Issuu on Google+

ไฟฟาแขนงไฟฟากําลัง

สาขา:

EE06 Electric Power System Analysis

วิชา:

1 of 201

ขอที่ :

1 วงจรสมมูลยสายสงระยะสั้น ระยะปานกลาง หรือระยะยาว ทานคิดวาวงจรสมมูลใดที่ใหผลลัพธในการคํานวณความสัมพันธระหวางแรงดันและกระแสถูกตองมากที่สุด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ระยะสั้น

คําตอบ 2 :

ระยะปานกลางแบบ Pi

คําตอบ 3 :

ระยะปานกลางแบบ T

คําตอบ 4 :

ระยะยาว

2

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

กําลังไฟฟาของโหลด 35MW 0.85 pf (ตัวประกอบกําลัง หรือเพาเวอรแฟกเตอร) ใชกับแรงดันสายสง 230kV ใหหาขนาดกระแสของโหลดในสายสง คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

103 A 87 A 129 A 74 A

ิธ์ ห

3

ิท ส น ว ง

ระบบไฟฟากําลังระบบหนึ่งมีทั้งหมด 2 bus ไมนับ bus อางอิง ขอใดเปนไปไดที่จะเปน Admittance Matrix ของระบบนี้

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

ภ ส


2 of 201

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

4 จากรูปที่กําหนด ขอใดคือ admittance equation

ิธ์ ห

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

ภ ส คําตอบ 1 :

ิท ส น ว ง


คําตอบ 2 :

3 of 201

คําตอบ 3 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

5 จากรูปที่กําหนด ขอใดคือ Admittance matrix

ิธ์ ห

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

ภ ส คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ิท ส น ว ง


4 of 201

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ขอที่ :

ิธ์ ห

6

ิท ส น ว ง

โหลด 3 เฟสที่ 22 kV มีขนาด 8 MVA PF0.75 ลาหลัง ตองการปรับใหมี เพาเวอรแฟคเตอร 0.85 ลาหลัง ตองใสคาปาซิเตอรขนาดเทาใด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

1.57 MVAR 1.72 MVAR 1.85 MVAR 1.97 MVAR

ส อ ข กร

7

ว ศ ิ าว

ถา v(t) = Vm cos(wt) และ i(t) = Im sin(wt + 60.deg) จงกําหนดมุมตางเฟส คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

8

30.deg กระแสนําหนา 60.deg กระแสนําหนา 30.deg กระแสลาหลัง 60.deg กระแสลาหลัง

ภ ส

ภาระสามเฟสสมดุลแบบ delta อิมพิแดนซ 60 – j 45 ohm และ ไดดุลแบบ Y อิมพิแดนซ 30 + j 40 ohm ตอเขากับระบบไฟฟาโดยผานสายไฟฟาสามเฟส 380 V จงคํานวณกระแสสุทธิที่ดึงออกจาก ระบบโดยภาระทั้งสอง ถาสายไฟฟาแตละสายมีอิมพิแดนซ 2+ j 4 ohm คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

6.1414 A 7.1414 A 8.1414 A 9.1414 A


ขอที่ :

9

5 of 201

มอเตอรเหนี่ยวนํา 3 เฟส 500-hp 50 Hz 4160 V ตอแบบ Y มีประสิทธิภาพขณะเต็มพิกัด 88 % ตัวประกอบกําลังลาหลัง 0.75 ตองการที่จะปรับแกตัวประกอบกําลังเปนลาหลัง 0.9 โดยใชตัวเก็บประจุตอ แบบ Y ตอเขากับสายปอน จงคํานวณพิกัดของชุดตัวเก็บประจุ

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

C = 30.98 micro Farad

คําตอบ 2 :

C = 32.98 micro Farad

คําตอบ 3 :

C = 34.98 micro Farad

คําตอบ 4 :

C = 36.98 micro Farad

10

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

หมอแปลง 2-ขดลวดพิกัด 60 kVA 240/1200 V 50 Hz หมอแปลงนี้สามารถใชเปนหมอแปลงแบบออโตพิกัด 1440/1200 V จงกําหนดพิกัด kVA เมื่อเปนหมอแปลงแบบออโต คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

60 kVA 160 kVA 260 kVA 360 kVA

11

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

หมอแปลงไฟฟาเฟสเดียวพิกัด 110/440 V 2.5 kVA มีรีแอกแตนซเนื่องจากฟลักซรั่ว 0.96 ohm ที่ดานแรงดันสูง จงกําหนดคารีแอก-แตนซ เปนแบบ per unit คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

12

0.0124 0.0224 0.0324 0.0424

ว ศ ิ าว

ภ ส

สายสง 48.4 ohm ตอยูระหวางหมอแปลง T1 และ T2 ที่มีพิกัด 50 MVA 22/220 kV x = 10 % และ 40 MVA 220/11 kV x = 6.0% ตามลําดับ จงกําหนด per unit สําหรับรีแอกแตนซของสาย สงโดยใชฐานเดียวกับหมอแปลง T1 คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

0.03 0.04 0.05 0.06

13 ที่ดานปลายสายสงตอยูกับหมอแปลง T2 พิกัด 40 MVA 220 / 11 kV x = 6.0% จายภาระใหกับมอเตอร M พิกัด 66.5 MVA 10.45 kV x = 18.5% ถามอเตอรทํางานเต็มพิกัดที่ตัวประกอบกําลัง นําหนา 0.8 ระดับแรงดัน 10.45 kV โดยการเลือกฐาน 100 MVA และ 220 kV ดานแรงดันสูงของหมอแปลง จงคํานวณกระแส per unit ของมอเตอร


คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

0.46 + j 0.32 0.56 + j 0.42 0.66 + j 0.52 0.76 + j 0.62

6 of 201

14

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ที่ดานปลายสายสงตอยูกับหมอแปลง T2 พิกัด 40 MVA 220 / 11 kV x = 6.0 % จายภาระสามเฟสที่ดึงกําลัง 57 MVA ตัวประกอบกําลังลาหลัง 0.6 ระดับแรงดัน 10.45 kV โดยการเลือกฐาน 100 MVA และ 220 kV ดานแรงดันสูงของหมอแปลง จงกําหนด per unit อิมพิแดนซของภาระ คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ิธ์ ห

15 skin effect ทําใหความตานทานของสายสงเพิ่มขึ้น 3.7 % ถาความตานทานไฟฟากระแสตรงของสายสงมีคา 0.0922 ohm/mi จงหาความตานทานไฟฟากระแสสลับ คําตอบ 1 :

ขอที่ :

0.65 + j 1.5667 0.75 + j 1.4667 0.85 + j 1.3667 0.95 + j 1.2667

0.0956 ohm/mi 0.0856 ohm/mi 0.0756 ohm/mi 0.0656 ohm/mi

ส อ ข กร

16 skin effect เปนผลของ คําตอบ 1 :

สนามไฟฟาสถิต

คําตอบ 2 :

สนามแมเหล็กสถิต

คําตอบ 3 :

สนามไฟฟาแปรตามเวลา

คําตอบ 4 :

สนามแมเหล็กแปรตามเวลา

17

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง

โหลดไฟฟาที่มีเพาเวอรแฟคเตอร 0.8 ลาหลัง ขนาดแรงดัน 20 kV และกระแสมีคา 100 A เวคเตอรไดอะแกรมของ V และ I ของโหลดมีลักษณะอยางไร คําตอบ 1 :


คําตอบ 2 :

7 of 201

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ขอที่ :

โหลด 3 เฟส 380 V ขนาด 20 kW เพาเวอรแฟคเตอร 0.8 ลาหลัง ขอใดถูกตอง คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ส อ ข กร

คําตอบ 3 :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ิธ์ ห

18

19

ภ ส

สัญญาณแรงดันและกระแสของโหลด 1 เฟส มีคาดังนี้ ขอใดผิด

คําตอบ 1 :

เพาเวอรแฟคเตอรเทากับ 0.5 ลาหลัง

คําตอบ 2 :

กําลังไฟฟาเทากับ 1500 VA

คําตอบ 3 :

กําลังไฟฟารีแอคทีฟเทากับ 1300 VAR

คําตอบ 4 :

ิท ส น ว ง


8 of 201

ขอที่ :

20 หมอแปลงเฟสเดียว 3 ชุด แตละชุดมีขนาด 20 MVA 66.4 kV/22 kV, X= 0.06 pu. เมื่อนํามาตอเปน 3 เฟส โดยดานแรงสูงตอเปน วายและทางดานแรงต่ําตอเปน เดลตา อิมพีแดนซทางดานแรงสูง มีคาเทาไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

9.12 โอหม 10.23โอหม 12.15โอหม 13.23 โอหม

21

หมอแปลงเฟสเดียว 3 ชุด แตละชุดมีขนาด 20MVA 66.4 kV/22 kV, X= 0.06 pu. เมื่อนํามาตอเปน 3 เฟส โดยดานแรงสูงตอเปน วายและทางดานแรงต่ําตอเปน เดลตา อิมพีแดนซทางดานแรงต่ํา มีคาเทาไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ิธ์ ห

0.727โอหม 0.654โอหม 0.532โอหม 0.484 โอหม

22

ส อ ข กร

สายขนาด 640,000 Cir-mil คือสายที่มีขนาดเสนผานศูนยกลางเทาไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

23

4 เซนติเมตร 2.54 เซนติเมตร 0.8 นิ้ว 1.6 นิ้ว

ว ศ ิ าว

ภ ส

ิท ส น ว ง

จงหาคาความเหนี่ยวนํารวมของสายสงเฟสเดียวในหนวย เฮนรี่/เมตร ที่มีการจัดวางสายสงของกลุม X และ Y ดังรูป โดยกําหนดใหรัศมีของสายทุกเสนเทากัน เทากับ 2 เซนติเมตร

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

1.516 ไมโครเฮนรี่/เมตร 2.214 ไมโครเฮนรี่/เมตร 3.252 ไมโครเฮนรี่/เมตร 4.122 ไมโครเฮนรี่/เมตร


ขอที่ :

24 จงหาความจุไฟฟาระหวางเฟสและนิวทรัลของสายสงสามเฟสที่แตละเฟสหางเทาๆกัน เทากับ 25 ฟุต เมื่อสายสงมีขนาดเสนผานศูนยกลางเทากันเทากับ 0.642 นิ้ว คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

8.129 pF/m 6.253 pF/m 7.542 pF/m 5.123 pF/m

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

25 จงหาระยะหางเฉลี่ยเชิงเรขาคณิตระหวาง เฟส a และ เฟส b

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ิธ์ ห

4.20 เมตร 4.49 เมตร 6.00 เมตร 6.78 เมตร

ส อ ข กร

26

ว ศ ิ าว

จงหาระยะทางเฉลี่ยเชิงเรขาคณิตระหวาง เฟส(GMD) ของสายสงในรูป

ภ ส คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

4.17 เมตร 4.29 เมตร 4.48 เมตร 4.95 เมตร

ิท ส น ว ง

9 of 201


ขอที่ :

27 จงหารัศมีเฉลี่ยทางเรขาคณิต (GMR) ของสายในกลุม เฟส a สําหรับหาคาความจุไฟฟา เมื่อรัศมีของสายสงแตละเสนเทากับ 2 เซนติเมตร

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

0.311เมตร 0.346เมตร 0.412 เมตร 0.524 เมตร

10 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

28

ิท ส น ว ง

วงจรไฟฟาประกอบดวยแหลงจายซึ่งมีคา v(t) = 100 cos wt ตอกับโหลดตัวเหนี่ยวนํา ซึ่งมีคา Z = 1.25 มุม 60 องศา ขอใดแสดงถึงคา instantaneous current i(t) ไดอยางถูกตอง

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

29

80 cos (wt + 60) 80 cos wt 80 cos (wt – 60) 100 cos (wt – 60)

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

ภ ส

วงจรไฟฟาขนาน ประกอบดวยคาความตานทาน ตัวเหนี่ยวนํา และตัวเก็บประจุ ดังรูป เมื่อกําหนดใหคาแอตมิตแตนซ YR = 0.3 Siemens,คา YL = -j0.2 Siemens และ YC = j0.6 Siemens กําหนด ให V=10 V มุม 0 องศา จงคํานวณวากระแสที่ไหลจากแหลงจาย I มีคาเทาใด


11 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

1+j2 2+j3 3+j4 4+j5

ิธ์ ห

30

ระบบไฟฟา 3 เฟส สงจายดวยแรงดันไฟฟา 115 kV จายโหลดปลายทางดวยกระแส 250 A ที่คา Power Factor 0.95 Lagging จงคํานวณหาคา S คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

49.8 MVA 50.5 MVA 45.5 MVA 48.9 MVA

ส อ ข กร

31

ิท ส น ว ง

ระบบไฟฟา 3 เฟส สงจายดวยแรงดันไฟฟา 115 kV จายโหลดปลายทางดวยกระแส 250 A ที่คา Power Factor 0.95 Lagging จงคํานวณหาคา P คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

32

40.5 MW 35.5 MW 47.3 MW 42 MW

ว ศ ิ าว

ภ ส

ระบบไฟฟา 3 เฟส สงจายดวยแรงดันไฟฟา 115 kV จายโหลดปลายทางดวยกระแส 250 A ที่คา Power Factor 0.95 Lagging จงคํานวณหาคา Q คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

15.35 MVAR 15.55 MVAR 13.53 MVAR 13.3 MVAR

33 วงจรไฟฟาวงจรหนึ่งประกอบดวยแหลงจายซึ่งมีคาแรงดัน V = 1200 V มุม 0 องศา ตออยูกับโหลดซึ่งมีคา Z = 6+j12 โอม ขอใดคือคา complex power ของโหลดดังกลาว


คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

48+j99 kVA 98+j46 kVA 55+j56 kVA 48+j96 kVA

12 of 201

34

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

โหลดทางไฟฟา 2 ชุด ซึ่งตอรวมกันอยู ประกอบดวย โหลดชุดที่ 1: 230 kVA PF. 0.95 Lagging, โหลดชุดที่ 2: 200 kW 0.80 PF. Leading จงคํานวณหาคา กําลังไฟฟารวม S คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

325.7 kVA 425.7 kVA 455.7 kVA 535.7 kVA

35

ิธ์ ห

โหลดทางไฟฟา 2 ชุด ซึ่งตอรวมกันอยู ประกอบดวย โหลดชุดที่ 1: 230 kVA PF. 0.95 Lagging, โหลดชุดที่ 2: 200 kW 0.80 PF. Leading จงคํานวณหาคา กําลังไฟฟาเสมือนรวม Q คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

48.2 kVAR 55.2 kVAR 68.2 kVAR 78.2 kVAR

ส อ ข กร

36

ิท ส น ว ง

โหลดทางไฟฟา 2 ชุด ซึ่งตอรวมกันอยู ประกอบดวย โหลดชุดที่ 1: 230 kVA PF. 0.95 Lagging, โหลดชุดที่ 2: 200 kW 0.80 PF. Leading จงคํานวณหาคา กําลังไฟฟาจริงรวม P คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

37

418.5 kW 416.8 kW 415.5 kW 414.8 kW

ว ศ ิ าว

ภ ส

สมมุติใหโรงงานแหงหนึ่งมีโหลด 3 เฟส ขนาด 8 MVA 0.75 PF lagging โดยระดับแรงดันที่หนาโรงงานคือ 22 kV (line-to-line)จงหาคากระแสไฟฟาที่ไหลเขาสูโรงงานวามีคาเทาใด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

320.35 A 225.98 A 220.35 A 209.95 A

38 สมมุติใหโรงงานแหงหนึ่งมีโหลดขนาด 8 MVA 0.75 PF lagging โดยระดับแรงดันที่หนาโรงงานคือ 22 kV ถาตองการปรับคา PF เปน 0.85 จะตองใช Capacitor Bank ขนาดเทาใด


คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

1.1 MVAR 1.6 MVAR 2.1 MVAR 2.2 MVAR

13 of 201

39

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

สําหรับสายสงหนึ่งเฟสสองสาย ซึ่งมีรัศมีเทากัน คือ 2 ซม. วางอยูหางกัน 0.5 ม. จงหาวาคาความจุไฟฟาระหวางเฟสมีคาเทาใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

0.0145 ไมโครฟารัด/กิโลเมตร

คําตอบ 2 :

0.0167 ไมโครฟารัด/กิโลเมตร

คําตอบ 3 :

0.0086 ไมโครฟารัด/กิโลเมตร

คําตอบ 4 :

0.0068 ไมโครฟารัด/กิโลเมตร

ิธ์ ห

40

ิท ส น ว ง

สําหรับสายสงหนึ่งเฟสสองสาย ซึ่งมีรัศมีเทากัน คือ 2 ซม. วางอยูหางกัน 0.5 ม. จงหาวาคาความเหนี่ยวนําไฟฟาตอเสนมีคาเทาใด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

0.694 mH/km 0.593 mH/km 0.789 mH/km 0.947 mH/km

ส อ ข กร

41

สําหรับสายสงหนึ่งเฟสสองสาย ถาสายสงที่มีรัศมีเทากัน เมื่อวางหางกันเปนระยะทางมากขึ้นจะทําใหคาความจุไฟฟาระหวางสายตัวนําเปลี่ยนแปลงไปเชนไร คําตอบ 1 :

สูงขึ้น

คําตอบ 2 :

ต่ําลง

คําตอบ 3 :

คงที่

คําตอบ 4 : ขอที่ :

42

ว ศ ิ าว

ภ ส

อาจสูงขึ้นหรือต่ําลงก็ไดขึ้นกับความถี่ของระบบไฟฟา

ในระบบสายสงสามเฟส ถาวางสายสงหางกันเปนระยะทางเทากัน เมื่อสายสงมีรัศมีมากขึ้นจะทําใหคาความเหนี่ยวนําระหวางสายตัวนําเปลี่ยนแปลงไปเชนไร คําตอบ 1 :

สูงขึ้น

คําตอบ 2 :

ต่ําลง

คําตอบ 3 :

คงที่

คําตอบ 4 :

อาจสูงขึ้นหรือต่ําลงก็ไดขึ้นกับความถี่ของระบบไฟฟา


ขอที่ :

43 ในระบบสายสงสามเฟส ถาวางสายสงแตละเฟสหางกันเปนระยะทางเทากัน(สามเหลี่ยมดานเทา) เมื่อสายสงมีระยะหางระหวางตัวนํา(เฟส)มากขึ้นจะทําใหคาความเหนี่ยวนําแตละเฟสเปลี่ยนแปลงไป 14 of 201 เชนไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

สูงขึ้น

คําตอบ 2 :

ต่ําลง

คําตอบ 3 :

คงที่

คําตอบ 4 :

สูงขึ้นหรือต่ําลงก็ไดขึ้นกับความถี่ของระบบไฟฟา

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

44

ระบบสายสง 3 เฟส ; 50 Hz; 115 kV จายโหลด 50 MW ที่ 95 % p.f. lagging ถาระบบสายสงยาว 150 km และมีคา line constant ทั้งหมดเปน Z = 95 โอหม มุม 78 องศา และ Y = j0.001 S ใหคํานวณหา คาคงตัว A, B, C, D ของสายสง (หมายเหตุ: ใชวงจรสมมูลยแบบ nominal-Pi) คําตอบ 1 :

ิธ์ ห

คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

45

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

ระบบไฟฟากําลังระบบหนึ่งมี load curve ในหนึ่งวัน ซึ่งใหคาโหลดเฉลี่ยเทากับ 10 MW โหลดสูงสุดเทากับ 20 MW ใหคํานวณหาคา load factor ของระบบไฟฟากําลังนี้

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

46

2 0.5 200 1

ภ ส

ว ศ ิ าว

วงจรไฟฟาวงจรหนึ่งเกิดจากการตอขนานระหวางตัวตานทาน 300 โอหม กับตัวเก็บประจุ 5 ไมโครฟารัด ถาตอวงจรไฟฟาเขากับแหลงจายแรงดันไฟฟากระแสตรง ทําใหเกิดแรงดันไฟฟาตกครอมตัว ตานทานเปน 100 V ขนาดกระแสที่ผานตัวเก็บประจุเปนเทาไร

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 :

0A 0.32 A 1.2 A


คําตอบ 4 :

3A 15 of 201

ขอที่ :

47 วงจรไฟฟาวงจรหนึ่งเกิดจากการตออนุกรมระหวางตัวตานทาน 10 โอหม และตัวเหนี่ยวนําขนาด 10 mH ถาตอวงจรนี้เขากับแหลงจายไฟฟากระแสสลับความถี่ 50 Hz แลวทําใหเกิดกระแสไหลในวงจร เทากับ 1 A ขนาดแรงดัน rms ตกครอมตัวเหนี่ยวนํามีคาเทาใด

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

48

ิธ์ ห

ในระบบไฟฟากําลัง 1 เฟส กําหนดแรงดันไฟฟาตกครอมโหลดและกระแสไหลผานโหลดเปนฟงกชันของเวลา คือ v(t)=100cos กําลัง(power factor)ของโหลดดังกลาว

ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

314 V 31.4 V 10 V 3.14 V

คําตอบ 1 :

0

คําตอบ 2 :

0.5

คําตอบ 3 :

0.87

คําตอบ 4 :

1

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

t และ i(t)=80cos(

t-30o) ตามลําดับ จงคํานวณหาตัวประกอบ

ว ศ ิ าว

49

ในระบบไฟฟากําลัง 1 เฟส กําหนดแรงดันไฟฟาตกครอมโหลดตัวหนึ่งในลักษณะฟงกชันของเวลาเปน v(t)=100coswt กําหนดกระแสไหลผานโหลดในลักษณะฟงกชันของเวลาเปน i(t)=10cos(wt60) ใหคํานวณหาคากําลังไฟฟาจริงที่เกิดขึ้นที่โหลดดังกลาว

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ภ ส 1000 W 10 W 500 W 250 W

50 ถาจายแรงดันไฟฟากระแสสลับใหแกโหลดตัวหนึ่ง ทําการวัดคากําลังไฟฟาจริงของโหลดได 4 kW และคากําลังไฟฟารีแอคทีฟได 3 kVAR จงคํานวณหากําลังไฟฟา complex ของโหลด


16 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

7 kVA 1 kVA 5 kVA 25 kVA

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

51

ถาจายแรงดันไฟฟากระแสสลับใหกับโหลดตัวหนึ่ง แลวทําการวัดคา power factor ของโหลดได 0.5 นําหนา และคากําลังไฟฟาจริงได 10 kW จงคํานวณหาขนาดของคา complex power ของโหลดนี้

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

10 kVA

คําตอบ 2 :

5 kVA

คําตอบ 3 :

100 kVA

คําตอบ 4 :

20 kVA

ิธ์ ห

52

ิท ส น ว ง

ในระบบไฟฟากําลังหนึ่งเฟส เมื่อทําการจายโหลดขนาด 5 kW ที่ 0.5 power factor ลาหลัง ถาตองการปรับปรุงคา power factor ของระบบใหมีคาเทากับ 1 ตองทําอยางไร

ขอที่ :

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

ตอตัวเก็บประจุ 8.7 kVar ขนานกับ load

คําตอบ 2 :

ตอตัวเก็บประจุ 8.7kVar อนุกรมกับ load

คําตอบ 3 :

ตอตัวเก็บประจุ 5 kVar ขนานกับ load

คําตอบ 4 :

ตอตัวเก็บประจุ 5kVar อนุกรมกับ load

53

ว ศ ิ าว

ภ ส

ระบบไฟฟากําลัง 3 เฟสแบบสมดุลตอแบบ Y มีคาแรงดันไฟฟาระหวางเฟส A กับ neutral และกระแสไฟฟาของเฟส A ในรูปฟงกชันของเวลา มีคาดังนี้ v(t)=100sin(wt-15) i(t)=10sin(wt-45) ให คํานวณคากําลังไฟฟาจริงเฉลี่ยของระบบไฟฟากําลังนี้

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

866 W 1299 W 3000 W 2598 W


ขอที่ :

54 ระบบไฟฟากําลัง 3 เฟสแบบสมดุลตอแบบ delta มีค���แรงดันไฟฟาระหวางเฟส A และ B เปน 50 V(rms) ทําการจายโหลด 3 เฟสที่ตอแบบ delta ที่มีคาอิมพีแดนซเปน 6-j8 โอหม ใหคํานวณขนาด 17 of 201 กระแสไฟฟาที่ไหลผานโหลด

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

5A 8.66 A 2.88 A 1.67 A

55

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

แหลงจายแรงดันไฟฟา 3 เฟสแบบสมดุลตอแบบ delta ทําการจายโหลดที่ตอแบบ delta ซึ่งมีคาอิมพีแดนซเปน 6+j8 โอหม โดยมีกระแสไฟฟาไหลระหวางแหลงจายกับโหลดเปน 173.2 A(rms) ให คํานวณหาขนาดกําลังไฟฟาจริง 3 เฟสที่โหลด เมื่อแรงดันตกครอมอิมพีแดนซเปน 1000 V(rms)

ขอที่ :

ิธ์ ห

คําตอบ 1 :

300 kW

คําตอบ 2 :

100 kW

คําตอบ 3 :

311.77 kW

คําตอบ 4 :

180 kW

56

ว ศ ิ าว

จากวงจรที่กําหนดใหขางลางนี้ จงหากระแสรวม

ภ ส คําตอบ 1 :

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง


18 of 201

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

57

ระบบไฟฟากําลัง 1 เฟส ระบบหนึ่งทําการจายกําลังไฟฟาใหแกโหลดขนาดเทากับ 100+j50 kVA ถากําหนดใหคากําลังไฟฟาฐาน (base power) ของระบบดังกลาวเปน 100 kVA ใหคํานวณคาตอ หนวย(per unit) ของ reactive power ที่โหลดดังกลาว

คําตอบ 1 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ไมมีคําตอบที่ถูกตอง

คําตอบ 2 :

ขอที่ :

ิธ์ ห

1 p.u. 1.5 p.u 0.5 p.u.

ส อ ข กร

58

ิท ส น ว ง

ระบบไฟฟากําลัง 1 เฟส ระบบหนึ่งประกอบไปดวยเครื่องกําเนิดไฟฟา ทําการจายโหลดผานสายเคเบิล ถาเลือกคากําลังไฟฟาฐานเทากับ 0.5 MVA และคาแรงดันไฟฟาฐานเทากับ 20 kV ใหคํานวณคา อิมพีแดนซฐานของระบบนี้

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ว ศ ิ าว

ภ ส 0.8 Ohm

40 Ohms

400 Ohms

800 Ohms

59 ระบบไฟฟา 3 เฟส ระบบหนึ่งประกอบดวยเครื่องกําเนิดไฟฟาที่ตอแบบ delta ทําการจายโหลด 3 เฟสที่ตอแบบ star ผานสายเคเบิล คาแรงดันไฟฟาฐานของระบบมีคาเปนแรงดัน line to line มีคาเทา กับ 6 kV และเลือกคา กําลังไฟฟาฐานเทากับ 30 kVA (3 เฟส) จงคํานวณหาอิมพีแดนซฐานของระบบนี้


19 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

1200 Ohms 12 Ohms 0.4 Ohm 1.2 Ohms

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

60

เครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสแบบหนึ่งเฟส มีพิกัดเปน 6.25 kVA 220 V คารีแอคแตนซเปน 0.6 p.u. คารีแอคแตนซของเครื่องกําเนิดนี้จะเปนเทาไรหากคากําลังไฟฟาฐานและแรงดันไฟฟาฐานใหม คือ 12.5 kVA และ 110 V ตามลําดับ

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

0.6 p.u. 0.15 p.u. 2.4 p.u. 4.8 p.u.

ิธ์ ห

61

ิท ส น ว ง

หมอแปลงไฟฟา 1 เฟส ขนาดพิกัด 100 kVA 20/5 kV มีคาอิมพีแดนซเมื่อคํานวณทางดาน 20 kV เปน 10% ใหคํานวณคาอิมพีแดนซของหมอแปลงนี้ในหนวย p.u.เมื่อคํานวณดาน 5 kV

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

62

10 p.u. 1.6 p.u. 0.1 p.u. 0.00625 p.u.

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

ภ ส

ระบบสงจายกําลังไฟฟาระบบ 1 เฟส ประกอบดวยสายสงไฟฟาสองเสน ใหพิจารณาวาในขอใดตอไปนี้ไมมีผลตอคาความเหนี่ยวนําของสายสงไฟฟา

คําตอบ 1 :

ขนาดเสนผานศูนยกลางของตัวนําในสายสงไฟฟา

คําตอบ 2 :

ขนาดของแรงดันไฟฟาของสายสงไฟฟา

คําตอบ 3 :

ขนาดของกระแสไฟฟาที่ไหลในสายสงไฟฟา

คําตอบ 4 :


ระยะหางระหวางสายสงไฟฟา 20 of 201

ขอที่ :

63 สายสงไฟฟา 3 เฟสแบบสายสงระยะปานกลาง(medium line) ในระบบ 115 kV ของประเทศไทย โดยระบบไฟฟามีความถี่ 50 Hz ความยาว 100 km คาความเหนี่ยวนําตอเฟสเปน 0.8 mH/km คา ความตานทาน 0.03 ohms/km ใหคํานวณหาคา B ของคาคงที่ ABCD เมื่อแทนสายสงดังกลาวดวย two-port network ในลักษณะของวงจรแบบ PI

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

0.03+j0.8 3+j25.13 0.03+j0.25 3-j25.13

ิธ์ ห

64

จากรูป คาที่แสดงเปนคา addmittance ของอุปกรณไฟฟา ใหคํานวณคาสมาชิก Y22 (สมาชิกในตําแหนงแถวที่ 2 หลักที่ 2) ของ addmittance matrix

ส อ ข กร

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส j15 -j4 j4 -j15

65 จากรูป คาที่แสดงเปนคา addmittance ของอุปกรณไฟฟา ใหคํานวณคาสมาชิก Y43 (สมาชิกในตําแหนงแถวที่ 4 หลักที่ 3) ของ addmittance matrix


21 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ิธ์ ห

j15 -j5 j5 -j15

ส อ ข กร

66

จากวงจรที่กําหนดใหขางลางนี้ จงหาโหลดรวม

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ว ศ ิ าว

ภ ส

1200 watt และ 700 var 1200 watt และ 900 var

คําตอบ 3 :

1200 watt และ 1600 var

คําตอบ 4 :

1000 watt และ 1600 var

ิท ส น ว ง


ขอที่ :

67

จากวงจรที่กําหนดใหขางลางนี้ จงหาตัวประกอบกําลัง( power factor) รวม

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

0.9 แบบนําหนา

คําตอบ 2 :

0.9 แบบลาหลัง

คําตอบ 3 :

0.8 แบบนําหนา

คําตอบ 4 :

0.8 แบบลาหลัง

68

ขอใดเปนลักษณะของแรงดันบนสายสงระยะยาวแบบปลายเปด (open line)

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

คําตอบ 1 :

ภ ส คําตอบ 2 :

22 of 201

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้


23 of 201

ิธ์ ห

คําตอบ 3 :

ส อ ข กร

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

69

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง

ขอใดเปนลักษณะของแรงดันบนสายสงระยะยาวแบบที่มีโหลดประเภทที่ตัวประกอบกําลัง (power factor )แบบลาหลังตออยูที่ปลายสาย

คําตอบ 1 :


24 of 201

ิธ์ ห

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ส อ ข กร

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


25 of 201

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

70

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ถาแทนสายสงแบบสั้น(สายสงยาว 40 กม.) ดวยวงจรตาขายแบบ Two port network ดังรูป โดยที่ Vs: แรงดันดานสง (sending end voltage) Is: กระแสดานสง (sending end current) VR: แรงดันดานรับ (receiving end voltage) IR: กระแสดานรับ(receiving end current) มีความสัมพันธกันดังรูป จงหาแรงดันดานสง, Vs

ิธ์ ห

คําตอบ 1 :

127 0o

คําตอบ 2 :

127 4.93o

คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

71

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส

144.33 -4.93

o

144.33 4.93o

ถาแทนสายสงแบบสั้น(สายสงยาว 40 กม.) ดวยวงจรตาขายแบบ Two port network และกําหนดคาคงที่ A, B, C, D, แรงดันและกระแสดานรับ โดยที่ V มีหนวยเปนกิโลโวลต และ I มีหนวยเปน R

แอมป จงหากระแสดานสง, Is

R


คําตอบ 1 : 26 of 201

คําตอบ 2 : คําตอบ 3 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

72

ถาแทนสายสงแบบสั้น(สายสงยาว 40 กม.) ดวยวงจรตาขายแบบ Two port network กําหนดคาคงที่ A, B, C, D แรงดันและกระแสดานรับ ดังแสดงดานลาง จงหากําลังงานดานสง รวม 3 เฟส โดยที่ VR มี หนวยเปนกิโลโวลตและ IR มีหนวยเปนแอมป

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

73

ิธ์ ห

322.8 MW 288.6 Mvar 322.8 MW 280.4 Mvar

ส อ ข กร

350.0 MW 288.6 Mvar 350.0 MW 280.4 Mvar

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส

ถาแทนสายสงแบบสั้น(สายสงยาว 40 กม.) ดวยวงจรตาขายแบบ Two port network คาคงที่ A, B, C, D, แรงดันและกระแสดานรับ มีคาตามที่กําหนดให จงหาแรงดันดานสง, Vs


27 of 201

คําตอบ 1 :

ขนาด 127 kV มุม 0o

คําตอบ 2 :

ขนาด 127 kV มุม4.93

คําตอบ 3 :

ขนาด 127 kV มุม -36.87

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

o

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

o

ขนาด 121.39 kV มุม 9.29

o

74

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

ถาแทนสายสงแบบสั้น(สายสงยาว 40 กม.) ดวยวงจรตาขายแบบ Two port network กําหนดคา A, B, C, D, แรงดันและกระแสดานรับ โดยที่ V มีหนวยเปนกิโลโวลต และ I มีหนวยเปนแอมป จง หา voltage regulation

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

75

-10.0% 10.0% -13.6% 13.6%

R

R

ภ ส

ว ศ ิ าว

ถาแทนสายสงแบบสั้น(สายสงยาว 40 กม.) ดวยวงจรตาขายแบบ Two port network กําหนดคา A, B, C, D, แรงดันและกระแสดานรับ โดยที่ V มีหนวยเปนกิโลโวลต และ I มีหนวยเปน แอมป จงหา voltage regulation

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

3.4% -3.4% 4.4% -4.4%

R

R


ขอที่ :

76

28 of 201

ถาแทนสายสงแบบสั้น(สายสงยาว 40 กม.) ดวยวงจรตาขายแบบ Two port network กําหนดใหคา ความตานทานของสายสงเทากับ 0.15 โอหม ตอ กิโลเมตร และความเหนี่ยวนําของสายสงเทากับ 1.3263 มิลลิเฮนรี่ ตอ กิโลเมตร สําหรับคาตัวเก็บประจุมีคานอยมากจนตัดทิ้งได จงหาคา A, B, C และ D

คําตอบ 1 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ิธ์ ห

77

กําหนดคากําลังงานฐาน (Base MVA) เทากับ 100 MVA และแรงดันฐาน (Base Voltage) เทากับ 220 kV คาอิมพีแดนซฐาน (Base Impedance)มีคาเทากับกี่โอหม

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

48.4

คําตอบ 2 :

484

คําตอบ 3 :

4840

คําตอบ 4 :

48400

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

78

กําหนดใหใชคาอิมพีแดนซฐาน (Base Impedance) เทากับ 100 โอหม ถาสายสงไฟฟามีคาอิมพีแดนซเปน 10+j20 โอหม จะสามารถแสดงเปนปริมาณเปอรยูนิต (per unit) ไดเทากับขอใด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

0.01+j0.02 p.u.

ภ ส

1.1+j1.2 p.u.

0.1+j0.2 p.u.

110+j120 p.u.

79

จากวงจรสมมูลของสายสงระยะสั้น เมื่อเขียนแสดงเปนโครงขายสองพอรต (Two Ports Network) ดังรูป จะสามารถหาคาพารามิเตอร ABCD ไดตรงกับขอใด


29 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ิธ์ ห

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ส อ ข กร

80

ิท ส น ว ง

G1: 100 MVA 12kV X = 10% T1: 150 MVA 115kV /14kV X = 10% T2: 120 MVA 11kV /8kV X = 15% LINE :1+ j 4 Ohms M1: 50 MVA 6.6kV X = 10% คาเปอรยูนิตรีแอคแตนซของ เครื่องกําเนิด G1 มีคาเทาใด เมื่อกําหนดฐานอยูที่สายสง(LINE) แรงดันฐานเทากับ 115 kV และกําลังไฟฟาฐานเทากับ 200 MVA

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

0.068 0.101

คําตอบ 3 :

0.147

คําตอบ 4 :

0.194


ขอที่ :

81

G1 : 100 MVA 12kV X = 10% T1 : 150 MVA 115kV /14kV X = 10% T2 : 120 MVA 115kV /8kV X = 15% LINE :1+ j 4 Ohms M1 : 50 MVA 6.6kV X = 10% คาเปอรยูนิตรีแอคแตนซ 30 of 201ของหมอแปลง ตัวที่ 1 มีคาเทาใด เมื่อกําหนดฐานอยูที่สายสง(LINE) แรงดันฐานเทากับ 115 kV และกําลังไฟฟาฐานเทากับ 200 MVA

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

0.075

คําตอบ 2 :

0.133

คําตอบ 3 :

0.175

คําตอบ 4 :

0.211

คําตอบ 1 :

Y

คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

คําตอบ 2 :

ขอที่ :

ิธ์ ห

82

วงจรสมมูลของสายสงระยะปานกลาง แบบพาย ที่แสดงในรูป สามารถเขียนเปนสมการไดดังนี้ คา B มีคาเทาไร

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ภ ส

83

สายสง 3 เฟส วงจรเดี่ยวมีแรงดันไฟฟาตนทางเทากับ 238 kV แรงดันไฟฟาปลายทางเทากับ 230 kV แรงดันไฟฟาเรคกูเรชั่นมีคาเทาไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 :

2.89%


3.12%

ขอที่ :

คําตอบ 3 :

3.48%

คําตอบ 4 :

4.22%

31 of 201

84

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ความเร็วของเครื่องกําเนิดไฟฟาแบบซิงโครนัสไมขึ้นกับคาใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

จํานวนของโพลของโรเตอร

คําตอบ 2 :

ความถี่ของระบบไฟฟากําลัง

คําตอบ 3 :

แรงดันระบบไฟฟา

คําตอบ 4 :

ไมมีคําตอบที่ถูกตอง

85

อุปกรณใดใชในการควบคุมความเร็วของเครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัส

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เทอรไบ (Turbine)

คําตอบ 2 :

ตัวกระตุนแรงดัน (Exciter)

คําตอบ 3 :

ตัวทําเสถียรภาพระบบ (Power System Stabilizer)

คําตอบ 4 :

โกเวอรนอร (Governor)

ว ศ ิ าว

86

ขอใดเปนวิธีเพิ่มเพาเวอรแฟกเตอรของระบบ คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

87

ส อ ข กร

ภ ส

ตอรีแอกเตอรแบบขนานกับโหลด ตอรีแอกเตอรแบบอนุกรมกับโหลด ตอตัวเก็บประจุแบบขนานกับโหลด ตอตัวเก็บประจุแบบอนุกรมกับโหลด

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห


ขอใดเปนคุณสมบัติคาความตานทานกระแสสลับ(Rac)สายสง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

คาความตานทานลดลง เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น

คําตอบ 2 :

มีคานอยกวาความตานทานแบบ DC

คําตอบ 3 :

มีโอกาสเกิด Skin effect

คําตอบ 4 :

ไมขึ้นกับอุณหภูมิรอบขาง

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

88

ิธ์ ห

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ส อ ข กร

คําตอบ 3 :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

32 of 201

89

ภ ส

ิท ส น ว ง

จงคํานวณหาจํานวนขั้ว (Pole) ของเครื่องกําเนิดไฟฟาพลังน้ําความถี่ 50 เฮิรตซ ที่มีความเร็วอยูในชวง 160-170 รอบตอนาที คําตอบ 1 :

34

คําตอบ 2 :

36

คําตอบ 3 :

38

คําตอบ 4 :

40


ขอที่ :

90

33 of 201

สายตัวนําอะลูมิเนียมลวนเสนหนึ่งมีความตานทานกระแสตรงเทากับ 0.09 โอหมตอไมล ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส จงคํานวณหาคาความตานทานกระแสสลับที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส โดยสมมติ วาปรากฏการณผิว (Skin effect)ทําใหความตานทานเพิ่มขึ้นรอยละ 3 และกําหนดใหความสัมพันธระหวางความตานทานและอุณหภูมิเปนดังนี้

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

0.096 โอหมตอไมล

คําตอบ 2 :

0.1 โอหมตอไมล

คําตอบ 3 :

0.103 โอหมตอไมล

คําตอบ 4 :

0.109 โอหมตอไมล

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

91

มอเตอรไฟฟาสามเฟสมีพิกัดกําลัง 20 kVA 220 V ที่คาตัวประกอบกําลังแบบลาหลัง (Lagging power factor) เทากับ 0.8 จงคํานวณหาพิกัดกําลังของตัวเก็บประจุสามเฟสตอกันแบบวาย (Wye) ที่จะนํามา ตอเพื่อปรับปรุงคาตัวประกอบกําลังแบบลาหลังเปน 0.9

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

4.25 กิโลวาร

คําตอบ 2 :

5.03 กิโลวาร

คําตอบ 3 :

7.75 กิโลวาร

คําตอบ 4 :

19.75 กิโลวาร

ว ศ ิ าว

ส อ ข กร

92

ิท ส น ว ง

จงวิเคราะหหาคาเพาเวอรแฟกเตอรของโหลด 1 เฟส ซึ่งไดรับกําลังไฟฟาเชิงซอน 100 + j100 kVA

คําตอบ 3 :

ภ ส

คําตอบ 4 :

0.5 ลาหลัง

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 :

ขอที่ :

0.707 นําหนา 0.707 ลาหลัง 0.5 นําหนา

93

ขอความตอไปนี้ขอใด ไมถูกตอง


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

โรเตอรของเครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสมี 2 ชนิด คือ แบบทรงกระบอกและแบบขั้วแมเหล็กยื่น

คําตอบ 2 :

วงจรสนามของเครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสเปนวงจรกระแสตรง

คําตอบ 3 :

เครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสทุกยูนิตในระบบเดียวกันตองหมุนเร็วเทากัน

คําตอบ 4 :

ชุดขดลวดอารเมเจอรของเครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสจะพันอยูทางดานสเตเตอร

34 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

94

เครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสซึ่งมีโรเตอรแบบทรงกระบอก มีคาซิงโครนัสรีแอกแตนซ 0.6 pu ในสภาวะไรโหลด แรงดันที่ขั้วจะมีขนาด 1.2 pu ถาเครื่องกําเนิดไฟฟาจายกําลังไฟฟาจริงใหแกโหลด 1.0 pu โดยมีขนาดแรงดันที่ขั้วเทากับ 1.0 pu จงวิเคราะหหาคามุมกําลังของเครื่องกําเนิดไฟฟานี้

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

0 องศา

คําตอบ 2 :

15 องศา

คําตอบ 3 :

30 องศา

คําตอบ 4 :

45 องศา

ิธ์ ห

95

ขอใด ไมใช คุณสมบัติของหมอแปลงเชิงอุดมคติ

ขอที่ :

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

คําตอบ 1 :

แกนแมเหล็กของหมอแปลงจะมีคาความซึมซาบทางแมเหล็กมากเปนอินฟนิตี้

คําตอบ 2 :

หมอแปลงจะมีประสิทธิภาพ 100 %

คําตอบ 3 :

ในขณะที่เปดวงจรดานทุติยภูมิ จะไมมีกระแสไหลดานปฐมภูมิของหมอแปลง

คําตอบ 4 :

จะเกิดเสนแรงแมเหล็กรั่วไหลในหมอแปลง

96

ว ศ ิ าว

ภ ส

อิมพิแดนซ 0.5 + j0.5 pu ซึ่งอางอิงกับคาฐาน 100 kVA 10 kV จะมีคาตอหนวยคาใหมเทาไร ถานําไปอางอิงกับคาฐาน 200 kVA 20 kV คําตอบ 1 :

0.25 + j0.25 pu

คําตอบ 2 :

0.5 + j0.5 pu

คําตอบ 3 :

0.75 + j0.75 pu

คําตอบ 4 :

1.0 + j1.0 pu


ขอที่ :

97

35 of 201

ขอความตอไปนี้ขอใด ไมถูกตอง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

พารามิเตอรของสายสงมีลักษณะเปนพารามิเตอรแบบกระจาย

คําตอบ 2 :

คาความตานทานตอกระแสตรงของสายสงจะมีคานอยกวาคาความตานทานตอกระแสสลับ

คําตอบ 3 :

โดยสวนใหญแลวตัวนําที่ใชทําสายสงแบบเหนือดิน คือ อลูมิเนียม

คําตอบ 4 :

คาอินดักทีฟรีแอกแตนซของสายสงแบบเหนือดิน จะทําใหเกิดกระแสรั่วไหลในระบบสง

98

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

สายสงเหนือดิน 3 เฟส 50 Hz ระบบหนึ่ง ยาว 150 กิโลเมตร มีคา R = 0.11 Ω/km , L = 1.24 mH/km และ C = 0.0094 μF/km ในขณะที่ดานสถานีรับจายโหลดเต็มพิกัด แรงดันไลนดานสถานีรับจะมี ขนาด 115 kV และถาทําการเปดวงจรดานสถานีรับ แรงดันไลนดานสถานีรับจะมีขนาด 126.5 kV จงวิเคราะหหาคาแรงดันเรกกูเลชันของระบบนี้

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

5%

คําตอบ 2 :

10%

คําตอบ 3 :

15%

คําตอบ 4 :

20%

ิธ์ ห

ส อ ข กร

99

ิท ส น ว ง

สมาชิกตําแหนง (1,3) ของบัสแอดมิทแตนซเมตริกซของระบบในรูปขางลางจะมีคาเทาไร

ภ ส

ว ศ ิ าว


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

–j1

คําตอบ 2 :

j1

คําตอบ 3 :

–j2

คําตอบ 4 :

j2

36 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

100

สําหรับวงจรไฟฟา 1 เฟส ถาแรงดันไฟฟาที่จายใหกับวงจรเทากับ 460 20o V และมีกระแสไหลในวงจรเทากับ 125 30o A จงคํานวณหาคา Active Power และ Reactive Power ในรูป Complex Power โดย S=VI*

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

57.5 kW , 56.6 kVAR

คําตอบ 2 :

57.5 kW , - 56.6 kVAR

คําตอบ 3 :

56.6 kW , 9.98 kVAR

คําตอบ 4 :

56.6 kW , -9.98 kVAR

101

ิธ์ ห

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

หมอแปลงไฟฟา 3 เฟสขนาด 500 kVA 24/0.4 kV มีคารีแอคแตนซทางดานแรงต่ําเทากับ 0.1 โอหม จงหาคาเปอรยูนิตรีแอคแตนซของหมอแปลงนี้

คําตอบ 1 :

0.3125 pu

คําตอบ 2 :

0.4525 pu

คําตอบ 3 :

0.4838 pu

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

102

ว ศ ิ าว

ภ ส 0.5771 pu

สายสงระยะยาว (Long Transmission Line) เปนสายสงที่มีความยาวเกินกวากี่กิโลเมตร คําตอบ 1 :

180 กม.

คําตอบ 2 :

200 กม.


ขอที่ :

คําตอบ 3 :

220 กม.

คําตอบ 4 :

240 กม.

37 of 201

103

สายสงระยะกลาง (Medium Transmission Line) จะมีกระแสประจุไหลผาน Shunt admittance เปนจํานวนมาก ดังนั้นในการคํานวณหาคาแรงดันและกระแสของสายสงจะตองนําหรือรวมเอาคา C ที่เกิด ขึ้นทั้งหมดตลอดความยาวของสายสงไวเปนคา ๆ เดียว การตอตัว C ที่นิยมใชกันมากที่สุดในการคํานวณเปนการตอแบบใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ตอตัว C ที่ตนสายสง

คําตอบ 2 :

ตอตัว C ที่กลางสายสง

คําตอบ 3 :

ตอตัว C ที่ปลายสายสง

คําตอบ 4 :

ตอตัว C ที่ตนและปลายสายสงโดยแบงออกเปนคาเทา ๆ กัน

104

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห

ในการคํานวณหาคาแรงดันและกระแสของสายสงระยะสั้น (Short Transmission Line) คา Parameter ที่ไมตองนํามาคิดคํานวณหรือเขียนลงในวงจรสมมูลของสายสง คือขอใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

Resistance

คําตอบ 2 :

Capacitance

คําตอบ 3 :

Inductance

คําตอบ 4 :

ไมมีขอใดถูก

ว ศ ิ าว

ส อ ข กร

105

การใหเครื่องหมายที่ปลายสายของหมอแปลงไฟฟาเปนสิ่งที่สําคัญมาก เพราะถาใหเครื่องหมายขั้วผิดพลาดเมื่อนําหมอแปลงมาตอขนานจะทําใหเกิดการลัดวงจรอยางรุนแรง ดังนั้นตามมาตรฐานโดยทั่ว ไปจะกําหนดเครื่องหมายขั้วของปลายสายทางดานแรงต่ําหรือทุติยภูมิ เปนตัวอักษรใด

คําตอบ 2 :

ภ ส

คําตอบ 3 :

X1 และ X2

คําตอบ 4 :

Y1 และ Y2

คําตอบ 1 :

H1 และ H2 L1 และ L2


ขอที่ :

106

หมอแปลงไฟฟาขนาด 7.2 kVA 1.2 kV / 120 V มีจํานวนขดลวดทางดาน Primary 800 รอบ จงหาจํานวนรอบของขดลวดทางดาน Secondary

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

8000 รอบ

คําตอบ 2 :

800 รอบ

คําตอบ 3 :

80 รอบ

คําตอบ 4 :

8 รอบ

38 of 201

107

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

หมอแปลงไฟฟาขนาด 500 kVA มีการสูญเสียที่แกนเหล็กและขดลวด 2500 W และ 7500 W ตามลําดับในขณะที่จายไฟเต็มที่ จงหาประสิทธิภาพของหมอแปลงเมื่อ Power factor = 1

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

95.0 %

คําตอบ 2 :

96.0 %

คําตอบ 3 :

97.0 %

คําตอบ 4 :

98.0 %

ิธ์ ห

ส อ ข กร

108

ิท ส น ว ง

ขอใดไมใชประโยชนโดยตรงจากการติดตั้งชุดตัวเก็บประจุเพื่อปรับปรุง power factor คําตอบ 1 :

ทําใหประสิทธิภาพของอุปกรณดีขึ้น

คําตอบ 2 :

ทําใหกําลังสูญเสียในสายสงนอยลง

คําตอบ 3 :

ทําใหแรงดันสูงขึ้น

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

109

ว ศ ิ าว

ภ ส

ไมมีคําตอบใดถูก

ขอใดไมถูกตองสําหรับกําลังสูญเสียของหมอแปลงไฟฟากําลัง คําตอบ 1 :

ประกอบดวย Core Loss และ Load Loss

คําตอบ 2 :

Eddy Current Loss เปน Core Loss ชนิดหนึ่ง

คําตอบ 3 :

Hysteresis Loss เปน Load Loss ชนิดหนึ่ง


ในการจายโหลดที่แรงดันคาหนึ่ง Core Loss มีคาประมาณคงที่

คําตอบ 4 :

39 of 201

ขอที่ :

110

ขอใดถูกตอง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

Admittance bus matrix ไมสามารถรวมหมอแปลงเขาไปได

คําตอบ 2 :

สายสงระยะยาวไมสามารถวิเคราะหโดยวิธี Two-Port Network

คําตอบ 3 :

สายสงระยะสั้นมีผลของตัวเก็บประจุคอนขางสูง

คําตอบ 4 :

การใชสายควบ(Bundled Conductor) มีสวนชวยลดโคโรนา

111

ิธ์ ห

ขอใดถูกตอง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

กําลังไฟฟาจริงมักจะไหลจากบัสที่มีแรงดันสูงกวาไปยังบัสที่มีแรงดันต่ํากวา

คําตอบ 2 :

Percent Impedance ของหมอแปลงสามารถบงบอกถึงกระแสลัดวงจรที่หมอแปลงได

คําตอบ 3 :

การเปลี่ยน Tap ของหมอแปลงตองกระทําในภาวะไรโหลด เพื่อไมใหเกิดการสปารค

คําตอบ 4 :

เครื่องกําเนิดไฟฟาตามโรงไฟฟาทั่วๆไปมักพันขดลวดอารเมเจอรไวที่โรเตอร

ส อ ข กร

112

ขอใดถูกตอง

ว ศ ิ าว

กําลังไฟฟารีแอกทีฟมักจะไหลจากบัสที่มีแรงดันสูงกวาไปยังบัสที่มีแรงดันต่ํากวา

คําตอบ 2 :

Percent Impedance ของหมอแปลงที่ระบบตางแรงดันกันมีคาไมเทากัน

คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ิท ส น ว ง

คําตอบ 1 :

ภ ส

Surge Impedance Loading คือการใสโหลดดวยคาอิมพิแดนซที่สามารถทนกระแสกระชากได การสลับตําแหนงระหวางสายเฟสในระบบสายสงทําเพื่อใหเกิดความสมดุลในการจับยึดสาย

113

ขอใดถูกตอง คําตอบ 1 :

เครื่องกําเนิดไฟฟาตองจายกําลังรีแอกทีฟเสมอขณะจายกําลังจริงเขาสูระบบ

ย ่ า น ห ำ จ ม า้


ขอที่ :

คําตอบ 2 :

การทํา Line Compensation โดย Shunt Capacitor จะทําใหแรงดันปลายทางสูงกวาแรงดันตนทางเสมอ

คําตอบ 3 :

หมอแปลงไฟฟายิ่งมีพิกัด kVA ยิ่งมาก มักจะมี Percent Impedance ยิ่งนอยลง

คําตอบ 4 :

การเกิดโคโรนาที่สายสงเปนการสูญเสียพลังงานไฟฟาอยางหนึ่ง

40 of 201

114

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

โหลดตองการกําลังไฟฟา 10 kW มี p.f.=0.6 lagging ตองการปรับปรุงให p.f. =0.95 lagging ตองใชตัวเก็บประจุขนาดกี่ kVAr

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

3 kVAr

คําตอบ 2 :

5 kVAr

คําตอบ 3 :

8 kVAr

คําตอบ 4 :

10 kVAr

ิธ์ ห

115

ิท ส น ว ง

เครื่องกําเนิดไฟฟามีคาพิกัด 500 V 20 kVA และมีคารีแอกแตนซ 0.2 p.u. จงหาคารีแอกแตนซ บนคาฐานใหมซึ่งกําหนดใหมีคาเปน 400 V 10 kVA

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

0.156 p.u.

คําตอบ 2 :

0.064 p.u.

คําตอบ 3 :

0.08 p.u.

คําตอบ 4 :

0.04 p.u.

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

116

หมอแปลงไฟฟา 1 เฟส ขนาดพิกัด 100 kVA, 20/5 kV มีคาอิมพีแดนซเมื่อคํานวณทางดาน 20 kV เปน 10% ใหคํานวณคาอิมพีแดนซของหมอแปลงนี้ในหนวยโอหมเมื่อคํานวณดาน 5 kV คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ภ ส 20 โอหม 25 โอหม

30 โอหม 35 โอหม

117 ความจุของสายสงสามเฟสที่ใชในวงจรสมมูลเฟสเดียวของสายสงคือความจุในขอใด


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความจุระหวางสายเฟสกับพื้นดินเบื้องลางของสายสง

คําตอบ 2 :

ความจุระหวางสายเฟสกับสายเฟส

คําตอบ 3 :

ความจุระหวางสายเฟสที่แปลงมาเปนความจุระหวางเฟสกับศูนย

คําตอบ 4 :

ความจุระหวางสายเฟสกับสายเฟส หารดวยสอง

41 of 201

118

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

โหลดปลายทางสามเฟสมีขนาด 100MW 0.8 pf แบบลาหลัง สําหรับระบบแรงดัน 115 kV เมื่อนําโหลดดังกลาวมาใสในวงจรสมมูลเฟสเดียว (single phase equivalent circuit) และใหแรงดันโหลด ที่ปลายทางเปนเวกเตอรอางอิง กระแสของโหลดในวงจรสมมูลเฟสเดียวมีคาและมุมเทาใด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

512.04 A, 36.87 องศา 617.55 A, 36.87 องศา 627.55 A, -36.87 องศา

ิธ์ ห

502.04 A, -36.87 องศา

119

ิท ส น ว ง

โหลดที่มีความตานทานแตละชุด 50 โอหมตอเปนเดลตา ตองการหาความตานทานเปนโอหมของโหลดในแตละเฟสที่แปลงเปน Y แลว คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

250 86 50 17

120

ว ศ ิ าว

ส อ ข กร

ระบบมีสองบัส และมีรีแอกแตนซแบบความเหนี่ยวนํา (inductive reactance) ตอระหวางสองบัสซึ่งมีขนาดรีแอกแตนซเทากับ 10 โอหม ใหหาคาองคประกอบของ Y-bus Y11, Y12, Y22 คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ภ ส

Y11= +j10, Y12=-j10, Y22=+j10 Y11= 0, Y12=-j10, Y22=0 Y11= -j0.1, Y12=+j0.1, Y22=-j0.1 Y11= +j0.01, Y12=-j0.01, Y22=+j0.01

121 ขอใดคือ Ybus เมื่อกําหนด


คําตอบ 1 :

42 of 201

คําตอบ 2 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ิธ์ ห

122

ิท ส น ว ง

ถานําคา Impedance ที่มีคา j0.5 มาตอที่ bus1 ไปยัง bus 3 ซึ่งเปน bus ใหม จงหา Zbus ใหม เมื่อกําหนด Zbus เดิม ดังนี้

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ภ ส


43 of 201

ขอที่ :

123 ถานําคา Impedance ที่มีคา j0.5 มาตอที่ bus1(บัสเกา) ไปยัง reference bus จงหาคาของ Zbus ใหม เมื่อกําหนด Zbus เดิม ดังนี้

คําตอบ 1 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

ใช Kron Reduction ดัด row และ column 3 ของ Matrix ขางลางนี้ คําตอบ 2 :

ส อ ข กร

คําตอบ 3 :

ิท ส น ว ง

ใช Kron Reduction ดัด row และ column 3 ของ Matrix ขางลางนี้

ว ศ ิ าว

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

124

ภ ส

ถานําคา Impedance ที่มีคา j0.5 มาตอที่ reference bus ไปยัง bus3 ซึ่งเปน bus ใหม จงหาคาของ Zbus ใหม เมื่อกําหนด Zbus เดิม ดังนี้

คําตอบ 1 :


44 of 201

ใช Kron Reduction ดัด row และ column 3 ของ Matrix ขางลางนี้ คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ใช Kron Reduction ดัด row และ column 3 ของ Matrix ขางลางนี้

ิธ์ ห

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

125

ิท ส น ว ง

ถานําคา Impedance ที่มีคา j0.5 มาตอระหวาง bus1 กับ bus2 จงหาคาของ Zbus ใหม เมื่อกําหนด Zbus เดิม ดังนี้

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ภ ส

ใช Kron Reduction ดัด row และ column 3 ของ Matrix ขางลางนี้ คําตอบ 3 :

ใช Kron Reduction ดัด row และ column 3 ของ Matrix ขางลางนี้


คําตอบ 4 :

ขอที่ :

45 of 201

126

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

กําลังไฟฟาจริงรวมมีคาเทาใด เมื่อโหลด 3 เฟส 3 ชุด มีความตองการกําลังไฟฟาดังนี้ โหลดชุดที่1: 200 kVA 0.8 PF ลาหลัง โหลดชุดที2 ่ : 150 kW, 400 kVA ,PFลาหลัง โหลดที่3: 100 kW, 0.45 PF นําหนา คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

410 kW 450 kW 510 kW 550 kW

ิธ์ ห

127

กําลังไฟฟารีแอคทีฟรวมมีคาเทาใด เมื่อโหลด 3 เฟส 3 ชุด มีความตองการกําลังไฟฟาดังนี้ โหลดชุดที่1: 200 kVA 0.8 PF ลาหลัง โหลดชุดที2 ่ : 150 kW, 400 kVA ,PFลาหลัง โหลดชุดที3 ่ : 100 kW, 0.45 PF นําหนา คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

258 kVAR 272 kVAR 292 kVAR 348 kVAR

ส อ ข กร

128

ิท ส น ว ง

กําลังไฟฟาปรากฎรวมมีคาเทาใด เมื่อโหลด 3 เฟส 3 ชุด มีความตองการกําลังไฟฟาดังนี้ โหลดชุดที่1: 200 kVA 0.8 PF ลาหลัง โหลดชุดที2 ่ : 150 kW, 400 kVA,PFลาหลัง โหลดชุดที3 ่ : 100

kW, 0.45 PF นําหนา คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

129

822 kVA 735 kVA 615 kVA 504 kVA

ว ศ ิ าว

ภ ส

เพาเวอรแฟคเตอรของโหลดรวมมีคาเทาใด เมื่อโหลด 3 เฟส 3 ชุด มีความตองการกําลังไฟฟาดังนี้ โหลดที่1: 200 kVA 0.8 PF ลาหลัง โหลดที2 ่ : 150 kW, 400 kVA ,PFลาหลัง โหลดที่3: 100 kW 0.45 PF นําหนา คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

0.71 ลาหลัง 0.81 ลาหลัง 0.85 ลาหลัง 0.89 ลาหลัง


ขอที่ :

130 สายสง 3 เฟส แบบวงจรเดี่ยว มีความยาว 30 กิโลเมตร มีความตานทาน 3 โอหม/เฟส และมีรีแอคแตนซชนิดความเหนี่ยวนํา 20 โอหม/เฟส จายกําลังไฟฟาใหโหลด 100 MW ที่ 230 kV เพา 46 of 201 เวอรแฟกเตอร 0.8 ลาหลัง คากระแสไฟฟาตนทางสายสงมีคาเทาไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

543 A 421 A 314 A 251 A

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

131 จากรูป Y22 ใน bus admittance matrix มีคาเทาไร

ิธ์ ห

คําตอบ 1 :

–j19

คําตอบ 2 :

–j30

คําตอบ 3 :

j0.55 j0.4

คําตอบ 4 : ขอที่ :

132

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส

สายสงยาว 300 km มีแรงดันตนทางกําหนดดวย VS = cosh( gl ) VR + ZC sinh( gl ) IR ถา z = 0.0165 + j 0.3306 ohm/km, y = j 4.674E(- 6) mho/km โดย g ของสายสงคือรากที่สองของ ผลคูณอิมพิแดนซกับแอดมิต แตนซ จงคํานวณคาของ gl เมื่อ l คือความยาวของสายสง คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

0.00831 + j 0.2730 0.00931 + j 0.3730 0.01031 + j 0.4730 0.01131 + j 0.5730


ขอที่ :

133

47 of 201

สายสงยาว 300 km รับภาระเต็มพิกัดที่ปลายทางซึ่งมีระดับแรงดัน 215 kV ถาปรากฏวาการคุมแรงดันของสายสงมีคา 24.7 % และคาคงตัววางนัยทั่วไป |A| = |D| = 0.8180 |B|= 172.2 ohm และ |C| = 0.001933 mho จงคํานวณแรงดันดานตนทาง คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

217.31 kV 218.31 kV 219.31 kV 220.31 kV

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

134

ระบบกําลังไฟฟา 2 บัสมี Y-บัส กําหนดดวย Y11 = -j 12.0 Y12 = j3.0 Y21 = j3.0 และ Y22 = -j9.0 จงกําหนดสมาชิกในตําแหนง Z12 ของ Z-บัส คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

j 0.0101 j 0.0202 j 0.0303 j 0.0404

135 ขอใดไมเปนคุณสมบัติของสายสงขนาดกลาง (Medium line)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

มีความยาวระหวาง 80 ถึง 240 กิโลเมตร

คําตอบ 2 :

สามารถแทนดวยวงจรแบบพาย

คําตอบ 3 :

สามารถตัดคาคาปารซิแตนซออกไปได

คําตอบ 4 :

ไมมีคําตอบที่ถูกตอง

136

ภ ส

ว ศ ิ าว

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห


คําตอบ 3 :

48 of 201

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

137

เครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสสามเฟสตอกันแบบวาย (Wye) ขนาด 75 MVA 13.8 kV มีคาซิงโครนัสรีแอคแตนซเทากับ 10 % ตอเฟส เมื่อใชพิกัดของเครื่องกําเนิดไฟฟาเปนคาฐาน จงคํานวณหาคา จริงและคาตอหนวยของซิงโครนัสรีแอคแตนซ เมื่อกําหนดใหคาฐานเทากับ 100 MVA 30 kV คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

0.254 โอหม 0.028 ตอหนวย 0.900 โอหม 0.028 ตอหนวย 0.254 โอหม 0.354 ตอหนวย 0.900 โอหม 0.354 ตอหนวย

ิธ์ ห

138

ิท ส น ว ง

ระบบไฟฟาสามเฟสความยาว 30 กิโลเมตร ทํางานที่ความถี่ 50 เฮิรตซ แตละเฟสประกอบดวยสายตัวนําเสนเดียว โดยมีระยะหางระหวางจุดศูนยกลางของสายตัวนําแตละเสนเทากับ 3 เมตร เทากันหมด และมีคารีแอคแตนซเชิงเหนี่ยวนํา (Inductive reactance) เทากับ 0.14 โอหมตอเสน จงคํานวณหาคารีแอคแตนซเชิงเหนี่ยวนําเมื่อกําหนดใหระบบดังกลาวมีความยาว 25 กิโลเมตร และทํางานที่ความ ถี่ 60 เฮิรตซ คําตอบ 1 : คําตอบ 3 :

0.10 โอหมตอเสน 0.14 โอหมตอเสน 0.20 โอหมตอเสน

คําตอบ 4 :

ขอมูลไมเพียงพอ

คําตอบ 2 :

ขอที่ :

139

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

ระบบสงจายไฟฟาขนาดแรงดัน 500 kV ความยาว 250 km มีคาความเหนี่ยวนําของสาย (Line inductance) เทากับ 1 mH/km/phase และมีคาความจุไฟฟา (Line capacitance) เทากับ 0.01 ไมโครฟารัด/km/phase ถาสมมติวาสายสงไมมีความสูญเสีย (Lossless line) จงคํานวณหาคา Surge Impedance Loading (SIL) คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

250 เมกะวัตต 500 เมกะวัตต 632 เมกะวัตต 790 เมกะวัตต

ภ ส

140

ขอใดคือสมการที่ใชเพื่อคํานวณความจุไฟฟาของสายสงไฟฟาสามเฟสวางขนานกันในแนวนอนดังรูปขางลางนี้ เมื่อ k คือ คา permittivity ของตัวกลาง


49 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ิธ์ ห

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ส อ ข กร

141

ิท ส น ว ง

จงหาคาองคประกอบที่ Y12 ในเมตริกซบัสแอตมิตแตนซของระบบไฟฟาดังแสดงในรูป

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ว ศ ิ าว

ภ ส -j0.600 j4.167 j0.240 - j1.000

142 สายสงทําจากอลูมิเนียมมีรัศมี 2 cm ยาว 100 km จะมีความตานทานกระแสตรงเปนเทาไร ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส กําหนดใหอลูมิเนียมมีคา resistivity เทากับ 28.3 นาโนโอหม-เมตร ที่


อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส 50 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

2.25 มิลลิโอหม 2.25 โอหม 2.83 มิลลิโอหม 2.83 โอหม

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

143 ถาหากโหลดรับกําลังเชิงซอน 40 + j30 MVA โหลดดังกลาวจะมีคาตัวประกอบกําลังเปนเทาใด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

0.6 lagging 0.75 leading 0.8 lagging 0.85 leading

144 ขอใดไมใชเงื่อนไขของการขนานเครื่องกําเนิดไฟฟาเขากับระบบ

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ตัวประกอบกําลังตองเทากัน

คําตอบ 2 :

ความถี่ตองเทากัน

คําตอบ 3 :

ระดับแรงดันตองเทากัน

คําตอบ 4 :

ลําดับเฟสตองเหมือนกัน

ส อ ข กร

145

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห

การตอชุดขดลวดของหมอแปลงในระบบจําหนาย 3 เฟส จะนิยมตอแบบใด วาย – วาย

คําตอบ 2 :

เดลตา – เดลตา

คําตอบ 3 :

เดลตา – วาย

คําตอบ 4 : ขอที่ :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 1 :

146

ภ ส

นิยมตอทั้งสามแบบในขอ ก ข และ ค

ชวงเวลาที่มีการใชโหลดมากแรงดันที่บัสจะมีคาต่ําลง จึงตองทําการชดเชยดวยการติดตั้งอุปกรณชนิดหนึ่งเขาที่บัสเพื่อยกระดับแรงดันที่บัสใหสูงขึ้น อุปกรณดังกลาวคืออะไร คําตอบ 1 :

ตัวเหนี่ยวนํา

คําตอบ 2 :

ตัวเก็บประจุ

คําตอบ 3 :

ตัวตานทาน

คําตอบ 4 :

รีเลยแรงดันเกิน


ขอที่ :

147 สายสง 3 เฟสวงจรหนึ่ง เสนผาศูนยกลางสายทุกเสนมีขนาด 2 cm วางดังแสดงในรูป จงหาคาความเหนี่ยวนําของสาย เมื่อมีการสลับสายที่ทุกๆความยาวหนึ่งในสามของความยาวสาย

51 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

1.3 H/km 1.3 mH/km 2.6 H/km 2.6 mH/km

148

ิธ์ ห

สายสงในระบบ 3 เฟส 69 kV มีความยาว 20 km มีคาอิมพีแดนซอนุกรมเทากับ 4+j10 โอหม หากดานรับมีโหลด 50 MVA ตัวประกอบกําลัง 0.8 ลาหลัง และแรงดันดานรับมีคา 65 kV จงคํานวณหา แรงดันดานสง

คําตอบ 1 :

ส อ ข กร

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

149

ิท ส น ว ง

ภ ส

ว ศ ิ าว

สายตัวนําอลูมิเนียมกลมตันทรงกระบอก มีพื้นที่หนาตัด 600 MCM จงคํานวณหา GMR (เพื่อหาคาความเหนี่ยวนํา) มีหนวยเปนฟุต? คําตอบ 1 : คําตอบ 2 :


คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

52 of 201

0.025ft

150 สายสง 3 เฟส ระยะทาง 400 กิโลเมตร ในสภาวะไมมีโหลด จายดวยแรงดันตนทางเทากับ 500kV อยากทราบวาแรงดันปลายทาง จะเปนอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

มีคานอยกวาตนทาง

คําตอบ 2 :

เทากับตนทาง

คําตอบ 3 :

มากกวาตนทาง

คําตอบ 4 :

ไมมีขอถูก

151

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

สายสง 3 เฟส ระยะยาว ถาปลายทางมีโหลดเปนคาความตานทาน ซึ่งมีอิมพีแดนซเทากับ characteristic impedance ของสายสง ตัวประกอบกําลังไฟฟาดานปลายทางจะเปนอยางไร?

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

มีคาเทากับ 1

คําตอบ 2 :

มีคามากกวา 1

คําตอบ 3 :

มีคามากกวา 0 แตนอยกวา 1

คําตอบ 4 :

มีคาติดลบ

ิธ์ ห

152 โหลดแบบใดมีโอกาสทําใหเกิด Voltage Regulation เปนลบได?

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

โหลด R

คําตอบ 2 :

โหลด R-L

คําตอบ 3 :

โหลด R-C

คําตอบ 4 :

ขึ้นอยูกับสภาวะของระบบ

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

153

ระดับแรงดันกระแสสลับใดไมมีใชในระบบสงจายกําลังไฟฟาในประเทศไทย คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ภ ส 500 kV 230 kV 115 kV 100 kV

154 การศึกษาโหลดโฟลมีวัตถุประสงคขอใดที่ถูกตองมากที่สุด คําตอบ 1 :

เพื่อศึกษาการไหลของโหลดสําหรับการวางแผนสําหรับระบบไฟฟาในอนาคต

คําตอบ 2 :

เพื่อศึกษาการไหลของโหลดสําหรับการวางแผนสําหรับระบบไฟฟาในปจจุบัน


ขอที่ :

คําตอบ 3 :

เพื่อศึกษาการไหลของโหลดสําหรับการวางแผนสําหรับระบบไฟฟาในปจจุบันและอนาคต

คําตอบ 4 :

เพื่อศึกษาการพยากรณและไหลของโหลดสําหรับระบบไฟฟาในปจจุบัน

53 of 201

155 การศึกษาโหลดโฟลที่มีประสิทธิภาพที่สุดควรใหระบบไฟฟาแทนดวยแมตทริกส คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

Ybus Zbus Ybranch Ylink

156

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

วิธีการคํานวณโหลดโฟลหรือการไหลของกําลังไฟฟาสําหรับระบบใหญๆวิธีใดที่ใหผลลัพธเร็วที่สุด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เกาส

คําตอบ 2 :

เกาสไซเดิล

คําตอบ 3 :

นิวตันแรฟสัน

คําตอบ 4 :

เทวินิน

ิธ์ ห

157

ิท ส น ว ง

วิธีการคํานวณโหลดโฟลหรือการไหลของกําลังไฟฟาสําหรับระบบใหญๆวิธีใดที่ใหผลลัพธชาที่สุด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เกาส

คําตอบ 2 :

เกาสไซเดิล

คําตอบ 3 :

นิวตันแรฟสัน

คําตอบ 4 :

เทวินิน

ว ศ ิ าว

ส อ ข กร

158

การคํานวณโหลดโฟลของระบบไฟฟาที่ประกอบดวยสามบัส บัสที่ 1 เปนบัสเครื่องกําเนิดไฟฟา ที่มีคาแรงดันไฟฟาคงที่ บัสที่ 2 เปนบัสของโหลดหรือ บัสที่มี PL2 และ QL2 คงที่ บัสที่ 3 เปนบัสที่มี ่ ) มีคาเทาใด ทั้งเครื่องกําเนิดไฟฟาและโหลดที่มี Pg3 ของเครื่องกําเนิดคงที่และมี PL3, QL3 ของโหลดคงที่ กําลังไฟฟาจริงของแตละบัส (บัสที่ 2 และ บัสที3 คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ภ ส

P2=PL2, P3=PL3 P2=PL2, P3=Pg3 P2=-PL2, P3=-PL3 P2=-PL2, P3=Pg3-PL3

159 ขอใดไมใชวิธีคํานวณ Load Flow คําตอบ 1 : คําตอบ 2 :

Gauss-Siedel Method Newton-Raphson Method


คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

Decouple Method Gaussian Elimination Method

54 of 201

160 การคํานวณ Load Flow วิธีใดตองทําการหา Jacobian Matrix คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

Gauss-Seidel Method Newton-Raphson Method Decouple Method Gaussian Elimination Method

161

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

การคํานวณ Load Flow วิธีใดใช Susceptance Matrix แทนการหา Jacobian Matrix คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

Gauss-Seidel Method Newton-Raphson Method Decouple Method Gaussian Elimination Method

162 บัสที่ไมมีเครื่องกําเนิดไฟฟาตออยูเปนบัสขนิดใด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ส อ ข กร

Load Bus Voltage-controlled bus Slack bus PV bus

ว ศ ิ าว

163

บัสที่มีเครื่องกําเนิดไฟฟาขนาดใหญที่สุดในระบบตออยูเปนบัสชนิดใด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ภ ส

Load Bus Voltage-controlled bus Slack bus PQ bus

164 บัสที่มีเครื่องกําเนิดไฟฟาตออยูและไมไดเปนบัสอางอิงเปนบัสชนิดใด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 :

Load Bus Voltage-controlled bus

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห


คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

Slack bus PQ bus

55 of 201

165 ระบบไฟฟากําลังระบบหนึ่งมีจํานวนบัสทั้งหมด 6 บัส แตมีเครื่องกําเนิดไฟฟาตออยูเพียง 3 บัส จงหาจํานวนสมการการไหลของกําลังไฟฟา (Power flow equations) ที่เกี่ยวของ เมื่อกําหนดใหบัสใด บัสหนึ่งเปนบัสอางอิง (Reference or slack bus) คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

3 7 8 10

166 จงระบุจํานวนบัสโหลด (PQ) และบัสเครื่องกําเนิดไฟฟา (PV) จากรูปของแบบจําลองระบบไฟฟากําลังขางลางนี้

ิธ์ ห

ขอที่ :

บัสโหลด 2 บัส บัสเครื่องกําเนิดไฟฟา 2 บัส

คําตอบ 2 :

บัสโหลด 2 บัส บัสเครื่องกําเนิดไฟฟา 3 บัส

คําตอบ 3 :

บัสโหลด 3 บัส บัสเครื่องกําเนิดไฟฟา 2 บัส

คําตอบ 4 :

บัสโหลด 3 บัส บัสเครื่องกําเนิดไฟฟา 3 บัส

ว ศ ิ าว

167

ขอใดตอไปนี้กลาวถูกตอง คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

ิท ส น ว ง

ภ ส

ขนาดและมุมของแรงดันที่บัสอางอิงตองกําหนดใหคงที่เทากับ 1.0 ตอหนวย และ 0 องศา ตามลําดับ บัสที่พบสวนใหญในระบบไฟฟากําลังคือบัสเครื่องกําเนิดไฟฟา วิธีแกปญหาการไหลของกําลังไฟฟาแบบ Gauss-Seidel สามารถลูเขาหาคําตอบไดงายกวาและเร็วกวาแบบ Newton-Raphson สมการแสดงการไหลของกําลังไฟฟาที่เกี่ยวของกับบัสเครื่องกําเนิดไฟฟาสามารถเขียนไดเพียงสมการการไหลของกําลังไฟฟาจริงเทานั้น

168 บัสอางอิง (reference bus) หรือสแลคบัส (slack bus) คือบัสชนิดหนึ่งสําหรับการวิเคราะหในระบบไฟฟากําลัง ขอใดกลาวถึงคุณสมบัติของบัสอางอิงนี้ไมถูกตอง คําตอบ 1 :

ขนาดแรงดันไฟฟาคงที่

คําตอบ 2 :

มุมของแรงดันไฟฟาคงที่


ขอที่ :

คําตอบ 3 :

กระแสไฟฟาคงที่

คําตอบ 4 :

ความถี่คงที่

56 of 201

169 ขอใดคือปริมาณทางไฟฟา 4 ปริมาณหลักที่เกี่ยวของกับการศึกษาการไหลของกําลังไฟฟา (Power Flow)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

กําลังไฟฟาจริง กําลังไฟฟาเสมือน ขนาดของแรงดันไฟฟา ขนาดกระแสไฟฟา

คําตอบ 2 :

กําลังไฟฟาจริง กําลังไฟฟาปรากฎ แรงดันไฟฟา กระแสไฟฟา

คําตอบ 3 :

กําลังไฟฟาจริง กําลังไฟฟาเสมือน ขนาดแรงดันไฟฟา มุมของแรงดันไฟฟา

คําตอบ 4 :

กําลังไฟฟาจริง กําลังไฟฟาเสมือน ขนาดกระแสไฟฟา มุมของกระแสไฟฟา

170

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

ส อ ข กร

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

171

ว ศ ิ าว

ภ ส บัส 1 บัส 2 บัส 3

ไมมีคําตอบที่ถูกตอง

ิท ส น ว ง


57 of 201

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

2x2 3x3 5x5 6x6

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

172

ิท ส น ว ง

ขอใดไมใชคุณสมบัติของ PQ bus ในการคํานวน load flow คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

เปนบัสที่มี load แบบ static ตออยู

ภ ส

เปนบัสที่ทราบคา real power

เปนบัสที่ขนาดของแรงดันมีคาคงที่ตลอดการคํานวน load flow เปนบัสที่คา reactive power มีคาคงที่ตลอดการคํานวน load flow

173

จากไดอะแกรมเสนเดียวดังรูป จงหาคา y22 ใน Ybus เมตริกซ


58 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

0.2j -0.2j 0.4j -0.4j

174 ขอใดถูกตองในการคํานวณการไหลของกําลังงานไฟฟา (Power Flow)

ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห

คําตอบ 1 :

บัสโหลด (Load Bus) จะถือวาเปนบัสที่มีแรงดันคงที่ในการคํานวณ

คําตอบ 2 :

บัสเครื่องกําเนิดไฟฟา (Generator Bus) จะถือวาเปนบัสที่มีแรงดันคงที่ในการคํานวณ

คําตอบ 3 :

บัสเครื่องกําเนิดไฟฟา (Generator Bus) จะถือวาเปนบัสที่มีกําลังงานไฟฟาจริงและกําลังงานไฟฟารีแอคทีฟคงที่ในการคํานวณ

คําตอบ 4 :

บัสแบบสวิง (Swing Bus) จะถือวาเปนบัสที่มีกําลังงานไฟฟาจริงและกําลังงานไฟฟารีแอคทีฟคงที่ในการคํานวณ

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

175 . ถากําลังไฟฟาที่บัส k ใดๆมีคาเทากับ Sk=VkIk* จากรูป กําลังไฟฟารวมที่บัส 2 มีคาเทาไร

ภ ส คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

0.6+j0.3 -0.4-j0.1 0.6-j0.3 -0.4+j0.1


ขอที่ :

176

59 of 201

บัสที่ทราบเฉพาะขนาดและมุมของแรงดันไฟฟา ในการศึกษาโหลดโฟลเรียกบัสชนิดวาอะไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

Slack bus Load bus Generator bus VA bus

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

177

ระบบกําลังไฟฟา 3 บัสมีอิมพิแดนซระหวางบัส 1-2, 2-3, และ 3-1, คือ j0.4pu j0.2pu และ j0.2 pu ตามลําดับ เครื่องกําเนิดตออยูบนบัสหมายเลข 1 ซิงโครนัสรีแอกแตนซ j1 pu และเครื่องกําเนิดตอ อยูบนบัสหมายเลข 2 มีซิงโครนัสรีแอกแตนซ j0.8 pu จงกําหนดคาแอดมิแตนซใน Y-bus ตรงตําแหนงของ PQ-บัส (PQ bus)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

–j5 pu

คําตอบ 2 :

–j8.5 pu

คําตอบ 3 :

–j8.75 pu

คําตอบ 4 :

–j10 pu

178 ในการคํานวณของปญหากําลังไหล บัสชนิดใดจะถูกนําออกไปจากการคํานวณ คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

slack bus load bus voltage controlled bus PQ bus

179

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

คาตัวแปรใดจะถูกกําหนดที่บัสโหลด (Load Bus) คําตอบ 1 :

แรงดัน, กําลังไฟฟาจริง(P)

คําตอบ 2 :

กําลังไฟฟาจริง(P), กระแส

คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

180

ภ ส

มุมเฟสแรงดัน, ขนาดแรงดัน

กําลังไฟฟาจริง(P), กําลังไฟฟาเสมือน(Q)

ในการคํานวณโหลดโฟว, คาขนาดแรงดันและคากําลังไฟฟาจริงจะถูกกําหนดใหที่บัสแบบใด คําตอบ 1 :

โหลดบัส

คําตอบ 2 :

แสลกบัส

คําตอบ 3 :

บัสเครื่องกําเนิดไฟฟา

คําตอบ 4 :

ไมมีคําตอบที่ถูกตอง

ิธ์ ห


ขอที่ :

181

60 of 201

ขอใดถูก

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

กําลังไฟฟารีแอกทีฟไหลจากบัสที่มีแรงดันสูงไปยังบัสที่มีแรงดันต่ํา

คําตอบ 2 :

กําลังไฟฟาจริงไหลจากบัสที่มีเฟสของแรงดันแบบนําหนาไปยังบัสที่มีเฟสของแรงดันแบบตามหลัง

คําตอบ 3 :

กําลังที่ใชในการทํางานคือกําลังไฟฟาจริง

คําตอบ 4 :

ถูกทุกขอ

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

182

จงคํานวณหากําลังไฟฟาสูญเสียในระบบ (Network losses) จากผลเฉลยการไหลของกําลังไฟฟา (Power flow solution) ซึ่งแสดงดังรูปขางลางนี้

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

36.91 +j 17.67 เมกะโวลตแอมแปร 36.91 –j 17.67 เมกะโวลตแอมแปร 17.67 –j 36.91 เมกะโวลตแอมแปร 17.67 +j 36.91 เมกะโวลตแอมแปร

ส อ ข กร

183

ว ศ ิ าว

ิธ์ ห

ิท ส น ว ง

ขอใดคือจาคอเบียนเมทริกซ (Jacobian matrix) สําหรับปญหาการไหลของกําลังไฟฟาของแบบจําลองระบบไฟฟากําลังขางลางนี้

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ภ ส


61 of 201

คําตอบ 3 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

184 ขอใดคือสมมติฐานที่ใชในการคํานวณการไหลของกําลังไฟฟาแบบ Fast-decoupled power flow

ิธ์ ห

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

ส อ ข กร

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

185

ขอใดตอไปนี้ ไมใช ผลลัพธที่ไดจากการวิเคราะหโหลดโฟลว คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ภ ส แรงดันบัส

กําลังไฟฟาที่ไหลผานสายสง

กําลังผลิตของเครื่องกําเนิดไฟฟา กราฟสวิงของเครื่องกําเนิดไฟฟา

186

ระบบไฟฟากําลังระบบหนึ่งมีโครงสรางดังแสดงในรูปขางลาง ถาทําการวิเคราะหโหลดโฟลวระบบนี้โดยใชวิธี Gauss-Seidel สมการโหลดโฟลวซึ่งใชสําหรับวิเคราะหหาแรงดันบัสจะมีทั้งหมดกี่สมการ


62 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

1 สมการ 2 สมการ 3 สมการ 4 สมการ

ิธ์ ห

187

ผลการวิเคราะหโหลดโฟลวของระบบไฟฟากําลังระบบหนึ่งมีผลลัพธดังแสดงในรูปขางลาง จงวิเคราะหหากําลังไฟฟาสูญเสียในสายสง 1-2

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

188

0.4671 + j0.0071 0.45 + j0.0356 0.9171 + j0.0427 0.0171 - j0.0285

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส

ขอใดกลาวไดถูกตองเกี่ยวกับการจําแนกประเภทของบัสทางไฟฟา คําตอบ 1 : คําตอบ 3 :

Swing bus หรือ Slack bus คือ บัสที่ตองการจะหาคามุมเฟส Voltage-controlled bus คือ บัสที่กําหนดเฉพาะขนาดของแรงดันมาให Load bus คือ บัสที่ตองการจะหาคากําลังไฟฟาจริง และกําลังไฟฟารีแอคทีฟ

คําตอบ 4 :

ไมมีขอใดถูก

คําตอบ 2 :

ขอที่ :

189 ขอใดตอไปนี้ไมสามารถวิเคราะหหาคําตอบไดจากการวิเคราะหการไหลของกําลังไฟฟา


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ปริมาณกําลังสูญเสียในระบบสง

คําตอบ 2 :

การเกิดปญหาเสถียรภาพชั่วขณะของมุมโรเตอร

คําตอบ 3 :

การเกิดปญหาแรงดันตกหรือแรงดันเกิน

คําตอบ 4 :

การเกิดปญหาการสงกําลังไฟฟาเกินขีดจํากัดทางความรอนของสายสง

63 of 201

190

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ขอใดกลาวไดถูกตองสําหรับการวิเคราะหการไหลของกําลังไฟฟาดวยวิธี Newton-Raphson

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ลูเขาสูคําตอบไดรวดเร็วกวาวิธี Gauss-Seidel

คําตอบ 2 :

ไมจําเปนตองมีการกําหนดคาเริ่มตนของผลเฉลย

คําตอบ 3 :

ใชเวลาตอรอบการคํานวณนอย

คําตอบ 4 :

ลูเขาสูผลตอบไดโดยไมขึ้นกับคาเริ่มตน

191

ิธ์ ห

การวิเคราะหการไหลของกําลังไฟฟาในระบบสายสงไฟฟาจากสถานีผลิตกําลังไฟฟาไปยังโหลดผูใชไฟฟา จะแบงชนิดของ Bus ออกเปน 3 ชนิด อะไรบาง คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

Slack Generator Bus , Reference Bus และ Voltage-control Bus Slack Generator Bus , Generator Bus และ Voltage-control Bus Generator Bus , Voltage-control Bus และ Load Bus Slack Generator Bus , Voltage-control Bus และ Load Bus

ส อ ข กร

192

ิท ส น ว ง

ในการคํานวณ Load flow ของระบบไฟฟากําลัง บัสที่ไมมีการควบคุมขนาดของแรงดัน คือ บัสอะไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

193

Slack bus Swing bus Generator bus Load bus

ว ศ ิ าว

ภ ส

การคํานวณการไหลของกําลังไฟฟาที่ Load bus คือ บัสที่มีโหลดตออยู สิ่งที่จะตองคํานวณหาคาคืออะไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

คา Real power และ Reactive power คา Reactive power และ Phase angle คา Reactive power และ Voltage magnitude คา Voltage magnitude และ Phase angle

194 การแกปญหา Load flow ดวยวิธีของ Newton-raphson จะยุงยากกวาวิธีอื่น แตมีประสิทธิภาพสูง คือ ไดผลลัพธโดยใชรอบการคํานวณนอยเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีอื่น ๆ โดยวิธีของ Newton-raphson จะใชทฤษฎีอะไรชวยในการแกปญหา


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ทฤษฎีของอนุกรมเทเลอร

คําตอบ 2 :

ทฤษฎีของนอรตัน

คําตอบ 3 :

ทฤษฎีของเทวินิน

คําตอบ 4 :

ทฤษฎีแฟกเตอรเรง

64 of 201

195

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ขอใดถูกตองสําหรับการวิเคราะห Load Flow คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

Swing Bus เปนบัสที่มีแรงดันเทากับ 1 p.u. เสมอ ในระบบทั่วๆ ไป Load Bus เปนบัสที่ไมมีเครื่องกําเนิดไฟฟา วิธี Gauss-Seidel Load Flow พัฒนามาจากวิธี Newton-Raphson Load Flow Power flow equation เปนสมการที่กลาวถึงการเกิน Limit ตางๆ สายสง

196

ิธ์ ห

ขอใดไมถูกตองสําหรับการวิเคราะห Load Flow คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

Load Bus เรียกอีกอยางหนึ่งวา Voltage-Controlled Bus Swing Bus เรียกอีกอยางหนึ่งวา Slack Bus การวิเคราะห Load Flow ทําใหไดกําลังสูญเสียในสายสงดวย วิธี Newton-Raphson ใช Jacobian Matrix

ส อ ข กร

197 ขอใดถูกตองสําหรับการวิเคราะห Load Flow

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

วิธี Fast Decoupled Load Flow พัฒนามาโดยตรงมาจากวิธี Gauss-Seidel Load Flow

คําตอบ 2 :

การวิเคราะห Load Flow โดยวิธีทั่วๆไป สามารถปองกันการจายกําลังเกินของเครื่องกําเนิดไฟฟาได

คําตอบ 3 :

Slack Bus เปนบัสที่ตองทราบกําลังไฟฟารีแอกทีฟที่เครื่องกําเนิดไฟฟาจาย

คําตอบ 4 :

ผิดทุกขอ

198

ว ศ ิ าว

ภ ส

ขอใดไมใชผลลัพธที่ไดจากการวิเคราะห Load Flow โดยวิธีทั่วๆไป คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ิท ส น ว ง

แรงดันที่แตละบัส

กําลังไฟฟาจริงที่เครื่องกําเนิดไฟฟาแตละตัวจาย กําลังสูญเสียในระบบสายสง ทุกขอเปนผลลัพธจากการวิเคราะห Load Flow

199 ขอใดเปนขั้นตอนแรกที่สุดในการเริ่มวิเคราะห Load Flow โดยวิธีทั่วๆไป


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

สมมุติกําลังไฟฟาจริงที่บัสตางๆ ยกเวน Load Bus

คําตอบ 2 :

แกสมการ Power Balance ที่แตละบัส

คําตอบ 3 :

สมมุติแรงดันที่บัสตางๆ

คําตอบ 4 :

คํานวณ Jacobian Matrix

65 of 201

200

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ในการคํานวณโหลดโฟลวดวยวิธี Gauss-Seidel หากตองการเพิ่มความเร็วในการคํานวณจะใช Acceleration factor เพื่อปรับคาแรงดัน คา Acceleration factor ที่เหมาะสมควรจะมีคาประมาณเทาใด คําตอบ 1 :

ไมเกิน 0.5

คําตอบ 2 :

0.8 ถึง 1.0 1.4 ถึง 1.6 มากกวา 2.0

คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

201

ิธ์ ห

หากเปรียบเทียบการคํานวณโ���ลดโฟลวดวยวิธี Newton-Raphson กับวิธี Fast Decoupled ขอใดถูกตอง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

วิธี Newton-Raphson ไดผลลัพธรวดเร็วและแมนยํากวา

คําตอบ 2 :

วิธี Fast Decoupled ไดผลลัพธรวดเร็วและแมนยํากวา

คําตอบ 3 :

วิธี Newton-Raphson ไดผลลัพธรวดเร็วกวา แตมีความแมนยํานอยกวา

คําตอบ 4 :

วิธี Fast Decoupled ไดผลลัพธรวดเร็วกวา แตมีความแมนยํานอยกวา

ส อ ข กร

202

ในการคํานวณโหลดโฟลว บัสที่ถูกกําหนดมุมเฟสมาใหคือบัสใด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

203

Load bus Voltage-controlled bus Slack bus Jacobian bus

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส

ระบบไฟฟากําลังระบบหนึ่งมีจํานวนบัสทั้งหมด 10 บัส โดยเลือกจะเลือก 1 บัสใหเปนบัสสแล็ค (Slack bus) สําหรับบัสที่เหลือจะกําหนดใหเปนบัสควบคุมแรงดัน (Voltage-controlled bus) จํานวน 3 บัส และที่เหลืออีก 6 บัสกําหนดใหเปนบัสโหลด (Load bus) หากวิเคราะหโหลดโฟลวดวยวิธี Newton-Raphson เมตริกซจาโคเบียน (Jacobian matrix) จะมีจํานวนแถวเปนเทาไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

20 แถว 18 แถว 15 แถว 9 แถว

204 พิจารณาระบบไฟฟากําลังในรูป กําหนดใหบัส 1 เปนบัสสแล็คและบัส 2 เปนบัสโหลด หลังจากการคํานวณโหลดโฟลวจบลง ปรากฎวาแรงดันที่บัส 2 มีคา 0.9-j0.1 pu. จงคํานวณคากําลังไฟฟาที่เครื่อง


กําเนิดไฟฟาที่บัส 1 จาย กําหนดคาฐานคือ 100 MVA 66 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

205

ิธ์ ห

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

ภ ส คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

540 MW , 80 MVAR 560 MW , 120 MVAR 580 MW , 160 MVAR 600 MW , 200 MVAR

700 MW , 590 MVAR 700 MW , 630 MVAR 700 MW , 660 MVAR 700 MW , 700 MVAR

ิท ส น ว ง


ขอที่ :

206

67 of 201

ขอแตกตางระหวาง Swing bus กับ Generator bus คืออะไร? คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

Swing bus ไมมีเครื่องกําเนิด Generator bus มีเครื่องกําเนิด Swing bus ไมมีทั้งเครื่องกําเนิดและไมมีโหลด แต Generator bus มี Swing bus ทราบคาแรงดันและมุมเฟส แต Generator bus ทราบคาแรงดันและกําลังไฟฟาจริง Swing bus ทราบคาแรงดันและกําลังไฟฟาจริง แต Generator bus ทราบคาแรงดันและมุมเฟส

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

207 ขอใดไมใชวัตถุประสงคของการศึกษา Load Flow

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

วางแผนสรางโรงจักร

คําตอบ 2 :

ขยายระบบสงและระบบจําหนาย

คําตอบ 3 :

เลือกพิกัดอุปกรณปองกัน

คําตอบ 4 :

หาพิกัดของอุปกรณในระบบสงและระบบจําหนาย

208

ิท ส น ว ง

หากใชสูตรในการหากําลังไฟฟาปรากฏไหลเขาบัส kใดๆ เปนดังสมการที่กําหนดให ขอใดกลาวถูกตอง

ขอที่ :

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

คากําลังไฟฟารีแอคตีฟมีคาเปนบวกกรณี PF. ลาหลัง

คําตอบ 2 :

คากําลังไฟฟาจริงมีคาเปนบวกกรณี PF. ลาหลัง

คําตอบ 3 :

คากําลังไฟฟาจริงมีคาเปนบวกกรณี PF. นําหนา

คําตอบ 4 :

คากําลังไฟฟารีแอคตีฟมีคาเปนบวกกรณี PF. นําหนา

ว ศ ิ าว

209

จากรูปจงหากําลังไฟฟารวมที่บัสที่ 1

ภ ส

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 :

0.05+j0.4 0.45+j0.5 0.55+j0.6

ิธ์ ห


คําตอบ 4 :

0.5+j0.2 68 of 201

ขอที่ :

210 จากรูปจงหากําลังไฟฟารวมที่บัสที่ 2

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

-0.6+j0.3 0.6+j0.3 0.4+j0.1 -0.4-j0.1

ิธ์ ห

211

ิท ส น ว ง

จงหาคาตัวแปร x และ y ในสมการตอไปนี้ดวยวิธีของเกาส-ไซเดิล เมื่อกําหนดคาเริ่มตน x = -1, y=1 เมื่อคํานวณผานรอบที่ 2

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

212

x = -0.9525, y = 0.8253 x = -0.9375, y = 0.6251 x = -0.9023, y = 0.5488 x = -0.8945, y = 0.9255

ว ศ ิ าว

ส อ ข กร

ภ ส

จงหาคาตัวแปร x และ y ในสมการตอไปนี้ดวยวิธีของเกาส เมื่อกําหนดคาเริ่มตน x = -1, y=1 เมื่อคํานวณผานรอบที่ 2

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

x = -0.9525, y = 0.8253 x = -0.9375, y = 0.6251 x = -0.9023, y = 0.5488 x = -0.8945, y = 0.9255


ขอที่ :

213 จากรูปและคาที่กําหนดใหจงหา Y11 L1: Y1 = 0.943 – j3.302 pu. L2: Y2 = 0.962 – j4.808 pu. L3: Y3 = 1.667 – j5.0 pu.

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

69 of 201

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

1.905-j8.11 -1.905+j8.11 0.943 – j3.302 -0.943 + j3.302

ส อ ข กร

214

ว ศ ิ าว

ภ ส

จากวงจรและสมการที่กําหนดให ขอใดคือจาโคเบียนเมตริกซยอย J1

ิท ส น ว ง


70 of 201

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 2 :

ภ ส

ิท ส น ว ง


71 of 201

ิธ์ ห

คําตอบ 3 :

ส อ ข กร

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

215

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ว ศ ิ าว

ภ ส

จากวงจรและสมการที่กําหนดให ขอใดคือจาโคเบียนเมตริกซยอย J2

ิท ส น ว ง


72 of 201

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


73 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ิธ์ ห

216 จากวงจรและสมการที่กําหนดให ขอใดคือจาโคเบียนเมตริกซยอย J4

ส อ ข กร

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


74 of 201

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

ภ ส

217

จากวงจรและสมการที่กําหนดให ขอใดคือจาโคเบียนเมตริกซยอย J5

ิท ส น ว ง


75 of 201

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


76 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ิธ์ ห

218 จากวงจรและคาที่กําหนดใหจงหา กําลังไฟฟาจริงที่บัส 2

ส อ ข กร

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ว ศ ิ าว

ภ ส 1.4 -0.6 0.1 -1.2

219

จากวงจรและคาที่กําหนดใหจงหา กําลังไฟฟาจริงที่บัส 3

ิท ส น ว ง


77 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

1.4 -0.6 0.1 -1.2

ิธ์ ห

220 จากวงจรและคาที่กําหนดใหจงหา กําลังไฟฟารีแอคตีฟที่บัส 2

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

ภ ส คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

1.4 -0.6 0.1 -1.2

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิท ส น ว ง


ขอที่ :

221

78 of 201

จากวงจรและคาที่กําหนดใหจงหา กําลังไฟฟารีแอคตีฟที่บัส 3

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

1.4 -0.6 -0.5 -1.2

ส อ ข กร

222

ิท ส น ว ง

จงแกสมการตอไปนี้ดวยวิธีของ Gauss-Seidel เมื่อจบรอบการคํานวณที่สาม เมื่อ x – 2y -1 = 0, x +4y – 4 = 0 โดยใชคาเริ่มตน x=0, y=0 คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

223

x = 1.75 , y = 0.5625 x = 1.23 , y = 0.6235 x = 2.12 , y = 0.7325 x = 2.03 , y = 1.0215

ว ศ ิ าว

ภ ส

แรงดันที่ขั้วของเครื่องกําเนิดไฟฟาสามารถเพิ่มใหสูงขึ้นไดโดย คําตอบ 1 : คําตอบ 2 :

ขอที่ :

เพื่มกระแสกระตุน (exciting current) ใหมากขึ้น ลดกระแสกระตุน (exciting current) ใหนอยลง

คําตอบ 3 :

หมุนความเร็วโรเตอรใหมากขึ้น

คําตอบ 4 :

ลดความเร็วโรเตอรใหนอยลง

224 ระบบจําหนายที่เดินสายเปนระยะทางไกลๆ มีแรงดันตกมาก ดังนั้นถาตองการเพิ่มแรงดันปลายทางใหสูงขึ้น ควรดําเนินการอยางไรที่เหมาะสมที่สุดสําหรับปญหาดังกลาว


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ใสคาปาซิเตอรที่ปลายสายเพื่อยกแรงดันใหสูงขึ้น

คําตอบ 2 :

เพิ่มแทปหมอแปลงตนทางใหสูงขึ้น

คําตอบ 3 :

เพิ่มแรงดันทางดานแรงสูงของหมอแปลง

คําตอบ 4 :

ลดโหลดใหนอยลง

79 of 201

225

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

อุปกรณหรือสวนประกอบไฟฟาใดที่เปนตัวจายกําลังไฟฟารีแอกตีฟ (Q)เขาสูระบบไฟฟา

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

สายสงเหนือดินระยะสั้น

คําตอบ 2 :

โหลดมอเตอร

คําตอบ 3 :

สายสงใตดินระยะสั้น

คําตอบ 4 :

คาปาซิเตอร

226

ิธ์ ห

หมอแปลงสองชุด A, B เหมือนกันทุกประการ นํามาตอขนานกันชวยกันจายโหลดขนาด P=1000 kW, Q=800 kVAR ถาลดแทปดานปฐมภูมิของหมอแปลง A ลง 2% กําลังไฟฟาที่ไหลผานหมอ แปลง A, B คําตอบใดที่ใกลเคียงความเปนจริงมากที่สุด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

PA=500 kW, PB=500 kW, QA=400 kW, QB=400 kW PA=500 kW, PB=500 kW, QA=300 kVAR, QB=500 kVAR PA=500 kW, PB=500 kW, QA=500 kVAR, QB=300 kVAR PA=400 kW, PB=600 kW, QA=400 kVAR, QB=400 kVAR

ส อ ข กร

227

ิท ส น ว ง

หมอแปลงสองชุด A, B เหมือนกันทุกประการ นํามาตอขนานกันชวยกันจายโหลดขนาด P=1000 kW, Q=800 kVAR ถาปรับมุมของหมอแปลง A ทางดานทุติยภูมิใหมีมุมแรงดันไฟฟานําหนาหมอ แปลง B 2 องศา กําลังไฟฟาที่ไหลผานหมอแปลง A, B คําตอบใดที่ใกลเคียงความเปนจริงมากที่สุด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

228

PA=500 kW, PB=500 kW, QA=400 kVAR, QB=400kVAR PA=500 kW, PB=500 kW, QA=500 kVAR, QB=300kVAR PA=500 kW, PB=500 kW, QA=300 kVAR, QB=500kVAR PA=600 kW, PB=400 kW, QA=400 kVAR, QB=400kVAR

ว ศ ิ าว

ภ ส

ระบบไฟฟากําลังระบบหนึ่งเมื่อวัดแรงดันที่ปลายสายสงที่เชื่อมระหวาง bus 1 และ bus 2 ไดดังดานลางนี้ คากําลังไฟฟาจริง P มีทิศทางใด คําตอบ 1 :

ไหลจาก bus 1 ไป bus 2

คําตอบ 2 :

ไหลจาก bus 2 ไป bus 1

คําตอบ 3 :

ไหลเขาทั้ง bus 1 และ bus 2

คําตอบ 4 :

ไมมีการไหล


ขอที่ :

229 ระบบไฟฟากําลังระบบหนึ่งเมื่อวัดแรงดันที่ปลายสายสงที่เชื่อมระหวาง bus 1 และ bus 2 ไดดังดานลางนี้ คากําลังไฟฟาเสมือน Q มีทิศทางใด

ขอที่ :

ขอที่ :

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ไหลจาก bus 1 ไป bus 2

คําตอบ 2 :

ไหลจาก bus 2 ไป bus 1

คําตอบ 3 :

ไหลเขาทั้ง bus 1 และ bus 2

คําตอบ 4 :

ไมมีการไหล

ปรับมุมของแรงดันของ Generator ใหนําหนา มุมของแรงดันของ infinite bus

คําตอบ 2 :

ปรับมุมของแรงดันของ Generator ใหลาหลัง มุมของแรงดันของ infinite bus

คําตอบ 3 :

ปรับขนาดของแรงดันของ Generator ใหมากกวาขนาดของแรงดันของ infinite bus

คําตอบ 4 :

ปรับขนาดของแรงดันของ Generator ใหนอยกวาขนาดของแรงดันของ infinite bus

ิธ์ ห

231 Generator ตัวหนึ่งตออยูกับ infinite bus ถาตองการให Generator ตัวนี้จายกําลังไฟฟาเสมือน (Reactive Power) ใหกับ infinite bus จะตองทําอยางไร

ิท ส น ว ง

คําตอบ 1 :

ปรับมุมของแรงดันของ Generator ใหนําหนา มุมของแรงดันของ infinite bus

คําตอบ 2 :

ปรับมุมของแรงดันของ Generator ใหลาหลัง มุมของแรงดันของ infinite bus

คําตอบ 3 :

ปรับขนาดของแรงดันของ Generator ใหมากกวาขนาดของแรงดันของ infinite bus

คําตอบ 4 :

ปรับขนาดของแรงดันของ Generator ใหนอยกวาขนาดของแรงดันของ infinite bus

ส อ ข กร

232

การชดเชยสายสง (Line compensation) แบบใดถูกใชเพื่อแกไขปญหา Ferranti Effect

ว ศ ิ าว

คําตอบ 1 :

ตอตัวเก็บประจุอนุกรมกับสายสง

คําตอบ 2 :

ตอตัวเก็บประจุขนานกับสายสง

คําตอบ 3 :

ตอตัวเหนี่ยวนําอนุกรมกับสายสง

คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

230 Generator ตัวหนึ่งตออยูกับ infinite bus ถาตองการให Generator ตัวนี้จายกําลังไฟฟาจริง (Real Power) ใหกับ infinite bus จะตองทําอยางไร คําตอบ 1 :

233

ภ ส

ตอตัวเหนี่ยวนําขนานกับสายสง

อุปกรณไฟฟาอันใดไมสามารถจายคา reactive power เขาสูระบบ คําตอบ 1 :

เครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัส

คําตอบ 2 :

หมอแปลงไฟฟา

คําตอบ 3 :

สายสงเหนือดิน

คําตอบ 4 :

load ชนิดตัวเก็บประจุ

80 of 201


ขอที่ :

234 การควบคุมกําลังงานไฟฟารีแอคทีฟของเครื่องกําเนิดไฟฟาในขอใดทําใหเกิดประสิทธิผลสูงสุด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ปรับคากระแสกระตุนสนาม (Field Exciting Current) ของเครื่องกําเนิดไฟฟา

คําตอบ 2 :

ปรับคามุมกําลังงานไฟฟา (Power Angle) ของเครื่องกําเนิดไฟฟา

คําตอบ 3 :

ปรับคากําลังงานทางกลที่จายใหแกเครื่องกําเนิดไฟฟา

คําตอบ 4 :

ปรับความเร็วรอบของเครื่องกําเนิดไฟฟา

81 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

235 การควบคุมกําลังงานไฟฟาจริงของเครื่องกําเนิดไฟฟาในขอใดทําใหเกิดประสิทธิผลสูงสุด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ปรับคากระแสกระตุนสนาม (Field Exciting Current) ของเครื่องกําเนิดไฟฟา

คําตอบ 2 :

ปรับความเร็วรอบของเครื่องกําเนิดไฟฟา

คําตอบ 3 :

ปรับกําลังงานทางกลที่จายใหแกเครื่องกําเนิดไฟฟา

คําตอบ 4 :

ปรับคาเพาเวอรแฟคเตอรของเครื่องกําเนิดไฟฟา

ิธ์ ห

236

สายสง 275 kV คาคงตัววางนัยทั่วไป A = 0.85exp(j5.0 deg) และ B = 200exp(j75.0 deg) มีความตองการรักษาแรงดันปลายทางไวที่ 275 kV ถาปลายทางมีภาระที่ตัวประกอบกําลังเทากับ 1 จง หา torque angle คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

20 deg 21 deg 22 deg 23 deg

ส อ ข กร

237

ิท ส น ว ง

สายสง 275 kV คาคงตัววางนัยทั่วไป A = 0.85exp(j5.0 deg) และ B = 200exp(j75.0 deg) จงคํานวณกําลังของภาระที่ตัวประกอบกําลังเทากับ 1 สามารถเอาไดที่ปลายทาง โดยแรงดันปลายทาง ยังคงรักษาไวไดที่ 275 kV คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

238

ว ศ ิ าว

107.6 MW 117.6 MW 127.6 MW 137.6 MW

ภ ส

กําลังไฟฟาชนิดใดมีผลในการควบคุมความถี่ของระบบไฟฟากําลัง คําตอบ 1 :

กําลังไฟฟาเสมือน

คําตอบ 2 :

กําลังไฟฟาปรากฎ

คําตอบ 3 :

กําลังไฟฟาจริง

คําตอบ 4 :

ไมมีคําตอบที่ถูกตอง


ขอที่ :

239

82 of 201

การลดลงของความถี่ระบบไฟฟากําลังอาจเกิดจากสาเหตุในขอใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ปริมาณความตองการกําลังไฟฟาจริงลดลง

คําตอบ 2 :

ปริมาณความตองการของกําลังไฟฟาจริงเพิ่มขึ้น

คําตอบ 3 :

ปริมาณความตองการของกําลังเสมือนลดลง

คําตอบ 4 :

ปริมาณความตองการของกําลังเสมือนเพิ่มขึ้น

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

240 คาแรงดันที่บัสบารสามารถทําใหเพิ่มขึ้นไดโดยวิธีใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ตอรีแอกเตอรขนานเขาไป

คําตอบ 2 :

ตอคาความตานทานขนานเขาไป

คําตอบ 3 :

ตอตัวเก็บประจุขนานเขาไป

คําตอบ 4 :

ไมมีคําตอบที่ถูกตอง

241 ทานสามารถเพิ่มการสงของกําลังไฟฟาจริงในสายสงไดโดยวิธีใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ตอรีแอกเตอรเขาไปอนุกรมกับสายสง

คําตอบ 2 :

ตอคาปารเตอรเขาไปอนุกรมกับสายสง

คําตอบ 3 :

ตอรีแอกเตอรเขาไปขนานกับสายสง

คําตอบ 4 :

ตอคาปารเตอรเขาไปขนานกับสายสง

ส อ ข กร

242

กําลังไฟฟาเสมือน(Q) มีผลตอการควบคุมตัวแปรใดในระบบไฟฟากําลัง แรงดัน

คําตอบ 2 :

ความถี่

คําตอบ 3 :

ความเร็วรอบเครื่องกําเนิดไฟฟา

คําตอบ 4 : ขอที่ :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 1 :

243

ภ ส มุมโรเตอร

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห


83 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

Autotransformer Tap changing under load transformer Magnitude control regulating transformer Phase control regulating transformer

ส อ ข กร

244

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห

ระบบควบคุม ALFC (automatic load frequency control) ของเครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสซึ่งทํางานโดยตอขนานกับระบบไฟฟากําลังขนาดใหญ ทําหนาที่ใดตอไปนี้

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ควบคุมขนาดของแรงดันที่ขั้วเครื่องกําเนิดไฟฟา

คําตอบ 2 :

ควบคุมมุมเฟสของแรงดันที่ขั้วเครื่องกําเนิดไฟฟา

คําตอบ 3 :

ควบคุมกําลังผลิตจริงของเครื่องกําเนิดไฟฟา

คําตอบ 4 :

ควบคุมกําลังผลิตรีแอกทีฟของเครื่องกําเนิดไฟฟา

245

ว ศ ิ าว

ภ ส

อุปกรณควบคุมชนิดใดตอไปนี้ไมจัดอยูในประเภทเดียวกับอุปกรณควบคุมอื่น คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

246

Tab-Changing Transformer Phase-Shifter Transformer Capacitor Bank Synchronous Condenser


การทํางานของระบบ Automatic Generation Control หมายถึงขอใดตอไปนี้ คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

Economic Dispatch Load-Frequency Control Power System Stabilizer ขอ 1 และ 2

84 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

247

ในระบบไฟฟากําลัง ถามีโหลดของระบบไฟฟามากขึ้นจะทําใหแรงดันไฟฟาของระบบลดลง นั่นคือที่บัสไหนที่มีโหลดมากจะทําใหแรงดันที่บัสนั้นตกลง จึงจําเปนตองใชอุปกรณใดตอเขาที่บัสเพื่อยก ระดับแรงดันไฟฟาใหสูงขึ้น คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

Resistor Conductor Inductor Capacitor

ิธ์ ห

248

การควบคุมกําลังไฟฟาจริงดวยหมอแปลงไฟฟา โดยแรงดันไฟฟาที่ออกจากหมอแปลงจะมีมุมเฟสตางจากแรงดันไฟฟาที่เขาหมอแปลง แตขนาดของแรงดันไมเปลี่ยนแปลง เราเรียกหมอแปลงชนิดนี้วา อะไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

Auto Transformer Phase Transformer Phase Shift Transformer Phase Angle Transformer

ส อ ข กร

249

ขอใดไมจัดเปนวิธีควบคุมการไหลของกําลังไฟฟาโดยตรง ปรับ Tap ของหมอแปลงไฟฟา

คําตอบ 2 :

ติดตั้งชุดตัวเก็บประจุแบบปรับคาได

คําตอบ 3 :

ติดตั้ง Syncronous Motor

คําตอบ 4 : ขอที่ :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 1 :

ภ ส

เปลี่ยนการจัดเรียงบัสในสถานีไฟฟา

250 Phase-shifting transformer ทําหนาที่อะไรในระบบไฟฟากําลัง คําตอบ 1 :

เพิ่มระดับแรงดัน

คําตอบ 2 :

ลดระดับแรงดัน

คําตอบ 3 :

ควบคุมการไหลของกําลังจริง

คําตอบ 4 :

ควบคุมการไหลของกําลังรีแอกทีฟ

ิท ส น ว ง


ขอที่ :

251 เครื่องกําเนิดไฟฟาขนาดพิกัด 200 MW และ 400MW เดินเครื่องขนานกัน โดยที่ Droop characteristic ของ Governor มีคา 4% และ 5% ตามลําดับ จากสภาวะไรโหลดไปยังสภาวะโหลดเต็มที่ 85 of 201 กําหนดใหเครื่องกําเนิดไฟฟาทํางานที่ความถี่ 50 Hz ในสภาวะไรโหลด หากโหลดมีคา 600 MW เครื่องกําเนิดไฟฟาแตละตัวจะจายโหลดเทาไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ตัวแรกจาย 169 MW ตัวที่สองจาย 431 MW

คําตอบ 2 :

ตัวแรกจาย 200 MW ตัวที่สองจาย 400 MW

คําตอบ 3 :

ตัวแรกจาย 231 MW ตัวที่สองจาย 369 MW

คําตอบ 4 :

ตัวแรกจาย 250 MW ตัวที่สองจาย 350 MW

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

252 การควบคุมการไหลของโหลด VAR ทําไดอยางไร?

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

หมุนโรเตอรของเครื่องกําเนิดไฟฟาใหเร็วขึ้น

คําตอบ 2 :

หมุนโรเตอรของเครื่องกําเนิดไฟฟาใหชาลง

คําตอบ 3 :

ปรับมุมเฟสของแรงดันที่บัส

คําตอบ 4 :

ปรับระดับแรงดันระหวางบัส

253 การควบคุมการไหลของโหลด WATT ทําไดอยางไร?

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ปรับสวิตชิงชันตรีแอคเตอร

คําตอบ 2 :

ปรับตัวประกอบกําลัง

คําตอบ 3 :

ปรับมุมเฟสของแรงดันที่บัส

คําตอบ 4 :

ปรับระดับแรงดันระหวางบัส

ส อ ข กร

254

ิธ์ ห

ิท ส น ว ง

การใชวิธีการเลื่อนเฟส (phase shift) ของหมอแปลง จะมีผลกระทบอยางไร? มีผลกระทบตอการไหลของโหลด WATT

คําตอบ 2 :

มีผลกระทบตอการไหลของโหลด VAR ทําใหเปลี่ยนไปอยางมาก

คําตอบ 3 :

ระดับแรงดันระหวางบัสเปลี่ยนไป

คําตอบ 4 : ขอที่ :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 1 :

255

ภ ส ไมมีขอถูก

การใชวิธีการปรับจุดแยก(Tap)ของหมอแปลง เพื่อเพิ่มหรือลดขนาดแรงดัน จะมีผลอยางไรกับระบบไฟฟากําลัง? คําตอบ 1 :

มีผลกระทบตอการไหลของโหลด WATT

คําตอบ 2 :

มีผลกระทบตอการไหลของโหลด VAR ทําใหเปลี่ยนไปอยางมาก

คําตอบ 3 :

มีผลทําใหกําลังขาเขาที่เพลาของเครื่องตนกําลังเปลี่ยนไป

คําตอบ 4 :

ไมมีขอถูก


ขอที่ :

256 ขอใดไมถูกตอง

ขอที่ :

86 of 201

คําตอบ 1 :

ใชหมอแปลงเรคกูเลตควบคุมการไหลของกําลังไฟฟารีแอคตีฟ

คําตอบ 2 :

ใชหมอแปลงเฟสชิฟควบคุมการไหลของกําลังไฟฟาจริง

คําตอบ 3 :

กําลังไฟฟารีแอคตีฟที่ไหลผานหมอแปลงที่มีเฟสชิฟตางกันจะมีคาตางกันมาก

คําตอบ 4 :

กําลังไฟฟาจริงจะไหลมากในหมอแปลงที่มีเฟสชิฟนําหนา

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

257 หมอแปลง 2 ลูกขนานกันหมอแปลงลูกที่สองมีอัตราสวนแรงดันสูงกวาลูกที่หนึ่งโดยมีเฟสชิฟเทากัน ขอใดถูกตอง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

กําลังไฟฟาจริงที่ไหลผานหมอแปลงทั้งสองตางกันมาก

คําตอบ 2 :

กําลังไฟฟารีแอคตีฟที่ผานลูกที่สองสูงกวาลูกที่หนึ่ง

คําตอบ 3 :

กําลังไฟฟาปรากฏที่ไหลผานหมอแปลงทั้งสองไมตางกันมาก

คําตอบ 4 :

กําลังไฟฟาจริงที่ผานลูกที่สองต่ํากวาลูกที่หนึ่ง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เครื่องกําเนิดสามารถจายและรับกําลังไฟฟารีแอคตีฟได

คําตอบ 2 :

หมอแปลงรับกําลังไฟฟารีแอคตีฟเสมอ

คําตอบ 3 :

สายเคเบิลจายกําลังไฟฟารีแอคตีฟ

คําตอบ 4 :

โหลดรับกําลังไฟฟาจริง และกําลังไฟฟารีแอคตีฟเสมอ

ส อ ข กร

259

ถาตองการเพิ่มระดับแรงดันบัสใหสูงขึ้นทําไดโดยวิธีใด

ขอที่ :

ิธ์ ห

258 ขอใดไมถูกตอง

ว ศ ิ าว

คําตอบ 1 :

เพิ่มแรงดันโดยใชหมอแปลง

คําตอบ 2 :

ปอนกําลังไฟฟารีแอคตีฟโดยใชเครื่องกําเนิด

คําตอบ 3 :

ตอตัวเก็บประจุที่บัส

คําตอบ 4 :

ถูกทุกขอ

260

ภ ส

ิท ส น ว ง


87 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

0.4+j0.3 p.u. 0.4+j0.05 p.u. 0.4+j0.55 p.u. 0.4-j0.3p.u.

261

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

หมอแปลงขนาด 2000kVA 6% impedance voltage 24kV/416V ใหหากระแสลัดวงจรสามเฟสสูงสุดทางดานแรงสูง เมื่อเกิดลัดวงจรทางดานแรงต่ํา คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

262

48 kA 2.77 kA 46 kA 0.80 kA

ว ศ ิ าว

ภ ส

หมอแปลงขนาด 2000kVA 6% impedance voltage 24kV/416V ใหหากระแสลัดวงจรสามเฟสสูงสุดทางดานแรงต่ํา เมื่อเกิดลัดวงจรทางดานแรงต่ํา คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

48 kA 2.775 kA 46 kA 0.80 kA

263 การไฟฟาตนทางไดกําหนดกระแสลัดวงจรณ.จุดที่จะสรางสถานีไฟฟายอยระบบ 115 kV เปน 100MVA ทําใหทราบวาอิมพีแดนซตนทางทั้งหมดมีคากี่โอหม คําตอบ 1 :

229


คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

502 870 132

88 of 201

264 ขอใดคือกระแส three-phase fault

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ิธ์ ห

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ส อ ข กร

265

ขอใดคือกระแส fault เมื่อเกิด three-phase fault ที่ bus 1 เมื่อ กําหนด

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ว ศ ิ าว

ภ ส –j2.5 –j4 –j5

–j10

266 ขอใดคือกระแส fault เมื่อเกิด three-phase fault ที่ bus 2 เมื่อ กําหนด

ิท ส น ว ง


89 of 201

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

–j2.5

คําตอบ 2 :

–j4

คําตอบ 3 :

–j5

คําตอบ 4 :

–j10

267

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ขอใดคือกระแส fault เมื่อเกิด three-phase fault ที่ bus 3 เมื่อ กําหนด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

–j2.5

คําตอบ 2 :

–j4

คําตอบ 3 :

–j5

คําตอบ 4 :

–j10

ิธ์ ห

ส อ ข กร

268

ขอใดคือกระแส fault เมื่อเกิด three-phase fault ที่ bus 4 เมื่อ กําหนด

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส –j2.5 –j4 –j5

–j10

269 ขอใดตอไปนี้กลาวถูกตอง คําตอบ 1 :

แรงดันไฟฟา ณ จุดที่เกิดความผิดพรอง (Fault point) จะมีคาเปนศูนยในขณะที่เกิดความผิดพรอง


คําตอบ 2 :

พิกัดกระแสของอุปกรณตัดตอนแปรผกผันกับความเร็วในการทํางาน

คําตอบ 3 :

คาอิมพิแดนซเทียบเทาเทวินินของระบบ (Thevenin equivalent system impedance) สามารถหาไดจากคาสมรรถภาพของการลัดวงจร (Short-circuit capability) 90 of 201

คําตอบ 4 : ขอที่ :

โดยทั่วไปพบวาคารีแอคแตนซในภาวะชั่วแวบ (Sub-transient reactance) มีคามากกวาคารีแอคแตนซในภาวะชั่วครู (Transient reactance)

270 ขอใดคือสมมติฐานที่ไมถูกตองในการวิเคราะหความผิดพรอง (Fault analysis)

ขอที่ :

ความตานทาน (Resistance) และความจุไฟฟา (Capacitance) สามารถตัดออกจากการพิจารณาได หมอแปลงไฟฟาทุกตัวมีระดับแรงดันตามจุดแยกที่ระบุไว (Nominal tap)

คําตอบ 3 :

กระแสโหลด (Load current) ไมมีผลตอการคํานวณกระแสผิดพรอง (Fault current)

คําตอบ 4 :

แบบจําลองของเครื่องกําเนิดไฟฟาประกอบดวยแรงเคลื่อนไฟฟาคงที่ (Constant voltage source) ตออนุกรมกับรีแอคแตนซคาหนึ่ง

271 รูปขางลางนี้แสดงวงจรลําดับ (Sequence network) ของการเกิดความผิดพรองแบบใด

ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 :

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห

คําตอบ 1 :

ความผิดพรองแบบสามเฟสสมดุล (Balanced three-phase fault)

คําตอบ 2 :

ความผิดพรองแบบสองเฟสลงดิน (Double line-to-ground fault)

คําตอบ 3 :

ความผิดพรองแบบเฟสเดียวลงดิน (Single line-to-ground fault)

คําตอบ 4 :

ความผิดพรองแบบระหวางเฟส (Line-to-line fault)

ว ศ ิ าว

272

โหลดตอแบบ Y สมมาตร รับไฟจากแหลงจายไฟสามเฟสที่มีแรงดันเฟส-เฟส (Line voltage) 230 kV และมีกระแสไหล 850 A เลือกแรงดันไฟฟาฐาน 250 kV (Line voltage) และกําลังไฟฟาฐาน 600 MVA (3 เฟส) แรงดันไฟฟาของโหลดเปอรยูนิตมีคาเทาไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ภ ส 0.88 0.92 0.95 0.97

273 โหลดตอแบบ Y สมมาตร รับไฟจากแหลงจายไฟสามเฟสที่มีแรงดันเฟส-เฟส (Line voltage) = 230 kV และมีกระแสไหล 850 A เลือกแรงดันไฟฟาฐาน 250 kV (Line voltage) และกําลังไฟฟา ฐาน 600 MVA (3 เฟส) กําลังไฟฟาของโหลดเปอรยูนิตมีคาเทาไร คําตอบ 1 :

0.326


คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

0.452 0.564 0.672

91 of 201

274 โหลดตอแบบ Y สมมาตร รับไฟจากแหลงจายไฟสามเฟสที่มีแรงดันเฟส-เฟส (Line voltage) = 230 kV และมีกระแสไหล 850 A เลือกแรงดันไฟฟาฐาน 250 kV (Line voltage) และกําลังไฟฟา ฐาน 600 MVA (3 เฟส) อิมพีแดนซฐานมีคาเทาไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

275 G1 : 100 MVA 12kV X = 10% T1 : 150 MVA 115kV /14kV X = 10% T2 : 120 MVA 115kV /8kV X = 15% LINE :1+ j 4 Ohms M1 : 50 MVA 6.6kV X = 10% คาเปอรยูนิ ตอิมพีแดนซของสายมีคาเทากับเทาไร เมื่อกําหนดฐานอยูที่สายสง(LINE) และกําลังไฟฟาฐานเทากับ 200 MVA

ิธ์ ห

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

0.015+j0.06 0.03+j0.12 0.008+j0.03 0.04+j0.16

ว ศ ิ าว

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

276 G1 : 100 MVA 12kV X = 10% T1 : 150 MVA 115kV /14kV X = 10% T2 : 120 MVA 115kV /8kV X = 15% LINE :1+ j 4 Ohms M1 : 50 MVA 6.6kV X = 10% คาเปอรยูนิตรีแอ คแตนซของมอเตอรมีคาเทาใด เมื่อกําหนดฐานอยูที่สายสง(LINE) และกําลังไฟฟาฐานเทากับ 200 MVA

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

104.2 โอหม 106.7โอหม 108.6 โอหม 110.4โอหม

ภ ส 0.185 0.272 0.298 0.314

277 จากรูปคา Ybus matrix มีคาตรงกับขอใด


92 of 201

คําตอบ 1 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

คําตอบ 2 :

ส อ ข กร

คําตอบ 3 :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

278

ภ ส

ิท ส น ว ง

กําหนดให Zbus มีคาตามที่กําหนดในเมตริกซ หากเกิดลัดวงจรสามเฟสที่บัส 1 โดยที่แรงดันกอนลัดวงจรเทากับ 1+j0 pu. กระแสลัดวงจรมีคาเทากับเทาใด

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

-j7.7 pu -j12.5 pu. -j20.0 pu. -j14.3 pu.


ขอที่ :

279 จากขอมูล Z

คําตอบ 1 :

ที่กําหนดใหขางลางนี้ จงคํานวณหาคาแรงดันไฟฟาหลังเกิดฟอลตที่บัส 1 เมื่อเกิดฟอลตแบบสมมาตรที่บัส 4 เมื่อแรงดันไฟฟากอนการเกิดฟอลตเทากับ 1 pu มุม 0 องศา

0.3244 pu 0.3755 pu 0.3852 pu 0.3996 pu

คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

93 of 201

bus

ิธ์ ห

280 จากขอมูล Z

bus

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิท ส น ว ง

ที่กําหนดใหขางลางนี้ จงคํานวณหาคาแรงดันไฟฟาหลังเกิดฟอลตที่บัส 3 เมื่อเกิดฟอลตแบบสมมาตรที่บัส 4 เมื่อแรงดันไฟฟากอนการเกิดฟอลตเทากับ 1 pu มุม 0 องศา

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ภ ส

0.3244 pu 0.3451 pu 0.3755 pu 0.3952 pu

281 จากขอมูล Zbus ที่กําหนดใหขางลางนี้ จงคํานวณหาคากระแสไฟฟาหลังเกิดฟอลตระหวางบัส 1 และ 3 เมื่อเกิดฟอลตแบบสมมาตรที่บัส 4 เมื่อแรงดันไฟฟากอนการเกิดฟอลตเทากับ 1 pu มุม 0 องศา


และอิมพิแดนซระหวางบัส 1 และ 3 เทากับ j0.25 pu 94 of 201

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

282

คําตอบ 1 :

j0.2044 j0.4044 -j0.2044 -j0.4044

ภ ส

ว ศ ิ าว

3x3

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง


คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

4x4 5x5 6x6

95 of 201

283 ขอใดไมเกี่ยวของกับขนาดของ DC component ของกระแสลัดวงจรแบบสามเฟสที่เกิดขึ้นที่เครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัส

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ขนาดพิกัดแรงดันของเครื่องกําเนิดไฟฟา

คําตอบ 2 :

คาอิมพีแดนซลําดับศูนยของเครื่องกําเนิดไฟฟา

คําตอบ 3 :

มุมบนรูปคลื่นแรงดันไฟฟาขณะที่เกิดการลัดวงจร

คําตอบ 4 :

คา transient reactance ในแนวแกน direct ของเครื่องกําเนิดไฟฟา

284 จากรูปจงคํานวณหาคาขนาด IC (Interrupting Capacity) ของเบรกเกอร A

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

285

17 kA 20 kA 23 kA 30 kA

ว ศ ิ าว

ส อ ข กร

ภ ส

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห

จากรูป เกิดลัดวงจรสามเฟสที่บัส 3 คากระแสลัดวงจรมีคาเทาใด โดยที่แรงดันไฟฟาที่บัส 3 ขณะจายโหลดปกติมีคาเทากับ 0.95+j0 pu. แรงดันภายในเครื่องกําเนิดเทากับ 1.055+j0.182 pu. และแรง ดันภายในมอเตอรเทากับ 0.88-j0.121 pu.

คําตอบ 1 :

–j6.95 pu.


คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

-j7.92 pu. -j8.12 pu. -j8.85 pu.

96 of 201

286 เครื่องกําเนิด 100 MVA 13.8 kV รีแอกแตนซชั่วแวบ 0.15 pu สงกําลังไฟฟาใหกับมอเตอร 100 MVA 13.8 kV รีแอกแตนซชั่วแวบ 0.20 pu โดยผาน 2 หมอแปลง 100 MVA 138/13.8 kV รี แอกแตนซฟลักซรั่ว 0.10 pu ระหวางหมอแปลงมีสายสงรีแอกแตนซ 20 ohm จงหาอิมพิแดนซ Thevenin สําหรับการคํานวณกระแสลัดวงจรที่จุดตอระหวางเครื่องกําเนิดกับหมอแปลง คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

287

ิธ์ ห

การลัดวงจรแบบใดมีโอกาสเกิดสูงสุดในระบบไฟฟากําลัง คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

j 0.106 pu j 0.116 pu j 0.126 pu j 0.136 pu

Three phase fault Double line fault Double line to ground fault Single line to ground fault

288

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

เครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสมีพิกัด 500 เมกะโวลตแอมแปร 13.8 กิโลโวลต 50 เฮิรตซ คารีแอคแตนซในภาวะชั่วแวบ (Sub-transient reactance) เทากับ 0.2 ตอหนวย ในขณะที่เครื่องกําเนิดไฟฟา กําลังทํางานในภาวะไรโหลด ไดเกิดการลัดวงจรแบบสามเฟส (Three-phase short circuit) ขึ้นที่ขั้วของเครื่องกําเนิดไฟฟา จงคํานวณหาคา rms ของกระแสลัดวงจรที่เกิดขึ้น คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

289

20.9 กิโลแอมแปร 104.6 กิโลแอมแปร 181.2 กิโลแอมแปร 313.8 กิโลแอมแปร

ว ศ ิ าว

ภ ส

สมมติวาแรงดันกอนที่จะเกิดความผิดพรอง (Prefault voltage) มีคาเทากับ 1.0 ตอหนวย จงคํานวณหาคาแรงดันที่บัส 1 2 และ 3 ภายหลังจากการเกิดความผิดพรองที่บัส 3 โดยใชขอมูลอิมพิแดนซผิด พรอง (Fault impedance) และบัสอิมพิแดนซเมทริกซตอไปนี้

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

0.35 0.47 และ 0.53 pu. 0.65 0.53 และ 0.47 pu. 0.24 0.32 และ 0.68 pu. 0.76 0.68 และ 0.32 pu.


ขอที่ :

290

97 of 201

เครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสมีพิกัด 500 เมกะโวลตแอมแปร 20 กิโลโวลต 50 เฮิรตซ คารีแอคแตนซในภาวะชั่วแวบ (Sub-transient reactance) เทากับ 0.15 ตอหนวย ในขณะที่เครื่องกําเนิดไฟฟา กําลังจายโหลดที่พิกัดกําลังและแรงดัน โดยมีคาตัวประกอบกําลังแบบตาม (Lagging power factor) เทากับ 0.9 ไดเกิดการลัดวงจรแบบสามเฟส (Three-phase short circuit) ขึ้นที่ขั้วของเครื่อง กําเนิดไฟฟา จงคํานวณหาคา rms ของกระแสสลับ คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

90.8 แอมแปร 96.2 แอมแปร 103.3 แอมแปร 179.0 แอมแปร

291

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

เครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสสามเฟสพิกัด 500 kVA 2.4 kV มีคารีแอคแตนซ Sub-transient เทากับ 0.2 pu. ตอกับมอเตอรไฟฟาซิงโครนัสสามเฟสสองตัวขนานกันดังแสดงในรูปขางลางนี้ เมื่อใชพิกัดของเครื่องกําเนิดไฟฟาเปนคาฐาน มอเตอรแตละตัวมีคารีแอคแตนซ Sub-transient เทากับ 0.8 pu. จงคํานวณหาคา rms ของกระแสลัดวงจรที่เกิดขึ้น

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

200 แอมแปร 347 แอมแปร 902 แอมแปร 1562 แอมแปร

ิธ์ ห

ส อ ข กร

292

ิท ส น ว ง

สวนประกอบใดตอไปนี้ไมไดเปนสวนประกอบของกระแสลัดวงจรที่ไหลออกจากเครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัส สวนประกอบกระแสตรง

คําตอบ 2 :

สวนประกอบกระแสสลับฮารมอนิกที่ 1

คําตอบ 3 :

สวนประกอบกระแสสลับฮารมอนิกที่ 3

คําตอบ 4 : ขอที่ :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 1 :

293

ภ ส

สวนประกอบกระแสสลับฮารมอนิกที่ 5

การลัดวงจรแบบใดตอไปนี้ถือวาเปนการลัดวงจรแบบสมมาตร คําตอบ 1 :

การลัดวงจรแบบ 1 เฟส ลงดิน

คําตอบ 2 :

การลัดวงจรแบบ 3 เฟส

คําตอบ 3 :

การลัดวงจรแบบ 2 เฟส

คําตอบ 4 :

การลัดวงจรแบบ 2 เฟส ลงดิน


ขอที่ :

294 ขอความตอไปนี้ขอใด ไมถูกตอง

ขอที่ :

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

รีแอกแตนซของเครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสในสถานะซับทรานเซียนตมีคามากที่สุด

คําตอบ 2 :

การลัดวงจรโดยตรงมีความรุนแรงกวาการลัดวงจรผานอิมพิแดนซ

คําตอบ 3 :

การลัดวงจรแบบ 3 เฟส ลงดิน เปนการลัดวงจรแบบสมมาตร

คําตอบ 4 :

กระแสลัดวงจรในสถานะซับทรานเซียนตมีคามากกวาสถานะทรานเซียนต

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

295

คําตอบ 1 :

จุด P1

คําตอบ 2 :

จุด P2

คําตอบ 3 :

จุด P3

คําตอบ 4 :

จุด P4

ิธ์ ห

ส อ ข กร

296

การผิดพรองในลักษณะใด ถือเปนแบบ Symmetrical Fault คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

98 of 201

297

Three-phase to ground fault single line to ground fault double line to ground fault line-to-line fault

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส

กําหนดใหองคประกอบบางตัวในเมตริกซบัสอิมพิแดนซของระบบที่พิจารณามีคาดังนี้ Z11=j0.28 pu. Z22=j0.25 pu. และ Z12=j0.1 pu. กอนเกิด Three-phase fault ที่บัสที่2 ของระบบ พบวา บัส1 มีขนาดแรงดันเทากับ 0.99 pu. บัส 2 มีขนาดแรงดันเทากับ 1 pu. ขอใดตอไปนี้กลาวถูกตอง คําตอบ 1 :

บัส1 มีคา Short-circuit Capacity สูงกวาบัส2

คําตอบ 2 :

กระแสลัดวงจรแบบสามเฟสที่บัส2 มีคาเทากับ 4 pu.

คําตอบ 3 :

หลังจากเกิดการลัดวงจรที่บัส2 แลวขนาดของแรงดันที่บัส1 มีขนาดเทากับ 0.4 pu.

คําตอบ 4 :

ถูกทั้งขอ ข และ ค


ขอที่ :

298 ฟอลตที่เกิดขึ้นในระบบไฟฟากําลังแบงออกเปน 2 แบบ คือ ฟอลตแบบสมมาตร และฟอลตแบบไมสมมาตร การเกิดฟอลตแบบสมมาตร คือ

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

���กิดการลัดวงจรแบบ 3 เฟส พรอมกัน

คําตอบ 2 :

เกิดการลัดวงจรระหวางสายสองเสน

คําตอบ 3 :

เกิดการลัดวงจรสายสองเสนลงดิน

คําตอบ 4 :

เกิดการลัดวงจรสายเสนเดียวลงดิน

99 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

299

เฟสเซอรขององคประกอบที่สมมาตร ที่มีขนาดเทากันทั้ง 3 เฟส มีมุมตางเฟสเทากันและมีทิศทางไปทางเดียวกัน คือสวนประกอบสวนใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

สวนประกอบลําดับบวก

คําตอบ 2 :

สวนประกอบลําดับลบ

คําตอบ 3 :

สวนประกอบลําดับศูนย

คําตอบ 4 :

โอเปอเรเตอร

ิธ์ ห

300

การคํานวณกระแสลัดวงจรในระบบไฟฟากําลังขนาดใหญ เราไมสามารถเขียนไดอะแกรมเสนเดี่ยวได ดังนั้นการแกปญหาเราตองแปลงไดอะแกรมของระบบใหอยูในรูปของเมตริกซ และเมตริกซที่นิยมใช กันมากและสะดวกที่สุดในการคํานวณกระแสลัดวงจรไดแก

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

YBUS

คําตอบ 2 :

YLOOP

คําตอบ 3 :

ZBUS

คําตอบ 4 :

ZLOOP

301

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส

ขอใดไมใชจุดมุงหมายในการวิเคราะห Symmetrical Fault คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

เพื่อตั้งคา Relay

เพื่อเลือกเครื่องปองกันกระแสเกิน เพื่อใหทราบกําลังสูญเสียของระบบ เพื่อใหทราบแรงที่ใชในการยึดจับอุปกรณ

302 จงคํานวณ Short-Circuit MVA และกระแสลัดวงจรสามเฟสสมดุลตามลําดับ สําหรับหลังหมอแปลง 400V 3 เฟส %Z=4% 500kVA โดยหมอแปลงตออยูกับ Infinite Bus คําตอบ 1 :

12.5 MVA, 18 kA


คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

15.5 MVA, 20 kA 18.5 MVA, 22 kA 20.5 MVA, 25 kA

100 of 201

303 เมื่อเกิดการลัดวงจรขึ้นทันทีที่ขั้วของเครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัส จะแบงชวงเวลาของเหตุการณออกไดเปน 3 ชวง ขอใดเรียงลําดับชวงเวลาของเหตุการณตามลําดับกอนหลังไดถูกตอง คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

Transient period , Subtransient period , Steady-state period Subtransient period , Transient period, Steady-state period Steady-state period , Subtransient period, Transient period Steady-state period , Transient period, Subtransient period

304

พิจารณาระบบไฟฟากําลังซึ่งมีแรงดันลายน(Line-Line Voltage)เทากับ 10 kV หากกระแสลัดวงจรมีคา 10000 A จงคํานวณคา Short-circuit Capacity คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ิธ์ ห

57.7 MVA 100 MVA 173.2 MVA 300 MVA

305

ส อ ข กร

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

306

ภ ส

ว ศ ิ าว

-j4.2 pu. -j5.0 pu. -j5.8 pu. -j6.45 pu.

ิท ส น ว ง


101 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

307

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

308

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

3.3 pu. 3.5 pu. 5.0 pu. 5.25 pu.

ิธ์ ห

ส อ ข กร

0.925 pu. , 0.925 pu. , 0 pu. 0.925 pu. , 0.925 pu. , 0.525 pu. 0.925 pu. , 0.925 pu. , 0.925 pu. 0 pu. , 0 pu. , 0 pu.

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


102 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

150 MVA 200 MVA 250 MVA 300 MVA

ิธ์ ห

309

ิท ส น ว ง

การคํานวณหากระแสผิดพรองแบบใด นําไปกําหนดขนาดพิกัดของเซอรกิตเบรกเกอร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความผิดพรองแบบเฟสเดียวลงดิน

คําตอบ 2 :

ความผิดพรองแบบสองเฟสลัดวงจรลงดิน

คําตอบ 3 :

ความผิดพรองแบบสองเฟสลัดวงจร

คําตอบ 4 :

ความผิดพรองแบบสามเฟสสมดุล

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

310

ขอใดเปนแหลงกําเนิดกระแสลัดวงจรในระบบไฟฟากําลัง คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

311

เครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัส

ภ ส

มอเตอรซิงโครนัส มอเตอรเหนี่ยวนํา ถูกทุกขอ

ย ่ า น ห ำ จ ม า้


103 of 201

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


104 of 201

ขอที่ :

312

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


คําตอบ 4 :

ขอที่ :

105 of 201

313

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


106 of 201

ขอที่ :

314

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


107 of 201

ขอที่ :

315

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


108 of 201

ขอที่ :

316

ิธ์ ห

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ส อ ข กร

คําตอบ 3 :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

317

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ภ ส

ิท ส น ว ง


109 of 201

คําตอบ 1 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

ส อ ข กร

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

318

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


คําตอบ 1 :

110 of 201

คําตอบ 2 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

319

ิธ์ ห

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


คําตอบ 4 :

ขอที่ :

111 of 201

320

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ิท ส น ว ง

ภ ส

321 กระแสลัดวงจรลงดินเฟสเดียวมีโอกาสมากกวากระแสลัดวงจรสามเฟสในกรณีใดบาง คําตอบ 1 :

กรณีที่สายเปนสายใตดิน


ขอที่ :

คําตอบ 2 :

กรณีที่สายเปนสายเหนือดิน

คําตอบ 3 :

กรณีที่มีการตอลงดินโดยตรง

คําตอบ 4 :

กรณีที่มีการตอลงดินผานความตานทาน

112 of 201

322 อิมพีแดนซบวก Z1 (positive) อิมพีแดนซลบ Z2 (negative) อิมพีแดนซศูนย Z0(zero) ของสายสงเหนือดิน มีคาแตกตางกันหรือไมอยางไร? คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

Z1 > Z2 > Z0 Z1 < Z2 < Z0 Z1 = Z2 = Z0 Z1 = Z2 < Z0

323

อิมพีแดนซบวก Z1 (positive) อิมพีแดนซลบ Z2 (negative) อิมพีแดนซศูนย Z0(zero) ของหมอแปลงแบบ core type มีคาแตกตางกันหรือไมอยางไร? คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ิธ์ ห

Z1 > Z2 > Z0 Z1 < Z2 < Z0 Z1 = Z2 = Z0 Z1 = Z2 < Z0

324

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

อิมพีแดนซบวก Z1 (positive) อิมพีแดนซลบ Z2 (negative) อิมพีแดนซศูนย Z0(zero) ของเครื่องกําเนิดไฟฟาแบบขั้วยื่น มีคาแตกตางกันหรือไมอยางไร? คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

Z1 > Z2 > Z0 Z1 < Z2 < Z0 Z1 = Z2 = Z0 Z1 = Z2 > Z0

ว ศ ิ าว

325

ภ ส

ถาหมอแปลง 1000kVA 24kV/416V ทางดานแรงสูงตอแบบเดลตาไมตอลงดิน และทางดานแรงต่ําตอแบบ Y ตอลงดินโดยตรง ถากระแสลัดวงจรลงดินที่เฟส A กระแสไหลในเฟส A, B, C มีคา เปนลําดับดังนี้ 20 kA, 20 kA, 10 kA กระแสซีเควนซศูนยทางดานแรงสูงมีคาเทาใด? คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

173 A 10 kA 20 kA 0 kA

326 ระบบไฟฟากําลังประกอบดวยวงจรเทวินินของเน็ตเวิรกบวก ลบ ศูนยที่ประกอบดวยอิมพีแดนซเทวินินของบวก ลบ ศูนย มีคาเรียงลําดับดังนี้ Z1=0.01 เปอรยูนิต , Z2=0.01 เปอรยูนิต, Z0=0.01 เปอร ยูนิต .ถาเกิดลัดวงจรลงดินที่เฟส A และสมมุตแรงดันมีคา 1.0 เปอรยูนิต ใหหากระแสลัดวงจรลงดินที่เฟส A, B, C เปน เปอรยูนิต


คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

Ia=100 เปอรยูนิต, Ib=0 เปอรยูนิต, Ic =0 เปอรยูนิต Ia=33 เปอรยูนิต, Ib=0 เปอรยูนิต, Ic =0 เปอรยูนิต Ia=11 เปอรยูนิต , Ib=0 เปอรยูนิต , Ic =0 เปอรยูนิต Ia=300 เปอรยูนิต, Ib=0 เปอรยูนิต , Ic =0 เปอรยูนิต

113 of 201

327

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ขอใดถูกตองเกี่ยวกับ Symmetrical Component เมื่อกําหนด

คําตอบ 1 :

ิธ์ ห

คําตอบ 2 :

ส อ ข กร

คําตอบ 3 :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

328

ภ ส

ขอใดคือสูตรกําลังไฟฟา 3 เฟส คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ิท ส น ว ง


ขอที่ :

คําตอบ 3 :

ถูกทั้งคําตอบ 1 และ 2

คําตอบ 4 :

ไมมีขอใดถูก

114 of 201

329 ขอใดคือ Zero sequence circuit ของ Single line diagram ที่กําหนด

ิธ์ ห

คําตอบ 1 :

ส อ ข กร

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


115 of 201

ิธ์ ห

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ส อ ข กร

330

ขอใดคือ Zero sequence circuit ของ Single line diagram ที่กําหนด

ว ศ ิ าว

ภ ส คําตอบ 1 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิท ส น ว ง


116 of 201

คําตอบ 2 :

ิธ์ ห

ส อ ข กร

คําตอบ 3 :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 4 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ภ ส

ิท ส น ว ง


ขอที่ :

331

117 of 201

ขอใดคือกระแส positive sequence ในกรณี single line-to-ground fault คําตอบ 1 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

ิธ์ ห

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

332

ส อ ข กร

ขอใดคือกระแส positive sequence ในกรณี line-to-line fault คําตอบ 1 :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ภ ส

ิท ส น ว ง


ขอที่ :

333

118 of 201

ขอใดคือกระแส positive sequence ในกรณี double line-to-ground fault คําตอบ 1 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

ิธ์ ห

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

334

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

เมื่อเกิดการลัดวงจรจากเฟส b ลงดินโดยตรง ในระบบส���จายไฟฟา เงื่อนไขในขอใดไมถูกตอง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

กระแสไฟฟาลัดวงจรที่เฟส a เทากับศูนย

คําตอบ 2 :

กระแสไฟฟาลัดวงจรที่เฟส b เทากับศูนย

คําตอบ 3 :

กระแสไฟฟาลัดวงจรที่เฟส c เทากับศูนย

คําตอบ 4 :

แรงดันไฟฟาระหวางเฟส b กันดินมีคาเทากับศูนย

335

ว ศ ิ าว

ภ ส

เมื่อเกิดการลัดวงจรระหวางเฟส b กับ c ผานอิมพิแดนซของการเกิดฟอลต Z ในระบบไฟฟาโดยไมคิดผลของกระแสที่ไหลกอนเกิดการลัดวงจร ขอใดไมถูกตอง คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

กระแสไฟฟาของเฟส a มีคาเทากับศูนย ขนาดของกระแสไฟฟาของเฟส b เทากับเฟส c แรงดันไฟฟาระหวางเฟส b กับดินมีคาเทากับแรงดันไฟฟาเฟส c กับดิน ไมมีคําตอบที่ถูกตอง

336 เมื่อเกิดการลัดวงจรระหวางเฟส b กับ c ลงดินผานอิมพิแดนซของการเกิดฟอลตเทากับ z ในระบบไฟฟา ขอใดตอไปนี้ไมถูกตอง คําตอบ 1 :

กระแสไฟฟาลัดวงจรของเฟส a มีคาเทากับศูนย


ขอที่ :

คําตอบ 2 :

แรงดันไฟฟาระหวางเฟส b กับดินมีคาเทากับศูนย

คําตอบ 3 :

แรงดันไฟฟาระหวางเฟส b กับดินเทากับแรงดันไฟฟาระหวางเฟส c กับดิน

คําตอบ 4 :

มีคําตอบมากวา 1 ขอ

119 of 201

337 ลําดับเฟสของแรงดันไฟฟาของสวนประกอบสมมาตรลําดับบวกและลบ คือขอใด ถาลําดับเฟสของระบบไฟฟาคือ abc คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

abc และ abc abc และ acb acb และ abc acb และ acb

338

กําหนดใหแรงดันไฟฟาตอเฟสของเฟส a, b และ c มีขนาดเทากับ 220 โวลต ซึ่งมีมุมเฟสตางกัน 120 องศา(a = 0, b= -120, c =120 องศา) จงหาขนาดของแรงดันไฟฟาของสวนประกอบสมมาตร ลําดับบวก ลบและศูนย คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

V0 = 0 โวลต,V1 = 0 โวลต , V2 = 220 โวลต มุม -120 องศา V0 = 220 โวลต มุม 0 องศา ,V1 = 0 โวลต, V2 = 0 โวลต V0 = 0 โวลต, V1 = 220 โวลต มุม 0 องศา, V2 = 220 โวลต มุม -120 องศา V0 = 0 โวลต ,V1 = 220โวลต มุม 0 องศา, V2 = 0 โวลต

339

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห

ถาระบบไฟฟาเกิดการลัดวงจรของเฟส a ลงดินโดยตรง จงหาคากระแสฟอลตที่เกิดขึ้นเมื่อกําหนดใหแรงดันไฟฟากอนฟอลตในระบบไฟฟาเทากับ 1.05 เปอรยูนิต มุม 0 องศาและคาอิมพิแดนซของ สวนประกอบสมมาตรลําดับบวก ลบและศูนยเทากับ j0.25, j0.1และ j0.2 เปอรยูนิต ตามลําดับ คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

340

-j5.7273 เปอรยูนิต j5.7273 เปอรยูนิต -j1.9091 เปอรยูนิต j1.9091 เปอรยูนิต

ภ ส

ว ศ ิ าว


คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ขอที่ :

0.53 A 1.6 A 0A 0.94 A

120 of 201

341

คําตอบ 1 :

สายสงไฟฟา

คําตอบ 2 :

หมอแปลงไฟฟาสามเฟส

คําตอบ 3 :

มอเตอรไฟฟาเหนี่ยวนําแบบสามเฟส

คําตอบ 4 :

load ตัวเหนี่ยวนําแบบสามเฟส

342

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

343

ภ ส

j5 p.u. -j5 p.u. -j1.67 p.u. 1.67 p.u.

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้


121 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ิธ์ ห

0 p.u. -j2.22 p.u. j2.22 p.u. -3.85 p.u.

ส อ ข กร

344

ิท ส น ว ง

จากเวกเตอรแรงดันไฟฟาในเฟส ABC ที่กําหนด จงหาแรงดันไฟฟาในซีเควนซเน็ตเวิรก ศูนย ของเฟส A

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

345

0 1.155 2 3.464

ว ศ ิ าว

ภ ส

กรณีเกิดลัดวงจรเฟส B-เฟส C ลงดิน (Double line to ground fault) ขอใดไมถูกตอง คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้


คําตอบ 3 :

122 of 201

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

346 กรณีเกิดลัดวงจรเฟส A ลงดิน (Single line to ground fault) ขอใดไมถูกตอง คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ิธ์ ห

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ส อ ข กร

347

ไดอะแกรมของหมอแปลงที่แสดงในรูป เขียนเปนเน็ตเวิรกศูนยไดตามขอใด

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


คําตอบ 3 :

123 of 201

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

348 อิมพีแดนซซึ่งตอกับนิวทรอลของเครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสมีผลตอการไหลของกระแส ลัดวงจรแบบใด คําตอบ 1 : คําตอบ 3 :

Double line fault Single line to ground fault open line

คําตอบ 4 :

ไมมีคําตอบที่ถูกตอง

คําตอบ 2 :

ขอที่ :

ิธ์ ห

349

ิท ส น ว ง

จากขอมูลแรงดันเฟสหลังจากที่เกิดความผิดพรอง (Post-fault phase voltages) จงระบุวาความผิดพรองที่เกิดขึ้นนาจะเปนแบบใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความผิดพรองแบบสามเฟสสมดุล (Balanced three-phase fault)

คําตอบ 2 :

ความผิดพรองแบบสองเสนลงดิน (Double line-to-ground fault)

คําตอบ 3 :

ความผิดพรองแบบเสนเดียวลงดิน (Single line-to-ground fault)

คําตอบ 4 :

ความผิดพรองแบบระหวางเสน (Line-to-line fault)

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

350

จงคํานวณหาคา rms ของกระแสในเฟส a จากแผนภาพการเชื่อมตอวงจรลําดับ (Sequence network connection) ขางลางนี้

ภ ส คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 :

2 เปอรยูนิต 4 เปอรยูนิต 6 เปอรยูนิต


คําตอบ 4 :

8 เปอรยูนิต 124 of 201

ขอที่ :

351

คําตอบ 1 :

ิธ์ ห

0 pu

คําตอบ 2 :

ส อ ข กร

คําตอบ 3 :

352

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ภ ส

การวิเคราะหการลัดวงจรแบบ 1 เฟส ลงดิน ในระบบอางอิง 012 ตองใชเนทเวอรกลําดับเฟสใดบาง และเนทเวอรกเหลานั้นตองนํามาตอกันอยางไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ใชเฉพาะเนทเวอรกลําดับเฟสศูนยเทานั้น ใชเฉพาะเนทเวอรกลําดับเฟสบวกและลบตอขนานกัน ใชเนทเวอรกลําดับเฟสศูนย บวกและลบตออนุกรมกัน เนทเวอรกลําดับเฟสศูนย บวกและลบตอขนานกัน

353 ถาเครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสในรูปขางลางกําลังทํางานในสภาวะไรโหลดและแรงดันที่ขั้วมีขนาดเต็มพิกัด ตอมาเกิดลัดวงจรแบบ 1 เฟส ลงดิน (เฟส a) ณ จุด P จงวิเคราะหหาขนาดกระแสลัดวงจร ของเฟส a


125 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

0 pu 2.8571 pu 3.3333 pu 6.6667 pu

354

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ถาเกิดลัดวงจรแบบ 1 เฟส ลงดิน (เฟส a) ณ บัส 1 ดังแสดงในรูปขางลาง จงวิเคราะหหาขนาดของกระแสลัดวงจรเฟส a ณ บัส 1 ถาในสถานะกอนลัดวงจรแรงดันที่บัส 1 มีขนาด 1 เปอรยูนิต

ิธ์ ห

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

355

14.2857 เปอรยูนิต 11.7647 เปอรยูนิต 9.5238 เปอรยูนิต 3.9216 เปอรยูนิต

ภ ส

ว ศ ิ าว

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง


คําตอบ 1 :

126 of 201

คําตอบ 2 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

356

คําตอบ 1 :

0

ส อ ข กร

คําตอบ 2 :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

357

ิธ์ ห

ิท ส น ว ง

จงคํานวณคากระแสลําดับศูนย (Zero-sequence current) จากกระแสเฟส (Phase currents) ตอไปนี้

ภ ส

จากรูปไดอะแกรมของการเกิดฟอลตระหวางไลนกับไลนที่เครื่องกําเนิดไฟฟาที่ไมตอโหลด โดยเกิดฟอลตระหวางเฟส b กับ c จะไดสมการของกระแสและแรงดันในขอใด


127 of 201

ิธ์ ห

Vb = Vc, Ia = 0, Ib = Ic

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

ว ศ ิ าว

Vb = Vc, Ia = 0, Ib = -Ic

คําตอบ 2 :

ภ ส

Va = Vb = Vc, Ia = 0, Ib = Ic

คําตอบ 3 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิท ส น ว ง


Va= Vb = Vc, Ia = 0, Ib = - Ic 128 of 201

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

358

ิธ์ ห

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

คําตอบ 1 :

ภ ส

ิท ส น ว ง


129 of 201

คําตอบ 2 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 3 :

ิธ์ ห

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ส อ ข กร

359 ขอใดถูกตอง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ขนาดแรงดันแตละเฟสของ Zero Sequence ไมจําเปนตองเทากัน

คําตอบ 2 :

กระแสลัดวงจรไมสมมาตรสามารถเขียนในรูป Symmetrical Component ไดเสมอ

คําตอบ 3 :

ถูกทั้ง 2 ขอ

คําตอบ 4 :

ผิดทั้ง 2 ขอ

360 คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 :

ว ศ ิ าว

ภ ส

ขอใดถูกตอง

คําตอบ 4 : ขอที่ :

ิท ส น ว ง

361 ขอใดถูกตอง

หมอแปลงเดลตา-วายแบบนิวทรัลตอลงดินมีวงจร Positive Sequence เหมือนกับวงจร Negative Sequence

Bolted Fault คือ Fault ผานอิมพีแดนซที่มีคาเปนศูนย ถูกทั้ง 2 ขอ ผิดทั้ง 2 ขอ


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

การวิเคราะ Line-to-Line Fault ตองคํานวณหา Zero Sequence

คําตอบ 2 :

ขนาดกระแส Positive Sequence เทากับขนาดกระแส Negative Sequence สําหรับ Double Line-to-Ground Fault

คําตอบ 3 :

ถูกทั้ง 2 ขอ

คําตอบ 4 :

ผิดทั้ง 2 ขอ

362

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ขอที่ :

ิธ์ ห

363 คําตอบ 1 :

ฟอลตแบบสามเฟสลงดิน (Three phase-to-ground fault)

คําตอบ 2 :

ฟอลตแบบหนึ่งเ���สลงดิน (Single line-to-ground fault)

คําตอบ 3 :

ฟอลตแบบสองเฟสลงดิน (Double line-to-ground fault)

คําตอบ 4 :

ฟอลตแบบสองเฟส (Line-to-line fault)

ส อ ข กร

364

ในการเกิด Line-to-line fault กระแสลําดับเฟสศูนยจะมีคาเปนเทาไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เทากับกระแสลําดับเฟสบวก

คําตอบ 2 :

เทากับกระแสลําดับเฟสลบ

คําตอบ 3 :

อนันต

คําตอบ 4 :

ศูนย

365

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส

ในการจําลองการเกิด Double line-to-ground fault จะตองให Sequence network ตอกันอยางไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

1.5 - j0.866 -1.5 + j0.866 -1.5 - j0.866 1.5 + j0.866

ขอใดไมใชการเกิดฟอลตแบบไมสมมาตร (Unsymmetrical fault)

Sequence network ทั้งสามชุดตอกันแบบอนุกรม Sequence network ทั้งสามชุดตอกันแบบขนาน Positive sequence network และ Negative Sequence network ตอกันแบบอนุกรม Positive sequence network และ Negative Sequence network ตอกันแบบขนาน

366 การเกิดฟอลตในรูปที่แสดงเปนการเกิดฟอลตประเภทใด

130 of 201


131 of 201

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ฟอลตแบบสามเฟสลงดิน (Three phase-to-ground fault)

คําตอบ 2 :

ฟอลตแบบหนึ่งเฟสลงดิน (Single line-to-ground fault)

คําตอบ 3 :

ฟอลตแบบสองเฟสลงดิน (Double line-to-ground fault)

คําตอบ 4 :

ฟอลตแบบสองเฟส (Line-to-line fault)

ิธ์ ห

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ส อ ข กร

คําตอบ 3 :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

368

ภ ส

ิท ส น ว ง

ถาเครื่องกําเนิดขณะไมมีโหลด เกิดการลัดวงจรเฟสเดียวลงดิน ลําดับของอิมพีแดนซทั้งสามลําดับ จะตอกันอยางไร? คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

367

ตอขนานกันหมด

ตออนุกรมกันหมด

ตอขนานและอนุกรมกัน ตออนุกรมและขนานกัน

369 การลัดวงจรแบบไมสมมาตรแบบใด ไมมีอิมพีแดนซลําดับศูนยเขามาเกี่ยวของ ? คําตอบ 1 :

single line to ground fault


คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

double line to ground fault double line fault some line to ground fault

132 of 201

370

คําตอบ 1 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

คําตอบ 2 :

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

371

ภ ส

ิท ส น ว ง


133 of 201

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

372

ิธ์ ห

Ia(0)= 0 A

ส อ ข กร

Ia(0)= Ia(0)=

Ia(0)=

ว ศ ิ าว

ภ ส

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิท ส น ว ง


134 of 201

ิธ์ ห

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ส อ ข กร

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

373

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


135 of 201

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 1 :

ส อ ข กร

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

374

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


136 of 201

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส

375 ขอใดที่ไมใชคุณสมบัติของระบบปองกันที่ดี คําตอบ 1 :

สามารถตรวจจับและแยกสวนที่เกิดลัดวงจรออกจากระบบใหเร็วที่สุด

คําตอบ 2 :

สามารถจายไฟไดในสวนอื่นๆ ที่ไมเกิดลัดวงจรหลังจากที่แยกสวนที่เกิดลัดวงจรออกจากระบบ เรียบรอยแลว


ขอที่ :

คําตอบ 3 :

กระแสลัดวงจรบางครั้งที่เกิดขึ้นแมมีขนาดไมสูงมากนัก ระบบปองกันที่ดีตองสามารถแยกออกไดวากระแสที่ไหลขณะนั้นปกติหรือเกิดลัดวงจรขึ้น

คําตอบ 4 :

ตองทนแรงดันสูงไดไมนอยกวา 100kV

137 of 201

376 รีเลยแบบรีแอกแตนซ (reactance relay)มีขอดีอยางไรเมื่อเทียบกับรีเลยแบบระยะทาง (distance relay)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ไมทํางานผิดพลาดเนื่องจากแรงดันเกิน

คําตอบ 2 :

ไมทํางานผิดพลาดเนื่องจากกระแสเกิน

คําตอบ 3 :

ไมทํางานผิดพลาดเนื่องจากอารก

คําตอบ 4 :

ไมทํางานผิดพลาดกรณีที่จุดลัดวงจรอยูในโซน 2 หรือ 3

377

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ขอใดคือสวนประกอบของระบบปองกันระบบไฟฟากําลัง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ทรานสดิวเซอร

คําตอบ 2 :

รีเลยปองกัน

คําตอบ 3 :

อุปกรณตัดวงจร

คําตอบ 4 :

ถูกทุกขอ

ิธ์ ห

378 รีเลยแบบใดถูกใชในการปองกันระบบไฟฟาแบบรัศมีสั้น (Short-radial system) คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ว ศ ิ าว

379

คําตอบ 1 :

380

ส อ ข กร

Over-current relay Directional relay Differential relay Distance relay

ภ ส

burden impedance ratio power ratio maximum power transfer

ิท ส น ว ง


ขอใดถูกตอง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

กับดักฟาผา (lightning arrester) มีหนาที่ปองกันแรงดันเกินและกระแสเกิน

คําตอบ 2 :

ฟวส มีหนาที่ปองกันแรงดันเกินและกระแสเกิน

คําตอบ 3 :

ทั้ง กับดักฟาผา (lightning arrester) และ ฟวส มีหนาที่ปองกันแรงดันเกิน

คําตอบ 4 :

ไมมีขอใดถูก

138 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

381 ขอความตอไปนี้ขอใดไมถูกตอง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ปรากฎการณฟาผาสามารถทําใหเกิดแรงดันเกินในระบบไฟฟากําลัง

คําตอบ 2 :

การเปดวงจรของเซอรกิตเบรกเกอรสามารถทําใหเกิดแรงดันเกินในระบบไฟฟากําลัง

คําตอบ 3 :

การเกิดเฟอโรเรโซแนนซสามารถทําใหเกิดแรงดันเกินในระบบไฟฟากําลัง

คําตอบ 4 :

การปรับคาโหลดทีละนอยสามารถทําใหเกิดแรงดันเกินในระบบไฟฟากําลัง

ิธ์ ห

382

ถาระบบปองกันสายปอนของระบบจําหนายแบบเรเดียลในรูปขางลางใชรีเลยปองกันกระแสเกิน คา Time dial setting (TDS) ของรีเลยปองกันตัวใดควรมีคาต่ําที่สุด

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

383

OC1 OC2 OC3 OC4

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส

ในการปองกันระบบไฟฟากําลัง เราจะแยกรีเลยปองกันออกโดยแบงตามระดับการปองกัน ถาหากเราตองการปองกันเครื่องกําเนิดไฟฟาหรือหมอแปลงไฟฟา เราควรใชการปองกันลักษณะใดเปนการ ปองกันหลัก คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

Primary relay Secondary relay Back-up relay Auxiliary relay

384 Dropout fuse เปนอุปกรณปองกันที่ใชในระบบจําหนายแรงสูง ทําหนาที่ปองกันอุปกรณไฟฟาหรือระบบจําหนายจากกระแสไฟฟาเกินพิกัด โดยปกติสวนใหญจะใชในการปองกันหมอแปลงไฟฟาและ สายเมนยอยที่แยกจากสายเมนในระบบจําหนายในประเทศไทยนิยมใชกระแสไมเกินกี่แอมป


คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ขอที่ :

100 A 150 A 200 A 250 A

139 of 201

385 pickup value หมายถึง คําตอบ 1 :

คาที่มากที่สุดทําใหรีเลยทําการปดหนาสัมผัสที่ปกติปด หรือเปดหนาสัมผัสปกติเปด

คําตอบ 2 :

คาที่นอยที่สุดทําใหรีเลยทําการปดหนาสัมผัสที่ปกติปด หรือเปดหนาสัมผัสปกติเปด

คําตอบ 3 :

คาที่นอยที่สุดของปริมาณที่กระตุนรีเลยแลวรีเลยทํางาน

คําตอบ 4 :

คาที่มากที่สุดของปริมาณที่กระตุนรีเลยแลวรีเลยทํางาน

386

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

หมอแปลงเฟสเดียวสองขดลวด 10 MVA 80 kV / 20 kV มีการปองกันดวยรีเลยผลตาง ถาเลือก CT ดานแรงดันสูงใหมีอัตราสวน 150:5 จงเลือกอัตราสวนของ CT ดานแรงดันต่ํา คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

150:5 300:5 450:5 600:5

ส อ ข กร

387

กระแสอินเตอรรัพท (Interupting current) ของเซอรกิตเบรกเกอรคืออะไร

ขอที่ :

ิท ส น ว ง

คําตอบ 1 :

กระแสสูงสุดในครึ่งไซเคิลแรกหลังจากการลัดวงจร

คําตอบ 2 :

กระแสที่ไหลผานหนาสัมผัสของเซอรกิตเบรกเกอรในขณะกําลังจะเปดวงจร

คําตอบ 3 :

กระแสต่ําสุดที่จะทําใหเซอรกิตเบรกเกอรเริ่มทํางาน

คําตอบ 4 :

กระแสลัดวงจรที่เกิดขึ้นในระบบ

388

ว ศ ิ าว

ภ ส

พิจารณาระบบปองกันในรูป ถาเซอรกิตเบรกเกอร B12 , B21 , B23 , B32 , B34 และ B43 ถูกควบคุมดวยรีเลยปองกันกระแสเกินและรีเลยแบบรูทิศทาง สวนเซอรกิตเบรกเกอร B1 และ B4 ถูกควบ คุมดวยรีเลยปองกันกระแสเกินเทานั้น ขอใดตอไปนี้ไมถูกตอง

คําตอบ 1 :

หากเกิดการลัดวงจรที่จุด P1 เฉพาะเซอรกิตเบรกเกอร B34 และ B43 จะทํางาน


ขอที่ :

คําตอบ 2 :

หากเกิดการลัดวงจรที่จุด P2 เฉพาะเซอรกิตเบรกเกอร B23 และ B32 จะทํางาน

คําตอบ 3 :

หากเกิดการลัดวงจรที่บัส 3 เฉพาะเซอรกิตเบรกเกอร B23 และ B43 จะทํางาน

คําตอบ 4 :

หากเกิดการลัดวงจรที่บัส 2 เฉพาะเซอรกิตเบรกเกอร B21 และ B23 จะทํางาน

140 of 201

389 พิกัดการตัดกระแส (interrupting rating) กําหนดเปนหนวยอะไร ? คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

390 ระดับกระแสที่เซอรกิตเบรกเกอรสามารถรับได เมื่อหนาสัมผัสของเซอรกิตเบรกเกอรตัดกระแสเรียกวาอะไร ? คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

steady state current interrupting current momentary current subtransient current

391

ส อ ข กร

ิธ์ ห

ิท ส น ว ง

ถาเครื่องกําเนิดขณะไมมีโหลด เกิดการลัดวงจรเฟสเดียวลงดิน ลําดับของอิมพีแดนซทั้งสามลําดับ จะตอกันอยางไร?

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ตอขนานกันหมด

คําตอบ 2 :

ตออนุกรมกันหมด

คําตอบ 3 :

ตอขนานและอนุกรมกัน

คําตอบ 4 :

ตออนุกรมและขนานกัน

ว ศ ิ าว

392

ภ ส

ขอใดไมใชเงื่อนไขของฟวส ที่ใชในการปองกันหมอแปลงจําหนาย ซึ่งควรทนไดโดยไมทํางาน(หลอมละลาย) ? คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

kV, MV kA kVA, MVA kVAR, MVAR

กระแสเสิรจในสภาวะ transient ที่ไหลผานฟวสเนื่องจากฟาผา กระแสสนามไฟฟาพุงเขา(inrush current) กระแสกระตุนหมอแปลง ไมมีขอถูก

393 อุปกรณปองกันกระแสเกินที่ทํางานโดยการปลดวงจรและปดซ้ําอยางอัตโนมัติตามจํานวนครั้งที่ตั้งไวเรียกวาอะไร? คําตอบ 1 :

Automatic Circuit Load Breaker


คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

Circuit Breaker Reclosers Interrupter

141 of 201

394

คําตอบ 1 :

ิธ์ ห

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

ส อ ข กร

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ว ศ ิ าว

395

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ภ ส

ิท ส น ว ง


คําตอบ 4 :

ขอที่ :

142 of 201

396

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 1 :

ส อ ข กร

คําตอบ 2 :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

397

ภ ส

ิท ส น ว ง


143 of 201

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ภ ส

ิท ส น ว ง


ขอที่ :

398 144 of 201

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ส อ ข กร

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


ขอที่ :

399

145 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ิธ์ ห

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

400

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


ขอที่ :

401 146 of 201

คําตอบ 1 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ิธ์ ห

402

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


คําตอบ 4 : 147 of 201

ขอที่ :

403

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส

404 ขอใดตอไปนี้ที่ทําใหระบบไมมีเสถียรภาพ ในกรณีที่มีเครื่องกําเนิดไฟฟาและจายไฟฟาผานสายสงหรือสายจําหนายไปใหกับโหลด


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ใชสายขนาดใหญขึ้น

คําตอบ 2 :

ลดขนาดโหลดใหนอยลง

คําตอบ 3 :

ลดระดับแรงดันทั้งระบบใหนอยลง

คําตอบ 4 :

ใสคาปาซิเตอรอนุกรมกับสาย

148 of 201

405

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

เครื่องกําเนิดไฟฟาสองเครื่องพรอมโหลดที่ตออยูกับเครื่องกําเนิดทั้งสอง และตอถึงกันดวยสายสง ใหแรงดันของเครื่องกําเนิดไฟฟาทั้งสองใหมีคาคงที่ สายสงใหแทนดวยวงจรสมมูล Pi ถาอยางอื่นไม มีการเปลี่ยนแปลงแตใหเปลี่ยนเฉพาะคาความจุไฟฟาทั้งสองในวงจร Pi โดยการเปลี่ยนใหเปลี่ยนไปแตมีคาเทากัน กําลังไฟฟาจริงที่สงจากเครื่องกําเนิดดานหนึ่งไปยังอีกดานหนึ่ง (real power transfer) จะมีคาเปนอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

มีคาเพิ่มขึ้นถาความจุเพิ่มขึ้น

คําตอบ 2 :

มีคาเพิ่มขึ้นเมื่อความจุลดลง

คําตอบ 3 :

มีคาเทาเดิม

คําตอบ 4 :

อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ได

ิธ์ ห

406 ขอใดคือ Swing Equation

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ภ ส ถูกทุกขอ

407 ขอใดคือ Power Angle Equation คําตอบ 1 :

ิท ส น ว ง


คําตอบ 2 :

149 of 201

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

408 จาก Swing Equation ที่ใหมาสมการใดมี generator ขนาดใหญที่สุด

คําตอบ 1 :

ิธ์ ห

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

ส อ ข กร

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

409

ภ ส

ว ศ ิ าว

จาก Swing Equation ที่ใหมาสมการใดมี Power Angle curve สูงที่สุด

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ิท ส น ว ง


คําตอบ 3 :

150 of 201

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

410 ขอใดคือความหมายของ Critical Clearing Time

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เวลาที่นอยที่สุดในการกําจัดฟอลทแลว ระบบไฟฟากําลังยังคงมีเสถียรภาพ

คําตอบ 2 :

เวลาที่มากที่สุดในการกําจัดฟอลทแลวระบบไฟฟากําลังยังคงมีเสถียรภาพ

คําตอบ 3 :

เวลาที่นอยที่สุดในการกําจัดฟอลทแลวระบบไฟฟากําลังไมมีเสถียรภาพ

คําตอบ 4 :

เวลาที่มากที่สุดในการกําจัดฟอลทแลวระบบไฟฟากําลังไมมีเสถียรภาพ

ิธ์ ห

411

ิท ส น ว ง

เครื่องกําเนิดไฟฟาแบบ Synchronous เครื่องหนึ่งมีจํานวนขั้ว ทั้งหมด 6 ขั้ว ถาเราตองการใหเครื่องกําเนิดไฟฟานี้ ผลิตสัญญาณไฟฟาที่ ความถี่ 50 Hz จะตองหมุนมันดวยความเร็ว Synchronous ซึ่ง มีคาเทาใด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

1000 rpm 2000 rpm 3000 rpm 4000 rpm

ส อ ข กร

412

ว ศ ิ าว

การพิจารณาเสถียรภาพของระบบไฟฟากําลังโดยวิธีพื้นที่เทากัน (equal area criterion) เปนการพิจารณาพื้นที่ใตกราฟของความสัมพันธในขอใด คําตอบ 1 :

ขนาดของแรงดันไฟฟาจากเครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสกับมุม power angle

คําตอบ 2 :

คาอิมพีแดนซของเครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสกับความถี่ของกระแสไฟฟา

คําตอบ 3 :

ขนาดของแรงดันไฟฟากับขนาดของกระแสไฟฟาของเครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัส

คําตอบ 4 : ขอที่ :

ภ ส

คากําลังไฟฟาจริงของเครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสกับมุม power angle

413 Swing equation เปนสมการแสดงความสัมพันธของขอใด คําตอบ 1 :

กระแสลัดวงจรกับมุม power angle

คําตอบ 2 :

ความเร็วของเครื่องกําเนิดไฟฟากับเวลา

คําตอบ 3 :

แรงดันไฟฟากับมุม power angle

คําตอบ 4 :

มุม power angle กับเวลา


ขอที่ :

414 ระบบสงจายไฟฟากําลังระบบหนึ่งแสดงในรูป จงหากําลังไฟฟาสงผานสูงสุด (Maximum power transfer) เมื่อคิดใหความตานทานสายสงเปนศูนย

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

1.40 p.u. 1.1 p.u. 1.05 p.u. 1.0 p.u.

ิท ส น ว ง

จากรูปเปนวงจรสมมูลหลังเกิดฟอลต(เบรกเกอรเปดวงจรออก) Power angle equation ของระบบหลังเกิดฟอลตมีคาเทาใด

คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

415

ส อ ข กร

ภ ส

ว ศ ิ าว

151 of 201


ขอที่ :

416 จากรูปเปนวงจรสมมูลขณะเกิดฟอลต Power angle equation ของระบบขณะเกิดฟอลตมีคาเทาใด

152 of 201

คําตอบ 1 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 2 :

ิธ์ ห

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ส อ ข กร

417

ิท ส น ว ง

จากรูปเปนวงจรสมมูลกอนเกิดฟอลต Power angle equation ของระบบกอนเกิดฟอลตมีคาเทาใด

ว ศ ิ าว

ภ ส คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :


คําตอบ 3 :

153 of 201

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

418 เสถียรภาพของระบบในสภาวะทรานเซียนต สามารถทําใหเพิ่มขึ้นโดยวิธีใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ลดแรงดันที่บัส

คําตอบ 2 :

ลดคารีแอกแตนซของสายสง

คําตอบ 3 :

เพิ่มรีแอกแตนซของสายสง

คําตอบ 4 :

ไมมีคําตอบที่ถูกตอง

ขอใดเปนวิธีเพิ่มเสถียรภาพในสภาวะคงตัว (Steady-state stability

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เพิ่มมุมกําลัง (power angle) การทํางานของระบบ

คําตอบ 2 :

เพิ่มคารีแอกแตนซของสายสง

คําตอบ 3 :

ลดแรงดันที่บัส

คําตอบ 4 :

ไมมีคําตอบที่ถูกตอง

ส อ ข กร

420

การกลับทิศการไหลของกําลังไฟฟาจริงในสายสงสามารถทําไดโดยวิธีใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ลดคารีแอกแตนซของสายสง

คําตอบ 2 :

ลดขนาดแรงดันตนและปลาย

คําตอบ 3 :

กลับมุมเฟสของแรงดันตนและปลาย

คําตอบ 4 :

ไมมีคําตอบที่ถูกตอง

421

ว ศ ิ าว

ภ ส

ิท ส น ว ง

ขอใดเปนวิธีแกสมการสวิงของเครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสในการวิเคราะหเสถียรภาพ คําตอบ 1 : คําตอบ 3 :

Newton-Raphson Gauss-Seidal Equal-Area Criterion

คําตอบ 4 :

ไมมีคําตอบที่ถูกตอง

คําตอบ 2 :

ขอที่ :

ิธ์ ห

419

422


วิธีใดตอไปนี้ไมใชวิธีแกสมการสวิงของเครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัส คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

Newton-Raphson method Step by step method Equal-area criterion method Runge-Kutta method

154 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

423 ขอใดตอไปนี้แสดงสมการการแกวงเชิงกล-ไฟฟา (Swing Equation) ไดอยางถูกตอง คําตอบ 1 :

คําตอบ 2 :

ิธ์ ห

คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ส อ ข กร

424

ิท ส น ว ง

ปจจัยใดที่ถูกละเลยไปในการพิจารณาเสถียรภาพชั่วขณะของระบบดวยหลักการ Equal Area Criterion

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

จุดทํางานที่สภาวะอยูตัวกอนเกิดการผิดพรอง

ว ศ ิ าว

คําตอบ 2 :

ลักษณะการเชื่อมโยงบัสทางไฟฟาของระบบ

คําตอบ 3 :

การหนวงการแกวงของโรเตอรและกําลังสูญเสีย

คําตอบ 4 :

ความเร็วในการตอบสนองของอุปกรณปองกัน

425

ภ ส

การศึกษาเกี่ยวกับเสถียรภาพของระบบไฟฟากําลัง ชวงที่ตอบสนองของระบบไฟฟาตอการรบกวนขนาดใหญซึ่งเกิดขึ้นทันทีทันใด เชน การเกิดฟอลตในสายสง คือชวงใด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 :

ขอที่ :

ชวงไดนามิก (dynamic) ชวงแกวง (oscillation)

คําตอบ 3 :

ชวงคงที่ (steady state)

คําตอบ 4 :

ชวงทรานเซียนต (transient)

426


ขอใดถูกตองเกี่ยวกับ Transient Stability

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เครื่องกําเนิดไฟฟาจะสูญเสียการซิงโครไนซถาแรงบิดทางกลมากขึ้นเรื่อยๆจนมุมใน Power Angle Equation เกิน 90 องศา

คําตอบ 2 :

เมื่อเกิด Fault ในระบบไฟฟาจะทําใหมุมกําลังมีแนวโนมมากขึ้น

คําตอบ 3 :

ถูกทั้ง 2 ขอ

คําตอบ 4 :

ผิดทั้ง 2 ขอ

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

427 ขอใดตอไปนี้ไมไดชวยปรับปรุงเสถียรภาพของระบบไฟฟากําลัง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ใชสายสงแบบบันเดิล

คําตอบ 2 :

ใชระบบเอ็กไซเตอรชนิดความเร็วสูง

คําตอบ 3 :

ชดเชยสายสงแบบอนุกรมดวยตัวเก็บประจุ

คําตอบ 4 :

ลดระดับแรงดันของระบบใหต่ําลง

ิธ์ ห

428

155 of 201

เครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสตอผานหมอแปลงและสายสงไปยังอินฟนิตบัสดังแสดงในรูป หากอินฟนิตบัสรับกําลังจริง 1.0 pu. ที่ตัวประกอบกําลัง 0.8 ลาหลัง สมการในขอใดตอไปนี้เปนสมการกําลัง ไฟฟา-มุมโรเตอรของเครื่องกําเนิดไฟฟาดังกลาว

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

429

ิท ส น ว ง

ภ ส

ความสัมพันธในการตอบสนองของเครื่องกําเนิดไฟฟาซิงโครนัสตอการเพิ่มกําลังไฟฟาของโหลดอยางชาๆ เปนเสถียรภาพแบบใด ? คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 :

steady-state stability voltage stability temporary stability


คําตอบ 4 :

transient stability 156 of 201

ขอที่ :

430 ขอใดไมสงผลใหเกิด transient stability ?

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

การรบกวนขนาดเล็ก

คําตอบ 2 :

การเกิด fault ที่สายสง

คําตอบ 3 :

การสวิตชิงสายสงหรือเครื่องกําเนิด

คําตอบ 4 :

สายสงขาด

431

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

เมื่อเกิดการรบกวนขนาดใหญ ที่เกิดขึ้นทันทีทันใด จะไปมีผลตอการเปลี่ยนแปลงขอใดมากที่สุด ?

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความเร็วโรเตอร

คําตอบ 2 :

มุมกําลัง

คําตอบ 3 :

ความเร็วโรเตอรและมุมกําลัง

คําตอบ 4 :

ไมมีขอถูก

432 การตั้งคาเครื่องควบคุมแรงดันกระตุนของเครื่องกําเนิด จะมีผลตอคาใดมาก ?

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

คา P

คําตอบ 2 :

คา Q

คําตอบ 3 :

ทั้งคา P และ คา Q

คําตอบ 4 :

ไมมีผลตอทั้งคา P และ คา Q

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

433

การปรับวาลควบคุมไอน้ําของเครื่องกําเนิด จะมีผลตอคาใดมาก ? คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

434

คา P

ภ ส คา Q

ทั้งคา P และ คา Q

ไมมีผลตอทั้งคา P และ คา Q

สมการใดที่มักนํามาใชเปนพื้นฐานเพื่อศึกษาเสถียรภาพแบบ transient ? คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 :

สมการ slack equation voltage regulation equation angular displacement equation

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห


คําตอบ 4 :

swing equation 157 of 201

ขอที่ :

435 การแยก fault ออกกอนที่ระบบจะมีมุมโรเตอร เกินคาวิกฤตคาหนึ่ง เรียกมุมนี้วามุมอะไร ? คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

critical clearing angle critical clearing time critical clearing time angle clearing time angle

436

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

หลักเกณฑพื้นที่เทากัน จะใชประโยชนในการหาอะไร?

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

หา critical current ได

คําตอบ 2 :

หา clearing speed ได

คําตอบ 3 :

หา critical clearing time สอดคลองกับมุม critical clearing angleได

คําตอบ 4 :

หา clearing speed สอดคลองกับ clearing time ได

437 จากรูป จงหา Power-angle equation

ส อ ข กร

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห


158 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 1 :

ิธ์ ห

ส อ ข กร

คําตอบ 2 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


159 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 3 :

ิธ์ ห

ส อ ข กร

คําตอบ 4 :

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ขอที่ :

438

ภ ส

จากรูปขางลาง ที่สภาวะอยูตัว (Steady State) กําลังงานกล (Mechanical Power, Pm) มีคาเทากับ 1 เปอรยูนิต จงหากําลังไฟฟา(Electrical Power, Pe)


160 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

1 เปอรยูนิต 2 เปอรยูนิต 3 เปอรยูนิต 4 เปอรยูนิต

ส อ ข กร

439

ิท ส น ว ง

จากรูปขางลาง ที่สภาวะอยูตัว (Steady State) กําลังไฟฟา(Electrical Power, Pe) มีคาเทากับ 1.2 เปอรยูนิต จงหากําลังงานกล (Mechanical Power, Pm)

ว ศ ิ าว

ภ ส คําตอบ 1 :

1.0 เปอรยูนิต


คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

1.2 เปอรยูนิต 2 เปอรยูนิต 3 เปอรยูนิต

161 of 201

440

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

10 องศา 20 องศา 30 องศา 40 องศา

441

ว ศ ิ าว

ส อ ข กร

ภ ส

ิท ส น ว ง


162 of 201

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


163 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 2 :

ิธ์ ห

ส อ ข กร

คําตอบ 3 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


164 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ิธ์ ห

442

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

ภ ส คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

1.00 เปอรยูนิต 1.05 เปอรยูนิต 2.10 เปอรยูนิต 0.525 เปอรยูนิต

ิท ส น ว ง


ขอที่ :

443

165 of 201

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

คําตอบ 1 :

ภ ส

ิท ส น ว ง


166 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 2 :

ิธ์ ห

ส อ ข กร

คําตอบ 3 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


167 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ิธ์ ห

444

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

ภ ส คําตอบ 1 : คําตอบ 2 :

0.5 1.0

ิท ส น ว ง


คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

1.5 2.1

168 of 201

445

ิธ์ ห

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


169 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 2 :

ิธ์ ห

ส อ ข กร

คําตอบ 3 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


170 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ิธ์ ห

446

ส อ ข กร

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


171 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 1 :

ิธ์ ห

ส อ ข กร

คําตอบ 2 :

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


172 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 3 :

ิธ์ ห

ส อ ข กร

คําตอบ 4 :

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ขอที่ :

447

ภ ส

จงหาทิศทางการไหลของพลังงาน บัส 1 มีขนาด 1.0 มุม 0 องศา บัส 2 มี ขนาด 0.9 มุม 2 องศา คําตอบ 1 :

กําลังงานจริงไหลจากบัส 1 ไปบัส 2 กําลังงานรีแอคตีฟไหลจากบัส 2 ไปบัส 1

คําตอบ 2 :

กําลังงานจริงไหลจากบัส 2 ไปบัส 1 กําลังงานรีแอคตีฟไหลจากบัส 2 ไปบัส 1

คําตอบ 3 :

กําลังงานจริงไหลจากบัส 1 ไปบัส 2 กําลังงานรีแอคตีฟไหลจากบัส 1 ไปบัส 2

คําตอบ 4 :

กําลังงานจริงไหลจากบัส 2 ไปบัส 1 กําลังงานรีแอคตีฟไหลจากบัส 1 ไปบัส 2


ขอที่ :

448

173 of 201

การเรียนเรื่องการจายโหลดอยางประหยัด( Economic Dispatch) มีประโยชนอยางไร?

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เพื่อหากําลังไฟฟาจากเครื่องกําเนิดเพื่อใหความสูญเสียรวมต่ําสุด

คําตอบ 2 :

เพื่อหากําลังไฟฟารวมจากเครื่องกําเนิดไฟฟาใหมีคากําลังไฟฟารวมนอยที่สุด

คําตอบ 3 :

เพื่อใหคาใชจายตอกําลังไฟฟาของแตละเครื่องกําเนิดมีคาใชจายต่ําสุด

คําตอบ 4 :

เพื่อใหคาใชจายรวมของเชื้อเพลิงที่ใชกับเครื่องกําเนิดรวมต่ําสุด

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

449 ผลที่ไดจากการศึกษา จายโหลดอยางประหยัด( Economic Dispatch) คืออะไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ไดคากําลังไฟฟา P เฉพาะเครื่องกําเนิดเฉพาะเครื่องที่ใหคาเชื้อเพลิงต่ําที่สุดเมื่อเทียบกับเครื่องกําเนิดอื่นๆ

คําตอบ 2 :

ไดคากําลังไฟฟา P ของเครื่องกําเนิดทุกเครื่องที่ใหคากําลังไฟฟา/คาเชื้อเพลิง มีคาต่ําที่สุดทุกเครื่อง

คําตอบ 3 :

ไดคากําลังไฟฟา P ของเครื่องกําเนิดทุกเครื่องที่ใหคา d(คาเชื้อเพลิง)/dP ต่ําที่สุด

คําตอบ 4 :

ไดคากําลังไฟฟา P ของเครื่องกําเนิดทุกเครื่องที่ใหคา d(คาเชื้อเพลิง)/dP มีคาเทากันทุกเครื่อง

450

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห

เครื่องกําเนิดไฟฟาสองเครื่อง แตละเครื่องมีคาการเปลี่ยนแปลงของกําลังไฟฟาตอคาใชจายเชื้อเพลิงดังนี้ dF1/dP1=P1 สําหรับเครื่องที่ 1 dF2/dP2=P2 สําหรับเครื่องที่ 2 ใหหาคา P1 และ P2 ที่ให คาเชื้อเพลิงรวมต่ําที่สุดเมื่อจายโหลดรวมกัน 100MW คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

P1=50 MW, P2=50 MW P1=70 MW, P2=30 MW P1=60 MW, P2=40MW P1=30 MW, P2=70MW

451

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

เครื่องกําเนิดไฟฟาสองเครื่องมีการเปลี่ยนแปลงของเชื้อเพลิงตอการเปลี่ยนแปลงของคาใชจายเชื้อเพลิงเปนดังนี้ dF1/dP1=P1+20 dF2/dP2=P2+40 ถา P1=40 และสมมุติระบบจายไฟฟาแบบการ จายโหลดแบบประหยัด (Economic Dispatch) เครื่องกําเนิดไฟฟาที่สองควรจายไฟฟาเทาใด และโหลดรวมทั้งหมดเปนเทาใด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

452

P2=40 โหลดรวม =80 P2=60 โหลดรวม =100 P2=20 โหลดรวม =60 P2=80 โหลดรวม =120

ภ ส

โรงจักรไฟฟาแหงหนึ่งมีคา Incremental Fuel Cost =500 บาท/MWh หมายความวาอะไร คําตอบ 1 :

คาใชจายในการผลิตไฟฟาทั้งหมด 500 บาทตอ MW

คําตอบ 2 :

คาใชจายในการผลิตไฟฟาทั้งหมด 500 บาทตอ MW ตอ ชั่วโมง

คําตอบ 3 :

เมื่อ output ของโรงจักรเพิ่มขึ้น 1 MW คาใชจายเพิ่มขึ้น 500 บาทตอชั่วโมง


คําตอบ 4 :

เมื่อ output ของโรงจักรเพิ่มขึ้น 1 MW คาใชจายลดลง 500 บาท ตอชั่วโมง 174 of 201

ขอที่ :

453 โรงจักรไฟฟาแหงหนึ่งมี เครื่องกําเนิดไฟฟา 2 เครื่อง โดยมี Incremental fuel cost ตามสมการดานลาง เครื่องกําเนิดไฟฟาทั้ง 2 จะทํางานภายใตการจาย load อยางประหยัด ก็ตอเมื่อ

คําตอบ 1 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 2 :

ิธ์ ห

คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ส อ ข กร

454

ิท ส น ว ง

ถากําหนดสมการ Incremental fuel cost อยูในรูปสมการดานลาง จะมีแนวทางในคํานวณหาคาใชจายในการผลิตไดอยางไรเมื่อทราบคา a และ b

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

455

แกสมการให

ว ศ ิ าว

แกสมการให

ภ ส

Integrate สมการ Differentiate สมการ

กราฟ input-output ของโรงจักรไฟฟา เปนการแสดงความสัมพันธระหวาง คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

Incremental Fuel cost กับ Power output Incremental Fuel cost กับ Power input Power input กับ Fuel output Fuel input กับ Power output


ขอที่ :

456

175 of 201

ขอใดตอไปนี้กลาวถูกตอง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

กําลังไฟฟาสูญเสีย (Power losses) แปรผกผันกับโหลดของระบบ

คําตอบ 2 :

เมื่อคิดที่คากําลังไฟฟาเดียวกัน เครื่องกําเนิดไฟฟาที่มีคาตนทุนสวนเพิ่ม (Incremental cost) ต่ําสุด ควรกําหนดใหมีปริมาณการผลิตต่ําสุด

คําตอบ 3 :

ตัวประกอบปรับโทษ (Penalty factor) ของหนวยผลิตไฟฟาที่ตอเชื่อม ณ บัสเดียวกัน อาจจะมีคาไมเทากัน

คําตอบ 4 :

ตนทุนหนวยทายสุดของระบบ (System marginal cost) แปรผันตรงกับโหลดของระบบ

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

457 ขอใดไมเกี่ยวของกับการพิจารณาการจายโหลดอยางประหยัด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ตนทุนราคาเชื้อเพลิงที่ใชในการผลิตกําลังไฟฟา

คําตอบ 2 :

ชวงเวลาที่โรงจักรไฟฟาแตละแหงทําการจายโหลด

คําตอบ 3 :

incremental transmission loss

คําตอบ 4 :

ไมมีคําตอบที่ถูกตอง

458

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห

ระบบสงจายไฟฟากําลังระบบหนึ่ง ประกอบดวย 2 บัส ดังแสดงในรูป ตนทุนคาเชื้อเพลิงและขีดจํากัดเครื่องกําเนิดไฟฟา แสดงดังนี้ เครื่องที่ 1 F1(P1) = 1700P1 (Baht/MWh), 100 < P1 < 400 MW เครื่องที่ 2 F2(P2) = 1800P2 (Baht/MWh), 100 < P2 < 400 MW ถาสายสงมีขีดจํากัดที่ 150 MW จงหาวาแตละเครื่องควรผลิตไฟฟาเทาใดที่ทําใหตนทุนคาเชื้อเพลิงต่ําสุด เมื่อโหลดรวม ทั้งหมด 300 MW และสมมุติไมมีกําลังสูญเสีย

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

459

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

P1 = 200 MW, P2 = 100 MW P1 = 300 MW, P2 = 0 MW P1 = 250 MW, P2 = 50 MW P1 = 100 MW, P2 = 200 MW

ภ ส

ระบบสงจายไฟฟากําลังระบบหนึ่ง ประกอบดวย 2 บัส ดังแสดงในรูป ตนทุนการผลิต และขีดจํากัดเครื่องกําเนิดไฟฟา แสดงดังนี้ เครื่องที่ 1 F1(P1) = 1700P1 (Baht/MWh), 100 < P1 < 400 MW เครื่องที่ 2 F2(P2) = 1800P2 (Baht/MWh), 100 < P2 < 400 MW ถาสายสงมีขีดจํากัด 150 MW จงหาวาแตละเครื่องควรผลิตไฟฟาเทาใดที่ทําใหตนทุนคาเชื้อเพลิงต่ําสุดและไมเกินขีดจํากัด โหลดรวม 400 MW และสมมติไมมีการสูญเสีย


176 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

P1 = 200 MW, P2 = 200 MW P1 = 400 MW, P2 = 0 MW P1 = 250 MW, P2 = 150 MW P1 = 100 MW, P2 = 300 MW

460

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

วัตถุประสงคในการจายโหลดอยางประหยัดระหวางเครื่องกําเนิดไฟฟา (Economic Load Dispatch) คือขอใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

การสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟาเพื่อใหเกิดการใชกําลังงานไฟฟานอยที่สุด

คําตอบ 2 :

การสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟาเพื่อใหเกิดการใชเครื่องกําเนิดไฟฟามากที่สุด

คําตอบ 3 :

การสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟาเพื่อใหเกิดการสูญเสียต่ําที่สุด

คําตอบ 4 :

การสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟาเพื่อใหเกิดตนทุนการผลิตต่ําสุด

461

ิธ์ ห

ิท ส น ว ง

อัตราคาใชจายเชื้อเพลิงสําหรับเครื่องกําเนิด 2 เครื่อง เปนดังสมการขางลางนี้ คากําลังไฟฟาสูงสุดและต่ําสุดที่เครื่องกําเนิดทั้งสองจะจายได คือ 125 และ 20 MW ตามลําดับ เมื่อโหลดมีขนาด 180 MW จงหาขนาดของกําลังไฟฟาที่เครื่องกําเนิดแตละเครื่องจายโหลดอยางประหยัด

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

462

P1 = 60 MW P2= 120 MW P1 = 70 MW P2= 110 MW P1 = 80 MW P2= 100 MW P1 = 90 MW P2= 90 MW

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

ภ ส

ขอความตอไปนี้ขอใดไมถูกตอง คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 :

คําตอบ 4 :

การจัดสรรกําลังผลิตตามหลักเศรษฐศาสตรเปนการจัดสรรเพื่อทําใหตนทุนในการผลิตกําลังไฟฟามีคาต่ําที่สุด การจัดสรรกําลังผลิตตามหลักเศรษฐศาสตรจะดําเนินการจัดสรรเฉพาะเครื่องกําเนิดไฟฟาที่จายโหลดสูงสุดเทานั้น กําลังผลิตที่ถูกจัดสรรตามหลักเศรษฐศาสตรตองมีคาเทากับผลรวมระหวางกําลังสูญเสียและกําลังของโหลดในระบบ


ขอที่ :

463

177 of 201

คําตอบ 1 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

คําตอบ 2 :

ิธ์ ห

คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ส อ ข กร

464

465

ภ ส

ว ศ ิ าว

0

ิท ส น ว ง


ขอความตอไปนี้ขอใดไมถูกตอง คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

BIL ยอมาจาก Basic Insulation Level Lightning surge มีคามากกวา Switching surge เสมอ Surge arrester ซึ่งใชปองกันระบบสงจะตออยูระหวางไลนและกราวน Surge arrester สวนใหญทํามาจากซิงกออกไซด

178 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

466 การจายโหลดอยางประหยัด (Economic Dispatch) หมายถึงขอใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

การวางแผนการเดินและหยุดเดินเครื่องกําเนิดไฟฟาแตละตัวในระบบรายสัปดาห เพื่อลดตนทุนโดยรวมของระบบผลิตไฟฟาใหมีคาต่ําสุด

คําตอบ 2 :

การจัดสรรกําลังการผลิตของเครื่องกําเนิดไฟฟาแตละตัวในระบบ เพื่อใหมีคาดําเนินการการผลิตไฟฟาเพื่อตอบสนองความตองการใชไฟฟา ณ เวลานั้น มีคาต่ําที่สุด

คําตอบ 3 :

การรักษาสมดุลระหวางกําลังการผลิตโดยรวมกับโหลดความตองการใชไฟฟาของระบบที่คาความถี่พิกัด

คําตอบ 4 :

การลดกําลังการผลิตของระบบใหมีคาต่ําที่สุดเพื่อลดคาเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา ณ ขณะเวลานั้น

ิธ์ ห

467

อัตราการเปลี่ยนแปลงของคาใชจายเชื้อเพลิงตอกําลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น (พันบาท/เมกกะวัตต-ชม.) และขอจํากัดดานกําลังการผลิต สําหรับเครื่องกําเนิดไฟฟา 2 ชุดในระบบ แสดงในสมการดานลาง พิจารณาตามหลักการการจายโหลดอยางประหยัด หากโหลดโดยรวมมีคาเทากับ 50 MW จงคํานวณหาคากําลังไฟฟาที่โรงไฟฟาที่ 1 และโรงไฟฟาที่ 2 ควรจะจายเขาสูระบบ

ขอที่ :

ส อ ข กร

คําตอบ 1 :

โรงไฟฟาที่ 1 จาย 25 MW โรงไฟฟาที่ 2 จาย 25 MW

คําตอบ 2 :

โรงไฟฟาที่ 1 จาย 20 MW โรงไฟฟาที่ 2 จาย 30 MW

คําตอบ 3 :

โรงไฟฟาที่ 1 จาย 15 MW โรงไฟฟาที่ 2 จาย 35 MW

คําตอบ 4 :

โรงไฟฟาที่ 1 จาย 10 MW โรงไฟฟาที่ 2 จาย 40 MW

468

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส

การวิเคราะหการจายโหลดอยางประหยัดในระบบไฟฟากําลังนั้นการจายโหลดอยางประหยัดระหวางโรงจักร (economic operation between plants) จะแตกตางจากการจายโหลดอยางประหยัดภายใน โรงจักร(economic operation between units within a plants) คืออะไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 :

ขอที่ :

ตองคิดโหลดรวมทั้งหมดของระบบ ตองคิดกําลังไฟฟาสูญเสียในสายสง

คําตอบ 3 :

ตองคิดคาใชจายรวมทั้งหมดของทุกโรงจักร

คําตอบ 4 :

ตองคิดความสัมพันธระหวางคาใชจายเชื้อเพลิงและกําลังไฟฟาที่ได

469 โรงตนขนาดใหญไดรับกําลังไฟฟาจาก 3 หนวยกําเนิดที่มีฟงกชัน IC(incremental cost) ดังนี้ IC1 = 8.8 + 0.01 PG1 $/MWh , IC2 = 10.2 + 0.015 PG2 $/MWh และ IC3 = 12.1 + 0.02 PG3


$/MWh หากโรงตนไดดําเนินการจายไฟฟาแบบประหยัดเหมาะที่สุด(optimal economic dispatch) สําหรับความตองการกําลัง PD = 800 MW จงหาวาหนวยกําเนิด PG1 จายกําลังไฟฟาเทาใด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

458.5 MW 468.5 MW 478.5 MW 488.5 MW

179 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

470

โรงตนมี 2 หนวยการผลิตที่มีฟงกชัน IC(incremental cost) ดังนี้ IC1 = 0.0080 PG1 + 8.0 $/MWh และ IC2 = 0.0096 PG2 + 6.4 $/MWh โดยทั้ง 2 หนวยตองทํางานตลอดเวลาซึ่งมีภาระแปร คาตั้งแต 250 ถึง 1250 MW ขณะที่คาขีดจํากัดสูงสุดและต่ําสุดของแตละหนวยคือ 625 และ 100 MW ตามลําดับ ถาภาระของโรงตนเทากับ 350 MW จงหาวาแตละหนวยควรจายกําลังไฟฟาอยาง ไรจึงจะเปนการจายไฟฟาแบบประหยัดเหมาะที่สุด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

หนวยที่ 1: 100 MW หนวยที่ 2: 250 MW

คําตอบ 2 :

หนวยที่ 1: 110 MW หนวยที่ 2: 240 MW

คําตอบ 3 :

หนวยที่ 1: 120 MW หนวยที่ 2: 230 MW

คําตอบ 4 :

หนวยที่ 1: 130 MW หนวยที่ 2: 220 MW

471 ขอใดถูกตองเกี่ยวกับ Economic Dispatch

ขอที่ :

ิธ์ ห

ิท ส น ว ง

คําตอบ 1 :

การวิเคราะห Economic Dispatch เปนการวิเคราะหวาเครื่องกําเนิดไฟฟาตัวตัวใดควรทํางานหรือไมทํางาน

คําตอบ 2 :

การวิเคราะห Economic Dispatch จะตองพิจารณากําลังสูญเสียในระบบสายสงแรงสูงดวยเสมอ

คําตอบ 3 :

ถูกทั้ง 2 ขอ

คําตอบ 4 :

ผิดทั้ง 2 ขอ

ส อ ข กร

472

ขอใดมักไมจัดเปน Ancillary Services สําหรับการจัดสรรกําลังไฟฟา คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

473

ว ศ ิ าว

Reactive Power Spinning Reserves Black-Start Capacity Purchased Real Power

ภ ส

ขอใดถูกตองเกี่ยวกับตัวประกอบโหลด (Load Factor) คําตอบ 1 :

ถามีคาต่ําแสดงวาตองเตรียมกําลังการผลิตจากเครื่องกําเนิดไฟฟาที่สําหรับจายโหลดสูงสุดไวในปริมาณมากทําใหคาใชจายสูง

คําตอบ 2 :

เปนคาที่บงบอกวาในระบบที่พิจารณามีการใชกําลังไฟฟาพรอมกันสูงเทาไรเทียบกับโหลดทั้งหมดที่มีอยู

คําตอบ 3 :

เปนคาที่บงบอกถึงกําลังสูญเสียในระบบเทียบกับโหลดสูงสุด

คําตอบ 4 :

ขอ ก. และ ค.


ขอที่ :

474 การจัดสรรกําลังผลิตตามหลักเศรษฐศาสตร มีวัตถุประสงคเพื่ออะไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ลดกําลังสูญเสียในระบบใหมีคาต่ําสุด

คําตอบ 2 :

ทําใหคาเชื้อเพลิงที่ใชในการผลิตไฟฟามีคาต่ําสุด

คําตอบ 3 :

ปรับปรุงเสถียรภาพของระบบ

คําตอบ 4 :

เพิ่มประสิทธิภาพของสายสง

180 of 201

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

475 กําหนดฟงกชันตนทุนเชื้อเพลิงของเครื่องกําเนิดไฟฟา / ยูนิตดังนี้

C1(P1)=100+2(P1)+0.005(P1)(P1) $/h C2(P2)=200+2(P2)+0.01(P2)(P2) $/h

ิธ์ ห

โดยที่ P1 และ P2 มีหนวยเปน MW หากเครื่องกําเนิดไฟฟาทั้งสองยูนิตชวยกันจายโหลด 450 MW จงจัดสรรกําลังผลิตตามหลักเศรษฐศาสตร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

P1 = 200 MW และ P2 = 250 MW P1 = 250 MW และ P2 = 200 MW P1 = 300 MW และ P2 = 150 MW P1 = 350 MW และ P2 = 100 MW

ส อ ข กร

476

ิท ส น ว ง

ถาเครื่องกําเนิดมี 2 หนวยในโรงไฟฟาเดียวกัน แตมีตนทุนสวนเพิ่มไมเทากัน การแบงจายโหลด ควรทําอยางไร?

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ควรแบงจายโหลดแตละเครื่องเทาๆ กัน

คําตอบ 2 :

ควรโอนถายโหลดจากเครื่องที่มีตนทุนสวนเพิ่มของเชื้อเพลิงสูงมาใหเครื่องที่มีตนทุนสวนเพิ่มของเชื้อเพลิงนอย

คําตอบ 3 :

ควรโอนถายโหลดจากเครื่องที่มีตนทุนสวนเพิ่มของเชื้อเพลิงนอยมาใหเครื่องที่มีตนทุนสวนเพิ่มของเชื้อเพลิงสูง

คําตอบ 4 :

ไมมีขอถูก

477

ว ศ ิ าว

ภ ส

ตามหลักเกณฑทางเศรษฐศาสตรสําหรับการจายโหลดระหวางเครื่องกําเนิดมี n หนวยในโรงไฟฟาเดียวกัน ควรทําอยางไร? คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ตองเดินเครื่อง เฉพาะเครื่องที่มีตนทุนสวนเพิ่มของเชื้อเพลิงนอยๆ กอน ตองเดินเครื่อง เฉพาะเครื่องที่มีตนทุนสวนเพิ่มของเชื้อเพลิงมากๆ ถาไมพอจึงคอยเดินเครื่องอื่นๆ ตองเดินเครื่องใหมีตนทุนสวนเพิ่มของเชื้อเพลิงที่คาเดียวกัน ตองเดินเครื่องใหมีกําลังอินพุตใกลเคียงกันกําลังไฟฟาเอาตพุต

478 มีการเดินเครื่องกําเนิดไฟฟาทั้งสองเครื่องคือเครื่องกําเนิดไฟฟาG1 และเครื่องกําเนิดไฟฟาG2 เพื่อ ชวยกันจายโหลดดังรูปบน สวนรูปลางแสดงตนทุนผลิตหนวยสุดทาย(IC, Incremental cost) โดย


IC1 คือตนทุนผลิตหนวยสุดทายของเครื่องกําเนิดไฟฟา G1, IC2 คือตนทุนผลิตหนวยสุดทายของเครื่องกําเนิดไฟฟาG2 และ P คือกําลังไฟฟา จงหาโหลดรวม 181 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

50 MW 100 MW 150 MW 200 MW

ส อ ข กร

479

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส

มีการเดินเครื่องกําเนิดไฟฟาทั้งสองเครื่องคือเครื่องกําเนิดไฟฟาG1 และเครื่องกําเนิดไฟฟาG2 เพื่อ ชวยกันจายโหลด ดังรูปบน สวนรูปลางแสดงตนทุนผลิตหนวยสุดทาย(IC, Incremental cost) โดย IC1 คือตนทุนผลิตหนวยสุดทายของเครื่องกําเนิดไฟฟา G1, IC2 คือตนทุนผลิตหนวยสุดทายของเครื่องกําเนิดไฟฟาG2 และ P คือกําลังไฟฟา จงหาตนทุนหนวยสุดทายในการจายโหลดรวม 150

MW


182 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

50 Baht/MW 100 Baht/MW 1000 Baht/MW 2000 Baht/MW

ส อ ข กร

480

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส

มีการเดินเครื่องกําเนิดไฟฟาทั้งสองเครื่องคือเครื่องกําเนิดไฟฟาG1 และเครื่องกําเนิดไฟฟาG2 เพื่อ ชวยกันจายโหลดรวม 150 MWดังรูปบน สวนรูปลางแสดงตนทุนผลิตหนวยสุดทาย(IC, Incremental cost) โดย IC1 คือตนทุนผลิตหนวยสุดทายของเครื่องกําเนิดไฟฟา G1, IC2 คือตนทุนผลิตหนวยสุดทายของเครื่องกําเนิดไฟฟาG2 และP คือกําลังไฟฟา จงหา P1 และ P2 (กําลัง ไฟฟาของเครื่องกําเนิดไฟฟา G1 และ G2 )


183 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

P1 = 50 MW, P2 = 100 MW P1 = 100 MW, P2 = 50 MW P1 = 150 MW, P2 = 100 MW P1 = 150 MW, P2 = 2000 MW

ส อ ข กร

481

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห

ว ศ ิ าว

ภ ส

จากรูป มีการเดินเครื่องกําเนิดไฟฟาทั้งสองเครื่องคือเครื่องกําเนิดไฟฟาG1 และเครื่องกําเนิดไฟฟาG2 เพื่อ ชวยกันจายโหลด 60 MW โดย IC1(P1) = 7 + 0.002P1, 20<P1<100 MW IC2(P2) = 10 + 0.004P2, 20<P2<100 MW เมื่อ IC1(P1) คือตนทุนผลิตหนวยสุดทายของเครื่องกําเนิดไฟฟาG1และ IC2(P2) คือตนทุนผลิตหนวยสุดทายของเครื่องกําเนิดไฟฟาG2 จงหา P1 (กําลังไฟฟาของเครื่องกําเนิดไฟฟาG1) และ P2 (กําลัง ไฟฟาของเครื่องกําเนิดไฟฟาG2)


184 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

P1 = 20 MW, P2 = 40 MW P1 = 40 MW, P2 = 20 MW P1 = 0 MW, P2 = 60 MW P1 = 60 MW, P2 = 0 MW

ส อ ข กร

482

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส

จากรูป มีการเดินเครื่องกําเนิดไฟฟาทั้งสองเครื่องคือเครื่องกําเนิดไฟฟาG1 และเครื่องกําเนิดไฟฟาG2 เพื่อ ชวยกันจายโหลด 110 MW โดย P1 และ P2 (กําลังไฟฟาของเครื่องกําเนิดไฟฟาG1 และ G2) IC1(P1) = 1700 Baht/MWh , 50<P1<200 MW IC2(P2) = 1500 Baht/MWh, 50<P2<200 MW

เมื่อ IC1(P1) คือตนทุนผลิตหนวยสุดทายของเครื่องกํา���นิดไฟฟาG1และ IC2(P2) คือตนทุนผลิตหนวยสุดทายของเครื่องกําเนิดไฟฟาG2 โดย P1 = 50 MW และ P2 = 60 MW หากโหลดเพิ่มขึ้น เปน120 MW จงหา P1และ P2


185 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

P1 = 0 MW, P2 = 120 MW P1 = 120 MW, P2 = 0 MW P1 = 60 MW, P2 = 60 MW P1 = 50 MW, P2 = 70 MW

ส อ ข กร

483

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส

จากรูป มีการเดินเครื่องกําเนิดไฟฟาทั้งสองเครื่องคือเครื่องกําเนิดไฟฟาG1 และG2 เพื่อ ชวยกันจายโหลด 130 MW โดย P1 และ P2 (กําลังไฟฟาของเครื่องกําเนิดไฟฟาG1 และ G2)

IC1(P1) = 1700 Baht/MWh , 50<P1<200 MW IC2(P2) = 1500 Baht/MWh, 50<P2<200 MW

เมื่อ IC1(P1) คือตนทุนผลิตหนวยสุดทายของเครื่องกําเนิดไฟฟาG1และ IC2(P2) คือตนทุนผลิตหนวยสุดทายของเครื่องกําเนิดไฟฟาG2 จงหา P1 และ P2


186 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

P1 = 0 MW, P2 = 130 MW P1 = 130 MW, P2 = 0 MW P1 = 60 MW, P2 = 70 MW P1 = 50 MW, P2 = 80 MW

ส อ ข กร

484

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส

จากรูป มีการเดินเครื่องกําเนิดไฟฟาทั้งสองเครื่องคือเครื่องกําเนิดไฟฟาG1 และG2 เพื่อ ชวยกันจายโหลด 120 MW โดย P1 และ P2 คือกําลังไฟฟาของเครื่องกําเนิดไฟฟา G1 และ G2) IC1(P1) = 1700 Baht/MWh , 50<P1<200 MW IC2(P2) = 1500 Baht/MWh, 50<P2<200 MW

เมื่อ IC1(P1) และ IC2(P2) คือตนทุนผลิตหนวยสุดทายของเครื่องกําเนิดไฟฟาG1 และ G2 โดย P1 = 50 MW และ P2 = 70 MW หากโหลดลดลงเปน110 MW จงหา P1และ P2


187 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

P1 = 0 MW, P2 = 110 MW P1 = 110 MW, P2 = 0 MW P1 = 50 MW, P2 = 60 MW P1 = 55 MW, P2 = 55 MW

ส อ ข กร

485

ิท ส น ว ง

ว ศ ิ าว

ภ ส

จากรูป มีการเดินเครื่องกําเนิดไฟฟาทั้งสองเครื่องคือเครื่องกําเนิดไฟฟาG1 และเครื่องกําเนิดไฟฟาG2 เพื่อ ชวยกันจายโหลดโดยมีตนทุนคาเชื้อเพลิงในการผลิตกําลังไฟฟาของ G1 และ G2 ดังนี้ F1(P1) = 1800(P1) +(2.0)(P1)(P1) Baht, 50<P1<250MW F2(P2) = 1500(P2) +(1.0)(P2)(P2) Baht, 50<P2<250 MW หากตนทุนผลิตหนวยสุดทายในการผลิตกําลังไฟฟาเทากับ 2000 Baht/MWh จงหา P1 และ P2 (กําลังไฟฟาของเครื่องกําเนิดไฟฟาG1 และ G2)


188 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

P1 = 250 MW, P2 = 250 MW P1 = 50 MW, P2 = 250 MW P1 = 100 MW, P2 = 250 MW P1 = 150 MW, P2 = 150 MW

ส อ ข กร

486

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห

ว ศ ิ าว

ภ ส

จากรูป มีการเดินเครื่องกําเนิดไฟฟาทั้งสองเครื่องคือเครื่องกําเนิดไฟฟาG1 และG2 เพื่อชวยกันจายโหลดโดยมีตนทุนคาเชื้อเพลิงในการผลิตกําลังไฟฟาของ G1 และ G2 ดังนี้ F1(P1) = 1800(P1) +(2.0)(P1)(P1) Baht, 50<P1<250 MW F2(P2) = 1500(P2) +(1.0)(P2)(P2) Baht, 50<P2<250 MW โดย P1 และ P2 คือกําลังไฟฟาของเครื่องกําเนิดไฟฟาG1 และG2 หากตนทุนผลิตหนวยสุดทายในการผลิตกําลังไฟฟาเทากับ 2000 Baht/MWh จงหาโหลดรวม


189 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

250 MW 300 MW 400 MW 500 MW

ส อ ข กร

487

ิท ส น ว ง

จากรูป มีการเดินเครื่องกําเนิดไฟฟาทั้งสองเครื่องคือG1และG2 เพื่อชวยกันจายโหลด100MW โดยP1,P2คือกําลังไฟฟาของเครื่องกําเนิดไฟฟาG1,G2

โดยIC1(P1)=9.5+0.03P1 $/MWh, 20<P1<100 MW,

ว ศ ิ าว

IC2(P2) =10+0.04P2 $/MWh, 20<P2<100 MW

ภ ส

เมื่อ IC1(P1)และ IC2(P2)คือตนทุนผลิตหนวยสุดทายของG1,G2หากทําการจัดสรรดวยวิธีตนทุนหนวยสุดทายเทากันจะไดP1=64MWและP2=36MWจงเปรียบเทียบตนทุนการผลิตกับการจายไฟ แบบเฉลี่ยที่ P1=50MWและP2=50MW คําตอบ 1 : คําตอบ 2 :

ขอที่ :

วิธีตนทุนหนวยสุดทายเทากันมีตนทุนการผลิตมากกวาวิธีจายไฟแบบเฉลี่ย 10 $ วิธีตนทุนหนวยสุดทายเทากันมีตนทุนการผลิตนอยกวาวิธีจายไฟแบบเฉลี่ย 10 $

คําตอบ 3 :

วิธีตนทุนหนวยสุดทายเทากันมีตนทุนการผลิตมากกวาวิธีจายไฟแบบเฉลี่ย 10 $

คําตอบ 4 :

วิธีตนทุนหนวยสุดทายเทากันมีตนทุนการผลิตนอยกวาวิธีจายไฟแบบเฉลี่ย 7 $

488 หมอแปลงจําหนายที่มีชองวางแบบกาน (rod gap) ไวปองกันแรงดันเกินแทนอะเรสเตอรใชในกรณีใด


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

หมอแปลงเล็ก แรงดันเกินสูง แตความชันของแรงดันมีคาสูง

คําตอบ 2 :

หมอแปลงเล็ก แรงดันเกินมีคาสูง แตความชันของแรงดันเกินมีคาต่ํา

คําตอบ 3 :

หมอแปลงเล็ก แรงดันเกินมีคาสูง กระแสมีคาสูง

คําตอบ 4 :

หมอแปลงเล็ก แรงดันเกินมีคาสูง กระแสมีคาต่ํา

190 of 201

489

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

การปองกันใดที่ไมถูกตองสําหรับการประสานสัมพันธทางฉนวน (Insulation Coordination)

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ปองกันแรงดันเกินที่เกิดกับหมอแปลงดวยอะเรสเตอร

คําตอบ 2 :

ปองกันแรงดันเกินที่เกิดกับหมอแปลงดวยชองวางแทง (rod gap)

คําตอบ 3 :

ปองกันแรงดันเกินที่เกิดกับหมอแปลงดวยฟวส

คําตอบ 4 :

ปองกันแรงดันเกินในระบบดวยการติดตั้งอะเรสเตอรที่เสาเปนระยะๆ

490

ิธ์ ห

คลื่นแรงดันอิมพัลสฟาผามีรูปรางคลื่นโดยประมาณ (หนวยเปนไมโครวินาที) เปน คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

1.2/50 8/20 100/1000 4/10

ส อ ข กร

491

การปองกันหมอแปลงดวยชองวางแทง (rod gap) มีขอใดที่ไมถูกตอง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ชองวางแทงมีราคาถูก

คําตอบ 2 :

ชองวางแทงทํางานผิดพลาดไดเนื่องจากความชื้นและอุณหภูมิ

คําตอบ 3 :

ชองวางแทงสามารถทํางานแทนอะเรสเตอรไดในพื้นที่มีแรงดันเกินสูง

คําตอบ 4 :

ชองวางแทงสามารถทํางานแทนอะเรสเตอรไดในพื้นที่มีความชันสัญญาณฟาผาสูงๆ

492

ภ ส

ว ศ ิ าว

ขอใดตอไปนี้มีความทนตอสนามไฟฟาสูงที่สุด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ิท ส น ว ง

493

Air Hydrogen Nitrogen Sulfur hexafluoride


191 of 201

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ิธ์ ห

494

คําตอบ 1 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ไมมีคําตอบที่ถูกตอง

495 คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ว ศ ิ าว

ภ ส

ขอใดถูกตอง

ขอที่ :

ส อ ข กร

ิท ส น ว ง

surge impedance ของเคเบิลทั้งสองมีคาเทากัน surge impedanceของเคเบิลแรกมีคาเปนสองเทาของเคเบิลที่สอง surge impedanceของเคเบิลที่สองมีคาเปนสองเทาของเคเบิลแรก

คําตอบ 2 :

ขอที่ :

ระดับแรงดันที่กับดักฟาผา (lightning arrester) เริ่มทํางาน สูงกวาระดับความคงทนฉนวน ระดับแรงดันที่กับดักฟาผา (lightning arrester) เริ่มทํางาน ต่ํากวาระดับความคงทนฉนวน ระดับแรงดันที่กับดักฟาผา (lightning arrester) เริ่มทํางาน ต่ํากวาระดับแรงดันกระเพื่อมแบบชั่วคราว (temporary voltage) ระดับแรงดันที่กับดักฟาผา (lightning arrester) เริ่มทํางาน ต่ํากวาระดับแรงดันสูงสุดของระบบ

496 BIL คืออะไร คําตอบ 1 :

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

300,000,000 m/s 0.00000003 m/s 100 m/s 3,000,000 m/s

คาความคงทนของฉนวนตอแรงดันเจาะทะลุ(puncture)


ขอที่ :

คําตอบ 2 :

คาความคงทนของฉนวนตอแรงดันอิมพัลสรูปคลื่นฟาผา

คําตอบ 3 :

คาความคงทนของฉนวนตอการเกิดเบรกดาวนบนผิวฉนวนดวยกระแสสลับ

คําตอบ 4 :

คาความคงทนของฉนวนตอการเกิดดิสชารจบางสวนบนผิวฉนวนดวยกระแสสลับ

192 of 201

497 แรงดันทดสอบที่ฉนวนตองทนไดจะเปนตัวกําหนดระดับการเปนฉนวน การทดสอบแรงดันอิมพัลสรูปคลื่นฟาผาตามมาตรฐาน IEC สําหรับแรงดันของระบบต่ํากวา 300 kV รูปคลื่นแรงดันอิมพัลสมีเวลา หนาคลื่นและเวลาหลังคลื่นกี่ไมโครวินาที

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

1.2/50

คําตอบ 1 :

ิธ์ ห

2.5/25

คําตอบ 2 :

ส อ ข กร

25/250

คําตอบ 3 :

ว ศ ิ าว

250/2500

คําตอบ 4 :

ขอที่ :

ภ ส

498 ขอใดถูกตองเกี่ยวกับกาซ SF6

ิท ส น ว ง


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ดับอารคไดชากวาอากาศ

คําตอบ 2 :

มี Ionization Coefficient ต่ํามากเมื่อเทียบกับอากาศ

คําตอบ 3 :

ไมมีสี ไมมีกลิ่น และไมมีรส

คําตอบ 4 :

คําตอบ 2 และ คําตอบ 3 ถูกตอง

193 of 201

499

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ขอใดถูกตอง คําตอบ 1 :

ขอที่ :

คําตอบ 2 :

V-t Curve ที่เกี่ยวกับ Breakdown ของแรงดันอิมพัลส แสดงความสัมพันธระหวางแรงดันอิมพัลสเบรคดาวนและเวลาเบรคดาวน Dielectric Strength เปนการทนแรงดันไฟฟาของตัวเก็บประจุ

คําตอบ 3 :

ความถี่มีผลอยางมากตอความเครียดสนามไฟฟาของกาซ

คําตอบ 4 :

ถูกทุกขอ

500

ิธ์ ห

ในการปองกันอุปกรณจากแรงดั���เกิน จะใชอุปกรณปองกันตอขนานเขากับอุปกรณที่จะไดรับการปองกัน คาอิมพีแดนซของอุปกรณปองกันดังกลาวจะตองมีคาเปนอยางไรในชวงปกติและชวงเกิดแรงดัน เกิน

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

มีคาต่ําในชวงปกติและมีคาสูงในชวงเกิดแรงดันเกิน

คําตอบ 2 :

มีคาสูงทั้งในชวงปกติและในชวงเกิดแรงดันเกิน

คําตอบ 3 :

มีคาต่ําทั้งในชวงปกติและในชวงเกิดแรงดันเกิน

คําตอบ 4 :

มีคาสูงในชวงปกติและมีคาต่ําในชวงเกิดแรงดันเกิน

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

ส อ ข กร

501

ว ศ ิ าว

ภ ส

0.5 , 0.25 -0.5 , 0.25 0.5 , -0.25 -0.5 , -0.25

502 แรงดันเสิรจมีผลกระทบตอสิ่งใดในระบบไฟฟากําลังมากที่สุด ? คําตอบ 1 :

ความถี่ของระบบไฟฟา

ิท ส น ว ง


ขอที่ :

คําตอบ 2 :

กําลังไฟฟาในระบบ

คําตอบ 3 :

การฉนวนของอุปกรณไฟฟา

คําตอบ 4 :

การไหลของกระแสในระบบ

194 of 201

503 การปลดโหลดออกจากระบบอยางกะทันหัน อาจจะสงก็อยางไรตอระบบ ?

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เกิดแรงดันตกเกิดขึ้น

คําตอบ 2 :

เกิดแรงดันเกินเกิดขึ้น

คําตอบ 3 :

เกิดแรงดัน sag เกิดขึ้น

คําตอบ 4 :

ไมมีขอใดถูก

504

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

กระแสที่ไหลผานกับดักแรงดันเกิน(surge arrester)ที่ตอในระบบ ที่สภาวะปกติที่แรงดันไมเกินคาแรงดันเกินตอเนื่องสูงสุด (Maximum continuous operation voltage, MCOV) จะมีลักษณะเปน อยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

มีลักษณะเปนกระแสอัดประจุ (capacitive current)

คําตอบ 2 :

มีลักษณะเปนกระแสไหลผานตัวเหนี่ยวนํา (inductive current)

คําตอบ 3 :

มีลักษณะเปนกระแสไหลผานตัวตานทาน (resistive current)

คําตอบ 4 :

ไมมีขอใดถูก

505

ส อ ข กร

ขอใดถูกตอง

ขอที่ :

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห

คําตอบ 1 :

แรงดันตกครอมกับดักแรงดันเกิน(surge arrester)ขณะใชงานอยางตอเนื่องตองนอยกวาคาแรงดันเกินตอเนื่องสูงสุด (Maximum continuous operation voltage, MCOV)

คําตอบ 2 :

แรงดันตกครอมกับดักแรงดันเกิน(surge arrester)ขณะใชงานอยางตอเนื่องตองมากกวาคาแรงดันเกินตอเนื่องสูงสุด (Maximum continuous operation voltage, MCOV)

คําตอบ 3 :

แรงดันตกครอมกับดักแรงดันเกิน(surge arrester)ขณะใชงานอยางตอเนื่องตองมากกวาคาแรงดันเกินชั่วคราวสูงสุด(Temporary overvoltages, TOV)

คําตอบ 4 :

ไมมีขอใดถูก

506

ว ศ ิ าว

ภ ส

ในชวงที่เกิดฟาผาในบริเวณใกลเคียงกับอุปกรณไฟฟาที่มีกับดักแรงดันเกิน(surge arrester) ทําหนาที่ปองกันแรงดันเกินอยู การเกิดฟาผาทําใหเกิดเสริ์จแรงดันเกินเปนคลื่นตกกระทบเคลื่อนที่เขามาเจอ กับดักแรงดันเกินทําใหเกิดกระแสเกินขนาดใหญมากไหลผานกับดักแรงดันเกินลงดินไป กระแสที่ไหลผานกับดักแรงดันเกินลักษณะเปนอยางไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

507 ขอใดถูกตอง

มีลักษณะเปนกระแสอัดประจุ (capacitive current) มีลักษณะเปนกระแสไหลผานตัวเหนี่ยวนํา (inductive current) มีลักษณะเปนกระแสไหลผานตัวตานทาน (resistive current) ไมมีขอใดถูก


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

กับดักแรงดันเกิน(surge arrester) สามารถทนตอแรงดันเกินขนาดเทากับคาแรงดันเกินตอเนื่องสูงสุด (Maximum continuous operation voltage, MCOV) ไดอยางตอเนื่อง

คําตอบ 2 :

กับดักแรงดันเกิน(surge arrester) สามารถทนตอแรงดันเกินขนาดเทากับ คาแรงดันเกินชั่วคราวสูงสุด(Temporary overvoltages, TOV)ไดอยางตอเนื่อง

คําตอบ 3 :

คาแรงดันเกินตอเนื่องสูงสุด (Maximum continuous operation voltage, MCOV) มีคาสูงกวาคาแรงดันเกินชั่วคราวสูงสุด(Temporary overvoltages, TOV)

คําตอบ 4 :

ไมมีขอใดถูก

508

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ขอใดเปนภาวะมาตรฐาน

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

อุณหภูมิแวดลอม (Ambient temperature) มีคาเทากับ 20 องศาเซลเซียส

คําตอบ 2 :

ความดันบรรยากาศ (Air pressure) มีคาเทากับ 101.3 kPA 760 mmHg

คําตอบ 3 :

ความชื้นสัมบูรณ (Absolute humidity) มีคาเทากับ 11 grams of water/cubic meter, of air

คําตอบ 4 :

ถูกทุกขอ

509

ิธ์ ห

ขอใดถูกตอง คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

การประสานการฉนวนสัมพันธ(insulation coordination) คือการออกแบบใหฉนวนอุปกรณไฟฟามีความคงทนตอแรงดันเกินที่มีขนาดสูงสุดที่อาจเกิดขึ้นในระบบที่นําอุปกรณไฟฟานั้นๆ ไปใชงาน การประสานการฉนวนสัมพันธ(insulation coordination) คือการออกแบบใหฉนวนอุปกรณไฟฟามีความคงทนตอกระแสเกินที่มีขนาดสูงสุดที่อาจเกิดขึ้นในระบบที่นําอุปกรณไฟฟานั้นๆ ไปใชงาน การประสานการฉนวนสัมพันธ(insulation coordination) คือการออกแบบใหฉนวนอุปกรณไฟฟามีความคงทนตอแรงดันเกินที่มีขนาดสูงสุดที่อาจเกิดขึ้นในระบบที่อุปกรณไฟฟานั้นๆได รับการปองกันจากอุปกรณปองกันแรงดันเกิน

ส อ ข กร

ไมมีขอใดถูก

510

ิท ส น ว ง

การประสานการฉนวนสัมพันธ(insulation coordination)สําหรับสายสงในระบบสงและระบบจําหนายตองคํานึงถึงขอใด

ขอที่ :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 1 :

จํานวนและชนิดของลูกถวยของพวงลูกถวย

คําตอบ 2 :

การตอลงดินของเสา (tower grounding)

คําตอบ 3 :

ตําแหนงและจํานวนสายของสายกราวด (overhead ground or shield wires)

คําตอบ 4 :

511

ภ ส ถูกทุกขอ

ขอใดถูกตองเกี่ยวกับ Backflash หรือ Backflashover (overhead ground wire) คําตอบ 1 :

195 of 201

ขนาดแรงดันที่เกิดขึ้นที่เสา (tower) มีคาสูงกวาแรงดันในสายตัวนํา (conductor)

คําตอบ 2 :

ขนาดแรงดันที่เกิดขึ้นที่เสา (tower) มีคาต่ํากวาแรงดันในสายตัวนํา (conductor)

คําตอบ 3 :

เกิดการวาบไฟ(flashover) จากสายกราวด (overhead ground or shield wires) ไปที่เสา (tower)

คําตอบ 4 :

ไมมีขอใดถูก


ขอที่ :

512 ขอใดเปนลักษณะของกับดักแรงดันเกินแบบไมมีชองวาง (gapless surge arrester) คําตอบ 1 : คําตอบ 3 :

(surge arrester) กับดักแรงดันเกิน(arrester discharge voltage) กินกระแสนอยมากในสภาวะปกติ กับดักแรงดันเกิน(arrester discharge voltage) เปนทางผานของกระแสขนาดใหญเมื่อมีเสริจแรงดันเกินที่เคลื่อนที่มาตามสายมาเจอกับดักแรงดันเกิน

คําตอบ 4 :

ถูกทุกขอ

คําตอบ 2 :

ขอที่ :

196 of 201

ขนาดของแรงดันดีสชารจของกับดักแรงดันเกิน(arrester discharge voltage) ขึ้นกับเวลาหนาคลื่น(time to crest)ของเสริจแรงดันเกินที่เคลื่อนที่มาตามสายมาเจอกับดักแรงดันเกิน

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

513 ขอใดถูกตอง เมื่อมีแรงดันสูงกวาคา BIL เคลื่อนที่มาถึงอุปกรณไฟฟาที่มีการติดตั้งกับดักแรงดันอยู

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความตานทานกับดักแรงดันเกินลดลงเปนศูนย

คําตอบ 2 :

แรงดันตกครอมกับดักแรงดันเกินลดลงเปนศูนย

คําตอบ 3 :

แรงดันตกครอมกับดักแรงดันเกินลดลงเทากับแรงดันดีสชารจ(discharge voltage)

คําตอบ 4 :

ถูกทุกขอ

514

ิท ส น ว ง

ิธ์ ห

การตอลงดินสําหรับอาคารสํานักงานหรือบานอยูอาศัยที่มีทั้งแผงไฟฟาเมนและแผงไฟฟายอย ควรมีการตอที่ถูกตองดังนี้

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ใหตอระหวางขั้วศูนยและขั้วดินเขาดวยกันทั้งที่แผงไฟฟาเมนและแผงไฟฟายอย

คําตอบ 2 :

ใหตอระหวางขั้วศูนยและขั้วดินเขาดวยกันที่แผงไฟฟาเมน แตไมตอระหวางขั้วศูนยและขั้วดินเขาดวยกันที่แผงไฟฟายอย

คําตอบ 3 :

ไมใหตอระหวางขั้วศูนยและขั้วดินเขาดวยกันที่แผงไฟฟาเมนแตใหตอระหวางขั้วศูนยและขั้วดินใหถึงกันที่แผงไฟฟายอย

คําตอบ 4 :

ไมใหตอระหวางขั้วศูนยและขั้วดินเขาดวยกันทั้งที่แผงไฟฟาเมนและแผงไฟฟายอย

ส อ ข กร

515

การตอลงดินทางดานแรงต่ําที่ขั้วศูนย(neutral) ของหมอแปลงสามเฟสลงดิน ถาตอไมดีและขั้วตอหลุด คือ ขั้วศูนยของหมอแปลงไมไดตอลงดิน จะเกิดอะไรขึ้น กระแสลัดวงจรสามเฟสมีคาตําลงและเบรกเกอรอาจไมทํางาน

คําตอบ 2 :

แรงดันบางเฟสอาจมีคาสูงมากจนทําใหอุปกรณไฟฟาเสียหาย

คําตอบ 3 :

ฟวสหรือเบรกเกอรปองกันหมอแปลงทางดานแรงต่ําเปดวงจรออก

คําตอบ 4 : ขอที่ :

ว ศ ิ าว

คําตอบ 1 :

516

ภ ส

ทําใหเกิดอันตรายเนื่องจากไฟฟาดูดได

การตอลงดินที่ระบบไฟฟาแรงต่ําที่ถูกตองตองเปนดังนี้ คําตอบ 1 :

สายดินตองไมมีกระแสไหลในกรณีจายไฟฟาปกติ

คําตอบ 2 :

สายดินตองไมมีกระแสไหลในกรณีที่เกิดลัดวงจรลงดิน

คําตอบ 3 :

สายดินตองตอกับสายศูนยที่แผงไฟฟาทุกแผง(ถามีแผงไฟหลายแผง)

คําตอบ 4 :

สายดินตองไมตอลงดินที่จุดใดในระบบ


ขอที่ :

517 การตอลงดินสถานีไฟฟายอย ขอใดที่ถูกตองสมบูรณมากที่สุด

ขอที่ :

197 of 201

คําตอบ 1 :

เพื่อการตอลงดินของอุปกรณ และลดกระแสฟาผาใหลงดินเร็วที่สุด

คําตอบ 2 :

เพื่อการตอลงดินของอุปกรณ และเพื่อใหแรงดันสัมผัส (touch voltage) และแรงดันยางกาว (step voltage) มีคาต่ํากวาเกณฑปลอดภัย

คําตอบ 3 :

เพื่อการตอลงดินของอุปกรณ

คําตอบ 4 :

เพื่อการตอลงดินของอุปกรณ และเพื่อใหแรงดันสัมผัส (touch voltage) และแรงดันยางกาว (step voltage) มีคาต่ําที่สุด

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

518 ขอใดตอไปนี้กลาวถูกตอง

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ความตานทานดิน (Ground resistance) แปรผกผันกับระดับความลึกจากผิวดิน

คําตอบ 2 :

น้ําทะเลมีคาสภาพตานทาน (Resistivity) สูงกวาพื้นดิน

คําตอบ 3 :

คาสภาพตานทาน (Resistivity) ของพื้นดินแปรผกผันกับอุณหภูมิ

คําตอบ 4 :

การฝงแทงตัวนําลงไปใตดินสงผลใหสภาพตานทาน (Resistivity) ของพื้นดินเพิ่มขึ้น

ิธ์ ห

519

จงคํานวณคาความตานทานของแทงสายดินเดี่ยว(single ground rod) ความยาว 305 cm มีรัศมี 1.27 cm อยูในพื้นดินที่มีสภาพตานทาน 200,000 ohm-cm คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

312 ohm 412 ohm 512 ohm 612 ohm

ส อ ข กร

520

ิท ส น ว ง

อิเล็กโทรดสายดินโลหะแบบครึ่งทรงกลม(hemispheric metal ground)มีรัศมี 25 cm ฝงอยูในพื้นดินที่มีสภาพตานทาน 8000 ohm-cm ถามีกระแส 500 A ไหลผานอิเล็กโทรดสูดิน ขณะที่มีบุคคลยืน อยูหางจากอิเล็กโทรดออกไป 6 m จงคํานวณแรงดันแตะ(touch voltage) เมื่อฝามือของบุคลคลสัมผัสกับอิเล็กโทรดหรือชิ้นสวนโลหะที่ตอกับอิเล็กโทรด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

521

23.4 kV 24.4 kV 25.4 kV 26.4 kV

ว ศ ิ าว

ภ ส

ในการวัดคาความตานทานดินโดยวิธีการของ Wenner ซึ่งใชลักษณะของอิเล็กโตรด 4 จุด และระยะหางระหวางอิเล็กโตรดมีคาเทากับ 2 เมตร อานคาความตานทานดินจากเครื่องมือวัดไดเทากับ 100 โอหม จงคํานวณหาคาความตานทานจําเพาะของดิน

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 :

1256 โอมห-เมตร 400 โอมห-เมตร 314 โอมห-เมตร


คําตอบ 4 :

200 โอมห-เมตร 198 of 201

ขอที่ :

522 ขอใดตอไปนี้ไมใชวิธีการลดคาความตานทานของการตอลงดิน

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ปรับปรุงสภาพดินโดยการเพิ่มสารเคมีประเภทเกลือลงในดิน

คําตอบ 2 :

เพิ่มความยาว Grounding electrode

คําตอบ 3 :

ลดขนาดเสนผาศูนยกลาง Grounding electrode

คําตอบ 4 :

เพิ่มจํานวน Grounding electrode

523

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

ิธ์ ห

คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

524

371.2 V 266.8 V 638.0 V 319.0 V

ส อ ข กร

ว ศ ิ าว

ภ ส

ิท ส น ว ง

ขอดีของการตอลงดินที่ฐานเสาผานความตานทาน (resistance grounding) คืออะไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 :

ขอที่ :

ทําใหอุปกรณปองกันทํางานไดตามฟงกชั่นที่ถูกตอง จะไมเกิดแรงดันเกินจากการเกิดอารกซิงกราวด

คําตอบ 3 :

ลดแรงดันไฟฟาเกินในระบบ

คําตอบ 4 :

ลดกําลังไฟฟาสูญเสีย

525 ขอใดถูกตองสําหรับ Grounding


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ตูไฟฟาทุกตูในอาคารตองตอกับแทงหลักดินแบบหนึ่งตูตอแทงหลักดินอยางนอย 1 แทง

คําตอบ 2 :

ตูไฟฟาทุกตูในอาคารตองตอประสานบัสดินกับบัสนิวทรัล

คําตอบ 3 :

ถูกทั้ง 2 ขอ

คําตอบ 4 :

ผิดทั้ง 2 ขอ

199 of 201

526

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

แทงดินรัศมี 12 mm ยาว 3 m ดินมีความตานทานจําเพาะ 100 โอหมเมตรสม่ําเสมอ จงหาความตานทานดิน คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

11 โอหม 21 โอหม 31 โอหม 41 โอหม

527

ิธ์ ห

ขอใดไมใชขอดีของการตอลงดิน

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ปองกันแรงดันเกินที่เกิดจากฟาผา

คําตอบ 2 :

ทําใหเครื่องปองกันกระแสเกินทํางานเมื่อเกิดลัดวงจรลงดิน

คําตอบ 3 :

เพิ่มแรงดันสัมผัส

คําตอบ 4 :

ปองกันอันตรายตอผูสัมผัส

ส อ ข กร

528

ิท ส น ว ง

หลักดินรูปครึ่งทรงกลมแทงหนึ่งมีรัศมี 25 เซนติเมตร ฝงไวเสมอผิวดิน กําหนดใหความตานทานจําเพาะของดินมีคา 5000 โอหม-เซนติเมตร จงคํานวณคาความตานทานของดินระหวางผิวของหลักดิน ถึงชั้นดินรอบนอกที่มีระยะหางตามแนวรัศมี 300 เซนติเมตร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

529

16.7 โอหม 29.2 โอหม 31.8 โอหม 200 โอหม

ว ศ ิ าว

ภ ส

ขอใดไมใชวัตถุประสงคของการตอลงดิน คําตอบ 1 : คําตอบ 2 :

ขอที่ :

เพื่อความปลอดภัย

เพื่อใหระบบอุปกรณปองกันทํางาน

คําตอบ 3 :

เพื่อปองกันแรงดันเกินในระบบ

คําตอบ 4 :

เพื่อจํากัดกระแสลัดวงจร

530 ขอใดไมใชวัตถุประสงคของการตอลงดินในระบบปองกันฟาผาอาคารสิ่งปลูกสราง


ขอที่ :

คําตอบ 1 :

เพื่อใหกระแสฟาผาไหลลงดินเร็วที่สุด

คําตอบ 2 :

เพื่อปองกันเพลิงไหมอาคาร

คําตอบ 3 :

เพื่อความปลอดภัยของบุคคล

คําตอบ 4 :

เพื่อปองกันอุปกรณไฟฟาภายในอาคาร

200 of 201

531

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

การตอลงดินทําที่ใด

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

หมอแปลง

คําตอบ 2 :

สถานีไฟฟา

คําตอบ 3 :

เสาสงกําลังไฟฟา

คําตอบ 4 :

ถูกทุกขอ

532

ิธ์ ห

เสาสงกําลังไฟฟามีคาเสิรจอิมพีแดนซเทากับ 150 โอหม แทงหลังดินที่ฐานเสามีคาเทากับ 10 โอหม สัมประสิทธิ์การสะทอนมีคาเทาไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

-0.785 -0.875 0.725 0.845

ส อ ข กร

533 แรงดันรูปแบบใดมีคามากที่สุด คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ขอที่ :

Touch voltage Step voltage Transferred voltage Mesh voltage

คําตอบ 3 : คําตอบ 4 :

ไมมีหนวย

ว ศ ิ าว

ภ ส

534

ิท ส น ว ง

การวัดความตานทานจําเพาะดินแบบ 4 จุด ดวยวิธีของ Wenner คาที่อานไดจากเครื่องมีหนวยเปนอะไร คําตอบ 1 : คําตอบ 2 :

ขอที่ :

โอหม

โอหม. เมตร โอหม/เมตร

535 การวัดความตานทานจําเพาะดินแบบ 4 จุด ดวยวิธีของ Wenner โดยปกแทงตัวนําหางกัน 10 เมตร อานคาจากเครื่องวัดได 2 โอหม คาความตานทานจําเพาะดินมีคาเทาใด


คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

115 โอหม. เมตร 126 โอหม. เมตร 132 โอหม. เมตร 150 โอหม. เมตร

201 of 201

536

ย ่ า น ห ำ จ ม า้

การวัดคาความตานทานแทงหลักดินแบบ 3 จุด ตําแหนงการปกขั้ว Potential และ ขั้ว Current ตองเปนอยางไร

ขอที่ :

คําตอบ 1 :

ขั้ว Potential และ ขั้ว Current ปกหางจากแทงหลักดินเทาๆกันโดยมีแทงหลักดินอยูตรงกลาง

คําตอบ 2 :

ขั้ว Potential ปกหางจากแทงหลักดินมากกวาขั้ว Current โดยปกเปนแนวเสนตรง

คําตอบ 3 :

ขั้ว Potential ปกใกลกับแทงหลักดินมากกวาขั้ว Current โดยปกเปนแนวเสนตรง

คําตอบ 4 :

ผิดทุกขอ

537

ิธ์ ห

ระยะหางที่เหมาะสมในการปกแทงตัวนําขั้ว Potential คือตองหางจากแทงหลักดินเทาใดเมื่อเทียบกับขั้ว Current คําตอบ 1 : คําตอบ 2 : คําตอบ 3 : คําตอบ 4 : ขอที่ :

54% 67% 75% 82%

ส อ ข กร

538 คาความตานทานแทงหลักดินขึ้นอยูกับ คําตอบ 1 :

ขนาดแทงหลักดิน

คําตอบ 2 :

คาความตานทานจําเพาะดิน

คําตอบ 3 :

ความลึกในการปกแทงหลักดิน

คําตอบ 4 :

ถูกทุกขอ

ภ ส

ว ศ ิ าว

ิท ส น ว ง


Electric power system analysis