Issuu on Google+

portfolio writing • magazine • poster • illustration • photography


ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ นางสาวปทุมมาศ จ่ายประโคน เกิด วันที่ 12 มิถุนายน 2535 อายุ 21 ปี โทรศัพท์ 08-4793-4812 ,09-2579-0192 E-mail little.platie@hotmail.com ที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่ 53/687 หมู่บ้านพฤกษา 20 ซ.2 ถ.เสมาฟ้าคราม ต.คูคต อ.ลำ�ลูกกา จ.ปทุมธานี 12130 การศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ หลักสูตรนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ประสบการณ์การทำ�งาน

- นักศึกษาฝึกงานตำ�แหน่งผู้ช่วยศิลปกรรม นิตยสาร Travel Guide ระหว่างวันที่ 6 มกราคม ถึง 25 เมษายน 2557 รายละเอียดงาน : ออกแบบและจัดหน้านิตยสาร รวมถึงช่วยงานต่างๆ ในฝ่ายกองบรรณาธิการ ฝ่ายโฆษณา และฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ และสมาชิก อาทิ พิสูจน์อักษร ร่วมงานแถลงข่าวงานต่างๆ สัมภาษณ์และถอดเทปบันทึกเสียงการสัมภาษณ์ เพื่อเป็นข้อมูลในการทำ�เนื้อหา ประกอบคอลัมน์ เป็นต้น - ดูแล/จัดทำ� คอลัมน์สนามเด็กเล่น หนังสือพิมพ์เพื่อนักศึกษา ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เนื้อหาคอลัมน์เป็นการสัมภาษณ์ นักศึกษาที่ทำ�กิจกรรมหรือสร้างชื่อเสียงให้แก่มหาวิทยาลัย โดยมีหน้าที่สัมภาษณ์รวมถึงถอดเทปบันทึกการสัมภาษณ์และเขียนหน้าหาของคอลัมน์ - ประสบการณ์ที่ได้ระหว่างการเรียน อาทิ เขียนเรื่องสั้น บทความ บทภาพยนตร์ บทรายการ และการจัดทำ�โครงงานนิตยสาร เป็นต้น

การฝึกอบรม

- อบรม การถ่ายทำ�สารคดี โดย บริษัท พาโนราม่า เวิลด์ไวด์ จำ�กัด เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2555 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา - อบรม โครงการค่ายเยาวชนนักเขียนรุ่นที่ 1 โดยเทศบาลนครราชสีมาและมติชน จำ�กัด เมื่อวันที่ 19 - 20 พฤศจิกายน 2554 ณ จังหวัดนครราชสีมา

การประกวด

- ประกวดโครงการ “โครงการสิงห์สร้างสรรค์คนทีวีปี 7 การประกวดสารคดีเชิงข่าวเรื่องจริง เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555 มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น - รางวัลชมเชยอันดับที่ 3 เขียนความเรียง หัวข้อเรื่อง “โคราช บ้านเอ็ง” โครงการค่ายเยาวชนนักเขียนรุ่นที่ 1 โดยเทศบาลนครราชสีมาและมติชน จำ�กัด เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2554 ณ จังหวัดนครราชสีมา - ชนะเลิศอันดับ 1 ประกวดภาพถ่ายโครงการ 7 ภาพเล่าเรื่อง จัดโดย สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ (นิเทศศาสตร์) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี - รองชนะเลิศอันดับ 1 ประกวดภาพถ่ายความรัก ของสถาบันติวเตอร์ The Act จังหวัดขอนแก่น

ความรู้/ทักษะ

- สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรม Microsoft Office, Photoshop, Illustrator, Indesign ดีมาก - สามารถถ่ายภาพด้วยกล้อง DSLR ได้ - ชอบค้นคว้าหาความรู้อยู่เสมอ - มีมุมมองและทัศนคติกว้างไกล - ใส่ใจรายละเอียดและรอบคอบในการทำ�งาน


“Writing”

writing • magazine • poster • illustration • photography


แม่ครับ…ผมไม่ได้ตั้งใจ

ห้องสี่เหลี่ยมฉาบด้วยปูนสีเทาด้าน ร่องรอยการถูกขีดเขียน ถูกขีดขึ้นเพื่อระบายความเก็บกดเท่าที่จะเขียนลงได้ กลิ่นสาบของเสื้อผ้า และกลิ่นอับของฝุ่นทำ�ให้ผมหายใจลำ�บาก ช่องหน้าต่างที่อยู่สูงจากพื้นหลายเมตร ทำ�หน้าที่เชื้อ เชิญแสงแดดในยามเช้าของทุกวัน หรือบางครั้งช่องหน้าต่างก็มีแขกอย่าง หนู แมลงสาบมาให้ทักทาย ประตูเหล็กสีดำ� เข้มเรียงรายอยู่ข้างหน้ามันเล็กเกินกว่ามือหนาใหญ่ของผมจะยื่นมือไปได้ ในห้องสี่เหลี่ยมมีแต่ฟูกที่นอนเก่าเพียงอย่าง เดียว ห้องของผมปิดแน่นหนาโดยแม่กุญแจดอกใหญ่ ทำ�ให้บางทีผมรู้สึกจะคลั่งตายอยู่เหมือนกัน ในแต่ละวันผม สามารถออกจากห้องได้ไม่กี่ครั้ง จะออกได้ก็ต่อเมื่อ เข้าห้องน้ำ� กินข้าว ชีวิตผมก็มีอิสระเพียงเท่านี้แหละ เพราะผม อาศัยในที่ที่ซึ่งไม่มีแม้แต่อิสระให้ลิ้มรส เหมือนแต่ก่อน ชาวบ้านเขาเรียกว่า “คุก” “เฮ้อ ปราบ มึงลองนี่หน่อยเป็นไง” ไอ้ชิต เพื่อนชายคนเดียวที่ผมคนว่าสนิทที่สุดแล้วในแดนไร้อิสระแห่งนี้ ได้ หยิบยื่นเม็ดยาบางๆ สีส้มให้แก่ผม มันยัดไว้ในมือผมอีกครั้งเมื่อผมทำ�อาการเบือนหน้าหนี “ชิบหายแล้ว พ่อมึงมา” ยาเม็ดบางสีส้มได้ถูดยัดเหยียดใส่ปากผม เมื่อผู้คุมเดินมา ตอนนี้มันเริ่มไหลตามทาง ของอวัยวะลงสู่กระเพาะอาหาร แล้วไอ้ชิตต้นตอของการยัดเหยียดความชั่วร้าย มันได้วิ่งหนีผมไป นั่นคือครั้งแรกที่ผม ได้รับรู้ถึงรสชาติของยานรก แต่ผมไม่ได้ตั้งใจ เมื่อผมได้มีช่วงเวลาอิสระ แต่มันก็เล็กๆ น้อยๆ อย่างการเขียนจดหมาย ถึงญาติ แต่นานๆ ครั้งผมจะเขียน ถึงแม่ อยู่นี้ผมสุขสบายดี มีข้าวให้ผมกิน ดีกว่าอยู่บ้านซะอีกนะครับแม่ ไม่ต้องเป็นห่วงผมนะ รักแม่ ปราบ นั่นคือจดหมายฉบับล่าสุดคือเมื่อเดือนกว่าที่แล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผมไม่ได้อยู่สุขสบายอย่างที่ผม พรรณนาไว้กับแม่ และผมไม่ได้เขียนว่าตอนนี้ผมกำ�ลังโหยหายานรกนั่น ผมรู้ดีว่า ผมทำ�ผิด และผมหยุดโหยหามันไม่ ได้ “ทิต กูขอมึงอีกเม็ด แล้วกูจะเลิก” ผมกระซิบกับทิตเพื่อนผมในขณะอาบน้ำ� อยู่ห้องน้ำ�รวม ผมบอกประโยค สุดท้ายกับเพื่อนผมหลายสิบครั้งว่าผมจะเลิก แต่ผมก็พูดปดกับมันเช่นเคย “ปราบ มึงจะเอาไปง่าย ๆไม่ได้เว้ย” ไอ้ทิตหน้าเครียดใส่ผมแล้ว นิ้วชี้ของมันทิ่มมาที่กลางหน้าผากผมอย่างแรง “เฮ้ย นี้กูขอมึงดีๆ เว้ย” ผมปัดนิ้วชี้ของมันออกทันที “กูไม่ให้ อยากได้ก็หาเองดีวะ” ไอ้ทิตมันเริ่มกวนประสาทผม ด้วยสีหน้าและท่าทางของมัน ชวนให้ผมเอาหมัด แน่นของผมเสยที่มุมปากขวาของมัน แต่ผมก็คิดได้เพียงในใจ ไอ้ทิตมันหันหลังให้ผมทำ�ท่าจะเดินจากไป มือขวาผมดึง คอเสื้อมันไว้แล้วพลิกโฉมหน้าชัยชนะของมันหันกลับมา “มึงจะให้กูไหม” ผมดึงคอเสื้อด้านหน้าของไอ้ทิตขึ้นสูงอีกครั้ง ผมกำ�คอเสื้อของมันแน่นเสียจนมันทำ�ท่าหายใจ ไม่ออก ไอ้ทิตส่ายหน้าแล้วยิ้มอย่างผู้ชนะให้ผมอีกครั้ง ผมซัดหมัดใส่ที่สันดั้งของมันจังๆ มันล้มลง ได้ทีผมซัดหมัดมันที่แก้มซ้าย และแก้มขวาอย่างบ้าคลั่ง “ไอ้เหี้ย มึงแหละทำ�ให้กูเป็นอย่างนี้” ผมคร่อมมัน แต่มือทั้งสองของผมยังกุมคอเสื้อมันไว้แน่น “กูไม่ได้ทำ� ถ้ามึงคิดจะเลิกตั้งแต่แรก ก็เลิกได้ มึงอะปอด” นั่นคือคำ�พูดที่แหบพร่าคล้ายกับคนจะไม่มีเสียงเอื้อนเอ่ย แต่ประโยคสุดท้ายเค้นเสียงออกมาเต็มแรง ทำ�ให้ผม บันดาลโทสะอีกครั้ง ผมสาวหมัดฝากรอยช้ำ�บนหน้ามันอีกครั้ง มันจึงยอมแพ้ผม ยกมือทั้งสองไหว้ขอชีวิต ผมยิ้มอย่าง ผู้ชนะ… ไอ้ทิตเดินลากเท้าไปหยิบยานรกจากย่ามใส่อุปกรณ์ชำ�ระตัวให้ผม ตัวยาห่ออย่างดีเพื่อป้องกันการจับได้จาก เรื่องสั้น แม่ครับผมไม่ได้ตั้งใจ


ผู้คุม ผมกลืนยาเม็ดบางลงไปอย่างช้าเพราะมันค่อนข้างฝืดคอ ผมจึงควักน้ำ�จากอ่างน้ำ�อาบน้ำ�ใส่ปากอึกหนึ่ง จาก นั้นผมรู้สึกดีขึ้น ยานรกบางทีมันก็ทำ�ให้ผมลืมเรื่องทุกข์ได้ ผมเริ่มหลงรักมัน ผมเดินลากตัวเองตามทางยาว อากาศ ข้างนอกเริ่มหนาว มือที่ไร้เรี่ยวแรง เท้าที่อ่อนแรงลากกับพื้นปูนที่หยาบกระด้าง เสมือนว่าเท้าของผมจะเป็นอันหนึ่งอัน เดียวกัน ตากระพริบถี่ ผมรู้สึกว่าเปียกตามันหนักเสียจนผมจะชอนมันขึ้นมาได้อีกครั้ง เนื้อตัวทุกส่วนของผม ตอนนี้ สัมผัสกับพื้นปูนหยาบและเย็น เปียกตาผมค่อยๆ ปิด ผมไร้ซึ่งสติแล้ว “แม่ครับผมหนาว” ผมสะดุ้ง สัมผัสถึงบรรยากาศเดิมๆ ณ ห้องสี่���หลี่ยม อีกครั้ง “นักโทษชาย ปราบ คุณเป็นลมหมดสติที่ลานหน้าห้องน้ำ�” ผู้คุมชายกล่าวเสียวห้าว หน้าตาดุดัน บอกกับผม อย่างนั้น แล้วทิ้งให้ผมอยู่ตามลำ�พัง ผมรู้สึกลำ�คอแห้งผาด นัยน์ตาผมเริ่มร้อน มือสั่นเทา เหงื่อชุ่มออกตามลำ�ตัวที่เปรอะเปื้อนได้รอยสักและเศษ ฝุ่น กล้ามเนื้อท่อนแขนขวาและซ้ายกระตุกจนผมไม่สามารถควบคุมได้ เม็ดเหงื่อเริ่มไหลลงเป็นหยาด วิญญาณของ ความปวดร้าว เจ็บแค้นน้อยเนื้อต่ำ�ใจ สิงเข้าสู่ความนึกคิดของผมอีกครั้ง ผมนึกย้อนกลับไป “ปราบ ทำ�ไมลูกเป็นเด็ก อย่างนี้” ก้านมะยมเป็นสิบฝาดที่ก้นของเด็กวัยสิบขวบอย่างผม เพียงเพราะผมไปผลักเด็กข้างบ้านล้ม แต่แม่ไม่ถามผม สักคำ�ว่า ทำ�ไมผมถึงทำ� ผมโกรธเด็กคนนั้นเพราะมันว่า แม่เป็นกระหรี่ ผมไม่ชอบ ตอนแม่เงื้อมือฝาดลงทีไร ผมร้องไห้ ทุกที ไม่ใช่เพราะผมเจ็บก้นแม้แต่น้อย แต่ผมเจ็บที่ใจผมที่แม่ฝาดมาที่กลางใจผม ผมได้แต่สะอึกสะอื้นว่า ผมไม่ได้ตั้งใจ แม่ครับแม่ยังจำ�วันที่ “สายไหม” แมวที่ผมเลี้ยงตอนผมอายุ 13 ได้ไหมครับ แม่ยังไม่ถามผมด้วยซ้ำ�ว่าทำ�ไม แม่ตีผม ด้วยด้ามไม้ขนไก่ มิหน่ำ�ซ้ำ�แม่ยังให้ผมกินอาหารแมวคาวๆ เพื่อเป็นการทำ�โทษที่ผมฆ่ามัน ผมจำ�ได้ว่าวันนั้น สายไหม มันไปกวนแม่ตอนนอน ผมหวังดีกับแม่นะครับ ผมเลยจับมันโยนใส่โอ่ง แล้วปิดฝา ผมกะว่าพอแม่ตื่นผมจะเอามันออก แต่แล้วผมก็ลืม แม่ครับผมไม่ได้ตั้งใจ แม้กระทั่งตอนนี้ที่ผมต้องมาอยู่ทีนี้ ก็เพราะผมรักแม่ ผมเห็นไอ้สารเลวที่มันทำ�ร้ายแม่อยู่ทุกวัน แม่ยัดเหยียด คำ�ว่าพ่อ ให้ผมเรียก วันนั้นผมจำ�ได้ ผมนอนไม่หลับ แอบมองแม่รอมันอยู่ชานหน้าบาน พ่อสารเลวคนนี้มันกลับมา พร้อมผู้หญิงที่แม่เรียกว่า อีนั่น แม่กับพ่อ มีปากเสียง และมันก็ลงมือทำ�ร้ายแม่เหมือนทุกครั้ง แต่ทุกครั้งนี้ผมทนไม่ไหว ผมแค่สั่งสอนมัน ผมฆ่ามันจนตายโดยมีดพกของผม แม่ครับ แม่ก็ยังไม่เห็นความดีของลูกชาย คนนี้เสียที แม่ครับผม เสียใจ ทุกเรื่องราวที่ผมทำ�ผิดแม่จะไม่เคยถามเสียก่อน แม่ครับผมทำ�ผิดผมรู้ แต่ผมก็รักแม่ แม่รักผมไหม แต่ตอนนี้แม่ คงจะสบายใจที่เห็นลูกเลวๆ อย่างผมอยู่พ้นสายตา ร่ายกายของผมสะท้าน ควบคุมร่างกายของผมไม่อยู่ ผมดีดดิ้นไปมาอย่างกับปลาที่โดนทุบหัว ผมหนาวเหน็บ ที่ร่างกาย ที่ใจผมหนาวเหน็บยิ่งกว่า เหตุการณ์ที่ย้ำ�เตือนวันคืนที่โหดร้าย ยังคอยหลอกหลอนทุกค่ำ�เช้า เสียงหัวใจผม ทำ�งานเร็วเสียยิ่งกว่าเข็มนาฬิกาบอกเวลาเสียอีก แขนและขาอันกำ�ย้ำ� แทบจะม้วนกับตัวของผมเอง ผมได้เขียน จดหมายหาแม่ผม น่าจะเป็นฉบับสุดท้าย เพราะอีกไม่กี่สิบวันข้างหน้า ผมจะได้ได้รับการปล่อยตัว แม่ครับ แม่คงจะรู้ แล้วว่าผมจะได้รับการปล่อย ผมคิดถึงแม่ ผมอยู่นี้ ผมได้คิดอะไรได้เยอะแยะ ปัญหาของผม วันคืนที่ผมนึกมาเสมอ ว่า มันเริ่มต้นที่ใคร ผมต้องกำ�จัดต้นตอด้วยตัวของผมเอง ไม่ต้องเป็นห่วง รักแม่เสมอ ปราบ วันพ้นโทษ “ไอ้เหี้ยปราบ มึงจะเอาไงกับของที่เหลือ” ไอ้ชิตเพื่อนผม กระซิบข้างหูผมด้วยเสียงแหบพร่า “เหลือเยอะไหมวะ” ผมถาม แล้วไอ้ชิตมันก็คว้ามือผม ให้สัมผัสกับเม็ดยาประมาณนึง ที่ขากางเกงมัน “เดี๋ยวกูจัดการเอง” ผมเชิดหน้าที่ที่เกลี้ยงเกลาที่เพิ่งโกนหนวดมาหมาดๆ แล้วเลิกคิ้วให้มันอย่าง มั่นใจ แล้วผมก็จัดการกับยานรกทีเหลือหนึ่งกำ�มือ ใส่คอผมอย่างเชี่ยวชาญ แต่ด้วยปริมาณมากเกินไป ผมจึงแบ่งกินทีละ 2-3 เม็ด ฤทธิ์ของมันทำ�ให้หัวใจผมเต้นแรงอีกครั้ง “นักโทษชาย นายปราบ บัดนี้ได้เวลาพ้นโทษแล้ว” เสียงผู้คุมบอกกับผมอย่างนั้นก่อนที่ผมจะเดินหันหลังอย่าง เรื่องสั้น แม่ครับผมไม่ได้ตั้งใจ


ไม่เหลียวหันไปมอง เสียงลากของโซ่ที่ถูกตรึงไว้กับข้อเท้าที่แข็งแกร่งได้สร้างรอยไว้อย่างเห็นได้ชัดเป็นรอยแดงใหญ่ ผม เดินจากที่ๆ ที่มืด เป็นทางตรงมุ่งสู่ประตูบานใหญ่ ที่รอการเปิดล็อคที่แน่นหนา ในตอนนี้เสียงลูกกุญแจทีเรียงกันใน พวงเดียวกันนั้น มีเพียงหนึ่งดอกที่จะปลดพันธนาการของผม ผมจ้องลูกกุญแจนั่นอย่างไม่ละสายตา โซ่และกุญแจมือ ผมถูกปลดปล่อย ผมเป็นอิสระ ดวงตาสัมผัส แสงแดดจ้าส่องเข้านัยน์ตาสีน้ำ�ตาลเข้ม ผมหรี่ตาเล็กน้อยเพื่อปรับ สายตาให้คุ้นชิน ชีวิตผมสัมผัสกับอิสระอีกครั้ง ผมมาหยุดอยู่ตรงนี้ หน้าผมปรากฏบุกพากรีที่ผมรักที่สุด นั่นคือแม่ของ ผม แม่ยิ้มแก้มปริ แม่ยิ้มให้ผมด้วย ผมคิดว่าแม่จะไม่ยินดีเสียอีก ผมเข้าไปกอดแม่ ไออุ่นที่ไม่เคยได้รับมานานหลาย ปี “แม่ครับ ผมจะไม่ดื้อ แม่อย่าดุ แม่อย่าตีผมเลยนะครับ แม่ให้โอกาสผมแก้ตัวนะครับ ต่อไปนี้ผมคงไม่ได้ยิน เสียงแม่ทีทำ�ให้ผมปวดร้าวอีกใช่ไหมครับ ผมรู้แล้วละครับ ว่าต้นเหตุของวิญญาณความชั่วร้ายที่คอยหลอกหลอนผมคือ อะไร คือแม่ไงครับ ผมจะกำ�จัดวิญญาณนั่นเอง ” ผมพูดในอ้อมกอดของแม่ เมื่อวงแขนทั้งสองของผมปล่อยร่าง ของแม่ เสียงโหวกเหวกโวยวาย อื้ออึ่งดังก้องไปทุกอณูประสาท ผมล้มตึงกับพื้น เข่าที่หยาบกระด้าง มือที่สั่นเทาของ ผมอยู่ในกุญแจมือของการกักขังอีกครั้ง “เพ้ง !! ” ผมสะดุ้งตกใจ แล้วสติสัมปชัญญะ ของผมก็กลับมาอีกครั้ง มีดพกด้ามเล็กสีเงิน ที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีแดง ด้วย เลือดที่มีกลิ่นคาวฟุ้งตกลงสู่พื้น นัยน์ตาจากสีน้ำ�ตาล บัดนี้กลายเป็นสีแดงเลือด แก้วตาของผมรับรู้ถึงภาพหญิงแก่ นอนจมกองเลือด ร่างไร้ซึ่งชีวิตและวิญญาณ คือร่างของแม่ผม แม่ครับ ผมบอกแล้วว่าผมจะกำ�จัดต้นตอปัญหาด้วย ตัวผมเอง จากนี้ไปเสียงแม่จะเงียบไปชั่วนิรันดร “แม่ครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ”

เรื่องสั้น แม่ครับผมไม่ได้ตั้งใจ


ความฝันของนกกระดาษ....ที่ถูกลืม

มีหลายคนเรียกชื่อฉันว่า นกกระดาษ ตัวของฉันเป็นกระดาษ ใช่ฉันถูกพับจากกระดาษหลากสีเพื่อนๆ ของ ฉันบ้างเป็นกระดาษสีฟ้าและเทา ตัวของฉันเบาะบาง มีปีกกางสองข้าง มีหางโค้งสวยงามและปากที่แหลมคม แต่ฉัน พูดไม่ได้หรอกนะ หลายครั้งเด็กน้อยที่เป็นคนพับฉันได้พูดคุยกับฉัน แต่เด็กน้อยทำ�หน้าฉงนแล้วหันไปถามผู้เป็นแม่ว่า ฉันใจร้าย ไม่พูดด้วย ฉันได้แต่เพียงคิดในใจว่า โธ่ เด็กน้อยฉันอยากพูดกับเธอเหลือเกิน ถ้าฉันพูดได้ฉันจะคุยเป็น เพื่อนเธอเอง ในตอนแรกฉันมีความสุขมาก เด็กๆ เขาเห็นฉันเป็นของเล่นใหม่ โยนตัวฉันขึ้นบนอากาศ ฉันได้แต่พยายาม กระพือปีกแต่มันไม่สำ�เร็จ บางทีอุ้งมือน้อยของเด็กๆ รอรับตัวฉัน บางครั้งอุ้งมือนั้นก็พลาดไม่สามารถรับตัวฉันได้ แต่ ฉันไม่เคยโกรธ นานเข้าเมื่อเด็กๆ เริ่มเบื่อ เขาได้ให้แม่ของเขาร้อยฉันด้วยเข็มและด้าย เป็นโมบายแขวนไว้ที่บาน หน้าต่างแก่เขา ฉันเริ่มเบื่อกับการเป็นนกกระดาษ ที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อิสระ ถูกกำ�หนดด้วยทิศทางของลม ไม่มี ใครใส่ใจ บางทีฉันอดก่นด่าตัวฉันเองไม่ได้ว่า ฉันมันไม่มีค่า ยามเย็นฉันมองไปที่นอกหน้าต่างเห็นเด็กๆ วิ่งเล่นกัน อย่างสนุกสนาน เด็กๆ ถือหุ่นยนต์บ้าง วิ่งเล่นว่าวบ้าง ฉันอดคิดถึงพวกเขาไม่ได้ และฉันมักเห็นนกชนิดต่างๆ โผบิน ไปมา เป็นคู่ หรือจะเป���นฝูง ถึงแม้มันจะบินเพียงตัวเดียวแต่ดูมันบินอย่างมีความสุข คงไม่เหงาเหมือนฉัน บางตัวมา เกาะที่ริมหน้าต่างแล้วก็จากไป ฉันพยายามถามมันว่า แต่ก่อนพวกมันเคยเป็นนกกระดาษอย่างฉันหรือเปล่านะ พวกมัน มาจากไหนกัน ช่วยพาฉันออกไปที ใช่ซิ ฉันอยากบิน ช่วยหัดบินให้ฉันบ้าง แล้วเด็กๆ ล่ะ และคนละอยากมีอิสระอยาก ที่จะบินเหมือนฉันไหม เขาจะเหงาเหมือนฉันไหม ชีวิตของนกกระดาษที่เริ่มมีหยากไย่มาอยู่เป็นเพื่อนของฉันนั้น จะทำ�สิ่งใดให้ผู้อื่นได้อีกไหมนะ ฉันเคยมอบ ความสุข มอบจินตนาการ ให้แก่เด็กๆ มอบที่พักอาศัยให้แมงมุมตัวน้อย และสุดท้ายร่างฉันกับเพื่อนกลายเป็นโมบาย ห้อยและปลิวหยอกเย้ากับลมไปมา เพื่อนฉันสีเทาและอีกตัวสีฟ้าตัวสีเทากับฟ้ามักเถียงกันข้ามหัวฉันเสมอ ทั้งสอง ต่างโทษกันและกัน สีฟ้ามักจะโทษสีเทาว่ามีสีไม่สวยเด็กๆ เลยไม่ชอบ สีเทามักโทษว่าปีกของสีฟ้าหนักเกินไป เวลาเด็ก โยนขึ้นทำ�ให้ตกเร็ว พวกเขาเลยพาลเบื่อเราไปด้วย เขาทั้งสองปรารถนาที่จะกลับไปเล่นกับเด็กๆ อีกครั้ง แต่สำ�หรับ ฉันแล้ว ฉันอยากเป็นนกที่มีชีวิต โผบินบนฟ้ากว้าง ช่วยเติมสีสันบนเวิ้งฟ้าเหมือนสีบนตัวฉัน ฉันหวังอย่างนั้น แต่แล้ว คืนวันฝนตก เด็กน้อยได้เอากรรไกรมาตัดพวกเราออกจากหน้าต่างแล้วมาวางบนโต๊ะ แล้วทำ�การเปิดลิ้นชักที่เต็มไปด้วย หนังสือการ์ตูนและดินสอสีมากมาย นกกระดาษหลากสี สีเทาและสีฟ้าถูกหย่อนในลิ้นชักเบาๆ และอุ้งมือน้อยที่แต่ก่อน เล่นกับเรา ได้ปิดลิ้นชักอย่างไม่สนใจว่าข้างในลิ้นชักมีเพียงแต่ความมืดมิด ความอับชื้นของหน้าฝน ความคิดที่ยังโลด แล่นอยู่ในใจของฉันไม่จางหายและซึ่งฉันก็ไม่อาจจะหาคำ�ตอบได้ ว่าเหตุใด ฉันถึงบินไม่ได้ ฉันถูกกำ�หนดโดยใคร ถ้าฉัน บินได้จริงอย่างที่ฉันฝัน ขอชีวิตชีวาให้แก่ฉันแล้วฉันจะโบยบิน นำ�อิสรเสรีไปสู่นกกระดาษตัวอื่นและแก่ผู้คนด้วยตัวฉัน เอง

ความฝันของนกกระดาษ....ที่ถูกลืม


ครอบครัวเอ็ง

โคราชบ้านเอ็ง เป็นสำ�นวนที่หมายถึงโคราชบ้านเรา ครอบครัวเรา ความผูกพันของคนในครอบครัวยากที่เปรียบ เป็นความผูกพันกับสิ่งของอื่นๆ หลายท่านอาจจะค้นพบบทเพลงที่ชื่นชอบ อาจจะฟังทุกคืนก่อนนอน แต่เชื่อสิ ไม่ นานก็อาจเบื่อ หรือไม่ว่าท่านจะชื่นชอบเมนูจานโปรดแต่ก็ไม่สามารถที่จะลิ้มลองได้ทุกมื้อ ทุกวัน แต่สำ�หรับฉันแล้ว สิ่ง ที่ฉันค้นพบคือ ครอบครัว ที่ไม่ว่าจะผ่านไปนาน ฉันไม่เคยคิดเบื่อเลย ความอบอุ่น ความรัก มิตรภาพและที่สำ�คัญ ความผูกพัน ที่ตราตรึงเหนี่ยวรั้งจิตใจของฉันได้เสมอ ถึงแม้ว่าตัวฉันจะอยู่ที่อื่นไกลแสนไกล แต่สุดท้ายฉันก็ต้องกลับมา ที่นี่ กลับมาสัมผัสกับคำ�ว่า “บ้านเอ็ง” อีกครั้ง “หน่าลูกเอ็งคือใคร” “ก็หลานแม่ ก็คือแม่ละหว่า” ย่าของฉันเป็นคนสูงเนิน เป็นคนโคราชและเติบโตที่โคราช ได้ยิ้มอย่างมีความสุขซึ่งถึงแม้คุณย่าจะป่วยเป็น วัณโรค นอนพักรักษาโดยสวมชุดคนไข้อยู่บนเตียง ซึ่งความทรงจำ�ในวัยเด็กสามขวบของฉันนั้น จดจำ�บรรยากาศของ เด็กหญิงซึ่งอยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นแม่ ย่าที่ได้เสียชีวิตหลังจากที่ฉันสี่ขวบ ยังคงตราตรึงอยู่ในใจฉัน และภาพผู้เป็น ย่า ได้พิมพ์อยู่ในใจและใบหน้าของฉัน คุณพ่อจะเล่าประโยคการสนทนาข้างต้นให้ฉันฟังเสมอและและบอกเล่าว่า ฉันมี รูปร่างเล็กคล้ายย่า หูใหญ่เหมือนย่า เวลาฉีกยิ้มจะเห็นเหงือกบานแย้มอยู่เสมอๆ เวลาคุณพ่อพูดถึงย่าพ่อจะมองฉัน ด้วยแววตาความสุขละคนไปกับความภูมิใจ ฉันสัมผัสได้อย่างนั้น และฉันเชื่อว่าแววตาที่ฉันแสดงออก ไม่ต่างจากพ่อเลย ความสุขที่ได้เป็นลูกพ่อและความภูมิใจที่ได้เป็นหลานย่าวัน และอีกหนึ่งความภูมิใจคือ การที่ได้เป็นลูกหลานชาวโคราช สิ่งๆ หนึ่งที่เรากระทำ�จากความเคยชินจนกลายเป็นความผูกพัน หิ้งพระที่ในห้องรับแขก มีแจกันดอกไม้ที่ถูกเปลี่ยนใน ทุกอาทิตย์ รูปท้าวสุรนารีอัดกรอบทองโดยแขวนไว้กับฝาผนังห้อง กรอบรูปมีขนาดกลาง ก่อนที่ฉันออกจากบ้านไปที่ ใดก็แล้วแต่การได้พนมมือแสดงความนอบน้อมต่อท่าน เป็นสิ่งที่คุณพ่อพร่ำ�บอกอยู่เสมอ คุณพ่อบอกว่า ท่านคือพระ ประจำ�บ้านเอ็ง ด้วยคุณพ่อทำ�งานราชการทำ�ให้ต้องย้ายมาทำ�งานที่ต่างจังหวัด คุณพ่อเป็นคนโคราชโดยกำ�เนิด ส่วน คุณแม่มีคุณตาเป็นคนโคราชเช่นเดียวกัน ส่วนฉันเกิดที่กรุงเทพมหานคร เติบโตที่จังหวัดกาฬสินธุ์ คุณพ่อของฉันไป ปฏิบัติราชการที่นั่น สิ่งที่ทำ�ให้ครอบครัวของเราระลึกถึงคุณย่าโม อยู่เสมอ เป็นเพราะความผูกพันจากคุณพ่อ ความ ผูกพันส่งต่อมาสู่ฉัน และคุณงามความดีของท่าน ฉันได้เรียนรู้เรื่องราวของคุณย่าโมจากคำ�เล่าจากคุณพ่อและหนังสือ เรียน ในฐานะวีรสตรีผู้กอบกู้เมืองนครราชสีมาจากกองทัพเมืองเวียงจันทน์ คุณย่าโม เป็นผู้ที่เสียสละเพื่อให้ประเทศ ชาติได้อยู่รอดปลอดภัย ควรที่อนุชนรุ่นหลัง จะได้ระลึกถึงคุณงามความดีของท่าน และคุณพ่อยังได้เล่าให้ฟังอีกว่า หากหญิงใดเป็นลูกหลานย่าโมจะได้เชื้อการต่อสู้ ความแข็งแกร่งจากคุณย่าโม สิ่งนี่แหละ ที่คุณพ่อพยายามปลูกฝังให้ ฉันต่อสู้ ฝ่าฟัน และสอนให้รู้จักความรู้รัก สามัคคีด้วย และทุกครั้งครอบครัวฉันเดินทางผ่านโคราช ต้องแวะสักการะ คุณย่าโมและถ่ายรูปที่ลานอนุสาวรีย์คุณย่าทุกครั้ง บางที่คุณพ่อก็ปลุกฉันจากการหลับนอนที่ไม่รู้เรื่อง เพื่อรับขวัญกำ�ลัง ใจและขอพรจากคุณย่าโมในการเดินทางมุ่งสู่ระยะทางที่ยังคงยาวไกลต่อไปและปัจจุบันนี้รูปฉันครอบครัวฉัน มีรูปถ่าย บันทึกความทรงจำ� ที่เน้นชัดว่าครอบครัวฉันมี คุณพ่อ คุณแม่ น้อง ฉันและคุณย่าโมกี่สิบรูปแล้ว ฉันไม่เคยมองการกระ ทำ�ดังกล่าวเป็นความเคยชิน หากแต่มองว่า เป็นสิ่งที่แสดงถึงความผูกพันฉันกับคุณย่าโม คุณย่าโมเป็นพระที่สถิตอยู่ใน ดวงใจเอ็ง คุณย่าโมเป็นพระประจำ�คู่บ้านเอ็ง ระยะเวลาของการดำ�เนินชีวิตของฉันได้ผ่านร้อน ผ่านหนาวมาพอสมควร ไม่ทราบเหตุผลและกลวิธีใด เป็นโชค ชะตาหรือว่าฉันได้ลอดประตูชุมพลหลายสิบครั้งก็อาจเป็นไปได้ ฉันได้กลับมาที่บ้านอีกครั้ง ในช่วงที่ฉันจบมัธยมปลาย คุณพ่อบอกฉันว่า อยากให้ฉันกลับมาศึกษาต่อที่โคราช ครอบครัวเอ็ง อย่างน้อยพ่อก็สุขใจที่เห็นลูกอยู่ในบ้านของเรา พ่อเริ่มต้นและ เติบโตที่โคราช คุณพ่ออยากจะให้โคราชคือจุดเริ่มและจุดสุดท้ายของลูกสาวอย่างฉันเช่นกัน ฉันจึงได้ ตัดสินใจเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ครอบครัวเอ็ง


ทว่าทุกสิ่งที่ฉันทำ�ล้วนแล้วแต่เป็นความปรารถนาในใจของฉัน และความปรารถนาของฉันสั่งสมจะกลายเป็นความ ผูกพัน เมื่อฉันเดินไปยังท้องถนนหรือไม่ว่าจะกระทำ�สิ่งใด ฉันมักจะได้รับรอยยิ้ม มิตรภาพ ความช่วยเหลือ ทั้งจาก อาจารย์ ญาติมิตร ทำ�ให้ฉันไม่ต้องเดียวดาย สิ่งที่พิเศษที่ฉันมักสัมผัสได้คือ ความผูกพัน กับสถานที่ กับผู้คน ฉันมัก คุ้นเคยกับสถานที่ ที่ฉันเคย วัดที่เคยเป็นที่เผาศพคุณย่า ตลาดที่อารมณ์เก่าๆ ตามมาเตือนความทรงจำ� สถานีรถไฟ หรือที่ชาวโคราชเรียกว่า หัวรถไฟ ที่นี่ฉันม���กจดจำ�เรื่องราวที่ของคุณพ่อในวัยเด็ก เล่าให้ฟังถึงความที่ว่าเป็นเด็กผู้ชาย ตะลอนไปทั่วโคราช ตั้งแต่เดอะมอลล์ยังไม่สร้าง ถนนหนทางยังไม่ใช่เจริญ ยังไม่มีถนนลาดยางไขว้ไปไขว้มาเช่นนี้ สอง ข้างทางยังคงมีแต่ป่ารกร้าง ต่างจากปัจจุบันมาก คุณพ่อพบมิตรภาพมากมาย เพื่อนคุณพ่ออยู่ต่างหมู่บ้านก็มีแต่เวลา พบปะก็ไม่ใช่เรื่องยาก เดินเลาะหากันได้โดยใช้เวลาไม่นาน แต่ต่างจากสมัยนี้ ต้องพึ่งรถเมล์ รถโดยสาร หรือรถยนต์ใน การไปมาหาสู่แต่คุณพ่อบอกว่าสะดวกกว่าแต่ก่อน แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือ การละเล่น การทำ�โน่นทำ�นี่ระหว่างข้างทาง เจอคลองที่ไหนโดดลงที่นั่น เจอแย้ เจอกระปอมซุ่มยิงได้ไม่บ่นร้อน บ่นหนาว ถึงแม้กระทั่งแซวสาว หรือตั้งวงกินเหล้า ตามหน้าบ้านเพื่อนก็เป็นอีกหนึ่งอรรถรส โคราชเป็นเมืองที่มีชีวิต กล่าวคือ เมื่อใดที่ฉันทุกข์คอยปลอบและแนะแนวทางให้ฉันสู้ เมื่อฉันสุขมักจะยิ้ม แสดงความยินดีด้วยเสมอ เปรียบเสมือนคูน้ำ�ที่ให้ความชุ่มฉ่ำ�ดับไอร้อนในใจกลางเมือง ต้นไม้ใหญ่ ช่วยขจัดฝุ่น ควันให้ดูหายใจสะดวกมากขึ้น การพูดคุย ที่ไม่แสร้ง ดัดสำ�เนียง เขาพูดภาษาโคราชกับฉันบางคำ�ฉันอาจจะฟังแล้ว ตงิดๆ ด้วยสำ�เนียงและเสียงวรรณยุกต์ที่ต่างจากภาษากลางกึ่งภาษาอีสาน เช่น ไป๋ = ไป เข่า = ข้าว จิ – จะ ภาษา โคราชจึงเป็นภาษาที่เอกลักษณ์เฉพาะตัว เมื่อได้รับฟังเสมือนเราได้เข้ามาอยู่ในครอบครัวเขาแล้วจริงๆ จึงควรรักษา เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของชาวโคราช ดังกระแสพระราชดำ�รัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสทรงเจริญ พระชนมพรรษา 80 พรรษา ว่า “ ภาษาโคราชเป็นภาษาของชนกลุ่มน้อย แต่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นความเจริญ งอกงามทางวัฒนธรรมในอดีต ซึ่งบรรพบุรุษได้สร้างภาษาให้มีความไพเราะ สำ�นวนต่างๆแฝงด้วยคติสอนใจ” พระองค์ได้ทรงเห็นความสำ�คัญของเอกลักษณ์ของภาษาในท้องถิ่นโคราช เราชาวลูกหลานโคราชควรจะน้อมนำ� กระแสพระราชดำ�รัชมาเป็นแนวทางรักษา อนุรักษ์ภาษาโคราชให้ยั่งยืนต่อไปศิลปะที่แต่งแต้มโคราช ให้มีสีสันและ เสน่ห์อีกหนึ่งสิ่ง คือกลุ่มคนที่มีใจรักในการทะนุบำ�รุงสืบสาน ศิลปวัฒนธรรม “หมอเพลงโคราช” หญิง ชายแต่งกายพื้น บ้าน คือ ชายนุ่งผ้าโจงกระเบนไหมหางกระรอกใส่เสื้อดอกดวงมีผ้าขาวม้าคาดเอว และหญิงนุ่งชุดโจงกระเบน เช่น กัน ใส่เสื้อลูกไม้สวยงามขึ้นมาประชันฝีปาก เป็นคู่ ๆ บน 'โรงเพลง' ไม่ต้องมีเสียงดนตรีและเครื่องใช้จังหวะ อะไร เลย มีแต่การแสดงไหวพริบปฏิภาณในการแสดงโวหารของหมอเพลง ตั้งแต่บนเกริ่น บทเชิญ บทเกี้ยว บทปลอบ บทคร่ำ�ครวญไปจนจบที่เพลงลา และฉันมักที่จะพบเห็นได้จากอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีและที่วัดศาลาลอย ซึ่งเป็นวัดคู่บุญ คุณย่าโม อยู่ในตัวเมืองจังหวัด โดยมีผู้คนไปขอพรให้สมหวังกับเรื่องต่างๆ และก็มีการแก้บนด้วยการจ้างหมอเพลง โคราชที่มีทั้งนักร้อง และนักรำ�แต่งตัวสวยงาม เพราะมีความเชื่อว่าคุณย่าโมโปรดปรานมาก แต่ฉันก็ยังไม่ได้อีกโอกาส บนกับเขาเสียที ได้แต่ชมการแสดงของบรรดาหมอเพลงด้วยความชื่นชม ถ้าหากเรามีความผูกพันกับสิ่งต่างๆ เรามักจะรักและหวงแหน ดิฉันก็รู้สึกเช่นนั้น ฉันภาคภูมิใจและฉันลูกหลาน โคราช หลานคุณย่าโม และขอเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและถนอมรักษาครอบครัวเอ็งไว้ สำ�หรับฉันโคราชเป็นความ รัก กลายเป็นความผูกพันที่นับวันยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น และบนถนนของการเติบโตของฉัน ที่เต็มไปด้วยอุปสรรค ฉันเชื่อ ว่ายังมีครอบครัวเอ็งที่ผลักดันให้ฉันพบแต่ความสำ�เร็จในอนาคต

ครอบครัวเอ็ง


บทความวิเคราะห์วิจารณ์ “การเขียนภาษาไทยกับวัยรุ่น”

สังคมและวัฒนธรรมของวัยรุ่นในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนามากขึ้นมาก และการเปลี่ยนแปลง นั่นเอง ทำ�ให้เกิดข้อบกพร่องหรือประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ อาทิเช่น ผู้ปกครอง อาจารย์และนักวิชาการแขนงต่าง ๆ ใน พฤติกรรมของสังคมวัยรุ่นที่เปลี่ยนแปลงเช่น การแต่งกาย พฤติกรรมทางเพศ ซึ่งผู้เขียนได้ยกประเด็นปัญหาภาษาเขียน ของวัยรุ่น โดยอ้างอิงจากบทความ “ภาษาไทยกับวัยรุ่น” (2551) ของพรนิภา บัวพิมพ์ ได้ระบุถึงปัญหาการใช้ภาษา ไทย ใน 3 ลักษณะ คือ การพูด การเขียน และลักษณะท่าทาง และข้าพเจ้าได้นำ�ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับลักษณะ การเขียนภาษาไทยของวัยรุ่น โดยคุณพรนิภาได้ให้อ้างถึงลักษณะการเขียนภาษาไทยของวัยรุ่นปัจจุบันไว้ดังนี้ การ เขียนของวัยรุ่นจะมีลักษณะของประโยคสั้น กระชับ แต่ไม่แสดงออกถึงความชัดเจน โดยใช้วิธีการตัดทอนคำ� (พรนิภา บัวพิมพ์ ,2551 :17) ปัญหาวัยรุ่นที่พบเห็นในลักษณะการเขียน พบเห็นได้จากโลกอินเตอร์เน็ต เช่น แชทกับเพื่อน บนเว็บบอร์ด จนทำ�ให้วัยรุ่นที่เล่นกันจนเคยชิน ไม่สามารถแยกแยะออกถึงระดับภาษาในการเขียน ดังคุณพรนิภาได้ยกตัวอย่าง ประกอบถึงการใช้ใช้อักษรภาษาอังกฤษกับวรรณยุกต์ของไทยคือ “P`” ปรากฏในภาษาหรือหนังสือราชการบ้าง ( พรนิภา บัวพิมพ์ ,2551 :18) หรืออาจปรากฏในหนังสือพิมพ์ คอลัมน์และนิตยสาร ผู้เขียนมีความคิดเห็นว่า อาจจะเป็นการประหยัดคำ� หรือให้ความหมายที่ชัดเจนจึงได้นำ�ภาษาพูดมาใช้แทนภาษาเขียนเพื่อให้เกิดความน่าสนใจ มากขึ้น เช่น พาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์ แต่สำ�หรับหนังสือพิมพ์ถือว่าเป็นสื่อที่มีอิทธิพลและสามารถเข้าถึงได้สะดวก ทำ�ให้ผู้อ่านรับรู้ถึงภาษาที่ไม่ใช่ภาษาเขียนที่ดีมากนัก ตัวอย่างที่คุณพรนิภากล่าวอีกคือ ตามโทรทัศน์ เช่น ชื่อรายการ “T หลังอย่าทำ�” เป็นการนำ�พยัญชนะภาษาอังกฤษมาเขียนโดยอาศัยเพียงเสียง “ที” เท่านั้น หรือรายการ “รู้จริงป่ะ” ถ้า ใช้ให้ถูกต้องต้องควรใช้คำ�ว่า “รู้จริงหรือเปล่า” โดยจุดประสงค์เพื่อให้รายการของตนเป็นที่สนใจ ( พรนิภา บัวพิมพ์ ,2551 :18) นิตยสารบางฉบับที่สำ�หรับวัยรุ่น เพื่อที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย การใช้คำ�ในนิตยสารสำ�หรับวัยรุ่นมีการใช้ คำ�สแลง คำ�ในภาษาพูด คำ�ทับศัพท์ คำ�ซ้ำ� คำ�ขยาย คำ�ผวน คำ�ภาษาถิ่น และเครื่องหมายวรรคตอน โดยพบว่ามีการใช้ คำ�สแลงมากที่สุด รองลงมาเป็นคำ�ที่ใช้ในภาษาพูด และการใช้เครื่องหมายวรรคตอนประกอบคำ�หรือประโยค การใช้คำ� เหล่านี้เพื่อแสดงอารมณ์ ความรู้สึก และธรรมชาติของวัยรุ่น เช่น เช่น ปิ๊ง แห้ว จ๋วย…จ๋วย (สวย สวย) (วิรัช วงศ์ภินั นท์วัฒนา:3) และอีกหนึ่งสื่อคือสื่อออนไลน์ เช่น เว็บบอร์ด การสนทนา (แชต) สื่อดังกล่าวผู้เขียนเห็นว่า บางกลุ่ม อาจจะมีความเห็นว่าเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล คำ�ที่คิดเพื่อกลุ่มคน ใช้การสนทนากันเฉพาะกลุ่ม เช่น แชทกันแค่บุคคล สองบุคคล หรือ สื่อความหมายเฉพาะกลุ่ม เพื่อความเข้าใจ ประหยัดเวลาเพียงเท่านั้น แต่อีกกลุ่มอาจจะเห็นเป็นเรื่อง ใหญ่ เป็นเรื่องของส่วนรวม เช่น การว่ากล่าวตักเตือน การรณรงค์โดยจะเห็นกลุ่มวัยรุ่นในเว็บบอร์ดรณรงค์ เช่น ป้ายรณรงค์การลดใช้ภาษาวิบัติ เป็นเต้น โดยการใช้ภาษาทางอินเตอร์เน็ตจะที่พบเห็นคือ ในเว็บบอร์ด ชื่อดังของ เว็บไซต์สำ�หรับวัยรุ่นและบุคคลทั่วไป ซึ่งผู้เขียนจะขอยกตัวอย่างเพื่อเป็นกรณีศึกษาลักษณะการเขียนหรือพิมพ์ข้อความ ที่ผิด เช่น ทำ�มัย กิงรัยยาง เหน เปง คำ�ดังกล่าวของวัยรุ่นที่พิมพ์ให้เหตุผลว่า ง่ายต่อการพิมพ์ การตัดคำ� การลาก เสียงคำ�หรือพยางค์ และการออกเสียงคำ�ที่ไม่ตรงตามหลักภาษาไทย (วิรัช วงศ์ภินันท์วัฒนา:3) คำ�บางคำ�มีการกร่อน คำ� เช่น มหาลัย การใช้คำ�ทับศัพท์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาษาอังกฤษ เพราะคิดว่าเป็นภาษาสำ�หรับผู้มีการศึกษา แสดงถึงความทันสมัย และเป็นภาษาที่ใช้ในเรื่องเทคโนโลยี จึงนิยมใช้ในความหมายเหมือนกับคำ�เดิมและความหมายที่ ต่างไป หรือกำ�หนดความหมายขึ้นมาใหม่ การเขียนก็เขียนทับศัพท์โดยถ่ายอักษรเป็นตัวอักษรไทย และเขียนโดยใช้รูป คำ�ในภาษาอังกฤษ เช่น ไม่อยากจะ said ช่วย let มาหาเราหน่อย (วิรัช วงศ์ภินันท์วัฒนา:3) พฤติกรรมที่การใช้ภาษาของวัยรุ่น ผู้รู้ทางภาษาไทยหรือผู้ที่เป็นห่วงในเรื่องนี้ เกรงว่าจะเป็นปัญหา เป็นการ ปลูกฝังการใช้ภาษาแบบผิดหรือวิบัติต่อไป หากไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่เห็นแก่ความมักง่าย ของกลุ่มคน อย่างไรก็ดียังมีกลุ่มวัยรุ่นที่ต่อต้านการใช้ภาษาไทยที่เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยนั้น ถือว่ากลุ่มวัยรุ่นจะเป็นแรงผลักดัน ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และคุณพรนิภา ได้ให้แนวทางแก้ไข คือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู ต้องอธิบายให้เด็ก การเขียนภาษาไทยกับวัยรุ่น”


เยาวชนเข้าใจถึงเหตุผลของการใช้ภาษาของการสื่อสารมวลชน และบอกคำ�ที่ถูกต้องเหมาะสม สื่อสารมวลชนต้องเป็น แบบอย่างที่ดีในการใช้ภาษาในลักษณะต่างๆ โดยเฉพาะการเขียน( พรนิภา บัวพิมพ์ ,2551 :18-19) ผู้เขียนมีความ เห็นในการเผยแพร่สื่อของสื่อสารมวลชนว่า สื่อสารมวลชน เป็นสื่อที่เข้าถึงบุคคลทุกกลุ่มวัยและเข้าถึงได้ง่ายและมาก ที่สุด หากสื่อเผยแพร่ย่อมมีอิทธิพลตามมาด้วย สื่อสารมวลชนจำ�เป็นต้อง ทำ�หน้าที่ของการเป็นนักสื่อสารที่ดีด้วย และองค์กรทางสังคมควรให้ความสำ�คัญในการส่งเสริมการใช้ภาษา เช่น ค่ายภาษา ประกวดคัดลายมือ ประกวดการก ล่าวสุนทรพจน์ เรียงความ ย่อความ โฆษณาประชาสัมพันธ์ ( พรนิภา บัวพิมพ์ ,2551 :19 ซึ่งจากการวิเคราะห์และ อภิปรายขยายในเรื่อง “ภาษาไทยกับวัยรุ่น” ในลักษณะการเขียน ของพรนิภา บัวพิมพ์ นั้นหากจะแก้ไขและปลูกฝังการ รักษ์ และใช้ภาษาไทยในลักษณะที่ถูกต้อง และไม่มองปัญหาเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ โดยวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ จะต้อง ให้ความสำ�คัญกับการใช้ภาษาในลักษณะต่างๆ ให้มากขึ้น การกระทำ�ดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมที่ดีต่อไป รายการอ้างอิง พรนิภา บัวพิมพ์. 2551. “ภาษาไทยกับวัยรุ่น”. ใน วารสารวัฒนธรรมไทย. หน้า 17-19. วิรัช วงศ์ภินันท์วัฒนา.”การวิเคราะห์ภาษาในนิตยสารสำ�หรับวัยรุ่น” .

การเขียนภาษาไทยกับวัยรุ่น”


การเขียนภาษาไทยกับวัยรุ่น”


“Poster”

writing • magazine • poster • illustration • photography


“illustration” writing • magazine • poster • illustration • photography


“Magazine” writing • magazine • poster • illustration • photography

การเขียนภาษาไทยกับวัยรุ่น”


นักศึกษาฝึกงานตำ�แหน่งผู้ช่วยศิลปกรรม นิตยสาร Travel Guide ระหว่างวันที่ 6 มกราคม ถึง 25 เมษายน 2557 รายละเอียดงาน : ออกแบบและจัดหน้านิตยสาร รวมถึงช่วยงานต่างๆ ในฝ่ายกองบรรณาธิการ ฝ่ายโฆษณา และฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และสมาชิก อาทิ พิสูจน์อักษร ร่วมงานแถลงข่าวงานต่างๆ สัมภาษณ์ และถอดเทปบันทึกเสียงการสัมภาษณ์ เพื่อเป็นข้อมูลในการทำ�เนื้อหาประกอบคอลัมน์ เป็นต้น ตัวอย่างการออกแบบและจัดวางหน้านิตยสาร Travel Guide Magazine


นิตยสารประกอบรายวิชา โครงงานนิเทศศาสตร์ ปีการศึกษา 2556 รายละเอียดงาน : นิตยสารเพื่อร้านกาแฟและร้านเบเกอรี่ เนื้อหาประกอบด้วย ร้านกาแฟ ที่น่าสนใจ ภายใน อำ�เภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีการแนะนำ�เมนูแนะนำ�ของร้าน บรรยากาศของร้าน จุดเด่นของร้าน การเดินทางไปที่ร้าน สัมภาษณ์บุคคลต่างๆ ที่น่าสนใจ และบทความความรู้ต่างๆ ตัวอย่าง IT’s cafe Magazine

Cafe’ IT’IT’s sCafe’

Coffee & Cake

The Lesson

บุคคลมีฝัน บุรุษ ไชยรัตน์ เจ้าของร้านหนังสืออิสระและร้านกาแฟ “เฟื่องนคร”

inspiration Review Cafe

นั่งชิว จิบกาแฟ จิ้มขนมเค้ก

Re -ment

ไอเดียการอาหาร ขนม น่ารักๆจากของจิ๋ว


ke

Rasberry Cheese Ca

Blueberry Cheese Cake

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับรสชาติเค้กที่มีรสหวาน แต่สำ�หรับชีสเค้กนับเป็นเมนูเค้กที่มี รสชาติเปรี้ยว หรือบางสูตรมีรสชาติที่เข้มเล็กน้อย เนื้อเค้กเบานุ่ม ชุ่มชื้น มีหวานจนเกินไป และมี กลิ่นเฉพาะคือได้จากการหมักของนม ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และส่วนมากชีสเค้กมักมีแครก เกอร์กรอบบดละเอียดอยู่ด้านล่าง สิ่งที่เข้ากันกับชีสเค้กก็น่าจะหนีไม่พ้น Blueberry Cherry Cheesecake ,Almond Chessecake และ Cherry Chessescake หรือจะมาพร้อม วิปครีมก้อนโต ที่เห็นได้ตามร้านต่างๆ ซึ่งสูตรของแต่ละร้าน ความเป็นชีสเค้กมีความแตกต่างกัน ออกไป ซึ่งเคล็ดลับและความอร่อยน่าจะเฉือนกันที่ความหอม รสชาติที่กลมกล่อมของเนื้อครีมชีส มีทั้งแบบโฮมเมดหรือแบบสำ�เร็จรูป หลังจากคำ�แรกที่คุณได้ลิ้มรสถึงความอร่อยของชีสเค้ก จะ ลืมรสชาติเค้กแบบอื่นทันที


The thinks about

Let’s DripCoffee หากอยากลิ้มรสกาแฟที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของกาแฟที่แท้ จริงด้วยวิธีที่ละเมียดละไมแล้วนั้นโดยไม่จำ�เป็นต้องใช้เครื่องบด กาแฟที่แสนแพงอีกต่อไป ทางเลือกใหม่ของคอกาแฟ “ดริฟกาแฟ”


“ เราบดเองและปล่อยให้น้ำ�ร้อนไหลผ่านกับผงกาแฟ เหมือน กับเราสื่อสารพูดธรรมดา ได้ยินบ้าง ไม่ได้ยินบ้าง แต่คือเสียง ที่แท้จริงฟังแล้วไม่ปวดหู ไม่เสียงดังสามารถฟังได้้เรื่อยๆ”

ด้วยอุปกรณ์เพียงไม่กี่อย่างมีกาต้มน้ำ�ร้อน กระดาษรองกากกาแฟ กรวยดริป ถ้วย/โถ น้ำ�กาแฟ และเครื่องบดขนาดเล็ก ด้วยการวัดตวงที่พอเหมาะ บดเมล็ดกาแฟจากเครื่องบดเล็กๆ ใส่ในกระดาษกรอง ปล่อยให้น้ำ�ร้อนพอเหมาะ ผ่านผงกาแฟอย่างช้าๆ เราก็ได้ลิ้มรสกาแฟหอมกรุ่น แล้วการดริฟกาแฟ เป็นศิลปะอย่างหนึ่งในการกินกาแฟก็ว่าได้ สิ่งที่เราได้จากการดริปกาแฟ คือ การที่เราบดเอง ความเจือจางจะน้อยกว่า แต่เรา จะได้ชิมรสที่แท้จริงของกาแฟชนิดนั้นๆ เหมือนกับการสื่อสาร กาแฟที่ใช้เครื่องบดอย่างดีจะใช้ ไมโครโฟนในการพูด คนจะได้ยินมากกว่า ดังกว่า จะได้รับกาแฟที่เข้มข้นจากการบีบอัด เอกลักษณ์ ของกลิ่น รสชาติ ของกาแฟอาจหายไป แต่ถ้าดริฟกาแฟ เราบดเองและปล่อยให้น้ำ�ร้อนไหลผ่าน กับผงแกาแฟ เหมือนกับเราสื่อสารพูดธรรมดา ได้ยินบ้าง ไม่ได้ยินบ้าง แต่คือเสียงที่แท้จริง ฟัง แล้วไม่ปวดหู ไม่เสียงดัง สามารถฟังได้้เรื่อยๆ


Sweet Day Coffee and Bakery ร้าน Sweet Day หรือร้านวันหวาน มากด้วยขนมหวาน และเครื่องดื่มอร่อยๆ ที่รอให้มาลิ้มลอง ด้วยเค้กที่มาจากร้านขนมชื่อดัง จากเชียงใหม่ “ร้านผึ้งน้อย” ที่เดินทางมาให้ชิมถึงที่กันเลย หรือจะเป็นเมนูร้อนๆ ทำ�สดใหม่ร้านอย่าง Chocolate Lava หรือจะเป็นนัททิวล่า ส่วนเครื่องดื่มมีทั้งร้อน เย็น ปั่น ไม่ว่าจะเป็น ชาเขียวนมสดเย็นรสชาติหอมหวาน หรือจะลองกาแฟแอสเปรสโซ เข้มข้น แต่อยากชิบผ่อนคลายสบายๆ แนะนำ�ชาร้อน แล้วฟังเพลงสไตล์ Bossa Blossom กับบรรยากาศหรูหรา สไตล์วินเทจ ก็ชิวไม่เบาเลย เปิด จันทร์ - อาทิตย์ เวลา 10.00 - 21.00 น. สาขา 1 ตั้งอยู่ที่ สืบสิริซอย 3 (ซอยวัดป่าสาละวัน) ตรงข้ามร้านเนื้อย่างอาป๋า โทร. 044 254352 สาขา 2 ตั้งอยู่ที่ ถนนสุรนา���ี ตรงข้ามร้านเต้าทึง 5 หนุ่ม โทร. 044 252055


Sofar Sogood By Twins KT สัมผัสบรรยากาศเรียบง่ายแต่มีความทันสมัย ต้องร้าน Sofar Sogood ไม่เพียงแต่บรรยากาศที่ชวนนั่งแล้ว เมนูแนะนำ�อย่าง Honey Toast เสริฟ์พร้อมกับน้ำ�ผึ้งแท้ หอมหวาน ขนมปังก้อนโต หรือ Chocolate Lava Choco Toast แต่ถ้าใครชอบเมนูน่ารักๆ แนะนำ�เป็นเค้กอร่อยๆ พุดดิ้ง นุ่มๆ ที่ผลิตสดใหม่ จากทางหลังร้านทุกวันเครื่องดื่ม มีกาแฟสด โกโก้ปั่น หรือจะเป็นน้ำ�ผลไม้โซดาที่ดับร้อนได้ดีที เดียว ร้าน Sofar Sogood ตั้งอยู่ตรงข้าม สวนสาธารณะภูมิรักษ์ ยามเย็นใครมาเดินชิว หรือออกกำ�ลัง กายอย่าลืมแวะชิมเมนูอร่อยของทางร้าน รับรองไม่เสียเที่ยวแน่

เปิด จันทร์ - อาทิตย์ เวลา 09.00-20.00 น. 1062 ถ.มุขมนตรี อ.เมือง ต.ในเมือง อำ�ภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โทร : 0862587667


“Photography” writing • magazine • poster • illustration • photography



Resume portfolio