Page 1


ว่าด้วยความขอบคุณจงงดงาม จเร สำ�อางค์ สำ�หรับหนังสือ 3 เล่ม RUSSIA & I เรียนไปเที่ยวไปในรัสเซีย, สมองดี ดนตรีทำ�ได้ Music Can Do และ ดนตรีเล่น สมองแล่น Music Can Change ปั้นคำ� รวมเรื่องสั้น บางหลืบสมรภูมิ เพียงคำ� ประดับความ รวมเรื่องสั้น เธอจากไปแล้วจากหัวใจฉัน พิเชษฐ์ศักดิ์ โพธิ์พยัคฆ์ กวีนิพนธ์ พระจันทร์ทอเหนือทุ่งข้าว สมคิด สิงสง กวีนิพนธ์ กาสรคำ�ฉันท์ โชติช่วง นาดอน กวีนิพนธ์ กรุงเทพกำ�ศรวล คณะเขียน “ชายคาเรื่องสั้น” 01 มายากลแห่งภาวะฉุกเฉิน 02 ร่างกลางห่ากระสุน คนดอกไม้, ภาณุพงษ์ คงจันทร์, มาโนช พรหมสิงห,์ อุมาพร ตันติยาทร ฯลฯ สำ�หรับดวงตราไปรษณีย์ที่มอบแด่คณะผู้เขียนจดหมาย


สารบัญ ศักดินา ฐานันดร บทกวีรับเชิญ ชาคริต แก้วทันคำ� ปีกเสรี มาโนช พรหมสิงห์ ถึง คณะผู้เขียนจดหมาย คนดอกไม้ ถึง คณะผู้เขียนจดหมาย ภาณุพงษ์ คงจันทร์ ถึง คณะผู้เขียนจดหมาย นฤมิตร ประพันธ์ ถึง คณะผู้เขียนจดหมาย อุดร จารุรัตน์ ถึง คณะผู้เขียนจดหมาย จารุพัฒน์ เพชราเวช ถึง ภูมิชาย คชมิตร ภูมิชาย คชมิตร ถึง จารุพัฒน์ เพชราเวช อุมาพร ตันติยาทร ถึง คณะผู้เขียนจดหมาย ภู กระดาษ ถึง อรอาย อุษาสาง อรอาย อุษาสาง ถึง ภู กระดาษ ปรีดาวรรณ บทกวีแปล ชามกลางคืน ถึง รน บารนี รน บารนี ถึง ชามกลางคืน ประทีปน้อย ศิษย์อรพรรณยิม ถึง คณะผู้เขียนจดหมาย ทัศน์ระพี สุขเจริญ บทกวีรับเชิญ สุจิตต์ วงษ์เทศ กลอน(กัมปนาท) แนะนำ�หนังสืิอ

4 7 8 13 14 14 15 16 18 21 22 26 28 30 34 37 40 41 42


บทกวีรับเชิญ คำ�ประกาศจากมนุษยตางดาวผูติดอยูในหองเชากลางกรุงเทพมหานคร สวัสดีชาวไทย...เรามาจากดาวดวงไกล จำ�ไมไดวาชื่อของมันคืออะไร แตถึงยังงัยพวกคุณก็คงไมรูจัก :เรามาอยูที่นี้หลายปแลว...นับแตถนนสุขุมวิทยังเปน 2 เลนส รถสวนไปมาขวักไขวนาหวาดเสียว จนเดี๋ยวนี้ไมแนใจวากี่เลนส แตรถที่ตามกันมักไมขยับไปไหนไกล พหลโยธิน ยังสีเขียว เลี้ยวเลาะไปตามทางควายเดิน มีรถถังดำ�เนินบางเปนครั้งเปนคราว เราติดอยูในหองเชากลางกรุงเทพฯ (ขออภัยที่ไมอาจเปดเผยชื่อสถานที่ ไมอยากโฆษณาใหกับเจาของเขาฟรี) ยุงอยูกับการซอมเสพยานอวกาศของตนเอง สงสัญญาณขอความชวยเหลือนับรอยพันครั้ง ไมมีใครตอบและไมมีใครสนใจ ไมแนใจวาดาวของเราแตกสลายไปแลวหรือยัง เพื่อนฝูงของเราจึงตายหากันไปหมด จักรวาลชราที่เราเคยอยู-ทุรยุค มีแตเรื่องวุนวาย เพราะสิทธิมนุษยชนตางดาว-มีมากเกินไป ที่นี่-ที่เราอาศัยอยูใหม เม็ดขาวสีขาวขาว หญิงสาวผิวหอมหอม เราทั้งเหงาและทั้งหิว ไมมีหญิงสาวตกถึงทองเลย 4 5


ขอติดประกาศเอาไวตรงนี้เถิด บนพื้นที่ของปญญาชนผูเปนกวี หยุดการเรียกรองประดามี ชวยมากูศักดิ์ศรีมนุษยตางดาวใหเราที เรายินดีพลีรางใหทานเลือก จะเปนหญิงหรือชายเราแปลงได ขอเพียงอยางเดียวหยุดโหวกเหวกโวยวายเรื่องอัปรีย หันมาทำ�ความดีตามหนาที่ของตนเอง เราไมใชพวกชาตินิยม ไมเทิดทูนอะไรจนเกินรางที่มี ไมยึดติดแผนดินนี้จะเปนของใคร เรากลัวที่จะเห็นคนเขนฆากันเอง และไมอยากเห็นคนใดตองถูกฆา ดวยอุดมการณที่สรางกันขึ้นมาจน-หลงลืม เราไมรูใครฆาหรือสั่งสังหาร เราไมเห็นคนตายและรอยเลือด ไดยินเสียงกระสุนวอนปลิว - แตไกล ๆ เห็นคนหนาซีดเซียวในจอทีวี-ชวนเชื่อ แตก็เห็นใครหลายคนไดดีจากการรองตะโกน เราก็เปนกวีนะ-แถมควารางวัลสตารไรตมาแลวดวย แตเรามึนกับบทกวีบนบาทวิถี วาทกรรมประชาธิปไตย! อะไร? ใคร! เราอยากกลับดาวของเราแลว แมมันจะลมสลาย - ไปยังงัย? ก็ยังดีกวา พบแตเรื่องปวดใจอยูวันๆ 4 5


อยูที่นี้มาหลายป-ไมมีอะไรดี เดวคนเปนเห็นคนตาย เดวคนตายฟองคนเปน ไมมีอะไรเปลี่ยนแปลงมีแตพวกนั้น -นักการเมืองแสดงยี่เก กวีใจดีคนไหนจะอาสา มาชวยเราหลุดพนจากหองทุกขยาก ชวยถีบเราใหพนจากแรงโนมถวงของปวงชน ที่ฉุดดึงเราไปเปนพวกมีสี ทั้งเหลือง-ทั้งแดง ประทานโทษ “สลิ่ม” ก็ไมเอา ใครอาสาสมัครบาง? สงจดหมายลงทะเบียนตอบรับมา ที่อยูคือ รัฐสภา ใกลสวนสัตวดุสิต พระนคร. รับรองทานไมเหนื่อยเปลา ผลตอบแทนคือรางวัล เดินทางทองจักรวาลกันสองเรา อะ อะ...หากผิวขาว ปากแดง เราจะรับพิจารณาเปนพิเศษ จะเสกสรรครัฐธรรมนูญใหหนำ�ใจ โอ...เราอยากไปแลวชวยทีเถิดปญญาชนคนกวี เราเบื่อทั้งราชดำ�เนินและราชประสงค อยากอยูแบบราษฎรดำ�รง บนวิถีมนุษยชน-คนตางดาว. ศักดินา ฐานันดร

6 7


ชาคริต แก้วทันคำ� ปีกเสรี ปกสีเจาผีเสื้อ มาโอบเอื้อดงดอกไม น้ำ�หวาน อาหารวัย หลงดูดดื่มอยางลืมตัว เด็กนอยเฝาเมียงมอง ใจร่ำ�รองเตนระรัว อีกใจก็หวาดกลัว จะเอื้อมจับผีเสื้อบิน แสงแดดแผดไออุน ลมพัดหมุนยังไดยิน เรณูพรูพื้นดิน กลีบเกสรพรอมเอื้ออวย เด็กนอยคอยคอยคลาน อวดกลาหาญจับปกสวย ผีเสื้อคลายงงงวย เก็บงวงนอยคอยคอยมวน นิ้วนอยพันธนา โชคชะตาพลิกผันผวน ปกสีเจาชี้ชวน ยั่วมายานัยนตาคน รูตัววาตองตาย แตรางกายยังดิ้นรน เมตตาจงดาลดลใจเด็กนอยปลอยปกเริงฯ 6 7


มาโนช พรหมสิงห์ (1)

บานสวน/อุบลราชธานี 11 กันยายน 2554 (10 ป เหตุการณ 9/11) มิตรสหาย “คณะผูเขียนจดหมาย” ทุกคน เดินทางผานรอนฝนหนาวกันมา 3 ปแลวนะพวกคุณ เหนือ่ ยลาแตกส็ ขุ ใจใชไหมละ (สมน้ำ�หนาที่-กลาคิดแลว-กลาทำ�) เมื่อมองยอนหลังไป... ยอนไปเรื่อยๆ จนเห็นมันเมื่อยัง ไมไดเปนชิ้นเปนอันอะไร เปนละอองฝุนในสายลมกลางสมองเส็งเคร็ง จำ�ไดวา- เมื่อแรกจะทำ� “จดหมายวรรณกรรม” พวกคุณก็แคเลาใหผมฟงคราวๆ สั้นๆ หวนๆ เบาๆ ไมนานฉบับปฐมฤกษก็เดินทางมาถึงมือของผม กระทั่งบัดนี้ผานไปสามป มันยังเดินทางมาหาผมอยางสม่�ำ เสมอ และสังเกตจากจดหมายนอยหลากหลายในเลมก็รวู า ขณะเดินทางมาสูผ มมันก็ไดเดินทางไปหา- เอือ้ ยอายหมูม ติ รสหาย อีหลาบักหำ� - อีกมากมาย และกวางไกลยิ่งนัก อยางไมทอถอยเชนกัน ... โอย หมูเจาบเมื่อย บขี้ครานกันแน บหลา... (หรือวา... รับเงินของใครสักคนมาทำ�!?!?- - - ไมตองแปลกใจ หากใครจะคิดเชนนั้น เพราะ คนคิดมักงายเชนนี้ยอมมีอยูในสังคมนี้เสมอ) มาจนถึงวันนี้ ใครก็หมิ่นแคลนคุณไมไดแลว เพราะเมื่อเริ่มตนนั้นคุณมิไดดูหมิ่น ความฝน - ของตนเอง พวกคุณไมไดคยุ โออา ไมไดฟงุ จนฝนแตกฟองแตลงมือทำ�เงียบๆ และ เจียมเนื้อเจียมตัว มาจนถึงวันนี้ คุณรูห รือไมวา พวกคุณไดกา วขามกำ�แพงมายาคติอะไรมาบาง ลอง มาสำ�รวจ ตรวจดูกันเถิดวามันมีอะไรบาง 1) ทุน/ เงินดำ�เนินการ เพื่อใชจายรายทาง เพื่อจะประคองความฝนใหคงอยู และกาว เดินไปไดอยางมีชีวิตชีวา ไมวาจะเปนคาอะไรตอมิอะไรหลายแหล ทั้งตนฉบับ / ประสานงาน/ พิมพ / จัดสง ฯลฯ จริงอยูวาเรามิอาจปฏิเสธทุนได แตพวกคุณ ก็ไมไดนำ�มาเปนปจจัยหลักตนๆ ที่จะทำ�ใหความฝนที่- กอตัวขึ้น มันเฉาแหง แตก ปนเปนผงคลี แลวปลิวหายไปกับลม เหมือนความฝนมากมายประดามีที่เกิดแลว ดับทันทีอยางนาเสียดายมานักตอนัก เพียงเพราะคำ�ๆ เดียวคือ “ทุน” 2) สวนกลางเทานั้นจึงจะสรางสิ่งซึ่งเปนชิ้นเปนอัน ภูมิภาคเปนเพียงผูเดินตาม และ ไรเสียง 3) หากจะทำ�งานวรรณกรรมใหพอมีน้ำ�เนือ้ มีพลวัตพอทีจ่ ะเปนทีก่ ลาวขาน/ หรือเปน 9 8


กรณีศึกษา/ หรือเปนตำ�นานใหอางอิงได จะตองมีปจจัยหลักที่ขาดเสียมิได นั่นคือ ผูมีวาสนาบารมี มาหนุนหลัง อยางนอยแคมีชื่อประดับเปนที่ปรึกษา (ที่ไมตองทำ� อะไร เพียงแตนั่งเฉยๆ ก็พอแลว) 4) ปจเจกตองมีองคกรวรรณกรรม / องคกรรัฐ / องคกรเอกชน (NGO) / สถาบันอุดม ศึกษาเปนที่พักพิง ในการทำ�กิจกรรมใหญหรือนอยแคไหนก็ตาม กำ�แพงเหลานี้แหละที่พวกคุณพากันกาวขามมา จึงมีวันนี้ไดอยางทรนงองอาจ อีกอยางที่ไมกลาวถึงไมได นั่นคือ ณ จุดที่ “จดหมายวรรณกรรม” ไดกอรูป มันไดบม เพาะหนอเนือ้ เชือ้ ไขหนึง่ อันจะนำ�ไปสูก ารผลิตของกลุม บุคคลนาม “คณะเขียน” (Like Write Light to Live) และหนังสือ “ชายคาเรื่องสั้น” ในกาลปจจุบัน นี่คือไฟตอไฟ ฝนตอฝน ของคนที่ไมหมิ่นแคลนความฝนของตน ของคนกลาคิด แลวก็กลาที่จะทำ�มันทันที ของคนที่เชื่อมั่นในพลังของอุดมคติ และมิตรภาพ ในยุคที่การสื่อสารของโลกาภิวัตนแผออกกำ�กับครอบคลุมวิถีชีวิตไวทั้งหมด พวก คุณไดท�ำ ใหสอื่ ลาหลังชือ่ “จดหมาย” มีพลังและมีสาระไดอยางนาชืน่ ชม (แมบางคนจะเขียน เปนอีเมลก็ตามเถิด) สุดทาย ขอพึงตระหนักไวเสมอ เตือนตนเสมอวา ทั้งหมดทั้งมวลที่ทำ�กันมานั้น มิ ไดเปนสิ่งจะตองใหคนสรรเสริญเยิรยออะไรกันหรอกนะ--- กินขาวกับปนปลา ปนขา กับผัก ริมรั้วทุกมื้อทุกคาบ มีเรี่ยวมีแรงทำ�งานไดขนาดนี้ ก็นับเปนบุญแลว เพราะในชาติหนึ่งของ มนุษย ของคนวรรณกรรม (ที่พวกคุณเลือกเดินทางเอง) ก็ควรทำ�งานหนักอยางนี้แหละนะ เต็มทีก่ บั ชีวติ /ความฝน นัน่ เปนปกติของพันธกิจแหงนักคิดนักเขียน ละเลยวางเฉยสิเปนเรือ่ ง แปลก ขอใหมีความสุขกับการทำ�งานตลอดไปครับ รัก มาโนช พรหมสิงห์ ฝากบทกวีมาถึงทุกคน ผมเขียนบทกวีบทนี้เพื่อจะนำ�ไปอานในค่ำ�วันที่ 2 กันยายน 2554 ณ รานฟลาเดลเฟย (ของ นักเขียน นาม “วิทยากร โสวัตร” - เจี๊ยบ) โดย อ.สรพจน เสวนคุณากร และกลุมนักเขียน/ศิลปนเมืองอุบลราชธานี นัด หมายกันคุยเรือ่ งศิลปะ Performance ซึง่ เคยจัดสืบเนือ่ งมาแลวหลายครัง้ แตผมก็มไิ ดขมี่ อเตอรไซคฝา สายฝนไปตาม ที่นัดหมายได เพราะตองนั่งนิ่งงันอยูหนาหองคลอดในโรงพยาบาล ขณะ “เด็กหญิงสะเลเต” จะถือกำ�เนิด 9 8


ค่ำ�ฝนสนทนา เขยิบมาดวยใจรักอีกสักนิด เปดดวงจิตใหหมดจดงามสดใหม ลอมวงมาใจจดจอใจตอใจ ปลอยถอยคำ�ดำ�เนินไปในค่ำ�คืน บรรดาคำ�ไหลบากวาเม็ดฝน ทุกตัวตนคอยสูญหายกลายเปนอื่น คำ�หนึ่งคำ�คงพลังไปยั่งยืน ในค่ำ�คืนที่ไมหวนคืน เมื่อตื่นเชา ชีวิตอาจไมผานค่ำ� คำ�ยังคง ชีพสูงสงลวนตองจากเปนซากเนา แตทุกคำ�จะสื่อสารตราบนานเนา ยังบอกเลากับโลก กับคน ยังสนทนา ARS LONGA VITABREVIS ชีวิตสั้น ศิลปะนั้น ยืนยงคงคุณคา เพียงฉับพลันจะทอถักจักรดารา เหมือน Big Bang กออาณาจักรมหาจักรวาล คุยเคลาฝนยังเริงรื่น กลอมค่ำ�คืน ดื่มถอยคำ�แกลมหยดค่ำ�ฝนฉ่ำ�หวาน ดอกความคิดผลิสะพรั่งไปทั้งลาน เปนศิลปะ เปน Performance สราญวิญญาณ เขยิบมาดวยใจรักอีกสักนิด รางเบียดชิดผนึกแนนดังแผนผา คำ� ความคิดผุดระดะมหึมา ปลอยนาฬิกาเปอยไหลไปในราตรี.

10 11


บานสวน / อุบลราชธานี 19 กันยายน 2554 กระเต็น นองรัก

(2)

ผมจับปากกาขึ้นมาเขียนจดหมายถึงคุณอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อสัปดาหที่แลว ก็ เพิ่งรอนจดหมายมาทักทายคุณกับมิตรสหายคณะผูเขียนจดหมาย เหตุก็เพราะวา - มี เหตุการณสำ�คัญใหมหมาดที่อุบัติขึ้น ถัดจากนั้นแลวอยากจะเลาจนคันปาก คันไม คันมือ กระทั่งกินไมไดนอนไมหลับ จึงลุกขึ้นมาเขียนอีกใหอาการคันคะเยอทั้งปวงบรรเทาเบาบาง ลงบาง เอาละเขาเรื่องเลย... เมือ่ วันจันทรที่ 12 กันยายน 2554 ทีเ่ พิง่ จะผานไป ผมไดไปรวมงาน “อัตลักษณและ สีสันทองถิ่นในงานเขียนภาคอีสาน” ที่ ม.ราชภัฏอุบลฯ ซึ่งเปนงานที่รวมกันจัดของ– สมาคม นักเขียนแหงประเทศไทย /สโมสรนักเขียนภาคอีสาน /คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร ม.ราชภัฏอุบลฯ งานนีน้ กั เขียนอีสานมารวมงานกันพอสมควร ถือวาไมคบั คัง่ อยางทีค่ วรจะเปน นัก เขียนในพื้นที่จัดงานอุบลฯ ไมมี วิทยากร โสวัตร (บก.อีสานไรเตอร เลม 31 ใหมสุดๆ กำ�ลัง วางแผง) /นักเขียนนักวิชาการ ธีร อันมัย กับ เสนาะ เจริญพร โดยรวมแลว ผมเห็นวา...บรรยากาศการพูดคุยนัน้ ถือวาเปนไปดวยดีสดชืน่ รืน่ รมย แตทวาขาดความหนักแนนของเนื้อหาสาระ ขาดการแลกเปลี่ยนถกประเด็นกันอยางเขมขน จริงจัง อาจจะมีสาเหตุมาจากวา มีเวลาจำ�กัดแค 1 วันเทานั้น / หรือ ขาดการวางแผนงาน และการเตรียมการของวิทยากรที่ดีพอก็เปนได / หรือดวยขอจำ�กัดของการติดตอประสาน งาน / หรืออีกมากมาย... สืบเนือ่ งจากงานในวันนัน้ ...ผมอยากเสนอแนะ หรือตัง้ ขอสังเกตไวเพือ่ การกาวเดิน ในกาลขางหนาของขบวนทัพนักเขียนอีสาน ดังนี้ 1) เวลานอย ผมเองขึ้นพูดหัวขอ ”พลังศิลปจากทองถิ่นสูสากลมองจากวรรณกรรม อีสาน” รวมกับ อ.โชคชัย ตักโพธิ์ และเจริญ กุลสุวรรณ พูดถึง - ทองถิน่ / อัตลักษณ / ความเปนสากล แตละคนไดพูดอยางมากราวๆ คนละ30 นาที ผมเองแคกลาวถึง ”สากล” คืออะไรอยางไร / แนวคิด Post-Colonial ก็หมดเวลาแลว ยังไมไดกลาว ถึงมุมมองในอดีตของสังฆราชปาลเลกัวซ, สมเด็จฯ กรมพระยาดำ�รงราชานุภาพ / 10 11


มุมมองของยุคแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม /มุมมองหลังรัฐประหาร 19 กย. 49 / และสภาพความเปนจริงในปจจุบันของอีสานซึ่งนักคิดนักเขียนจะตองตระหนัก รูแ ละกาวใหทนั มิฉะนัน้ ... นักเขียนนัน่ แหละจะหลงทาง และตามไมทนั คนอานกับ สังคมอีสานอันเปนมาตุภูมิ 2) ขาดนักเขียนหนุมในเวทีเสวนา หากวาเราจะนับ 3 คำ� คำ�สิงห, คำ�พูน, คำ�หมาน เปนรุนที่ 1 / รุนที่ 2 นาจะเปนรุนที่กอตั้งสโมสรนักเขียนภาคอีสาน สมคิด, วีระ, เจริญ / รุนที่ 3 ชัชวาลย, สุมาลี, พิเชษฐศักดิ์, ทัศนาวดี คือรุนที่ไดรับอิทธิพลหรือ หลังสโมสรฯ / รุนที่ 4 ธีรยุทธ, สัญญา, วิทยากร, โกสินทร, คณะผูเขียนจดหมาย... การทีง่ านวันนัน้ ไรแมเงาของรุน ที่ 4 บนเวทีเสวนา จะทำ�ใหประเด็นขาดพรองความ สดใหม, ความรวมสมัยไปมากเลย นาเสียดายที่สุด! นักเขียนอาวุโส (อยางเชน ผม-เปนตน) ประสบการณเยอะก็จริงอยูแตระวังวาเขาอาจหลงกลาวถึงอดีตอันรุง โรจนของตน และเขาไมถงึ ความเปนจริงของปจจุบนั เทากับคนหนุม สาวผูเ ปย มพลัง 3) (เอาละ... ครั้งนี้ถือวาสมาคมนักเขียนแหงประเทศไทยนำ�รองให) สโมสรนักเขียน ภาคอีสาน ควรจัดสัมมนาในหัวขอนี้เพิ่มเติมอีกครั้ง ถกกันใหจริงจังๆ 7 วัน 7 คืน เหมือนงานฉลองฝงลูกนิมิตในวัดขางบานไปเลย มิเชนนั้น...นักเขียนจะหลงทิศ งานวรรณกรรมจะหลงทาง ซึ่งลวนนำ�ไปสูหายนะของสังคมประเทศชาติอันเปนที่ รักของเราทุกคน 4) รวบรวมประเด็นการเสวนา / สัมมนาจัดพิมพเปนเอกสารเผยแพร ...ไมอยากจบ แตก็ตองพอแคนี้แหละ เพราะ ด.ญ.สะเลเต ขี้แตกเต็มผาออม รองจากจนตัวแดงแลว ขอใหคุณมีความสุขก็แลวกันนะ สวนผมตองไปงมเช็ดขี้ลูกตามระเบียบ - ของพอที่ดี ไปละ ... รัก มาโนช พรหมสิงห์

12 13


คนดอกไม้ วารินชำ�ราบ, อุบลราชธานี ๒๔ ก.ค. ๕๔ ถึงคณะผูเขียนจดหมายที่นับถือ นับตั้งแตไดรูจักหนาคาตากับจดหมายวรรณกรรมและคณะผูเขียนทั้งหลาย กับ พันธกิจทางวรรณกรรมทีเ่ ฝาเคาะประตูรวั้ บาน ทะลายกำ�แพงปราการ กระทัง่ ทะลุทะลวงถึง หองหับ ทั้งกูตะโกน ตวาด ขูปลอบตอยุคสมัยและเฝาตั้งขอสังเกตเฉกเชนสายตานกมองใน มุมอันกวางขวางสุดลูกหูลูกตา แมการทำ�งานจักปกคลุมไวดวยความเงียบงัน แตการรุกคืบทางปญญาก็เดินทาง กาวขามคืน ลวงเลยไปอยางไมหยุดยัง้ ตอกระแสแหงอำ�นาจทางวรรณกรรม (ชีวติ ) ในแวดวง น้ำ�หมึกไลเลียงมาตั้งแต หนังสือกรุงเทพธุรกิจวันอาทิตยที่ ๓๐ ส.ค.๕๒ ป.๒๒ ฉ.๗๖๔๗ ใน การพูดถึงจดหมายขาวของบทสัมภาษณเรือ่ ง “สนทนากับอรอาย อุษาสาง ระหวางแทรกซบ คลืน่ สายฝนในบทกวี” มีขอ เขียนวา พวกเราเรียกการทำ�งานเขียนนัน้ วา คณะผูเ ขียนจดหมาย จดหมายวรรณกรรมที่ประกอบดวย บทกวี เรื่องสั้น บทความและอื่นๆ ซึ่งนอกจากผมและ อรอาย อุษาสางแลวยังมี ภู กระดาษ,ชามกลางคืน,จารุพัฒน เพชราเวช ,รน บารนี,สรอย สัตตบรรณ ฯลฯ กระทั่งเดินทางแพรกระจายมายังหนา ๑๑ ของจุดประกายวรรณกรรม วัน อาทิตย ป.๒๒ ฉ.๗๔๒๓ อาทิตยที่ ๑๘ ม.ค.๕๒ รวมถึง คอลัมนเลื่องชื่อสิงห สนามหลวง ไดกลาวถึงจุลสารบางๆ ที่มีชื่อแปลกวา คณะผูเขียนจดหมาย เปนชุมชนคนรักการเขียน จดหมาย ความดังกลาวอยูในหัวเรื่อง “จากหนังสือเลมละบาทถึงหนังสือมือทำ�” การเฝามองคณะผูเขียนจดหมายของยุคสมัยอันเงียบงัน และเต็มไปดวยมายากล จากพืน้ ทีท่ ไี่ มมใี ครอยู จนเดินทางมาถึง ร.ศ.๒๓๐ ฉาก + ภาพ + ตัวอักษร คมความคิดทีเ่ ปน ประจุทรงอานุภาพ จึงไมอาจแปลกใจวา จดหมายขาวไดเดินทางกาวลวงโพนทะเลแหงการ แปลกแยกแตกตาง โดยใชหมุดหมายแหงการสรางเพื่อนพองนองพี่ ไมมีหมูเหลา พรมแดน ใชสามัญชีวิตเปนธรรมชาติมากกวาจะใชอำ�นาจมืดบอดของยุคสมัยเปนที่ตั้ง มันจึงเปนสื่อ ที่หัวใจใดใครสัมผัสก็จักไดสัมผัส แมผูใดเดียดฉันทก็จักตองมนตเสนหใหคลี่เปดเสพซอง หนังสืออาจเกิดเติบโต กอดคอ ร่ำ�เรียน รองไห หัวเราะ ตอยตี เกรี้ยวกราด ฟาดฟน ขัดเกลา กลอมเกลี้ยงเลี้ยงดู ผูที่มีแกใจตอหนังสือทั้งหลาย จึงขอสงกำ�ลังแรงใจตอคณะผูเขียนจด หมายดวยประการฉะนี้ 12 13


จนกวาจะไดพบกันอีก ปล. ไดอานทุกเลม เก็บทุกเลม มีวินัยตอการอานรอคอยอยางสัตยซื่อ และลงมือ ทำ�งานดวยความตั้งใจ

ภาณุพงษ์ คงจันทร์ 11 ส.ค. 54 เรียน คณะผูเขียนจดหมาย ผมฝากแสตมปมาใหเพื่อใชในกิจกรรมฯ ตามสะดวก ใจจริงแลวเปนคำ�แทนความ ชื่นชม

นฤมิตร ประพันธ์ บานพักริมหนองตาหมู 2 ส.ค. 54 เรียน ทีมงานผูจัดทำ� “คณะผูเขียนจดหมาย” ผมไดรับ “จดหมายวรรณกรรม” ครบทั้งหมด (12 ฉบับ) นั่นแหละแตไมไดตอบรับ พวกคุณเลย ไมเคยสงแสตมป ไปรษณียบัตร หรือสงหนังสือดีๆ มาแบงใหพวกคุณอานสัก เลมเดียว เพราะความขี้เกียจและเห็นแกตัวของผมนั่นเอง! มาบัดนี้วันเวลาผานไปนานพอสมควร ความรูสึกผิดไดเกิดขึ้นในใจผมเงียบๆ คิด วาผมควรจะสงอะไรมาใหพวกคุณบาง แลวผมจะสงอะไรละ.. บทกวีสักบทงั้นหรือ ผมขอ บอกตรงๆ วายังไมมีไฟจะเขียนเอาเลย (พวกคุณรูมั้ยวาไฟสำ�หรับเขียนบทกวีมันมีขาย ที่ไหน บอกผมหนอยเถอะ) จะสง “เรื่องสั้น” มาใหสักเรื่อง ผมก็เขียน เรื่องสั้น-สั้น ไมเปน มันมีแตยาวๆ นองๆ กนกพงศ สงสมพันธ นั่นแหละ... สงมานอกจากไมไดคาเรื่องแลว ก็ยัง เปนการแยงเนือ้ ที่นอ งๆ นักเขียนฝกหัดทั้งหลายทัง้ ปวง แลวขอสำ�คัญไอเรื่องสัน้ ทีว่ า มันก็ยงั เสือกไมดีซะอีกดวยนี่แหละ.. ครั้นจะสงแสตมปมาใหเพื่อใชงาน ผมก็เสือกเอาเงินไปซื้อเหลากินเสียหมดแลว 14 15


(ผานรานเหลามันเปรี้ยวปากทนไมไหว) เลยยังไมมีเงินซื้อแสตมปให (เห็นความเลวทราม ของผมแลวใชมั้ย?) พวกคุณไมรูวายังจะคบผมอยูตอไปหรือเปลา? สรุปวาผมอยากเห็นพวกคุณมีก�ำ ลังใจทำ� “จดหมายวรรณกรรม” ตอไป (แมจะมีนกั อานเลวๆ เชนผม) ถายังพอไหวก็ทำ�ตอเถอะ ถาเงินหมด หมดกำ�ลังใจก็เลิกเสีย อยาเปนหนี้ เปนสินเขาใหเครียดปวดหัวเปลาๆ ปลีๆ้ มีนกั เขียนใหมๆ ฝมอื ดีๆ อยูน ะ ผมชอบอยูห ลายคน เชน ชอบอานเรือ่ งของนักเขียนญีป่ นุ ทีค่ ณ ุ สรอยสัตตบรรณ เขียนใหอา น ชอบบทกวีเกีย่ วกับ ชาวนาของ จารุพฒ ั น เพชราเวช (ดูเหมือนลง ฉบับ 11) ชอบอานเรือ่ งอีโรติกดาทหารของ รน บารนี ฯลฯ ทีไ่ มชอบก็มอี ยูห ลายคนเหมือนกัน (แตคณ ุ จะใหผมเอยชือ่ ออกมาหรือ?) พวกนัน้ จะตองพากันโกรธและเกลียดขี้หนาผม และคิดวา “มึงก็ไมเห็นเกงกาจอะไรเลยมาวิจารณกู โธเอย...” นี่แหละ นักเขียน กวี มีอีโกกันทุกคน เอาเปนวาผมจะไมขอเอยชื่อและทนอานไป กอนก็แลวกัน... หวังวาสักวันเขาคงจะดีขึ้นนั่นแหละ ผมจบแคนกี้ อ นนะ ถาเห็นวามี จ.ม.(อืน่ ๆ ดวย) ทีม่ สี าระกวา จ.ม.ผม ก็อยาเอาของ ผมลง (ลงไอที่เขียนดีกวาผมทั้งหลายทั้งปวงนั่นแหละ) ขอบคุณในความมีน้ำ�ใจตลอดมา นฤมิตร ประพันธ นางรอง บุรีรัมย 31110

อุดร จารุรัตน์ ถึง คณะผูเขียนจดหมาย มอบหนังสือใหชมรมคณะผูเขียนจดหมาย จำ�นวน 5 เลม (1.ไขปริศนาตำ�นานของโลก, อุดร จารุรัตน และ 2. ชนเผาลึกลับกับประเพณี ประหลาด, อุดร จารุรัตน, สำ�นักพิมพบานรัก 3. บวชวัดบวร, อุดร จารุรัตน “ธีรธมฺโม”, สำ�นักพิมพเคล็ดไทย 4.รากหญาวาไรตี้, รวี พรเลิศ, ดีบุคสเซนเตอร ในเครือ พี. วาทิน กรุป และ 5.ถาปตย’ตูน “อุทก ๕๓” ๙๔ ป วันสถาปนา จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, คณะ สถาปตยกรรมศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, พี.วาทิน พับลิเคชั่น-จัดพิมพ) ขอบคุณครับที่สงวารสารมาใหอานเปนประจำ� 26 ก.ย. 54 14 15


จารุพัฒน์ เพชราเวช ถึง ภูมิชาย คชมิตร ที่รัก ทามกลางสายฝนทีย่ งั โปรยปรายไมขาดสาย การติดตอทางโทรศัพทกบั มิตรสหาย ในชวงนี้มีอันตองหยุดชะงัก เพราะวาน้ำ�นาหลากมามาก แผเปนแผนผืนเหมือนทะเลสาบ คลื่นน้ำ�รุนแรงแกวงไกวยอดขาวโลไหว ดีที่มาไวไปไว ไมเชนนั้นขาวคงสำ�ลักน้ำ�ตายหมด ขณะน้ำ�กำ�ลังทวมโถม โทรศัพทมือถือของผมดันนึกสนุกขึ้นมา มันแอบออกจากกระเปาเสื้อ ของผม กระโดดลงดำ�น้�ำ เลนอยางคึกคะนอง สองมือผมวาดควาสุดเอือ้ ม แตไมทนั พองมขึน้ มาไดปรากฏวามันสิ้นใจตายไปเสียแลว เฮอ...เสียดายฉิบหาย ความจริงก็คือความจริง มันเปนความสะเพราของผมนี่แหละ ไปอยูจิบไมรูทะลึ่ง เอาโทรศัพทไปดวยทำ�ไม ดังนั้นชวงนี้จึงอดโทร โดยปริยาย ตองรอขายขาว เอะอะ หรือจำ� นำ�ขาวโนนแหละ ถึงจะไดซื้อเครื่องใหมแตยังไงชางเถอะ เอาเปนวาฉบับนี้ผมขอกาวลวงไป ยังอนาคตดีกวา ไมใชวายยูหาหา หรืออะไรหรอก มันคือบทกวีเล็กๆ ชิ้นหนึ่งที่ผมภูมิใจนำ� เสนอ เกี่ยวกับบรรยากาศในลานขาวเมา ที่จำ�ไดติดตาฝงใจเมื่อยังเด็ก ระยะนี้ผมเขียนบทกวีคอนขางนอย โดยเฉพาะฉันทลักษณ เพราะงวนอยูกับเรื่อง สั้นเนื่องหนึ่งซึ่งทาทายผมเปนอยางมาก “คนงู” ดังนั้นจึงเอางานเกาๆ มาใหชวยแลทิศทาง กันดูวาจะไปเมืองแถนหรือแดนประหาร เอาละขอหยุดแคนี้กอนคอยพบกันฉบับหนา ประสบสุขในงานเขียนนะครับ จารุพัฒน์ เพชราเวช ดงเย็น อุบลราชธานี

16 17


ลานขาวเมามุมเตาฮาง

ค่ำ�คืนหนึ่งก็เคลื่อนพรอมเดือนดาว สองมือแมชัดเรงฝดเม็ด ครกมองกระเดื่องยกเชื่องชา ขาวเบาปลายฝนตนฤดู ขาวหวานจึงเลือกกวนเผือกมัน หยิบยื่นจุนเจือญาติเชื้อชิด เพลงดาวคราวค่ำ�ก็ย้ำ�เยือน ดามกวนขาวใหมครึ่งไมคาน จึงเสียงลมกริ่งเพลงหิ่งหอย เกสรขาวพรอมซึ่งหอมดี ค่ำ�ไหนหนาวเหน็บชวงเก็บเกี่ยว ชั่วคืนสงัดลมพัดแรง ค่ำ�หนึ่งก็เคลื่อนสูเดือนเพ็ญ เปลี่ยนเลานิทานเปนบานไป

ขาวเมาหมอดำ�ตำ�ใกลเสร็จ วาวเกล็ดน้ำ�คางลงพรางพรู เตาฮางไฟกลารับลมลู หยัดอยูในวิถีภาพชีวิต แมนมั่นหวานรสสะกดจิต สนิทสนมแลวนมนาน ลอมเรือนแววอยูทั่วหมูบาน หมอดินปากหานรมตาลนี้ น้ำ�ออยกอนหวานน้ำ�ตาลสี หลากมีมวงหมอกดอกกะแยง ชานเปลี่ยวดาวหายมิพรายแสง จัดแจงฟนเผื่อตอเชื้อไฟ เยียบเย็นนวลพรางสวางไสว ออมกอดดวงใจวงไฟกอง

16 17


ภูมิชาย คชมิตร จารุพัฒน์ เพชราเวช ที่คิดถึง กวาจดหมายฉบับนี้จะสงถึง ผมคงออกเดินทางไปไกลบานมากแลว บานที่น้ำ� กำ�ลังทวมเนืองนองทุงขาวกวางใหญและถนนสัญจร เหมือนกับที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด จารุพฒ ั นครับ หนังสือบทกวีประดิดประดอยผานใจ-นาฬิกาแสงจันทร และ เพลงเถือ่ นอันเสรี, สำ�นักพิมพตาลหอม มาถึงบานนานแลว และผมไดมอบอีก 2 เลม ใหชามกลางคืน ขณะทีม่ า เยี่ยมเมื่อไมนานมานี้ เขาฝากกลาวขอบคุณ … ตอบดวงจันทร์ ฉายนวลสาดสอง จันทรเอยจันทร, โปรดพาขาฯ ผานขุนเขา ขามลำ�ธาร ในชวงนี้นอกจากสาละวนอยูกับงานขีดเขียนที่ตองรับผิดชอบในหนาที่ประจำ�แลว ดูเหมือนระยะทางของบานผมจากทีท่ �ำ การไปรษณียจ ะไกลกันมากขึน้ เพราะตองเดินทางออม คดโคงไปอีกเสนทางเนื่องจากน้ำ�ทวมทางระหวางหมูบาน เมื่อไมกี่วันมานี้ปนคำ� ก็เดินทาง มาพักทีบ่ า นผมหนึง่ คืนหลังจากทีก่ ลับมาจากกรุงเวียงจันทน สปป.ลาว ตอนนีค้ งเดินทางถึง เชียงใหมแลว ปนคำ�กับผมรูจักกันตั้งแตครั้งผมยังทำ�งานเปนผูชวยวิจัยที่หมูบานในจังหวัด ทางภาคตะวันตก ชายแดนไทย-พมา ชวงที่ผมขึ้นมาเขียนงานสงอาจารยที่ศาลายา ปน คำ�ก็จะปนจักรยานสวนผมก็นั่งซอนทาย ปนไปตามถนนในมหาวิทยาลัย บางครั้งก็ไปนั่ง เลนใตรมไมบริเวณวิทยาลัยดนตรีเขาจะเลาพล็อตเรื่องสั้นฉากสวยจับใจใหผมฟง สวนผม ก็จะเลาเรื่องราวในหมูบานที่ผมทำ�งานวิจัยใหเขาฟง จดหมายฉบับนี้ผมเขียนเรื่องสั้นมาใหจารุพัฒนอานดวย เปนเรื่องราวของคนตัว เล็กตัวนอยจากประเทศพมาเพื่อนบานลุมน้ำ�โขงที่เดินทางมาทำ�งานในประเทศไทย ที่ผม เขียนขึ้นมาจากคำ�บอกเลาเนื้อหาปนนิทานจากลุงในหมูบานแหงนั้นนั่นเอง ... 19 18


เรื่องสั้น: พระจันทรกับปริมาณกอนหินบนภูเขา ภาคแรกเริ่ม: ภูเขา สมัยกอนการเดินทางขามไปมาระหวางประเทศพมากับประเทศไทยมีความสะดวก สบายไมตอ งยุง ยากตรวจบัตรวุน วายเหมือนทุกวันนี้ แตกอ นคนจะเขามาทำ�งานในเมืองไทย ก็เดินลัดมาตามภูเขา มีบริเวณหนึ่งเปนทางเดินอยูบนภูเขาที่คนพมาเขามาแลวเขาจะเก็บ กอนหินมาหนึ่งกอนวางไวตรงนั้น ใครเขามาอยูเมืองไทยเขาก็ท�ำ อยางนั้น พอเวลาผานไป นานๆ ปริมาณกอนหินก็มากขึ้นเรื่อยๆ ภาค 2: พระจันทร สมัยกอนมีเรื่องเลาอยูวา มีชายพมา 2 คน เดินทางมาจากบานเมืองของพวกเขา เพือ่ เขามาหางานทำ�ในเมืองไทย เมือ่ มาถึงทัง้ สองคนก็หางานทำ� คนหนึง่ ทำ�งานขยันเก็บเงิน เก็บทองมุง หวังแตจะเก็บเงินเพือ่ ไปสรางเนือ้ สรางตัวทีบ่ า นเกิด สวนอีกคนกลับทำ�คนละอยาง ทำ�งานพอไดเงินมาก็กนิ แตเหลา เลนการพนัน เทีย่ วอะไรตอมิอะไรสารพัดแลวแตจะทำ�ไมเก็บ เงินเก็บทอง พอผานไปประมาณ 2 ป เพื่อนที่มาดวยกันก็เลยพูดวา “เพือ่ นเอยเราคิดถึงบานเหลือเกินกลับบานเราเถอะ” เพือ่ นคนทีข่ ยันพูด สวนเพือ่ น คนทีเ่ กเรก็เลยบายเบีย่ งบอกวาตัวเองยังเก็บเงินไมไดขอเวลาสักหนอยกอนไดไหม พอใหมเี งิน ติดตัวตอนกลับบานสักหนอย ผานพนไปประมาณสองเดือนทัง้ สองจึงลาเจานายคนไทยเดิน ทางกลับบานเกิดในประเทศพมา ภาค 3: พระจันทรเต็มดวง พวกเขารอนแรมในปาเขาผานไปหลายคืน ขณะทีเ่ พือ่ นคนทีข่ ยันหลับอยูน นั้ เพือ่ น คนทีเ่ กเรก็เลยคิดไมซอื่ เพือ่ นคนนีก้ เ็ ลยฆาเพือ่ นเพือ่ ชิงเงินทีเ่ พือ่ นทำ�งานเก็บไวตงั้ แตเขามา อยูเ มืองไทยใหมๆ ค่�ำ คืนแหงความตายนัน้ พระจันทรสวางมาก ขณะเพือ่ นคนทีข่ ยันกำ�ลังจะ ขาดใจนั้น เพื่อนคนนี้ก็เลยพูดวา “เพื่อนเอยเราเดินทางมาทำ�งานดวยกันทำ�ไมถึงมาฆากันไดลงคอ ถาคืนไหน พระจันทรเต็มดวง ขอใหเอ็งมีแตความเปลี่ยวเหงา และใหเห็นใบหนาของขาอยูบน พระจันทรทุกครั้งไป” เพื่อนคนที่เกเรเมื่อฆาเพื่อนเรียบรอยแลวจึงซอนศพเอาไวในปาแลว เดินทางกลับบานเกิด 19 18


ภาค 4: คืนพระจันทรเต็มดวง เมือ่ ไปถึงบานพอ แม ญาติพนี่ อ ง และเพือ่ นบานก็ถามถึงเพือ่ นอีกคนวาหายไปไหน ทำ�ไมไปดวยกันถึงไมกลับมาดวยกัน เพือ่ นคนทีเ่ กเรก็โกหกไปตางๆ นานา วาเพือ่ นคนนัน้ ยัง อยูเมืองไทยไมกลับมาดวยเพราะเก็บเงินยังไมได เหตุการณผานไปหลายวันกระทั่งถึงคืนพระจันทรเต็มดวง เพื่อนคนที่เกเรเมื่อเห็น พระจันทรก็รองไหบาง หัวเราะบาง เพราะใบหนาเพื่อนที่เขาทรยศปรากฏบนพระจันทร พอ มองเห็นเพื่อนคนที่เกเรก็เกิดอาการเชนนั้นอยูร�่ำ ไปเมื่อเขามองพระจันทร ยิ่งพระจันทรกลม โตเทาไหร ความเปลี่ยวเหงามันยิ่งทำ�งานไดมากมายยิ่งขึ้นเทานั้น ภาคปลายทาย: กอนหิน สมัยกอนการเดินทางเขาประเทศไทย คนที่เขามาเขาจะรูทางของเขา แตมีบริเวณ หนึง่ เปนทางเดินอยูบ นภูเขาทีค่ นพมาเขามาแลวจะเก็บกอนหินมาหนึง่ กอนวางไวตรงนัน้ ใคร เขามาอยูเมืองไทยก็ทำ�อยางนั้น พอเวลาผานไปนานๆ ปริมาณกอนหินก็มากขึ้นเรื่อยๆ สวนตอนกลับประเทศพมาเขาก็ทำ�เชนเดิม แตจ�ำ นวนกอนหินจะนอยกวากองทีค่ น เดินทางเขามาในประเทศไทย. … ก้อนหิน เล็กจอย, ทวมทน กอนหินกลมมน กองบนตะเข็บภูเขา แมเรือ่ งราวเหลานัน้ จะผานพนมาเนิน่ นาน แตปริมาณกอนหินยังคงมีมาก-มากขึน้ และเรื่องราวของผูคนหลากหลายชาติพันธุ ทั้งคนพมา มอญ กะเหรี่ยง คนไทย ในหมูบานที่ นับถือศาสนาอันหลากหลาย พุทธ คริสต อิสลาม และอื่นๆ ยังดำ�เนินตอไป-ตอนี้ไป ผมคง อยูในหมูบานหางไกลนี้อีกนาน และตองกลับบานมาเขียนงานสงเปนระยะๆ สุดทายนีข้ อใหจารุพฒ ั นมแี ตความสุขและความเบิกบานยังคงอยูเ คียงขางเชนเดิม. โอมพระจันทรกับปริมาณกอนหินบนภูเขาจงงดงาม ภูมิชาย คชมิตร kraten_kraten@yahoo.com ขอนแก่น / กันยายน 2554 20 21


อุมาพร ตันติยาทร ถึง คณะผูเขียนจดหมาย ดิฉันไดรับ “จดหมายวรรณกรรม” จากชาวคณะฯ อยางสม่ำ�เสมอ เขาสูฉบับที่ 2 ร.ศ. 230 ประจำ�เดือน เม.ย.- มิ.ย. 54 แรกที่ไดรับดิฉันขอสารภาพวา ตกใจ และเต็มไปดวย ความสงสัย ใครสงมา? และเรารูจักกันหรือไม? เพราะในโลกปจจุบัน การที่เราจะทำ�ความ รูจ กั กับใครซักคน เครือ่ งมือทีใ่ ชคงไมใชจดหมาย หากแตเปนสือ่ Social network ซะมากกวา เพราะไดเห็นหนาผานหนาจอสีเ่ หลีย่ ม ได up date ชีวติ ผานปลายนิว้ สัมผัส เพียงเสีย้ ววินาที ความรูสึกก็พาเราไปสูมิตรภาพเหลานั้นแลว แตกาลเวลาไดพาความคุน เคย สนิทสนมและไดพรากความสงสัย พัดคำ�ถาม และ พบเพียงคำ�วา เมื่อไหรจดหมายวรรณกรรมจะสงมา? ขอบคุณทุกตัวหนังสือ ทุกหนากระดาษ ทุกนักเขียน ทุกบทกวี และที่ตองขอบ คุณเสียไมได คือ ผูสง, ไปรษณีย, ซองจดหมาย, แสตมปที่ไดพามิตรภาพ เพิ่มพื้นที่ความ รื่นรมยใหชีวิตมากขึ้น ขอใหความตั้งใจในครั้งนี้ของผูจัดทำ� ประสบความสำ�เร็จ พบเจอแตความสุข และ ความสำ�ราญในชีวิต แด มิตรภาพ มาร์ อุมาพร ตันติยาทร ป.ล. มารสงแสตมปมาเพื่อสนับสนุนการทำ�งาน และขอรบกวนคณะผูจัด ชวยสง ฉบับตอไปตามที่อยูใหมนี้คะ บานเลขที่ 112/1 ม.10 ต.คลองดาน อ.บางบอ จ.สมุทรปราการ 10550

20 21


ภู กระดาษ บายคลอยลงมาแลวอรอายที่คะนิงฮักฝนก็ยังไมมีทีทาวาจะหยุดตก มันตกมาแตดึกดื่น เมื่อคืนแลว แฮงบางคอยบางแลวแตตามลมพัดสา เฮาก็อาศัยจังหวะนี้แหละนอนหลับนอน หลอนบคิดหาวาจะตองทำ�อะไรอื่นใหมากหลาย ตื่นมาก็กั้งคันรมเดินไปดูน้ำ�ในนา หาทาง ระบายออกไปจากนาใหไวที่สุด แตก็บไดชวยอะไรดอกนะ ออกไปใหชื้นเปยกเฉยๆ เทานั้น แหละ ชีวติ เฮาก็มเี ทานีช้ ว งนี้ บมอี ะไรตืน่ เตน ทีพ่ อตืน่ เตนก็เหือดเหยไปกับลมกับฝนหมดแลว โตคงอยูดีมีแฮงตามปรารถนาสินะ? อยูดีมีแฮงตามปรารถนาเดอ ภู กระดาษ อุดรธานี, ตุลาคม 2011 ป.ล. เรื่องราวตอทายจดหมายนี้เฮาเขียนไวแตดนนานแลว ลองอานเบิ่ง

ดาวควัน ยิ้มหัวปุยเปยอยูเอเตบนคันแทนาผีตาแฮกรูปงามกำ�ยำ�หำ�เลื่อมวาวจังหวะที่ เขาเงยหนาจากหลุมสักหลุงปลูกขาว เหลาอัญญาคันคากแตกฮือกันออกจาก วงสรวลเสเหลายาและสนุกรื่นอาวกระสันโคมขี่อยูขื่นคาว เหลาอินทรแมน แถนฟาตางสะทานสั่นหวิวหวามหลังจากสิ้นคำ�บอกกลาวหนักแนนของเขา แกทุกคนในครอบครัวพรอมหนาพรอมตาวา “โตขึ้นจะเปนกะหรี่” ออยอิ่งอิด เอี้ยวอยูพอไดคะนิง นองชาย-นองสาวจากโยนีเดียวกันของหลอนและรวมทอง เดียวกันกับเขาอีกหาคนแหงนหนาจองมองเขา และสุดทายเสียงนั้นก็ถูก กลบกลืนดวยเสียงของหลอนและสามีคนแรกคนเดียวของหลอน หลอนถอน หายใจ สามีของหลอนวา “ก็แลวแตมึง แตมึงก็ตองรูดวยวาอะไรควรไมควรทำ� ครอบครัวของเราก็ไมไดอดตายอะไร ออ..แลวอยาใหใครในหมูบานรูเห็นการ กระทำ�นี้เปนอันขาด จำ�ไว!”

22 23


นั่นคือเหตุการณเล็กๆ ในฤดูหนาวดำ�นากลางแดด ปนั้นซึ่งเขาอายุเพียงหาวัน ในตนเดือนเมษายน และเปนวันทีส่ ามทีเ่ ขาลงดำ�นากับครอบครัว วันเดียวกันกับ ดาวควันเดินลัดทองฟาปรากฏตอเขาเปนครัง้ แรกและยังเดินลัดทองฟานับเนือ่ ง ตอมาอีกสองรอยยีส่ บิ เกาป ตลอดศกพนเลยจึงยังความแหงแลงก็แหงแลงไมสดุ มาสูห มูบ า น ก้ำ�ๆ กึง่ ๆ อยางกับสัมผัสผิวเพียงเมือกเหนอะหนะของฝนรินปรอย นอยกวาเหงือ่ ออก ราวกับทุกวิถที างสอดใสไมสมเสียงครางกระเสาเมือกคัดหลัง่ ปริบปรอยทาทาย สัมผัสเลาโลมจนตองพึง่ พาสารหลอลืน่ ไมตายไมเปน ถูไถกัน มานับจากนั้น ขาวหนึ่งเมล็ดทั้งครอบครัวกินไดเปนเดือน อี ก สามวั น ต อ มาความใฝ ฝ  น ของเขาก็ ป ระสบผลสำ� เร็ จ อย า งงดงาม เขา บอกตอหลอนและสามีคนแรกคนเดียวของหลอนและคนอื่นๆ ในครอบครัว พรอมหนาพรอมตาใหไปขนเอามาคาจางเปนขาวสามเมล็ดจากผีตาแฮกและ อัญญาคันคาก เขาหมดเรี่ยวแรงและตองพักฟนอยูเปนวันๆ จึงเรียกคืนกลับ มาไดบาง หลอนและสามีคนแรกคนเดียวของหลอนยิ้มเปยไมหุบปาก ระริกระ รีเ้ หมือนควายหนุม เพิง่ แวงบาวไดดดู ดมเมือกคัดหลัง่ ลนตามรองโยนีของควาย สาวเปนครัง้ แรก และไมวายทีจ่ ะไถถามเขาดวยวายังพอมีทวี่ า งเหลือใหสำ�หรับ คนอื่นๆ ในครอบครัวบางหรือไม? เขางัวเงียและไมตอบคำ�ถาม แตหลอนและ สามีคนแรกคนเดียวของหลอนก็บัญชาใหลูกๆ ที่เหลืออีกทั้งหาคนนั้นเอาอยาง พี่เดี๋ยวนี้ นองๆ รวมทองรวมโยนีเดียวกันกับเขานั้นก็ไมไดอิดเอี้ยวอันใด และ สามีคนแรกคนเดียวของหลอนก็ก�ำ ชับกำ�ชาอยางหนักแนนตอทั้งหาคนดวยวา “อยาใหใครรูเห็นการกระทำ�นี้เปนอันขาด ครอบครัวของเราไมไดอดอยากถึง ขนาดตองเปนกะหรี่ จำ�ไว!” และอีกสองวันตอมานองๆ ทั้งหาคนของเขาก็ไมไดทำ�ใหหลอนและสามีคน แรกคนเดียวของหลอนผิดหวัง หมดยุงฉางขาวทุมเทใหอยางพึ่งพอใจจนจุกอก ของเหลาอินทรแถนแมนฟากับการบริการระดับเวิรล ดคลาสนับเนือ่ งจวบจนปที่ สองรอยยี่สิบเกาในปจจุบัน. และ 22 23


นิรัติศัยชั่วนิรันดร บกี่สิบวันหลังจากน้ำ�ทวมใหญ แมน้ำ�ลำ�คลองผองเขื่อนฝายก็แหงเหือด ชองฟรีซก็เดือดปุด ขาวปลูกงอกในกระสอบคายุงฉาง กอนดินในแปลงเกษตรกรรมระดับครัวเรือนพึ่งพาตนเองคมบาดตีน นกกระจอกและระบบฟารมขนาดใหญลูบเลียริมฝปาก ภายใตการอารักขาอยางแนนหนา อาวุธยุทโธปกรณทำ�ลายลางสูงเครื่องสนามพรอมพรัก จากกองทัพอันแข็งแกรงแกวนกลาหาวหาญ โอ..สวรรคมีหูมีตามีจมูกนรกมีรูดากฮูขี้ อีกบกี่สิบวันตอมา ทั้งโคงขอบฟามหาสมุทรลึกสุดเมืองบาดาล สถานนีขนสงหัวลำ�โพงทาเรือสนามบิน สถานีวิทยุโทรทัศนสำ�นักงานหนังสือพิมพ ทำ�เนียบรัฐบาลที่วาการสถานที่ราชการสวนสาธารณะ โรงเรียนมหาวิทยาลัยโรงพยาบาล ถนนหนทางทุกสายหมูบานหมูเมืองไกลใกล โปรดฟงอีกครั้ง..โปรดฟงอีกครั้ง..โปรดฟงอีกครั้ง... ทั้งทรงคุณวุฒิวัยวุฒิทหารหาญครูบาอาจารย พนักงานบริษัทหางรานพระสงฆองคเจา นักคิดนักเขียนกวีนักสื่อสารมวลชน ฯ สลอนหนาทุกทุกสิบหานาที สดผานดาวเทียมอยางทั่วถึงทุกหัวระแหง แลวจึงตกอยูในความสงบเรียบรอยและมั่นคงเสมอมั่น ภายใตการอารักขาอยางแนนหนา อาวุธยุทโธปกรณทำ�ลายลางสูงเครื่องสนามพรอมพรัก 24 25


จากกองทัพอันแข็งแกรงแกวนกลาหาวหาญ โอ..ผีเสื้อเมืองมีหูมีตามีจมูกผีปาผีเขาผีอะฮักมีรูดากฮูขี้ นับนานตอมาเชือนชาตอวัน บะหมี่กึ่งสำ�ร็จรูปผลิตแทบบทันความตองการ ดอกไมนานาชนิดก็บตางใด มีความรักมาใหมีหัวใจมาฝากอยางบแหงเหือดหาย และเงื่องหงอยงอยเปลี้ยเสียขาตามืดมัวเปนใบปากกืก แทรกชอนยังเริงราแยมยิ้มแจมใส และปง!ปง!ปง!ตามแบบฝก อา..ไดใชจริงเสียที รางแลวรางเลารวงกองถูกลูกหลง ก็ยังเริงราแยมยิ้มแจมใสบเปนไรบอกเลยวาบเปนไร แบบเมืองพุทธนิรัติศัยและดินแดนแหงรอยยิ้ม อยางเบิรดเบิรดชั่วนิรันดร...

24 25


อรอาย อุษาสาง เธออยู่ที่ไหน... (๑.) ออนซอนเด... เสียงแกวงกระดิ่งแกว กวักขวัญเขามูนมังอีสาน โฮมตุมกาลเวลาฮอยซาติ บใหเหลิงลืมสน ในแซวแซวเอิ้นนั่น ยอนภูมิปญญาของพื้นถิ่น แปลกหนา แปลกเสียง ภาษาคอย จิตวิญญาณ เทิงใจนี้ หากอุนเย็น (๒.) ...เชนเดียวกับรูปรอยบนพรมผิวน้ำ� ฉันเฝาคนหารางเงาของเธอ สะบั้นเครื่องเคราของพรมแดนภาษา ศาสนา ประวัติศาสตร กระทั่งมายาภาพคติชน ดนดั้นในกระแสเลือดวกวนแหงมวลแมน้ำ� ของ ชี มูล เบื้องหนาผืนผาใบอันเลือนราง รายรอบเงียบงัน ฉันขีดเคารอยของเธอบางเบาดวยดินเหนียว ปรากฏลึกในแกนสารสมรภูมิ พรมแดน และการแยงชิง เธอดีดดังบทเพลงพิณ ทำ�นองเกราะกราวของโปงลาง รัวเรงลำ�นำ� ดวยพรมนิ้วนับลมหายใจบนบันไดเพลงแคน แถน เทพไทตางอวยพรใหเธอสุขสงบ 26 27


แตประวัติศาสตรกลับฉีกกาย ใจ และจิตวิญญาณของเธอเปนริ้วรอยแหวงวิ่น พรากมวลอณูแหงเม็ดดินดวยไฟ และเสียงคำ�รามของความฉอฉล ฉันแทบหลงลืมไปแลวนานยาวสักรอยป เธออยูที่ไหน... เธออยูที่ไหน... (๓.) มาเดอขวัญเอย...มาอยูในคีงแกวออน มาจ้ำ�ตอนปลาแดกนอย ไหเกาแตปางบรรพ มาสรรคสรางอีสานฮวม ใหมเกา อยาไดวา ทุกมื้อนี้เต็มทีแลว คืนมาสาเดอขวัญเอยฯ

26 27


บทกวีแปล ISHI

Scott Ezell เขียน ปรีดาวรรณ แปล 1. ลิ้นทำ�มุม 90 องศา สนทนาภาษาเถื่อนทื่อ นำ�คนคูสูความวางเปลา, ที่รายลอมดวยเสนผมและมวลดอกไม การเนาเปอยผุพังของผลไม และความรัก และเซ็กส, ทุกอยางลวนตกตะกอนแนนิ่ง สูกระบวนการทางเคมีอันเงียบงัน, แอลกอฮอลและเสียงหึ่งของผึ้งขยับปก, กลิ่นอายแหงความหวาน. เครื่องยนตตำ�รวจไดสับ-เปลี่ยนทองฟา ใหกลายเปนดอกธิสเซิลแหงเสียงและความหวาดกลัว ขาหยิบยกแมน้ำ�สายหนึ่งขึ้นพาดสะพายไวบนแผนหลัง, เสมือนดั่งเสื้อคลุมของบาน ที่สวมใสจาก ไหลซายขามไปยังไหลขวาของโลก, โอบลอมลำ�ธารและโขดหิน.

29 28


กระดูกมันวาว สะทอนนัยนตาขา, หมวกแหงความวางเปลา, ลิ้นแหงเกลือของขา กำ�ลังละลายกลายเปนคำ�พูดนานา ขาพูดกับเจา. 2. ถึงความลับของขา ที่ขาไดคนพบและลบมันทิ้งนับพันครั้ง ดอกไมจากผิวพรรณของเจา, เมล็ดพันธุของขาเติบโต จากดินของเจา. ขาคือหมีใจดีตัวหนึ่ง, ที่เสียเวลาอยูกับเพทุบายของคณะละครสัตว. ขามีอุงเล็บที่แข็งแกรง, และโอบอุมเจาดวย สองมือแหงความตายที่หยิบยื่น. พวกเราคือโซและกรง, พวกเราเปนอิสระ.

29 28


ชามกลางคืน ฝนยังเขา หนาวจะมา ดอกหญาเอย ไง รน ทานบรรณาธิการหนุมผมยาวมาดนิ่ม นายมะสังของใครบางคน ไมไดเจอกันนานนักหนา หวังวายามเมฆฝนบนฟาหนาดกและพรางตกเปนน้ำ�ตาบาไหล เชนนี้ วัยวุฒิที่ลวงผานจะทำ�ใหคุณวุฒิของนาย ผูเสมือนดอกไมสดใสในนามบรรณาธิการ เบงบานขึ้นตามกาลเนอ บรรณาธิการ บอกอ (บักโกรกหรือเปลาวะ) ตำ�แหนงที่สามารถทำ�ใหการไหลเชี่ยวราวน้ำ�ปาของหวงอารมณประทุคลั่งรอนแรงของวัย หนุมรุกโชติและเผาไหมไปอยางสุขุมเครงขรึมขึ้นตามวันวัยอุดมดวยความรอบรูและมั่นคง ถึงพรอมดวยวิจารณญาณอันแกกลาขึ้นตามลำ�ดับ... ไมไดเปนความหวังที่มากเกินไปใชไหม ความหวังที่จะตักตวงและดื่มกินเอาจากมหากำ�ลัง เหลือเฟอและถั่งทนของวัยหนุมที่อัดแนนตึงเปรี๊ยะปานจะแตกปริอยูในกายสูงเพรียวระบัด ไหวของนาย พลามมาหลายบรรทัดยังไมเปนความ... จดหมายวรรณกรรมอายุยางเขา 365 คูณ 3 วัน เขาไปแลว ถึงวันนี้มีอะไรดีดีใหมใหมไหม เราก็ยังไมรูนะ ตองใหคนอานบอกนาจะดีกวาหนอ แมตัวเรา เองก็ไมไดคาดหวังเอากับจดหมายนี้มากมายอะไร หวังแควาอยางนอยไดเขียนถึงเพื่อนพี่นองบางตามประสาคนชอบอานเขียนเหมือนกัน ไมเจอกันนานโข งานการเปนไงบาง เหมือนอยางที่คิดอยางที่ฝนอยางที่ตองการไหมนอง ที่ วาจะทำ�งานเก็บเงินเพือ่ เอามานัง่ เขียนนวนิยายนะ ไปถึงไหนแลว ไดเริม่ ลงมือหรือยังหนอ... สวนพี่ก็ยังเหมือนเดิม เขียนนิทาน แตงเพลง บทกวี สารคดี วรรณกรรมเยาวชนและถายรูป เห็นแลวเหมือนเยอะแยะยกมาขู เปลา... 30 31


มันก็ไมไดมีงานเลอเลิศอะไรกะเขานักหรอกนะ แตก็ทำ�เทาที่ทำ�ได เวลามีไมมากนัก ก็ของมันมากกวาชอบนะนะนายคงเขาใจแหละ ของแบบนีบ้ างทีสรางงานที่ เราคิดวาดีออกมาไดเพียงชิน้ เราก็คดิ วา “ฟลุค” มากมายและยังคิดตออีกวา (บางที) เหมือน มัน “ก็แลวแตวาสนา” นะ (บางทีนะ) เอาละหวังวาชีวิตนายคงจะมีความสุขนะรน กาวหนาในการงาน สวนเสนทางสายความฝน นั้นจะรกรางวางไรหรือเปลี่ยวเปลาหนาวสะทานอยางไรไหม นายเทานั้นที่รู แตหวังวานาย คงยังเลี้ยงดูฟูมฟกมันอยางดีนะ เรานะเชื่อและหวังของเราเองวา คนหนุมหยุดฝนเมื่อไหรก็เริ่มแกชราเมื่อนั้นและอยาไดไป หวังอะไรกับวันพรุงนี้เลย นอนใหวันคืนแทะเล็มเถิด เออ ขอบนอีกหนอย น้ำ�ทวมประเทศของเราอยางนี้ คนโฉดชั่วยังเหลิงอำ�นาจ คนโลภยัง ตะกราม คนถอยทรามยิ่งหยาบชา คนหลงผิดยังวกวนหลงทาง มีสิ่งปฏิกูลมากมายกองถม เกินกำ�จัด บรรดาผูเ กลียดชังการปฏิวตั แิ ตกระทำ�สิง่ ทีต่ �่ำ ชาชัว่ ชากวายังคงเดินหนาไปสูค วาม หายนะของตน นรกนั้นลนแลวพวกเขายังแยงยื้อกันลงไปอีกหรือ... เราไมถามวานายเปนพวกนี้หรือเปลา ไมจ�ำ เปน พูดอยางนี้อยาคิดวาเรากวนตีนแกวงปาก หาบาทาใครนะรน มันเปนแคทัศนะของเรานะ แตเราไมเปนพวกไหนและเราเชื่อวานายเปนคนดีคนหนึ่งนะรน รน คนหนุม นายก็บรรณาธิการคนหนึ่ง ยอมมีวิจารณญาณแยกแยะดีชั่ว ถูกผิด สมควรแกเหตุอันคำ�นวณไดดวยตัวเองวาอะไรควรไมควรอะไรคือความถูกตองดีงาม ภายใตกฎหมายที่เที่ยงธรรมและไมไดขึ้นตอ “นอมินี” ของใคร เอาหละขอจบแคนี้ โชคดีนะรน (เราแนบบทกวีสั้น ๆ มาดวย ตัดลงเอาเองตามใจนะ) ดวยความจริงใจ

30 31

ชามกลางคืน


ฝนกระหน่ำ� พระจันทรนวลแจม พระอาทิตยนิ่งเฉย หญาเนาอยูใตบาดาล ที่ปดน้ำ�ฝน กระฉับกระเฉง ปาดน้ำ�ตา ทิวตาลตานฝน คลื่นใบขาว ไหวเพยิบ นาขาว สำ�ลักน้ำ�ตาย ทะเลสาบครอบครอง ทางกลับ แนวตนไมใหญ ทะมึนสงบ ปกกิ่งชำ� อาบฝน ความหวังแตกตาคอย กระสอบทราย ไมอาจปองกัน ความกังวล เอออาบ... ความเศรา เกินคณานับ 32 33


ทุงดอกไมหนึ่ง วูบวาบหวั่นไหว สั่งลา... ฟาสด กมหนามองดิน เห็นตัวเองในน้ำ� รังนกปลายไม ใกลชิดผิวน้ำ�ที่สุด ยามนี้ กลางคืนเจิ่งนอง สงสาร หัวใจคน สัตว สิ่งของ ในความมืดเงียบ เสียงหยดน้ำ�แผวๆ ทำ�ลายความวิเวก น้ำ�พลานมา ฝูงปลาคึกคะนอง วายกินยอดไมบนคอนโดฯ ฝนกระหน่ำ� ฟาแตกทะลาย ขโมยยิ้มเด็กไมได

32 33


รน บารนี สวัสดีครับพี่ชามกลางคืน ลาชาไปมากเลยสำ�หรับจดหมายวรรณกรรมฉบับนี้ (เปดหนังสือคูมือจนกระดาษ เปอย สำ�หรับการหัดจัดหนาหนังสือเองโดยผม ถูไถจนออกมาไดเทาที่เห็นนี่แหละฮะ) ฝากเรื่องสั้นๆ มาทักทาย หายวันหายคืนนะครับพี่

เลือน “เด็กคนนี้ เมื่อโตขึ้นจะเปนหมอ” รกสายกระหวัดคับลำ�คอ แนน ฉันไดยินชัดเจนที่หมอคิด ประโยคบอกเลาเชนนี้ สายรกนั้นสูบเอาผิวเนื้อของแมฟามฟบลงทุกขณะหายใจ ประหนึ่งทรายรอนซับละอองฝน กลางสุริยฉายทั้งเจ็ดแผดรังสี ทารกลอดรางออกมาเปลงเสียงรองแรกฟงไมไดศัพทในคืน เพ็ญทามแมลงกรีดปก ไมนานตอมา ไมเกินสองสัปดาห ผิวเนื้อนั้นพองสูบอากาศและซับ มวลความชื้นเปลงปลั่งรับแสงรังสีเจ็ดตะวันนั้น เติบโตเปนไมใหญแผดสาขาจรุงดอกชั่วนา ตาป ฉันเก็บไดหนึ่งเมื่อฉันอายุสิบป ดอกนั้นฉม กลีบนั้นช้ำ�บอบบางเมื่อตกตองดิน จำ�ไดวา กลิ่นนั้นประหลาด แปลก คลุงคาว สามพันปกอน กำ�เนิดดอกไมบนเหล็กเขลอะสนิม ฉันเคยอานพบบนหนาหนังสือพิมพใน คอลัมนโบราณคดี ดอกไมนั้นบานทุกๆสามพันป ไรกลิ่น แหลงขาวพากยไทยอางอิงจาก หนังสือพิมพของดินแดนหมื่นปที่ตางก็สมอางตำ �นานสะระตะ เลือนจาง..หากจับความ ไดวาดอกไมนี้ชุมฉ่ำ�เติบใหญโดยเลือด -จะใหดีคุณตองบูชาดวยสัตว ดอกไมนี้ไมโต ดวยมนุษยประคบประหงมหรอก ไมเปนไร..อยากังวล มันทรหดเกินกวาคุณจะรดดวยโลหิต มนุษยชั่วนาตาป สัตวยังมีมากกวามนุษยนับอสงไขย อยาลืม.- ฉันแววกังวานเมื่ออานจบ “เด็กคนนี้ เมื่อเติบโตขึ้นจะเปนผูกลา” พรอมกับเสียงลั่นไกทระนง หลังไหลของพอตั้งตรง ราวกับไมบรรทัด กอนวกขอเล็งนิ้วเกร็งจอขมับของขาพเจา เสียงกริ๊กแวววาบ ครั้งเดียว 34 35


กอนกัมปนาทจะอุกอั่งทะลักปลุกขาพเจาจนโยนตัวตื่น เหงื่อกาฬซึมโซม ภาพฝนยังติดตา ในอีกสิบสองปตอมา ที่ติดมือมาดวยคือภาพถายศาสดาหนึ่ง หลังกระดาษนั้นบรรจุเรื่องเลาของแม บวงสรวง พระองคเชาจรดเย็นทุกๆวันกอนตายดับ ไมเปนระเบียบหากชัดเจน ระหวางบรรทัด ฉัน อานชาๆ ขณะเดินจงกรมวนเวียนรอบเมรุในศาสนสถานเซนไหวกลางดินแดนหมื่นๆปรอบ แลวรอบเลา ชาๆ ฉันหยิบสมุดบันทึก ประจงหยิบซากดอกไมบอบบางกอนวางสักการะบน พาน ปาดขอมือตอชีพชุม ชืน้ ใหกลีบใบ หอม..หอมกลิน่ ธูปควันเทียนและดอกไมสดทีส่ ะพรัง่ ขึ้น ไมมีผูคนรอบขาง เลือดหยาดหนึ่งปรุลงบนภาพ..ฉันอานออกเสียงดวยอากัปบริกรรม คาถาเฉกบทอาเศียรวาททีไ่ มเคยไดยนิ มอบแดพทุ ธองคเปนบัดพลี กำ�นัลแดรา งลาลับ กำ�นัล แดไมใหญแผดจรุงดอกชั่วนาตาป เชนนั้น เชนนั้น... ละอองนั้นปลิวจากในตาฉ่ำ�สนิม ปลิวมาแตปที่แลว หอบรำ�พันระลึกถึงโลหิต ดาษเมือง รำ�พึงเลือกที่จะฉลักไวที่คอนกรีตประทับรอยแหวงวิ่นของกระสุน เปลือยฉีกราง เขม ชัด วงกลมสีน้ำ�เงิน ฉันเห็นประปรายตามบาทวิถีเปอนยิ้ม อารยชน ภายในวัดวาอาราม ฝูงกาฝูงแกนิง่ งันฟงเสียงเหยือ่ กอนจิกตีปก ตัวเอง จิกตี จิกตี กอนถลาแบะอกลงเสียบชอเพกา เลือดเยิ้มยอยของมันสีดำ� ดำ�ชัด เหมือนความฝนสีดำ� ฉันระเรื่อยริมบาทวิถี ซอกซอนตามเสียงแววที่วา “ประเทศนี้มีแตคนเปน” ย้ำ�กังวานย้ำ�สำ�เนียง ใบหนาผูคนดูเฉยเมย ใบหนาส่ำ�สัตวก็ดูเฉยเมย ไมมี ดอกไมบานวสันตฤดูนี้ใหพักมอง จะมีก็แตประกายฟลูออเรสเซนตสาดสบตา พราจารางเลือน ฉันรูสึกถึงโลหิตหลามไหล วับวามสาดคาว..ภาพมันสมอง ทะลักขึ้นปนเป สับสน ธุลีนั้นปลิวจากของเหลวเนืองนองถนน มากมายราวกับแมลงวันในฤดูรอน ทับ ทวมทะลึ่งเสียดหาวเวิ้งวางในไมกี่นาที ยังมีฝูงนกมาสมทบ ตางโกงคอเพรียก คู เริงร่ำ�ยักยายโกงคอตรงนั้นทีตรงโนนที “ทำ�ไมนกจากพรากจึงบังเกิดในดิน แดน” ไมมคี ำ�ตอบทีว่ นุ วนในกะโหลกศีรษะของแก -กะพริบตาทำ�ไม- ฉันไมทนั 34 35


ไดเอยถาม นกนัน้ สลัดปกละขนแผวเบาพรอมเพรียง เปลือยเปลาจอยรอย พลัน รวมหมูท ะยานทัง้ ปกเปลือยโผสูเ วิง้ นัน้ และพยุงรางชัว่ นาตาป นัน่ เปนภาพทีฉ่ นั มองไมเห็น ฉันสุมเพลิงหนังสือของศิลปนแหงโลกประเทศเสร็จสรรพกอนลากรางเปอน ความฝนชะลางมลทินในหองหับอวลสาปสางสติปญ  ญาสุมรุม ความเชือ่ ความ รักความดีความงามความจริง.. ตอแหลทัง้ เพ.. หลอนพูด หลอนกระซิบเชิญชวน พรอมเกร็งนิ้วควักลูกตา “รูไหม สุริยเทวีในดินแดนตะวันออกนั้นกำ�เนิดมาจาก การชำ�ระลางมลทินในดวงตาขางซายของเทพเจากลัวเมีย นั่นเปนตนตอของ บรรพบุรุษจักรพรรดิตอมา” หลอนเปลือยราง สวย เพรียว ใหรูสึกเปนกันเอง และวานอนสอนงาย ฉันพูด -จองมองเพศกอนซี แลวเราจะแยบคายกันใหถึง พระเดชพระคุณพระบาทที่เคยสักการนั้นเปนเชนไร? หลอนถามแก ฉันสดับ คุณสับสน ผม จะเลาใหฟง -ระยำ� เทวทัตจุตชิ า ไปนับอสงไขย หากหมอเคยผานสายตาชำ�เลือง ในบางดินแดน หมอจะเห็น คนยังอิม่ พวงพี เลือนลืมจริงจังไปแลววาหากระสุน คือความร่�ำ รวยแนบอาชญากรรมอีกรูปแบบทีเ่ คลือบดวยยารักฉมหอมบาดแผล ถึงตาย พวกคุณรับสัมผัสบางไหม?- หลอนไมสนใจ หลอนหอบผงฝุนนั้นขึ้น รูปบนซากรางฝูงนกทับทวมหองหับเต็มแนนหนังสือ กอบเอาเลือดสีดำ�กาแกที่ เยิม้ ยอยชอเพกาแตมสี โปรยขาวตอกดอกไมลนั่ ชุดหินเหล็กไฟลนธูปลามเทียน บวงสรวงและบริกรรมคำ�หวานกอนจบคำ�... ทรงพระเจริญเถิดพระพุทธองค “เราคือฆาตกร..” ใครบางคนรำ�พึง.

36 37


ประทีปน้อย ศิษย์อรพรรณยิม กราบเทาคุณ รน บาร(โย)นี อาจเปนเวรเปนกรรมของทานที่ตองไดอานจดหมายนี้จากผูเขียน อาจเปนโชคชะตาของคุณที่ถูกบั่นทอนลงบางจากผูเขียน มนุษยคงเปนคนดีหรือเลวได แตดีไดไมทั้งหมด.............และเลวไดไมทั้งหมด............... เพราะมันเปนมนุษยธรรมดาไมใชมนุษยเทวดา แนนอนวาผูเ ขียนก็เปนมนุษยธรรมดาคนหนึง่ ทีพ่ อรูจ กั ความดีงามอยูบ า งแตจะกระทำ�อยาง ไรนั้นบางบางอารมณ แตบางทีกไ็ มอาจทำ�เลวไดตามอารมณเทาทีค่ วรเพราะสถานการณบบี บังคับ (หรือทำ�ดี) (วะ) ผมขอตัดตอนบางบทบันทึกธรรมดาจากมนุษยธรรมดาที่บางทีอยากเปนเทวดา แตบางทีก็ อยากเปนมารสุรา........ ทามกลางสายฝนที่เปยกปอน ตอนบายแกพรำ�เหนอะหนะ มีสุราแบนยอมอารมณอยู 1 ถึงสอง ไมมีเสียงเพื่อนอื่นนอกจากเสียงเพื่อนธรรมชาติ วันนีด้ �ำ นาไดครึง่ เชาตองเลิกลงกลางครัน เหตุเพราะฝนบายมาแรงและฝนดีกรี ในขวดใส หรือเพราะดีกรีมันแรงถึงขั้นหัวรางขางแตก “คิงหยะอี้กาบาหา” “ใจเย็นเปอนมันเมินมาแลวหลอ” “คิงโจดเมียฮาแลวเฮอฮาใจเย็นกา” “มากะบะฮาจะโจดหัวคิง” กลายเปนวินาศกรรมเล็กๆ ของชุมชุนเมื่อตองวุนวายพากันไปโฮงยา “บายคลอยมาถึงเย็น กับแกลมตามยถา ความเมาเริ่มมาสุราเริ่มฝดคอ” (บางตอนจากเรื่องบายเบาๆ ของเรากะสุรา)

36 37


ไมอยากเชื่อวาผมจะอยูลำ�พังกะสาว 16 ถึงสองคน นองเขาเมาผมไมไดมอมนะ มันมอมผมตางหาก ดี กำ�ลังคึก (เด็กมันเลนกะกูแนๆกูจะเอาใครดีวะ...........) (รุนนี้ใครก็ไดโวยตามเกม.........) (มันคงกะลังแยงกัน..หึๆ) การเดินทางไกลพอสมควรกวาจะเขาถึงในเมือง สองคนสองสาวเปนเพือ่ นกันมาแตประถมคนหนึง่ สวยอีกคนนารัก (ยิม้ นารักดี) (หรือวามันจะรุมกูวะ..หึๆ) ความจริงผมไมใชคนแบบนีห้ รอกนะแตบางทีสญ ั ชาตญานมันก็มพี ลังมากกวา คุณธรรม สองสาวนอยคุยกันภาษาถิ่นตลอดทางโดยมีผมแอบฟงอยูขางๆ นานๆ ทีจะหันมาคุยกับผม (คงอานเชิงกูละสิ) (โรงแรมไหนดีวะตังก็ไมคอยมี มานรูดก็พอมั้ง) (บางตอนจากเรื่องสองสาวสิบหก) “ของหมูเจาทอสามของขอยทอสองมันสิเปนหยังเดวหนิ” “บอไดมันบอไดตามกติกาเขาตั้งมาแลววาใหลงแขงเฉพาะทอสามทอนั่น” “ทอสามจัง๋ ไดมนั กะซะนะอยูแ ลว ลูกหลานมีทอ สองกะอยากสิขอจุดบูชานำ�แน” “มันคนละทอเพินบอใหขึ้นฐาน ตองเปนไปตามกะติกาเดอหลา” คณะกรรมการไมยนิ ยอมใหเราเขาแขงขันเพราะขนาดทอไมตรงกับทีต่ งั้ กติกาไว ซึง่ พวกเราก็ยอมรับไดเพราะจริงๆ ปญหาเกิดจากการสือ่ สารผิดพลาดของพวก เราเอง แตยงั ไงก็นกึ เสียดายเพราะอุตสาหมาแลวก็อยากจะวัดกะรุน ใหญเหมือน กันประมาณวาไมมีอะไรจะเสียแลว “เปนจั๊งไดหลาคึเอาทอสองมา” “โอยหมูข อ ยกะคึดวาทอนอยกวาซ่�ำ ตอให ทางบานผมเขาใหขนึ้ ฐานอยูเ ดหละ” “กติกาบั้งไฟสากลเพินกะใหจุด” “กติกาเพินออกมาสากลแลวจากสมาคมบั้งไฟแหงประเทศไทย” “แลวบั้งไฟมาแตบานไดละหลา” “มาแตทางอีสานผูนละครับ” 39 38


“โฮมาแตทางพูนเลยบ มาแตบานไดหละ” “รอยเอ็ดครับ พนมไพร อาจสามารถ นี่หละ” “คือๆ บั้งไฟดีตั๊วหนิ บานบักลูกเขยขอยดิ๊นั่น เพิ้นคือบอใหจุดนอ” (บางตอนจากเรื่องผลพวงจากทอสอง) กราบสวัสดีทุกทานของจดหมายวรรณกรรม ไมนานเพลาคงไดไปคารวะ...

39 38


บทกวีรับเชิญ เชือดไก่ให้ลิงดู ๏ เชือด เนื้อเถือกรีดให ถึงหนัง ไก แกกักกรงขัง กอนดวย ใหลิง นบประนัง นอบกราบ ดู กอนเมื่อมอดมวย แมนสิ้นศรัทธา๚ ๏ อยากเชือดไกใหลิงวิ่งมากราบ น้ำ�ตาซาบซึ้งใจในโทษา ยิ่งเชือดคอขังกรงลงอาญา ลิงยิ่งสิ้นศรัทธาลงทุกที เพราะลิงรูอยูวาถายอมออน ไมมีทางถอดถอนปลอกคอหนี เปนทาสนายใชงานกันทั้งป กินกากเดนเกณฑพลีเพื่อเจานาย หมูลิงจึงดึงโซกระชากผูก แตลิงลูกถึงชรามามากหลาย ไมอยากอยูใตตีนจนแกตาย ตัวจะพลอยฉิบหายก็ชางมัน จึงถามคนที่คิดจะเชือดไก เอาอวดใหลิงกลัวมัวขบขัน ตอนนี้คุณเปนคนที่เชือดฟน คิดหรือจะไมถึงวันถูกเชือดเอง? ทัศน์ระพี สุขเจริญ 40 41


สุจิตต์ วงษ์เทศ www.sujitwongthes.com

หมายเหตุคณะผูเขียนจดหมาย ขอขอบพระคุณอาจารยสจุ ติ ต วงษเทศ เปนอยางสูง ทีอ่ นุญาตใหนำ�ภาพมาใชโดยไมสงวนสิทธิ์ ถือเปน เมตตาที่ทำ�ใหจดหมายกรรมมีลูกเลน และเพิ่มสีสันดวยการ “อาน” จากตนฉบับลายมือ. 40 41


ขอแนะนำ� (ยังประกอบดวยบทความที่เขมขนถึงผง เชนเดิมกับวารสารอานฉบับใหม)

Untitled ปที่ 3 ฉบับที่ 3 เมษายน-กันยายน 2554 วารสารรายสามเดือนเพื่อการอาน ราคา 200 บาท โทรศัพท 02-8636061-2 โทรสาร 02-8636061 อีเมล readjournal@gmail.com

(แคนโตสำ�หรับหนังสือเลมนี้) . . แซบ แสบ ทรวง . . Headline Publishing ราคา 165 บาท ความบันเทิง 253 หนา 42 43


เกี่ยวกับเรา

คณะผูเขียนจดหมาย: กำ�เนิดขึ้นดวยมิตรภาพทางวรรณกรรม มีวัตถุประสงคเพื่อเผยแพรงานวรรณกรรม ในรูป แบบจดหมายวรรณกรรม คณะผูเขียนจดหมาย: ภูมิชาย คชมิตร ภู กระดาษ อรอาย อุษาสาง ชามกลางคืน จารุพัฒน เพชราเวช รน บารนี สรอยสัตบรรณ นทธี ศศิวิมล Lily Cu ฯลฯ ศิลปกรรม: คนเก็บฝน จำ�ปา วงศสงา ป.ล. 1. รายชื่อที่ปรากฏแปลกไปจากฉบับกอนหนา: ศักดินา ฐานันดร, ชาคริต แกวทันคำ�, มาโนช พรหมสิงห, คนดอกไม, ภาณุพงษ คงจันทร, นฤมิตร ประพันธ, อุดร จารุรัตน, อุมาพร ตันติยาทร, ปรีดาวรรณ, ประทีปนอย ศิษยอรพรรณยิม, ทัศนระพี สุขเจริญ, สุจิตต วงษเทศ 2. คณะผูเขียนจดหมายมีความยินดีรับพิจารณาตนฉบับเรื่องสั้น บทกวี ความเรียง บทสัมภาษณ หรืออื่นๆ ที่มีความยาวไมเกิน 10 หนากระดาษเอสี่ โดยปราศจากคา ตอบแทนเปนเงินหรือสิ่งอื่นใดที่เกินกวาวาสนา 3. คณะผูเ ขียนจดหมายขอบคุณทุกทานทีเ่ ขียนจดหมายและสงโพสทการดไปถึง และทุก ทานที่เกื้อหนุนในดานตางๆ เสมอมา ขอบคุณเปนอยางสูงยิ่ง สำ�หรับทานที่สนใจหรือสงสัย โปรดติดตอไดที่: คณะผูเ ขียนจดหมาย 173 หมู 10 บานโพธิต์ าก ต.บานผือ อ.หนองเรือ จ.ขอนแกน 40240 email: letterliterature@yahoo.com หรือ facebook: จดหมาย วรรณกรรม 42 43


44

สุดแท้แต่วาสนา  

จดหมายวรรณกรรม ปีที่ 3 ฉบับที่ 3 ลำดับที่ 13

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you