการณ์คับขันด้วยกล้อง และเรดาร์ตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนนแล้วแจ้งเตือนไปยังผู้ขับขี่ พร้อมทั้งช่วยควบคุมรถในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เปรียบเสมือนเซนเซอร์ที่คอยส่งสัญญาณเตือนให้เรารับมือกับสิ่งที่ไม่คาดคิดาง

ธรรมศาสตร์

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) รับรางวัล Best Bank in Asia/ Pacific Financial Insights Innovation Awards (FIIA) จาก IDC Financial Insights บริษัทวิจัยด้านไอทีชั้นน�ำของโลก ในฐานะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และบริษัทในเครือประสบความส�ำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในการน�ำนวัตกรรมมาใช้ บริหารจัดการกระบวนการปฏิบัติงานอย่างยั่งยืนทั่วทั้งองค์กร

ท�ำสัญญาซื้อธุรกิจของดีดีแคชแบ็ค

รีเบทแมงโก้ (RebateMango.com) เว็บไซต์ช็อปปิ้งออนไลน์พร้อมระบบแคช แบ็คคืนก�ำไรแก่ผู้บริโภค ใช้งานง่าย สนุกสนาน และไม่เหมือนใคร ประกาศ ความส�ำเร็จในการท�ำสัญญาซื้อธุรกิจของดีดีแคชแบ็ค (DeeDee Cashback) ซึ่งจะท�ำให้รีเบทแมงโก้ก้าวขึ้นเป็นผู้น�ำในตลาดช็อปปิ้งออนไลน์ของเมืองไทย อย่างเต็มตัวหลังเริ่มเปิดให้บริการในเมืองไทยเพียงไม่ถึงหนึ่งปี

โตโต้

รับรางวัล

วางตลาดสตรอว์เบอร์รี่

จุนโฮ ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดูบัง จ�ำกัด ผู้น�ำเข้าผลิตภัณฑ์ อาหารและเครื่องดื่มจากประเทศเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามบันทึก ความเข้าใจร่วมกับหน่วยงานของรัฐบาลเกาหลี เพื่อน�ำเข้าสตรอว์เบอร์รี่ภาย ใต้แบรนด์ “คิงส์เบอร์รี่” ส�ำหรับท�ำตลาดในฮ่องกง มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน เวียดนาม รวมถึง ประเทศไทย

รีเบทแมงโก้

หลักสูตรปริญญาโทออนไลน์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จับมือกับ SkillLane บริษัท Online Learning Platform และ Digital Training Platform อันดับหนึ่งของประเทศไทย ร่วม ลงนามบันทึกข้อตกลงในความร่วมมือกันจัดท�ำหลักสูตรปริญญาโทออนไลน์ เพื่อเผยแพร่ความรู้และทักษะของยุคดิจิทัล โดยจะเปิดเผยรายชื่ือหลักสูตร และรายละเอียดเพิ่มเติมในเดือนพฤษภาคม

กรุงศรี

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน)) ประกาศใช้เทคโนโลยีการ พิสูจน์ตัวตนบุคคลด้วยการเปรียบเทียบใบหน้า (Facial Recognition e-KYC) ในการให้บริการเปิดบัญชีเงินฝากที่สาขาของธนาคาร การใช้เทคโนโลยีนี้ เป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนของลูกค้าตาม มาตรฐานสากล เป็นโครงการทดสอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย

คิงส์เบอรี่

ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง

Facial Recognition e-KYC

“โตโต้” อวดโฉม “NEOREST”

โตโต้” ผู้น�ำด้านสุขภัณฑ์ได้รังสรรค์สิ่งใหม่ๆ จนได้มาซึ่ง “NEOREST”“ นวัตกรรมล�้ำสมัยแห่งโลกสุขภัณฑ์ที่เป็นการผสานฝารองนั่งอัตโนมัติเข้ากับโถ สุขภัณฑ์ จนกลายเป็นสุขภัณฑ์อัจฉริยะที่รวมกันเป็นชิ้นเดียว ครบครันด้วย ฟังก์ชันการใช้งานที่ไม่ใช่เพียงแค่มอบความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้ แต่เพื่อ สร้างมาตรฐานใหม่ด้านสุขอนามัยที่สมบูรณ์แบบ

MAGKETING l 8


FLASH

MAGKETING l 9


FLASH

เซ็ปเป้

ดานอน-เซ็ปเป้ วางจ�ำหน่าย “B’lue”

ออลล์ อินสไปร์

บริษัท ดานอน เอสเอ (Danone SA) จับมือกับ บริษัท เซ็ปเป้ จ�ำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมทุนกันวางจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ “B’lue (บลู)” เครื่องดื่มผสม วิตามินที่พร้อมมอบความสดชื่นเหนือใครในแบบ “Be More with B’lue (บี มอร์ วิธ บลู)” โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ ไอเจน (iGen) โดย สร้าง มาตรฐานใหม่ให้กับตลาดเครื่องดื่มในปริมาณน�้ำตาลน้อย

หัวเว่ย

หัวเว่ยได้ยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา คัดค้านการ เห็นชอบมาตรา 889 ของกฎหมายการป้องกันประเทศ ฉบับปี 2562 โดยการ ยื่นฟ้องครั้งนี้ หัวเว่ยต้องการขอให้ศาลมีค�ำสั่งพิพากษาแสดงสิทธิของบุคคลว่า การกีดกันที่พุ่งเป้าไปที่หัวเว่ยนั้นเป็นการกระท�ำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และขอให้ มีค�ำสั่งห้ามกฎหมายกีดกันนี้เป็นการถาวร

โฮมโปร

เปิดตัว 3 บัตรใหม่

เวที “WISDOM OF THE EAST”

กิจกรรม “หมู่บ้านเติบโตด้วยรัก”

นมผงตราหมี โพรเท็กซ์ชัน เนรมิตลานกิจกรรม ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ เป็นหมู่บ้านหมีแสนน่ารักที่ใหญ่ที่สุด “หมู่บ้านเติบโตด้วยรัก” ตอน Share the Love ภายใต้แนวคิด “เพราะเติบโตด้วยรัก…จึงรู้จักแบ่งปัน” ชวน คุณพ่อคุณแม่และน้องๆ ร่วมกิจกรรมตลอดสองวันเต็ม สนุกไปกับกิจกรรม ไฮไลท์ต่างๆ มากมาย ด้วยกิจกรรมเรียนรู้การแบ่งปันแสนสนุก 4 โซน

เนสกาแฟ

กองบริหารการวิจัยและนวัตกรรม ม.บูรพา จัดนิทรรศการ WISDOM OF THE EAST เวทีแสดงผลงานสร้างสรรค์ จากงานวิจัยภูมิปัญญาแห่งภาคตะวันออก จัดเต็มผลงานนวัตกรรมจากภูมิปัญญาท้องถิ่น อาทิ ผ้าจกไทยวน, ผลิตภัณฑ์ จากใบหญ้าแฝก, กี่ไฮบริด, PRIMA Metal Clay, นวัตกรรมสิ่งทอชุมชนบ้าน ปึก จังหวัดชลบุรี พร้อมแลกเปลี่ยนความรู้ด้านงานวิจัยและนวัตกรรม

แคมเปญหนังโฆษณา “มองบน เดอะแฟมมิลี่”

ยิปซัมตราช้างเปิดตัวโฆษณาชุดใหม่ “มองบน เดอะแฟมมิลี่” ภายใต้“ สโลแกน “อุ่นใจ ฟังก์ชันครบ ปกป้องพลัส” ผ่านการบอกเล่าเรื่องของ ครอบครัวคนรุ่นใหม่กับการใช้ชีวิตภายใต้บ้านหลังใหม่ โดยน�ำเสนอเรื่องราวใน มุมมองเจ้าของบ้านที่ใส่ใจ และต้องการสิ่งที่ดีที่สุดส�ำหรับบ้าน พร้อมชูจุดเด่น ความเป็นแบรนด์ที่ลูกค้ามอบความไว้วางใจในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องฝ้ายิบซั่ม

ตราหมี

โฮมโปรจับมือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดตัว 3 บัตรใหม่ บัตรเครดิตกรุงศรี“ โฮมโปร คอร์ปอเรทการ์ด (Krungsri HomePro Corporate Card) บัตรโฮม โปร เฟิร์สช้อยส์ (HomePro First Choice) และ บัตรเมกาโฮม เฟิร์สช้อย ส์ (MegaHome First Choice) พร้อมปรับโฉมใหม่ บัตรเครดิต โฮมโปร วีซ่า แพลทินัม (HomePro Visa Platinum) เจาะกลุ่มแยกตามพฤติกรรมลูกค้า

ม.บูรพา

บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จ�ำกัด (มหาชน) แถลงข่าวการจับมือ พันธมิตรทางธุรกิจยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ฮูซิเออร์ส โฮลดิ้งส์ และ คิวชู เรลเวย์ คัมปะนี พร้อมกับเปิดตัวโครงการ “อิมเพรสชั่น เอกมัย” คอนโดลักซูรี ภาย ใต้สโลแกน BORN TO STAND OUT หวังเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน ด้วยการ ออกแบบที่หรูหรา เพียบพร้อมด้วยสิ่งอ�ำนวยความสะดวกระดับไฮเอนด์

ตราช้าง

กีดกันการขายสินค้า

เปิดตัว อิมเพรสชั่น เอกมัย คอนโดลักซูรี

เปิดตัว ‘คราฟท์ คาเฟ่ โดย เนสกาแฟ โกลด์’

เนสกาแฟ โกลด์ เปิดตัว “คราฟท์ คาเฟ่ โดย เนสกาแฟ โกลด์” ครั้งแรก ในประเทศไทย น�ำประสบการณ์การดื่มด�่ำ “กาแฟคราฟท์” ที่ใส่ใจทุกราย ละเอียด ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวเมล็ดกาแฟพันธุ์อาราบิก้าชั้นดี การคั่วในอุณหภูมิ ที่เหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ จนถึงการปรุงกาแฟชั้นเลิศสไตล์คาเฟ่ หลาก หลายเมนู มาให้คอกาแฟที่หลงใหลในความแตกต่างได้สัมผัส

MAGKETING l 10


FLASH

MAGKETING l 11


PODIUM

โฮมโปรโชว์รายได้รวมปี 2561 รายได้ 66,049 ล้านบาท ก�ำไร 5,612 ล้านบาท บมจ. โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ เผยรายได้ผลประกอบการปี 2561 โกยยอดขายรายได้ รวม 66,049.98 ล้านบาท ก�ำไรสุทธิ 5,612.62 ล้านบาท ตามล�ำดับ เพิ่มขึ้น 2.83% และ 14.86% จากปีก่อน โดยเป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิมของ ธุรกิจโฮมโปร และโฮมโปรที่ประเทศมาเลเซีย รวมถึงการเติบโตของยอดขายจากสาขา ใหม่ทั้งธุรกิจโฮมโปร เมกา โฮม และโฮมโปรที่ประเทศมาเลเซียที่ได้เปิดด�ำเนินการ ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2560 คุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จ�ำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการด�ำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ประจ�ำปี 2561 ว่า บริษัทฯ และบริษัทย่อย ยังคงมีผลการด�ำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้ รวมและก�ำไรสุทธิเป็นจ�ำนวน 66,049.98 ล้านบาท และ 5,612.62 ล้านบาท ตาม ล�ำดับ เพิ่มขึ้น 2.83% และ 14.86% จากปีก่อนหน้า ถึงแม้ว่ายอดขายสาขาเดิมยังคง ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ด้วยผลกระทบของฤดูกาล นอกจากนี้ในไตรมาสที่ 4 บริษัทฯ ไม่ได้รับอานิสงค์จากนโยบาย ช้อป ช่วยชาติ เหมือนปีที่ผ่านมา รวมถึงผลกระ ทบจากโครงการก่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ ซึ่งก่อให้เกิดอุปสรรคต่อ การเข้ามาจับจ่ายใช้สอยของลูกค้า อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้มีการจัดการโดยการเพิ่ม ประสิทธิภาพในด้านต่างๆ เช่น ความสามารถในการขยายอัตราการท�ำก�ำไรขั้นต้นผ่าน การคัดสรรและพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากอย่างยิ่งขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงาน ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายอื่น ปัจจัยที่ท�ำให้บริษัทฯ มีผลประกอบการเติบโตมาจากรายได้รวม จ�ำนวน 66,049.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,815.42 ล้านบาท หรือ 2.83% ซึ่งมาจากรายได้จากการขาย จ�ำนวน 61,580.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,692.66 ล้านบาท หรือ 2.83% โดยเป็นผล มาจากการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิมของธุรกิจ โฮมโปร และโฮมโปรที่ประเทศ มาเลเซีย รวมถึงการเติบโตของยอดขายจากสาขาใหม่ทั้งธุรกิจโฮมโปร เมกา โฮม และโฮมโปรที่ประเทศมาเลเซียที่ได้เปิดด�ำเนินการตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2560 ด้วย นอกจากนี้ โฮมโปร ยังมีรายได้ค่าเช่าและบริการ จ�ำนวน 1,975.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.59 ล้านบาท หรือ 4.14% มาจากรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นจากพื้นที่เช่าภายในศูนย์ การค้ามาร์เกต วิลเลจ และพื้นที่ให้เช่าสาขาใหม่ของสาขาโฮมโปร คุณวุฒิ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของรายได้อื่น จ�ำนวน 2,493.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.17 ล้านบาท หรือ 1.80% มาจากการเติบโตของรายได้ส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้า รวมถึงรายได้จากค่าบริการ “Home Service” ในส่วนของก�ำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ในปี 2561 จ�ำนวน 16,936.77 ล้านบาท เพิ่ม ขึ้น 1,098.21 ล้านบาท หรือ 6.93% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส�ำหรับอัตราก�ำไรขั้นต้น ต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 26.45% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 27.50% โดยเป็นผลมาจากการ ปรับเปลี่ยนของส่วนผสมสินค้ามีไว้เพื่อขายทั้งกลุ่มสินค้าทั่วไป และกลุ่มสินค้า Direct Sourcing รวมถึงการปรับปรุงแผนการจัดซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่องของธุรกิจโฮมโปร

ปี 2561 เปิดสาขาโฮมโปรเพิ่ม 1 แห่ง ที่กัลปพฤกษ์ และ โฮมโปสเอส จ�ำนวน 5 แห่ง ได้แก่ (1) สาขาพาซิโอ กาญจนภิเษก (2) สาขาบิ๊กซี บางนา (3) สาขามาร์เก็ตเพลส นางลิ้นจี่ (4) สาขาเสนาเฟส เจริญนคร และ (5) สาขาเกตเวย์ แอท บางซื่อ ส�ำหรับ เมกา โฮมและโฮมโปรที่ประเทศมาเลเซียยังไม่มีการเปิดสาขาใหม่ในปี 2561 แต่ได้มุ่ง เน้นปรับปรุงประสิทธิภาพ โดย ณ สิ้นปี บริษัทฯ มีสาขาโฮมโปร 82 สาขา และโฮม โปรเอส 8 สาขา เมกา โฮม 12 สาขา และ โฮมโปรที่ประเทศมาเลเซีย 6 สาขา ปี 2561 ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรกมีการขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดย ได้รับแรงกระตุ้นจากการส่งออกและการท่องเที่ยว ในขณะที่ช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจ มีแนวโน้มการชะลอลงเนื่องด้วยจ�ำนวนนักท่องเที่ยวลดลงและภาคการส่งออกที่ได้รับ ผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่เกิดขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกา และจีน รวม ถึงผลกระทบจากฤดูกาลที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 3 ถึง ไตรมาสที่ 4 ท�ำให้ ลูกค้ามีความล�ำบากในการเข้าถึงสาขา นอกจากนี้ราคาพืชผลทางการเกษตรยังทรงตัว อยู่ในระดับต�่ำ และหนี้สินภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงส่งผลต่อก�ำลังซื้อของผู้บริโภค ที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้พยายามเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้น ความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยการออกมาตรการต่างๆ เช่น มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้ น้อย เป็นต้น “บริษัทฯ เชื่อว่าการเติบโตทางธุรกิจที่ได้สร้างคุณค่าให้กับทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า ผู้ถือหุ้น ตลอดจนชุมชนและสังคม จะเป็นปัจจัยส�ำคัญหลักที่ จะผลักดันให้องค์กรเติบโตไปอย่างยั่งยืน อันจะน�ำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ด้วยเช่นกัน”

MAGKETING l 12


PODIUM

บริษัทหลักทรัพย์เคทีบีเปิดตัวแพลทฟอร์ม KTBST SOCIAL TRADING ชาตรี โรจนอาภา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท หลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จ�ำกัด มหาชน ( KTBST) เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัว บริการ KTBST SOCIAL TRADING เป็นรายแรก ของประเทศไทยที่เปิดโอกาสให้นัก ลงทุนได้เข้าสู่สังคมการลงทุน ( Investment Community) ผ่านเทคโนโลยี Social Trading Platform ที่พัฒนาโดย บริษัท สกายเน็ต ซิสเต็มส์ จ�ำกัด ซึ่งเป็นนวัตกรรม การลงทุนในรูปแบบ “เครือข่ายสังคมการลงทุนคุณภาพที่แบ่งปันข้อมูลและความคิด ทางการลงทุนส�ำหรับนักลงทุนออนไลน์” เพื่อยกระดับคุณภาพของสังคม การลงทุน ออนไลน์ ด้วยการสนับสนุนให้เกิดเครือข่ายการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันแนวคิดหรือ กลยุทธ์การลงทุนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในสังคมผ่านการปฏิบัติจริง โดยนักลงทุนที่สนใจใช้บริการ KTBST Social Trading เพียงเปิดบัญชีซื้อขาย หลักทรัพย์กับ KTBST ได้ และเมื่อเปิดบัญชีส�ำเร็จแล้ว ลูกค้าจะสามารถตั้งชื่อผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) ผ่าน www.ktbst.co.th และน�ำไปล็อคอิน เพื่อเข้าระบบ KTBST Social Trading ผ่านแอพพลิเคชั่น SKYNET Stock Trading และลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการได้ 2 แบบ คือ แบบที่ 1 : ทดลองซื้อขายผ่าน ตลาดหลักทรัพย์จ�ำลองโดยไม่ต้องใช้เงินจริง (Skynet Stock Demo) และแบบที่ 2 : ซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยเงินจริง ( Real Account ) ส�ำหรับลูกค้าที่เลือกใช้บริการแบบ Skynet Stock Demo จะสามารถทดลองเรียนรู้ การซื้อขายหุ้นเสมือนจริงได้แบบเรียลไทม์ และสามารถทดลองใช้ทุกฟังก์ชั่นของแอพ พลิเคชั่น ได้แก่ ฟังก์ชั่น Follower และ Master โดยนักลงทุนที่สนใจติดตามการซื้อ ขายของสังคมการลงทุน จะเรียกว่า ผู้ติดตาม หรือ Follower ซึ่งจะสามารถติดตาม ธุรกรรมซื้อ ขาย และเปลี่ยนแปลงค�ำสั่งของนักลงทุนที่สมัครใจจะเปิดเผยรายการ ซื้อขายของตน ซึ่งเรียกว่า ผู้ให้ข้อมูล หรือ Master ได้แบบเรียลไทม์ โดย Follower 1 ท่าน สามารถเลือกติดตาม Master ได้ครั้งละ 1 คนเท่านั้น และเมื่อติดตามแล้ว ระบบจะส่งสัญญาณ Master Signal เพื่อแจ้งเตือนการซื้อขายไปยัง Follower ของ Master แต่ละรายพร้อมกัน เมื่อ Master รายนั้น ๆ มีการส่งค�ำสั่งซื้อขาย ทั้งนี้ Follower สามารถเลือกที่จะกดปุ่มเพื่อ ซื้อ ขาย หรือเปลี่ยนแปลงค�ำสั่งตาม Master หรือไม่ก็ได้ตามดุลยพินิจของตนเอง หรือ Follower สามารถเลือกใช้ค�ำสั่ง Auto Trade เพื่อซื้อขายตาม Master โดยอัตโนมัติทุกธุรกรรมตามสัดส่วนเงินลงทุน ของลูกค้าในระบบทดลองได้ เพื่อให้ Follower ไม่พลาดทุกการซื้อขายของ Master อีกทั้ง Follower ยังสามารถติดตามสถิติการเทรด และดูผลการลงทุนของ Master ทุกรายได้ด้วยวิธีการวัดผลที่เป็นมาตรฐานได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เพื่อเป็นข้อมูล เปรียบเทียบและประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนที่เป็นผู้ติดตามในการเลือก Master เพื่อติดตาม และสามารถเปลี่ยน Master ที่ตนเองต้องการติดตามได้เช่นกัน ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัท นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่นยังอัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นที่โดดเด่นอีกมากมาย ทั้งฟังก์ชั่น Tournament Ranking ซึ่งเป็นระบบจัดการแข่งขัน Stock Trading พร้อมค�ำนวณ

Gain / Win Rate / Drawdown ให้อัตโนมัติได้ในระดับ วัน / เดือน / ปี, ฟังก์ชั่น Analyst Signal แจ้งเตือนซื้อขายตามบทวิเคราะห์เทคนิคของโบรกเกอร์, ฟังก์ชั่น Social Profile บันทึกสถิติจ�ำนวนหุ้นและการเทรด, ฟังก์ชั่น Point Systems มี ระบบสะสม Point ส�ำหรับ Master & Follower ที่มีการซื้อขายอยู่เป็นประจ�ำ, ฟัง ก์ชั่น Chart ใช้ส�ำหรับวิเคราะห์ทางเทคนิคที่มีเครื่องมือทางเทคนิคให้เลือกใช้ได้ มากมายและสามารถวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังได้สูงสุดถึง 35 ปี, ฟังก์ชั่น Volume Conditional Order ตั้งระบบซื้อขายอัตโนมัติ เงื่อนไขด้านราคาและ Volume ที่ ต้องการ, ฟังก์ชั่น Ticker Filter มีระบบ Filter Ticker เลือกดูฝั่ง Buy / Sell หรือ Filter ราคาหุ้นที่เปลี่ยนแปลงขึ้นหรือลงเป็น % ของหุ้นก่อนท�ำการส่งค�ำสั่งซื้อขาย จริงได้, ฟังก์ชั่น Theme & Profile เลือก Theme และ Upload รูปส่วนตัวได้, ฟัง ก์ชั่นรองรับ Algorithm และ AI ได้ในระดับ Machine Learning & Deep Learning โดยต้องเป็นไปเงื่อนไขของตลาดหลักทรัพย์ฯ และหน่วยงานก�ำกับดูแลก�ำหนดไว้, ฟัง ก์ชั่น Trade Value Calculation ค�ำนวณราคาก่อนตัดสินใจซื้อขายหุ้นได้อัตโนมัติ และฟังก์ชั่น Markets Filter จัดอันดับ Gain / Lose ราคาหุ้นในตลาด SET50, SET100 และ mai ส�ำหรับลูกค้าที่เลือกใช้บริการแบบ Real Account หรือการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วย เงินจริง สามารถใช้งานได้ ทุกฟังก์ชั่นที่กล่าวมาข้างต้น ยกเว้นฟังก์ชั่น Follower, ฟังก์ชั่น Master Signal และฟังก์ชั่น Analyst Signal ที่อยู่ระหว่างการรอความ ชัดเจนของเกณฑ์การก�ำกับดูแลจากจากหน่วยงานก�ำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง และพร้อม เปิดให้บริการทันทีที่มีความชัดเจนด้านหลักเกณฑ์การก�ำกับดูแล

MAGKETING l 13


PODIUM

ไฮเนเก้น ศูนย์จุดศูนย์ (Heineken® 0.0) นวัตกรรมเครื่องดื่มมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์ครั้งแรกในไทย เมาด์ ฮา.เก. เมย์โบม์-ฟาน เวิล ผู้อ�ำนวยการแบรนด์ไฮเนเก้นระดับภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เปิดเผยว่า “ไฮเนเก้น 0.0 เป็นเครื่องดื่มมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์ หมักบ่มด้วย ส่วนผสมพิเศษที่ให้รสชาติกลมกล่อมลงตัว ช่วยให้ผู้ดื่มเพลิดเพลินไปกับไฮเนเก้น 0.0 ได้ไม่ว่าจะช่วงใดของวัน ผลิตภัณฑ์นี้ ผลิตขึ้นมาเพื่อให้นักดื่มมีทางเลือกในการดื่ม สังสรรค์ได้ทุกโอกาส และเป็นการตอกย�้ำแนวโน้มวัฒนธรรมที่ให้ความส�ำคัญกับการ ใช้ชีวิตอย่างสมดุล นอกจากนี้ ในฐานะที่แบรนด์ไฮเนเก้นเป็นผู้น�ำในอุตสาหกรรมเบียร์ เราจึงอยากน�ำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีนวัตกรรมออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่ง ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในเรื่องของมาตรฐานคุณภาพด้วยเช่นกัน” เครื่องดื่มมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์ ตรา ไฮเนเก้น 0.0 รองรับทั้งชายและหญิง อายุ 20 ปีขึ้นไป (ที่ถึงเกณฑ์สามารถบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ได้ตามกฎหมาย) ผู้ชื่นชอบ รสชาติเบียร์ แต่ไม่ต้องการได้รับปริมาณแอลกอฮอล์ในช่วงใดช่วงหนึ่งของวัน ไฮเนเก้น ไม่ได้หวังใช้ผลิตภัณฑ์นี้เพื่อการโฆษณา และไม่ต้องการท�ำอะไรที่ผิดต่อกฎระเบียบ หรือกฎหมายในประเทศทั้งนั้น ไฮเนเก้น 0.0 เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ในเนเธอร์แลนด์ สเปนและเยอรมนี ตามมา ด้วยอังกฤษและฝรั่งเศส ขณะนี้มีวางจ�ำหน่ายในตลาด 38 แห่งทั่วโลก ส�ำหรับในเอเชีย สิงคโปร์เป็นประเทศที่ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2018 ที่ผ่านมา และประเทศไทยเป็นแห่งที่สองในเอเชียแปซิฟิค “ไฮเนเก้น 0.0 มีรสชาติที่กลมกล่อมลงตัว ให้ความรู้สึกสดชื่นด้วยกลิ่นผลไม้ และรส สัมผัสนุ่มลึกของมอลต์ แม้ว่าการน�ำเอาแอลกอฮอล์ออกจากเบียร์ไฮเนเก้นปกติง่าย แต่ ก็จะไม่ได้ให้รสชาติที่ดีที่สุดส�ำหรับการเป็นเครื่องดื่มมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์ เราต้องการ ฉีกกรอบแบบเดิมๆ โดยให้โจทย์บรูว์มาสเตอร์ปรุงเครื่องดื่มมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์ที่ ลงตัวที่สุด ไฮเนเก้น 0.0 มีการปรุงสองครั้ง โดยใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติเหมือนกับ ที่ใช้ในการปรุงไฮเนเก้น สูตรออริจินัล โดยมิได้เติมน�้ำตาลเพื่อเพิ่มความหวาน แต่ มีความหวานจากธรรมชาติโดยข้าวบาร์เลย์ ซึ่งให้พลังงานเพียง 69 แคลอรีต่อขวด เท่านั้น เพราะเราเอาแอลกอฮอล์ออกอย่างนุ่มนวลด้วยการกลั่นสุญญากาศ และผสม เข้ากับรสที่เป็นธรรมชาติแท้ ๆ” “เรามองว่า เครื่องดื่มมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์ ตรา ไฮเนเก้น 0.0 เป็นส่วนส�ำคัญที่จะ ช่วยตอกย�้ำ Position ของเราที่มีจุดแข็งในการเป็นผู้น�ำทางนวัตกรรม ดังนั้น การขาย เครื่องดื่มมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์ ตรา ไฮเนเก้น 0.0 ในประเทศไทย ไม่ใช่การน�ำเสนอ ผลิตภัณฑ์ทดแทน แต่เป็นสิ่งที่เสริม เป็นทางเลือกให้นักดื่มเบียร์ ซึ่งคนไทยอาจยังไม่ คุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ และตลาดเครื่องดื่มมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์นั้นเป็นตลาด เฉพาะกลุ่มมาก” ส�ำหรับกลุ่มเป้าหมาย คือผู้ที่อายุถึงเกณฑ์ที่สามารถบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ ตามกฎหมาย ที่ไม่สามารถดื่มแอลกอฮอล์หรืออาจจะไม่ต้องการดื่มในบางเวลา ดังนี้ กลุ่มคนท�ำงาน (Professionals) – การดื่มอย่างมีความรับผิดชอบช่วยเสริมภาพ

ลักษณ์ที่ดีต่อตัวเอง และภาพลักษณ์ที่คนอื่นมอง กลุ่มผู้ปกครองรุ่นใหม่ (Active Parent) – ครอบครัวคือสิ่งส�ำคัญอันดับหนึ่งของ พวกเขา แต่การมีช่วงพักหลังจากที่ได้ดูแลบุตรหลานก็ส�ำคัญส�ำหรับพวกเขาเช่นกัน กลุ่มดูแลสุขภาพ (Health-Conscious) – การรักษาไลฟ์สไตล์ให้มีสุขภาพดีและ รักษาภาพลักษณ์ เป็นสิ่งส�ำคัญส�ำหรับพวกเขา กลุ่มที่มีประสบการณ์ชีวิต (Moderate Experience) – ในช่วงนี้ของชีวิต เป็น ช่วงที่การรักษาสุขภาพเป็นสิ่งส�ำคัญ พวกเขาต้องการสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต รสชาติและ คุณภาพระดับพรีเมียมจึงเป็นสิ่งส�ำคัญ ไฮเนเก้น 0.0 เปิดตัวในรูปแบบกิจกรรมทางการตลาดที่ชื่อว่า “Heineken® 0.0 Barcade” เน้นการที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับเสริมสร้างความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ใหม่แก่ ผู้บริโภค และการแจกผลิตภัณฑ์ตัวอย่างในวงกว้างแก่ผู้บริโภคในพื้นที่ที่สอดคล้อง กับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ พื้นที่ส�ำนักงานต่าง ๆ คาเฟ่และร้าน กาแฟ พื้นที่ที่มีชุมชนคับคั่งช่วงเวลาท�ำงาน เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีประสบการณ์กับเครื่อง ดื่มมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์ ตรา ไฮเนเก้น 0.0 “เราได้วางแผนที่จะใช้สื่อ นอกบ้านทั่วประเทศ และภายในตึกส�ำนักงานในรูปแบบ จอจ�ำนวนกว่า 2,300 จอ นอกจากนี้ เรายังมีภาพยนตร์โฆษณาจากทางเมืองนอก ที่จะออกอากาศทางโทรทัศน์และทางโซเชียลมีเดีย โดยในโซเชียลมีเดียจะมีการใช้ always-on content ในการพูดถึง 0.0 โมเม้นต์และให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ไฮเนเก้น 0.0 โดยกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดที่กล่าวมา เราคาดหวังว่าจะสามารถ เข้าถึงผู้บริโภคได้ถึงจ�ำนวน 16 ล้านคน ตลอดทั้งปี 2562

MAGKETING l 14


PODIUM

Sansiri Tech Forward

ตอกย�้ำ “Thailand’s First Digital Real Estate Developer” แสนสิริประกาศวิสัยทัศน์ Sansiri Tech Forward ทุ่มงบ 600 ล้านบาท ชูเทคโนโลยี เป็นฟันเฟืองส�ำคัญในการด�ำเนินธุรกิจประจ�ำปี 2019 ผ่าน AI , IoT และ Blockchain ควบคู่กับการผนึกก�ำลังกับพันธมิตรชั้นน�ำด้านไอทีของไทยและระดับโลก ร่วมพัฒนา นวัตกรรมเพื่อสร้างคุณค่าให้วงจรธุรกิจ Sansiri Value Chain เพื่อก้าวสู่การเป็น องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ (AI First) ภายในปี 2020 ดร.ทวิชา ตระกูลยิ่งยง ประธานผู้บริหารสายงานเทคโนโลยี บริษัท แสนสิริ จ�ำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2019 แสนสิริเตรียมยกระดับศักยภาพทางด้านเทคโนโลยีครั้ง ใหญ่ ผ่าน 3 กลยุทธ์ด้านเทคโนโลยี ได้แก่ การขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยี AI, IoT และ Blockchain พัฒนาโครงการและบริการให้มีคุณภาพ สร้างความ พึงพอใจให้ ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น การแสวงหาพันธมิตรชั้นน�ำด้านเทคโนโลยี ทั้งในประเทศไทยและทั่ว โลก อาทิ Amazon Web Services, Digital Ventures และ Microsoft ร่วมพัฒนา นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยและเพิ่มประสิทธิภาพในการท�ำงานภายในองค์กร และ การสร้างแพลตฟอร์มการท�ำงานและการให้บริการแบบดิจิทัล ส่งเสริมให้พนักงานมี ความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะพื้นฐานและพร้อมเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อส่งต่อเป็น ประสบการณ์ที่น่าจดจ�ำให้กับลูกค้าอย่างไม่หยุดยั้ง “ปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ ในปีนี้ แสนสิริเร่งเครื่องน�ำ AI , IoT และ Blockchain มาขับเคลื่อน 3 กลยุทธ์ มุ่งยกระดับ การพัฒนาโครงการ (Product) การสร้างสรรค์การบริการ (Service) และการปลด ล็อกประสิทธิภาพการท�ำงาน (Process)” ดร.ทวิชา กล่าว ด้านการพัฒนาโครงการ (Product) แสนสิริก้าวล�้ำไปอีกขั้น ด้วยการยกระดับ เทคโนโลยี Home Automation สู่การเป็น Smart Home กับเทคโนโลยี AI และ IoT ที่สามารถเรียนรู้พฤติกรรมของผู้อยู่อาศัย มอบความสะดวกสบาย ความปลอดภัย ช่วยประหยัดพลังงานและยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างก้าวหน้ามากขึ้น พร้อมศึกษา ความเป็นไปได้ในการร่วมมือกับ Amazon Web Services เพื่อพัฒนานวัตกรรม PorpTech ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ร่วมกันในอนาคต โดยบ้านตัวอย่าง Smart Home ของแสนสิริ วางแผนที่จะเปิดตัวในไตรมาส 3 นี้ แสนสิริเดินหน้าเสริมสร้างความปลอดภัยด้วย Smart Command Centre ศูนย์เฝ้า ระวังอัจฉริยะ จากส่วนกลาง ยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการระบบวิศวกรรม อาคารและความปลอดภัย เสริมสร้างความอุ่นใจให้ลูกบ้านตลอด 24 ชั่วโมง ในทุก โครงการใหม่ทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียมรวม 29 โครงการในปี 2019 พร้อมส่งเสริม ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สานต่อพันธกิจ Green Mission ด้วยเทคโนโลยีตรวจ สอบการใช้น�้ำและพลังงาน และแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ หากมีการใช้งานที่ผิดปกติ ตลอดจนมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต (Well-Being) ของลูกบ้านในทุกมิติ ด้วยการพัฒนา Dust-Free House “บ้านปลอดฝุ่น” สร้างสุขภาพที่ดีให้กับผู้อยู่ศัยทุกคนในครอบครัว ด้านการสร้างสรรค์การบริการ (Service) แสนสิริเน้นย�้ำการสร้างประสบการณ์ที่แตก ต่างให้กับลูกค้าบนโลกออนไลน์ น�ำเทคโนโลยี AI มาศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและ

สร้างคอนเทนต์ ที่ตอบโจทย์ความสนใจของลูกค้าเฉพาะบุคคล (Personalization) และเตรียมเปิดตัว Virtual Sales Gallery จ�ำลองส�ำนักงานขายของโครงการต่าง ๆ มารวมกันไว้ที่ Sale Centre ให้ลูกค้าสามารถเยี่ยมชมหลาย ๆ โครงการได้ในที่เดียว ด้านการปลดล็อคประสิทธิภาพการท�ำงาน (Process) แสนสิริน�ำเทคโนโลยี PropTech มาใช้ในวงจรธุรกิจ Sansiri Value Chain อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะ การบริหารการก่อสร้างออนไลน์แบบครบวงจร รวมถึงติดตามความคืบหน้าการ ก่อสร้าง พร้อมก�ำหนดระยะเวลาและงบประมาณการก่อสร้างได้แม่นย�ำขึ้น ท�ำให้ กระบวนการก่อสร้างโครงการเป็นไปตามระยะเวลาและงบประมาณที่วางแผน ไว้ พร้อมน�ำ Inspection Mobile Apps มาใช้ตรวจสอบโครงการให้กับลูกบ้าน ก่อนส่งมอบ และจับมือกับ Digital Ventures น�ำ Blockchain มาใช้ในการพัฒนา ประสิทธิภาพระบบจัดซื้อจัดจ้างกับกลุ่มคู่ค้าของแสนสิริให้มีความโปร่งใส รวดเร็ว ควบคู่ไปกับการยกระดับเทคโนโลยีการท�ำงาน ผ่านความร่วมมือกับ Microsoft ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีความเป็นดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ มุ่งสนับสนุน ประสิทธิภาพการท�ำงานของบุคคลากรให้มีความคล่องตัวผ่านเทคโนโลยี เพื่อส่งต่อ การบริการคุณภาพ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกบ้านได้รวดเร็วและตรงจุด “ด้วยกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง เราเชื่อมั่นในศักยภาพความเป็น Thailand’s First Digital Real Estate Developer ของแสนสิริ ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการอ สังหาฯ ไทย มุ่งเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบให้กับลูกบ้านในทุกมิติ (Complete your Living Experience) ผ่านเทคโนโลยี Proptech ตลอดปี 2019 และต่อไปในอนาคต” ดร. ทวิชา กล่าวสรุป

MAGKETING l 15


PODIUM

MAGKETING l 16


BEHAVIOR

MAGKETING l 17


BEHAVIOR

MAGKETING l 18


BEHAVIOR

MAGKETING l 19


CASE STUDY

SAVE WATER & THE EARTH

MAGKETING

MAGKETING l 20

++

VOL.34


CASE STUDY

iNTROdUCTION เรื่อง : บัณฑิต โชคสิทธิกร

ยุทธศาสตร์ของผู้ประกอบการสินค้ายักษ์ใหญ่ นอกจากจะปรับตามกระแสพฤติกรรมผู้บริโภคที่ห่วงใยสุขภาพแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นไปตามพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ให้ความสนใจเรื่องราวของแบรนด์สินค้าว่ามีส่วนช่วยดูแลสิ่ง แวดล้อมอย่างไรบ้างมาเป็นโจทย์ข้อหนึ่งในการตัดสินใจซื้อ นับตั้งแต่กระบวนการผลิตสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตช่วยลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการผลิต เพราะ วัตถุดิบและส่วนผสมทุกชนิดที่ประกอบกันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งพฤติกรรมของผู้บริโภคดังกล่าว ถือเป็น โอกาสทางการตลาดที่จะท�ำให้สินค้าที่วางแนวทางนี้เข้าไปเจาะลูกค้าได้มากขึ้น จากเหตุผลดังกล่าว ท�ำให้การปรับเกมการตลาดของหลายๆแบรนด์เริ่มแสดงความชัดเจนในเรื่องของกรีนมาร์เก็ต ติ้งมากขึ้น โดยพยายามแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อการด�ำเนินธุรกิจที่รักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมที่ จับต้องได้ เพื่อปลุกจิตส�ำนึกให้ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนที่ก�ำลังเกิดขึ้น

MAGKETING l 21


CASE STUDY

งานวิจัยของฟอร์ดหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลก ชี้ว่า ตัวเลขประชากรเกือบ 1.8 พันล้านคน หรือประมาณร้อยละ 25 ของประชากรโลก ไม่สามารถเข้าถึงน�้ำดื่ม ที่สะอาดปลอดภัย ในขณะที่ประมาณ 2 ใน 3 ของประชากรโลกอาจจะพบกับปัญหา ขาดน�้ำภายในปี 2025 แต่ละองค์กรที่ริเริ่มโครงการการตลาดสีเขียวที่เกี่ยวกับน�้ำต่างมีแนวทางการด�ำเนิน โครงการที่ต่างต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นเสมือนจุดร่วมหรือมีแนวความคิดตรงกันคือ การตระหนักถึงการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆกับการท�ำประโยชน์เพื่อสังคม โดยรวม หลายองค์กรจึงไม่ละเลยที่จะจัดโครงการโดยรอบโรงงานเพื่อเป็นการดูแลชุมชนรอบ ข้างตามนโยบาย CSR (Corporate Social Responsibility) อีกด้านหนึ่งไปพร้อมๆ กับการเติบโตขององค์กรด้วย

เนสท์ เ ล่ เพี ย วไลฟ์ น�้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ยังได้จัดโครงการอนุรักษ์น�้ำเพื่อพิทักษ์แหล่งน�้ำอย่างยั่งยืน เพื่อโลกตามเจตนารมณ์ของเนสท์เล่ในการเพิ่มพูนคุณภาพชีวิต เสริมสร้างสุขภาพดี สู่อนาคต (Nestlé Purpose of “Enhancing quality of life and contributing to a healthier future) และสานต่อพันธกิจระดับโลกในการลดขยะพลาสติกด้วย โครงการ I am doing it ซึ่งจัดมาแล้วกว่า 8 ปีในการให้ความรู้เรื่องการรีไซเคิลและ คัดแยกขยะพลาสติก พร้อมมอบเสื้อกันหนาวที่ท�ำจากขวดพลาสติกรีไซเคิล นอกจากนี้ เรายังจัดกิจกรรม ให้ความรู้เรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรน�้ำ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนผ่าน “โครงการ เยาวชนพิทักษ์สายน�้ำ” โดยให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์แหล่งน�้ำรอบๆ โรงเรียนให้ แก่นักเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งพัฒนาคนรุ่นใหม่ในการเป็นผู้พิทักษ์ น�้ำ โดยเรายังได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 ที่ผ่านมาอีกด้วย ลูก้า คิโอด้า ผู้อ�ำนวยการบริหารธุรกิจน�้ำดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จ�ำกัด เปิดเผยว่า “น�้ำคือส่วนส�ำคัญของชีวิต ถือเป็นสิ่งจ�ำเป็นส�ำหรับสุขภาพของผู้คนและครอบครัว ชุมชนของเรา และโลกของเรา ในฐานะน�้ำดื่มอันดับ 1 ของโลก ผลิตภัณฑ์น�้ำดื่ม เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมีสุขภาพและอนาคตที่สดใส เริ่มต้น ด้วยการดื่มน�้ำดื่มคุณภาพ ภายใต้วัตถุประสงค์ของแบรนด์ในการเป็น “ผู้น�ำน�้ำดื่ม คุณภาพ ส่งเสริมสุขภาพดีสู่อนาคต” พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คุณพ่อคุณแม่ และ ลูกๆ ดื่มน�้ำเปล่าเป็นประจ�ำด้วยมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวดที่สุด เพื่อเติมความสดชื่น ให้กับร่างกาย อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าเนสท์เล่ เพียวไลฟ์สร้างสิ่งดีๆ ให้กับชีวิตของ ผู้คนในทุกวันนี้ และพิทักษ์แหล่งทรัพยากรในอนาคต” นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมาเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ยังได้จัดกิจกรรม “เยาวชน อนุรักษ์น�้ำ” ต่อเนื่องทุกปี เพื่อตอกย�้ำพันธกิจในการสร้างคุณค่าร่วมกันในสังคมและผู้ บริโภคผ่านการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อบ่มเพาะเยาวชนไทยให้เป็นตัวอย่างที่ดี ต่อสังคมและเยาวชนรุ่นหลังต่อไป ด้วยการให้ความรู้เยาวชนเรื่องความส�ำคัญของการ

ใช้น�้ำอย่างรู้คุณค่าผ่าน 5 ฐานกิจกรรมการเรียนรู้ พร้อมยังเปิดเวทีให้นักเรียนแสดงผล งานการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งน�้ำอย่างยั่งยืนทั้งที่บ้านและชุมชน

ฟอร์ ด ปี 2560 ฟอร์ด ประเทศไทย ได้ส่งมอบ “โครงการน�้ำสะอาดเพื่อชุมชนใน ประเทศไทย” (Thailand Clean Water Community Project) อย่างเป็นทางการให้ กับโรงเรียน 13 แห่ง ในพื้นที่ด�ำเนินงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯ จังหวัดจันทบุรี ในเดือน กุมภาพันธ์นี้ โดยโครงการดังกล่าวได้รับรางวัลชนะเลิศจาก Bill Ford Better World Challenge และได้รับเงินทุนมูลค่า 200,000 เหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 6.9 ล้าน บาท) ซึ่งอาสามัครฟอร์ดในประเทศไทย กว่า 200 คน ได้เริ่มลงพื้นที่จัดท�ำโครงการ ตั้งแต่เดือนตุลาคมในปี 2559 ที่ผ่านมา อาสามัครฟอร์ดในประเทศไทย กว่า 200 คน จากฟอร์ด ประเทศไทย โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง หรือ เอฟทีเอ็ม และผู้จ�ำหน่ายฟอร์ด เอก จันทบุรี ได้ร่วม กับชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดจันทบุรี และมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ตลอด 5 เดือน ที่ผ่านมา ในการสร้างและปรับปรุงระบบน�้ำในชุมชนจังหวัดจันทบุรี รวมทั้งจัดท�ำ ระบบบ�ำบัดน�้ำ สร้างอ่างล้างหน้า และห้องน�้ำ ให้กับโรงเรียน 13 แห่ง ในพื้นที่ด�ำเนิน งานของมูลนิธิศุภนิมิต จังหวัดจันทบุรี ได้แก่ โครงการพัฒนาชุมชนฯ โป่งน�้ำร้อน โครงการพัฒนาชุมชนฯ มะขาม และชุมชนพัฒนาชุมชนฯ แก่งหางแมว เพื่อให้เป็น แหล่งน�้ำสะอาดเพื่อการบริโภคและท�ำการเกษตรให้กับโรงเรียนและคนในชุมชนกว่า 3,300 คน นอกจากการพัฒนาระบบและจัดท�ำโครงการน�้ำสะอาด อาสาสมัครฟอร์ดยังได้ร่วม จัดสร้างสร้างศูนย์การเรียนรู้ทางการเกษตร เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่คนในชุมชน และสร้างผลผลิตเพิ่มเติม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตประชากรชีวิตในชุมชนอย่าง ยั่งยืน โดยพนักงานอาสาสมัครของฟอร์ดและคนในชุมชนได้ร่วมกันปลูกต้นกล้วยกว่า 100 ต้น พร้อมสร้างโรงเรือนปลูกเห็ดนางฟ้า เรือนเลี้ยงไก่ และพื้นที่ท�ำเกษตรอื่นๆ ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง เพื่อปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งปัจจุบันคนในชุมชนได้เริ่มเก็บเกี่ยว ผลผลิตที่สามารถผลิตได้เอง มาใช้เป็นอาหารกลางวันส�ำหรับนักเรียน และผลผลิตดัง กล่าวยังได้ถูกน�ำมาจ�ำหน่ายเพื่อเป็นรายได้เสริมและเป็นแหล่งเรียนรู้ส�ำหรับนักเรียน อีกด้วย โครงการ Bill Ford Better World Challenge ได้รับการสนับสนุนจากบิล ฟอร์ด และกองทุนฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี โครงการดังกล่าวเปิดตัวขึ้นผ่านองค์กรอาสา สมัครบรรเทาทุกข์ของฟอร์ด (Ford Volunteer Corps) ก่อตั้งขึ้นโดยบิล ฟอร์ดในปี 2548 โครงการดังกล่าวท�ำให้พนักงานฟอร์ดทั่วโลกได้มีโอกาสอาสาท�ำงานกับองค์กร ไม่แสวงหาผลก�ำไร เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและท�ำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของ คนในชุมชนดีขึ้น ขณะที่นโยบายด้าน Green Marketing ของฟอร์ดในระดับภูมิภาคเอเชียอีกด้านหนึ่ง แสดงออกผ่านโครงการลดปริมาณการใช้น�้ำในโรงงานผลิตของฟอร์ดทั่วเอเชียแปซิฟิค หลังจากผลวิจัยใน Ford 2017 Trend Report โดยฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี แสดงให้

MAGKETING l 22


CASE STUDY

PEXELS

เห็นว่า มากกว่าร้อยละ 60 ของประชากรผู้ใหญ่ในประเทศจีน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ โลก ยอมรับว่าพวกเขาได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เนื่องจากความกังวลในเรื่องน�้ำ เช่นเดียวกับฟอร์ดที่ได้เริ่มการเปลี่ยนแปลงเพื่อรณรงค์ให้ความส�ำคัญกับการอนุรักษ์ น�้ำ และก�ำลังเข้าใกล้เป้าหมายการลดปริมาณการใช้น�้ำดื่มในการผลิตรถยนต์ให้เหลือ เพียงศูนย์เข้าไปทุกขณะ ในปี 2559 ฟอร์ด เอเชียแปซิฟิค ใช้น�้ำลดลงร้อยละ 15 ใน การผลิตรถยนต์ 1 คัน เมื่อเทียบกับปี 2558 ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณน�้ำในอ่างอาบน�้ำ 2 อ่าง หรือน�้ำดื่มขนาดครึ่งลิตรถึง 1,000 ขวด เท่ากับว่าในภาพรวมแล้วฟอร์ดได้ลด ปริมาณการใช้น�้ำต่อการผลิตรถยนต์ 1 คัน ในภูมิภาคนี้ ลงถึงครึ่งหนึ่งในระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา “ในขณะที่ผู้คนก�ำลังปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมนั้น ฟอร์ดก็ก�ำลังท�ำเช่น เดียวกัน” ซินเธีย วิลเลี่ยมส์ ผู้อ�ำนวยการฝ่ายความยั่งยืน สิ่งแวดล้อม และความ ปลอดภัยในการวิศวกรรม ฟอร์ด เอเชีย แปซิฟิค กล่าว “เราลงมือท�ำในส่วนของเรา เพื่ออนุรักษ์น�้ำในโรงงาน พร้อมยังสนับสนุนชุมชนในพื้นที่ธุรกิจของเราในการใช้น�้ำซึ่ง ถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าที่สุดนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” การอนุรักษ์น�้ำในโรงงานผลิตของฟอร์ด นับตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปี 2558 ฟอร์ดลดการ ใช้น�้ำได้สูงถึง 1 หมื่นล้านแกลลอน ลดลงถึงร้อยละ 61 ซึ่งมากกว่าปริมาณน�้ำในสระ

ว่ายน�้ำส�ำหรับแข่งขัน 15,000 สระ และ ภายในปี 2563 ฟอร์ดตั้งเป้าที่จะลดปริมาณ การใช้น�้ำลงร้อยละ 72 เมื่อเทียบกับปี 2543 หรือเทียบเท่ากับการใช้น�้ำเพียง 1 ลิตร แทนที่จะใช้ 1 แกลลอน เมื่อเทียบกับการผลิตในปี 2543 ในเอเชียแปซิฟิค ฟอร์ดและพันธมิตรท้องถิ่นประสบความส�ำเร็จในการลดการใช้ น�้ำ โดยการหันมาใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น กระบวนการท�ำสีและหล่อลื่นแบบใหม่ ที่ สามารถประหยัดน�้ำได้มากถึงหลายแสนแกลลอนต่อปี ไฮไลท์ส�ำคัญได้แก่: ในจีน ฟอร์ดลดปริมาณน�้ำที่ใช้การผลิตรถยนต์ต่อคันลงเกือบร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับ ปี 2011 ในขณะที่โรงงานผลิตฉางอัน พันธมิตรท้องถิ่นของฟอร์ด ได้รีไซเคิลและรียู สน�้ำเสียกว่า 370,000 ลูกบาศก์เมตรในปี 2016 ส�ำหรับประเทศไทย ในปี 2559 ที่ผ่านมา ฟอร์ดได้ติดตั้งเครื่องกรองส�ำหรับหอระบาย ความร้อนในอาคารที่ ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) หรือ เอเอที ซึ่งเป็นบริษัท ร่วมทุนของฟอร์ด โดยระบบนี้จะประหยัดน�้ำได้ประมาณ 7,000 ลูกบาศก์เมตรต่อ ปี นอกจากนี้ โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง ยังได้เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ น�้ำด้วยการก�ำหนดตารางทดสอบระบบหัวฉีดน�้ำดับเพลิงให้สอดคล้องกับตารางเวลา ระบายน�้ำ ซึ่งช่วยประหยัดน�้ำได้ประมาณ 5,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี ในอินเดีย โรงงานฟอร์ดที่เมืองเชนไนประสบความส�ำเร็จในการลดการปล่อยน�้ำทิ้งเป็น

MAGKETING l 23


CASE STUDY

ศูนย์ และยังได้ติดตั้งอุปกรณ์รองรับน�้ำฝนเพื่อลดการใช้น�้ำดื่มอีกด้วย โดยในปีที่ผ่าน มา สามารถรองรับน�้ำฝนไปใช้งานได้มากถึง 3,000 ลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ โรงงาน ประกอบรถยนต์และเครื่องยนต์ของฟอร์ดที่เมืองสานันท์ยังรีไซเคิลและรียูสน�้ำเสียที่ ผ่านการปรับคุณภาพทั้งหมดภายในบริเวณของโรงงานเองอีกด้วย นอกจากนี้ฟอร์ดยังมีโครงการร่วมมือกับชุมชนเพื่ออนุรักษ์น�้ำ โดยปี 2559 ฟอร์ดใน เอเชียแปซิฟิค ได้สนับสนุนเงินมากกว่า340,000 เหรียญสหรัฐ แก่โครงการต่างๆ ใน ประเทศไทย จีน อินเดีย และประเทศอื่นๆ เพื่อให้ชุมชนสามารถเข้าถึงน�้ำสะอาด ปกป้องและฟื้นฟูระบบบริหารน�้ำ และให้ความรู้แก่คนรุ่นใหม่เกี่ยวกับความส�ำคัญของ หนึ่งในทรัพยากรธรรมชาติที่มีความส�ำคัญมากที่สุด ในประเทศจีน ฟอร์ดท�ำงานอย่างหนัก เพื่อยกย่องการท�ำงานของผู้น�ำชาวบ้าน ด้านสิ่งแวดล้อมผ่านกองทุนเพื่อการอนุรักษ์และธรรมชาติ (Conservation & Environmental Grants China - CEGC) ของประเทศจีน โดยจาก 28 โครงการ ที่ ก่อตั้งในปี 2559 มี 9 โครงการ ที่เกี่ยวข้องกับน�้ำโดยตรง และได้รับเงินทุนรวมเป็น จ�ำนวน 95,000 เหรียญสหรัฐ (650,000 หยวน) ซึ่งครอบคลุมไปยังการปกป้องแหล่งน�้ำ การควบคุมและการศึกษาด้านมลภาวะทางน�้ำ และการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน�้ำ ในอินเดีย ความร่วมมือของฟอร์ดกับสโมสรโรตารี่ และมูลนิธินักสิ่งแวดล้อมแห่ง อินเดีย (Environmentalist Foundation of India) ครอบคลุมถึงการมอบทุน สนับสนุนมากกว่า 70,000 เหรียญสหรัฐ ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เพื่อช่วย ปกป้องระบบบริหารน�้ำและแหล่งเก็บน�้ำที่เสียหายจากน�้ำท่วมครั้งใหญ่ในเมืองเชนไน ส�ำหรับประเทศไทย ฟอร์ดมีส่วนร่วมในโครงการเกี่ยวกับน�้ำสะอาดขนาดใหญ่ 2 โครงการ ในปี 2559 โครงการน�้ำสะอาดเพื่อชุมชนในประเทศไทย (Thailand Clean Water Community Project) คือ หนึ่งในสองโครงการที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจาก โครงการ Bill Ford Better World Challenge ในปี 2559 และได้รับเงินรางวัลมูลค่า 200,000 เหรียญสหรัฐ โดยได้ร่วมมือกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยและพนักงาน อาสาสมัครของฟอร์ด สร้างระบบน�้ำที่จะเป็นประโยชน์แก่โรงเรียน 13 แห่ง และ ประชาชนกว่า 3,300 คน ในจังหวัดจันทบุรี โครงการ Water Go Green ซึ่งมอบน�้ำสะอาดให้แก่โรงเรียนบ้านคลองน�้ำแดง จังหวัด ระยอง เป็นผลจากความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างพนักงานฟอร์ดและผู้จ�ำหน่าย เพื่อ สร้างถังเก็บน�้ำคอนกรีตเสริมเหล็กที่มาพร้อมระบบสูบน�้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ในลาว ฟอร์ดก�ำลังช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงน�้ำสะอาดแก่ชุมชนต่างๆ โดยได้มอบเงิน สนับสนุน 25,000 เหรียญสหรัฐ แก่มูลนิธิศุภนิมิตแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว เพื่อสร้างถังเก็บน�้ำและระบบกักเก็บน�้ำแบบใหม่ เพื่อมอบน�้ำสะอาดแก่ ประชาชนกว่า 2,000 คน ใน 3 หมู่บ้าน ในเมืองพูคูน จังหวัดหลวงพระบาง ในกวม ฟอร์ดท�ำงานร่วมกับสถาบันวิจัยน�้ำและสิ่งแวดล้อมแห่งแปซิฟิคตะวันตก (Water and Environmental Research Institute of the Western Pacific WERI) เพื่อมอบเงินสนับสนุน 20,000 เหรียญสหรัฐ แก่ ‘Guam Water Kids’ ซึ่งเป็น โครงการเสริมสร้างความรู้ในเด็กเกี่ยวกับความส�ำคัญในการอนุรักษ์แหล่งน�้ำจืด

โคคา-โคล่ า ปี 2560 กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท โคคาโคลา (ประเทศไทย) จ�ำกัด บริษัท ไทยน�้ำทิพย์ จ�ำกัด และบริษัท หาดทิพย์ จ�ำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกับ “เดอะ คลาวด์” จัดกิจกรรม Earth Appreciation เป็นการเรียน รู้ธรรมชาติใกล้ตัว เพื่อให้รู้จริงสัมผัสจริงถึงความสัมพันธ์ของสายน�้ำ ผืนป่า และชีวิต ซึ่งส่งผลกระทบถึงการใช้ชีวิตของคนในเมือง รูปแบบกิจกรรมในโครงการ “รักน�้ำ” ของกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย ต่าง จากองค์กรอื่นๆที่มุ่งไปที่ชุมชน แต่กิจกรรมนี้ได้น�ำบล็อกเกอร์กว่า 10 ราย และดารา วัยรุ่น ผู้หลงใหล หวงแหนทรัพยากรธรรมชาติไปสัมผัสจุดก�ำเนิดต้นน�้ำปิงในป่า ณ อ�ำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อ�ำนวยการองค์กรสัมพันธ์และการสื่อสาร บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จ�ำกัด กล่าวว่า ถึงเวลาที่จะขยายโครงการฯ ออกไปสร้างแรงบันดาล ใจให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความส�ำคัญของน�้ำอีกขั้น จึงร่วมกับ “เดอะ คลาวด์”จัด กิจกรรมนี้ขึ้นมา และเท่าที่ได้ฟังการสนทนาของบล็อกเกอร์ทั้ง 12 ราย ท�ำให้รู้ว่า พวก เขารู้สึกตื่นตาตื่นใจที่ได้มาร่วมทริปเรียนรู้ถึงจุดก�ำเนิดของแม่น�้ำจากการที่เดินทางมา สัมผัสด้วยตนเอง และพร้อมที่จะไปเล่าสู่กันฟังผ่านสังคมโซเชียลในกลุ่มของเขา “ผมคิดว่าการที่เรามาเห็น สัมผัสแหล่งน�้ำถึงต้นก�ำเนิดของแม่น�้ำจะสร้างแรงบันดาลใจ เกิดความรู้สึกหวงแหน การได้เรียนรู้จากของจริงก็จะช่วยให้ตระหนักถึงความส�ำคัญ ของทรัพยากรน�้ำซึ่งเป็นทรัพย์สินส�ำคัญของประเทศยิ่งขึ้น ข้อส�ำคัญเราหวังว่าผู้เข้า ร่วมทุกท่านจะสามารถถ่ายทอดทั้งความรู้และแรงบันดาลใจที่ได้รับสู่ผู้คนรอบข้างต่อ ไป” ซึ่งการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกของโคคา-โคลาก็ว่าได้ เนื่องจากเป็น รูปแบบที่ไม่ได้พึ่งพาสื่อมวลชนเพื่อไปออกข่าวบอกต่อสาธารณชนเท่านั้น แต่กลับเป็น วิธีการเข้าตรงถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านสังคมโซเชียลโดยอาศัยบล็อกเกอร์คนรุ่นใหม่ซึ่งมี คนคอยติดตามอ่านเพจของตนเอง ส�ำหรับ 15 บล็อกเกอร์ที่ร่วมในทริปตามน�้ำครั้งนี้ ได้แก่ วรานนท์ บุญชิต (แบงก์) จาก เพจ ค น ห ล ง ท า ง,กรวิชญ์ มีป้อง (กอล์ฟ) จากเพจ FreeLance บ้าเที่ยว,จิตชนัย มิตรสูงเนิน (เอม) จากเพจเที่ยวทั่วไทย ไปไหนดี, กุลสินี พิพัฒนสุขมงคล และ นฤมล บุญมานะวงศ์ นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ, นิรันตร์ นิรันดร์นุช ผู้ประสานงานโครงการ BIOFIN ของ UNDP และริคาร์โด มาร์แชนท์ นักวิจัยของโครงการ BIOFIN, นภัส ตุลยาพิศิษฐ์ และ ณัฐคุณ ปิยสิริธาดากุล เกษตรกรจากจังหวัดน่าน, อัญญา เมืองโคตร นักออกแบบและนักดนตรี, ฐิตินันท์ กองฟู นักศึกษาคณะ ทันตแพทย์, กนกพรรณ สายทอง นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ พิมพ์บุญ วารินทร์ ครูอนุบาล, สกุลกานต์ กันทาเครือ เจ้าหน้าที่ประสานโครงการ และกมลนาก องค์ วรรณดี นักออกแบบสิ่งทอและบล็อกเกอร์ที่ Vanillawalk.org ร่วมด้วยนักแสดงอย่าง อายอายส์-กมลเนตร เรืองศรี , ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร และ นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา

MAGKETING l 24


CASE STUDY

ที่มาของของทริป “ตามน�้ำ” เกิดจากความคิดริเริ่มของโคคา-โคลา ที่อยากสร้าง แรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะคนเมืองตระหนักและเห็นความส�ำคัญของน�้ำ เป็นการขยายผลจากโครงการ “รักน�้ำ” ที่โคคา-โคลาได้ท�ำงานร่วมกับชุมชนต่างๆ รวม 6 แห่งทั่วประเทศ และองค์กรไม่แสวงผลก�ำไร ในการเข้าไปช่วยเหลือชุมชนบริหาร จัดการทรัพยากรน�้ำ

นอกจากนี้ น�้ำดื่ม “น�้ำทิพย์” และโครงการ “รักน�้ำ” ยังเชิญชวนผู้บริโภคร่วมคืนน�้ำสู่ ชุมชนและธรรมชาติผ่านโครงการ “รักน�้ำ” โดยทุกขวดของน�้ำทิพย์ที่ผู้บริโภคดื่ม โค คา-โคลาจะคืนน�้ำในปริมาณที่เท่ากันสู่ชุมชนและธรรมชาติ สอดคล้องกับเป้าหมาย ด้านความยั่งยืนในการคืนน�้ำสู่ชุมชน และธรรมชาติอย่างปลอดภัยในปริมาณเทียบ เท่ากับปริมาณที่ใช้ในการผลิตเครื่องดื่มภายในปี 2563

ซึ่งในปัจจุบัน โคคา-โคลา ประสบความส�ำเร็จในการคืนน�้ำสู่ธรรมชาติเกินกว่าปริมาณ น�้ำที่ใช้ในการผลิตเครื่องดื่ม อันเป็นเป้าหมายระดับโลก และสามารถสร้างประโยชน์ให้ แก่คนไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม

โดยตลอดปี 2558 น�้ำดื่ม “น�้ำทิพย์” จะทยอยออกฉลากใหม่บนผลิตภัณฑ์ และจะจัด กิจกรรมอาสาสมัครรักน�้ำกับน�้ำทิพย์ในพื้นที่โครงการรักน�้ำทั่วประเทศ เพื่อเชิญชวนผู้ บริโภคให้เข้ามามีส่วนร่วมในการร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรน�้ำอย่างยั่งยืน

ขณะที่ในปี 2558 น�้ำดื่มทิพย์จัดกิจกรรม “รักน�้ำกับน�้ำทิพย์” ร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และอาสาสมัครพลังบวกกับ โคคา-โคลา 480 คน ก�ำจัดผักตบ ชวาในคลองระบายน�้ำที่ 12 เป็นระยะทาง 150 เมตร และปลูกหญ้าแฝก 20,000 ต้น ริมคลองปลายแดน 12-13 ให้กับชุมชนคลองรังสิต อ�ำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้โรงงานไทยน�้ำทิพย์รังสิต

มูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2546 โดย บริษัทโคคา-โคลา (ประเทศไทย) จ�ำกัด บริษัท ไทยน�้ำทิพย์ จ�ำกัด และบริษัท หาดทิพย์ จ�ำกัด (มหาชน) มูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย ได้ด�ำเนินโครงการเพื่อชุมชนมากมาย โดยมุ่งยกระดับ คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยให้มีความยั่งยืน

โดยกิจกรรมดังกล่าวช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนน�้ำในหมู่บ้าน 2 แห่ง ครอบคลุม 300 ครัวเรือน และเอื้อประโยชน์ให้กับพื้นที่การเกษตรจ�ำนวน 1,200 ไร่

โดยร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ มูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย มุ่งมั่นด�ำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์น�้ำ การ ศึกษาและพัฒนาเยาวชน การปกป้องสิ่งแวดล้อมตลอดจนการป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย

MAGKETING l 25


CASE STUDY

ในการส่งมอบน�้ำดื่มสะอาดเป็นจ�ำนวน “10,000 ล้านลิตรในโครงการน�้ำดื่มปลอดภัย พีแอนด์จี” พร้อมกันทั่วโลก

เอไอเอส ปี 2560 เอไอเอสแก้ไขปัญหาขาดแคลนน�้ำกับโครงการผลิตน�้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค จากประปาภูเขาด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ใน 3 โรงเรียน 3 อ�ำเภอ ของจังหวัดน่าน ประกอบด้วย โรงเรียนบ้านร่มเกล้า อ�ำเภอแม่จริม, โรงเรียนบ้านสันเจริญ อ�ำเภอ ท่าวังผา และโรงเรียนราษฎร์รัฐพัฒนา อ�ำเภอสันติสุข ที่สอดคล้องกับความต้องการ และสภาพปัญหาของชุมชน ฟิลิป แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จ�ำกัด (มหาชน) กล่าว ว่า “เมื่อทีมงานลงส�ำรวจพื้นที่แล้วพบว่าโรงเรียนทั้ง 3 แห่งประสบปัญหาหลักคือ ขาดแคลนน�้ำสะอาด ท�ำให้ต้องไปซื้อน�้ำ จึงมีค่าใช้จ่ายสูง เรามองว่าต้องแก้ปัญหานี้ ให้ได้ ก่อนที่เราจะให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ เพราะเรื่องน�้ำ โดยเฉพาะน�้ำดื่มที่ไม่ สะอาด และมีสารปนเปื้อน จะน�ำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพอีกมากมาย ถ้าเราไม่แก้ไข เรื่องคุณภาพชีวิตเบื้องต้นนี้ให้ได้ก่อน เราจะไม่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านอื่น ๆ ต่อได้เลย” “อินทัชจึงเข้ามาจัดท�ำระบบน�้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคจากประปาภูเขาด้วยพลังงาน แสงอาทิตย์ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ เริ่มจากการวางท่อส่งน�้ำ เพื่อน�ำน�้ำจากแหล่งน�้ำธรรมชาติมาสู่โรงเก็บน�้ำที่สร้างขึ้น โดยที่ประชาชนได้มีส่วนร่วม ในการก่อสร้างและดูแลท่อส่งน�้ำที่ผ่านในพื้นที่บ้านและเรือกสวนไร่นาของตัวเอง โรง เก็บน�้ำที่สร้างขึ้นมีขนาดความจุ 12,000 ลิตร และส่งต่อน�้ำไปยังโรงกรองน�้ำดื่มด้วย เครื่องกรองน�้ำระบบ RO (Reverse Osmosis) ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) มาเป็นพลังงานทดแทนพลังงานไฟฟ้า ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า ลดต้นทุนการผลิตน�้ำ และเป็นพลังงานทดแทนที่สะอาด ไม่สร้างมลภาวะที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม” “ส�ำหรับน�้ำที่ได้จากโครงการผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากศูนย์วิทยาศาสตร์การ แพทย์ที่ 1 เชียงใหม่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่าสามารถน�ำไปบริโภคได้อย่าง ปลอดภัย ลดปัญหาโรคภัยต่างๆ” “ทั้งนี้ โดยเฉลี่ยโครงการฯ สามารถผลิตน�้ำดื่มได้ 6,000 ลิตร/วัน ให้บริการแก่นักเรียน ชุมชน รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ได้อย่างเพียงพอ และยังมีรายได้เสริมจากการ บริหารจัดการน�้ำให้ชาวบ้านซื้อน�้ำได้ในราคาถูกด้วย เป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ระหว่างโรงเรียนและชุมชนช่วยให้พวกเขาสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนอย่าง แท้จริง เรื่องของรายได้เสริมนั้นต้องอธิบายเพิ่มเติมว่า น�้ำที่ทุกคนสามารถซื้อได้ใน ราคาถูกนั้นคือ 3 ลิตรในราคา 1 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ใครๆ ก็ซื้อได้ แต่ถามว่า ท�ำไมจึงยังต้องคิดสตางค์ ค�ำตอบคือ เพื่อน�ำเงินที่ได้กลับมาใช้ในการบ�ำรุงรักษาระบบ กรองน�้ำต่อในระยะยาว” ฟิลิป กล่าวเพิ่มเติม

พี แ อนด์ จี ปี 2559 บริษัทพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล จ�ำกัด หรือ พีแอนด์จี ประเทศไทย ร่วม กับ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมฉลองปีแห่งความส�ำเร็จ

“โครงการน�้ำดื่มปลอดภัยพีแอนด์จี” หรือ “P&GChildren’s Safe Drinking Water”เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมระดับโลกของพีแอนด์จี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ มุ่งแก้ปัญหาขาดแคลนน�้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัย โดยใช้เทคโนโลยีผงบ�ำบัดน�้ำดื่ม ปลอดภัยพีแอนด์จี หรือ P&G Purifier of Water โดยโครงการดังกล่าวเริ่มต้นมา ตั้งแต่ปี 2547 ผ่านองค์กรสาธารณกุศลกว่า 150 องค์กร ใน 75 ประเทศ ส�ำหรับประเทศไทย พีแอนด์จีประเทศไทยได้จับมือกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการในประเทศไทยเมื่อปี 2554 สานต่อ โครงการมาอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะแจกจ่าย “ผงบ�ำบัดน�้ำดื่มพีแอนด์จี” ส�ำหรับการ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย หรือส�ำหรับพื้นที่ห่างไกลที่ไม่อาจเข้าถึงน�้ำส�ำหรับการบริโภคที่ ได้มาตรฐานเช่น ในป่า เขตภูเขา หรือชายแดน เพราะพีแอนด์จีเชื่อมั่นเสมอว่า การได้ บริโภคน�้ำที่สะอาดปลอดภัย นั้นจะช่วยเปลี่ยนชีวิตนับล้านให้มีสุขภาพแข็งแรง เมื่อไม่ เจ็บป่วย เด็กเยาวชนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาที่ดีต่อไป ประชาชนท�ำงานมี รายได้จุนเจือ ยกระดับคุณภาพชีวิตในครอบครัวอีกด้วย ในปี 2559 โครงการ “น�้ำดื่มปลอดภัยพีแอนด์จี” ได้ท�ำการแจกจ่ายน�้ำสะอาดไปกว่า 10,000 ล้านลิตรแล้วทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยนับว่าเป็นหนึ่งใน 20 ประเทศ ที่มีโอกาส เข้าร่วมกิจกรรมฉลองความส�ำเร็จ“10,000 ล้านลิตรในโครงการน�้ำดื่มปลอดภัยพี แอนด์จี” พร้อมกันทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2547 พีแอนด์จีได้ริเริ่มโครงการน�้ำดื่มปลอดภัยพีแอนด์จี หรือ Children’s Safe Drinking Water –CSDW ขึ้นเพื่อแจกจ่ายน�้ำดื่มที่สะอาดแก่ผู้ที่ขาดแคลน จาก การค้นคว้าวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ของพีแอนด์จี ร่วมกับศูนย์ควบคุมโรคติดต่อแห่ง ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้ท�ำการวิจัยและพัฒนามาเป็นนวัตกรรม “ผงบ�ำบัดน�้ำดื่ม ปลอดภัยพีแอนด์จี” หรือ P&G Purifier of Water ประกอบกับทางพีแอนด์จีมีจุดแข็งด้านนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ต่างๆ อาทิ แพนทีน เฮดแอนด์โชว์เดอร์ ผงซักฟอกแอเรียล ยิลเล็ตต์ ฯลฯ จึงได้คิดค้นนวัตกรรม อันทรงประสิทธิภาพในการบ�ำบัดน�้ำมาอยู่ในซองเล็กๆน�้ำหนักเบานี้ได้ P&G Purifier of Water มีจุดเด่นคือ 1 ซอง (4 กรัม) สามารถบ�ำบัดน�้ำจากแหล่ง น�้ำธรรมชาติจ�ำนวน 10 ลิตร โดยจะฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส แยกก�ำจัดปรสิตและสิ่ง เจือปนในน�้ำ ให้สะอาดตามมาตรฐานน�้ำดื่มปลอดภัยขององค์กรอนามัยโลก โดยใช้ เวลาเพียง 30 นาที เหมาะส�ำหรับน�ำไปใช้ในกรณีฉุกเฉินในพื้นที่ประสบภัยธรรมชาติ เช่น น�้ำท่วม แผ่นดินไหว ภัยแล้ง หรือแม้แต่ยามปกติในพื้นที่ที่ห่างไกล ที่มักประสบ ปัญหาขาดแคลนน�้ำดื่มบริโภคอีกทั้งช่วยลดภาระในการขนส่งน�้ำดื่มปบรรจุขวดที่มีน�้ำ หนักมากพร้อมทั้งให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องสุขอนามัยไปพร้อมกัน เทคโนโลยีนี้ใช้ได้ง่าย โดยมีเพียงแค่ถัง ช้อน ผ้าส�ำหรับกรอง และซองพีแอนด์จีขนาด เล็กหนึ่งซอง ก็จะสามารถบ�ำบัดน�้ำที่ไม่ปลอดภัยต่อการบริโภค 10 ลิตร สะอาด เหมาะแก่การดื่มบริโภคได้ ภายใน 30 นาที ซึ่งน�้ำปริมาณดังกล่าวสามารถใช้เพื่อ บริโภคในครอบครัวที่มีสมาชิก 5 คน ได้เพียงพอในหนึ่งวัน

MAGKETING l 26


FACTOR

แนะกลยุทธ์

วางหมากธุรกิจพิชิตเศรษฐกิจโลก

เรื่อง : ทีเอ็มบี

ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำ�กัด (มหาชน) จัดงาน TMB The Economic Insight 2019 ‘เจาะลึกเศรษฐกิจไทย พร้อมตั้งรับ EEC ในยุคดิจิทัล’ โดยเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน พร้อมชี้ว่าในปี 2562 ผู้ประกอบการไทยควรปรับกลยุทธ์หาตลาดใหม่ๆ พร้อมพัฒนานวัตกรรมสร้างความต่างและเครือข่าย การผลิต นอกจากนี้ ยังควรพิจารณาช่องทางการลงทุนในโครงการ EEC เพราะเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมศักยภาพแห่งอนาคตที่ พร้อมรองรับหลากหลายภาคอุตสาหกรรม และมากไปด้วยมาตรการส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐ

MAGKETING l 27


FACTOR

เสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี กล่าวว่า “ทีเอ็มบี มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการที่มีคุณภาพและคุณค่าแก่ลูกค้าธุรกิจอยู่เสมอ ด้วยเชื่อมั่นว่า ธุรกิจไทยคือรากฐานสู่อนาคตที่ยั่งยืนของประเทศ ทีเอ็มบี จึงมุ่งมั่นที่จะเป็นมากกว่า ธนาคาร แต่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่จะช่วยส่งต่อความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและ การเงินการธนาคารผ่านบทวิเคราะห์และค�ำแนะน�ำที่มีประโยชน์แก่ลูกค้าธุรกิจของ เรา” นริศ สถาผลเดชา หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี กล่าวว่า “ส�ำหรับ เศรษฐกิจไทยโดยรวม โครงการ EEC จะมีส่วนยกระดับการลงทุนในช่วงครึ่งหลังของ ปี 2562 ได้อย่างยิ่ง จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าโครงการ EEC ยังสามารถรองรับผู้ลงทุนใน อุตสาหกรรมต่างๆ ได้เพิ่มอีกจ�ำนวนมาก จากตัวเลขรายรับที่ผู้ลงทุนได้เก็บเกี่ยวจาก การลงทุน ประกอบกับช่องทางการรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่เพิ่มขึ้นอันจะยกระดับศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก โอกาส ทองที่พร้อมให้ผลตอบแทนในระยะยาวแก่นักธุรกิจไทยจึงอยู่เพียงแค่เอื้อม” ทีเอ็มบี ชี้ระบบเศรษฐกิจโลกในปี 2562 มีทีท่าชะลอตัวขนานใหญ่ โดยมีปัจจัยส�ำคัญ คือ (1) ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่ส�ำคัญของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD) ที่ส่งสัญญาณ ภาคเศรษฐกิจโลกก�ำลังอยู่ในช่วงปลายของการขยายตัวตามวัฏจักรเศรษฐกิจ (Late Economic Cycle (2) ระดับราคาน�้ำมัน และค่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) ที่อยู่ในขาลง มาตั้งแต่ปี 2561 (ราคาน�้ำมันโลกลดลงถึง 35% จาก 83 ดอลลาห์สหรัฐต่อบาเรล สู่ 53.8 ดอลลาห์สหรัฐต่อบาเรลเมื่อปลายปี 2561 ขณะที่ค่าดัชนี PMI ลดลงตลอดทั้งปี 2561 จาก 54.5 สู่ 51.5) (3) สถานการณ์บีบคั้นของจีน ทั้งจากสงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกา ที่ส่งผลให้ค่า ดัชนี PMI ของบริษัททุกขนาดติดลบ และความพยายามรัดเข็มขัดเพื่อปรับลดระดับหนี้ ของประเทศลง (จีนมีระดับหนี้ 267% ของจีดีพี เป็นหนี้ภาคธุรกิจขนาดใหญ่ถึง 162% ของจีดีพี รวมถึงมีหนี้นอกระบบที่ต้องจัดการ) นอกจากนี้สภาพตลาดหุ้นที่ราคาตกต�่ำ ก็ท�ำให้ระดับความมั่งคั่งของคนจีนเริ่มมีปัญหา ขณะที่เศรษฐกิจไทย ในปี 2562 จะขยายตัว ด้วยแรงผลักดันจากอุปสงค์ภายใน ประเทศเป็นหลัก อัตราการเติบโตในปีนี้อยู่ที่ 3.8% ลดลงจาก 4.0% ในปีก่อน เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนหลักคือการบริโภคภาคเอกชนที่สูงขึ้น ส�ำหรับการส่งออกใน ปีนี้ คาดว่าจะขยายตัว 4.3%YoY ลดลงจาก 6.7%YoY ในปี 2561 เนื่องด้วยผลกระ ทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวโดยเฉพาะจีน การที่ไทยถูกสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิพิเศษ ทางภาษีศุลกากร (GSP) และผลกระทบจากสงครามการค้าของจีนกับสหรัฐอเมริกา ที่ยืดเยื้อ ทั้งนี้การส่งออกของไทยในปีนี้มีตลาดรองรับที่ส�ำคัญ คือ CMLV (+9.0%), อาเซียน (+6.5%), ญี่ปุ่น (+5.5%), ยุโรป (+4.5%) และสหรัฐอเมริกา (+4.5%) ตามล�ำดับ มี สินค้าส่งออกที่โดดเด่น คือ ยานยนต์และชิ้นส่วน, สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน คอมพิวเตอร์, เครื่องจักร, สินค้าอาหาร และสินค้าจากการเกษตร[4]

จากสภาพเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศดังกล่าว...ธุรกิจไทยยังคงมีโอกาสที่ ดี โดยเฉพาะการส่งเสริมการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมของประเทศที่มีศักยภาพ ด้วย อัตราค่าแรงที่ยังอยู่ในระดับค่อนข้างต�่ำ (เมื่อเทียบกับ จีน มาเลเซีย และสิงคโปร์) และระดับความสะดวกในการประกอบธุรกิจที่ค่อนข้างสูง (Ease of doing business ranking ในปี 2561 ไทยอยู่อันดับ 26 ซึ่งสูงกว่า เวียดนาม อินโดนีเซีย และจีน) นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบการไทยจะปรับกลยุทธ์ เช่น มองหาตลาด ส่งออกใหม่ๆ พัฒนาสินค้าให้มีนวัตกรรมสูงขึ้น สร้างความแตกต่างของสินค้า ใช้สิทธิ ประโยชน์จากมาตรการยกเว้นภาษีของหน่วยงานภาครัฐ อาทิ บีโอไอ และประเทศคู่ ค้าอื่นๆ รวมถึงสร้างเครือข่ายการผลิตที่แข็งแกร่งกว่าเดิม โดยโอกาสทองที่ส�ำคัญ อยู่ที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC: Eastern Economic Corridor) แผนยุทธศาสตร์ภายใต้ ไทยแลนด์ 4.0 อันเป็น โครงการพัฒนาเชิงพื้นที่ต่อยอดจาก Eastern Seaboard ซึ่งมุ่งพัฒนาศักยภาพของ ภาคอุตสาหกรรมไทยให้แข็งแกร่งและสามารถค�้ำจุนเศรษฐกิจโดยรวมได้ในระยะยาว ผ่านการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นสูง โดยโอกาสทางธุรกิจอันดีมี 2 ส่วน ได้แก่ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน และด้านการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบด้วยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของ EEC เป็น เม็ดเงินมูลค่า 988 พันล้านบาท การก่อสร้างเขตนิคมอุตสาหกรรม และการก่อสร้าง โรงงาน โดยมีโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ได้แก่ ทางรถไฟความเร็ว สูงเชื่อมต่อสนามบิน 3 แห่ง มูลค่า 220 พันล้านบาท, เมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่า 300 พันล้านบาท, ท่าเรือแหลมฉบังเฟสที่ 3 มูลค่า 110 พันล้านบาท และ ท่าเรือมาบตะพุดเฟสที่ 3 มูลค่า 55 พันล้านบาท[5] ด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ปัจจุบันมี 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งมี ศักยภาพในการเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ประกอบด้วยกลุ่ม First S-Curve ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต, อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อัจฉริยะ, อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ, อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร, และ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่ม New S-Curve ได้แก่ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์, อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์, อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร, อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ และ อุตสาหกรรมดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่สามารถเติมเต็มพื้นที่โครงการ EEC ได้ เช่น อุตสาหกรรมพลาสติก และอุตสาหกรรมแฟชั่น ทั้งนี้ในช่วงปี 2559 จนถึงเดือน กันยายน ปี 2561 ได้มีโครงการการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ได้ยื่นขอรับการ ส่งเสริมจากบีโอไอเป็นมูลค่ารวม 913 พันล้านบาท และกรอบระยะเวลาในช่วงปี 2018-2023 การลงทุนผ่านบีโอไอในโครงการ EEC มีมูลค่ารวม 600 พันล้านบาท โดยคาดว่ากลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายและกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ จะมีรายได้ 1 ล้าน ล้านบาท และ 2.83 ล้านล้านบาท ตามล�ำดับ[6] โดยมีมาตรการส่งเสริมโครงการ EEC อาทิ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 13 ปี และลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50%[7]

MAGKETING l 28


FACTOR

วิเคราะห์ เศรษฐกิจไทยภายใต้เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ธนาคารกรุงไทย คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้โตต่อเนื่องที่ 4.1% เป็นไปในทิศทางเดียวกับ สคช. โดยภาคอุตสาหกรรมมีแรงปะทะมากขึ้นจากการเก็บภาษีระหว่างจีนและสหรัฐฯ พบผลส�ำรวจนักวิเคราะห์เริ่มให้ค�ำเตือนการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ แนะ ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมรับมือยอดสั่งซื้อที่มีแนวโน้มลดลงและการแข่งขันด้านราคา ที่อาจเพิ่มขึ้น และประเมินว่าแบงก์ชาติจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75%ต่อปี ในช่วงครึ่งปีแรก ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อ�ำนวยการฝ่ายอาวุโส สายงาน Global Business Development and Strategy ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะ เติบโตที่ 4.1% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับที่ส�ำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ (สคช.) ที่รายงานว่าเศรษฐกิจไทยปี 2561 ที่ผ่านมาเติบโต 4.1% และ ประมาณการปี 2562 ไว้ที่ 3.5-4.5% โดยความเสี่ยงหลักในช่วง 6 เดือนข้างหน้า มาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และ หากสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯยังไม่มีทางออกที่ดี จะเป็น ปัจจัยกดดันภาคอุตสาหกรรมในครึ่งปีแรก การใช้นโยบายรัฐช่วยพยุงเศรษฐกิจยังมี ความจ�ำเป็น ความต่อเนื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณด้านการลงทุนของภาครัฐใน โครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ จะเป็นปัจจัยที่มีความส�ำคัญต่อความเชื่อมั่นของนัก ลงทุนในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง “อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ คาดว่าจะไม่สูงกว่าปีที่ผ่านมา เป็นเพราะ

เศรษฐกิจโลกมีสัญญาณจะชะลอตัวลง โดย IMF ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโต เศรษฐกิจโลกจากเดิม 3.7% เหลือ 3.5% นักวิเคราะห์เริ่มให้ค�ำเตือนถึงโอกาสการเกิด เศรษฐกิจถดถอย หรือRecession โดยผลการส�ำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ในเดือน มกราคม ให้โอกาสการเกิด Recession ในสหรัฐฯ ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าที่ 26% เพิ่มขึ้นมากจากระดับ 14% ในปีที่ผ่านมา” นอกจากนี้ ภาคการผลิตของจีนอยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างชัดเจน การส่งออกของไทย จึงมีแนวโน้มชะลอตัวเช่นกัน ทั้งนี้ภาคอุตสาหกรรมมีแรงปะทะมากขึ้น จากการเก็บ ภาษีน�ำเข้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่เริ่มส่งผลกระทบที่ชัดเจนมากขึ้น เห็นได้จาก การชะลอค�ำสั่งซื้อจากคู้ค้าในประเทศจีน ก�ำลังซื้อของประเทศตลาดเกิดใหม่รวมถึง อาเซียนที่อาจชะลอตาม ดังนั้นผู้ประกอบการควรเตรียมตัวกับยอดค�ำสั่งซื้อจากต่าง ประเทศที่มีแนวโน้มลดลง การแข่งขันด้านราคาที่น่าจะเพิ่มขึ้น ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ประเมินต่อไปว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย จะยังคงอัตรา ดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75%ต่อปี ในช่วงครึ่งปีแรก เพื่อพิจารณาผลกระทบจากภาวะ เศรษฐกิจโลกชะลอตัวและสงครามการค้า การปรับตัวของตลาดเงินและตลาดทุน หลัง เฟดส่งสัญญาณว่าจะระมัดระวังในการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่ท�ำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง จน ท�ำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นค่อนข้างเร็ว รวมทั้งมาตรการควบคุมสินเชื่อ (LTV limit) ที่ จะเริ่มบังคับใช้ในเดือนเมษายนนี้ อย่างไรก็ตาม หากผลกระทบจากปัจจัยเหล่านี้ไม่ รุนแรง คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 2%ต่อปี ในช่วงครึ่งปี หลัง

MAGKETING l 29


DIGITAL LIFE

Photo by Rawpixel on Unsplash

ผู้หญิง

“She-Cashless Society”

เรื่อง : ทรูมันนี่ วอลเล็ท

ปัจจุบันประชากรเพศหญิงมีอัตราส่วนสูงกว่าเพศชายที่ร้อยละ 51:49 หรือมีจำ�นวนประมาณ 33.4 ล้านคน ขณะที่เพศชาย มีราว 32.1 ล้านคน (ข้อมูลจากสำ�นักงานสถิติแห่งชาติ) แม้จะเป็นจำ�นวนที่ดูเหลื่อมกันไม่มากนักในเชิงตัวเลข แต่ที่น่าสนใจคือ พฤติกรรมการใช้จ่ายของสุภาพสตรีที่โดดเด่นในการเป็นผู้นำ�เทรนด์เรื่อง “การช็อปปิ้ง” จากผลการศึกษาของ She-conomy พบว่า 85% ของการซื้อสินค้าแบรนด์ต่างๆ มาจากลูกค้าสุภาพสตรี ไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าการ CF (Confirm) หรือการ CC (Cancel) ได้กลายเป็นศัพท์ออนไลน์ฮอตฮิตของผู้หญิงส่วนใหญ่เวลาสนใจสั่งซื้อสินค้าในโซเชียลมีเดียในวันนี้ไปแล้ว

Photo by Rawpixel on Unsplash

MAGKETING l 30


DIGITAL LIFE

ทรูมันนี่มีข้อมูลและสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับผู้หญิง แสดงให้เห็นพลังบวกของพวกเธอ ที่จะกลายเป็นหนึ่งในตัวแปรส�ำคัญขับเคลื่อนสังคมไทยให้เดินหน้าไปสู่ยุค Cashless Society ในช่วงระยะเวลาเพียงสองเดือนแรกของปีนี้ (มกราคม - กุมภาพันธ์ 2562) ผู้หญิงสามารถสร้างมูลค่าธุรกรรมต่างๆ บน TrueMoney Wallet หลายสิบล้าน บาท สะท้อนถึงศักยภาพด้านการใช้จ่ายของพวกเธอที่จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรม e-Wallet ในประเทศไทย ให้เติบโตมากยิ่งขึ้น ผู้หญิงกับ e-Wallet ขณะที่ประเทศไทยก�ำลังเดินหน้าสู่ “สังคมไร้เงินสด” ด้วยการขับเคลื่อนทั้งจากภาค รัฐและเอกชนอย่างหนัก แต่สิ่งส�ำคัญที่เป็นหัวใจหลักและเป็นตัวชี้วัดความส�ำเร็จการ ด�ำเนินงานเหนือกว่าเทคโนโลยีหรือมาตรการใดๆ ก็คือ “การรู้จักผู้ใช้งาน” 46% คือสัดส่วนจ�ำนวนผู้ใช้งานทั้งหมดที่เป็นผู้หญิง 60% อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สูงกว่าผู้ใช้ต่างจังหวัดที่มีสัดส่วน 40% ผู้หญิงที่ใช้ e-Wallet ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Gen Y อายุเฉลี่ย 24 ปี บริการใน e-Wallet ที่ผู้หญิงใช้มากที่สุดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ได้แก่ ซื้อแพ็คเกจอินเทอร์เน็ต / เติมเน็ต โอนเงินให้บุคคลอื่น ใช้จ่ายในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และร้านค้าทั่วไป

ต่างๆ แบบเรียลไทม์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่ช่วยในการบริหารจัดการเงินได้ดียิ่งขึ้น

ผู้หญิงมีปริมาณการใช้จ่ายเงินผ่าน e-Wallet เฉลี่ยต่อครั้งจะอยู่ที่ 280 บาท โดยยอด การใช้จ่ายที่สูงนั้นมาจากการจ่ายบิลเป็นหลัก ในขณะที่มีจ�ำนวนผู้ใช้เพศหญิงเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยส�ำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ การบริจาค (Donation) และการเลือกซื้อดิจิทัลคอน เทนต์ (Digital Content) สะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงมองว่า e-Wallet เป็นมากกว่าแค่ แพลตฟอร์มเรื่องการจ่ายเงิน แต่ยังเป็นแหล่งรวมน�้ำใจและประตูเชื่อมโลกดิจิทัลคอน เทนต์ของพวกเธออีกด้วย เคล็ด(ไม่)ลับการใช้ e-Wallet แบบสตรียุค 4.0

ท�ำภารกิจต่างๆ ในแอปฯ เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งาน e-Wallet บางผู้ใช้อาจไม่ เคยสังเกตว่าใน e-Wallet มีภารกิจต่างๆ ให้ท�ำและเล่นสนุกด้วย เมื่อท�ำส�ำเร็จระบบ จะให้ผู้ใช้สามารถไปจับรางวัลพิเศษ หรือได้รับเป็นเงินคืนเข้ามาในแอปฯ ได้อีก หมั่น ตรวจเช็คในแอปฯ และพิชิตภารกิจต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้หญิงอย่างเรามีเงินมา ใช้สอยมากยิ่งขึ้น เติมเงินแค่จ�ำนวนที่ต้องการจ่ายจริงในรายการเพื่อจ�ำกัดวงเงิน ส�ำหรับสาวๆ ที่ใช้ e-Wallet กับเรื่องจ่ายเงินเฉพาะเรื่อง เช่น ใช้จ่ายบิล ค่าน�้ำ ค่าไฟ หรือโอนให้คุณ พ่อคุณแม่ เป็นประจ�ำทุกเดือน การโอนเงินเข้าตามจ�ำนวนที่ต้องการใช้จริง จะช่วยให้ เราเซฟวงเงิน และไม่ผลีผลามกดซื้ออย่างอื่น เป็นการช่วยจ�ำกัดค่าใช้จ่ายอีกทางหนึ่ง

ความสะดวกรวดเร็ว ความปลอดภัย และความคุ้มค่า คือ 3 นิยามส�ำหรับการใช้งาน e-Wallet ของผู้หญิงในวันนี้ เพื่อเพิ่มความสุขและคุ้มค่า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุค ใหม่ ทรูมันนี่ขอแนะน�ำ เคล็ด(ไม่)ลับใช้งาน e-Wallet ในแบบสุภาพสตรียุค 4.0 เพิ่ม ความคุ้มค่า ประหยัด และมีความปลอดภัยในทุกการจับจ่าย เพื่อให้ผู้หญิงยุคใหม่ได้ น�ำไปพิจารณา ดังต่อไปนี้

ทั้งหมดเป็นแนวทางการใช้งาน e-Wallet ง่ายๆ ส�ำหรับบรรดาผู้หญิงยุคใหม่ ไม่ว่าจะ ใช้จ่ายมื้อเช้าในชั่วโมงเร่งด่วนที่ร้านสะดวกซื้อ สแกนจ่ายค่าโดยสารรถสาธารณะ หรือ ผ่อนคลายอารมณ์ในวันหยุดกับหนัง/แอปฯ เกมดังจากการซื้อดิจิทัลคอนเทนต์บน App Store และ Play Store ตลอดจนการจ่ายบิลตอนสิ้นเดือน หรือเติมเงิน เติมเน็ต ฯลฯ e-Wallet ล้วนตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์รอบด้าน

ความปลอดภัยใน e-Wallet ต้องมาก่อนเสมอ แม้ว่าผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อความ ปลอดภัยไซเบอร์ต�่ำกว่าผู้ชาย (ข้อมูลจาก แคสเปอร์สกี) แต่ถึงอย่างไรเรื่องเงินๆ ทองๆ ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรก ดังนั้นก่อนใช้ e-Wallet ควรตั้งค่าและ หมั่นเปลี่ยนรหัสผ่าน รหัส PIN และ Touch ID ในแอปฯ e-Wallet ที่ใช้งานอยู่เสมอ พร้อมยืนยันตัวตนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในขั้นสูง กรณีที่มีการจับจ่ายเงินจ�ำนวนมาก ผ่าน e-Wallet

เพราะผู้หญิงคือผู้ทรงอิทธิพลอย่างมากต่อแบรนด์สินค้าและบริการในปัจจุบัน ข้อมูล จาก SOUR Bangkok เคยระบุไว้ว่า ผู้หญิงนิยมช้อปปิ้งออนไลน์มากขึ้น เนื่องจาก สะดวกและรวดเร็ว ท�ำให้สามารถบริหารจัดการเวลาได้ โดยมี 3 กลุ่มสินค้าที่มีการใช้ จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ 1. ช้อปปิ้ง เสื้อผ้า, เครื่องประดับ, รองเท้า ฯลฯ 2. กลุ่มอาหาร เช่น Food Delivery, อาหารสด, อาหารแห้ง และ 3. เครื่องส�ำอาง เป็นก ลุ่มสินค้าคู่กายของผู้หญิง สิ่งเหล่านี้คือพลังของ “She-economy” ที่นับวันจะทวี ความส�ำคัญมากขึ้น ที่จะช่วยส่งเสริมการใช้งานอุตสาหกรรม e-Wallet ให้แพร่หลาย มากยิ่งขึ้น ไม่แน่อาจเกิดเป็นสังคมไร้เงินสดแบบผู้หญิง (She-Cashless Society) ใน อนาคตบ้างก็เป็นได้

ท�ำบัญชีรับ-จ่ายเงิน หรือพลิกดูประวัติการใช้ e-Wallet เป็นประจ�ำ ส�ำหรับสาวๆ ที่ เป็นแม่ค้ายุคดิจิทัล การมีบัญชีรายรับ-รายจ่ายดิจิทัลไว้ใช้งาน เพื่อเช็คการท�ำธุรกรรม

MAGKETING l 31


RESEARCH

9 เแนวโน้ม การตลาดแห่งเอเชียที่น่าจับตามอง เรื่อง : สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย

สหพันธ์การตลาดแห่งเอเชีย Asia Marketing Federation (AMF) และสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย จัดทำ�รายงาน พิเศษหัวข้อ “ 9 แนวโน้มการตลาดแห่งเอเชียที่น่าจับตามองในปี 2562 “ รายงานฉบับนี้เป็นการจับความเคลื่อนไหวและการ เปลี่ยนแปลงของการตลาดในภูมิภาค ผนวกกับการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญของสมาคมการตลาดจากประเทศสมาชิกในเอเชีย

MAGKETING l 32


RESEARCH

สหพันธ์การตลาดแห่งเอเชีย Asia Marketing Federation (AMF) เป็นองค์กรระดับ ภูมิภาคและเป็นเครือข่ายของสมาคมการตลาดในเอเชีย ที่มีภารกิจส�ำคัญในการมุ่ง พัฒนาเครือข่ายให้เข้มแข็งและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาคมการตลาดใน แถบภูมิภาคเอเชีย อันจะน�ำมาซึ่งประโยชน์ในการพัฒนาธุรกิจ เศรษฐกิจ และสังคม ในประเทศสมาชิก อันประกอบด้วย ประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ ไต้หวัน มองโกเลีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย พม่า กัมพูชา เวียดนาม ศรี ลังกา และ บังคลาเทศ 9 แนวโน้มการตลาดแห่งเอเชียที่น่าจับตามองในปี 2562

1.Fintech นวัตกรรมด้านการเงินที่จุดกระแสความเปลี่ยนแปลงให้ธนาคาร ต่างๆ เริ่มปรับตัว ก้าวข้ามขีดจ�ำกัดแบบเดิมๆ เมื่อผู้บริโภคก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอลเต็มรูปแบบ การท�ำธุรกรรมทางการเงินของบุคคล ทั่วไปได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และช่องทางก็เพิ่มมากขึ้น ธนาคารพาณิชย์จึงมีการ ปรับตัวเพื่อตอบรับความต้องการหลายด้าน อาทิ ด้านการให้บริการต่างๆ รวมถึง แพลตฟอร์มการช�ำระเงินออนไลน์ที่คล่องตัว และตรงความต้องการของผู้บริโภคมาก ขึ้น และธนาคารเริ่มกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจ�ำกัดแบบเดิมๆ และหันมามองนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเอื้อประโยชน์กับผู้บริโภค และเริ่มใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่มหาศาล (Big data) โดยมีการวิเคราะห์เพื่อน�ำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์และเกิดความ แม่นย�ำมากขึ้น เช่น การประเมินเครดิตลูกค้ารูปแบบใหม่ ผ่านการวิเคราะห์การใช้ จ่ายของพวกเขามากกว่าการตรวจสุขภาพการเงินแบบเดิมๆ ในมุมของโลกค้าปลีก นวัตกรรมทางการเงิน และแพลตฟอร์มใหม่ๆ ช่วยให้เราก้าวสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเป็น รูปธรรม ทั้งการช�ำระเงินผ่านบัญชีที่เชื่อมต่อกับ mobile banking, การช�ำระผ่าน บัตร, หรือการช�ำระผ่าน e-wallets ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่คล่องตัวและได้รับความนิยม เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

2.OMNI Channel – การเชื่อมต่อทุกช่องทางการขายคือ อนาคตของค้าปลีก ในโลกที่ประสบการณ์ที่ตอบโจทย์โดนใจลูกค้าเป็นสิ่งส�ำคัญ การขายผ่านช่องทางเดียว ไม่เพียงพออีกต่อไป ในปีที่ผ่านมาเราจะได้ยินค�ำว่า “การเชื่อมต่อทุกช่องทางการ ขาย - OMNI Channel” และ “โลกใหม่ของการค้าปลีก - New Retail” อยู่บ่อยครั้ง และจะเห็นตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงทั่วทุกภูมิภาค ผู้เล่นรายใหญ่ในโลกค้าปลีกแบบ ออนไลน์ เริ่มให้ความส�ำคัญกับร้านค้าออฟไลน์ และเริ่มขยายสู่โลกของ “การเชื่อม ต่อทุกช่องทางการขาย - OMNI Channel” มากขึ้น เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์การ ช็อปปิ้งออนไลน์เข้ากับออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ และนี่ก็ส่งผลให้ผู้ค้าปลีกที่เคยใช้ช่อง ทางการขายแค่ในห้างร้าน เริ่มให้ความส�ำคัญกับ OMNI Channel Marketing มากขึ้น ผู้ค้าปลีกแบบดั้งเดิมจ�ำนวนมาก ก็เริ่มที่จะพัฒนากลยุทธ์ใหม่ ที่รวมทุกช่องทางการ ขายเป็นการเดินทางหนึ่งเดียว เพื่อให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์การช็อปปิ้ง ที่ลื่นไหลและเชื่อมต่อประสบการณ์ทุกช่องทางได้อย่างสะดวกสบาย ตั้งแต่การไปเลือก ซื้อที่ร้านค้า ได้เห็น ได้ลองเลือก สัมผัสสินค้าจริง และหากสนใจซื้อ ลูกค้าก็สามารถ เช็คเกี่ยวกับสี / ขนาด / สต็อกที่มีให้เลือก จนถึงการกดสั่งซื้อ และระบุการจัดส่งผ่าน ช่องทางออนไลน์ขณะที่ยังอยู่ที่ร้านได้ทันที

3.การเติบโตของธุรกิจช�ำระเงินแบบดิจิตอล และความเปลี่ยนแปลงในโลก ทางการเงินแบบดั้งเดิม ด้วยการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในโลกอีคอมเมิร์ซ และความสะดวกในการท�ำธุรกรรม ทางการเงินบนมือถือ ท�ำให้การช�ำระเงินแบบดิจิตอลเป็นช่องทางการจ่ายเงินที่ได้ รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ และนี่ก็เป็นโอกาสของอุตสาหกรรมการให้บริการทางการ เงิน ที่จะปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องไปตามพฤติกรรมของผู้ใช้งาน และ สถาบันทางการ เงินต่างๆ ได้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้มาขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความ ต้องการของผู้บริโภค ในวันนี้การช�ำระเงินแบบดิจิตอลได้ก้าวสู่บทบาทใหม่ จากที่เคยเป็นแค่เครื่องมือใน การจ่ายเงิน สู่การเป็นช่องทางการจัดจ�ำหน่ายส�ำหรับสินเชื่อพิเศษขนาดเล็ก และใช้ ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) ด้านการจับจ่ายของลูกค้ามาเป็นตัวประเมินความ น่าเชื่อถือทางการเงินของผู้กู้ เพื่อลดความเสี่ยงของผู้ให้กู้ และการเติบโตของโลกการ เงินดิจิตอลในชีวิตประจ�ำวันของผู้บริโภค ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจแบบ เดิมๆ อาทิ ธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตรา และ ร้านค้าปลีกรายย่อยที่รับเฉพาะเงินสด ในโลกยุคดิจิตอล เราจะเริ่มเห็นการเกิดขึ้นของธุรกิจแลกเปลี่ยนสกุลเงินข้ามภูมิภาค แบบดิจิตอล ที่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนจากกลไกตลาด ซึ่งมีอัตราผันผวนแบบ real time แทนอัตราแลกเปลี่ยนจากหน่วยงานการเงินระดับภูมิภาคแบบเดิมๆ

4.การใช้งานที่เพิ่มขึ้นของ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และ การพัฒนาไปเป็นความอัจฉริยะแบบลูกผสม (Hybrid Intelligence หรือ HyIntelligence) ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) นั้นเป็นเครื่องมือที่มีบทบาทส�ำคัญ เป็นอย่างยิ่งในการช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถมีปฎิสัมพันธ์กับลูกค้าได้ในระดับบุคคล เพราะเครื่องมือ AI สามารถช่วยรวบรวมข้อมูลจ�ำนวนมหาศาลของลูกค้าเข้าด้วย กัน พร้อมวิเคราะห์เพื่อน�ำผลลัพธ์มาปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าและสร้างความ สัมพันธ์ที่แข็งแกร่งผ่านการตลาดเชิงประสบการณ์ (Experiential marketing) ในปัจจุบัน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ ความอัจฉริยะของมนุษย์ (HI) มักจะถูกน�ำมา ใช้เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้คน เพราะการเรียนรู้ของปัญญาประดิษฐ์ นั้นขึ้นกับฐาน ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่ถูกป้อนเข้ามาโดยความอัจฉริยะของมนุษย์ เพื่อคาด การณ์และด�ำเนินการงานตามค�ำสั่ง เช่น ในกรณีของโปรแกรมตอบกลับอัตโนมัติ แบบแชทบอท (Chatbot) และสิริ (SIRI) ความอัจฉริยะแบบลูกผสม (Hybrid Intelligence) หรือที่เรียกแบบย่อว่า HyIntelligence เป็นความชาญฉลาดในระดับ สูงขึ้นของสมองกล ที่ผสานการท�ำงานของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความอัจฉริยะ ของมนุษย์ (HI) ในระดับเซลล์ประสาทสั่งการ สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและ ประสิทธิภาพของมนุษย์อย่างมาก ตัวอย่างเช่น การฝังแผ่นชิพปัญญาประดิษฐ์ขนาด เล็กระดับนาโน (AI Nanochip) ในมนุษย์ที่ช่วยให้เข้าใจการท�ำงานของระบบประสาท เพื่อลดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งทางวาจาและร่างกาย เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) เหล่านี้จะยังคงถูกน�ำมาใช้เพื่อช่วยให้ บริษัทต่างๆสามารถสร้างความผูกพันกับ ลูกค้าในระดับบุคคล ไม่เพียงเฉพาะกับจ�ำนวนลูกค้าในกลุ่มที่ใหญ่มากขึ้นเท่านั้น แต่ ในความถี่ที่สูงขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามการน�ำเทคโนโลยีที่กล่าวมาข้างต้นนี้มาใช้อย่าง แพร่หลาย ควรค�ำนึงถึงความประเด็นความเหมาะสมทางด้านมนุษย์และจริยธรรมด้วย

MAGKETING l 33


RESEARCH

เช่นกัน

5.เทรนด์ใหม่ของ “ผู้ประกอบการภายใน - Intrapreneur” ทางออกแบบ Win – Win ในโลกธุรกิจยุคใหม่ ในยุคที่ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของกิจการ พนักงานและผู้บริหารจากองค์กรต่างๆ ที่มี ความสามารถสูง เริ่มลาออกเพื่อไปตามความฝันในการเริ่มต้นกิจการของตัวเอง ท�ำให้ เกิดปัญหาใหญ่ คือ องค์กรก็ขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ส่วนผู้ที่ลาออก ไปเริ่มต้นกิจการ ก็ไม่ใช่จะประสบความส�ำเร็จเสมอไป จะเห็นได้จากจ�ำนวนบริษัท สตาร์ทอัพที่ประสบความส�ำเร็จนั้นเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก และส่วนใหญ่ พวกเขา มักมีปัญหาในการขยายธุรกิจ หรือ scale up เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ องค์กรหลายๆ แห่งเริ่มส่งเสริมให้พนักงานพัฒนาตัวเองเป็น “ผู้ประกอบการภายใน หรือ Intrapreneur” ที่มีความพร้อมและเต็มใจที่จะปฏิบัติ งาน เสมือนตนเป็นเจ้าของกิจการ อย่างเต็มที่ เขาเหล่านั้นพร้อมเสนอตัวรับผิดชอบ เสนอไอเดีย รับความเสี่ยงและสร้างนวัตกรรม ตลอดจนด�ำเนินกิจกรรมอย่างอุตสาหะ เพื่อน�ำไปสู่ผลก�ำไรของบริษัทในบั้นปลาย เมื่อพนักงาน “ผู้ประกอบการภายใน หรือ Intrapreneur” มีไอเดียและเป้าหมายที่ชัดเจน องค์กรก็จะให้การสนับสนุน ทั้งการ เงินและการเข้าถึงทรัพยากรที่จ�ำเป็นในการสร้างสรรค์นวัตกรรม สินค้า หรือบริการ ใหม่ๆ เพื่อให้ Intrapreneur ได้ริเริ่ม สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆให้กับบริษัท พร้อม ได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าเงินเดือน อาทิ การได้เป็นหุ้นส่วนในบริษัทใหม่ หรือ ได้ ผลตอบแทนต่างๆที่มากกว่าตัวเงิน นับเป็นรูปแบบทางธุรกิจสมัยใหม่ที่ตอบโจทย์ให้ ประสบความส�ำเร็จร่วมกันทุกฝ่าย

เปิดทุกวัน และเสนอทางเลือกช�ำระเงินที่หลากหลาย และความนิยมตู้อัติโนมัติที่สูง ขึ้น ส่งผลกระทบกับผู้ค้ารายย่อย เช่นร้านขายเครื่องดื่มข้างถนน หรือร้านขายของช�ำ ในขณะเดียวกันตู้ขายสินค้าอัตโนมัตินี้ ยังกลายเป็นพื้นที่สื่อโฆษณากลางแจ้งราคา ย่อมเยา ที่เป็นทางเลือกใหม่ๆ ในการท�ำโฆษณาแบบ Out-Of-Home (OOH) แต่ นักการตลาดต้องมีความเข้าใจกลุ่มตลาดเป้าหมาย ทั้งในแง่ท�ำเลที่ตั้งเชิงกลยุทธ์ และ ธรรมชาติการรับสื่อ Out-Of-Home (OOH) ของพวกเขา จึงจะสามารถเลือกใช้ สื่อ โฆษณาบนตู้ขายสินค้าอัตโนมัติเป็นชช่องทางการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

8.ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจที่มีผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ในยุคที่ลูกค้าได้รับการเชื่อมต่อและรับรู้ข่าวสารทางโลกออนไลน์ย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง พวกเขามีแนวโน้มที่จะตัดสินใจโดยใช้ความรู้สึกเป็นตัวน�ำ แต่ในโลกของธุรกิจ ขนาดใหญ่ นั้นยากที่แบรนด์จะสามารถสร้างความรู้สึกผูกพันกับลูกค้า ดังนั้น เพื่อ สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ธุรกิจจ�ำนวนมากต่างหันมาใช้ความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นหนึ่งในหลายๆ วิธีในการดึงดูดลูกค้า ซึ่งวิธีการก็มีหลากหลาย ตั้งแต่การระดมทุน หรือการให้การสนับสนุนส�ำหรับโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ในทางกลับกันความคิดริเริ่มทางสังคมเหล่านี้ท�ำให้บริษัทฯ สามารถบอกเล่าเรื่องราว เกี่ยวกับธุรกิจของพวกเขาผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ช่วยสร้างความเกี่ยวข้อง และความผูกพันทางอารมณ์ส�ำหรับบริษัทเหล่านี้เพื่อท�ำการตลาดแบรนด์ของพวกเขา อย่างไรก็ตาม การตลาดที่ปราศจากการเข้าอกเข้าใจผู้บริโภคอย่างมีความรู้สึกร่วม นั้น ล้าสมัยไปแล้ว และด้วยการเพิ่มขึ้นของข่าวปลอมความถูกต้องในการสื่อสารการตลาด มีความส�ำคัญในการสร้างปัจจัยความน่าเชื่อถือสูงในผู้บริโภค

6.การใช้เทคโนโลยีโดรนเป็นเครื่องมือทางการตลาดและสื่อโฆษณา

9.การท�ำความเข้าใจและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสมาร์ทโฮม

เทคโนโลยียุคใหม่เป็นประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ในการสร้างความแตกต่าง และในยุคนี้คง ต้องกล่าวถึง “โดรน - Drone” ซึ่งเป็นเครื่องมือส�ำคัญที่มาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการ สร้างสรรค์งานด้านการตลาดและการสื่อสาร ในทุกวันนี้ ในอดีต หากต้องการภาพถ่ายทางอากาศสวยๆ เราจะต้องลงทุนมหาศาลในการ ผลิต ต้องใช้เครน ติดตั้งนั่งร้าน หรือแม้แต่ใช้เฮลิคอปเตอร์ ซึ่งต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการ ผลิตมหาศาล และมีเพียงแบรนด์ใหญ่ๆเท่านั้นที่มีงบประมาณมากพอจะท�ำได้ แต่ใน ปัจจุบันนี้ “โดรน - Drone” ท�ำให้การสร้างวีดีโอมาร์เก็ตติ้งสวยๆ นั้นไม่เกินเอื้อมอีก ต่อไป เราจะได้เห็นภาพถ่ายทางอากาศสวยๆ ของโครงการอสังหาริมทรัพย์ มุมกล้อง แปลกใหม่ในหนังภาพยนตร์ฟอร์มเล็ก หรือภาพสวยๆ ที่บรรดาบล็อกเกอร์ใช้โดรนใน การถ่ายท�ำ และที่มากกว่านั้น คือ ในบางประเทศยังสามารถใช้โดรนเป็นสื่อโฆษณาที่ ใช้น�ำเสนอแบนเนอร์ หรือฉายข้อความดิจิตอลบนแลนด์มาร์ค สถานที่ส�ำคัญ ต่างๆ ได้ อีกด้วย เป็นการเปิดมุมมองความสร้างสรรค์ใหม่ๆ ให้กับโลกการตลาดทีเดียว

เมื่อเทคโนโลยียุคใหม่มีการพัฒนามากขึ้น อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านส่วน ใหญ่ จะมีการพัฒนาเสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะท�ำให้อุปกรณ์ทุก ชิ้นในบ้าน อาทิ ตู้เย็น มีความชาญฉลาด (Smart Home) สามารถช่วยตรวจสอบ พฤติกรรมการบริโภค และช่วยเตือนเจ้าของบ้านโดยอัตโนมัติให้สั่งซื้อสินค้าที่คงเหลือ น้อย เทคโนโลยีนี้จะพาเราก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการจับจ่ายซื้อ ของตามร้านขายของช�ำแบบดั้งเดิมจะเปลี่ยนไป ด้วยการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบบูรณา การโดยตรงกับซัพพลายเออร์ การช�ำระเงินดิจิตอล และการจัดส่ง รูปแบบการจับจ่าย สินค้าอุปโภคบริโภคจะเปลี่ยนไป

7.ความเปลี่ยนแปลงที่มาพร้อมกับตู้จ�ำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ 24/7 ตู้จ�ำหน่ายสินค้าอัตโนมัติทั้งแบบใช้เงินสดและไม่ใช้เงินสด ทั้งแบบที่ขายสินค้าพื้นฐาน อย่างน�้ำผลไม้สด ไปจนถึงอาหารสดชั้นดีอย่างเนื้อปลาแซลมอนในแพ็คสูญญากาศก�ำ ลังเป็นที่นิยมอย่างมากในสิงคโปร์ ข้อดีของตู้หยอดเหรียญคือ เป็นการท�ำงานแบบไม่ต้องใช้คนขาย เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

ด้วยเทคโนโลยี Smart Home ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ “ปัญญาประดิษฐ์” (AI) ในสมาร์ทโฮมที่มีการจดจ�ำใบหน้าและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะตรวจ สอบพฤติกรรมของแต่ละบุคคลและให้ความเป็นส่วนตัวในการใช้ชีวิตที่บ้าน ตั้งแต่การ ตั้งค่าอุณหภูมิในบ้าน ไปจนถึงแสงไฟบรรยากาศเพื่อความบันเทิง เช่นเพลงส่วนตัว และรายการโทรทัศน์ ดังนั้นนักการตลาดจะต้องเข้าใจเทคโนโลยี Smart Home ที่เกิด ขึ้นใหม่และเรียนรู้วิธีการควบคุมเทคโนโลยีนี้เพื่อท�ำการตลาดผลิตภัณฑ์ของตน และที่ส�ำคัญที่สุด คือ นักการตลาดจะต้องเข้าใจถึงความส�ำคัญของการตลาดยุคใหม่ที่ เน้นการเชื่อมต่อกับลูกค้าในระดับบุคคล ในยุคนี้ แบรนด์ที่น�ำเสนอเพียงแค่สินค้าและ บริการจะไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ความเข้าใจและการให้ความส�ำคัญกับความรู้สึกของ ลูกค้าจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในการตลาดและการท�ำธุรกิจในภาพรวม

MAGKETING l 34


JIGSAW

PERSONAL CARE 67,400

63,600 60,000 56,800

+

Year 2562

+

Year 2561

+

Year 2560

+

Year 2559

Million Bath

MINERAL MARKET SIZE ปี 2561

>> 4,000 ล้านบาท

ปี 2562

>> 4,400 ล้านบาท

MARKET SHARE 7%

8% 12%

13%

2562 24%

26%

มิเนเร่

มิเนเร่

ออร่า

ออร่า

เพอร์ร่า

เพอร์ร่า

มองต์เฟลอ

มองต์เฟลอ

MAGKETING MAGKETING ll 35 35 FREEPIK

2561

36%

36%


MOVEMENT >> FOOD & REAL ESTATE

MAGKETING l 36


MOVEMENT >> FOOD & REAL ESTATE

WAIWAI บะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูปไวไว ร่วมสืบสานต�ำนานอันยิ่งใหญ่และยาวนาน เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ในงาน “103 ปี ตรุษจีนปากน�้ำ โพ เมืองสวรรค์แห่งศรัทธา ประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน�้ำโพ ประจ�ำปี 2561 - 2562” เพียงซื้อผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ สินค้าไวไวทุกรสชาติ ครบ 100 บาท รับอั่งเปาลุ้นของรางวัลทันที 1 ใบ เพื่อลุ้นรับของรางวัล Strategy

:: การจัดกิจกรรมช่วงเทศกาล

(Seasonal Event Marketing)

ICHITAN อิชิตันเปิดตัว “เย็นเย็นฟัน” ใหม่ น�้ำจับเลี้ยงผสมวุ้นมะพร้าวเฉาก๊วย ขยายฐานเครื่องดื่มสมุนไพรเข้าสู่ตลาดเครื่องดื่มวุ้น มะพร้าว สร้างประสบการณ์เครื่องดื่มเคี้ยวสนุกในตลาดที่มีการเติบโตสูง ตอบโจทย์วัยรุ่นชอบลองของใหม่ไม่จ�ำเจ

Strategy

:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

(New Product Development)

KFC เคเอฟซีจัดแคมเปญชุด “ไก่พร้อมลุย” ประกอบด้วยไก่ป๊อป บอมบ์ แซ่บ 14 ชิ้น ไก่ทอด 5 ชิ้น และ เฟรนช์ฟรายส์ (ใหญ่) 2 ชุด ในราคาเพียงชุดละ 259 บาท จ�ำหน่ายตั้งแต่วันนี้ถึง 27 กุมภาพันธ์ 2562

Strategy

:: การจำ�หน่ายแบบชุด

(Multiple Set)

MAJOR เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ฉลองเทศกาลตรุษจีน แจกอั่งเปามอบส่วนลด On Top 100,000 บาท กับ 10 คอนโดฯ พร้อมอยู่ ตกแต่งครบ ใจกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้า อาทิ เอ็ม จตุจักร, เอ็ม ลาดพร้าว, เอ็ม สีลม, เอ็ม ทองหล่อ 10, ฯลฯ เฉพาะวันที่ 9-10 ก.พ. 2562 Strategy

:: การส่งเสริมการขายในช่วงเทศกาล

(Seasonal Program)

MAGKETING l 37


MOVEMENT >> IT & AIRLINE

EMIRATES สายการบินเอมิเรตส์จัดแคมเปญสร้างทริปแห่งความทรงจ�ำร่วมกับคนรักหรือเพื่อนสนิทแบบยกทีม ด้วยข้อเสนอสุดคุ้มเมื่อ จองบัตรโดยสารส�ำหรับการเดินทางเป็นกลุ่มตั้งแต่ 2-9 คน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 24 กุมภาพันธ์นี้ ส�ำหรับเดินทางสู่เส้นทางในฝัน ผ่านเครือข่ายเอมิเรตส์ทั่วโลก อาทิ ฮ่องกง เวียนนา นิวยอร์ก และไคโร Strategy

:: แวลู แพ็คเกจ

(Value Package)

THAI AIR ASIA สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เปิดตลาดบินคุ้มสู่ทวีปใหม่ บินตรง กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – บริสเบน เมืองหลวงรัฐ ควีนสแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นครั้งแรกของวงการสายการบินราคาประหยัดในไทย ในราคาพิเศษสุด ส�ำหรับสมาชิก แอร์เอเชีย ราคารวมเริ่มต้น 5,555 บาท* ต่อเที่ยว Strategy

:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

(New Product Development)

TRUE ทรูเฉลิมฉลองตรุษจีนริมแม่น�้ำเจ้าพระยาในงาน “THE ICONSIAM ETERNAL PROSPERITY CHINESE NEW YEAR 2019”ณ ไอคอนสยาม มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าสุดฟินในโซน VIP ชมโชว์พญามังกรติดไฟ LED ยาวที่สุดในประเทศ พร้อม อั่งเปาความสุขจากทรู Strategy

:: การจัดกิจกรรมช่วงเทศกาล

(Seasonal Event Marketing)

SAMSUNG ซัมซุงประกาศใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลาสติก เช่น กระดาษ หรือวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ ใน การผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์แทนการใช้พลาสติก โดยเริ่มใช้วัสดุดังกล่าวในการผลิตบรรจุภัณฑ์ส�ำหรับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ไปจนถึงกล่องบรรจุภัณฑ์อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน Strategy

::

Green Marketing

MAGKETING l 38


MOVEMENT >> ETC

WORLD GAS บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จ�ำกัด (มหาชน) จัดจ�ำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) แบรนด์ “เวิลด์แก๊ส” จับมือกับการ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “THE WORLD’S BEST STREET FOOD BY WORLDGAS” เพื่อมอบรางวัล สุดยอดร้านอาหารริมทางที่โดดเด่นในเรื่องรสชาติจนได้รับความนิยมจากคนไทย Strategy

:: การกิจกรรมด้านอาหาร

(Food Events Marketing)

WACOLA บริษัท ไทยวาโก้ จ�ำกัด (มหาชน) ภายใต้โครงการ “วาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม” เล็งเห็นถึงความจ�ำเป็นที่จะต้องด�ำเนิน การผลิตหมวกเพื่อช่วยเหลือสังคม โดยได้บริจาควัตถุดิบที่เนื้อผ้าอ่อนนุ่ม ไม่ระคายผิวและปราศจากสารพิษตกค้าง พร้อม ว่าจ้างให้สตรีบ้านพักฉุกเฉินท�ำการผลิตหมวกเหล่านี้ เป็นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

INDEX LIVINGMALL อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จัดโปรโมชั่น “เบดรูม แอนด์ โซฟา เซลล์” น�ำเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน และของใช้ในบ้าน อาทิ โซฟา, อาร์มแชร์, ชุดห้องนอน, ชุดโต๊ะอาหาร, ชุดครัว, หมอนอิง, กรอบรูป, นาฬิกา, แจกัน, โคมไฟ, ชุดจาน, ชุด เครื่องนอนฯลฯ พร้อมกับโปรโมชั่นพิเศษตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. - 27 มี.ค.2562 Strategy

:: การจัดงานส่งเสริมการขาย

(Sales Promotion activity)

BAY กรุงศรีต้อนรับตรุษจีนด้วยโปรโมชั่นพิเศษเปิดบัญชีเงินฝากประจ�ำพิเศษ 4 เดือน รับดอกเบี้ยสูงสุด 1.38% ต่อปี หรือ บัญชี เงินฝากประจ�ำ Step Up 9 เดือน รับดอกเบี้ยสูงสุด 1.70% ต่อปี แถมกระปุกออมสินแมวน�ำโชค เมื่อเปิดบัญชีพร้อมฝาก เงินขั้นต�่ำ 50,000 บาท จนถึง 28 ก.พ 2562 Strategy

:: การส่งเสริมการขายในช่วงเทศกาล

MAGKETING l 39

(Seasonal Program)


+

หากคุณต้องการไอเดีย+จุดประกายความคิดทางธุรกิจ พร้อมกับศึกษาข้อมูลสภาวะการแข่งขันอย่างรอบด้าน

+

“แมกเก็ตติ้ง

แมกเก็ตติ้ง

(MAGKETING)”

(MAGKETING)

นิตยสารออนไลน์ด้านการตลาด (E-Magazine) ราย 2 เดือน ประเภท Free view ซึ่งน�ำเสนอข่าว ความเคลื่อนไหว ข่าวเชิงวิเคราะห์ รวมถึงข้อมูล ในรูปแบบ Database ในแวดวงธุรกิจการตลาด สามารถเลือกช่องทางการอ่านได้หลากหลาย

พร้อมเสิร์ฟฟรี ทุกที่ ทุกเวลา อ่านได้ทันทีที่

ทั้งการดาวน์โหลดนิตยสารผ่านอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ

Computer PC , MAC , Notebook หรือเปิดวิวผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อเก็บไว้ดูได้ทั้งใน

Smartphone , Phablet , Tablet , iPad

Profile for MAGKETING

Magketing Vol34  

ยุทธศาสตร์ของผู้ประกอบการสินค้ายักษ์ใหญ่ นอกจากจะปรับตามกระแสพฤติกรรมผู้บริโภคที่ห่วงใยสุขภาพแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นไปตามพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปั...

Magketing Vol34  

ยุทธศาสตร์ของผู้ประกอบการสินค้ายักษ์ใหญ่ นอกจากจะปรับตามกระแสพฤติกรรมผู้บริโภคที่ห่วงใยสุขภาพแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นไปตามพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปั...

Profile for magketing
Advertisement