Page 1

WHEN ONLINE MEET OFFLINE ++ marketing case study BEYOND STRATEGY & CONSUMER LIFESTYLE JUNE 2561

VOL.4 ISSUE 25

THAILAND'S FIRST E-MARKETING MAGAZINE FOR FREE DOWNLOAD

++ MEET OFFLINE WHEN ONLINE

it's E FRE

25 I S S U E


Fresh - Baked Dairy The Europeans baking kitchen Enjoy a cup of warm chocolate

AnnaNita

Sukhumvit Soi 11 near Nana BTS Skytrain Sukhumvit Rd. BKK


01

HOMEROOM

EDITORIAL บรรณาธิการบริหาร

ภาวนา อรัญญิก

EDITORIAL STAFF > หัวหน้ากองบรรณาธิการ > กองบรรณาธิการ

บัณฑิต โชคสิทธิกร กัลชนา ทิชากร ปรัชญ์ พันแสงระวี

> ศิลปกรรม

cymk@bangkok

ADVERTISING STAFF > ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา > กองโฆษณา

วิโรจน์ ธนวัฒน์วาทิน สุนิสา อดุลย์วิทย์

บจ.มาร์เก็ตอินโฟ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 3769/46 เจริญราษฎร์ บางโคล่ บางคอแหลม กทม. 10120 tel.062-4836903 email>>magketing.editor@gmail.com


CONTENTS

INFORMATION

17

8 12

FLASH PODIUM

ANALYSIS

19

28

17 19 26 28 29 31 32 35

BEHAVIOR CASE STUDY FACTOR ONE COMMUNITY DIGITAL LIFE JIGSAW RESEARCH STARTUP

DATABASE

31

37 38 39

MOVEMENT

>> FOOD&BEVERAGE

MOVEMENT

>> ELECTRICAL&PROPERTY

MOVEMENT

>> ETC.


information Flash | Podium


FLASH

แอร์เอเชีย

ไวไว

เปิดบินตรง ดอนเมือง-โคตาคินาบาลู (มาเลเซีย)

สายการบินแอร์เอเชียเชิญสัมผัสประสบการณ์ความสนุก เที่ยวมรดกทางธรรมชาติ ระดับโลกกับเส้นทางใหม่ บินตรง กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – โคตาคินาบาลู เมืองหลวง รัฐซาบาห์ เกาะบอร์เนียวเหนือ ประเทศมาเลเซีย เริ่มบิน 16 สิงหาคม 2561 พร้อม มอบโปรโมชั่นพิเศษ ราคารวมเริ่มต้นที่ 1,190 บาท* ต่อเที่ยว ส�ำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วัน ที่ 11 – 17 มิถุนายน 2561

เดอะมอลล์

ฟรีคอนเสิร์ตมอบให้ 7 องค์กรการกุศล

สเปซเซส

กิจกรรม “ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย รวมพลังคนไทยไม่โกง”

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พร้อมด้วยกลุ่มทรู และ องค์กร สมาคม มูลนิธิ หน่วยงานด้านการสื่อสารและภาคอุตสาหกรรมบันเทิง ท�ำ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือและแผนปฏิบัติการร่วมสร้างสังคมไม่ทนต่อ การทุจริต ในกิจกรรม “ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย รวมพลังคนไทยไม่โกง” ของโครงการ ผลิตสื่อเชิงบูรณาการการสื่อสาร ภายใต้แนวคิด “คนไทยไม่โกง” (Thailand No Corruption)

โชว์ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ในงาน iEVTech 2018

ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเยี่ยมชมเทคโนโลยี ยานยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้า ณ งานประชุมวิชาการและนิทรรศการเทคโนโลยียานยนต์ ไฟฟ้านานาชาติ iEVTech 2018 โดยมีโนบุยูกิ อาโอยามะ ประธาน บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิก จ�ำกัด และอารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการ บริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จ�ำกัด ให้การต้อนรับ

แม็กซี่

สเปซเซสเปิดให้บริการสาขาที่สอง

Spaces (สเปซเซส) โคเวิร์กกิ้งและพื้นที่ท�ำงานพร้อมใช้งานแบบครบวงจรสุดสร้างสรร รค์แห่งอัมสเตอร์ดัม พร้อมเปิดให้บริการสาขาที่สองแก่ลูกค้าแล้ววันนี้ ในท�ำเลใจกลาง ย่านธุรกิจอันคึกคักของกรุงเทพฯ บนชั้น 24 ณ อาคารโครงการมิกซ์ยูส สาขาจัตุรัส จามจุรี พร้อมรองรับกลุ่มคนอาชีพอิสระและผู้ประกอบการที่มองหาพื้นที่การท�ำงานที่ สามารถมอบความยืดหยุ่นให้ได้มาก

ทรู

“เส้นหมี่อบแห้งไวไว” จัดทริปพิเศษเพื่อลูกค้าคนส�ำคัญใน “เส้นหมี่อบแห้งไวไว พิชิต ใจคุณพี่เดช” กิจกรรมพาผู้โชคดีจากการร่วมสนุกบนแฟนเพจไวไว สวมชุดไทยตะลุย โบราญสถานในจังหวัดอยุธยาและลพบุรี พร้อมศึกษาเรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่น่า ภาคภูมิ

ฮอนด้า

ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ร่วมกับบริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด และธนาคารยูโอบี จ�ำกัด (มหาชน) จัดงาน JOOX World Music Day X EmQuartier มอบความสุขผ่านเสียงเพลงในวันดนตรีสากล ภายใต้ คอนเซ็ป “Music Changes the World” ยกทัพ 7 ค่ายเพลง 30 ศิลปินดัง โดยราย ได้จากการรับชมหรือบริจาคภายในงานจะน�ำไปมอบให้ 7 องค์กรการกุศล

“เส้นหมี่อบแห้งไวไว พิชิตใจคุณพี่เดช”

“แม็กซี่ น�้ำผึ้ง เอมเพอเรอร์ลิ้นจี่ โซดา”

บริษัท สากล เบเวอเร็ดจ์ จ�ำกัด ผู้ผลิต และจัดจ�ำหน่าย “แม็กซี่” เครื่องดื่มโซดาเพื่อ สุขภาพ เดินหน้าบุกตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เติมความสดชื่นอย่างต่อเนื่อง เปิด ตัวเครื่องดื่มโซดาสายพันธุ์ใหม่สไตล์จักรพรรดิ กับ “แม็กซี่ น�้ำผึ้ง เอมเพอเรอร์ลิ้นจี่ โซดา” ด้วยขนาด 400 มล. ในราคาขวดละ 18 บาท ที่ “เซเว่น อีเลฟเว่น” และร้าน ค้าชั้นน�ำทั่วไป

ดีโด้

ดีโด้ร่วมงาน THAIFEX-World of Food Asia 2018

บริษัท ฟู้ดสตาร์ จ�ำกัด ผู้ผลิตและจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์น�้ำผลไม้พร้อมดื่ม ภายใต้ แบรนด์ “ดีโด้” ยกทัพผลิตภัณฑ์น�้ำผลไม้พร้อมดื่มและสินค้าชั้นน�ำอีกมากมายร่วม ออกบูธในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก THAIFEX-World of Food Asia 2018 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานีชาเลนเจอร์ ฮอลล์2 โดยยกเคาน์เตอร์บาร์และ Mixologist ระดับประเทศมาไว้ในงานพร้อมสาธิตการท�ำเครื่องดื่มเมนู “ดีโด้” หลาก หลาย

MAGKETING l 8


FLASH

Chic & trendy eatery-cafĂŠ-bar delicious Thai & European comfort food, bakery and coffee Free Wifi, newspapers, soft music Sanam Bin Nam Road ,Nonthaburi's Muang district, Nonthaburi

austin coffee N tea MAGKETING l 9


FLASH

กรุงศรี

วาโก้

กรุงศรีไพรม์น�ำโลกธุรกิจยุคดิจิทัลสู่มือลูกค้า

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) จัดสัมมนาพิเศษ “หมุนตามโลกธุรกิจยุค ดิจิทัล” ให้ลูกค้ากรุงศรีไพรม์อัพเดตเทรนด์การบริหารเงินและการลงทุน ตลอดจน แนวคิดการด�ำเนินธุรกิจยุค 4.0 และดิจิทัลอีคอมเมิร์ซ จากประสบการณ์จริงของผู้ ก่อตั้ง Tarad.com และผู้บริหารจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ หอศิลป วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ นี้

ศศินทร์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมด้วยสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาฯ เข้าร่วมงาน “HAPPI DBD Clusters” โดยงานนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริม กลุ่มเครือข่ายคลัสเตอร์ 6 กลุ่มเพื่อสร้างความร่วมมือและพัฒนาการ ด�ำเนินงานร่วมกัน ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบ การ SMEs และวิสาหกิจชุมชน

จอห์นสัน

จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ขยายโครงการรณรงค์เลิกบุหรี่

บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จ�ำกัด ประกาศขยายโครงการรณรงค์เลิก บุหรี่ Quit Smoking พร้อมเดินรณรงค์เลิกสูบบุหรี่ พร้อมแนะน�ำตัวช่วยเลิกบุหรี่ที่ ท�ำให้การเลิกบุหรี่เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ในโอกาสวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2561 โดยมีภัสสรกรณ์ และราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์ และเภสัชกร มาร่วมแบ่งปัน ประสบการณ์ และให้ค�ำแนะน�ำการเลิกบุหรี่

สวทช

บมจ. ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล ให้การต้อนรับ คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร ผู้แทนบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล และ คุณเชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ ซึ่งให้เกียรติเชิญชวนคุณ สุภาพสตรีมาร่วมบริจาคบราเก่าในโครงการ “วาโก้ บราเดย์ บรามีค่า... สร้างอาชีพ รักสิ่งแวดล้อม” ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก

ไอ.ซี.ซี

งาน “HAPPI DBD Clusters”

ผู้ประกอบการสินค้ากลุ่มอาหาร อวดโฉมในงาน THAIFEX

สวทช. และ สกว. น�ำทัพผู้ประกอบการสินค้านวัตกรรมกลุ่มอาหาร ในโครงการ “การ สนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางใน กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง” กว่า 40 ราย ร่วมน�ำเสนอ สินค้าและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมบริเวณบูธ จัดบูธ Innovation and Design Zone (IDZ) ภายในงาน THAIFEX 2018 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เชิญชวนบริจาคบราเก่า

กิจกรรม His & Her Pre Sale Day

บมจ. ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จัดกิจกรรม His & Her Pre Sale Day มอบสิทธิ พิเศษแก่ลูกค้าสมาชิกบัตร His & Her Plus Point ได้สิทธิ์ช้อปก่อนใครในงานสหกรุ๊ป แฟร์ ครั้งที่ 22 พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษ และของสมนาคุณอีกมากมาย ในวันที่ 27 มิถุนายน 2561 เวลา 10.00 - 18.00 น. ณ ไบเทค บางนา ฮอลล์ EH 98 - 99

สิงห์

มอบเงินร่วมสนับสนุนโครงการปันความรู้สู่สังคม

บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จ�ำกัด มอบเงินร่วมสนับสนุนโครงการปันความรู้สู่สังคม เพื่อสนับสนุนชุดหนังสือมรดกแห่งแผ่นดิน 30 ชุด รวมมูลค่ากว่า 426,990 บาท ณ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จ�ำกัด เมื่อเร็วๆนี้ ภายในชุดประกอบด้วยหนังสือ 13 เล่ม ถ่ายทอดเรื่องราวบูรพมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ที่ทรงท�ำคุณประโยชน์แก่ประเทศ ชาติ

ซีพี

มอบเงินสนับสนุนแก่สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย

เครือเจริญโภคภัณฑ์ และทรู คอร์ปอเรชั่น มอบเงินจ�ำนวน 2,814,500 บาทแก่ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย เพื่อใช้สนับสนุนการจ้างงานและการฝึกทักษะ อาชีพด้านการเกษตร เพื่อสร้างอาชีพที่ยั่งยืนส�ำหรับครอบครัวผู้พิการตาบอด

MAGKETING l 10


FLASH

BOOKETING marketing l online pocketbook

special

offer BOOKETING

สั่งซื้อพ็อกเก็ตบุ๊คออนไลน์ ได้หลากหลายช่องทาง www.ookbee.com www.ais.co.th/bookstore

www.naiin.com

MAGKETING l 11

www.mebmarket.com www.theonebook.com www.ebooks.in.th www.se-ed.com


PODIUM

เปิดตัวกะทิขวดเรียลไทย ตั้งเป้าครองเจ้าตลาดกะทิขวด บริษัท ไทยแทน ฟู้ดส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จ�ำกัด ร่วมกับ บริษัท ไทย อกริ ฟู้ดส์ จ�ำกัด (มหาชน) สองบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ผลิต-จัดจ�ำหน่าย และส่งออกผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ เรียลไทย(Real Thai)แบรนด์ชั้นน�ำของไทยที่น�ำอาหารไทยไปสู่ครัวโลก เปิดตัว“กะทิ ขวดเรียลไทย” ที่แรกของโลก!ก่อนส่งออกความอร่อยไปกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ทุ่ม งบประมาณทางการตลาดแบบครบวงจรไปกว่า 100 ล้านบาท ลงทุนไลน์ผลิตใหม่ มากกว่า 600 ล้านบาท ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยที่สุดจากประเทศ ญี่ปุ่น ทั้งยังดึง โป๊ป-เบลล่า เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ตอกย�้ำภาพลักษณ์แบรนด์ สัมผัส แท้แห่งรสไทย ภายใต้สโลแกนโปรดักส์ กะทิขวดต้อง “เรียลไทย” ใครใช้ก็โอเคหวัง เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความหลากหลาย พร้อมขยายฐานลูกค้าให้ไปในวงกว้างมากขึ้น ตั้ง เป้ายอดขายปีนี้เริ่มต้นจากประเทศไทยไว้ที่ 1,000 ล้านบาท เตรียมขึ้นแท่นครองเจ้า ตลาดกะทิขวดทั้งในไทยและต่างประเทศ วรนันท์ ทวีแสงพานิชย์ กรรมการบริหาร บริษัท ไทยแทน ฟู้ดส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จ�ำกัด บริษัทชั้นน�ำของคนไทยที่น�ำอาหารไทยไปสู่ครัวโลก ภายใต้แบรนด์ เรียลไทย กล่าวว่า “เรียลไทย เป็นแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับจากต่างชาติเป็นอย่างมาก มี วางจ�ำหน่ายอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าชั้นน�ำกว่า 70 ประเทศอาทิ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เยอรมัน เป็นต้น โดยบริษัทฯ ได้ท�ำการส่งออกสินค้าไทยมากกว่า 1,000 รายการ ภาย ใต้ 8 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย กะทิกระป๋อง ซอสปรุงรส พริกแกง เส้นก๋วยเตี๋ยว เครื่องแกงปรุงส�ำเร็จ อาหารส�ำเร็จรูปพร้อมทาน ผลไม้อบแห้ง และผลไม้กระป๋อง ที่ผ่านมา กะทินับว่าเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมและสร้างยอดขายเป็นอย่างมาก โดย บริษัทฯ ก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในตลาดส่งออกกะทิทั่วโลกพร้อมเล็งเห็นโอกาสทาง ธุรกิจในการพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและความสะดวกสบายของผู้ บริโภคในทุกกลุ่มมากขึ้น โดยได้ร่วมมือกับ บริษัท ไทย อกริ ฟู้ดส์ จ�ำกัด (มหาชน ) ให้เป็นตัวแทนผู้ผลิตและจัดจ�ำหน่าย พร้อมท�ำการตลาด กะทิขวด เรียลไทย ใน ประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว พร้อมเปิดตัว กะทิขวด เรียลไทยให้คนไทยได้ใช้ก่อนใคร เป็นที่แรกของโลก! ก่อนเตรียมเดินหน้าส่งออกกะทิแท้ 100% ของคนไทย สู่ครัวโลก ทุกทวีปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ชื่อประเทศ จีน เกาหลี เยอรมัน เป็นต้น” ศศิวรรณ นวลศรี ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขายและการตลาดภายในประเทศ บริษัท ไทยอก ริ ฟู้ดส์ จ�ำกัด(มหาชน)เผยว่า “บริษัทฯ ทุ่มงบประมาณการผลิตโดยลงทุนไลน์ผลิตใหม่ มากกว่า 600 ล้านบาท ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยที่สุดจากประเทศ ญี่ปุ่น เพื่อผลิตกะทิแท้100% ในขวด PET ใช้ระบบ Cold Aseptic Filling คงความ สดในทุกขวดของกะทิขวดเรียลไทย กะทิไทยแท้ 100%ตราเรียลไทยขาว ข้น หอม มัน เหมือนกะทิคั้นจากมะพร้าวสดจากต้นลงสู่ขวดและไม่ใส่วัตถุกันเสีย พร้อมเปิดตัว ที่แรกของโลก!!ภายในงาน Thaifex World Food ASIA 2018 ตั้งเป้ายอดขายปีนี้เริ่ม ต้นจากประเทศไทยไว้ที่ 1,000 ล้านบาท

ในส่วนของแผนการตลาด บริษัทฯ ได้ทุ่มงบประมาณทางการตลาดแบบครบวงจรเพื่อ ให้ครอบคลุมและเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น พร้อมดึง โป๊ป ธนวรรธน์ และ เบลล่า ราณีเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ตอกย�้ำภาพลักษณ์ความเป็นไทยของแบรนด์ หวังเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความหลากหลาย และขยายฐานลูกค้าให้ไปในวงกว้างมากขึ้น พร้อมผลิตภาพยนตร์โฆษณาชุดพิเศษ สะท้อนถึงความเป็นไทยที่ทรงคุณค่าอยู่ใน ทุกยุคทุกสมัย ด้วยการรังสรรค์เมนูอาหารไทยอันเลอค่า นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของ กิจกรรมส่งเสริมการขาย อาทิ กิจกรรมคาราวานจัดชิมไปตามร้านค้าส่งรายใหญ่ทั่ว ประเทศ เพื่อให้ลูกค้าลองลิ้มชิมรสเมนูอร่อยหลากหลายเมนู จากกะทิขวดเรียล ไทยที่คั้นสดไม่ใส่วัตถุกันเสียกันได้อย่างทั่วถึง” ส�ำหรับ กะทิขวดเรียลไทย มีทั้งหมด 3 ขนาดด้วยกัน ได้แก่ ขนาด 250 มล. ขนาด 1,000 มล. และพิเศษส�ำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ ด้วยขนาด2,000 มล. ร่วมสัมผัส ความอร่อย กับกะทิขวดเรียลไทย กะทิแท้ 100 % ขาว ข้น หอม มัน เหมือนกะทิคั้น สด ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ได้แล้ววันนี้ที่ ร้านค้าทั่วประเทศ และภายในห้างสรรพสินค้า ไฮ เปอร์มาร์เก็ต และซุปเปอร์มาร์เก็ต ชั้นน�ำทั่วไปอาทิ แมคโคร, บิ๊กซี, แฟมิลี่มาร์ท, ซีพี เฟรชมาร์ท, 108 ช็อป,เดอะมอลล์, ฟู้ดแลนด์, แม็กซ์แวลู และ วิลล่า มาร์เก็ต

MAGKETING l 12


PODIUM

“จัสท์โค” จับมือ “แสนสิริ” ท้าชิงธุรกิจโคเวิร์คกิ้งสเปซ ปักธงเปิดสาขาแรกใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ความส�ำเร็จก้าวแรกภายใต้วิสัยทัศน์ Everyday Visionaries ของแสนสิริ เพื่อสร้าง การเติบโตก้าวกระโดดครั้งใหม่ จับมือพันธมิตรระดับโลก JustCo สร้างนิยามใหม่ของ การท�ำงานแบบใช้พื้นที่ร่วมกัน ในประเทศไทย ผ่านการใช้ทรัพยากร เครือข่าย และ การเชื่อมโยงในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร JustCo ผู้ให้บริการโคเวิร์คกิ้งสเปซสุดสร้างสรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ เดินหน้าสานต่อความเป็นพันธมิตรกับแสนสิริ ฉลองเปิด JustCo สาขา แรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการที่อาคารเอไอเอ สาทร ทาวเวอร์ พร้อมเปิด ประสบการณ์ใหม่ให้กลุ่มคนท�ำงาน นักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ และองค์กรธุรกิจทุกขนาด ในประเทศไทย ได้สัมผัสกับบรรยากาศการท�ำงานแบบใช้พื้นที่ร่วมกัน ที่แฝงความ สนุกสนาน มีชีวิตชีวาเปิดโอกาสให้ทุกคนได้รู้จัก มีปฏิสัมพันธ์กัน และกระตุ้นความคิด สร้างสรรค์ใหม่ๆ คง วัน ซิง ผู้ก่อตั้งและประธานอ�ำนวยการ JustCo กล่าวว่า “ในช่วงหลายปีมานี้ โค เวิร์คกิ้งสเปซถือเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ทั้งในหมู่คนรุ่นใหม่ สตาร์ทอัพ ไปจนถึงบริษัทใหญ่ๆ โดยโคเวิร์คกิ้งสเปซ ไม่ได้เป็น เพียงพื้นที่ส�ำนักงานให้เช่าเท่านั้น แต่เป็นคอมมูนิตี้ที่สมาชิกสามารถมาพูดคุยสร้าง ปฎิสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนวิธีการท�ำงานและแนวความคิดเพื่อต่อยอดธุรกิจให้ก้าวไกลไป กว่าเดิมได้ ซึ่งปัจจุบัน JustCo ถือเป็นผู้ให้บริการพื้นที่ในลักษณะโคเวิร์คกิ้งสเปซระดับพรีเมี่ยม ที่ใหญ่ที่สุดและประสบความส�ำเร็จมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิ่งที่ท�ำให้ เราแตกต่างจากโคเวิร์คกิ้งสเปซอื่นๆ คือ เราไม่ได้เป็นแค่ผู้ให้บริการเช่าพื้นที่ แต่เรา สร้างคอมมูนิตี้ขนาดใหญ่ที่ช่วยให้สมาชิกของ JustCo สามารถสร้างคอนเนคชั่นใหม่ ๆ พร้อมทั้งมองหาโอกาสต่อยอดทางธุรกิจอื่นๆ นอกจากนี้ JustCo ยังมีเครือข่าย ที่แข็งแกร่งกับพันธมิตรระยะยาวที่จะเชื่อมต่อสมาชิก JustCo ไปสู่ตลาดในระดับ ภูมิภาคและพวกเขายังสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจที่น่าสนใจได้อีกด้วย” อภิชาติ จูตระกูล ประธานอ�ำนวยการ บริษัท แสนสิริ จ�ำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เป็น ทื่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันรูปแบบการท�ำงานไม่ได้จ�ำกัดอยู่ในออฟฟิศแบบเดิมๆ อีกแล้ว กระแสการเติบโตอย่างสูงของธุรกิจ ขนาดเล็กและสตาร์ทอัพใหม่ ๆ ท�ำให้เกิดความ ต้องการสถานที่ท�ำงานรูปแบบใหม่ ที่ให้ความยืดหยุ่นสูง และส่งเสริมให้ท�ำงานร่วม กัน นอกจากนั้น องค์กรธุรกิจใหญ่ๆ หลายแห่งก็เริ่มให้ความสนใจกับโคเวิร์คกิ้งสเปซ เพื่อสร้างพลังและประสิทธิภาพในการท�ำงานให้พนักงานด้วยบรรยากาศการท�ำงานที่ สร้างสรรค์และร่วมมือกัน JustCo จึงเกิดขึ้นในช่วงจังหวะที่ลงตัวเพื่อตอบสนองการ เติบโตอย่างมีศักยภาพของปรากฏการณ์โคเวิร์คกิ้งสเปซในประเทศไทย ” “แสนสิริเล็งเห็นว่า JustCo คือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั้งในฐานะผู้ให้บริการโคเวิร์ค กิ้งสเปซและผู้สร้างพื้นที่การใช้ชีวิตใหม่ๆ ให้กับโครงการแสนสิริและพันธมิตรอื่นๆ ของเราในอนาคต ซึ่งภายใต้การจับมือกันครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายสามารถแบ่งปันทรัพยากร ความรู้ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และฐานลูกค้าร่วมกัน นอกจากนั้น ลูกค้าและลูก

บ้านของแสนสิริจะได้รับสิทธิประโยชน์ใหม่ๆ ในการเข้าถึงเครือข่ายโคเวิร์คกิ้งสเปซ ของ JustCo โดยลูกบ้านแสนสิริสามารถเข้าใช้บริการ Hot-desking ได้ฟรีถึงสิ้นปี รวมถึงในปีหน้าจะได้รับส่วนลด 20% เมื่อสมัครแพ็คเกจสมาชิกอีกด้วย ”อภิชาติกล่าว JustCo ที่เอไอเอ สาทร ทาวเวอร์ มีพื้นที่ 2 ชั้น รวมกว่า 3,200 ตารางเมตรนับเป็น co-working space ที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย มีการตกแต่งที่สดใส มีชีวิตชีวา ด้วยองค์ประกอบที่สนุกสนาน แนวการออกแบบเน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์และวัสดุสไตล์ อินดัสเทรียล โต๊ะท�ำงานที่ใช้ร่วมกัน และเก้าอี้ชิงช้า พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอ�ำนวยความ สะดวก ทั้งพื้นที่ท�ำงานแบบฮ็อตเดสก์ พื้นที่ท�ำงานส่วนตัวที่เงียบสงบ ห้องประชุม พื้นที่จัดอีเวนท์ คาเฟ่ มุมเตะฟุตบอลและตีกอล์ฟ ด้วยท�ำเลที่ตั้งใจกลางธุรกิจของสาทร ผู้ใช้บริการสามารถเดินทางสู่ JustCo เซ็นเตอร์ ที่เอไอเอ สาทรทาวเวอร์ ได้สะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสุรศักดิ์ และจะ เชื่อมต่อผ่านสกายวอล์คสู่สถานีศึกษาวิทยา ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการในไตรมาส 1 ปี 2562 JustCo มีแผนจะเปิดสาขาที่สองที่แคปิตอลทาวเวอร์ ออลซีซั่นเพลส ในเดือน กรกฎาคม 2561 JustCo ยังได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น J App ซึ่งสามารถเข้าใช้ได้ผ่านทั้งสมาร์ทโฟนและ เว็บไซต์ ท�ำให้สมาชิกเข้าถึงแพล็ตฟอร์มโคเวิร์คกิ้งได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถ จองห้องประชุมล่วงหน้าได้จากทุกที่ทั่วโลก

MAGKETING l 13


PODIUM

“เป๊ปซี่ ซ่า…มันส์ทุกแมตช์”ชูกลยุทธ์ P.E.P.S.I. ส่งแพ็คใหม่–ผนึกพันธมิตร ปลุกกระแสฟุตบอลฟีเวอร์ สมชัย เกตุชัยโกศล ผู้อ�ำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท เป๊ปซี่โค เซอร์วิสเซส เอเชีย จ�ำกัด กล่าวว่า “ในปีนี้ เป๊ปซี่ เตรียมปลุกกระแสเชียร์ฟุตบอล ชวนคนไทยระเบิดความมันส์ในทุกแมตช์ไปพร้อมกับแฟนบอลจากทั่วทุกมุมโลกผ่าน โกลบอลแคมเปญสุดยิ่งใหญ่แห่งปี’เป๊ปซี่ ซ่า…มันส์ทุกแมตซ์’ (LOVE IT. LIVE IT. 2018 PEPSI FOOTBALL) โดยจะเริ่มโหมกระแสเพื่อสร้างประสบการณ์สุดเร้าใจผ่าน กิจกรรมการตลาดที่หลากหลายตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป” ภายใต้แคมเปญนี้ เป๊ปซี่ เตรียมทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาทด�ำเนินกิจกรรม การตลาดต่างๆ เพื่อต้อนรับกระแสฟุตบอลฟีเวอร์ในช่วงกลางปี โดยชู “กลยุทธ์ P.E.P.S.I.”กับ 5 ไฮไลท์ส�ำคัญเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในทุกทัชพอยต์ ดังนี้ P: Players การใช้นักเตะระดับโลกมาเป็น “โกลบอลพรีเซ็นเตอร์” เป๊ปซี่ กลับมาส ร้างความตื่นเต้นให้กับวงการลูกหนังอีกครั้งด้วยการดึง 5 นักเตะชั้นน�ำระดับโลก อัน ได้แก่ ลิโอเนล เมสซี, มาร์เซโล่, เดเล อัลลี, โทนี่ โครส และ คาร์ลี ลอยด์ มาร่วม สร้างสีสันและความสนุกให้กับแคมเปญฟุตบอลล่าสุด โดยทั้ง 5 คนได้มาร่วมปรากฏ ตัวในภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ล่าสุด “เป๊ปซี่ ซ่า มันทุกแมตช์” ที่ออกอากาศใน 60 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีสื่อสนับสนุนอื่นๆ เพื่อตอกย�้ำ ความยิ่งใหญ่ของแคมเปญในระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมนี้ อาทิ สื่อโฆษณา กลางแจ้ง สื่อโฆษณาเคลื่อนที่ สื่อในโรงภาพยนตร์ สื่อ ณ จุดขายและในร้านค้า รวมไป ถึงสื่อออนไลน์และสื่อดิจิทัล ไม่เพียงเท่านั้น เป๊ปซี่ ยังได้ส่งแพ็คเกจจิ้งรุ่น “ลิมิเต็ด เอดิชั่น” กับลวดลายพิเศษที่ ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ 3 นักเตะขั้นเทพมาไว้บนขวดพีอีทีและกระป๋องของทั้งเครื่อง ดื่ม “เป๊ปซี่” และเครื่องดื่มไม่มีน�้ำตาล “เป๊ปซี่ แม็กซ์ เทสต์” เพื่อเอาใจคอบอลให้ได้ สะสมตลอดฤดูกาลฟุตบอลนี้ E: Engagement การด�ำเนินกิจกรรมออนกราวด์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค โดยเป๊ปซี่ เตรียมชวนคนไทยฟิตแข้ง ท้าประลองฝีเท้าไปกับกิจกรรม”เป๊ปซี่ ฟุตบอล ชาเลนจ์” (Pepsi Football Challenge) ท้าเตะฟุตบอลให้เข้าเป้าดิจิทัลและท�ำแต้ม ให้มากที่สุดภายในเวลา 45 วินาทีเพื่อชิงรางวัลทีวี LCD จอยักษ์พร้อมชุดเครื่องเสียง ให้ยกกลับไปดูฟุตบอลถึงบ้าน และชุด PlayStation 4 ที่มาพร้อมเกมฟุตบอล รวม มูลค่าราว 4 แสนบาท เริ่มกิจกรรมครั้งแรกในวันเสาร์ที่ 26พฤษภาคมนี้ณ ศูนย์การ ค้าสเปลล์ แอท ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต โดยมีเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติไทยอย่าง เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ พร้อมด้วย บอย – ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ร่วมประเดิมสนาม พร้อม เดินสายจัดกิจกรรมในต่างจังหวัด อาทิ ขอนแก่น อุดรธานี ตลอดเดือนมิถุนายน P: Promotion การจับมือแบรนด์ขนมขบเคี้ยวในเครืออย่างมันฝรั่งทอดกรอบ “เลย์” ส่งโปรโมชั่น “คู่ซ่า เชียร์มันส์” รับกระแสฟุตบอลฟีเวอร์ เพียงซื้อเป๊ปซี่และเลย์ ขนาดใดก็ได้ครบ 99 บาทที่เทสโก้โลตัส ลุ้นชิงรางวัลกระเป๋าเดินทางลายฟุตบอล “The Perfect Match” รวมมูลค่า 745,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม ถึง 27 มิถุนายนนี้

S: Strategic Partnership การผนึกพันธมิตรเพื่อสร้างโมเมนต์พิเศษในช่วงการแข่งขัน ฟุตบอล อีกหนึ่งความพิเศษของแคมเปญนี้ คือการที่เป๊ปซี่จับมือกับพันธมิตรหลัก ในกลุ่มร้านอาหารจานด่วนอย่าง “เดอะ พิซซ่าคอมปะนี” (The Pizza Company) เตรียมส่งโปรโมชั่นแรงเพื่อเสิร์ฟความอร่อยจุใจในช่วงการแข่งขันฟุตบอลในทุกแมตช์ I: Innovation การน�ำนวัตกรรมเทคโนโลยีสุดล�้ำมาใช้เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับ ผู้บริโภค โดยเป๊ปซี่ ได้ร่วมกับ “บลิปพาร์” (Blippar) สุดยอดนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น ส�ำหรับโทรศัพท์มือถือ น�ำเทคโนโลยีเสมือนจริง หรือ ARDP (Augmented Reality Digital Placement) มาสร้างกิมมิกใหม่เพื่อเข้าถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุค ปัจจุบันที่ใช้สมาร์ทโฟนตลอดเวลาผ่านเกม “เป๊ปซี่ ซ่า ท้ายิง” (Pepsi Blue Ball) ให้ ผู้บริโภคได้สนุกกับเกมส์ยิงประตูฟุตบอลสีน�้ำเงินด้วยปลายนิ้วสัมผัส ทั้งยังสามารถ สะสมคะแนนเพื่อแลกรับของรางวัลรายสัปดาห์รวมมูลค่ากว่า 3 แสนบาท อาทิ โทรศัพท์ Samsung Galaxy S9 นาฬิกา Garmin รุ่น VIVOMOVE HR กล้อง Sony Mirrorless และแท็บเล็ต Microsoft New Surface เป็นต้น “ด้วยแคมเปญการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เราจัดเต็มแบบ 360 องศา ควบคู่ไปกับกระแสเชียร์ฟุตบอลที่ก�ำลังร้อนแรงขึ้นทุกขณะ เราเชื่อมั่นว่าแคมเปญ ‘เป๊ปซี่ ซ่า…มันส์ทุกแมตซ์’ นี้ จะตอกย�้ำความเป็นผู้น�ำในด้านสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งให้กับ แบรนด์เป๊ปซี่ และช่วยผลักดันยอดขายเครื่องดื่มในช่วงไตรมาสที่สองได้อย่างแน่นอน”

MAGKETING l 14


PODIUM

ถิรไทย Q1/61 โกยยอดขาย 441.85 ล้านบาท ตั้งเป้าปีนี้ทะลุ 2,800 ล้านบาท ถิรไทย หรือ TRT ผู้น�ำตลาดหม้อแปลงไฟฟ้า และอุตสาหกรรมด้านพลังงานรายใหญ่ ของประเทศ โชว์รายได้ไตรมาส 1/61 พลิกกลับเป็นก�ำไร 2.74 ล้านบาท จากยอด ขายรวม 411.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 13.82 ล้านบาท หรือ 3.47% พร้อมรับ งานใหญ่จากประเทศสิงคโปร์ สั่งผลิตหม้อแปลงระดับ Hi Quality มูลค่ารวมกว่า 402 ล้านบาท ด้านผู้บริหารนายสัมพันธ์ วงษ์ปาน เผยเป้าปี 61 นี้ แตะทะลุ 2,800 ล้าน บาท หลังตุน Backlog แล้วกว่า 2,071 ล้านบาท พร้อมเตรียมปรับยุทธศาสตร์บริษัท 10 ปีด้วย 3 ระยะ (ระยะสั้น 2561-2563, ระยะกลาง ปี 2563-2565 และระยะยาวปี 2565-2570) เพื่อความยั่งยืนของกลุ่มบริษัท ถิรไทย อีกด้วย สัมพันธ์ วงษ์ปาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จ�ำกัด (มหาชน) หรือ TRT ผู้น�ำตลาดหม้อแปลงไฟฟ้า และอุตสาหกรรมด้านเกี่ยว กับพลังงานรายใหญ่ของประเทศ เพื่อผลิตสินค้าตามคําสั่งซื้อของลูกค้า (made to order) เพื่อจ�ำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 1 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561 ว่า บริษัทและบริษัทย่อย มีก�ำไรสุทธิ 2.74 ล้าน บาท เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน ขาดทุนสุทธิ (38.83) ล้านบาท ซึ่งปัจจัย หลักมาจากการส่งมอบสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งมีก�ำไรขั้นต้นสูง จาก 19% ในไตรมาส 1 ปี 2560 มาเป็น 25% ในไตรมาส 1 ปี 2561 โดยก�ำไรขั้นต้น ของกลุ่มบริษัท ถิรไทย จะขึ้นอยู่กับภาวการณ์แข่งขัน และการรับรู้รายได้ขึ้นอยู่กับช่วง เวลาส่งมอบของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของกลุ่มธุรกิจ ถิรไทย ในขณะที่ ค่า ใช้จ่ายขายและบริหาร ส�ำหรับ ไตรมาส 1 ปี 2561 เป็นสัดส่วนของรายได้รวม อยู่ที่ 23% เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน อยู่ที่ 22% โดยบริษัทมีรายได้จากการขายเท่ากับ 411.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 13.82 ล้านบาท หรือประมาณ 3.47 % ทั้งนี้บริษัทฯ มีรายได้จากการบริการอยู่ที่ 98.89 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 10.40 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่จากการบริการ หม้อแปลงลดลง และบริษัทฯ มีก�ำไรขั้นต้นจากการขาย 22.69% เพิ่มจากปีก่อน 11.74 % เนื่องจากในไตรมาสนี้มีการส่งมอบสินค้าที่มีอัตราก�ำไรขั้นต้นสูง ปัจจุบันทางกลุ่มบริษัท ถิรไทย มี Backlog ณ. 31/3/2561 จ�ำนวน 2,071 ล้าน บาท แบ่งเป็นส่งมอบภายในปี 2561 จ�ำนวน 1,739 ล้านบาท และปี 2562 จ�ำนวน 332 ล้านบาท รวมถึงยังมีงานรอประมูล และอยู่ระหว่างการเสนอราคา จ�ำนวนทั้งสิ้น 10,138 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงานภาครัฐรวมมูลค่า 4,350 ล้านบาท งานในประเทศ 1,050 ล้านบาท และส่งออก 1,375 ล้านบาท รวมทั้งกลุ่ม Non-Transformer อีก ประมาณ 2,363 ล้านบาท โดยคาดว่ากลุ่มบริษัท ถิรไทย จะมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ ประมาณ 20-25% ซึ่งคาดว่าจะท�ำให้ผลประกอบการปี 2561 ของกลุ่มบริษัท ถิรไทย ปิดยอดทะลุ 2,800 ล้านบาทแน่นอน สัมพันธ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้รับค�ำสั่งซื้อ มูลค่างาน 402 ล้านบาท

(มูลค่างาน 186 ล้านบาท จาก 402 ล้านบาท เป็น backlog ในไตรมาส 1 ปี 2561) เพื่อส่งมอบสินค้าให้ บริษัท MICRON (US chipmaker Micron Technology) ประเทศสิงคโปร์ ที่ต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีการออกแบบโดยผู้ผลิตที่มีความ เชี่ยวชาญทางวิศวกรรมสูง และมีคุณภาพสูง โดยมีก�ำหนดส่งมอบสินค้าใน ปี 2561 จ�ำนวน 288 ล้านบาท และ ส่วนที่เหลือ 114 ล้านบาท ภายในไตรมาส 2 ปี 2562 นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้า ส�ำหรับค�ำสั่งซื้อหม้อแปลงไฟฟ้าเพิ่ม จ�ำนวน 12 units มูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเซ็นสัญญากับลูกค้าได้ ประมาณ ไตรมาส 3 ปี 2561 อีกด้วย “เนื่องจากในภาวะเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัย ส�ำคัญ โดยเฉพาะที่มีผลต่อความยั่งยืนของ กลุ่มบริษัท ถิรไทย (ความเสี่ยงจาก Business Disruption) ทางคณะกรรมการ และผู้บริหารได้มีการประเมินความเสี่ยง รวมถึงก�ำหนดทิศทาง และแผนกลยุทธ์ 10 ปี ประกอบไปด้วยแผนระยะสั้น 1-3 ปี (2561-2563) ระยะกลาง 3-5 ปี (2563-2565) และระยะยาว 5-10 ปี (2565-2570) ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการจัดท�ำแผนกลยุทธ์ ซึ่งคาดว่าจะจัดท�ำแผนกลยุทธ์และ แผนธุรกิจให้เสร็จ ภายใน ไตรมาส 4 / 61” สัมพันธ์ กล่าวปิดท้าย

MAGKETING l 15


PODIUM

analysis Behavior I The Big Issue | Digital Life | Factor | Research | One Community

MAGKETING l 16


BEHAVIOR

เผยผลส�ำรวจ นักท่องเที่ยงต้องการสิ่งแปลกใหม่-จริงใจ เรื่อง : อมาเดอุส

ผลวิจัย Journey of Me เผยพฤติกรรมและความชื่นชอบของนักท่องเที่ยวยุคมิลเลนเนียลใน 14 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก คนกลุ่มมิลเลนเนียลมีจำ�นวนกว่า 45% ของประชากรทั้งหมดในเอเชียแปซิฟิก และภายในปี 2563 คาดว่าจะมีถึง 60% ขอ งมิลเลนเนียลทั่วโลกอาศัยอยู่ในเอเชีย ผู้บริโภคกลุ่มนี้จึงถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม อมาเดอุสได้เผยผล สำ�รวจเกี่ยวกับพฤติกรรมด้านการท่องเที่ยวของกลุ่มคนอายุ 18 – 35 ปีในเอเชียแปซิฟิกว่าอะไรคือสิ่งที่จะโน้มน้าว เอาชนะ ใจ และพาพวกเขา

MAGKETING l 17


BEHAVIOR

ผลวิจัย Journey of Me Insights: What Asia Pacific Millennial Travelers Want เป็นผลวิจัยล่าสุดในหัวข้อ Journey of Me ซึ่งอมาเดอุสได้เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อเดือน สิงหาคม 2560 โดยร่วมมือกับ YouGov ในการส�ำรวจความคิดเห็นของนักท่องเที่ยว 6,870 คนใน 14 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดย 45% ของผู้ตอบแบบสอบถาม มีอายุอยู่ในช่วงกลุ่มมิลเลนเนียลระหว่างการเก็บข้อมูล เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ผลวิจัยเผยว่านักท่องเที่ยวยุคมิลเลนเนียลมีแนวโน้มที่จะเปิดรับเทคโนโลยี ประสบการณ์ และเทรนด์การท่องเที่ยวใหม่ๆ มากกว่านักท่องเที่ยวรุ่นก่อนๆ 42% ของกลุ่มมิลเลนเนียลใช้แอพพลิเคชั่นให้บริการรถร่วมโดยสาร เช่น Grab และ Uber ขณะเดินทางท่องเที่ยว และ 35% ใช้บริการแบ่งปันที่พัก เช่น Airbnb เป็นประจ�ำ นอกจากนี้ พวกเขายังเปิดรับเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์อีกด้วย โดย 77% ของมิลเลนเนียลชาวไทยสนใจใช้งานแอพพลิเคชั่นที่ใช้เทคโนโลยีเสมือนผสาน โลกจริง (Augmented Reality) ในการน�ำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรม หรือประวัติของสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งสูงกว่ายอดเฉลี่ยของภูมิภาคซึ่งอยู่ที่ 67% การมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับเหล่ามิลเลนเนียลจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ผู้ให้บริการ การท่องเที่ยวเอาชนะใจลูกค้ากลุ่มนี้ได้ ผลวิจัยพบว่า ค�ำแนะน�ำที่ช่วยให้พวกเขาได้ สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ในการท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่มิลเลนเนียลให้ความสนใจ สูงสุด (27%) รองลงมาจากค�ำแนะน�ำที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายระหว่างการเดินทาง (37%) นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยุคมิลเลนเนียลยังมีแนวโน้มที่จะเปิดรับค�ำแนะน�ำ และข่าวสารจากผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวผ่านช่องทางใหม่ๆ โดยมิลเลนเนียลชาว ไทยถึง 45% นิยมให้แบรนด์ติดต่อผ่านโซเชียลมีเดีย ในขณะที่มิลเลนเนียลในเอเชีย แปซิฟิกส่วนใหญ่เลือกอีเมล์เป็นช่องทางสื่อสารล�ำดับแรก การุณ พุทธราชา ผู้อ�ำนวยการ ฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร อมาเดอุส เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า “มิลเลนเนียลเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีความโดดเด่นมาก พวกเขาเติบโต ขึ้นมากับอินเทอร์เน็ต มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีเป็นอย่างดี และพร้อมเปิดรับ ประสบการณ์ใหม่ๆ รวมถึงกล้าที่จะออกจากกรอบการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ คนกลุ่มมิล เลนเนียลจึงมองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ ดังนั้น ธุรกิจต่างๆ จึงต้อง สรรหาวิธีที่ต่างออกไปในการตอบสนองความต้องการของพวกเขา ผู้ให้บริการด้านการ ท่องเที่ยวจึงต้องน�ำเทคโนโลยีที่ล�้ำสมัยมาปรับใช้ วางกลยุทธ์ที่แตกต่าง รวมทั้งปรับ เปลี่ยนมุมมองในการด�ำเนินธุรกิจ หากต้องการเจาะกลุ่มลูกค้ามิลเลนเนียลและเพิ่ม ความสามารถในการแข่งขันของตน ความเข้าใจพฤติกรรมของมิลเลนเนียลในเอเชีย แปซิฟิก และสิ่งที่พวกเขามองหาจากการท่องเที่ยว จะช่วยเพิ่มศักยภาพของธุรกิจใน การตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้” ค้นหาข้อมูลที่แท้จริง ผลวิจัยยังได้เผยให้เห็นอีกหนึ่งแง่มุมที่น่าสนใจว่าในความเป็นจริงแล้ว เหล่าอินฟลูเอน เซอร์ไม่ได้มีอิทธิพลต่อกลุ่มมิลเลนเนียลมากเท่าใดนัก เมื่อถามว่าใครมีอิทธิพลต่อพวก เขามากที่สุดในการวางแผนทริป และพวกเขาได้รับค�ำแนะน�ำที่น่าเชื่อถือจากแหล่งใด มิลเลนเนียลชาวไทยบอกว่าข้อมูลในโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ท่องเที่ยวมีอิทธิพลต่อ การตัดสินใจของพวกเขามากที่สุด โดยค�ำแนะน�ำจากครอบครัวและเพื่อนมีอิทธิพลรอง ลงมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคกลุ่มนี้พร้อมเปิดรับข้อมูลจากทั้งคนรู้จักและแบรนด์ที่

พวกเขาชื่นชอบ ในขณะที่บุคคลที่มีชื่อเสียงและอินฟลูเอนเซอร์ถือเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพล เกือบจะต�่ำที่สุดส�ำหรับมิลเลนเนียลทั้งในประเทศไทยและเอเชียแปซิฟิก ซึ่งสูงกว่าโบร ชัวร์แนะน�ำสถานที่ท่องเที่ยวเพียงนิดเดียวเท่านั้น “คนกลุ่มมิลเลนเนียลยังคงติดตามอินฟลูเอนเซอร์เพื่ออัพเดทเทรนด์ หาไอเดียและแรง บันดาลใจใหม่ๆ แต่ผู้บริโภคกลุ่มนี้มีความชาญฉลาดมากขึ้นในการเสพข้อมูล พวกเขา รู้ว่าอินฟลูเอนเซอร์จ�ำนวนไม่น้อยก�ำลังกลายสถานภาพเป็นแบรนด์ ซึ่งท�ำให้ความน่า เชื่อถือที่เคยท�ำให้กลุ่มคนเหล่านี้แตกต่างค่อยๆ หายไป ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคอนเทนต์ที่ ‘จริง’ ส�ำคัญกว่าคอนเทนต์ที่ ‘สมบูรณ์แบบ’” นายการุณ กล่าวเสริม ระมัดระวังหรือกล้าเสี่ยง? มิลเลนเนียลมักถูกมองว่าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กล้าเสี่ยงและชื่นชอบการผจญภัย อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยพบว่าภาพลักษณ์ดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมในทุกด้าน เมื่อเทียบ กับคนรุ่นก่อนๆ แล้ว มิลเลนเนียลชาวไทยมีความกังวลน้อยกว่าหากต้องเดินทางไป สถานที่ที่มีสภาพอากาศรุนแรง มีการก่อการร้าย หรือมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น มีอัตราการเกิดอาชญากรรมสูง โดย 71% ของเบบี้บูมเมอร์ชาวไทยมีแนวโน้มที่ จะหลีกเลี่ยงการเดินทางไปสถานที่ที่เพิ่งเกิดเหตุการณ์ก่อการร้าย ในขณะที่มีมิลเลน เนียลเพียง 61% ที่มีความรู้สึกกังวล อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยระบุว่าเมื่อต้องแบ่งปันข้อมูลส่วนตัว เพื่อให้ได้รับข้อเสนอด้าน การท่องเที่ยวที่ตรงกับความต้องการเฉพาะตัวมากขึ้น คนกลุ่มมิลเลนเนียลกลับ หวงแหนความเป็นส่วนตัวมากกว่าคนรุ่นก่อนๆ โดย 73% ของเจนเอ็กซ์ชาวไทยบอก ว่าพวกเขาค่อนข้างเปิดรับการแบ่งปันข้อมูลส่วนตัว เมื่อเทียบกับมิลเลนเนียลเพียง 65% ที่รู้สึกค่อนข้างเปิดรับ ความรู้สึกเช่นนี้ของกลุ่มมิลเลนเนียลอาจเป็นผลจากการที่ พวกเขาเติบโตขึ้นมากับเทคโนโลยีดิจิทัล จึงท�ำให้มีความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยและ ความเป็นส่วนตัวมากกว่า “แม้ว่าผลวิจัยชิ้นนี้จะชี้ให้เห็นลักษณะเฉพาะตัวของมิลเลนเนียลในเอเชียแปซิฟิก แต่ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ก็มีพฤติกรรมบางอย่างที่ยังคงคล้ายคลึงกับนักท่องเที่ยวรุ่นก่อนๆ ดังนั้น การสร้างสรรค์บริการที่เฉพาะบุคคล และการสื่อสารบนพื้นฐานของความจริงจึง มีความส�ำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการพูดคุยกับพวกเขาด้วยคอนเทนต์ ช่องทาง และ ช่วงเวลาที่เหมาะสม ธุรกิจท่องเที่ยวจะสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งได้ หากแบรนด์ ต่างๆ ให้ความส�ำคัญกับนักท่องเที่ยวในทุกๆ ด้านของธุรกิจ” นายการุณ กล่าวทิ้งท้าย จบ เกี่ยวกับผลวิจัย Journey of Me Insights: What Asia Pacific travelers want ส�ำรวจความ คิดเห็นจาก 14 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ออสเตรเลีย, จีน, ฮ่องกง, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, เกาหลี, มาเลเซีย, นิวซีแลนด์, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไต้หวัน, ไทย และเวียดนาม โดยส�ำรวจผู้บริโภค 6,870 คนในเอเชียแปซิฟิกที่ เดินทางไปต่างไปประเทศในระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา โดย 45% เป็นกลุ่ม มิลเลนเนียล (อายุระหว่าง 18 – 35 ปี) ขณะที่ท�ำการเก็บข้อมูล การส�ำรวจ ความคิดเห็นท�ำขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2560 ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

MAGKETING l 18


CASE STUDY

MARKETING 4.0

MAGKETING l 19


CASE STUDY

iNTROdUCTION เรื่อง : บัณฑิต โชคสิทธิกร

เมื่อธุรกิจเข้าสู่ยุค Sharing Economy เต็มตัว นักการตลาดจึงพบว่าผู้บริโภคให้ ความส�ำคัญต่อการสื่อสารผ่านทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น จึงมีศัพท์เรียกคนกลุ่มนี้ว่า “Socialnomics” และเมื่อระบบดิจิตอลเข้ามามีบทบาทจนท�ำให้พฤติกรรมผู้บริโภค เปลี่ยนแปลงผู้ประกอบการจึงต้องปรับกลยุทธ์การตลาดตามไปด้วยเช่นกันเพื่อรับมือกับ การเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคดิจิตอล และตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มี การเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผลส�ำรวจของ ETDA พบว่า คนไทยใช้อินเตอร์เน็ตเฉลี่ย 6.4 ชม./วัน หรือ 45 ชม./ สัปดาห์ และขยายครอบคลุมกลุ่มคนหลายอาชีพและหลายช่วงอายุ ในช่วงที่ผ่านมาจึง เห็นแบรนด์ต่างๆ แทบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์หันมาใช้กลยุทธ์การตลาดสร้างกระแสใน โซเชียลมีเดีย

MAGKETING l 20


CASE STUDY

อะไร?คือ การตลาด 4.0

กับธุรกิจของคุณหรือไม่

การตลาด 4.0 คือรูปแบบการตลาดแบบเข้าถึงแบรนด์ได้ทุกช่องทาง หรือ Omni Channel Marketing ซึ่งเป็นวิธีการท�ำตลาดทั้งแบบ Online และ Offline มาใช้ ท�ำการตลาดร่วมกันโดยใช้การเชื่อมต่อระหว่างช่องทางการตลาดแบบ Digital และ การตลาดแบบ Traditional ให้สามารถเดินไปร่วมกันหรือเป็นการวางกลยุทธ์ให้ทั้ง สองรูปแบบสามารถผสานและส่งเสริมซึ่งกันและกันได้อย่างไม่มีรอยต่อ ประโยชน์ของแนวความคิดดังกล่าวอยู่ที่ การน�ำความเข้าใจในพฤติกรรมของลูกค้า มาตีโจทย์ให้แตกเพื่อใช้ในการวางกลยุทธ์และก�ำหนดทิศทางการตลาดของแบรนด์ และบริษัทให้เดินไปในเส้นทางที่ถูกต้อง ถือเป็นประโยชน์ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ แข็งแกร่งกับลูกค้า โดยมีเป้าหมายเพื่อชนะใจลูกค้าในที่สุด แนวทางการการตลาด 4.0 มีดังนี้

1.ยุคแห่งข้อมูล : ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะซื้อของกิน ของใช้ จะชิ้นเล็ก ชื้นใหญ่ สิ่งแรกที่เราท�ำ คือ หยิบมือถือมา search หาข้อมูลสินค้า หารีวิว เปรียบเทียบราคา ก่อนตัดสินใจซื้อ ดังนั้น หากกลุ่มเป้าหมายของคุณ มีพฤติกรรมค้นหาข้อมูลสินค้าบนอินเทอร์เน็ตก่อน ตัดสินใจซื้อ การตลาดที่คุณควรท�ำ คือ -น�ำเสนอสินค้าและธุรกิจของคุณบนสื่อออนไลน์ และท�ำให้เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย เช่น เมื่อกลุ่มเป้าหมายค้นหาสินค้า ชื่อสินค้าของคุณควรอยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหา -การโฆษณาบน social network หรือแม้แต่การท�ำวิดีโอโฆษณาบน YouTube เพื่อ โฆษณาให้เห็นประโยชน์ของสินค้า ว่าจะช่วยให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้นอย่างไร -เจาะกลุ่มเป้าหมาย อย่าเน้นปริมาณ การโฆษณาที่ไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย นอกจาก จะไม่ได้รับความสนใจแล้ว หลายครั้งเป็นการรบกวนผู้รับเสียอีก 2.สังคมแห่งความคิดเห็น : การเปิดกว้างในการแสดงความคิดเห็นเช่นปัจจุบัน ลูกค้า ยินดีในการมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นในการปรับปรุงสินค้า และการให้บริการ ซึ่งธุรกิจควรมองว่า ค�ำแนะน�ำของลูกค้า คือ หนึ่งในกระบวนการพัฒนาสินค้า

1.โลกการขายออนไลน์-ออฟไลน์ต้องไปด้วยกัน การตลาด 4.0 โดดเด่นในการเชื่อมโยงโลกออฟไลน์กับออนไลน์เข้าหากัน ธุรกิจที่คิด จะท�ำ การตลาด 4.0 ต้องให้ความส�ำคัญทั้งการขายหน้าร้านและการขายออนไลน์ เพราะลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจซื้อจากช่องทางใดทางหนึ่งอีกต่อไปแล้ว 2. การตลาด 4.0 กับ one to one marketing โลกการตลาดแบบ one to one marketing โดยธุรกิจต้องให้ความส�ำคัญกับความ ต้องการของลูกค้าเป็นรายบุคคล มากกว่าหากลุ่มเป้าหมายกว้าง ๆ จากอายุ เพศ การ ศึกษา ฯลฯ อย่างที่ผ่านมา 3.ธุรกิจยุคที่ต้องให้ข้อมูลและรับฟังความเห็น เมื่อเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียมาเกี่ยวข้อง การตลาด 4.0 จึงสัมพันธ์กับการให้ข้อมูล และการรับฟังความคิดเห็น ดังนั้นธุรกิจในยุคนี้ จึงควรมีข้อมูลสินค้าและบริการที่ตอบ โจทย์ลูกค้าบนโลกออนไลน์ รวมถึงมีทีมตอบข้อสงสัยหรือรับฟังค�ำติชมจากลูกค้าเสมอ การตลาด 4.0 จึงเป็นการตลาดที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการรวมทุกเครื่องมือการ ตลาดไว้ด้วยกัน รู้อย่างนี้แล้วธุรกิจไหนที่ต้องการประสบความส�ำเร็จก็อย่าลืมศึกษา และใช้กลยุทธ การตลาดออนไลน์ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ท�ำความเข้าใจการตลาด 4.0 แบบง่ายๆ ข้อมูลจาก Krungsri Guru ใน www.krungsrionline.com ได้ให้ค�ำอธิบายถึงการ ตลาด 4.0 แบบง่ายๆในอีกด้านหนึ่ง ว่า Marketing 4.0 เป็นยุคของการน�ำเทคโนโลยี เข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจกับลูกค้าให้ถึงกันได้ง่ายขึ้น มีการแลกเปลี่ยน ข้อมูลระหว่างกัน เรามาดูกันว่า วิธีการท�ำการตลาดแบบ Marketing 4.0 จะเหมาะ

ดังนั้น หากกลุ่มลูกค้าของคุณเป็นผู้ใช้ social network ในชีวิตประจ�ำวัน การตลาด ที่คุณควรท�ำ คือ -สร้างช่องทางให้ลูกค้าได้แสดงความคิดเห็นโดยตรงกับบริษัท ไม่ว่าจะเป็น Facebook, LINE หรือผ่านหน้า website -จัดตั้งทีมงานที่คอยดูแลรับความคิดเห็น ค�ำติชมจากลูกค้า และสามารถตอบค�ำถาม หรือคลายความสงสัยให้กับลูกค้าได้ในเบื้องต้น -รักษาคุณภาพ และภาพพจน์ของธุรกิจบนโลกออนไลน์ 3.เชื่อมโยง : “ลูกค้าไปเดินเล่นห้างสรรพสินค้าแล้วเกิดถูกใจรองเท้าในร้านของคุณ เธอลองสี ลอง size เรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อ จนกลับไปถึงบ้านแล้วเกิด อยากได้ขึ้นมา เธอจึงสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์แทน” เหตุการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องปกติ ใช่ไหม ดังนั้น หากกลุ่มลูกค้าของคุณ มีประสบการณ์ในการซื้อของออนไลน์เป็นประจ�ำอยู่แล้ว การตลาดที่คุณควรท�ำ คือ -สร้างช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ เพิ่มเติมจากบริการหน้าร้าน -เตรียมระบบ เช่น รวบรวมฐานข้อมูลของสมาชิกจากระบบหน้าร้าน และระบบ ออนไลน์เข้าด้วยกัน -เชื่อมโยงเพราะไม่ว่าจะหน้าร้านหรือโลกออนไลน์ก็คือร้านเดียวกัน เช่น ลูกค้าที่เป็น สมาชิกอยู่ เมื่อสะสมแต้มได้ถึงยอด สามารถไปรับของสมนาคุณได้ที่สาขาของร้าน 4.Virtual Experience : อันนี้อาจจะล�้ำอยู่สักหน่อย แต่เป็นหนึ่งในวิธีการตลาดที่เริ่ม ใช้กันบ้างแล้ว โดยเชื่อมโยงสินค้าเข้าสู่โลกเสมือนจริง เช่น ลูกค้าสามารถทดลองใช้ไม้ กอล์ฟในร้าน ตีลูกกอล์ฟที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบวัดความแรงและทิศทางของการตี และ แสดงผลเสมือนจริงให้เห็นในจอ Projector ว่าลูกตีไปไกลแค่ไหน และไปในทิศทางใด เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของไม้ ท�ำให้ลูกค้าสามารถลองใช้งานได้จริงโดยที่ยังไม่ต้อง ซื้อสินค้า และมีประสบการณ์ในการเลือกซื้อสินค้าที่ดีอีกด้วย หรือการเล่นเกมส์เก็บ คะแนน เพื่อน�ำมาใช้แลกสินค้าที่ใช้ได้ในชีวิตจริงหรือใช้เป็นส่วนลดจากร้านค้า โดย

MAGKETING l 21


CASE STUDY

วิธีเหล่านี้ ธุรกิจสามารถเก็บข้อเสนอแนะจากลูกค้า ทั้งใช้เป็นช่องทางในการโฆษณา สินค้า ก่อนวางออกขายได้ด้วย ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และการใช้งานอย่างแพร่หลายของโลกอินเทอร์เน็ต ท�ำให้ธุรกิจและลูกค้ามีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น การปรับใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่ เหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้บริโภคจึงนับเป็นสิ่งจ�ำเป็นในการอยู่รอดของธุรกิจในยุค สมัยนี้

วิจัย CMMU ชี้ 3 ธุรกิจต้องปรับตัว ยศวดี พัฒนเจริญ นักศึกษาปริญญาโท สาขาการตลาด วิทยาลัยการ จัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ผู้ท�ำวิจัยในหัวข้อ “Momentum Marketingเจาะใจคนชอบแชร์ จุดกระแสการตลาด” กล่าวว่า จากผลการศึกษาพบว่า ในยุค 4.0 การที่สินค้าใหม่จะเกิดหรือดับนั้น เกี่ยวข้องโดยตรงกับกลุ่มคนที่เรียกว่า “ผู้ บริโภคกลุ่มแรก” หรือ “มีก่อนใช้ก่อน” (Early Adopters) เพราะเป็นกลุ่มคนที่เปิด รับสิ่งต่างๆ ได้ไว และมักเป็นคนกลุ่มแรกที่รับรู้หรือได้ทดลองให้สินค้าก่อนใคร จาก นั้นจะท�ำการรีวิวสินค้าและแชร์ต่อในโลกออนไลน์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย จนเกิด เป็นกระแสรับรู้ไปถึงผู้บริโภคกลุ่มถัดไปซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า ดังนั้น หากนักการตลาด สามารถท�ำให้คนกลุ่มนี้เปิดใจยอมรับสินค้าได้ จะเป็นช่องทางส�ำคัญในการสร้างชื่อ

เสียงและผลก�ำไรให้กับแบรนด์ เมื่อเจาะลึกพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์การเลือกซื้อสินค้า พบ ว่ามี ใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ที่มีผลต้อการสื่อสารในโลกออนไลน์สูง ได้แก่ 1.แฟชั่นและคอสเมติก เหตุผลที่ท�ำให้ผู้บริโภคกลุ่มแรกตัดสินใจซื้อสินค้าในกลุ่มนี้ จะ ต้องตรงกับไลฟ์สไตล์ความชื่นชอบส่วนตัว ใส่แล้วต้องสะท้อนถึงตัวตนอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษ หรือ Limited Edition ยิ่งดึงดูดให้ อยากได้มาครอบครอง เมื่อผู้บริโภคกลุ่มแรกได้ใช้สินค้าแล้วจะเกิดการบอกต่อ หรือแชร์ให้คนอื่นรับรู้ผ่านช่อง ทางโซเชียลมีเดียยอดนิยม โดยเนื้อหาส่วนใหญ่จะบอกความรู้สึกในการใช้สินค้าตาม ความเป็นจริง จนเกิดเป็นปรากฎการณ์ปากต่อปาก 2.เทคโนโลยีและแก็ดเจ็ต เนื่องจากสินค้าประเภทนี้มีความซับซ้อนในตัวเอง ทั้ง คุณสมบัติ วิธีการใช้งาน และมีรุ่นใหม่ตอลดเวลา ท�ำให้ต้องใช้ข้อมูลประกอบการ ตัดสินใจ ดังนั้น การเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มแรกจะต้องรวดเร็วและมีข้อมูลที่อัพเดท ขณะ เดียวกันคนกลุ่มนี้เน้นให้ความส�ำคัญกับแบรนด์เป็นอันดับหนึ่ง หากเป็นแบรนด์ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักยิ่งท�ำให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เนื่องจากแบรนด์และ สินค้าเป็นตัวสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ ภาพลักษณ์ และรสนิยม อย่างไรก็ตามสินค้าต้องมี

MAGKETING l 22


CASE STUDY

คุณภาพดี มีมาตรฐาน มีความแปลกใหม่น่าตื่นเต้น ตอบสนองการใช้งานที่ดี และอยู่ใน ระดับราคาที่เหมาะสม 3.อาหารและเครื่องดื่ม ปัจจุบันผู้บริโภคกลุ่มแรกชื่นชอบร้านอาหารที่มีกิมมิคที่แตก ต่างจากสมัยก่อนมาก สมัยนี้แค่ความอร่อยอย่างเดียวไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้ ต้องมี ความแตกต่างตั้งแต่การตกแต่งร้าน และการมีเมนูพิเศษที่แตกต่างจากร้านอื่นๆ โดย เฉพาะเมนูพิเศษช่วงเทศกาล ในมุมของคนกลุ่มนี้จะมองว่าเป็นสิ่งพิเศษที่ต้องลิ้มลอง และแชร์ต่อในโลกออนไลน์ เป็นการแสดงจุดยืนและการเติมเต็มความต้องการ ซึ่งการ เลือกร้านจะเริ่มจากการหาข้อมูลสถานที่ตั้ง ราคา เวลาในให้บริการ ดังนั้น การแชร์ ของผู้บริโภคกลุ่มแรกจึงมีความส�ำคัญมาก

โออิชิ โออิชิให้ความส�ำคัญกับการก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 โดยเฉพาะการน�ำเรื่องของเทคโนโลยี ดิจิตอลเข้ามาใช้ในการด�ำเนินธุรกิจด้วยการปรับตัวในเรื่องออนไลน์ตั้งแต่ช่วงที่ผ่าน มา และเห็นได้ชัดในช่วงปี 2559 ซึ่ง “โออิชิ อีทเทอเรียม” (OishiEaterium) คือร้าน แรกที่บริษัทน�ำแนวคิดการตลาด 4.0 มาใช้อย่างเป็นทางการ ด้วยการให้บริการสั่งเมนู อาหารผ่านบาร์โค้ดและจอภาพคอมพิวเตอร์

โออิชิยังได้น�ำแอพพลิเคชัน ที่เรียกว่า “Oishi Pointo Card” โดยเป็นรูปแบบของบัตร สมาชิกแบบ E-member บนสมาร์ทโฟนที่มีการน�ำมาใช้ในการร่วมโปรโมชันต่างๆ ของทุกร้านอาหารในเครือโออิชิ โดยได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนธันวาคมที่ ผ่านมา ขณะเดียวกันยังมีแผนการน�ำรูปแบบการบริการออนไลน์เข้ามาเสริมในส่วน ของช่องทางการสั่งซื้อสินค้าในรูปแบบดีลิเวอรี หรือ Delivery Online ทั้งในส่วนของ ธุรกิจอาหารแช่แข็ง การสั่งซื้อบัตรก�ำนัล เป็นต้น โดยเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นในช่วง ไตรมาส 1 นี้ ทั้งในช่องทางการสั่งซื้อบนเว็บไซต์ แอพพลิเคชัน เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ ผู้บริโภคยุคใหม่ โออิชิอยู่ในยุค 4.0 มาได้สักระยะแล้ว ซึ่งการปรับตัวในแง่ของการตลาดนับจากนี้ บริษัทจะมีการปรับทัพทางธุรกิจหรือที่เรียกว่า Revampp ทั้ง 5 แบรนด์ในเครือโออิชิ โดยต้องการปรับภาพลักษณ์ให้มีความทันสมัยและกับเข้าพฤติกรรมผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ ที่มีความต้องการความแปลกใหม่มากขึ้นที่จะมีการน�ำรูปแบบของการตลาด 4.0 เข้า มาใช้ในการด�ำเนินธุรกิจร่วมด้วย ในส่วนของธุรกิจร้านอาหารนั้น การเข้าสู่ยุค 4.0 ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีจะสามารถสร้าง การบริการ โปรโมชั่น ได้เฉพาะเจาะจงหรือเข้าถึงอินไซต์ผู้บริโภคได้มากขึ้น กล่าวคือ จะเป็นรูปแบบการท�ำตลาดที่สามารถตอบโจทย์ และพฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละรายว่า ชื่นชอบไลฟ์สไตล์แบบไหนผ่านการใช้งานระบบอี-เมมเบอร์ของบริษัท และสามารถ สร้างกิจกรรมการตลาดหรือโปรโมชั่นออกมาให้สอดรับมากที่สุด

MAGKETING l 23


CASE STUDY

ตลาดยิ่งเจริญ ตลาดยิ่งเจริญได้ปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ทันสมัยให้สอดรับ ต่อการก้าวสู่ปีที่ 62 เป็นการก้าวสู่การเป็นสดยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่พร้อมพัฒนาและ เป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จักจากทั้งผู้ค้าขายและประชาชนทั่วไป ให้เป็นตลาดสดชั้น แนวหน้าของประเทศไทย โดยได้ศึกษาโอกาส ข้อจ�ำกัด และพัฒนาต่อยอดจากธุรกิจหลัก “ตลาดสด“ สู่การ สร้าง Online fresh Market Place เพื่อมุ่งขยายกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มวัย แรงงาน และแม่บ้าน ที่ต้องการเข้าถึงแห่งอาหาร หรือวัตถุดิบที่ สด ครบ และจบได้ที่ เดียว ไม่ยุ่งยาก โดยพัฒนาธุรกิจในรูปแบบ “ตลาดสดออนไลน์” ให้ตอบสนองกับวิถีของคนยุคใหม่ ที่นิยมใช้ “สื่อออนไลน์” เป็นส่วนส�ำคัญของชีวิตรวมถึงสั่งซื้อสินค้า พร้อมจัดส่งถึงที่ หมายได้ง่ายดาย สะดวก และรวดเร็ว ไม่ต้องเดินทางมาเอง ภายใต้แนวคิด “ส่งสด” ที่ หมายถึง ส่งความสด ครบ จบในที่เดียว ได้มีการเสนอความรู้ เรื่องการคัดเลือกวัตถุดิบ เพื่อประกอบอาหารให้มีอรรถรสผ่านทางเพจส่งสด พร้อมแนะน�ำสินค้าและโปรโมชั่นใหม่ๆ ในขณะเดียวกันลูกค้าก็สามารถเลือกสรรสินค้า

ได้ทันทีนอกจากนี้ยังมีการน�ำเสนอ “สูตรปรุงเมนูอาหาร” พร้อมสัดส่วนที่ถูกต้อง ตาม ความต้องการ เช่น หากท่านต้องการท�ำแกงส้ม สามารถจัดวัตถุดิบเป็นชุดได้ทันที โดย จะมีสูตร วิธีการ มาตรฐาน โดยโรงเรียนการเรือนยิ่งเจริญ ผ่านช่องทาง Website : www.songsod.com / Facebook :songsoddelivery / Line : @songsod ในอนาคตจะเปิดให้บริการในรูปแบบมาตรฐาน โดยสร้างแอพพลิเคชั่น ภายใต้ชื่อ “Fresh Mate” (เฟรซเมท) บริการ “เลือกซื้อและจัดส่งสินค้าจากตลาดสดผ่านช่อง ทางออนไลน์” เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าอย่างมืออาชีพ เลือกสรร อาหาร และวัตถุดิบ ถึงมือ อย่างมีคุณภาพ ผู้ใช้บริการจะมีเวลาส่วนตัว ความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ขจัดปัญหาเรื่องการซื้อวัตถุดิบ ในการท�ำอาหารหรือเลือกซื้ออาหารปรุงส�ำเร็จเข้าบ้านมอบความไว้ใจให้ Fresh Mate ดูแลคุณ มั่นใจกับคุณภาพสินค้าด้วยทีมงานหรือช้อปเปอร์ที่ผ่านการอบรมจากผู้ เชี่ยวชาญ ที่ยืนยันได้ว่าผู้ใช้บริการจะได้รับความสด ครบครัน ความหลากหลาย และ สินค้าคุณภาพ นอกจากนั้นยังสามารถเลือกรับสินค้าได้เร็วที่สุดภายในชั่วโมงถัดไป และสามารถสั่ง ซื้อล่วงหน้าได้ Fresh Mate เป็นการขยายช่องทางเพื่อสร้างโอกาสที่ดีให้กับผู้ค้า ในตลาดสด ผ่านนวัตกรรม และเทคโนโลยี ด้วยบริการขนส่งของ Fresh Mate กับ LALAMOVE เพื่อตอบโจทย์ของตลาดสมัยใหม่

MAGKETING l 24


CASE STUDY

ไปรษณีย์ไทย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จ�ำกัด (ปณท) น�ำนโยบาย “ไปรษณีย์ไทย 4.0” มาใช้เน้นการ พัฒนาด้วยการน�ำเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาบริการ ภายใต้เงื่อนไขการใช้บริการที่สะดวก และไม่ซับซ้อน โดยมีบริการใหม่ๆ จ�ำนวนมาก อาทิ “บริการกล่องพร้อมส่งและแอปพลิเคชั่นพร้อมโพสต์” (Prompt Post) ช่วยให้ผู้ ประกอบการประหยัดเวลาฝากส่งหน้าเคาน์เตอร์ ณ ที่ท�ำการฯ และลดต้นทุนในคราว เดียวกัน เพียงท�ำการฝากส่งล่วงหน้าจากที่บ้าน “เครื่องบริการรับฝากไปรษณีย์อัตโนมัติ” (APM) รองรับผู้ใช้บริการที่ต้องการฝาก ส่งเร่งด่วน หรือสิ่งของที่ไม่ผ่านการเอ็กซ์เรย์ โดยติดตั้งให้บริการ ณ ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ และในปีนี้มีแผนการติดตั้งเครื่อง APM จ�ำนวน 9 เครื่อง ณ ท่าอากาศยาน ในสังกัดของกรมท่าอากาศยาน จ�ำนวน 7 แห่ง iBox บริการตู้น�ำจ่ายไปรษณีย์ อัตโนมัติ โดยติดตั้งแล้ว ณ ที่ท�ำการไปรษณีย์ 28 แห่งในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก “บริการคูเรียโพสต์ (Courier Post)” บริการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศระดับ พรีเมียมภายใน 2-4 วัน พร้อมมีบริการ On Demand Delivery (ODD) ให้ผู้รับ สามารถเปลี่ยนก�ำหนดเวลาการจัดส่งพัสดุ หรือเปลี่ยนที่อยู่ส�ำหรับการรับพัสดุได้ตาม ต้องการ และล่าสุดติดตั้งเครื่องคัดแยกกล่องพัสดุและซองจดหมายประสิทธิภาพสูง ที่ สามารถคัดแยกได้กว่า 8,000 - 9,000 ชิ้นต่อชั่วโมง ณ ศูนย์ไปรษณีย์ศรีราชา จังหวัด ชลบุรี เพื่อรองรับปริมาณงานไปรษณีย์ที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ

โฮมโปร โฮมโปรมองว่าสโตร์รูปแบบใหม่ “HomePro S” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Smart Select Service จะสามารถเชื่อมแบรนด์เข้ากับผู้บริโภคได้ตามแนวคิดการตลาด 4.0 ได้ เพราะเป็นรูปแบบตอบรับกับความต้องการซื้อของกลุ่มลูกค้าที่ชอบความสะดวก สบาย และซื้อสินค้าเกี่ยวกับบ้านได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเพื่อซ่อมแซม ต่อเติม ตกแต่งบ้าน อุปกรณ์จัดเก็บ และ DIY

ประสบการณ์ใหม่ในการช้อปออนไลน์รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Click & Collect ซื้อ สินค้าผ่านทางออนไลน์ ลูกค้าสามารถก�ำหนดช่วงเวลารับสินค้า โดยสามารถรับสินค้า ได้ที่โฮมโปร ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือจัดส่งให้แบบ Delivery

เดอะมอลล์ เดอะมอลล์ น�ำ Big Data มาศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อเข้าใจความต้องการ ของลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต เข้าใจประสบการณ์การใช้ชีวิตของลูกค้า น�ำไป สู่การวางแผนกลยุทธ์การตลาดในแต่ละ Life-stage และ Lifestyle ของลูกค้าได้ทั้ง ในระดับ Segmentation และระดับ One-to-One Personalization ไม่ว่าจะเป็น พฤติกรรมการซื้อสินค้า ช่วงเวลา แบรนด์ที่ชอบ ประเภทสินค้าที่ต้องการในอนาคต ของลูกค้าแต่ละบุคคล ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีคือหัวใจส�ำคัญในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย ที่ต้องมีทั้งการ Evolution และ Revolution ไปพร้อมๆ กัน เดอะมอลล์ กรุ๊ป พยายามน�ำเทคโนโลยี เข้ามาอ�ำนวยความสะดวกกับลูกค้า เพราะการพัฒนารีเทล 4.0 คือการพัฒนาเพื่อ ตอบสนองลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิดแบบ Customer Centric โดยเฉพาะการ ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Generation Y และกลุ่ม Millennial ที่มีดิจิทัลไลฟ์สไตล์ชัดเจน ความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว มีความจ�ำเป็นอย่างยิ่งส�ำหรับตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม ดังกล่าว

จึงได้เกิด “HomePro S” สโตร์รูปแบบใหม่ของ “โฮมโปร” ชูจุดเด่น 3S ตอบโจทย์ ทุกความต้องการทั้ง”SMART” สะดวก ช้อปง่าย สบาย ใกล้บ้าน เพราะตั้งอยู่ภายใน ศูนย์การค้าใกล้บ้าน “SELECT” คัดสรรสินค้า ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าในการ ปรับปรุง ซ่อมแซม ดูแลรักษา “SERVICE” ครบครันทุกบริการเพื่อคนรักบ้าน เหมือน สโตร์ใหญ่

เซ็กเมนต์ลูกค้าที่เดอะมอลล์ต้องการโฟกัสมากขึ้น คือ กลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มวัยเริ่มต้น ท�ำงาน โดยต้องการปักธงเป็นศูนย์การค้าแรกที่ผู้บริโภคกลุ่มนี้ใช้บริการ เพราะการ เป็นศูนย์การค้าแรกที่ผู้บริโภคใช้บริการ จะมีโอกาสสูงที่จะเป็นศูนย์การค้าในใจผู้ บริโภค ที่จะเกิดความคุ้นเคยและใช้บริการต่อเนื่อง

Home Pro S สามารถเพิ่มโอกาสในการสร้างฐานลูกค้าใหม่ที่มีก�ำลังซื้อ และตอบ โจทย์เรื่องความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้าและบริการเกี่ยวกับบ้านที่คัด สรรมาเป็นอย่างดีเหมาะกับ ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุค 4.0 โดยเพิ่มช่องทางการช้อปให้ สะดวกสบายมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงสินค้า และบริการได้ทุกช่องทาง สร้าง

นอกจากนี้ได้น�ำเทคโนโลยีและพัฒนาระบบต่างๆ เพื่อศึกษาจากความเปลี่ยนแปลง และน�ำเข้ามูลมาวิเคราะห์ โดยขณะนี้สื่อสารและน�ำเสนอสิทธิประโยชน์ โปรโมชั่นได้ แบบ Segmentation แล้ว และก�ำลังจะเริ่มท�ำแบบ One-to-One ที่สามารถ Tailormade เฉพาะบุคคล

MAGKETING l 25


FACTOR

เศรษฐกิจปี 61

โตจากปัจจัยหนุน

เรื่อง : ทีเอ็มบี

นริศ สถาผลเดชา ผู้บริหาร TMB Analytics เผยเศรษฐกิจไทยปี 61 มีแนวโน้มขยายตัวได้ 4.5% จากแรงส่งของทุกองค์ ประกอบเศรษฐกิจไตรมาสแรกที่โตดีกว่าคาด ที่สำ�คัญคือการกลับมาของการลงทุนภาคเอกชน เสริมภาคส่งออกและท่องเที่ยว ที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก นอกจากนี้ คาดว่าธุรกิจธนาคารพาณิชย์มีทิศทางดีขึ้นต่อเนื่อง สินเชื่อและเงินฝากเติบโตดี ขณะที่ NPL ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในปี 60 และมีแนวโน้มลดลงในปีนี้ แนะระวังสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็น NPL เพิ่มขึ้น

MAGKETING l 26


FACTOR

TMB Analytics ปรับประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 61 เพิ่มขึ้นเป็น 4.5%จากเดิมมอง 4.2%ในช่วงต้นปี สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกที่เติบโตแข็งแกร่ง และปัจจัยหนุนจากแรงส่งของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรก” กองทุนการเงินระหว่าง ประเทศ(IMF) คาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้จะขยายตัวต่อเนื่องที่ 3.9% สอดคล้อง กับเครื่องชี้ของประเทศเศรษฐกิจหลักทั้งภาคการผลิต การค้าและการบริโภคที่ปรับ ตัวดีขึ้น เป็นปัจจัยหนุนการส่งออกของไทยมีทิศทางสดใสต่อเนื่อง

แม้ปรับลดลงแต่ยังอยู่ในระดับสูง

ประกอบกับผลของราคาน�้ำมันในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น โดยคาดราคาน�้ำมันดิบเบ รนท์เฉลี่ยที่ 71 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล จากเฉลี่ย 55 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรลในปีที่ ผ่านมา ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับน�้ำมัน ที่มี สัดส่วนรวมกันคิดเป็น 25%ของมูลค่าการส่งออกรวมขยับสูงขึ้นไปด้วย ท�ำให้ภาพรวม การส่งออกในปี 61จะเติบโตจากปัจจัยบวกทั้งราคาและปริมาณที่เติบโตตามการขยาย ตัวของเศรษฐกิจโลก โดยคาดมูลค่าส่งออกจะเติบโตได้ถึง 8.6% (สูงกว่าเดิมที่ 4.8%)

ส�ำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท TMB Analytics มองว่ายังคงเป็นไปในทิศทางแข็งค่าต่อ เนื่องจากปีก่อน สิ้นปีมีโอกาสอยู่ที่ 31.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจัยพื้นฐาน เศรษฐกิจของไทยที่เข้มแข็งที่ได้รับอานิสงส์จากภาคส่งออกและการท่องเที่ยว ขณะที่ การไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติมีแนวโน้มลดลงจากปีก่อน และคาดว่าดอลลาร์ที่แข็งค่า ณ ปัจจุบันอยู่ในช่วง 31.9-32.2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐจะเป็นในระยะสั้นสอดคล้อง กับตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีและแนวโน้มเงินเฟ้อที่สูงขึ้น แต่มีแนวโน้มที่ดอลลาร์ จะอ่อนค่าลงในช่วงที่เหลือของปีจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเรื่องการขาดดุลงบประมาณ และดุลการค้า

ในส่วนของเครี่องยนต์เศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่อง คาดว่าจะ เห็นการลงทุนเอกชนขยายตัวเร่งขึ้น สะท้อนจากการน�ำเข้าสินค้าทุน เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องติดต่อกันมา 6 ไตรมาส ผนวกด้วยหลายปัจจัยหนุน ทั้งอัตราการใช้ก�ำลังการผลิตในภาพรวมปรับสูงขึ้น โดยล่าสุดอยู่ที่ระดับ 68 น�ำโดย อุตสาหกรรมส่งออก อาทิ ยานยนต์ เคมีภัณฑ์ที่ปรับสูงขึ้นแตะระดับ 80 สอดคล้อง กับความเชื่อมั่นภาคธุรกิจดีต่อเนื่อง การอนุมัติส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งนโยบายส่ง เสริมการลงทุน ที่ส�ำคัญคือการประกาศใช้พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งช่วยผ่อน คลายข้อจ�ำกัดการลงทุนหลายด้าน นอกจากนี้ ยังได้รับผลดีจากการลงทุนภาครัฐ ที่ แม้ว่าอาจเห็นอัตราขยายตัว 8.5% แผ่วลงจากที่คาดไว้ซึ่งเป็นผลจากการเบิกจ่ายใน ช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณต�่ำกว่าคาด ขณะที่การลงทุนส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน ที่รองรับ EEC เริ่มมีความคืบหน้า อาทิ มอเตอร์เวย์ช่วงพัทยา-มาบตาพุดที่อยู่ระหว่าง ขั้นตอนก่อสร้าง โดยคาดเห็นเม็ดเงินโครงสร้างพื้นฐานในปีนี้ 3.6 หมื่นล้านบาท การท่องเที่ยวสดใสต่อเนื่อง คาดจ�ำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 61 เพิ่มขึ้นเป็น 38.5 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 9% เป็นการเติบโตจากแทบทุกตลาดนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ ดี เมื่อพิจารณาในแง่ภาพรวมโครงสร้างรายได้ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงถึงการบริโภคภาค เอกชน พบว่า 80% ของรายได้รวม ท่องเที่ยวกระจุกอยู่ใน 6 จังหวัด(กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, ชลบุรี, กระบี่, สุราษฎร์ธานี, เชียงใหม่) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ เหลือ 20% หรือ 71 จังหวัดเป็นไทยเที่ยวไทย ท�ำให้เม็ดเงินรายได้ท่องเที่ยวไม่กระจายไปสู่ภูมิภาคเท่าที่ควร เป็นปัจจัยเชิงโครงสร้าง ที่ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวการบริโภคภาคครัวเรือนในส่วนภูมิภาค ทั้งนี้ รายได้จาก การท่องเที่ยวจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในธุรกิจ ได้แก่ โรงแรม สถานบันเทิง ร้าน อาหาร ร้านขายของที่ระลึกและการขนส่ง หลายปัจจัยหนุนการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะวัฎจักรการบริโภค สินค้าคงทนเริ่มกลับมาหลังจากปลดล็อคโครงการรถคันแรก รวมทั้งรายได้ภาคเกษตร ที่ขยายตัวดีตามปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะข้าว อ้อย ยางพารา ปาล์มน�้ำมัน และปัจจัยด้านราคาพืชหลักที่สูงขึ้น ได้แก่ ข้าว และมันส�ำปะหลัง อย่างไรก็ดี การ บริโภคในภาพรวมยังไม่เป็นระดับที่เข้มแข็ง ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาจากหนี้ภาคครัวเรือน

ในด้านตลาดการเงิน เศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวชัดเจน เงินเฟ้อทยอยปรับสูงขึ้นจากราคา น�้ำมัน หนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับขึ้นจาก 1.5% สู่ระดับ 1.75% ในปี 61 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นของโลก โดย เฉพาะในภูมิภาคที่เห็นการปรับขึ้นของอินโดนีเซีย มาเลเซียและฟิลิปปินส์

“ส่วนการด�ำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในปี 61 มีแนวโน้มดีขึ้น ตามการขยายตัว ของเศรษฐกิจและมาตรการส่งเสริมการลงทุนภาครัฐ” สินเชื่อโดยรวมมีแนวโน้มขยาย ตัว 5.5% เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมเล็กน้อยที่ 5.3% จากยอดสินเชื่อ SME และสิน เชื่อรายย่อยที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 6.9% และ 7.3% ตามล�ำดับ โดย SME มีปัจจัยหนุนจากก�ำลังซื้อที่ปรับตัวดีขึ้นตามการบริโภคภาคเอกชน และการ ทยอยลงทุนปรับเปลี่ยนโครงสร้างการท�ำธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการลดต้นทุน และเพิ่มยอดขายมากขึ้น สินเชื่อรายย่อยน�ำโดยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ซึ่งกลับมาเติบโต อีกครั้งหลังจากสิ้นสุดผลของมาตรการปลดล็อครถคันแรก และรายได้ภาคเกษตรที่ ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ทยอยกลับมาเติบโตโดยได้รับผลดีจากการลงทุนโครงสร้างพื้น ฐานและมาตรการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และ EEC อย่างไรก็ดีต้นทุนดอกเบี้ยยัง อยู่ในระดับต�่ำอาจท�ำให้บริษัทขนาดใหญ่ออกพันธบัตรตราสารหนี้แทนที่จะใช้สินเชื่อ จากธนาคารพาณิชย์ ในด้านคุณภาพสินเชื่อ เรามองว่าสัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วใน ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มปรับลดลงในปี 61 โดย 78% ของมูลค่า NPL อยู่ที่สินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อย อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่ NPL จะลดลงตามการปรับดีขึ้น ของเศรษฐกิจในส่วนของธุรกิจขนาดใหญ่และ SME อย่างไรก็ตาม สินเชื่อที่อยู่อาศัย ยังมีแนวโน้ม NPL เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผลของการเร่งปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ด้านเงินฝากมีแนวโน้มขยายตัว 5.6% ปรับเพิ่มจากคาดการณ์เดิมเล็กน้อยที่ 5.5% โดยเงินฝากประจ�ำกลับมาเติบโตที่ 3% หลังจากหดตัวมา 3 ปีติดต่อกันซึ่งเป็นไปตาม ทิศทางการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปี 61 และความต้องการสินเชื่อที่เพิ่ม ขึ้น อย่างไรก็ตามจากการเติบโตเงินฝากที่มากกว่าความต้องการสินเชื่อในปีนี้ คาดว่า จะท�ำให้สภาพคล่องธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อมองสภาพคล่องโดยรวมแล้ว เรายังมีสภาพคล่องเหลือกว่า 12 ล้านล้านบาท” นริศ กล่าวสรุป

MAGKETING l 27


ONE COMMUNITY

ผลักดันไทย สู่ดิจิทัลคอนเทนต์อาเซียน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับ พันธมิตรภาครัฐและเอกชนด้านดิจิทัล คอนเทนท์ โชว์ศักยภาพดิจิทัลคอนเทนท์ไทย น�ำทัพผู้ประกอบการไทยเจรจาธุรกิจ สร้างเครือข่ายการค้ากับดิจิทัล คอนเทนท์ชั้นน�ำต่างประเทศ ภายในงาน Bangkok International Digital Content 2018 หวังเพิ่มโอกาส ทางการค้า ผลักดันไทยให้ เป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียน ตั้งเป้าสร้างมูลค่า 900 ล้านบาท จันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “ดิจิทัลคอนเทนท์เป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) และเป็นสาขา หนึ่งของครีเอทีฟ อีโคโนมี ที่มีส่วนส�ำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้มุ่ง ไทยแลนด์ 4.0 มูลค่าตลาดอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง จาก ปี 2558 ที่มีมูลค่าตลาดราว 19,800 ล้านบาท จนถึงปี 2560 ราว 24,000 ล้านบาท เฉลี่ย ปีละประมาณ 10 % และประเมินว่าตั้งแต่ปี 2561 จะมีมูลค่าราว 26,000 ล้าน บาท โดยขับเคลื่อนจากอุตสาหกรรมเกมและแอนิเมชันเป็นหลัก” “เพื่อก้าวสู่ศูนย์กลางดิจิทัลคอนเทนท์ในภูมิภาคอาเซียน กรมส่งเสริมการค้าระหว่าง ประเทศ ได้ร่วมมือกับ ส�ำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และ 5 พันธมิตรด้านดิจิทัล คอนเทนท์ ประกอบด้วย สมาคมอีเลิร์นนิ่งแห่งประเทศไทย (e-LAT) สมาคมดิจิทัล คอนเทนท์ไทย (DCAT) สมาคมผู้ประกอบการ แอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ ไทย (TACGA) สมาคม Bangkok ACM SIGGRAPH (BASA) และ สมาคมอุตสาหกร รมซอฟแวร์เกมไทย (TGA) พร้อมด้วยส�ำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์กรมหาชน) (TCEB) เตรียมจัดงาน Bangkok International Digital Content

Festival 2018 หรือ BIDC 2018 เทศกาลงานดิจิทัลคอนเทนท์ที่จัดมาอย่างต่อเนื่อง เป็นปีที่ 5 ภายใต้แนวคิด Digital Carnival ระหว่างวันที่ 11 – 12 มิถุนายน 2561 นี้ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ” “โดยไฮไลท์ส�ำคัญคือกิจกรรมการเจรจาการค้าระหว่างผู้ประกอบการด้านดิจิทัลคอน เทนท์ของไทยและต่างชาติ ซึ่งปีที่ผ่านมา เกิดการจับคู่เจรจาการค้าในงานประมาณ 450 คู่ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 850 ล้านบาท หนึ่งในความส�ำเร็จที่เกิดขึ้นคือ ข้อตกลง การร่วมลงทุนระหว่าง บริษัท TETERU จากเกาหลีใต้ และ บริษัท EEZ Production Studios ของไทย เพื่อผลิตการ์ตูน 3D แอนิเมชันภายใต้งบประมาณการผลิตรวมกว่า 2,600,000 เหรียญสหรัฐ ส�ำหรับปีนี้ได้รับการตอบรับนัดหมายล่วงหน้าแล้วจ�ำนวน 450 นัดหมาย ตั้งเป้าไว้ประมาณ 900 ล้าน” ทั้งนี้ กรมฯ ได้เชิญบริษัทชั้นน�ำ 38 บริษัท จาก ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน และใน CLMV อาทิ CCTV ANIMATION เป็นสถานีโทรทัศน์ รายใหญ่ที่มีผู้รับชมมากที่สุดในจีน , GRAVITY เกมสตูดิโอชั้นน�ำ ผู้พัฒนาและผลิตเกม Ragnarok จากเกาหลีใต้ , ASTRO MALAYSIA สถานีโทรทัศน์จากประเทศมาเลเซีย เจรจาการค้ากับผู้ประกอบการไทยประมาณ 60 บริษัท อาทิ บริษัท Riff Studio และ Igloo Studio ผู้สร้างสรรค์แอนิเมชันเรื่อง 9 ศาสตรา , บริษัท Exzy ผู้ผลิตนวัตกรรม เทคโนโลยีโลกเสมือนจริง จากผลงานโดดเด่น VR Sphere และบริษัท LUMIO 3D กับ ผลงาน LUMIO 3D เครื่องสแกนเนอร์3มิติ ไอเดียนวัตกรรมฝีมือคนไทย เป็นต้น”

MAGKETING l 28


DIGITAL LIFE

วิจัยระบุ อี-คอมเมิร์ซไทยเติบโตพร้อมความเสี่ยงทุจริต เรื่อง : เอ็กซ์พีเรียน

รายงานข้อมูลผู้บริโภคระบบดิจิทัลปี 2561 ระบุถึงความเชื่อมโยงระหว่างความสะดวกสบายใน การจับจ่ายและการทำ�ทุจริตในระบบดิจิทัล ยิ่งการซื้อขายระบบดิจิทัลเติบโตมากเท่าใดการทำ�ทุจริต ในระบบดิจิทัลก็จะตามมาเท่านั้น

MAGKETING l 29


DIGITAL LIFE

รายงานข้อมูลผู้บริโภคระบบดิจิทัลประจ�ำปี 2561 (Digital Consumer Insights 2018) ซึ่งจัดท�ำขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง เอ็กซ์พีเรียน ผู้ให้บริการข้อมูลชั้นน�ำ ระดับโลก และ ไอดีซี บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยข้อมูลการตลาดชั้นน�ำของโลก ระบุว่า ปัจจุบัน คนไทยกว่า 3 ใน 4 มีการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ โดยประเภทสินค้าและ บริการที่นิยมสูงสุด 3 อันดับแรกคือ ความงาม แฟชั่น และเครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างไรก็ ดี ในขณะที่ผู้บริโภคต่างเพลิดเพลินกับความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอย การ ทุจริตก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นด้วย รายงานข้อมูลผู้บริโภคระบบดิจิทัลประจ�ำปี 2561 ใช้ข้อมูลจากการส�ำรวจความคิด เห็นของผู้บริโภค 3,200 คนในตลาด 10 แห่งทั่วเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม เพื่อตรวจ สอบว่าผู้บริโภคมีความรู้สึกอย่างไรต่อระบบการบริหารการทุจริตของภาคธุรกิจใน ปัจจุบัน และเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบรายงานข้อมูลการบริหารการทุจริตประจ�ำปี 2560 (Fraud Management Insights 2017) ซึ่งมุ่งตรวจสอบการบริหารการทุจริต ผ่านสายตาของเหล่าบริษัทผู้ประกอบการ รายงานฉบับนี้เปิดเผยถึงความเชื่อมโยงระหว่างความสะดวกสบายในการจับจ่ายและ การทุจริต โดยยิ่งรูปแบบการติดต่อและระบบการซื้อขายมีความสะดวกสบายมาก ขึ้น รวมถึงการใช้ระบบการจ่ายเงินที่ลื่นไหลและเป้าหมายในการมอบประสบการณ์ผู้ บริโภคที่ดีกว่าและคล่องตัวสูง สิ่งเหล่านี้ยิ่งเอื้อโอกาสให้เกิดการทุจริตเพิ่มมากขึ้น “ตลาดอี-คอมเมิร์ซของเมืองไทยก�ำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ตอบแบบสอบถาม ถึง 73% ระบุว่าตนเองซื้อสินค้าออนไลน์” มร.เดฟ ดีมาน กรรมการผู้จัดการ เอ็กซ์ พีเรียน เอเชีย แปซิฟิก ประจ�ำภูมิภาคเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดใหม่ กล่าว “อย่างไรก็ดี อัตราการทุจริตก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งคนไทยกว่า 19% โดยเฉลี่ย เคยมีประสบการณ์การทุจริตในธุรกิจอี-คอมเมิร์ซและธุรกิจบริการหลากหลายประเภท และผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่ง 51% ต้องการเปลี่ยนไปใช้ผู้ให้บริการรายอื่น หากพบเจอการทุจริต” “นับเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะในความเป็นจริงนั้น ยิ่งธุรกรรมระบบดิจิทัลมีความ สะดวกสบายมากขึ้นเท่าใด การทุจริตก็ยิ่งเกิดมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ดี เรายังพบว่า การทุจริตที่เพิ่มสูงขึ้นอาจท�ำให้ผู้บริโภคหันมาใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูล ที่สะดวกรวดเร็ว อาทิ ข้อมูลชีวภาพของบุคคลของบุคคล (Biometrics) ซึ่งจะช่วยให้ ธุรกิจต่าง ๆ สามารถน�ำเสนอประสบการณ์ผู้บริโภคได้อย่างลื่นไหลไปพร้อมกับการ บริหารการทุจริตได้พร้อม ๆ กัน” แม้รัฐบาลไทยก�ำลังผลักดันให้มีการลงทะเบียนสมัครซิมการ์ดทั่วประเทศด้วยข้อมูล ชีวภาพของบุคคล (Biometric) อาทิ การสแกนลายนิ้วมือ การจดจ�ำใบหน้าและเสียง เพื่อการรับมือกับการทุจริตทางระบบอิเล็กทรอนิกส์และเสริมประสิทธิภาพความ ปลอดภัยของการธนาคารออนไลน์ แต่มีผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทยเพียง 15% ที่ระบุว่ายินยอมใช้ข้อมูลชีวภาพของบุคคลในแอปพลิเคชั่นเชิงพาณิชย์ ซึ่งการตื่นตัว ในเรื่องนี้ ประเทศไทยนับเป็นอันดับ 4 ของเอเชีย ตามหลังเขตเศรษฐกิจที่ก�ำลังพัฒนา อื่น ๆ อย่าง อินเดีย จีน และเวียดนาม งานวิจัยพบว่าการบริหารจัดการการตอบสนองต่อการทุจริตที่ผิดพลาดจะสร้างความ เสียหายให้แก่บริษัท 2 รูปแบบที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาของผู้บริโภคซึ่งมี

ทัศนคติและการรับรู้ต่อความเสี่ยงที่แตกต่างกัน โดยรายงานได้แบ่งผู้บริโภคออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ผู้ใช้ในระบบดิจิทัล (Digital Voyagers) และผู้ปฏิบัติงานบนระบบ ดิจิทัล (Digital Pragmatists) โดยผู้ใช้ในระบบดิจิทัลมักใช้โทรศัพท์มือถือและอยู่ใน เขตเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยถูกขับเคลื่อนด้วยความสะดวกสบายและกลัวความเสี่ยงน้อย กว่า ส่วนผู้ปฏิบัติงานบนระบบดิจิทัล มักมาจากเขตเศรษฐกิจที่เติบโตเต็มที่ มีความ ระมัดระวังตัวสูง และให้ความส�ำคัญกับความปลอดภัย “การท�ำความเข้าใจข้อแตกต่างระหว่างผู้ใช้ในระบบดิจิทัลและผู้ปฏิบัติงานบนระบบ ดิจิทัล นับว่ามีความส�ำคัญมากส�ำหรับบริษัทต่าง ๆ เนื่องจากทั้งสองกลุ่มมีปฏิกิริยา ต่อการทุจริตที่แตกต่างกัน” มร.เดฟ ดีมาน กล่าว “ในกรณีของประเทศที่เป็นผู้ใช้ใน ระบบดิจิทัลอย่างประเทศไทย บริษัทต่าง ๆ อาจเผชิญกับต้นทุนการรับมือการทุจริต ที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อการบริโภคผ่านระบบดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและบริษัทต่าง ๆ พยายามอุ้มความสูญเสียจากการทุจริตเองเพื่อรักษาฐานผู้บริโภคเอาไว้ ส่วนประเทศ ที่เป็นผู้ปฏิบัติงานบนระบบดิจิทัลอย่างฮ่องกง ผู้คนมักหลีกเลี่ยงการซื้อขายผ่านระบบ ดิจิทัลเนื่องจากหวาดกลัวการทุจริต ซึ่งก่อให้เกิดการสูญเสียรายได้ในระบบดิจิทัล ส�ำหรับภาคธุรกิจต่าง ๆ” หนึ่งในวิธีการที่บริษัทจะสามารถใช้เพื่อป้องกันการทุจริตได้ก็คือ บริษัทต้องมีข้อมูลผู้ บริโภคที่มีคุณภาพเพื่อให้สามารถยืนยันความถูกต้องของการซื้อขายได้อย่างเหมาะสม โดยมีคนไทย 51% ที่ยินยอมให้องค์กรธุรกิจน�ำฐานข้อมูลของตนเองไปใช้เพื่อให้เกิด การตรวจสอบการทุจริตที่ดีขึ้นเท่านั้น ผู้บริโภคยังมีการเลือกสรรข้อมูลที่จะมอบให้แก่บริษัทต่าง ๆ โดยมีคนไทย 3.8% ยอมรับว่าเคยให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ซึ่งถือว่าต�่ำกว่า ค่าเฉลี่ยของทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ 5% คนไทยยังมีแนวโน้มสูงสุดในภูมิภาคที่จะ ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแก่บริษัทต่าง ๆ โดย 35% ระบุว่าเคยท�ำผิดพลาดในการให้ข้อมูล ส่วนตัวพื้นฐาน อาทิ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และชื่อนามสกุล และมี 25% ระบุว่า เคยท�ำผิดพลาดในการให้ข้อมูลส่วนตัวที่มีความส�ำคัญ อาทิ รายละเอียดการจ่ายเงิน และมี 30% เคยให้ข้อมูลผิดเกี่ยวกับอายุ เพศ รายได้และระดับการศึกษา “เราพบว่า ทั่วภูมิภาคยังมีช่องว่างระหว่างผู้คนและองค์กรต่าง ๆ” มร.เดฟ ดีมาน กล่าว “ผู้บริโภคยังคงตั้งใจให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือละเลยการให้ข้อมูลส�ำคัญแก่ บริษัทต่าง ๆ เพื่อจุดประสงค์บางประการ ซึ่งน่าเสียดายเพราะสิ่งนี้ท�ำให้ธุรกิจ ต่าง ๆ สามารถยืนยันตัวตนผู้บริโภคออนไลน์ของตนและรับมือกับการทุจริตอย่างมี ประสิทธิภาพได้ยากยิ่งขึ้น และยิ่งเศรษฐศาสตร์ระบบดิจิทัลถูกกระตุ้นให้แพร่หลาย มากขึ้น ปัญหาเรื่องการทุจริตก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น และบริษัทต่างๆ จะต้องมั่นใจว่า ได้ยกระดับประสิทธิภาพเทคโนโลยีและโซลูชั่นเพื่อรับมือกับเรื่องนี้อย่างเหมาะสม เพื่อ ให้สอดคล้องกับความซับซ้อนของโลกยุคดิจิทัลในทุกวันนี้” ผลการศึกษาพฤติกรรมและทัศนคติผู้บริโภคของประเทศไทย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ฮ่องกง สิงคโปร์ คือประเทศที่เป็นผู้ปฏิบัติงานบนระบบดิจิทัล ผู้บริโภคมี การรับรู้สูงถึงความเสี่ยงและรู้สึกว่า ความปลอดภัยส�ำคัญกว่าความสะดวกสบาย ไทย อินโดนีเซีย จีน อินเดีย เวียดนาม คือประเทศที่เป็นผู้ใช้ในระบบดิจิทัล ผู้บริโภค กลัวความเสี่ยงน้อยกว่าและมีการป้องกันการแบ่งปันข้อมูลส่วนตัวน้อยกว่า

MAGKETING l 30


JIGSAW JIGSAW

MAGKETING l 31 MAGKETING l 31 FREEPIK.COM


RESEARCH

จับตาคอนโดฯ สุขมวิท39-ทองหล่อ ยังมาแรง เรื่อง : เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง

เน็กซัสฯ ชี้ราคาคอนโดมิเนียมในบริเวณสุขุมวิท 39 และทองหล่อปรับตัวสูงขึ้นถึง 40% ในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับค่าเช่า ในบริเวณทองหล่อที่มีอัตราสูงสุดในกรุงเทพฯ ถึง 1,000 บาท/ตาราง เมตร/เดือน

MAGKETING l 32


RESEARCH

นลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จ�ำกัด กล่าวว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เก็บข้อมูลของตลาดคอนโดมิเนียมที่ เปิดตัวใหม่ในเขตกรุงเทพชั้นใน และบริเวณโดยรอบของกรุงเทพชั้นใน พบว่ามีการ ปรับตัวทางด้านราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องด้วยที่ดินบริเวณดังกล่าว เป็นที่ต้องการ ของนักลงทุนทั้งชาวไทยชาวต่างชาติ อีกทั้งที่ดินที่จะน�ำมาพัฒนาโครงการเหลือน้อย เมื่อน�ำมาพัฒนาโครงการจึงได้รับผลตอบแทนสูง ไม่ว่าจะขายหรือให้เช่า จากผลวิจัยชี้ให้เห็นว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ท�ำเลสุขุมวิท 39 ถึงทองหล่อ ปรับตัวสูง ขึ้นมากที่สุดจาก 183,000 บาท/ตารางเมตร เป็น 255,000 บาท/ตารางเมตร หรือ ปรับเพิ่มสูงถึง 40% ในขณะที่บริเวณรัชดา – พระรามเก้า และเอกมัย ปรับตัวสูง ขึ้น 34% และ 30% ตามล�ำดับ ทั้งนี้ ราคาคอนโดมิเนียมรอบ ๆ ใจกลางเมือง เช่น พหลโยธินตอนต้น พญาไท และ ธนบุรี ก็มีราคาขยับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน อยู่ใน อัตรา 13-26% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ในไตรมาสแรกของปี 2561 ราคาเฉลี่ยคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ และ ลักซูรี่เปิด ใหม่ในบริเวณกรุงเทพชั้นใน และบริเวณรอบกรุงเทพชั้นใน อยู่ที่ 208,600 บาท/ ตารางเมตร โดยท�ำเลที่มีราคาสูงสุด คือ ท�ำเลสุขุมวิท 39 – ทองหล่อ มีราคาเฉลี่ย อยู่ที่ 315,000 บาท/ตารางเมตร ตามมาด้วยบริเวณชิดลม หลังสวน อยู่ที่ 262,000 บาท/ตารางเมตร และ สาทร อยู่ที่ 243,000 บาท/ตารางเมตร ส�ำหรับค่าเช่าในตลาดคอนโดระดับไฮเอนด์ขึ้นไปในบริเวณกรุงเทพชั้นใน และรอบ กรุงเทพชั้นใน ค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 754 บาท/ตารางเมตร/เดือน โดยที่ท�ำเลใจกลางเมือง ท�ำเลสุขุมวิท 39 – ทองหล่อ หลังสวน และ สาทร มีค่าเช่าสูงสุดอยู่ที่ 1,000 บาท 955 บาท และ 823 บาท /ตารางเมตร/เดือน ตามล�ำดับ โดยผู้เช่าส่วนใหญ่จะเป็นชาว ญี่ปุ่น และ ชาวยุโรป หรือ ชาวอเมริกัน ที่มาเช่าเพื่อท�ำงานในใจกลางเมือง ในขณะที่ท�ำเลรอบใจกลางเมือง คอนโดมิเนียมคุณภาพระดับไฮเอนด์ขึ้นไปจะมีค่า เช่าอยู่ระหว่าง 526 – 800 บาท/ตารางเมตร/เดือน โดยท�ำเลที่ได้ค่าเช่าสูงสุด คือ ใน บริเวณเอกมัย และพญาไท ตามล�ำดับ ส�ำหรับท�ำเลรัชดา – พระรามเก้า และ ธนบุรี ค่าเช่าจะค่อนข้างต�่ำกว่าโซนอื่น เพราะผู้เช่าส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย และ ชาวเอเชีย ที่ ไม่ใช่ญี่ปุ่นที่เข้ามาท�ำงานในกรุงเทพเช่นกัน หากเปรียบเทียบราคาค่าเช่าคอนโดมิเนียมต่อตารางเมตร ส�ำหรับคอนโดระดับไฮเอน ด์ขึ้นไปในใจกลางเมือง หนึ่งห้องนอนและสองห้องนอนนั้น ราคาต่อตารางเมตรไม่ต่าง กันมากนัก โดยคอนโดมิเนียมหนึ่งห้องนอน ส่วนใหญ่จะได้ราคาสูงกว่าประมาณ 1-2% ทั้งนี้ ถ้าเปรียบเทียบค่าเช่าคอนโดมิเนียมต่อห้อง ส�ำหรับท�ำเลใจกลางเมืองเช่น ทองหล่อ หลังสวนและสาทร คอนโดมิเนียมหนึ่งห้องนอน ค่าเช่าจะอยู่ที่ประมาณ 43,000-52,000 บาท/เดือน ขณะที่สองห้องนอนจะอยู่ประมาณ 65,000-82,000 บาท/เดือน หากเป็นท�ำเลรอบใจกลางเมือง ค่าเช่าคอนโดมิเนียมต่อห้อง หนึ่งห้อง นอนอยู่ที่ประมาณ19,700-33,000 บาท/เดือน ขณะที่สองห้องนอนจะอยู่ประมาณ 33,500-54,600 บาท/เดือน เมื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนจากการลงทุนในคอนโดมิเนียมต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นั้นพบว่าหากซื้อคอนโดมิเนียมในช่วงปี 2556 และปล่อยเช่าจะได้ผลตอบแทนเฉลี่ย ต่อปีที่ 6.1% โดยท�ำเลเอกมัย ให้ผลตอบแทนสูงสุดที่ 7.7% รองลงมาเป็นพหลโยธินที่

7.2% ทองหล่อที่ 6.6% และหลังสวนเท่ากับพญาไทที่ 5.6% ตามล�ำดับ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการลทุนในคอนโดมิเนียมนั้นนอกจากผลตอบแทนจากการ เช่าในแต่ละปีแล้ว เมื่อขายต่อได้ราคาเพิ่มขึ้นจะมีก�ำไรอีกส่วนหนึ่ง โดยการปรับตัวสูง ขึ้นของราคาคอนโดมิเนียมอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น ท�ำให้ผลตอบแทน โดยรวมของคอนโดมิเนียมค่อนข้างสูงมากเช่นเดียวกันในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทองหล่อ เป็นท�ำเลที่ผลตอบแทนรวมเมื่อคิดทั้งค่าเช่าและรายได้จากการขายแล้วสูงสุดอยู่ที่ 66% รองลงมาเป็นเอกมัย 61% อันดับสามคือ รัชดา-พระราม 9 ที่ 58% โดยที่เฉลี่ย ของตลาดอยู่ที่ 50% ใน 5 ปี ถึงแม้ว่าราคาคอนโดมิเนียมยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน หากลงทุน ซื้อคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ บริเวณใจกลางเมืองและรอบใจกลางเมือง ท�ำเลที่ให้ ผลตอบแทนต่อปีสูงสุดกลับเป็นธนบุรีที่ 5.4% รองลงมายังคงเป็นเอกมัย 5.2% และ อันดับสามคือพหลโยธินที่ 4.9% ส�ำหรับแนวโน้มการลงทุนในคอนโดมิเนียมในอีก 3 ปีข้างหน้านั้น จากการคาดการณ์ ราคาตลาดที่จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยประมาณ 8-10% ต่อปี โดยที่คอน โดกลางใจเมืองจะมีอัตราเพิ่มสูงกว่าที่ 12-15% ท�ำให้แนวโน้มคอนโดมิเนียมรอบ ใจกลางเมือง อาจให้ผลตอบแทนระยะสั้นในแง่ของค่าเช่าดีกว่า ในขณะที่ระยะยาว ผลตอบแทนโดยรวมคอนโดใจกลางเมืองก็ไม่แตกต่างกันมากนัก ทั้งนี้ ปัจจัยหลักการ เลือกซื้อคอนโดมิเนียม คือ การซื้อโครงการที่มีการบริหารจัดการที่ดี และมีการดูแล อาคารให้อยู่ในสภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง

MAGKETING l 33


RESEARCH

เจาะใจ คนซื้อไอโฟนและซัมซุง ส�ำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิ สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความ เป็นผู้น�ำ เปิดผล วิจัยตลาด วิจัยผู้บริโภค มือถือ ไอโฟน หรือ ซัมซุง แบ่งแยกตามกลุ่ม ผู้บริโภค จ�ำนวนทั้งสิ้น 500 ตัวอย่าง ด�ำเนินโครงการ ช่วง 1 – 6 มิถุนายน 2561 ที่ ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา พบว่า

มากกว่า ซัมซุง ได้แก่ คุณภาพ เสถียรกว่า รองลงมาคือร้อยละ 17.3 ระบุ ราคาสูง ดู แพงกว่า ร้อยละ 16.4 ระบุติดหรู ติดแบรนด์ ติดดีไซน ร้อยละ 11.4 ระบุใช้งานง่าย ฟังก์ชั่นการใช้งาน ร้อยละ 11.2 ระบุ กระแส โฆษณา ร้อยละ 5.6 ระบุ ระบบ IOS และร้อยละ 1.8 ระบุอื่นๆ เช่น ทันสมัย บริการดี มีกล้อง

เกินครึ่ง หรือร้อยละ 51.7 ระบุ จุดแข็งที่ท�ำให้คนซื้อ ซัมซุง มากกว่า ไอโฟน คือ ราคา ถูกกว่า ร้อยละ 19.3 ระบุใช้งานง่ายกว่า ร้อยละ 11.7 ระบุ คุณภาพ เหมาะสม กับ ราคา ร้อยละ 5.9 ระบุการออกแบบ ดีไซน์ ร้อยละ 3.5 ระบุเทคโนโลยี ร้อยละ 2.5 ระบุ กล้องถ่ายรูปได้ดีกว่า และร้อยละ 5.4 ระบุอื่นๆ เช่น ใช้ แอนดรอยด์ กระแส โฆษณา เคยชิน ซัมซุง มีให้เลือกมากกว่า ไอโฟน เป็นต้น

เมื่อถามว่า ถ้ามีเงินมากพอ จะซื้ออะไรระหว่าง ไอโฟน กับ ซัมซุง พบว่า ส่วนใหญ่หรือ ร้อยละ 62.0 ระบุ จะซื้อ ไอโฟน ในขณะที่ร้อยละ 30.8 ระบุ จะซื้อ ซัมซุง และร้อย ละ 7.2 ไม่ตอบ

อย่างไรก็ตาม ประมาณ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 36.3 ระบุจุดแข็งที่ท�ำให้คนซื้อ ไอโฟน

เมื่อจ�ำแนกออกตาม เพศ พบว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.0 จะซื้อ ไอโฟน มากกว่า ผู้ชาย ที่มีอยู่ร้อยละ 59.2 ในขณะที่ ผู้ชาย ร้อยละ 32.7 จะซื้อ ซัมซุง มากกว่า ผู้หญิง ที่มีอยู่ร้อยละ 29.4 ตามล�ำดับ

MAGKETING l 34


STARTUP

เอสซีจี

รุกลงทุนร่วมสตาร์อัพ 5 ราย

AddVentures โดยเอสซีจี ประกาศลงทุน Baania-GetLinks พร้อมสร้างความร่วม มือ Builk-HG Robotics-Ralali ปูพรมต่อยอดลงทุน คาดสร้างโอกาสเติบโตพร้อมแก้ ปัญหาให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคกลุ่ม Industrial-B2B-Enterprise เดินหน้าจับมือ Plug and Play แห่งซิลิคอนวัลเลย์ เชื่อมโยงโอกาสระยะยาวกับสตาร์ทอัพระดับโลก ดร.จาชชัว แพส กรรมการผู้จัดการ AddVentures โดยเอสซีจี เปิดเผยว่า AddVentures ได้เข้าลงทุนในสตาร์ทอัพ 2 ราย ได้แก่ 1.Baania แพลทฟอร์มค้นหา อสังหาริมทรัพย์พร้อมบริการข้อมูลแบบครบวงจร และ 2.GetLinks แพลทฟอร์ม จัดหาบุคลากรที่มีทักษะสูงส�ำหรับ Tech Company ขณะเดียวกัน ได้สร้างความร่วม มือในลักษณะพันธมิตรทางกลยุทธ์ (Strategic Partnership) กับสตาร์ทอัพอีก 3 ราย ได้แก่ 1.Builk แพลทฟอร์มการบริหารธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งมีธุรกิจอยู่แล้วใน 5 ประเทศ 2.HG Robotics บริษัทผลิตหุ่นยนต์ที่แก้ปัญหาให้กับทั้งภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรม และ 3.Ralali B2B Marketplace สัญชาติอินโดนีเซีย การพิจารณาเข้าลงทุนในสตาร์ทอัพทุกรายยังคงเป็นไปตามวิสัยทัศน์ You Innovate, We Scale คือการเข้าลงทุนในสตาร์ทอัพที่มีการน�ำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยแก้ ปัญหาให้กับกลุ่ม Industrial, B2B และ Enterprise โดย AddVentures จะช่วยเพิ่ม โอกาสเติบโตให้แก่สตาร์ทอัพเหล่านั้น ด้วยองค์ความรู้ เงินทุน ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ตลอดจนเครือข่ายคู่ค้าและพันธมิตรของเอสซีจีที่มีอยู่ทั่วอาเซียน ขณะเดียวกัน AddVentures ได้เดินหน้าความร่วมมือกับ Plug and Play ซึ่งเป็น สตาร์ทอัพ แอคเซอเลอเรเตอร์และ Corporate Innovation Platform ระดับโลก ที่มีส�ำนักงานตั้งอยู่ในซิลิคอนวัลเลย์ สหรัฐอเมริกา และเป็นผู้ลงทุนรายแรกๆ ของ

Google PayPal และ Dropbox ด้านดุสิต ชัยรัตน์ Corporate Venture Capital Fund Manager of AddVentures โดยเอสซีจี กล่าวว่า สตาร์ทอัพแต่ละรายที่ลงทุนในครั้งนี้ ต่างมีจุดเด่นที่เป็นประโยชน์ ต่อทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภค ตลอดจนสามารถต่อยอดกับธุรกิจในเครือของเอสซีจี ส�ำหรับ Baania นั้น สามารถน�ำข้อมูลที่ Baania รวบรวมและจัดเก็บไว้ มาท�ำให้เอสซี จีเข้าใจผู้บริโภคมากขึ้นและน�ำไปสู่การตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ “ขณะที่ GetLinks จะช่วยให้คู่ค้าของเอสซีจีมีบุคลากรด้านเทคโนโลยี และต่อยอด ธุรกิจด้านดิจิทัลได้ง่ายขึ้น ส่วน Builk แพลทฟอร์มการบริหารธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง นั้น ช่วยสนับสนุนเครือข่ายผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างและเครือข่ายลูกค้าของเอสซีจีใน อาเซียนให้มาเป็นผู้แทนจ�ำหน่ายและลูกค้าบนแพลทฟอร์มของ Builk ส่วน HG Robotics จะช่วยสนับสนุนให้เกิดการสร้าง Open Innovation ช่วยให้ ทั้งเอสซีจีและภาคอุตสาหกรรมมีบริษัทพัฒนาหุ่นยนต์ที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเพิ่ม ประสิทธิภาพการท�ำงานและความปลอดภัยของพนักงาน ขณะที่ Ralali จะสนับสนุน การเติบโตของการท�ำตลาดออนไลน์ให้กับเอสซีจีในอินโดนีเซี AddVentures โดยเอสซีจี เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อกลางปี 2560 ภายใต้ วัตถุประสงค์หลักคือ ส่งเสริมศักยภาพและลงทุนในสตาร์ทอัพทั้งไทยและทั่วโลก เพื่อ ให้เอสซีจีสามารถเชื่อมโยงนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน รวมทั้งยังท�ำให้ผู้บริโภคได้ใช้สินค้าและบริการที่ดีขึ้น รวดเร็วขึ้น ตอบโจทย์การยก ระดับคุณภาพชีวิตให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

MAGKETING l 35


MOVEMENT >> FOOD & BEVERAGE

database Automobile | Electrical & IT | Food & Beverage | Mobile Phone | Property | Moderntrade l ETC.

MAGKETING l 36


MOVEMENT >> FOOD & BEVERAGE

HONGTHONG ข้าวหงษ์ทองน�ำ 3 สายพันธุ์ข้าวคุณภาพอย่าง ข้าวก�่ำ, ข้าวหอมนิล และข้าวไรซ์เบอร์รี่ ผ่านกระบวนการปลูกจนเป็น “ซู เปอร์ไรซ์” ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าข้าวกล้องสีน�้ำตาลถึง 6 เท่า ด้วยแนวคิดใหม่ของข้าวเพื่อสุขภาพท�ำให้ได้ข้าว ซูเปอร์ไรซ์ที่มีเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่ม มีกลิ่นหอม อร่อย ทานง่าย มีคุณสมบัติช่วยในการป้องกันโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือด หัวใจ Strategy

:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

(New Product Development)

NESTLE โกโก้ครั้นช์โฉมใหม่ รูปทรงพี่หมีโกโก้ เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโฉมแบรนด์ในหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย โกโก้ครั้นช์ ท�ำจากธัญพืชโฮลเกรนและช็อกโกแลต มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีวิตามินบีและธาตุเหล็ก จึงเป็นทางเลือกของอาหารเช้า ที่มีประโยชน์และให้ความสุขยิ่งขึ้น เพื่อเติมพลังงานให้กับเด็กๆ Strategy

:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

(New Product Development)

NESCAFE แคมเปญ ‘เนสกาแฟ เชค 2018’ ต้อนรับซัมเมอร์ จับมือโซเชียล อินฟูลเอนเซอร์ชื่อดังรายการเสือร้องไห้และวงลิปตา เพื่อน�ำเสนอประสบการณ์เชค 2018 ไปสู่คอกาแฟรุ่นใหม่ในโลก ออนไลน์ Strategy

:: การตลาดเชื่อมตรง

(Online Marketing)

TIGER เบียร์ไทเกอร์จัดงาน “Tiger Presents Bangkok Arts & Music Month 2018” หรือ (BAMM) งานเทศกาลดนตรีและ ศิลปะแห่งปี การโชว์ผลงานศิลปะสุดอาร์ตโดยศิลปินชั้นน�ำผนวกกับงานดนตรีในคอนเสิร์ตจากศิลปินต่างชาติเพื่อสร้างแรง บันดานใจให้คนรุ่นใหม่ Strategy

:: การจัดกิจกรรมด้านดนตรี

(Music Events Marketing)

MAGKETING l 37


MOVEMENT >> ELECTRICAL & PROPERTY

TRUE “โป๊ป” ชวนลูกค้าทรู ใช้จ่ายกับร้านที่มีสัญลักษณ์ True Point & Pay ด้วยทรูมันนี่ วอลเล็ท ผ่านแอปทรูไอดี รับทรูพอยท์ และรับสิทธิ์ลุ้นโชคใหญ่ อาทิ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และสร้อยคอทองค�ำ มูลค่ารวมกว่า 20 ล้านบาท ทุกการช�ำระเงิน วันนี้ถึง 30 มิ.ย. 61 Strategy

:: จัดชิงโชค

(Sweepstakes)

MOTOROLA โมโตโรล่าจับมือ Shopee เพิ่มช่องทางจ�ำหน่ายสมาร์ทโฟนออนไลน์ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษรุ่นใหม่ล่าสุดจากตระกูล Moto G6 ทั้งยังสร้างความมั่นใจในคุณภาพของสินค้า การรับประกันสินค้า และบริการหลังการขายได้อย่างไร้กังวล

Strategy

:: การตลาดเชื่อมตรง

(Online Marketing)

HOMEPRO โฮมโปรขยายสโตร์รูปแบบใหม่ “HomePro S” สาขาบิ๊กซี บางนา ชั้น 2 เพื่อตอบรับกลุ่มลูกค้าที่ชอบความสะดวก สบาย และซื้อสินค้าเกี่ยวกับบ้านได้ง่ายขึ้น ชูจุดเด่น 3S ทั้ง “SMART” สะดวก ช้อปง่ายตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าใกล้บ้าน “SELECT” คัดสรรสินค้าในการปรับปรุง ซ่อมแซม ดูแลรักษา “SERVICE” ครบครันทุกบริการเพื่อคนรักบ้าน เหมือนสโตร์ ใหญ่ Strategy

::

Subbrand

IKEA อิเกียจะยุติการจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกประเภทใช้แล้วทิ้งในสโตร์อิเกียทั่วโลกให้ได้ภายในวันที่ 1 มกราคม 2563 ผลิตภัณฑ์พลาสติกประเภทใช้แล้วทิ้ง ได้แก่ หลอด จาน ถ้วย ถุงแช่แข็ง ถุงขยะ รวมถึงจานและถ้วยกระดาษเคลือบ พลาสติก Strategy

::

Green Marketing

MAGKETING l 38


MOVEMENT >> ETC

HONDA ฮอนด้า บิ๊กไบค์ Africa Twin เส้นทางที่ 2 นิวซีแลนด์ กับผู้โชคดีทั้ง 4 คน ตะลุยเส้นทางรอบเกาะนิวซีแลนด์ไปกับผู้ร่วม เดินทางอย่าง Honda Africa Twin ที่พร้อมพาผู้ขับขี่ไปได้ในทุกที่ที่ใจต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางวิบากผ่านหุบเหวและ ท้องทุ่งกว้าง ลัดเลาะรอบทะเลสาบที่สวยงาม Strategy

:: การจัดกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต

(Motor Sport Events Marketing)

BAY กรุงศรี ฟินโนเวต ตั้งเป้าหมายลงทุนในสตาร์ทอัพเพิ่มอีก 4 บริษัท ด้วยงบ 500 ล้านบาท เน้นในเรื่อง Big Data, Lending, ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) และ ระบบการช�ำระเงิน (Payment) ซึ่งจะช่วยเติมเต็มและเพิ่ม ประสิทธิภาพการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคาร Strategy

::

Fintech

HARLEY-DAVIDSON ฮาร์ลีย์-เดวิดสันจัดแคมเปญดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน ดาวน์ 30% กับ 3 รุ่นสุดฮิตในตระกูล Sportster™ เพื่อให้ผู้ที่ สนใจได้เป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ในฝันได้ง่ายขึ้น หมดเขต 30 มิถุนายน 2561

Strategy

:: เงื่อนไขการชำ�ระเงิน

(Financial terms)

AIR ASIA แอร์เอเชียจัดงานวิ่ง KILORUN 2018 งานไลฟ์สไตล์วิ่งกินเที่ยวรูปแบบใหม่ระดับนานาชาติ ที่เปิดโอกาสนักวิ่งทั่วเอเชีย เจาะ 4 เมือง 4 ประเทศ ได้แก่ กรุงเทพ-ประเทศไทย,บาหลี-อินโดนีเซีย,โอซาก้า-ญี่ปุ่น และฮานอย-เวียดนาม ล่าสุด จัด KILORUN OSAKA ญี่ปุ่น วิ่งท่องเที่ยวร่วมสัมผัสประสบการณ์ เต็มอิ่มกับอาหารญี่ปุ่น พร้อมอาหารไทย บนเส้นทาง ปราสาทโอซาก้า Strategy

:: การจัดกิจกรรมกีฬา

(Sport Events Marketing)

MAGKETING l 39


+

หากคุณต้องการไอเดีย+จุดประกายความคิดทางธุรกิจ พร้อมกับศึกษาข้อมูลสภาวะการแข่งขันอย่างรอบด้าน

+

“แมกเก็ตติ้ง

แมกเก็ตติ้ง

(MAGKETING)”

(MAGKETING)

นิตยสารออนไลน์ด้านการตลาด (E-Magazine) ราย 2 เดือน ประเภท Free view ซึ่งน�ำเสนอข่าว ความเคลื่อนไหว ข่าวเชิงวิเคราะห์ รวมถึงข้อมูล ในรูปแบบ Database ในแวดวงธุรกิจการตลาด สามารถเลือกช่องทางการอ่านได้หลากหลาย

พร้อมเสิร์ฟฟรี ทุกที่ ทุกเวลา อ่านได้ทันทีที่

ทั้งการดาวน์โหลดนิตยสารผ่านอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ

Computer PC , MAC , Notebook หรือเปิดวิวผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อเก็บไว้ดูได้ทั้งใน

Smartphone , Phablet , Tablet , iPad

Magketing vol25  

เมื่อธุรกิจเข้าสู่ยุค Sharing Economy เต็มตัว นักการตลาดจึงพบว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญต่อการสื่อสารผ่านทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น จึงมีศัพท์เรีย...

Magketing vol25  

เมื่อธุรกิจเข้าสู่ยุค Sharing Economy เต็มตัว นักการตลาดจึงพบว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญต่อการสื่อสารผ่านทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น จึงมีศัพท์เรีย...

Advertisement