Page 1


วัตถุประสงค์ ของการใช้ ส ไตล์ บ ก ๊ ุ (Stylebook)


หนังสือพิมพ์เป็นสื่อชนิด หนึ่ ง ที่ ทำ � หน้ า ที่ สื่ อ สารไปยั ง ประชาชนอย่างครบถ้วนและถูก ต้อง กระบวนการผลิตสื่อจึงเป็น เรื่องสำ�คัญ การสื่อสารด้วยตัว หนังสือ ภาพ และเครื่องหมายต่างๆ จะต้องทำ�ให้ผู้อ่านเข้าใจได้เหมือนการ รับฟังด้วยหู ดูด้วยตา ทุกๆ ขั้นตอนการ ผลิตจึงต้องใช้ความระมัดระวัง การใช้ภาษา และถ้ อ ยคำ � ในสื่ อ จึ ง จำ � เป็ น ที่ จ ะต้ อ งทำ � อย่ า ง ถูกต้อง ถูกแบบแผน และเป็นมาตรฐาน เป็นที่ ยอมรับเพื่อให้การสื่อสารสมบูรณ์ ดังนั้น กองบรรณาธิการทุกหนังสือพิมพ์จะต้องมีรูป แบบการนำ�เสนอข่าว การใช้ภาษา ถ้อยคำ�ที่เป็นไปในทิศทาง เดียวกันทั้งหมด หากไม่มีการกำ�หนดทิศทางที่ชัดเจนของการ เขียน การใช้ภาษาและถ้อยคำ� หนังสือพิมพ์จะเดินไปคนละทาง ไม่มี เอกลักษณ์ ไม่มีมาตรฐานนอกจากนี้ หนังสือพิมพ์เป็นสื่อที่ถูกนำ�ไป ใช้อ้างอิงอย่างกว้างขวาง ความถูกต้องและการรักษาหลักภาษาไทยซึ่งเป็น เอกลักษณ์ของชาติ จำ�เป็นต้องถูกต้องตามแบบแผน


มีหลักสำ�คัญดังนี้

1. วิธีการเขียนและการใช้ภาษาเขียน

2. รูปแบบการนำ�เสนอข่าว

3. การเขียนข่าวและการเชื่อมประโยค

4. ข้อห้ามในการเขียนข่าว

5. การสะกดคำ�

6. การขึ้นต้นข่าว

7. การใช้คำ�นามและคำ�สรรพนาม

8. คำ�นำ�หน้าชื่อ

9. การเขีนยตำ�แหน่ง

10. การประกอบคำ�นำ�หน้านาม

page 06

page 08

page 10

page 11

page 12

11. การเขีนยตำ�แหน่งและคำ�นำ�หน้าชื่อ page 16

Style Book - 4

page 07

page 09

page 10

page 11

page 14


12. การเขียนชื่อสถานที่

13. หลักเกณฑ์การห้ามใช้คำ�ย่อ

14. การพาดหัวข่าว

15. รูปแบบของบายไลน์

16. การเขียนภาษาต่างประเทศ

17. คำ�ที่มักเขียนผิด

18. การเขียนตัวเลข

19. การใช้เครื่องหมาย

20. การวรรคตอน

21. การใช้คำ�ราชาศัพท์

page 16

page 18

page 20

page 24

page 28

page 18

page 19

page 22

page 26

page 30

22. update จาก บก.ถึงปรู๊ฟ

(คำ�ที่มีการปรับเปลี่ยนโดย มีมติจากที่ประชุมข่าวแล้ว) page 31

5 - Style Book


Post today

1

วิธีการเขียนและการใช้ภาษาเขียน การเขียนข่าวในหนังสือพิมพ์มีข้อจำ�กัด ต่างจากสื่อโทรทัศน์ที่สื่อสาร 3 มิติ คือ เห็นภาพ ฟังเสียง และสามารถอ่านตัวหนังสือได้ ในเวลาเดียวกัน สื่อวิทยุก็จะ สื่อด้วยการฟัง การใช้ภาษาก็จะใช้ภาษาพูดที่เข้าใจง่าย ส่วนหนังสือพิมพ์เป็นสื่อ ที่มีมิติเดียวคือสื่อสารทางตา ทางการอ่าน ดังนั้นภาษาที่ใช้ต้องสร้างจินตนาการ ให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจเรื่องที่จะบอกได้อย่างชัดเจน ภาษาที่ใช้ต้องเป็นภาษาเขียน เพื่อการสื่อสาร ต้องมีแบบแผนที่ถูกต้อง ถูกหลักภาษาไทย

Style Book - 6


Post today

2

รูปแบบการนำ�เสนอข่าว

สไตล์การเขียนของโพสต์ทูเดย์ เป็นแบบ พีระมิดหัวกลับ รูปแบบนี้ จะเป็นการนำ�เสนอข่าวโดยไล่เรียงประเด็น ด้วยการนำ�ประเด็นที่สำ�คัญที่สุด เพียง ประเด็นเดียว ชูไว้ ในพารากราฟแรกของข่าว เรียงลำ�ดับความสำ�คัญจากมากไป หาน้อย วิธีการเขียนนี้จะอำ�นวยความสะดวกแก่ผู้อ่านอย่างมาก และง่ายต่อการ ทำ�งาน เพราะเมื่อต้องการตัดข่าวจะตัดจากล่างขึ้นบนได้เลย การโปรยประเด็น ข่าว จะต้องโปรยเพียงประเด็นเดียว และจะต้องให้ชัดเจนว่าประเด็นคืออะไร ไม่ ควรเขียนวนเวียนไปมา หรือยาวจนเกินไป ไม่ให้ยาวเกิน 4 บรรทัด

7 - Style Book


Post today

3 การเขียนข่าวและการเชื่อมประโยค หลักเกณฑ์การเขียนข่าวของโพสต์ทูเดย์ ต้องใช้ภาษาเขียนที่เรียบง่าย ไม่ใช้คำ�ฟุ่มเฟือย แต่ละประโยคต้องไม่ซับซ้อน เพื่อให้ผู้อ่าน อ่านแล้วสามารถ เข้าใจเรื่องได้อย่างรวดเร็ว ควรหลีกเลี่ยงการเขียนประโยคยาวๆ ลักษณะของการเขียนข่าวที่ดี คือการเขียนในแต่ละย่อหน้าไม่ให้ยาว จนเกินไปเพราะจะทำ�ให้ไม่นา่ อ่าน และดูเป็นพรืดในหน้าหนังสือ ไม่สวยงาม แต่ละย่อหน้า จะต้องมีความเชื่อมโยงและเกี่ยวเนื่องกันจนหมดประเด็น จึงขึ้นประเด็นรองที่จะนำ�เสนอต่อไป นอกจากนี้จะไม่เขียนชื่อเล่นของ แหล่งข่าวหรือคนที่เป็นข่าว การเชื่อมประโยคเมื่อขึ้นย่อหน้าใหม่ จะไม่ใช้คำ�ที่เป็นวลี เช่น ในส่วนของ ส่วน การที่ เพราะ หรือการเคาะขึ้นประโยคใหม่ โดยผิดโครงสร้างรูปประโยคของภาษาไทย แต่จะไม่ใช้คำ�ซ้ำ�ๆ ในการขึ้นย่อหน้าใหม่ เพราะจะทำ�ให้ไม่สละสลวยในการอ่าน คำ�เชื่อมประโยคที่ใช้ ได้ ทั้งนี้ ทั้งนั้น อย่างไรก็ดี อย่างไรก็ตาม ทางด้าน ด้าน ขณะที่ ในขณะเดียวกัน นอกจากนี้ นอกจากนั้น สำ�หรับ ฯลฯ

Style Book - 8


Post today

4

ข้อห้ามในการเขียนข่าว โพสต์ทเู ดย์จะไม่นยิ มใช้ค�ำ ศัพท์เทคนิคในการเขียนข่าว หากจำ�เป็น ต้ อ งใช้ ต้อ งมี ก ารอธิ บ ายในวงเล็ บ หรื อ เขี ย นอธิ บ ายว่ า คำ � คำ � นี้ห มายถึ ง อะไรและจะไม่ใช้ค�ำ แสลง ยกเว้นแต่วา่ คำ�แสลงจะอธิบายความได้ชดั เจนตรง ตามสิง่ ทีต่ อ้ งการจะสื่อสาร จะไม่ใช้ภาษาพูดในภาษาเขียน นักข่าวและรีไรเตอร์ รวมทั้งหัวหน้าข่าว ผู้ช่วยหัวหน้าข่าว จะต้องระมัดระวังและจำ�ไว้ ให้ขึ้นใจ เช่น คำ�ว่า ตอนนี้ ให้ ใช้คำ�ว่า ขณะนี้ เป็นต้น หากจะใช้ภาษาพูดแทนตัว เช่น “ผม ดิฉัน เรา” จะต้องเขียนอยู่ในเครื่องหมายคำ�พูดเท่านั้น การเขียนข่าวที่ดีจะต้องไม่มี การใช้คำ�ฟุ่มเฟือยและคำ�ซ้ำ�มากจนเกินไป ห้ามใส่ความคิดเห็นของผูเ้ ขียนลงไปในข่าวอย่างเด็ดขาด รวมทัง้ ห้าม เพิ่ ม เติ ม ข้ อ ความใดๆที่ บิ ด เบื อ นข่ า วอย่ า งเด็ ด ขาดนอกจากนี้ ใ นกรณี ที่มีก ารกล่า วพาดพิ ง บุ คคลใดจะต้ อ งมี ก ารสอบถามบุ คคลนั้นถึ ง ข้ อเท็ จ จริงเสียก่อน จึงจะนำ�เสนอข่าวนัน้ ได้ ไม่ใช้คำ�ฟุ่มเฟือยซ้ำ�ซ้อน เช่น คำ�ว่า ทำ�การ ยกตัวอย่างคือ ทำ�การเดิน ขบวน ทำ�การฟ้องร้อง เพราะคำ�กริยาที่เขียนมีความหมายในตัวที่ชัดเจน อยู่แล้ว

9 - Style Book


Post today

5 การสะกดคำ�

ให้ยึดหลักการของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับล่าสุด

6 การขึ้นต้นข่าว มีการเขียนได้ หลายวิธี

การขึ้นต้นด้วยตัวบุคคล การขึ้นต้นด้วยตัวบุคคล คือการนำ�เขียนถึงชื่อแหล่ง ข่าว นามสกุล และตำ�แหน่งที่ถูกต้องจากนั้นจะต่อด้วย ประเด็นและรายละเอียด ซึ่งเป็นการเขียนปกติที่เราเขียนกันอยู่ การขึ้นต้นด้วย สถานที่ กรณีที่สถานที่มีความสำ�คัญ เช่น กรณีการวางระเบิดหน้าบ้านนายกฯ เป็นต้น ขึ้นต้นด้วยวันและเวลา จะขึ้นต้นด้วยวันและเวลา ก็เพราะเวลามีความสำ�คัญ ต่อข่าวอย่างมาก เช่น การลำ�ดับเหตุการณ์ความเสียหาย เป็นต้น เป็นการบอก พัฒนาการของข่าวที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม การจะขึ้นต้นข่าวด้วยอะไร ขึ้นอยู่กับ วิจารณญาณของผู้เขียนข่าว หัวหน้าข่าว และบรรณาธิการ ว่าต้องการนำ�เสนอ แบบใด จะดึงดูดใจคนอ่านและดีที่สุด Style Book - 10


Post today

7

การใช้คำ�นามและคำ�สรรพนาม

8

คำ�นามเป็นชื่อของแหล่งข่าว เมื่อเริ่มต้นให้เขียนชื่อ สกุล ตำ�แหน่ง เรียงกันไป โดยต้องระมัดระวังตัวสะกดให้ถูกต้องตามที่เจ้าของชื่อระบุ อย่างเคร่งครัด ส่วนในย่อหน้าต่อไปหากต้องอ้างชื่อแหล่งข่าวคนเดิม ให้ ใส่แต่ชื่อหรือตำ�แหน่ง และตามมาด้วยคำ�กริยา คือ กล่าวว่า สำ�หรับคำ�สรรพนามแทนตัวแหล่งข่าวเมื่ออ้างถึงในลำ�ดับต่อไป จะไม่ใช้ คำ�ว่า “ตน” กรณีที่อยู่ในเครื่องหมายคำ�พูดให้ ใช้คำ�ว่า “ผม,ดิฉัน,เรา” เป็นต้น สำ�หรับกรณีที่กล่าวถึงบุคคลที่ 3 ก็ให้ ใช้คำ�ว่า นาย นาง น.ส. หรือคำ�อื่นๆ ที่แหล่งข่าวยกขึ้นมา ในกรณีที่ ไม่เปิดเผยชื่อแหล่งข่าว ให้ ใช้คำ�สรรพนามว่า แหล่งข่าว และใช้ คำ�กริยาว่า เปิดเผย ชี้แจง อธิบาย แต่ในกรณีที่ใช้คำ�ว่ารายงาน ข่าวจะใช้ คำ�กริยาว่า เปิดเผย ระบุ แจ้ง เป็นต้น ไม่ใช้คำ�ว่า กล่าว หรือ อธิบาย ชี้แจง เพราะรายงานข่าวไม่มีชีวิต

คำ�นำ�หน้าชื่อ

นาย ใช้เป็นคำ�นำ�หน้านามสำ�หรับผู้ชาย นาง ใช้เป็นคำ�นำ�หน้านามสำ�หรับผูห้ ญิงทีม่ สี ามีแล้วและเปลีย่ นคำ�นำ�หน้านามแล้ว น.ส. ใช้เป็นคำ�นำ�หน้านามสำ�หรับผู้หญิงที่เป็นโสด หรือ แต่งงานแต่ไม่ได้เปลี่ยน คำ�นำ�หน้านาม ด.ญ. ใช้เป็นคำ�นำ�หน้านามสำ�หรับ เด็กผู้หญิง ด.ช. ใช้เป็นคำ�นำ�หน้านามสำ�หรับ เด็กผู้ชาย การเขียนคำ�นำ�หน้านามให้ ใช้ ในลักษณะดังต่อไปนี้คือ เขียนคำ�นำ�หน้านาม และชื่อติดกัน จากนั้นจึงเว้นวรรคเพื่อเขียนนามสกุล ตัวอย่างคือ นาย ณ กาฬ เลาหะวิไลย นางชาลอต โทณวณิก น.ส.เพ็ญแข สร้อยทอง ด.ช.บากบั่น บุญเลิศ ด.ญ.จันทร์จิรา พึ่งวิริยะ 11 - Style Book


Post today

9 การเขียนตำ�แหน่ง คำ�ย่อ ยศ

การเขียนตำ�แหน่งหน้าชื่อให้ ใช้รูปแบบย่อทั้งหมด เช่น พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์

ทหารบก จอมพล พลเอก พลโท พลตรี พันเอก พันโท พันตรี ร้อยเอก ร้อยโท ร้อยตรี จ่าสิบเอก จ่าสิบโท จ่าสิบตรี สิบเอก สิบโท สิบตรี พลทหาร ทหารอากาศ จอมพลอากาศ พลอากาศเอก พลอากาศโท พลอากาศตร นาวาอากาศเอก นาวาอากาศโท นาวาอากาศตรี เรือเอก เรือโท เรือตร พันจ่าอากาศเอก พันจ่าอากาศโท พันจ่าอากาศตรี จ่าอากาศเอก จ่าอากาศโท จ่าอากาศตรี พลทหารอากาศ

Style Book - 12

จอมพล พล.อ. พล.ท. พล.ต. พ.อ. พ.ท. พ.ต. ร.อ. ร.ท. ร.ต. จ.ส.อ. จ.ส.ท. จ.ส.ต. ส.อ. ส.ท. ส.ต พลทหาร จอมพลอากาศ พล.อ.อ. พล.อ.ท พล.อ.ต. น.อ. น.ท. น.ต. ร.อ. ร.ท. ร.ต.. พ.อ.อ. พ.อ.ท. พ.อ.ต. จ.อ. จ.ท. จ.ต. พลทหาร

ทหารเรือ จอมพลเรือ พลเรือเอก พลเรือโท พลเรือตรี นาวาเอก นาวาโท นาวาตรี เรือเอก เรือโท เรือตรี พันจ่าเอก พันจ่าโท พันจ่าตรี จ่าเอก จ่าโท จ่าตรี พลเรือ

จอมพลเรือ พล.ร.อ. พล.ร.ท. พล.ร.ต. น.อ.____(รน.) น.ท.____(รน.) น.ต.____(รน.) ร.อ.____(รน.) ร.ท.____(รน.) ร.ต.____(รน.) พ.จ.อ. พ.จ.ท. พ.จ.ต. จ.อ. จ.ท. จ.ต. พลทหาร

ตำ�รวจ พลตำ�รวจเอก พลตำ�รวจโท พลตำ�รวจตรี พันตำ�รวจเอก พันตำ�รวจโท พันตำ�รวจตรี ร้อยตำ�รวจเอก ร้อยตำ�รวจโท ร้อยตำ�รวจตรี นายดาบ จ่าสิบตำ�รวจ สิบตำ�รวจเอก สิบตำ�รวจโท สิบตำ�รวจตรี พลตำ�รวจ

พล.ต.อ. พล.ต.ท. พล.ต.ต. พ.ต.อ. พ.ต.ท. พ.ต.ต. ร.ต.อ. ร.ต.ท. ร.ต.ต. ด.ต. จ.ส.ต. ส.ต.อ. ส.ต.ท. ส.ต.ต. พลฯ


Post today

พระองค์เจ้า เจ้าฟ้า สมณศักดิ์พระภิกษุ 1. ชั้นพระราชาคณะ 7 ลำ�ดับ เรียงจากลำ�ดับสูงสุด สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ รองสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ พระราชาคณะชั้นธรรม พระราชาคณะชั้นเทพ พระราชาคณะชั้นราช พระราชาคณะชั้นสามัญ 2.ชั้นพระครู แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ พระครูสัญญาบัตรเป็นสมณศักดิ์สายปกครองของ พระภิกษุที่มีตำ�แหน่งบริหาร เริ่มตั้งแต่ผู้ช่วย เจ้าอาวาสขึ้นไป มีทั้งหมด 4 ลำ�ดับ คือ ตรี โท เอก และชั้นพิเศษ พระครูฐานานุกรม เป็นตำ�แหน่งที่พระราชาคณะ ตั้งแต่ชั้นราชแต่งตั้งให้กับพระภิกษุที่ช่วยงานในด้าน ต่างๆ หรือเป็นผู้ช่วยส่วนตัว ได้แก่ พระครูวินัยธร พระครูธรรมธร พระครูปลัด พระครูสังฆรักษ์ พระครูสมุห์ พระครูใบฎีกา ฯลฯ ทั้งนี้ พระสงฆ์ทม่ี ตี ำ�แหน่งทางด้านการปกครอง ได้แก่ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำ�บล เจ้าคณะอำ�เภอ ฯลฯ จะเรียกว่าพระสังฆาธิการพระราชาคณะชั้นสามัญ ไม่มีอำ�นาจในการตั้งพระครูฐานานุกรม แต่ถ้าพระราชา คณะชั้นสามัญรูปใดเป็นพระสังฆาธิการในตำ�แหน่งเจ้า คณะจังหวัด จะมีอำ�นาจตั้ง พระฐานานุกรมได้ 5 รูป ได้แก่ พระปลัด พระวินัยธร พระธรรมธร พระสมุห์ และ พระใบฎีกา ส่วนพระราชาคณะชั้นสามัญรูปใด ที่ไม่ได้เป็น พระสังฆาธิการ ก็สามารถตั้งพระฐานานุกรม ได้เพียง 2 รูป คือ พระปลัด พระสมุห์

บรรดาศักดิ์ พัน หมื่น ขุน หลวง พระ พระยา สมเด็จเจ้าพระยา ฐานันดร คุณ (ผู้ที่ได้รับพระราชทานตำ�แหน่งคุณหญิงที่ยังโสด) คุณหญิง ท่านผู้หญิง หม่อมหลวง ม.ล. หม่อมราชวงศ์ ม.ร.ว. หม่อมเจ้า ม.จ.

ราชทินนาม ราชทินนามเป็นชื่อพระราชทานเพื่อบอกให้รู้ บุคลิก ความสามารถ ที่พระราชทานให้ขุนนาง ช้าง และ พระสงฆ์ วิธีเขียน ให้เรียง บรรดาศักดิ์ หรือ สมณศักดิ์ + ราชทินนาม เช่น พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ขุนนาง) พระยายมราชสุขุม (ขุนนาง) พระยาปราบปรปักษ์ (ช้าง) พระยาอดุลยเดชเศวตพาหล (ช้าง) พระธรรมโกศาจารย์ (พระ)

3.พระเปรียญ พระเปรียญหมายถึงพระภิกษุที่มีความรู้พระไตรปิฎก จนสอบเปรียญธรรม (ป.ธ.) ได้ตามที่คณะสงฆ์กำ�หนด ไว้ทั้งหมด 9 ชั้น สอบได้ ป.ธ. 3 เรียกว่า เปรียญตรี สอบได้ ป.ธ. 6 เรียกว่า เปรียญโท สอบได้ ป.ธ. 9 เรียกว่า เปรียญเอก ทั้งนี้พระที่สอบได้ ป.ธ.3 ขึ้นไปจะเรียกว่า มหา

13 - Style Book


Post today

10 การประกอบคำ�นำ�หน้านาม ให้เขียนเรียงดังนี้

เช่น พล.อ.สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช พ.อ.หญิงท่านผู้หญิง จิตราวดี จุลานนท์ กรณีเป็นนักการเมือง ให้เรียงดังนี้ ชื่อ+นามสกุล+สส.+จังหวัด+พรรค เช่น นายกรณ์ จาติกวณิช สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กรณีเป็นสส.บัญชีรายชื่อให้เรียงดังนี้ ชื่อ+นามสกุล+สส.บัญชีรายชื่อ+พรรค เช่น นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย กรณีที่ส.ส.มีตำ�แหน่งในพรรคให้เขียนดังนี้ ชื่อ+นามสกุล+สส.บัญชีรายชื่อหรือสส.จังหวัด+ตำ�แหน่งในพรรค หรือ เขียนชื่อ+นามสกุล+ตำ�แหน่งในพรรคเลย เช่น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์

Style Book - 14


Post today

กรณีที่เป็นพระภิกษุ ให้เรียงดังนี้ สมณศักดิ์ + ชื่อของพระภิกษุ + ฉายา เช่น พระครูใบฎีกา วิรัตน์ ธรรมวาที หลังจากชื่อแหล่งข่าว ตำ�แหน่งและหน่วยงาน หรือประธานในข่าวแล้ว จะ ใช้คำ�ว่า เปิดเผยว่า และในย่อหน้าต่อไปคำ�ที่ตกลงให้ ใช้ได้คือคำ�ว่า กล่าวว่า กล่าวต่อไปว่า กล่าวอีกว่า เพื่อให้สละสลวยในการอ่าน ไม่ใช่คำ�ว่า เปิดเผย ว่าซ้ำ�อีก ในกรณีที่เป็นเป็นการยืนยันข่าว สามารถใช้คำ�ว่า “ระบุว่า” หรือในกรณีที่ ตอบโต้ข่าว สามารถใช้คำ�ว่า “ชี้แจงว่า” ส่วนกรณีที่เป็นการชี้แจงจากเอกสารของหน่วยงานราชการหรือเอกชน ต่างๆ เช่น ตลาดหลักทรัพย์ หรือหน่วยงานราชการ ให้ ใช้คำ�ว่า “แจ้งว่า” หรือ “ยืนยันว่า” แต่คำ�นี้ห้ามใช้ ในกรณีที่แหล่งข่าวเป็นบุคคลอย่างเด็ดขาด

15 - Style Book


Post today

11 การเขียนตำ�แหน่ง

12

และคำ�นำ�หน้าชื่อ

การเขียนตำ�แหน่งหน้าชื่อให้ ใช้รูปแบบย่อทั้งหมด เช่น พล.อ.สุรยุทธจุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ตำ�แหน่งของคณะรัฐมนตรีตามหลังชื่อจะใช้รูปแบบย่อ เช่น นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง นายสมหมาย ภาษี รมช.คลัง ตำ�แหน่งทางวิชาการหากเป็นศาสตราจารย์ จะใส่เป็น “ศ.” ส่วนรองศาสตราจารย์ จะไม่ใช้คำ�ว่า “ดร.” ไม่ใช้ ให้ ใช้คำ�นำ�หน้าว่า นาย ,นาง, น.ส.

การเขียนชื่อสถานที่

จะเขียนชื่อเต็มก่อน แล้วจึงวงเล็บชื่อย่อ จากนั้นในการเขียนถึง หน่วยงานนี้ต่อไปให้ ใช้ชื่อย่อ ตัวอย่าง เดิมเขียนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ เปลี่ยนเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่เขียนคำ�ว่าแบงก์ชาติ คำ�ว่าแบงก์ชาติ ให้ ใช้ได้เฉพาะพาดหัวข่าวเท่านั้น สำ�นักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เปลี่ยนเป็นสำ�นักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.)คำ�ว่า สภาพัฒน์ ใช้ ในการพาดหัวได้ คำ�ว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ให้เขียนเต็มก่อน จากนั้นให้ เขียนเป็นตัวย่อ ตลท. ในเนื้อข่าว ไม่เขียนว่า ตลาดฯ เพราะเป็นภาษาพูด ไม่ใช่ภาษาเขียน แต่ใช้ ในพาดหัวข่าวได้ ชื่อพรรคการเมือง จะเขียนชื่อเต็ม ตามด้วยชื่อย่อในวงเล็บ หลังจากนั้น จะเขียนชื่อเต็มแบบย่อ เช่น พรรคมัชฌิมาธิปไตย ใช้ว่า พรรคมัชฌิมาฯ Style Book - 16


Post today

พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ใช้ว่า พรรครวมใจไทยฯ พรรคชื่อชั้นเช่น ชาติไทย ประชาธิปัตย์ ไม่มีปัญหา แต่การพาดหัวสามารถใช้ชื่อย่อได้ โพสต์ทเู ดย์จะไม่ใช้ค�ำ ว่า บมจ. หรือ บ. ในการเขียนข่าวและพาดหัวข่าว จะใช้ คำ�ว่าบริษัท ในกรณีที่เป็น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ให้เขียน ชื่อเต็มก่อนที่จะใส่ชื่อย่อของบริษัท เช่น บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท ทีพีไอโพลีน (TPIPL) หลังจากนั้นให้เขียนเรียกคำ�นามว่า บริษัท หรือใส่ชื่อย่อของบริษัท เช่น ผู้บริหารของPTT เห็นว่า เป็นต้น “บอร์ด” ในการเขียนข่าวควรใช้คำ�ว่าคณะกรรมการ (บอร์ด) จากนั้นจึงจะใช้ คำ�ว่าบอร์ดในการเอ่ยถึงคณะกรรมการในครั้งต่อไป ชื่อมหาวิทยาลัย จะเขียนด้วยตัวเต็มก่อน จากนั้นใส่ชื่อย่อในวงเล็บ เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จากนั้นให้เขียนว่า มธ. มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ (มช.) จากนั้นให้เขียนว่า มช. ส่วนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้ชื่อย่อว่า จุฬาฯ ในเนื้อข่าวไม่อนุญาตให้เขียน ม.ธรรมศาสตร์ หรือ ม.เชียงใหม่ นอกจากในสกู๊ป หรือคอลัมน์ เพราะในเนื้อข่าวควรเป็นรูปแบบ เดียวกัน ในกรณีที่ ไม่มีการกำ�หนดชื่อย่อไว้ ให้ยึดหลักใช้คำ�ต้นขององค์กร และใส่เครื่องหมาย ฯ เช่น กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบัน การเงิน ย่อได้ว่า กองทุนฟื้นฟูฯ สำ�นักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ย่อว่า สำ�นักงานสลากฯ ไม่ใช้คำ�ว่ากองสลากอย่างเด็ดขาด จังหวัดให้เขียนย่อว่า จ. เช่น จ.นนทบุรี จ.สุพรรณบุรี กทม.จะไม่ใส่ จ.อยู่หน้าชื่อจังหวัด

17 - Style Book


Post today

13 หลักเกณฑ์การห้ามใช้คำ�ย่อ

1. คำ�ที่ ไม่เป็นที่รู้จักเป็นการทั่วไป และไม่มีการบัญญัติคำ�ย่อไว้ เช่น รัฐบาล ไม่ควรย่อว่า ร.บ. อุตสาหกรรม ไม่ควรย่อว่า อสก. พื้นที่ ไม่ควรย่อว่า พท.

2. คำ�ที่มีความหมายซ้ำ�ซ้อนกับคำ�อื่นย่อแล้วสับสน เช่น โรงเรียน รร. โรงแรม รร. ชื่อจังหวัด เช่นที่เคยพาดหัว จ.เชียงใหม่เป็น ชม. อ่านแล้วนึกว่าเป็นชั่วโมง ชม.

14

การพาดหัวข่าว

รูปแบบการพาดหัวของโพสต์ทูเดย์ จะหลีกเลี่ยงการใช้คำ�ย่อ และพาด หัวข่าวจะต้องเป็นประเด็นเดียวกับเนื้อข่าว ไม่ใช่หัวไปทางเนื้อไปทาง จะไม่ใส่ ความคิดเห็นหรือเสียดสี หรือใช้คำ�หยาบคายในการพาดหัวข่าว เช่น ญี่ปุ่นออกโน้ตบุ๊กใหม่โคตรบาง

Style Book - 18


Post today

15

รูปแบบของบายไลน์

การเขียนรายงาน การวิเคราะห์ข่าว จะใส่บายไลน์ ในลักษณะดังต่อไปนี้ โดย-ชื่อของนักข่าว หรือแหล่งที่มาของข่าว เช่น

...ทีมข่าวการเงิน ...ทีมข่าวการตลาด ...ทีมข่าวการเมือง ...มนต์ฤทัย นรคง ...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

จะไม่ใช้คำ�ว่าโต๊ะข่าวอย่างเด็ดขาด การใส่บายไลน์ที่มีหัวคอลัมน์ ให้ ใช้ลักษณะดังนี้ เครื่องหมายสี่เหลี่ยม ตามด้วยชื่อคนเขียนใต้หัวคอลัมน์

8...ทีมข่าวการเงิน 8...ทีมข่าวการตลาด 8...ทีมข่าวการเมือง 8...มนต์ฤทัย นรคง 8...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

19 - Style Book


Post today

16 การเขียนภาษาต่างประเทศ ให้เป็นไทย

คำ�ที่ควรใช้ภาษาอังกฤษ โดยไม่ต้องแปล หรือเขียนทับศัพท์ภาษาไทย ชื่อหุ้นต่างๆ ชื่อภาพยนตร์ต่างประเทศ ชื่อเพลงต่างประเทศ คำ�ภาษาต่างประเทศที่ควรเขียนเป็นภาษาไทย ชื่อคน (ไม่ใช้ มร. นำ�หน้า)

หมายเหตุ การเขียนถึงคน ไม่ควรเขียนเรียกโดยใช้นามสกุลตามภาษาอังกฤษ แต่การเขียนเทศให้เป็นไทย ควรใช้การเรียกชื่อหน้า ไม่ใช่ทำ�ตามฝรั่ง ให้มีกลิ่นนมเนย*** ชื่อบริษัท ห้างร้าน องค์กร ต่างๆ ชื่อเมือง ชื่อเฉพาะอื่นๆ ที่ไม่ได้ปรากฏในข้อที่ 1

Style Book - 20


Post today

การเขียนคำ�ทับศัพท์ **คำ�ทับศัพท์เก่าที่กลายเป็นคำ�ไทยไปแล้ว ให้ ใช้ตามพจนานุกรม ยกตัวอย่างเช่น shirt เสื้อเชิ้ต ไม่สะกด เชิร์ต quota โควตา ไม่สะกด โคตา ตามคำ�อ่านที่แท้จริง ฯลฯ **คำ�ทับศัพท์ที่เป็นศัพท์ร่วมสมัย หรือศัพท์ ใหม่ ควรเขียนให้ถูกต้อง ใกล้เคียงที่สุดกับภาษาต้นฉบับ Giorgio Armani อ่านและเขียนว่า จอร์ โจ อาร์มานี ไม่ใช่ จิออร์จิโอ อาร์มานี New Hampshire อ่านและเขียนว่า นิว แฮมป์เชอร์ ไม่ใช่ นิว แฮมเชียร์ (ยอร์กเชอร์ Yorkshire วิลเชอร์ Wilshire ฯลฯ) Real Madrid, Real Zaragoza อ่านและเขียนว่า เรอัล มาดริด และเรอัล ซาราโกซา ไม่ใช่ รีล หรือ เรียล Milla Jovovich อ่านและเขียนว่า มิลลา โยโววิช ไม่ใช่ มิลลา โจโววิช David Beckham อ่านและเขียนว่า เดวิด เบคแฮม ไม่ใช่ เดวิด เบคแคม (ไม่ใช้ ดาวิด ก็บุญแล้ว) John Galliano อ่านและเขียนว่า จอห์น กาลยาโน ไม่ใช่ จอห์น กัลลิอาโน Angelina Jolie อ่านและเขียนว่า แองเจลินา โชลี ไม่ใช่ แองเจลินา โจลี Gianni Versace อ่านและเขียนว่า จันนี เวอร์ซาเช ไม่ใช่ จิอานนี (จริงๆ อ่าน เวร์ซาเช แต่ใช้ตามความนิยมในยี่ห้อ) เช่นเดียวกับ Gianfranco อ่านและเขียนว่า จันฟรังโก ไม่ใช่ จิอานฟรังโก Kim Basinger อ่านและเขียนว่า คิม บาซิงเกอร์ ไม่ใช่ คิม บาซิงเจอร์

21 - Style Book


Post today

17 คำ�ที่มักเขียนผิด

Style Book - 22


Post today

23 - Style Book


Post today

18 การเขียนตัวเลข/วันเดือนปี

การเขียนตัวเลขให้ ใช้เกณฑ์ดังนี้ 1. จำ�นวนตั้งแต่หลักหน่วย ถึง หลักพัน ให้เขียนเป็นตัวเลขล้วนๆ เช่น 1, 10, 100, 1,000 โดยใน หลักพันให้ ใส่เครื่องหมายจุลภาคด้วย 2. จำ�นวนตั้งแต่หลักหมื่นขึ้นไปให้เขียนหลักหน้าเป็นตัวเลข แล้วตามด้วย จำ�นวนหลักที่เป็นตัวอักษร เช่น รถยนต์ 2 หมื่นคัน เงิน 7 แสน บาทหรือตัวเลขที่มีเศษก็ให้เขียนเป็นทศนิยมปัดเศษ เช่น เป็นเงิน 35,400,203 บาท ให้เขียนว่า 35.4 ล้านบาท เพื่อให้อ่านง่ายใน เวลาอันรวดเร็ว 3. การบอกจำ�นวนที่เป็นคำ�วิเศษ เพื่อขยายคำ�นำ�หน้านามต้องเขียนเป็น ตัวหนังสือ เช่น คนนับหมื่น, คนร้ายทั้งสอง, เขาทั้งสอง เป็นต้น โดยสังเกตได้ว่าหลังจำ�นวนนับจะไม่มีคำ�ต่อท้าย ข้อยกเว้น ในกรณีที่เป็นตัวเลขที่สำ�คัญจะต้องใส่ให้ครบถ้วน เช่น วงเงินงบประมาณแผ่นดิน จะต้องใส่ตัวเต็มทุกบาททุกสตางค์ เช่น งบประมาณปี 2550 วงเงิน 1,520,178,241.00 บาท ตัวเลขดัชนีราคาหุ้น และมูลค่าการซื้อขายหุ้น เช่น ดัชนีหุ้นวันนี้ปิดที่ ระดับ 811.56 จุด เพิ่มขึ้น 0.70 จุด เปลี่ยนแปลง +0.09% มูลค่า การซื้อขาย 36,311 ล้านบาท ตัวเลขจำ�นวนคนตายในกรณีเกิดแผ่นดินไหว สึนามิ ในบทความหรือคอลัมน์ของคมลัมนิสต์ ***ห้าม*** แก้ ไขตัวเลขใดๆ ทั้งสิ้นอาจเกิดข้อผิดพลาดในการเปลี่ยนตัวเลขเป็นตัวหนังสือได้

ยังทำ�งานอยู่.... Style Book - 24


Post today

การเขียนตัวเลขเวลา 1. เขียนเวลาจะต้องมีจุดทศนิยมบอกนาทีเสมอ เช่น เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 1 ม.ค. 2. หากจะต้องอ้างเวลาที่ผ่านมานานข้ามปี ต้องใส่ตัวเลขปีด้วย เช่น 24 ม.ค. 2547 3. หากจะเขียนวันและเวลาล่วงหน้า จะต้องใส่ให้ละเอียดและมีตัวเลขปี ด้วย เช่น ประธานสภาอุตสาหกรรมจะเข้าพบนายกรัฐมนตรีในเวลา 14.35 น. วันที่ 2 ม.ค. 2551 เป็นต้น 4. สำ�หรับข่าวกีฬา ที่ตัวเลขมีความสำ�คัญมาก ในการแข่งขันกีฬาที่มี การแพ้ชนะเพียงเสี้ยววินาที จะกำ�หนดตัวเลขให้เขียนเช่น การแข่งขัน วิ่งมาราธอนผู้ชนะทำ�สถิติ 3:20:45:96 ชั่วโมง ซึ่งย่อมาจาก 3 ชัว่ โมง 20 นาที 45 วินาที 96/100 วินาที (ใน1วินาทีแบ่งย่อย ไปอีก 100 ส่วน) ก็ให้เขียนว่า 3 ชัว่ โมง 21 นาที แทนเพื่อให้อา่ นง่าย วันเดือนปี 1. ไม่ใช้ “วันนี”้ หรือ “วานนี”้ “พรุง่ นี”้ ให้ระบุวนั ทีล่ งไปในข่าว เช่น เมื่อ วันที่ 11 มี.ค. เพื่อผู้อ่านจะไม่สับสน 2. เดือนใช้ย่อ เช่น ม.ค. ธ.ค. ก.พ. 3. ระบุปีควรบอกปีเป็นพุทธศักราช ถ้าปีปัจจุบันไม่จำ�เป็นต้องใส่ทุก เนื้อข่าว เพราะมีบอกไว้ด้านบนของหนังสือพิมพ์ทุกหน้าอยู่แล้ว ***ไม่ต้องใส่ “พ.ศ.” เช่น การก่อสร้างท่าอากาศ ยานสุวรรณภูมิ แล้วเสร็จเมื่อปี 2550 ค.ศ.ให้เปลี่ยน พ.ศ.**** 2011+543 = 2544 เพราะคริสต์ศักราช เกิดหลังพุทธศักราช 543 ปี (พ.ศ. ลบด้วย 543 เท่ากับ ค.ศ.อ้างอิงจากพจนานุกรม) ส่วนมากจะเจอในข่าวต่างประเทศจำ�เป็นต้องเปลี่ยน พ.ศ. ทุกครั้ง)

25 - Style Book


Post today

19 การเขียนตัวเลข/วันเดือนปี เครื่องหมายต่างๆ เป็นอักษรที่สามารถสื่อสารให้ผู้อ่านทราบว่าผู้เขียน มีเจตนาอย่างไร แต่โดยหลักการภาษาไทยที่ถูกต้อง จะไม่นิยมใช้เครื่องหมายโดย ไม่จำ�เป็น เครื่องหมายที่นิยมใช้ ในการเขียนข่าว “............. ” เครื่องหมายอัญประกาศ หรือ เครื่องหมายคำ�พูด เครื่องหมายนี้ใช้สำ�หรับเน้นประโยค โดยมีเจตนาถอดความจากผู้พูดไปสู่ ผู้อ่านโดยตรงอย่างครบถ้วนทุกคำ�เพื่อสร้างน้ำ�หนักให้ข่าวและสร้างความ ใกล้ชิดระหว่างผู้อ่านและผู้พูดซึ่งก็คือแหล่งข่าว แต่เครื่องหมายเน้น คำ�พูด ควรจะเน้นเป็นช่วงทีส่ �ำ คัญจริงๆ ไม่เน้นพร่�ำ เพรื่อ เพราะจะทำ�ให้คนอื่นรำ�คาญ (!) เครื่องหมายอัศเจรีย์ ใช้เฉพาะการพาดหัวข่าวหรือบทความเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ ใช้ ในเนื้อข่าว (ฯลฯ) เครื่องหมายไปยาลใหญ่ และ (ฯ) เครื่องหมายไปยาลน้อย จะใช้กับ คำ�ที่มีความหมายยาวและประชาชนรู้ความหมายอยู่แล้ว เช่น จุฬาฯ ซึ่งย่อ มาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสด็จฯ หมายถึง เสด็จพระราชดำ�เนิน ทูลเกล้าฯ หมายถึง ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เป็นต้น ( ) เครื่องหมายวงเล็บ จะใช้อธิบายข้อความอยู่ข้างหน้า หรือข้างหลัง หรือ เขียนคำ�เต็มและตามด้วยคำ�ย่อใน ( ) เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และจะใช้คำ�ย่อในวงเล็บในโอกาสต่อไป เพื่อให้เขียนได้สะดวกยิ่งขึ้น (%) เครื่องหมายเปอร์เซ็นต์ แม้จะมีคำ�ว่าร้อยละเป็นภาษาทางการ แต่เพื่อ ความสะดวกและความเคยชินในการอ่านจะใช้คำ�ว่า% แทนร้อยละ เช่น เงินเดือนของโพสต์ทูเดย์ปีนี้ขึ้นแค่ 2% เอง

Style Book - 26


Post today

เครื่องหมายที่ ไม่อนุญาตให้ ใช้ ในงานข่าว เครื่องหมายจุดไข่ปลา ................. เครื่องหมายนี้จะใช้ ในคอลัมน์ ...(3 จุด) เพื่อไม่ให้ผู้อ่านไปคิดต่อเอง หรือต้องการที่จะข้อความ แต่ไม่อนุญาตให้ ใช้ ในข่าวเพราะการเขียนข่าวจะต้องมีความชัดเจนไม่ก่อให้เกิดความสับสน ข่าวจะต้องหนักแน่นและน่าเชื่อถือเท่านั้น

27 - Style Book


Post today

20 การวรรคตอน การใช้เครื่องหมายวรรคตอนนั้น ปัจจุบันยังใช้กันอย่างลักลั่น ต่างคนต่าง ใช้ไปตามที่เห็นสมควร แต่เครื่องหมายวรรคตอนจำ�นวนหนึ่ง ปัจจุบัน ไม่นิยมใช้ ฉะนั้น เพื่อการให้การใช้เครื่องหมายวรรคตอนมีระเบียบแบบแผนและ ผู้ ใช้สามารถนำ�ไปใช้ได้อย่างถูกต้องตรงกัน หลักเกณฑ์การเว้นวรรคในการเขียนหนังสือไทย การเว้นวรรค แบ่งเป็น 2 ขนาด คือ วรรคเล็ก มีขนาดเท่ากับ 2 เท่ากับตัว ก หรือ 2 เคาะเวลาเราพิมพ์ วรรคใหญ่ มีขนาดเท่ากับ 2 เท่าของตัว ก หรือ 2 เคาะเวลาเราพิมพ์ การเว้นวรรคระหว่าว คำ� วลี ประโยค ให้พิจารณาเป็นพวกๆไป การเว้นวรรคในการเขียนหนังสือไทย ควรแยกพิจารณาในกรณี ดังนี้ กรณีใดบ้าง ที่ต้องเว้นวรรคเสมอ กรณีใดบ้างที่ไม่ต้องเว้นวรรค

Style Book - 28


Post today

กรณีที่ต้องเว้นวรรคเสมอ ประโยค เว้นวรรคเสมอเมื่อจบประโยคโดยสมบูรณ์ ในอเนกรรถประโยค ที่มีสันธาน และ หรือ แต่ เพราะ ฯลฯ เชื่อม ให้เว้น วรรคหน้าประโยคที่ขึ้นต้น คำ�สันธาน หรือถ้าหากมีรายการเพียง 2 รายการ ไม่ต้องเว้นวรรค ตัวอย่าง ส่งเสริมสวัสดิการของครูและนักเรียนในโรงเรียน กลุ่มคำ� เว้นวรรคระหว่างชื่อกับนามสกุล เว้นวรรคระหว่างชื่อบุคคลกับตำ�แหน่ง เว้นวรรคระหว่างตัวหนังสือกับตัวเลข เว้นวรรคระหว่างตัวหนังสือไทยกับตัวหนังสือภาษาอื่น เว้นวรรคระหว่างรายการต่างๆ เพื่อแยกรายการเหล่านั้นออกไปให้เห็นแต่ละ รายการ เว้นวรรคระหว่างชื่อสถานทีต่ า่ งๆ เช่น ถนน ตำ�บล แขวง เขต จังหวัด เป็นต้น เว้นวรรคระหว่างกลุ่มอักษรย่อ เว้นวรรคระหว่างจำ�นวน และกลุ่มตัวเลข เว้นวรรคทั้งข้างหน้าและข้างหลังเครื่องหมาย “...” (...) ฯลฯ เว้นวรรคเฉพาะหลังเครื่องหมาย ฯ ในกรณีส่วนที่ละไว้เป็นข้อความที่เขียน ติดข้อความข้างหน้า เช่น โปรดเกล้าฯ เว้นวรรคระหว่างชื่อ บริษัท ธนาคาร ฯลฯ กับคำ� “จำ�กัด” ที่อยู่ท้ายชื่อคำ� เว้นวรรคทั้งช้างหน้าและข้างหลังคำ� ณ ธ เมื่อคำ�เหล่านี้อยู่ในย่อหน้าขอให้เว้นวรรค เช่น * 0 - ฯลฯ ขอให้เว้นวรรค กรณีที่ ไม่เว้นวรรค ไม่เว้นวรรคระหว่างคำ�นำ�หน้าชื่อ นาย นาง น.ส. ด.ญ. ด.ช. คุณหญิง ท่านผู้หญิง คุณ กับชื่อ ไม่เว้นวรรคระหว่างคำ�นำ�หน้าชื่อที่เป็นตำ�แหน่ง หรืออาชีพ กับชื่อ 29 - Style Book


Post today

21 การใช้คำ�ราชาศัพท์

ปรู๊ฟยึดตามพจนานุกรมการใช้คำ�ราชาศัพท์จากราชบัณฑิตยสถาน ในแต่ละปีจะส่งพิสูจน์อักษรเข้าร่วมอบรม “การใช้ราชาศัพท์ของ สื่อมวลชน” จัดโดยสำ�นักพระราชวังและราชบัณฑิตยสถาน (โดย เนม เลขาฯ เป็นผู้ประสานติดต่อให้) แถลงการณ์จากสำ�นักพระราชวังฉบับต่างๆ ให้ปรู๊ฟตรวจพร้อม ต้นฉบับ (ขอจากนักข่าวผู้รับผิดชอบข่าวนั้นๆ)ห้ามแก้ ใดๆ ในแถลงการณ์ทั้งสิ้น

Style Book - 30


Post today

22 Update จาก บก.ถึงปรู๊ฟ ห้ามใช้ บ.(บริษัท) ไม่ใช้พาดหัว ฮุบ ลือ ไม่ใช้เพราะถ้าเป็นข่าวลือก็ ไม่ควรจะเป็นข่าว (ใช้***หึ่ง...ส่อ) จวก งาบ ศักดินาล้าหลัง ทุนนิยมสามานย์ ใช้ ได้ น้ำ�ตาลโควตา ก. น้ำ�ตาลที่ผลิตใช้ ในประทศ น้ำ�ตาลโควตา ข. น้ำ�ตาลที่ผลิตเพื่อส่งออก เอ่ยชื่อบุคคลที่สมมติขึ้นให้ ใส่จุด เช่น นาย ก.นาง ส. กระทรวงทรัพย์ฯ พาดหัวหรือโปรย (กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ) กัมมันตรังสี จากเหตุแผ่นดินไหวญี่ปุ่น11 มี.ค. มีการใช้ คำ�นี้หลากหลายตามข้อมูลแต่ละโต๊ะซึ่งมีความ หมายคล้ายคลึงกัน พี่ ณ กาฬ จึงให้ ใช้คำ�นี้ เพื่อมาตรฐานเดียวกันในโพสต์ทูเดย์ ข่าวและบทนำ�(เท่านั้น) ให้ ใช้คำ�นำ�หน้า นาย นาง น.ส. ได้ (มติจากที่ประชุมข่าว 5 ก.ค.) ให้ ใช้ “ค่าจ้างขั้นต่ำ�” แทนค่าแรง (พี่ ณ กาฬ คอนเฟิร์ม)

31 - Style Book


บริษัท โพสต์ พับลิชชิ่ง จำ�กัด (มหาชน) เลขที่ 136 อาคารบางกอกโพสต์ ถ. สุรทรโกษา คลองเตย กทม. 10110 โทรศัพท์ 02-240-3700

style books  

style books

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you