Issuu on Google+

ลัก ษณะสำำ คัญ ของเทคโนโลยีส ำรสนเทศ โดยพื้นฐำนของเทคโนโลยีย่อมมีประโยชน์ต่อกำรพัฒนำประเทศ ชำติให้เจริญก้ำวหน้ำได้แต่เทคโนโลยีสำรสนเทศเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับวิถีควำมเป็นอยู่ของสังคมสมัยใหม่อยู่มำก ลักษณะเด่นที่สำำคัญของ เทคโนโลยีสำรสนเทศมีดังนี้ 1. เทคโนโลยีส ำรสนเทศช่ว ยเพิ่ม ผลผลิต ลดต้น ทุน และ เพิ่ม ประสิท ธิภ ำพในกำรทำำ งำน ในกำรประกอบกำรทำงด้ำนเศรษฐกิจ กำรค้ำและกำร อุตสำหกรรมจำำเป็นต้องหำวิธีในกำรเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนและเพิ่ม ประสิทธิภำพในกำรทำงำนคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสำรเข้ำมำช่วย ทำำให้เกิดระบบอัตโนมัติ เรำสำมำรถฝำกถอนเงินสดผ่ำนเครื่องเอทีเอ็ม ได้ตลอดเวลำ ธนำคำรสำมำรถให้บริกำรได้ดีขึ้น ทำำให้กำรบริกำรโดย รวมมีประสิทธิภำพ ในระบบกำรจัดกำรทุกแห่งต้องใช้ขอ ้ มูลเพื่อกำร ดำำเนินกำรและกำรตัดสินใจ ระบบธุรกิจจึงใช้เครื่องมือเหล่ำนี้ช่วยใน กำรทำำงำน เช่น ใช้ในระบบจัดเก็บเงินสด จองตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น 2. เทคโนโลยีส ำรสนเทศเปลี่ย นรูป แบบกำรบริก ำรเป็น แบบกระจำย เมื่อมีกำรพัฒนำระบบข้อมูล และกำรใช้ข้อมูลได้ดี กำรบริกำร ต่ำงๆ จึงเน้นรูปแบบกำรบริกำรแบบกระจำย ผู้ใช้สำมำรถสั่งซื้อสินค้ำ จำกที่บ้ำน สำมำรถสอบถำมข้อมูลผ่ำนทำงโทรศัพท์ นิสิตนักศึกษำบำง มหำวิทยำลัยสำมำรถใช้คอมพิวเตอร์สอบถำมผลสอบจำกที่บ้ำนได้ 3. เทคโนโลยีส ำรสนเทศเป็น สิ่ง ที่จ ำำ เป็น สำหรับ กำรดำ เนิน กำรในหน่ว ยงำน ต่ำ งๆ


ปัจจุบันทุกหน่วยงำนต่ำงพัฒนำระบบรวบรวมจัดเก็บข้อมูลเพื่อใช้ ในองค์กำรประเทศไทยมีระบบทะเบียนรำษฎร์ที่จัดทำำด้วยระบบ ระบบ เวชระเบียนในโรงพยำบำล ระบบกำรจัดเก็บข้อมูลภำษีในองค์กำรทุก ระดับเห็นควำมสำำคัญที่จะนำำเทคโนโลยีสำรสนเทศมำใช้ 4. เทคโนโลยีส ำรสนเทศเกี่ย วข้อ งกับ คนทุก ระดับ พัฒนำกำรด้ำนเทคโนโลยีสำรสนเทศ ทำให้ชีวิตควำมเป็นอยู่ของ คนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ดังจะเห็นได้จำก กำรพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ กำรใช้ตำรำงคำำนวณ และใช้อุปกรณ์สอ ื่ สำรโทรคมนำคมแบบต่ำงๆ เป็นต้น ผลของเทคโนโลยีส ำรสนเทศ กำรกำำเนิดของคอมพิวเตอร์เมื่อประมำณห้ำสิบกว่ำปีที่แล้ว เป็น ก้ำวสำำคัญที่นำำไปสู่ยุคสำรสนเทศ ในช่วงแรกมีกำรนำำเอำคอมพิวเตอร์ มำใช้เป็นเครื่องคำำนวณ แต่ต่อมำได้มีควำมพยำยำมพัฒนำให้ คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์สำำคัญสำำหรับกำรจัดกำรข้อมูล เมื่อเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ได้ก้ำวหน้ำมำกขึ้นทำำให้สำมำรถสร้ำงคอมพิวเตอร์ที่มี ขนำดเล็กลง แต่ประสิทธิภำพสูงขึ้น สภำพกำรใช้งำนจึงใช้งำนกันอย่ำง แพร่หลำย ผลของเทคโนโลยีสำรสนเทศที่มีต่อชีวิตควำมเป็นอยู่และ สังคมจึงมีมำก มีกำรเรียนรู้และใช้สำรสนเทศกันอย่ำงกว้ำงขวำง ผล ของเทคโนโลยีสำรสนเทศ โดยรวมกล่ำวได้ดังนี้ 1. กำรสร้ำ งเสริม คุณ ภำพชีว ิต ที่ด ีข ึ้น สภำพควำมเป็นอยู่ของสังคมเมือง มีกำรพัฒนำใช้ระบบสื่อสำร โทรคมนำคม เพื่อติดต่อสื่อสำรให้สะดวกขึ้น มีกำรประยุกต์มำใช้กับ


เครื่องอำำนวยควำมสะดวกภำยในบ้ำน เช่น ใช้ควบคุมเครื่องปรับอำกำศ ใช้ควบคุมระบบไฟฟ้ำภำยในบ้ำน 2. เสริม สร้ำ งควำมเท่ำ เทีย มในสัง คมและกำรกระจำย โอกำส เทคโนโลยีสำรสนเทศทำำให้เกิดกำรกระจำยไปทั่วทุกหนแห่ง แม้แต่ถิ่นทุรกันดำร ทำำให้มีกำรกระจำยโอกำสกำรเรียนรู้ มีกำรใช้ระบบ กำรเรียนกำรสอนทำงไกล กำรกระจำยกำรเรียนรู้ไปยังถิ่นห่ำงไกล นอกจำกนี้ในปัจจุบันมีควำมพยำยำมที่ใช้ระบบกำรรักษำพยำบำลผ่ำน เครือข่ำยสื่อสำร 3. สำรสนเทศกับ กำรเรีย นกำรสอนในโรงเรีย น กำรเรียนกำรสอนในโรงเรียนมีกำรนำำคอมพิวเตอร์และเครื่องมือ ประกอบช่วยในกำรเรียนรู้ เช่น วีดิทศ ั น์ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน คอมพิวเตอร์ช่วยจัดกำรศึกษำ เครื่องฉำยภำพ จัดตำรำงสอน คำำนวณ ระดับคะแนน จัดชั้นเรียน ทำรำยงำน เพื่อให้ผู้บริหำรได้ทรำบถึงปัญหำ และกำรแก้ปัญหำในโรงเรียน ปัจจุบันมีกำรเรียนกำรสอนทำงด้ำน เทคโนโลยีสำรสนเทศในโรงเรียนมำกขึ้น 4. เทคโนโลยีส ำรสนเทศกับ สิ่ง แวดล้อ ม กำรจัดกำรทรัพยำกรธรรมชำติหลำยอย่ำงจำเป็นต้องใช้ สำรสนเทศ เช่น กำรดูแลรักษำป่ำจำำเป็นต้องใช้ขอ ้ มูล มีกำรใช้ภำพถ่ำย ดำวเทียม กำรติดตำมข้อมูลสภำพอำกำศ กำรพยำกรณ์อำกำศ กำร จำำลองรูปแบบสภำวะสิ่งแวดล้อมเพื่อปรับปรุงแก้ไข กำรเก็บรวมรวม


ข้อมูล คุณภำพนำ้ำในแม่นำ้ำต่ำงๆ กำรตรวจวัดมลภำวะ ตลอดจนกำรใช้ ระบบกำรตรวจวัดระยะไกลมำช่วยที่เรียกว่ำ โทรมำตร เป็นต้น

5. เทคโนโลยีส ำรสนเทศกับ กำรป้อ งกัน ประเทศ กิจกำรทำงด้ำนกำรทหำรมีกำรใช้เทคโนโลยี อำวุธยุทโธปกรณ์ สมัยใหม่ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และระบบควบคุม มีกำรใช้ ระบบป้องกันภัย ระบบเฝ้ำระวังที่มีคอมพิวเตอร์ควบคุมกำรทำำงำน 6. กำรผลิต ในอุต สำหกรรมและกำรพำณิช ยกรรม กำรแข่งขันทำงด้ำนกำรผลิตสินค้ำอุตสำหกรรมจำำเป็นต้องหำวิธี กำรในกำรผลิตให้ได้มำก รำคำถูกลง เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ำมำมี บทบำทมำก มีกำรใช้ข้อมูลข่ำวสำรเพื่อกำรบริหำรและกำรจัดกำร กำร ดำำเนินกำรและยังรวมไปถึงกำรให้บริกำรกับลูกค้ำเพื่อให้ซื้อสินค้ำได้ สะดวกขึ้น 7. เทคโนโลยีส ำรสนเทศมีผ ลเกี่ย วข้อ งกับ ทุก เรื่อ งในชีว ิต ประจำวัน บทบำทเหล่ำนี้มีแนวโน้มที่สำำคัญมำกยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เยำวชนคน รุ่นใหม่จึงควรเรียนรู้และเข้ำใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสำรสนเทศ เพื่อจะได้ เป็นกำำลังสำำคัญในกำรพัฒนำเทคโนโลยีสำรสนเทศให้ก้ำวหน้ำและเกิด ประโยชน์ต่อประเทศต่อไป กำรนำำ เทคโนโลยีส ำรสนเทศมำใช้ท ำงกำรศึก ษำ 1. กำรจัด หลัก สูต ร


ในกำรจัดข้อมูลหรือกำรมีระบบข้อมูลทีมีประสิทธิภำพของสถำน ศึกษำนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะควำมต้องกำรและกำรเลือกสรรใช้ข้อมูลที่ จำำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อกำรพัฒนำกำร จัดกำรศึกษำของสถำน ศึกษำและควรจะครอบคลุมองค์ประกอบพื้นฐำนของกำรจัดกำรศึกษำ กำรจัด หลัก สูต ร ได้แก่ ตัวหลักสูตร แผนกำรสอน คู่มือ กำร พัฒนำหลักสูตร กำรสำำรวจควำมต้องกำรของชุมชน กำรใช้ตำำรำเรียน ของครูและนักเรียน โดยมุ่งเน้นถึงควำมยืดหยุ่นและควำมเหมำะสมที่เอื้อ ต่อกำรเรียนรู้และตอบสนองควำมต้องกำรของผู้เรียนและท้องถิ่น โดย สอดคล้องกับเป้ำหมำยกำรศึกษำและเหมำะสมกับควำมต้องกำรของผู้ เรียนเพียงใด 2. กระบวนกำรเรีย นกำรสอน ในกำรจัดข้อมูลหรือกำรมีระบบข้อมูลทีมีประสิทธิภำพของสถำน ศึกษำนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะควำมต้องกำรและกำรเลือกสรรใช้ข้อมูลที่ จำำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อกำรพัฒนำกำรจัดกำรศึกษำของสถำนศึกษำ และควรจะครอบคลุมองค์ประกอบพื้นฐำนของกำรจัดกำรศึกษำ กระบวนกำรเรีย นกำรสอน ได้แก่ ลักษณะของวิธีกำรสอน กำรมีส่วนรวมของนักเรียน ตำรำงสอน กำรใช้ตำำรำเรียน สื่อกำรสอน กำรประเมินผลกำรเรียนกำรสอน กำรรำยงำนผลกำรเรียน กำรสอน ซ่อมเสริม โดยมีกำรจัดกำรเรียนกำรสอนที่เป็นระบบและมีประสิทธิภำพ มีกำรสอนให้สอดคล้องกับหลักสูตรขั้นพื้นฐำนจะจัดกำรเรียนกำสอน โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลำง นอกจำกนั้นยังคำำนึงถึงกำรใช้ภูมิปัญญำ ท้องถิ่นและสื่อมำประยุกต์ใช้ในกำรจัดกำรเรียนกำรสอน


3. กำรบริห ำร ในกำรจัดข้อมูลหรือกำรม���ระบบข้อมูลทีมีประสิทธิภำพของสถำน ศึกษำนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะควำมต้องกำร และกำรเลือกสรรใช้ข้อมูลที่ จำำเป็น และเป็นประโยชน์ต่อกำรพัฒนำกำรจัดกำรศึกษำของสถำน ศึกษำและควรจะครอบคลุมองค์ประกอบพื้นฐำนของกำรจัดกำรศึกษำ กำรบริห ำร ได้แก่บริหำรงำนโรงเรียนด้ำนต่ำงๆ เช่น งำนธุรกำร ได้แก่ กำรบริหำรบุคลำกร งบประมำณ กำรวำงแผนงำน งำนวิชำกำร ได้แก่ หลักสูตร กำรเรียน กำรสอน งำนปกครอง ได้แก่ ตัวนักเรียนซึ่ง จำำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นอย่ำงดีและบำงอย่ำงต้องเป็นควำมลับ ข้อมูลเหล่ำนี้บำงอย่ำงสำมำรถแสดงได้เช่น จำำนวนครู นักเรียน ระบบ งำนธุรกำร แผนงำน ประจำำปี ฯลฯ เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้เกี่ยวข้อง ได้รับทรำบ 4. กำรบริก ำร ในกำรจัดข้อมูลหรือกำรมีระบบข้อมูลทีมีประสิทธิภำพของสถำน ศึกษำนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะควำมต้องกำรและกำรเลือกสรรใช้ข้อมูลที่ จำำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อกำรพัฒนำกำรจัดกำรศึกษำของสถำนศึกษำ และควรจะครอบคลุมองค์ประกอบพื้นฐำนของกำรจัดกำรศึกษำ กำรบริกำร คือ กำรให้บริกำรด้ำนต่ำงๆ ได้แก่ อำคำรเรียน อำคำร ประกอบและสิ่งอำำนวยควำมสะดวกที่มีอยู่ในโรงเรียน เช่น ห้องเรียน ห้องปฏิบัติกำร วัสดุอุปกรณ์ กำรเรียนกำรสอน ห้องสมุด ตลอดถึงแหล่ง เรียนรู้ทั้งในและนอกสถำนศึกษำ เป็นต้น กำรนำำ เทคโนโลยีส ำรสนเทศมำใช้จ ัด กำรศึก ษำ


เทคโนโลยีสำรสนเทศที่นำำมำใช้สำหรับกำรสอนเป็นกำรใช้ เทคโนโลยีสมัยใหม่หลำยอย่ำง ทำำให้กำรเรียนกำรสอนด้วยอุปกรณ์ที่ ทันสมัย ห้องเรียนสมัยใหม่มีอุปกรณ์วิดีโอโปรเจคเตอร์ (Video Projector) มีเครื่องคอมพิวเตอร์ มีระบบกำรอ่ำนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ แบบต่ำงๆ รูปแบบของสื่อกำรศึกษำที่นำำมำใช้ในกำรเรียนกำรสอน ก็มี หลำกหลำย ขึ้นอยู่กับควำมเหมำะสมในกำรนำำมำใช้ เช่น มัลติมีเดีย อิเล็กทรอนิกส์ยุค วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ ระบบวิดีโอออนดีมำนด์ ไฮ เปอร์เท็กซ์ คอมพิวเตอร์ และระบบอินเตอร์เน็ต เป็นต้น

1. คอมพิว เตอร์ช ่ว ยสอน เป็นกำรนำำเอำเทคโนโลยีรวมกับกำรออกแบบโปรแกรมกำรสอน มำใช้ช่วยสอน ย่อมำจำกคำำในภำษำอังกฤษว่ำ Computer-Assisted Instruction หรือเรียกย่อๆ CAI กำรจัดโปรแกรมกำรสอนโดยใช้ คอมพิวเตอร์ช่วยสอนในปัจจุบันมักอยู่ในรูปของสื่อประสม (Multimedia) หมำยถึง นำเสนอได้ทั้งภำพ ข้อควำม เสียง ภำพ เคลื่อนไหว ฯลฯ โปรแกรมช่วยสอนนี้เหมำะกับกำรศึกษำด้วยตนเองและ เปิดโอกำสให้ผู้เรียนสำมำรถโต้ตอบกับบทเรียนได้ตลอดจนมีผลป้อน กลับเพื่อให้ผู้เรียนรู้บทเรียนได้อย่ำงถูกต้องและเข้ำใจในเนื้อหำวิชำ ของบทเรียนนั้นๆ


ลักษณะคอมพิวเตอร์ช่วยสอนจึงเป็นบทเรียนที่ช่วยกำรเรียนกำร สอนและมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยจัดบทเรียนให้เป็นระบบและเหมำะ สมกับนักเรียนแต่ละคน โดยมีลักษณะสำำคัญๆ ดังนี้ 1. เริ่มจำกสิ่งที่รู้ไปสู่สิ่งที่ไม่รู้ จัดเนื้อหำเรียงไปตำมลำดับจำกง่ำย ไปสู่ยำก 2. กำรเพิ่มเนื้อหำให้กับผู้เรียนต้องค่อยๆ เพิ่มทีละน้อยและมีสำระ ใหม่ไม่มำกนักนักเรียนสำมำรถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่ำงเข้ำใจ 3. แต่ละเนื้อหำต้องมีกำรแนะนำำควำมรู้ใหม่เพียงอย่ำงเดียวไม่ให้ ที่ละมำกๆ จนทำำให้ผู้เรียนสับสน 4. ในระหว่ำงเรียนต้องให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับบทเรียน เช่น มี คำำถำมมีกำรตอบ มีทำำแบบฝึกหัด แบบทดสอบ ซึ่งทำำให้ผู้เรียนสนใจอยู่ กับกำรเรียนไม่น่ำเบื่อหน่ำย 5. กำรตอบคำำถำมที่ผิด ต้องมีคำำแนะนำำหรือทบทวนบทเรียนเก่ำ อีกครั้งหรือมีกำรเฉลย ซึ่งเป็นกำรเพิ่ม เนื้อหำไปด้วย ถ้ำเป็นคำำตอบที่ ถูกผู้เรียนได้รับคำชมเชยและได้เรียนบทเรียนต่อไปที่ก้ำวหน้ำขึ้น 6. ในกำรเสนอบทเรียนต้องมีกำรสรุปท้ำยบทเรียนแต่ละบทเรียน ช่วยให้เกิดกำรวัดผลได้ด้วยตนเอง 7. ทุกบทเรียนต้องมีกำรกำำหนดวัตถุประสงค์ไว้ให้ชัดเจนซึ่งช่วย ให้แบ่งเนื้อหำตำมลำำดับ ประโยชน์ข องคอมพิว เตอร์ช ่ว ยสอน กำรนำำเอำคอมพิวเตอร์ มำช่วยในกำรสอนมีประโยชน์หลำยประกำรดังนี้


1. ทำำให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในกระบวนกำรเรียนกำรสอนมำก ขึ้น 2. ทำำให้นักเรียนสำมำรถเลือกเรียนได้หลำยแบบตำมควำมถนัด ของแต่ละบุคคล 3. ทำำให้ไม่เปลืองสมองในกำรท่องจำำสิ่งที่ไม่ควรจะต้องจำ e ใช้ สมองในกำรคิดวิเครำะห์และตัดสินใจแทน 4. ทำำให้สำมำรถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกำรเรียนกำรสอนได้เหมำะ สมกับแต่ละบุคคล 5. ทำำให้ผู้เรียนมีอิสรภำพในกำรเรียน ไม่ตอ ้ งคอยครู อำจำรย์ ผู้ เรียนสำมำรถเรียนรู้ได้ทุกเวลำที่ต้องกำร 6. ทำำให้ผู้เรียนสำมำรถสรุปหลักกำร เนื้อหำ สำระของบทเรียน แต่ละบทเรียนได้ ประเภทของคอมพิว เตอร์ช ่ว ยสอน คอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่นำำมำใช้ในปัจจุบันมีอยู่มำกมำยหลำยรูป แบบ นักวิชำกำรและนักกำรศึกษำ ทั้งในประเทศและต่ำงประเทศได้จัด แบ่งประเภทตำมลักษณะกำรใช้ดังนี้ 1. คอมพิวเตอร์ใช้เพื่อกำรสอน (Tutoring) เป็นโปรแกรมที่สร้ำง ขึ้นในลักษณะของบทเรียนที่ลอกเลียนแบบกำรสอนของครู กล่ำวคือ มี บทนำำ มีคำำบรรยำย ซึ่งประกอบด้วยทฤษฎี กฎเกณฑ์ แนวคิดที่สอนหลัง จำกที่นักเรียนได้ศึกษำแล้วก็มีคำำถำมเพื่อใช้ในกำรตรวจสอบควำม เข้ำใจของ นักเรียน มีกำรป้อนกลับตลอดจนมีกำรเสริมแรงและสำมำรถ


ให้นักเรียนย้อนกลับไปเรียนบทเรียนเดิมได้ หรือข้ำมบทเรียนที่ได้เรียน รู้แล้วได้ นอกจำกนี้ยังสำมำรถบันทึกกำรเรียน ของนักเรียนไว้ได้ เพื่อ ให้ครูนำำข้อมูลกำรเรียนของแต่ละคนกลับไปแก้ไขนักเรียนบำงคนได้ 2. คอมพิวเตอร์ใช้เพื่อกำรฝึก (Drill and Practice) แบบฝึกส่วน ใหญ่ใช้เพื่อเสริมทักษะเมื่อครูได้สอน บทเรียนบำงอย่ำงไปแล้ว จุดมุ่ง หมำยเพื่อฝึกหัดกับคอมพิวเตอร์เพื่อวัดระดับหรือ ให้ฝึกจนถึงระดับที่ ยอมรับได้บทเรียนประเภทนี้ จึงประกอบด้วยคำำถำมและคำำตอบ กำรเตรี ยมคำำถำมต้องเตรียมไว้มำกๆ ซึ่งผู้เรียนควรได้สุ่มขึ้นมำฝึกเองได้ สิ่ง สำำคัญของกำรฝึกคือ ต้องกระตุ้นให้นักเรียนอยำกทำำและตื่นเต้นกับกำร ทำำแบบฝึกหัดนั้น ซึ่งอำจมีภำพเคลื่อนไหว คำำพูดโต้ตอบ มีกำรแข่งขัน เช่น จับเวลำหรือสร้ำงรูปแบบที่ท้ำทำยควำมสำมำรถในกำรคิดและกำร แก้ปัญหำ 3. คอมพิวเตอร์ใช้เพื่อสร้ำงสถำนกำรณ์จำำลอง (Simulation) โปรแกรมประเภทนี้ เป็นโปรแกรมที่ใช้จำำลองสถำนกำรณ์ให้ใกล้เคียง กับสถำนกำรณ์ในชีวิตจริงของนักเรียนโดยมีเหตุกำรณ์สมมติต่ำงๆ อยู่ ในโปรแกรมและผู้เรียนสำมำรถที่จะเปลี่ยนแปลงหรือจัดกระทำำได้ สำมำรถมีกำรโต้ตอบและมีวัตแปรหรือทำงเลือกหลำยๆ ทำง กำรสร้ำง สถำนกำรณ์จำำลองขึ้นเพื่อให้เกิดกำรเรียนรู้เมื่อสถำนกำรณ์จริงไม่ สำมำรถทำำได้ เช่น กำรเคลื่อนที่ของลูกปืน กำรเดินทำงของแสงกำร หักเหของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ำหรือกำรทำำปฏิกิริยำทำงเคมีที่อำจเกิดกำร


ระเบิดขึ้นหรือกำรเจริญเติบโตนี้ใช้เวลำนำนหลำยวัน กำรใช้ คอมพิวเตอร์สร้ำงสถำนกำรณ์จำำลองจึงมีควำมจำำเป็นอย่ำงมำก 4. คอมพิวเตอร์ใช้เพื่อเป็นเกมในกำรเรียนกำรสอน โปรแกรม ประเภทนี้นับเป็นแบบพิเศษของแบบจำำลองสถำนกำรณ์โดยมีกำร แข่งขันเป็นหลัก สำมำรถเล่นได้คนเดียวหรือหลำยคน ก่อให้เกิดกำร แข่งขันและร่วมมือกันก่อให้เกิดกำรเรียนรู้ได้มำกโดยกำรเพิ่มคุณค่ำ ทำงกำรศึกษำ จุดมุ่ง���มำย เนื้อหำและกระบวนกำรที่เหมำะสม 5. คอมพิวเตอร์ใช้เพื่อกำรทดสอบ (Testing) เป็นโปรแกรมที่ใช้ รวมแบบทดสอบไว้และสุ่มข้อสอบตำมจำำนวนที่ต้องกำร โดยที่ข้อสอบ เหล่ำนั้น ผ่ำนกำรสร้ำงมำอย่ำงดีมีควำมเชื่อถือได้ในกำรวัดผลสัมฤทธิ์ ทำงกำรเรียน โปรแกรมมีกำรตรวจข้อสอบให้คะแนน วิเครำะห์และ ประเมินผลให้ผู้สอบได้ทรำบทันที 6. คอมพิวเตอร์ใช้เพื่อกำรไต่ถำมข้อมูล (Inquiry) เป็นโปรแกรมที่ ช่วยในกำรค้นหำข้อเท็จจริงหรือข่ำวสำรที่เป็นประโยชน์ในตัว คอมพิวเตอร์แบบนี้จะมีแหล่งเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งสำมำรถแสดง ได้ทันทีเมื่อผู้เรียนต้องกำรด้วยระบบง่ำยๆ ที่ผู้เรียนสำมำรถทำำได้เพียง แต่กดหมำยเลขหรือใส่รหัส ซึ่งทำำให้คอมพิวเตอร์แสดงข้อมูลที่ต้องกำร ไต่ถำมได้ตำมต้องกำร นอกจำกนั้นยังนำำคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมำใช้ในลักษณะอื่นๆ เช่น กำรนำำเสนอประกอบกำรสอน กำรใช้เพื่อฝึกแก้ปัญหำกำรสำธิต เป็นต้น 2. กำรเรีย นกำรสอนโดยใช้เ ว็บ เป็น หลัก


เป็นกำรจัดกำรเรียนที่มีสภำพกำรเรียนต่ำง ไปจำกรูปแบบเดิม กำรเรียนกำรสอนแบบนี้อำศัยศักยภำพและควำมสำมำรถของเครือข่ำย อินเตอร์เน็ตซึ่งเป็นกำรนำำเอำสื่อกำรเรียนกำรสอน เป็นเทคโนโลยีสูงสุด มำช่วยสนับสนุนกำรเรียนกำรสอนให้เกิดกำรเรียนรู้จำกกำรสืบค้น ข้อมูลและเชื่อมโยงเครือข่ำยทำำให้ผู้เรียนสำมำรถเรียนได้ทุกสถำนที่ และทุกเวลำ กำรจัดกำรเรียนกำรสอนลักษณะนี้มีชื่อเรียกหลำยชื่อ ได้แก่ กำรเรียนกำรสอนผ่ำนเว็บ (Web-based Instruction) กำรฝึกอบรม ผ่ำนเว็บ (Web-based Training) กำรเรียนกำรสอนผ่ำนเวิล์ดไวด์เว็บ (www-based Instruction) กำรฝึกอบรมผ่ำนเวิล์ดไวด์เว็บ (www-based Training) เป็นต้น ควำมหมำยของกำรเรีย นกำรสอนโดยใช้เ ว็บ เป็น หลัก กำรเรียนกำรสอนโดยใช้เว็บเป็นหลักเป็นกำรประยุกต์ใช้ยุทธวิธี กำรสอนด้ำนพุทธพิสัย (Cognitive) ภำยใต้สภำพแวดล้อมทำงกำรเรียน ที่ผู้เรียนเป็นผู้สร้ำงองค์ควำมรู้ และกำรเรียนแบบร่วมมือกัน (Collaborative Learning) เนื่องจำกกำรเรียนแบบนี้ผู้เรียนเป็นผู้ควบคุม กำรเรียนด้วยตนเอง เน้นผู้เรียนเป็นสำำคัญ (Child Center) และเรียน ด้วยกำรมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น (Learner Interaction) กำรเรียนกำรสอนโดยใช้เว็บเป็นหลักเป็นกำรจำำลองสถำนกำรณ์ กำรเรียนกำรสอนในห้องเรียนในรูปของสืบค้นองค์ควำมรู้จำกเว็บหรือ อำจเรียกว่ำ อีเลิร์นนิ่ง (e-Learning) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอีเอ็ดยูเคชั่น (e-Education) และเป็นส่วนหนึ่งของอีคอมเมิร์ช (e-Commerce)


องค์ป ระกอบของกำรเรีย นกำรสอนโดยใช้เ ว็บ เป็น หลัก 1. ระบบกำรเรียนกำรสอน 2. ควำมเป็นเงื่อนไข 3. กำรสื่อสำรและกิจกรรม 4. สิ่งนำำทำงกำรค้นคว้ำ 1. ระบบกำรเรีย นกำรสอน มีกำรจัดกำรและออกแบบภำยใต้วิธีกำรของระบบคือ จะต้องมีสิ่ง นำำเข้ำ (Input) กระบวนกำร (Process) และสิ่งที่ได้รับ (Output) สิ่ง นำำ เข้ำ ในที่นี้ ได้แก่ ผู้เรียน ผู้สอน วัตถุประสงค์ กำรเรียน สือ ่ กำรสอน ฐำนควำมรู้ กำรสื่อสำรและกิจกรรม กำรประเมินผล เป็นต้น กระบวนกำร ได้แก่ กำรสร้ำงสถำนกำรณ์หรือกำรจัดสภำวะกำร เรียนกำรสอน โดยใช้วัตถุดิบจำกสิ่งนำำเข้ำตำมที่กำำหนดไว้ในแผนกำร สอน สิ่ง ที่ไ ด้ร ับ ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน ซึ่งได้จำกกำรวัดและ ประเมินผล 2. ควำมเป็น เงื่อ นไข เงื่อนไขถือว่ำเป็นสิ่งสำำคัญอย่ำงยิ่งสำำหรับกำรเรียนกำรสอนโดย ใช้เว็บเป็นหลัก อำทิ กำำหนดว่ำเมื่อเสร็จสิ้นกำรเรียนแล้วจะต้องทำำแบบ ฝึกหัดหรือแบบทดสอบ หำกทำำแบบฝึกหัดหรือแบบทดสอบผ่ำนตำม เกณฑ์ที่กำำหนดไว้ ก็สำมำรถไปศึกษำบทเรียนอื่นๆ หรือบทเรียนที่ยำก


ขึ้นเป็นลำำดับได้ แต่ถ้ำไม่ผ่ำนตำมเงื่อนไขที่กำำหนดจะต้องเรียนซำ้ำ จนกว่ำจะผ่ำนเกณฑ์นั้น 3.กำรสื่อ สำรและกิจ กรรม กำรสื่อสำรเป็นสิ่งสำำคัญต่อกำรสร้ำงปฏิสัมพันธ์ขึ้น ส่วนกิจกรรม จะเป็นตัวกระตุ้น ให้ปฏิสัมพันธ์เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้ต่ำงไปจำกห้องเรียน ปกติ กิจกรรมจะเป็นตัวช่วยให้กำรเรียนรู้เข้ำ สู่วัตถุประสงค์ได้ง่ำยขึ้น กำรสื่อสำรและกิจกรรมเกิดขึ้นระหว่ำงผู้เรียนกับผู้เรียน ผู้เรียนกับผู้ สอน และผู้เรียนกับเนื้อหำวิชำ 4. สิ่ง นำำ ทำงกำรค้น คว้ำ เป็นกำรกำำหนดแหล่งควำมรู้ภำยนอกที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนโดย กำำหนดด้วยสิ่งนำำทำงกำรค้นคว้ำ เช่น แหล่งควำมรู้ภำยนอกที่กำำหนด อย่ำงเป็นลำำดับ กล่ำวคือมีกำรศึกษำก่อนหลัง มีควำมยำกง่ำยเป็นลำำดับ มีกำรจัดเรียน หัวข้อตำมลำำดับ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียนไม่หลงทำงและเรียนรู้ ไปตำมลำำดับขั้นตอน ประเภทของสื่อ ที่ใ ช้ใ นกำรเรีย นกำรสอนโดยใช้เ ว็บ เป็น หลัก 1. เวิล ด์ไ วด์เ ว็บ (World Wide Web) ใช้สำำหรับเป็นแหล่งควำม รู้ฐำนและเป็นแหล่งควำมรู้ภำยนอกเพื่อกำรสืบค้น 2. อีเ มล์ (e-Mail) ใช้ติดต่อสือ ่ สำรระหว่ำงอำจำรย์หรือเพื่อนร่วม ชั้นเรียนด้วยกันใช้ส่วนกำรบ้ำนหรืองำนที่ได้รับมอบหมำย


3. กระดำนขำว (Chat) ใช้ติดต่อสือ ่ สำรระหว่ำง ผู้เรียน อำจำรย์ และผู้เรียนเป็นกลุ่ม ใช้กำำหนดประเด็นหรือกระทู้ตำมที่อำจำรย์กำำหนด หรือตำมแต่นักเรียนกำำหนดเพื่อช่วยกันอภิปรำยตอบคำถำมในประเด็น ที่เป็นกระทู้นั้น ๆ 4. แชท (Chat) ใช้ติดต่อสื่อสำรระหว่ำงผู้เรียน อำจำรย์และผู้ เรียน โดยกำรสนทนำแบบเวลำจริง (Real time) โดยมีทั้งสนทนำด้วยตัว อักษรและสนทนำทำงเสียง (Voice Chat) ลักษณะใช้คือใช้สนทนำ ระหว่ำงผู้เรียนและอำจำรย์ ใน ห้องเรียนหรือชั่วโมงเรียนเสมือนว่ำ กำำลังเรียนอยู่ในห้องเรียนจริงๆ 5. ไอซีค ิว (ICQ) ใช้ติดต่อสื่อสำรระหว่ำงผู้เรียน อำจำรย์และผู้ เรียนโดยกำรสนทนำแบบเวลำจริงหรือหลังจำกนั้นแล้ว โดยเก็บ ข้อควำมไว้ กำรสนทนำระหว่ำงผู้เรียนและอำจำรย์ในห้องเรียนเสมือน ว่ำกำำลังคุยกัน ในห้องเรียนจริงๆ และบำงครั้งผู้เรียนก็ไม่จำำเป็นต้องอยู่ ในเวลำนั้นๆ ไอซีคิวจะเก็บข้อควำมไว้ให้และยังทรำบด้วยว่ำในขณะ นั้นผู้เรียนอยู่หน้ำเครื่องคอมพิวเตอร์หรือไม่ 6. คอนเฟอเรนซ์ (Conference) ใช้ติดต่อสือ ่ สำรระหว่ำงผู้เรียน อำจำรย์และผู้เรียนแบบเวลำจริง โดยที่ผู้เรียนและอำจำรย์สำมำรถเห็น หน้ำกันได้โดยผ่ำนทำงกล้องโทรทัศน์ที่ติดอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง สองฝ่ำยใช้บรรยำยให้ผู้เรียนกับที่อยู่หน้ำเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือนว่ำ กำำลังเรียนอยู่ในห้องเรียนจริงๆ


7. กำรบ้ำ นอิเ ล็ก ทรอนิก ส์ ใช้สำำหรับติดต่อสื่อสำรระหว่ำงผู้ เรียน อำจำรย์เป็นเสมือนสมุดประจำำตัวนักเรียน โดยที่นักเรียนไม่ต้อง ถือสมุดกำรบ้ำนจริงๆ และใช้ส่งงำนตำมที่อำจำรย์กำำหนด เช่น ให้เรียน รำยงำนโดยที่อำจำรย์สำมำรถเปิดดูกำรบ้ำนอิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียน และเขียนบันทึกเพื่อตรวจงำน และให้คะแนนได้แต่นักเรียนจะเปิดดูไม่ ได้

คุณ ค่ำ ทำงกำรศึก ษำ ของกำรเรีย นกำรสอนโดยใช้เ ว็บ เป็น หลัก 1. ช่วยเปิดโลกกว้ำงทำงกำรศึกษำ แหล่งวิทยำกำร ควำมรู้ต่ำงๆ ที่ มีอยู่ทั่วโลกตลอดจนเรียนรู้ด้ำน วัฒนธรรมซึ่งกันและกันผ่ำนเครือข่ำย กำรสื่อสำรได้ทั่วโลก 2. ค้นคว้ำข้อมูลข่ำวสำรได้มำกมำยหลำกหลำยในลักษณะที่เป็น สื่อประเภทอื่นๆ ผู้เรียนที่อยู่ในสถำบันกำรศึกษำอื่นๆ หรือต่ำงโรงเรียน กัน ต่ำงจังหวัดหรือต่ำงประเทศก็สำมำรถสืบค้นข้อมูลผ่ำนเครือข่ำยได้ 3. ฝึกทักษะกำรคิดอย่ำงเป็นระบบ โดยเฉพำะทักษะกำรคิด วิเครำะห์ สังเครำะห��� กำรแก้ปัญหำและกำรคิดอย่ำงอิสระ ทั้งนี้เนื่องจำก ข้อมูลในเครือข่ำยมีมำกผู้เรียนจึงต้องคิดวิเครำะห์อยู่เสมอเพื่อแยกแยะ สำรสนเทศที่เป็นสำระสำำหรับตน


4. ขยำยขอบข่ำยกำรเรียนรู้ในห้องเรียนออกไป เปิดโอกำสให้ผู้ เรียนสำมำรถสำำรวจข้อมูลตำมควำมสนใจของผู้เรียน นอกจำกนั้นยัง เปิดโอกำสให้ทำงำนร่วมกันเป็นกลุ่ม ทำำให้ผู้เรียนมีโอกำสมองปัญหำได้ หลำกหลำยแง่มุมมำกขึ้น 5. ทำำให้ผู้เรียนสำมำรถปรึกษำผู้เชี่ยวชำญหรือผู้ให้คำำปรึกษำได้ โดยอิสระ ถือเป็นแรงจูงใจที่สำำคัญอย่ำงหนึ่งในกำรเรียนรู้ของผู้เรียน 6. ทำำให้เรียนได้มีโอกำสศึกษำโปรแกรมประยุกต์ต่ำงๆ บน คอมพิวเตอร์และบนเครือข่ำยต่ำงๆ ไปพร้อมๆ กับกำรเรียน ข้อ ดีข องกำรเรีย นกำรสอนโดยใช้เ ว็บ เป็น หลัก 1. ช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่ำงผู้เรียนกับผู้เรียน ผูเ้ รียนกับผู้สอน และผู้เรียนกับแหล่งกำรเรียนผูอ ้ ื่นๆ 2. ช่วยลดรำยจ่ำยในสภำพกำรเรียนกำรสอนจริงที่มีอำคำรพร้อม สิ่งอำำนวยควำมสะดวกอื่นๆ ซึ่งเสียค่ำใช้จ่ำยมำก มีกำรเตรียมวัสดุ อุปกรณ์และบำงครั้งอำจเสี่ยงอันตรำย ดังนั้นกำรเรียนกำรสอนโดยใช้ เว็บเป็นหลักจึงเป็นทำงเลือกหนึ่งที่ช่วยลดภำระค่ำใช้จ่ำยได้ 3. ทำำข้อมูลให้ทันสมัยและเป็นปัจจุบันได้ง่ำยและรวดเร็วจึงทำำให้ เนื้อหำวิชำที่ผู้เรียนได้รับถูกต้องอยู่เสมอ 4. ข้อมูลต่ำงๆ ที่ใช้ในกำรเรียนกำรสอนสำมำรถอ้ำงอิงผ่ำนระบบ กำรสืบค้นได้ทันที


ข้อ จำำ กัด ของกำรเรีย นกำรสอนโดยใช้เ ว็บ เป็น หลัก 1. ค่ำใช้จ่ำยในเรื่องเครื่องคอมพิวเตอร์ กำรติดตั้ง ค่ำเช่ำ กรณีอยู่ ต่ำงจังหวัดมีรำคำสูงมำก 2. ขำดผู้เชี่ยวชำญในกำรออกแบบระบบกำรเรียนกำรสอนผ่ำน อินเตอร์เน็ต 3. มีอุปสรรคในด้ำนภำษำเนื่องจำกข้อมูลทีอ ่ ยู่บนอินเตอร์เน็ต ส่วนมำกเป็นภำษำอังกฤษ 4. ประสิทธิภำพกำรเรียนทั้งหมดอยู่ที่ผู้เรียนเป็นสำำคัญ อำจำรย์ผู้ สอนไม่สำมำรถควบคุมกำรเรียนของ ผู้เรียนได้ 5. ควำมเร็วในกำรเข้ำถึงข้อมูลและสืบค้นยังช้ำทำำให้เกิดควำมน่ำ เบื่อหน่ำย 6. ผู้ใช้ยังขำดทักษะกำรใช้คอมพิวเตอร์ และเครือข่ำยจึงทำำให้ไม่ ค่อยอยำกใช้และไม่สนใจที่จะเรียนใน รูปแบบนี้ 7. ไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมกำรเรียนกำรสอนของสังคม ซึ่งเน้น กำรถ่ำยทอดควำมรู้จำกครู อำจำรย์เป็นหลัก 8. ขำดกำรสนับสนุนและปฏิรูปกำรจัดกำรศึกษำจำกผู้บริหำรใน ทุกระดับซึ่งไม่เข้ำใจในเทคโนโลยีสำรสนเทศ 3. มัล ติม ีเ ดีย เป็นเทคโนโลยีได้พัฒนำก้ำวหน้ำจนสำมำรถรองรับกำรแทน ข้อมูลข่ำวสำรขนำดใหญ่ได้มำกขึ้น สำมำรถนำเสนอข่ำวสำรที่เข้ำใจ ได้ง่ำยขึ้น กำรผสมรูปแบบหลำยสื่อจึงทำำ ได้ง่ำย เช่น กำรใช้ภำพที่เป็น สีแทนภำพขำว - ดำำ เพื่อทำำให้เข้ำใจดีขึ้น ภำพเคลื่อนไหวทำำให้น่ำตื่น


เต้นเรียนรู้ได้ง่ำยตลอดจนกำรมีเสียงเมื่อนำำมำรวมเข้ำด้วยกันเป็น มัลติมีเดีย ซึ่งกำรผสมรูปแบบสื่อหลำยอย่ำงทำำให้กำรเรียนรู้สมบูรณ์ขึ้น เมื่อรำวๆ ต้นปี พ.ศ. 2524 มีระบบปฏิบัติกำรที่เรียกว่ำวินโดวส์ 3.0 ซึ่งเป็นระบบ ปฏิบัติกำรที่ใช้สำำหรับเครื่องพีซีและเป็นระบบปฏิบัติกำรที่ เรียกว่ำ กรำฟิกยูชเซอร์อินเตอร์เฟส (GUI : Graphical User Interface) ซึ่งมีลักษณะอินเตอร์เฟสเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์แมค อินทอช เป็น อินเตอร์เฟสที่แสดงได้ทั้งข้อควำมและกรำฟิกและง่ำยต่อกำรใช้ ประกอบกับที่โปรแกรมประยุกต์ต่ำงๆ ที่สนับสนุนกำรใช้ให้กว้ำงขว้ำง ขึ้น ซึ่งต่อมำในปี พ.ศ. 2535 วินโดวส์ มีศักยภำพในเรื่องของภำพและ เสียง ในปีเดียวกันนี้จึงเกิดมำตรฐำนเอมพีซี (MPC: multimedia personal computer) ซึ่งมำตรฐำนนี้เป็นสิ่งกำำหนดระบบพื้นฐำนที่จำำเป็น สำำหรับระบบปฏิบัติกำรวินโดวส์ด้ำนมัลติมีเดีย กำรเริ่มต้นใช้วินโดวส์ 3.1 เมื่อเดือนมีนำคม พ.ศ. 2536 ทำำให้สำมำรถขยำยกำรใช้มัลติมีเดียได้ กว้ำงขวำงยิ่งขึ้น กล่ำวคือรำยกำรเล่นไฟล์เสียง ไฟล์มีเดีย ไฟล์ภำพ เคลื่อนไหว และภำพยนตร์ จำกแผ่นซีดีรอมได้ จนกลำยเป็นจุดเริ่มต้น ของมัลติมีเดียบนเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี ดังนั้น กำรใช้มัลติมีเดีย คือกำรใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับโปรแกรม ซอฟต์แวร์ในกำรสื่อควำมหมำยโดยกำรผสมผสำนสื่อหลำยชนิด เช่น ข้อควำม สีสัน ภำพกรำฟิก ภำพเครื่องไหว เสียง และภำพพยนต์ วีดิ ทัศน์และผู้ใช้สำมำรถควบคุมสื่อให้เสนอของมำตำมต้องกำรได้ ระบบนี้


จะเรียกว่ำ มัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ กำรปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้สำมำรถกระทำำ ได้โดยผ่ำนทำงคีย์บอร์ด เมำส์ หรือตัวชี้เป็นต้น คุณ ค่ำ ของมัล ติม ีเ ดีย มัลติมีเดียได้นำำมำใช้ในกำรฝึกอบรม กำรทหำร และอุตสำหกรรม และยังเป็นเครื่องมือที่สำำคัญทำงกำรศึกษำ ทั้งนี้เพรำะว่ำเทคโนโลยี มัลติมีเดียสำมำรถทีจะนำำเสนอได้ทั้งเสียง ข้อควำม ภำพเคลื่อนไหว ดนตรี กรำฟิก ภำพถ่ำย วัสดุตีพิมพ์ และภำพยนตร์วีดิทัศน์ และสำมำรถ ที่จะจำำลองภำพกำรเรียนกำรสอน โดยผู้เรียนสำมำรถเรียนรู้ได้โดยตรง จุดเด่นของกำรใช้มัลติมีเดียเพื่อกำรศึกษำมีดังนี้ 1. ส่งเสริมกำรเรียนด้วยตนเองแบบเชิงรุก กับแบบสื่อนำำเสนอกำร สอนแบบเชิงรับ 2. สำมำรถเป็นแบบจำำลองกำรนำำเสนอหรือตัวอย่ำงที่เป็นแบบฝึก และสอนที่ไม่มีแบบฝึก 3. มีภำพประกอบและมีปฏิสัมพันธ์ 4. เป็นสื่อที่สำมำรถพัฒนำเพื่อช่วยกำรตัดสินใจและแก้ไขปัญหำ อย่ำงมีศักยภำพ 5. ยอมให้ผู้ใช้ควบคุมได้ด้วยตนเอง และมีระบบหลำยแนวทำงใน กำรเข้ำถึงข้อมูล 6. สร้ำงแรงจูงใจและมีหลำยรูปแบบกำรเรียน 7. จัดกำรด้ำนเวลำในกำรเรียนได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ ใช้เวลำใน กำรเรียนน้อย กำรใช้ม ัล ติม ีเ ดีย เพื่อ กำรเรีย นกำรสอน


กำรใช้มัลติมีเดียก็เพื่อเพิ่มทำงเลือกในกำรเรียนและสนองต่อรูป แบบของกำรเรียนของนักเรียนที่แตกต่ำงกัน กำรจำำลองสภำพกำรณ์ ของวิชำต่ำงๆ เป็นวิธีกำรเรียนรู้ที่นำำให้นักเรียนได้รับประสบกำรณ์ตรง ก่อนกำรลงมือปฏิบัติจริงโดยสำมำรถที่จะทบทวนขั้นตอนและ กระบวนกำรได้เป็นอย่ำงดี นักเรียนอำจเรียนหรือฝึกซำ้ำได้และใช้ มัลติมีเดียในกำรฝึกภำษำต่ำงประเทศ โดยเน้นเรื่องของกำรออกเสียง และฝึกพูด มัลติมีเดียสำมำรถเชื่อมทฤษฎีและกำรปฏิบัติเข้ำด้วยกันคือ ให้ โอกำสผู้ใช้บทเรียนได้ทดลองฝึกปฏิบัติในสิ่งที่ได้เรียนในห้องเรียน และช่วยเปลี่ยนผู้ใช้บทเรียนจำกสภำพกำรเรียนรู้ในเชิงรับ มำเป็นเชิง รุก ในด้ำนของผู้สอนใช้ มัลติมีเดียในกำรนำำเสนอกำรสอนในชั้นเรียน แทนกำรสอนโดยใช้เครื่องฉำยภำพข้ำมศีรษะ ทั้งนี้เนื่องจำกมัลติมีเดีย จะสำมำรถนำำเสนอควำมรู้ได้หลำยสื่อและเสมือนจริงได้มำกกว่ำกำรใช้ สื่อประเภทแผ่นใสเพียงอย่ำงเดียว

องค์ป ระกอบของมัล ติม ีเ ดีย ระบบมัลติมีเดียที่ใช้กับคอมพิวเตอร์เป็นระบบที่เน้นกำรโต้ตอบกับ ผู้เรียน กล่ำวคือ เมื่อคอมพิวเตอร์นำำเสนอข้อมูลข่ำวสำร ผู้ใช้สำมำรถ โต้ตอบในลักษณะเวลำจริง (Real Time) กำรโต้ตอบจึงทำำให้รูปแบบ ของกำรใช้งำนมีควำมเหมำะสมและตรงกับควำมต้องกำรของผู้ใช้ได้ มำกขึ้น ดังนั้นระบบมัลติมีเดียจึงเป็นระบบกำรนำข้อมูลข่ำวสำรที่มี


ขนำดใหญ่มำใช้กับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเน้นกำรใช้สื่อผสมหลำยรูปแบบ ได้แก่ เสียง ภำพถ่ำย ภำพกรำฟิก ภำพเคลื่อนไหวและวีดิทศ ั น์ เป็นต้น มัลติมีเดี���สำมำรถสร้ำงขึ้นจำกโปรแกรมประยุกต์หลำยๆ โปรแกรมแต่ อย่ำงใดก็ตำม จะต้องประกอบด้วย 2 สื่อหรือมำกกว่ำตำมองค์ประกอบ ดังนี้ คือ ข้อควำม ภำพเคลื่อนไหว เสียงภำพนิ่ง กำรเชื่อมโยงแบบ ปฏิสัมพันธ์และภำพยนตร์วีดิทัศน์ ดังนั้น จึงอำจสรุปได้ว่ำ กำรที่มัลติมีเดียแทนข้อมูลข่ำวสำรได้มำก และน่ำสนใจ ตลำดของมัลติมีเดียจึงกว้ำงขวำงและเป็นตลำดที่น่ำสนใจ โดยเฉพำะในวงกำรศึกษำมัลติมีเดียมีควำมเหมำะสมสำำหรับองค์ ประกอบกำรเรียนรู้เป็นอย่ำงยิ่งเพรำะเป็นสื่อเพื่อกำรเรียนรู้โดยตอบรับ ประสำทสัมผัสได้มำกกว่ำ มัลติมีเดียจึงเป็นสื่อทำงกำรเรียนกำรสอนและ กำรศึกษำที่มีขอบเขตกว้ำงขวำง เพิ่มทำงเลือกในกำรเรียนและกำรสอน สำมำรถสนองต่อรูปแบบของกำรเรียนของนักเรียนที่แตกต่ำงกันได้ สำมำรถจำำลองสภำพกำรณ์ของวิชำต่ำงๆ เพื่อกำรเรียนรู้ได้ นักเรียนได้ รับประสบกำรณ์ตรงก่อนลงมือปฏิบัติจริง สำมำรถที่จะทบทวนขั้นตอน และกระบวนกำรได้เป็นอย่ำงดี จึงกล่ำวได้ว่ำมัลติมีเดียมีควำมเหมำะสม ที่นำำมำใช้ทำงกำรสอนและกำรศึกษำ 4. ซีด ีร อม พัฒนำกำรอีกด้ำนหนึ่งคือกำรเก็บข้อมูลจำำนวนมำกด้วยซีดีรอม ซีดีรอมหนึ่งแผ่นสำมำรถเก็บข้อมูลตัวอักษรได้มำกถึง 600 ล้ำนตัวอักษร ดังนั้น ซีดีรอมหนึ่งแผ่นสำมำรถเก็บข้อมูลหนังสือหรือเอกสำรได้ มำกกว่ำหนังสือหนึ่งเล่มและที่สำำคัญคือกำรใช้กับคอมพิวเตอร์ทำำให้


สำมำรถเรียกค้นหำข้อมูลภำยในซีดีรอมได้อย่ำงรวดเร็วโดยใช้ดัชนี สืบค้นหรือสำรบัญเรื่อง ซีดีรอมจึงเป็นสื่อที่มีบทบำทต่อกำรศึกษำอย่ำง ยิ่ง เพรำะในอนำคตหนังสือต่ำงๆ จะจัดเก็บอยู่ในรูปซีดีรอมและเรียก อ่ำนด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่ำ อิเล็กทรอนิกส์บุ๊ค ซีดีรอมมีข้อดี คือ สำมำรถจัดเก็บข้อมูลในรูปของมัลติมีเดียและเมื่อนำำซีดีรอมหลำย แผ่นใส่ไว้ในเครื่องอ่ำนชุดเดียวกัน ทำำให้ซด ี ีรอมสำมำรถขยำยกำรเก็บ ข้อมูลจำำนวนมำกยิ่งขึ้นได้ปัจจุบันแนวโน้มด้ำนรำคำของซีดีรอมมีแนว โน้มถูกลงเรื่องๆ จนแน่ใจว่ำสื่อซีดีรอมจะเป็นสื่อที่นำำมำใช้แทนหนังสือ ที่ใช้กระดำษในอนำคต ทั้งนี้เชื่อว่ำสื่อที่ใช้กระดำษจะมีแนวโน้มรำคำ สูงขึ้น 5. ระบบกำรเรีย นกำรสอนทำงไกล กำรศึกษำเน้นระบบกำรกระจำยกำรศึกษำ กำรเรียนกำรสอนทำง ไกลเป็นช่องทำงหนึ่งที่ใช้เพื่อกระจำยกำรศึกษำ ระบบกำรกระจำยกำร ศึกษำที่ได้ผลในปัจจุบัน และเข้ำถึงมวลชนจำำนวนมำก ย่อมต้องใช้ เทคโนโลยีสำรสนเทศเข้ำช่วย ในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะมีสถำนี โทรทัศน์เพิ่มขึ้นอำจจะมำกกว่ำ 100 ช่องในอนำคต และมีระบบ โทรทัศน์ที่กระจำยสัญญำณโดยตรงผ่ำนควำมถี่วี VHF และ UHF ระบบ VSF ได้แก่สถำนีโทรทัศน์ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 และช่อง 11 ส่วน ระบบ UHF ได้แก่ ไอทีวี (ITV) และยังมี DTH : Direct to Home คือ ระบบที่กระจำยสัญญำณโทรทัศน์จำกดำวเทียมลงตรงยังบ้ำนที่อยู่อำศัย


ทำำให้ครอบคลุมพื้นที่กำรรับได้กว้ำงขวำงเพรำะไม่ติดขัดสภำพทำง ภูมิประเทศที่มีภูเขำขวำงกั้น ดังนั้นกำรใช้ระบบโทรทัศน์ผ่ำนดำวเทียมจึงเป็นวิธีกำรหนึ่งที่ใช้ ในกำรจัดกำรเรียนกำรสอนทำงไกลเพื่อกระจำยโอกำสทำงกำรศึกษำ กำรเรียนกำรสอนทำงไกลโดยใช้ระบบโทรทัศน์ที่มีอยู่ในปัจจุบันมีข้อ จำำกัดคือเป็นกำรสื่อสำรทำงเดียว (One-way) ทำำให้ผู้เรียนได้รับ ข่ำวสำรข้อมูลเสียงด้ำนเดียวไม่สำมำรถซักถำมปัญหำต่ำงๆ ได้จึงมี ระบบกระจำยสัญญำณในรูปของสำย (Cable) โดยใช้เส้นใยแก้วนำแสง ในกำรสื่อสำรเหมือนสำยโทรศัพท์ แต่มีควำมเร็วในกำรสื่อสำรข้อมูลได้ มำกกว่ำสำยโทรศัพท์ธรรมดำ และส่งกระจำยสัญญำณไปตำมบ้ำนเรือน ต่ำงๆ ก่อให้เกิดระบบวิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ (Video teleconference) ขึ้น ระบบดังกล่ำวนี้เป็นระบบโต้ตอบสองทำง (Two-way) กล่ำวคือทำง ฝ่ำยผู้เรียนสำมำรถเห็นผู้สอนและผู้สอนก็เห็นผู้เรียนถึงแม้จะอยู่ห่ำง ไกลกัน ทั้งสองฝ่ำยสำมำรถเจรจำตอบโต้กันเห็นภำพกันเสมือนนั่งอยู่ใน ห้องเดียวกัน ระบบวิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์จึงเป็นระบบหนึ่งที่มี ประโยชน์ต่อกำรศึกษำทำงไกลเป็นอย่ำงมำก เมื่อระบบกำรศึกษำเน้นระบบกำรกระจำยกำรศึกษำ กำรเรียนกำร สอนในห้องเรียนปกติและมีครูเป็นผู้สอนจำำกัดเวลำเรียนตำยตัวและต้อง เรียนในสถำนที่ที่จัดไว้ให้ก็อำจเปลี่ยน แปลงไปเป็นกำรจัดกำรศึกษำ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ำไปมีส่วนช่วยในกำรเรียนรู้และเชื่อมโยงกำรสอน ของครูที่เก่ำหรือเชี่ยวชำญไปสู่ผู้เรียนในสถำนที่ต่ำงๆ ได้ทั่วถึงและ


รวดเร็ว ระบบกำรเรียนกำรสอนทำงไกลจึงเกิดขึ้น ซึ่งสนองควำม ต้องกำรของสังคม ปัจจุบันซึ่งเป็นสังคมข่ำวสำรกำรสอนทำงไกล เป็นกำรเปิดโอกำสและกระจำยโอกำสทำงกำรศึกษำไปสู่บุคคลกลุ่ม ต่ำงๆ อย่ำงทั่วถึงทำให้เกิดกำรศึกษำตลอดชีวิต ควำมหมำยของกำรเรีย นกำรสอนทำงไกล หมำยถึง กำร เรียนกำรสอนที่ผู้เรียนและผู้สอนอยู่ไกลกัน ใช้วิธีกำรถ่ำยทอดเนื้อหำ สำระและประสบกำรณ์โดยอำศัยสื่อประสมในหลำยรูปแบบ ได้แก่ สื่อที่ เป็นหนังสือ สื่อทำงไปรษณีย์ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ วิทยุกระจำยเสียง โทรทัศน์ กำรประชุมทำงไกลด้วยภำพและเสียง (Video Conference) อินเตอร์เน็ต เป็นต้น ช่วยให้ผู้เรียนที่อยู่ต่ำงถิ่นต่ำงที่กันสำมำรถศึกษำ ควำมรู้ได้ องค์ป ระกอบของระบบกำรเรีย นกำรสอนทำงไกล มีดังนี้ 1. ผู้เรียนเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลำงที่มีอิสระในกำรกำำหนดเวลำ สถำนที่และวิธีเรียน โดยผู้เรียนสำมำรถเรียนรู้จำกแหล่งทรัพยำกรกำร เรียนรู้ได้หลำยรูปแบบ เช่น จำกกำรสอนสดโดยผ่ำนกำรสื่อสำรทำง ไกลและเรียนผ่ำนระบบสำรสนเทศทำงอินเตอร์เน็ต เป็นต้น 2. ผู้สอนเน้นกำรสอนโดยใช้กำรสื่อสำรทำงไกลแบบ 2 ทำงและ อำศัยสื่อหลำกหลำยชนิดซึ่งช่วยให้ผู้เรียนได้ด้วยตนเองหรือเรียนเสริม ภำยหลังได้


3. ระบบบริหำรและกำรจัดกำร จัดโครงสร้ำงอื่นๆ เพื่อเสริมกำร สอน เช่น กำรจัดศูนย์วิทยบริกำร จัดระบบอำจำรย์ที่ปรึกษำระบบกำร ผลิตสือ ่ และจัดส่งสื่อให้ผู้เรียนโดยตรง เป็นต้น 4. กำรควบคุมคุณภำพ จัดทำอย่ำงเป็นระบบและดำเนินกำรต่อ เนื่องสมำ่ำเสมอ โดยเน้นกำรควบคุมคุณภำพในด้ำนขององค์ประกอบ ของกำรสอน เช่น ขั้นตอนกำรวำงแผนงำนกระบวนกำรเรียนกำรสอน วิธีกำรประเมินผลและกำรปรับปรุงกระบวนกำร เป็นต้น 5. กำรติดต่อระหว่ำงผู้เรียน ผู้สอนและสถำบันกำรศึกษำเป็นกำร ติดต่อแบบ 2 ทำง โดยใช้โทรทัศน์ โทรสำร ไปรษณีย์อีเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น กระบวนกำรเรีย นกำรสอน มีขั้นตอนสำำคัญๆ 3 ขัน ้ ตอนคือ 1. กำรเรียน - กำรสอน กำรเรียนทำงไกลอำศัยครูและอุปกรณ์กำร สอนสำมำรถใช้สอนนักเรียนได้มำกกว่ำ 1 ห้องเรียนและได้หลำยสถำน ที่ ซึ่งจะเหมำะกับวิชำที่นักเรียนหลำยๆ แห่งต้องเรียนเหมือนๆ กัน เช่น วิชำพื้นฐำน ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องจ้ำงครูและซื้ออุปกรณ์สำำหรับกำรสอน ในวิชำเดียวกันของแต่ละแห่ง กำรสอนนักเรียนจำำนวนมำกๆ ในหลำย สถำนที่ครูสำมำรถเลือกให้นักเรียนถำมคำำถำมได้ เนื่องจำกมีอุปกรณ์ ช่วยในกำรโต้ตอบ เช่น ไมโครโฟน กล้องวิดีทศ ั น์และ จอภำพเป็นต้น 2. กำรถำม – ตอบ ขัน ้ ตอนที่สำำคัญอย่ำงหนึ่ง คือ กำรใช้คำำถำม เพื่อให้เกิดกำรโต้ตอบหรือมีปฏิสัมพันธ์ สือ ่ ที่ใช้อำจเป็นโทรศัพท์หรือ


กล้องวิดีทัศน์ในระบบกำรสอนทำงไกลแบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์หรือ โทรสำรหรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นกำรถำมตอบภำยหลัง 3. กำรประเมินผล รูปแบบกำรประเมินผลกำรเรียนกำรสอนทำง ไกลนั้นผู้เรียนสำมำรถส่งกำรบ้ำน และทำำแบบทดสอบโดยใช้ไปรษณีย์ อิเล็กทรอนิกส์หรืออำจเป็นรูปแบบกำรประเมินผลในห้องเรียนปกติ (ใน ห้องสอบที่จัดไว้) เพื่อผสมผสำนกันไปกับกำรเรียนทำงไกล ดังนั้นกำรนำำเอำเทคโนโลยีสำรสนเทศมำใช้ในกำรสอนทำงไกล จะประสบผลมำกหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่ำผู้นำำมำใช้เข้ำใจแนวคิดหลักกำร ตลอดจนมีกำรวำงแผนและเตรียมกำรไว้เป็นอย่ำงดี โดยคำำนึงถึงกำร สร้ำงปฏิสัมพันธ์ระหว่ำงครูกับนักเรียนให้มำกจะทำำให้กำรเรียนกำรสอน น่ำสนใจยิ่งขึ้น กำรใช้สื่อและอุปกรณ์กำรสื่อสำรอย่ำงหลำกหลำยทำำให้เกิด สภำวะยึดหยุ่นของ กำรจัด ซึ่งเหมำะสมกับสภำวกำรณ์ในปัจจุบันโดย ทั้งหมดทำำให้บรรลุเป้ำหมำยที่สำำคัญ คือควำมสำมำรถในกำรกระจำย โอกำสทำงกำรศึกษำและยกระดับคุณภำพของกำรศึกษำจึงกลำย เป็น ทำงลัดที่เอือ ้ ต่อกำรเรียนหลำยประเภทและไปสู่กำรพัฒนำคุณภำพกำร ศึกษำ 6. วิด ีโ อเทเลคอนเฟอเรนซ์ หมำยถึง กำรประชุมทำงจอภำพ โดยใช้เทคโนโลยีกำรสื่อสำรที่ทันสมัยเป็นกำรประชุมร่วมกันระหว่ำง บุคคลหรือคณะบุคคลที่อยู่ต่ำงสถำนที่และห่ำงไกลคนละซีกโลก ด้วยสือ ่ ทำงด้ำนมัลติมีเดียที่ให้ทั้งภำพเคลื่อนไหว ภำพนิ่ง เสียงและข้อมูลตัว


อักษรในกำรประชุมเวลำเดียวกันและเป็นกำรสื่อสำร 2 ทำง จึงทำำให้ดู เหมือนว่ำได้เข้ำร่วมประชุมร่วม กันตำมปกติ ด้ำนกำรศึกษำวิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ ทำำให้ผู้เรียนและผู้สอน สำมำรถติดต่อสื่อสำรกันได้ผ่ำนทำงจอภำพ โทรทัศน์และเสียง นักเรียน ในห้องเรียนที่อยู่ห่ำงไกลสำมำรถเห็นภำพและเสียงของครู สำมำรถเห็น อำกับกิริยำของ ผูส ้ อน เห็นกำรเคลื่อนไหวและสีหน้ำของครูในขณะ เรียนคุณภำพของภำพและเสียงขึ้นอยู่กับควำมเร็วของช่องทำงกำร สื่อสำรที่ใช้เชื่อมต่อระหว่ำงสองฝั่งที่มีกำรประชุมกัน ได้แก่ จอโทรทัศน์ หรือจอคอมพิวเตอร์ ลำำโพง ไมโครโฟน กล้อง อุปกรณ์เข้ำรหัสและ ถอดรหัสผ่ำนเครือข่ำยกำรสื่อสำรควำมเร็วสูงแบบไอเอสดีเอ็น (ISDN) องค์ป ระกอบพื้น ฐำนของวิด ีโ อคอนเฟอเรนซ์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1. เครือข่ำยโทรคมนำคม มีหน้ำที่เชื่อมสัญญำณจำกผู้ร่วมประชุม แต่ละฝ่ำยเข้ำด้วยกันเพื่อกำรประชุม 2. อุปกรณ์เชื่อมต่อ (Terminal) เป็นอุปกรณ์ด้ำนทำงและปลำยทำง ทำำหน้ำที่รับและถ่ำยทอดภำพและเสียงได้แก่ จอโทรทัศน์ เครื่องฉำย ภำพนิ่ง กล้องวิดีทัศน์ ไมโครโฟน เป็นต้น อุป กรณ์เ ชื่อ มต่อ ที่ส ำคัญ ของระบบวิด ีโ อเทเลเฟอเรนซ์ ประกอบด้วย 1. กล้องโทรทัศน์ เป็นกล้องโทรทัศน์ที่ใช้ในกำรถ่ำยภำพ มีระบบ เซอร์โวเพื่อควบคุมในระยะไกลให้กล้องสำมำรถปรับมุมเงย มุมก้ม


กวำดทำงซ้ำยหรือทำงขวำ ซูมภำพ เป็นต้น กล้องโทรทัศน์ที่ใช้จะ สำมำรถควบคุมได้จำกที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งในระยะไกลได้ 2. จอภำพโทรทัศน์หรือจอมอนิเตอร์ เป็นจอภำพที่สำมำรถใช้ได้ ทั้งกับระบบ PAL หรือ NTSC ภำพที่ปรำกฏมีระบบรวมสัญญำณเพื่อแบ่ง จอภำพออกเป็นจอเล็กๆ เพื่อดูปลำยทำงของแต่ละด้ำนหรือดูภำพของ ตนเองระบบจอภำพอำจขยำยเป็นจอใหญ่ขนำดหลำยร้อยนิ้วได้ เช่น กำรใช้เครื่องฉำยภำพโทรทัศน์แทนจอภำพโทรทัศน์ เป็นต้น 3. เครื่องขยำยเสียง มิกเซอร์และไมโครโฟน เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ ขยำยเสียงทั้งที่ต้นทำงและปลำยทำง ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ร่วมประชุมหรือผู้ เรียนในห้องทำงไกลและด้ำนทำงได้ยินเสียงชัดเจน สำหรับมิกเซอร์ใช้ เพื่อรวมสัญญำณเสียงจำกเครื่องเล่นวิดีทศ ั น์ จำกคอมพิวเตอร์และจำก ไมโครโฟน 4. คอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นวิดีทัศน์และกล้องเอกสำร เป็นอุปกรณ์ เชื่อมต่อเพื่ออำำนวยควำมสะดวกในกำรใช้สื่อต่ำงๆ ประกอบกำรประชุม หรือสอนทำงไกล เช่น กำรใช้ Power Point นำเสนอ ข้อควำม ภำพหรือ ใช้กล้องเอกสำรเพื่อส่งข้อควำมในรูปเอกสำรหรือนำเสนอข้อมูลใน หนังสือหรือตำรำ ส่วนเครื่องเล่นวิดีทัศน์ใช้เพื่อนำรำยกำรวิดีทศ ั น์ไปให้ ผู้ชมที่อยู่ต้นทำงและปลำยทำงเป็นกำรเพิ่มประสิทธิภำพของกำรใช้สื่อ มำกยิ่งขึ้น 5. แป้นควบคุม เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำำหรับควบคุมระบบ เช่น ควบคุม กำรปรับมุมกล้องที่ปลำยทำงหรือที่ต้นทำง กำรเลือกช่องสัญญำณกำร


ปรับระดับเสียง กำรปิดเสียง กำรปรับภำพและสลับภำพ กำรปรับมุม กล้องและขนำดของภำพที่ถ่ำยด้วยกล้องโทรทัศน์ รวมถึงกำรใช้โทร เพื่อเชื่อมต่อกำรสื่อสำรระหว่ำงกัน เป็นต้น 6. อุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ได้แก่ ลำำโพง เครื่องโทรสำร เครื่อง โทรทัศน์ ทั้งที่ต้นทำงและปลำยทำง เพื่อกำรสื่อสำรด้วยช่องทำงอื่นๆ เพิ่มขึ้น 7. อุปกรณ์เข้ำรหัสและถอดรหัส (Codec) ในกำรใช้ระบบวิดีโอเท เลคอนเฟอเรนซ์ มีควำมจำำเป็นที่ต้องใช้ตัวเข้ำรหัสและถอดรหัสจำนวน 2 ชุด เพื่อแปลงสัญญำณแบบอะนำล็อกเป็นสัญญำณดิจิตอลและ ถอดรหัสกลับมำเป็นสัญญำณอะนำล็อกเพื่อออกทำงจอภำพโทรทัศน์ และเครื่องขยำยเสียงเพื่อให้ได้กำรสื่อสำรที่เหมือนกับต้นทำงมำกที่สุด 7. ระบบวิด ีโ อออนดีม ำนด์ (Video on Demand) เป็นระบบใหม่ ที่กำำลังได้รับควำมนิยมนำำมำใช้ในหลำยประเทศ เช่น ญี่ปุ่นและ สหรัฐอเมริกำโดยอำศัยเครือข่ำยคอมพิวเตอร์ควำม เร็วสูงทำำให้ผู้ชม ตำมบ้ำนเรือนต่ำงๆ สำมำรถเลือกรำยกำรวีดิทัศน์ที่ตนเองต้องกำรชมได้ โดยเลือกตำมรำยกำร (Menu) และเลือกชมได้ตลอดเวลำ วิดีโอออนดีมำนด์ (Video on Demand) เป็นระบบที่มีศูนย์กลำงกำร เก็บข้อมูล วีดิทัศน์ไว้จำำนวนมำก โดยจัดเก็บในรูปแหล่งข้อมูลขนำด ใหญ่ (Video Server) เมื่อผู้ใช้ต้องกำรเลือกชมรำยกำรใดก็เลือกได้จำก ฐำนข้อมูลที่ตอ ้ งกำร ระบบวิดีโอออนดีมำนด์ จึงเป็นระบบที่จะนำมำใช้


ในเรื่องกำรเรียนกำรสอนทำงไกลได้โดยไม่มีขอ ้ จำำกัดด้ำนเวลำ ผู้เรียน สำมำรถเลือกเรียนในสิ่งที่ตนเองต้องกำรเรียนหรือสนใจได้ องค์ป ระกอบของระบบวีด ีโ อออนดีม ำนด์ ได้แก่ วีดีโอเซอร์ฟ เวอร์ (Video Server (s)) เครื่องข่ำยกำรสื่อสำรแบบเอทีเอม (ATM) และ วิดีโอ ไครแอนท์ (Video Client) วิดีโอเซอร์ฟเวอร์ เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภำพสูงมีที่ เก็บข้อมูลที่มีควำมจุสูงมำกและมีควำมเร็วในกำรอ่ำนข้อมูลสูงเพื่อที่จะ เก็บข้อมูลวิดีโอสนองต่อควำมต้องกำรโดยผ่ำนทำงเครือข่ำยเอทีเอ็ม ของผู้ใช้ภำยในเซอร์ฟเวอร์ยังเป็นที่บรรจุเอ็นโค้ดเดอร์รีลไทมเพื่อ สำำหรับกำร แอ็กเซสไปสู่รำยกำรต่ำงๆ โดยปกติแล้วข้อมูลวิดีโอ มีขนำด ใหญ่และต้องกำรส่งข้อมูลด้วยควำม เร็วสูงเมื่อใช้เทคโนโลยีบีบอัด ข้อมูลแบบเอ็มเพ็ก (Mpeg) ทำำให้กำรส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นและข้อมูล ภำพยนตร์ไม่ใหญ่มำกเกินไป ขนำดของข้อมูลเป็นตัวกำำหนดคุณภำพ เช่น ส่งข้อมูลขนำด 1-5 เม็กกะบิตต่อวินำที ใช้มำตรฐำน MPEG-1 สำำหรับคุณภำพระดับวีดิทศ ั น์ระบบวีเฮชเอส (VHS)และ 6-8 เม็กกะบิต ต่อวินำที (6-8 Mbps) สำำหรับคุณภำพ MPEG-2 หรือระดับ ดีวีดี (DVD) เครื่องวิดีโอเซอร์เวอร์ตอ ้ งมี ประสิทธิภำพเพียงพอที่จะรองรับและแจก จ่ำยข้อมูลวิดีโอเหล่ำนั้นไปยังผู้ใช้บริกำร เครื่องขำยกำรสื่อสำรแบบเอทีเอม (ATM: Asynchronous Transfer Mode) เป็นสถำปัตยกรรมที่มีกำรส่งข้อมูลด้วยควำมเร็วสูง โดยข้อมูล รำยกำรต่ำง��� จะสร้ำงขึ้นมำในวิดีโอเซอร์ฟเวอร์แล้วแปลงให้เป็น


เอทีเอ็ม โหมดจำกนั้นก็จะส่งข้อมูลผ่ำนแอ็กเซสเน็ตเวอร์กโดยอำศัย เอทีเอ็มเซลล์ไปยังผู้ใช้บริกำร วิดีโอไครแอนท์ (Video Client) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หรือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สำมำรถแปลงข้อมูลที่ได้รับจำกวิดีโอเซอร์ฟ เวอร์ให้เป็นสัญญำณ แสดงผลขึ้นบนจอคอมพิวเตอร์หรือจอโทรทัศน์ได้ กำรให้บ ริก ำรของระบบวีด ิโ อออนดีม ำนด์ มีคุณสมบัติที่ สำำคัญ ดังนี้ 1. ควำมสำมำรถในกำรให้บริกำรวีดิทศ ั น์ในลักษณะหนึ่งต่อหนึ่ง (one to one) ไม่ใช้ลักษณะออกอำกำศแบบกระจำยสัญญำณ (Broadcast) 2. ผู้ใช้สำมำรถควบคุมกำรเล่นภำพได้ในลักษณะเดียวกันกับ เครื่องเล่นวิดีโอตำมบ้ำนทั่วไป กล่ำวคือ ผู้ใช้ต้องสำมำรถเล่นภำพ หยุด ภำพ กรอกลับหรือกรอไปข้ำงหน้ำได้ตำมต้องกำร 3. มีควำมเร็วในกำรส่งข้อมูล ภำพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงได้อย่ำง น้อย 1.5 เมกะบิตต่อวินำที (Mbps) สำำหรับคุณภำพระดับวีดิทศ ั น์ระบบวี เฮชเอส (VHS) และอย่ำงน้อย 6-8 เมกะบิตต่อวินำที สำำหรับคุณภำพ ระดับเลเซอร์ดิสก์หรือดีวีดี (DVD) 4. มีระบบรักษำควำมปลอดภัยที่ดีเพียงพอ เนื่องจำกมีขอ ้ มูลที่ สำำคัญ หรือต้องกำรเสถียรภำพของระบบบริกำรที่ดี หมำยถึงไม่เกิด ควำมเสียหำยกับข้อมูลภำพและเสียง


กำรใช้งำนวิดีโอออนดีมำนด์ จะให้ควำมสะดวกต่อผู้ใช้มำกกว่ำ ระบบวิดีโอทั่วๆ ไป ซึ่งส่งสัญญำณออกมำชุดเดียว (1 stream) สำำหรับผู้ ใช้ทุกคนแต่ละคนได้ดูภำพสัญญำณเดียวกัน รำยกำรต่ำงๆ จะมีเวลำ ตำยตัวตำมที่กำำหนดไว้ ผู้ใช้ต้องรอเวลำเพื่อที่จะได้ดูรำยกำรที่ต้องกำร ส่วนวิดีโอออนดีมำนด์ ผู้ใช้แต่ละคนสำมำรถเลือกดูรำยกำรที่ตนเอง สนใจเวลำใดก็ได้ไม่ขึ้นกับผูอ ้ ื่นและไม่ต้องกำรรอตำรำงเวลำ แต่ก็ตอ ้ ง ใช้ควำมเร็วของเครือข่ำยสื่อสำรมำก เนื่องจำกต้องส่งสัญญำณวิดีโอ แยกสำำหรับผู้ใช้แต่ละคน (1 stream ต่อ 1 คน) ดังนั้นเครือข่ำยสื่อสำรจึง ต้องมีควำมเร็วสูงมำกสำมำรถนำระบบวิดีโอออนดีมำนด์มำใช้เพื่อกำร ศึกษำได้เป็นอย่ำงดี เช่น นำำมำใช้เพื่อกำรเรียนกำรสอนทำงไกล (Distance Learning) โดยนักเรียนสำมำรถลงทะเบียนเรียนในหลักสูตร ใดหลักสูตรหนึ่งและเมื่อต้องกำรเรียนโดยเลือกบทเรียนจำกวีดิทัศน์ที่ เก็บอยู่ในวิดีโอเซอร์ฟเวอร์ ทำำให้นักเรียนสำมำรถเรียนและทบทวนบท เรียนได้ทุกเวลำตำมควำมต้องกำรด้วยตนเอง 8. ไฮเปอร์เ ท็ก ซ์ ปัจจุบันได้มีกำรกล่ำวถึงระบบไฮเปอร์เท็กซ์กัน มำกแม้แต่ในเครือข่ำยอินเตอร์เน็ตก็มีกำรประยุกต์ใช้ไฮเปอร์เท็กซ์จนมี โปรโตคอลพิเศษที่ใช้กัน คือ World Wide Web หรือเรียกว่ำ WWW. โดยผู้ใช้สำมำรถเรียกใช้โปรโตคอล http เพื่อเชื่อมโยงเข้ำสู่ระบบไฮ เปอร์เท็กซ์ ซึ่งเป็นฐำนข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ไฮเปอร์เท็กซ์ในปัจจุบันเป็นแบบมัลติมีเดียเพรำะสำมำรถสร้ำงเป็น ฐำนข้อมูลขนำดใหญ่ ที่เก็บได้ทั้งภำพ เสียง และตัวอักษร มีระบบกำร


เรียกค้นที่มีประสิทธิภำพโดยใช้โครงสร้ำงดัชนีแบบลำำดับชั้นภูมิ โดยทั่ว ไปไฮเปอร์เท็กซ์จะเป็นฐำนข้อมูลที่มด ี ัชนีสืบค้นแบบเดินหน้ำ ถอยหลัง และบันทึกร่องรอยของกำรสืบค้นไว้ โปรแกรมที่ใช้ในกำรสร้ำงไฮเปอร์ เท็กซ์มีเป็นจำนวนมำกส่วนโปรแกรมที่มีชื่อเสียงได้แก่ HTML, Composers, FrontPage, Macromedia Dreamweaver ส่ว นประกอบของไฮเปอร์เ ท็ก ซ์ มีส่วนประกอบที่สำำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ 1. พอยน์ (Point) หมำยถึง คำำวลีหรือประโยคที่ใช้เป็นจุดเชื่อมโยง ไปยังข้อมูลขยำยควำมหมำย บำงครั้งอำจเรียกว่ำสมอเชื่อมโยงเพื่อให้ สำมำรถเชื่อมโยงไปสู่ขอ ้ มูลที่เพิ่มขึ้น ขยำยควำมมำกขึ้น หรือมีรำย ละเอียดเพิ่มขึ้น 2. โน้ต (Node) หมำยถึง กลุ่มของข้อมูลที่เป็นชุดเดียวกันและ สัมพันธ์กันหรือเป็นเรื่องเดียวกัน ขนำดของข้อมูลในกลุ่มอำจมีปริมำณ มำกหรือน้อยก็ได้ 3. ลิงค์ (Link) หมำยถึง กำรเชื่อมโยงซึ่งมีตัวชี้และตัวเชื่อมโยง ข้อมูลเป็นสิ่งกำำหนด กำรเชื่อมโยงไฮเปอร์เท็กซ์เข้ำด้วยกัน ลิงค์จะเป็น ตัวบอกให้โปรแกรมนำำโนดมำเสนอแก่ผู้อ่ำนหรือเชื่อมโยงไปยังโนด อื่นๆ ตัวชี้ในที่นี้อำจเป็นเคอร์เซอร์รูปนิ้วมือและกำรคลิกเมำส์ ซึ่งจะเป็น ตัวนำำไป สู่ขอ ้ มูลส่วนขยำยควำมต้องกำร นอกจำกนี้ลิงค์ยังแบ่งออกได้เป็นแบบหนึ่งจุดต่อหลำยจุด (One to Many) หรือแบบหลำยจุดต่อหนึ่งจุด (Many to One) หลักกำรของกำร


เชื่อมโยงที่สำำคัญจะต้องมีตัวชี้ (Index) หรือจุดอ้ำงอิง (Reference) เป็น หลักเพื่อเชื่อมโยงไปยังข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ประโยชน์ข องไฮเปอร์เ ท็ก ซ์ท ี่ใ ช้ท ำงกำรศึก ษำ มีข้อได้ เปรียบกว่ำกำรใช้เอกสำรหรือสิ่งพิมพ์อยูห ่ ลำยด้ำน ได้แก่ 1. รูปแบบกำรนำำเสนอและกำรสืบค้นน่ำสนใจ ชวนติดตำม 2. กำรนำำเสนอสำมำรถนำำเสนอได้ทั้งวีดิทัศน์ กรำฟิก ภำพ เคลื่อนไหวและเสียง 3. สำมำรถเชื่อมโยงไปยังเอกสำรอื่นๆ ภำยนอกได้ 4. ผู้ใช้สำมำรถสืบท่องไปยังเนื้อหำที่สนใจและต้องกำรได้ด้วย ตนเอง 5. มีควำมเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ สำมำรถเปลี่ยนแปลงและปรับปรุง เนื้อหำได้ง่ำย 6. ผู้ใช้สำมำรถเข้ำถึงข้อมูลรำยละเอียดได้อย่ำงรวดเร็ว 7. สำมำรถใช้ร่วมกับโปรแกรมประยุกต์อื่นๆ เพื่อกำรนำำเสนอได้ ง่ำย ทำำให้เกิดกิจกรรมกำรใช้งำนหลำกหลำยขึ้น 8. สำมำรถประยุกต์ใช้กับบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนหรือบท เรียนคอมพิวเตอร์ช่วยฝึกอบรมได้ 9. เกิดควำมคงทนในกำรเรียนรู้มำกกว่ำกำรใช้เอกสำรที่อยู่ในรูป สิ่งพิมพ์ 10. ส่งเสริมกำรเรียนรู้รำยบุคคลได้เป็นอย่ำงดี


9. อิน เตอร์เ น็ต (Internet) เป็นเครือข่ำยคอมพิวเตอร์ที่มีรำกฐำน ควำมเป็นมำ โดยกำรสนับสนุนของกระทรวงกลำโหมของสหรัฐอเมริกำ ที่มีควำมประสงค์เครือข่ำยคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภำพ จึงสนับสนุนทุน วิจัยให้มหำวิทยำลัยชั้นนำำในสหรัฐอเมริกำ ทำำกำรวิจัยเชื่อมโยง เครือ ข่ำยขึ้นและให้ชื่อว่ำ APRANET ต่อมำเครือข่ำยนี้ได้ขยำยตัวอย่ำง รวดเร็วมีคนนิยมใช้กันมำกยิ่งขึ้นจึงใช้ชื่อเครือข่ำยใหม่ว่ำอินเตอร์เน็ต เครือข่ำยอินเตอร์เน็ตเชื่อมโยงกันระหว่ำงมหำวิทยำลัยกับมหำวิทยำลัย และขยำยตัวรวดเร็วออกไปสู่หน่วยงำนต่ำงๆ ทั้งภำครัฐบำลและเอกชน ในหลำยประเทศ ประเทศไทยได้เชื่อมโยงเครือข่ำยนี้โดยมี มหำวิทยำลัยกว่ำ 24 แห่งต่อผ่ำนช่องทำงสื่อสำรเข้ำสู่อินเตอร์เน็ต

อินเตอร์เน็ตมีประโยชน์ต่อกำรศึกษำมำกทำำให้มหำวิทยำลัยต่ำงๆ ตื่นตัวต่อกำรใช้ ทั้งนี้เพรำะว่ำในระบบเครือข่ำยมีข้อมูลข่ำวสำรที่ ต้องกำรมำกมำย จึงมีอต ั รำกำรขยำยตัวของผู้ใช้สูงและครอบคลุมทุก แห่งทั่วโลก จึงทำำให้อินเตอร์เน็ตมีบทบำทต่อกำรศึกษำดังนี้ 1. กำรใช้เป็นระบบสื่อสำรส่วนบุคคล บนอินเตอร์เน็ตมี อิเล็กทรอนิกส์เมล์หรือเรียกย่อๆ ว่ำ อีเมล์ (e-Mail) เป็นระบบที่ทำำให้กำร สื่อสำรระหว่ำงกันเกิดขึ้นได้ง่ำย แต่ละบุคคลจะมีตู้จดหมำยเป็นของตัว เองสำมำรถส่งข้อควำมถึงกันผ่ำนในระบบนี้ โดยส่งไปยังตู้จดหมำยของ กันและกันนอกจำกนี้ยังสำมำรถประยุกต์ไปใช้ทำงกำรศึกษำได้ เช่น


กำรแจ้งผลสอบผ่ำนทำงอีเมล์ กำรส่งกำรบ้ำน กำรโต้ตอบบทเรียนต่ำงๆ ระหว่ำงอำจำรย์กับนักศึกษำ 2. ระบบข่ำวสำรบนอินเตอร์เน็ตมีลักษณะเหมือนกระดำนข่ำวที่ เชื่อมโยงถึงกัน ทั่วโลก ทุกคนสำมำรถเปิดกระดำนข่ำวที่ตนเองสนใจ หรือสำมำรถส่งข่ำวสำรผ่ำนกลุ่มข่ำวบนกระดำนนี้เพื่อโต้ตอบข่ำวสำร กันได้ เช่น กลุ่มสนใจงำนเกษตรก็สำมำรถมีกระดำนข่ำวของตนเองไว้ สำหรับอภิปรำยปัญหำกันได้ 3. กำรใช้เพื่อสืบค้นข้อมูลข่ำวสำรต่ำงๆ บนอินเตอร์เน็ตมีแหล่ง ข้อมูลขนำดใหญ่ที่เชื่อมโยงกัน และติดต่อกับห้องสมุดทั่วโลกทำให้กำร ค้นหำข้อมูลข่ำวสำรต่ำงๆ ทำำได้อย่ำงรวดเร็วและมีประสิทธิภำพหมำย ถึงสำมำรถค้นหำและได้มำซึ่งข้อมูลโดยใช้เวลำอันสั้น โดยเฉพำะบน อินเตอร์เน็ตจะมีคำำหลัก (Index) ไว้ให้สำำหรับกำรสืบค้นที่รวดเร็ว 4. ฐำนข้อมูลเครือข่ำยใยแมงมุม (World Wide Web) เป็นฐำน ข้อมูลแบบเอกสำร (Hypertext) และแบบมีรูปภำพ (Hypermedia) จนมำ ปัจจุบัน ฐำนข้อมูลเหล่ำนี้ได้พัฒนำขึ้นจนเป็นแบบมัลติมีเดีย (Multimedia) ซึ่งมีทั้งข้อควำม รูปภำพ วีดิทัศน์ และเสียง ผู้ใช้เครือข่ำย นี้สำมำรถสืบค้นกันได้จำกที่ต่ำงๆ ทั่วโลก 5. กำรพูดคุยแบบโต้ตอบหรือคุยเป็นกลุ่ม บนเครือข่ำยอินเตอร์เน็ต สำมำรถเชื่อมต่อกันและพูดคุยกันได้ด้วยเวลำจริง ผูพ ้ ูดสำมำรถพิมพ์ ข้อควำมโต้ตอบกันได้ไม่ว่ำจะอยู่ที่ใดบนเครือข่ำย เช่น ฝ่ำยหนึ่งอำจอยู่


ต่ำงประเทศอีกฝ่ำยหนึ่งอยู่ในที่ห่ำงไกลก็พูดคุยกันได้และสำมำรถพูด คุยกันเป็นกลุ่มได้ 6. กำรส่งถ่ำยข้อมูลระหว่ำงกันแบบ FTP (Files Transfer Protocol) คือสำมำรถที่จะโอนย้ำยถ่ำยเทข้อมูลระหว่ำงกันเป็นจำำนวนมำกๆ ได้ โดยส่งผ่ำนระบบเครือข่ำยอินเตอร์เน็ต ซึ่งทำำให้สะดวกต่อกำรรับ-ส่ง ข้อมูลข่ำวสำร ซึ่งกันและกันโดยไม่ต้องเดินทำงและข่ำวสำรถึงผู้รับได้ อย่ำงรวดเร็วยิ่งขึ้น

7. กำรใช้ทรัพยำกรที่ห่ำงไกลกัน ผู้เรียนอำจเรียนอยู่ที่บ้ำนและ เรียกใช้ข้อมูลที่เป็นทรัพยำกรกำรเรียนรู้ของมหำวิทยำลัยได้ และยัง สำมำรถขอใช้ทรัพยำกรคอมพิวเตอร์ในต่ำงมำวิทยำลัยได้ เช่น มหำวิทยำลัยหนึ่งมีเครื่องคอมพิวเตอร์แบบซูเปอร์คอมพิวเตอร์และผู้อยู่ อีกมหำวิทยำลัยหนึ่งก็ขอใช้ได้ ทำำให้มีกำรใช้ทรัพยำกรที่เป็น ซอฟต์แวร์และฮำร์ดแวร์ได้อย่ำงมีประโยชน์และคุ้มค่ำอย่ำงยิ่ง ดังนั้นจึงเห็นได้ว่ำประโยชน์ของเครือข่ำยอินเตอร์เน็ตต่อกำร ศึกษำยังมีอีกมำก มหำวิทยำลัยเกือบทุกแห่ง จึงเร่งที่จะมีโครงกำรสร้ำง เครือข่ำยควำมเร็วสูงขึ้นในมหำวิทยำลัยเพื่อให้ทรัพยำกรภำยในและผู้ ใช้เชื่อมโยงถึงกันได้ นอกจำกนั้นยังสำมำรถต่อเชื่อมเข้ำสู่ระบบ อินเตอร์เน็ตได้ ควำมล้ม เหลวในกำรนำำ เทคโนโลยีส ำรสนเทศมำใช้เ พื่อ กำรศึก ษำ มีปัจจัยหลำยประกำร คือ


1. ขำดควำมเข้ำใจและควำมสมเหตุสมผลในกำรใช้ เช่น หน่วย งำนจัดซื้อคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภำพสูงเกินกว่ำงำนที่จำำเป็นมำใช้ หรือซือ ้ เครื่องใหม่มำแทนเครื่องเดิม แม้ว่ำเครื่องเดิมยังใช้งำนได้ แต่ซื้อ ด้วยเหตุผลคือต้องกำรเครื่องที่ทันสมัย ดังนั้นกำรมีคอมพิวเตอร์ใช้ควร พิจำรณำให้เหมำะสมกับกำรใช้งำนทั้งจำำนวนและประสิทธิภำพ 2. ขำดควำมรู้ในกำรใช้งำน เช่น บุคลำกรในสถำนศึกษำขำด ควำมรู้ในกำรใช้งำน ไม่กล้ำใช้ สถำนศึกษำควรพัฒนำบุคลำกรให้มี ควำมรู้ในกำรใช้งำนให้สอดคล้องกับควำมต้องกำรและควำมจำำเป็นเพื่อ ประโยชน์ต่อกำรศึกษำ 3. ขำดกำรบำำรุงรักษำ เช่น ไม่บำำรุงรักษำให้อยู่ในสภำพที่ใช้งำน ได้หรือไม่ได้ตั้งงบ ประมำณบำำรุงรักษำ จึงควรตรวจสภำพเครื่องให้ พร้อมใช้งำนตลอดเวลำเพื่อควำมคุ้มทุน 4. ขำดกำรพัฒนำรูปแบบกำรใช้งำนให้ทันต่อกำรเปลี่ยนแปลง เช่น กำรพัฒนำฐำน ข้อมูล กำรทำำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ได้เหมำะสม กับสภำพกำรเปลี่ยนแปลง อย่ำงไรก็ตำมต้องพิจำรณำถึงควำมคุ้มทุนต่อ กำรพัฒนำ 5. ขำดกำรยอมรับจำกผู้บริหำรหรือผู้ร่วมงำน เช่น เมื่อหน่วยงำน นำำเทคโนโลยีสำรสนเทศและสื่อสำรมำใช้ทำำให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลง และไม่ยอมรับกำรเปลี่ยนแปลงนั้นเพรำะกลัวตกงำน


Information