Issuu on Google+

เหตุการณ ๑๐ เม.ย.๕๓ เหตุการณ ๑๐เม.ย.๕๓ ถือเปนเหตุการณสําคัญเหตุการณหนึ่งและไดถูกบันทึกไวเปน บทเรียนแหงความเจ็บปวด และเศราโคกสลดของประวัติศาสตรชาติไทย กลุม นปช. ไดเริ่มตั้งเวทีบริเวณสะพานผานฟา ตั้งแต ๑๔ มี.ค.๕๓ เปนตนมา โดยมีการ ปราศรั ย โจมตี รัฐ บาล และบุค คลที่ก ลุ ม นปช. ถื อว า เปน ฝ า ยตรงข า ม รวมทั้ ง มี ก ารดํ า เนิ น กิจกรรมทางการเมืองอยางตอเนื่อง เพื่อไมใหผูชุมนุมเกิดความเบื่อหนายและรักษาฐานมวลชนไว โดยแกนนําไดประชาสัมพันธภาพลักษณของการชุมนุมวา สงบ สันติ อหิงสา มาโดยตลอด แตพฤติกรรมที่ปรากฏตอสาธารณชนกลับไมเปนเชนนั้น เชน พฤติกรรมการเทเลือดที่บาน นรม. มีการขวางถุงเลือดเขาไปในบาน, การเคลื่อนขบวนผูชุมนุมไปตามทองถนนใน กทม. จน มีการกระทบกระทั่งกับประชาชน, การนํามวลชนบุกรัฐสภา ทํารายเจาหนาที่ ตลอดจนยังมีกลุม บุคคลบางกลุมไดกอเหตุรายหลายครั้ง โดยตอเนื่องดวยวัตถุระเบิด อาวุธปน และการยิง เอ็ม ๗๙ ทําใหเกิดความเสียหาย และความไมปลอดภัยตอชีวิตและทรัพยสินทั้งของรัฐและประชาชน ทั่วไป โดยที่ไมมีการกระทําตอผูชุมนุม นอกจากนี้ ใน ๓ เม.ย.๕๓ กลุม นปช. ยังไดเคลื่อน ขบวนยึดพื้นที่ราชประสงค และเปดเวทีปราศรัยอีกแหงหนึ่งดวย การชุมนุมของกลุม นปช. ตั้งแตเริ่มตนจนถึง ๙ เม.ย.๕๓ ไดกระทําละเมิดสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนโดยการปดกั้นการจราจร ทําใหประชาชนเดือดรอนเกินสมควร เพราะจํานวนของ ประชาชนเขารวมชุมนุมไมสอดคลองกับขนาดพื้นที่ที่ฝายผูชุมนุมครอบครองปดกั้นพื้นที่จราจร เปน อาณาเขตของการชุ ม นุม อยูใ นขณะนั้น โดยการชุ ม นุ ม มี ป ระชาชนอยู เพี ย งบริ เ วณแยก สะพานผานฟาลีลาศเทานั้น ศาลแพงไดมีคําวินิจฉัยตามคดีหมายเลขดํา ร.๒/๒๕๕๓ ลง ๕ เม.ย.๕๓ สรุปไดวาการ ชุ ม นุ ม ของกลุ ม นปช. เป น การผิ ด กฎหมาย ขั ด ต อ รั ฐ ธรรมนู ญ แห ง ราชอาณาจั ก รไทย พ.ศ.๒๕๕๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๖๓ ประกอบกับรัฐบาลไดประกาศสถานการณฉุกเฉินที่มี ความร า ยแรงตาม พ.ร.ก. การบริ ห ารราชการในสถานการณ ฉุ ก เฉิ น พ.ศ.๒๕๔๘ ดั ง นั้ น ใน ๑๐ เม.ย.๕๓ รัฐบาลจึงจําเปนตองบังคับใชกฎหมายดวยการขอคืนพื้นที่ชุมนุมและขอเปด การจราจรบริเวณ ถ.พิษณุโลก จากสะพานชมัยมรุเชษฐ – สี่แยกวังแดง และ ถ.ราชดําเนิ น นอกจากสี่ แ ยกสวนมิ ส กวั น – สี่ แ ยก จปร. เพื่ อ เป ด การใช ส ะพานพระราม ๘ รวมทั้ ง พื้ น ที่ ถ.ราชดําเนินกลาง จากอนุสาวรียประชาธิปไตย - สี่แยกคอกวัว เพื่อเปดการใชสะพานพระปน เกลาฯ


ผูบงการ ชักใย การชุมนุมรูวาการขอพื้นที่คืนโดยฝายรัฐเปนโอกาสที่จะสรางสถานการณ ใหเกิดความรุนแรง ใหมีการกระทบกระทั่ง การปะทะ ซึ่งจะนําไปสูการบาดเจ็บ ลมตาย เพื่อจะ สามารถปลุกระดมขยายแนวรวม ใหกวางขวางออกไปไดทั้งในประเทศและตางประเทศ เปน กาวสําคัญที่จะทําใหฝายรัฐเพลี่ยงพล้ํา จะตองดําเนินการดวยความโหดเหี้ยม ไมใหพายแพแบบ เม.ย.๕๒ ซึ่ ง ไม ส ามารถทํ า ให เ กิ ด ศพได จึ ง มี ก ารจั ด กองกํ า ลั ง ติ ด อาวุ ธ และเลื อ กที่ จ ะเข า ปฏิ บั ติ ก ารเวลากลางคื น เพื่ อ ให เ กิ ด ความสั บ สนง า ย วางระเบิ ด เสาไฟฟ า แรงสู ง ที่ จ. พระนครศรีอยุธยา ใหไฟฟาในกทม. ดับ การปฏิบัติของเจาหนาที่ไดเริ่มขึ้น และก็ถูกกลุม นปช. กระทําการตอตานและขัดขวาง การปฏิบัติงาน ตั้งแตเวลา ๑๓๐๐ แกนนําไดนํากลุม นปช. ประมาณ ๒๐๐ คน ทําการปดลอม บก.ทภ.๑ บริเวณประตูทางเขาดาน ถ.ศรีอยุธยา และมีการปาระเบิดเพลิงเขาไปใน บก.ทภ.๑ ทําให จนท. ไดรับบาดเจ็บ ๔ นาย เวลา ๑๕๐๐ ไดมีการระดมมวลชนโดยใชรถจักรยานยนต จํานวนมากเขาปดลอมขบวนยานพาหนะของเจาหนาที่บนสะพานพระปนเกลา และแยงยึดอาวุธ ของเจาหนาที่ไปจํานวนหนึ่ง การใช ลข. แกสน้ําตาขวางเขาใสกําลังเจาหนาที่บริเวณสะพาน มัฆวานและสะพานเฉลิมวันชาติอยางตอเนื่อง รวมทั้ง มีการใชกอนหิน ไมแหลม และสิ่งของ สําหรับขวางปา อยางอื่นปฏิบัติตอเจาหนาที่ดวย ตลอดจนมีการขับรถแท็กซี่พุงเขาชนเจาหนาที่ ที่แยกวิสุทธิ์กษัตริยจนไดรับบาดเจ็บ ๒ นาย ในเวลาประมาณ ๑๘๑๕ ซึ่งจะเริ่มสิ้นแสงตะวันและเขาสูเวลามืดค่ํา เจาหนาที่ไดรับ คําสั่งใหหยุดหนวย และปรับแนววางกําลังเพื่อใหเกิดความปลอดภัย โดยใหพยายามนํากําลัง กลับเขาที่รวมพล แตเจาหนาที่กลับถูกกลุม นปช. ใชอาวุธกับเจาหนาที่ โดยมีการขวางระเบิด เอ็ม ๖๗, การขวางปาสิ่งของ, แกสน้ําตา, การยิงปน และยิงเอ็ม ๗๙ จํานวนหลายลูก เขาใส เจาหนาที่อยางตอเนื่อง โดยเฉพาะเวลาประมาณ ๑๙๓๐ บริเวณหนาโรงเรียนสตรีวิทยา มีการยิง เอ็ม ๗๙ เขาใสบริเวณที่ประชุมของผูบังคับบัญชา ทําใหทหารไดรับบาดเจ็บหลายนาย และ เสียชีวิต ๒ คน คือ พ.อ.รมเกลา ธุวธรรม และ ส.ท.ภูริวัฒน ประพันธ เหตุการณในวันนี้ ทั้งสองฝายไดประสานเพื่อยุติการปะทะกันในเวลาประมาณ ๒๑๐๐ สรุปการสูญเสีย คือ เจาหนาที่ เสียชีวิต ๕ นาย และบาดเจ็บ ๓๕๖ นาย ประชาชน เสียชีวิต ๒๑ คน และบาดเจ็บ ๔๖๙ คน สําหรับยุทโธปกรณของรัฐที่ชํารุด สูญหาย ประกอบดวย ยานพาหนะทุกประเภท รวม ๓๕ คั น อาวุ ธ ป น ทุ ก ประเภท รวม ๖๘ กระบอก และเครื่ อ งมื อ สื่ อ สารทุ ก ประเภท รวม ๑๕ รายการ


เหตุการณในวันนี้ไดมีการแสวงหาขอเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐาน โดยองคกร อิสระตางๆ เชน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ, คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและ คนหาความจริงเพื่อการปรองดองแหงชาติ (คอป.) เปนตน ซึ่งไดมีการสอบถามและรวบรวม ขอมูลทั้งฝายเจาหนาที่รัฐ ผูเขารวมชุมนุม ผูเห็นเหตุการณ และพยานหลักฐานอื่น ผูเขารวมชุมนุมกับกลุม นปช. ผูหนึ่งกลาววา ใน ๑๐ เม.ย.๕๓ ตัวเขาไดเขารวมชุมนุม บริเวณสี่แยกคอกวัว ตั้งแตเวลา ๑๔๓๐ ขณะนั้นเขาเห็นทหารบริเวณปากซอยถนนขาวสาร โดยในหวงแรกทหารและผูชุมนุมตางพูดคุยกันดี ไมมีการปะทะหรือใชความรุนแรง ตอมาเวลา ๑๘๓๐ เริ่มมีการผลักดันระหวางทหารกับผูชุมนุม โดยทหารไดใชกระบองตีผูชุมนุม และผู ชุมนุมไดขวางปาสิ่งของใสเจาหนาที่ จากนั้นเวลา ๑๙๓๐ เขาเห็นกลุมบุคคลไมทราบวาเปนผูใด อยูบนอาคารบริเวณนั้นไดยิงปนใสทหารและผูชุมนุม เห็นทหารบางนายและผูชุมนุมหลายคน ลมลงเนื่องจากถูกยิง มีผูเห็นเหตุการณ การที่การดของกลุม นปช. รับทราบถึงการใหกลุมคนติดอาวุธเขามา ในพื้นที่ชุมนุมทั้งที่มีการตรวจตราหนาแนน โดยมีผูเห็นรถตูโดยสารวิ่งเขาไปในกลุม นปช. และมี ชายชุ ดดําพรอมอาวุ ธหลายคนลงจากรถ ตลอดจนในคลิ ปวี ดีโ อที่มีการเผยแพร อย าง กวางขวาง ซึ่งแสดงใหเห็นวาแกนนําและผูชุมนุมบางคนมีสวนรูเห็น เชนการประกาศวา“ตอไป ใครเห็นอะไรใหบอกไมรูไมเห็น” รวมทั้ง กรณีพวงหรีดของแกนนํา นปช. ในงานศพมารดาของ คนขับรถตูคันกอเหตุเปนตน เหตุการณ ๑๐ เม.ย.๕๓ ถือเปนหนาบทเรียนแหงประวัติศาสตรบทหนึ่งของประเทศ กรณีชายชุดดําซึ่งเปนกองกําลังติดอาวุธไดปรากฎขึ้น เพื่อทวีความรุนแรงของเหตุการณให กลายเปนสงครามกลางเมือง ถือเปนการดําเนินการที่มีการจัดตั้งและวางแผนไวลวงหนา การ สูญเสียชีวิต ทั้งของเจาหนาที่รัฐและประชาชน รวม ๒๖ ชีวิต ซึ่งทุกชีวิตมีคุณคาแหงความเปน มนุษยเทา - เทียมกัน รวมทั้งมีผูบาดเจ็บทั้งเจาหนาที่และประชาชนอีกจํานวนมาก และเจาหนาที่ ทหารบางคนตองพิการทุพพลภาพ เปนความเศราโครกที่ไมนาจะเกิดขึ้นในประเทศของเรา ซึ่ง บิดา มารดา และญาติของผูเสียชีวิตเหลานั้น ยังคงไมสามารถลืมเลือนเหตุการณนั้นได เชน นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยาของ พ.อ.รมเกลา ธุรธรรม ซึ่งเสียชีวิตในเหตุการณไดยื่น หนังสือ เรียน ผบ.ทบ. เมื่อ ๓๑ พ.ค.๕๔ เพื่อขอใหชวยติดตามความคืบหนาของคดี ความรูสึก ของญาติพี่นองของผูเสียชีวิต ยอมไมอาจเลือนลางไปไดในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งเราคนไทยทุก คน ยอมปรารถนาไมใหเหตุการณเชนนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยของเราอีกในอนาคต ------------------------------------------------


Event10april54