Issuu on Google+

ข้ อเสนอโครงการวิจัย 1.ชื อโครงการวิจัย การศึกษารูปแบบและวิธีการนําพลังมวลชนร่วมลดอาชญากรรม 2.ผ้ ูวิจัย พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ และคณะ 3.ผ้ ูสนับสนุนการวิจัย สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) 4.ที มาและความสําคัญของปั ญหา การเปลียนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพสังคมและเศรษฐกิจในปั จจุบันส่งผลกระทบต่อ วิถีการดําเนินชีวิตของประชาชนโดยเมือพิจารณาจากข้ อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทัวราชอาณาจักร เฉลีย 3 ปี ได้ แก่ ปี พ.ศ.2550 - 2552 พบว่า ประชาชนดําเนินชีวิตประจําวันอยู่ท่ามกลางภาวะที ไม่มันคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยพิจารณาจาก ประเภทความผิดในคดีชีวิต ร่างกายและเพศได้ รับแจ้ งรวมทั งหมด 35,201 คดี ในขณะที จับได้ 18,552 คดี ( 51% ) โดยแยกเป็ นคดีฆ่าผู ้ อืน มีจํานวนคดีทีรับแจ้ งเฉลีย 4,037 คดี ในขณะ ทีจับได้ 1,884 คดี ( 47% ) คดีพยายามฆ่า มีจํานวนคดีทีรับแจ้ งเฉลีย 5,909 คดี ในขณะทีจับได้ 2,692 คดี ( 46% ) คดีทําร้ ายร่างกาย มีจํานวนคดีทีรับแจ้ งเฉลีย 19,941 คดี ในขณะทีจับได้ 11,199 คดี ( 56% ) ประเภทความผิดในคดีประทุษ ร้ ายต่อทรัพย์ รับแจ้ งรวมทั งหมด 66,569 คดี ในขณะที จับ ได้ 29,150 คดี ( 44% ) โดยแยกเป็ นคดีลัก ทรัพย์ มีจํ านวนคดีที รับ แจ้ งเฉลีย 56,623 คดี ในขณะทีจับได้ 23,362 คดี (41%) คดีลักรถจักรยานยนต์ มีจํานวนคดีทีรับแจ้ งเฉลีย 20,305 คดี ในขณะทีจับได้ 3,433 คดี (17%) คดีลักรถยนต์ มีจํานวนคดีทีรับแจ้ งเฉลีย 2,910 คดี ในขณะที จับได้ 257 คดี ( 9% ) จากข้ อมูลดังกล่าวข้ างต้ น จะเห็น ได้ ว่าประสิทธิ ภาพในการปราบปรามจับกุมไม่บรรลุ ประสิทธิ ผลเท่าทีควร กล่าวคือ สถิติการจับกุมในคดีประเภทต่างๆมีค่าเฉลียอยู่ในช่วง 41-56% ส่วนคดีลัก รถยนต์ มีสถิ ติการจับกุมเพีย งร้ อยละ 9 และรถจัก รยานยนต์มีสถิ ติก ารจับ กุมเพี ย ง ร้ อยละ 17 เท่านั น นอกจากนี เมือวิเคราะห์แนวโน้มการเกิดอาชญากรรมพบว่า คดีลักรถยนต์และ รถจักรยานยนต์มีแนวโน้ มเพิมขึ นด้ วย จากข้ อมูลสถิติอาชญากรรมดังกล่าวข้ างต้ น สะท้ อนให้ เห็นว่า เมือประสิทธิภาพในการ ปราบปรามจับกุมของเจ้ าหน้ าทีตํารวจอยู่ในระดับตํา ( มีค่าเฉลียที 48% ) จึงส่งผลให้ ผู ้ กระทําผิด มีความกล้ าทีจะกระทําผิดมากขึ นเมือมีโอกาสทีเหมาะสม ดังนั นหากเพิมประสิทธิภาพในการ ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมให้ เข้ มแข็งขึ นอาจส่งผลให้ การเกิดอาชญากรรมลดน้ อยลง และทําให้ ประชาชนมีความรู ้ สึกมันคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเพิมมากขึ นด้ วย

พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ และคณะ

1


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

การสร้ างกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาครัฐและภาคประชาชนเป็ นสิงจําเป็ นในการเสริ มสร้ างพลัง อํานาจในการลดและควบคุมอาชญากรรมในพื นทีได้ อย่างมีประสิทธิภาพและยังยืนซึงในอดีตที ผ่านมา สํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ มีนโยบายให้ ประชาชนเข้ ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและ ปราบปรามอาชญากรรม โดยมีภาคีเครือข่ายต่างๆเป็ นกลุ่มองค์กรทีปฏิบัติงานร่วมกับตํารวจอาทิ เช่น อาสาสมัค รป้ องกัน ภัย ฝ่ ายพลเรื อน (อปพร.) อาสาสมัครตํา รวจชุม ชน ชุดรั ก ษาความ ปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) สมาชิกแจ้ งข่าวอาชญากรรม (ส.จข.) อาสาสมัครวิทยุสมัครเล่น (อส.ว.) อาสาสมัครกู ้ ภัย เป็ นต้ น จากการประเมินผลกระบวนการมีส่วนร่ วมของประชาชนในอดีต พบว่า กระบวนการ ปฏิบัติการเพือป้องกันและลดอาชญากรรม ยังเป็ นไปในลักษณะของการมีส่วนร่วมเพียงระดับการ ปฏิบัติก ารตามคําสังของตํารวจเท่านั น มวลชนมิได้ มีส่วนร่ วมในการป้องกัน และปราบปราม อาชญากรรมในทุก ขั นตอนนับแต่เริ มต้ น ซึงหากมีการเปิ ดโอกาสหรื อช่องทางให้ ประชาชนทุก ภาคส่วนในพื นที รับ ผิดชอบให้ มีก ารรวมตัวหรื อจัดตั งเป็ นภาคีเ ครื อข่ายของมวลชน ทั งที เป็ น ปั จเจกชน กลุ่ม ชมรม สมาคม หน่วยงาน หรือองค์กร หรือทีมีการรวมตัวหรื อจัดตั งกันอยูเดิ่ มแล้ ว ก็ตามได้ เข้ ามามีส่วนร่วมในการรับรู ้ ปัญหาอาชญากรรม คิดวิเคราะห์สาเหตุ คิดหาแนวทางแก้ ไข และร่วมมือร่วมใจหรือลงมือเข้ าร่วมปฏิบัติการกับตํารวจในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ตั งแต่ขั นตอนแรกจนถึงขั นตอนสุดท้ าย รวมทั งจะต้ องมีส่วนรับผิดชอบในความสําเร็จอล้หรืมเหลว ของการแก้ ไขปั ญหาอาชญากรรมภายในเขตพื นทีของตนเองร่วมกับตํารวจด้ วยเช่นเดียวกัน ซึง มิใช่เป็ นการใช้ ปฏิบัติการมวลชนหรือชุมชนสัมพันธ์ในรูปแบบเดิม ๆ ของการป้องกันปราบปราม อาชญากรรมเพียงแต่ในขั นตอนสุดท้ ายทีให้ ประชาชนอาสาสมัครร่วมลงมือปฏิบัติการ ซึงเป็น เสมือนแค่เพิมกําลังคนให้ แก่ตํารวจในภาคสนามให้ มากขึ นเท่านั น โดยละเลยหรื อไม่สนใจทีจะให้ ประชาชนได้ มีโอกาสเข้ าไปมีส่วนร่ วมในขั นตอนสําคัญอืน ๆ ทั งทีเป็ นทียอมรับ กันอยู่แล้ วว่า ประชาชนรู ้ ข้ อมูลท้ องถิ นที เกี ยวข้ องกับ การเกิ ดอาชญากรรมในพื นที ของตนเองได้ ดีกว่าและ มากกว่าตํารวจด้ วยซํ า แต่ก ลับ ไม่ได้ รับความสนใจจากตํารวจให้ มวลชนเข้ าไปมีส่วนร่วมใน ขั นตอนของการคิดวิเคราะห์สาเหตุและคิดหาแนวทางป้องกันแก้ ไขปั ญหาอาชญากรรมในท้ องถิน ของตนเองเป็ นทางการอย่างจริงจังเท่าทีควรเลย การศึกษารูปแบบและวิธีการนําพลังมวลชนร่วมลดอาชญากรรมทีมีประสิทธิภาพ โดย มุ่งเน้ น ให้ ป ระชาชนเข้ ามามีส่วนร่ วมในทุก ขั นตอนตลอดกระบวนการ มีเ ป้ าหมายในการลด อาชญากรรม และพัฒนากระบวนการสร้ างองค์ความรูเ้ กียวกับการป้องกันและลดอาชญากรรมให้ เกิดขึ นกับประชาชนในชุมชน เกิดการสร้ างจิตสํานึกในการเป็ นเจ้ าของชุมชนทีมีความมุ่งมันต่อ การป้องกันอาชญากรรมในชุมชนของตนเอง ซึงจะส่งผลให้ การป้องกันและลดอาชญากรรมเป็ นไป อย่างยังยืนตลอดไป

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

2


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

5. กระบวนการเตรียมการพัฒนาโครงการ คณะวิจัยมีกระบวนในการพัฒนาโครงการ โดยใช้ วิธีการลงพื นทีภาคสนามเพือทําความ เข้ าใจกับ ผู ้ มีส่วนได้ เสียประกอบด้ วยตํารวจในระดับ ต่างๆ ชาวบ้ าน องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์การปกครองส่วนท้ องถินในพื นทีโดยใช้ ระยะเวลาตั งแต่วันที30ธันวาคม 2552 จนถึงวันที 15มิ.ย.2553 โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาความเป็ นไปได้ ในการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ เรื อง การศึกษารูปแบบและวิธีการนําพลังมวลชนร่วมลดอาชญากรรม โดยใช้ แนวคิดพื นฐานในเรืองการ ให้ ป ระชาชนเข้ ามามีส่วนร่ วมในการป้ องกัน และปราบปรามอาชญากรรมอย่างแท้ จ ริ งในทุก ขั นตอน กระบวนการในการดําเนินการเพือให้ ได้ มาซึงโครงการวิจัย (Research proposal) เรื อง การศึกษารูปแบบและวิธีการนําพลังมวลชนร่วมลดอาชญากรรมในครั งนี มีขั นตอนทีสําคัญ และ ผลการดําเนินการโดยสรุปดังนี ขั นตอนที1 การจัดประชุมคณะวิจัย เพื อสร้ างความรู้ ความเข้ าใจที ถกต้ ู องตรงกันเกี ยวกั บ โครงการวิจัย การเตรี ย มความพร้ อมก่ อนการทํา กิจ กรรมในแต่ ล ะขั นตอน และการ ประเมินผลการดําเนินกิจกรรมเพื อปรับปรุงพัฒนาการทํากิจกรรมครั งต่ อๆไป ผลการดําเนินการพบว่า คณะวิจัยมีความรู ้ ความเข้ าใจเกียวกับโครงการวิจัยและการ ดํา เนิ น การศึก ษาวิจัย ตลอดกระบวนการดํ า เนิ น งานเป็ นอย่ า งดี มี ก ารจัด แบ่ ง หน้ าที ความ รับ ผิด ชอบที ชัดเจนและเห���าะสมกับ ความสามารถของผู ้ วิจัย แต่ล ะคน มีก ารจัด ระบบการ ประสานงาน การกํากับ ติดตามงาน และการกําหนดนัดหมายการประชุมเพือการจัดเตรียมดําเนิน กิจกรรมในขั นตอนต่างๆรวมถึงการประเมินผลการดําเนินงานเพือการปรับปรุงพัฒนาในขั นตอน ต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขั นตอนที2 การเสนอขอความร่ วมมื อในการสนั บ สนุ นโครงการจากผ้ ูบ ริหารตํา รวจระดั บ สํานักงานตํารวจแห่ งชาติ (ตร.) ผู ้ บ ริ ห ารตํ ารวจระดับ สํา นัก งานตํา รวจแห่งชาติใ ห้ ก ารสนับ สนุน โครงการวิจัย ตามที คณะวิจัยเสนอขอความร่วมมือโดยมีคําสังสํานักงานตํารวจแห่งชาติที 142/2553 เรื องแต่งตั ง คณะทํ า งานดํ า เนิ น โครงการวิ จั ย “การศึ ก ษารู ป แบบและวิ ธี ก ารนํ า พลัง มวลชนช่ ว ยลด อาชญากรรม” เมือวันที 12 มีนาคม 2553 ส่งผลให้คณะวิจัยสามารถดําเนินโครงการวิจัยได้ อย่าง เป็ นทางการ สามารถติดต่อประสานงานและลงพื นที ภาคสนามในเขตพื นทีรับผิดชอบของทุก หน่วยงานตํารวจทัวประเทศตามทีกําหนดไว้ ในโครงการวิจัยและมีอํานาจหน้ าที ดังนี

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

3


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

1) มีอํานาจหน้ าทีในการพิ จ ารณากํ าหนดกรอบและพื นที เป้าหมายในการดําเนิ นการ ศึก ษาวิจัย เพื อพัฒนารู ป แบบและวิธีการนําพลังมวลชนร่ วมลดอาชญากรรม เพือให้ สามารถ นําไปใช้ ในการพัฒนาปรับ ปรุ งงานป้ องกันปราบปรามของสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ อย่างมี ประสิทธิภาพ 2) มีอํานาจในการเสนอขอแต่งตั งคณะทํางาน เพือดําเนินการศึกษาวิจัยเก็บข้ อมูลตาม ระเบี ยบวิธีก ารวิจัยและกรอบแนวคิดของการวิจัยและมีอํานาจในการเชิ ญหน่วยงานต่าง ๆ ที เกียวข้ องในสังกัด สํานักงานตํารวจแห่งชาติมาร่วมประชุม หรือสนับสนุนข้ อมูล เพือช่วยเหลือการ ปฏิบัติงานศึกษาวิจัยของคณะทํางาน ขั นตอนที3 การประชุมปรึกษาหารือร่ วมกับผ้ บู ริหารตํารวจระดับกองบัญชาการ (บช.) เพื อขอ ความร่ วมมือและสนับสนุนการดําเนินโครงการ รวมทั งการคัดเลือกพื นที นําร่ อง จํานวน1 แห่ ง คณะวิจัยทําการลงพื นทีภาคสนามและดําเนินการตามขั นตอนดังนี 1. สํ ารวจสภาพพื นที และการทํ างานมวลชนและชุมชนสัม พัน ธ์ ของหน่วยงานสังกัด กองบัญชาการตํารวจนครบาลและภูธรภาค 1-9 2. ประชุมปรึกษาหารื อร่วมกับผู ้ บัญชาการตํารวจนครบาล/ภูธรภาค 1- 9 และ ผู ้ บริ หาร ตํารวจระดับกองบัญชาการเพือให้ ทราบและเข้ าใจวัตถุประสงค์และแนวทางดําเนินโครงการของ คณะวิจัยในอันทีจะให้การสนับสนุนคณะวิจัยและ ภ.จว./บก.น. ทีได้ รับการคัดเลือกให้ เป็ น ภ.จว./ บก.น. นํ าร่ อ งสามารถดํา เนิ น โครงการได้ อย่างราบรื นและมีป ระสิ ท ธิ ภาพ รวมทั งได้ ร่วมกัน พิจ ารณาคัดเลือก ภ.จว./บก.น. ในสังกัดเพื อที จะให้ เ ป็ นพื นที นํ าร่ อง จํ านวน 1 แห่ง เข้ าร่ วม โครงการ โดยใช้ แนวหลักเกณฑ์การพิจารณาทีคณะวิจัยได้ กําหนดไว้ เพือให้ ได้ พื นทีทีเหมาะสม และสอดคล้ องกับแนวการดําเนินโครงการนี มากทีสุด กล่าวคือ - เป็ นพื นทีทีมีสถิติคดีอาชญากรรมในช่วงระยะเวลา1 ปี ทีผ่านมาหรื อในช่วงระยะเวลา 3 ปี ย้ อนหลัง โดยเฉลียจํ านวนมากเพี ย งพอที จะสามารถชี วัดความแตกต่างได้ อย่ างชัดเจน พอสมควร ภายหลังจากทีได้ ดําเนินโครงการไปเป็ นระยะเวลา 6 เดือนเสร็จสิ นแล้ ว(หากผลการ ดําเนินโครงการประสบความสําเร็จโดยสามารถลดสถิติคดีอาชญากรรมลงได้ ในระดับหนึง) - เป็ นพื นทีทีมีภาคีเครือข่ายทั งภาครัฐและภาคประชาชนเป็ นพลังมวลชนทีเข้ มแข็งและ มีจํ า นวนมากพอที จะสามารถร่ ว มกับ ตํ า รวจดํ าเนิ น โครงการได้ อ ย่า งรวดเร็ ว โดยตํ ารวจไม่ จําเป็ นต้ องเสียเวลาเริมต้ นไปแสวงหาภาคีเครือข่ายหรือมวลชนมาร่วมโครงการในระยะแรกก่อน

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

4


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

- ตํารวจและภาคีเครือข่ายทั งภาครัฐและภาคประชาชนทีเป็ นพลังมวลชนในพื นทีจังหวัด ต้ องสมัครใจและเต็มใจเข้ าร่ วมโครงการอย่างต่อเนื องตลอดระยะเวลา 6 เดือน จนเสร็ จ สิ น โครงการ - ผู ้ บริหารตํารวจทุกระดับตั งแต่สถานีตํารวจ กองบังคับการตํารวจ(ภูธรและนครบาล) กองบัญชาการตํารวจ (ภูธรและนครบาล) จนถึงสํานักงานตํารวจแห่งชาติให้ การสนับสนุนส่งเสริ ม การดําเนินโครงการเป็ นอย่างดี ผลการประชุมปรึกษาหารือร่วมกับผู ้ บริหารตํารวจระดับกองบัญชาการตํารวจภูธรภาค1 9 และนครบาล ปรากฏว่า 1) ผู ้ บัญชาการตํารวจและผู ้ บริหารตํารวจ ระดับกองบัญชาการมีความเข้ าใจวัตถุประสงค์ และแนวทางดําเนินโครงการเป็ นอย่างดี รวมทั งมีความพร้ อมและยินดีทีจะให้ การสนับสนุนการ ดําเนินโครงการอย่างเต็มที เนืองจากผลดีทีเกิดขึ นจากการดําเนินโครงการสอดคล้ องกับเป้าหมาย ของกองบัญชาการหรือทุกหน่วยงานของตํารวจกล่าวคือ การป้องกันและลดสถิติคดีอาชญากรรม 2) กองบัญ ชาการตํารวจภูธ ร ภาค 1 - 9 และนครบาลได้ ร่ วมกับ คณะวิ จัย พิ จ ารณา คัดเลือก กองบังคับการตํารวจภูธรจังหวัดและกองบังคับการตํารวจนครบาลทีจะให้ เป็ นเขตพื นที นําร่องในการดําเนินโครงการตามแนวหลักเกณฑ์ทั ง4 ข้ อ ดังกล่าวแล้ วข้ างต้ น ดังต่อไปนี:(1) ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา สังกัด บช.ภ.1 (2) ภ.จว.ชลบุรี สังกัด บช.ภ.2 (3) ภ.จว.นครราชสีมา สังกัด บช.ภ.3 (4) ภ.จว.ขอนแก่น สังกัด บช.ภ.4 (5) ภ.จว.เชียงใหม่ สังกัด บช.ภ.5 (6) ภ.จว.นครสวรรค์ สังกัด บช.ภ.6 (7) ภ.จว.นครปฐม สังกัด บช.ภ.7 (8) ภ.จว.นครศรีธรรมราช สังกัด บช.ภ.8 (9) ภ.จว.สงขลา สังกัด บช.ภ.9 (10) บก.น.9 สังกัด บช.น. ขั นตอนที4 การจัดเวทีแลกเปลี ยนความรู้ ร่วมกันระหว่ างคณะวิจัย ผู้บริหารตํารวจระดับกอง บังคับการ ( บก.) ที เป็ นพื นที นําร่ อง และ หัวหน้ าสถานีตํารวจ คณะวิจัย จัดเวที แลกเปลียนความรู ้ ร่วมกัน ระหว่าง ผู ้ บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดและ นครบาลที ได้ รับคัดเลือกให้ เป็ นพื นทีนํ าร่ องในการดําเนิน โครงการทั ง10 แห่ง รวมทั งผู ้ บริ หาร

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

5


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

ตํารวจระดับหัวหน้ าสถานีตํารวจทุกแห่งในสังกัด ณ ห้ องประชุมของตํารวจภูธรจังหวัด(ภ.จว.)และ ตํารวจนครบาล 9 (น.9) แต่ละแห่งในเขตพื นที ต่าง ๆ ทัวประเทศ โดยคณะวิจัยนําเสนอและทํ า ความเข้ าใจโครงการวิจัย ในประเด็น ความเป็ นมา หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ แนวทาง ดําเนิ นโครงการ ระยะเวลาดําเนิน การ งบประมาณ การแสวงหากลุ่มภาคีเ ครื อข่ายที เข้ าร่ วม โครงการ การประเมินผลการดําเนินการด้ วยตัวชี วัดของการเปรียบเทียบสถิติคดีอาชญากรรมก่อน และหลังการดําเนินโครงการ การถอดบทเรียนกระบวนการมีส่วนของประชาชนในการแก้ ปัญหา อาชญากรรมของ ภ.จว. และ น.9 ทั ง 10 แห่ง การพิจารณาหาข้ อสรุปของรูปแบบและวิธีการนํา พลังมวลชนร่ วมลดอาชญากรรมและ การพิ จารณาคัดเลือกรู ปแบบและวิธีการมีส่วนร่ วมของ มวลชนในการแก้ ไขปั ญหาอาชญากรรมทีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลจาก ภ.จว. หรื อ บก.น. ทั ง 10 แห่ง เป็ นต้ นแบบตัวอย่างเพือให้ สถานีตํารวจ ภ.จว./บก.น. บช.ภ./บช.น. และ สตช. ได้ ศึกษาวิเคราะห์และเรียนรู ้ ในการปฏิบัติการมวลชนเพือป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในเขต พื นทีต่าง ๆทัวประเทศให้ ได้ ผลดียิงขึ นต่อไป มีการแลกเปลียนความ���ู ้ เกียวกับแนวทางในการร่วมดําเนินโครงการในประเด็นต่างๆ อาทิ เช่น หลักเกณฑ์และเหตุผลที ภ.จว. หรือ บก.น. ต้ นสังกัดได้ รับการคัดเลือกให้ เป็ นพื นทีนําร่องใน การเข้ าร่วมโครงการวิจัย ปรัชญาหรือแนวความคิดใหม่ในการดําเนินงานป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมในเขตพื นทีรับผิดชอบด้ วยการเปิ ดโอกาสหรื อช่องทางให้ ประชาชนทุกภาคส่วนใน พื นทีเข้ ามามีส่วนร่วมอย่างเป็ นทางการและจริ งจังในลัก ษณะของการบูรณาการร่วมกันอย่าง ต่อเนืองเป็ นการถาวรและยังยืนตลอดไป ผลการประชุมสรุปแนวทางดําเนินโครงการตามลําดับขั นตอนประกอบด้ วย 1) ประชุมชี แจงเพือแนะนําและทําความเข้ าใจโครงการให้ แก่ตํารวจทุกคนในสังกัดสถานี ตํารวจเขตพื นทีรับ ผิดชอบของ ภ.จว./บก.น. นําร่ องทุกแห่งได้ รับทราบและเข้ าใจโครงการใน ลักษณะเดียวกันกับผู ้ บริหารตํารวจ รวมทั งโน้ มน้ าวและกระตุ ้ นให้ ตํารวจผู ้ ใต้ บังบบั คั ญชาทุกคน ในสังกัดปรับเปลียนแนวความคิดหรือทัศนคติในการยอมรับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในเขตพื นทีรับผิดชอบให้ มากขึ นกว่าเดิม 2) ผบก.ภ.จวและผู ้ บริหารตํารวจระดับรอง ได้ จัดให้ มีการประชุมชี แจงทําความเข้ าใจกับ หัวหน้ าสถานีตํารวจทุกคนในสังกัดในประเด็นทีสําคัญดังนี 2.1) การแสวงหาตัว แทนภาคี เ ครื อ ข่า ยของมวลชนในแต่ล ะพื นที ภายในเขตพื นที รับผิดชอบของสถานีตํารวจ เพือพิ จารณาจัดตั งเป็ นกรรมการร่วมในคณะกรรมการตํารวจร่วม มวลชนลดอาชญากรรม (ตมอ.) ประจํ าพื นที ของตนเอง โดยให้ พิจ ารณาคัดเลือกตัวแทนภาคี เครื อ ข่ายที เหมาะสมเป็ นประธานคณะกรรมการ โดยเฉพาะอย่า งยิ ง ย่า นพื นที ที มี ปั ญ หา อาชญากรรมเกิดขึ นหรือพื นทีทีประชาชนยังมีความหวาดระแวงหรือความรู ้ สึกไม่ปลอดภัยในชีวิต

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

6


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

และทรัพย์สินของตนเอง เพือให้ เข้ ามามีส่วนร่วมดําเนินการแก้ ไขปั ญหาอาชญากรรมกับตํารวจ ท้ องทีรับ ผิดชอบในเชิ งบูรณาการ ในทุกขั นตอนของการวางแผนและการปฏิบัติตามแผนแก้ ไข ปั ญหาอาชญากรรมดังกล่าวอย่างเป็ นทางการจริ งจัง ซึงประกอบด้ วยการดําเนินการ 7 ขั นตอน ประกอบด้ วย ขั นที1 การตรวจสอบสภาพปั ญหาให้ ตรงตามสภาพทีเป็ นจริงให้ มากทีสุด ขั นที2 การวิเคราะห์ปัญหาอาชญากรรมอย่างถูกต้ องแม่นยํา ขั นที3 การพิจารณาหาแนวทางแก้ ไขปั ญหาให้ ตรงจุด ขั นที4 การวางแผนและจัดทําแผนปฏิบัติการอย่างจริงจัง ขั นที5 การลงมือปฏิบัติการตามแผนอย่างมีประสิทธิภาพ ขั นที6 การประเมินผลการปฏิบัติด้วยตัวชี วัดอย่างเป็ นทียอมรับ ขันที 7 การปรับปรุงแผนและการปฏิบัติ ให้ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากทีสุดอย่าง ต่อเนือง 2.2) การจัดหาอาคารทีทําการหรือสํานักงานทีตั งอยู่ภายในพื นที เพือใช้ เป็ นทีตั งของศูนย์ ปฏิบัติการ ตมอ. ในการดําเนินงานของคณะกรรมการ ตมอ. 2.3) การพิจารณาแต่งตั งให้ ตัวแทนภาคีเครือข่ายเป็ นประธานคณะกรรมการ ตมอ. 2.4) การพิจารณาจัดทําแผน ตมอ. ของสถานีตํารวจร่วมกับคณะกรรมการ ตมอ. ประจํา พื นทีที มีปัญ หาอาชญากรรมที ต้ องการแก้ ไข โดยใช้ แบบฟอร์ มที คณะวิจัย ได้ กํ าหนดไว้ ใ นช่วง ระยะเวลา 1 เดือนแรกของโครงการ แล้ วเสนอให้ ภ.จว.พิจารณาปรับเป็ นแผนปฏิบัติการ ตมอ.ของ พื นที ภ.จว.ในภาพรวม เพื อให้ สามารถแก้ ไขปั ญ หาได้ ตรงกับ สถานภาพปั ญ หาอาชญากรรม ทั งหมดของ ภ.จว.มากทีสุด ขั นตอนที5 กระบวนการแสวงหาและการสร้ างเครือข่ ายเพื อสร้ างการมีส่วนร่ วมในการดําเนิน โครงการโดยการจัด ตั งเป็ นคณะกรรมการตํา รวจร่ วมมวลชนลดอาชญากรรม (ตมอ.) ประจําแต่ ละพื นที ภายหลังจากที หัวหน้ าสถานีตํารวจและผู ้ บริ หารตํารวจระดับรองได้ จัดให้ มีการประชุม ชี แจงทํ าความเข้ าใจกับ ตํารวจในสังกัด ในเรื องของการดําเนิ นโครงการทั งหมด โดยเฉพาะใน ประเด็นสําคัญทีได้ รับคําชี แจงแนะนํามาจาก ภ.จว. ดังกล่าวแล้ วข้ างต้ น หัวหน้ าสถานีตํารวจและตํารวจในสังกัดได้ ร่วมมือกันแสวงหาภาคีเครื อข่ายภาครัฐและ ภาคประชาชนเพิมเติมจากจํานวนภาคีเครื อข่ายทีมีอยู่เดิมให้ มากทีสุดเท่าทีจะทําได้ โดยเข้ าไป พบปะพูดคุย แนะนําทําความเข้ าใจเกี ยวกับ โครงการโดยละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิงผลลัพธ์

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

7


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

สําคัญทีจะเกิดขึ นจากการดําเนินโครงการได้ แก่ กระบวนการเรี ยนรู ้ ของชาวบ้ านในชุมชนในการ ป้องกัน และลดอาชญากรรมในชุมชนของตนเอง การเกิดสํานึก ร่วมกันของคนในชุมชนในการ ร่วมมือกันสร้ างความปลอดภัยให้ เกิดขึ นในชุมชน และ การลดอาชญากรรมในชุมชน ซึงปรากฎว่าบรรดาภาคีเครือข่ายทั งภาครัฐและภาคประชาชน ให้ ความร่วมมือเป็ นอย่างดี โดยมีการส่งตัวแทนเข้ าร่วมเป็ นกรรมการและประธานคณะกรรมการ ตมอ. ประจําพื นที และมอบ อาคารสถานทีในชุมชนเพือให้ จัดตั งเป็ นศูนย์ปฏิบัติการ ตมอ. รวมทั งบางส่วนยังได้ มีการบริ จาค เครื องมืออุป กรณ์และงบประมาณค่าใช้ จ่ายในการดําเนิน โครงการให้ แก่คณะกรรมการ ตมอ. เพิมเติมอีกด้ วย หัวหน้ าสถานีตํารวจจัดประชุมปรึกษาหารื อร่วมกับตัวแทนภาคีเครื อข่ายของหน่วยงาน ภาครัฐและภาคประชาชน ต่าง ๆ ในพื นทีเพือแนะนําและทําความเข้ าใจโครงการถึงหลักคิดและ แนวทางดํ า เนิ น โครงการร่ ว มกัน ในระยะเวลา 6 เดื อ นต่อ ไปของโครงการให้ เป็ นไปอย่ า งมี ประสิทธิภาพและได้ ผลในการลดปั ญหาอาชญากรรมเป้าหมาย โดยมีประเด็น ในการทํา ความ เข้ าใจเพิมเติมหลายประเด็น อาทิเช่น การขยายภาคีเครือข่ายให้ เพิมจํานวนมากขึ น การเข้ ามีส่วน ร่วมในการป้องกันปราบปรามในหลายลักษณะ เช่น การร่ วมให้ ข้อมูล ร่วมคิด ร่วมปฏิบัติ ร่วม บริจาคเงินค่าใช้ จ่ายหรืออุปกรณ์เครืองมือเครืองใช้ และ ร่วมสนับสนุนในทุกเรื องทีเป็ นประโยชน์ ต่อการดําเนินโครงการให้ ประสบความสําเร็จ เป็ นต้ น ในขั นตอนนี พบว่า ประชาชนในพื นทีให้ ความสนใจโดยการมีร่วมในการแสดงความคิดเห็น แสดงความประสงค์ใ นการเข้ า มีส่วนร่ วมกับ โครงการอย่างกระตือรื อร้ น และมีก ารสนับ สนุน งบประมาณส่วนหนึงด้ วย ขั นตอนที6 การร่ วมจัดทําแผนปฏิบัติการลดอาชญากรรมของคณะกรรมการ ตมอ. หัวหน้ าสถานี ตํารวจและผู ้ บ ริ ห ารสถานี ตํารวจระดับ รองประชุมปรึ ก ษาหารื อร่ วมกับ คณะกรรมการ ตมอ. ประจําพื นที เพือดําเนิน โครงการและจัดทําแผนปฏิบัติก าร ตมอ. ตาม 7 ขั นตอน มีการประชุมปรึกษาหารือร่วมกับคณะกรรมการ ตมอ. เพือพิจารณาจัดทําแผนปฏิบัติการ ตมอ. ของแต่ละส่วนของพื นทีสถานีตํารวจทีมีปัญหาอาชญากรรมทีพิจารณาร่วมกันแล้ วเห็นว่า เป็ นประเภทคดีอาชญากรรมเป้าหมายทีจะต้ องดําเนินการแก้ ไขก่อนเป็ นลําดับแรก ซึงล้ วนแล้ วแต่ มี อ ยู่ ใ น 2 กลุ่ม คดี ที สํ า คัญ คื อ กลุ่ม คดี ป ระทุษ ร้ ายต่ อ ชี วิ ต ร่ า งกายและเพศ และกลุ่ม คดี ประทุษร้ ายต่อทรัพย์โดยมีขั นตอนพิจารณาจัดทําแผนปฏิบัติการ ตมอ. ดังนี :-

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

8


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

1. ตรวจสอบประเภทคดีอาชญากรรมที เป็ นปั ญ หาและเลือกให้ เป็ นคดีอาชญากรรม เป้าหมายทีต้ องดําเนินการและควรเป็ นประเภทคดีทีตํารวจและภาคีเครือข่ายพิจารณาแล้ วเห็นว่า มีความสามารถเพียงพอทีจะแก้ ไขปั ญหาให้ คดีอาชญากรรมประเภทดังกล่าวลดลงได้ ในระดั บหนึง ค่อนข้ างแน่นอน 2. ร่วมกันศึกษาวิเคราะห์คดีอาชญากรรมเป้าหมาย เพือให้ ทราบถึงแผนประทุษกรรมของ คนร้ ายตั งแต่ก่อนและหลังการกระทําผิด หรือพฤติการณ์แห่งการกระทําผิดของคนร้ ายอย่างแท้ จริง 3.ร่ ว มกัน คิดค้ น หรื อ แสวงหาแนวทางป้ องกัน ปราบปรามคดีอ าชญากรรมเป้ าหมาย ดังกล่าวโดยใช้ ผลการวิเคราะห์คดีอาชญากรรมเป้าหมายจากข้ อ 2 เป็ นข้ อมูลพื นฐานหลักในการ คิดหรือแสวงหาแนวทางแก้ ไขป้องกัน ประกอบกับการใช้ แนวทางเดียวหรื อหลายแนวทางพร้ อมๆ กัน ต่อองค์ป ระกอบของการเกิดคดีอาชญากรรมองค์ป ระกอบใดองค์ประกอบหนึงหรื อหลาย องค์ประกอบรวมกัน ดังต่อไปนี :3.1 องค์ประกอบด้ านตัวคนร้ ายผู ้ กระทําผิดทีรู ้ ตัว หรื อบุคคล กลุ่มบุคคลทีต้องสงสัยว่า น่าจะเป็ นคนร้ ายทีกระทําผิด เช่น กลุ่มเด็กแว้ น ผู ้ เสพหรือติดยาเสพติด กลุ่มวัยรุ่นเกเรทีเป็ นพวก อันธพาล เป็ นต้ น โดยการสืบสวน ตรวจค้ น และจับกุมดําเนินคดี 3.2 องค์ประกอบด้ านแผนประทุษกรรมหรื อวิธีก ารของคนร้ าย ยานพาหนะ อาวุธ และ เครืองมือเครืองใช้ ในการประทําผิด โดยปฏิบัติการตัดโอกาสหรื อคอยดักตรวจค้ นและจับกุมตาม แผนประทุษกรรมของคนร้ ายทีเคยกระทําผิด 3.3 องค์ประกอบด้ านเหยือหรื อผู ้ เสียหายทีถูกกระทํา เช่นผู ้ หญิ ง เด็ก คนชรา นักเรี ยน นักศึกษา สาวโรงงาน เป็ นต้ น โดยให้ คําแนะนําเกียวกับแผนประทุษกรรมของคนร้ ายประเภทต่าง ๆ และวิธีการป้องกันตัวเอง 3.4 องค์ประกอบด้ านเหตุปัจจัยอืนทีเอื ออํานวยให้ เกิดอาชญากรรม เช่น สถานทีเปลียวรก ร้ างว่างเปล่าสถานทีมืด ความไม่ใส่ใจของตํารวจหรือคนในชุมนุมต่อการแก้ ไขปั ญหาอาชญากรรม แหล่งอบายมุข ประเภทต่าง ๆ การแพร่ระบาดของยาเสพติด ความไม่เป็ นระเบียบเรี ยบร้ อยของ ชุมนุม เป็ นต้ น โดยปฏิบัติการจํากัดเหตุปัจจัยทีเอื ออํานวยต่อการเกิดอาชญากรรมดังกล่าวนั นให้ ลดน้ อยลง หรือหมดสิ นไป 3.5 องค์ประกอบด้ านกลุ่มคนที สนับสนุน ผู ้ กระทํ าผิด เช่น แหล่งรับซื อของโจร กลุ่มผู ้ มี อิท ธิพล เจ้ าของบ่อนการพนัน นายทุน ปล่อยเงิ นกู ้ เป็ นต้ น โดยปฏิบัติการสืบ สวนปราบปราม รวมทั งร่วมกับพลังมวลชนใช้ มาตรการทางสังคมกดดันให้ กลุ่มคนทีสนับสนุนผู ้ กระทําผิดเหล่านี ให้ เลิกพฤติกรรม

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

9


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

หัวหน้ าสถานีตํารวจได้ นําส่งแผนปฏิบัติการทีได้ จัดทําขึ นร่วมกับภาคเครื อข่ายในพื นที รับผิดชอบและเสนอต่อผู ้ บริหารตํารวจระดับบก.เพือพิจารณาจัดทําเป็ นแผนปฏิบัติการ ตมอ.ของ พื นทีนําร่องในภาพรวมระดับ ภ.จว. และ บก.น.ต่อไป ขั นตอนที7 การร่ วมพิจารณาแผนปฏิบัติก าร ตมอ.ของพื นที นําร่ องในภาพรวมทั งหมดของ ผ้ ูบริหารตํารวจระดับ บก. ผู ้ บังคับการตํารวจภูธรจังหวัด(ผบก.ภ.จว) และผูบั้ งคับการนครบาล (ผบก.น.) ผู ้ บริ หาร ตํารวจระดับรอง และคณะวิจัยย่อยประจํา ภ.จว. ร่วมกันจัดทําแผนปฏิบัติการ ตมอ. ของ ภ.จว. โดยพิจ ารณาแผนปฏิบัติการ ตมอ. ของทุกสถานีตํารวจทีเสนอมาประกอบกับผลการวิเ คราะห์ เปรี ย บเที ย บสภาพปั ญ หาอาชญากรรมของพื นที ในภาพรวมทั งหมดของจังหวัด ทั งในช่ ว ง ระยะเวลา 1 ปี ทีผ่านมา และค่าเฉลียสถิติคดีอาชญากรรม 3 ปี ย้ อนหลังแล้ ว พบว่า แผนปฏิบัติการตมอ.โดยสรุปของ ภ.จว./ บก.น. ทั ง10 แห่งของพื นทีนําร่อง มีกลุ่มคดี เป้าหมายทีมีลักษณะคล้ ายคลึงกัน คือ 1. กลุ่มคดีทําร้ ายร่างกาย 2. กลุ่มคดีลักทรัพย์ในเคหสถาน 3. กลุ่มคดีลักรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ขั นตอนที8 การจัดเวทีแลกเปลี ยนความรู้ ร่วมกันระหว่ างคณะวิจัย ผู้ บริหารตํารวจระดับ บก. ที เป็ นพื นที นําร่ อง หน.สถานีตํารวจ และ แกนนําหรื อผ้ ูแทนภาคีเครื อข่ ายในเรื อง การ จัดทําแผนปฏิบัติการ ตมอ.ระยะ 1 เดือนแรกเพื อเตรียมดําเนินการตามโครงการ ผู ้ บังคับการตํารวจภูธรจังหวัด/นครบาล ผู ้ บ ริ หารตํารวจระดับ ภ.จว. ทีมคณะวิจัยย่อย ประจํา ภ.จว./บก.น. หัวหน้ าสถานีตํารวจทุกคนในสังกัดและแกนนําภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาค ประชาชนทีได้ ร่วมประชุมปรึกษาหารื อเกียวกับดําเนินโครงการในทุกวาระและทุกระดับได้ มีการ สอบถามข้ อสงสัย ถกเถียง แสดงความคิดเห็น และเสนอข้ อแนะนํากันอย่างกว้ างขวางร่วมกับ คณะวิจัยในทุกแห่งทีมีการจัดประชุม และในทีสุดทุกฝ่ ายทั งตํารวจและตัวแทนภาคีเครื อข่ าย ของทุกพื นที นําร่ องทั ง10 พื นที มีความเข้ าใจโครงการวิจัยเป็ นอย่ างดี สมัครใจและเต็ม ใจเข้ าร่ วมดําเนินโครงการกันอย่ างพร้ อมเพรี ยง พร้ อมทั งคณะกรรมการ ตมอ. ประจําพื นที โดยหัวหน้ าสถานีตํารวจทุกแห่งได้ เป็ นตัวแทนเสนอแผนปฏิบัติการ ตมอ.ของสถานีตํารวจให้ ผู ้ บังคับการตํารวจ ภ.จว./บก.น. พิ จารณาแล้ วและมีก ารปรั บ เป็ นแผนปฏิบัติการ ตมอ.ของ

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

10


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

ภ.จว./บก.น. ในภาพรวมเสร็จเรียบร้ อยแล้ ว ซึงปรากฏข้ อมูลรายละเอียดเกียวกับสภาพพื นที สภาพปั ญหาอาชญากรรมและแผนปฏิบัติการ ตมอ. ของแต่ละพื นทีนําร่องแสดงดังตารางที1

ตารางที 1 สรุ ปหัวข้ อสําคัญของแผนปฏิบัติการ ตมอ. ในรอบ 1 เดือนแรกของ การดําเนินโครงการของ 10 พื นที นําร่ อง ลําดับ

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

ภ.จว. นําร่ อง อยุธยา ชลบุรี นครราชสีมา ขอนแก่ น เชียงใหม่ นครสวรรค์ นครปฐม นครศรี ธรรมราช สงขลา บก.น.9

รวม

สภ. สภ. ร่ วม พื นที วัน/ครั ง ชั วโมง ทั งหมด ปฏิบัติการ เป้าหมาย ปฏิบัติการ ปฏิบตั ิการ

26 22 51 26 36 23 12 32 31 10 269

6 7 7 5 10 9 5 4 12 6 71

20 28 37 15 14 29 21 9 24 37 234

572 598 943 409 198 714 540 270 295 1080 5619

3,618 3,586 5,921 2,364 1,342 3,328 2,654 1,350 2,260 8,264 34,687

กําลัง ตํารวจ

กําลัง มวลชน

งบประมาณ ค่ าใช้ จ่าย

ศูนย์ ปฏิบัติการ

4,005 15,765 17,971 3,327 3,720 12,761 13,170 3,264 7,089 10,620 91,692

15,318 44,641 31,452 7,160 5,760 33,726 10,841 13,736 7,413 20,700 190,747

100,000 172,500 95,000 100,000 100,000 160,000 102,000 100,000 197,300 100,000 1,226,800

7 7 18 5 11 13 13 4 18 6 102

6. คําถามการวิจัย ประเด็น คํ า ถามการวิ จัย เรื อง การศึก ษารู ป แบบและวิ ธี ก ารนํ า พลัง มวลชนร่ ว มลด อาชญากรรม กําหนดไว้ 4 ประเด็นประกอบด้วย 1) ประเด็นกระบวนการมีส่วนร่วมของมวลชนใน การลดอาชญากรรม 2) ประเด็นการบริ หารจัดการ 3) ประเด็นการวัดผล และ 4) ประเด็นผลที เกิ ดขึ นจากการปฏิบัติก ารในโครงการตํารวจร่ วมมวลชนลดอาชญากรรม ในแต่ละประเด็น มี คําถามการวิจัยดังนี 1) ประเด็นกระบวนการมีส่วนร่วมของมวลชนในการลดอาชญากรรม 1.1) สัมพัน ธภาพกับ ภาคีเครื อข่ายที ตํารวจมีอยู่เ ดิมก่อนการดําเนิ น โครงการ ตมอ.เป็ นอย่างไร 1.2) การกระตุ ้ นให้ ภาคีเครือข่ายเดิมเข้ ามามีส่วนร่วมในการดําเนินการโครงการ ตมอ.ควรทําอะไร อย่างไร

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

11


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

1.3)การแสวงหามวลชนเข้ า มาเป็ นภาคเครื อข่ายเพิ มเติมให้ เ พี ย งพอกับ การ ดําเนินโครงการตมอ.ควรทําอะไร อย่างไร 1.4) การรัก ษาสัมพันธภาพระหว่างตมอ.ให้ ดําเนิ นการได้ อย่างราบรื นมีความ สัมพันธภาพทีดีควรทําอะไร 1.5) การมี ส่วนร่ ว มในการปฏิบัติ ก ารป้ องกัน ���ละลดอาชญากรรมของภาคี เครือข่ายเป็ นอย่างไร 1.6) ตํารวจและมวลชนมี วิธีคิด และการให้ ความหมาย เกี ยวกับ รู ป แบบและ วิธีการนําพลังมวลชนร่วมลดอาชญากรรม อย่างไร 1.7) ประสบการณ์ของผู ้ มีส่วนได้ เสียเกียวกับรูปแบบและวิธีการนําพลังมวลชน ร่วมลดอาชญากรรมเป็ นอย่างไร 1.8) ความสัมพันธ์ทางสังคมในการร่วมกลุ่มเพือสร้ างความสัมพันธ์และพัฒนา กระบวนการมีส่วนร่วมในการลดอาชญากรรมเป็ นอย่างไร 1.9) กิจกรรมทีสามารถดึงพลังมวลชนมามีส่วนร่วมลดอาชญากรรมมีอะไรบ้ าง 1.10)วิ ธี คิ ด และวิ ธี ป ฏิ บั ติ ก ารของคณะกรรมการตํ า รวจร่ ว มมวลชนลด อาชญากรรม (ตมอ.)เป็ นอย่างไร 1.11)รูปแบบและวิธีการนําพลังมวลชนร่วมลดอาชญากรรมเป็ นอย่างไร 1.12)บทบาทของมวลชนในการลดอาชญากรรมมีลักษณะอย่างไร 2) ประเด็นการบริหารจัดการ 2.1) โครงสร้ างและระบบการทํางานในการดําเนินโครงการ ตมอ.ในแต่ละพื นที ควรเป็ นอย่างไร 2.2) รูปแบบ 7 ขั นตอนทีคณะวิจัยได้ ตั งสมมติฐานไว้ สามารถนําไปสู่การปฏิบัติ เพื อการลดอาชญากรรมโดยดึ ง พลั ง มวลชนเข้ ามามี ส่ ว นร่ ว มได้ อย่ า งมี ประสิทธิภาพหรือไม่ อย่างไร 2.3) วิธีปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการ ตมอ.เป็ นอย่างไร 2.4) ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ปั ญ หาอุปสรรค กระบวนการแก้ ไขและการ ปรับเปลียนแผนปฏิบัติการป้องกันและลดอาชญากรรมเป็ นอย่างไร 2.5) ต้ นทุนในการบริหารจัดการโครงการตํารวจร่วมมวลชนลดอาชญากรรมเป็ น อย่างไร 3) ประเด็นการวัดผล(วัดอย่างไรให้ มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล) 3.1)การวิเคราะห์จุดอ่อน /จุดแข็งในการสร้ างและการรักษาพลังมวลชนร่วมลด อาชญากรรมให้ ยังยืนเป็ นอย่างไร

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

12


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

3.2)วิ ธีก ารวัดผลสําเร็ จ ของการใช้ พลัง มวลชนร่ วมลดอาชญากรรมควรเป็ น อย่างไร 4) ประเด็นผลทีเกิดขึ นจากการปฏิบัติการในโครงการตํารวจร่วมมวลชนลดอาชญากรรม 4.1) ประสิทธิผลจากการเปรี ยบเที ยบสถิ ติคดีอาชญากรรมก่อน และ หลังการ ดําเนินโครงการเป็ นอย่างไร 4.2) ผู ้ มีส่วนได้ เสีย มีความพึงพอใจต่อการป้องกัน และลดอาชญากรรมโดยใช้ วิธีการนําพลังมวลชนเข้ ามามีส่วนร่วมหรือไม่ อย่างไร 4.3)ประชาชนมีความรู ้ สึกมันคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ นเมือจัดทํา โครงการตํารวจร่วมมวลชนลดอาชญากรรมหรือไม่อย่างไร 7. วัตถุประสงค์ 7.1 เพือศึกษาประสิทธิภาพและประสิทธิผลของรูปแบบและกระบวนการมีส่วนร่วมของ ตํารวจกับมวลชนในการร่วมกันลดอาชญากรรมในพื นทีของตนเอง 7.2 เพื อสร้ างต้ น แบบของรู ป แบบและวิธีก ารนํ าพลังมวลชนร่ วมลดอาชญากรรมที มี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล 8.กรอบแนวคิดในการศึกษาวิจัย คณะวิจัย กําหนดกรอบแนวคิดในการศึกษาเรื อง การศึกษารูป แบบและวิธีการนําพลัง มวลชนร่ วมลดอาชญากรรม โดยให้ พื นทีนําร่องดําเนิน การตามแผนปฏิบัติการตมอ.7 ขั นตอน ดังรายละเอียดต่อไปนี ขั นที 1 การตรวจสอบสภาพปั ญหาให้ ตรงตามสภาพที เป็ นจริงให้ มากที สุด โดยปกติตํารวจมักประเมินสภาพปั ญหาอาชญากรรมในแต่ละพื นทีด้ วยสถิติการเกิดคดี อาชญากรรมที ประชาชนมาแจ้ งความทีสถานีตํารวจเป็ นหลัก ซึงโดยความเป็ นจริ งแล้ วยังมีคดี อาชญากรรมทีเกิดขึ นจริงอีกเป็ นจํานวนมากทีตํารวจมิได้ รับแจ้ งความไว้ เป็ นหลักฐานด้ วยเหตุผล นานัปการ เช่น ประชาชนมิได้ มาแจ้ งความเนืองจากเสียเวลาต่อการประกอบอาชีพ หรื อ ความ เกรงกลัวต่อคนร้ ายทีจะมาแก้ แค้ น หรือคิดว่าตํารวจคงไม่สามารถจับกุมคนร้ ายได้ เป็ นต้ น รวมทั ง เจ้ าหน้ าทีตํารวจส่วนหนึงยังหลีกเลียงทีจะรับ แจ้ งความและลงบัน ทึก การเกิดคดีอาชญากรรม บางส่วนอย่างเป็ นทางการแท้ จริ งเพือลดปริ มาณงานในความรับผิดชอบของตนเองลง ทั งทีการ กระทําดังกล่าวเป็ นความผิดตามระเบียบและกฎหมาย นอกจากนี ยังมีคนร้ ายอีกมากมายทีไม่ได้ ถูกตํารวจติดตามจับกุมตัวมาดําเนินคดี สามารถหลบหนีลอยนวลอยู่ในพื นทีและยังสามารถก่อคดี อาชญากรรมสร้ างความเดือดร้ อนให้ แก่ประชาชนต่อไปได้ เรือยๆอีกด้ วย

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

13


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

ดังนั น การตรวจสอบสภาพปั ญหาอาชญากรรมร่วมกันระหว่างตํารวจและมวลชนในพื นที ถึงลักษณะ ประเภท ขนาดและปริมาณความร้ ายแรงของปั ญหาอาชญากรรมอย่างจริ งจังย่อมจะ เป็ นหลัก ประกัน ได้ ส่วนหนึงว่า สภาพปั ญ หาอาชญากรรมที ตรวจพบน่าจะเป็ นสภาพปั ญ หา อาชญากรรมทีถูกต้ องแท้ จริงมากกว่าการตรวจสอบโดยสถานีตํารวจแต่เพียงฝ่ ายเดียว ขันที 2 การวิเคราะห์ ปัญหาอาชญากรรมอย่ างถกต้ ู องแม่ นยํา แต่เดิมมาตํารวจมักใช้ สถิติข้อมูลของสถานีตํารวจตามข้ อ1ซึงยังมิใช่สถิติข้อมูลทีถูกต้ อง แท้ จริงวิเคราะห์สภาพปั ญหาอาชญากรรมประกอบกับแผนประทุษกรรมของคนร้ ายทีมีการสืบสวน สอบสวนไว้ แล้ วดําเนิน การป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมตามสถิติข้อมูลดังกล่าวมาโดย ตลอดซึงบางครั งขัดแย้ งหรื อไม่ตรงกับ ข้ อมูลอาชญากรรมที ประชาชนในพื นที รับ รู ้ ทํ าให้ ก าร วิเคราะห์ปัญหาอาชญากรรมตามแนวทางดังกล่าวจึงไม่ถูกต้ องแม่นยําเท่าทีควร ดังนั น ตํารวจจึงจําเป็ นต้ องแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนซึงรู ้ ข้อมูลอาชญากรรม ท้ องถิ นได้ ดีที สุด ในการร่ วมกัน วิเ คราะห์ ปั ญ หาอาชญากรรรมในพื นที เพื อนํ าไปสู่ก ารหาแนว ทางแก้ ไขได้ ถูกต้ องตรงจุด รวมทั งพิจารณาเลือกคดีอาชญากรรมทีเกิดขึ นมากและเป็ นปั ญหา หรือ เป็ นความเดือดร้ อนของประชาชนในพื นที ซึงอาจมีอยู่ประเภทเดียวหรื อหลายประเภทมาดําเนิน โครงการ ตมอ.เฉพาะบางส่วนทีพิจารณาแล้ วเห็นว่า ตํารวจและมวลชนในพื นทีมีศักยภาพเพียง พอทีจะร่วมกันดําเนินการป้องกันและลดคดีอาชญากรรมทีเป็ นปั ญหาดังกล่าวได้ เนืองจากบาง ประเภทของคดีอาชญากรรมมีความยาก ซับซ้ อนและอันตรายเกินกว่าคณะกรรมการ ตมอ.ทีจะ ดําเนิ น การให้ บ รรลุความสําเร็ จได้ เช่น คดีลัก ทรัพย์ ภายในบริ ษั ท หรื อโรงงาน คดีฉ้อโกงหรื อ ยัก ยอกทรัพ ย์ ใ นสถาบัน การเงิ น คดี ท ะเลาะวิ ว าททํ า ร้ ายร่ างกายกัน ภายในครอบครั ว คดี อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ คดีอาชญากรรมข้ ามชาติ เป็ นต้ น ขั นที 3 การพิจารณาหาแนวทางแก้ ไขปั ญหาให้ ตรงจุด เมือมีการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันเพือวิเคราะห์คดีอาชญากรรมประเภททีเป็ นปั ญหา ได้ ถู ก ต้ องแม่ น ยํ า และได้ เลื อ กไว้ เพื อดํ า เนิ น การป้ องกั น ตามขั นตอนที 2 ดั ง กล่ า วแล้ ว คณะกรรมการตมอ.ประจํ าพื นที จํ า เป็ นต้ องตรวจสอบเหตุปั จ จัย และสาเหตุของการเกิ ดคดี อาชญากรรมว่ามีแผนประทุษกรรม หรือ พฤติการณ์แห่งการกระทําผิดของคนร้ ายอย่างไร ใครเป็ น ผู ้ ก ระทําผิด ผู ้ เ สีย หายหรื อเหยื ออาชญากรรมเป็ นกลุ่มประเภทใด มีสภาพแวดล้ อมอย่างไรที เอื ออํานวยให้ เ กิ ดคดีอาชญากรรมดังกล่าวขึ น และมีฝ่ายใดที ให้ ก ารสนับ สนุนผู ้ ก ระทํ าผิดคดี ประเภทนี ให้ กระทําการได้ ง่ายและสะดวกมากยิงขึ นด้ วย โดยมีการใช้ ข้อมูลข่าวสารจากมวลชนใน พื นที เป็ นหลักพื นฐานทีสําคัญ ในการวิเ คราะห์ เพราะเชื อว่าประชาชนจะเป็ นผู ้ ทีรู ้ เ บาะแสและ

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

14


โครงการวิจัย การ���ึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

ข้ อมูลข่าวสารอาชญากรรมในพื นทีได้ ดีทีสุดและดีกว่าตํารวจประจําพื นทีค่อนข้ างแน่นอน ซึงผล ของการวิเคราะห์อาชญากรรมตามแนวทางดังกล่าวนี เปรี ย บเสมือนเป็ นการค้ นหาเป้าหมายที ถูก ต้ องในการปฏิบัติการเพื อป้ องกัน และลดคดีอาชญากรรมให้ บ รรลุผลสําเร็ จได้ อย่างตรงจุด มากกว่าทีจะมอบภาระหน้ าทีให้ แก่ตํารวจดําเนินการแต่เพียงฝ่ ายเดียวตามแนวทางเดิมๆ ขั นที 4 การวางแผนและจัดทําแผนปฏิบัติการอย่ างจริงจัง คณะกรรมการตมอ.ประจําพื นทีจําเป็ นต้ องประชุมปรึกษาหารือร่วมกันเพือคิดหาแนวทาง หรือวิธีการแก้ ไขปั ญหาอาชญากรรมให้ บรรเทาเบาบางลงหรือมีสถิติของการเกิดคดีอาชญากรรม ดังกล่าวลดลงให้ จงได้ โดยนําผลการวิเคราะห์คดีอาชญากรรมตามทีกล่าวมาแล้ วข้ างต้ นมาเป็ น เป้าหมายในการปฏิบัติการอย่างสอดคล้ องต้ องกันในลักษณะของการแก้ ไขปั ญหาทีตรงจุด ซึง อาจจะใช้ แนวทางหรือวิธีการเดียวหรือหลากหลายแนวทาง / วิธีการพร้ อมกัน เช่น ปฏิบัติการต่อ ตัวคนร้ าย หรือ ผู ้ ต้องสงสัยในพื นทีโดยตรง หรือต่อแผนประทุษกรรมของคนร้ ายทีลงมือกระทําผิด ซํ าสถานทีหรือซําช่วงเวลา หรือต่อเหยืออาชญากรรม หรือต่อเหตุปัจจัยแวดล้ อม หรือกลุ ผู ้ สนับสนุนผู ้กระทําผิด เป็ นต้ นหลังจากนั นคณะกรรมการ ตมอ. จําเป็ นต้ องแปลงแนวทางหรือ วิธีการดังกล่าวมาเป็ นแผนปฏิบัติการ ตมอ.โดยมีการระบุข้อมูลรายละเอียดตามหัวข้ อทีสําคั ญไว้ อย่างชัดเจน ซึงคณะวิจัยได้ สร้ างแบบฟอร์มอย่างง่ายไว้ เป็ นตัวอย่างและแนวทางเขียนแผนปฏิบัติ การไว้ เรียบร้ อยแล้ ว ทั งนี เพือให้ การดําเนินโครงการ ตมอ.ของ ภ.จว. / บก.น. และ สภ./สน. ทั ง สองระดับร่วมกับภาคีเครือข่ายซึงเป็ นมวลชนในพื นทีเป็ นการทํางานทีเป็ นระบบและเป็ นไปอย่างมี ประสิทธิภาพอย่างแท้ จริง ซึงมิใช่เป็ นการดําเนินการตามความพอใจหรือความจําเป็ นแบบชัวคราว อย่างไม่ต่อเนืองเท่านั น ขั นที 5 การลงมือปฏิบัติการตามแผนอย่ างมีประสิทธิภาพ ทั งฝ่ ายตํารวจและภาคีเครือข่ายต้ องมีการประสานงานร่วมมือกันด้ วยดีอย่างเป็ นเอกภาพ อันหนึงอันเดียวกันตลอดระยะเวลาทีดําเนินโครงการและปฏิบัติการตามแผน โดยมีความตั งใจ และทํางานร่วมกันอย่างจริ งจัง และหากระหว่างการดําเนินการเกิดมีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ น เช่น ความขัดแย้ งในระหว่างผู ้ ร่วมงาน งบประมาณค่าใช้ จ่ายขาดแคลนไม่เ พีย งพอหรื อ ภาคี เครื อ ข่ า ยไม่ มี เ วลาว่ า งพอที จะเข้ าร่ ว มปฏิ บั ติ ก ารได้ อย่ า งต่ อ เนื อง เป็ นต้ น ตํ า รวจและ คณะกรรมการ ตมอ.จะต้ องร่ วมมือร่ วมใจกัน แก้ ไขปั ญ หาดัง กล่าวให้ ลุล่ว งไปได้ ด้ วยดี ด้ ว ย ความรู ้ สึกทีดีต่อกันและประนีประนอมซึงกันและกัน โดยทั งสองฝ่ ายต่างควรมุ่งมันต่อความสําเร็จ ของการบรรลุเป้าหมายเดียวกัน คือ การลดปั ญหาอาชญากรรมในพื นทีของตนเองลงให้ ได้ เป็ น สําคัญ

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

15


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

ขั นที 6 การประเมินผลการปฏิบัติด้วยตัวชี วัดอย่ างเป็ นที ยอมรับ เมือได้ มี ก ารดําเนิ น การตามแผนปฏิ บัติก าร ตมอ. ตามช่วงระยะเวลาที กํ า หนดแล้ ว คณะกรรมการ ตมอ. จํ า เป็ นต้ องมีก ารประเมิน ผลการปฏิ บัติ ต ามแผนเป็ นระยะทั งมิติ ด้ า น ประสิทธิภาพและประสิทธิผลโดยไม่จําเป็ นต้ องรอเวลาให้ ครบกําหนดรอบเดือนตามแผนเสียก่อน ซึงอาจจะมีการประเมิน ผลปฏิบัติก ารเป็ นระยะเมือสิ นสุดช่วงเวลาของแต่ละสัป ดาห์ ก็ได้ ทั งนี เพือให้ การปฏิบัติตามแผน ตมอ.สามารถยืดหยุ่นและปรับตัวให้ ทันต่อสถานการณ์อาชญากรรมที เกิ ดขึ นได้ อย่างรวดเร็ วทัน เหตุก ารณ์ โดยคณะกรรมการ ตมอ.ต้ องใช้ ผลการดําเนิ น การตาม แผนปฏิบัติการ ตมอ. เป็ นระยะดังกล่าวนั นเป็ นข้ อมูลพื นฐานในการปรับปรุงแผนปฏิบัติการใน ระยะต่อไป ทั งนี เพือให้ การดําเนินโครงการมีประสิทธิภาพและบรรลุผลสําเร็จในการป้องกันและลด คดีอาชญากรรมได้ อย่างแท้ จริ ง โดยมีตัวชี วัดของการเปรี ยบเทียบสถิติคดีอาชญากรรมทีเกิดขึ น ก่อนและหลังการดําเนินการตามแผนปฏิบัติการ รวมทั งการสํารวจความพึงพอใจของประชาชนใน พื นทีดําเนินโครงการประกอบกัน ขั นที 7 การปรับปรุ งแผนและการปฏิบัติ ให้ มีประสิทธิภาพและประสิ ทธิผลมาก ที สุดอย่ างต่ อเนื อง การประเมินผลดําเนินการตามแผนปฏิบัติการ ตมอ.เป็ นระยะตามข้ อ 6 ดังกล่าวจะเป็ น ข้ อมูลทีสําคัญในการปรับปรุงแผนปฏิบัติการและประสิทธิภาพในการปฏิบัติตามแผนด้ วย ทั งนี เพือให้ การลงทุนในการดําเนินโครงการในทุกขั นตอนทีกล่าวมาแล้ วข้ างต้ นได้ผลคุ ้ มค่ามากทีสุด โดยมีเป้าหมายหลักในการแก้ไขและลดปั ญหาอาชญากรรมในพื นทีให้ ประสบความสําเร็จอย่าง ต่อเนืองและยังยืน 9. ขอบเขตในการศึกษา 9.1 พื นทีเป้าหมาย คณะวิจัย ได้ กําหนดหลักเกณฑ์ ใ นการคัดเลือกพื นทีจังหวัด และกองบังคับ การตํารวจ นครบาลนําร่อง โดยพิจารณาจากประเด็นทีกําหนดไว้ ดังกล่าวแล้ วข้ างต้ น ผลการพิจารณาเลือก พื นที ในการดําเนิ นโครงการนํ าร่ อง โดยใช้ หลัก เกณฑ์ ก ารคัด เลือกพื นที ดังกล่าวข้ างต้ น แล้ ว ปรากฏว่าได้ พื นทีวิจัยจํานวน 10 แห่ง ซึงประกอบด้ วย 1) ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา สังกัด บช.ภ.1 2) ภ.จว.ชลบุรี สังกัด บช.ภ.2 3) ภ.จว.นครราชสีมา สังกัด บช.ภ.3 4) ภ.จว.ขอนแก่น สังกัด บช.ภ.4

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

16


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

5) 6) 7) 8) 9) 10)

ภ.จว.เชียงใหม่ ภ.จว.นครสวรรค์ ภ.จว.นครปฐม ภ.จว.นครศรีธรรมราช ภ.จว.สงขลา บก.น.9

สังกัด บช.ภ.5 สังกัด บช.ภ.6 สังกัด บช.ภ.7 สังกัด บช.ภ.8 สังกัด บช.ภ.9 สังกัด บช.น.

9.2 กลุ่มเป้าหมาย การศึก ษาวิ จั ย ครั งนี กํ า หนดกลุ่ม เป้ าหมายคื อ ตํ า รวจ ภาคีเครื อ ข่า ยภาครั ฐ และ ภาคประชาชน เช่น 1) เจ้ าหน้ าทีตํารวจประจําพื นที 2) อาสาสมัครตํารวจบ้ าน (อส.ตรบ.) 3) อาสาสมัครจราจร (อส.จร.) 4) อาสาสมัครตํารวจชุมชน (ตร.ชุมชน) 5) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ ายพลเรือน (อปพร.) 6) สมาชิกแจ้ งข่าวอาชญากรรม (ส.จข.) 7) อาสาสมัครวิทยุสมัครเล่น(อส.ว.) 8) สมาชิกตาสับปะรด 9) ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) 10) สํานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) 11) มวลชนและประชาชนโดยทัวไปในพื นทีนําร่องทีเข้ าร่วมโครงการเป็ นต้ น 10.วิธกี ารศึกษาวิจัย การศึกษาวิจัยเรื อง การศึกษารูป แบบและวิธีการนํ าพลังมวลชนร่วมลดอาชญากรรมนี ดําเนินการแบ่งออกเป็ น 2 ระยะ ระยะแรก มีเป้าหมายในการทําความเข้ าใจกับตํารวจและภาคีเครื อข่ายซึงเป็ นตัวแทน มวลชนในพื นที เพื อเตรี ยมความพร้ อมและทําความเข้ าใจเกี ยวกับ สภาพปั ญหาอาชญากรรม ร่วมกันคิดวิเคราะห์สาเหตุ คิดหาแนวทางแก้ ไขป้องกันและจัดทําแผนปฏิบัติการในการลดปั ญหา อาชญากรรมในแต่ละพื นที ระยะที สอง มีเ ป้าหมายในการป้องกัน และลดอาชญากรรมในพื นทีนําร่อง 10 แห่งให้ ได้ ผลอย่างจริงจัง โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของพลังมวลชนกับตํารวจในการป้องกันและลด

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

17


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

อาชญากรรม และทําการศึกษาวิเคราะห์รูปแบบและวิธีการนําพลังมว���ชนร่วมลดอาชญากรรมมี เพื อให้ ได้ ต้ น แบบที ดีมีป ระสิท ธิ ภาพไปใช้ เ ป็ นแนวทางในการป้ องกัน และลดอาชญากรรมให้ บรรลุผลสําเร็จในพื นทีอืนๆในทุกภาคส่วนของประเทศได้ ต่อไป โดยมีขั นตอนการดําเนินการดังนี 1) ขั นเตรียมการ 1.1) จัด ประชุมชี แจงและทํ า ความเข้ าใจกับ ผบก.ภ.จว./น ผู ้ บ ริ ห ารตํา รวจ ระดับ จว./ บก.น. หัวหน้ าสถานี ตํารวจทีรับ ผิดชอบพื นทีและ ผู ้ แทนภาคีเ ครื อข่ายภาครัฐและ ภาคประชาชนในพื นทีเป้าหมายตามแผนปฏิบัติการของ ภ.จว. / บก.น. ในการร่วมดําเนินโครงการ ให้ มีประสิทธิภาพและบรรลุผลสําเร็จตามเป้าหมายในการป้องกันและลดอาชญากรรม 1.2) จัดประชุมคณะวิจัยประจําพื นทีนําร่อง เพือทําความเข้ าใจเกียวกับวิธีการ ศึกษาวิจัย การเก็บรวบรวมข้ อมูล การประเมินและวิเคราะห์ผลการปฏิบัติ การเขียนรายงานต่างๆ และการประสานงานทีเกียวข้ องเพือนําส่งข้ อมูลทีมีคุณภาพ ถูกต้ อง ครบถ้ วน และ เชือถือได้ ให้ แก่ คณะวิจัยในการจัดทํารายงานการวิจัยทีถูกต้ องแม่นยําต่อไป 2) ขั นดําเนินการ 2.1) ดําเนินการตามแผน ภ.จว. / บก.น. พื นที นํ าร่ องร่ วมกับ คณะกรรมการตํารวจร่วมมวลชนลดอาชญากรรม (ตมอ.)ภายในพื นทีเป้าหมายดําเนิ นการตามแผนปฏิบัติการทีได้ จัดทําไว้ สําหรับช่วงระยะเวลา 1 เดือนแรกของการดําเนินโครงการ และควรจะต้ องมีการประเมินผลการปฏิบัติตามแผนเป็ นระยะ เช่น หลังจากทีได้ เริ มดําเนินการตามแผนปฏิบัติการไปแล้ วประมาณ 1 หรื อ 2 สัปดาห์ เป็ นต้ น เพื อให้ ทราบว่า การปฏิบัติตามแผนดังกล่าว สามารถป้ องกัน การเกิ ดขึ นของคดีอาชญากรรม เป้ าหมาย หรื อประสบผลสําเร็ จในการลดสถิ ติคดีอาชญากรรมเป้ าหมายดังกล่าวได้ มากน้ อย เพียงใดในอันทีจะนํา ผลการประเมินดังกล่าวไปใช้ เป็ นแนวทางในการปรับปรุงแผนปฏิบัติการให้ มี ประสิทธิภาพมากยิงขึ นในช่วงระยะเวลาต่อไป โดยไม่จําเป็ นต้ องยืนยันการปฏิบัติการตามแผนที ได้ จั ด ทํ า ไว้ นี จนครบตลอดทั งเดื อ น หรื อ ตลอด 6 เดื อ นจนเสร็ จ สิ นโครงการโดยไม่มี ก าร เปลียนแปลงแต่อย่างใดเลย ซึงพื นที เป้ าหมายทั ง 10 แห่ ง ได้ มี ก ารวางแผนปฏิ บัติก าร ตมอ. เพื อป้ องกัน และลด อาชญากรรรมในช่วง 1 เดือนแรกของการดําเนินโครงการเสร็จเรียบร้ อยแล้ วโดยย่อ ดังนี

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

18


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

1.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กําหนดคดีเป้าหมายประกอบด้ วย คดีพยายามฆ่าและทําร้ ายร่างกาย คดีลักรถยนต์และ รถจักรยานยนต์ คดีลักพระพุทธรูปและวัตถุโบราณ โดยมีสถานีตํารวจทีเข้ าร่วมโครงการ6 แห่ง ประกอบด้ วย สภ.พระนครศรีอยุธยา,สภ.อุทัย สภ.บางปะอิน,สภ.วังน้ อย สภ.พระอินทร์ราชา และ สภ.นครหลวง 2.จังหวัดชลบุรี กําหนดคดีเป้าหมายประกอบด้ วยคดีพยายามฆ่าและทําร้ ายร่างกาย คดีลกั รถยนต์และ รถจักรยานยนต์ คดีลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยมีสถานีตํารวจทีเข้ าร่วมโครงการ 7 แห่ง ประกอบด้ วย สภ.เมืองพัทยา สภ.บางละมุง สภ.เมืองชลบุรี สภ.เสม็ด สภ.ศรีราชา สภ.แหลมฉบัง สภ.แสนสุข 3.จังหวัดนครราชสีมา กําหนดคดีเป้าหมายประกอบด้ วยคดีพยายามฆ่าและทําร้ ายร่างกาย คดีลักรถจักรยานยนต์ คดีลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยมีสถานีตํารวจทีเข้ าร่วมโครงการ7 แห่ง ประกอบด้ วย สภ.เมืองนครราชสีมา สภ.สีคิ วสภ.ปั กธงชัย สภ.ปากช่อง สภ.โชคชัย สภ.โพธิกลาง สภ.จอหอ 4.จังหวัดขอนแก่น กําหนดคดีเป้าหมายประกอบด้ วยคดีพยายามฆ่าและทําร้ ายร่างกาย คดีพยายามฆ่าและ ทําร้ ายร่างกายในงานมหรสพ คดีลักรถยนต์และจักรยานยนต์ คดีลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยมี สถานีตํารวจทีเข้ าร่วมโครงการ 5 แห่ง ประกอบด้ วย สภ.เมืองขอนแก่น สภ.ชุมแพ สภ.นํ าพอง สภ.เขาสวนกวาง สภ.บ้ านฝาง 5.จังหวัดเชียงใหม่ กําหนดคดีเป้าหมายประกอบด้ วย คดีลั กรถจักรยานยนต์ โดยมีสถานีตํารวจทีเข้ าร่วม โครงการ 8 แห่ง ประกอบด้ วย สภ.เมือง สภ.แม่ริม สภ.สันทราย สภ.หางดง สภ.สันป่ าตอง สภ.สันกําแพง สภ.สารภี สภ.ดอยสะเก็ด 6.จังหวัดนครสวรรค์ กําหนดคดีเป้าหมายประกอบด้ วยคดีพยายามฆ่าและทําร้ ายร่างกาย คดีลักรถยนต์และ จักรยานยนต์ คดีลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยมีสถานีตํารวจทีเข้ าร่วมโครงการ 9 แห่ง ประกอบด้ วย สภ.เมืองนครสวรรค์ สภ.ลาดยาว สภ.ชุมแสง สภ.ตาคลี สภ.พยุหะคีรี สภ.ไพศาลี สภ.ตากฟ้า สภ.บางม่วง สภ.หนองปลิง

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

19


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

7.จังหวัดนครปฐม กําหนดคดีเป้าหมายประกอบด้ วยคดีพยายามฆ่าและทําร้ ายร่างกาย คดีลักรถยนต์และ จักรยานยนต์ คดีลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยมีสถานีตํารวจทีเข้ าร่วมโครงการ 4 แห่ง ประกอบด้ วย สภ.เมืองนครปฐม สภ.เมืองนครชัยศรี สภ.พุทธมณฑล สภ.โพธิแก้ ว 8.จังหวัดนครศรีธรรมราช กําหนดคดีเป้าหมายประกอบด้ วยคดีพยายามฆ่าและทําร้ ายร่างกาย โดยมีสถานีตํารวจ ทีเข้ าร่วมโครงการ 4 แห่ง ประกอบด้ วย สภ.เมืองนครศรีธรรมราช สภ.ทุ่งสง สภ.ท่าศาลา สภ.ทุ่งใหญ่ 9.จังหวัดสงขลา กําหนดคดีเป้าหมายประกอบด้ วยคดีพยายามฆ่าและทําร้ ายร่างกาย คดีลักรถยนต์และ จักรยานยนต์ คดีลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยมีสถานีตํารวจทีเข้ าร่วมโครงการ 12 แห่ง ประกอบด้ วย สภ.เมืองสงขลา สภ.หาดใหญ่ สภ.สะเดา สภ.ระโนด สภ.นาหม่อม สภ.ปาดังเบซาร์ สภ.จะนะ สภ.คอหงส์ สภ.สะทิงพระ สภ.นาทวี สภ.สิงหนคร สภ.ทุ่งลุง 10.จังหวัดกรุงเทพมหานคร ในพื นทีรับผิดชอบบก.น.9 กําหนดคดีเป้าหมายประกอบด้ วยคดีพยายามฆ่าและทําร้ ายร่างกาย คดีลักรถยนต์และ จักรยานยนต์ คดีลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยมีสถานีตํารวจทีเข้ าร่วมโครงการ 6 แห่ง ประกอบด้ วย สภ.บางขุนเทียน สภ.ท่าข้ าม สภ.ภาษี เจริญ สภ.หลักสอง สภ.เพชรเกษม สภ.หนองแขม เมือสิ นสุดการดําเนินการตามแผนปฏิบัติการของภ.จว./บก.น.ในช่วงระยะเวลาหนึงเดือน แล้ ว ผบก.ภ.จว. / บก.น.และผู ้ บริ หารตํารวจระดับ ภ.จว./บก.น. ต้ องประเมินผลปฏิบัติการของ ทุกคณะกรรมการ ตมอ.ประจําพื นทีของสภ./สน.ในภาพรวมของภ.จว./บก.น.ทั งหมด ทั งในมิติของ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติเพือนําไปใช้ เป็ นข้ อมูลในการปรับปรุงแผนปฏิบัติการ ของ ภ.จว./บก.น.ในช่วงระยะเวลาของเดือนต่อไปจนเสร็จสิ นโครงการ 2.2) การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล 2.2.1) ผู ้ ให้ ข้อมูลหลั ก คือ ตํารวจ มวลชน ภาคีเครือข่ายภาครัฐและ ภาคประชาชน รวมทั งประชาชนโดยทัวไปในพื นทีทีดําเนินโครงการตามแผนปฏิบัติการ 2.2.2) วิธีการและเครืองมือในการศึกษาวิจัย เพือให้ ได้ ต้นแบบของรูปแบบและวิธีการนําพลังมวลชนร่วมลดอาชญากรรม คณะวิจัยได้ กําหนดวิธีการและเครืองมือในการศึกษาวิจัยแสดงดังตารางที 2

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

20


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

ตารางที 2 สรุปประเด็น/คําถามการวิจัย วิธีการ ผู้ ให้ ข้อมลหลั ู ก และเครื องมือที ใช้ ใน การศึกษาวิจัย ประเด็น/คําถามการวิจัย 1) ประเด็นกระบวนการสร้ างการมี ส่ วนร่ วมของมวลชนในการลด อาชญากรรม

วิธีการ

ผ้ ูให้ ข้อมลหลั ู ก

เครื องมือ

1.1) สัมพันธภาพกับภาคีเครือข่ายที -การสัมภาษณ์ -ตํารวจ ตัวแทนภาคี - แนวคําถาม ตํารวจมีอยู่เดิมก่อนการดําเนินโครงการ เชิงลึก (in-depth เครือข่าย และ ตมอ.เป็ นอย่างไร interview) ประชาชนโดยทัวไป อย่างน้ อยประเภทละ 3 คน / พื นทีเป้าหมาย 1.2) การกระตุ ้ นให้ ภาคีเครือข่ายเดิม -การสัมภาษณ์ -ตํารวจ ตัวแทนภาคี - แนวคําถาม เข้ ามามีส่วนร่ วมในการดําเนิ น การ เชิงลึก (in-depth เครือข่าย และ โครงการตมอ.8 ควรทําอะไร อย่างไร interview) ประชาชนโดยทัวไป อย่างน้ อยประเภทละ 3 คน / พื นทีเป้าหมาย 1.3)การแสวงหามวลชนเข้ ามาเป็ น -การสัมภาษณ์ -ตํารวจ ตัวแทนภาคี - แนวคําถาม ภาคเครือข่ายเพิมเติมให้ เพียงพอกับ เชิงลึก (in-depth เครือข่าย และ การดําเนินโครงการตมอ.ควรทําอะไร interview) ประชาชนโดยทัวไป อย่างไร อย่างน้ อยประเภทละ 3 คน / พื นทีเป้าหมาย

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

21


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

ประเด็น/คําถามการวิจัย วิธีการ ผ้ ูให้ ข้อมลหลั เครื องมือ ู ก 1.4) การรัก ษาสัมพัน ธภาพระหว่า ง -การสัมภาษณ์ -ตํารวจ ตัวแทนภาคี - แนวคําถาม ตมอ.ให้ ดําเนิ น การได้ อย่างราบรื นมี เชิงลึก (in-depth เครือข่าย และ ความสัมพันธภาพทีดีควรทําอะไร interview) ประชาชนโดยทัวไป อย่างน้ อยประเภทละ 3 คน / พื นทีเป้าหมาย 1.5) การมีส่วนร่ วมในการปฏิบัติการ -การสังเกต ป้องกัน และลดอาชญากรรมของภาคี เครือข่ายเป็ นอย่างไร

-แบบสังเกต อย่างมีโครงสร้ าง -กล้ องถ่าย ภาพนิงและ เคลือนไหว

1.6)วิธีคิดและวิธีปฏิบัติการของ คณะกรรมการตํารวจร่วมมวลชนลด

- แนวคําถาม

1.7) ตํารวจและมวลชนมีวิธีคิด และ การให้ ความหมาย เกียวกับรูปแบบ และวิธีการนําพลังมวลชนร่วมลด อาชญากรรม อย่างไร

-ตํารวจ และภาคี เครือข่าย -กลุ่มทีเป็ นปั จจัย แวดล้ อมและสนับสนุน ให้ เกิดอาชญากรรมใน พื นทีเป้าหมาย -การสัมภาษณ์ -ตํารวจ ตัวแทนภาคี เชิงลึก (in-depth เครือข่าย และ interview) ประชาชนโดยทัวไป อย่างน้ อยประเภทละ 3 คน / พื นทีเป้าหมาย -สนทนากลุ่ม (group discussion)

-กลุ่มตํารวจ จํานวน 1 -แนวคําถาม กลุ่ม / พื นทีเป้าหมาย -กลุม่ ภาคีเครือข่าย จํานวน 1 กลุ่ม / พื นที เป้าหมาย -กลุ่มตํารวจร่วมภาคี เครือข่ายจํานวน 1 กลุ่ม / พื นทีเป้าหมาย - กลุ่มชาวบ้ านจํานวน 1 กลุ่ม / สถานีตํารวจ

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

22


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

ประเด็น/คําถามการวิจัย วิธีการ 1.8) ประสบการณ์ของผู ้ มีส่วนได้ เสีย -สนทนากลุ่ม เกี ยวกับ รู ป แบบและวิ ธี ก ารนํ า พลัง (group มวลชนร่ ว มลดอาชญากรรมเป็ น discussion) อย่างไร

1.9) ความสัมพันธ์ทางสังคมในการ ร่วมกลุ่มเพือสร้ างความสัมพันธ์และ พัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมในการ ลดอาชญากรรมเป็ นอย่างไร

ผ้ ูให้ ข้อมลหลั เครื องมือ ู ก -กลุ่มตํารวจ จํานวน 1 -แนวคําถาม กลุ่ม / พื นทีเป้าหมาย -กลุ่มภาคีเครือข่าย จํานวน 1 กลุ่ม / พื นที เป้าหมาย -กลุ่มตํารวจร่วมภาคี เครือข่ายจํานวน 1 กลุ่ม / พื นทีเป้าหมาย - กลุ่มชาวบ้ านจํานวน 1 กลุ่ม / สถานีตํารวจ -ตํารวจและภาคี -แนวคําถาม เครือข่ายในพื นที ปฏิบัติการ

ทําsocial network เครือข่าย ความสัมพันธ์ ระหว่างตํารวจ กับภาคีเครือข่าย 1.10) กิ จ กรรมที สามารถดึ ง พลั ง -การสัมภาษณ์ -ตํารวจ ตัวแทนภาคี - แนวคําถาม มวลชนมามีส่วนร่วมลดอาชญากรรม เชิงลึก (in-depth เครือข่าย และ มีอะไรบ้ าง interview) ประชาชนโดยทัวไป อย่างน้ อยประเภทละ 1.11)รู ปแบบและวิ ธี การนํ าพลั ง 3 คน / พื นทีเป้าหมาย มวลชนร่ ว มลดอาชญากรรมเป็ น อย่างไร 1.12)บทบาทของมวลชนในการลด อาชญากรรมมีลักษณะอย่างไร

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

23


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

ประเด็น/คําถามการวิจัย วิธีการ ผ้ ูให้ ข้อมลหลั ู ก 2) ประเด็ น การบริ ห ารจั ด การ ต้ นทุนและโครงสร้ าง 2.1) ประสิท ธิ ภ าพและประสิ ท ธิ ผ ล -การสัมภาษณ์ -ตํารวจ ตัวแทนภาคี ปั ญหาอุปสรรค กระบวนการแก้ ไขและ เชิงลึก (in-depth เครือข่าย และ การปรับเปลียนแผนปฏิบัติการป้องกัน interview) ประชาชนโดยทัวไป และลดอาชญากรรมเป็ นอย่างไร อย่างน้ อยประเภทละ 3 คน / พื นทีเป้าหมาย 2.2) วิ ธี ป ฏิ บั ติ ต ามแผนปฏิ บั ติ ก าร -การสังเกต -ตํารวจ และภาคี ตมอ.เป็ นอย่างไร เครือข่าย -กลุ่มทีเป็ นปั จจัย แวดล้ อมและสนับสนุน ให้ เกิดอาชญากรรมใน พื นทีเป้าหมาย 2.3) โครงสร้ าง ตมอ.ควรเป็ นอย่างไร -การสัมภาษณ์ -ตํารวจ ตัวแทนภาคี เชิงลึก (in-depth เครือข่าย และ interview) ประชาชนโดยทัวไป อย่างน้ อยประเภทละ 3 คน / พื นทีเป้าหมาย 2.4)รูปแบบ 7 ขั นตอนทีคณะวิจัยได้ -การสัมภาษณ์ -ตํารวจ ตัวแทนภาคี ตั งสมมติฐ านไว้ สามารถนํ าไปสู่ก าร เชิงลึก (in-depth เครือข่าย และ ปฏิบัติเพือการลดอาชญากรรมโดยดึง interview) ประชาชนโดยทัวไป พลังมวลชนเข้ ามามีส่วนร่วมได้ อย่างมี -สนทนากลุ่ม อย่างน้ อยประเภทละ ประสิทธิภาพหรือไม่ อย่างไร (group 3 คน / พื นทีเป้าหมาย discussion) 2.5)มูลค่าต้ นทุนในการบริ หารจัดการ -การวิเคราะห์ โค ร ง ก าร ตํ า ร วจ ร่ วมม วล ช น ล ด ต้ นทุน ค่าใช้ จ่าย อาชญากรรมมีมูลค่าเท่าไหร่

เครื องมือ

- แนวคําถาม

-แบบสังเกต อย่างมีโครงสร้ าง -กล้ องถ่าย ภาพนิงและ เคลือนไหว - แนวคําถาม

- แนวคําถาม

รายงานการใช้ จ่ายเงิน งบประมาณ ต่างๆ

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

24


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

ประเด็น/คําถามการวิจัย 3) ประเด็นการวัดผล 3.1)การวิเ คราะห์ จุดอ่อน /จุดแข็งใน การสร้ างและการรัก ษาพลัง มวลชน ร่ ว มลดอาชญากรรมให้ ยั งยื น เป็ น อย่างไร

วิธีการ

-ทําsocial network เครือข่าย ความสัมพันธ์ ระหว่างตํารวจ กับภาคีเครือข่าย 3.2)วิธีการวัดผลสําเร็จของการใช้ พลัง -การสัมภาษณ์ มวลชนร่ วมลดอาชญากรรมควรเป็ น เชิงลึก (in-depth อย่างไร interview)

ผ้ ูให้ ข้อมลหลั ู ก -ตํารวจและภาคี เครือข่ายในพื นที ปฏิบัติการ

เครื องมือ -แนวคําถาม

-ตํารวจ ตัวแทนภาคี -แนวคําถาม เครือข่าย และ ประชาชนโดยทัวไป อย่างน้ อยประเภทละ 3 คน / พื นทีเป้าหมาย

4) ประเด็ น ผลที เกิ ด ขึ นจากการ ปฏิบั ติก ารในโครงการตํารวจร่ วม มวลชนลดอาชญากรรม 4.1) ประสิทธิผลจากการเปรี ยบเทียบ -การสํารวจ สถิ ติคดีอาชญากรรมก่อน และ หลัง (survey) การดําเนินโครงการเป็ นอย่างไร 4.2) ผู ้ มีส่วนได้ เสียมีความพึงพอใจต่อ การป้องกัน และลดอาชญากรรมโดย ใช้ วิธีก ารนําพลังมวลชนเข้ ามามีส่วน ร่วมหรือไม่ อย่างไร 4.3)ประชาชนมี ค วามรู ้ สึ ก มั นคง ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ น เมือจัดทําโครงการตํารวจร่วมมวลชน ลดอาชญากรรมหรือไม่อย่างไร

-ตํารวจและภาคี เครือข่ายในพื นที ปฏิบัติการ

-แบบสํารวจ ความพึงพอใจ -แบบสํารวจ ความรู ้ สึกมันคง ปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน -สถิติ อาชญากรรม เปรียบเทียบ

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

25


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

คณะวิจัยกําหนดแผนในการดําเนินการศึกษาวิจัยโดยเริมต้ นตั งแต่วันที1 สิงหาคม 25543 จนถึง 30 เมษายน 2554 แสดงดังตารางที 3 ตารางที 3 แผนการดําเนินการศึกษาวิจัย กิจกรรม 1 2

3

ระยะเวลา 4 5 6

7

8

9

1.ทําความเข้ าใจเกียวกับการดําเนินโครงการ 2.ดําเนินกิจกรรมตามแผน 3.การเก็บรวบรวมข้ อมูล 3.1 การสังเกต 3.2 การสัมภาษณ์เชิงลึก 3.3 การสัมภาษณ์กลุ่ม 3.4 การสํารวจ 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.6 การจัดทํารายงาน 3.7 การนําเสนอและเผยแพร่ผลการวิจัย 2.2.3 การวิเคราะห์ข้อมูล 1) วิเคราะห์ข้อมูลการศึกษาประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการป้องกันและ ลดอาชญากรรมโดยใช้ สถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้ วย ค่าร้ อยละ และ ค่าเฉลีย 2) วิเคราะห์ข้อม���ล การศึกษารูปแบบและวิธีการนําพลังมวลชนร่วมลด อาชญากรรม โดยใช้ วิธีการวิเคราะห์เนื อหา(Content Analysis) 11.ระยะเวลาดําเนินการ โครงการ 9 เดือนเริมตั งแต่ เดือนสิงหาคม 2553 – เมษายน 2554

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

26


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

12.แผนการทํางาน การศึกษาวิจัย เรือง การศึกษารูปแบบและวิธีการนําพลังมวลชนร่วมลดอาชญากรรม เป็ น การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม คณะวิจัยกําหนดแผนการทํางานโดยแบ่งออกเป็ น 2 ส่วน คือ แผนการทํางานในส่วนการดําเนินงานวิจัยของคณะวิจัย และแผนการทํางานในส่วนของการ ปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมระหว่างตํารวจกับประชาชนในพื นทีโดยมีแผนการทํางานและขั นตอน การจัดกิจกรรมดังนี 12.1 แผนการทํางานในส่วนการดําเนินงานวิจัยของคณะวิจัย 12.2 แผนการทํางานในส่วนของการปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมระหว่างตํารวจกับ ประชาชนในพื นที ตารางที 4 สรุปขั นตอนการดําเนินกิจกรรมตามแผนการทํางานของคณะวิจัยและ คณะกรรมการ ตมอ. แผนการทํางานใน ส่ วนการดําเนินงาน วิจัยของคณะวิจัย

ระยะเวลา ดําเนินการ

แผนการทํางานใน ระยะเวลาดําเนินการ ส่ วนของการ ปฏิบัติการแบบมี ส่ วนร่ วมระหว่ าง ตํารวจกับประชาชน ในพื นที

-ประชุมชี แจงโครงการ ระยะที2ตามทีได้ รับการ อนุมัติให้ กับพื นทีนําร่อง คณะกรรมการตมอ. -จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรืองการศึกษาวิจัยแบบ มีส่วนร่วมให้ แก่ คณะวิจัยและคณะวิจัย ย่อย -เก็บรวบรวมข้ อมูล ครั ง ที1ในประเด็นคําถาม วิจัยทั ง4ประเด็น

-สัปดาห์ท1ของเดื ี อน สิงหาคม (1-8)

-จัดประชุมภาคี -สัปดาห์ท1ของเดื ี อนสิงหาคม เครือข่ายเพือทบทวน และตลอดเดือนสิงหาคม(1-31) ทําความเข้ าใจ แผนปฏิบัติการในรอบ 1 เดือนแรกและ ปฏิบัติการตามแผน

-สัปดาห์ท1ของเดื ี อน สิงหาคม (1-8)

-สัปดาห์ท1-3ของ ี -จัดทําแผนปฏิบัติการ -สัปดาห์ท3ของเดื ี อนสิงหาคม เดือนสิงหาคม (1-22) ตมอ.ในเดือนที2และ3 (16-22)

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

27


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

แผนการทํางานใน ส่ วนการดําเนินงาน วิจัยของคณะวิจัย

ระยะเวลา ดําเนินการ

-จัดเวทีแลกเปลียน ความรู ้ ระหว่างผล การศึกษาข้ อมูลในรอบ 1เดือนแรก ร่วมกับ คณะทํางานในพื นที และพิจารณา แผนปฏิบัติการตมอ.ใน รอบเดือนที2และ3 -เก็บรวบรวมและ วิเคราะห์ข้อมูล ครั งที2 ในประเด็นคําถามวิจัย ทั ง4ประเด็น

-สัปดาห์ท4ของเดื ี อน สิงหาคม (23-31)

แผนการทํางานใน ระยะเวลาดําเนินการ ส่ วนของการ ปฏิบัติการแบบมี ส่ วนร่ วมระหว่ าง ตํารวจกับประชาชน ในพื นที

-จัดเวทีแลกเปลียน ความรู ้ ระหว่างผล การศึกษาข้ อมูลใน รอบ1เดือนแรกร่วมกับ คณะทํางานในพื นที และพิจารณา แผนปฏิบัติการตมอ. ในรอบเดือนที2และ3 -สัปดาห์ท1-5ของ ี -ปฏิบัติการตามแผน เดือนกันยายน ( 1-30) ตมอ.รอบเดือนที2และ และสัปดาห์ท1-5ของ ี 3 เดือนตุลาคม( 1-31) -จัดทําแผนปฏิบัติการ ตมอ.ในเดือนที4และ6 -จัดเวทีประชาคม ระดับจังหวัดหรือข้ าม ภาคเพือแลกเปลียน เรียนรู ้ และนําเสนอผล การดําเนินการตาม แผนปฏิบัติการรอบ เดือนที1-3 และพิจารณา แผนปฏิบัติการรอบ เดือนที4-6

-สัปดาห์ท4ของเดื ี อนสิงหาคม (23-31)

-สัปดาห์ท1-5ของเดื ี อนกันยายน ( 1-30)และสัปดาห์ท1-5ของเดื ี อน ตุลาคม( 1-31) -สัปดาห์ท3ี ของเดือนตุลาคม ( 11-17) -สัปดาห์ท4-5ของเดื ี อนตุลาคม ( 18-31)

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

28


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

แผนการทํางานใน ส่ วนการดําเนินงาน วิจัยของคณะวิจัย

ระยะเวลา ดําเนินการ

-เก็บรวบรวมและ วิเคราะห์ข้อมูล ครั งที3 ในประเด็นคําถามวิจัย ทั ง4ประเด็น -จัดทํารายงานการ -เดือน มีนาคมศึกษาวิจัยฉบับสมบูรณ์ เมษายน 2554 -การนําเสนอและ เผยแพร่ผลการ ศึกษาวิจัย

แผนการทํางานใน ระยะเวลาดําเนินการ ส่ วนของการ ปฏิบัติการแบบมี ส่ วนร่ วมระหว่ าง ตํารวจกับประชาชน ในพื นที -ปฏิบัติการตามแผน -เดือน พฤศจิกายน 2553 ตมอ.รอบเดือนที4-6 เดือนมกราคม 2554 -จัดเวทีประชาคม -เดือน กุมภาพันธ์ 2554 ระดับชาติเพือ แลกเปลียนเรียนรู ้ และ นําเสนอผลการ ดําเนินการและ กระบวนการเรียนรู ้ ตลอดโครงการ

13.ผลที คาดว่าจะได้ รับ 13.1 สถิติคดีอาชญากรรมทีเป็ นปั ญหาของแต่ละพืนทีนําร่องลดลงได้ ระดับหนึง 13.2ได้ ต้ นแบบของรู ป แบบและวิ ธี ก ารนํ า พลั ง มวลชนร่ ว มลดอาชญากรรมที มี ประสิทธิภาพและประสิทธิผลทีเหมาะสมสอดคล้ องกับวิถีชีวิต สังคมและวัฒนธรรมในแต่ละภาค ส่วนของประเทศ 13.3 ได้ ข้อเสนอบทบาทภาคประชาชนทีมีต่อการลดอาชญากรรม 13.4 ได้ ข้อเสนอต่อการปรับระเบียบของสํานักงานตํารวจแห่งชาติว่าด้ วยการส่งเสริ มการ มีส่วนร่วม

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

29


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

ข้ อเสนอโครงการวิจัย

เรื อง “การศึกษารู ปแบบและ วิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม”

โดย พล.ต.ต. โกสินทร์ หินเธาว์ และคณะ

พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

30


โครงการวิจัย การศึกษารู ปแบบและวิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม

สั ญญาเลขที PDG5340001

ข้ อเสนอโครงการวิจัย

เรื อง “การศึกษารู ปแบบและ วิธีการนําพลั งมวลชนร่วมลดอาชญากรรม”

โดย พล.ต.ต. โกสินทร์ หินเธาว์ และคณะ พล.ต.ต.โกสินทร หินเธาว และคณะ

31


ข้อเสนอแนะงานวิจัย