Page 1

สื่ อวิดีโอโครงการฝนหลวง รายชื่ อผู้นาเสนอโครงงาน

1.นาย ปฏิการณ์ ทองบัว

ชั้น ม.6/1 เลขที่ 29

รหัสประจาตัว 36244

2.นายอนวัทย์ สารสุ ข

ชั้น ม.6/1 เลขที่ 30

รหัสประจาตัว 36294

3.นายอนาวิล สารสุ ข

ชั้น ม.6/1 เลขที่ 31

รหัสประจาตัว 36295

4..นายไกรศร พระเวก

ชั้น ม.6/1 เลขที่ 33

รหัสประจาตัว 36309

5.นายนิพนธ์ แช่มมัน่ คง

ชั้น ม.6/1 เลขที่ 34

รหัสประจาตัว 36320

6.นายโสภณ เจริ ญรัชบรรจบ

ชั้น ม.6/1 เลขที่ 38

รหัสประจาตัว 38635

รายงานฉบับนีเ้ ป็ นส่ วนหนึ่งของ วิชาการออกแบบและเทคโนโลยี 5 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2559


รายชื่ อผู้นาเสนอโครงงาน

1.นาย ปฏิการณ์ ทองบัว

ชั้น ม.6/1 เลขที่ 29

รหัสประจาตัว 36244

2.นายอนวัทย์ สารสุ ข

ชั้น ม.6/1 เลขที่ 30

รหัสประจาตัว 36294

3.นายอนาวิล สารสุ ข

ชั้น ม.6/1 เลขที่ 31

รหัสประจาตัว 36295

4..นายไกรศร พระเวก

ชั้น ม.6/1 เลขที่ 33

รหัสประจาตัว 36309

5.นายนิพนธ์ แช่มมัน่ คง

ชั้น ม.6/1 เลขที่ 34

รหัสประจาตัว 36320

6.นายโสภณ เจริ ญรัชบรรจบ

ชั้น ม.6/1 เลขที่ 38

รหัสประจาตัว 38635

ครู ทปี่ รึกษา คุณครู วีระพจน์ รัตนรัตน์


บทคัดย่ อ จากการทีพ่ ระบาท สมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว ได้ เสด็จเยีย่ มราษฎรในจังหวัดต่ างๆเป็ นประจา ได้ ทรงพบเห็น ท้ องถิ่นหลายๆแห่ งประสบปั ญหาความ แห้ งแล้ ง หรือขาดแคลนนา้ เพือ่ การอุปโภค บริ โภค และการทาเกษตร โดยเฉพาะอย่ างยิง่ ในฤดูเพาะปลูก เกษตรกรจะประสบความเดือดร้ อน ทุกข์ ยากมาก เนื่องจาก บางครั้งฝน ได้ ทงิ้ ช่ วงนานหรือภาวะฝนทิง้ ช่ วงเกิดในระยะวิกฤติของพืชผล คือพืชอยู่ในระยะทีก่ าลังให้ ผลผลิตต่า หรือ อาจจะไม่ มี ผลผลิตให้ เลย เป็ นต้ น ดังนั้นภาวะฝนแล้ ง หรือฝนทิง้ ช่ วงใน แต่ ละครั้ง /แต่ ละปี จึงสร้ างความ เดือดร้ อน และความสู ญเสี ยทาง เศรษฐกิจแก่ เกษตรกรเป็ นอย่ างสู ง นอกจากนีภ้ าวะความ ต้ องการใช้ นา้ นับวันจะทวีปริมาณความต้ องการเพิม่ สู งขึน้ ตามอัตราการเพิม่ ของ ประชากร การขยายพืน้ ทีเ่ กษตรกรรม และการเจริ ญเติบโตของกลุ่มอุตสาหกรรม ด้ วยสายพระเนตรที่ยาวไกลและทรง ความอัจฉริยะในพระองค์ ท่ านดังนั้นในปี พุทธศักราช 2498 จึงได้ มีพระราชดาริค้นหาวิธีการ ทีจ่ ะทาให้ เกิดฝนตกนอกเหนือ จากทีจ่ ะ ได้ รับ จากธรรมชาติโดยนาเทคโนโลยีนาสมัยและทรัพยากร ทีม่ ีอยู่ประยุกต์ กบั ศักยภาพของการเกิดฝน ใน เขตร้ อน เช่ น ประเทศไทยมุ่งขจัดปัญหา ความเดือดร้ อนดังกล่ าว และทรงมีพระราชหฤทัย เชื่ อมั่นว่ าวิธีการ ดังกล่าวนี้ จะทาให้ การพัฒนาระบบการจัดทรัพยากรนา้ ของชาติเกิด ความพร้ อม และครบ บริบูรณ์ ตามวัฏ จักรของ นา้ คือ 1. การพัฒนาระบบ การจัดการทรัพยากรแหล่งนา้ ใต้ ดิน 2. การพัฒนาระบบ การจัดการ ทรัพยากรแหล่งนา้ ผิวดิน 3. การพัฒนา การ จัดการทรัพยากรแหล่งนา้ ใน บรรยากาศ และทรงเชื่อมั่นในพระ ราชหฤทัย ว่าด้ วย ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ ของประเทศจะ สามารถดาเนินการให้ บังเกิดผลสาเร็จ ได้ อย่ างแน่ นอน ดังนั้นในปี พุทธศักราช 2499 จึงได้ ทรง พระมหากรุ ณาพระราชทาน โครงการพระราชดาริ "ฝนหลวง" ให้ หม่ อมราชวงศ์ เทพฤทธิ์ เทวกุล รับไปดาเนินการศึกษาวิจัย และการพัฒนากรรมวิธีการทา ฝนให้ บังเกิดผลโดยเร็ว


กิตติกรรมประกาศ โครงงานเทคโนโลยีตามรอยพ่อครั้งที่ 1 เรื่ อง สื่ อวีดีโอโครงการฝนหลวงสาเร็ จลุล่วงไปได้ ด้วยความกรุ ณาและความช่วยเหลือของคุณครู ที่ปรึ กษา คุณครู ปาลิกา ศรี สารากร และคุณครู วีรพจน์ รัตน รัตน์ ที่ได้ให้คาแนะนาปรึ กษาและตรวจสอบแก้ไข คณะผูจ้ ดั ทาต้องขอขอบคุณคุณครู เป็ นอย่างยิง่ ขอขอบคุณบิดา มารดา เพื่อน ตลอดจนผูท้ ี่เกี่ยวข้องทุกท่านที่ไม่ได้กล่าวนามไว้ ณ ที่น้ ี ที่ได้ ให้กาลังใจและความช่วยเหลือจนโครงงานครั้งนี้สาเร็ จลุล่วงไปได้ดว้ ยดี สุ ดท้ายนี้ ผูจ้ ดั ทาโครงงานหวังเป็ นอย่างยิง่ ว่า โครงงานเล่มนี้ จะเป็ นประโยชน์ต่อผูศ้ ึกษาหรื อ ผูท้ ี่สนใจ

คณะผูจ้ ดั ทา


สารบัญ หัวข้ อ บทที่ 1 บทนา - ความเป็ นมาและความสาคัญของปัญหา - วัตถุประสงค์ของโครงงาน - ขอบเขตของโครงงาน - ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ บทที่ 2 เอกสารทีเ่ กีย่ วข้ อง - ประวัติ - เครื่ องมือและอุปกรณ์สาคัญที่ใช้ประกอบการทาฝนหลวง - หลักการทางาน บทที่ 3 อุปกรณ์ และวิธีดาเนินการ - วัสดุอุปกรณ์ - ขั้นตอนการดาเนิ นงาน - ระยะเวลา บทที่ 4 ผลการศึกษา บทที่ 5 สรุ ปผลการศึกษา ข้ อเสนอะแนะ บรรณนานุกรม - รายชื่อเอกสารอ้างอิง ภาคผนวก


บทที่ 1 บทนา 1. ความเป็ นมาและความสาคัญของปัญหา ความเป็ นมาของโครงการฝนหลวงที่ในหลวงของพสกนิกรชาวไทยได้ประทานมาให้ เพื่อช่วยภัยแล้ง ทุรกันดาร 15 จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พระองค์เสด็จไปเยีย่ มราษฎรณ์ต่าง ๆ ตามพื้นที่ภาค ตะวันออกเฉี ยงเหนือ และ พระองค์ก็ได้ทราบ ปั ญหาทุกข์ยากความเดือดร้อน ของประชาชน นั้นคือ ประชาชนขาดฝน ขาดน้ า ในการทาการเกษตรและการใช้ชีวติ ประจาวันต่าง ๆ หลังจากพระองค์เสด็จกลับ กรุ งเทพมหานคร ก็ทรงพระกรุ ณาโปรดเกล้าแนวคิดการทาฝนหลวงแก่ หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล และหลังจากนั้น พระองค์ใช้เวลา 15 ปี ในการทาการทดสอบเก็บตัวอย่างต่าง ๆ และทาการวิจยั มากมาย จนกระทัง่ ปี พ.ศ.2512 พระองค์โปรดเกล้าให้มีการทดลองบนท้องฟ้ าครั้งแรก และการทดลองของพระองค์ก็ ประสบผลสาเร็ จ ในน่านฟ้ านั้น และ แก้ไขปั ญหาความดือดร้อนของประชาชนได้ในที่สุด 2. วัตถุประสงค์ ของโครงงาน เพื่อเผยแพ่โครงการในพระราชาดาริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ที่ทรงช่วยผูป้ ระสบภัยแล้งในภาค อีสานของประเทศไทยให้คนที่ได้ศึกษาจากโครงงานนี้ได้รู้ถึงข้อมูลเกี่ยวกับโครงการในพระราชดาริ ฝน หลวง 3. ขอบเขตของโครงงาน สิ่ งที่ศึกษา: โครงการพระราชดาริ ของในหลวง(ฝนหลวง) สถานที่: โรงเรี ยนดรุ ณาราชบุรี ระยะเวลา: 2ธ.ค.59- 31 ม.ค. 60 4.ประโยชน์ ทคี่ าดว่าจะได้ รับ


บทที่2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 2.1 ประวัติ เมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดาเนินเยีย่ มพสกนิกร เมื่อปี พ.ศ. 2498 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนื อ ได้ทรงรับทราบถึงความเดือดร้อนทุกข์ยากของราษฎรและเกษตรกร ที่ขาดแคลนน้ าอุปโภคบริ โภคและการเกษตร จึงได้มีพระมหากรุ ณาธิคุณพระราชทานโครงการพระราชดาริ "ฝนหลวง"(Artificial rain) ให้กบั แมวเทพฤทธิ์ เทวกุล ไปดาเนินการ ซึ่ งต่อมาได้เกิดเป็ นโครงการค้นคว้า ทดลองปฏิบตั ิการฝนเทียมหรื อฝนหลวงขึ้น ในสังกัดสานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2512 ด้วยความสาเร็ จของ โครงการ จึงได้ตราพระราชกฤษฎีการก่อตั้งสานักงานปฏิบตั ิการฝนหลวง ขึ้นในปี พ.ศ. 2518 ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเป็ นหน่วยงานรองรับโครงการพระราชดาริ ฝนหลวงต่อไปในรู ป การทาฝนเทียมหรื อฝนหลวงเป็ นกรรมวิธีการเหนี่ยวนาน้ าจากฟ้ า ใช้เครื่ องบินบรรจุสารเคมีข้ ึนไป โปรยในท้องฟ้ า โดยดูจากความชื้นของเมฆและสภาพทิศทางลมประกอบกัน ปั จจัยสาคัญที่ทาให้เกิดฝนคือ ความร้อนชื้นปะทะความเย็น และมีแกนกลัน่ ตัวที่มีประสิ ทธิ ภาพในปริ มาณที่เหมาะสม กล่าวคือ เมื่อมวล อากาศร้อนชื้นที่ระดับผิวพื้นขึ้นสู่ อากาศเบื้องบน อุณหภูมิของมวลอากาศจะลดต่าลงจนถึงความสู งที่ระดับ หนึ่ง หากอุณหภูมิที่ลดต่าลงนั้นมากพอก็จะทาให้ไอน้ าในมวลอากาศอิ่มตัว จะเกิดขบวนการกลัน่ ตัวเองของ ไอน้ าในมวลอากาศขึ้นบนแกนกลัน่ ตัว เกิดเป็ นฝนตกลงมา ฉะนั้นสารเคมีที่ใช้จึงประกอบด้วย "สู ตรร้อน" ใช้เพื่อกระตุน้ เร่ งเร้ากลไกการหมุนเวียนของบรรยากาศ, "สู ตรเย็น" ใช้เพื่อกระตุน้ กลไกการรวมตัวของ ละอองเมฆให้โตขึ้นเป็ นเม็ดฝน และสู ตรที่ใช้เป็ นแกนดูดซับความชื้น เพื่อใช้กระตุน้ กลไกระบบการกลัน่ ตัว ให้มีประสิ ทธิ ภาพสู งขึ้น


2.2เครื่องมือและอุปกรณ์ สาคัญทีใ่ ช้ ประกอบในการทาฝนหลวง 1. เครื่องมืออุตุนิยมวิทยา ใช้ในการตรวจวัดและศึกษาสภาพอากาศประกอบการวางแผนปฏิบตั ิการ นอกเหนือจากแผนที่อากาศ ภาพถ่าย ดาวเทียมที่ได้รับสนับสนุนเป็ นประจาวันจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่มีใช้ ได้แก่ 1.1เครื่ องวัดลมชั้นบน (pilot balloon) ใช้ตรวจวัดทิศทางและความเร็ วลมระดับสู งจากผิวดินขึ้นไป 1.2เครื่ องวิทยุหยัง่ อากาศ (radiosonde) เป็ นเครื่ องมืออิเล็คทรอนิ คส์ประกอบด้วยเครื่ องส่ งวิทยุ ซึ่ ง จะติดไปกับบอลลูน และเครื่ องรับสัญญาณวิทยุซ่ ึ งจะบอกให้ทราบถึงข้อมูลอุณหภูมิความชื้น ของ บรรยากาศในระดับต่าง ๆ 1.3เครื่ องเรดาร์ ตรวจอากาศ ที่มีใช้อยูเ่ ป็ นแบบติดรถยนต์ เคลื่อนที่ได้มีประสิ ทธิ ภาพ สามารถบอก บริ เวณที่มีฝนตกและความแรง หรื อปริ มาณน้ าฝนและการเคลื่อนที่ของกลุ่มฝนได้ในรัศมี 200-400 กม. ซึ่งนอกจากจะใช้ประกอบการวางแผนปฏิบตั ิการแล้ว 1.4เครื่ องมือตรวจอากาศผิวพื้นต่าง ๆ เช่น เครื่ องวัดอุณหภูมิ เครื่ องวัดความเร็ วและทิศทางลม เครื่ องวัดปริ มาณน้ าฝน เป็ นต้น 2. เครื่องมือเตรียมสารเคมี ได้แก่เครื่ องบดสารเคมีเครื่ องผสมสารเคมี ทั้งแบบน้ าและแบบผง ถังและกรวย โปรยสารเคมี เป็ นต้น 3. เครื่องมือสื่ อสาร ใช้ในการติดต่อสื่ อสารและสั่งการระหว่างนักวิชาการบนเครื่ องบินกับฐานปฏิบตั ิการ หรื อระหว่างฐานปฏิบตั ิการ 2 แห่ง หรื อใช้รายงานผลระหว่างฐานปฏิบตั ิงานสานักงานฯ ในส่ วนกลางโดย


อาศัยข่ายร่ วมของวิทยุตารวจ ศูนย์สื่อสารสานักงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย วิทยุเกษตร และ กรมไปรษณี ยโ์ ทรเลข เครื่ องมือสื่ อสารที่ใช้ในปั จจุบนั ได้แก่วทิ ยุซิงเกิลไซด์แบนด์ วิทยุ FM.1, FM.5 เครื่ อง โทรพิมพ์ เป็ นต้น 4. เครื่องมือทางวิชาการอืน่ ๆ เช่น อุปกรณ์ทางการวางแผนปฏิบตั ิการ เข็มทิศ แผนที่ กล้องส่ องทางไกล เครื่ องมือตรวจสอบสารเคมี กล้องถ่ายภาพ ฯลฯ 5. สถานีเรดาร์ ฝนหลวง หรือ เรดาร์ ดอปเปลอร์ (Doppler radar) ในบรรดาเครื่ องมืออุปกรณ์วทิ ยาศาสตร์ ภายใต้โครงการวิจยั ทรัพยากรบรรยากาศประยุกต์จานวน 8 รายการนั้น เรดาร์ ดอปเปลอร์ จดั เป็ นเครื่ องมือที่ มีมูลค่าสู งสุ ด เรดาร์ น้ ีใช้เพื่อวางแผนการทดลองและติดตาม ประเมินผลปฏิบตั ิการฝนหลวงสาธิ ต เครื่ องมือ ชนิดนี้ทางานโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ (Microvax 3400) ควบคุมสัง่ การ เก็บบันทึก รวบรวมข้อมูล สามารถ นาข้อมูลกลับมาแสดงใหม่จากเทปบันทึก ในรู ปแบบการทางานของ IRIS (IRIS Software) ผ่าน โพรเซสเซอร์ (RUP-6) กล่าวคือ ข้อมูลจะถูกบันทึกไว้ในเทปบันทึกข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ที่สามารถ นามาใช้ได้ตลอด ซึ่ งเชื่ อมต่อกับระบบเรดาร์ การแสดงผล/ข้อมูล โดยจอภาพ สถานที่ต้ งั เรดาร์ ดอปเปลอร์ น้ ี อยูท่ ี่ ตาบลยางเปี ยง อาเภออมก๋ อย จังหวัดเชียงใหม่ 2.3สารเคมีฝนหลวง 2.3.1. สารเคมีประเภทคายความร้อน หรื อทาให้อุณหภูมิสูงขึ้น สารเคมีประเภทนี้ เมื่อดูดซับความชื้นแล้ว จะเกิดปฏิกิริยา ทาให้อุณหภูมิสูงขึ้น เราใช้สารเคมี ประเภทนี้ เพื่อดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดความเปลี่ยนแปลงพลังความร้อน ที่ทาให้มวลอากาศเคลื่อนที่ (Thermodynamic) ด้วยการเพิม่ ความร้อนอย่างฉับพลันที่เกิดจากปฏิกิริยา (Sensible heat) และความร้อนแฝง ที่เกิดจากการกลัน่ ตัว ของไอน้ ารอบอนุ ภาคสารเคมี ที่เป็ นแกนกลัน่ ตัวด้วย เมื่อเสริ มสร้างความร้อนจาก


แสงอาทิตย์ จะทาให้มวลอากาศในบริ เวณที่โปรยสารเคมีน้ ี มีอุณหภูมิสูง และเกิดการลอยตัวขึ้น (Updraft) ได้ดีกว่าบริ เวณที่ไม่ได้รับการโปรยสารเคมี อุณหภูมิ อากาศที่สูงขึ้นเพียง 0.1 องศาเซลเซียส จะมีผล ที่จะทา ให้เกิดการลอยตัวขึ้นของอากาศได้ ปั จจุบนั นี้มีใช้ในการปฏิบตั ิการฝนหลวงอยู่ 3 ชนิด คือ 1. แคลเซียมคาร์ ไบด์ (Calcium carbide; CaC2) เมื่อดูดซับความชื้นแล้วจะให้ความร้อน29.9กิโล แคลอรี ต่อหนึ่งโมเลกุล และกลาย เป็ นแกนกลัน่ ตัวแบบแกนแข็ง มีปฏิกิริยาดังนี้ 2. แคลเซียมคลอไรด์ (Calcium chloride: CaCl2) เมื่อดูดซับความชื้นแล้วจะให้ความร้อน 19.0 กิโลแคลอรี ต่อหนึ่งโมเลกุล และกลายเป็ นแกนกลัน่ ตัวที่เป็ นสารละลายเข้มข้น ที่มีความไวในการดูดซับ ความชื้นที่ผวิ สู ง มี

ปฏิกิริยาดังนี้

3. แคลเซียมออกไซด์ (Calcium oxide; CaO) เมื่อดูดซับความชื้นแล้ว จะให้ความร้อน รวม 43.0 กิโลแคลอรี ต่อหนึ่งโมเลกุล จะเกิดปฏิกิริยา 2ขั้น ขั้นแรกจะให้ความร้อน 15.6 กิโลแคลอรี ต่อหนึ่งโมเลกุล ขั้นที่ ๒ จะให้ความ ร้อน

๒๗.๔ กิโลแคลอรี ต่อหนึ่ง

โมเลกุล และ กลายเป็ นแกน

กลัน่ แบบแข็ง มีปฏิกิริยาดังนี้


2.3.2 สารเคมีประเภทดูดกลืนความร้ อน แล้ วทาให้ อุณหภูมิต่าลง (Endothermic chemicals) สารเคมีประเภทนี้ เมื่อดูดซับความชื้นแล้ว จะเกิดปฏิกิริยา ทาให้อุณหภูมิต่าลง เราใช้สารเคมีประเภทนี้ เพื่อให้เกิดประสิ ทธิ ภาพในการดูดซับความชื้ น แล้วกลายเป็ นแกนสารละลายเข้มข้นที่มีอุณหภูมิต่ากว่า อุณหภูมิกลัน่ ตัว ซึ่ งทาให้ประสิ ทธิ ภาพในการกลัน่ ตัวสู งขึ้น และทาให้การเจริ ญของเม็ดน้ าในก้อนเมฆมี ขนาดใหญ่เร็ วขึ้น และความร้อนแฝงที่ปล่อยออกมาจากการกลัน่ ตัว จะทาให้เกิดการลอยตัวขึ้นของมวล อากาศ และทาให้เกิดขบวนการกลัน่ ตัวอย่างต่อเนื่ อง นอกจากนี้ขบวนการชนและรวมตัวกันของเม็ดน้ า ให้ เจริ ญใหญ่ข้ ึน จะเสริ มขบวนการกลัน่ ตัวในขั้นเลี้ยงให้อว้ น และเกิดขบวนการแตกตัวของเม็ดน้ า ที่เจริ ญขึ้น จนมีขนาดใหญ่ จนกระทัว่ ความตึงผิว (Surface tension) ไม่สามารถคงขนาดอยูไ่ ด้ หรื อตกลงปะทะกับ กระแสลมที่ลอยตัวขึ้น เม็ดน้ าที่มีขนาดใหญ่น้ นั จะแตกตัวเองเป็ นเม็ดน้ าขนาดเล็กๆ เพิ่มปริ มาณแกนกลัน่ ตัวสารละลายเข้มข้นที่เจือจาง ลอยตัวกลับขึ้นไปเจริ ญใหม่ และเจริ ญขึ้น เป็ นเม็ดน้ าขนาดใหญ่นกลายเป็ น ฝนตกลงมา หรื อเกิดการแตกตัวอย่างต่อเนื่อง เป็ นปฏิกิริยาลูกโซ่ กลไก หรื อขบวนการดังกล่าว เป็ นการ ขยายขนาดเมฆ และเพิ่มปริ มาณให้สูงขึ้น (Rain enhancement) ปั จจุบนั ในการปฏิบตั ิการมีการใช้สารเคมีประเภทนี้ อยู่ 3 ชนิด คือ 1.ยูเรีย (Urea; Co (NH2)2) เมื่อดูด ซับความชื้นแล้วดูดกลืนความร้อนออกมาเท่ากับ 10.57 กิโล แคลอรี ต่อหนึ่งโมเลกุล และกลาย เป็ นแกนกลัน่ ตัว (nuclei) ซึ่ งเป็ นสารที่มีความไว ในการดูดซับความชื้ นที่ ผิว (Surface active material) สู ง ทาให้การเจริ ญเติบโตของละอองน้ าในเมฆ กลายเป็ นหยดน้ าที่มีขนาดใหญ่ ขึ้นอย่างรวดเร็ ว มี

ปฏิกิริยาดังนี้

2. แอมโมเนียไนเทรต (Ammonium nitrate; NH4NO3) เมื่อดูดซับความชื้นแล้วดูดกลืน ความร้อน ออกมาเท่ากับ 6.30 กิโลแคลอรี ต่อหนึ่งโมเลกุล และกลายเป็ นแกนกลัน่ ตัวเช่นเดียว กับยูเรี ย ในกรณี ที่ สภาวะไอน้ าในอากาศหรื อเมฆ ที่พร้อมจะตกเป็ นฝนแล้ว เราช่วยดึงความ ร้อนออกมาได้ โดยการใช้สาร ประเภทดูดกลืนความร้อน มีปฏิกิริยาดังนี้

3.นา้ แข็งแห้ ง

(Dry ice; CO2(s)) ใช้ในสภาพ

บดเป็ นเกล็ด หรื อเป็ นก้อนขนาดไม่เกิน 1 ลูกบาศก์นิ้ว เป็ นสารที่ผลิตจากก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ โดยผ่าน


กรรมวิธีภายใต้ความกดดันสู งๆ จนเปลี่ยนสถานะเป็ นก้อนแข็ง เมื่ออยูใ่ นความกดดันปกติ จะดูดกลืนความ ร้อนเข้าไประเหิ ด เปลี่ยนจากสภาพของแข็ง เป็ นก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ (CO2) มีอุณหภูมิต่ากว่าจุดเยือก แข็งถึง -78 องศาเซลเซี ยส ทาให้สภาวะไอน้ าในอากาศ เกิดการควบแน่นและกลายเป็ นเกล็ดน้ าแข็งได้ มี ปฏิกิริยาดังนี้

2.3.3. สารเคมีที่ทาหน้ าทีด่ ูดซับความชื้น ประการเดียว สารเคมีประเภทนี้ เมื่อเกิดปฏิกิริยาแล้ว เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอุณหภูมินอ้ ยมาก จึงทาหน้าที่เป็ น แกนกลัน่ ตัว และกลายเป็ นแกนกลัน่ ตัวแบบสารละลายเข้มข้น เป็ นสารที่ใช้ในทุกขั้นตอนของกรรมวิธี ก่อกวน เลี้ยงให้อว้ น และโจมตี จากการเกิดขบวนการกลัน่ ตัว จะคายความร้อนแฝง ทาให้เกิดการลอยตัวขึ้น ของมวลอากาศ ก่อให้เกิดขบวนการกลัน่ ตัวอย่างต่อเนื่ องเช่นเดียวกัน สารเคมีประเภทนี้ ได้แก่ 1. เกลือ (Sodium chloride; NaCl) ที่ใช้อยูใ่ นปั จจุบนั นี้ เป็ นเกลือทะเลที่ได้รับการพัฒนา จนเป็ นผง ละเอียดมีขนาดอนุภาคตั้งแต่ 10 ไมครอน และไม่เกิน 100 ไมครอน เมื่อดูดซับ ความชื้ นแล้ว มีปฏิกิริยาดังนี้

2. สารเคมี สู ตร ท.1 เป็ นสารเคมี ที่เป็ นทั้งสารผสมและสารประกอบหลายชนิดที่ ค้นคว้าวิจยั ขึ้นมา ล่าสุ ด สารที่ใช้ปฏิบตั ิการอยูใ่ น ขณะนี้อยูใ่ นรู ปของโซเดียมคลอไรด์ที่มีผลึกในรู ป ของแร่ เฮไลต์ (Halite) ซึ่ งแตกต่างจากผลึกของ เกลือทะเลธรรมดาไม่ต่ากว่า 50% และอยูใ่ น รู ปของสารประกอบอื่นๆ เช่น เฟอริ กออกไซด์ (Fe2O3) ในรู ปของแร่ ฮีมาไทต์ (Hematite) ซิลิคอนไดออกไซด์ (SiO2) ในรู ปของแร่ ควอรตซ์ (Quartz) แมกนีเซียมซัลเฟต (MgSO4.7H20) ในรู ปของ ผลึกน้ า อะลูมิเนียมคลอไรด์ (AlCl3) และแมกนีเซียม คลอไรด์ (MgCl2) รวมกันไม่ต่ากว่า 10% ซึ่ งเมื่อดูดซับความชื้นในอากาศแล้ว จะมีคุณสมบัติเป็ นแกนกลัน่ ตัวที่เป็ นสารละลายเข้มข้น ไม่ต่ากว่า 50% นอกจากนี้ยงั เป็ นแกนกลัน่ ตัว แบบแกนแข็งไม่ต่ากว่า 10% และ ได้รับการพัฒนา จนมีขนาดอนุภาคตั้งแต่ 10 ไมครอนถึงไม่เกิน 180 ไมครอน เมื่อเป็ นสารละลายอิ่มตัวจะมี ค่าตัวนาไฟฟ้ า (Electrical conductivity) สู งถึง 510 มิลลิโมล ซึ่ งจะเสริ มประสิ ทธิ ภาพในการกลัน่ ตัว และ การรวมกันของเม็ดน้ าในขบวนการเจริ ญของ เม็ดน้ าและก้อนเมฆมากขึ้น


บทที่ 3 อุปกรณ์และวิธก ี ารดาเนินงาน ในการจัดทาโครงงานเทคโนโลยีตามรอยพ่อครั้งที่ 1ในหัวข้อเรื่อง สื่อวิดโี อฝนหลวงในครั้งนี้ ผู้จัดทาโครงงานมีวธ ิ ีการดาเนินการตามขั้นตอนดังนี้ 3.1วัสดุอป ุ กรณ์เครือ ่ งมือ หรือ โปรแกรมทีใ ่ ช้ 3.1.1 คอมพิวเตอร์ 3.1.2 กล้องถ่ายรูป

3.2ขั้นตอนการดาเนินงาน โครงงานนี้เป็ นการที่จดั ทาขึ้นเพื่อเผยแพร่ เรื่ องโครงการฝนหลวง โดยมีข้ นั ตอนดังนี้ 3.2.1 รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโครงการฝนหลวง 3.2.2 วิเคราะห์ขอ้ มูลที่รวบรวมมา 3.2.3 ออกแบบและสร้าง ปรับปรุ งแก้ไข 3.2.4 ลองนาไปปฏิบตั ิจริ งตามที่ศึกษามา 3.2.5 บันทึกผล ผลที่ได้ 3.3 ระยะเวลาในการดาเนินโครงงาน ลาดับที่ 1.เริ่ มดาเนินการ 2.ตรวจสอบ 3.สรุ ปผล

กิจกรรม รวบรวมข้อมูลและเริ่ มวางเค้าโครงวิดิโอ หาแหล่งข้อมูลอ้างอิงและ ตรวจสอบความถูกต้องของวิดิโอ นาเสนอผลงาน

ระยะเวลา 2 สัปดาห์ 1 สัปดาห์

ช่วงเวลา 21 ม.ค.- 4 ก.พ. 60 4 - 10 ก.พ. 60

2-3วัน

11 - 13 ก.พ. 60


บทที่ 4 ผลการศึกษา

อ้างอิงจากวิดีโอ


บทที่ 5 สรุ ปผล อภิปราย เสนอแนะ การจัดโครงงานเทคโนโลยีเดินตามรอยพ่อครั้งที่ 1 เรื่อง สื่ อวีดีโอโครง การฝนหลวง สรุ ปผลการดาเนินโครงงานและข้ อเสนอแนะได้ ดังนี้ สรุ ปผล 1. ได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับฝนหลวง 2. ได้รู้จกั ประโยขน์ของฝนหลวง 3. ได้รู้วธิ ี การเกิดฝนหลวงโดยสารเคมีต่างๆ 4. ได้นาเสนอสื่ อวีดีโอโครงการฝนหลวง ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. สมาชิกในกลุ่มได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับฝนหลวง 2. มีการเผยแพร่ ขอ้ มูลให้บุคคลทัว่ ไปได้ทราบ 3. ผูค้ นสนใจและสนับสนุนโครงการเกี่ยวกับฝนหลวงมากขึ้น


บรรณานุกรม รายชื่อเอกสารอ้างอิง ภาษาไทย

- วิกิพีเดีย - อสวท. - เรารักในหลวง.com ภาษาอังกฤษ - wikipedia.com - www.ku.ac.th - welovethekingradio.com - kanchanapisek.or.th/


ภาคผนวก

กลุ่มมัจ22  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you