Page 1

การเขียนเรียงความ

นาย อนันตชัย ทองปาน 5315881044

รายงานนี้เป็ นส่ วนหนึ่งของรายวิชา ภาษาและเทคโนโลยีสาหรับครู (1032101) ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2555 มหาวิทยาลัยราชภัฏราไพพรรณี จันทบุรี


คานา รายงานนี้เป็ นส่ วนหนึ่งของรายวิชา ภาษาและเทคโนโลยีสาหรับครู (

1032101) ในปัจจุบันการเรียนวิชา

ภาษาไทย มีการแบ่ งสาระการเรียนออกเป็ น 4 เรื่องใหญ่ ๆคือ เรื่องการฟั การพู ง ด การอ่ าน และ การเขียน ซึ่งล้ วนแต่ เป็ นสิ่ งสาคัญ ในการใช้ ชีวิตประจาวันและยัง เป็ นการอนุรักษ์ ภาษาไทยใช้ ภาษาไทยอย่างถูกต้ องอีกด้ วย ด้ วยเหตุนี้ข้าพเจ้ าได้ เล็งเห็นว่ าการเขียนเรียงความ ก็นับว่ าเป็ นเรื่องที่สาคัญสาหรับนักเรียนนักศึกษา เพราะ การเขียนเรียงความเป็ นทั้งศาสตร์ และศิลป์ การเขียนเรียงความนั้นผู้เขียนจะต้ องใช้ ท้ งั ภาษาที่สละสลวย การเขียนที่ถูกต้ อง ข้ าพเจ้ าจึงได้ รวบรวม หลักการเขียนเรียงความ เทคนิค รวมไปถึงตัวอย่างการเขียนเรียงความที่ถูกต้ อง ไว้ ในรายงานนี้ ข้ าพเจ้ าหวังว่ ารายงานนี้ คงจะเป็ นประโยชน์ ต่อนักเรียนนักศึกษา และ ผู้ที่สนใจในการเขียนเรียงความ ทั้งนี้ ผู้เขียนต้ องขอขอบคุณ อาจารย์ กาชัย ทบบัณฑิต ที่ให้ ความช่ วยเหลือในการทารายงานมา ณ โอกาสนี้

นาย อนันตชัย ทองปาน 9 พฤศจิกายน 2555


สารบัญ บทที่

หน้า

ความหมายของเรี ยงความ

1

ลักษณะของเรี ยงความที่ดี

1

1.ส่วนประกอบของเรี ยงความ

1

1.1. คานา

1

1.2. เนื้อเรื่ อง

1

1.3. สรุ ป

2

2. การเขียนเรี ยงความ

2

2.1. วางโครงเรื่อง

2

2.2 สาระความรู้

2

2.3 การเลือกใช้ ถ้อยคา

2

2.4 ความมีเหตุผล

3

2.5 การเสริมความ

3

3. การวางโครงเรื่อง

3

4. ข้อควรระวังในการเขียนเรี ยงความ

4

ตัวอย่างเรี ยงความ

5

อ้างอิง


1

การเขียนเรียงความ เรี ยงความ คือการใช้ศิลปะทางการเขียนร้อยแก้วแสดงความรู ้สึกนึกคิด จินตนาการและความเข้าใจของผูเ้ ขียน อย่างสละสลวย เรี ยงความจะต้องประกอบด้วยส่ วนที่เป็ นคานาเนื้อเรื่ อง และสรุ ป เรี ยงความ เป็ นรู ปแบบการเขียนที่ตอ้ งใช้กระบวนการคิดที่สัมพันธ์กบั หัวข้อเรื่ องและมี ทักษะในการเขียน เพื่อที่จะสื่ อสารแนวคิดสู่ ผอู ้ ่านด้วยการเลือกสรรคาที่ เหมาะสมและสร้างสรรค์ เรียงความที่ดีควรมีลักษณะดังต่ อไปนี้ มีเอกภาพ คือ ความเป็ นอันหนึ่งอันเดียวกัน หมายความว่าไม่ให้เขียนนอกเรื่ อง มีสัมพันธภาพ คือ ความสัมพันธ์กนั หมายถึง ข้อความแต่ละข้อความหรื อแต่ละย่อหน้าจะต้องมีสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน มีสารัตถภาพ คือ การเน้นสาระสาคัญของย่อหน้าแต่ละย่อหน้า และของเรื่ องทั้งหมด โดยใช้ประโยคสั้น ๆ สรุ ป กินความทั้งหมด ก่อนการเขียนเรี ยงความนั้นเราควรจะต้องตีโจทย์ให้แตกว่า ชื่อเรื่ องที่เขาให้มานั้น หมายถึงอะไร เกี่ยวโยงกับอะไร ข้อมูลที่จะเขียนลงไปนั้นต้องถูกต้องชัดเจน ดังนั้นผูเ้ ขียนจะต้องรู ้ชดั รู ้จริ ง 1. ส่ วนประกอบของเรียงความ ส่ วนประกอบของเรียงความจะแบ่ งออกเป็ น 3 ส่ วนด้ วยกันดังนี้ 1.1 คานา เป็ นการบอกให้ผอู ้ ่านทราบว่า ผูเ้ ขียนจะเขียนเรื่ องอะไร เป็ นการกระตุน้ ให้ผอู ้ ่านสนใจ อ่านเนื้อเรื่ องต่อไป การเขียนคานามีหลายวิธี เช่น ยกคาพูด คาคม สุ ภาษิต ร้อยกรอง คาถาม ข่าวที่กาลัง สนใจกันทัว่ ไป ฯลฯ 1.2 เนื้อเรื่อง เป็ นส่ วนสาคัญที่สุดของการเขียนเรี ยงความ ผูเ้ ขียนจะต้องคิดก่อนเป็ นขั้นแรก ว่าจะเลือกเขียนเรื่ อง อะไรและมีวตั ถุประสงค์ใดในการเขียนเรื่ องนั้น ๆ 1.2.1 จุดประสงค์ในการเขียนเรี ยงความ มี 4 ประการ คือ - เพื่อให้ขอ้ เท็จจริ งแก่ผอู ้ ่าน - เพื่อโน้มน้าวใจผูอ้ ่าน - เพื่อให้ความบันเทิง - เพื่อส่ งเสริ มการใช้ความคิดของผูอ้ ่านให้กว้างขวางยิง่ ขึ้น การกาหนดจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน จะทาให้เนื้อหาของงานเขียนต่างกันด้วย เช่น จะเขียนเรื่ อง เกี่ยวกับวัยรุ่ นไทยเที่ยวกลางคืน และเสพสิ่ งเสพติด เนื้อหาจะต่างกันตามจุดมุ่งหมาย 1.2.2 กาหนดโครงเรื่ อง การกาหนดโครงเรื่ อง ทาให้มีขอบเขตในการเขียน ไม่เขียนนอก ประเด็น เป็ นการจัดลาดับความคิดให้เป็ นระเบียบต่อเนื่องเป็ นเรื่ องราว เช่น เขียนเรื่ องเกี่ยวกับอิทธิพลของ การ์ ตูนญี่ปนุ่


2

(1) ลักษณะของการ์ ตูนญี่ปนุ่ - เนื้อหา - ภาพประกอบ - ราคา (2) แหล่งเผยแพร่ การ์ ตูนญี่ปนุ่ - ร้านขายหนังสื อ - ร้านเช่าหนังสื อ - อินเทอร์ เน็ต (3) อิทธิพลที่มีต่อวัยรุ่ น - ไม่สนใจหนังสื อเรี ยน - มีพฤติกรรมเลียนแบบ - ยัว่ ยุกามารมณ์ (4) แนวทางให้วยั รุ่ นเลิกอ่านการ์ ตูนญี่ปนหรื ุ่ ออ่านน้อยลง - กวดขันแหล่งเผยแพร่ - ส่ งเสริ มการ์ ตูนไทยให้มากขึ้น - ให้คาแนะนากับพ่อแม่ผปู ้ กครอง 1.3 บทสรุป ควรเขียนบทสรุ ปให้น่าประทับใจ ที่สาคัญคือต้องทาให้ผอู ้ ่านเข้าใจจุดประสงค์ของ ผูเ้ ขียนอย่างแจ่มชัด อาจทาได้หลายวิธี เช่น 1. เน้นสาระสาคัญของเรื่ อง 2. ตั้งคาถามให้ผอู ้ ่านไปคิดต่อ 3. ยกคากล่าว คาคม สุ ภาษิต 4. ฝากข้อคิด 5. ยกส่ วนของเนื้อเรื่ องที่สาคัญที่สุดมากล่าวซ้ า 2. วิธีการเขียนเรียงความ ประกอบด้วย 2.1 วางโครงเรื่อง การวางโครงเรื่ องเป็ นการกาหนดประเด็นนาเสนอตามลาดับเรื่ อง โดยให้สอดคล้องกับชื่อ เรื่ องและส่ วนอื่น ๆ การลาดับความและวางโครงเรื่ องที่ดียอ่ มเป็ นประโยชน์แก่ผเู ้ ขียนและผูอ้ ่าน ที่จะช่วยให้เข้าใจได้ตลอด เรื่ อง 2.2 สาระความรู้ สามารถบรรยายถึงสิ่ งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่ องที่เขียนให้ผอู ้ ่านเข้าใจ เกิดความศรัทธาและ เชื่อมัน่ ว่า ได้อ่านเรื่ องอันเป็ นสาระความรู ้ไว้ประดับสติปัญญา 2.3 การเลือกใช้ ถ้อยคา จะต้องรู ้ถึงธรรมชาติ ความหมายและการวางเรี ยงถ้อยคาที่เหมาะสม สร้างสรรค์ ไม่ ควรใช้คาที่มีความหมายหลายนัย การใช้ถอ้ ยคา สานวน ที่เหมาะสมกับกาลเทศะ จะช่วยให้ผอู ้ ่านมีความเชื่อมัน่ และ ศรัทธาในผลงาน 2.4 ความมีเหตุผล การเขียนเรี ยงความ เหตุผลย่อมเป็ นเหมือนแสงสว่างที่จะส่ องให้พบความเป็ นจริ ง ทาให้ เรี ยงความมีเสน่ห์ อ่านได้อย่างราบรื่ น และเกิดความคิดเห็นคล้อยตาม


3

2.5 การเสริมความ เป็ นสิ่ งสาคัญที่ช่วยให้การเขียนเรี ยงความมีความดีเด่นขึ้น เช่น เสริ มสานวนสุ ภาษิตหรื อ คาคมเพื่อความสละสลวยไพเราะมากขึ้น หรื อมีคาถามเพื่อใช้ในการเสริ มสาระเติมให้มีเนื้อหามากขึ้น

3. การวางโครงเรื่อง ในการเขียนเรี ยงความ ทุกเรื่ อง ถ้าไม่วางโครงเรื่ องจะทาให้หวั ข้อสับสน ไม่เป็ นระเบียบ ไม่เป็ นไป ตามลาดับความคิด (โครงเรื่ องคือ หัวข้อย่อยของหัวเรื่ องที่ผเู ้ ขียนต้องการเสนอแก่ผอู ้ ่าน)เมื่อได้โครง เรื่ องแล้ว สิ่ งที่ จะต้องทาต่อไปคือ 1. เรี ยงลาดับความสาคัญว่า โครงเรื่ องใดควรมาก่อนหลัง 2. เขียนเน้อเรื่ องให้สัมพันธ์กบั โครงเรื่ องแต่ละหัวข้อ โดยไม่จาเป็ นต้องเขียนชื่อโครงเรื่ องลงไป 3. โครงเรื่ องแต่ละโครงเรื่ อง สามารถใช้ขอ้ ความโวหารชนิดต่างๆ บรรยาย พรรณนา หรื อยกตัวอย่างได้ และ โครงเรื่ องหนึ่งๆ จะมีกี่ยอ่ หน้าก็ได้ 4. ข้ อควรระวังในการเขียนเรียงความ 1. เขียนโดยใช้ลายมือที่อ่านง่าย สะกดถูกต้อง ไม่สกปรก 2. ย่อหน้าให้พอเหมาะกับเนื้อเรื่ อง และเริ่ มย่อหน้าใหม่เมื่อขึ้นใจความใหม่ 3. ไม่ตอ้ งมีครับ ค่ะ หรื อเขียนในลักษณะการสนทนา ยกเว้นข้อความที่นามาอ้างอิง ซึ่ งอยูใ่ นเครื่ องหมาย อัญประกาศ “ “ 4. อย่าเขียนภาษาไทยปนภาษาอังกฤษ 5. อย่าเขียนตัวเลขเป็ นข้อๆ แบบการตอบคาถาม 6. อย่าเขียนข้อความลอยๆ โดยไม่มีการยกตัวอย่างประกอบ ถ้ามีโคลง กลอน ควรนามาประกอบเพื่อให้เกิดความ น่าเชื่อถือ 7. อย่าใช้สานวนพูด เช่น ไม่ได้ค่ะ มีอะไรอีกหรื อ 8. ต้องวางโครงเรื่ องก่อนทุกครั้ง 9. คิดคานาและสรุ ปให้ประทับใจและเหมาะกับเนื้อหา

การเขียนเรี ยงความนั้นอาจจะขึ้นต้นย่อหน้าคานา หรื อปิ ดท้ายในหัวข้อสรุ ป ด้วย กลอน คติพจน์ วาทะ หรื อ คาขวัญ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้น่าติดตาม ( หากยืมคาของนักวิชาการหรื อหนังสื อเล่มใดมาอย่าลืมอ้างอิง) ภายใน เรี ยงความควรประกอบด้วยโวหารหลายๆชนิด เพื่อให้ได้อรรถรสในการอ่าน ขั้นตอนในการเตรี ยมตัวเขียน นอกจาก จะต้องเตรี ยมข้อมูลจัดทาโครงเรื่ องแล้ว ควรเลือกใช้สานวนโวหารให้เหมาะกับเนื้อความที่ จะเขียน สานวนโวหารใน ภาษาไทย แบ่งออกเป็ น 5 คือ


4

1. บรรยายโวหาร คือ โวหารที่ใช้เล่าเรื่ อง หรื ออธิบายเรื่ องราวต่าง ๆ ตามลาดับเหตุการณ์ การเขียนบรรยายโวหาร จะมุ่งความชัดเจน เขียน ตรงไปตรงมา รวบรัด กล่าวถึงแต่สาระสาคัญไม่จาเป็ นต้องมีพลความ หรื อความปลีกย่อยเสริ ม ในการ เขียนทัว่ ๆ ไปมักใช้บรรยายโวหาร เพราะเหมาะในการติดต่อสื่ อสารเนื่องจากสานวนประเภทนี้มุ่งสาระเขียนอย่างสั้น ๆ ได้ ความชัดเจน 2. พรรณนาโวหาร มีจุดมุ่งหมายในการเขียนต่างจากบรรยายโวหาร คือมุ่งให้ความแจ่มแจ้ง ละเอียดลออ เพื่อให้ ผูอ้ ่านเกิดอารมณ์ซาบซึ้ งเพลิดเพลินไปกับข้อความนั้นการเขียนพรรณาโวหารจึงยาวกว่าบรรยายโวหารมาก แต่มิใช่การ เขียนอย่างเยิน่ เย้อ เพราะพรรณนา-โวหารต้องมุ่งให้ภาพ และอารมณ์ ดังนั้น จึงมักใช้การเล่นคา เล่นเสี ยง ใช้ภาพพจน์แม้ เนื้อความที่เขียนจะน้อยแต่เต็มไป สานวนโวหารที่ไพเราะ อ่านได้รสชาติ 3. เทศนาโวหาร หมายถึง โวหารที่มีจุดหมายแสดงความแจ่มแจ้งเพื่อให้ผอู ้ ่านคล้อยตามหรื ออาจกล่าวได้ ว่ามุ่งชักจูงให้ผอู ้ ่านคิดเห็นหรื อคล้อยตามความคิดเห็นของผูเ้ ขียนเทศนาโวหาร จึงยากกว่าโวหารที่กล่าว 4. สาธกโวหาร คือ โวหารที่มุ่งให้ความชัดเจน โดยการยกตัวอย่างเพื่ออธิบายให้แจ่มแจ้งหรื อสนับสนุนความ คิดเห็นที่เสนอให้หนักแน่น น่าเชื่อถือ สาธกโวหารเป็ นโวหารเสริ ม บรรยายโวหารพรรณนาโวหาร 5. อุปมาโวหาร หมายถึง โวหารเปรี ยบเทียบ โดยกตัวอย่าง สิ่ งที่คล้ายคลึงกันมาเปรี ยบ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ด้านความหมาย ด้านภาพ และเกิดอารมณ์ ความรู ้สึกมากยิง่ ขึ้น กล่าวได้ว่า อุปมาโวหาร คือ ภาพพจน์ประเภทอุปมานัน่ เอง อุปมาโวหารใช้เป็ นโวหารเสริ ม บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร และเทศนาโวหาร เพื่อให้ชดั เจนน่าอ่าน โดยอาจ เปรี ยบเทียบอย่างสั้น ๆ หรื อเปรี ยบเทียบอย่างละเอียดก็ได้ ทั้งนี้ข้ นึ อยูก่ บั อุปมา โวหารนั้นจะนาไปเสริ มโวหารประเภทใด การเขียนเรี ยงความที่ดีน้ นั ควรตีกรอบความคิดของผูเ้ ขียนเอาไว้อย่างชัดเจน เพราะจะทาให้งานเขียม่นไวกวนจน ผูอ้ ่านเกิดความสับสนทางความคิด และที่สาคัญเรี ยงความจะต้องใช้ภาษาอย่างเป็ นทางการ อย่าใช้ภาษาพูดเป็ นอันขาด เพราะจะทาให้งานเขียนขาดความน่าเชื่อถือ


5

ตัวอย่างเรียงความ “ พ่ อ ค่ ะ . . . ห นู รั ก พ่ อ ที่ สุ ด ใ น โ ล ก ” พ่อ ให้กาเนิดเรามาด้วยความรักอันยิง่ ใหญ่ เรานั้นคือเด็กตัวน้อยๆ ที่พ่อเคยอุม้ เคยเลี้ยงดู เคยป้ อนข้าวป้ อนน้ า ดูแล สารพัด เปรี ยบเสมือนแก้วตาดวงใจของพ่อ และความรักที่พ่อให้น้ นั ก็เปรี ยบเหมือนกับสายใยบางๆ ที่คอยเชื่อมต่อผูกโยง ความรัก ความผูกพันของเรากับพ่อไว้มิให้แยกจากกัน แม้จะผ่านลม ผ่านฝน ผ่านร้อน ผ่านหนาวมาสักกี่หนก็ตาม สายใย บางๆ ก็ไม่เคยขาดจากกัน พ่อนั้นคอยให้ร่มเงา ที่พกั พิงใจ คอยคุม้ ครองเรา เหมือนดัง่ เราคือ ดวงดาวดวงน้อยๆ ของพ่อ และ ไม่มีรักครั้งไหน จะยิง่ ใหญ่เกินรักของพ่อได้อีกตราบชัว่ นิรันดร พ่อเป็ นคาสั้นๆ ที่ลูกทุกคนเรี ยกติดปาก แต่จะมีใครรู ้บา้ งไหมว่า คนบางคนนั้น ทั้งชีวิตที่กาเนิดมา ตั้งแต่เล็กจน เติบใหญ่ ไม่เคยเห็นแม้กระทัง่ หน้าพ่อของตนเอง แต่กม็ ีใครหลายคนล้วนโชคดีนกั หนาที่ได้กาเนิดมาและได้เห็นหน้าพ่อ บังเกิด เกล้าของตนเอง รวมทั้งฉันอีกคนหนึ่ง ฉันโชคดีมากที่ได้เกิดมามีท้ งั พ่อและแม่ ยามใดที่ฉันท้อแท้พ่อจะให้กาลังใจ ฉันเสมอ ถึงแม้อาจเป็ นเพียงถ้อยคาสั้นๆ ที่สื่อออกมาทางวาจา แต่เหนือสิ่ งใดนั้น ฉันรับรู ้ได้ทางความรู ้สึกว่า ท่านเป็ นห่วง เป็ นใยฉันแค่ไหน ยามฉันร้องไห้ พ่อก็คอยปลอบโยนฉัน ไม่เคยที่จะซ้ าเติมลูกคนนี้ ให้ตอ้ งเจ็บปวดมากยิง่ ขึ้น ถึงแม้ว่าท่าน จะเหน็ดเหนื่อยจากภาระหน้าที่ที่ตอ้ งเลี้ยงดูครอบครัวก็ตาม พ่อทาให้ฉันได้ทุกสิ่ งทุกอย่าง แม้กระทัง่ ชีวิต ท่านก็พร้อมที่จะ มอบให้ ฉันยังจาช่วงเวลาในสมัยเด็กได้ดี นึกถึงใบหน้า รอยยิม้ สมัยหนุ่มๆ ของพ่อ และไม้เรี ยวก้านยาวเล่มนั้นของพ่อ ฉัน เจ็บปวด ณ เวลานั้นฉันไม่เคยคิด ไม่เคยที่จะเข้าใจท่านว่า ทาไมท่านถึงทาเช่นนั้น แต่ตอนนี้ฉันรู ้ ฉันเข้าใจว่าสิ่ งที่ท่านทา นั้นคือการหวังดีต่อฉันแต่เพียงผูเ้ ดียว ฉันรู ้สึกอบอุ่นทุกครั้งเมื่อเห็นรอยยิม้ ของพ่อ เมื่อกลับมาจากโรงเรี ยนและรับรู ้ว่าพ่อ ยังอยูก่ บั ฉันเสมอ ยังไม่จากฉันไปไหน ฉันไม่สามารถทดแทนพระคุณของท่านได้เลย ไม่ว่าจะพยายามเท่าไรก็ตาม แต่กไ็ ม่ เคยทดแทนได้หมดเสี ยสักครั้ง แต่ฉันจะทาทุกอย่างเพื่อให้พ่อมีความสุ ข ความสบาย ฉันซาบซึ้ งเหลือเกินสาหรับความรักที่ พ่อมีให้ฉัน การอบรมสั่งสอนขัดเกลานิสัยให้แก่ฉัน ได้สร้างฉันให้กลายเป็ นคนดีของสังคม ฉันจะตั้งใจเรี ยนเพื่อพ่อ จะ เรี ยนให้ถึงระดับสู งอย่างที่พ่อคาดหวัง และจะเป็ นลูกที่ดีที่สุดของพ่อ จะไม่ทานิสัยเกเรเหมือนอย่างที่ลูกบางคนตอบแทน พระคุณของพ่อแม่ดว้ ยการไม่ ตั้งใจเรี ยน เอาแต่เที่ยวเล่นไปวันๆ เสพของมึนเมาและอบายมุขต่างๆ ซึ่ งเป็ นการทาลาย ความหวังของพ่อ ฉันจะไม่มีวนั ทาเด็ดขาด เพื่อพ่อบังเกิดเกล้าของฉัน ฉันจะไม่มีวนั ทิง้ ท่านเมื่อยามแก่เฒ่า จะคอยดูแลให้ สมกับที่ท่านเลี้ยงดูฉันมาอย่างดี “เวลา วารี ไม่คอยใคร” คาพูดนี้ยงั ดังก้องในโสตประสาทของฉัน ดังนั้น หากคิดจะทาการสิ่ งใดเพื่อทดแทน พระคุณพ่อ อย่ามัวรอช้าอีกเลย อย่ามัวคิดว่าสิ่ งที่ทาลงไปจะไม่ดีพอ อย่ามัวเขินอายเกินกว่าที่จะบอกคาๆ หนึ่งกับท่านสัก ครั้งให้ท่านได้ชื่นใจว่า หนูรักพ่อที่สุดในโลกค่ะ แค่น้ ีเชื่อว่า เพียงท่านได้ยนิ ท่านคงจะมีความสุ ขมากแล้วล่ะ พ่อเป็ นคนที่ รักเรามาก เราซึ่ งเป็ นลูกก็ควรรักพ่อให้มากๆ เช่นกัน คัดมาจาก http://writer.dek-d.com/Writer/story/view.php?id=181995


6

อ้างอิง บุญลักษณ์ เอี่ยมสาอางค์ เกื้อกมล พฤกษประมูล และโสภิต พิทักษ์. ภาษาไทย หลักการใช้ภาษาและ การใช้ภาษา ม.4. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์. ราตรี ธันวารชร, “การเขียนย่อหน้า” และ เจียรนัย ศิริสวัสดิ,์ “การเขียนคานา เนื้อเรื่อง และสรุป” ใน คณาจารย์ภาควิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, การใช้ภาษาไทย 1. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: สานักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2543. หน้า 80-92 และ 105-112

การเขียนเรียงความ  

หลักการเขียนเรียงความที่ถูกต้องทักษะและเทคนิคการเขียนเรียงความที่ดี

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you