Page 1

Alice in Wonderland ตอน..." ลงโพรงกระต่า ย " อลิซเริ่มเบื่อที่จะนั่งอยู่ข้าง ๆ พี่สาวโดยที่ไม่มีอะไรทำา เธอ เหลือบมองหนังสือ ที่พี่สาวของเธอ ถือไว้ในมือหลายครั้ง ด้วยหนังสือเล่มนั้นไม่มีรูปภาพและบท สนทนาที่น่าสนุก และน่าสนใจอะไร เลยสักนิด...อลิซคิด แต่เป็นเพราะด้วย เธอ เป็นผู้อ้อนวอนให้พี่สาวอ่านหนังสือให้เธอฟังนั่นเอง อลิซชั่งใจ ว่าการทำาอย่างอื่น คงจะสนุกกว่าการนั่งฟังอยู่ อย่างเงียบ ๆ อย่างนี้หรือ ปล่าวน้า... " ทัน ใดนั้น เอง" กระต่ายขาวตาสีชมพูตัวหนึ่งก็วิ่งผ่าน มา แต่ภาพที่เห็นนั้นดูไม่มีอะไรแปลกประหลาด เพราะอลิ ซก็ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องผิดปกติเท่าไรนักที่ได้ยินกระต่าย พูดกับตัวเอง แบบรีบร้อนว่า " ตายแล้ว ! ตายแล้ว ! ฉัน ต้อ งสายแน่ ๆ เลย "แล้วจากนั้นกระต่าย ก็หยิบ นาฬิกาออกมาจากกระเป๋าเสื้อกั๊ก พร้อม กับก้มลงมอง


เวลา แล้ววิ่งต่อไปด้วย ท่าทางที่รีบร้อน อลิซลุกขึ้นยืน เพราะเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่า เธอยังไม่เคยเห็นกระต่ายที่ ไหนใส่เสื้อกั๊กหรือพกนาฬิกาแบบนี้มาก่อนเลย และด้วย ความที่สงสัยอย่างเหลือประมาณ อลิซรีบวิ่งตามกระต่าย ตัวนั้น ไปในท้องทุ่ง และโชคดี ที่วิ่งไปทันและเห็นมันหาย ลงไปในโพรงกระต่าย ที่เป็นหลุมใหญ่โพรงหนึ่ง เพียง เดี๋ยวเดียว อลิซก็กระโดดตามลง ไปในโพรงนั้น โดยไม่ ได้ฉุกใจคิดแม้แต่น้อยเดียวว่า เธอจะกลับออกมาจาก โพรงนี้ได้ด้วยวิธีใด เสียด้วยสิ....ในโพรงกระต่ายนั้น ทอดยาวไปเหมือนอุโมง แล้วจู่ ๆ ทางก็หักลงตำ่า จนอลิซ ต้องชะงักเท้าของตัวเองแทบไม่ทัน มารู้ตัวอีกทีก็ต่อเมื่อ เธอได้ร่วงลงไป ในเหวลึกนั่นเสียแล้ว


"ว้า ..สายไปเสีย แล้ว ไม่น ่า ที่จ ะกระโดดตามมา เลย นี่ถ ้า แม่ร ู้ คงต้อ งโกรธแน่ ๆ เพราะแม่เ คยบอก ไม่ใ ห้เ ราทำา ในสิ่ง ไหนที่ด เู หมือ นว่า อาจจะเป็น อัน ตรายเสีย ด้ว ยสิ" ถ้าไม่ใช่เพราะเหวนี้ลึกมากก็แส ดงว่าอลิซคงจะตกลงไปอย่างช้า ๆ เพราะขณะที่ ตกลงไป นั้น เธอยังมีเวลาเหลือเฟือที่จะเหลียวมองไปรอบ ๆ ตอน แรกเธอ พยายามมองลงไปที่ข้างล่างสุด แต่มันก็ดูเหมือน


ว่าจะมืดเสียจนมองอะไรไม่เห็น เธอจึงเปลี่ยนมามองที่ ด้านข้างและได้พบว่ามีตู้เสื้อผ้าและชั้นหนังสือเต็มไปหมด บางช่วงก็มีแผนที่กับรูปภาพแขวนอยู่บนขอด้วย อลิซ หล่นลงไป หล่น ลงไป ลงไป ลงไปเรื่อย ๆ มันจะมีวันจบ สิ้นไหมนะ ! อลิซคิด " สงสัย จัง ว่า ฉัน ตกลง มาได้ก ี่ไ มล์แ ล้ว นะ " อลิซอด ที่จะพูดออกมาดัง ๆ ไม่ได้ "คงใกล้ถ งึ กลางโลกแล้ว มัง้ เนี่ย ขอคิด เดีย ๋ ว นะ....ฉัน ว่า คงสัก สีพ ่ ัน ไมล์ ได้ล ะมั้ง นี่. ...ใช่ค งจะ ลึก ราว ๆ นั้น แหละนะ...แต่ เอ๊ะ นี่ฉ ัน จะร่ว งผ่า น ไปถึง โลกอีก ซีก หนึ่ง เลย หรือ เปล่า ! ถ้า ไปโผล่ท ี่ นั่น แล้ว ไปเจอคนเดิน กลับ หัว คงตลกดี ! เขา เรีย ก ว่า ประเทศที่อ ยูด ่ ้า นปรปัก ษ์ก ัน ของโลกไง " ...อลิซยังคงหล่นลงไป ลงไป ลงไปเรื่อย ๆ และเมื่อไม่มี อะไรให้ทำาเธอรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะเคลิ้มหลับ เธอจึง เอื้อม มือไปคว้าหวีกบ ั กระจกส่องหน้ามาได้ " แหมพอดีเ ลย กำา ลัง ว่า งอยูท ่ ีเ ดีย ว ถ้า จะได้เ จอคน หลาย ๆ


ประเทศ แล้ว ละก็ ก็ต ้อ งหวีผ มเตรีย มตัว ไว้ล ว ่ ง หน้า ก่อ นนะ เพราะเดี๋ย วจะต้อ งไปอายขายหน้า เขา ด้ว ยผมที่ย งุ่ ๆนี่น ่ะ สิ ! " แล้วทันใดนั้นเอง...ก็มี เสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น ตัวของเธอนั่นเองได้ตกลงไป บนกองกิ่งไม้และใบ ไม้แห้ง แล้วการล่วงหล่นก็จบสิ้นลง เสียที.......

อลิซไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด เธอรีบ ลุกขึ้นยืนแล้วแหงนหน้า มองขึ้นไปที่ด้านบน ก็เห็นแต่เพียงความมืดมิด ข้างหน้า มี


ทางยาวอีกเส้นหนึ่ง พอเพ่งมองไปก็เห็น กระต่ายขาวเดิน อยู่ไม่ไกลนัก มันยัง คงเร่งรุดไปข้างหน้าไม่ยอมรอช้า แม้แต่ครู่เดียว อลิซรีบวิ่งตัวปลิว ตามไป และทัน ได้ยิน มันพูดในตอนเลี้ยวหัวมุมว่า " โธ่. ..หูฉ ัน ...หนวดฉัน ป่า นนี้ส ายแย่แ ล้ว ! โธ่ โธ่. .." ตอนที่เลี้ยวนั้นอลิซตามหลังมันมาติด ๆ แต่พอเลี้ยวมา แล้ว กลับมอง ไม่เห็นมันอีกเลย สักแค่อึดใจเดียวอลิซพบ ว่าตัวเองกำาลังยืนอยู่ในห้องโถงใหญ่ สว่างไสวไปหมด ภายในห้องโถงมี ประตูมากมายหลายบาน แต่ทุกบานปิด ล๊อกไว้ทั้งหมด หลังจากที่ไปลองเปิดประตูทุกด้าน ทุก บานดูแล้ว อลิซก็เดินอย่างเศร้าสร้อยมาที่ กลางห้อง นึก ในใจว่าเธอจะออกไป จากที่นี่ได้อย่างไรกัน ทันใดนั้นอลิ ซก็เหลือบไปเห็นโต๊ะกลมสามขาตัวหนึ่ง ทำาด้วย แก้วทั้ง ตัวมีสิ่งหนึ่งวางอยู่ที่บนโต๊ะ นั่นมันเป็นกุญแจทองคำาดอก จิ๋วนี่ ทีแรกอลิซคิด ว่ามันจะต้องเป็นลูกกุญแจของประตู บานใดบานหนึ่งอย่าง แน่ ๆ


แต่...โธ่เอ๋ย ถ้าไม่ใช่ รูกุญแจจะใหญ่เกินไปแล้ว ลูกกุญแจก็คงจะเล็กจนเกินไปแหละ เพราะ ไม่ว่ายังไง ๆ มันก็ไขประตูไม่ได้เลยสักบาน แต่เมื่ออลิซพยายามอีก ครั้งเธอก็ได้พบว่ามีประตูอยู่ บานหนึ่งที่สอดลูกกุญแจจิ๋ว ดอกนั้นลงไปได้อย่างพอดีพอเหมาะ อ้า...ดีใจจริง ๆ ที่ ไขได้ ! อลิซเปิดประตูบานนั้นออก ปรากฏว่าเห็นเป็นทาง เส้นเล็ก ๆ ใหญ่กว่าโพรง หนูนิดเดียวเอง เธอ คุกเข่าแล้ว พยายามมองเข้าไปภายใน ภาพที่เห็นคือสวนที่สวยงาม ที่สุดเท่าที่เคยได้เห็นมา อลิซอยากเข้าไปเดินเล่นในสวน ที่เห็น แต่ว่า ประตูนั่นก็เล็ก เสียจนเธอจะเสือกหัวลอด เข้าไปก็ยังไม่ได้ และเท่าที่ผ่าน ๆ มามีเรื่องเหลือเชื่อเกิด ขึ้น เยอะแยะ จนอลิซชักจะเริ่มคิดว่า ในโลกนี้มีเรื่องที่ เป็นไปไม่ได้น้อยเหลือเกินจริง ๆ.... และดูเหมือนว่าการ รอคอยและการนั่งคิดอยู่ตรงหน้าประตูจิ๋วเล็ก ๆ ที่เข้าไป ไม่ได้นั้น มันดูว่าจะ ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเสียเลย อลิซจึงกลับไปที่โต๊ะสามขาตัวเดิมอีกครั้ง แอบหวังว่า บางที อาจจะมีลูกกุญแจ อีกดวงวางอยู่ แต่คราวนี้เธอพบ


ขวดเล็ก ๆ ใบหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ ที่ตรงคอขวดมีแถบ กระดาษพันไว้ และมีตัวหนังสือเขียนกำากับไว้ว่า ..." ดืม ่ ฉัน สิ " พิมพ์ไว้อย่างสวยงามด้วยอักษรขนาดใหญ่ ก็ดี อยู่หรอกนะที่เขียนว่า " ดืม ่ ฉันสิ " แต่อลิซผู้ฉลาดเฉลียว ไม่รีบร้อนทำาอะไรแบบ นั้นหรอก " ไม่ ฉัน จะต้อ งดูก อ ่ นว่า มัน มีเ ครื่อ งหมายแสดง ว่า " เป็น พิษ " อยูห ่ รือ เปล่า " อลิซพูด แต่ว่าขวดใบนี้ ไม่มี เครื่องหมายบอกว่า " เป็นพิษ" อลิซจึงกล้าตัดสินใจ ยกมันขึ้นดื่มดู ปรากฏว่าเพียง เดีย ๋ วเดียวอลิซก็ดื่มจน หมดขวด " แปลกจัง " อลิซพูดขึ้น " รู้ส ก ึ ว่า ตัว ฉัน กำา ลัง หด ลง ไปเรื่อ ย ๆ แน่ ๆ เลย " และก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ตอน นี้อลิซตัวสูงแค่สิบนิ้ว เธอยิ้มแป้น เพราะรู้ว่าตอนนี้ เธอตัว เล็กพอที่จะเข้าไปในสวนทางประตูเล็ก ๆ นั่น ได้แล้ว แต่ เดี๋ยวก่อน เธอต้องรอดูสักครู่ว่าตัว เธอจะหดเล็กลงไป มากกว่านี้อีกหรือ เปล่า


อลิซรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อย " ใครจะไปรูล ้ ่ะ ...ใช่ไ หม? " อลิซเผอพูดกับตัวเอง ไม่นานนัก เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไร เกิดขึ้นอีก อลิซจึงตัดสินใจว่าจะต้องรีบเข้า ไปใน สวนให้ เร็วที่สุด แต่ ! อนิจจา อลิซผู้น่าสงสาร ! พอไปถึงประตู เธอก็เพิ่งนึกออกว่า ลืมลูกกุญแจ ทองคำาไว้บนโต๊ะ แล้ว เมื่อเดินกลับไป เธอก็ไม่สามารถที่จะหยิบลูก กุญแจนั้นได้ เสียแล้ว... ทั้ง ๆ ที่ มองเห็นว่ามันยังวางอยู่ที่บนโต๊ะอย่างชัดเจน เพราะโต๊ะแก้วใสแจ๋วจนมองทะลุได้ อลิซพยายามทุกวิถี ทางที่จะปีนขาโต๊ะขึ้นไป แต่มันก็ลื่นเหลือเกิน หลังจากที่ พยายามปีนจนหมดแรงแล้วอลิซตัวจิ๋วก็ได้ แต่นั่ง ร้องไห้ อยู่กับพื้น..ร้องจนนำ้าตาเป็นเผาเต่า แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น " เธอน่า จะอายตัว เองบ้า งนะ " อลิซพูด " เด็ก ผูห ้ ญิง เก่ง ๆ อย่า งเธอ จะมานั่ง ร้อ งไห้อ ยูอ ่ ย่า งนีไ ้ ด้ย ัง ไง ! ฉัน ขอสั่ง ให้ห ยุด ร้อ งเดี๋ย ว นี้ ! หยุด นะ " แล้วเธอ ก็หยุดร้องไห้แอบยิ้มออกมาได้นิด หนึ่งเพราะดีใจที่สั่งตัว เองได้นั่นเองแหละ...


ตอน " ทะเลนำ้า ตา " " ว้า ย...ทำา ไมฉัน จึง รูส ้ ึก ว่า เย็น อย่า งนี้น ะ ! " ขณะ ที่อลิซร้องอย่างตกใจออกมานั้น เท้าของเธอก็ ลืน ่ ไถล และก็ " ตูม " อลิซตกลงไปลอยคออยู่ในนำ้าเค็มเสียแล้ว แวบแรกนั้นเธอคิดว่าตัวเองตก ลงไปในทะเล แต่ไม่นาน อลิซก็นึกออกว่า ตัวเอง กำาลังลอยคออยู่ในทะเลนำ้าตา ของเธอเองที่ไหล ออกมา อย่างกะเผ่าเต่าเมื่อสักครู่ นี้เสียแล้ว... " ฉัน ไม่น ่า ร้อ งไห้เ ยอะเลย " อลิซพูดขณะที่พยายาม ว่าย นำ้าเข้าหาฝั่ง "ตอนนี้เ ลยมาถูก ลงโทษให้จ ม นำ้า ตาตัว เอง ประหลาดดีแ ท้เ ลย " แล้วทันใดนั้นอลิ ซก็ ได้ยินเสียงพุ้ยนำ้าดังอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ เธอจึงพยายาม แหวกว่ายไปใกล้ ๆ เพื่อดูว่า อะไรเป็นต้นเสียง แต่เพียง ครู่เดียวอลิซก็เห็นว่า ต้นเสียงคือหนูตัวหนึ่งที่ตกนำ้าอยู่ เหมือนเธอ " ถ้า เข้า ไปคุย กับ หนูต ว ั นั้น " อลิซคิด " มัน จะมีป ระโยชน์อ ะไรล่ะ ถ้า เกิด ว่า มัน จะพูด ภาษาคนไม่ไ ด้ แต่ท ี่น อ ี่ ะไร ๆ ก็ด เู พี้ย นกัน ไปหมด


จนฉัน ไม่อ ยากหวัง อะไรทั้ง นั้น แต่เ อาเถอะคงไม่ เสีย หายหรอกนะถ้า จะลองดูน ่ะ " ว่าแล้วอลิซ ก็พูด ขึ้นว่า " หนูจ ๊ะ เธอรู้ท างที่จ ะออกไปจากทะเลนีห ่ รือ เปล่า ล่ะ ฉัน ว่า ยนำ้า จนหมดแรง แล้ว จ๊ะ หนู จ๋า " หนูตัว นั้น หันมามองอลิซด้วยท่าทางสงสัย และถ้าไม่ผิดเธอเห็น มัน ขยิบตาเล็ก ๆ ข้างหนึ่งให้ แต่มันไม่ยอมพูดอะไร " มัน คงไม่ร ภ ู้ าษาอัง กฤษแน่เ ลย " อลิซคิด " แย่จ ัง บางทีอ าจจะเป็น หนูท ี่ม าจากประเทศฝรั่ง เศสหรือ ปล่า วนะ ..ว้า " แล้วอลิซก็พูดใหม่เป็นภาษาฝรั่งเศสซึ่งก็เป็นคำา เดียว ที่เธอรู้จักและนึกขึ้นมาได้ตอนนั้น ว่า " อู เอ มา ชาต " (ซึ่งบังเอิญมันแปลว่าแมวเสียด้วย ) หนูตัวนั้น พอได้ยินก็ตะเกียก ตะกายว่ายนำ้าหนีอย่างสุด แรงเกิดจนนำ้าในทะเลนั้นแตกกระจายเลยทีเดียว " โอ๊ะ ...โอ๋ ขอโทษทีจ ๊ะ " อลิซละลำ่าละลักพูดออกมา


เพราะกลัวว่าเจ้าหนูน้อยตัวนั้น จะโกรธ " ฉัน ลืม เสีย สนิท ว่า เธอไม่ช อบแมว " "ไม่ช อบแมว.... ! " หนู พูดเสียงสั่น ๆ อย่างสยองใจ เป็นที่สุด " เธอจะชอบแมวไหมล่ะ ถ้า เธอเป็น หนูน ่ะ " พูดต่อว่าเสร็จแล้วเจ้าหนูตัวนั้นก็ทำาทีเป็นจะว่ายหนีอีก แล้ว อลิซเมื่อเห็นดังนั้นก็ร้องตาม หลังมันไปอีกว่า " อ้า ว...ก็พ ูด ได้น ี่ แต่ห นูจ ๋า กลับ มาเถิด นะฉัน จะไม่ พูด คำา ว่า แมวอีก แล้ว ถ้า เธอไม่ช อบ " พอได้ยินดัง นั้นหนูก็หยุดแล้วว่ายกลับมาพูดกับอลิซว่า " ก็ด ี แต่ ตอนนี้เ ราไปขึ้น ฝั่ง กัน ดีก ว่า เพราะรูส ้ ึก ว่า จะหนาว ๆ แล้ว ว่า ไหม?"ซึ่งตอนนั้นก็เป็นการ สมควรอย่างยิ่งที่ จะรีบขึ้นฝั่งเสียด้วย เนื่องจาก ระดับนำ้าในทะเลเริ่มสูงขึ้น เพราะพวกนกกับสัตว์อื่น ๆ ที่ตกลงมาเหมือนกันกับอลิซมี ทั้งเป็ด นกโดโด้ นกแก้ว นกอินทรีเล็ก แล้วก็สัตว์แปลก ๆ อีกหลายตัว อลิซเป็นผู้ว่ายนำาไป แล้วสัตว์ทั้งหมด ก็พา กันว่ายเข้าไปหาฝั่ง


ตอน " ทะเลนำ้า ตา " " ว้า ย...ทำา ไมฉัน จึง รูส ้ ึก ว่า เย็น อย่า งนี้น ะ ! " ขณะ ที่อลิซร้องอย่างตกใจออกมานั้น เท้าของเธอก็ ลืน ่ ไถล และก็ " ตูม " อลิซตกลงไปลอยคออยู่ในนำ้าเค็มเสียแล้ว แวบแรกนั้นเธอคิดว่าตัวเองตก ลงไปในทะเล แต่ไม่นาน อลิซก็นึกออกว่า ตัวเอง กำาลังลอยคออยู่ในทะเลนำ้าตา ของเธอเองที่ไหล ออกมา อย่างกะเผ่าเต่าเมื่อสักครู่ นี้เสียแล้ว... " ฉัน ไม่น ่า ร้อ งไห้เ ยอะเลย " อลิซพูดขณะที่พยายาม ว่าย นำ้าเข้าหาฝั่ง "ตอนนี้เ ลยมาถูก ลงโทษให้จ ม นำ้า ตาตัว เอง ประหลาดดีแ ท้เ ลย " แล้วทันใดนั้นอลิ ซก็ ได้ยินเสียงพุ้ยนำ้าดังอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ เธอจึงพยายาม แหวกว่ายไปใกล้ ๆ เพื่อดูว่า อะไรเป็นต้นเสียง แต่เพียง ครู่เดียวอลิซก็เห็นว่า ต้นเสียงคือหนูตัวหนึ่งที่ตกนำ้าอยู่ เหมือนเธอ " ถ้า เข้า ไปคุย กับ หนูต ว ั นั้น " อลิซคิด " มัน จะมีป ระโยชน์อ ะไรล่ะ ถ้า เกิด ว่า มัน จะพูด ภาษาคนไม่ไ ด้ แต่ท ี่น อ ี่ ะไร ๆ ก็ด เู พี้ย นกัน ไปหมด


จนฉัน ไม่อ ยากหวัง อะไรทั้ง นั้น แต่เ อาเถอะคงไม่ เสีย หายหรอกนะถ้า จะลองดูน ่ะ " ว่าแล้วอลิซ ก็พูด ขึ้นว่า " หนูจ ๊ะ เธอรู้ท างที่จ ะออกไปจากทะเลนีห ่ รือ เปล่า ล่ะ ฉัน ว่า ยนำ้า จนหมดแรง แล้ว จ๊ะ หนู จ๋า " หนูตัว นั้น หันมามองอลิซด้วยท่าทางสงสัย และถ้าไม่ผิดเธอเห็น มัน ขยิบตาเล็ก ๆ ข้างหนึ่งให้ แต่มันไม่ยอมพูดอะไร " มัน คงไม่ร ภ ู้ าษาอัง กฤษแน่เ ลย " อลิซคิด " แย่จ ัง บางทีอ าจจะเป็น หนูท ี่ม าจากประเทศฝรั่ง เศสหรือ ปล่า วนะ ..ว้า " แล้วอลิซก็พูดใหม่เป็นภาษาฝรั่งเศสซึ่งก็เป็นคำา เดียว ที่เธอรู้จักและนึกขึ้นมาได้ตอนนั้น ว่า " อู เอ มา ชาต " (ซึ่งบังเอิญมันแปลว่าแมวเสียด้วย ) หนูตัวนั้น พอได้ยินก็ตะเกียก ตะกายว่ายนำ้าหนีอย่างสุด แรงเกิดจนนำ้าในทะเลนั้นแตกกระจายเลยทีเดียว " โอ๊ะ ...โอ๋ ขอโทษทีจ ๊ะ " อลิซละลำ่าละลักพูดออกมา


เพราะกลัวว่าเจ้าหนูน้อยตัวนั้น จะโกรธ " ฉัน ลืม เสีย สนิท ว่า เธอไม่ช อบแมว " "ไม่ช อบแมว.... ! " หนู พูดเสียงสั่น ๆ อย่างสยองใจ เป็นที่สุด " เธอจะชอบแมวไหมล่ะ ถ้า เธอเป็น หนูน ่ะ " พูดต่อว่าเสร็จแล้วเจ้าหนูตัวนั้นก็ทำาทีเป็นจะว่ายหนีอีก แล้ว อลิซเมื่อเห็นดังนั้นก็ร้องตาม หลังมันไปอีกว่า " อ้า ว...ก็พ ูด ได้น ี่ แต่ห นูจ ๋า กลับ มาเถิด นะฉัน จะไม่ พูด คำา ว่า แมวอีก แล้ว ถ้า เธอไม่ช อบ " พอได้ยินดัง นั้นหนูก็หยุดแล้วว่ายกลับมาพูดกับอลิซว่า " ก็ด ี แต่ ตอนนี้เ ราไปขึ้น ฝั่ง กัน ดีก ว่า เพราะรูส ้ ึก ว่า จะหนาว ๆ แล้ว ว่า ไหม?"ซึ่งตอนนั้นก็เป็นการ สมควรอย่างยิ่งที่ จะรีบขึ้นฝั่งเสียด้วย เนื่องจาก ระดับนำ้าในทะเลเริ่มสูงขึ้น เพราะพวกนกกับสัตว์อื่น ๆ ที่ตกลงมาเหมือนกันกับอลิซมี ทั้งเป็ด นกโดโด้ นกแก้ว นกอินทรีเล็ก แล้วก็สัตว์แปลก ๆ อีกหลายตัว อลิซเป็นผู้ว่ายนำาไป แล้วสัตว์ทั้งหมด ก็พา กันว่ายเข้าไปหาฝั่ง


ตอน... " เกมเพือ ่ ทำา ให้ต ว ั แห้ง ของนกโดโด้" ทั้งหมดที่มาขึ้นฝั่งด้วยกันนั้น แต่ละตัวล้วนแต่เปียกโชก หงุดหงิด เพราะไม่ สบายเนื้อสบายตัว แล้วก็ไม่ต้องสงสัย เลยว่าคำาถามข้อแรกก็คือ ทำายังไงตัวถึง จะแห้งได้ พวก สัตว์ปรึกษากันในเรื่องนี้ เพียงไม่กี่นาทีต่อมา อลิซก็ไม่รู้ สึกแปลกใจ อะไรเลยที่ตัวเองพูดคุยกับ สัตว์ทั้งหลายได้ อย่างคุ้นเคย ราวกับว่ารู้จักกันมานาน แสนนานนักหนา แล้วนกโดโด้ซึ่งดูเหมือนว่า จะเป็นผู้ที่มีสิทธิ์มีเสียงสูงสุด ใน บรรดาสัตว์ทุกตัวก็ประกาศขึ้นว่า " ยืน จับ มือ กัน ให้เ ป็น วงกลมให้ห มด แล้ว ฟัง ฉัน ให้ ดี ! ฉัน จะให้ท ุก คนตัว แห้ง ในอีก เดีย ๋ วเดีย วนี่แ หละ " พวกสัตว์พากันยืนขึ้นทันที โดยยืน จับ มือกันเป็น วงกลมรวมทั้งนกโดโด้ดว ้ ย " อะแฮ่ม ! " เสียงนกโดโด้กระแอมราวกับจะกล่าว เรื่อง สำาคัญ" วิธ ีก ารที่ด ท ี ี่ส ด ุ ในการที่จ ะทำา ให้เ ราตัว แห้ง คือ การเล่น เกมเพือ ่ ทำา ให้ต ว ั แห้ง "


" เกมเพือ ่ ทำา ให้ต ว ั แห้ง ... เป็น ยัง ไงเหรอ " อลิซ ถามขึ้น "อย่า ถามเลย " นกโดโด้ตอบ " คำา ตอบทีด ่ ีท ส ี่ ุด คือ การลงมือ ทำา ! " แรกเริ่มเลยนั้น นกโดโด้ก็ขีดเส้นสนามเหมือน จะเป็นวงกลม แล้วทั้งหมด ก็ยืนเรียงกันไปตามเส้น " หนึ่ง สอง สาม...วิง่ " สัตว์ ทั้งหลาย เพียงแต่เริ่มวิ่งกันตาม ถนัดและก็หยุดวิ่งกัน ตามใจก็เป็นอันบอกไม่ได้ว่าเกมนี้จะสิ้นสุด ลงเมื่อไหร่ แต่ พอวิ่งกันมาได้ราว ๆ ครึ่งชั่วโมง และตัวเริ่มแห้งกัน แล้ว จู่ ๆ นกโดโด้ ก็ร้องออกมาดัง ๆ ว่า " จบเกมแล้ว ! " พว กสัตว์ต่าง ๆ พากันทยอยกันกลับออก ไปทีละตัว อลิซผู้ น่าสงสารเริ่มร้องไห้อีกครั้ง คราวนี้เธอรู้สึกเศร้าและเดียว ดายอย่าง เหลือเกิน แต่สักพักอลิซก็ได้ยินเสียงฝีเท้าแป๊ะๆ ดังมา ไกล ๆ เธอรีบเงยหน้าขึ้นมอง ไปที่ต้นเสียงทันที ภาพที่ปรากฏเป็นกระต่ายขาวตัวนั้นนั่นเอง มันเดินกลับ ไปกลับมาช้า ๆ พร้อมกับมองไปรอบ ๆ ตัวด้วยท่าทางวิตก กังวล เหมือนมันได้ทำาอะไรหายไป อลิซได้ยินเสียง มัน พูดงึมงำากับ ตัวเองว่า


" ฉัน ไปทำา มัน หล่น หายทีไ ่ หนน้า " ทันใดนั้นอลิซก็นึกออกว่า มันคงกำาลังหาพัดกับถุงมือ ที่ ทำาจากหนังแพะสีขาวอย่างแน่ ๆ เลย และด้วยความที่ เป็นเด็กดี อลิซจึงเริ่มมองหาของสองอย่าง นั้นด้วย...แต่ ว่าหาเท่าไหร่ก็หาไม่พบ เพียงครู่เดียวกระต่ายก็สังเกต เห็นอลิซซึ่งกำาลังเดินหาถุงมือกับพัดอยู่ให้วุ่น มันจึง ร้อง เรียกด้วยนำ้าเสียงที่ดูเหมือนว่าโกรธเคือง " นี่ แม่แ มรี่แ อนน์ มามัว ทำา อะไรอยู่ นี่น ่ะ วิง่ กลับ ไปทีบ ่ ้า นเดีย ๋ วนี้เ ลย แล้ว หยิบ ถุง มือ กับ พัด มาให้ ฉัน เร็ว เข้า ! " อลิซ ตกใจมากและก็ด้วยความที่ตกใจมากนั่นเองเลย ไม่ทันได้คิดอะไร เธอรีบวิ่งไป ตามทางที่กระต่ายชี้มือ โดยอัตโนมัติและไม่ทันได้ อธิบายว่ากระต่ายนั้นเข้าใจ ผิด " เขาคงคิด ว่า ฉัน เป็น สาวใช้ท บ ี่ ้า น " อลิซพูดกับตัว เองขณะที่วิ่ง " เขาจะแปลกใจ ขนาดไหนนะถ้า รูว ้ ่า จริง ๆ แล้ว ฉัน เป็น ใคร แต่ว ่า ฉัน ควรเอาพัด กับ


ถุง มือ มาให้เ ขา เร็ว ๆดี กว่า ถ้า หาได้น ะ " สักครู่อ ลิซก็มองเห็นบ้านเล็ก ๆน่ารักหลังหนึ่ง อลิซรีบเข้าไปใน บ้านนั้นโดยไม่ได้เคาะประตูให้เสียเวลา ถึงตอนนี้อลิซเข้า มาอยู่ใน ห้องเล็ก ๆ ที่เป็นระเบียบ มีโต๊ะวางอยู่ที่ตรงข้าง หน้าต่าง บนโต๊ะตัวนั้นไม่มีถุงมือ และพัด แต่มีขวดเล็ก ๆ ใบหนึ่งตั้งอยู่ คราวนี้ไม่มีตัวหนังสือที่ขวดว่า " ดื่ม ฉัน สิ " แต่อลิซก็เปิด ฝาจุกแล้วยกปากขวดขึ้นเตรียมจ่อที่ริม ฝีปาก " ฉัน รูว ้ ่า จะต้อ งมีเ รื่อ ง น่า สนุก อีก แน่ ๆ " เธอ พูดกับตัวเอง " อยากดูซ ว ิ ่า นำ้า ในขวดนี้จ ะเกิด อะไร ขึ้น แต่ถ ้า มัน สามารถทำา ให้ฉ ัน ตัว ใหญ่เ หมือ นเดิม เท่า เดิม ได้ก ค ็ งจะ ดี ชัก เบือ ่ เป็น คนตัว เล็ก ๆ แบบ นี้แ ล้ว .." แล้วก็เร็วกว่าที่อลิซคาดไว้เยอะ เพราะเมื่อดื่ม ไปได้ไม่ทันถึงครึ่งขวด อลิซก็รู้สึกว่าหัวของเธอจะชน เพดานห้องเสียแล้ว เลยจำาเป็นต้อง ก้มหัวลงมาก่อน ที่จะ คอหักเอา เธอรีบวางขวดไว้ที่เดิม พลางพูดกับตัวเองว่า " แค่น ี้ค งพอแล้ว หละนะ หวัง ว่า คงไม่ต ว ั ใหญ่ไ ป กว่า นี้อ ีก แค่น ี้ก ็จ ะออกทางประตูไ ม่ไ ด้เ สีย แล้ว ไม่


น่า ดืม ่ เข้า ไป มากอย่า งนี้เ ลย เรา ...เอ้อ " แต่ อนิจจา ! กว่าจะคิดได้ก็สายไปเสียแล้ว อลิซยังคงตัวใหญ่ ขึ้นไปเรื่อย ๆ เพียงเดี๋ยวเดียว เธอก็ต้องคุกเข่าอยู่กับพื้น และนาทีต่อมาห้องนี้ก็เล็ก ไปสำาหรับการนั่งคุกเข่าเสีย แล้ว " โอ้ย ..แย่แ ล้ว ฉัน จะเป็น ยัง ไงต่อ ไปนี่ "เคราะ ห์ยังดีทข ี่ วดมหัศจรรย์ได้ออกฤทธิ์ ของมันเต็มที่แล้ว ตัว ของอลิซคงจะไม่ใหญ่ไปมากกว่านี้ แต่เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ ก็ ลำาบากเหลือเกิน เพราะดูเหมือนว่า อลิซจะหมดโอกาส ที่จะออกไปจากบ้านนี้เสียแล้ว.... และไม่กี่นาทีต่อมาอลิ ซก็ได้ยินเสียงพูดอยู่ทข ี่ ้างนอก" เราจะต้อ งเผาบ้า นนี้ ซะ " ใช่แล้ว มันเป็นเสียงของเจ้ากระต่ายที่ กำาลังพูดและ ยืนบงการพวกสัตว์ต่าง ๆ อยู่ที่ตรงหน้าบ้าน อลิซตกใจ มากจึงตะโกนออกมาจนสุดเสียง เลยทีเดียวว่า " อย่า ทำา บ้า ๆ อย่า งนั้น นะ ! " เสียต่าง ๆ เงียบงันไป ในทันที อลิซนึกในใจว่า " ทีน ี้พ วก เขาจะทำา ยัง ไง กัน ต่อ นะ นี่ถ ้า มีค วามคิด กัน สัก หน่อ ย ก็น ่า จะคิด ได้ว ่า ควรรื้อ หลัง คาออกซะ " แต่ราว ๆ หนึ่งหรือสอง


นาทีหลังจากนั้น พวกข้างนอกก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง อ ลิซได้ยินเสียงกระต่ายพูดขึ้น อีกครั้งว่า" ตอนนี้เ ห็น ว่า จะสัก คัน รถหนึ่ง เห็น จะพอ " " คัน รถหนึง่ ...อะไรกัน นะ ! " อลิซ คิด แต่เธอ ก็ไม่ ต้องสงสัยอยู่นานหรอก เพราะครู่ต่อมากรวดกับหินเม็ด เล็ก ๆก็ถูก กระหนำ่าขว้างมาที่หน้าต่าง บางเม็ดก็ขว้างมา โดนหน้าของเธอด้วย " ฉัน จะต้อ งหยุด พวกเขาให้ ได้ " อลิซนึกโมโหก่อนที่จะตะโกนออก ไปดัง ๆ ว่า " หยุด ขว้า งได้แ ล้ว นะ ! " คำาพูดนี้ ดูเหมือนจะได้ผล เพราะมันทำาให้เกิดความเงียบงันขึ้น มาอีกครั้ง...แล้วจาก นั้น อลิซก็ต้องแปลกใจมากขึ้นไปอีก เมื่อเธอสังเกตเห็น ว่าเม็ดกรวดเม็ดหินทั้งหลาย กลับกลายมาเป็นขนมคุ๊กกี้ หล่นอยู่ทบ ี่ นพื้น แล้วทันใดนั้นเธอก็ได้ความคิดเด็ด ๆ ขึน ้ มาอย่างหนึ่ง " ถ้า ฉัน จะกิน ขนมคุก ๊ กี้น ส ี่ ัก ชิ้น เข้า ไป ตัว ของฉัน จะต้อ งมีอ ะไรเปลีย ่ น อีก แน่ ๆ เลย แล้ว ในเมื่อ มัน ไม่ม ท ี าง ทำา ให้ฉ ัน ตัว ใหญ่ก ว่า นี้ไ ด้อ ีก ก็ค งมีแ ต่


เล็ก ลงล่ะ นะ.. ฉัน ว่า " ดังนั้นอลิซจึงกินขนมคุ๊กกี้ไป ชิ้นหนึ่ง และ ก็ให้เป็นดีใจยิ่งนักที่ตัวของเธอเริ่มหด เล็ก ลงมาทันที เมื่อตัวของเธอเล็กพอที่จะออกทางประตูได้ อ ลิซ ก็รีบวิ่งออกไปจากนอก บ้านทันที ฝูงสัตว์ต่าง ๆ ที่อยู่ ที่ตรงหน้าบ้าน เมื่อมันมองมาเห็นอลิซเข้าทั้งหมดก็พากัน กรูมาที่อลิซทันที แต่อลิซ ก็รีบวิ่งหนีไปอย่างที่เรียกว่าสุด ชีวิต และสุดท้ายเธอก็หนีมา จากที่นั่นได้ เมื่อเธอวิ่งมา ถึงที่ตรงป่ารกแห่ง หนึ่ง " สิง่ แรกที่ฉ ัน ต้อ งทำา " อลิซ พูดกับ ตัวเองขณะเดินเตร่อยู่ในป่า " คือ ทำา ให้ร ่า งกาย ของฉัน เป็น ขนาดเดิม ให้ไ ด้ และอย่า งที่ สองก็ค ือ หาทางเข้า ไปในสวนทีส ่ วยงามนั่น นีล ่ ่ะ แผนที่ย อด ทีส ่ ุด " ขณะที่ มองหาทางเรื่อยเปื่อยไปตามต้นไม้นั่นเอง อลิซก็ได้ยินเสียงเห่ากรรโชก ดังมาจากเหนือศรีษะของ ตัวเอง เธอรีบเงยหน้าขึ้นมองทันที มันเป็นสุนัขตัว มหึมา ตัวหนึ่งมันยืดเล็บเท้าข้าง หนึ่งออกมาพยายามจะแตะ ให้ ถูกตัวของเธอพร้อมทั้งเห่าไปด้วย " น่า กลัว จัง "เธอ พยายามผิวปากให้มัน แต่เธอก็กลัวเหลือเกินว่า มันอาจ


จะหิว ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ก็มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่มัน อาจจะกินเธอซะใครจะไปรู้ได้ใช่ไหมล่ะ อลิซแทบ จะไม่รู้ ตัวว่าทำาอะไรลงไป เธอเอื้อมไปหยิบกิ่งไม้อันหนึ่งมาได้ก็ ขว้างไปข้างหน้าจนสุดแรง ทัน ใดนั้นเจ้าสุนัขตัวนั้นก็ กระโดดตามไม้ไปจนตัวลอย อลิซจึงได้จังหวะรีบหลบวูบ เข้าไป ทีห ่ ลังพุ่มหนาม และเธอเห็นว่าเป็นโอกาสอันงามที่ จะหนี เธอเริ่มวิ่งทันที วิ่งไปข้างหน้า จนกระทั่งเริ่มเหนื่อย จนกระทั่ง เสียงเห่าของเจ้าสุนัขตัวนั้นจางหายไปแล้ว " ที่จ ริง มัน ก็น า่ รัก เอยู่เ หมือ นกัน นะ ..แล้ว ที่ส ำา คัญ มัน ก็ห ลอก ง่า ยเสีย ด้ว ยสิ. ." อลิซพูดทั้งหัวเราะ ขณะ ที่ยืนพักเหนื่อยพิงต้นไม้ต้นหนึ่ง พร้อมกับเด็ดเอาใบของ มันมา พัดแก้ร้อน " ตอนนี้ ฉัน จะต้อ งหาทางทำา ให้ต ว ั ใหญ่ข ึ้น เสีย ก่อ นอื่น ใด เดี๋ย วก่อ นนะ...แล้ว จะทำา ยัง ไงดีล ่ะ ก็ น่า จะ ต้อ งกิน หรือ ดื่ม อะไรสัก อย่า งนั่น แหละ แต่ ปัญ หามัน มีอ ยูว ่ ่า ...แล้ว อะไรล่ะ " อลิซพยายามมอง ไป ที่รอบ ๆ ตัวของเธอ และได้เห็นว่ามีหนอนผีเสื้อสีเขียว


ตัวใหญ่ กำาลังนั่งพับแขน อยู่บนดอกเห็ด มันกำาลังสูบ กล้องอันยาว และไม่ได้สนใจอลิซและ สิ่งต่าง ๆ รอบตัว เลยแม้แต่น้อย ตอน..." คำา แนะนำา จากหนอนผีเ สื้อ " หนอนผีเสื้อกับอลิซมองสบตากันอยู่เงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ใน ที่สุดมันก็เอากล้องออกจากปาก แล้วเอ่ยทัก อลิซด้วย เสียงเนือย ๆเหมือนคนง่วงนอน " เธอเป็น ใครกัน " หน อนผีเสื้อถาม อลิซจึงตอบออกไปอย่างขลาด ๆ ว่า " เออ ฉัน ...ตอนนี้ฉ ัน บอกไม่ถ ูก ค่ะ คุณ หนอน ผีเ สื้อ ... เพราะตอนนี้ฉ ัน คิด ว่า ฉัน ไม่ใ ช่ต ว ั เองเลย เห็น ไหมคะ " " ฉัน ไม่เ ห็น " หนอนผีเสื้อตอบ แล้วย้อนไปสูบกล้องนิ่ง เงียบ แล้วในที่สุดมันก็ปล่อยแขนลงอีกครั้งเอากล้องยา ออก จากปากแล้วพูดอีกว่า" เธอคิด ว่า ตัว เองเปลี่ย น ไปงั้น รึ " " ฉัน คิด ว่า อย่า งนั้น ค่ะ " อลิซตอบ " ฉัน จำา อะไร ๆไม่ไ ด้เ หมือ นเมือ ่ ก่อ น แล้ว ตัว ฉัน ก็


ใหญ่บ ้า งเล็ก บ้า งไม่ห ยุด เลย " " เธออยากตัว ใหญ่เ ท่า ไหนรึ" หนอนผีเสื้อถาม " อ๋อ ความจริง ฉัน ไม่ไ ด้เ จาะจง เรื่อ งขนาดหรอกค่ะ เพีย งแต่. .. คนเราไม่ม ีใ ครอยากเปลีย ่ น ขนาด ของตัว เองบ่อ ย ๆ จริง ไหมคะ " " ฉัน ไม่ร ว ู้ ่า จริง ไหม " หนอนผีเสื้อตอบ อลิซจึงไม่ยอม พูดอะไรอีก เธอไม่เคยถูกใครพูดแบบขัดคออย่างนี้มา ก่อนในชีวิตจึงเริ่มจะรู้สึกโกรธขึ้นมานิด ๆ " ตอนนี้เ ธอพอใจ ขนาดที่เ ป็น อยูต ่ อนนีห ้ รือ ยัง ล่ะ " หนอนผีเสื้อถามขึ้นมาอีก " เอ้อ .. ฉัน อยากจะใหญ่ข น ึ้ อีก นิด ค่ะ ถ้า คุณ ไม่ ว่า อะไรนะคะ " อลิซตอบ " การสูง แค่ส ามนิว ้ นี่ม ัน น่า เศร้า มากเลยนะคะ " " เป็น ความสูง ที่เ หมาะดีอ อก " หนอนผีเสื้อพูดด้วยนำ้า เสียงโกรธนิด ๆ พร้อมกับยืดตัวตรงขณะที่พูด ( ตัวมันเอง สูงสามนิ้วพอดี ) " แต่ฉ ัน ไม่ช ิน นี่ค ะ " อลิซพยายาม ทำาเสียงอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา " ต่อ ไปเธอก็ ชิน เอง


แหละ "ประมาณนาทีหรือสองนาทีหลังจากนั้นหนอน ผีเสื้อ ก็เอากล้องออกจากปากหาว หวอด ๆ สะบัดตัว แล้ว ก็ลงมาจากดอกเห็ด คลานหายไปในกอหญ้า แต่ขณะที่ คลาน นั้นมันก็พูดออกมา ว่า " ด้า นหนึ่ง จะทำา ให้เ ธอสูง ขึ้น อีก ด้า นหนึ่ง จะทำา ให้ เธอเตีย ้ ลง " " ด้า นหนึ่ง ของอะไรล่ะ ด้า นหนึ่ง ของ อะไร ! " อ ลิซคิดในใจ " ของดอกเห็ด " หนอนผี เสื้อพูดราวกับ มันได้ยินเธอถามออกไปจริง ๆ แต่เพียง เดีย ๋ วเดียวมันก็ คลานลับสายตาไป อลิซจ้องมองเห็ดอย่างพินิจพิเคราะห์ อยู่พักหนึ่ง พยายามดูว่าส่วนไหน คือด้านสองด้านที่ว่า และเนื่องจากเห็ดนั้นมีรูปร่างกลมไร้เหลี่ยมหรือมุมใด ๆ อ ลิซคิดว่าปัญหานี้ช่างตอบ ยากเหลือเกิน แต่ในที่สุดอลิ ซก็ยืดแขนสองข้างออกไปโอบรอบเห็ดไว้แล้วบิขอบสอง ข้าง ด้วยมือแต่ละข้าง " ทีน ข ี้ ้า งไหนเป็น ข้า งไหนล่ะ " อลิซพูดกับตัวเอง แล้วลอง กินเห็ดในมือขวาไปนิดหนึ่ง


เพื่อทดลองดูผล ครู่ต่อมาเธอรู้สึกว่าถูกกระแทก อย่างแรง ตรงใต้คาง ปรากฏว่าคางของเธอกระแทกเข้ากับเท้าของ ตัวเอง ! อลิซตกใจกับความเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน ครั้งนี้จนทำาอะไรไม่ถูก แต่เธอ รู้สึกว่าจะรอช้าไม่ได้เสีย แล้ว เพราะตัวของเธอกำาลังหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น อลิซจึงกินเห็ดอีกข้างหนึ่งทันที คางของเธอ กดแน่นอยู่ บนเท้าจนแทบ จะอ้าปากออกไม่ได้ กระนั้นอลิซก็ทำา สำาเร็จในที่สุด เธอกลืนเห็ดข้างซ้ายลงไป จนได้ " เอาละ หัว ของฉัน โผล่อ อกมาแล้ว " อลิซพูดด้วยนำ้าเสียงดีใจ ซึ่งกลับ แปลเปลี่ยนเป็นความตื่น ตระหนกในวินาทีต่อมา เมื่อเธอได้พบว่าเธอมอง ไหล่ของตัวเองไม่เห็น และเมื่อ เธอก้มลงมองตัวเอง สิ่งเดียวที่มองเห็นคือลำา คอยาวยืด ดู เหมือนมันจะยืดขึ้นราวกับปล่องไฟโผล่ทะลุขึ้นมากลาง ผืนใบไม้ ที่เห็นอยู่ และดูเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถที่จะ ยกมือขึ้นมา ถึงศรีษะได้ อลิซพยายามที่จะก้มหัวลงไปหา มือ แล้วพลันก็มีเสียงซู่ ๆดังขึ้น นกพิราบตัวใหญ่บินพุ่ง ชนหน้าเธอ และกำาลังใช้ ปีกของมันตีเธออย่างแรง


" เจ้า งูร ้า ย ! " นกพิราบร้องตะโกน " ฉัน ไม่ใ ช่ง ูน ะ " อลิซตอบอย่างเคือง ๆ "ออกไปนะ ฉัน ขอยำ้า ว่า เจ้า คือ งู " นกพิราบพูดต่อไปอีก " แค่ฉ ัน ฟัก ไข่ก ย ็ าก เย็น แสน เข็น อยูแ ่ ล้ว นีย ่ ัง ต้อ งเฝ้า ระวัง งูอ ย่า งพวกเจ้า ทั้ง กลางวัน และกลางคืน อีก ให้ต ายสิ นีส ่ ามอาทิต ย์ มาแล้ว นะที่ฉ ัน ยัง ไม่ไ ด้ หลับ เลยสัก งีบ ! " นกพิราบ ครวญ คราง " ฉัน เสีย ใจด้ว ยจ๊ะ แต่ว ่า ฉัน ไม่ใ ช่ง ห ู รอกนะ จริง ๆแล้ว ฉัน เป็น เด็ก ผู้ห ญิง ที่ น่า สงสารคนหนึ่ง ...ฉัน คิด ว่า นะ "อลิซพยายามอธิบาย " เรอะ...งั้น ก็ไ ปไกล ๆ เลย " เสียงตอบของนกพิราบดูเต็มไปด้วยความโกรธ เกรี้ยวพลางบินหนีไปที่รังไข่ของมัน อลิซก้มหัวลงให้ ต้นไม้มากที่สุดเท่าที่จะทำาได้ แต่ว่าคอของเธอคอยแต่จะ พันกับกิ่งไม้ อยู่เรื่อย สักพักหนึ่งเธอจึงลงมือกินเห็ดที่อยู่ ในมืออย่างระมัดระวัง กัดชิ้นหนึ่ง แล้วไปกัดอีกชิ้นหนึ่ง บางครั้งตัวเธอก็ยืดขึ้นบางครั้งก็หดลง จนกระทั่งมาอยู่ใน


ขนาดปกติได้ในที่สุด "เอาหละกว่า จะกลับ มาเป็น ปกติไ ด้น ี่ มัน ชั่ง วุ่น วายเสีย จริง ๆ แต่ว ่า ไอ้ก าร เปลีย ่ นไปเปลีย ่ นมานี่ม ัน น่า ทึ่ง เสีย จริง ๆ ฉัน เดา ไม่อ อกเลยนะเนีย ่ ว่า เดี๋ย วฉัน จะเปลีย ่ นไปยัง ไง อีก แต่ย ัง ไงก็ต ามเถอะ..ตอนนี้ฉ ัน กลับ มาตัว เท่า เดิม แล้ว นี่ ขัน ้ ต่อ ไปก็ค อ ื หาทางเข้า ไปในสวนที่ สวยงามนั่น ให้ไ ด้. ..แล้ว จะเข้า ไปได้ย งั ไง น้า ... สงสัย จัง " พูดยังไม่ทันจบอลิซก็เกือบสะดุ้ง ตอน..." คำา แนะนำา ของแมวเชสเชอร์ " เมื่อเหลือบไปเห็นแมวเชสเชอร์ ( เขาว่ากันว่ามันเป็นแมว เจ้าเล่ห์ที่ยิ้มได้ ) นั่งอยู่ บนคาคบไม้ไม่ห่างออกไปมากนัก เจ้าแมวเพียงแค่ยิ้มเมื่อเห็นอลิซ เธอรู้สึกว่า มันเป็นแมว นิสัยดี แต่เนื่องจากเล็บเท้าของมันยาวมาก เขีย ้ วก็ดู เหมือนจะยาว มากด้วย เธอจึงคิดว่าควรจะปฏิบัติกับมัน ด้วยท่าทางที่เคารพสักหน่อย " คุณ เหมีย วเชสเชอร์จ ๊ะ " อลิซเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเบา เพราะเดาไม่ถูกว่ามันจะ ชอบชื่อนี้หรือเปล่า แต่มันก็เพียง


แต่ฉีกยิ้มกว้างขึ้นมาอีกนิดหน่อย เอาน่า..ดู ท่าทางมันจะ เป็นแมวที่อารมณ์ดีอยู่หรอก แล้วจึงพูดต่อว่า " ช่ว ยบอกหน่อ ยสิ ว่า จากตรงนี้ฉ ัน ควรจะไปทาง ไหนดี" " เรื่อ ง มัน ขึน ้ อยูท ่ ี่ว า่ เธออยากจะไปไหนน่ะ สิ " แ มวเชสเชอร์ตอบ " ฉัน ไม่เ ลือ กว่า ที่ไ หนหรอก ...ขอ แค่ฉ ัน ได้ไ ป ทีไ ่ หนสัก แห่ง ..." อลิซตอบ " เรื่อ งนั้น สบายมาก ถ้า เธอเดิน ทนสัก หน่อ ย " แมวตอบ อลิซ รู้สึกว่าคำาพูด ของมันไม่อาจปฏิเสธได้ เธอจึงลองถาม เรื่องอื่น " คนที่อ ยูแ ่ ถว ๆนี้เ ป็น ใครกัน บ้า งจ๊ะ " " ทางนั้น ...." เจ้าแมวพูดพลางยกอุ้งเท้าขวาขึ้นแกว่ง ไปมา " มีค นขายหมวก ส่ว นอีก ทาง ..." มันยกอุ้งเท้า ซ้ายขึ้นแกว่ง บ้าง " มีก ระต่า ยมีน าคมอยู่ เธออยาก ไปหาใครก็ด า้ ย บ้า เหมือ นกัน หมดนั่น แหละ ! " "แต่ฉ ัน ไม่อ ยาก เจอคนบ้า นี่ " อลิซทวง " โอ้ย ทำา ไงได้ ล่ะ เธอ คนแถวนีบ ้ ้า กัน ทั้ง นั้น ฉัน ก็บ ้า เธอก็ บ้า "


แมวตอบ " เธอ รูไ ้ ด้ย ัง ไงว่า ฉัน บ้า " อลิซถาม " เธอ ต้อ งบ้า อยู่แ ล้ว ไม่ง ั้น เธอก็ไ ม่ม าที่น ห ี่ รอก " อลิซคิด ว่านั่นเป็นเหตุผล ที่ไม่เข้าท่าเลยแม้แต่น้อย แต่เธอก็ยัง ถามต่อไป " แล้ว เธอรูไ ้ ด้ย ัง ไงว่า เธอบ้า " " ข้อ แรกคือ หมาไม่ไ ด้บ ้า เธอยอมรับ ข้อ นี้ไ หม " แ มวถามกลับ " คงใช่ม ั้ง " อลิซว่า " เอาละ ทีน ี้ เวลา หมาโกรธมัน จะคำา รามใช่ไ หม แล้ว ก็แ กว่ง หาง เวลาชอบใจ ส่ว นฉัน คำา รามเวลาชอบใจ แล้ว แกว่ง หางเวลาฉัน โกรธ ก็แ สดงว่า ฉัน บ้า น่ะ ซิ เข้า ใจหรือ ยัง " แมวอธิบาย " เขาเรีย กว่า ครางตะ หาก ไม่ใ ช่ค ำา ราม " อลิซแย้ง " เธอจะยัง ไงก็เ รื่อ ง ของเธอ เปลีย ่ นเรื่อ งดีก ว่า วัน นี้เ ธอจะไปเล่น ตีบ อลลอดห่ว งกับ พระราชิน ห ี รือ เปล่า ล่ะ "แมวถาม " มีด ้ว ย หรือ ฉัน อยากเล่น มาก เลย แต่ไ ม่เ ห็น มีใ ครชวนสัก คน " อลิซตอบ " ไว้เ จอกัน ที่น ั่น แล้ว กัน " แมวพูดแล้ว หายวับไปกับ ตา แต่อลิซไม่ได้แปลกใจอะไร เท่าไหร่นัก เพราะเธอดูจะ


คุ้น ๆ กับเรื่องที่แปลกประหลาด ทั้งหลายเสียแล้ว สักครู่ ใหญ่อลิซก็ตัดสินใจที่จะเดินไปในทิศที่เจ้าแมวบอกว่า กระต่ายมีนาคมอาศัยอยู่ "กระต่า ยมีน าคมดูจ ะน่า สนใจที่ส ด ุ ตอนนี้เ ป็น เดือ นพฤษภา คิด ว่า มัน คงจะ ยัง ไม่บ า้ น้า อย่า งน้อ ยก็ไ ม่บ ้า เท่า เดือ นมีน าล่ะ " ขณะพูดคำานี้เธอก็เงยหน้าขึ้น แล้วก็พบว่า เจ้าแมวเชส เชอร์มาปรากฏอยู่บนกิ่งไม้เหนือ ศรีษะของเธออีกครั้ง " เมื่อ กี้เ ธอพูด ว่า เดือ นนี้ม ัน เดือ นพฤษภาเหรอ " มัน ถาม " ใช่ฉ ัน พูด แน่ ๆ แล้ว ก็. .. เธออย่า ไป ๆ มา ๆ ปุบ ปับ อย่า งนี้ส ิ เวีย นหัว ไปหมดแล้ว " อลิซพูด " ก็ไ ด้ " เจ้าแมวเชสเชอร์ว่า คราวนี้ ตัวมันค่อย ๆ จางหาย ไป เริ่มจากปลายหาง และสุดท้ายก็คือปากฉีกยิ้มของมัน ซึ่งยัง คงเห็นลอยอยู่สักพัก หลังจากส่วนอื่น ๆ หายไปหมดแล้ว " อึ้ม ...ฉัน เคยเห็น แต่แ มว ไม่ม ีร อยยิ้ม " อลิซคิดในใจ " แต่ร อยยิม ้ โดยไม่ม แ ี มวนีส ่ ิ ! แปลกดีไ ม่เ คยเห็น อะไร ที่


แปลกประหลาดอย่า งนี้ม าก่อ นเลยจริง ๆ ให้ต ายสิ "

ตอน..." งานเลีย ้ งนำ้า ชาของคนบ้า " อลิซเดินมาไม่ไกลนักก็เห็นบ้านของกระต่ายมีนาคม เธอ คิดว่าคงจะใช่อย่างแน่ ๆ เพราะที่ปล่องไฟ มีรูปร่าง เหมือนหูยาว ๆสองข้าง ส่วนหลังคาก็มุงด้วยขนกระต่าย อลิซเดินเข้าไปยังบ้านหลังนั้นด้วยท่า ทางแบบหวั่น ๆ พลางพูดกับตัวเองว่า " แล้ว ถ้า มัน บ้า อยู่ท ก ุ เดือ นฉัน จะทำา ยัง ไงดีล ่ะ จริง ๆ แล้ว ฉัน น่า จะไปหาคนขาย หมวก มากกว่า นะเนีย ่ " ใต้ต้นไม้หน้าบ้านมีโต๊ะตั้งอยู่ กระต่ายมีนาคมกับคนขายหมวก กำาลังดื่มนำ้าชากันอยู่ มี


หนูหริ่งนั่งคั่นระหว่างทั้งสอง มันกำาลังหลับสนิททีเดียว กระต่ายมีนาคมกับคนขายหมวกจึงใช้ตัวมันแทนเบาะ โดยวางแขนไว้บนตัวหนู แล้วพูดคุยข้ามหัวมันไปมา " หนูห ริ่ง ต้อ ง อึด อัด แน่ ๆ เลย " อลิซคิด " แต่ใ นเมื่อ มัน หลับ อยู่ มัน คงไม่ถ ือ สาอะไรมั้ง " โต๊ะที่ว่าเป็น โต๊ะขนาดใหญ่ แต่ทั้งสามกลับ นั่งเบียดกันอยู่ที่มุมหนึ่ง" นั่ง ไม่พ อ ! นั่ง ไม่พ อ ! " พวกเขาร้องออกมา เมื่อเห็นอลิซ เดิน เข้ามา " มีท ว ี่ ่า งเยอะ " อลิซพูดเสียง โกรธ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ที่มีพนักตัวใหญ่ ทางหัวโต๊ะ " ดื่ม ไวน์ส ิ " กระต่ายมีนาคมเอ่ยชวน อลิซมองไปทั่วโต๊ะ ก็ไม่เห็นมีอะไร แม้แต่นำ้าชาก็ไม่มี มีแต่ถ้วยกับชามเปล่า ๆ เท่านั้น " ไม่เ ห็น มีไ วน์เ ลยนี่ค ะ " เธอเอ่ย ขึ้น" ก็ไ ม่ มีน ่ะ สิ "กระต่ายตอบเสียงห้วน ๆ " ถ้า งั้น คุณ ก็เ สีย มารยาทมากที่ช วนฉัน ดื่ม ไวน์ท ั้ง ๆ ทีไ ่ ม่ม ีอ ะไร เลย " อลิซรู้สึกโกรธ" เธอก็เ สีย มารยาทมากที่น ั่ง ลง โดย ไม่ม ีใ ครเชิญ นะเนีย ่ " กระต่ายมีนาคมสวนกลับ ทันควัน


" ฉัน ไม่ร ู้น ค ี่ ะว่า เป็น โต๊ะ ของ คุณ " อลิซชี้แจง " โต๊ะ นี่น ั่ง ได้ม ากกว่า สามคนอยูแ ่ ล้ว " " เธอน่า จะไปตัด ผมเสีย หน่อ ยนะ " คนขายหมวก เอ่ยขึ้น เขามองอลิซ ด้วยท่าทางสนอกสนใจมาครู่หนึ่ง แล้ว แต่เพิ่งเอ่ยขึ้น เป็นคำาแรก " คุณ ก็ค วรจะเลิก พูด ติ ติง เรื่อ งส่ว นตัว ของคนอื่น " อลิซพูดเสียงห้วน " เป็น การเสีย มารยาทมากนะคะ " คนขายหมวกฟัง คำาพูดนี้ด้วยดวงตา เปิกกว้างแล้ว ไม่ยอมพูดอะไรอีก หนู หริ่งที่ตั้งหน้าตั้งตาหลับอยู่ก็พูดขึ้นทำาลายความเงียบทั้ง ๆ ที่ยังหลับ อยู่ " ฉัน หายใจตอนหลับ เหมือ นกับ ฉัน หลับ ตอน หายใจ จู้ ๆๆๆ" " เธอเห็น ไหมว่า ทั้ง หมดนี้ไ ร้ส าระ " คนขายหมวก สรุป แล้วทั้งหมด ก็นั่งเงียบกันไปครู่ใหญ่


" วัน นีว ้ ัน ที่เ ท่า ไหร่แ ล้ว นะ " คนขายหมวกเอ่ยขึ้น ทำาลายความเงียบขึ้นมาก่อน เขาหัน มาทางอลิซ แล้ว หยิบนาฬิกาขึ้นมาจากกระเป๋า เขาเพ่งมองมันอย่าง ยาก ลำาบาก ก่อนที่ จะเขย่านาฬิกาแล้วยกขึ้นไปชิดหู อลิซนั่ง นึกอยู่สักพัก" วัน ที่ส ี่ "อลิซตอบ " ผิด ไปสองวัน ! " คนขายหมวก อย่างโกรธเกรี้ยว " นั่น มัน เนยชั้น เยี่ย ม เชีย วนะ "กระต่ายมีนาคมตอบ เสียงอ่อย ๆ "ก็ใ ช่ แต่เ ศษขนมปัง คงปนเข้า ไปด้ว ยสิ "คนขาย หมวกบ่น ต่อไป " แกไม่น ่า ใช้ม ีด ตัด ขนมปัง เล้ย " กระต่ายมีนาคม ฉวยนาฬิกาไปแล้วทำาท่าก้ม ลงมองไปที่จานเปล่า ด้วย


ท่าทางเสียใจ มันจุ่มนาฬิกาลงไปถ้วยชาที่ไม่มีนำ้าชาของ มันเอง แล้วมองเวลาอีกครั้ง แต่ก็ไม่อาจพูด ได้มากกว่า ประโยคเดิม " นั่น มัน เนยชัน ้ เยีย ่ มเชีย วนะ " อลิซมอง ที่ นาฬิกาเรือนนั้นด้วยความแปลกใจ แล้ว พูดขึ้นว่า " นาฬิก านีแ ่ ปลกดีน ะ บอกวัน ที่ แต่ไ ม่บ อกเวลา " " ก็ท ำา ไมต้อ งบอกเวลาด้ว ย " คนขายหมวกบ่น งึมงำา " นาฬิก าบ้า นเธอบอกปีด ว ้ ยหรือ เปล่า ล่ะ " "เปล่า หรอกค่ะ " อลิซตอบอย่างร่าเริง " ก็ป ไ ี ม่ไ ด้เ ปลีย ่ น บ่อ ยไม่ใ ช่ห รือ คะ " " นาฬิก าของฉัน ก็เ หมือ นกัน นั่น แหละ " คนขาย หมวกว่า อลิซรู้สึก ประหลาดใจ เหลือจะกล่าวอะไรได้ เพราะคำาพูดของคนขายหมวกแทบจะไม่มีความ หมาย อะไรเลย ทั้งที่ใช้ภาษาเดียวกัน และถูกต้องหมดทุกคำา " ฉัน ไม่ค ่อ ยเข้า ใจอะไร ทุก อย่า งทีค ่ ุณ พูด ออกมา เลยค่ะ " อลิซตอบพร้อมทั้ง พยายามใช้นำ้าเสียงที่สุภาพ ที่สุด " เรามาทายปัญ หาปริศ นากัน เอาไหม ? " กระต่ายมี


นาคนเอ่ยขึ้น แต่อลิซ กลับถอน หายใจอย่างเหนื่อย หน่าย " ฉัน คิด ว่า พวกคุณ น่า จะทำา อะไรที่ม ีป ระโยชน์ มากกว่า จะ มานั่ง ทาย ปริศ นาทีไ ่ ม่ม ีค ำา ตอบ แล้ว นั่ง ทานนำ้า ชาที่ม ีแ ต่ถ ว ้ ยเปล่า อย่า งนี้น ะคะ เสีย เวลาเปล่า ๆฉัน ว่า " และที่สำาคัญ ตอนนี้อลิซไม่ สามารถที่จะทนนั่งฟังเรื่องราวและ คำาพูดที่ไร้สาระอย่าง นี้ได้อีกต่อไป เธอผุดลุกขึ้นด้วย ท่าทางที่นึกรังเกียจแล้ว เดินออก จากโต๊ะไปอย่างคนฉุนเฉียว หนูหริ่งยังคงหลับ อยู่อย่างเดิม ส่วนคนขาย หมวกกับกระต่าย มีนาคมก็ดู เหมือนว่าจะไม่สนใจการจากไปของเธอสักนิด แม้ว่าเธอ จะมองกลับมาหลาย ต่อหลายครั้ง เพราะอดหวังไม่ได้ว่า จะมีใครสักคนเรียกให้เธอกลับไป ภาพสุดท้ายที่เธอ เห็น นั้น ทั้งคู่กำาลัง พยายามจับเอาหนูหริ่งยัดใส่กานำ้าชา " ทำา อะไรที่ไ ร้ส าระมาก ...แต่ไ ม่ ว่า ยัง ไงฉัน ก็จ ะไม่ กลับ ไปที่น ั่น อีก " อลิซพูดขณะเดินไปในป่า " ช่า ง เป็น งานเลีย ้ งนำ้า ชาที่ ไม่ไ ด้ส ติท ส ี่ ุด เท่า ที่ฉ ัน เคย


ไปมาจริง ๆ " พอพูดจบ เธอก็สังเกตเห็นต้นไม้ต้นหนึ่ง มีประตูเปิดเข้าไปข้างในลำาต้นของมัน" น่า แปลกมาก ! " อลิซคิด" แต่ วัน นี้ด อ ู ะไรๆ ก็แ ปลกไปหมดนั่น แหละ แต่ฉ ัน ว่า ฉัน น่า จะเข้า ไปข้า งในนั้น ดู" ว่า แล้วเธอก็เดินเข้าไปใน ประตูนั้น อลิซก็พบว่าตัวเองอยู่ใน ห้องโถงกว้างห้องเดิมอีกครั้ง แล้วก็กำาลังยืนอยู่ที่ใกล้ ๆ กับโต๊ะแก้ว สามขา ตัวเดิม" คราวนี้ฉ ัน ต้อ งทำา ให้ไ ด้ด ี กว่า คราวก่อ นแน่ " อลิซพูดกับตัวเอง เธอเอื้อมมือไป หยิบลูกกุญแจทองคำามากำาไว้ จากนั้นก็กินเห็ดไปนิด หนึ่ง ( เธอเก็บ เห็ดชิ้นนี้ไว้ในกระเป๋ากระโปรง ) พอตัวของเธอ ได้ขนาดพอเหมาะที่จะเข้าไปในประตู ได้แล้ว อลิซก็ไข บานประตูให้เปิดออก แล้วจึงเดินไปตามทางเล็ก ๆ ที่เห็น นั่น และแล้ว... อลิซก็เข้าไปอยู่ในสวนสวยตระการตานี้ที่ เธอหมายมั่นปั้นมือว่าอยากจะมาได้ในที่สุด ตอนนี้เธอ กำาลังยืนอยู่ท่ามกลางหมู่ดอกไม้ที่มีสีสันสวยสดใสและ นำ้าพุที่


แสนจะสดชื่นและเย็นฉำ่า.... ตอน..." สนามตีบ อลลอดห่ว งของพระราชิน ีโ พ แดง " ใกล้ทางเข้าสวนมีกุหลาบใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง ดอกบนต้นเป็น สีขาว แต่ข้างล่างมีคนสวนสองคนกำาลังง่วน อยู่กับการ ทาสีแดงที่ดอกกุหลาบ สีขาวเหล่านั้น อลิซคิดว่าภาพที่ เห็นนี้ช่างประหลาดสิ้นดี เธอเดินเข้าไป ใกล้ ๆ เพื่อจะ มองได้ ชัดขึ้น แล้วเธอก็ได้ยินเสียงคนหนึ่งพูดว่า " ระวัง หน่อ ย เจ้า สอง อย่า ให้ส ีก ระเด็น โดน ฉัน สิ ! " " จะให้ท ำา ยัง ไงล่ะ ก็แ กกระแทกโดนศอกฉัน ก่อ น นี่เ จ้า สี่ " สองตอบเสียงเศร้า "แกอย่า มาพูด มากชอบ โทษคนอื่น เรือ ่ ยดีก ว่า เมื่อ วานฉัน ได้ย ิน พระราชิน ี ตรัส ว่า แกสมควรโดนตัด หัว อยู่ห ยก ๆ ! " สี่ เมื่อได้ ฟังดังนั้นก็เหวี่ยงแปลงในมือลงมา " เชอะ...ทีน ่ ี่ หาความยุต ิธ รรมไม่ไ ด้เ ลย ..."


ทันใดนั้นพวกเขาก็เหลือบมาเห็น อลิซที่แอบมองอยู่ จึง ชะงักกึก พร้อมกับก้มหน้างุด ๆ " ช่ว ยบอกหน่อ ยได้ ไหมคะว่า ทำา ไมพวกคุณ ต้อ งทาสีก ห ุ ลาบพวกนี้ ด้ว ยล่ะ "อลิซถามด้วย นำ้าเสียงที่ตื่นกลัวเล็กน้อย สีไ ่ ม่ พูดอะไรแต่หันไป มองสอง แล้วสองจึงเริ่มพูดด้วยเสียงตำ่า ๆ ออกมาว่า" เพราะอะไรน่ะ เรอะ คุณ หนู ก็ม ัน มีอ ยู่ ว่า ที่ต รงนี้ สมควรที่จ ะมีด อกกุห ลาบสีแ ดง แต่พ วก เรากลับ ปลูก กุห ลาบสีข าวแทน นีถ ่ ้า พระราชิน ีท รง ทราบแล้ว ละ ก็ เราสองคนก็จ ะถูก ตัด หัว อย่า ง เดีย วเท่า นั้น เอง ทีน พ ี้ อจะเข้า ใจแล้ว ใช่ไ หมคุณ


หนู ว่า เรากำา ลัง พยายามกัน อย่า ง ทีส ่ ุด ก่อ นที่ พระองค์จ ะทรงเสด็จ มา เพื่อ ..." ถึงตอนนี้ สีซ ่ ึ่ง กวาดตามองไปรอบ ๆ บริเวณสวนอยู่ ตลอดเวลาก็ร้องขึ้น ว่า " พระราชิน ี ! พระราชิน ี ! "

แล้วคนสวนทั้งสองก็รีบล้มตัวลงนอนควำ่าลง กับพื้น มี เสียงฝีเท้าหลายคูด ่ ังขึ้น อลิซมองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่น เต้นที่จะได้เห็นพระราชินี ตอนแรกอลิซเห็น ทหารถือดาบ ยาวเดินเรียงกันออกมาก่อน ทหารพวกนี้รูปร่างเหมือน คนสวน ทั้งสองคนไม่มีผิดเพี้ยน คือ ตัวเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม ผืนผ้าแบบราบ มีมือและเท้าโผล่มาจากมุมทั้งสี่ ต่อมาก็


เป็นข้าราชสำานักประมาณสิบ คน ประดับประดาด้วย เครื่องเพชรแวววาว หลังจากนั้น ก็เป็นบรรดาเด็ก ๆ เชื้อ พระวงศ์ซึ่งมีอยู่ด้วยกันประ มาณสิบคน และต่อมาก็เป็น แขกรับเชิญ ทั้งหลาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพระราชาและ พระราชินี หนึ่งในนั้น อลิซจำาได้ไม่ผิดว่าเป็นกระต่าย ขาวใส่ถุงมือตัวที่อลิซตามหานั่นเอง แต่มันเดินผ่านไป โดยไม่ได้สังเกตเห็น อลิซ และลำาดับสุดท้าย ในขบวนแห่ อันยิ่งใหญ่นี้ก็คือ พระราชากับ "พระราชิน ีโ พแดง ! " เมื่อขบวนแห่ผ่านมาถึงตรงหน้าอลิซ ทั้งขบวนก็หยุดลง แล้วพากันจ้องมาที่เธอ พระราชินี เขม้นมองเธออย่างเกรี้ยวกราด " นี่ใ ครกัน " พระนางหันไปตรัสถาม พวกมหาดเล็ก แต่ พวก เขาก็เพียงแต่โน้มตัวคำานับแล้วยิ้มให้พระนาง " ปัญ ญาอ่อ นทีส ่ ุด ! " ตรัสเสร็จ ก็ทรงส่าย พระพักตร์ อย่างอดรนทนไม่ไหว ก่อนจะหันมาทางอลิซแล้วตรัส ถาม " หนูน ้อ ย เจ้า ชื่อ อะไร " " หม่อ มฉัน ชื่อ อลิซ เพคะ " อลิซตอบอย่างสุภาพยิ่ง


" แล้ว เจ้า พวกนั้น มัน เป็น ใครกัน " พระราชินี ชีไ ้ ป ทาง คนสวนสองคนที่นอนควำ่าหน้าอยู่ที่ใกล้ ๆ ต้นกุหลาบ " หม่อ มฉัน จะไปรู้ไ ด้อ ย่า งไรล่ะ เพคะ แล้ว อีก อย่า ง มัน ก็ไ ม่ใ ช่ธ ุร ะอะไรของหม่อ มฉัน เลย " พระ ราชินีกริ้วจนหน้าแดงกำ่า หลังจากจ้อง หน้าอลิซอย่าง เขม็ง ด้วยท่าทางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พระนางทรง ร้องขึ้นเสียงแหลมทีเดียว " ตัด หัว เธอซะ ! ตัด .... " "เหลวไหล ! " อลิซพูด เสียงดังอย่างมั่นใจ พระราชินีถึงกับทรงอึ้งไปแล้ว ทรง สะบัดพระพักตร์หนีอย่างไม่ ทรงพอพระทัยก่อนที่จะทรง ตรัสกับมหาดเล็กว่า " จับ พวกมัน พลิก ขึ้น มาซิ " มหาดเล็กทำาตามรับสั่งอย่าง ระมัดระวัง โดยใช้เท้า เขี่ย " ลุก ขึ้น ! " พระราชินีรับสั่ง เสียงของพระนางทั้งแหลมทั้งดัง คนสวน ทั้งสอง จึงรีบยืนขึ้นทันที แล้วทำาความเคารพ " พวกแก มาทำา อะไรที่น ี่ " พูดไปพลางแล้วพระนางก็ หันไปทางต้น กุหลาบ คนสวนทั้งสองตอบด้วยนำ้าเสียง ที่


อ่อนน้อมเต็มที่ " ขอพระราชิน ท ี รงโปรด คือ ว่า พวก เรากำา ลัง ..............เอ้อ " " เข้า ใจแล้ว ! " พระราชินีทรง ตรัสขึ้น เพราะระหว่าง นั้นพระนางก็สำารวจดูต้นกุหลาบอยู่แล้ว " เอาไป ตัด หัว ทั้ง สองคน ! " แล้ว ก่อนที่ขบวนจะ เคลื่อนต่อไป พระราชินีก็สั่งให้มหาดเล็กนำามีดดาบอัน ใหญ่ มาส่งให้กับอลิซ แล้วพูดว่า " พระราชิน ีท รงมีค ำา สั่ง ให้เ ธอเป็น ผู้ท ำา การตัด หัว เจ้า ทั้ง สองนั่น เสีย ! "อลิซ รับมีดดาบ มาถือไว้อย่างงวยงงเพราะยังนึกอะไร ไม่ออก แล้วตอนนั้นคนสวนผู้โชคร้ายทั้งสองก็วิ่งเข้ามา หาอลิซหมายขอความช่วยเหลือ " พวกคุณ จะไม่ถ ูก ตัด หัว อย่า งเด็ด ขาด " อลิซพูดแล้วก็จับทั้งสองใส่ลงใน แจกันใบใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆแถวๆ บริเวณนั้นพร้อมทั้ง ได้ เอาสีแดงที่คนสวนนำามาทาสี ดอกกุหลาบพวกนั้นป้ายลง ไปทีค ่ มดาบ ก่อนที่จะเดินตามขบวนไปอย่างเงียบ ๆ " หัว มัน หลุด จากบ่า ไปรึย งั " พระราชินี ทรงตะโกน ถาม " หัว พวกเขาไม่อ ยู่แ ล้ว เพคะ "


อลิซตอบแล้วยืนเงียบ...." ดีม าก...จะดีข ึ้น .. แล้ว เจ้า เล่น ตีบ อลลอดห่ว งเป็น ไหม " พวกทหาร พากันนิ่ง เงียบ แล้วหันมามองทางอลิซกันเป็นตาเดียว จึงเห็นได้ชัด ว่าคำาถามนี้พระนางทรงหมาย ถึงเธอ " เป็น เพคะ " อ ลิซตอบ " งั้น มากับ เรา " พระราชินีทรงแค่นเสียงตอบ อลิซจึง เดินเข้าไปในขบวนด้วย ในใจก็อยากรู้เหลือเกินว่า อะไรจะเกิดขึ้นอีก " เข้า ประจำา ทีไ ่ ด้ ! " พระราชินี ตะโกนเสียงดังราวกับฟ้าผ่า ทุกคนก็เริ่มวิ่งแตกตื่นไปทุก ทิศ ทุกทาง บ้างก็สะดุดชนกันจนล้มลุกคลุกคลาน แต่


เพียงครู่เดียวก็เข้าประจำา ตำาแหน่งได้ อลิซ คิดว่าเธอไม่ เคยเห็นสนามตีบอลลอดห่วงที่ไหนประหลาดเท่านี้มาก่อน เลย เพราะสนามนี้ เป็นหลุมเป็นบ่อเต็มไปหมด ลูกบอลที่ ใช้เล่นคือตัวเม่นเป็น ๆ ไม้ตค ี ือนกฟลามิงโกขายาว ส่วน ประตูก็ คือทหารที่ทำาท่าสะพานโค้ง ความลำาบากประการ แรกสำาหรับอลิซก็คือการจัดการ กับนกฟลามิงโก อลิซอุ้ม ตัวมันขึ้นมาไว้ได้แล้วโดยได้เอาหัวของมันห้อยลงไปที่ ข้างล่าง แต่ ทุกครั้งที่มันยืดคอออกมาได้ยาวพอเหมาะ และเธอกำาลังจะใช้หัวของมันตีเม่น มันกลับบิด คอของมัน ขึ้นมาแล้วเงยหน้ามองหน้าของอลิซ สีหน้าของมันแสดง ถึงความงุนงงซึ่งเมื่อเห็น ตรงนี้ อลิซก็อดที่จะหัวเราะคิก ไม่ได้ทุกครั้ง แล้วพอเธอ กดหัวมันลงไปได้ และเริ่มจะตี อีกครั้ง เธอก็เป็นอันต้องโมโหใหญ่ เพราะเจ้าเม่นกลับ คลายตัวของมัน ออกมาพร้อมกับคลานหนีไป เท่านั้นยัง ไม่พอ ไม่ว่าเธอจะอุ้มนกฟลามิงโกไปทางไหนก็เจอแต่ ร่องกับคันดิน ส่วนทหารก็เอา แต่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ อื่นอยู่เรื่อย ไม่ช้าอลิซก็สรุปได้ว่า การตีบอลลอดห่วง ครั้ง


นี้ช่างเป็น เรื่องยากเย็นแสนเข็ญเสียจริง ๆ คนเล่นนั้นเล่า ต่างก็ลงมือเล่นโดยไม่มีการรอให้ถึงตาของ ตนเอง เถียง กันไปมาน่าเวียนหัว แล้วยังยื้อแย่งตัวเม่นกันอยู่อย่างนั้น เพียงไม่นานพระราชินีก็ เกิดกริ้ว ใหญ่ พระนางทรง กระทืบเท้าไม่หยุด พร้อมกับตะโกนว่า " เอามัน ไปตัด หัว ! " หรือไม่ก็ " เอาเธอไป ตัด หัว ! "อยู่ไม่หยุด หย่อน อลิซชักจะเริ่มรู้สึกว่าหายใจไม่ค่อยทั่วท้องเลยจริง ๆ แน่นอนเท่าที่ผ่านมา อลิซยังไม่เคยทำาอะไรขัดใจพระ ราชินีมาก่อนเลยก็จริง แต่เธอก็รู้ดีว่า เหตุการณ์นั้นอาจ เกิดขึ้นได้เมื่อไหร่ ก็ได้ในไม่นาทีใดก็นาทีหนึ่ง " เมื่อ ถึง ตอนนั้น ...ฉัน จะทำา ยัง ไงได้ล ่ะ แล้ว คนที่ นี่ก ็ช อบตัด หัว กัน เสีย เหลือ เกิน อยากรู้น ก ั ว่า จะมี ใครรอดชีว ิต อยูไ ่ ด้บ ้า ง " อลิซคิดด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยว และขณะที่อลิซกำาลังมองหา ทางหนีทีไล่อยู่นั้น อลิซยัง นึกสงสัย อยูว ่ ่าเธอจะแอบหนีไปโดยไม่มีใครทันสังเกต เห็นได้หรือเปล่าเท่านั้น... สักครู่พระราชินีก็ทรง เสด็จมาที่ตรงใกล้ ๆ กับที่อลิซยืน


อยู่ และทรงตรัสว่า " เธอมายืน ทำา อะไรที่น ล ี่ ่ะ แม่ หนู เราไป เล่น กัน ต่อ ดีก ว่า " อลิซพูดอะไรไม่ออกเพราะกำาลังคิดที่จะหนี อยู่นั่นเอง แต่ก็เลยจำายอมแล้วเดิน ตามพระราชินีไปตี บอลลอดห่วงต่อ แขกรับเชิญต่าง ๆ ฉวยโอกาสขณะที่ พระราชินีไม่อยู่พากัน นั่งพักใต้ ร่มไม้ แต่ทันทีที่เห็นพระ ราชินีเดินกลับมาต่างก็รีบเล่นกันต่อ พระราชินีเพียงแต่ ตรัส เปรย ๆ ว่า ใครขืนชัก ช้าให้ระวังหัวไว้ และตลอด เวลาที่เล่นกันนั้นพระราชินีไม่ได้หยุดทะเลาะ กับผู้เล่นคน อื่นเลย แล้วก็ยังคง ตะโกนว่า" เอาเขาไปตัด หัว " หรือ " เอาหล่อ นไปตัด หัว " อยู่ไม่ขาดปากเหมือน เดิม คนที่ถูกสั่งประหารก็ ถูกทหารมาเอาตัวออกไป ทหาร พวกนี้ก็เลย ต้องเลิกทำาท่าสะพานโค้งชั่วคราว และพอ ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ในสนามก็ไม่มีประตูโค้งเหลือให้ เห็น อยู่อีกต่อไป ผู้เล่นคนอื่นนอกจากพระราชา พระราชินี และอลิซ ล้วนถูกคุมตัวไปเพราะถูก คำาสั่งประหารกันจน หมด จากนั้นพระราชินีก็หยุดเดิน หันมายืนหอบหายใจ


ฮัก ๆๆๆ แล้วตรัส ถามอลิซว่า " เธอได้เ จอเต่า หัว วัว แล้ว รึย งั " " ยัง เลยเพคะ หม่อ มฉัน ไม่ร ด ู้ ้ว ยซำ้า ว่า เต่า หัว วัว เป็น ยัง ไง " อลิซตอบตามซื่อ " ก็เ ป็น สิ่ง ที่เ อาไว้ท ำา ซุป เต่า หัว วัว ไงล่ะ " พระราชินีอธิบาย " หม่อ มฉัน ไม่เ คยเห็น แล้ว ก็ไ ม่ เคยได้ย ิน ชือ ่ มาก่อ นเลยเพคะ " อลิซว่า " งั้น มานี่ซ ิ มัน ใจดีน ะ...บางทีม ัน อาจจะให้ค ำา แนะนำา ที่ด ี ๆ กับ เธอก็ไ ด้น ะ " พระราชินีพูด ขณะที่ ทั้งคู่เดินไปด้วยกัน อลิซได้ยินเสียงพระราชา พูดเบา ๆ กับทุกคนโดยไม่เจาะ จงว่า " พวกเจ้า ทุก คนได้ร ับ อภัย โทษ " " ช่า งเป็น ข่า วดีเ สีย จริง ๆ " อลิซรำาพึงกับตัวเอง เพราะที่ผ่านมา เธอรู้สึกไม่สบายใจกับบรรดาพวกที่พระ ราชินีสั่งประหาร ไปแม้แต่น้อย... ไม่ช้าทั้งคู่ก็เดินมาเจอ สัตว์ครึ่งสิงห์ครึ่งนกตัวหนึ่งนอนหลับอยู่กลางแดด


"ลุก ขึ้น เจ้า ขีเ้ ซา" พระราชินีตรัส "พาแม่ห นูน ไ ี่ ปหาเต่า หัว วัว ซิ ฉัน ต้อ งกลับ ไปดูก าร ประหารที่ส ั่ง ไปเสีย หน่อ ย "ว่าแล้วก็เดินจากไป โดย ปล่อยให้อลิซอยู่ตามลำาพังกับสิงห์ครึ่งนก อลิซรู้สึกไม่ ค่อยชอบหน้า ของสิงห์ครึ่งนกนี่เท่าไหร่ แต่มาคิดๆดูแล้ว เธอคิดว่าอยู่กับมันน่าจะปลอดภัย สิงห์ครึ่งนกลุกขึ้นเอา มือของมันขยี้ตา แล้วมองตามพระราชินีไปจนกระทั่งลับ สายตา แล้วก็หัวเราะคิกคัก "ขำา จริง จริ๊ง " มันพูดโดยไม่ เจาะจงว่าพูดกับตัวเองหรือว่าพูดกับอลิซ "ขำา อะไรคะ" อลิซถาม "อ้า ว..ก็พ ระราชิน ีน ่ะ สิ ทรงคิด ไปเองทั้ง นั้น ไม่ม ีใ ครถูก ประหาร จริง ๆ หรอก รู้เ ปล่า มานี่ ซิ" "คนที่น ช ี่ อบพูด ว่า " มานี่ซ ิ" กัน เสีย จริง " อลิซคิด ขณะที่เดินตาม มันไป "เกิด มาฉัน ยัง ไม่เ คยถูก สั่ง ให้ ทำา โน่น ทำา นี่อ ย่า งนี้เ ลยนะ ไม่เ คยเล้ย " ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็เห็นเต่าหัววัวอยู่ไกล ๆ กำาลังนั่งเหงาเศร้าอยู่ที่เชิง ผา เมื่อเข้าไปใกล้มากขึ้น อลิซก็ได้ยินเสียงมันถอน


หายใจราวกับคนหัวใจสลาย "เขาเศร้า เรือ ่ งอะไรคะ" เธอถามสิงห์ครึ่งนก มันจึง ตอบด้วยคำาพูดเกือบจะเหมือนเดิม " เขาคิด ไปเองทั้ง นั้น เขาไม่ม ีเ รื่อ งเศร้า อะไรสัก หน่อ ย รู้เ ปล่า มา เถอะ " ทั้งคู่เดินต่อไปจนถึงเจ้าเต่าหัววัว ซึ่งเมื่อเห็นว่ามี ใครมาหา มันก็กลับเปลีย ่ นสีหน้า เป็นยิ้มระรื่น แต่ก็ไม่ได้ เอ่ยอะไรออกมา"แม่ห นูน ้อ ยคนนี้อ ยากจะเล่า เรื่อ ง การผจญภัย ของเธอ ให้น ายฟัง แน่ะ "สิงห์ครึ่งนก พูด"ก็ไ ด้น ะ...ไหนเธอลองเล่า เรื่อ งทั้ง หมดมาซิ " ดั งนั้นอลิซจึงเริ่มเล่าเรื่องการผจญภัยของเธอนับจากครั้ง แรกที่เจอกระต่ายขาวและจนมาเจอ กับพระราชินี กับ สิงห์ครึ่งนก เพื่อหวังว่าบางทีเธออาจจะได้คำาแนะนำาที่ดีๆ บ้าง แต่เต่าหัววัว กลับฟังไปถอนหายใจไปหลายเฮือก ใหญ่แล้วได้แต่พูดว่า "แปลกจริง ๆ แปลกมาก ๆ " อลิซเริ่มจะอารมย์ไม่ ค่อยจะดีสักเท่าไหร่นัก เพราะเต่าหัววัวไม่ได้ให้คำาแนะนำา อะไรที่เป็นประโยชน์กับเธอเลยสักอย่างนั่นเอง


และทันใดนั้น...ก็มีเสียงแว่วมาไกล ๆ ว่า " เริ่ม พิจ ารณา คดี ณ บัด นี้ " ทันทีนั้น " มานี่ซ ิ" สิงห์ครึ่งนกร้องขึ้น พลางฉวยแขนอลิซแล้ววิ่งออกไปโดยไม่รอฟัง คำาพูด อะไรและคำาแนะนำาอะไรของเจ้าเต่าหัววัวอีกต่อไป "พิจ ารณาคดีอ ะไรคะ" อลิซพูดพลางหอบหายใจ แต่ สิงห์ครึ่งนกก็เพียงแต่พูดว่า " มาเถอะน่ะ " แล้วก็ยิ่งวิ่งเร็วขึ้นกว่าเก่าเสียอีก... ตอน..ใครขโมยขนมพาย เมื่อทั้งสองไปถึงที่ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นที่พิพากษาก็


พบพระราชากับพระราชินีประทับ นั่งอยู่บนบัลลังก์ และมี ใครต่อใครออกันอยู่ในนั้นมากมาย ทั้งพวกนกและสัตว์ นานาชนิด รวมทั้งไพ่ครบสำารับ มหาดเล็กแจ็ค ยืนอยู่ข้าง หน้าเท้าถูกล่ามไว้กับโต๊ะอย่างแน่นหนา และข้างตัวยังมี ทหารคุมอยู่ด้วย ข้าง ๆ พระราชินีคือกระต่ายขาวซึ่งใน มือถือม้วนแผ่นหนังเอาไว้ ผู้พิพากษาก็คือพระราชา นั่นเอง พระองค์ทรงนั่งเลียท๊อป ฟี่อยู่อย่างสบายอารมย์เลยทีเดียว "เจ้า พนัก งานอ่า นข้อ กล่า วหาได้" พระราชาตรัส พอได้ยินดังนั้นกระต่ายขาวก็เป่าทรัมเป็ตเสียงแปร๋นขึ้น สามครั้ง จากนั้น ก็คลี่แผ่นหนังออกมา แล้วอ่านข้อความ ดังนี้ " พระราชิน ีโ พแดงทรงทำา ขนมพายไว้ วัน หนึ่ง ใน ยามหน้า ร้อ นนั่น ไง มหาดเล็ก แจ็ค แอบขโมยมัน ไป ขนมพายจึง สูญ หายไร้ร ่อ งรอย !" "เริ่ม พิจ ารณาคำา ตัด สิน ได้แ ล้ว " พระราชาตรัสกับ คณะลูกขุน " อย่า เพิ่ง ! อย่า เพิ่ง พะย่ะ ค่ะ !" กระต่าย


ขาวรีบขัดขึ้น" มีข ั้น ตอน อีก ตั้ง เยอะแยะ" แต่ไม่มี ทีท่าว่าพระราชาจะสนใจฟัง "เบิก ตัว พยานปากแรกซิ" พระราชาตรัสสับทับ กระต่ายขาวจึงเป่าทรัมเป็ตเสียงแหลมสามครั้งแล้วตะโกน " พยานปากแรก!" พยานปากแรกคือคนทำาหมวก เขา เดินเข้ามาโดยถือถ้วยชาไว้ในมือข้างหนึ่ง มืออีกข้าง ถือ ขนมปังทาเนย เขาพูดว่า " ฝ่า บาทโปรดอภัย ที่ กระหม่อ มนำา ของพวกนี้เ ข้า มาด้ว ย เพราะตอนที่ม ี คนไปตามตัว มานั้น กระหม่อ มยัง ดืม ่ ขนมปัง กับ นำ้า ชาไม่เ สร็จ เลยพะย่ะ ค่ะ " พระราชาจึงตรัสว่า" น่า จะ เสร็จ ได้แ ล้ว นี่ เจ้า เริ่ม ดืม ่ ตั้ง แต่เ มื่อ ไหร่ล ่ะ " คนขาย หมวกหันไปมอง กระต่ายมีนาคมซึ่งเดินตามเข้ามาในศาล ด้วย โดยมันเดินคล้องแขนมากับหนูหริ่ง " คิด ว่า เป็น ...วัน ทีส ่ ิบ สี่ เดือ นมีน าคมพะย่ะ ค่ะ " เขาตอบ " วัน ที่ส บ ิ สี่" กระต่ายมีนาคมเอ่ยขึ้น "น่า จะเป็น วัน ที่ส บ ิ หก มั้ง " หนูหริ่งเอ่ยบ้าง " บัน ทึก ไว้ด ว ้ ย"พระราชาตรัสกับลูกขุน คณะลูกขุนก็รีบจด วันที่


ทั้งสามลงไปทันที แล้วก็เอาตัวเลขมาบวกกัน แล้วเขียน คำาตอบออกมาเป็นชินลิ่ง กับเพ็นนี ตอนนี้พระราชินีทรงหยิบแว่นตาขึ้นสวม แล้วทรงจ้องตา คนขายหมวกเขม็ง จนเขาหน้าซีดเผือดและเริ่มทำาตัวยุก ยิกยืนไม่ติดที่" เจ้า ลองให้ก ารมาซิ" พระราชาตรัส " แล้ว ก็ย ืน ให้น ิ่ง ๆไม่ง ั้น เราจะสั่ง ตัด หัว เจ้า ซะในนี้ เลย" คำาพูดนี้หาได้เป็นกำาลังใจให้ พยานแม้แต่น้อย เขา ยังคงอยู่ไม่สข ุ โยกไป-มาอยู่อย่างเดิมพร้อมกับมองไปทาง พระราชินี อย่างกังวล แล้วเขาก็เผลอไปกัดเอาถ้วยนำ้าชา แทนที่จะกัดขนมปัง... ถึงตอนนี้อลิซเกิดความรู้สึก ประหลาดบางอย่างขึ้นมา ด้วยเธอรู้สึกตัวว่าร่างกายของ เธอ เริ่มขยายใหญ่ขึ้นมาอีกแล้ว " เธออย่า เบีย ดนัก ซิ ฉัน จะหายใจไม่อ อกอยู่แ ล้ว นะ" หนูนาที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ กับเธอเอ่ยขึ้น " ฉัน ไม่ร ู้จ ะทำา ยัง ไงนี่" อลิซพูดเสียงเบา " ตัว ฉัน กำา ลัง โตขึน ้ เรื่อ ย ๆ " หนู นาทำาตาเขม็งแล้วพูดว่า......." เธอไม่ม ีส ิท ธิ์จ ะมาโตที่


นี่ห รอกนะ" อลิซจึงพูด เสียงเข้มว่า" อย่า พูด เหลวไหลน่ะ เธอเอง ก็ต ้อ งโตเหมือ นกัน นั่น แหละ " "ก็ใ ช่ แต่ฉ ัน ไม่ไ ด้โ ตพรวดพราดเหมือ นเธอนี่ " หนู นาแย้ง " แล้ว ก็ไ ม่ไ ด้โ ตแบบตลกๆอย่า งเธอด้ว ย " ว่าแล้ว เขาก็ลุกขึ้นและเดินหนีไปนั่งอีกฝากหนึ่งของศาลด้วย อาการที่เหมือนไม่พอใจ ตลอด เวลานั้น พระราชินีไม่ได้ ทรงละสายตาไปจากคนขายหมวกเลยแม้แต่วินาทีเดียว "ให้ก ารมาเร็ว ๆ" พระราชาตรัสซำ้าด้วยนำ้าเสียงแสดง ถึงความโมโห " ไม่ง ั้น เราจะตัด หัว เจ้า ไม่ว ่า เจ้า จะกลัว หรือ ไม่ ก็ต าม" "ฝ่า บาท กระหม่อ มเป็น คนยากไร้ และไม่ร ู้เ รื่อ ง อะไรเลยนอกจาก การดื่ม นำ้า ชาอย่า งเดีย ว " คน ขายหมวกเริ่มอ้อนวอนด้วย เสียงสั่นเทา " แล้ว ทีส ่ ำา คัญ กระหม่อ มยัง ไม่ไ ด้ด ื่ม นำ้า ชาเลย ..เพิ่ง ได้ส ป ั ดาห์


เดีย วนี่แ หละพะย่ะ ค่ะ "พระราชาทำาหน้าสงสัย" สัป ดาห์เ ดีย วนีข ่ องอะไร ?" คนขายหมวกได้รีบตอบว่า " มัน เริ่ม จากนำ้า ชาพะย่ะ ค่ะ ..." พระราชาได้ทรงตรัสอย่างเกรียวกราดว่า "เรารู้แ ล้ว ว่า เจ้า กำา ลัง ดืม ่ นำ้า ชาอยู่! คิด ว่า เราโง่น ัก รึไ ง ถ้า เจ้า รู้ แค่น ั้น ก็ล งไปได้แ ล้ว เจ้า ไปได้เ ลยเดี๋ย วนี้. ." พระ ราชาตรัสอย่างรวบรัด เพราะเริ่มนึกเบื่อคนที่ไม่รู้เรื่อง อะไรเลยขึ้นมา คนขายหมวกจึงรีบตะลีตะลานออกไปจากศาลทันที " ตามไปตัด หัว มัน ข้า งนอก " พระราชินีตรัสกับเจ้า หน้าที่คนหนึ่ง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ ทันไปถึงประตู คนขาย หมวกก็หายตัวไปเสียแล้ว "เบิก พยานปากต่อ ไป !" พระราชาตรัสเสียงดังก่อนที่ จะหันไปตรัส เสียงอ่อนหวานกับพระราชินี " น้อ งรัก น้อ งคงต้อ งซัก ค้า นพยานปากต่อ ไปเอง แล้ว ล่ะ หัว พี่ ปวดจนจะระเบิด อยู่แ ล้ว !" อลิซจ้อง กระต่ายขาวขณะที่มันเงอะๆงะ ๆ มองรายชื่อในแผ่นหนัง


ด้วยความอยากรู้ว่าพยานปากต่อไปคือใคร "...เพราะว่า ตอนนี้ย งั ไม่เ ห็น จะได้ห ลัก ฐานอะไร สัก เท่า ไหร่" เธอพูดกับตัวเอง ลองนึกดูซิว่าเธอจะแปลก ใจขนาดไหน เมื่อได้ยินเสียงประกาศ ของกระต่ายขาว ซึ่งประกาศชื่อด้วยเสียงเล็ก ๆ แหลม ๆ ของมันจนสุดเสียง ว่า " อลิซ !" ตอน...คำา ให้ก ารของอลิซ "ฉัน อยู่น ี่ไ ง !" อลิซร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้นโดยลืมนึก ไปว่าตอนนี้เธอตัวใหญ่ขนาดไหน ด้วยรีบร้อนลุกขึ้น นั่นเองชายกระโปรงของเธอจึงไปเกี่ยวเอาคอลูกขุนจน ล้มระเนระนาด และล่วงลงไปนอนเค้เก้อยู่ข้างล่าง " อุ๊ย ...ขอโทษจริง ๆ ค่ะ "อลิซอุทานขึ้นอย่างตกใจ สุดขีด แล้วรีบหยิบลูกขุนขึ้นมาวางที่เดิมอย่างเร็ว " การพิจ ารณาคดีไ ม่อ าจดำา เนิน ต่อ ไปได้" พระ ราชาตรัสด้วยนำ้าเสียงจริงจัง " จนกว่า คณะลูก ขุน ทั้ง หมดจะกลับ ไปอยู่ใ นคอกใน ลัก ษณะ เดิม ...ทัง้ หมด" พระองค์ทรงยำ้าหนักแน่น พร้อมกับจ้อง


หน้าอลิซ เธอจึงหันไปมองที่คอกคณะลูกขุน จึงเห็นว่า ด้วยอาการรีบ เธอจึงวางจิ้งจกกลับหัวกลับหาง และเจ้า จิ้งจกตัวน้อยกำาลังส่ายหางด๊อกแด๊กไปมาอย่างน่าสงสาร เธอจึงรีบยกมันขึ้นแล้ววาง ลงใหม่ให้ถูกต้อง "เธอรู้อ ะไรเกี่ย วกับ เรื่อ งนีบ ้ ้า ง " พระราชาตรัสถามอ ลิซ " ไม่ร ู้อ ะไรเลยเพคะ" อลิซตอบ " ไม่ร ู้อ ะไรสัก อย่า ง เลยรึ " พระราชายังทรงซักต่อ " ไม่ร ู้อ ะไรสัก อย่า งเดีย วเพคะ " อลิซ ยังคงตอบ เหมือนเดิม " เรือ ่ งนี้ส ำา คัญ มาก "พระราชาตรัสพลาง หันไปมองทางคณะลูกขุน พวกเขากำาลังจะบันทึก ข้อความลงไปในกระดาน แต่กระต่ายขาวขัดขึ้นมาเสีย ก่อน " พระ ราชาทรงหมายความว่า ไม่ส ำา คัญ นั่น เอง " นำ้าเสียงของมันเปี่ยมด้วยความนอบน้อม แม้ว่าใบหน้า จะบูดเบี้ยวถมึงทึงในขณะพูดก็ตาม " ใช่แ ล้ว เรา หมายความว่า ไม่ส ำา คัญ " พระราชารีบตรัส แล้วก็ตรัส


เบา ๆ กับพระองค์เอง" สำา คัญ ...ไม่ สำา คัญ ...สำา คัญ ...ไม่ส ำา คัญ ..." ราวกับกำาลังลองฟังว่า คำาไหนเพราะกว่ากัน ถึงตอนนี้พวกลูกขุนทั้งหลายพากัน หัวเราะเสียงดัง พระราชาซึ่งกำาลังจดจ่อกับการเขียนลง ในสมุดบันทึกของพระองค์ก็ทรงร้องขึ้นว่า " เงีย บหน่อ ย !" ก่อนจะทรงอ่านข้อความจากสมุด บันทึกออกมาดัง ๆ " กฏข้อ สี่ส บ ิ สาม ใครสูง เกิน หนึ่ง ไมล์ใ ห้อ อกไปจากศาล " ทุกคนหันมา มองอลิซเป็นตา เดียว " หม่อ มฉัน ไม่ไ ด้ส ูง เกิน หนึง่ ไมล์ อลิซพูด " เกิน " พระราชาตรัส "เกือ บจะถึง สองไมล์ด ว ้ ย ซำ้า "พระราชินีตรัสเสริม " แต่ย ัง ไงหม่อ มฉัน ก็ไ ม่ไ ป เพคะ" อลิซตอบ " อีก อย่า ง เรื่อ งนีไ ้ ม่ไ ด้เ ป็น กฏประจำา พระองค์ ทรงนึก ขึ้น มาเมื่อ กี้น ี้เ อง" พระราชาขมวดคิ้ว " นี่ เป็น กฏข้อ เก่า แก่ท ส ี่ ุด มนสมุด เชีย วนะ " ทรงยืนยัน " ถ้า งั้น ก็ต ้อ งเป็น กฏข้อ ที่ห นึ่ง สิเ พคะ " พระราชาพระ พักตร์ซีดเผือด แล้วทรงปิดสมุดลงทันควัน " พิจ ารณา


คำา ตัด สิน ได้แ ล้ว " ทรง หันไปตรัสกับคณะลูกขุนเบา ๆ "ไม่ไ ด้ ไม่ไ ด้ " พระราชินีทรงร้องขัดขึ้น "พิพ ากษา โทษก่อ นคำา ตัด สิน ไว้ท ห ี่ ลัง " " เหลวไหลสิ้น ดี. ..เรือ ่ งจะให้พ ิพ ากษาโทษก่อ น น่ะ "อลิซพูดเสียงดัง " ระวัง ปากเจ้า ไว้บ ้า ง" พระราชินี ทรงโต้กลับมา พระพักตร์เข้ม " เรื่อ งอะไรล่ะ "อลิซ ถาม " เอาตัว ไปตัด หัว !" พระราชินีทรงตะโกนสุด เสียง แต่ไม่มีผู้ใดขยับ" ไม่เ ห็น จะกลัว เลย" อลิซ ว่า(เพราะตอนนี้เธอตัวใหญ่เต็มที่แล้ว) " พวกท่า นก็เ ป็น แค่เ พีย งไพ่ส ำา รับ หนึ่ง เท่า นั้น เอง" ทันใดนั้น...ไพ่ทั้งหมดก็ลอยขึ้นไปในอากาศแล้วพุ่ง ตัวสาดเข้าใส่อลิซอย่างหมายปองร้ายทันทีทันใด...


อลิซหวีดร้อง ทั้งโกรธทั้งตกใจ และพยายามปัดไพ่ให้พ้น ตัว แล้วเธอก็กลับพบว่าตัวเอง นอนอยู่ริมนำ้า หัวหนุนตักพี่ สาว ผู้ซึ่งค่อย ๆ ปัดใบไม้แห้งจากต้นไม้ที่หล่นลงมาบนหน้า อ ลิซ " ตืน ่ ได้แ ล้ว จ้ะ อลิซ " พี่สาวของเธอพูด " หลับ ได้น านจริง นะเรา " อลิซจึง ตะลีตะลาน ลุกขึ้นก่อนที่จะพูดว่า " โอ๊ย หนูฝ ัน ประหลาดเหลือ เกิน " แล้วอลิซก็เล่าความฝันนั้นให้พี่สาว ฟังเท่าที่เธอจำา ได้...พอเล่าจบ พี่สาวก็จูบหน้าผากเธอแล้วพูดว่า


" ฝัน แปลก เป็น เรือ ่ งเป็น ราวจริง ๆ ด้ว ยจ้ะ แต่ ตอนนี้เ ราวิ่ง กลับ บ้า นก่อ นดีก ว่า ..ว่า ไหม?เพราะ ใกล้เ วลานำ้า ชาแล้ว " อลิซจึงลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไป ขณะ ที่วิ่งนั้นเธอก็พยายามจะคิดไปด้วยว่า ความฝันเมื่อกี้ช่าง ประหลาดเสียนี่กระไร สุดท้าย...พี่สาวของอลิซนึกภาพถึงอลิซว่าต่อไปอีกไม่ นานนัก เมื่อน้องสาวตัวน้อย ของเธอคนนี้เติบโตขึ้นเป็น สาวเต็มวัย ตลอดช่วงที่เธอเป็นผู้ใหญ่นั้น เธอจะยังคง รักษา หัวใจใสซื่อและเมตตากรุณาของวัยเด็กไว้ได้ เธอ จะมีเด็ก ๆ รุมล้อมไม่ห่าง แล้วเธอก็จะทำา ให้เด็ก ๆ ตาโต เป็นประกายด้วยการเล่าเรื่องราวอันแสนประหลาด หรือ อาจจะเล่าความฝัน ถึงดินแดนมหัศจรรย์ที่เคยฝันถึงเมื่อ นานมาแล้วในวัยเด็กของเธอ เธอจะอ่อนไหวไปกับ ความ เศร้าอย่างจริงใจ และแช่มชื่นไปกับความรื่นเริงอย่าง จริงใจของเด็ก ๆ ขออธิฐาน ให้เธอยังจะคงจำาได้ดีถึงชีวิต ในวัยเด็กของตัวเอง แล้วก็วันคืนอันแสนสุขในฤดูร้อนนี่ ทั้งหมด....นะน้องสาวตัวน้อยคนดีของพี่...


นิท านเรื่อ งนี้ส อนให้ร ว ู้ ่า ... เมื่อ ยามเกิด เหตุค บ ั ขัน ...ไร้ห นทางต่อ สู้ มีส ิ่ง เดีย ว ที่จ ะทำา ให้เ ราออกจากสถานการณ์ท ี่เ ลวร้า ย ได้ก ็ค อ ื สติ เราต้อ งตั้ง สติใ ห้ม ั่น แล้ว จึง ค่อ ย ๆ คิด แก้ไ ขปัญ หาต่า ง ๆ เหล่า นั้น เอาทีห ลัง ...


Alice in Wonderland  

It is long story but... It's fun !

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you