Issuu on Google+

จดหมายข่าว

ภาพจาก : หนังสือ ที่สุดอุทยานแห่งชาติในประเทศไทย

ปีที่ 2 ฉบับที่ 3 เรื่องในเล่ม ท�ำไมถึงต้องค้าน การสร้างเขื่อนแม่วงก์?

2 โครงการฝึกอบรม และก�ำหนดการ ศึกษาดูงานการจัดการ อุทยานแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติธารหิมะ Glacier National Park

4 5

สวัสดีปีใหม่สมาชิกทุกท่าน ในนามของคณะกรรมการบริ ห ารสมาคม อุทยานแห่งชาติ ผมใคร่ขอถือโอกาสนี้ อวยพรมายัง สมาชิ ก ทุ ก ท่ า น ให้ ป ระสบแต่ ค วามสุ ข และสมหวั ง ในทุกสิ่ง พร้อมมีสุขอนามัยที่ดียิ่ง ตลอดศกใหม่ 2557

มกราคม - มีนาคม 2557 หล่ อ เลี้ ย งน�้ ำ ให้ กั บ ล� ำ น�้ ำ ปิ ง และล� ำ น�้ ำ วั ง ตอนล่ า ง 2) สมาคมฯ ได้ใช้เงินจากกองทุนพิทักษ์ป่าบริจาคให้กับ เจ้าหน้าทีพ่ ทิ กั ษ์ปา่ (หรือญาติ) ของทัง้ อุทยานแห่งชาติและ เขตรั ก ษาพั น ธุ ์ สั ต ว์ ป ่ า ที่ ไ ด้ รั บ บาดเจ็ บ หรื อ เสี ย ชี วิ ต ทุกๆ ราย จากการเข้าจับกุมผู้กระท�ำผิด พ.ร.บ.อนุรักษ์ ทั้งสองฉบับ และ 3) สมาคมฯ จะจัดกิจกรรมทัศนศึกษา ไปเขตรักษาพันธุส์ ตั ว์ปา่ ภูหลวงและอุทยานแห่งชาติภเู รือ จังหวัดเลย ระหว่างวันที่ 14-16 กุมภาพันธ์ 2557 และไป อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน แกรนด์ทีทอน และโยซิมิติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 1-12 มิถุนายน 2557 โดยท่านสามารถพลิกไปดูก�ำหนดการเดินทางและราย ละเอียดที่จ�ำเป็น ภายในเล่มได้

จดหมายข่าวของเราฉบับนี้เป็นฉบับที่ 3 ปีที่ 2 ประจ�ำเดือนมกราคม–มีนาคม 2557 ซึง่ ยังคงเนือ้ หาทีเ่ ชือ่ ว่ามีสาระประโยชน์แก่สมาชิกและคนทั่วไปเหมือนก่อน อย่ า งไรก็ ดี สมาคมฯ ขอเรี ย นย�้ ำ เชิ ญ ชวนทุ ก ท่ า น ทีม่ บี ทความหรื อ ข้ อ เขี ย นที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ การอนุ รั ก ษ์ สิง่ แวดล้อมตามธรรมชาติ และการท่องเทีย่ วทางธรรมชาติ หรือเชิงนิเวศ ก็สามารถส่งมาให้ทางสมาคมฯ พิจารณา ตีพิมพ์ในจดหมายข่าวฉบับต่อๆ ไปได้ เช่นเดียวกัน หาก นอกจากนี้ สมาคมฯ ได้ออกแถลงการณ์แสดง อยากให้สมาคมฯ ปรับปรุงรูปแบบ หรือเนื้อหาสาระของ จดหมายข่าวอย่างไร ก็โปรดกรุณาชี้แนะมาได้ตลอดเวลา จุดยืนการคัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ในเขตอุทยาน ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้ด�ำเนิน แห่งชาติแม่วงก์ผ่านสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ กิ จ กรรมที่ เ กี่ ย วข้ อ งตามที่ เ คยเรี ย นให้ ท ราบแล้ ว ใน รวมทัง้ ได้เดินทางไปสังเกตการณ์และรวบรวมข้อเท็จจริง จดหมายข่ า วฉบั บ ที่ 2 อย่ า งต่ อ เนื่ อ ง สรุ ป ได้ ว ่ า 1) ในพืน้ ทีม่ าแล้ว ท่านสามารถจะอ่านบทความเรือ่ งดังกล่าว สมาคมฯ ตัดสินใจเลือกกลุ่มป่า “แม่ปิง-อมก๋อย” เป็น ในจดหมายข่าวฉบับนี้

พืน้ ทีด่ ำ� เนินกิจกรรม (action-oriented area) ซึง่ ประกอบ หวั ง ว่ า คงมี โ อกาสได้ พู ด คุ ย กั บ ท่ า นอี ก ใน 3 เดื อ น ด้วยอุทยานแห่งชาติ 5 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ข้างหน้านะครับ 2 แห่ง เนื้อที่ประมาณ 4,500 ตารางกิโลเมตร ในเขต สุรเชษฎ์ เชษฐมาส จังหวัดเชียงใหม่ ล�ำพูน และตาก ผืนป่าแห่งนี้มีความ 5 มกราคม 2557 หลากหลายทางชี ว ภาพค่ อ นข้ า งอุ ด มสมบู ร ณ์ และ


เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556 คณะ ของกรรมการและที่ปรึกษาสมาคมอุทยาน แห่งชาติ ได้เดินทางไปอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับระบบนิเวศป่าไม้ที่ อาจได้รบั ผลกระทบจากการก่อสร้างเขือ่ นแม่ วงก์ ซึ่ ง เป็ น ส่ ว นหนึ่ ง ของโครงการบริ ห าร จัดการน�้ำของรัฐบาลทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหา อุ ท กภั ย และภั ย แล้ ง ของประเทศ จนเกิ ด กระแสการคัดค้านและต่อต้านจากคนหลาย กลุม่ รวมถึงองค์กรอนุรกั ษ์ภาคเอกชนและนัก วิชาการ ดังที่เป็นข่าวตามสื่อมวลชนแขนง ต่างๆ มาระยะหนึ่งเมื่อสามเดือนก่อน

ท� ำ ไม!! ถึงต้องค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์? บ่ายวันแรกที่คณะของเราไปถึง ตรงบริเวณที่ได้รับการยืนยันว่าจะมีการสร้างเขื่อน และอ่างเก็บน�้ำ ซึ่งอยู่ใกล้กับหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ มว.4 (แม่เรวา) และมีป่า เบญจพรรณขึ้นปกคลุมพื้นที่ราบลุ่มทั้งสองฟากฝั่งล�ำน�้ำแม่เรวา และถูกขนาบโอบล้อมด้วย ทิวเขาขนาดความสูงไม่มากนัก จนมีสภาพภูมิทัศน์อันกลมกลืนอย่างมีสุนทรียะ จึงไม่สงสัย เลยว่าท�ำไมบริเวณนี้จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว โดยเลือกมากางเต็นท์พักแรมในช่วง วันหยุดอยูเ่ สมอ ส�ำหรับคณะของเรา แค่เห็นแต่เพียงแวบเดียว หลายคนทีม่ าเยือนเป็นครัง้ แรก ยังฮือฮาและอุทานออกมาคล้ายกันท�ำนองว่า “น่าเสียดายจัง ถ้าจะมีการสร้างเขื่อนตรงนี้” คณะของเราใช้เวลาตลอดบ่ายเดินเลียบตามแนวชายฝั่งล�ำน�้ำแม่เรวา จากทิศใต้ ขึ้นทิศเหนือ เพื่อสังเกตเรียนรู้ป่าในเชิงโครงสร้างและองค์ประกอบพบว่าป่ามีทั้งไม้ยืนต้น ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กขึน้ ปะปนกันไป รวมทัง้ มีไม้เลือ้ ยและไม้พนื้ ล่างค่อนข้าง หนาแน่น จนกลับมาเป็นป่าธรรมชาติอันสมบูรณ์อีกครั้ง หลังจากที่ผ่านสัมปทานการท�ำไม้ มาก่อนหน้าทีจ่ ะประกาศพืน้ ทีน่ เี้ ป็นส่วนหนึง่ ของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เมือ่ ปี 2530 และเมือ่ สังเกตตามพื้นผิวดิน ยังพบว่ามีรอยเท้าสัตว์ป่าอีกหลากหลายชนิด ที่สังเกตเห็นได้ชัด คือ เสือ กวางป่า และเก้ง แม้จะไม่เห็นร่องรอยแต่คณะของเราก็มนั่ ใจว่า ยังมีสตั ว์เลือ้ ยคลานสัตว์สะเทินน�้ำ สะเทินบก และนกนานาชนิด อยู่อีกจ�ำนวนมากในป่าบริเวณนี้

2 จดหมายข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติ


วันรุ่งขึ้น คณะของเราได้ออกสังเกตการณ์พื้นที่ป่าตอนในที่อยู่ ห่างจากฝัง่ ล�ำน�ำ้ แม่เรวาเข้าไป แต่ยงั คงอยูใ่ นเขตน�ำ้ ท่วมหากมีการสร้าง เขื่อน พบว่า มีไม้ยืนต้นทุกขนาดขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นกว่าที่พบบริเวณ ริมล�ำน�้ำ แต่ที่น่าสังเกตก็คือ ไม้ใหญ่และไม้ขนาดกลาง มีปริมาณ มากกว่าไม้ขนาดเล็ก และยังพบว่ามีไม้สกั ขึน้ ปะปนอยูก่ บั ไม้เบญจพรรณ ชนิดอื่นเป็นจ�ำนวนมาก จากประมาณการขององค์กรอนุรักษ์แห่งหนึ่ง ระบุว่า การสร้างเขื่อนแม่วงก์รวมอ่างเก็บน�้ำจะท�ำให้สูญเสียพื้นที่ป่า ไม่น้อยกว่า 13,000 ไร่ คิดเป็นไม้ขนาดใหญ่และขนาดกลาง 500,000 ต้น ซึ่งในจ�ำนวนนี้เป็นไม้สักประมาณ 50,000 ต้น และไม้ขนาดเล็กหรือ กล้าไม้อีก 10,000 ต้น

จึงสรุปได้ว่า

พืน้ ทีป่ า่ ของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ในส่วนทีจ่ ะสร้างเขือ่ นและอ่างเก็บน�ำ ้ มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ มีความหลากหลายของชนิดพืชและสัตว์และมี สภาพภู มิ ทั ศ น์ ง ดงามอย่ า งมี คุ ณ ค่ า สมควรอย่ า งยิ่ ง ที่ จ ะได้ รั บ การ หวงแหนและรักษาไว้เพื่อปล่อยให้กระบวนการทางธรรมชาติด�ำเนิน ต่อเนื่องไปตามปกติอย่างยาวนาน เช่น เป็นแหล่งควบคุมวัฏจักรของน�้ำ ควบคุมสภาพภูมิอากาศ ป้องกันภัยธรรมชาติ ช่วยดูดซับและกักเก็บ คาร์บอน และเป็นแหล่งผลิตสิ่งต่างๆ ตามธรรมชาติ และไม่สมควรให้มี การพัฒนาขนาดใหญ่ อันก่อให้เกิดผลกระทบทางลบและสร้างปัญหา ต่อความสมดุลของระบบนิเวศทีป่ ระกอบกันเป็นอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และผืนป่าตะวันตกโดยรวม เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในระบบนิเวศมีความ เกี่ยวข้องเชื่อมโยงถึงกันหมด รวมไปถึงวิถีชีวิตของประชาชนละแวก ใกล้เคียงและในภูมิภาค

สมาคมอุทยานแห่งชาติ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงาน ทีเ่ กีย่ วข้องได้ตระหนักถึงข้อเท็จจริงเกีย่ วกับความเสียหายทีจ่ ะเกิดขึน้ ต่อ ระบบนิเวศป่าไม้ อันเป็นผลมาจากการสร้างเขือ่ นแม่วงก์ตามทีก่ ล่าวข้างต้น และหวังว่ารัฐบาลจะใช้ดุ���ยพินิจในการหาทางเลือกบริเวณ (site) ที่จะ สร้างเขื่อนและอ่างเก็บน�้ำแห่งใหม่ นอกเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ได้ แม้จะต้องมีการลงทุนสูงไปกว่าเดิม

มกราคม - มีนาคม 2557 3


ข่จากสมาคม าวสาร Grand Teton National Park, Wyomimg

โครงการฝึกอบรม

และก�ำหนดการศึกษาดูงานการจัดการอุทยานแห่งชาติ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ณ คณะวนศาสตร์และอุทยานแห่งชาติในประเทศสหรัฐอเมริกา

ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม - 11 มิถุนายน 2557 โดย สมาคมอุทยานแห่งชาติ ปัจจุบนั อุทยานแห่งชาติในประเทศมีถงึ 127 แห่ง คิดเป็นเนือ้ ที่ รวมแล้วประมาณร้อยละ 12.1 ของเนือ้ ทีป่ ระเทศ รองลงมาคือเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าจ�ำนวน 58 แห่ง เนื้อที่ประมาณร้อยละ7.2 พื้นที่ป่าเพื่อการ อนุรกั ษ์ทงั้ สองประเภทจัดเป็นรูปแบบของการอนุรกั ษ์ในถิน่ ทีม่ พี นื้ ทีร่ วม แล้วมากที่สุด และมีความส�ำคัญต่อฐานการอนุรักษ์ความหลากหลาย ทางชีวภาพ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศเป็นอย่าง ยิง่ ดังนัน้ บุคลากรทีท่ ำ� งานเกีย่ วข้องกับการอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดล้อม จึงมีความจ�ำเป็นอย่างยิง่ ทีต่ อ้ งได้รบั ความรู้ ความเข้าใจ ที่ครอบคลุมประเด็นส�ำคัญๆ ของการจัดการพื้นที่อนุรักษ์ อย่างถูกต้อง และทันสมัย องค์ความรูท้ สี่ ำ� คัญ เช่น การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการการ ท่องเที่ยวที่ยั่งยืน การสื่อความหมาย และการจัดการผลกระทบจาก กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอุทยานแห่งชาติ จะช่วยท�ำให้ผู้เกี่ยวข้องได้ เข้ า ใจเกี่ ย วกั บ การอนุ รั ก ษ์ แ ละการจั ด การอุ ท ยานแห่ ง ชาติ เ พิ่ ม ขึ้ น สามารถน�ำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับงานที่รับผิดชอบ น�ำไปสู่การขยาย ผลในเชิงปฏิบัติและการถ่ายทอดความรู้สู่กลุ่มอื่นๆ ต่อไป

จ�ำนวนผู้เข้ารับการศึกษาดูงาน

ขั้นต�่ำ 30 คน แต่ไม่เกิน 35 คน

กลุ่มเป้าหมาย

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ/เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ผู้อ�ำนวยการ ส่วนต่างๆ ในส�ำนักอุทยานแห่งชาติ ผู้อ�ำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ ในส�ำนักบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ต่างๆ ผู้บริหารของกรมอุทยานแห่ง ชาติแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผู้บริหารของหน่วยงานต่างๆ ภายใต้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม คณะกรรมการอุทยานแห่ง ชาติ นักวิชาการ นักวิจยั อาจารย์ในคณะ สถาบันทีส่ อน/วิจยั เกีย่ วกับการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Yosemite, California

สมาคมอุทยานแห่งชาติ เล็งเห็นถึงความส�ำคัญดังกล่าว จึงเปิด การฝึกอบรมหลักสูตรการจัดการอุทยานแห่งชาตินขี้ นึ้ หลักสูตรนีเ้ หมาะ ส�ำหรับผูท้ ที่ ำ� งานเกีย่ วข้องกับการจัดการพืน้ ทีอ่ นุรกั ษ์ ผูบ้ ริหารงานเกีย่ ว กับทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้ที่สอน วิจัยเกี่ยวกับงาน ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เป็นผู้มีร่างกายแข็งแรง สามารถเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 3-8 กิโลเมตร สามารถช่วยเหลือตนเองได้ดี สามารถ อดทนกั บ การศึ ก ษาดู ง านกลางแจ้ ง ในพื้ น ที่ ป ่ า ไม้ ซึ่ ง อากาศอาจ เปลี่ยนแปลงโดยเฉียบพลัน เช่น อากาศเย็นและฝนในบางช่วงของการ ศึกษาดูงาน

วัตถุประสงค์

ระยะเวลาในการศึกษาดูงาน

• เพื่อจัดให้เกิดประสบการณ์ตรงจากการศึกษานอกสถานที่ ณ อุทยานแห่งชาติสำ� คัญๆ ของประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น Yellowstone National Park, Grand Teton National Park และ Yosemite National Park

สถานที่จัดการฝึกอบรมและศึกษาดูงาน

รวม 14 วัน โดยเป็นการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการ • เพือ่ แลกเปลีย่ นเรียนรูเ้ กีย่ วกับองค์ความรูท้ เี่ กีย่ วข้องกับการ จัดการอุทยานแห่งชาติระหว่างวิทยากรและผู้เข้ารับการฝึกอบรมทั้งใน อุทยานแห่งชาติ ในประเทศไทย จ�ำนวน 2 วัน และเป็นการศึกษาดูงาน อุทยานแห่งชาติในประเทศสหรัฐอเมริกา 12 วัน ห้องเรียนและระหว่างการศึกษาดูงาน คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ และการ ศึกษาดูงาน ณ อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน อุทยานแห่งชาติแกรนด์ที ทอน และอุทยานแห่งชาติโยซิมิติ ในประเทศสหรัฐอเมริกา • เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีโอกาสพัฒนาแนวคิดและ ผู้สนใจติดต่อได้ที่สมาคมอุทยานแห่งชาติ แนวทางการจัดการอุทยานแห่งชาติในด้านทีต่ นสนใจและทีเ่ กีย่ วข้องกับ Email: teak2021@gmail.com โทรศัพท์: 08-3437-0208 งานที่ตนรับผิดชอบ ภาพทั้งหมดจาก : www.nps.gov

4 จดหมายข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติ

Yellowstone National Park, Idaho, Montana and Wyoming


อประจำุท�ยานแห่ งชาติเด่น ฉบับ

Glacier National Park

อุ ท ยานแห่ ง ชาติ ธ ารหิ ม ะ (Glacier National Park) ได้ชื่อ

เช่ น นี้ เ นื่ อ งจากยอดเขาต่ า งๆ อันขรุขระทุรกันดารมีหล่มมีเวิ้งที่ กลวงท� ำ ให้ มี หิ ม ะตกหนาตาม ยอดเขาเหล่ า นั้ น กลายเป็ น ธาร น�ำ้ แข็งเล็กๆ ไม่นอ้ ยกว่า ๖๐ สาย ธารด้ ว ยกั น อั น เป็ น ร่ อ งรอย หลงเหลื อ อยู ่ ข องธารหิ ม ะยั ก ษ์ โบราณซึ่งเคยปกคลุมยอดเขาสูง ทุ ก แห่ ง ของเทื อ กเขาในพื้ น ที่ อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐ มอนทาน่า สหรัฐอเมริกา ประชิด เขตแดนประเทศแคนาดา

Visitors at the Apgar Boat Dock at Sunset, Lake McDonald

งชาติธารหิมะ เป็นแผ่นดินทีเ่ ต็มไปด้วยสีสนั อุ ทยานแห่ สวยงามของบรรดาเทือกเขาที่ใหญ่โตมโหฬาร และ เป็นแบบอย่างของภูเขาทีข่ รุขระทุรกันดาร มีรอ่ งเขาต่างๆ ที่คดเคี้ยวเป็นเวิ้งธารหิมะ ผนังภูเขาที่ตั้งดิ่งชันสูงหลาย พันฟุต ล�ำธารที่มีน�้ำไหลเชี่ยวกรากนับจ�ำนวนไม่ถ้วน พร้อมทั้งทะเลสาบนับร้อยแห่งที่งดงามอย่างหาที่เปรียบ ได้ยาก แม้อุทยานแห่งชาติแห่งอื่นๆ มีลักษณะทาง ธรรมชาติในท�ำนองนีอ้ ยูโ่ ดยทัว่ ไปซึง่ ท�ำให้อทุ ยานแห่งชาติ แห่งนั้นๆ มีคุณสมบัติแตกต่างกันไปในแต่ละแห่งก็ตาม อุทยานแห่งชาติธารหิมะมีลักษณะทางธรรมชาติเช่นนี้ จ�ำนวนมากมายอย่างประหลาด และเพราะจ�ำนวนมาก ของธารหิมะเช่นนี้ท�ำให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ อุทยานแห่งชาติน ี้ ไม่มภี มู ภิ าคทีง่ ดงามด้วยทัศนียภาพแห่ง ใดๆ จะเทียมเทียบได้ ยกเว้นแต่บางพื้นที่แถบเทือก เขา ร็อกกีใ้ นประเทศแคนาดา ซึง่ มีสสี นั น้อยกว่า เย็นยะเยือก มากกว่า และเข้าถึงได้ยากล�ำบากกว่าเท่านั้น

(continental divide) ลดหลั่นต�่ำลงมานั้น มีหุบเขาหลักส�ำคัญอยู่ถึง 19 แห่ง หุบเขา 7 แห่ง ตั้งอยู่ ทางลาดเขาด้านตะวันออก และอีก 12 แห่ง อยู่ทางด้าน ตะวันตก แต่ละหุบเขานั้นมีหุบเขาสาขาย่อยๆ ขนาดเล็ก กว่าอีกจ�ำนวนมากที่มีล�ำธาร ทะเลสาบ และธารหิมะ หลายต่อหลายแห่ง ซึง่ ยังไม่มกี ารส�ำรวจไปถึง ยกเว้นแต่ ในบางโอกาสทีช่ นเผ่าอินเดียนเดินทางรุกล�ำ้ เข้าไปล่าสัตว์ อยู่บ้างเป็นครั้งคราว มีทะเลสาบอยู่เป็นจ�ำนวนถึง 250 แห่ง ที่รู้จักกันดีแล้วในอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ และน่าจะ ยังมีทะเลสาบขนาดเล็กอีกจ�ำนวนหนึ่งซึ่งอยู่ในดินแดน Blackfeet Tipis

ในด้านความงดงามซึ่งมีมากมายนั้นอุทยานแห่งชาติ ธารหิมะจึงเป็นพืน้ ทีแ่ ห่งเดียวเท่านัน้ จริงๆ การสลักเสลา ทีน่ า่ ดูนา่ ชมของอุทยานแห่งชาติธารหิมะเป็นผลงานของ บรรดาธารหิ ม ะสายต่ า งๆ ที่ ก ระท� ำ ต่ อ ชั้ น หิ น ผาที่ ไม่ แ ข็ ง แกร่ ง สั ก เท่ า ใด จากสั น เขาปั น น�้ ำ แบ่ ง ทวี ป มกราคม - มีนาคม 2557 5


อประจำุท�ยานแห่ งชาติเด่น ฉบับ ป่าดงพงไพรทีห่ า่ งไกลซึง่ ยังไม่ปรากฏว่ามีผใู้ ดได้พบเห็นเลย พื้นที่ซึ่งอยู่ประชิดเขตแด���ของอุทยานแห่งชาติเป็นพื้นที่ สงวนของอินเดียนชนเผ่า Blackfoot พื้นที่ครี่งหนึ่งด้าน ตะวันออกของอุทยานแห่งชาติธารหิมะนัน้ ครัง้ หนึง่ เคยเป็น พื้นที่สงวนของอินเดียนเผ่า Blackfoot มาก่อนแล้วถูก รัฐบาลซื้อมาจากชนเผ่าอินเดียนให้เป็นอุทยานแห่งชาติ อินเดียนชนเผ่า Blackfeet ซึ่งน่าจะเป็นชนเผ่าอินเดียน ชนเผ่าเดียวในประเทศที่มีสีสันและวัฒนธรรมที่น่าดูน่าชม ทีส่ ดุ ในปัจจุบนั นี ้ ปรากฏให้เห็นได้ในพืน้ ทีอ่ ทุ ยานแห่งนีด้ ว้ ย เครื่องแต่งกายที่สะดุดตาพร้อมทั้งกระโจมที่พักอันมีสีสัน ฉูดฉาดสวยงาม เขาเหล่านีบ้ างทีนา่ จะเป็นสิง่ ดึงดูดใจทีโ่ ดด เด่นประการหนึ่งต่อบรรดาผู้เข้าเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติ จ�ำนวนมาก มีการให้บริการด้วยม้าพร้อมอานเพื่อควบขี่ ถึงกว่า 800 ตัว และสัตว์พาหนะต่างๆ เพือ่ ขนเสบียงสัมภาระ ในอุทยานแห่งชาติธารหิมะ ซึ่งเห็นได้ว่ามีจ�ำนวนพอเพียง กับความต้องการเดินทางไปตามเส้นทางข้ามภูเขาลูกต่างๆ อุทยานแห่งชาติธารหิมะจึงได้ชอื่ ว่าเป็นอุทยานแห่งชาติทมี่ ี ระบบการเดินทางด้วยเท้าและสัตว์พาหนะข้ามภูเขา อีกทัง้ มีนโยบายของรัฐบาลทีแ่ น่นอนไม่ยอมให้มเี ครือข่ายการเดิน ทางด้วยถนนและรถยนต์เพิ่มขึ้นอีกเลย มีโรงแรม (hotels) และบ้านพักบนภูเขา (chalets) คุณภาพยอดเยี่ยมอยู่เป็น จ�ำนวนมากส�ำหรับบริการแก่บรรดาผูเ้ ข้ามาเยีย่ มชมอุทยาน แห่งชาติธารหิมะ ซึ่งสามารถเดินทางเข้าถึงได้โดยตรงด้วย สายการเดินรถไฟสาย Great Northern ส่วนบรรดาผู้ขับขี่ ยานพาหนะส่วนตัวก็สามารถใช้เส้นทางถนนสภาพดีเข้าสู่ อุทยานแห่งชาติได้ทั้งจากภาคตะวันออกและภาคตะวันตก อีกทัง้ ภายในอุทยานแห่งชาติกส็ ามารถแสวงหาค่ายพักแรม ที่ ดี มี คุ ณ ภาพเท่ า เที ย มโรงแรมและเรื อ นพั ก แรมอื่ น ๆ ได้เช่นกัน

St. Mary Visitor Center, one of Glacier’s 375 historic properties

Camping in Glacier National Park

Granite Park Chalet

Apgar Transit Center

ภาพทั้งหมดจาก : www.nps.gov/glac/index.htm

6 จดหมายข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติ

Ranger-guided hike to St. Mary Falls


จดหมายข่าว lสมาคมอุทยานแห่งชาติ