Page 1

BRAND

REVITALIZATION case BEYOND STRATEGY & CONSUMER LIFESTYLE APRIL 2561

VOL.3 ISSUE 23

THAILAND'S FIRST E-MARKETING MAGAZINE FOR FREE DOWNLOAD

BRAND ++

REVITALIZATION

it's E FRE

study

23 I S S U E


Fresh - Baked Dairy The Europeans baking kitchen Enjoy a cup of warm chocolate

AnnaNita

Sukhumvit Soi 11 near Nana BTS Skytrain Sukhumvit Rd. BKK


01

HOMEROOM

EDITORIAL บรรณาธิการบริหาร

ภาวนา อรัญญิก

EDITORIAL STAFF > หัวหน้ากองบรรณาธิการ > กองบรรณาธิการ

บัณฑิต โชคสิทธิกร กัลชนา ทิชากร ปรัชญ์ พันแสงระวี

> ศิลปกรรม

cymk@bangkok

ADVERTISING STAFF > ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา > กองโฆษณา

วิโรจน์ ธนวัฒน์วาทิน สุนิสา อดุลย์วิทย์

บจ.มาร์เก็ตอินโฟ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 3769/46 เจริญราษฎร์ บางโคล่ บางคอแหลม กทม. 10120 tel.062-4836903 email>>magketing.editor@gmail.com


CONTENTS

INFORMATION

12

8 12

FLASH PODIUM

ANALYSIS

17

20

17 20 24 28 29 30 33

BEHAVIOR CASE STUDY FACTOR ONE COMMUNITY JIGSAW DIGITAL LIFE RESEARCH

DATABASE

33

37 38 39

MOVEMENT

>> AUTOMOBILE

MOVEMENT

>> ELECTRICAL&IT

MOVEMENT

>> FOOD&BEVERAGE


information Flash | Podium


FLASH

Jetts Fitness

ฮาร์ลีย์ฯ

Jetts ฟิตเนส 24 ชม. จากออสเตรเลียสู่ไทย

Jetts Fitness ฉลองการเปิดตัว Jetts 4 สาขาใหม่พร้อมกันในกรุงเทพฯ เปิดโอกาส ให้คนไทยออกก�ำลังกายได้ดังที่ใจต้องการตลอด 24 ชั่วโมง จ่ายค่าบริการแบบราย เดือน โดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัด ใช้บริการของคลับได้ทุกแห่งกว่า 250 สาขา ทั่วโลก ทั้ง ในประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ และประเทศไทยJetts เปิด ให้บริการแล้ว 7 คลับ ในกรุงเทพฯ

ดิจิทัล เวนเจอร์ส

สุดยอดสตาร์ทอัพ Meticuly สาย Deep Tech

เนสท์เล่

“ชีวิตดีๆ เริ่มง่ายๆ”

“Community Workout by Fitfest and CRYSTAL”

“โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยกับฮอนด้า”

บจ.ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ต่อยอดพันธสัญญาด้านสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งมั่น รักษาโลกใบนี้ให้น่าอยู่และปลอดภัย ผ่านโครงการ “โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยกับฮอนด้า” กิจกรรมเพื่อการพัฒนาปรับปรุงการจัดการสิ่ง แวดล้อมและความปลอดภัยในโรงเรียนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ที่บริษัทฯ ด�ำเนินการอยู่ ทั้งโรงงานฮอนด้าจังหวัดอยุธยา , ปราจีนบุรี และส�ำนักงานฮอนด้าบางนา กรุงเทพฯ

กรุงศรี

ปรางณี ไชยพิเดช ผู้ช่วยผู้อ�ำนวยการฝ่ายการตลาด และณฤพล พงษ์พานิช ผู้จัดการ แผนกการตลาด บริษัท เสริมสุข จ�ำกัด (มหาชน) น�ำทีมดารารักสุขภาพสุดฮอต นาย ณภัทร พรีเซนเตอร์น�้ำดื่มคริสตัล โดม ปกรณ์ น�้ำชา ชีรณัฐ และวู้ดดี้ วุฒิธร แท็กทีม แฟนคลับที่รักสุขภาพ 500 ชีวิต ร่วมเดิน HiiT Walk เพื่อสุขภาพที่ดี ส่งท้ายกิจกรรม Community Workout by Fitfest and CRYSTAL

สัมมนา “MIT Global Startup Workshop 2018”

พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ผอ.สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สมาคมนิสิตเก่า เอ็มไอที ประเทศไทย และ Massachusetts Institute of Technology Global Startup Workshop (MITGSW) จัดงาน “MIT Global Startup Workshop 2018” ยกระดับธุรกิจสตาร์ทอัพไทย และให้ความรู้ ผู้ สนใจประกอบการ

ฮอนด้า

ออดรีย์ เลียว ปธ.กก.และปธ.คณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า พร้อมคณะผู้บริหาร บจ.เนสท์เล่ (ไทย) จ�ำกัด เปิดตัวแคมเปญ “ชีวิตดีๆ เริ่มง่ายๆ” ส่งเสริมให้คนไทยมี สุขภาพดี ด้วยการปฏิบัติตามหลัก 3 อ. เพื่อชีวิตที่ดี คือ อาหาร ออกก�ำลังกาย และ อารมณ์ ตอกย�้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์เนสท์เล่ ในฐานะการเป็นผู้ช่วยที่คุณแม่ไว้ วางใจ ให้คุณแม่ก้าวทันโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว

คริสตัล

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ชั้นน�ำระดับโลกสัญชาติอเมริกัน ร่วมจัดแสดง สินค้าเป็นครั้งที่ 3 ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ โดยไฮไลท์ในปีนี้ จะน�ำเสนอรถมอเตอร์ไซค์รุ่นลิมิเต็มอิดิชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟจ�ำนวน 9 คัน ซึ่งผลิตขึ้นเพื่อ เป็นการระลึกถึงโทนสีฟ้าในต�ำนาน “Legend Blue” ในโอกาสครบรอบ 115 ปีของ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน®

ศศินทร์

ดิจิทัล เวนเจอร์ส ผู้พัฒนานวัตกรรมทางการเงินในเครือธ.ไทยพาณิชย์ จัดงาน “DVAb1 Demo Day” ด้วยแนวคิด UNFOLD Local CONNECT Global น�ำ 10 ทีมสุดยอดสตาร์ทอัพที่ได้รับคัดเลือกเข้าโครงการ Digital Ventures Accelerator (DVA) และผ่านการบ่มเพาะในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โชว์ศักยภาพน�ำเสนอธุรกิจต่อผู้ บริหารระดับสูงของธ.ไทยพาณิชย์ คณะกก.ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ฉลองครบรอบ 115 ปี

สมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) โดยแดน ฮาร์โซโน่ ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้า รายย่อยและลูกค้าบุคคล มอบเงินบริจาคจ�ำนวน 840,000 บาท จากโครงการ You Share We Share ผ่านกิจกรรม Krungsri Yellow Points เพื่อสมทบทุนสร้างอาคาร นวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช โดยมีศาสตราจารย์ คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์พิศิษฐ์ จิรวงศ์ กรรมการรองผู้จัดการศิริราชมูลนิธิ เป็นผู้แทนในการรับมอบ

MAGKETING l 8


FLASH

Chic & trendy eatery-cafĂŠ-bar delicious Thai & European comfort food, bakery and coffee Free Wifi, newspapers, soft music Sanam Bin Nam Road ,Nonthaburi's Muang district, Nonthaburi

austin coffee N tea MAGKETING l 9


FLASH

ไทยสมายล์

แม็กกี้

ไทยสมายล์คว้ารางวัลใหญ่จาก TripAdvisor

สายการบินไทยสมายล์ คว้ารางวัลสายการบินยอดเยี่ยมของประเทศไทยและ สายการ บินยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชีย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมด้วยรางวัลชนะเลิศสายการ บินที่มีที่นั่งชั้นประหยัดยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชีย จากการรีวิวของผู้โดยสารทั่วโลก ประจ�ำปี 2561 ประเภทสายการบิน โดยเว็บไซต์ TripAdvisor ซึ่งเป็นเว็บไซต์ด้านการ ท่องเที่ยวชื่อดังที่มีฐานผู้ใช้งานกว่า 350 ล้านคนทั่วโลก

นูโทรจีนา

บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จ�ำกัด ส่งรถคาราวานแม็กกี้เดินสายเปิดตัว “ผลิตภัณฑ์ซอส หอยนางรมแม็กกี้” สูตรใหม่หอยนางรมญี่ปุ่นและเกาหลีเข้มข้น ที่ให้รสชาติอร่อยเข้ม ข้นยิ่งขึ้น เพราะมีส่วนผสมจากหอยนางรมคุณภาพดีจากญี่ปุ่นและเกาหลี โดยประเดิม เปิดคาราวานที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ราชด�ำริ ก่อนที่จะเดินสายไปยังส�ำนักงานออฟฟิศ และย่านการค้าตลอดปี เพื่อแนะน�ำผลิตภัณฑ์ซอสหอยนางรมแม็กกี้

นีเวีย เมน

นูโทรจีนาปฏิวัติวงการคลีนซิ่งแบบเดิมๆ

นูโทรจีนาเปิดตัว “Neutrogena Cleansing Revolution”ปฏิวัติวงการคลีนซิ่ง แบบเดิมๆกับ 2 ขั้นตอนคลีนซิ่งผิว เพื่อผิวสะอาดนุ่มชุ่มชื่น ไม่ตึง ด้วยสองผลิตภัณฑ์ ใหม่ “นูโทรจีนา ดีพคลีนคุชชั่นโฟม”นวัตกรรมคุชชั่นโฟมท�ำความสะอาดผิวหน้า สูตร กลีเซอรีนเบส 33% และ“นูโทรจีนา ดีพคลีน ไมเซล่า เพียวริฟายอิ้ง วอเทอร์”นวัตกรรมคลีนซิ่งพลังไมเซล่า3X พร้อมคงบาลานซ์ pH ให้ผิวสวยขั้นสุด โดย มี เบลล่า-ราณี แคมเปน แบรนด์แอมบาสเดอร์นูโทรจีนา ร่วมเปิดตัว

“Quick ปุ๊บ ตื่นปั๊บ ง่วง...เมา...เราไม่ขับ”

“ควิกแสบ” จับมือ มูลนิธิเมาไม่ขับ จัดแคมเปญพิเศษ “Quick ปุ๊บ ตื่นปั๊บ ง่วง...เมา... เราไม่ขับ” เสิร์ฟควิกคัพ แทนความห่วงใย ร่วมรณรงค์ให้พี่น้องเดินทางกลับบ้านและ เที่ยวสงกรานต์อย่างปลอดภัย โดยจะเดินสายโปรโมทโครงการพร้อมมอบบะหมี่กึ่ง ส�ำเร็จรูปควิกแสบชนิดถ้วยให้แก่มูลนิธิเมาไม่ขับเพื่อน�ำไปแจกให้กับเจ้าหน้าที่ต�ำรวจ และอาสาสมัคร และจัดทีมตั้งบูธแจกให้แก่พี่น้องไปกลับ ณ จุดพักรถ ในช่วงเทศกาล สงกรานต์

โฮมโปร

“HomePro S” สาขา “The Paseo Park” กาญจนาภิเษก

“โฮมโปร” แตกไลน์สโตร์รูปแบบ ใหม่ “HomePro S” Smart Select Service ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุค 4.0 เดินทางสะดวก ช้อปสบาย พร้อมสร้าง ประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ด้วย Click & Collect มิติใหม่ที่เชื่อมโยง ประสบการณ์ การซื้อออนไลน์ที่สามารถ เลือกวัน และสาขาที่รับด้วยตัวเองที่โฮม โปร ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมโปรโม ชั่นลดสูงสุดกว่า 60% พิเศษสุด เพียง 3 วันเท่านั้น 30 มี.ค. – 2 พ.ค. 61

นีเวีย เมน เอ็กซ์ตร้า ไวท์ เซรั่ม SPF50

นีเวีย เมน แนะน�ำ นีเวีย เมน เอ็กซ์ตร้า ไวท์ เซรั่ม SPF50 ให้หน้าหล่อกระจ่างใส มีออร่า เพียงทาทุกวัน ด้วยวิตามินและแร่ธาตุรวม 10 ชนิด แต่ให้เนื้อสัมผัสที่เบา สบาย พร้อมป้องกันแสงแดดด้วยค่าการปกป้องแสงแดดที่สูงสุดในตลาด ด้วยค่า SPF 50 แตกต่างจากครีมส�ำหรับผู้ชายทั่วไป บางเบาด้วยเนื้อเซรั่มเข้มข้น ซึมซาบเร็วไม่ เหนียวเหนอะหนะ ช่วยเลี้ยงส่งหน้าหมองคล�้ำจากการลุยหนักในทุกๆ วัน และบ�ำรุงให้ กลับมากระจ่างใส มีออร่าแห่งความมั่นใจของลูกผู้ชายอีก

อินเด็กซ์

ควิกแสบ

แม็กกี้ ส่ง “ซอสหอยนางรม” สูตรใหม่

“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” เผยโฉมแคตตาล็อกใหม่

เปิดตัว “อินเด็กซ์ แอนนัล แคตตา ล็อก 2018” (INDEX ANNUAL CATALOGUE 2018) โฉมใหม่แคทตา ล็อกที่รวบรวมเฟอร์นิเจอร์ ของแต่ง บ้าน ของใช้ภายในบ้านครบครัน พร้อม กับสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ และ NEW Innovation นวัตกรรรมล่าสุด ที่มุ่ง เน้นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้เฟอร์นิเจอร์ทุก ชิ้นในบ้านตอบโจทย์ในรูปแบบ Smart Design ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งานผสาน งานดีไซน์ที่โดดเด่น

ทรู

กลุ่มทรู ประเดิม หนังสั้น ชุด “เถ้าแก่ 4.0”

กลุ่มทรู เปิดตัวภาพยนตร์สั้นโฆษณา ชิ้นแรก กับพรีเซนเตอร์คนล่าสุด “โป๊ป ธนวรรธน์” ชูแนวคิด “เถ้าแก่4.0” น�ำ ความมีเสน่ห์ เท่ อบอุ่น จริงใจ ชวนออ เจ้าทุกเพศ ทุกวัย สัมผัสไลฟ์สไตล์การ ใช้จ่ายยุคดิจิทัลกับแอปพลิเคชัน “True Merchant 4.0” ร้านค้ายุคใหม่ ธุรกิจ เติบโตไว ยิ่งขาย ยิ่งได้ ยิ่งรวย เป็นร้าน ค้า 4.0 ในแอปฯเดียว ตอกย�้ำผู้น�ำด้าน นวัตกรรมบริการและแบรนด์อันดับ 1 ในใจคนไทย MAGKETING l 10


FLASH

BOOKETING marketing l online pocketbook

special

offer BOOKETING

สั่งซื้อพ็อกเก็ตบุ๊คออนไลน์ ได้หลากหลายช่องทาง www.ookbee.com www.ais.co.th/bookstore

www.naiin.com

MAGKETING l 11

www.mebmarket.com www.theonebook.com www.ebooks.in.th www.se-ed.com


PODIUM

ฉลอง 2 ปี เดินหน้าสู่ “แพลตฟอร์มความบันเทิง”

JOOX

JOOX มิวสิคแอปพลิเคชั่น ฉลองครบรอบความส�ำเร็จ 2 ปี ในการเปิดให้บริการ ในประเทศไทย ตั้งเป้าเติบโตสู่ปีที่ 3 ด้วยการเป็น “แพลตฟอร์มความบันเทิง” สร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ “มากกว่าแค่การฟังเพลง” เน้นน�ำเสนอประสบการณ์ความ บันเทิงที่หลากหลายมากขึ้น ร่วมกับเหล่าศิลปินชื่อดังทุกแนวเพลง จากทุกค่ายเพลง สร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีที่ผสมผสานความบันเทิงออนไลน์และออฟไลน์ไว้ด้วยกัน อันน�ำไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างมูลค่าการเติบโตอย่างต่อเนื่องให้แก่อุตสาหกรรม ดนตรี และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การฟังเพลงยุคดิจิทัลของผู้ฟังไปด้วยกัน ปัจจุบัน JOOX เปิดให้บริการการฟังเพลงครอบคลุมทั้งเพลงไทย สากล เกาหลี ฯลฯ เพื่อเดินหน้าตอกย�้ำการฟังเพลงแบบถูกลิขสิทธิ์ได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยในปี 2561 JOOX มีการเติบโตสูงที่สุดจากยอดดาวน์โหลดแอปฯ ที่สูงรวม 50 ล้านครั้งในปี 2560 มี สัดส่วนการใช้งานจาก iOS ที่ 19% และ Android ที่ 81% ข้อมูลจากรายงานของเว็บไซต์ We Are Social ระบุว่า คนไทยใช้สมาร์ทโฟนเป็น อุปกรณ์หลักในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตถึง 70% และใช้เวลาบนอินเทอร์เน็ตผ่านสมา ร์ทโฟนเฉลี่ย 4 ชั่วโมง 14 นาทีต่อวัน โดยสมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมส�ำหรับ การฟังเพลงที่ 22% รองลงมาคือคอมพิวเตอร์ที่ 6% และแท็บเล็ต 3% สะท้อนให้เห็น ว่าพฤติกรรมของคนฟังเพลงในยุคนี้ได้เปลี่ยนสู่ยุคสตรีมมิ่งแบบเต็มตัว ประกอบกับ เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียวันนี้กลายเป็นพื้นที่เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างศิลปิน และแฟนเพลงได้ง่ายขึ้น ท�ำให้ศิลปินมีโอกาสเผยแพร่ผลงานผ่านช่องทางสตรีมมิ่งไปสู่ ผู้ฟังเพลงได้ตลอดเวลา อันน�ำไปสู่การจัดแสดงดนตรีที่ผสมผสานได้อย่างลงตัว กฤตธี มโนลีหกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด และผู้ บริหาร JOOX ประเทศไทย กล่าวว่า “วันนี้คนหันมาฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งมากขึ้นถึง เกือบ 100% แล้ว โดยเป็นการฟังเพลงผ่านสมาร์ทโฟนสูงถึง 71% ปีที่ผ่านมา JOOX มียอดดาวน์โหลดสูงถึง 50 ล้านครั้ง เราเติบโตขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2559 จน JOOX ติดอันดับ Top 10 แอปพลิเคชั่นยอดนิยมในประเทศไทย เรามียอดสตรีมใน ปี 2560 สูงถึงกว่า 2,000 ล้านสตรีม พฤติกรรมที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของผู้ฟังเพลงทั่ว โลกวันนี้คือ ผู้ใช้งานชอบที่จะสร้างเพลย์ลิสต์ของตัวเอง และแชร์ให้ผู้อื่นได้ร่วมฟังด้วย ส�ำหรับ JOOX เรามีจ�ำนวนเพลย์ลิสต์ที่สร้างขึ้นโดยผู้ใช้งานราว 6 ล้านเพลย์ลิสต์ ซึ่ง 83% ของเพลย์ลิสต์ดังกล่าวเปิดเป็น Public เพื่อให้ผู้ใช้งานท่านอื่นๆ ได้ร่วมฟังด้วย นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังแชร์เพลง เพลย์ลิสต์ และคอนเทนต์ต่างๆ บน JOOX สูงถึง 92 ล้านครั้ง ซึ่ง 13% ของการแชร์คือเพลย์ลิสต์ของตัวเอง ส�ำหรับแผนการให้บริการในปีนี้นอกจาก JOOX ต้องการเป็นพื้นที่สื่อกลางให้ศิลปิน และคนท�ำงานเพลงได้โปรโมทผลงาน พูดคุยกับแฟนๆ และสร้างการเติบโตให้กับ อุตสาหกรรมแล้ว เรายังมีการเพิ่มคอนเทนต์ฟังที่วาไรตี้มากขึ้น รวมไปถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่าง Karaoke ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมคนไทยเป็นอย่างมาก หลังเปิดตัวเมื่อเดือน

สิงหาคม 2560 มีผู้ใช้งานร้อง Karaoke กับเราถึงเกือบ 20 ล้านครั้ง” “ปี 2561 JOOX เราตั้งเป้าเป็น Entertainment Platform ส�ำหรับทุกคน โดยเพิ่ม มิติของคอนเทนต์ให้มากขึ้น JOOX จะกลายเป็นมากกว่ามิวสิคแอปพลิเคชั่นที่คุณใช้ ฟังเพลงอย่างเดียว เรามีการโปรโมทศิลปินหน้าใหม่ผ่านแคมเปญ “Spotlight Artist” และเป็นช่องทางให้ศิลปินกับแฟนๆ ได้พูดคุยกันอย่างใกล้ชิดกับ “Fan Space” ด้วย การไลฟ์สตรีมมิ่งแบบส่วนตัวผ่าน JOOX Live ทั้งยังเพิ่มวาไรตี้คอนเทนต์ในรูปแบ บออดิโอ้อย่างรายการ “หลอนศาสตร์ by The Shock” โดยดีเจป๋อง-กพล ทองพลับ และอื่นๆ อีกมากมาย” “จะเห็นได้ว่าเรายังคงเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมเพลงให้เติบโตมากยิ่งขึ้นในปี นี้ เพราะเป้าหมายสูงสุดของเราคือการท�ำให้อีโคซิสเต็มนี้เติบโตไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่า จะเป็นศิลปิน ผลงานเพลง ค่ายเพลง หรือแม้แต่ผู้ฟัง ด้วยวิธีการผสมผสานช่องทาง ออนไลน์และออฟไลน์เข้าไว้ด้วยกัน และที่ส�ำคัญคือเรายังคงให้ความส�ำคัญกับการผลัก ดันผลงานเพลงดีๆ จากศิลปินคุณภาพผ่านทาง Top Chart และรวมไปถึงงาน JOOX Thailand Music Awards ในปี 2018 นี้ที่เราก�ำลังจะจัดขึ้นเป็นครั้งที่สอง โดยเรา อยากจะท�ำอะไรใหม่ๆ และพร้อมจะจับมือร่วมกับแบรนด์ต่างๆ มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้าง การรับรู้และตอกย�้ำให้ JOOX เป็นแพลตฟอร์มบันเทิงที่เกิดจากดนตรีเพื่อทุกคนอย่าง แท้จริง” กฤตธี กล่าวเพิ่มเติม

MAGKETING l 12


PODIUM

ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมลงทุนใน 1QBit บุกเบิกเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์ ธนาคารไทยพาณิชย์ ภายใต้การด�ำเนินงานของดิจิทัล เวนเจอร์ส บริษัทในเครือด้าน การลงทุนและการค้นคว้านวัตกรรมการเงิน ประกาศการลงทุนใน 1QBit ผู้พัฒนา ซอฟต์แวร์ด้านเทคโนโลยีควอนตัมและควอนตัมคอมพิวเตอร์จากแวนคูเวอร์ แคนาดา ขึ้นแท่นธนาคารแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ริเริ่มบุกเบิกกลยุทธ์การลงทุนใน เทคโนโลยีควอนตัม และพร้อมศึกษาการน�ำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในอุตสาหกรรมการเงิน อย่างจริงจัง ดร. อารักษ์ สุธีวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส และ Chief Strategy Officer ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จ�ำกัด มหาชน กล่าวว่า “โลกก�ำลังก้าวสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่ขีดความ สามารถของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันเริ่มไม่สามารถรองรับการประมวล ผลข้อมูลในปริมาณมหาศาลได้ ในยุคที่การท�ำงานทุกอย่างต่างต้องพึ่งพาดาต้า มี การเชื่อมโยงกัน และเป็นเครือข่ายเดียวกัน ควอนตัมคอมพิวเตอร์คือเทคโนโลยี แห่งอนาคตซึ่งจะขับเคลื่อนความสามารถของคอมพิวเตอร์และก�ำหนดทิศทางของ เทคโนโลยีในศตวรรษหน้า การลงทุนใน 1QBit ของธนาคารไทยพาณิชย์สะท้อนให้ เห็นถึงกลยุทธ์ของธนาคาร ที่ให้ความส�ำคัญในการศึกษาเทคโนโลยีที่จะมีผลกระทบทั้ง เชิงกว้างและเชิงลึกต่ออุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งบริการทางการเงิน” ควอนตัมคอมพิวเตอร์ คือสาขาหนึ่งของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่อาศัยคุณสมบัติทาง กายภาพของอนุภาคย่อยของอะตอมมาใช้ประมวลผลข้อมูลที่มีความซับซ้อน ที่ต้อง ใช้เวลามหาศาลเกินกว่าที่คอมพิวเตอร์แบบชิพประมวลผลในปัจจุบันสามารถท�ำได้ แม้ว่าทฤษฎีและแนวคิดเบื้องหลังเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์นั้นเริ่มเป็นที่รู้จัก มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 เป็นครั้งแรก แต่เทคโนโลยีในปัจจุบันยังไม่สามารถน�ำเอา ควอนตัมคอมพิวเตอร์มาพัฒนาและประยุกต์ใช้อย่างจริงจังได้ อย่างไรก็ตาม ในช่วง หลายปีที่ผ่านมา การเพิ่มการลงทุนในการวิจัยด้านควอนตัมของบริษัทชั้นน�ำระดับ โลกอย่าง ไอบีเอ็ม ไมโครซอฟท์ อินเทล และกูเกิ้ล ท�ำให้เทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนา อย่างรวดเร็ว บริษัท 1QBit ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 เพื่อพัฒนาอัลกอริธึ่มและซอฟต์แวร์ส�ำหรับควอน ตัมและควอนตัมคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันมีการน�ำอัลกอริธึ่มของ 1QBit มาใช้ประโยชน์ ในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนในอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และการผลิตวัสดุขั้นสูงของบริษัทใน Fortune 500 ซึ่งหลังจากการระดมเงินทุนครั้ง ล่าสุดในปี 2017 ปัจจุบัน 1QBit มีผู้ร่วมลงทุนเชิงกลยุทธ์หลายราย เช่น ธนาคารแห่ง สก็อตแลนด์ ฟูจิสึ อลิอันซ์ และ Chicago Mercantile Exchange เป็นต้น

แลนดอน ดาวส์ (Landon Downs) ประธานบริหาร 1QBit กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีที่ ธนาคารไทยพาณิชย์มาร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรเพื่อพัฒนาโซลูชั่นประเภทใหม่ๆ ด้วย เทคโนโลยีควอนตัม มาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่มีความส�ำคัญสูง และเรามุ่งมั่น ที่จะร่วมมือกันเพื่อน�ำเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้กับการบริหาร จัดการพอร์ตการลงทุน การบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพ และการรักษาความ ปลอดภัยให้กับลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์” “ในอนาคตอันใกล้ เราหวังว่าการลงทุนใน 1QBit ในเทคโนโลยีควอนตัม และควอน ตัมคอมพิวเตอร์ จะเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อธุรกิจ สร้างความก้าวหน้าในด้านการ บริหารจัดการพอร์ตการลงทุนให้มีประสิทธิภาพ การบริหารความมั่งคั่ง การบริหาร ความเสี่ยง ตลอดจนการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับลูกค้าธนาคาร และใน ระยะยาว ควอนตัมคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นองค์ประกอบส�ำคัญของกลยุทธ์การลงทุน ของธนาคารไทยพาณิชย์ ในการเฟ้นหาเทคโนโลยีส�ำคัญที่จะมีศักยภาพต่อยอดธุรกิจ ให้กับอุตสาหกรรมธนาคารได้” ดร. อารักษ์ กล่าว

MAGKETING l 13


PODIUM

แสนสิริเปิดตัว “ลา กาซิตา” ย�้ำต�ำแหน่งเจ้าตลาดคอนโดตากอากาศหัวหิน ปิติ จารุก�ำจร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาโครงการ บริษัท แสนสิริ จ�ำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวโครงการ ‘ลา กาซิตา’ (La Casita) คอนโดมิเนียมตาก อากาศบนท�ำเลที่ดีที่สุดในใจกลางเมืองหัวหิน แวดล้อมด้วยสิ่งอ�ำนวยความสะดวก ครบครัน ทั้งโรงแรมระดับ 5 ดาว ศูนย์การค้าบลูพอร์ต โรงพยาบาลกรุงเทพ และร้าน อาหารชั้นน�ำมากมาย ซึ่งนับเป็นโครงการฯ ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ศักยภาพอย่างแท้จริง โดย ภายในโครงการยังมอบพื้นที่ส่วนกลางสีเขียวขนาดใหญ่ถึง 4,000 ตร.ม. ล่าสุดบริษัทได้จัดงานพรีเซลล์ ปรากฎว่าได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเก่าหรือแฟน พันธุ์แท้แสนสิริเป็นอย่างดี โดยสร้างยอดขายไปได้แล้วถึง 50% คาดว่าจะได้รับความ สนใจจากทั้งกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่อการพักผ่อนเป็นบ้านหลังที่ 2 รวมถึงกลุ่มลูกค้านัก ลงทุน และสามารถปิดการขายได้ในไตรมาส 2 นี้อย่างแน่นอน โครงการ ลา กาซิตา (La Casita) เป็นคอนโดมิเนียมสไตล์สแปนิช ได้รับการสร้างสรรค์ ด้วย แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมของสเปนที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์ที่มีมิติ สีสันในแบบพาสเทล ผสานความคลาสสิคท่ามกลางบรรยากาศของเกาะอิ บิซ่า (Ibiza) ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออก ของประเทศสเปน อบอวลกลิ่นอายของหาดทรายสีขาว และท้องทะเลสวยงามเหมือน สวรรค์ โครงการ ลา กาซิตา เป็นอาคารสูง 8 ชั้น 4 อาคาร จ�ำนวน 705 ยูนิต แบ่ง เป็น 1-2 ห้องนอน ขนาดตั้งแต่ 26.50-91.00 ตร.ม. บนพื้นที่กว่า 6 ไร่ ซึ่งแบ่งเป็น พื้นที่ส่วนกลางรวมกว่า 4,000 ตร.ม. อาทิ Palm Court (ปาล์ม คอร์ท) ส�ำหรับการจัด เป็นพื้นที่ครัวส่วนกลาง หรือพื้นที่พักผ่อนที่ให้ทุกคนสามารถใช้เวลาว่างให้ผ่อนคลาย ยิ่งขึ้น Blooming Wall (บลูมมิ่ง วอลล์) หรือ ก�ำแพงดอกไม้ เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ผ่อนคลายได้ดังใจ Paradise Garden (พาราไดซ์ การ์เด้น) สวนขนาดใหญ่ตามแบบฉบับสเปน The Great Lawn (เดอะ การ์เด้น ลอว์น) พื้นที่สี เขียวเพื่อสูดอากาศให้ชุ่มปอดส�ำหรับการพักผ่อน และ Lap Pool (แล็บ พูล) สระว่าย น�้ำขนาดใหญ่กว่า 1,000 ตร.ม. และยาวกว่า 100 เมตร ซึ่งนับเป็นสระว่ายน�้ำใน คอนโดมิเนียมที่ยาวที่สุดในหัวหิน พร้อมทางเดินร่มรื่นรอบโครงการ ภายใต้บรรยากาศ ของการผ่อนคลายที่แสนสงบ และความสนุกที่สามารถสัมผัสค�ำว่าบ้านได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ล่าสุดบริษัทยังได้เปิดตัวแคมเปญฤดูร้อน ตอบรับไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยวใน หัวหิน “Joy of Huahin” โดยมอบข้อเสนอสุดพิเศษเพื่อรองรับความต้องการของผู้ที่ ต้องการคอนโดมิเนียมตากอากาศในย่านชะอ�ำ-หัวหิน และถือเป็นกิจกรรมแห่งความ สุขที่มอบสิทธิพิเศษ ส่วนลดร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ ในหัวหินให้กับลูกบ้านแสนสิริก ว่า 66 ร้าน โดยเริ่มตั้งแต่ 1 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2561 เท่านั้น

“ตลาดคอนโดมิเนียมในหัวหินมีราคาเฉลี่ยสูงขึ้นถึง 15% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งยัง มีแนวโน้ม ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี และสามารถปล่อยเช่าได้ถึง 4-5% ต่อปี ผนวกกับการ เติบโตของธุรกิจปล่อยเช่าออนไลน์ ซึ่งแสนสิริได้จับมือกับ Hostmaker (โฮสต์ เมก เกอร์) พาร์ทเนอร์ส�ำคัญที่มีความเชี่ยวชาญ และได้รับรางวัลการันตีคุณภาพในระดับ โลก มาช่วยอ�ำนวยความสะดวกบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่าและอยู่ อาศัย โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือส�ำคัญในการช่วยลดความซับซ้อนใน การจัดการการจองที่พักให้ง่ายขึ้น ดังนั้น โอกาสในการปล่อยเช่ารายเดือนจึงมีโอกาส มากขึ้นจากนักท่องเที่ยวที่นิยมเช่าพักในระยะยาว และคนท�ำงานประจ�ำที่โยกย้ายจาก ต่างเมือง โดยมีอัตราค่าเช่าโครงการของแสนสิริเฉลี่ยอยู่ที่ 20,000 บาทส�ำหรับขนาด 1 ห้องนอน และสูงสุดถึง 40,000 บาทส�ำหรับขนาด 2 ห้องนอน ทั้งนี้ โครงการ ลา กาซิตา (La Casita) จัดกิจกรรมพิเศษ “Live in the Lively Spanish Style” พร้อม เปิดให้ชมห้องตัวอย่างสมบูรณ์แบบครั้งแรกในวันที่ 6-8 เม.ย นี้ที่ หัวหินพร้อมมอบ ข้อเสนอพิเศษ ได้ภายในงานนี้เท่านั้น รวมทั้งมีก�ำหนดการน�ำไปโรดโชว์ในต่างประเทศ ในวันที่ 21-22 เมษายนนี้ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ เช่นเดียวกัน” ปิติ กล่าวเสริม

MAGKETING l 14


PODIUM

กฟผ. จับมือ โฮมโปร จัดแคมเปญ “ลด ดับ ร้อน” กระตุ้นการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ช่วงหน้าร้อน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จ�ำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ใน ช่วงฤดูร้อน ภายใต้แคมเปญ “ลด ดับ ร้อน” หวังกระตุ้นผู้บริโภคเลือกซื้ออุปกรณ์ ไฟฟ้าเบอร์ 5 กับโปรโมชั่นเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ปั๊ม แท้ง ค์ หลอดไฟ นอกจากนี้ยังมีสินค้ากลุ่ม The Power และโปรโมชั่น Happy Points ทุกวันศุกร์ ลดเพิ่ม 20% ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2561 ณ โฮมโปร ทุกสาขาทั่ว ประเทศ สืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า กฟผ. ได้ด�ำเนินโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 เพื่อส่งเสริม การใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้า ด้วยการประสานความร่วมมือกับผู้ ประกอบการ ปรับปรุง และพัฒนาอุปกรณ์ให้เข้าสู่มาตรฐานประสิทธิภาพสูงเบอร์ 5 พร้อมรณรงค์เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชน ส่งผลให้ ฉลากเบอร์ 5 เป็น สัญลักษณ์ของการประหยัดไฟ และเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดย นับตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 นี้ มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการติดฉลาก ประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 แล้ว จ�ำนวน 30 ผลิตภัณฑ์ จ่ายฉลากไปแล้วประมาณ 342 ล้านดวง ส่งผลให้ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าให้กับประเทศลงได้ประมาณ 4,517 เมกะ วัตต์ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 15.3 ล้านตัน “ส�ำหรับในปี 2561 นี้ กฟผ. ได้ก�ำหนดแนวทางการด�ำเนินงานส่งเสริมการลดการใช้ ไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อน ที่มีแนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริม การตลาดอุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ผ่านสื่อสาธารณะ และสื่อ ณ จุดขาย เพื่อส่งเสริมให้ ประชาชนใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ และเป็นการกระตุ้นให้ผู้บริโภค เปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 โดยได้ร่วมกับบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จ�ำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ภายใต้แคมเปญ “ลดดับ ร้อน” ซึ่งคาดว่าจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น พัดลม โทรทัศน์ หลอด LED และเครื่องสูบน�้ำไฟฟ้าอัตโนมัติ รวมกันได้ไม่น้อยกว่า 320,000 ชิ้น ซึ่งจะส่งผลให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้าประมาณ 77 ล้านหน่วยต่อปี หรือ 305 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 41,000 ตันต่อปี” รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ. กล่าว ด้านวีรพันธ์ อังสุมาลี รองกรรมการผู้จัดการบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จ�ำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” ผู้น�ำธุรกิจศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ครบวงจร กล่าวว่า นอกจากภารกิจหลักในการประกอบธุรกิจค้าปลีกแล้ว โฮมโปร ยัง ตระหนักถึงความส�ำคัญของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมีความยินดีเป็น อย่างยิ่งที่ได้เป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงในการร่วมรณรงค์ด้านการประหยัดพลังงาน โดย ได้ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ภายใต้ แคมเปญ “ลด ดับ ร้อน” ซึ่งเป็นการจับมือร่วมกันอย่าง หลังจากได้รับผลตอบรับที่ดี ในปีที่ผ่านมา

ส�ำหรับในครั้งนี้ได้คัดเลือกสินค้าในกลุ่ม เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Major Appliance) อาทิ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น , เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Small Appliance), หลอดไฟ (Lighting) และเครื่องสูบน�้ำไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ หรือปั้มแท้ง ค์ มาจัดโปรโมชั่นพิเศษสุด พร้อมมอบส่วนลดมากมายให้กับลูกค้าหลากหลายรายการ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ขนาดใหญ่ (Major Appliances) อาทิ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ยิ่งช้อป ยิ่งคุ้ม รับส่วนลดสูงสุดถึง 35 % รับฟรีคูปองลดโลกร้อน เพื่อใช้เป็น ส่วนลดแทนเงินสดสูงสุด 2,000 บาททันที พร้อมรับฟรีบัตร Home Service PrePaid Card มูลค่า 1,300 บาท บริการช่างประจ�ำบ้าน บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. และรับฟรี รางครอบท่อ และอุปกรณ์ติดตั้งมูลค่า 1,200 บาท เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Small Appliance) ซื้อ 1 แถม 1 มหกรรมปั๊มแท้งค์ สู้ภัย แล้ง ( Plumb & Tank ) ลดสูงสุด 48 % พร้อมบริการติดตั้ง ราคาพิเศษ 500 บาท จากปกติ 960 บาท ซื้อวันนี้ ติดตั้งพรุ่งนี้ หลอดไฟ LED (Lighting) ราคาสุดพิเศษ ซื้อ มาก ลดมาก นอกจากนี้ยังมี สินค้ากลุ่ม The Power ลด+รับเพิ่ม สูงสุด 20 % และ เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิต โฮมโปร วีซ่า แพลทินัม รับสิทธิ์ช้อปคุ้มได้ทุกวัน ต่อที่ 1 ลด ทันที 3% ต่อที่ 2 แลกคะแนน เท่ายอดช�ำระ ลดเพิ่ม 13% หรือแลก 1,000 คะแนน เท่ากับ 100 บาท ต่อที่ 3 ผ่อน 0% นาน 10 เดือน ทั้งร้าน โดยแคมเปญนี้ จะเริ่ม ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2561 ณ โฮมโปร ทุกสาขาทั่วประเทศ

MAGKETING l 15


PODIUM

analysis Behavior I The Big Issue | Digital Life | Factor | Research | One Community

MAGKETING l 16


BEHAVIOR

ผลส�ำรวจชี้ ‘“ออเจ้า”’ ช่วยยกระดับละครไทยให้สูงขึ้น เรื่อง : สยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์

วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม - ศ. ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการอาวุโสสำ�นักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (STC) แถลงผลการสำ�รวจ “ความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปต่อกระแสความนิยมละครโทรทัศน์ แนวย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์กับการรณรงค์ความเป็นไทย” สำ�รวจระหว่างวันที่ 5 ถึง 10 เมษายน พ.ศ. 2561 จากกลุ่ม ตัวอย่างทั้งหมด 1,210 คน

MAGKETING l 17


BEHAVIOR

จากกระแสความนิยมที่มีต่อละครโทรทัศน์เรื่องบุพเพสันนิวาสซึ่งเป็นละครโทรทัศน์ ที่สร้างจากบทประพันธ์ในรูปของนวนิยายแนวรักโรแมนติกย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์ สมัยกรุงศรีอยุธยาในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และมีการกล่าวถึงเหตุการณ์ ส�ำคัญทางประวัติศาสตร์รวมถึงถ่ายทอดวัฒนธรรมและวิถีการด�ำรงชีวิตในช่วงดัง กล่าวไว้ด้วย จึงท�ำให้ผู้คนตื่นตัวหันมาให้ความสนใจศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ไทยในสมัยดังกล่าว รวมทั้งเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่จริงทาง ประวัติศาสตร์ที่มีการน�ำเสนอในละครโทรทัศน์ พร้อมทั้งได้สร้างความตื่นตัวในการ แต่งชุดไทยย้อนยุค ทั้งนี้ ผู้คนทั่วไปในสังคมต่างวิพากษ์วิจารณ์แสดงความชื่นชมการน�ำเสนอละคร โทรทัศน์เรื่องดังกล่าว ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างความตื่นตัวให้กับคนไทยหันมาศึกษาเรียน รู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์และให้ความสนใจเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่ทาง ประวัติศาสตร์มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งเป็นการช่วยกระตุ้นให้คนไทยเกิดความรัก ชาติรักแผ่นดินและส่งเสริมค่านิยมการแต่งชุดไทยด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม นักวิชาการและผู้คนอีกส่วนหนึ่งได้แสดงความห่วงใยถึงการเดินทางท่อง เที่ยวในสถานที่ประวัติศาสตร์ซึ่งอาจกลายเป็นการสร้างความเสียหายให้กับโบราณ สถานและวัตถุโบราณต่างๆ ขณะเดียวกันได้แสดงความเป็นห่วงว่าหลังจากที่ละคร โทรทัศน์เรื่องดังกล่าวจบลงไปอาจส่งผลให้กระแสความตื่นตัวในการศึกษาเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ การเดินทางท่องเที่ยวในสถานที่ประวัติศาสตร์ และกระแสการแต่งชุด ไทยลดลงไป ดังนั้นจากประเด็นดังกล่าว ส�ำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ จึงได้ท�ำการส�ำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปต่อกระแสความนิยมละครโทรทัศน์ แนวย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์กับการรณรงค์ความเป็นไทย จากการส�ำรวจกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นเพศหญิงร้อยละ 52.07 เพศชายร้อยละ 47.93 อายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถสรุปผลได้ดังนี้ ในด้านความรับรู้เกี่ยวกับบทประพันธ์เรื่อง บุพเพสันนิวาส กลุ่มตัวอย่างมากกว่าสามในสี่หรือคิดเป็นร้อยละ 76.12 ยอมรับว่า ตนเองไม่รู้จักบทประพันธ์เรื่องบุพเพสันนิวาสในแบบหนังสือก่อนที่จะมาท�ำเป็นละคร โทรทัศน์ฉาย ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 23.88 ระบุว่าตนเองรู้จักมาก่อน ในด้านความคิดเห็นต่อละครโทรทัศน์เรื่องบุพเพสันนิวาส กลุ่มตัวอย่างมากกว่าสอง ในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 68.02 มีความคิดเห็นว่าละครโทรทัศน์เรื่องบุพเพสันนิวาส

มีส่วนช่วยกระตุ้นให้คนไทยหันมาให้ความสนใจศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยมาก ขึ้น กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 72.31 มีความคิดเห็นว่าละครโทรทัศน์เรื่องบุพเพสันนิวาสมี ส่วนช่วยส่งเสริมให้คนไทยหันมาให้ความสนใจท่องเที่ยวในสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ในประเทศมากขึ้นได้ นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างประมาณสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 66.45 มีความคิดเห็น ว่าละครโทรทัศน์เรื่องบุพเพสันนิวาสมีส่วนช่วยสร้างกระแสให้ประชาชนแต่งชุดไทย เพิ่มมากขึ้น ขณะที่กลุ่มตัวอย่างมากกว่าสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 70.33 มีความ คิดเห็นว่าละครโทรทัศน์เรื่องบุพเพสันนิวาสมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพละครโทรทัศน์ ของประเทศไทยให้สูงขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 54.79 มีความคิดเห็น ว่าหลังจากละครโทรทัศน์เรื่องบุพเพสันนิวาสออกอากาศจบลงจะส่งผลให้กระแส ความตื่นตัวในการศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์วัฒนธรรม/การท่องเที่ยวสถานที่ทาง ประวัติศาสตร์/การแต่งชุดไทยลดลงไป ในด้านความคิดเห็นต่อละครโทรทัศน์แนวย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม กลุ่ม ตัวอย่างเกือบสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 64.38 มีความคิดเห็นว่าละครโทรทัศน์ แนวย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์/วัฒนธรรมจะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้คนไทยเกิดความรัก ชาติรักแผ่นดินเพิ่มมากขึ้นได้ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 63.06 มีความคิดเห็นว่า ละครโทรทัศน์แนวย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์/วัฒนธรรมจะมีส่วนช่วยรณรงค์ส่งเสริม ให้คนไทยตระหนักถึงการช่วยกันรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมความเป็นไทยเพิ่มมาก ขึ้นได้ และกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 71.24 มีความคิดเห็นว่าละครโทรทัศน์แนวย้อนยุค อิงประวัติศาสตร์/วัฒนธรรมจะมีส่วนช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้คนไทยหันมาท่องเที่ยว ภายในประเทศเพิ่มมากขึ้นได้ ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างประมาณสามในสี่หรือคิดเป็นร้อยละ 75.21 เห็นด้วยว่าการสร้าง ละครโทรทัศน์ให้เป็นที่นิยมของชาวบ้านทั่วไปไม่จ�ำเป็นต้องมีตัวร้าย/ตัวอิจฉามาเป็น ส่วนประกอบเสมอไป

MAGKETING l 18


BEHAVIOR

อะไร? คือ สิ่งที่ผู้หญิงไทยต้องเผชิญจากกรอบของอายุ ค�ำถามที่ว่า “อายุเท่าไหร่แล้ว?” “เงินเดือนเท่าไหร่?” “แต่งงานหรือยัง?” หรือแม้ กระทั่ง “มีอะไรทรัพย์สินอะไรเป็นของตัวเองบ้างหรือยัง?” ดูจะเป็นค�ำถามหลักๆ ที่ ผู้หญิงไทยต้องคอยตอบค�ำถามเหล่านี้จากคนรอบข้าง สะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทย นั้นลึกๆ แล้วมีความคาดหวังกับการใช้ชีวิตของผู้หญิงในทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะในวัย ที่ขึ้นเลข “3” ซึ่งเป็นวัยที่ผู้หญิงจะโดนจับตามอง และถูกกดดันเรื่องแต่งงานมากเป็น พิเศษ พร้อมกับค�ำต่อท้ายที่ว่า “ถ้ายังไม่ได้แต่งให้รีบแต่งซะ เพราะไม่เช่นนั้นเดี๋ยวจะ ขึ้นคาน” โอเลย์จึงท�ำการส�ำรวจกับกลุ่มผู้หญิงไทย** เพื่อสอบถามทัศนคติของผู้หญิงเกี่ยวกับ อายุที่มากขึ้น พบว่า 86 เปอร์เซ็นต์ของ ผู้หญิงไทยรู้สึกไม่ยุติธรรมที่สังคมได้ตั้งความ คาดหวังในตัวพวกเธอโดยตัดสินจาก “ช่วงอายุ” - กว่า 94 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิง ในช่วงอายุ 25 - 30 ปี ยอมรับว่า ต้องเผชิญกับความ คาดหวังจากคนรอบข้างให้พวกเธอมีอาชีพการงานที่มั่นคง พร้อมสภาพทางการเงินที่ คล่องตัว นอกจากนี้ผู้หญิงกว่า 80 เปอร์เซนต์ ยังถูกคาดหวังให้มีความสัมพันธ์ที่มั่นคง ในช่วงอายุนี้อีกด้วย

- ขณะที่วัย 30 คือ ช่วงอายุที่ผู้หญิงรู้สึกว่าตัวเองถูกสังคมคาดหวังและจับตามองมาก เป็นพิเศษในทุกๆ เรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการแต่งงานมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ที่มีมากถึงกว่า 71 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วย ความคาดหวังที่ต้องรีบมีลูกหลังแต่งงาน กว่า 64 เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่าผู้หญิงไทยส่วนใหญ่ยังคงต้องเผชิญกับความคาดหวังจากสังคมและคนรอบ ข้างในทุกช่วงอายุ ส่งผลให้ผู้หญิงกว่าครึ่งประเทศมีความกลัวในเรื่องของอายุที่เพิ่ม ขึ้น เพราะรู้ดีว่าอายุที่เพิ่มขึ้นนั้นมาพร้อมกับความคาดหวังจากคนรอบข้าง ซึ่งพอมอง ย้อนไปแล้ว ก็เป็นที่น่าสงสัยว่า ท�ำไมผู้หญิงถึงต้องปล่อยให้อายุและความคาดหวังจาก สังคมมามีอิทธิพลต่อใช้ชีวิตได้ แทนที่จะได้ท�ำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ หรือมันถึงเวลาแล้ว ที่ผู้หญิงไทยจะลุกขึ้นมาเอาชนะความกลัวและความคาดหวังของ สังคมที่ใช้อายุเป็นตัวก�ำหนด?? **จากการส�ำรวจผู้หญิงไทยทั่วประเทศ จ�ำนวน 1,000 คน อายุระหว่าง 25 – 49 ปี โดยโอเลย์

MAGKETING l 19


CASE STUDY

BRAND REVITALIZATION

MAGKETING l 20


CASE STUDY

iNTROdUCTION เรื่อง : บัณฑิต โชคสิทธิกร

“Brand Revitalization พลิกแบรนด์เก่าให้สดใส” การน�ำกลยุทธ์ “Brand Revitalization” มาใช้กับธุรกิจหรือสินค้า เป็นการวางกลยุทธ์ทางการ ในรูปแบบต่างๆเพื่อพลิกเกมสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์เก่าแก่ที่อยู่ในตลาดมานานสามารถกลับ มามีชีวิตชีวา สามารถแข่งขันได้กับแบรนด์อื่นๆได้อย่างมีศักยภาพ โดยมีเป้าหมายให้กลับมาอยู่ใน กระแสความนิยมของผู้บริโภคอีกครั้ง โดยไม่ลืมที่จะน�ำไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่อยู่ในกระแสมาปรับ เข้ากับสินค้าของตนเองภายใต้ “ซิกเนเจอร์” แบบเดิมๆที่เป็นเอกลักษณ์จนกลายเป็นสะพานเชื่อม เรื่องราวในอดีตมาสู่กลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ให้เกิดความสนใจได้แบบเนียนๆ

MAGKETING l 21


CASE STUDY

กลยุทธ์ส�ำคัญที่ผู้ประกอบการมักน�ำมาใช้ในการชุบชีวิตแบรนด์หรือรีเฟรชแบรนด์ให้ ดูสดใส คือ 1.การปรับภาพลักษณ์ให้เข้ากับยุคสมัย 2.พัฒนาสินค้าให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ 3.สร้าง Story ของแบรนด์ให้เด่นชัดขึ้น น�ำ Character เก่ามาต่อยอดจนเป็นจุดน่า สนใจ 4.การตกแต่งร้าน 5.การสื่อสารช่องทางออนไลน์

ชาตรามือ “ชาตรามือ” ชาที่มีอายุแบรนด์มาไม่ต�่ำกว่า 70 ปี จุดเด่นของแบรนด์ชาตรามือ นอกจากความคุ้นเคยที่อยู่คู่กับคนไทยตามตรอกซอกซอยที่ร้านกาแฟใกล้บ้านหรือรถ สามล้อถีบกาแฟจะต้องใช้ชาแบรนด์นี้ชงให้แก่ลูกค้า แล้วก็คือความหอม เข้มของชา ที่มีการปรุงรสให้เข้ากับลิ้นของคนไทย จนกลายเป็นซิกเนเจอร์ส�ำคัญติดตัวมาตลอด ของแบรนด์

ก่อนหน้านี้ชาตรามือได้ปรับตัวมาแล้วครั้งหนึ่ง จากไอเดียของทายาทรุ่นที่ 3 ที่ต้องการ ต่อยอดจากผู้ผลิตชาผงส�ำเร็จรูปส่งให้ผู้ค้ารายย่อย มาสู่การเปิดตัวเป็นผู้ชงชาเอง เพื่อ การเข้าถึง End User มากขึ้น แต่ในครั้งนั้นเลือกที่จะทดสอบตลาดด้วยการเปิดเป็นคี ออสเล็กๆในแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ตของห้างสรรพสินค้า เช่น เดอะมอลล์ หรือท็อปส์ ซุ เปอร์มาร์เก็ต และตามสถานีรถไฟฟ้า พร้อมกับเริ่มออกงานในเทศกาลอาหารต่างๆ โดยมีเป้าหมายต้องการท�ำความรู้จักกับกลุ่มผู้ดื่มรุ่นใหม่ กลุ่มคนวัยท�ำงาน ด้วยราคา ที่ไม่สูงจนเกินไป ให้ผู้ดื่มได้ตัดสินใจทดลองดื่มได้ง่าย ดังนั้นการเลือกสถานที่ต่างๆจึง เป็นการน�ำแบรนด์เข้าสู่ช่องทางการจัดจ�ำหน่ายที่ตรงไปหากลุ่มเป้าหมายดังกล่าวได้ อย่างชัดเจน ปี 2560 ที่ผ่านมา ชาตรามือได้เพิ่มโมเดลใหม่ทั้งรูปแบบคีออสทันสมัยหรือรูปแบบ ร้านมีที่นั่งในบรรยากาศเธิร์ดเพลส (Third Place) เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น แม้ด้านหนึ่ง จะพัฒนาร้านเพื่อลบภาพลักษณ์ที่ดูเก่า แต่ก็ยังเลือกคงของเก่าบางส่วนไว้โดยคุมธีมให้ มีบรรยากาศเก่าๆของชาตรามือให้ลูกค้าได้สัมผัสได้ทั้งจากแพกเกจจิ้งแบบเก่า รูปภาพ และอุปกรณ์ตกแต่งร้าน พร้อมเพิ่มบริการเครื่องดื่มทั้งชา , กาแฟ , นม ที่ส�ำคัญคือเมนูไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ

MAGKETING l 22


CASE STUDY

รสชา เป็นการสร้างเมนูที่หลากหลายรองรับขนาดของร้านที่มีพื้นที่มากขึ้นเพื่อขยาย ฐานผู้ดื่มมาสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หลากหลายกว่าเดิม

ยาคูลท์ ปี 2561 ยาคูลท์ได้เปิดตัวสินค้าใหม่ “ยาคูลท์ไลท์” นมเปรี้ยวสูตรน�้ำตาลน้อย เพื่อ เป็นทางเลือกของคนรักสุขภาพ หลังจากจ�ำหน่ายสินค้านมเปรี้ยวสูตรดั้งเดิมมาเกือบ 50 ปี เพื่อเป็นอีกทางเลือกของคนรักสุขภาพ โดยจะจ�ำหน่ายควบคู่ไปกับสูตรดั้งเดิม ตั้งแต่ 1 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป ราคาสมาชิกยาคูลท์ขวดละ 8 บาท แต่ถ้าไม่ใช่สมาชิกราคา ขวดละ 9 บาท หลังพบว่าแนวโน้มการรักสุขภาพก�ำลังเป็นที่นิยม ทั้งการออกก�ำลังกาย การควบคุมน�้ำ หนัก และที่ส�ำคัญคือ การควบคุมการบริโภคอาหาร ซึ่งองค์การอนามัยโลก ได้รณรงค์ เรื่องการลดการบริโภคน�้ำตาลส่วนเกิน ยาคูลท์จึงตอบสนองความต้องการของลูกค้า ด้วยการน�ำเสนอ “ยาคูลท์ไลท์” ที่มีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส คาเซอิ ชิโรต้าสายพันธุ์ เดิม ในปริมาณขวดเท่าเดิม

ส�ำหรับจุดเด่น “ยาคูลท์ไลท์” เป็นนมเปรี้ยวที่มีการพัฒนาให้มีปริมาณน�้ำตาลเพียง 1.75% และใช้วัตถุให้ความหวานจากพืช คือ มอลทิทอล ที่ท�ำมาจากมันส�ำปะหลัง และซูคราโลส ที่ท�ำมาจากอ้อย แต่ยังคงรสชาติเดิม และได้ประโยชน์จากจุลินทรีย์แลค โตบาซิลลัส คาเซอิ สายพันธุ์ ชิโรต้าดังเดิม ซึ่งเหมาะกับผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย กลยุทธ์ของยาคูลท์ในครั้งนี้จึงเป็นเสมือนการปรับตัวให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้ดื่มที่ มีแนวโน้มการดูแลสุขภาพมากขึ้น ก่อนหน้านี้ในปี 2558 ยาคูลท์ได้ปรับตัวด้านช่องทางการจัดจ�ำหน่ายจากช่องทาง ขายตรงผ่านพนักงานยาคูลท์มาเข้าสู่ช่องทางร้านเซเว่นอีเลฟเว่น นอกเหนือจาก ช่องทางการจัดจ�ำหน่ายจากปกติของ “สาวยาคูลท์” ด้วยระบบการขายตรงที่เป็น เอกลักษณ์ของยาคูลท์ ที่เป็นผู้น�ำส่งสินค้าให้สมาชิกตามบ้าน และบริษัท-ห้างร้าน ทั่วไป หลังจากที่ตลาดนมเปรี้ยวพร้อมดื่มมีคู่แข่งขันเข้าสู่ตลาดมากขึ้น และแต่ละ แบรนด์ต่างมีช่องทางการจัดจ�ำหน่ายที่หลากหลายทั้งระบบขายตรงเช่นเดียวกับยา คูลท์รวมถึงการเข้าสู่ช่องทางจัดจ�ำหน่ายในระบบโมเดิร์นเทรดที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ มากขึ้น

MAGKETING l 23


FACTOR

ผลกระทบ การขึ้นค่าแรงขั้นต�่ำปี 2561 เรื่อง : วิจัยกรุงศรี

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 ค่าแรงขั้นต�่ำของไทยจะปรับขึ้นทั่วประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีหรือนับจากปี 2556 ซึ่งมีการปรับเพิ่ม ค่าแรงขั้นต�่ำสู่ระดับ 300 บาทต่อวัน ในปี 2561 ค่าแรงขั้นต�่ำรายวันจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 308-330 บาท จาก 305-310 บาท ในปี 2560 หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.4 วิจัยกรุงศรีประเมินว่า การปรับค่าแรงขั้นต�่ำครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น อุตสาหกรรมเครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งทอ และกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SME) อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยรวมยังค่อนข้างจำ�กัด ทั้งในแง่ต้นทุนค่าจ้าง ต้นทุนการผลิต และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างประเทศ

MAGKETING l 24


FACTOR

วิจัยกรุงศรีกล่าวในรายงานผลกระทบการขึ้นค่าแรงขั้นต�่ำต่อเศรษฐกิจไทยว่า ในภาพ รวมการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต�่ำครั้งนี้ค่อนข้างสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในแง่ ของเวลา สาขาการผลิต และพื้นที่ หากพิจารณาจากส่วนต่างระหว่างการเพิ่มขึ้นของ ผลิตภาพแรงงาน (ผลผลิตต่อแรงงานหนึ่งหน่วย) กับการเพิ่มขึ้นของค่าแรงที่แท้จริง จะพบว่าในช่วงก่อนการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต�่ำสู่ 300 บาท การเพิ่มขึ้นของผลิตภาพ แรงงานช้ากว่าการเพิ่มขึ้นของค่าแรงที่แท้จริง หรือส่วนต่างมีค่าเป็นลบ (รูปที่ 1) ในขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน (ข้อมูลล่าสุด ณ ปี 2560 ไตรมาส 3) ผลิตภาพแรงงาน เพิ่มขึ้นเร็วกว่าค่าแรงที่แท้จริงหรือส่วนต่างมีค่าเป็นบวก ซึ่งสะท้อนว่ายังมีช่องว่าง ให้ปรับขึ้นค่าจ้างเพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถในการผลิตของแรงงานที่เพิ่มขึ้น หากพิจารณาในแต่ละสาขาการผลิต พบว่าในปัจจุบันผลิตภาพแรงงานเพิ่มขึ้นเร็ว กว่าค่าแรงที่แท้จริงในทุกสาขาการผลิต สอดคล้องกับภาพรวมของประเทศ และหาก ประเมินในแง่ของพื้นที่ (รูปที่ 2) พบว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต�่ำจะส่งผลให้ค่าแรงเฉลี่ยเพิ่ม ขึ้นในอัตราที่สอดคล้องกับการเติบโตของผลิตภาพแรงงานในแต่ละจังหวัด ดังนั้นการ ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต�่ำครั้งนี้จึงสะท้อนความสามารถด้านการผลิตของแรงงานที่เพิ่มขึ้น ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

วิจัยกรุงศรีประเมินว่า ผลจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต�่ำครั้งนี้จะท�ำให้ต้นทุนการผลิต โดยรวมเพิ่มขึ้นไม่ถึงร้อยละ 1 การขึ้นค่าแรงขั้นต�่ำในปีนี้ที่เฉลี่ยร้อยละ 3.4 คาดว่าจะ ส่งผลให้ค่าจ้างของแรงงานในระดับอื่นๆ ปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยรวมแล้วจะท�ำให้ ต้นทุนค่าแรงทั้งประเทศเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 1.1 และจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตทั้ง ประเทศเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.95 ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตสามารถจ�ำแนกผลกระทบเป็นสองส่วน ส่วนแรก คือ ผลกระทบทางตรงร้อยละ 0.13 ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างเฉพาะปัจจัย การผลิตด้านแรงงาน ส่วนที่สองคือ ผลกระทบทางอ้อมร้อยละ 0.82 เป็นผลจากการ เพิ่มขึ้นของราคาปัจจัยการผลิตอื่นๆ หรือเป็นการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าแรงที่แฝงอยู่ ในราคาสินค้าขั้นกลางและวัตถุดิบ นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตดังกล่าว คาดว่าจะส่งผ่านมายังราคาสินค้าผู้บริโภคร้อยละ 0.62 ซึ่งอาจจะมีส่วนช่วยผลักดัน ให้อัตราเงินเฟ้อที่ค่อนข้างต�่ำในปัจจุบันให้ทยอยเข้าสู่กรอบเป้าหมายของธนาคารแห่ง ประเทศไทยได้ในช่วงกลางปีนี้ การเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างประเทศยังไม่ได้รับผลกระทบ ค่าแรงขั้นต�่ำของไทยใน ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นช้ากว่ากลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม) โดยนับตั้งแต่ปี 2556 ที่มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต�่ำครั้งใหญ่นั้น ค่าแรงขั้น ต�่ำของไทย (ในรูปดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3 ต่อปี ต่างจากกลุ่มประเทศ CLMV ที่ค่าแรงขั้นต�่ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3-16 ต่อปีในช่วงเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การเร่งตัวของค่าแรงในกลุ่มประเทศ CLMV ยังไม่สูงพอที่จะจูงใจให้เกิด การไหลออกของแรงงานต่างด้าว เนื่องจากค่าแรงขั้นต�่ำของไทยในปัจจุบันยังอยู่ใน ระดับที่สูงกว่าค่อนข้างมาก (สูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน) อีกทั้งพื้นที่เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมในกลุ่มประเทศ CLMV ยังมีค่อนข้างจ�ำกัด ส่งผลให้แรงงานต่าวด้าว มีแนวโน้มท�ำงานในประเทศไทยต่อไปอีกอย่างน้อย 3-5 ปี หรือจนกว่าเมียนมาจะเข้าสู่ ประเทศอุตสาหกรรมในระยะแรก (ชาวเมียนมาที่ท�ำงานในไทยมีสัดส่วนสูงกว่าร้อยละ 70 ของแรงงานต่างด้าวทั้งหมดในไทย)

รูปที่ 1: ส่วนต่างระหว่างการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพแรงงานและการเพิ่มขึ้นของค่าแรง ที่แท้จริง

MAGKETING l 25


FACTOR

รูปที่ 2 การเพิ่มขึ้นของค่าแรงเฉลี่ย และการเติบโตของผลิตภาพแรงงานรายจังหวัด

ภาคการผลิตบางกลุ่มอาจได้รับผลกระทบจากการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต�่ำ กลุ่มแรกคือ อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นและอยู่ปลายน�้ำของสายพานการผลิต ซึ่งได้รับผลก ระทบมากทั้งผลทางตรงและผลทางอ้อม (รูปที่ 3) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งทอ เป็นต้น กลุ่มนี้ยังมีความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการจะย้ายฐานการ ผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านเนื่องจากค่าแรงที่ถูกกว่า อีกกลุ่มหนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ผู้ ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) เนื่องจากมีสัดส่วนการจ้างแรงงานที่ได้รับค่า จ้างขั้นต�่ำสูงถึงราวร้อยละ 40 โดยเฉพาะ SMEs ภาคเกษตรมีสัดส่วนของแรงงานที่ได้ รับค่าจ้างขั้นต�่ำมากถึงราวร้อยละ 80 อย่างไรก็ตาม ทางภาครัฐได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือ SMEs ทั้งโครงการ ช่วยเพิ่มผลิตภาพ การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต�่ำ และการให้ SMEs สามารถน�ำค่าจ้างราย วันไปหักค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้ 1.15 เท่า จึงคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะ

ช่วยเหลือ SMEs ในช่วงของการปรับตัวและบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรง ขั้นต�่ำได้ในระดับหนึ่ง โดยสรุปแล้ว การเพิ่มค่าแรงขั้นต�่ำครั้งนี้อาจต้องระวังผลกระทบต่อภาคการผลิตบาง กลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้แรงงานเข้มข้นและกลุ่ม SMEs อย่างไรก็ดี จากการวิเคราะห์ ภาพกว้างทั้งประเทศพบว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต�่ำมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ ทางเศรษฐกิจ อีกทั้งผลกระทบโดยรวมยังค่อนข้างจ�ำกัดทั้งในแง่การเพิ่มขึ้นของต้นทุน แรงงานเฉลี่ย ต้นทุนการผลิตรวม และราคาสินค้าผู้บริโภค รวมถึงการเคลื่อนย้าย แรงงาน คาดว่าการเพิ่มขึ้นของค่าแรงขั้นต�่ำร้อยละ 1.0 จะส่งผลให้ค่าแรงเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ในอัตราร้อยละ 0.31 และจะท�ำให้ต้นทุนของภาคการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.27 ซึ่งจะ ส่งผ่านมายังราคาสินค้าผู้บริโภคร้อยละ 0.18

MAGKETING l 26


FACTOR

รูปที่ 3 ผลจากการเพิ่มค่าแรงขั้นต�่ำต่อต้นทุนการผลิตรายอุตสาหกรรม จ�ำแนกตามความเข้มข้นของการใช้แรงงาน

MAGKETING l 27


ONE COMMUNITY

ทิศทางปี 61 สินค้าเกษตรไทยส่งออกอาเซียนยังสดใส สรวิศ ธานีโต โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูล การน�ำเข้า–ส่งออก สินค้าเกษตรระหว่างไทยกับอาเซียน ปี 2560 พบว่า การค้าสินค้า เกษตร (พิกัดศุลกากร 01–24 และยางพาราธรรมชาติ พิกัด 4001) ปี 2560 ไทยมี การค้าสินค้าเกษตรและยางพาราขั้นปฐมไปยังอาเซียน 9 ประเทศ คิดเป็นมูลค่าการ ค้ารวม 439,129 ล้านบาท โดยไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังตลาดอาเซียน รวม 328,902 ล้านบาท ในขณะที่น�ำเข้าสินค้าเกษตรจากอาเซียน110,227 ล้านบาท ดังนั้น ภาพรวมไทยยังคงเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้าอาเซียน 218,675 ล้านบาท ด้านวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการส�ำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าว เพิ่มเติมว่า กลุ่มสินค้าเกษตรไทยส่งออกไปตลาดอาเซียนในปี 2560 ที่มีมูลค่าส่ง ออกสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) กลุ่มน�้ำตาลและผลิตภัณฑ์จากน�้ำตาล มีมูลค่าส่ง ออก 60,350 ล้านบาท (2) กลุ่มเครื่องดื่ม มีมูลค่าส่งออก 46,900 ล้านบาท (3) กลุ่ม ผลไม้ (ล�ำไย ทุเรียน และมังคุด) มีมูลค่าส่งออก 40,948 ล้านบาท (4) กลุ่มยางพารา ธรรมชาติ มีมูลค่าส่งออก 32,398 ล้านบาท และ (5) กลุ่มข้าวและธัญพืช มีมูลค่าส่ง ออก20,128 ล้านบาท ในขณะที่กลุ่มสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ที่ไทยน�ำเข้าจากอาเซียนในปี 2560 ที่มีมูลค่า การน�ำเข้าสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) กลุ่มปลาและสัตว์น�้ำ เช่น ปลาทูน่า เนื้อ ปลาซูริมิ ปลาทะเลต่างๆ ปลาหมึกกล้วยแห้งหรือดองเกลือ และปลาในวงศ์แคทฟิ ชมีมูลค่าน�ำเข้า 19,614 ล้านบาท (2) กลุ่มพืชผักที่บริโภคได้ เช่น มันส�ำปะหลังและ ผลิตภัณฑ์ กะหล�่ำปลี ถั่วเขียวผิวด�ำ มันเทศ และหอมหัวเล็ก มูลค่า 14,656 ล้าน บาท (3) กลุ่มของปรุงแต่งเบ็ดเตล็ดที่บริโภคได้ เช่น ของผสมที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ส�ำหรับกระบวนการผลิตอาหาร กาแฟผง กะทิส�ำเร็จรูป อาหารปรุงแต่งต่างๆ และ

อาหารเสริมต่างๆ มูลค่า 12,314 ล้านบาท (4) กลุ่มของปรุงแต่งจากธัญพืช แป้ง ส ตาร์ช หรือ นม เช่น อาหารปรุงแต่งที่ท�ำจากผลิตภัณฑ์นมส�ำหรับใช้เลี้ยงทารก แวฟเฟิลและเวเฟอร์ อาหารปรุงแต่งส�ำหรับใช้เลี้ยงทารก และผลิตภัณฑ์ขนมต่างๆ มูลค่า 11,909 ล้านบาท และ (5) กลุ่มผลไม้และลูกนัตที่บริโภคได้ เช่น มะพร้าว เมล็ด มะม่วงหิมพานต์ แก้วมังกร เนื้อมะพร้าวแห้ง และมะขาม มูลค่า 9,694 ล้านบาท ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2553 หลังจากที่มีการเปิดตลาดการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area: AFTA) ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ที่อาเซียนได้รวมตัวกันเป็นประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบ ดุลการค้าสินค้าเกษตรอาเซียนมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ทิศทางการ ได้เปรียบดุลการค้า พบว่า มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากไทยมีการน�ำเข้าสินค้าเกษตร จากอาเซียนเพิ่มมากขึ้นเพื่อน�ำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นสินค้าเกษตรแปรรูป ในขณะที่สินค้าเกษตรส่งออกของไทย เช่น ผลไม้ ยางพารา และข้าว ที่ยังมีความ ผันผวนของตลาด และมีการแข่งขันด้านราคาจากอาเซียนด้วยกันเอง ซึ่งในส่วนของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย�้ำการผลิตให้ได้คุณภาพ ได้มาตรฐานอย่างต่อ เนื่อง เพื่อสร้างจุดแข็งและความเชื่อมั่นให้กับสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก ซึ่งเป็น หนึ่งในยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2560–2564) ยุทธศาสตร์ที่ 2 เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้า ซึ่งมีแผนงานส�ำคัญ ได้แก่ (1) พัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร(GAP/GMP/Q) (2) บริหารจัดการสินค้าเกษตร ตลอดโซ่อุปทาน (เช่น แผนข้าวครบวงจร) (3) ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (4) ส่งเสริม การใช้เครื่องจักรกลการเกษตร (5) สร้างมูลค้าเพิ่มสินค้าเกษตร (6) ส่งเสริม การท�ำเกษตรอินทรีย์ และ (7) ธนาคารสินค้าเกษตร เป็นต้น

MAGKETING l 28


JIGSAW JIGSAW

ICE CREAM

SOFT SERVE MARKET SIZE

ปี 2558 ปี 2559 ปี 2558

>> 2,200 ล้านบาท >> 2,280 ล้านบาท

>> 2,370 ล้านบาท

MARKET SHARE 2558 2559 2560 DAIRY QUEEN

80.2%

KFC

12.5% 13.2% 13.0%

Mc DONALD

7.3%

79.5% 7.3%

80.6% 6.4%

MILK ETC. NONGPHO CP-MEIJI

5%

7%

16%

2559

42%

FOREMOST

43%

FOREMOST

30% THAI-DENMARK ETC. NONGPHO CP-MEIJI

4%

6%

17%

2560 30%

THAI-DENMARK

MAGKETING l 29 MAGKETING l 29 ALL-FREE-DOWNLOAD.COM


DIGITAL LIFE

บริการอะไร คือสิ่งที่ผู้ซื้อต้องการจากการซื้อออนไลน์ เรื่อง : ยูพีเอส

การศึกษา UPS Pulse of the Online Shopper™ คือการประเมินอุปนิสัยและความชื่นชอบของผู้บริโภคในการ ซื้อสินค้าตั้งแต่ขั้นตอนก่อนตัดสินใจซื้อจนถึงหลังจากได้รับสินค้าแล้ว การศึกษาในปี 2561 จัดทำ�ขึ้นระหว่างไตรมาส 1 ไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ของปี 2560 และใช้ผลการสำ�รวจของ comScore จากนักช็อปออนไลน์กว่า 18,000 คน ทั่วโลก โดยผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 3,300 คนในเอเชียมาจากจีน ฮ่องกง และญี่ปุ่น

MAGKETING l 30


DIGITAL LIFE

-นักช็อปออนไลน์ในเอเชียพึงพอใจกับประสบการณ์การช็อปออนไลน์น้อยที่สุดในทุก ด้าน เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ -บริการจัดส่งฟรียังถือเป็นปัจจัยส�ำคัญ เพราะนักช็อปออนไลน์ในเอเชียที่ยอมจ่ายค่า ส่งโดยเฉลี่ยมีเพียง 15% ของการสั่งซื้อสินค้าที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นอัตราที่ต�่ำที่สุดในโลก -90% ของนักช็อปออนไลน์ในเอเชียนิยมสั่งซื้อจากผู้ค้ารายย่อย ขณะที่ 55% เลือกซื้อ จากผู้ค้าระดับนานาชาติที่ส่วนใหญ่มีฐานธุรกิจในเอเชีย (77%) ผลการศึกษา UPS Pulse of the Online Shopper™ เผยว่าขณะที่นักช็อปในเอเชีย หันมาซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นภายใต้ภาวะการแข่งขันที่ รุนแรงส่งผลให้ความต้องการด้านบริการจัดส่งฟรี การส่งที่รวดเร็ว และนโยบายการ รับคืนสินค้าที่ให้ความสะดวกกับลูกค้าเพิ่มมากขึ้น โดยมองว่าเป็นสิ่งพื้นฐานที่ควรมี ให้บริการ ผลจากการวิจัยซึ่งยูพีเอสว่าจ้างให้จัดท�ำขึ้นเป็นปีที่หกนี้ สะท้อนให้เห็นทั้งภาวะที่ ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและแนวโน้มใหม่ ๆ ที่ส่งผลให้พฤติกรรมและความชื่นชอบ ของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ทั้งใน จีน ฮ่องกง และญี่ปุ่น เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก ยุโรป และบราซิล โดยผลการศึกษาแบ่งออกเป็นสามส่วน ประกอบ ด้วย Constants, Movers และ Emergers ซิลวี แวน เดน เคอร์คอฟ รองประธานฝ่ายการตลาด ยูพีเอส เอเชีย แปซิฟิก กล่าว ว่า “ผลการวิเคราะห์กระบวนความคิดและแรงผลักดันของนักช็อปหลายพันคนจาก ทั่วโลกเผยให้เห็นว่า นอกจากต้นทุนที่จ่ายไปแล้ว การจัดส่งที่ชาญฉลาดและการรับคืน สินค้า คือสิ่งที่ท�ำให้ผู้ค้าสามารถครองใจและรักษาลูกค้าได้ ทั้งยังช่วยท�ำให้ลูกค้ากลับ มาใช้บริการอีก และส่งผลให้นักช็อปเลือกสินค้าใส่ตะกร้าจ่ายเงินมากขึ้น ทั้งบนช่อง ทางออนไลน์และในร้านค้า” รัสเซล รี้ด กรรมการผู้จัดการ ยูพีเอส ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบัน ตลาดอี คอมเมอร์ซของไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และคาดว่า จะมีอัตราการเติบโต 22% ต่อปีต่อเนื่องจนถึงปี 2563 อุตสาหกรรมค้าปลีกออนไลน์ ของไทยมีความโดดเด่น ด้วยธุรกิจขนาดเล็กและกลางจ�ำนวนมากที่อาศัยกลยุทธ์การ ตลาดบนแพล็ตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ทั้ง LINE, Facebook และ Instagram เพื่อเข้าถึง นักช็อปออนไลน์” “ยูพีเอสมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้ประสบความส�ำเร็จด้วยโซลูชั่นด้านโลจิสติกส์อัน หลากหลายที่จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการส่งสินค้าและรับคืนสินค้า พร้อมทั้งช่วยเชื่อม โยงสู่ตลาดโลกได้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์การค้าปลีกแบบไร้รอยต่อ”

Constants : นักช็อปออนไลน์ในเอเชียยังคงไม่พึงพอใจกับการซื้อสินค้า ออนไลน์ และสรรหาร้านค้าที่ให้บริการส่งฟรี ส่งได้รวดเร็ว และรับคืนสินค้า สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ มีเพียง 57% ของนักช็อปในเอเชียที่มีความพึงพอใจกับประสบการณ์ การช็อปออนไลน์ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ต�่ำที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ และเป็นตัวเลขที่ เพิ่มขึ้นมาเพียง 11 จุดจากปี 2558 [2] ซึ่งอยู่ที่ 46% แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างพึงพอใจให้ลูกค้าเกิดขึ้นช้ามาก

ประสบการณ์ในด้านอื่น ๆ ที่ยังคงมีความส�ำคัญอย่างต่อเนื่องและมีผลต่อพฤติกรรม การซื้อสินค้าคือ การส่งที่ฟรีและรวดเร็ว เช่นเดียวกับการรับคืนสินค้าที่ง่ายและไม่เสีย ค่าใช้จ่าย กล่าวคือ นักช็อปออนไลน์ในเอเชียชื่นชอบบริการส่งสินค้าฟรี ซึ่งมีสัดส่วน เฉลี่ยถึง 85% ของการสั่งซื้อทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าการให้บริการส่งฟรีคือความได้ เปรียบทางการแข่งขันของผู้ค้า ที่ไม่น่าแปลกใจคือเกือบสองในสามของผู้ตอบแบบส�ำรวจในเอเชียระบุว่าบริการส่งฟรี คือปัจจัยส�ำคัญในขั้นตอนการเช็คเอาท์สินค้า โดย 46% ของนักช็อปมีการสั่งสินค้า เพิ่มเติมใส่ตะกร้าเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของบริการส่งฟรี ยิ่งกว่านั้น ราวครึ่งหนึ่งของนักช็อปออนไลน์ในเอเชียยอมทิ้งตะกร้าสินค้าหากผู้ค้าไม่ สามารถระบุวันส่งสินค้าได้ หรือระยะเวลาในการส่งสินค้ายาวนานเกินไป โดยจ�ำนวน วันในการรอส่งสินค้าโดยเฉลี่ยซึ่งส่งผลให้นักช็อปทิ้งตะกร้าสินค้าอยู่ที่ 11 วัน ขณะเดียวกัน นโยบายการคืนสินค้าที่สะดวกและโปร่งใสจะช่วยเพิ่มยอดขายและความ พึงพอใจให้กับลูกค้า โดย 67% ของนักช็อปในเอเชียระบุว่าการรับคืนสินค้าโดยไม่เสีย ค่าใช้จ่ายคือปัจจัยส�ำคัญในการเลือกร้านค้าออนไลน์ ที่น่าเสียดายคือ ผู้ค้าในเอเชียยังคงไม่ให้ความส�ำคัญต่อการปรับปรุงในเรื่องนี้มากนัก เพราะมีนักช็อปเพียง 47% เท่านั้นที่พึงพอใจกับนโยบายการรับคืนสินค้า แม้ว่าจะมี การคืนสินค้าจากการสั่งซื้อออนไลน์เกิดขึ้นในสัดส่วนเพียงสี่ในสิบในช่วงปีที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้น 79% ของนักช็อปคืนสินค้าที่สั่งซื้อในสัดส่วนเพียง 10% หรือน้อยกว่านั้น โดยในจ�ำนวนนี้ 69% ได้ซื้อสินค้าใหม่เมื่อท�ำเรื่องคืนสินค้าออนไลน์ที่หน้าร้าน และ 67% สั่งซื้อสินค้าใหม่ขณะที่ท�ำเรื่องคืนสินค้าบนช่องทางออนไลน์ ชี้ให้เห็นว่าบริการ รับคืนสินค้าที่ง่าย ไม่ยุ่งยากเป็นเรื่องส�ำคัญมาก

Movers : ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคในเอเชียหันมาใช้สมาร์ทโฟนใน การช็อปสินค้ามากขึ้น ทั้งการสั่งซื้อเพื่อไปรับสินค้าที่หน้าร้าน และการสั่งซื้อ ทั้งจากผู้ค้าระดับนานาชาติจนถึงร้านค้าขนาดเล็ก พฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนได้แพร่หลายมากขึ้นในหมู่นักช็อปในเอเชีย โดยการสั่งซื้อ ผ่านสมาร์ทโฟนเริ่มกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา เห็นได้จาก 77% ของนักช็อปท�ำการ สั่งสินค้าผ่านสมาร์ทโฟน (สัดส่วนที่สูงสุดจากทั่วโลก) เพิ่มขึ้นจาก 55% ในปี 2558 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ใช้สมาร์ทโฟนชาวอเมริกัน พบว่ามีเพียง 48% เท่านั้นที่สั่งซื้อ สินค้าออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟน การสั่งซื้อแบบรับสินค้าที่หน้าร้านก�ำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดย 37% ของ นักช็อปเลือกการสั่งซื้อรูปแบบนี้ในปีที่ผ่านมา และ 59% ของนักช็อปเหล่านี้มีแผนจะ สั่งซื้อแบบนี้มากขึ้นอีกในปีนี้ ที่น่าสังเกตคือ ผู้ค้าสามารถสร้างโอกาสในการขายเพิ่ม ขึ้น เนื่องจาก 60% ของนักช็อปในเอเชียที่สั่งซื้อสินค้ารูปแบบนี้ในปีที่ผ่านมาได้ซื้อ สินค้าเพิ่มเติมจากที่หน้าร้าน โดยเฉพาะในจีน ที่มีสัดส่วนสูงถึง 74% ซิลวี เสริมว่า “ผลการส�ำรวจพบว่านักช็อปออนไลน์ในเอเชียเริ่มซื้อสินค้าจากร้านค้า ที่หลากหลายประเภทมากขึ้น ตั้งแต่แหล่งซื้อขายสินค้าออนไลน์ขนาดใหญ่ จนถึงร้าน

MAGKETING l 31


DIGITAL LIFE

ขายสินค้าเฉพาะขนาดเล็ก ทั้งร้านค้าในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึง โอกาสทางธุรกิจที่ชัดเจนและฐานลูกค้าส�ำหรับธุรกิจขนาดเล็กในเอเชียในการขยายสู่ ระดับนานาชาติ และสามารถเติบโตต่อไปได้อีกในอนาคต” การวิจัยพบว่า 55% ของนักช็อปออนไลน์ในเอเชียเปิดรับผู้ค้าระดับนานาชาติมาก ขึ้น โดยในจ�ำนวนนี้ 49% ของผู้ซื้อสรรหาสินค้าจากผู้ค้าต่างประเทศเพราะต้องการ แบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีจ�ำหน่ายในประเทศของตน หรือต้องการคุณภาพที่ดีกว่า (39%) หรือราคาที่ดีกว่า (38%) สิ่งส�ำคัญส�ำหรับธุรกิจในเอเชียคือ ผู้บริโภคนิยมสั่งซื้อสินค้าจากผู้ค้าในเอเชียด้วยกัน โดย 77% ของผู้ซื้อสินค้าจากต่างประเทศสั่งซื้อจากผู้ค้าที่อยู่ในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่ 31% สั่งซื้อจากผู้ค้าในสหรัฐอเมริกา โดยนักช็อปออนไลน์ในฮ่องกงสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศในสัดส่วนสูงสุดคือ 82% ตามด้วยจีนที่ 64% ขณะเดียวกัน มีเพียง 21% ของนักช็อปในญี่ปุ่นที่สั่งสินค้าจากต่าง ประเทศ แสดงให้เห็นว่าคนญี่ปุ่นนิยมสินค้าภายในประเทศมากกว่า

Emergers : แง่มุมใหม่ ๆ ในธุรกิจค้าปลีกที่อาจมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต บริการจุดรับสินค้าทางเลือกได้รับความนิยมสูงสุดในเอเชียเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น โดย 71% ของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนยุคมิลเลนเนียม และนักช็อปในเมือง สนใจ ทางเลือกในการส่งสินค้าที่สั่งซื้อไปยังจุดรับสินค้าทางเลือกซึ่งเปิดให้บริการในช่วงเวลา ที่ยาวนานเพื่อประหยัดค่าส่ง โดยความนิยมในบริการจุดรับสินค้าทางเลือกนั้นเพิ่มขึ้น อย่างชัดเจนจาก 46% ของการสั่งซื้อในปี 2558 เป็น 59% ในปี 2561 นักช็อปในเอเชียยังชื่นชอบตลาดซื้อขายสินค้า โดย 98% เลือกซื้อสินค้าจากที่นี่ และ กว่าหนึ่งในสามของจ�ำนวนนี้กล่าวว่าจะซื้อจากที่นี่มากขึ้นอีกในปีหน้า ด้วยเหตุผลหลัก ด้านราคาที่ดีกว่า (64%) และมีบริการส่งฟรีหรือค่าส่งถูกกว่า (42%) แทนที่จะซื้อจาก ผู้ค้าโดยตรง ซิลวี เสริมว่า “การวิจัย UPS Pulse of the Online Shopper แสดงให้เห็นว่า ขณะ ที่นักช็อปออนไลน์ได้รับประโยชน์จากทางเลือกที่ดีกว่า นักช็อปกลุ่มนี้ก็ต้องการ ก�ำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ของประสบการณ์ในการซื้อสินค้าด้วยตัวเองมากขึ้น และผู้ ค้าจ�ำเป็นต้องรู้ว่าจะท�ำอย่างไรเพื่อตอบสนองและปรับตัวเพื่อรองรับพฤติกรรมที่ เปลี่ยนแปลงนี้”

เกี่ยวกับยูพีเอส

เกี่ยวกับ comScore

ยูพีเอส เป็นผู้น�ำระดับโลกในธุรกิจโลจิสติกส์ ด้วยโซลูชั่น ต่าง ๆ ที่หลากหลายครบวงจรส�ำหรับการจัดส่งพัสดุภัณฑ์ และคอนเทนเนอร์ บริการอ�ำนวยความสะดวกส�ำหรับการค้า ระหว่างประเทศ ตลอดจนการมุ่งใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อ การบริหารโลกของธุรกิจให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ยูพีเอสมี ส�ำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองแอตแลนต้า และให้บริการในกว่า 220 ประเทศและเขตการปกครองต่าง ๆ ทั่วโลก ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยว กับบริษัท สามารถค้นหาได้ที่เว็บไซต์ ups.com และบล็อกของ องค์กรที่ longitudes.ups.com หรือรับข่าวสารโดยตรงจาก ยูพีเอสได้ที่ Twitter @UPS_News

comScore เป็นบริษัทชั้นน�ำที่ให้บริการตรวจวัดผลบนหลากหลายแพลตฟอร์ม โดยให้บริการ ด้านการตรวจวัดกลุ่มผู้ชม แบรนด์ และพฤติกรรมของผู้บริโภคในทุก ๆ ที่ ด้วยนวัตกรรมและ ความแม่นย�ำ จากฐานข้อมูลที่เหนือชั้นของเราผสานรวมข้อมูลข่าวกรองทางด้านดิจิตอล ทีวี และภาพยนตร์ เข้ากับข้อมูลประชากรศาสตร์จ�ำนวนมหาศาล เพื่อประเมินพฤติกรรมของผู้ บริโภคจากการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตผ่านช่องทางต่างๆ ในขอบเขตที่กว้างขวาง แนวทางนี้ช่วยให้ บริษัทสื่อสามารถสร้างรายได้ที่เป็นรูปธรรมจากผู้ชมทุกกลุ่ม และช่วยให้นักการตลาดเข้าถึง กลุ่มผู้ชมเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยลูกค้ากว่า 3,200 ราย และการด�ำเนินงาน ในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก คอมสกอร์ก�ำลังสร้างอนาคตใหม่ของบริการตรวจวัดผล ปัจจุบัน หุ้นของ comScore มีการซื้อขายในตลาด OTC ในชื่อ SCOR ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บริษัทฯ ได้ที่ comscore.com

MAGKETING l 32


RESEARCH

3 สิ่ง

ที่คนไทยต้องการจากรถพลังงานไฟฟ้า

เรื่อง : นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย

ผลสำ�รวจพบผู้บริโภคไทยร้อยละ 44 พิจารณารถยนต์พลังไฟฟ้าเป็นรถยนต์คันต่อไป นิสสัน เดินหน้าสนับสนุนการใช้ระบบขับ เคลื่อนจากพลังงานไฟฟ้าเพื่ออนาคตอันยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ณ งานมหกรรมพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2561

MAGKETING l 33


RESEARCH

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เข้าร่วมงานมหกรรมพลังงานและเทคโนโลยีที่ ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2561 (Sustainable Energy Technology Asia หรือ SETA) เพื่อ น�ำเสนอแนวโน้มและอนาคตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย รวมถึงตลาด อื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มร.ปีเตอร์ แกลลี รองประธานสายงานสื่อสารองค์กร บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด บรรยายข้อมูลจากผลงานวิจัยที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “อนาคตของ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” (Future of Electric Vehicles in South East Asia) จากความร่วมมือระหว่าง นิสสัน และฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน (Frost & Sullivan) องค์กรที่มีหน้าที่ให้ค�ำปรึกษาและวิจัยระดับโลก นิสสันร่วมกับฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ท�ำการวิจัยเกี่ยวกับ อนาคตของรถยนต์พลังงาน ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีกลุ่มตัวอย่างจากประเทศไทย 300 คน โดยผล งานวิจัยเผยให้เห็นว่ปัจจุบันมีผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอยู่น้อย แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่รับรู้เกี่ยว กับข้อแตกต่างระหว่างเทคโนโลยีของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีมากมาย อาทิ รถยนต์ ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ (BEV) รถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด (PHEV) รถยนต์ไฮบริด (Full Hybrid) และรถยนต์นิสสัน อี-เพาเวอร์ (e-POWER) เป็นต้น “ส�ำหรับประเทศไทย รายงานระบุว่า ความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีสูงถึงร้อย ละ 44 ผู้ที่ตอบแบบสอบถามเห็นว่า พวกเขาจะพิจารณารถยนต์พลังงานไฟฟ้า ในการ วางแผนเพื่อซื้อรถคันต่อไป” มร.แกลลี กล่าว การวิจัยยังพบว่าผู้คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจกับสิ่งแวดล้อมจะมีผลต่อความสนใจซื้อ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า และเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ประเทศไทยจัดอยู่ ในอันดับต้นๆ ของประเทศที่มีความตั้งใจที่จะซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งผู้ที่จะเป็น ลูกค้าพร้อมที่จะจ่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 เพื่อครอบครองรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากกว่า รถที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในทั่วไป “นี่ถือเป็นสิ่งที่บอกได้อย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยพร้อมส�ำหรับอนาคตที่ยั่งยืน และ นิสสันมีความพร้อมในการน�ำเสนอรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อ ตอบสนองความต้องการของคนไทย” มร.แกลลีกล่าว ปัจจัยส�ำคัญในการก้าวสู่ยุคของการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย คือ การ มีมารตรฐานความปลอดภัย การได้รับความในการชาร์จไฟฟ้า รวมถึงค่าใช้จ่ายในการ ดูแลรักษาที่ไม่สูงมาก ซึ่งเป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจ ที่ผลการส�ำรวจระบุให้ปัจจัยของ “คะแนนความปลอดภัย ขั้นสูงสุดหรือระดับ 5 ดาว” เป็นสิ่งที่อยากได้มากที่สุดหากจะซื้อ หรือเช่าซื้อรถยนต์ พลังงานไฟฟ้า โดยร้อยละ 62 ของผู้เข้าร่วมให้ความส�ำคัญกับเรื่องนี้ อยู่ในสามอันดับ แรก ในขณะที่ร้อยละ 58 มองหา “การใช้เวลาที่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง ในการชาร์จ พลังงานไฟฟ้าให้เต็ม” อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาพบว่า ผู้เข้าร่วมบางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ท�ำให้เป็นอุปสรรคในการตัดสินใจเลือกรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ส�ำหรับนิสสัน มี ลีฟ ซึ่ง เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก ด้วยยอดจ�ำหน่ายมากกว่า 340,000 คันทั่วโลก ตั้งแต่ออกสู่ตลาดในปี พ.ศ. 2554 บริษัทฯ จึงมีข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่

พร้อมจะแบ่งปันให้กับผู้ที่สนใจ “นิสสัน ประเทศไทย มีวิสัยทัศน์ที่จะสนับสนุน อนาคตของการขับขี่ที่ยั่งยืน เรามี ความมุ่งมั่นอย่างสูงที่จะพลิกโฉมรูปแบบการขับขี่ และการใช้ชีวิตของทุกคน โดยเรา ตั้งใจสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าด้วยการให้ข้อมูลที่ส�ำคัญ และจ�ำเป็นต่างๆ เพื่อช่วยให้ผู้คนมากมายหันมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” มร.แกลลี กล่าวเสริม ส�ำหรับนิสสันยังคงเดินหน้าแสดงความเป็นผู้น�ำด้านรถยนต์ไฟฟ้าให้เป็นที่ประจักษ์ ภายในงานมหกรรมพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย หรือ SETA ครั้งล่าสุดนี้ ผ่านวิสัยทัศน์ในเรื่องของ ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า การเชื่อมต่อ และเทคโนโลยี ขับขี่อัตโนมัติ ที่ก้าวล�้ำมากขึ้นเพื่อมอบสิ่งที่ดีกว่าให้กับโลกใบนี้ และนิสสันยังเดินหน้า พัฒนารถยนต์ประหยัดน�้ำมัน อย่างหลากหลายรูปแบบสู่ตลาด ภายใต้แนวคิด นิส สัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) ที่เป็นแนวทางหลักในการ พัฒนา เพื่อส่งมอบยานยนต์ที่มีคุณภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่เหนือความคาด หมายสู่กลุ่มลูกค้า” งานมหกรรมพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย หรือ SETA ได้รวบรวมผู้คน มากมายจากหลากหลายอุตสาหกรรมเพื่อพูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับ พลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืน ส่วนส�ำคัญของงานคือการอภิปรายเรื่องเทคโนโลยีด้าน พลังงาน ซึ่งนิสสันถือป็นผู้น�ำในเรื่องนี้ของอุตสาหกรรมยานยนต์ และด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนส�ำคัญของการพัฒนาสังคมแบบยั่งยืน นิสสัน คือผู้น�ำ ในเรื่องนวัตกรรมด้านพลังงานและเทคโนโลยี โดยเห็นได้ชัดจากการสร้างยานยนต์ที่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีเทคโนโลยีที่ล�้ำสมัยภายใต้แนวคิด นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) เมื่อเร็วๆนี้ นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ได้ประกาศแผนในการน�ำ นิสสัน ลีฟ ใหม่ รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก มาจ�ำหน่ายในประเทศไทย เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จ�ำกัด นิสสัน เป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกที่จ�ำหน่ายรถยนต์มากกว่า 60 รุ่นภายใต้ แบรนด์นิสสัน อินฟินิตี้ และดัทสัน ในปีงบประมาณ 2559 ในปีงบประมาณ 2560 บริษัทฯ เริ่มด�ำเนินการแผนกลยุทธ์ระยะกลาง Nissan M.OV.E. to 2022 ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว นิสสันมุ่งตอกย�้ำความเป็นผู้น�ำในนวัตกรรม รถยนต์ไฟฟ้า ผ่านรถยนต์นิสสัน ลีฟ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดใน ประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกันนิสสันยังต้องการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้กับคนในสังคม โดย นิสสันได้ประกาศเป้าหมายในการมีส่วนร่วมลดค่ามลพิษให้เป็นศูนย์ และลด การสูญเสียบนท้องถนนให้เป็นศูนย์ นิสสันจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีการขับ เคลื่อนที่อัจฉริยะ โดยมีแผนที่จะแนะน�ำระบบขับขี่อัตโนมัติ ในรถยนต์รุ่น หลักในภูมิภาคต่างๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนไปพร้อมๆ กับการ สร้างความสุขให้กับผู้ขับขี่

MAGKETING l 34


RESEARCH

แนวโน้ม ตลาดอาคารส�ำนักงานในปี 5 ปีข้างหน้า เน็กซัสเผยผลส�ำรวจ คาดพื้นที่อาคารส�ำนักงานให้เช่าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีพื้นที่ออก มาเพิ่มขึ้นอีกถึงประมาณ 1.13 ล้านตารางเมตร ส�ำหรับแนวโน้มการเช่าจะเปลี่ยนไป ตามพฤติกรรมของโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลง โดยจะมีการเช่าในลักษณะการท�ำ CoWorking Space และ Serviced Office มากขึ้น ธีระวิทย์ ลิ้มทองสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส เรียลเอสเตท แอ็ดไวเซอรี่ จ�ำกัด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรม เผยว่า ในช่วง 10 ปีทีผ่านมา ตลาดพื้นที่เช่าในอาคารส�ำนักงานในกรุงเทพฯ เติบโตขึ้นอย่าง รวดเร็ว ทั้งในด้านของราคาค่าเช่าและพื้นที่ให้เช่า ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายราย เริ่มเข้ามาพัฒนาธุรกิจอาคารส�ำนักงานให้เช่าเพิ่มมากขึ้น โดยจะเน้นการพัฒนาในรูป แบบอาคารประเภทผสมผสานเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการพัฒนาโครงการมากที่สุด เพราะปัจจุบันที่ดินท�ำเลดีหายากและราคาสูงขึ้นมาก ส�ำหรับท�ำเลที่น่าจับตามองเป็น พิเศษคือย่านพระราม 4 และสุขุมวิทตอนต้น รวมถึงพญาไท พื้นที่อาคารส�ำนักงานในช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 มีพื้นที่ให้เช่าทั้งสิ้นประมาณ 4.23 ล้านตารางเมตร ในจ�ำนวนนี้อยู่ในเขตศูนย์กลางธุรกิจประมาณ 2.29 ล้านตาราง เมตร โดยกว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่เช่าในเขตศูนย์กลางธุรกิจนี้เป็นพื้นที่ส�ำนักงานเกรด A ทั้งนี้ พื้นที่การพัฒนาอาคารส�ำนักงานมีการขยายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น โดยจะเห็น ได้ว่าในไม่กี่ปี ที่ผ่านมา พื้นที่อาคารส�ำนักงานในเขตรอบนอกศูนย์กลางธุรกิจเพิ่มขึ้น กว่าเท่าตัว ในส่วนของการพัฒนาโครงการในอนาคต เนื่องจากที่ดินในเมืองที่สามารถพัฒนา โครงการมีจ�ำนวนจ�ำกัดและมีราคาสูง ส่งผลให้ผู้พัฒนาโครงการให้ความส�ำคัญกับการ พัฒนาพื้นที่ในอาคารส�ำนักงานเกรด A ถึง AA ทั้งในเขตชั้นใน และ เขตรอบนอกของ

ศูนย์กลางธุรกิจ เนื่องจากตลาดยังมีความต้องการสูงจากผู้เช่า การดึงดูดผู้เช่าสามารถ ท�ำได้โดยการเน้นสาธารณูปโภคภายในโครงการที่ดี มีการออกแบบที่สวยงาม ท�ำเลที่ ตั้งที่ดึงดูดและการแบ่งขนาดพื้นที่เช่าที่เหมาะสม ทีมวิจัยของเน็กซัสคาดว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า ตลาดพื้นที่อาคารส�ำนักงานจะมีเพิ่มเข้า สู่ตลาดอีกประมาณ 1.13 ล้านตารางเมตร หรือเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 30% ซึ่งจะส่งผลก ระทบต่ออัตราการเช่าพื้นที่และอัตราการใช้พื้นที่อย่างมีนัยส�ำคัญ ส�ำหรับด้านอัตราค่าเช่าปัจจุบัน จากการส�ำรวจในช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 พบ ว่า ราคาค่าเช่าเฉลี่ยของพื้นที่อาคารส�ำนักงานเกรด A ในเขตศูนย์กลางธุรกิจ มีอัตรา ค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 960 บาท/ตรม./เดือน ในขณะที่ค่าเช่าสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 1,400 บาท/ตารางเมตร/เดือน ส่วนพื้นที่ในอาคารส�ำนักงานเกรด A ที่อยู่พื้นที่เขต รอบนอกศูนย์กลางธุรกิจ จะอยู่ที่ 820 บาท/ตารางเมตร/เดือน โดยมีอัตราการใช้พื้นที่ เฉลี่ยรวมประมาณ 95% แม้ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าตลาดพื้นที่ในอาคารส�ำนักงานจะมีพื้นที่เพิ่มขึ้นอีกค่อน ข้างมาก แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าจะยังไม่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในตลาดอาคาร ส�ำนักงาน เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีพื้นที่อาคารส�ำนักงานป้อนสู่ตลาดค่อนข้าง จ�ำกัด แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงจากตลาดของผู้ให้เช่าเป็นตลาดของผู้เช่าแทน ซึ่งจะ ส่งผลให้มีการแข็งขันที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้การใช้งานส�ำนักงานประเภท Co-Working Space และ Serviced Office จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในตลาดพื้นที่ อาคารส�ำนักงาน โดยอาจจะกลายมาเป็นผู้เช่าหลักในอนาคตซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้ม ของธุรกิจอาคารพื้นที่ในอาคารส�ำนักงานให้เช่าในหลายๆประเทศทั่วโลก

MAGKETING l 35


MOVEMENT >> AUTOMOBILE / PROPERTY

database Automobile | Electrical & IT | Food & Beverage | Mobile Phone | Property | Moderntrade l ETC.

MAGKETING l 36


MOVEMENT >> AUTOMOBILE / PROPERTY

VOLVO วอลโว่จัดแพ็คเกจ “คุ้มเต็มมือ” มอบสิทธิประโยชน์ด้วยบริการหลังการขายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในตลาดรถยนต์พรีเมี่ยม ระดับหรู ประกอบด้วย ประกันภัยชั้น 1 นาน 5 ปี, บริการบ�ำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร, บริการรับประกัน คุณภาพนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร, และบริการให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี Strategy

:: บริการหลังการขาย

(After Sales Service)

HOMEPRO โฮมโปรเปิดตัว Home Service Application แอปเดียวเหมือนมีช่างประจ�ำบ้านจากโฮมโปร ที่ให้บริการเรื่องบ้านแบบ ครบวงจร โดยทีมช่าง HomePro ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Mobile App รองรับทั้ง IOS / Android ครอบคลุมงาน บริการมากกว่า 40 การบริการ ผู้สนใจสามารถสมัครบัตร Home Service card ก็จะได้ใช้บริการดังกล่าวได้ Strategy

:: การตลาดเชื่อมตรง

(Online Marketing)

DULUX บจ.อั๊คโซ่ โนเบล เพ้นท์ส มอบบ้านหนังสือตุ๊กตาไม้สีดูลักส์ พร้อมอุปกรณ์การเรียนและของเล่น ในกิจกรรม Let’s Colour – Bring Smile to School เพื่อฟื้นฟูและคืนความมีชีวิตชีวาให้แก่รร.วัดรางจระเข้ อยุธยา ซึ่งได้รับผลกระทบจาก เหตุการณ์น�้ำท่วมเมื่อปี 2559 และปี 2560 Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

INDEX LIVINGMALL อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ “Solar Roof” บนหลังคาที่พักอาศัยหรืออาคาร ต่างๆ เพื่อน�ำพลังงานไฟฟ้าที่ได้ไปใช้งานต่อไป โดยวางแผนติดตั้งประเดิมที่โรงงาน 2 แห่ง ได้แก่ มหาชัย จ.สมุทรสาคร และที่ จ.ระยอง รวมถึงสโตร์ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 4 แห่ง ได้แก่ สาขาราชพฤกษ์, สาขาพัทยา, สาขาบางนา, สาขา พระราม 2 Strategy

::

Green Marketing

MAGKETING l 37


MOVEMENT >> FOOD & BEVERAGE

NESCAFE เนสกาแฟ เปิดตัว ‘เนสกาแฟ อเมริกาโน่’ ต่างจากกาแฟด�ำแบบดั้งเดิม เพราะมีจุดเด่นในการเป็นกาแฟอเมริกาโน่ปรุง ส�ำเร็จสไตล์คาเฟ่ผสมกาแฟอาราบิก้าคั่วบดละเอียด สามารถชงเองได้ง่ายๆ สดชื่นในแบบเย็น รับซัมเมอร์ หรืออร่อยเข้มใน แบบร้อน ทั้งยังมีแคลอรี่ต�่ำ เพียง 35 กิโลแคลอรี่ต่อซอง คอกาแฟจึงไม่ต้องกังวลกับปริมาณน�้ำตาลและไขมัน Strategy

:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

(New Product Development)

TOFUSAN โทฟุซังเพิ่มบริการจ�ำหน่ายผ่านบริการ Tofusan Delivery เมื่อสั่งซื้อโทฟุซัง นมถั่วเหลืองออร์แกนิคทุกรสชาติ ครบ 500 บาทขึ้นไป เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร โดยสั่งง่ายๆ ผ่าน Line ID : tofusandelivery หรือ Tel : 091-775-5749

Strategy

:: การพัฒนาช่องทางจัดจำ�หน่าย

(Place)

XYLITOL บจ.ไทยลอตเต้ มอบทุนให้แก่นักเรียนรร.บ้านจันทร์ พร้อมน�ำทีมจิตอาสาจัดโครงการ “Xylitolsmile” พร้อมคณะทันต แพทย์และนศ.ทันตแพทย์ศาสตร์ จากม.เชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสุขภาพช่องปากและฟันฟรี รวมถึงให้ความรู้เรื่องการดูแล สุขภาพช่องปากและฟันที่ถูกต้อง ณ โรงเรียนบ้านจันทร์ อ.กัลยานิวัฒนา จ.เชียงใหม่ Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

QUICK บะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูป “ควิกแสบ” มอบผลิตภัณฑ์ให้แก่ มูลนิธิเมาไม่ขับ เพื่อน�ำไปแจกให้กับเจ้าหน้าที่ต�ำรวจและอาสาสมัคร ที่ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาล นอกจากนี้ ยังมีการจัดทีมตั้งบูธแจกบะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูปควิกแสบชนิดถ้วย ให้แก่ผู้ที่เดินทางไปกลับ ณ จุดพักรถ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

MAGKETING l 38


MOVEMENT >> ETC

AIRASIA อินเด็กซ์ฯ-แอร์เอเชียจัดกิจกรรม KILORUN 2018 รูปแบบการวิ่งใหม่ วิ่ง กิน เที่ยว จัด 4 เมือง 4 ประเทศ คือ กรุงเทพประเทศไทย, บาหลี-อินโดนีเซีย, โอซาก้า-ญี่ปุ่น และ ฮานอย-เวียดนาม หลังจากที่ออกสตาร์ทครั้งแรกในประเทศไทยกับ KILORUN BANGKOK 2018 ถือว่ามีกระแสตอบรับเป็นอย่างดีมากมีทั้งนักวิ่งไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ และคนมีชื่อ เสียง Strategy

:: การเป็นผู้สนับสนุนด้านกีฬา

(Sport Sponsorship Marketing)

THAISMILE ไทยสมายล์ร่วมงานรักคุณเท่าฟ้า 2018 ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม -1 เมษายน 2561 ณ สยามพารากอน จัดแคมเปญบัตร โดยสารราคาพิเศษ เส้นทางในประเทศ เริ่มต้น 1,050 บาท / ท่าน /เที่ยว รวมทุกอย่างแล้ว เส้นทางระหว่างประเทศ เริ่ม ต้น 1,550 บาท / ท่าน /เที่ยว รวมทุกอย่างแล้ว ฯลฯ Strategy

:: การลดราคาเฉพาะช่วงเวลา

AIRASIA แอร์เอเชียร่วมกับธ.กสิกรไทย เพิ่มช่องทางการช�ำระเงินแบบไม่ต้องใช้เงินสด ส�ำหรับผู้โดยสารแอร์เอเชียและแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ส�ำรองที่นั่งสะดวกผ่านเคาน์เตอร์ท่าอากาศยานภายในประเทศไทย และส�ำนักงานขายแอร์เอเชียสาขาป่าตอง สามารถเลือกช�ำระเงินผ่านคิวอาร์ โค้ด ได้แล้ว Strategy

:: การพัฒนาช่องทางจัดจำ�หน่าย

(Place)

THAI VIETJET สายการบินไทยเวียตเจ็ทเปิดบริการเที่ยวบินปฐมฤกษ์ในเส้นทางใหม่ บินตรงจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่กระบี่โดยให้ บริการ 2 เที่ยวบินต่อวัน ด้วยเครื่องบินแอร์บัส A320 ล�ำใหม่ที่มีลวดลายเป็นโลโก้ “Amazing Thailand” เพื่อส่งเสริม ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย Strategy

:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

(New Product Development)

MAGKETING l 39


+

หากคุณต้องการไอเดีย+จุดประกายความคิดทางธุรกิจ พร้อมกับศึกษาข้อมูลสภาวะการแข่งขันอย่างรอบด้าน

+

“แมกเก็ตติ้ง

แมกเก็ตติ้ง

(MAGKETING)”

(MAGKETING)

นิตยสารออนไลน์ด้านการตลาด (E-Magazine) ราย 2 เดือน ประเภท Free view ซึ่งน�ำเสนอข่าว ความเคลื่อนไหว ข่าวเชิงวิเคราะห์ รวมถึงข้อมูล ในรูปแบบ Database ในแวดวงธุรกิจการตลาด สามารถเลือกช่องทางการอ่านได้หลากหลาย

พร้อมเสิร์ฟฟรี ทุกที่ ทุกเวลา อ่านได้ทันทีที่

ทั้งการดาวน์โหลดนิตยสารผ่านอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ

Computer PC , MAC , Notebook หรือเปิดวิวผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อเก็บไว้ดูได้ทั้งใน

Smartphone , Phablet , Tablet , iPad

Magketing vol23  

นิตยสารแมกเก็ตติ้ง (Magketing) ฉบับ 23 นำเสนอเรื่องนำฉบับ Brand Revitalization พลิกแบรนด์เก่าให้สดใส การนำกลยุทธ์ “Brand Revitalization” มา...

Magketing vol23  

นิตยสารแมกเก็ตติ้ง (Magketing) ฉบับ 23 นำเสนอเรื่องนำฉบับ Brand Revitalization พลิกแบรนด์เก่าให้สดใส การนำกลยุทธ์ “Brand Revitalization” มา...

Advertisement