Page 1

VOL.32 / AUGUST 2018 / IN-FLIGHT MAGAZINE

ANOTHER SHADE OF BANGKOK


LIONMAG

CEO’S LETTER เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโลกหมุนเร็วขึ้นทุกวันด้วยนวัตกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นมา เราปฏิเสธ ไม่ได้อีกว่าเทคโนโลยีน้นั มีส่วนส�ำคัญต่อการเปลี่ยนแปลง และอิสรภาพแห่งการเคลื่อน ย้ายถ่ายเททั้งผู้คนหลากหลายชนชาติรวมไปถึงข้อมูลองค์ความรู้น้นั ล้วนน�ำมาซึ่งการ เปลี่ยนแปลง สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นอาจสะท้อนภาพเมืองหลวงของประเทศไทยที่มชี ื่อว่า กรุงเทพมหานครก็เป็นได้ เราทุกคนต่างผูกพันกับกรุงเทพฯเมืองที่ไม่เคยหลับไหลท่ามกลาง ความเคลื่อนไหวของความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม จนบางทีเรามองว่ากรุงเทพฯอาจ จะเดินเร็วจนเราเหนื่อยล้า หากแต่เราลองเดินให้ช้าลง เราก็จะได้เห็นกรุงเทพฯในมุมที่น่าสนใจจากร่องรอย อารยธรรมทางประวัติศาสตร์ผสานกับความทันสมัยกลมกลืนจนท�ำให้เกิดเป็นเอกลักษณ์ และนิตยสาร LIONMAG ฉบับนี้อาจท�ำให้คุณรักกรุงเทพมหานครมากขึ้นก็เป็นได้ครับ ขอให้เดินทางด้วยความสวัสดีไปกับเราครับ

Mr. ASWIN YANGKIRATIVORN

We can’t deny that the world is run by innovative technology, and technology plays a crucial role in changing. The freedom of technology information, both various nations and knowledge information are all bring to changing. The message mentioned above may reflect to the capital city of Thailand–Bangkok. We are all familiar with Bangkok, the night life city, the full of cultural varieties. Sometimes, we may feel like this city run too fast as we cannot even chase it. But if you just walk slower, we will see something interested from Bangkok from the traces of historical civilization, merging with modern age until become an identity. This LIONMAG will make you love Bangkok more. Let’s have a nice trip together here.

Chief Executive Officer (CEO) Thai Lion Air

@lionmagazine

@lionmagthai

ISSUE “Lionmagthai”

Project Management

Aswin Yangkirativorn / Captain Darsito Hendroseputro / Praewrumpai Sangthong Editoral Editor in Chief Pananchai Klumklomchit Editorial Consultant Jim Concato / Kate Uttharin Writer Tanawat Thepthip / Tanapon Tongwav / Supawan Ritthidet Amonwan Kaewnoo / Sutarat Wajasen / Monwalee Moungchoo Design Teerayut Kladnil PR Theekhayu Wangweera Plate & Printed Parbpim Ltd.,Part

Publisher THE BROTHERHOOD CO.,LTD 33/4 The Ninth Tower Rama 9 road, Huaykwang, BANGKOK 10310 Tel : 02 118 0388 Email : lionmag.office@gmail.com FOR ADVERTISING CALL : 094 781 4454 06


P16

ย้อนไปในสมัยพุทธกาล บาตรพระที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ มี เพียง 2 ชนิดเท่านั้น คือ บาตรดินเผา และบาตรรมเหล็กด�ำ ขนาด 7–11 นิ้วเท่านั้น แม้ในปัจจุบัน จะมีการอนุโลมให้ใช้บาตรพระที่ท�ำ จากสแตนเลสส�ำเร็จรูปแทนบาตรโลหะตีมอื ตามเทคนิคโบราณ แต่ ออเดอร์การท�ำบาตรแบบดั้งเดิม ณ ชุมชนบ้านบาตร ก็ยังคงยาว เหยียดเหมือนเดิม เพิ่มเติมด้วยการตีบาตรขนาดเล็ก ซึ่งกลายเป็น ของที่ระลึกยอดนิยมของทัวร์ชมกรรมวิธีท�ำบาตร ส�ำหรับนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติ

P16

P26

ถนนเจริญกรุง ถนนคอนกรีตเส้นแรกของประเทศไทย ได้รบั ค�ำ ปรามาสตั้งแต่แรกสร้าง อ้างตามบันทึกของ ส.พลายน้อย ว่า “ถนน ใหญ่โตขนาดนี้...จะเอาใครมาเดิน” แน่นอนว่าหากย้อนไปเมื่อช่วง 100 ปีก่อน ซึ่งคนไทยและชาวบางกอกยังไม่คุ้นเคยกับการสัญจรทาง บกนัก การได้เห็นถนนกว้างถึง 4 วา จึงเป็นเรื่องน่าขบขัน

P30

เราเริ่มต้นทริปเก็บแต้มบุญกันที่ฝั่งธนบุรี วัดบุคคโล วัดโบราณ สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา นอกจากความงดงามของศาลาจตุร มุขลอยฟ้า ที่สามารถชมทัศนียภาพของคุ้งน�้ำเจ้าพระยายามค�่ำคืน ได้อย่างเต็มตาแล้ว ผู้คนยังนิยมมาสักการะขอพรให้กิจการค้าขาย รุ่งเรือง กับ “หลวงพ่อแพ” พระพุทธรูปประธานที่มีพุทธลักษณะ งดงามอีกด้วย

P26

P42

ด้วยวัดโพธิ์เป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาทศิลปะวิทยาการหลายแขนง จึงได้รับการเรียก ขานว่าเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย” คนทั่วไปรวมทั้งชาวต่างชาติ มัก รู้จักวัดโพธิ์ในฐานะศูนย์การเรียนรู้วิชาแพทย์แผนไทย มีชื่อเสียงทางด้านการนวดแผน ไทยที่ได้การยอมรับจากคนทั่วโลก

P54

จิมหันหลังให้กับธุรกิจอุตสาหกรรมทอผ้าที่ก�ำลังพุ่ง ทะยาน หันมาสนใจใคร่รู้ในกระบวนการการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ย้อมด้าย และการทอผ้าใต้ถนุ บ้านของสาวชาว ชนบท เขาตกหลุมรักเสน่ห์แห่งเส้นใยไหม ตั้งแต่แรกพบ จึงวางแผนฟื้นฟูอตุ สาหกรรม ในครัวเรือนขึ้นมาใหม่ โดยได้ลงไปคลุกคลี และศึกษาขั้นตอนการผลิตผ้าไหมไทยอย่าง จริงจัง พร้อมกับท�ำการเสาะหาชุมชนที่ยัง หาเลี้ยงชีพด้วยการทอผ้าไหม ซึ่งในสมัย นั้นแทบไม่มเี หลือแล้ว

08

P30

P42


THAI LION AIR SOCIETY

CEO and COB welcomed Thai Prime Minister at Sri Lanka นายอัศวิน ยังกีรติวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยกัปตันดาร์ซโิ ต เฮนโดรเซปุโตร ประธานคณะ กรรมการ สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ ร่วมต้อนรับนายประยุทธ จัทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการเดินทางเข้า ร่วมเจรจา FTA ระหว่างประเทศไทยและประเทศศรีลังกา ณ ประเทศศรีลังกา เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้าน การค้าและการลงทุน

Thai Lion Air greeting AOT 39th Anniversary

Thaipa Airline Pilot League 2018

นายถวัลย์ เทียนทอง ผู้อ�ำนวยการฝ่ายวิศวกรรมอากาศยาน และพนักงานสายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ เป็นตัวแทน เข้าร่วม แสดงความยินดี พร้อมร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายสักการะพระ อนุสาวรีย์ จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ เนื่องในโอกาสครบรอบ 39 ปี ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จ�ำกัด (มหาชน) (ทอท.) ณ ส�ำนักงานใหญ่ ทอท.

Thai Lion Air Sponsored Music and Performing Arts at Bali สายการบินไทย ไลอ้อนแอร์ สนับสนุนบัตรโดยสารให้ กับคณะวิจติ รศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อเดินทางไป ท�ำการแสดงเต้นร�ำ ที่ผสมผสานศิลปะวัฒนธรรมไทยร่วมกับ อินโดนีเซีย ซึ่งมีชื่อการแสดงว่า Fire as a creative spirit โดย สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ เป็นเจ้าภาพจัด ท�ำการแสดงที่ ลานกิจกรรม Ksirarnawa บาหลี ประเทศ งานแถลงข่าวการจัดการแข่งขันฟุตบอลประเพณี อินโดนีเซีย เพื่อแสดงให้ชาวต่างชาติได้รับชมและแลกเปลี่ยน “Thaipa Airline Pilot League 2018 by Singha” ศิลปะวัฒนธรรม ที่ โรงแรม อมารี แอร์พอร์ต โดยมี กัปตันวิรินทร์ เอนกเวียง ผู้อำ� นวยการฝ่ายปฏิบัติการบิน พร้อม ด้วย กัปตันสนอง มิ่งเจริญ นายกสมาคมนักบิน ได้ Thai Lion Air joined The Family Trip Expo 2018 ท�ำการกล่าวเปิดงานและมีการจับสลากแบ่งสายการ Event at Siam Paragon แข่งขันฟุตบอลประเพณีบุคลากรทางด้านการบิน ของ ไทย ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์อนั ดี และ สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ ร่วมออกบูธ ส่งเสริมให้เกิดความสามัคคีระหว่างนักบินพาณิชย์ จ�ำหน่ายบัตรโดยสารและสินค้าที่ระลึกราคาพิเศษ ของประเทศไทย และจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยการ ในงาน “มหกรรมพาลูกเที่ยวดะ ปี 2” ที่ศูนย์การค้า แข่งขันฟุตบอลจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 15 สิงหาคมนี้ ที่ สยามพารากอน รอยัล พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 โดย สนามฟุตบอลแกรนด์ ซอคเกอร์ โปร สุคนธสวัสดิ์ 28 ภายในงานมีนอ้ งๆ ให้ความสนใจบูธไทย ไลอ้อน แอร์ เป็นจ�ำนวนมาก

10


THAI LION AIR SOCIETY

Thai Lion Air supported the rescue team from PTTEP Thai Lion Air gives a speech for King Maha Vajiralongkorn’s Birthday สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ พร้อมด้วยตัวแทนจากสถานีต่างๆ เข้าร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระเจ้าอยู่หวั มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในวันพระราชสมภพ

Thai Lion Air welcomed Thai Navy Seal rescue Team at U-Tapao Airport สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ ร่วมแสดงความยินดีและ ต้อนรับหน่วยงานรบท�ำลายใต้น้ำ� จู่โจม ที่เสร็จสิ้นภารกิจจาก การค้นหาและช่วยเหลือ “ทีมหมูป่าอคาเดมี แม่สาย” ที่จังหวัด เชียงราย โดยมีการจัดงานต้อนรับหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่ สนามบินอู่ตะเภา

Public Health Emergency Exercise 2018 at U-Tapao Airport

สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ ได้อ�ำนวยความ สะดวกในการขนส่งหุ่นยนต์ใต้น้�ำซึ่งเป็นอุปกรณ์ จากบริษัท ปตท. ส�ำรวจและผลิตปิโตรเลียม จ�ำกัด (มหาชน) พร้อมมอบน�้ำดื่ม เพื่อสนับสนุนการท�ำงาน ของเจ้าหน้าที่ในการค้นหาและช่วยเหลือน้องๆและ โค้ชนักฟุตบอลทั้งหมด 13 คน “ทีมหมูป่าอคาเดมี แม่สาย” ที่จังหวัด เชียงราย

Thai lion Air Joined the Thai Red Cross Society Event at Phatthalung สายการบินไทย ไลอ้อนแอร์ ร่วมกับ สภากาชาดไทย จังหวัดพัทลุง และหน่วยงานต่างๆ ร่วมออกร้านเพื่อหารายได้เข้าสภากาชาดไทย ณ ลานหน้าศาลากลาง จังหวัดพัทลุง โดยภายในงาน สายการบินฯ ได้มกี ารออกบูธ จ�ำหน่ายสินค้าที่ระลึก และบัตรโดยสารราคาพิเศษ ซึ่งภายในงานมีผู้ให้ ความสนใจเป็นจ�ำนวนมาก

สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ ร่วมฝึกซ้อมแผนฉุกเฉิน ทางด้านสาธารณสุข ของช่องทางเข้าออกประเทศท่า อากาศยานอู่ตะเภา ประจ�ำปี 2561 เพื่อเตรียมความพร้อม ในการดูแลและให้บริการผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่าง ชาติในกรณีเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉกุ เฉินได้อย่างถูกต้อง

Thai Lion Air Joined Airline League Cup at Phuket สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์สถานีภูเก็ต เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลสายการบินลีกคัพ ครั้งที่ 1 เพื่อส่งเสริมการออกก�ำลังกายและสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ณ สนามชาลี ซ็อกเกอร์

12


River Prawn Promotion Available From July till August, 2018 River Prawn with Fresh Mango Salad and Honey Cream Dressing 700.Poached River Prawn and Cold Cauli�lower soup with Citrus Red Jelly 700.-

Seared River Prawn with Spicy Lemon and Bell Pepper Coulis 1,500."Pot Au Feu" Slow Cooked River Prawn in Seafood Broth and Seasonal Vegetable 1,500.-

River Prawn Gratin and Hollandaise Sauce 1,500.-

Le Crystal Restaurant 74/2 Paton Rd., T. Paton, A. Muang , Chiang Mai, Thailand Open daily: 6.00-10.30 pm., Tel: 053 218 059, 053 218 060 or 084 177 6599 E-mail: info@lecrystalrestaurant.com , www.lecrystalrestaurant.com FB : Lecrystal.French.Cuisine, IG : lecrystalrestaurant


PR NEWS

Eleven branches of Oasis Spa (Thailand) certified as World Class Gold Standard Thai Spas

Suites promotion มา 3 จ่าย 2 โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา พัทยา ประเทศไทย, กรกฎาคม 2561 – ตั้งแต่วนั นี้ – 31 ตุลาคม 2561 พักผ่อนริม ทะเลหาดพัทยา ที่ โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา แบบคุ้มสุดๆ เมื่อส�ำรอง ห้องพักประเภท One Bed Room Suite, Family Suite หรือ Pool Villa ในวันธรรมดา (อาทิตย์ – พฤหัสบดี) รับสิทธิ์พัก 3 คืนจ่ายเพียงแค่ 2 คืนเท่านั้น พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 20% เมื่อใช้บริการห้องอาหารและสปาของโรงแรม แจ้งโปรโมชั่นโควท YX1 เมื่อส�ำรอง ห้องพักและสามารถสอบถามเงื่อนไขการเข้าพักเพิ่มเติม ได้ท่ี 038 259 099 อีเมล์ reservations@renaissancepattaya.com หรือเวปไซต์ www.renaissancepattaya.com

โปรแกรมเยาวชนไทยท่องไต้หวัน

หลังจากประกาศเปิดตัวโครงการเยาวชนไทย ท่องไต้หวันตั้งแต่วนั ที่ 11 เมษายน 2561 และได้ รับความสนใจจากเยาวชน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2561ได้ประกาศผล 3 ทีมจะได้เดินทางไปยังไต้หวัน เพื่อเข้าร่วมโปรแกรม “เยาวชนไทยท่องไต้หวัน” เป็นระยะเวลา 15 วันโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ โดยการแข่งขันรอบที่สอง ทาง ส�ำนักงานฯ จะ ท�ำการอัพโหลดวีดีโอคลิปที่ทางผู้ร่วมสมัครส่งมาบน เฟซบุ๊กแฟนเพจ Taiwan Thailand Fans และ Taiwan Thailand Fans.Thai ทีมชนะเลิศจากโปรแกรม เยาวชนไทยท่องไต้หวัน จะได้รับทุนการศึกษาเป็น จ�ำนวนเงิน 2 แสนบาท พร้อมใบประกาศนียบัตร

14

Eleven branches of The Oasis Spa were recently certified as World Class Gold Standard Thai Spas, an award given to only a select few spas in Thailand. The awards were officially presented by Dr. PranomCometieng, the Director-General of the Department of Health Service Support at the recently held 16th Anniversary of Department of Health Service Support Ministry in Nonthaburi. A management team of spa managers, on behalf of Toby Allen and PakinPloyphicha, Managing Directors of The Oasis Spa (Thailand), are shown receiving the awards.

สปริงมี จัดงาน SPRINGme – Beauty Blooming Night รวมพลเหล่าบิวตี้ ครีเอเตอร์ พร้อมประกาศแคมเปญ “Beauty Blooming Awards” SPRINGme - Beauty Blooming Night เอาใจเหล่า Beauty Creators ที่มารวมตัวกัน มากที่สดุ ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมประกาศแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ “Beauty Blooming Awards” คู่แข่งเพียงหนึ่งเดียว คือตัวคุณเอง เพื่อเฟ้นหาสุดยอดครีเอเตอร์ที่สร้างสรรค์ผล งานวีดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความงามได้โดนใจผู้ชม มากที่สดุ ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท งาน นี้ยังได้เหล่าดารา-เซเลบริตี้ และ Beauty Creators  ชื่อดังอีกมากมายร่วมงาน ณ โรงแรม ปาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ที่ผ่านมา


เสียงค้อนเหล็กกระทบแผ่นโลหะเป็น จังหวะสม�่ำเสมอลอยออกมาจากรั้วบ้าน บรรยากาศใน ซอยชุมชนบ้านบาตร เขต ป้อมปราบศัตรูพ่าย ไม่ไกลจากวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ช่วงบ่ายวันเสาร์ ไม่ เงียบเหงาเช่นวันธรรมดา นักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติหลายคน ตั้งหน้าตั้งตาตั้ง กล้องบันทึกภาพชายวัยกลางคนก�ำลัง ประกอบเหล็กแผ่นให้กลายเป็นภาชนะ ส�ำหรับใส่อาหาร หนึ่งในเครื่องอัฐบริขาร 8 อย่างของพระภิกษุสงฆ์ตามระบุไว้ใน พระธรรมวินัย

ย้อนไปในสมัยพุทธกาล บาตรพระที่พระพุทธเจ้า ทรงบัญญัตไิ ว้ มีเพียง 2 ชนิดเท่านัน้ คือ บาตรดินเผา และบาตรรมเหล็กรมด�ำ ขนาด 7–11 นิ้วเท่านั้น แม้ในปัจจุบัน จะมีการอนุโลมให้ใช้บาตรพระที่ท�ำ จากสแตนเลสส�ำเร็จรูปแทนบาตรโลหะตีมอื ตาม เทคนิคโบราณ แต่ออเดอร์การท�ำบาตรแบบดั้งเดิม

16


ณ ชุมชนบ้านบาตร ก็ยงั คงยาวเหยียดเหมือนเดิม เพิ่มเติมด้วยการตีบาตรขนาดเล็ก ซึ่งกลายเป็นของ ที่ระลึกยอดนิยมของทัวร์ชมกรรมวิธีท�ำบาตร ส�ำหรับ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ การตีบาตรด้วยแรงมือมนุษย์ เป็นภูมิปัญญา ล�้ำค่า ที่ได้รับการส่งต่อมาจากบรรพบุรุษนักตีบาตร ชาวกรุงศรีอยุธยา ซึ่งอพยพย้ายถิ่นมาตั้งรกรากใหม่ ในเมืองบางกอก ครอบครัวนักตีบาตรพระ ถ่ายทอด ความช�ำนาญในงานสร้างสรรค์จากรุ่นสู่รุ่น เนื่องจาก ขั้นตอนการท�ำบาตรค่อนข้างยุ่งยาก พิถีพิถัน และ ต้องอาศัยความช�ำนาญมากทั้ง 8 ขั้นตอน ดังนั้น บาตรพระ 1 ใบ จึงต้องใช้คนท�ำจ�ำนวนมาก เรียก ว่าแต่ละบ้านสามารถแบ่งหน้าที่ให้ชัดเจนตามความ ถนัดได้เลย ขั้นตอนการท�ำบาตรโลหะ จะเริ่มจากการ ท�ำขอบ บาตร โดยน�ำเหล็กแผ่นมาตีขมวดเป็นวงพระจันทร์ จากนั้นช่างจะน�ำแผ่นเหล็กซึ่งตัดเป็นรูปทรงกากบาท (กง) มาประกอบกับขอบบาตร โดยจะเหลือช่องขนาด เท่าใบโพธิ์ไว้ 4 ช่อง แล้วน�ำแผ่นเหล็กรูปใบหน้า วัว 4 ชิ้นมาประกบเข้าด้วยกัน หลังจากตีเก็บตะเข็บ เสร็จแล้ว บาตรขนาดต่างๆ จะถูกเข้าสู่ การแล่น บาตร โดยจะเชื่อมเหล็กให้แนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน ประสานกันรั่วด้วยน�้ำประสานทอง ก่อนน�ำไปเผาจน เหล็กสุก จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการ การลายบาตร หรือ ออกแบบรูปทรงบาตรตามลูกค้าระบุ โดยใช้ ค้อน ลาย อุปกรณ์ลกั ษณะพิเศษ ตีบาตรจากด้านในให้ได้ รูปทรงตามต้องการ ก่อนจะส่งต่อให้คณ ุ ป้า ใช้ค้อน เหล็กทุบบาตร ใช้เครื่องเจีย และตะไบ เก็บลาย และ ตะเข็บต่างๆ ให้เรียบเนียน แต่ยงั จงใจเหลือเค้ารอย

18

ของตะเข็บ 8 ชิ้นบนบาตรไว้เพื่อความสวยงาม และ ปิดท้ายด้วยท�ำสีบาตร หากทาสีด�ำ เราเรียก รมด�ำ ส่วนบาตรที่เป็นสีแมลงทับ จะเรียกว่า การสุมเขียว โดยบาตรพระรูปทรงดัง้ เดิม มีมากถึง 5 แบบ แต่ ปัจจุบนั ได้รบั ความนิยมอยูเ่ พียง 2 แบบ คือ บาตร ทรงมะนาว และ บาตรทรงหัวเสือ ชุมชนบ้านบาตร สามารถผลิตบาตรพระขนาดมาตรฐานได้วนั ละ ประมาณ 10 ใบ โดยแต่ละบ้านจะรับบทบาทหน้าที่ ต่างกัน บ้านไหนถนัดท�ำขอบบาตร ก็รบั ไป บ้านไหน เชือ่ มบาตรเก่ง ก็จดั การเชือ่ มรอยต่อบาตรให้แนบสนิท แม้ปัจจุบัน จะเหลือช่างฝีมอื ในชุมชนบ้านบาตร เพียง 4 – 5 ครอบครัว แต่ด้วยกระแสการท่องเที่ยว ชุมชนได้กลับมาอยู่ในความสนใจจากทั้งชาวไทยและ ต่างชาติ ภาพบรรยากาศในตรอกเล็กๆ ที่เคยอึมครึม เงียบเหงาก็กลับมาคึกคักคึกครื้นอีกหน ภูมิปัญญา ของบรรพบุรษุ ที่ครั้งหนึ่งเคยเกือบล่มสลายไปเพราะ วิกฤตบาตรปั๊มส�ำเร็จจากโรงงานเข้าเล่นงานชาว บ้านบาตร ขณะนี้ได้รับการฟื้นฟู และสานต่อโดยช่าง ฝีมอื รุน่ ใหม่ๆ ทัง้ ยังได้รบั ความสนใจจากชาวต่างชาติ ถึงขนาดลงคอร์สสอนท�ำบาตรกันเป็นจริงเป็นจัง เลยก็มี

ตราบใดที่พุทธศาสนายังคงรุ่งเรืองอยู่คู่ศรัทธาของ พุทธศาสนิกชนคนไทย วิถีชุมชนของชาวบ้านบาตรก็ จะด�ำเนินไปเฉกเช่นทุกวัน บาตรตีมือยังคงทรงคุณค่า เหนือกว่าบาตรส�ำเร็จรูปแบบไม่อาจเทียบเทียม อานิสงส์นบั 10 ประการของการถวายบาตรแก่ พระภิกษุบวชใหม่ จะดลบันดาลให้ผู้ใจบุญ อุดมด้วย โภคสมบัติ ละวางกิเลสได้อย่างหมดจด มีจิตใจมั่นคง สนใจใคร่รู้ในธรรมทุกเมื่อ อีกทั้งยังจะได้รับความ เคารพย�ำเกรงจากผู้คนรอบตัว The atmosphere at Banbaht, Prom Prab Satu Pai, Bangkok, where is not far from Sra Ked Royal Temple, is not as quiet as weekdays. Tourists are intended to record the video of a man form the iron steel to be a food container, one of the eight necessities of a Buddhist monk. Forging the monk’s alms bowl is a folk wisdom descended from Ayutthaya ancestors who immigrated and settled down in Bangkok. Although, there are only 4-5 families of craftsman in Banbaht village, the trend of community tourism come back to be popular among Thais and Foreigners. The atmospheres of the alley that use to be quiet become vivid again. The ancestor’s wisdom that once almost fade away due to the crisis of factory’s products, now are restored and inherited by the new generations.


20


ทางสามแพร่ ง ภาพอดีตที่ก�ำลังเลือนราง เมื่อได้ยินค�ำว่า ทางสามแพร่ง แวบ แรกนึกถึงอะไร? หลายคนแอบคิดถึงสิ่ง อัปมงคล คิดถึงการจัดฮวงจุ้ยเพื่อแก้ เคล็ดแก้อาถรรพ์ เพราะคุ้นเคยกับความ เชื่อลี้ลับที่ถูกปลูกฝังมานาน แต่ส�ำหรับ ทางสามแพร่ง ที่จะชวนไปท�ำความรู้จัก ในวันนี้ ไม่มีเกี่ยวกับผีสางเทวดาที่ไหน แต่ อัดแน่นไปด้วยภาพวิถีชีวิต ความรุ่งเรือง และลมหายใจของวันวาน

22

“แพร่ง” แปลว่า ทางแยกทางบก “ทางสาม แพร่ง” เกิดจากทางสายหนึ่งมาบรรจบเป็นมุมฉาก กับถนนอีกสายหนึ่ง ซึ่งเป็นชื่อเรียกที่สะท้อนกายภาพ ของ ชุมชนสามแพร่ง ชุมชนเล็กๆ ใกล้คลองคูเมือง เขตรัตนโกสินทร์ชั้นนอก ได้อย่างชัดเจน ทางสามแพร่ง ในวันวานเป็นที่ต้งั วังของ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หวั (รัชกาลที่ 5) ถึงสามพระองค์ ได้แก่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูธเรศธ�ำรงศักดิ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่

หัวและเจ้าจอมมารดาตลับ, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยานราธิปประพันธ์พงศ์ พระราชโอรสองค์ ที่ 54 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั และ เจ้าจอมมารดาเขียน และ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวง สรรพศาสตรศุภกิจ พระราชโอรสองค์ที่ 34 ในพระบาท สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั กับเจ้าจอมมารดาสังวาล เมื่อมีการตัดเส้นทางเพื่อเชื่อมสู่วังทั้ง 3 เข้ากับ ถนนอัษฎางค์ และถนนตะนาว จึงได้ในน�ำพระนาม ของทั้งสามพระองค์มาตัง้ เป็นชื่อถนน คือ ถนนแพร่ง นรา ถนนแพร่งสรรพศาสตร์ และถนนแพร่งภูธร


The Lens Hatyai โดยนักทัศนมาตร

...คุณเคยสงสัยมั้ย?... • อาการติดแว่นคืออะไร?

เรียกได้ว่า เป็นอาการชอบความคมชัดของแว่น มากกว่า คือเป็นลักษณะที่ใส่แว่นแล้วมองภาพชัด ขึ้นเกิดความสบายตาท�าให้เราอยากที่จะใส่แว่นอัน นั้นต่อไป • ใส่แว่นตลอดแล้วสายตาจะสั้นเพิ่มขึ้นจริงหรือ? ไม่จริง ยังไม่มีการวิจยั ใดๆ กล่าวว่า การใส่แว่น สายตาที่ถูกต้องตลอดเวลาจะท�าให้ ผู้ใส่มสี ายตาสั้น มากขึ้นหรือลดลง การใส่แว่นตลอดเวลานั้น ท�าให้ มองเห็นชัดเหมือนคนปกติ อีกทั้งยังมีประโยชน์หลาย อย่าง เช่น ท�าให้มองเห็นชัด ป้องกันแสงUV ลม และ ฝุ่น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ท�าให้เกิด โรคต้อลม ต้อเนือ้ และ ต้อกระจก • การเขียนหนังสือเอียงๆ หรือนอนอ่านหนังสือ ท�าให้เกิดสายตาเอียงใช่มั้ย? สายตาเอียงเกิดจากความผิดปกติของสายตา ชนิดหนึ่ง เกิดจากการที่กระจกตา เลนส์ตา หรือจอ ประสาทตามีความโค้งไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นความผิดปกติ ทางกายภาพ ท�าให้เกิดการมองเห็นภาพที่ไม่ชัด ไม่ คม แสงไฟแตก ฟุ้ง ตอนกลางคืน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับ การนอนอ่านหนังสือ หรือเขียนหนังสือเอียงๆ เลย

ค�าถามอีกมากมายปรึกษานักทัศนมาตร ผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาโดยตรง ศูนย์เลนส์โปรเกรสซีฟ The Lens Hatyai เป็น ร้านแว่นตาที่ ตรวจวัดสายตา โดย นักทัศนมาตร (Doctor of optometry) ผู้ผ่านการเรียนหลักสูตร ทัศนมาตรเกี่ยวกับการวัดสายตาโดยตรงเป็นเวลา 6 ปี มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะอย่างถูกต้อง มี ความเชี่ยวชาญและช�านาญในเรื่องสายตาเป็นอย่าง ดี ใช้อุปกรณ์การตรวจวัดทันสมัย แม่นย�า โดยเฉพาะ เลนส์แว่นตาทีต่ อ้ งใช้ความละเอียดสูงเช่น เลนส์โปรเกรสซีฟ (เลนส์หลายระยะไร้รอยต่อ) ที่จ�าเป็นจะต้องใช้ความ ละเอียดในการตรวจวัดสูงมาก World Health Organization states up to 20 million people in Thailand have eyesight problems, and this number tends to grow as the population is becoming an aging society along digital transformation. Nowadays, eyewear stores usually hire workers to do eyesight test for customers, most of whom aren’t truly expert about the subject and still lack the insights of eyesight problem-solving. The Lens Hatyai Progressive Lens Center

is an eyewear store with eyesight testing service conducted by optometrists, who have studied in optometry for a course of six years, received certified license, and excel in the profession. The store uses modern technology with high accuracy, which is specifically necessary for Progressive Lens, an eyeglasses lens with different focal lengths, which requires in-depth eyesight testing. At The Lens Hatyai, we have the latest fitting lens technology for personalization Visioffice 2, imported from France and exclusively available in Hat Yai. We also have progressive lens in each model for trials, before you make a decision to purchase. • The most accurate parameters and eye glasses making • Personalizes progressive lens for each customer in the most effective way • Examine the dominant eye and visual behavior to design a personalized progressive lens for each customer Eyesight testing appointment ¶ 074-237567 Open daily 10:00 a.m.-8:00p.m.

THE LENS HATYAI

ที่ร้านแว่นตาเดอะเลนส์ หาดใหญ่ มีเครื่องตรวจวัดจุดประกอบเฉพาะบุคคลที่ทันสมัยที่สุด เครื่อง Visioffice2 หนึ่งเดียวในหาดใหญ่ น�าเข้าจากประเทศฝรั่งเศส พร้อมทั้งยังมีชุดทดลองเลนส์ โปรเกรสซีฟทุกรุ่น ให้ลองก่อนตัดสินใจ • ตรวจวัดค่าพารามิเตอร์และจุดประกอบได้แม่นย�าที่สุด • ใช้ประกอบเลนส์โปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคลได้ดที สี่ ดุ • ตรวจวัดตาข้างถนัด ตรวจวัดค่าพฤติกรรมการมอง ใช้ออกแบบเลนส์โปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล นัดตรวจสายตา ¶ 074-237567 ร้านเปิดทุกวัน 10:00-20:00 น. ที่ตั้ง : 94 ถ.นิพัทธ์อุทิศ 3 หาดใหญ่ (ตรงข้ามสันติสุข) แว่นตาเดอะเลนส์ หาดใหญ่ The Lens Hatyai


สภาพชุมชนสามแพร่งในอดีต ถือเป็นย่านเศรษฐกิจ ที่สะดวกสบาย เพราะมีการวางระบบสัญจรทางบก ครบครัน ทั้งรถราง และรถประจ�ำทาง ผู้คนในชุมชน ประกอบกิจการการค้า บ้านเรือนกว่า 90% ปลูกเป็น อาคารพาณิชย์ ห้อมล้อมด้วยบรรยากาศการจับจ่าย ซื้อของสุดคึกคักแทบทุกวัน ย่านแพร่งภูธร เป็นทีต่ ั้งวังของพระองค์เจ้าชายทวี ถวัลยลาภ ต้นราชสกุลทวีวงศ์ พระองค์รบั ราชการ ต�ำแหน่งเสนาบดีกระทรวงนครบาล ประทับ ณ วัง บริเวณริมถนนหัวมุมสี่กั๊กเสาชิงช้า ริมถนนบ้าน ตะนาว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั โปรดฯ ให้รอื้ ต�ำหนักในพระราชวังนันทอุทยาน มาสร้าง เป็นที่ประทับพระราชทานแก่พระโอรส ปัจจุบัน

24

โดยได้รบั พระราชทานพระนามจากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หวั รัชกาลที่ 5 ว่า “ละครหลวงนฤมิต” ตัวพระต�ำหนักในยุคแรก สร้างตามสถาปัตยกรรม ยุโรป เป็นอาคารปูนผสมไม้สูง 3 ชั้น ระเบียงต่างๆ มีการฉลุลวดลายไว้อย่างสวยงาม หน้าวังสร้างซุ้ม ประตูและแนวก�ำแพงทอดยาวเกือบจรดถนนอัษฎางค์ แต่มีการรื้อออกเพื่อสร้างถนนบูรณศาสตร์ ตัวต�ำหนัก เดิมได้มกี ารขอเช่าพื้นที่เพื่อเป็นโรงเรียนของ โรงเรียน ตะละภัฎศึกษา แม้ปัจจุบันจะปิดตัวลงแล้ว แต่ยงั อนุญาตให้ใช้พ้นื ที่ในการจัดกิจกรรมของชุมชนอยู่ เรื่อยๆ ย่านแพร่งสรรพศาสตร์ เคยเป็นเขตวังของพระเจ้า บรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์ ต้น ราชสกุล “ทองแถม” พระองค์ได้รบั พระราชทานยศ เป็น กรมหมื่นสรรพศาสตร์ศภุ กิจในรัชกาลที่ 5 ทรงมี พระปรีชาสามารถในการถ่ายรูป และถ่ายภาพยนตร์ โดยมีผลงานภาพยนตร์ท่แี พร่หลายสู่สายตา ประชาชนคือ ภาพพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 5 นอกจากนี้เมื่อครั้งทรงก�ำกับกรมช่างมหาดเล็ก หรือ “ช่างทองหลวง” ยังโปรดให้ใช้วงั ของพระองค์เป็นที่ เค้าโครงของวังเหลือให้เห็นเพียง ตึกอนุสรณ์สมเด็จ ว่าราชการด้วย พระปิตุจฉาสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี หรือ ว่ากันว่า พระต�ำหนักของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรม “สุขุมาลอนามัย” สถานบริการชุมชนด้านสาธารณสุข “ถนนแพร่งภูธร” จรดถนน 3 ด้าน คือ ถนนอัษฎางค์ หลวงสรรพศาสตร์ศภุ กิจ มีขนาดใหญ่โตมาก เห็น ได้จากเค้าโครงที่หลงเหลืออยู่ของประตูวงั ที่สูงใหญ่ ถนนบ�ำรุงเมือง และถนนตะนาว ราวตึก 2 ชั้น ช่องของประตูโค้งเป็นวงตามแบบ ย่านแพร่งนรา ในอดีตเคยเป็นวังที่ประทับของ สถาปัตยกรรมฝรั่งเศส เหนือวงโค้งเป็นหน้าบันเจาะ พระองค์เจ้าชายวรรณากร ต้นราชกุลวรวรรณ ณ เป็นทรงกลม มีประติมากรรมรูปผู้หญิงขนาดใหญ่ อยุธยา ทรงได้รบั การสถาปนาเป็นกรมหมื่นนราธิป ประพันธ์พงศ์ ท�ำหน้าที่ก�ำกับกรมพระคลังมหาสมบัติ ในท่ายืนถือคบไฟ ช่องด้านซ้ายและขวากรุกระจก หลากสี ภายหลังพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์ ได้มกี าร ในต�ำแหน่งรองเสนาบดี พระองค์มปี รีชาสามารถใน การประพันธ์สูง เป็นผู้นพิ นธ์บทละครร้องจ�ำนวนมาก รื้อวังเพื่อสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ แต่ตกึ ที่ปรากฏใน และยังสร้างโรงละคร “ปรีดาลัย” โรงมหรสพแห่งแรก ปัจจุบันก็ไม่ใช่ตึกเก่า เพราะถูกสร้างขึ้นใหม่ท้งั หมด หลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ถึง 2 ครั้งด้วยกัน ของประเทศไทย ภายในพระราชวังของพระองค์เอง


26


ถนนเจริญกรุง ถนนคอนกรีตเส้นแรกของประเทศไทย ได้รบั ค�ำ ปรามาสตัง้ แต่แรกสร้าง อ้างตามบันทึกของ ส.พลายน้อย ว่า “ถนน ใหญ่โตขนาดนี.้ ..จะเอาใครมาเดิน” แน่นอนว่าหากย้อนไปเมือ่ ช่วง 100 ปีกอ่ น ซึง่ คนไทยและชาวบางกอกยังไม่คนุ้ เคยกับการสัญจรทางบก นัก การได้เห็นถนนกว้างถึง 4 วา จึงเป็นเรือ่ งน่าขบขัน ด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั รัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชประสงค์ให้สร้างถนนที่มีความทันสมัยทัดเทียมนานา ประเทศ ด้วยงบประมาณ 19,700 บาท ดังมีพระราชปรารภเรื่องถนนเจริญกรุงไว้ ว่า “ถ้าจะท�ำแต่แคบๆ พอคนเดินก็จะดี แต่ซึ่งท�ำใหญ่ไว้น้ี ก็เผื่อไว้ว่าเมื่อนานไป ภายน่าบ้านเมืองสมบูรณ์ทผี ู้คนมากมายขึ้น รถแลม้าแลคนเดิน จะได้คล่องแคล่ว จึ่งท�ำให้ใหญ่ไว้” การวางรากฐานส�ำคัญนี้เอง เป็นจุดเริ่มต้นของความเจริญ นานัปการที่พรั่งพรูเข้ามาในอีกไม่กี่ปีให้หลัง ภูมิทัศน์ของ ถนนเจริญกรุง ช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ได้รับค�ำชมเชยจากชาว ต่างชาติในยุคสมัยนั้นว่า มีความสวยงาม ทันสมัย และโรแมนติก สองข้างทาง บนถนนเส้นยาวขนาบด้วยต้นโกสน ยามค�่ำคืนมีแสงไฟรายทางจากโคมสังกะสี ทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยหิ้วกระป๋องน�้ำมัน ปีนบันไดขึ้นไปเติมน�้ำมัน ตะเกียงและจุดไฟทุกๆ เย็น เมื่อความเจริญเปลี่ยนผ่านจากริมฝั่งแม่น้�ำขึ้นมา บนบก อาคารพาณิชย์จ�ำนวนมากค่อยๆ ผุดขึ้นริมฝั่งถนนราวกับเงาตามตัว ต่อมาเมื่อเริ่มมีไฟฟ้าใช้ ความสว่างไสวได้เข้ามาปลุกและเปลี่ยนชีวิตยาม ค�ำ่ คืนของชาวบางกอกให้ชชั วาลขึ้น ย่านเจริญกรุง ผันตัวเองเป็นแหล่งเจริญใจ สถานบันเทิงมากมายตั้งเรียงรายให้ชนชั้นสูง รวมทั้งชาวต่างชาติแวะเวียนเข้ามา พักผ่อนหย่อนใจ ประกอบกับระบบการขนส่งสาธารณะรุดหน้าไปมาก ห้างร้าน ศูนย์การค้า สถานทีร่ าชการ ธนาคารพาณิชย์ และโรงแรมระดับห้าดาวแห่งแรก ของเมืองไทย จึงถือก�ำเนิดขึ้นตลอดหัวจรดท้ายถนนเจริญกรุง

27


จากวันนั้นจนวันนี้ ผ่านเวลามาร่วมศตวรรษ แม้ ถนนแสนกว้างในสายตาของคนยุคเก่า จะคับแคบไป มากส�ำหรับจ�ำนวนของรถยนต์บนถนนในปัจจุบัน แต่ อาคารโบราณหลายแห่งที่ได้ชื่อว่าเป็น “แห่งแรก” ใน เมืองไทย ยังคงถูกอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี อาคาร เก่าลายครามอายุร้อยกว่าปีหลายหลังยังคงยืนหยัด ผ่านร้อนหนาวอย่างเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็น อาคารศุลก สถาน (สถานีดับเพลงบางรัก) อาคารไปรษณีย์กลาง (ศูนย์สร้างสรรค์งานศิลปะและการออกแบบ - TCDC) ธนาคารไทยพาณิชย์ (สาขาตลาดน้อย) อาคารสถาน กงสุลโปรตุเกส และ อาคารออเธอร์ส วิง ในโรงแรม แมนดาริน โอเรียลเต็ล รวมทั้งศาสนสถาน ที่สะท้อน ถึงสังคมพหุวัฒนธรรมในย่านนี้ได้ชัดเจนมากๆ อย่าง มัสยิดบ้านอู่ หรือที่ชาวบ้านแถบนี้เรียกว่า สุเหร่าแขก มัสยิดแห่งแรกของไทยทีจ่ ดทะเบียนอย่างถูกต้อง ศาลเจ้าเก่าแก่ของพีน่ ้องชาวจีน วัดพุทธที่สร้างขึ้น ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาและต้นกรุงรัตนโกสินทร์ นอกจากความคลาสสิกของตึกโบราณแล้ว เจริญกรุง ยังถูกผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการ สร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะ และแหล่งเรียนรู้ด้าน ศิลปวัฒนธรรม โดยที่ผ่านมาได้เปิดตัวจุดเช็คอินสุด เจ๋ง อย่าง Wall Art ผลงานภาพเพ้นท์ของศิลปินนัก สร้างสรรค์มอื ฉมังจากทั่วโลก อาทิ Alex face, Kult, Bonus, โลเล, Nychos, Daan Botlek, Fikos ฯลฯ ซ่อนตัวอยู่ตามซอกหลืบทั่วถนนเจริญกรุง เช่นเดียว กับ Art gallery, Café & Restaurant และห้องสมุด โกดังริมน�ำ้ บริเวณท่าเรือของบริษทั อีสต์ เอเชียติก ซึ่งในอดีตเป็นจุดพักสินค้าจากยุโรป ก็ถูกปรับปรุงให้ กลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งกึ่งไลฟ์สไตล์ที่ได้รับความนิยม จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจ�ำนวนมาก เนื่องจาก เป็นจุดรวมความบันเทิงหลากหลาย อาทิ โรงละคร ร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ ร้านค้า ของตกแต่งบ้าน ต่างๆ อีกทั้งยังมีพื้นที่ส�ำหรับเดินเล่น มุมถ่ายรูป ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ และบางครั้งก็ใช้เป็นสถานที่ ส�ำหรับจัดคอนเสิร์ต และงานอีเว้นท์ต่างๆ จึงอาจกล่าวได้ว่า แม้ข้ามผ่านเวลามากว่าร้อย ปี เจริญกรุง ก็ยังคงต�ำแหน่งแหล่งเจริญตาเจริญใจ อันดับต้นๆ ของบางกอก เอาไว้อย่างเหนียวแน่น ส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างอดีตและปัจจุบันนี้เอง ช่วย ขับเน้นคุณค่าทางสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และ ประวัติศาสตร์ของ ถนนนิวโร้ด (New Road) หรือ ถนนซินพะโล้ว หรือถนนเจริญกรุง ถนนคอนกรีตสาย แรกของไทย ให้มคี วามกลมกล่อม และอบอวลด้วย เสน่ห์แพรวพราว Ja-ruen Krung Road, the first concrete road in Thailand. A hundred years ago, Thai people and Bangkokians were not familiar with land

28

transportation, having 2 metres width road is amused for people there. In the age of King Rama 5, the scenery on Ja-ruen Krung Road was praised by foreigners as a beautiful, modern and romantic road at that age. The civilization changed from the riverbank through the land, many commercial buildings have been emerged as a shadow following us. Then, when the electricity came to the city, Ja-ruen Krung area became more civilized- many entertainment complexes were lined as high class people and foreigners can choose to visit. The logistics and transportation system were also enhancedshops, department stores, official place, banks and the first five-star hotel of Thailand were emerged on this road. From that day until now, many ancient buildings used to be “the first” buildings in Thailand have been preserved well such as The old custom house (Bang Rak fire station), Grand postal office (Thailand creative and design center- TCDC), Siam commercial

bank (Talat Noi branch), Embassy of Portugal, Autjorzs Wing Bank in The mandarin Oriental Hotel, and religious place. Apart from the classic of the ancient buildings on Ja-ruen Krung road, it become a center of arts and cultural where many arts are created. Recently, Wall Arts, the paint by famous artists from every corner of the world, are in every corner of the street as well as Art gallery, Cafe & restaurant and library. The warehouse by the river which are the area of Est Asiatique Co.,Ltd. used to be the depot for goods from Europe. The area has been renovated to be a shopping area that is very popular among tourists. We can say that although more than 100 years has passed, Ja-ruen Krung is still one of the most pleasant and civilized areas in Bangkok. The right combination between the past and present promotes the value of architecture, culture and history of New Road or Ja-ruen Krung road to be more attractive.


30


เรือหางยาวล�ำโตกรีดท้องน�้ำแหวกออก เป็นสองเส้น เกลียวคลื่นกลางแม่น�้ำม้วน หัวเข้าซัดข้างกราบเรือที่แล่นสวนมา อีกล�ำแตกกระจายเป็นละอองขาว แม่น�้ำ เจ้าพระยาวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ อาจเพราะ บรรยากาศเป็นใจ แดดร่มลมเย็น นักท่องเทีย่ ว จึงพร้อมใจกันใช้บริการ ล่องเรือชมวัดวา อารามริมแม่น�้ำเจ้าพระยาอย่างอุ่นหนา ฝาคั่งกว่าปกติ

เราเริ่มต้นทริปเก็บแต้มบุญกันที่ฝั่งธนบุรี วัด บุคคโล วัดโบราณสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา นอกจากความงดงามของศาลาจัตุรมุขลอยฟ้า ที่ สามารถชมทัศนียภาพของคุ้งน�้ำเจ้าพระยายามค�่ำคืน ได้อย่างเต็มตาแล้ว ผู้คนยังนิยมมาสักการะขอพรให้ กิจการค้าขายรุ่งเรือง กับ “หลวงพ่อแพ” พระพุทธรูป ประธานที่มีพุทธลักษณะงดงามอีกด้วย จากนั้นข้ามฝั่งมายัง วัดยานนาวา บนถนน เจริญกรุง ชมสถูปรูปเรือส�ำเภาโบราณขนาดใหญ่ สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระ นั่งเกล้าเจ้าอยู่หวั รัชกาลที่ 3 ภายในประดิษฐาน

พระเจดีย์องค์ และองค์ใหญ่ อย่างละ 1 องค์ ขอพร เพื่อรับอานิสงค์ให้หลุดพ้นจากโอฆกิเลสทั้งสี่ (กาม ภพ ทิฐิ อวิชชา) สู่นิพพานโดยไว วัดที่สามเราแวะกราบขอพรให้สมปรารถนาในสิ่ง ที่หวัง กับ “หลวงพ่อแดง” ณ วัดราชสิงขร พระพุทธ รูปปางมารวิชัยที่มีความงดงามหมดจด จนได้รบั การ เรียกขานว่า หลวงพ่อพระพุทธสุโขทัย วัดราชสิงขร สร้างขึ้นราวปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นช่วงที่ บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด พิกัดต่อมาเข้ากราบสักการะ “หลวงพ่อซ�ำปอกง” หรือ “พระพุทธไตรรัตนนายก” ณ พระวิหารหลังใหญ่

31


วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ขอพรจากพระพุทธรูป โบราณ ปางปาลิไลยก์ (ป่าเลไลย์) 1 ใน 2 พระพุทธ รูปที่ในหลวงรัชกาลที่ 3 ทรงสร้างพระราชทานให้กบั วัด ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าวิถีชีวติ ของชาว บ้านในสมัยรัชกาลที่ 3 และตีระฆังที่ใหญ่ที่สดุ ใน ประเทศไทยให้ดงั กังวานลั่นคุ้งน�้ำเจ้าพระยา หากอยากมีชีวิตโชติช่วงดังพระอาทิตย์ยาม รุ่งอรุณ ควรมาสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ใน พระอุโบสถ พระวิหาร และเวียนทักษิณาวัตรรอบ พระปรางค์วดั อรุณ 3 รอบ วัดอรุณราชวรารามราช วรมหาวิหาร สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิม ชื่อ วัดมะกอก แต่ได้รบั พระราชทานนามใหม่ว่า วัด แจ้ง ในสมัยกรุงธนบุรี เพื่อเป็นอนุสรณ์ในวโรกาสการ เดินทางมาถึงท่าน�้ำหน้าวัดพร้อมกับแสงอรุณยามเช้า ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ช่วงก่อน สถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีใหม่ ลงเรือล่องมาขึ้นท่าน�้ำ วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร กราบขอพรจาก “พระประธานยิม้ รับฟ้า” พระพุทธรูปปางสมาธิ ที่ได้รบั การยกย่องว่ามีความ

32

งดงามมาก พร้อมทั้งแวะสวดคาถาชินบัญชร เพื่อสัก การะสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จ พระราชาคณะในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งชาวพุทธจ�ำนวน มากให้ความเคารพนับถือตราบจนปัจจุบัน จากนั้นเบี่ยงหัวเรือเข้าสู่คลองบางกอกน้อย เพื่อ กราบนมัสการ “หลวงพ่อโบสถ์น้อย” วัดอัมรินทรา ราม ขอพรให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้ง ปวง ดังเรื่องเล่าลือว่า หลวงพ่อโบสถ์น้อยได้ปกป้อง พระอุโบสถโบราณให้รอดพ้นจากการทิ้งระเบิดของ ทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งๆ ที่พื้นที่ โดยรอบโดนระเบิดท�ำลายเสียหายอย่างหนัก ต่อมาย้ายพิกัดมายัง วัดคฤหสบดี สักการะ “หลวงพ่อแซกค�ำ” พระพุทธรูปทองค�ำ ปางมารวิชัย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หวั โปรดฯ ให้ เจ้าพระยาบดินทรเดชา อัญเชิญลงมาจากเมือง เวียงจันทน์ ราวปี พ.ศ.2369 พร้อม พระแก้วมรกต เมื่อครั้งขึ้นไปปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์ ทั้งนี้ ภายในองค์ พระยังมีการบรรจุพระบรมสารีรกิ ธาตุไว้ถึง 5 องค์ อีกด้วย

ปิดท้ายการเดินทางแบบ One Day Trip ณ วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร หรือ วัดสมอ แครง วัดเก่าแก่ สร้างขึ้นก่อนสมัย กรุงศรีอยุธยา นักท่องเที่ยวมักมาขอพรจาก “พระพุทธเทวราชปฏิมากร” พระพุทธรูปปาง มารวิชัย ฝีมอื ช่างสมัยสมัยทวาราวดีผสม อู่ทอง เพื่อให้มีอ�ำนาจวาสนาดี และมีความ แข็งแกร่งเมื่อต้องเผชิญกับอุปสรรค โดย พุทธศาสนิกชนส่วนมาก นิยมถวาย “ผ้าไตร” แทนถวายธูปเทียนและดอกไม้ ท�ำให้ทวีความ น่าเลื่อมใสให้กบั ผู้พบเห็นยิ่งนัก จบทริปเก็บแต้มบุญด้วยความอิ่มเอิบ หัวใจ ได้เพลิดเพลินกับการล่องเรือรับลม เย็นๆ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของวัดส�ำคัญของ กรุงเทพมหานคร และยังได้สมั ผัสวิถีชีวิตของ ผู้คนริมแม่น้ำ� เจ้าพระยา แม้หลายสิ่งหมุนวน เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่อกี หลายๆ อย่างก็ยังคงมากล้นด้วยเสน่ห์ และมอบความ ประทับใจให้แก่นกั ท่องเที่ยวไม่เสื่อมคลาย


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มียักษ์ 2 ตน อาศัยอยู่คนละฝั่งแม่น�้ำเจ้าพระยา ทั้งคู่เป็น เพื่อนสนิทกัน มักไปไหนมาไหนและท�ำอะไร ด้วยกันเสมอ อยู่มาวันหนึ่งยักษ์ที่อาศัยอยู่ ฝั่งวัดโพธิ์ไม่มีเงินใช้ จึงเหาะข้ามแม่น�้ำมา ขอยืมเงินจากยักษ์วัดแจ้งเพื่อนซี้ พร้อม กับให้ค�ำสัญญาว่า เมื่อถึงเวลาจะรีบน�ำ เงินมาคืนเพื่อนทันที

หมัดเข่าศอกครบเครื่อง ต่อยตีนัวเนียอยู่บริเวณริม แม่น�้ำเจ้าพระยา จนต้นไม้ บ้านเรือน ราบเตียนไม่ เหลือชิ้นดี ครั้นเรื่องราวรู้ไปถึงพระเนตรพระกรรณของ พระอิศวร พระองค์จงึ ลงโทษสถานหนัก ด้วยการสาป ให้ยักษ์ท้งั สองตนกลายเป็นตุ๊กตาหิน ท�ำหน้าที่ ทวารบาลเฝ้าประตูวหิ ารหลวง โดยยักษ์วดั โพธิ์ถูก สาปให้ยืนเฝ้าประตูมณฑปของวัดพระเชตุพนวิมล มังคลาราม ส่วนยักษ์วดั แจ้ง กลายร่างเป็นรูปปั้นหิน ขนาดใหญ่ ถือกระบองยืนเฝ้าประตูวหิ ารของวัดอรุณ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ยักษ์วดั โพธิ์กลับลืมค�ำมั่น ราชวรารามราชวรมหาวิหาร ตราบนานเท่านาน ส่วน หน�ำซ�้ำยังท�ำนิ่งเฉยใส่ยกั ษ์วัดแจ้งอีก ท�ำให้ยักษ์ พื้นที่ริมแม่น้ำ� เจ้าพระยาที่กลายเป็นสมรภูมริ บของ วัดแจ้งเกิดโทสะ ใช้อิทธิฤทธิ์เหาะข้ามแม่น้�ำมายืน ยักษ์ทั้งสองตน ชาวบ้านพร้อมใจเรียกขานตามสภาพ ตะโกนทวงเงินเพื่อนบริเวณริมน�้ำหน้าวัด ยักษ์วัด ความโล่งเตียนนี้ว่า “ท่าเตียน” โพธิ์เกิดความอับอาย เมื่อห้ามปรามเท่าไรเพื่อนก็ไม่ เรื่องราวข้างต้นทีเ่ ล่ามา เป็นนิทานข�ำขันจากโลก หยุดตะโกนทวงเงินเสียที จึงทวีความรุนแรงกลายเป็น จินตนาการ ในขณะทีค่ วามเป็นจริง ชาวบางกอก ความโมโห เพื่อนซี้ทั้งสองเข้าตะลุมบอน ออกอาวุธ และชาวต่างชาติล้วนคุ้นเคยกับ ท่าเตียน มานานกว่า

34

300 ปี ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ท่าเตียน เป็นชุมชน ทางการค้าที่มีความส�ำคัญต่ออาณาจักรสยามเป็น อย่างมาก เนื่องจากบางกอกมีฐานะเป็นเมืองหน้า ด่าน ไม่ว่าจะเรือส�ำเภาสัญชาติใดก็ตาม ต้องจอด แวะท่าเตียนเพื่อท�ำการส�ำแดงรายละเอียดของเรือ แต่ละล�ำ อาทิ จ�ำนวนผู้โดยสาร รายชือ่ ลูกเรือ ชนิด และประเภทของสินค้าทั้งหมด รวมทั้งจ่ายภาษีขาขึ้น


ขาล่อง เรียกว่าเป็น One Stop Service ขนาดใหญ่ ในชุมชนค้าขายที่เต็มไปด้วยชาวจีนและชาวญวน ต่อมาในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มกี ารย้าย เมืองหลวงจากธนบุรีมายังอีกฝั่งของแม่น้�ำเจ้าพระยา และตั้งพระราชวัง ซึ่งไม่ไกลจากท่าเตียนนัก แต่ บรรยากาศความคึกคักก็ยงั ไม่เคยขาดหายไปจาก ท่าเตียน ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ บันทึกว่า ท่าเตียน มีท่าเรือส�ำคัญทั้งหมด 8 ท่า แต่ละท่าจะ เป็นที่จอดพักของเรือส�ำเภาแยกตามเส้นทางการเดิน เรือ ประเภทสินค้า และอัตราการจ่ายภาษีขาขึ้นขา ล่องที่แตกต่างกัน หลักฐานทางประวัติศาสตร์อกี ชิ้นหนึ่ง บันทึก ที่มาของชื่อ ท่าเตียน เอาไว้ว่า ในช่วงรัชกาลที่ 4 มีเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในเขตพระนคร บริเวณ ท่าเตียน สร้างความเสียหายแก่เรือนหม่อม บ้านพัก ข้าราชบริพาร วัด บ้านเรือนราษฎร และโรงงานของ ในหลวง กินพื้นที่เป็นวงกว้าง เรียกได้ว่าพระเพลิง ได้โหมกระหน�่ำเผาไหม้ส่งิ ปลูกสร้างเสียจนวอดวาย ราบเตียน ความโดดเด่นของท่าเตียนในยุคหลังๆ ยัง คงสถานะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเมือง บางกอก ล้อมรอบด้วยเสน่ห์ของบรรยากาศการ ค้าที่แสนขวักไขว่ ตลาดผลไม้ ร้านขายยาจีน ร้าน ขายส่ง โชห่วย รวมถึงโกดังสินค้าจ�ำนวนมาก ผุด ขึ้นราวกับดอกเห็ดหน้าฝน สิ่งปลูกสร้างเก่าแก่กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นอาคารพาณิชย์โบราณ สร้างขึ้น ตามสถาปัตยกรรมยุโรปแบบเรอเนสซองต์ ในช่วง รัชกาลที่ 5 โดยพื้นที่ละแวกท่าเตียนเกือบทั้งหมด เป็นกรรมสิทธิ์ของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ซึ่ง ในสมัยก่อนนั้นปล่อยเช่ารายปี เก็บค่าเช่าเดือนละ 8 บาท จนขณะนี้ ค่าเช่ารายเดือนตกอยู่ในราคาเดือน ละไม่ถึงสองพันบาท

36

ปัจจุบัน อาคารเก่าแก่สมี สั ตาร์ดได้รับการ ปรับปรุงขึ้นใหม่จนมีความสวยงาม กลายเป็น แลนด์มาร์คส�ำหรับถ่ายรูปเช็คอินของนักท่อง เที่ยวชาวต่างชาติ ส่วนภายในตัวอาคาร ล้วน ถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ และโฮสเทล เก๋ๆ สไตล์วนิ เทจ แต่ในขณะเดียวกัน ภาพ ความทรงจ�ำของท่าเตียนในวันวาน ยังคงกรุ่น กลิ่นอายประวัติศาสตร์อยู่ตามร้านโชห่วย และ ร้านขายของส่งขนาดย่อมที่ยังคงยืนหยัดยึด อาชีพเดียวกับต้นตระกูล ถือเป็นความแตกต่าง ค่อนข้างกลมกล่อม ขับเน้นให้ชมุ ชนเล็กๆ ที่มี เรื่องราวยาวนานกว่า 3 ศตวรรษ มีลมหายใจ กลายเป็นเสน่ห์แบบไทยๆ มอบความประทับใจ ให้แก่ผู้มาเยือน

In the age of Ayutthaya, Tha Tian is the important commercial community which is significantly vital to Siam as Bangkok is the fortress city, every junk from any countries have to visit to declare the products. We can say that Tha Tian was completely a commercial area, full of Chinese and Vietnamese at that time. In the early of Ratanakosin era, the capital city was moved from Thon Buri to the other side of Jao Pra Ya river, the palace was build nor far from Tha Tian. According to the historical evidences, Tha Tian has 8 piers, each pier was for the junks dividing by the route of junks, goods category, and TAX rate. The signature of Tha Tian in the new age is still a center of Bangkok’s economical hub where surrounded by many different street shops such as fruit market, Chinese herb shop, wholesale, groceries and many warehouses. Almost 80 percent of the buildings are ancient commercial building, inspired by Renaissance European architect in the age of King RAMA 5. Nowadays, an ancient mustard building had been renovated and become the landmark for tourists to check-in, inside the building consists of restaurant, cafe and chic vintage hotel.


38


ความเชื่อเป็นเรื่องราวที่อยู่คู่กับคนไทย มาช้านาน ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ วิถีชีวิต ของคนไทยเราจึงผูกพันกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อยู่เสมอ แต่ส�ำหรับมหาเทพทั้ง 9 องค์ ที่ ประดิษฐานอยู่บริเวณแยกราชประสงค์ กรุงเทพมหานคร ความเชื่อและพลัง ศรัทธา ไม่ได้หยั่งรากลึกลงแค่กลางใจ ของคนไทยเท่านั้น แต่ชาวต่างชาติ โดย เฉพาะชาวจีน ไต้หวัน ฮ่องกง มาเลเซีย ฯลฯ นับหมื่นๆ คนก็นิยมมาสักการะขอพร มากเช่นกัน เราจึงอยากชวนมาท�ำความรู้จกั เรื่องราวของเทพ ทั้ง 9 องค์น้ใี ห้มากขึ้น รวมถึงเทคนิคการขอพร รวม ทั้งสิ่งที่ควรและไม่ควรในการถวายของไหว้

ล�ำดับแรกในการจัดทริปไหว้องค์เทพ ขอพรให้ ชีวิตราบรื่นนั้น ควรเริ่มต้นจาก องค์พระพิฆเนศวร บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ก่อน เนื่องจาก เป็นองค์ปฐมเทพที่พระศิวะเอ่ยวาจาว่าควรได้รบั การ กราบไหว้กอ่ นเทพทัง้ ปวง นอกจากนีพ้ ระพิฆเนศวร ยังได้รับการประทานพรทัง้ หลายอันเป็นศุภมงคลและ พรอันประเสริฐจากมหาเทพชั้นผู้ใหญ่ถึง 8 องค์ เป็น ผู้ปราดเปรื่องทั้งศาสตร์และศิลป์ เป็นศูนย์กลางของ พรทั้งหลาย การสักการะ พระพิฆเนศวร นิยมท�ำกันใน วันอังคาร ซึ่งเป็นวันประสูตขิ องพระองค์ ส่วนวัน พฤหัสบดี ถือเป็นวันครูของคนไทย เหมาะกับการ ไหว้เทพและครูบาอาจารย์ท้งั มวลอยู่แล้ว บูชาด้วย ธูป 9 ดอก เครื่องหอม ก�ำยาน น�้ำเปล่า นมจืด ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าว กล้วย อ้อย ดอกไม้สด อาทิ ดาวเรือง กุหลาบ นิยมขอพรเรือ่ งการเรียน การงาน

การสอบแข่งขัน หรือศิลปะวิทยาการต่างๆ รวมทั้ง สุขภาพ และขอให้แคล้วคลาดจากอันตราย องค์ถดั มา ประดิษฐานอยูเ่ คียงข้างพระพิฆเนศวร ได้แก่ พระตรีมูรติ เป็นเทพที่รวมพลังของเทพทั้ง 3 คือ พระพรหม พระศิวะ และพระนารายณ์ เป็น มหาเทพที่รวมพลังแห่งธรรมชาติ แต่คนไทยนิยมขอ พรเกี่ยวกับความรักมากกว่า การสักการะควรท�ำใน วันพฤหัสบดี บูชาด้วยธูปแดง และกุหลาบแดง 9 ดอก เทียนแดง 1 คู่ พร้อมขนมหวานไทยๆ ผลไม้ อาทิ มะพร้าวอ่อน แอปเปิล แก้วมังกร น�้ำอ้อย นมสด น�ำ้ แดง จากนั้นข้ามฝั่งมาสักการะ พระแม่อุมาเทวี หน้า ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ราชด�ำริ พระแม่อมุ าเทวี หรือ พระแม่ปารวตี เป็นพระชนนีของพระพิฆเนศวร พระ ชายาของพระศิวะ สมบูรณ์ด้วยอ�ำนาจ วาสนา และ บารมี นิยมขอพรเกี่ยวกับอ�ำนาจ วาสนา และความ

39


ปลอดภัย พร้อมบูชาด้วยธูป 9 ดอก ดอกไม้สแี ดง หรือสีเหลือง ถวายคู่ผลไม้ ของหวาน น�้ำมะพร้าว ธัญพืช บริเวณชั้น 4 ของศูนย์การค้าเกสร วิลเลจ เป็นที่ ประดิษฐานขององค์มหาเทพ 2 องค์ ได้แก่ พระแม่ ลักษมี เทวีแห่งความงาม และความรัก พระชายา คู่บารมีของพระนารายณ์ การขอพรเรื่องความรัก ให้ส�ำเร็จผล ต้องบูชาด้วยธูป 9 ดอก ดอกบัวบาน สีชมพู น�้ำอ้อย หรือน�้ำมะพร้าว รวมทั้งผลไม้สด อื่นๆ จากนั้นเขยิบไปกราบขอพรให้ชวี ิตมีแต่ความ ราบรื่นกับ ท้าวจตุโลกบาล เทพผู้ดูแลสุข ทุกข์ ของ มนุษยชาติ สักการะด้วยธูป 9 หรือ 16 ดอก พร้อม หมากพลู ดอกมะลิ ดาวเรือง หรือกุหลาบ คู่กับผลไม้ และขนมหวานชื่อมงคล หน้าโรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล ประดิษฐาน พระนารายณ์ทรงสุบรรณ เทพเจ้าแห่งอ�ำนาจและ ความเมตตา นิยมขอพรให้สำ� เร็จในเรือ่ งธุรกิจ การงาน สักการะด้วยธูป 9 ดอก เทียน 1 คู่ พวงมาลัย ดอกดาวเรือง พร้อมขนมหวานสีเหลือง ข้ามฝั่งมายังศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่า เพื่อ สักการะ ท้าวอัมรินทราธิราช เทพผู้เป็นใหญ่ใน สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ให้คณ ุ เรื่องความแคล้วคลาด ปลอดภัย บูชาด้วยธูปสีเขียว 9 ดอก เทียน 1 คู่ พวงมาลัยดอกดาวเรือง และตุ๊กตาช้างไม้ ซึ่งเป็น พาหนะของพระท้าวอัมรินทราธิราช ในจ�ำนวนมหาเทพบริเวณแยกราชประสงค์ ไม่มีเทพองค์ใดที่ถูกห้อมล้อมด้วยบรรยากาศคึกคัก เต็มไปด้วยพลังศรัทธาเท่ากับ ศาลท้าวมหาพรหม โรงแรมเอราวัณอีกแล้ว นอกจากจะมีคนมากราบไหว้ ขอพรเรื่องการงาน อาชีพ การสอบแข่งขัน สุขภาพ และการเงิน หนาตาในทุกช่วงเวลาแล้ว การร�ำแก้บน ก็เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กบั นักท่องเที่ยวฝั่งตะวันตกอยู่เสมอ การสักการะนิยม บูชามหาเทพผู้สร้าง ด้วยธูป 12 ดอก เทียน พวง มาลัยดาวเรือง ทองค�ำเปลว อย่างละ 4 ชุด โดยจะ แบ่งไหว้เวียนตามเข็มนาฬิกา (เริ่มจากทิศหน้าประตู ทางเข้า) ปิดท้ายทริปเสริมสิริมงคลด้วยการสักการะ พระนารายณ์ประทับยืนบนพญาอนันตนาคราช เทพเจ้าสูงสุดผู้มีหน้าที่ดูแลความสงบของจักรวาล ในรั้วของส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ เพื่อขอพรให้ชวี ิต มีความราบรื่น ห่างไกลจากสิ่งชั่วร้ายอัปมงคลทั้งปวง พร้อมบูชาด้วยธูป 16 ดอก เทียน 1 คู่ พวงมาลัย ดอกดาวเรือง และผลไม้ชื่อมงคล สิ่งส�ำคัญที่ควรจ�ำให้มั่นคือ ห้ามถวายของบูชา และเครื่องบรรณาการแก่เทพทุกองค์ ด้วยเนื้อสัตว์ ของคาว สิ่งมึนเมา และอบายมุขทั้งปวงเด็ดขาด!!!

40


เมฆทะมึนเมื่อนาทีก่อนสลายหายไปกับพายุแสนเกรียวกราดลูกนั้น ใบไม้จากต้นโพธิ์ปลิวกระจัดกระจายไปทั่วลานกระเบื้องหินหน้า พระอุโบสถ นักท่องเทีย่ วชาวต่างชาติจากแถบสแกนดิเนเวียจับกลุม่ คุยกันด้วยส�ำเนียงแปร่งหู ประกายสีทองอร่ามของพระพุทธไสยาสน์ แผ่แสงสะท้อนออกมาให้เห็นตั้งแต่ยังไม่ก้าวข้ามธรณีประตู วัดโพธิ์ เดิมชื่อ วัดโพธาราม เป็นวัดโบราณที่สร้าง ขึ้นตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อผลัดแผ่นดินสู่ปฐม กษัตริย์แห่งกรุงธนบุรี พระเจ้าตากสินมหาราช ได้ยก ฐานะ สถาปนาวัดโพธิข์ นึ้ เป็นพระอารามหลวง ต่อมา ในช่วงรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาท สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้โปรดฯ ให้มกี าร บูรณะวัดขึ้นใหม่ โดยใช้เวลายาวนานถึง 7 ปี 5 เดือน 14 วัน พร้อมกันนี้ได้พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส” มีการปฏิสังขรณ์ ใหม่อีกครั้งในช่วงรัชกาลที่ 3 ครั้งนี้ใช้เวลานานถึง 16 ปี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั รัชกาล ที่ 4 ได้ทำ� การบูรณะรัศมีของพระพุทธไสยาสน์ พร้อม กับเปลี่ยนชื่อใหม่อีกครั้งเป็น “วัดพระเชตุพนวิมลมัง คลาราม” หลังจากนั้น วัดโพธิ์ ก็ได้รับการบูรณะครั้ง ใหญ่เพิ่งอีก 2 ครั้ง ในรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9 วัด โพธิ์ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกความทรงจ�ำ ของโลก” เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2551

42


ด้วยวัดโพธิ์เป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาทศิลปะ วิทยาการหลายแขนง จึงได้รับการเรียกขานว่าเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย” คนทั่วไป รวมทั้งชาวต่างชาติ มักรู้จักวัดโพธิ์ในฐานะศูนย์การ เรียนรู้วชิ าแพทย์แผนไทย มีชื่อเสียงทางด้านการนวด แผนไทยที่ได้การยอมรับจากคนทั่วโลก แต่ทราบหรือ ไม่ว่า แท้จริงแล้ววัดโพธิ์ยังเต็มเปี่ยมด้วยองค์ความ รู้ที่ทรงคุณค่า ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะศาสตร์ ศาสนา และวรรณศิลป์อีกด้วย

โคลงกลอนต่างๆ ประกอบภาพวาดบนแผ่นหินอ่อน ติดตั้งอยู่ตามผนัง ระเบียง เสา พระอุโบสถ พระ วิหาร และผนังศาลารายรอบวัดพระเชตุพนฯ วัดโพธิ์ ยังเป็นแหล่งขุมทรัพย์ทางภาษาที่มีความ ส�ำคัญมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของไทย โดยได้มกี าร รวบรวมแขนงต่างๆ ของหมวดวิชาอักษรศาสตร์ ได้แก่ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย กลอนกลบท และกลอักษรต่างๆ จารึกบนแผ่นศิลา เรียงรายอยู่ ตามผนังและเสาระเบียงวิหาร และศาลาราย

Wat Pho (the Temple of the Reclining Buddha), a Buddhist temple, is a source of knowledge about art and science and is regarded as “Thailand's first university”. The temple is well-known as a learning center for Thai traditional medicine and famous for its Thai traditional massage recognized by people all over the world.

โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดโพธิ์ ตั้งอยู่ในศาลา รายด้านทิศตะวันออก ภายในรั้วรอบขอบชิดบริเวณ เขตพุทธาวาส เปิดสอนวิชาการแพทย์แผนไทย โบราณ และการนวดต�ำรับโบราณแก่ผู้ท่สี นใจ โดยใน ส่วนของการนวดแผนโบราณนั้น ได้แยกออกเป็น 2 หลักสูตร ได้แก่ การนวดตามแบบฤาษีดัดตน และ การนวดประคบด้วยสมุนไพรไทย ส�ำหรับใครที่เคยมาเดินเล่นในวัดโพธิ์อยู่บ่อยๆ น่า จะคุ้นตากันดีกับตุ๊กตาหินในท่าทางอ่อนช้อยระคน พิสดาร เรียงรายอยู่รอบสวนภายในวัด ซึ่งท่าทาง แปลกตาเหล่านี้ คือศาสตร์การดัดตน หรือการบริหาร ร่างกายเพื่อบ�ำบัดโรคภัย และไล่ความเมื่อยขบตาม ส่วนต่างๆ ซึ่งได้รับการจารึกจากเหล่าฤาษี ชีไพร ที่ นั่งบ�ำเพ็ญภาวนามาตลอดทั้งวัน เดิมทีรูปปั้นฤาษีดัดตนนั้นมีอยู่มากถึง 80 ท่า ภายหลังช�ำรุดไปบ้าง โดนขโมยไปบ้าง คงเหลือรูป ฤาษีดัดตนเพียงแค่ 24 ท่า 25 ตนเท่านั้น แต่ปัจจุบัน ได้มีการหล่อรูปฤาษีขึ้นใหม่ และทยอยติดตั้งตาม เขามอจนครบถ้วน นอกจากนี้ ผู้สนใจยังสามารถ ตามศึกษาท่าทางและรับทราบสรรพคุณจากการ ดัดตนท่าต่างๆ ได้จาก “จารึกวัดโพธิ์” ซึ่งแต่งเป็น

ในจ�ำนวนโคลงกลอนทั้งหมดนั้น มีกลอนชนิดหนึ่งที่ สะท้อนถึงความหลักแหลม เต็มไปด้วยเล่ห์กล และ ความเชี่ยวชาญแตกฉานในวิชาภาษาศาสตร์ คือ โคลงกลอักษร เสน่ห์ของ โคลงกลอักษร จะมีลักษณะคล้าย การถอดรหัส หรือการเล่นปริศนาอักษรไขว้ โดยผู้ ประพันธ์ได้วางเทคนิคในการอ่านกลอนเอาไว้อย่าง แยบยล ท้าทายคนอ่านให้เค้นความสามารถในการ ตีโจทย์คลี่ปม น�ำค�ำต่างๆ มาร้อยเรียงตามรูปแบบ ฉันทลักษณ์เป็นโคลงสี่สุภาพที่ครบถ้วนด้วยความ หมายและความไพเราะ โคลงกลอักษร ที่ปรากฏบนจารึกวัดโพธิ์ มีหลาย รูปแบบ อาทิ โคลงรวงผึ้ง โคลงรังนกกระจาบ กล โคลงนกน�ำฝูง กลโคลงแยกทาง กลโคลงสลับห้อง กลบทพินประสานสาย กลบทเสือซ่อนเล็บ กลบท ถอยหลังเข้าคลอง ฯลฯ มีวิธกี ารอ่านสุดพิศดารได้ หลายแบบ เช่น อ่านจากบนลงล่าง จากซ้ายไปขวา อ่านวนเป็นวงกลม ล้วนแต่ท้าทายไหวพริบ สะท้อน ถึงอัจฉริยะภาพทางภาษาของกวีโบราณ และเปี่ยม ด้วยคุณค่าทางด้านวรรณกรรมคู่ควรแก่การอนุรักษ์ อย่างแท้จริง

The Thai traditional medical science school offers courses for Thai traditional medicine and massage. Concerning the massage courses, two programs are available which are Thai Yoga Massage and Thai Herbal Pouch Massage. For those who have visited Wat Pho many times might be familiar with stone dolls in different delicate postures some of which might look weird, standing around the garden in the temple. Those strange postures are the art of yoga or body exercise therapy passing from hermits and nuns after a whole day of praying, to reduce pains and aches over the whole body. In addition, Wat Pho is one of the most important language sources of Thailand. It is home to various fields of arts inscribed on stone slabs which can be seen on the walls, on the polls around the Buddha image hall, and in the multipurpose pavilions.

44


ลอดลายมังกร

สัมผัสความสง่างามของชุมชนไชน่าทาวน์

เยาวราช

อักษรจีนสีทองบนแบล็คกราวน์สีแดงสด ปรากฏให้เห็นทั่วทุกหัวระแหงบนความยาว ราว 1.5 กิโลเมตร ความคดเคี้ยวของ ถนนที่พาดผ่านใจกลางชุมชนชาวจีนขนาด ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร ผนวกเข้า กับศาสตร์ความเชื่อของชาวจีนโบราณ ท�ำให้ลูกหลานชาวไทยเชื้อสายจีน พร้อมใจ กันเรียก ถนนเยาวราช ว่า ถนนสายมังกร ถนนเยาวราช ตัดขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 5 ใช้เวลา ในการก่อสร้างยาวนานถึง 8 ปี เดิมทีชื่อว่า ถนน ยุพราช แต่ภายหลังได้รบั พระราชทานนามใหม่ว่า

46

ถนนเยาวราช หากลองกางแผนที่แล้วใส่จนิ ตนาการ ลงไป เราจะเห็นส่วนหัวของมังกรตั้งอยู่บนพิกัดของ วงเวียนโอเดียน หรือซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา ล�ำตัวสีทองพาดยาวไปตามถนน เยาวราช ส่วนปลายหางปรากฏตรงปลายสะพาน ภานุภณ ั ฑ์พอดิบพอดี ตลอดสองข้างทางบน ถนนเยาวราช แน่นขนัด ด้วยอาคารพาณิชย์ ป้ายชื่อร้านค้าเขียนด้วยอักษรจีน แว่วเสียงอื้ออึงของบทสนทนาภาษาจีนส�ำเนียงแตก ต่างกัน ทั้งฮกเกี้ยน แต้จ๋วิ กวางตุ้ง ไหหล�ำ และจีน แคะ นอกจากความสมบูรณ์ในเรื่องอาหารการกินที่มี ให้เลือกชิมแทบทุกย่างก้าวทั้งเวลากลางวันและกลาง คืน ทั้งสตรีทฟู้ดราคาหลักสิบ ไล่ไปจนถึงภัตตาคาร หรู เสิร์ฟอาหารเหลาชั้นเลิศระดับห้าดาว สนนราคา

จานละหลายหมื่นบาทแล้ว ถนนเส้นนี้ยังเต็มไป ด้วยสถานที่ส�ำคัญที่มีความน่าสนใจมากมาย อาทิ ศาลเจ้าอายุนับร้อยปี พิพธิ ภัณฑ์ ร้านทอง ร้าน เสริมสวยริมทาง และหอศิลป์ หากเริ่มต้นเดินจากหัวมังกร เราจะพบกับ โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ เป็นแห่งแรก สถาน รักษาพยาบาลในศาสตร์แพทย์แผนจีนโบราณนี้ ให้บริการรักษาอาการเจ็บป่วยทั่วไปด้วยศาสตร์จนี ดั้งเดิม ผสมผสานกับการรักษาร่วมกับแพทย์แผน ปัจจุบัน โดยไม่มุ่งหวังผลก�ำไร บริเวณด้านหน้า มูลนิธิฯ เป็นที่ประดิษฐานองค์พระอวโลกิเตศวร โพธิ์สัตว์ (เจ้าแม่กวนอิม) สลักจากไม้แก่นจันทน์ ปิดทองทั่วทั้งองค์ เชื่อกันว่าเป็นศิลปะชั้นเอกสมัย ราชวงศ์ถงั


นอกจากชาวจีน ซึ่งเป็นประชากรส่วนมากที่ อาศัยอยู่ในชุมชนไชน่าทาวน์แล้ว มุมเล็กๆ ใน ตรอกกุศลสมาคร ยังมีชาวญวนกลุ่มเล็กๆ ที่อพยพ เข้ามาตั้งรกราก ณ เมืองบางกอก ตั้งแต่สมัยต้น กรุงธนบุรีอาศัยอยู่หลายครอบครัว และตรอกเล็กๆ ข้างไปรษณีย์ป้อมปราบนี้ ยังมีศาสนสถานนิกาย มหายาน เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวชุมชนชื่อ วัด กุศลสมาคร ตั้งอยู่ด้วย ส่วนท้องของถนนสายมังกร เป็นศูนย์รวมของ ร้านค้าทองจ�ำนวนมาก จากรายนามร้านทองนับร้อย ร้าน มีร้านทองเพียงหนึ่งเดียวที่มีประวัติความเป็น มายาวนานนับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 คือ ห้างทองตั้ง โต๊ะกัง ด้วยฝีมอื การผสมทองค�ำตามสูตรโบราณ ช่าง ทองระดับต�ำนานสามารถสร้างสรรค์ลวดลายยากๆ ที่มีความอ่อนช้อยด้วยความประณีต ลูกค้าเก่าแก่ จ�ำนวนมากจึงนิยมแวะเวียนมาจับจ่ายทองรูปพรรณ และทองค�ำแท่งจากห้างทองนี้เป็นประจ�ำ นอกจากนี้ บริเวณชั้น 6 ของห้างทองตั้งโต๊ะกัง ซึ่งเป็นอาคารเก่า 7 ชั้น ออกแบบโดยสถาปนิกชาว ฮอลันดา ยังได้จัดท�ำเป็น พิพธิ ภัณฑ์ทองค�ำ บอกเล่า ประวัติความเป็นมาของร้าน พร้อมจัดแสดงเครื่องมือ ท�ำทองต่างๆ อาทิ เบ้าหลอม แม่พมิ พ์ ตราชั่งโบราณ และเครื่องรีดทอง ให้คนรุ่นหลังได้เข้ามาศึกษา หาความรู้กนั ฟรีๆ อีกสิ่งหนึ่งที่มาถึงเยาวราชแล้วไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือ ศาสตร์ความสวยความงามแบบโบราณ ซึ่งได้รับ ความนิยมแพร่หลาย จากทั้งคนไทย ชาวจีน และ ฝรั่งฝั่งตะวันตก คือ หมั่งหมิง ศิลปะการก�ำจัดขน บนใบหน้าตามศาสตร์จนี โบราณ ช่างเสริมสวยจะตั้ง เก้าอี้พลาสติกบริเวณริมทางเดิน พร้อมให้บริการอัพ ความหน้าเด้ง เนรมิตผิวใสปิ้งบนใบหน้าในเวลาไม่ ถึงครึ่งชั่วโมง โดยเริ่มต้นด้วยการลงแป้ง บุ้งเม้ง ทั่ว ใบหน้า จากนั้นก็วาดลีลาดึงด้ายสะท้านโลกันต์ด้วย

48

สองมือและหนึ่งริมฝีปาก ขยับข้อมือปาดซ้ายป่าย ขวาให้ท่วั ทุกรูขุมขน เพียงเท่านี้ สาวน้อยสาวใหญ่ ที่มาใช้บริการก็มีผิวเรียบเนียนดูมีน�้ำมีนวลขึ้น ทันตาเห็น ปลายสุดของถนนเยาวราช เป็นที่ตั้งของ หอศิลป์ กรุงไทย ภายในอาคารชิโน-โปรตุกีส ของธนาคาร กรุงไทย สาขาเยาวราช เปิดให้เข้าชมผลงานศิลปะ และนิทรรศการแบบหมุนเวียน ซึ่งจัดอยู่เป็นประจ�ำ บริเวณชั้น 3 ส่วนชั้น 4 ซึ่งเป็นดาดฟ้า ใช้ส�ำหรับ จัดกิจกรรมของชุมชน ใครสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับ ศิลปะและประวัติความเป็นมาของชุมชนไชน่าทาวน์ สามารถเข้าชมได้ฟรีๆ ไม่มคี ่าธรรมเนียมเช่นกัน Yaowarat road was constructed in the reign of King Rama V and had been built over a period of 8 years. It is with buildings and shops signs written in Chinese characters. Apart from the abundant food of which you can find every kind you want in during day and night time-ranging from street food at a low price to luxurious restaurants, this road is full of interesting important places such as a 100-year-old shrine, museums, gold shops, salons, and art galleries.

Thian Fah Foundation Hospital is a non-profit traditional Chinese medicine clinic that offers medical services for common ailments by combing traditional Chinese treatment and conventional treatment. In the middle of the Yaowarat road, lots of gold shops gather including Tang To Kang Gold Shop, a gold shop with such a long history back to the period of King Rama V’s reign. It is famous for its legendary ability to mix gold using its traditional formula by professional goldsmiths who are able to finely create such delicate and unique patterns. Besides, there is a gold museum on the 6th floor of the shop presenting its history as well as a display of different gold making tools. At the end of Yaowarat road, there is Krugthai Art Gallery in the Chino-Portugal architecture building, held by Krungthai Bank (Yaowarat branch) to organize travelling art exhibits on the 3rd floor. The 4th floor, the roof top, is a venue for community activities.


ป้อมพระสุเมรุ ตั้งตระหง่านผ่านวันเวลามา นับร้อยปี เช่นเดียวกับ “ล�ำพู” ต้นสุดท้าย ของชุมชนเล็กๆ ริมแม่น�้ำเจ้าพระยา แม้ วันนี้ ต้นไม้อันเป็นที่มาของชื่อชุมชน จะ สิ้นอายุขัยไปเพราะเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ เมื่อปลายปี พ.ศ.2554 ท่ามกลางความ พยายามยื้อยุดฉุดลมหายใจเฮือกสุดท้าย ของล�ำพูอายุร่วมศตวรรษเอาไว้อย่างสุด ความสามารถ แต่ชุมชนบางล�ำพู ในวันที่ ไร้ต้นไม้แห่งจิตวิญญาณ ก็ยังเต็มไปด้วย ชีวิตและลมหาย ของลูกหลานรุ่นใหม่ๆ ที่ ตระหนักถึงคุณค่าของประวัติศาสตร์ ชุมชน

50


“ดั่งหิ่งห้อย เฝ้าคอยจนชีพวาย ใต้ล�ำพูรอคู่ กรรม….” เสียงเพลงประกอบละครคู่กรรม ดังขึ้น ในโสตอย่างอัตโนมัติทันทีที่พาตัวเองมายืนอยู่หน้า ปากทางเข้าชุมชน บางล�ำพู ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลัง ป้องพระสุเมรุ ก่อนออกเดินเท้าส�ำรวจ ย่านบาง ล�ำพู พร้อมกับไกด์เด็กๆ ซึ่งใช้วนั หยุดเสาร์-อาทิตย์ ท�ำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์รุ่นจิ๋ว โดยอันดับแรก เราควรเข้าไปปูพ้นื ฐาน ท�ำความรู้จกั ชุมชนบางล�ำพู เบื้องต้น ภายใน พิพิธบางล�ำพู กันเสียก่อน พิพิธบางล�ำพู ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณบ้านพักของ พระยานรนารถภักดีศรีรัษฎากร (เอม ณ มหาไชย) อธิบดีกรมการคลัง ในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายหลังได้ถูก ปรับเปลี่ยนเป็น โรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวช หลังหยุด การสอนในไปก็ถูกใช้เป็นโรงพิมพ์ ชื่อว่า โรงพิมพ์คุรุ สภา และหลังจากหมดสัญญาเช่าได้มกี ารพยายาม รื้อถอนสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ทิ้ง แต่ด้วย เสียงคัดค้านของคนในชุมชนบางล�ำพู ที่ตระหนักถึง คุณค่าทางประวัติศาสตร์ อาคาร 2 หลัง บนพื้นที่ ราว 1 ไร่ จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ พิพิธบางล�ำพู โดยแบ่ง ออกเป็น 2 ส่วน คือ ห้องจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับ เหรียญกษาปณ์ของกรมธนารักษ์ และเรื่องราววัน วานที่น่าสนใจของชาวบ้านบางล�ำพู ภายในระยะเวลาราว 1 ชั่วโมง 30 นาที ผู้เช้า ชมทั้งหลายจะได้น่งั ไทม์แมชชีนย้อนอดีต ไปสัมผัส วิถีชีวิตและลมหายใจของชาวบางล�ำพู ชุมชนเก่า แก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา คลาคร�่ำด้วยชาว ชุมชนหลากเชื้อชาติ อาทิ ไทย จีน ลาว เขมร แขก ตานี ฯลฯ ทั้งยังเคยเป็นเรือนพักของข้าราชบริพาร

52

และข้าราชการในยุคนั้น ใช้วิธีการเล่าเรื่องผ่านเทคนิค การจัดแสดงแบบสื่อผสมที่เต็มไปด้วยสาระและความ สนุกสนาน ช่วยให้เห็นภาพวันวานได้ชดั เจน จนเผลอ นึกไปว่าก�ำลังเดินอยู่ในชุมชนบางล�ำพูจริงๆ ซะอีก ออกจากเมืองจ�ำลองของชุมชนบางล�ำพูแล้ว ก็ ถึงเวลาเข้าไปสัมผัสลมหายใจที่แท้จริงของ 7 ชุมชน ในย่านบางล�ำพูกนั แล้ว เราเริม่ ต้นจาก สะพานฮงอุทศิ สะพานคอนกรีตทอดข้ามคลองบางล�ำพู เข้าไป เยี่ยมเยียน บ้านดนตรีไทยดุริยะประณีต ณ ชุมชน วัดสังเวช ชมเครื่องดนตรีโบราณในบ้านของศิลปิน แห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) แวะ ชิม ข้าวต้มน�้ำวุ้น รสชาติอร่อยลือชาใน ชุมชน สามพระยา แล้วเดินต่อไปชม เทคนิคการแทงหยวก ขั้นสูง โดยช่างมือฉมัง ใน ชุมชนวัดใหม่อมตรส จากนั้นเลาะตรอกเล็กๆ ข้าม สะพานนรรัตน์ สถาน กลับออกมายัง ถนนพระสุเมรุ พิกัดต่อไปตั้ง อยู่ใน ตรอกชุมชนมัสยิดจักรพงษ์ อดีตชุมชนมุสลิม ศูนย์รวมของช่างท�ำทองฝีมอื ดีแห่งพระนคร ชม สถาปัตยกรรมยุโรปผสมเปอร์เซียของ มัสยิดจักรพงษ์ มัสยิดโบราณอายุกว่า 100 ปี

เที่ยวชมมัสยิดด้วยความส�ำรวมเสร็จแล้ว ก็ ถอยทัพกลับมายัง ถนนพระสุเมรุ อีกครั้ง แวะชิม ขนมเบื้องแม่ประภา ขนมเบื้องสูตรโบราณ ปราศจาก ครีมสีขาวฟูฟ่อง มีให้เลือกทั้งไส้หวาน ไส้เค็ม แป้งสี น�ำ้ ตาลเข้มกรอบอร่อย โรยหน้าด้วยเครื่องเคราแน่น ขั้นสุด ขายมานานกว่า 60 ปี แม่ค้าแอบบ่นทั้งรอย ยิ้มว่าขายดีจนท�ำไม่ทนั และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราเร่งฝีเท้าเดิน เข้ามายัง ชุมชนตรอกเขียนนิวาสน์ – ตรอกไก่แจ้ โดยเริ่มจากการสักการะ ศาลกรมหลวงจักรเจษฎา บริเวณกองอิฐโบราณ ซึ่งเคยเป็นซุ้มประตูวงั ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงจักร เจษฎา อดีตเจ้าของที่ดนิ ในบริเวณนี้ท้งั หมด จากนั้น สาวเท้าไปยัง บ้านปักชุดละคร ชมการสาธิตสุดยอด งานหัตถศิลป์ ที่ต้องอาศัยความช�ำนาญเฉพาะตัว และความละเอียดประณีต ในการปักลายอันสวยงาม ต่างๆ ลงบนชุดละครร�ำ โดยเจ้าของบ้าน “แม่เปี๊ยก” เคยรับราชการในกรมศิลปากร ฝ่ายงานเครื่องอาภรณ์ จึงมีฝีมือแสนประณีตและมีทกั ษะขั้นสูง นอกจาก จะเปิดให้เช่าชุดละครไทยแล้ว ยังเปิดสอนศาสตร์ ประณีตศิลปืเหล่านี้แก่ผู้ท่สี นใจอีกด้วย เราปิดท้ายทริปเดินซอกแซกตามตรอกซอกซอย ย่านบางล�ำพู ด้วยการพักทอดสายตาชมพระอาทิตย์ ลาลับขอบฟ้าริมแม่น�้ำเจ้าพระยา ภายในสวนสันติชัย ปราการ เสียงเครื่องเรือหางยาว ชวนให้เรานึกย้อนไป ถึงวันวาน ย่านนี้คงเต็มไปด้วยต้นล�ำพู และแสงเรือง อร่ามจากเหล่าหิ่งห้อยตัวน้อยๆ คงสวยงามกว่าภาพ ตรงหน้านับร้อยนับพันเท่าเลยทีเดียว


“สถานีต่อไป สนามกีฬาแห่งชาติ...” เสียง ประกาศหวานจ๋อยดังผ่านล�ำโพงใบจิ๋วบน ขบวนรถไฟฟ้า เราเก็บโทรศัพท์มือถือลง กระเป๋ากางเกง ก่อนเหวี่ยงเป้ใบเก่งขึ้น ไหล่ แล้วย้ายตัวเองจากกลางตู้โดยสารไป ประจ�ำการหน้าประตู เพื่อเตรียมก้าวขึ้นสู่ ชานชาลาของสถานีปลายทาง

ท้ายซอยเล็กๆ ข้าง หอศิลปวัฒนธรรมแห่ง กรุงเทพมหานคร เป็นที่ตั้งของหมู่เรือนไทย อายุ เฉียดครึ่งศตวรรษของนักธุรกิจ อดีตนายทหารบก ชาวอเมริกัน นายเจมส์ แฮร์รสิ ัน วิลสัน ทอมป์สนั (James Harrison Wilson Thompson) หรือรู้จกั กันใน นาม มิสเตอร์ จิม ทอมป์สัน ผู้พลิกโฉมอุตสาหกรรม ผ้าไทยให้กลายเป็นที่รู้จกั ของนานาประเทศ เส้นทางสายไหมของจิม เริ่มต้นหลังจาก สงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง ในขณะที่เขาสร้างชื่อ เสียงให้กับโรงแรมโอเรียลเต็ล โรงแรมสุดหรูที่สุด ในประเทศไทยในขณะนั้น จิมเริ่มมีความสนใจ อุตสาหกรรมการเลี้ยงไหมในครัวเรือนและหลงใหลใน ชีวิตอันเรียบง่ายในชนบทแถบภาคอีสาน จิมหันหลัง ให้กับธุรกิจอุตสาหกรรมทอผ้าที่ก�ำลังพุ่งทะยาน หัน มาสนใจใคร่รู้ในกระบวนการการปลูกหม่อน เลี้ยง ไหม ย้อมด้าย และการทอผ้าใต้ถนุ บ้านของสาวชาว ชนบท เขาตกหลุมรักเสน่ห์แห่งเส้นใยไหมตั้งแต่แรก พบ จึงวางแผนฟื้นฟูอตุ สาหกรรมในครัวเรือนขึ้นมา ใหม่ โดยได้ลงไปคลุกคลีและศึกษาขั้นตอนการผลิต ผ้าไหมไทยอย่างจริงจัง พร้อมกับท�ำการเสาะหา ชุมชนที่ยังหาเลี้ยงชีพด้วยการทอผ้าไหม ซึ่งในสมัย นั้นแทบไม่มเี หลือแล้ว จนได้มาพบกับ ชุมชนบ้านครัว ริมคลองแสน แสบ ยังพอมีช่างทอผ้าฝีมอื ดีที่สามารถทอผ้าตาม มาตรฐานของจิมได้ เขาเลือกปลูกบ้านเรือนไทยบน ฝั่งตรงข้ามชุมชน เทียวพายเรือข้ามไปให้ค�ำปรึกษา สนับสนุน และรับซื้อผ้าไหมชั้นดีอยู่เสมอ ก่อนท�ำการ ผลักดันผ้าไหมทอมือของไทยเข้าสู่ตลาดโลก ผ่าน การเปิดตัวบนหน้านิตยสารแฟชั่นระดับโลกอย่าง Vogue และก่อตั้งบริษัท จิม ทอมป์สนั (อุตสาหกรรม ไหมไทย) จ�ำกัด ในปี ค.ศ.1948 นับตั้งแต่น้นั มา คุณค่าของผ้าไหมไทยก็ติดตรึงใจของคนทั่วโลกมา จนปัจจุบัน

54


ข่าวการหายตัวไปอย่างไร้รอ่ งรอยของ จิม ทอมป์สนั ในประเทศมาเลเซีย ช่วงปี ค.ศ.1967 สร้างความ ตกใจให้กบั ชาวโลกเป็นอย่างมาก แม้ปริศนาของการ หายตัวไปของจิมจะยังไม่ได้รบั การคลี่คลาย แต่ส่งิ ที่ ชายชาวอเมริกันผู้หลงใหลผ้าไหมไทยทิ้งไว้ให้กับคน รุ่นหลัง นั้นยิ่งใหญ่และมากด้วยคุณค่าทางจิตใจ รวม ถึง พิพิธภัณฑ์บ้านไทย ที่ยงั คงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอาย ในอดีตได้อย่างชัดเจน การเที่ยวชมภายในบ้านจิม ทอมป์สัน จะมีไกด์ เป็นผูน้ ำ� ชม รอบพืน้ ทีร่ าว 1 ไร่ ภายในบ้านจิม ทอมป์สนั ร่มรื่นด้วยแมกไม้แน่นขนัดราวผืนป่าขนาดย่อมกลาง กรุงเทพ เรือนไทยหมู่จ�ำนวน 6 หลัง เป็นสถานที่เก็บ รักษาวัตถุโบราณหลากยุคหลายสมัยที่จิมครอบครอง ไว้ นอกจากจะได้ชมศิลปวัตถุล�้ำค่าแล้ว นักท่องเที่ยว ยังจะได้เรียนรู้กรรมวิธกี ารผลิตผ้าไหม ตั้งแต่เริ่มต้น จนจบกระบวนการ โดยมีสาวสวยในชุดผ้าไหมสีสวย มาสาธิตบางขั้นตอนให้ได้ชมกัน นอกจากนี้ หมู่เรือนไทย ของที่นี่ ยังได้รบั รางวัล อาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจ�ำปี พ.ศ.2539 จากสมาคม สถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เรือนไทย ทั้ง 6 หลัง มาจากหลายแหล่งและประกอบเข้าเป็น หมู่เรือนไทยแบบโบราณ ด้วยชั้นเชิงช่างยุคเก่าที่ไม่ ใช้ตะปู มีเทคนิคในการจัดสรรทิศทางการรับลมได้ ดี ท�ำให้อากาศภายในบ้านเย็นสบาย อีกทั้งบางมุม ภายในบ้าน ยังสะท้อนถึงขนบธรรมเนียม และความ เชื่อแบบไทยๆ อาทิ การสร้างธรณีประตูเพื่อกั้นผี-กั้น เด็ก การจัดสรรห้องหับเป็นสัดส่วนและมีพื้นที่ส่วน กลางเพื่อท�ำกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกภายในบ้านที่ อาศัยร่วมกันเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ หลังจากเพลิดเพลินกับการตามรอยไหม ดื่มด�่ำ

56

ความสดชื่นและร่มรื่นภายในเรือนไทยใจกลาง กรุงเทพฯ เรียบร้อยแล้ว นักท่องเที่ยงยังสามารถช้อป ผ้าไหมคุณภาพเยี่ยม ที่น�ำมาผลิตเป็นเสื้อผ้า ของที่ ระลึก บริเวณด้านหน้าได้อกี ด้วย มุมนี้ นักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ตลอดเวลาสองชั่วโมงที่เดินเล่นอยู่ภายในรั้ว เรือนไทย เราแอบตั้งค�ำถามในใจว่า ท�ำไมสถานที่ ดีๆ ทรงคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และ ภูมิปัญญา ถึงไม่ค่อยมีคนไทยรู้จักสักเท่าไร เอา เป็นว่า...ใครเบื่อเดินห้าง หรือก�ำลังมองหาที่พักผ่อน หย่อนใจ ได้ความรู้ และไม่ต้องเดินทางออกไปไกล ถึงต่างจังหวัด แนะน�ำให้ลองมาสัมผัสลมหายใจของ อดีตในบ้านเรือนไทย จิม ทอมป์สนั กันในสุดสัปดาห์ นี้กันได้เลย At the end of an alley next to Bangkok Art and Culture Centre situate Traditional Thai houses which is almost a half of century old, owned by an American businessman who was a former army officer James Harrison Wilson, also known as Mr. Jim Thompson who had revitalized Thai silk industry to gain international recognition. Jim’s Silk Road began after World War II had finished. He had created fame for Mandarin Oriental Hotel, one of the most luxurious hotels in Thailand at that time. Then, he became interested in sericulture household industry and fascinated by simple life in Isaan countryside. Therefore, he said goodbye to his

textile business which was growing rapidly and he became interested in silk weaving by locals. He, then, revived the household industry by indulging himself in and learning about the process of Thai silk weaving intensively. Also, he tried to find a community where the people did silk weaving for a living even though it was really rare to find at that time. Eventually, he found Baan Khrua community, located on the bank of Saen Saeb canal, where there were some skillful silk weavers who could weave silk for Jim. Then, he had pushed hand-woven Thai silk to the world’s market by having a grand opening in Vogue magazine and by founding Jim Thompson (The Thai Silk) Company Limited in 1948. Since then, the value of Thai silk has impressed all people around the world. Jim Thompson’s house is full of trees as if it was a small park situated in the middle of Bangkok. The six Thai traditional houses are home to relics from different ages that Jim has owned. Other than the valuable ancient objects that visitors can see, they can also learn about the process of silk weaving from the very beginning until the end, some of which will be demonstrated by a gorgeous lady in beautiful Thai silk dress.


LIONMAG VOL.32/AUGUST 2018  
LIONMAG VOL.32/AUGUST 2018  
Advertisement