Issuu on Google+

งานวันเล็ก-ประไพ ราลึก ครัง้ ที่ ๔ ถอดเทปเสวนาเรือ ่ ง... ทุกขภ ัยก ับสายใยใน ั สงคม วันศุกร์ ท่ี ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ อาจารย์ศรี ศกั ร วัลลิโภดม อาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์ และวลัยลักษณ์ ทรงศิริ

คุณวลัยลักษณ์ ทรงศิริ


งานมูลนิ ธิเล็ก -ประไพรํ าลึก ปี นี เ้ ป็ นปี ที่ ๔ ปี นี เ้ ราจัดในหัวข้ อ เรื่ อ ง " พลิกฟื น้ คืนคุณธรรมแก่แผ่นดิน" ถ้ าท่านติดตามการอภิปรายของพวก เรามา การพบกันครัง้ นี ้เป็ นครัง้ ที่ ๔ ก็พอจะเข้ าใจ ถึงแม้ ว่าหัวข้ อเรื่ อง ของเราค่อนข้ างจะหนักสักนิดหนึ่งว่า " คุณธรรมคืออะไร " และ " จะ พลิกฟื ้นคืนคุณธรรมแก่แผ่นดินได้ อย่างไร " ต้ องถามอาจารย์ ศรี ศกั ร เพราะว่าสืบเนื่ องมาจาก เหตุการณ์ บ้านเมื อ งที่ เพิ่ ง ผ่านมาเมื่ อ ไม่ กี่ เดือนที่ผ่านมานี ้ว่าเกิดอะไรขึ ้น สัปดาห์แรกเรามีอาจารย์สลุ กั ษณ์ ศิวลักษณ์ กับอาจารย์ศรี ศกั รมาช่วย ตีความ ก็พูดกันสนุกมากในเรื่ องของ " ทําไมต้ องพลิกฟื น้ คืนคุณธรรม แก่แผ่นดิน " สัปดาห์ที่สองเรามีเรื่ องของ " คุณธรรมในวรรณกรรมไทย " ซึง่ มีท่านอาจารย์ภาษาไทยสองสามท่านได้ มาช่วยพูดถึงช่วงวิกฤติของ บ้ านเมืองนันวรรณกรรมมี ้ ส่วนในการที่จะช่วยจรรโลงคุณธรรมหรื อว่า จรรโลงความเข้ าใจ ในเรื่ องความถูก ความผิด ความถูกต้ อง ความดี งามได้ อ ย่ า งไร ครั ง้ ที่ ส ามเมื่ อ อาทิ ต ย์ ที่ แ ล้ วมี คุ ณ นิ วัติ กองเพี ย ร อาจารย์ประสาท ทองอร่ าม คุณศักดิ์ศิริ มีสมสืบ เป็ นศิลปิ นทังนั ้ น้ ท่าน ก็มาพูดเรื่ อง " แม้ นศาสตร์ ศิลป์ก็ไม่สิ ้นคุณธรรม "


อาทิ ต ย์ นี เ้ ราได้ รั บ เกี ย รติ จ ากท่ า นอาจารย์ ย งยุ ท ธ จรรยาลัก ษณ์ อาจารย์อยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความสนใจ ทังทางด้ ้ านศิลปวัฒนธรรมและวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะทางชีววิทยา อาจารย์ค้ นุ เคยกันดีกบั ท่านอาจารย์ศรี ศกั ร วัลลิโภดม ซึ่งเป็ นคนเรี ยน เชิญท่านอาจารย์ยงยุทธมาด้ วย และท่านอาจารย์ศรี ศกั รค่ะ ทังสี ้ ่ห้าเรื่ องเราได้ คยุ กับอาจารย์ศรี ศกั รว่า ในช่วงวิกฤติของบ้ านเมืองที่ ผ่านมานี ้ มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ ้นอย่างไรบ้ าง และในช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมา ตั ง้ แต่ ปี ๔๑ มานี่ ค งเห็ น ว่ า มี ป รากฏการณ์ ท างธรรมชาติ ด้ วย ผสมผสานกับเหตุการณ์ วิกฤติในบ้ านเมืองด้ วย ทัง้ เรื่ องที่ไม่เคยเกิ ด ขึน้ มาก่ อ น เช่ น สึน ามิ ที่เ กิ ด ขึน้ ในแถบเอเชี ย ซึ่ง ไม่ เ คยเห็ น ว่า วิก ฤติ ร้ ายแรงขนาดนี ้ และภายในสองปี ที่ผ่านมาก็เห็นว่า สิ่งที่วิกฤติหนักเลย ก็คือเรื่ องของธรรมชาติ เช่น เรื่ องของอุทกภัยที่เพิ่งผ่านมา คือดิฉนั ก็อยู่ ในเขตเมืองกรุงเทพฯ ในเขตปริ มณฑลด้ วยเหมือนกัน ก็ไม่ได้ ร้ ูสึกอะไร แต่อาจารย์ศรี ศกั รกับท่ านอาจารย์ยงยุทธท่านชอบเที่ยวตระเวนไปทัว่ ท่านก็เห็นว่า ตอนนี ้บ้ านเมืองเกิดอุทกภัยขึ ้นและมองว่าสิ่งเหล่านี ้ไม่ใช่ เหตุการณ์ธรรมชาติอย่างเดียว แต่วา่ เป็ นฝี มือของมนุษย์ด้วย


การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้ อมและในทางมิติทางประวัติศาสตร์ ที่มี ความลึกมากกว่าเรื่ องนํ ้าท่วมธรรมดานี ้ จะเป็ นอย่างไรบ้ าง วันนี ้ทังสอง ้ ท่านจะมาคุยให้ เราฟั ง วันนี ้เป็ นวงแคบๆ แต่ว่าอยากจะเรี ยนเชิญให้ ทกุ ท่านได้ มีโอกาสในส่วนร่ วมในการเสวนาพูดคุยกับท่านอาจารย์ทงสอง ั้ ท่าน และถือเป็ นโอกาสดีในวงเล็กๆ แบบนี ้ เราจะมีเวลาประมาณถึง ทุ่มครึ่งในการที่จะคุยกัน ก็จะเรี ยนเชิญอาจารย์ศรี ศกั รช่วยเปิ ดประเด็นว่า วันนี ้เรามาคุยกันเรื่ อง

อะไร แล้ วทําไมจะต้ องมายกเอาเหตุการณ์ เรื่ องทุกข์ภยั หรื ออุทกภัยที่ เกิดขึ ้นภายในสองสามเดือนที่หนักมากนี่มาคุยให้ พวกเราฟั ง เรี ยนเชิญ ท่านอาจารย์ค่ะ

อาจารย์ ศรีศักร วัลลิโภดม


ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ สิ่งที่จะมาพูดกันวันนี ้ผมอยากเท้ าความไป ถึ ง ว่ า ขณะนี บ้ ้ า นเมื อ งเรานี อ้ ยู่ใ นภาวะที่ เ รี ย กว่ า วิ ก ฤติ วิ ก ฤติ ท าง เศรษฐกิจ การเมือง สังคมและธรรมชาติ วิกฤติหนักเลย ในช่วงเวลาสิบ ปี ที่ผ่านมานี ้ เราเห็นวิกฤติอนั แรกคือวิกฤติความล้ มเหลวทางเศรษฐกิจ ฟองสบู่แตก ยับเยินเลยครับ อันนีก้ ็แก้ กันแบบเรื่ อยๆ มิติที่สองคือมิติ ทางการเมือง ในช่วงเวลาสามสี่ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นใช่ไหม ในวิกฤติ ทางการเมือง เราถูกครอบงําโดยโครงสร้ างเดียรฉาน ทําไมผมถึงว่า โครงสร้ างเดียรฉาน เพราะว่าเป็ นโครงสร้ างใหม่ที่เข้ ามาทับสังคมไทย แต่เดิม ด้ วยระบบเศรษฐกิ จทุนนิยมเสรี ปลุกให้ คนกลายเป็ นปั จเจก บุคคล ความเป็ นปั จเจกบุคคลนี ้คือแต่เดิมคือเป็ นเดียรฉานไม่ใช่มนุษย์ เอารัดเอาเปรี ยบ ฉะนันสั ้ งคมไทยพัฒนาโดยที่ไม่มีมิติทางศาสนาและ ศีลธรรมเลย ตรงนีเ้ ป็ นวิกฤติที่น่ากลัวมาก จากวิกฤติทางการเมืองที่ เกิดขึ ้น ถึงแม้ ว่าเคลียร์ ไปแล้ วตรงนี ้ก็เกิดวิกฤติทางสังคมเป็ นผลตามมา เพราะว่ามีวิกฤติทางสังคมเป็ นผลที่เกิดขึ ้นจากวิกฤติทางเศรษฐกิจและ การเมืองโดยตรง แยกกันไม่ออก ประชาชนเดื อดร้ อน เห็น ไหมวิ ก ฤติ ท างสัง คมเห็ น ชัดๆ ที่ เ ด่ น ชัด คื อ


ภาคใต้ ขณะนี ้เอาไม่อยู่แล้ ว นี่คือลักษณะของวิกฤติทางสังคม ภาคใต้ นี ้ อย่างไรก็เอาไม่อยู่ ถ้ าไม่ทําความเข้ าใจตรงนี ้ เพราะว่าการแก้ ของรัฐ รัฐเป็ นตัวที่สร้ างปั ญหามาตลอด ตังแต่ ้ วิกฤติทางเศรษฐกิจ การเมือง แล้ ว มาสัง คม แก้ โ ดยที่ ไ ม่ มีค วามเข้ าใจ ยิ่ ง แก้ ยิ่ ง จมลึก ลงไป อย่ า ง ยกตัวอย่างเมื่อเร็ วๆ นี ้ จะพูดถึงเรื่ อง ขณะที่เปิ ดประเด็นดีในเรื่ องไปขอ โทษ เมื่อวานไปพูดถึงเรื่ องต้ มยํากุ้ง ตรงนี ้ตัวเหตุชดั ๆ คุณช่วยเขาไม่ได้ เลย รัฐช่วยเขาไม่ได้ เลยในเรื่ องคนภาคใต้ ไม่ร้ ูจะทําทีมอย่างไร ต้ องหัน ไปพึ่ ง มาเลเซี ย ไปขายต้ ม ยํ า กุ้ง เพราะว่ า ความรู้ ความเข้ า ใจ ภูมิ ปั ญญาเขามีอยู่แค่นนั ้ ทําอาหารเก่งก็ไปทําต้ มยํากุ้งมากมายหลายพัน หลายหมื่นคนเลย แต่ในบ้ านเมือง

เรารั ฐ ช่ ว ยไม่ ไ ด้ เลย เพราะอุ ต สาหกรรมหนั ก ลงไป พื น้ ที่ พ วก อุตสาหกรรมแย่ง นายทุนแย่ง คนที่เป็ นคนท้ องถิ่นต้ องหนีไปมาเลเซีย เราน่าจะขอบคุณรัฐบาลมาเลเซียที่เขาให้ พวกนีท้ ํามาหากิน แล้ วคน เหล่านีเ้ ขาก็ไม่ได้ กลายเป็ นคนมาเลฯ เอาเงินกลับมาสร้ างบ้ านสร้ าง ช่อง เขาคิดว่าเขาเป็ นคนไทย เพราะเขาไปอยู่ในมาเลฯ แล้ วเขาเป็ นคน


ไทย จะบอกว่าเขาแยกดินแดนได้ อย่างไร อันนี ้เป็ นเรื่ องที่ใหญ่ๆ แล้ วรัฐ ไม่เคยเหลียวแลเลย เพราะฉะนัน้ การแก้ ปั ญ หาโดยรั ฐ ปั ญ หาสัง คมนี่ ยาก ที นี ก้ รุ ง เทพฯ ขณะนี ้ก็เกิดวิกฤติแบบหนึ่ง ทัง้ ที่วิกฤตมานานแล้ วหลายปี แล้ ว วิกฤต แบบนี ้มาบ่อยๆ แต่ไม่รุนแรง คือ วิกฤติทางอุทกภัย คือสภาพแวดล้ อม ใช่ไหม ครัง้ นี ้ท่านเห็นไหมแก้ ได้ ไหม ที่จริ งที่อุทกภัยนํา้ ท่วมๆ มาติดๆ กัน ท่วมมาติดๆ กันเลย แต่เราไม่เคยรู้สกึ วิธีอย่างที่รัฐแก้ ได้ คือทําเขื่อน กันไม่ให้ นํ ้าเข้ า แล้ วก็มาเรี่ ยไรเงินทุนไปแจก ก็มีทงพวกมื ั้ อถือสากปาก ถือศีลเยอะเลย แข่งกันบริ จาคทางทีวี ถามว่าแก้ ได้ ไหม ปี หน้ าเอาใหม่ ยิ่งแก้ ก็ยิ่งจมลงไป แล้ วนี่เป็ นสิ่งที่เราต้ องมาตังคํ ้ าถามว่า อะไรเกิดขึน้ ในสังคมไทย ซึ่งแต่ก่อนนีบ้ ้ านเมืองเราอยู่กันมาเป็ นเวลาช้ านานด้ วย ภูมิปัญญาของคนในสังคม ไม่ใช่รัฐอย่างเดียว แต่ปัจจ���บนั นี ้ รัฐทําให้ คนในสัง คมนี เ้ ป็ นขอทาน มี อ ะไรก็ แ บมื อ ขอ คิ ด อะไรไม่ เ ป็ น ไม่ มี สติปัญญา อะไรเกิดขึน้ ความรู้ ในระดับท้ องถิ่ นหายไปหมดเลย เมื่อ วิกฤติขนาดนี ้แล้ วคุณจะหวังพึง่ เขาหรื อ เพราะฉะนันที ้ ่เราทําขึ ้นตรงนี ้ ที่ เราเคลื่ อ นไหวตรงนี เ้ พื่ อ จะพยายามจะปลุ ก ว่ า มี ศั ก ยภาพหรื อ สติปัญญา ภูมิปัญญาท้ องถิ่นอยู่ที่เราได้ สะสมมาเป็ นเวลาช้ านาน แล้ ว เราแก้ ได้ ครับ ถ้ าเราฟื น้ ให้ เข้ าใจ แต่ใครจะเป็ นคนฟื น้ ต้ องฟื น้ ในระดับ


สังคม สังคมต้ องช่วยตัวเอง อย่าไปหวังพึ่งรัฐที่ถกู ครอบโดยโครงสร้ าง เดียรฉาน เพราะฉะนันเราเป็ ้ นมนุษย์เราต้ องพึ่งตัวเอง เพราะฉะนัน้ ที่ เรามาร่ ว มกัน นี ้ หลายครั ง้ หลายคราวด้ ว ยกัน คื อ เคลื่ อ นไหวทาง สติปัญญาของสังคมกับภูมิปัญญา เราเป็ นคนจุดประกาย ท่านไปสาน ต่อ จุดแต่ละจุดต่างๆ มีความหลากหลายมากมายเหลือเกิน ซึง่ เราก็ไม่ รู้ แต่วา่ ท่านจะรู้ในท้ องถิ่นของท่าน เพราะฉะนัน้ ผมคิดว่าในวันนี เ้ รามาพูดถึง วิกฤตที่ เกิ ดจากธรรมชาติ เฉพาะเรื่ องอุทกภัยว่า เราจะปล่อยให้ เป็ นอย่างนี ้หรื อ ? แล้ วโดยเหตุนี ้ผมจึงจําเป็ นต้ องหาทางจุดประกาย จุดประกายที่สําคัญ คือผมต้ องเชิ ญผู้เชี่ยวชาญในเรื่ อ งความหลากหลายทางชีวภาพที่ มี ความรู้มากกว่าผม อาจารย์ ยงยุทธ จรรยาลักษณ์ ท่านเป็ นอาจารย์อยู่ ที่ภาควิชาพฤกษศาสตร์ ของจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เกษี ยณรุ่นหลัง ผม ท่านเป็ นคนที่ท่องเที่ยวไปทัว่ ท้ องถิ่นต่างๆ ในดินแดนประเทศไทย มี ค วามรู้ อย่ า งลุ่ ม ลึ ก ในเรื่ องความหลากหลายชี ว ภาพและ สภาพแวดล้ อม ผมว่าอาจารย์ยงยุทธรู้ดี แล้ วพูดดีกว่าผมอีก ฉะนันจึ ้ ง เชิญท่านมาคุยในวันนี ้ เพราะว่าท่านจะเป็ นพระเอก ผมเป็ นคนใช้ ก็แล้ ว กันในวันนี ้ ทีนี ้ก็อยากจะเริ่ มว่า เรื่ องอุทกภัยมีมาตังนานแล้ ้ ว หลายครัง้


แล้ ว ไม่ใช่ครัง้ นี ้ครัง้ เดียว ผมจําได้ ว่าอุทกภัยที่กรุ งเทพฯ นํา้ ท่วมหมด คือ พ.ศ.๒๔๘๕ ผม ๕ ขวบครับ ผมเกิดหลังวัดบวรฯ แล้ วอุทกภัยนํา้ ท่วมราชดําเนินหมดเลย ต้ องใช้ เรื อ ผมแก้ ผ้าลุยนํ ้าอยู่ นํ ้าถึงคอผมตอน นัน้ แล้ วพ่อผมต้ องพายเรื อบดลําเล็กไปทํางานที่กรมศิลปากร แล้ วนัน่ ท่วมกรุงเทพฯ เลย แล้ วท่วมทัว่ ทุกแห่งเลย แต่ท่วมอยู่พกั เดียว นํา้ นัน้ เล่นได้ สบายเลย ผมยังเดินลุยนํ ้าเล่น แล้ วก็หายไป ผมไม่เดือดร้ อน แต่ หลังจากนันแล้ ้ วก็ไม่มีอีก แต่นํ ้าท่วมตรงนัน้ หนักหน่อยหนึ่ง เพราะทํา ให้ สงั คมชาวสวนนันล่ ้ ม แล้ วเสียการทรงตัวตังแต่ ้ นนเป็ ั ้ นต้ นมา เพราะ กันนํ ้าเค็มไม่อยู่ตอนนัน้ ทีนีก้ ็ การเปลี่ยนแปลงหนักของสภาพแวดล้ อมเปลี่ยนเมื่อเกิ ดเขื่อ น เขื่อนภูมิพลกับเขื่อนเจ้ าพระยา เขื่อนเจ้ าพระยาเกิดก่อน แต่เขื่อนภูมิ พลตัวการเลยที่ ทําความเสียหายให้ แก่ลุ่ม นํา้ เจ้ าพระยา เพราะสิ่ง ที่ เกิดขึ ้น ทําให้ ระดับนํ ้าเปลี่ยน สภาพแวดล้ อมเปลี่ยนหมด อย่าไปพูดถึง ว่าเป็ นอะไร ในกรณีที่ผมเห็น เพราะแต่ก่อนนี ้ ก่อนที่มีเขื่อน ในลํานํา้ เจ้ าพระยามีฤดูนํา้ ลดและฤดูนํา้ มาก ฤดูนํา้ ลดลงไปลุยโคลนได้ เลยที่ หน้ าท่าช้ าง ต้ องเดินลุยไปขึ ้นเรื อจ้ างแจวผ่านนํ ้าโคลนไปวัด แล้ วคลอง บางกอกน้ อยบางทีก็ตื ้น มีนํ ้าขุ่นมัวที่เขาลงไปจับกุ้งจับปลากัน คลอง กรุงเทพฯ นี่อย่านึกว่าสะอาดนะเวลาหน้ านํ ้าแล้ ง ดําหมดเลย คลองวัด


บวรฯ นี่ดํา นํ ้าดําแล้ วมีตวั สงกรานต์ว่ายยุ่บๆ แต่เวลานํ ้ามานี่ โอ้ โฮ ! มี ความสุข แล้ วภาพของนํ ้ามาในกรุ งเทพฯ สมัยก่อนนี ้ เป็ นภาพของฤดู เทศกาลแห่งความรื่ นเริ ง แต่ปัจจุบนั นีเ้ ป็ นเทศกาลแห่งความกลัวนํา้ โรคกลัวนํ ้า เกิดอะไรขึ ้นในกรุงเทพฯ เพราะว่าเราเปลี่ยนสภาพแวดล้ อม อยุธยาซึ่งเคยนํา้ ปกติก็แคบแล้ ววัชพืชลอยเต็มเลยคือพวกผักตบชวา ทําให้ ตื ้นเขินไปหมดเลย เปลี่ยนหมดเลยครับ แล้ วสิ่งที่เลวร้ ายคือ เกิด คนรุ่ นใหม่ที่ไม่ร้ ู จกั อดีต เวลาสร้ างบ้ านสร้ างติดดินเลย เวลานํา้ มารับ ไม่ได้ สมัยก่อนเขารับได้ เพราะใต้ ถนุ สูง อย่า งกรุงเทพฯ นี่ใต้ ถนุ สูง คือ ไม่สูงเท่ากับแถวๆ ริ มนํา้ เจ้ าพระยา ก็ยังนํา้ ท่วมไม่ถึง เพราะบ้ านผม เป็ นเรื อนปั น้ หยามีใต้ ถนุ แต่ติดดินไม่มี เขารู้ว่านํ ้าจะมาอย่างไร แล้ วนํ ้า ก็


ไม่ท่วมแบบที่ทําคันกันนํ ้ ้าทัว่ กรุงเทพฯ เพราะว่ามีคลองระบายหมดเลย อาจารย์อาจจะมาคุยให้ ฟังอีกทีหนึง่ นี่คือเราเห็น เพราะฉะนันสมั ้ ยก่อน นี เ้ ขาไม่ ก ลัว นํ า้ หลายแห่ ง เขาไม่ ก ลัว นํ า้ ฤดูนํ า้ เป็ นฤดูที่ ส นุก แต่ หลังจากที่มีการสร้ างที่อยู่อาศัยแบบใหม่ แบบนักผังเมืองแบบใหม่นี่ อันนี ต้ ้ องไปด่าไอ้ พ วกสถาปั ตยกรรม พวกผัง เมื อ ง ไม่ เคยเรี ยนรู้ ภูมิ นิ เ วศน์ เลย นี่ คื อ ปั ญห าขอ ง นั ก วิ ช าการรุ่ นใ หม่ ก็ ไ ม่ เ ข้ าใ จ สภาพแวดล้ อมทางธรรมชาติของลุม่ นํ ้าเจ้ าพระยา แล้ วครัน้ จะไปเรี ยนรู้


จากคนแก่คนเฒ่า กูก็ไม่เอา กูก็ดถู กู เขาอีก ฉะนันสิ ้ ่งที่ตามมาคือสังคม ชาวสวนล่ม สวนในคือฝั่ งธนบุรี นนทบุรีนี ้ล่มหมดเลย แล้ วเดี๋ยวนีย้ ังขยายถนนเข้ าไปอีก แต่ก่อนนีค้ นกรุ งเทพฯ นั่นเป็ นคน ชาวสวนไม่ใ ช่ชาวนา เดี๋ยวนี อ้ ยู่กระจุกเดียวคือ สวนนอกคือ อัม พวา นอกนันฉิ ้ บหายหมดแล้ ว เวลานี ้ก็บอกว่าจะสร้ างถนนผ่านเข้ าไปอีก นัน่ คือแหล่งสุดท้ ายของการทําลายสภาพแวดล้ อม เปลี่ยนตังแต่ ้ สร้ างเขื่อน เขื่ อ นนํ า มาซึ่ง การสร้ างถนนหนทาง สร้ างคัน กัน้ นํ า้ มากๆ กลบทาง ธรรมชาติ ห มดเลย ถนนเกิ ด ขึ น้ เมื่ อ ถนนเกิ ด ขึ น้ โดยที่ ไ ม่ เ ข้ าใจ สภาพแวดล้ อมก็คือความหายนะ ผิดมาตลอด กรุงเทพฯ ฉิบหายหมด


จากการที่เป็ นเมืองที่เป็ นเวนิชตะวันออกกลายเป็ นเมืองที่มีถนนหนทาง ตัดต้ นไม้ หมดตังแต่ ้ สมัยจอมพลสฤษดิ์มา ถามว่าเวลาแก้ แก้ อย่างไร ไม่มีใครแก้ ครับ มีแต่เพิ่มปั ญหา แล้ วก็เพิ่มปั ญหาครัง้ สุดท้ ายนี่นะคือ ดันสร้ างสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ร้ ูหรื อว่าทางซีกตะวันออกนี ้คือที่เขาเท นํ ้า ระบายนํ ้าลงไปทางตะวันออก เพราะว่าในสังคมลุ่มนํา้ เจ้ าพระยา อาจารย์ จ ะอธิ บ ายอี ก ที ห นึ่ง เพราะระนาบนี่ จ ะเป็ นแม่ กลอง ท่ าจี น มาถึ ง เจ้ าพระยาสู ง ตํ่ า แล้ วตํ่ า สุ ด ก็ คื อ ไปตะวั น ออกบางปะกง เพราะฉะนัน้ เวลาเขาระบายนํา้ เขาระบายนํา้ ที่มาจากทางเหนื อมา ทางตะวันตกมา มาผ่านคลองพวกนี ้ที่จะระบายออกทางตะวันออกใช่ ไหม แต่ดันสร้ างสนามบินสุวรรณภูมิ แล้ วตรงนัน้ ไม่ ใช่เมือ งลอยนํ า้ เมืองจมนํ ้านะ แล้ วเดี๋ยวจะให้ ดวู ่า


เกาะเมืองอยุธยา ทีอ่ าจารย์ศรี ศกั รเรี ยกว่า“เมืองลอยน้า” กับการ เป็ นเวนิ ชตะวันออก อะไรเกิ ด ขึน้ แล้ วดัดจริ ตจะเป็ นจัง หวัด สุว รรณภูมิ ไปดูซิ ครั บผมนั่ง เครื่ องบินมาสองสามวันนี ้ รอบๆ สนามบินสุวรรณภูมิจมนํ ้าหมด บ้ านก็ อยู่เป็ นเกาะ ที่เกาะเพราะอะไร เพราะเป็ นพวกคนมีเงิน แต่ชาวบ้ านเขา จมเหลือแต่หลังคา ทีนี ้ความไม่เป็ นธรรมในสังคมเกิดขึ ้นมาก อันนันคื ้ อ ตัวอย่าง ถ้ าตราบใดที่ยงั ไม่มีการจัดการ พัง อันนันคื ้ อสุวรรณภูมิ เห็น ไหม แล้ ว ถ้ า จะสร้ างคุณ ต้ อ งถมดิน มากกว่ า ตัว สนามบิ น อี ก ขึน้ เป็ น จัง หวัด แล้ วถามว่าใครรั บผิดชอบ เรามี วิศวกร มี สถาปนิกมากมาย พวกนีห้ ากินกันทัง้ สิ ้น อะไรเกิดขึน้ แล้ วใครล่ะที่อยู่ได้ ก็คือคนรวยใช่ ไหม เวลานี ้นํ ้าท่วมตังแต่ ้ ต้นมาถึงตรงนี ้ คนที่อยู่รอดคือคนรวย คนรวย ทํ า อย่ า งไรทราบไหม สร้ างเขื่ อ นล้ อ มรอบที่ ตัว เอง พื น้ ที่ ๆ อ่ า งทอง สิงห์บรุ ี เรื่ อยลงมานี่ เห็นไหม บางแห่งไม่ท่วม บางแห่งท่วม ที่บ้านท่วม คือบ้ านคนจน บ้ านคนรวยไม่ท่วมหรอก แล้ วถามว่าเมื่อคนรวยสร้ าง เขื่อนกักนํ ้าก็ไปไม่ตลอด ก็ท่วมมาตลอด สร้ างเขื่อนตังแต่ ้ ป่าสักชลสิทธิ์ พระรามหกลงมา ฉิบหายหมดตรงนี ้ เทลงมา นี่คือปั ญหาที่เกิดขึ ้น ทําๆ มักง่าย แล้ วเป็ นเวลาช้ านานแล้ วที่สร้ างคันกันนํ ้ ้าขนานลํานํ ้าเจ้ าพระยา ทังสองข้ ้ างนี ้ ทําให้ เกิดนํ ้าขังเน่า เพราะออกไม่ได้ คนที่ทกุ ข์ระทมอยู่ใน


นรกคือคนที่อยู่ริมนํา้ ทัง้ สองฝั่ ง เลยไปบางทีไม่ท่วม เกิดความไม่เป็ น ธรรมด้ วย เพราะทําไม เพราะเราขยายที่เกษตรซึง่ ไปละเลยที่อื่นๆ หมด เลย นี่คือการแก้ ไม่ตลอด แล้ วถามว่า คุณจะทําอะไรตอนนี ้ ถึงยุคแล้ ว ที่ คนในสัง คมจะต้ องช่ วยตัวเอง จะต้ อ งมี ส ติปัญ ญา จะต้ อ งจัดการ ขึ ้นมา เพราะไม่เช่นนัน้ แล้ วคนจนคนด้ อยโอกาสจะไม่รอดเลย ฉะนัน้ การเคลื่อนไหวในวันนี ้ผมคิดว่าเราจําเป็ นต้ องมาฟื น้ ตรงนี ้ ก็อยากจะมา พูด ถึ ง ว่ า เพื่ อ ที่ จ ะส่ ง กลับ ไปให้ อ าจารย์ ย งยุท ธ คื อ เริ่ ม ที่ จ ะเห็ น ว่ า หลังจากทําเขื่อนแล้ ว สภาพแวดล้ อมเปลี่ยนหมดเลย การจัดการนํ ้าไม่ เป็ นผล แล้ ว สิ่ ง ที่ ทํ า ให้ เ กิ ด ความเปลี่ ย นแปลงและควบคุม ไม่ ไ ด้ คื อ รัฐบาล กรมทางหลวง กรมชลประทาน ทังหมด ้ รวมทังระบบทุ ้ นนิยมที่ เข้ าไปทําให้ คนสร้ างบ้ านสร้ างที่ทํากินเอาเปรี ยบซึ่งกันและกัน เป็ นมา ตลอดตรงนี ้ ทีนีอ้ ยากจะบอกว่าเวลานีอ้ ยากจะบอกว่า เวลานีเ้ ราจะ กลับมาพูดในลุม่ นํ ้าเจ้ าพระยาในตรงนี ้ แล้ วในลุ่มนํ ้าเจ้ าพระยาตรงนี ้ มี ประวัติศาสตร์ เหมือนกันว่าสมัยก่อนนี ้เขาแก้ ได้ อย่างไร อันนี ้อาจารย์ยง ยุทธจะพูดถึงลํานํา้ เจ้ าพระยาว่านํา้ กระจายออกไปอย่างไร ทําไมไม่ ท่วม แล้ วทําไมตอนนี ้ท่วม ปริ มาณนํ ้าไม่ได้ มากเท่ากับปี ๘๕ เลย สมัย ๘๕ นี่เต็มที่เลย แต่เดี๋ยวนีไ้ ม่ท่วม ดูจากภาพถ่ายทางอากาศก็ได้ ขัง ครับ ออกไม่ได้ พระเจ้ าอยู่หวั ท่านยังบอก นํา้ ไม่ได้ มากถึงขนาดนัน้ นี่


คือปั ญหา ผมอยากให้ มีการทําความเข้ าใจตรงนี ้ ท่านผู้มีอาวุโสหลาย คนรู้ ว่าเมื่อวัยเด็กท่านอยู่ด้วยความร่ มรื่ นอย่างไร แล้ วเวลานีท้ ่านอยู่ ด้ วยความทุกข์ อย่างไร ผมว่าเป็ นเวลาที่เราจะต้ อ งมาพูดคุยกัน เอา ความรู้มาสร้ างให้ กบั ท้ องถิ่น เพื่อปรับใช้ ในการที่จะต่อรอง ผมคิดว่าใน สมัยแก้ ไขรัฐธรรมนูญ ท้ องถิ่นควรมี บทบาทในการเสนอบางอย่างเพื่อ การแก้ ไขตัวเอง อย่าให้ รัฐบาลมากํ าหนด มีไอ้ พวกนักวิชาการ ด๊ อก เตอร์ ด๊ อกตีนที่จากต่างประเทศที่ไม่มีความรู้เลยแล้ วมาแก้ แต่เรายิ่งแย่ ลงครับ เพราะฉะนันเป็ ้ นเรื่ องที่สําคัญ ผมก็อยากจะมอบไมโครโฟนให้ อาจารย์ยงยุทธ เพราะจะรู้ดีกว่าผม เชิญครับ

อาจารย์ ยงยุทธ จรรยาลักษณ์


ครับ ขอบคุณครับท่านอาจารย์ศรี ศกั รและสวัสดีครับ ท่านอาจารย์ให้ เกียรติผมมากไปหน่อย ผมไม่ใช่นกั วิชาการ อย่างที่อาจารย์ได้ เล่าให้ ฟัง ผมเป็ นคนชอบเที่ยว และเที่ยวมาตังแต่ ้ ตวั เล็กๆ จนกระทัง่ ถึงปั จจุบนั ก็ ยั ง เที่ ย วอยู่ และไม่ ท ราบว่ า เป็ นกรรมหรื อ เป็ นบุ ญ ที่ ไ ด้ เห็ น การ เปลี่ยนแปลงของธรรมชาติผ่านยุคสมัยของแต่ละยุคมาเรื่ อยๆ ผมเลย อยากเริ่ มต้ นการสนทนายามบ่ายในวันนี ้ เพื่อเตือนความจําของเพื่อน ร่วมรุ่นกันหลายๆ คน ยังจําเพลงนี ้ได้ ไหมครับ " เมืองไทยเรานี ้แสนดีหนักหนา ในนํ ้ามีปลา ในนามีข้าว ทํามาหากิน แผ่นดินของเรา ปลูกเรื อนสร้ างเหย้ า อยู่ร่วมกันไป เราอยู่เป็ นสุข สนุกสนาน เราสร้ างถิ่นฐานไว้ จนยิ่งใหญ่ เมืองไทยเรานี ้ แสนดีกระไร เรารักเมืองไทยยิ่งชีพเราเอย " ในเพลงนีบ้ อกอะไรเรา แผ่นดินนีไ้ ม่เคยมีพิษไม่เคยมีภัย ภัยเรามีอยู่ อย่างเดียว คือข้ าศึกที่มาล้ อมเมื อง ธรรมชาติไม่เคยเป็ นภัยในแผ่นดิน สยามเลย อีกอันหนึ่งเป็ นความลับนะครั บ สึนามิเคยเกิ ดมาแล้ ว ถ้ า ท่านอยากรู้ว่าสึนามิเกิดอย่างไรเมื่อสมัยอดีต ให้ ไปอ่านวรรณคดีสนุ ทร ภู่ สุนทรภู่บรรยายเรื่ องสึนามิไว้ แต่คนอ่านผ่านแล้ วก็ไม่จบั รายละเอียด


ถึ ง พฤติ ก รรมของคลื่ น ที่ ซัด เข้ ามา ถึ ง พวกลิ ง พวกอะไรแตกตื่ น กัน อย่างไร ลองไปอ่านดู เพราะฉะนัน้ ไม่ ว่ า จะเกิ ด อะไรขึ น้ มา ชาวสยามเราไม่ เ คยเป็ นทุก ข์ เพราะเรารู้ ว่าเราจะอยู่กบั สิ่งนันอย่ ้ างไร นัน่ คือคนสยาม ทําไมเราเป็ น อย่างนัน้ เพราะคนสยามนันในอดี ้ ตอ่อนที่จะนรกกินคํา จําได้ ไหมนรก อีสคัมมิ่งเมื่อไหร่ เมื่อเราเริ่ มยุคนิกส์ใช่ไหม นิกส์คือนรกอีสคัมมิ่ง ทําไม ถึงเป็ นอย่างนัน้ เรามีวิถีชีวิตแบบธรรมชาตินิยม เราเรี ยนรู้ธรรมชาติ เรา เข้ าใจธรรมชาติ แล้ วเราก็ปรับตัวให้ เข้ ากับธรรมชาติที่เขาเป็ นอยู่ เรา เลยอยู่อย่างเป็ นสุขกับเขามาตลอด สุขขนาดไหน เรามีเหลือกิน เรามี เหลือใช้ เรามีสารพัดที่เรี ยกว่าเป็ นยุคพระศรี อานย์เลยก็ว่าได้ ทําไมถึง เป็ นยุคพระศรี อารย์ คนสยามสมัยก่อนพอเจอหน้ าใครก็ทกั กันอย่างไร ครับ " อ้ าว ! ไปไหนมา กินข้ าวกินปลาหรื อยัง " เห็นไหม เพราะอะไร เรามีอาหารเหลือเฟื อ ข้ าวเราเต็มยุ้งตลอด โปรตีนเหรออยากจะกิ น เมื่อไหร่ แค่เอาตะกร้ าจ้ องลงไปในนํ ้ายกขึ ้นมา เราก็ได้ ปลาได้ ก้ งุ กินแล้ ว เยอะถึงขนาดนัน้ แล้ วมา ณ ปั จจุบนั หายไปไหน นี่คือสิ่งที่น่าสงสัยมาก แต่เมื่อไล่เรี ยงไปดู ทราบไหมว่าหายไปตังแต่ ้ เมื่อไหร่ หายไปเมื่อตอน ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม จําได้ ไหมเมื่อไหร่ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๔ เมื่อ ๒๕๐๔ เกิดอะไรขึ ้นกับประเทศไทย แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ


ฉบับที่ ๑ เมื่อเราเขียนแผนอันนันออกมา ้ โดยเราไม่ร้ ูว่า คําว่า " พัฒนา " แปลว่าอะไร เราไปแปลคําว่า " พัฒนาแปลว่าทันสมัย " แต่จริ งๆ แล้ ว คําว่าพัฒนาแปลว่าเราต้ องยืนหยัดอยู่บนฐานของเราเอง คนสยามทุก ครัวเรื อนเขายืนอยู่บนขาของเขาเอง เขาทอผ้ าใส่เอง เขาตําข้ าวเอง เขา มีอะไรเอง ทุกอย่างเขาทําเองหมด จึงเหลือกินเหลือใช้ ไม่เดือดร้ อนอะไร เลย ใครผ่านมาเอ้ า กินข้ าวหรื อยัง ยังไม่กินมากินข้ าวก่อน เพราะฉะนัน้ เรามีความสุขขนาดนัน้ ถึงหน้ านํ ้าท่วมอย่างที่อาจารย์ศรี ศกั รเล่าให้ ฟั ง เป็ นเวลาที่มีความสุขที่สดุ เราก็จะพายเรื อกันออกไปเล่นเรื อเพลง ไป เก็บบัว นัน่ คือโอกาสที่หนุ่มจะได้ จีบสาว จริ งไหมครับ เพราะไม่งนสาว ั้ จะออกมาไล่ช้างแถวสี่แยกราชเทวีไม่ได้ หรอก วันนันมี ้ ช้างเดินมาสี่แยก ราชเทวีตวั หนึ่ง ปรากฏว่ามีแรดสี่ตวั เดินไปเจอกับช้ างร้ อง ว้ าย ! ช้ าง แรดวิ่งหนีอ้าวเลย แรดสยามกลัวช้ าง แล้ วเกิดอะไรขึน้ จากการที่เราทําตรงนัน้ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑ ให้ เราเปลี่ยนวิถีชีวิตจากธรรมชาตินิยมมาเป็ น บริ โภคนิยม ทุกอย่างเราต้ องลงมือสะสม ธรรมชาตินิยมเราไม่สะสม เพราะอะไรเราไม่สะสม เพราะบ้ านเราเมืองเรานี่ธรรมชาติเขาหล่อเลี ้ยง ชีวิตเราตลอดสิบสองเดือน ตลอดสามร้ อยหกสิบห้ าวัน อยากจะกิ น เมื่อไหร่ เราก็เก็บ ถ้ าเราไม่กิน เราอิ่มแล้ ว เราก็พอ ปล่อยให้ ธรรมชาติ


เขาเจริ ญเติบโต เขาก็เลี ้ยงเรามาตลอด แต่พอเราเปลี่ยนจากธรรมชาติ นิยมมาเป็ นบริ โภคนิยมเท่านัน้ เอง เราลงมือกอบโกยเอากับธรรมชาติ ทําไมเราเปลี่ยนมาเป็ นบริ โภคนิยม เพราะว่าคนตะวันตก คนในเขต หนาวนี่ ธรรมชาติเขาไม่เหมือนบ้ านเรา ธรรมชาติในเขตหนาวนัน้ เขา หล่อ เลี ย้ งชี วิ ตแค่สี่ เดื อน เพราะฉะนัน้ คนที่ นั่น เขาต้ อ งสะสมเยอะๆ เพราะอีกแปดเดือนหิมะตก ไม่ใช่เฉพาะคนนะ สัตว์ หมีก็สะสมเอาๆ แล้ วก็นอนจําศีล จนกว่าหิมะจะละลายถึงจะออกมาหากินใหม่ แต่พอ คนพวกนันเขาลงมาอยู ้ ่ในสยามประเทศ โอ้ โห ! ธรรมชาติดีจงั เลย ลง มือกอบโกยเอาๆ ๆ แต่ธรรมชาติก็เลีย้ งเขาตลอด แต่กอบโกยไม่ ได้ สะใจอย่างเขา เพราะอะไร เพราะธรรมชาติของสังคมไทย ของแผ่นดิน สยาม เราเต็มไปด้ วยความหลากหลาย ความหลากหลายทางชีวภาพ เยอะมาก แต่ว่าประชากรมีน้อย ประชากรสัตว์และพืชนะครั บ เรามี หลากหลายชนิด แต่ละชนิดเล็กๆ น้ อยๆ นั่นคือภูมิปัญญาอันยิ่งใหญ่ ของคนสยาม คนสยามนัน้ ชีวิตเราปรับเปลี่ยนตลอด เราไม่ยึดติดกับ อะไรอย่างเดียว หน้ าฝนมะนาวออกลูกเรากิ นมะนาว พอหมดหน้ าฝน หน้ าหนาว มะขามเริ่ มออกฝั กเรากินมะขาม หมดมะขามเรากินมะม่วง หมดมะม่วงเรากินมะดัน หมดมะดันเรากินมะนาว เราไม่เคยเดือดร้ อน


เลย แต่พอมา ณ วันนี ้ไม่ว่าจะหน้ าไหน เรากินแต่มะนาว คนไทยหรื อ เปล่า ? เห็นไหมว่าเราเกิดความเข้ าใจผิดอะไร แล้ วเมื่อเป็ นอย่างนัน้ ทําอย่างไร เขาจะเอาให้ ได้ เขาลงมือเปลี่ยนจากความหลากหลายให้ มาเป็ นผลิต แบบเชิงเดี่ยว คนไทยเราสมัยก่อนเราปลูกข้ าวแค่พอกินแล้ วก็เหลือกิน แล้ วพอหมดปี ข้ าวใหม่มาอีกแล้ ว ข้ าวเก่าเราถึงเอาไปขาย เห็นไหม เพราะฉะนันเราไม่ ้ ปลูกข้ าวทีละเยอะ แล้ วชีวิตที่เหลือทําอะไร พวกที่มา จากต่างประเทศ คนไทยนี่ขี ้เกียจสุดๆ ดูซินี่พยายามให้ มีข้าวกินเยอะๆ ก็ ไ ม่ ช อบ มี ด๊ อ กเตอร์ ท่ า นหนึ่ ง ท่ า นจบทางด้ า นดิ น มาเข้ า ไปเยี่ ย ม ชาวนา เห็นก็ไปคุย " ลุง ลุงทํานาได้ เยอะไหม " " ก็ พอกินแหละ " " นี่แปลงนี ้ลุงได้ ข้าวสักกี่เกวียน " " ปี ที่แล้ วนี ้ได้ สองเกวียน" เขาพูดกันอย่างนี ้นะ


" นี่ลงุ ผมจะแนะนําของดีให้ ปี หน้ านี่ ลุงเอาไอ้ ของในถุงนี ้สาดให้ เต็ม นาลุงเลยนะ แล้ วลุงจะได้ ข้าวเพิ่มมาห้ าเกวียน" ปรากฏว่าพอแจกเขาเสร็ จแล้ วกลับมาประเมินผล " ว่าไงครับลุงปี นี ้ข้ าวได้ ดีไหม " " เท่าเดิม " " ทําไมเท่าเดิมล่ะลุง ใส่หรื อเปล่าๆ " " ใส่ซิ " " แล้ วทําไมยังได้ สองเกวียน " " ผมทําครึ่งเดียว " เห็นไหมครับว่าทําไมเขาถึงว่าคนไทยขีเ้ กียจ เวลาที่เหลือทําอะไร เขา บอกว่าเอาเวลาที่เหลือไปนัง่ ตีไก่ ตีไก่นะคนแค่สิบห้ าเปอร์ เซ็นต์ในร้ อย แต่ คนส่วนที่ เหลื อนัน้ เขาเข้ าวัด เขาศึกษาธรรมะ เขาศึ ก ษาวิ ถีชี วิ ต เพราะฉะนันคนอาวุ ้ โสสมัยก่อนนัน้ พระบวชใหม่กลัวมาก กลัวอะไรรู้ ไหมครับ กลัวถูกนิมนต์ไปเทศน์ ที่บ้าน เพราะคนแก่นี่เขารู้ ดีกว่า เห็น ไหมครั บ กลัวมากเลย เพราะฉะนัน้ เลยทํ าให้ พ ระที่ เข้ าบวชต้ อ งเร่ ง ศึกษา เมื่อโดนโยมนิมนต์ไปเทศน์ที่บ้านแทบจะตกธรรมมาส


นัน่ คือการใช้ เวลา แต่ว่าไม่ใช่แค่ศึกษาธรรมะนะ ภูมิปัญญาต่างๆ ใน การจับปลา จับอะไร ทํ า มาหากิ น อุป ยายเยอะมากของเรานี ้ เกิ ด ขึ น้ ได้ อ ย่ า งไร เกิ ด ขึ น้ เนื่องจากเรามีเวลาสําหรับชีวิตเหลือเฟื อที่จะคิด ที่จะประดิษฐ์ ที่จะทํา อะไรต่อมิอะไร ไม่ว่าเรื่ องผ้ า เรื่ องจักสาน เรื่ องอะไรต่อเรื่ องอะไร เรามี เวลา แล้ วมีเวลามากกว่านัน้ เราทําอะไรทราบไหม เราปรับปรุ งพันธุ์ ข้ าว พันธุ์ข้าวแต่เดิมเรานันมี ้ เยอะมากเลย มีเป็ นพันๆ สายพันธุ์ มา ณ ปั จ จุบัน เหลื อ กี่ ส ายพัน ธุ์ ค รั บ ไม่ เ กิ น ห้ า ก ข อะไรต่ อ ก ข อะไรที่ กรมการค้ าส่งเสริ มให้ ปลูก เห็นไหม หายหมด แต่ อย่าตกใจ ไม่หายไป ไหน เพราะเมื่อประมาณยี่สิบปี ที่แล้ ว ญี่ปนเขามาติ ุ่ ดต่อที่บ้านให้ พาไป สํารวจพันธุ์ข้าว พันธุ์ข้าวทุกสายพันธุ์ ไม่ว่าข้ าวป่ า ข้ าวดง ข้ าวอะไร เขาเก็บไว้ ให้ เราหมดเลย อยู่ในธนาคารสายพันธุ์อยู่ที่ญี่ปนุ่ รวมทังพั ้ นธุ์ ข้ าว พันธุ์ส้ม ทังพั ้ นธุ์มะนาว เขาเก็บไว้ ให้ เราหมด ไม่หายไปจากโลก รับรอง ส่วนเราจะเอามาใช้ ได้ หรื อเปล่า อันนัน้ ก็แล้ วแต่ความกรุ ณา ปราณี นัน่ คือสิ่งที่เกิดขึ ้นกับวิถีของเรา แล้ วที่แย่หนักยิ่งกว่านันเกิ ้ ดอะไรขึ ้น ไอ้ การที่ผลิตเชิงเดี่ยว แผ่นดินต้ องผลิตความหลากหลาย เพื่อมายังความ


อุดมสมบูรณ์ เห็นไหม พอถูกบังคับให้ ผลิตเชิงเดี่ยว ผลิตเชิงเดี่ยวไม่ได้ อย่างใจ อัดปุ๋ยเข้ าไป อัดยาเข้ าไป ให้ ออกมาเยอะๆ ออกมาเยอะๆ ยังไม่สะใจ ออกมาพร้ อมกัน มาล้ นตลาด ต้ องออกปลายฤดู ออกปลาย ฤดูไม่พอ ให้ ตงท้ ั ้ องปี ละหลายๆ ครอก ท่านสุภาพสตรี ท่านลองออกลูก ปี ละสองครัง้ ดูซิ ดูว่าท่านจะเป็ นอย่างไร นี่คือสิ่งที่เรากําลังทําครับ สิ่งที่ เกื ้อหนุนชีวิตเรา ขอกลับเข้ าเรื่ องนะ ไอ้ ที่มานัน้ ระบายความอึดอัด ยัง ไม่เข้ าเรื่ องที่อาจารย์ศรี ศกั รส่งมาให้ คือเรื่ องนํ ้า พอถูกให้ พดู เรื่ องนํ ้า ผมก็จวั่ หัวเลย นํ ้า เทวะหรื อซาตาน ท่านว่านํ ้าเป็ น เทวะหรื อเป็ นซาตาน ถ้ าเป็ นเทวะ แล้ วที่เราเดือดร้ อนอยู่ทกุ วันนี ้เป็ นเท วะหรื อซาตาน ก็เป็ นซาตาน ทําไมเป็ นเทวะ ทําไมเป็ นซาตาน การที่นํ ้า จะเป็ นเทวะหรื อเป็ นซาตานนัน้ ไม่ใช่อยู่ที่นํา้ อยู่ที่เรา ถ้ าเราเรี ยนรู้ เขา อยู่กบั เขาอย่างเป็ นมิตร ทะนุถนอมเขา ดูแลเขา เขาก็จะเป็ นพระพรหม ที่จะสร้ างฝั นให้ เรา แล้ วถ้ าเราปรับตัวอยู่กบั เขาอย่างดี เขาก็จะเป็ นพระ นารายณ์ มีอะไรที่เป็ นภัยเขาก็จะช่วยกําจัด แต่ถ้าเราหันหลังห่างเหิน ทําตัวเป็ นปฏิปักษ์ ทําตัวเป็ นฝ่ ายอสูร เขาก็จะเป็ นพระศิวะ ทําลายล้ าง ผลาญเรา


ทําไมนํ ้าถึงเป็ นได้ ทงสามแบบ ั้ ท่านทราบไหม? ผมขอคําถามโง่ๆ ของ ผมคําเดียวว่า " นํา้ คืออะไรใครรู้ บ้ าง " นํา้ คือสิ่งที่ใ ห้ ทัง้ คุณ และโทษ ตอนนี ้ผมกําลังกินนํ ้า ลมให้ ทงคุ ั ้ ณและโทษเหมือนกัน นักวิทยาศาสตร์ เขาตอบ นํ ้าคือ H2O อ้ าว ! ไม่ผิดจริ งไหม ถูก แต่ไม่ถกู ตามที่ถาม ผม ไม่ได้ ถามว่า นํ ้าประกอบด้ วยอะไร หลายคนบอกว่า นํ ้าก็เป็ นของเหลว ไง ก็ถกู อีก แล้ วนํ ้าเหลวตลอดไหม แล้ วแก้ วใบนี ้แข็งตลอดไหม ถ้ าแข็ง ตลอด เป็ นแก้ วไม่ได้ จริ งไหม เราต้ องทําให้ เหลวก่อน เราถึงจะเทลง พิมพ์ เห็นไหม แต่ถ้าเราตอบแบบนักนิเวศฯ หรื อคนที่เรี ยนรู้ ชีวิตและ ธรรมชาติ นํ ้าเป็ นพาหนะที่ขนส่งสสารของโลกใบนี ้ เอาโลกใบเล็กๆ ก็ ได้ ในตัวท่าน ตัวท่านก็โลกย่อมๆ หนึ่งโลก แล้ วในตัวท่านก็มีนํ ้า นํา้ ใน ตัวท่านทําหน้ าที่อะไร ขนส่งออกซิเจนไปที่เซลล์ รับคาร์ บอนออกไซด์ ออกมาส่งปอด ลงไปเอาอาหารที่ตบั กลับขึ ้นมาส่งไปที่กล้ ามเนื ้อ ส่งวิ่ง


วุ่นเลย เห็นไหม วิ่งอยู่ตลอดเวลาเพราะเขาเป็ นพาหนะ แล้ วท่านลอง ทําอย่างนํ ้าที่ท่านทําบนโลก ลองเอาคอเลสเตอรอลก็ได้ หรื อหินปูนก็ได้ ไปปิ ดเขื่อน ปิ ดลํานํ ้าเสีย จะเกิดอะไรขึ ้น ถ้ าปิ ดเขื่อนเล็กๆ ก็อมั พฤกษ์ ใช่ไหม ถ้ าปิ ดเขื่อนใหญ่ก็ครึ่งตัวอัมพาตไปเลยใช่ไหม เห็นหรื อยังว่าเรา กําลังทําอะไรกับโลกใบนี ้ เรากําลังทําอะไรกับแผ่นดินนี ้ แล้ วทําไมเรา ปิ ด ทราบไหมครับที่มาของการปิ ดเขื่อนมาจากไหน นํ ้าเขามาสามส่วน สามชีวิต ตลอดลุ่มนํ ้านี ้ ส่วนหัวของเขาอยู่บนภูเขา ไอ้ ตอนส่วนหัวเก็บ ได้ น้อยมาก พอทันทีที่ฝนตกลงมา ก็จะไหลลิ่วๆ เป็ นลําธารเล็กๆ ลงมา เพราะฉะนัน้ จะเห็นว่านํ ้าที่อยู่ตรงส่วนหัวหรื อตอนบนของลุ่มนํา้ นี ้ ลํา ธารจะเล็กและตืน้ และจะไม่มีนํา้ ตลอดปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืน้ ล่าง ของลําธารนี ้จะเป็ นหิน นํ ้าซึมไม่ค่อยได้ แต่พอลงมาล่างหน่อย ลงมา ตอนกลางของลุม่ นํ ้านี ้ ลักษณะของตอนกลางของลุม่ นํ ้าที่ตะพังลาดเชิง เขา ตรงนี ้เริ่ มมีที่ราบแล้ ว เริ่ มมีดินแล้ ว นํ ้าลงมาก็จะซึม ทีนี ้ถ้ านํ ้าเยอะ มาก เกิ ด อะไรขึน้ เพราะหลายลํ า ธารไหลมารวมกัน ใช่ ไ หม พอมา รวมกัน ก็เกิดเป็ นลํานํ ้าใหญ่ เพราะฉะนันจะเห็ ้ นว่าลํานํ ้าตรงกลางของ ลุ่มนํ ้านี ้นะ จะลึกและกว้ าง แต่พอถึงหน้ าแล้ งนํา้ อยู่ก้น พอถึงหน้ านํา้ นํ ้าเต็มเลย แต่ท่านรู้ ไหมครับ อีกสิ่งหนึ่งที่เรามองข้ าม เราไม่ร้ ู เลย ไอ้ เจ้ านํ ้าที่หลากลงมานี่ ความที่พ่งุ มาแรง ปั่ นป่ วนตลอดทางเลย เลยทํา


ให้ ตรงนี ก้ ัดเซาะ ตรงนี เ้ อาดิน เพิ่ ม เพิ่ ม ทรายกัดทรายๆ ทํ าให้ ลํานํ า้ ตอนกลางจะคด คดไปคดมา คดไปคดมา แล้ วถ้ านํ ้ามากกว่านัน้ ก็จะ ข้ ามตลิ่งออกไป แล้ วไหลลงมาข้ างล่าง เพราะว่าไอ้ ตรงสองฝั่ งลํานํ ้านี ้ เนื่องจากนํ ้าเป็ นพาหนะใช่ไหม ไม่ได้ มาจากนํา้ นะ เอาทัง้ ทรายทัง้ หิน ทังอะไรลงมาด้ ้ วย ทีนี ้พอซัดปาดขึ ้นไป ไอ้ ทรายขึ ้นไปตกปุ๊ บ นํ ้าหมุนลง ทรายติด ตลิ่งก็เลยสูงกว่าพื ้นที่ข้างหลัง แต่พอเวลานํา้ มาก ข้ ามตลิ่ง แล้ วก็ไหลลงไป พอลงไปตรงโน้ นเป็ นตะพังพักของนํ ้า ก็ลงไปเอ่อเต็มไป หมดเลย ถ้ านํ ้ายิ่งเยอะ ตะพังพักก็ยิ่งกว้ าง เราเรี ยกตะพังพักพวกนันว่ ้ า หนอง

ภาพหนองหารและสระพังทอง (ภาพเก่า:คุณประสาท ตงศิ ริ) เรี ยกว่าบึง เรี ยกว่ากุด เรี ยกว่ากว้ าน แล้ วก็เรี ยกทะเล ทะเลทราย เช่นที่ ลพบุรีทะเลสาบชุบศร เป็ นทะเลที่ปลาเยอะมากเลย ทําไมปลาเยอะ


เพราะเวลาที่นํ ้าเอ่อข้ ามไปนี่ ก็กลายเป็ นหนอง แล้ วเมื่อนํา้ ตื ้น แล้ วไม่ ไหลแรงเหมือนลํานํ ้า ไอ้ เจ้ าปลาที่มาจากนํา้ ก็ขึน้ มาผสมพันธุ์ แล้ วก็มี ไม้ นํ ้าให้ วางไข่ พอวางไข่เสร็ จ ออกลูกเสร็ จเรี ยบร้ อย สองเดือนผ่านไป เดือนอ้ ายเดือนยี่นํ ้ารี่ ไหลลง ฤดูนี ้เราเรี ยกว่าฤดูปลาออก ผมเล็กๆ ตอน นันตั ้ วเล็กนิดเดียว ที่ทะเลสาบชุบศรนี ้ เขาทําเป็ นเฝื อกไม้ ไผ่ตงั ้ ตรงๆ ปลายเล็กๆ แล้ วตรงปากกว้ างเลย แล้ วก็มีไม่ไผ่ขดั จากพื ้น พื ้นทุ่งขึ ้นมา จนถึงผิวนํ ้า ปลาไหลเข้ ามา เราจับไม่ทนั วิธีการจับปลา เราเอาเรื อมาด มาต่อปลาย แล้ วก็เอาคราดไม้ มาโกย ของผมตัวเล็กมีหน้ าที่จบั กุ้งตัว ใหญ่ๆ กุ้งก้ ามกรามโยนลงเข่งๆ พี่ชายก็ถือตะขออันหนึ่งเอาไว้ จบั ปลา ช่อน ตัวใหญ่กว่ามืออีกใหญ่ขนาดขานัน่ สับโป๊ ะเข้ าไปแล้ วเหวี่ยง เรา จับแต่ปลาช่อน ปลาชะโดกับกุ้ง ที่เหลือเรากวาดลงเรื อเอาไปทํานํ ้าปลา เอาไปทําปลาส้ มหมดเลย กินไม่ทนั ทิ ้งก็เน่า เห็นไหมครับว่าเยอะขนาด ไหนแล้ วยังไม่เท่านันนะ ้ ไอ้ ตะพังพักนํา้ นี่ พอนํา้ หมดฤดูฝน นํา้ ลด ไอ้ หนองต่างๆ ลงไม่ได้ ก็ซมึ ลงมา เพราะฉะนันจะเห็ ้ นว่า ในอดีตทุกแม่นํ ้า ไม่ เ คยแห้ ง พอหมดหน้ า ฝน นํ า้ ตามหนองตามอะไรซึ ม ลงดิ น แล้ ว ออกมาตามแม่นํ ้า แล้ วก็ซึมไปตามดิน เพราะฉะนัน้ ชาวบ้ านที่อยู่ห่าง นํ ้า เขาขุดบ่อนํ ้าในบ้ านเขา บ่อนํ ้าตื ้นๆ ก็มีนํ ้ากินแล้ ว แล้ วก็มีนํ ้ากินนํ ้า ใช้ กนั มาตลอดปี หน้ าฝนเราก็กินนํ ้าฝน พอหมดหน้ าฝนเราก็กินนํ ้าบ่อ


แต่มา ณ วันนี ้ เรายึดหมดเลย กันไม่ให้ นํา้ เข้ าตะพังไปปลูกสร้ างเรื อน แบบเรื อนชัน้ เดียว เรื อนเอาวางลงไปกับพืน้ ตามตลิ่งไปตลอด หนัก ยิ่งกว่านันบางแห่ ้ งสร้ างเรื อนแล้ ว นํ ้าเว้ าไปเว้ ามา สร้ างให้ มนั่ คงโดยทํา ถนนขนานลํานํ ้าไปเลย ทําเป็ นพนังเห็นไหม ถ้ านํ ้าอาละวาดหนักถนนก็ พัง ถ้ าอาละวาดไม่ แ รง นํ า้ ตามตะพั ง พั ก นํ า้ ไม่ มี พอหมดนํ า้ ปุ๊ บ ชาวบ้ านแล้ งซํ ้าซาก เพราะนํา้ บ่อเขาไม่มีใช้ อีกแล้ ว เพราะไม่นํ ้าซึมไป ในแม่นํ ้าก็แห้ งหมด เพราะนํ ้าลงหมด เขาก็เลยทําอย่างไรจะไม่ให้ แห้ ง เขาก็เลยขึ ้นไปสร้ างเขื่อนทางต้ นนํ ้า เห็นไหม ไปสร้ างเขื่อนปิ ดๆๆๆ โดย เข้ าใจว่านํ ้าตอนมาเยอะนี่สร้ างเขื่อนไว้ จะช่วยได้ เยอะ แต่เขาลืมไปนิด หนึ่ง ว่านํ ้านี ้ไม่ได้ มาแต่นํ ้า ขนทัง้ หิน ทัง้ กรวด ทังทรายมาเต็ ้ มไปหมด เลย แล้ วพอลงมาไกลมากเข้ าๆ เมื่อความเร็ วนํ ้าลดลง เจ้ าก้ อนใหญ่ก็ ตก ก้ อนเล็กก็ยงั ถูกพามา แล้ วถ้ านํ ้าลดลงมาถึงอิทธิพลของนํ ้าทะเล ไอ้ อัน เล็ ก สุด ก็ จ ะตก ทราบไหมครั บ ตรงจุด นัน้ อยู่ต รงไหนของแม่ นํ า้ เจ้ าพระยา ไอ้ ที่อานุภาพของทรายที่ ละเอี ยดที่ สุดมาตก ตรงนัน้ เขา เรี ยกว่าอ่างทรายทอง อ่างทอง เป็ นพืน้ ที่ๆ สะสมทรายที่ดีที่สดุ เพราะ ทรายจะละเอียดที่สดุ พอเลยอ่างทองลงมาแล้ ว ตรงนี ้จะได้ รับอิทธิพล นํ ้าขึ ้นนํ ้าลงแล้ วเหนืออ่างทองขึ ้นไปนํ ้าจะไหลอย่างเดียว แต่ทงนี ั ้ ้พอนํ ้า ทะเลหนุ น นํ า้ จะเริ่ ม ไหลเข้ า พอนํ า้ ทะเลลงนํ า้ จะไหลออก นี่ คื อ


ธรรมชาติ ข องนํ า้ และพอเลยอ่ า งทองลงมาเกิ ด อะไรขึ น้ แม่ นํ า้ เจ้ า พระยาแทนที่ จะซัดอย่ างนี ้ ค่ อ นข้ า งจะไหลมา พอเจอดอนแข็ ง เลี ย้ ว เลี ย้ วเสร็ จ อ้ อ มไปก็ เ ป็ นโค้ ง แต่ พ อเวลานํ า้ ทะเลขึ น้ ไม่ ไ ด้ วิ่ ง ตามเดิม วิ่งสวนทาง ไอ้ ตรงที่เลี ้ยวลงตรงนีอ้ ่อน พอวิ่งสวนทางมาเจอ ตรงนี ้อ่อนก็กดั แล้ วก็อ้อมมา เลยทําให้ ตอนล่างนี่ออกเยอะเลย เห็นไหม สิ่งต่างๆ เหล่านี ้คือตัวเบรกนํ ้าตัวชะลอนํ ้า คือตัวบริ หารจัดการนํ ้า ซึง่ ทํา มาเป็ นเวลาเป็ นพันๆ ปี มาแล้ ว แต่เราไม่เคยรับรู้ไม่เคยเข้ าใจ เราลงมือ เมื่อเรามีเทคโนโลยี เราบอกว่า ข้ าเหนือธรรมชาติ เอ็งจะต้ องอยู่ในอุ้ง มือข้ า ข้ าจะจัดการเอ็งทุกหยด ผลรั บเป็ นอย่างไรครับ ท่วมตังแต่ ้ เหนือ ยันใต้ เชียงใหม่ปีนี ้กี่รอบ สี่รอบ ทําไมเชียงใหม่ท่วมทราบไหม อย่างที่ บอกพอเราสร้ างเขื่อน เกิดอะไรขึน้ นํา้ ลงมา พอมาเจอเขื่อนปุ๊ บนํา้ ก็ หยุด พอนํ ้าหยุดอะไรหยุดด้ วย ทราย ทรายก็ลงก้ นเขื่อนไปหมดเลยใช่ ไหม แล้ วพอไปนํ ้าก็ไหลข้ ามเขื่อน เขาก็ปล่อยแต่นํ ้าออกแล้ วก็กกั ทราย เอาไว้ แล้ วพอถึงเวลานํ ้าเยอะลงมา ถามว่าเขื่อนเก็บนํ ้าได้ กี่เปอร์ เซ็นต์ ทําไมไม่มีใครลงไปสํารวจดูบ้าง ไอ้ ที่คยุ นักคุยหนาว่า สองร้ อยสามสิบ สามล้ า นคิวบิ ดส์ เมตรนัน้ เป็ นนํ า้ เท่ าไหร่ เป็ นทรายเท่ า ไหร่ แต่ห นัก ยิ่งกว่านัน้ ไอ้ ต้นนํ ้าเหนือเขื่ อนขึ ้นไปปกติถ้าไม่มีนํ ้ากระแสแรงก็พดั พา


ลงมาตลอด แต่พ อเขื่ อนเบรกปั ง้ ตลอดสายนํ า้ ความเร็ วชะลอหมด ทรายลงตลอดทาง เพราะฉะนันลํ ้ านํ ้าแทนที่จะมีศกั ยภาพในการรับนํ ้าเต็มร้ อยเปอร์ เซ็นต์ ทุกปี เพราะว่าปี หนึ่งจะล้ างเข้ ามาทีหนึ่ง แล้ วถ้ าตรงไหนล้ างไม่ได้ เกิด อะไรรู้ไหมครับ เกิดประเพณีลงแขกเลาะลํานํ ้าทางเหนือ ประเพณีนี ้เขา ทํากันวันไหน ลงแขกขนทรายเข้ าวัดคือ วัน สงกรานต์ ไงครั บ พอช่วง สงกรานต์นํ ้าปิ งแห้ งหมด เข���ก็ลงไปขนทรายที่ก้นนํ ้าปิ งออกเอาไปถมที่ วั ด และเพื่ อ ให้ สนุ ก ก็ ก่ อ พระเจดี ย์ ท รายกั น ตบแต่ ง กั น เล่ น กั น สนุกสนาน พอขุดๆๆ ไปก็มีแอ่งนํ ้าเหลือ ก็ลงไปล้ างเนื ้อล้ างตัวก็สาดนํ ้า กันเล่นอยู่ในลํานํ ้านัน้ พอมา ณ วันนี ้ ต้ องไปซื ้อทรายจากร้ านก่อสร้ าง เห็นไหม แต่ทรายอยู่ ข้ างหน้ านี ้ไม่มีปัญญาขน เพราะเขื่อนปิ ดและนํ ้าเต็มทังปี ้ เห็นหรื อยังว่า แค่เราไม่เข้ าใจนิสยั ของเขานิดเดียว นี่เอาเฉพาะเรื่ องนํ ้านะ แล้ วในตัว ธรรมชาติมีตงห้ ั ้ าตัว ทังดิ ้ น ทัง้ นํ ้า ทัง้ ลม ทัง้ ไฟ แล้ วก็ชีวิตหลากหลาย อีก เพราะฉะนัน้ ผมไม่หวังจะแก้ ได้ แต่หวังว่าอยากให้ ทุกท่านเล่าให้ ลูกหลานฟั งว่าธรรมชาติเป็ นอย่างไร และถ้ าเราปรับตัวอยู่กบั ธรรมชาติ ได้ เราจะอยู่รอด แต่ถ้าคนที่ปรับตัวกับธรรมชาติไม่ได้


อีกไม่นานเกินรอ ผมนัง่ สวดมนต์อยู่ทุกวันๆ ขอให้ ตายเร็ วๆ เพราะผม ไม่อยากรับสภาพมหันตภัยใหญ่หลวง ปี ๔๗ เขาเอาไปสองแสนกว่าๆ

เท่านันเอง ้ แต่อีกไม่กี่ปีเขาจะเล่นหนักกว่านี ้ เล่นแบบไม่ให้ หนีด้วย นี่ ครับธรรมชาติ มาเร็ วมากแล้ วเป็ นไปตามคาดหวังมาตลอดเลย นัน่ คือ สิ่งที่เกิดขึ ้นในบ้ านเราเมืองเรา พายุสมัยก่อนเราก็ไม่มี แต่ปัจจุบนั ต้ องมี นะครับ

คุณวลัยลักษณ์ ทรงศิริ อาจารย์ ยงยุทธมีเอกสารมาสองชิน้ คล้ ายๆ เป็ นบทความ เป็ นความ คิดเห็นของท่าน เรากําลังพิมพ์อยู่ เพราะว่าอาจารย์เพิ่งมาให้ เมื่อตอน เย็นนีเ้ อง และคิดว่าน่าจะทัน ก่อนที่พวกเราจะกลับกันก็คิดว่าจะได้ อ่านของอาจารย์ด้วยนะคะ


ที่อาจารย์พดู มาทังหมดนี ้ ้ทําให้ เกิดความเข้ าใจทังหมดเลยตั ้ งแต่ ้ ต้นนํ ้า จนปลายนํ า้ ว่ า ระบบของนํ า้ เป็ นมาอย่ า งไร และเห็ น ได้ อ ย่ า งหนึ่ ง ค่ อ นข้ า งชัด เจนเลยว่ า นํ า้ นี่ ส่ ว นใหญ่ พ วกเราจะมองเป็ น H2O เท่านัน้ ทีนี ้อาจารย์มองถึงความหลากหลาย มีอะไรอยู่ในนํ ้าเยอะแยะ ทัง้ สิ่งมี ชีวิตเป็ นพวก ปลาพวกอะไรต่ออะไรและเรื่ องของทัง้ ตะกอน ทราย ดิน และระบบทังหมด ้ โดยเฉพาะในเรื่ องของพื ้นที่ใน เดลต้ าใน Southeast Asia นี ้เรามีเดลต้ าสําคัญๆ ที่เป็ นแหล่งอารยธรรม ร้ อยพันนี ้นะคะ หลายที่ ท่านอาจารย์ศรี ศกั รคงจะได้ อธิบายตรงนี ้ด้ วย ว่า มีความสัมพันธ์ กับชีวิตอย่างไร ไม่ใช่เฉพาะว่าเป็ นตัวนํ ้าเฉยๆ และ อีกอย่างหนึ่งก็คือว่า กรณีของที่เชียงใหม่ เอาเฉพาะอันเล็กๆ ด้ วยไม่ใช่ สี่ครัง้ นะคะ แปดครัง้ เฉพาะปี นี ้ เพราะปี ที่แล้ วเราเชิญอาจารย์ชยันต์ วรรธนะภูติมาพูดเรื่ องการจัดการนํ ้าในภาคเหนือ เรื่ องเหมืองฝายด้ วย อาจารย์ ก็อธิบาย และเชิญพ่อหลวงสมบูรณ์ ที่มีปัญหากับคุณทักษิ ณ พ่อหลวงสมบูรณ์ ก็มาอธิบายให้ ฟังว่าวิกฤติอย่างไร โดยเฉพาะในแอ่ง ลําพูน เชียงใหม่นี่วิกฤติหนัก เอาง่ายๆ ซึ่ง เป็ นต้ น นํา้ ก่อ นที่จะมาถึง ปลายนํ า้ ที่ บึ ง บอระเพ็ ด ยั ง ไม่ ไ ด้ พู ด กั น และก็ ที่ ป ลายนํ า้ ด้ วยคื อ สามเหลี่ยมปากแม่นํ ้าเจ้ าพระยา ซึง่ พวกเราที่อยู่ในเขตบริ เวณก็เห็นอยู่ แล้ ว


ตัววิกฤติเหล่านี ้ต้ องเรี ยนเชิญอาจารย์ ศรี ศกั ร ว่าอาจารย์ มองในเรื่ อง ของปั ญหาเหล่านี ้อย่างไร และอีกอย่างที่อาจารย์ยงยุทธทิ ้งท้ ายไว้ ว่า " ผมไม่อยากจะเห็นวิกฤติหนักกว่านี ้ในชีวิตผมอีกแล้ ว " แต่ว่ามาแน่ ใน เฉพาะแค่สองปี นี ้ เราก็ไม่มีวิธีการจะจัดการอย่างไร ถ้ าท่านได้ เห็นและ อย่างที่อาจารย์บอก คือทุกอย่างเป็ นภัยหมด ตอนนี ้เป็ นอุทกภัย มีวาต ภัย ทุกอย่างที่ข่าวออกมาไม่ว่าจะมีความหนาวหรื ออะไร ทุกอย่างเป็ น ภัยของมนุษย์ทัง้ หมด ทําไมถึงได้ มองให้ วิกฤติถึงขนาดนัน้ และเราไม่ สามารถจะอยู่กับธรรมชาติได้ อีกแล้ วหรื อ เป็ นคําถามให้ อาจารย์ ทัง้ สองท่ า นช่ ว ยตอบด้ ว ย จะทํ า อย่ า งไรดี และจะมองปั ญ หาเหล่ า นี ้ อย่างไรดี และวิกฤติเหล่านี ้เฉพาะสามเหลี่ยมแม่นํ ้าเจ้ าพระยาจะไม่มี ทางแก้ เลยเชียวหรื อ เรี ยนเชิญค่ะ อาจารย์ ศรีศักร วัลลิโภดม คื อ ผมนี่ จ ะมาแหย่ ใ ห้ อ าจารย์ ล งรายละเอี ย ดอี ก ที ห นึ่ ง สิ่ ง แรก ผม


อยากจะพูดว่า อย่างภาคเหนือที่อนั ตรายเกิดขึ ้นคือแผ่นดินถล่ม นัน่ คือ ตัวปั ญหา เพราะเห็นว่านํ ้าในภาคเหนือที่เกิดขึน้ เป็ นนํา้ แดง ทําไมถึง เป็ นนํ ้าแดง แต่ก่อนนี ้เราไม่มีนํ ้า

แดงหรอก มีนํ ้าเขียวเท่านัน้ เพราะนํา้ ที่ไหลลงต้ นนํ ้านี่นะ ไหลผ่านป่ า นํ ้าจะเขียว พอลงแม่นํ ้า นํ ้าจะใส สีเขียวมาสมทบกับนํ ้าในแม่นํ ้าซึง่ เป็ น นํ ้าขุ่น แต่ปัจจุบนั นี ้นํ ้าลงจากต้ นนํา้ เป็ นนํา้ แดงครับ เป็ นนํา้ แม่นํา้ เป็ น นํ ้าขุ่น ที่เลวร้ ายคือลุ่มนํ ้าเจ้ าพระยา นํา้ ที่ลงมาทางต้ นนํา้ ทางซีกของ แม่นํา้ ท่าจี นเป็ นนํา้ ดํานํา้ โคลน นํ า้ เน่า มาออกคลองบางหลวง เป็ น แม่นํ ้าสองสี นี่คือปั ญหาตรงนัน้ ทีนี ้ในภาคเหนือเหตุที่เป็ นนํ ้าแดงเพราะอะไรรู้ ไหม คุณปลูกพืชไร่ รุกที่ ตามเชิงเขาซึ่งเป็ นเขาดิน เวลาฝนลงมาชะลงหมดเลย แล้ วตอนหลังนี่ ชะไม่ได้ ชะนํ ้าแดงมา มาชะเอาโคลนขึ ้นมา เกิดดินถล่ม ตายกันนับไม่ ถ้ วน อันนี ้อาจารย์จะพูดอีกทีหนึง่ เดลต้ าที่สําคัญที่เราจะพูดถึงขณะนี ้คือเดลต้ าที่เป็ นสีเขียวอ่อนนี ้ คือยัง เดลต้ าทัง้ หมด อันนีเ้ ป็ นงานของอาจารย์ ทากายาได้ เคยทํางานไว้ ใน


เรื่ องแยกดินต่างๆ ซึ่งผมเอามาใช้ ให้ เห็นว่า บริ เวณที่เรี ยกว่า เป็ นยัง เดลต้ า โอลล์เดลต้ าคืออะไร ทีนี ้ในเขตที่เป็ นยังเดลต้ านี่มีอีกแห่งหนึ่ง ผมอยากจะเปรี ยบเทียบ เห็น ไหมปากแม่นํา้ โขงเป็ นรู ปรองเท้ าบู้ท ทับสีขาวตรงนัน้ เป็ นทะเลสาบ เขมร ทะเลสาบเขมรนันก็ ้ ผ่านมาลงปากแม่นํา้ โขงซึ่งเป็ นปากซ่อมอยู่ ตรงนัน้ บริ เวณนันอยู ้ ่ในเขตประเทศเวียดนาม พืน้ ที่กว้ าง เดลต้ าของ เขากว้ างกว่าของเรามาก แต่เดลต้ าเขานํ ้าไม่ท่วม เขารับนํ ้าได้ มากกว่า ถ้ าท่านไปดูเวียดนาม เวียดนามไม่เกิดอุทกภัยแบบนี ้ใช่ไหม เพราะเหตุ ใด เพราะเวียดนามรักษาสังคมที่เป็ นแม่นํ ้าลําคลองอยู่ เขาทําถนนจริ ง แต่เขาไม่บล็อกถนน คลองนี่เขาขุดนับไม่ถ้วนเลยในช่วงเวลาเกือบสอง พันปี บ้ านเรื อนก็เสาสูง เขาไม่เคยเดือดร้ อน แต่ของเราอะไรเกิดขึ ้นในสี่ สิ บ ห้ า สิ บ ปี ที่ ผ่ า น ทัง้ ที่ เ ป็ นเดลต้ า ที่ อุด มสมบูร ณ์ ก ว่ า เขา ที นี ห้ วน กลับไปดูเดลต้ าที่แม่นํ ้าเจ้ าพระยา เดลต้ าอันนี ้เราคอนโทรลนํ ้าได้ ตลอด อย่างที่อาจารย์ยงยุทธพูด เพราะเดลต้ าของเราไม่ได้ เหมือนเวียดนาม ของเวียดนามเป็ นทุ่งราบเลย แล้ วเขาทํานาต้ องทําในฤดูแล้ ง ส่วนมาก ผมคิดว่ายังไม่ใช่นาปรัง เป็ นนาปี สังคมแบบเราที่ทํานาปรังนี่อนั ตราย เพราะต้ องมีการจัดการนํ ้าใหม่ แล้ วคนไม่ได้ พกั ผ่อนเลย ประเพณีสิบ สองเดือนตามช่วงของปี นั่นหมดเลย สัง คมไทยยุคบ้ าเศรษฐกิ จนี่นะ


ศาสนา จริ ยธรรมก็ไม่มี งานมาก พักผ่อนไม่มี พักผ่อนไม่มี ประเพณีสิบ สองเดือนไม่มี ประเทศอื่นเขายังมีอยู่ นี่คือการจัดการในด้ านสังคม แต่ ดูแล้ วเราไม่เข้ าใจ ทีนี ้มาดูตรงลํานํา้ เจ้ าพระยาที่ตํ่าจากอยุธยาลงมา จากแผนที่ที่ฝรั่งทํามาในสมัยอยุธยา มีนํ ้าคดนํ ้าอ้ อมตังเยอะตั ้ งแยะ ้ สิ่ง เหล่านันถ้ ้ าอาจารย์ขยายจะเห็นว่ามีการกระจายนํ ้าอย่างไร เพราะนํา้ ไม่ลงมาคลัก่ อย่างกรุ งเทพฯ ���รอก เวลานี ้ขณะนีเ้ ราปล่อยให้ นํา้ ลงมา ท่วมกรุงเทพฯ โดยตรง เพราะไม่มีทางกระจายออกสองฝั่ งแม่นํ ้า อันนัน้ เป็ นสมัยหลังลงมา รุ่ นพ่อผมทําไว้ ตอนที่ ทําเรื่ องกําศวรสมุทร มีคลอง ซอยออก แยกออกนับไม่ถ้วนเลย กระจายสองฝั่ งนํ ้า แล้ วเดี๋ยวนี ้ไปทํา กันนํ ้ ้า แล้ วลํานํ ้าหลายอันตามธรรมชาติ ตรงนัน้ คลองตรงจุดเริ่ มแยก คือลําคลองเชียงรากใหญ่ ซึ่งในสมัยโบราณเรี ยกว่าเกร็ ดใหญ่ ไม่ใช่ เกร็ ดน้ อย เกร็ ดน้ อยคือปากเกร็ ด เกร็ ดใหญ่ นี่ขุดในสมัยพระเจ้ าทรง ธรรม ขุด ตัง้ แต่เขตวัดไก่ เตี ย้ ลงมาถึง หน้ าปทุม ธานี ตอนนัน้ นัน้ เป็ น คลองขุดนะ แต่นนั่ เป็ นแม่นํ ้าอ้ อมหมดเลย ลําแม่นํา้ อ้ อมตรงนีเ้ ป็ นจะ เป็ นแก้ มลิงได้ ใช่ไหมอาจารย์ เป็ นการกระจายนํา้ เดี๋ยวนีน้ ํา้ ไม่ได้ เข้ า ครับ เพราะว่าบ้ านจัดสรรเกิดขึน้ เมื่อก่อนรัฐบาลเลือกตังนี ้ ่นะ เราไป รณณรงค์กรรมการสิทธิ์ ไม่ให้ เขาทําประตูนํ ้าปิ ด พวกฝ่ ายบ้ านจัดสรร เดี๋ยวนี ้ไปดูที่ปทุมธานี บ้ านจัดสรรที่อยู่เต็มเลย บ้ านจัดสรรพยายามจะ


กระตุ้นให้ เกิดประตูนํ ้าปิ ด เมื่อปิ ดนํ ้าก็เพื่อจะไม่ให้ นํ ้าท่วม สมัยก่อนนี ้ เขายอมให้ นํ ้าท่วม ทีนี ้ทางบ้ านจัดสรรไม่ให้ นํ ้าปิ ด เราไปรณณรงค์ ผู้ว่า ก็เกือบจะโอ.เค. แล้ ว พอไอ้ หน้ าเหลี่ยมลงไปเรี ยบร้ อยเลย ไปแจกเงินที ละห้ าร้ อยๆ ยอมให้ เปิ ดปิ ดหมดเลย ปิ ดเขื่อนหมดเลย นี่คือตัวอย่าง ครับ ตรงนัน้ ทางแจกนํา้ ไม่ให้ ลงกรุ งเทพฯ ตรงนัน้ มีประวัติของคลอง ประปา ตรงนี ้คือที่เกร็ดใหญ่ อันนี ้ก็ลําอ้ อมใหญ่สําหรับอันนัน้ แล้ วอันนี ้ ทําให้ เกิ ดสังคมเมื องคือปทุม ธานี สามโคกปทุมธานี บริ เวณตรงนี ท้ ี่ จังหวัดปทุมธานีเขามีบวั


เพราะคนมอญไปเล่นบัวที่ตรงนี ้ ปั จจุบันนี ก้ ํ าลัง ถูกรุ กให้ เป็ นที่ พืน้ ที่ เศรษฐกิ จ แล้ ว นี่ ทํ า ให้ นํ า้ นี่ เ ทลงอย่ า งรวดเร็ ว สู่ก รุ ง เทพฯ พอถึ ง กรุงเทพฯ ปั๊ บ นํ ้าทะเลหนุนเปรี ย้ ง เรี ยบร้ อย สมัยก่อนนี ้เขาไม่ขดุ คลอง ลัดโพธิ์ นะ เดี๋ยวนีเ้ ราไปขุดคลองลัดโพธิ์ ที่บางกะเจ้ า เพราะต้ องการ ระบายนํ า้ ออก สมัย ก่ อ นนี ถ้ ้ า ขุด คลองลัด โพธิ์ ห มายว่ า สวนล่ ม เลย เพราะนํ า้ เค็ม จะเข้ า ฉะนัน้ ผมอยากให้ อ าจารย์ อ ธิ บายตรงนี ้ ตัง้ แต่


อยุธยาลงมาจนถึง ปากนํา้ นี่ ซึ่งเป็ นระบบนิเวศน์ ของยังเดลต้ า แล้ วที่ เราอยู่นี่ฉิบหายอย่างไร ขอบคุณมากครับอาจารย์ อาจารย์ ยงยุทธ จรรยาลักษณ์ ขออนุญ าตขยายความตรงที่ นํา้ สีแดงนิ ดหนึ่ง เพราะเราเปลี่ยนจาก เกษตรกรรมแบบเพื่อการทํามาหากินมาเป็ นเกษตรอุตสาหกรรม รู้ จกั อุตสาหกรรมไหม อุตสาหกรรมคืองานที่จะต้ องก้ มหน้ ารับด้ วยความ อุ ต สาหะ เพราะฉะนั น้ คนที่ ทํ า อุ ต สาหกรรมก็ รั บ กรรมด้ วยความ อุตสาหะไปตามระเบียบ ยกตัวอย่างนะครับ ทุกวันนีส้ ิงคโปร์ ต้องการ วัตถุดิบจากเราเยอะถึงขิง ปลูกที่อื่นไม่ได้ นอกจากบนเขา แล้ วขิงปลูก เกิ นสามปี ก็ ไม่ได้ ราระบาด เพราะฉะนัน้ ก็ต้ องเปิ ดดินใหม่ไปเรื่ อยๆ เพราะฉะนัน้ ป่ าที่ทางตอนภาคเหนือ เดี๋ยวๆ ก็ถางใหม่ เดี๋ยวๆ ก็ถาง ใหม่ ก็ปลูกขิงๆๆๆๆ พอฝนตกลงมาเป็ นอย่างไรครับ แต่เดิมตอนที่เขามี ป่ านี่ นะ โอกาสที่ นํา้ ฝนจะถึง พืน้ ดิน นี่ ไม่ มี แล้ วเมื่ อ เขาผ่านต้ น ไม้ ลง มาถึงพื ้นดิน เขาก็พรวดพราดซึมลงดินไม่ได้ เพราะอะไรครับ เพราะมี งานศึกษาว่า เวลาที่ฝนลงมา สิบสี่เปอร์ เซ็นต์ของนํา้ ฝนจะค้ างอยู่บน เรื อนยอดของต้ นไม้ อีกสิบสี่เปอร์ เซ็นต์ลงมาอยู่ที่พืชเล็กพืชน้ อยที่คลุม ดินที่พื ้น สี่สิบสามเปอร์ เซ็นต์ไปค้ างอยู่ในใบไม้ แห้ งที่พื ้นป่ าที่หงิกๆ งอๆ


เป็ นถ้ วย แล้ วเหลือจากตรงนัน้ พอเต็มถ้ วยก็ซึมหยดติ๋งๆ ซึมลงใต้ ดิน ลงไปเป็ นนํา้ บาดาลสิบเก้ าเปอร์ เซ็นต์ อยู่ในเนือ้ ดินอุ้มเม็ดดินอยู่หก เปอร์ เซ็นต์ เพราะฉะนันในแต่ ้ ละคืนที่ป่าเขาเรี ยกฝนมา นํ ้าสี่เปอร์ เซ็นต์ เท่านันที ้ ่ไหลออกในลําธาร แล้ วพอกลางวันเมฆผ่านไปไม่มีฝนให้ เรี ยก แล้ ว นํา้ อีกเก้ าสิบหกเปอร์ เซ็นต์ ก็ค่อยๆ ทยอยออกมาเรื่ อยๆ พอตก กลางคืนเมฆคลุมยอดเขาอีกแล้ ว ต้ นไม้ ป่าไม้ ก็เรี ยกฝนมาใหม่ เขาก็ เรี ยกอยู่อ ย่ างนี ท้ ุก คื น ๆ เสร็ จแล้ ววัน ดี คื น ดี เราก็ ใ ห้ อ ภิ สิท ธิ์ ช นขึน้ ไป กลุม่ แรกขึ ้นไปปลูกกะหลํ่า ปลูกขิง ปลูกอะไรกันแหลกลาญเลย ใช่ไหม เพราะฉะนันแต่ ้ ละคืนที่นํ ้าเขาค่อยๆ ทยอยจ่ายก็หายไป พอถึงหน้ าฝน ฝนหนักมาตูมเดียว นํ ้าฝนจากฟ้าลงถึงดิน ซึมวืดลงไปในดิน ดินก็หนัก อึ ้งเลย แล้ วดินไม่มีตวั ยึดก็ไหลลงมาทังก้ ้ อน กลิ ้งหลุนๆ ลงมา ไอ้ อย่าง นันที ้ ่เราเจอกันอยู่เป็ นประจํา แล้ วอย่างนีจ้ ะไม่ให้ นํา้ แดงทนไหวหรื อ นัน่ คือสาเหตุที่นํ ้าแดง ทีนี ้ขอกลับมาดูที่อาจารย์ศรี ศกั รสัง่ การบ้ านให้ ที่จริ งแม่นํา้ เจ้ าพระยา ตอนล่าง เมื่อกี ้ผมไม่ได้ อธิบายว่าคดไปคดมาแล้ วก็เป็ นเกาะ เป็ นเกาะ นัน้ เกิดหลายประการ เกิ ดจากนํา้ เปลี่ยนทางเดินวิ่งล้ อมก็มี เกิ ดจาก มนุษย์ เข้ าไปขุดลัดก็มี เราเริ่ มขุดลัดแม่นํา้ เจ้ าพระยา เริ่ ม ต้ นในสมัย พระเจ้ าชัยราชาธิราช เพราะตอนนัน้ กิจการการค้ ากับต่างประเทศเรา


ค่ อ นข้ า งรุ่ ง เรื อ งมาก เราก็ ขุด คลองลัด ที่ เ รี ย กว่ า คลองบางกอก แต่ ปั จจุบนั ความเห็นส่วนตัวนะครับ คลองบางกอกก็คือแม่นํ ้าเจ้ าพระยา แล้ วปลายคลองบางกอกเราก็เรี ยกว่าบางกอกใหญ่ ต้ นคลองบางกอก ข้ างบนเราก็เรี ยกว่าคลองบางกอกน้ อย อันนีผ้ มเรี ยกผมเองนะ เสร็ จ แล้ วเกิดอะไรขึ ้น หลังจากขุดคลองลัดตรงนัน้ แล้ ว เหนือขึ ้นมาเราก็ขุด ลัดตรงนนทบุรี เหนือขึ ้นมาเราก็ขดุ ลัดตรงปทุมธานีตรงที่แม่นํ ้าอ้ อมตรง นี ้ แล้ วก็ขดุ ลัดขึ ้นไปเรื่ อยๆ เพื่อให้ สําเภาเข้ าไปค้ าขายที่อยุธยาได้ ก็เลย ทําให้ นํ ้าไหลได้ หลายทิศทาง ไหลตรงก็ได้ เพื่อเรื อจะได้ เดินสะดวก พอ นํ ้าหลากลงมา ทางตรงมาไม่ทนั เขาก็ไหลอ้ อมเข้ าทางเส้ นทางเชียงราก จากแม่นํ ้าอ้ อมไปเชียงราก แต่นํ ้าที่ไหลเข้ าแม่นํ ้าอ้ อมนี ้กระแสนํ ้าไม่แรง นํ ้าก็จะใส รัชกาลที่ ๕ ก็เล็งเห็นว่า ถ้ าเราจะหานํ ้ากินให้ คนกรุงเทพฯ ก็ ต้ องไปหานํ ้าที่ใสที่สดุ สะอาดที่สดุ จริ งไหมครับ พระองค์ท่านก็เลยไป ตังโรงสู ้ บนํ ้าอยู่ที่ตรงคลองอ้ อมตรงนัน้ ทีนีใ้ นการตังที ้ ่สูบท่านก็ขยาย ทําเป็ นบึงใหญ่ให้ นํ ้าที่ไหลอ้ อมมาใสๆ นี่ลงพักในบึง แล้ วก็สบู นํ ้าส่งมา ตามคลองประปา มาทํานํ ้าประปาให้ เรา เราก็เลยได้ นํ ้าประปาที่สะอาด ใช้ เพราะฉะนันจะเห็ ้ นว่าคนสมัยโบราณเขาไม่คิดจะเอาเทคโนโลยีไป บําบัดไปกรองนํา้ ให้ สะอาด เขาจะต้ องพยายามหาวัตถุดิบที่สะอาด ที่สุด แล้ วถึงจะทําตรงนัน้ ให้ ดีที่สุด เขาเลือ กใช้ ธรรมชาติ ไม่เหมือ น


ปั จจุบนั ปั จจุบนั ทุกอย่างเทคโนโลยีทําได้ หมด พอเทคโนโลยีทําได้ หมด เราเอาชี วิตไปฝากกับเทคโนโลยี เราก็ มีแต่ความอหัง การ จนกระทั่ง รั ฐ มนตรี ก ระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ ท่ า นหนึ่ ง ท่ า นประกาศ ผู้ ใดครอง เทคโนโลยี ผู้นนครองโลก ั้ รู้จกั ไหมครับ ตายไปแล้ วยิงตัวตาย เพราะว่า เขาครองเทคโนโลยีคือปื น นัน่ คือลักษณะของแม่นํ ้า


ทีนี ้แม่นํ ้าเจ้ าพระยา ทําไมนํ ้าท่วม ในลุ่มเจ้ าพระยาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในรัตนโกสินทร์ ท่านว่านํ ้าท่วมกรุงเทพฯ นี่ดีไหม ไม่ดี กรุงเทพมหานคร


พื ้นที่โดยเฉลี่ยทังหมดสู ้ งจากระดับนํา้ ทะเลศูนย์จุดห้ าเมตร ครึ่ งเมตร เดือน ๑๑ เดือน ๑๒ นํ ้าทะเลจะขึ ้นสูงเมตรสิบ ปี ๒๔๘๕ สองเมตรห้ า สิบ ปี ๒๕๑๘ สองเมตรสิบ ถ้ า ไม่ มี นํา้ ลงมาท่ วมอะไรจะเกิ ดขึน้ กับ กรุงเทพฯ นํ ้าทะเลจะท่วมแทน ท่านอยากจะเอา นํา้ ทะเลท่วมหรื ออยากจะเอานํา้ จืดท่วม เห็นไหม เห็นแล้ วหรื อยังว่า แผ่นดินสยามดีอย่างไร ตอนที่นํ ้าทะเลเขาจะท่วม เราก็มีนํ ้าจืดลงมายัน นํ ้าทะเลไว้ ไม่ให้ เข้ า เห็นไหม วิเศษตรงไหน สุดยอดเลยไม่มีแผ่นดินไหน ในโลกเป็ นอย่างนี ้ได้ อีกแล้ ว แล้ วเราก็ทําลายระบบตรงนี ้หมดเลย แล้ ว ทําลายระบบตรงนี ้ยังไม่พอ แหล่งที่สําคัญที่สดุ ที่เป็ นแหล่งสัตว์ทะเลอยู่ ที่ ไ หนทราบไหมครั บ ไทยตัก ไม่ ห มดเพราะเรามี ส ามนํ า้ มี นํ า้ จื ด มี นํ ้าเค็ม และมีนํ ้ากร่ อย ช่วงที่นํ ้าทะเลหนุนสูงนี่มาชนกับนํ ้าจืดก็เกิด เป็ น พื ้นที่นํ ้ากร่ อยกว้ างมาก พวกปลาบ่อพวกอะไรเกิด จนกระทัง่ เกิดเป็ น เมื อ งปลา รู้ จัก เมื อ งปลาไหม คื อ กบิ น ทร์ บุรี แล้ ว ตอนนี เ้ ราทํ า อะไร เริ่ มต้ น กลัวปลาจะล้ น ประเทศ เราก็ ตัด ถนนเลาะชายทะเลทางซี ก ตะวันออกคือถนนพหลโยธิ น จากสมุทรปราการขนานไปกับสุขุมวิท ทางนี ้เราก็ตดั ถนนพระราม ๒ ขนานกับชายทะเลไปเรื่ อยๆ ไม่ให้ นํ ้าเข้ า ยังหนีเข้ ามาได้ อีก ตัดถนนใหม่ ถนนเชิงทะเลเลาะเรี ยบ เลาะเป็ นชันๆ ้ เมื่อนํ ้าเข้ าไม่ได้ นํ ้าก็ออกไม่ได้ เราก็เลยต้ องโครงการเจ้ าพระยา ๒ ถาม


ว่าไอ้ ตอนที่นํ ้าเข้ าๆ ออกๆ นี่ เขาให้ โทษหรื อให้ ประโยชน์ อ่าวไทยเราถึง อุดมสมบูรณ์ แต่เสร็ จแล้ วเราก็ทําลายหมด เราถึงได้ ต้องไปวิ่งเรื อไป ขโมยจับจากเวียดนาม จากอินโดนีเซีย จากพม่า เห็นไหม ความอุดม สมบูรณ์ ที่เรามีอยู่เราก็ทําลายทิ ง้ แล้ วชี วิตเราจะไม่ วิบัติตอนนี ้ แล้ ว ลูกหลานเราจะเป็ นอย่างไร ทัง้ หลายทัง้ ปวงนี ม้ ีสาเหตุมาจากความ เข้ าใจผิดเล็กๆ เรื่ องเดียว เขาไม่ร้ ู ว่าทรัพยากรธรรมชาติกับทรัพยากร เศรษฐกิจต่างกัน ทรัพยากรธรรมชาตินี ้อุปมาอุปมัยเหมือนต้ นมะม่วง แต่ทรัพยากรเศรษฐกิจอุปมาอุปมัยเหมือนกองทราย ท่านลองคิดเล่นๆ ปลูกมะม่วงไว้ ต้นหนึ่งกับเอากองทรายกองไว้ กองหนึ่ง หนึ่งปี ผ่านไป กองทรายเป็ นอย่างไรครั บ ยุบ จริ งไหมครับ ต้ นมะม่วงเป็ นอย่างไร โต แล้ วเราบอกว่าโครงการแปลงทรัพย์สินเป็ นทุน ตัดมะม่วงขายให้ หมด ชาวบ้ านแถบนนทบุรีแถบอะไรที่มีขายหมดเลย เอามาเป็ นเศรษฐกิจให้ หมด อนาคตเราจะเป็ นอย่างไร เห็นไหม ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่านเป็ นห่วงเรื่ องนี ้มากเลย ท่านมีพระราชดํารัสว่า " คลองเป็ นสิ่งที่คนไทยคุ้นเคย เราดูแลรักษาเองได้ เราสร้ างเองได้ แต่ ถนนเป็ นสิ่งที่เราต้ องพึง่ พาเทคโนโลยีตะวันตก ดังนันการจะปกครองให้ ้ ประชาราษฎร์ อยู่ดีมีสขุ เราต้ องหมัน่ รักษาคูคลอง และขุดคลองเพิ่มทุก ปี " แล้ วเป็ นสมัยที่พระองค์ท่าน สมัยรัชกาลที่ ๕ เป็ นสมัยที่เราขุดคลอง


เพิ่มขึ ้นเยอะที่สดุ ในจดหมายเหตุนี่ ทัง้ ขุดคลองทังดู ้ แลรักษาคลองตัง้ สองพัน กว่ า คลองเต็ ม ไปหมดเลย แล้ ว พระองค์ ท่ า นกลัว ว่า ถนนจะ ทําลายคลอง พระองค์ท่านออกกฎหมายฉบับหนึ่ง กฎหมายรั กษาคู คลอง ให้ กรมคลองคอยควบคุมดูแล กฎหมายฉบับนันบอกว่ ้ า ถ้ าถนน ใดก็ตามที่จะผ่านคลอง ต้ องยกระดับพื ้นถนนให้ สงู จากระดับนํ ้าสูงสุด สามจุดเจ็ดเมตร ดังนัน้ จะเห็นว่าสะพานทุกสะพานในสมัยพระองค์ ท่านสูง ลิบเลยเห็นไหม แล้ วหัวหมอทํ าสูง ไม่ ได้ เขาก็ เลยทํ าสะพาน ขึ ้นมา แล้ วตรงกลางทําเป็ นตะแกรงเหล็ก ใหม่ๆ ก็จะมีเสาสําหรับยก ตะแกรงขึ ้นให้ เรื อผ่าน แล้ วพอนานๆ เข้ า เขาก็เลิกสร้ างเสา อันนีก้ รม ทางทําเองนะ ไปดูซิสะพานใหญ่ๆ ที่ข้ามคลอง ตรงกลางสะพานจะมี ตะแกรงเหล็กเอาไว้ ให้ ยกเปิ ด ถ้ าเรื อลําไหนจะผ่านก็ยกเอาเอง เห็น วิสยั ทัศน์ของพระองค์ท่านไหมครับ พระองค์ท่านคิดล่วงหน้ าไปไกลเลย แต่ไอ้ เจ้ ากรมครองเองเป็ นตัวทําลาย ทราบไหมครับกรมคลองตอนนี ้ เขาชื่ อ กรมอะไร กรมทางหลวงแผ่ น ดิ น กรมคลองคื อ กรมดูแ ลทาง สัญจร นี่คือปั ญหาของความที่เราไม่เคยเรี ยนรู้ว่าเรามีอะไรอยู่ในอดีต เราเอาแต่ ทัน สมัย ๆๆๆๆ ทุก อย่ า งเราจะเปลี่ ย นรุ่ น ให้ ทัน รุ่ น เขาอยู่ ตลอดเวลา ถึงฉิบหายอยู่ทกุ วันนี ้


อาจารย์ เตือนบอกว่าให้ ชีใ้ ห้ เห็นว่าตรงคลองรั งสิตเป็ นอย่างไร จริ งๆ ตรงคลองรังสิตนี่นะครับขุดขึน้ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เพราะอะไร เพราะ ตอนปลายรัชกาลที่ ๔ เราถูกบังคับให้ เซ็นสัญญา บาวริ่ งใช่ไหม นัน่ คือต้ องยอมให้ ขายข้ าวออกต่างประเทศ พระองค์ท่าน ก็ เลยเกรงว่า ถ้ าเรายอมให้ ขายข้ าวเดี๋ยวเกิ ดข้ าวยากหมากแพงขึน้ มาแล้ วเขาก็เอาข้ าวของเราไปหมดแล้ วประชาชนจะเอาที่ไหนกิน ก็เลย มีกุศโลบายเพิ่มพื ้นที่ทํานา โดยการให้ สิทธิ์ ว่าใครก็ตามที่ขดุ คลองเข้ า ไปในที่รกร้ างจะได้ กรรมสิทธิ์ที่ดินสองสามคลอง เลยทําให้ ใครก็ตามที่มี อํานาจ มีข้าทาสบริ วารเยอะก็จะขุดคลองเข้ าไป แล้ วก็ได้ กรรมสิท ธิ์ ที่ดิน แล้ วก็มีคนกลุ่มหนึ่งเป็ นหมู่เสนาอํามาตย์ไปร่ วมทุนกับฮอลันดา ตังบริ ้ ษัทชื่อว่า คลองและคูนาสยาม แล้ วก็ขอพระบรมราชานุญาติขุด คลองทั่วราชอาณาจักร คลองแรกที่เริ่ มทําสัญญาขุด เขาก็ ขุดคลอง ประทานสามคลองเชื่อมระหว่างแม่นํา้ เจ้ าพระยากับแม่นํา้ นครนายก แล้ วก็ ขุ ด คลองซอยแยกระหว่ า งคลองสามคลองนี ้ คลองซอยนี ้ เนื่ อ งจากในพระบรมราชานุ ญ าติ นั น้ ให้ ที่ ดิ น ข้ างคลองสี่ สิ บ เส้ น เพราะฉะนันเขาก็ ้ จะขุดคลองแต่ละคลองห่างกันแปดสิบเส้ น เลยทําให้ ผืนดินทัง้ ผืนเป็ นของบริ ษัท คลองรังสิต เพราะฉะนัน้ จะเห็นว่าคลอง หนึ่ง คลองสอง คลองสาม คลองสี่ คลองห้ า คลองหก ไล่ไปนี่ แต่ละ


คลองห่างกันกี่กิโลครับ สามจุดสองกิโล คือแปดสิบเส้ นเท่ากันเป๊ ะไป ตลอดเลย ซึง่ ก็เป็ นสิ่งดี เพราะว่าจะบริ หารจัดการนํ ้า ทําให้ นํ ้าไหล นํ ้าก็ กระจายตัวออก แทนที่จะต้ องตะกายขึน้ ทุ่งไปอยู่ในหนอง ก็เข้ าไปใน คลองต่ างๆ ก็ เป็ นสิ่ง ดี ถ้ า เราทํ า นา แต่ม า ณ ปั จ จุบัน คลองรั ง สิ ต ทัง้ หมด ทําอะไรครั บ ทําบ้ านจัดสรร แล้ วบ้ านจัดสรรนีใ้ ครออกแบบ ครับ สถาปนึก ไม่ใช่สถาปนิกแล้ ว เขาไม่ดูทิศไม่ดูทาง ไม่ดูอะไรเลย เขาได้ แต่พยายามนึกว่าบ้ านแบบไหนมองแล้ วสวยที่สดุ แล้ วเขาก็สร้ าง บ้ านให้ สวยที่สุดให้ ท่านมอง ท่านก็ไปมอง บ้ า นนีแ้ หละสวยแล้ วก็ซือ้ แต่พอเข้ าไปอยู่แล้ วซวย เพราะเขาไม่ได้ ให้ ท่านอยู่ เขาเอาไว้ ให้ ท่านดู อยู่นอกบ้ าน เพราถ้ าเข้ าไปอยู่ ทัง้ หลื บทัง้ อะไรต่อ อะไร แม่ บ้ านทํ า ความสะอาดทีเสร็จนะครับ แล้ วแถมตังกั ้ บพื ้น พอถึงหน้ านํ ้าทําอย่างไร นํ ้าก็ท่วมเห็นไหม พอนํา้ ท่วม คนในหมู่บ้านก็ ต้องร้ องเรี ยน แต่เขาไม่ ร้ องเรี ยนกับเจ้ าของโครงการ เขาก็ต้องมาร้ องเรี ยนกับรัฐบาล เพราะ เจ้ าของโครงการเขาบ๊ ายบายไปแล้ ว เพระว่าที่ อ ย่างนี ท้ ี่ ๆ นํ า้ ท่ วมนี่ ราคาถูก แต่พอทํ าบ้ านจัดสรรแล้ ว ถ้ าท่านไม่ อ ยากโดนนํา้ ท่ วมก็ ไป จัด การเอาเอง นั่น คื อ ปั ญ หาที่ ต ามมาที ห ลัง แล้ ว ในเรื่ องสะพานก็ เหมือนกัน เราลดสะพานหมด รังสิตนี่กําลังเจอปั ญหาอย่าง���นัก เพราะ อะไรครับ รถติดอย่างมหาศาลเลย ทําไมรถติดมหาศาล เพราะไม่ร้ ูเขา


เรี ยนกันมาอย่างไรนะ ให้ รถช้ าไปวิ่งอยู่ในเลนรถเร็ ว เลนขวาสุดต้ อง เป็ นเลนรถเร็ วใช่ไหม เสร็ จแล้ วรถที่จะยูเทิร์นหรื อเลี ้ยวขวาอยู่เ ลนไหน เห็นไหมครับ ทังๆ ้ ที่มีคลองนะ ง่ายนิดเดียว แค่เขายกสะพานให้ รถลอด ใต้ หรื อไม่สะพานเก่านี่ยกสูงอยู่แล้ วก็ทําถนนลอดใต้ ไอ้ รถที่ช้าจะยู เทิร์น จะเลี ้ยวขวาก็เข้ าซ้ ายแล้ วก็เลี ้ยวไปออกซ้ ายอีกข้ างหนึ่ง ไอ้ ทาง ขวามือรถเร็ วอยากจะวิ่งก็วิ่งกันไป รถก็ไม่ติด รถก็ไม่ช น แล้ วอยู่ดีๆ เขา ก็เอารถช้ าไปชนกับรถเร็ ว โอ๊ ! แต่ลืมไป ผมโง่กว่าเขา เพราะเขาทํา อย่างนี ้เขาเลยได้ งบโครงการเมกกะโปรเจคสําหรับสร้ างสะพานข้ าม อาจารย์ ศรีศักร วัลลิโภดม คลองรังสิตมีความหมายถึงว่า คือการทําพื ้นที่ๆ ไม่ได้ ใช้ เป็ นประโยชน์ ให้ เป็ นประโยชน์ นอกจากการกระจายนํา้ จากคลองรังสิตนี่มา แล้ วมี คลองตัดตังสิ ้ บสี่สิบห้ าคลอง ตัดไปตัดมา แล้ วระบบนีแ้ บบเดียวกับที่ เวียดนาม แล้ วกระจายคนไปตามริ ม คลองเป็ นจุดๆ เลย แล้ ว คลอง รังสิตตรงไหนที่เป็ นปากคลองจะเป็ นชุมชนเมือง เพราะมีตลาด มีโรงสี ใช่ไหม แล้ วก็จะมีศาลเจ้ าจีนต่างๆ เหล่านี ้กระจายไปหมดเลย แต่คลอง เจ็ดนี ้ยังอยู่มาก นี่เขารื อ้ เมื่อเร็ วๆ นี ้ ที่อาจารย์ยงยุทธพูด ชีวิตของคนที่ ด้ อยโอกาสที่จนอยู่ไม่ได้ ในแถบนี ้ นอกจากนายทุนเข้ าไปเท่านันเอง ้ นี่


คื อ ปั ญ หาที่ เ กิ ด ขึ น้ สมัย ก่ อ นนี ก้ ารขยายพื น้ ที่ ให้ ที่ อ ยู่อ าศัย เข้ า สู่ ตะวันออกนี ้ต้ องมีการจัดการนํ ้า ชุมชนจะขยายไปตามแม่นํ ้า ลําคลอง ไม่ใช่ตามถนน ปั จจุบนั นี ้พังหมดแล้ ว ที นี ผ้ มขอเสริ ม อาจารย์ ย งยุท ธที่ พูด ถึ ง เรื่ อ งนํ า้ ท่ ว มกรุ ง เทพฯ นัน้ ดี หรื อไม่ดี นํ ้าท่วมกรุ งเทพฯ ดีครับ เพราะเป็ นการชะล้ าง ท่านรู้ ว่าท่าน เล่นสงกรานต์นี่เพราะอะไร เพราะเป็ นการขอบคุณนํา้ ในเดือนสิบสอง ให้ ช ะเอาความสกปรกลงไป แล้ ว ก่ อ นหน้ า นัน้ หน้ า แล้ ง นํ า้ ดํ า หมด คลองดําหมดเพราะนํ ้าตื ้น ผมอยู่หลังวัดบวรฯ นี่ หน้ าแล้ งนะนํ ้าติดเลย พื ้นดําหมดเลย แถมมีตวั สงกรานต์เล่น สีเขียวๆ แดงๆ วูบวาบเลย พอ หน้ านํ ้ามาเลยใต้ ถนุ ท่วม พอนํ ้าลดใสสะอาด ตรงนี ้ครับเป็ นการชะ แล้ ว ตรงนันเขาเล่ ้ นลอยกระทงกัน เมื่อเด็กๆ ผมนี่ ปู่ ย่า ตา ยาย เขาบอกให้ ไปทํากระทงเล็กๆ แล้ วลอยไปตามลําคลองนี ้ เขาไม่ลอยแม่นํา้ หรอก ครับ ลอยแม่นํ ้านันบ้ ้ า กระทงล่มหมด เขาทําเพื่อขอขมานํ ้า เขาจะอ๊ อฟเสิร์ฟเวลาเดือนสิบสองนี่ วันเพ็ญตรงนัน้ นํา้ จะขึน้ สูงสุดใน ตอนหกทุ่ม ตอนนันเป็ ้ นวาระศักดิ์สิทธิ์ที่เราจะอธิษฐาน เป็ นเปลี่ยนเข้ า สูป่ ี ใหม่ ตรงนันเราขอขมา ้ นัน่ คือลอยกระทง แล้ วเป็ นสิ่งที่เกิดขึ ้นในลุ่ม นํ ้าเจ้ าพระยาตอนล่างท่านันเอง ้ แล้ วไม่ได้ เกี่ยวกับอยุธยา เพราฉะนัน้


ลอยกระทงเป็ นเรื่ องของนํ ้าในกรุงเทพฯ นี่เอง คนกรุงเทพฯ ธนบุรีนี่ต้อง ลอยกระทงกัน สมัยนันเขาลอยกั ้ นตามลําคลอง ลําคลอง ลํานํ ้าเล็กๆ อย่างที่อาจารย์ว่านี ้ เพราะกระแสนํ ้าไม่แรง ไม่มี ใครเขาลอยกันในแม่นํา้ เจ้ าพระยาหรอกครับ มีบ้างตอนนีท้ ี่ลอยตาม แม่นํ ้าเจ้ าพระยา นี่คือปั ญหาที่ไม่เข้ าใจสิ่งเหล่านี ้ แล้ วดูซิภาพที่เห็น นี่ คือตัวอย่างที่ว่าที่จ ริ งแล้ วสมัยก่อนนีเ้ รื่ องเล็กที่สุดเลย แม้ กระทั่งนํา้ ท่วมวัดก็ไม่เป็ นไร ใช่ไหม แต่เดี๋ยวนี ้กลายเป็ นความทุกข์หมด คุณวลัยลักษณ์ ทรงศิริ จะเปิ ดให้ ท่านผู้มีเกียรติได้ แสดงความคิดเห็นและซักถาม จากที่ฟังท่าน อาจารย์ ทงั ้ สองท่าน พูด คําถามที่เราถามไปเมื่อกีก้ ็คือว่า แล้ วจะทํา อย่างไรใน Generation ต่อไป ก็คงจะต้ องมี อย่างเดียวที่ดีที่สดุ และทําได้ ก็คือต้ องเรี ยนรู้ และขอข้ อมูลจากท่านผู้ใหญ่มากว่า ในอดีต นั น้ สภาพแวดล้ อมที่ เ กิ ด ขึ น้ และมี อ ยู่ นั น้ เป็ นอย่ า งไร ปั จจุ บั น เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แล้ วก็คนรุ่นต่อไปอาจจะต้ องค้ นหาและเท่าทัน กับสิ่งที่เกิดขึน้ ซึ่งตอนนีย้ ังพอที่จะทันและฟั งความรู้ จากท่านผู้ใหญ่ ต่างๆ แล้ วก็ เปรี ยบเที ยบดูว่า เหตุการณ์ ที่เกิ ดขึน้ นี ้ เราจะลองแก้ ไข


อย่างไร แล้ วมองอนาคตอย่างไร ก็เลยอยากจะฟั งความคิดเห็น และ คําถามจากท่านผู้มีเกียรติทกุ ท่านว่า ในวันนี ้เราคุยกันเรื่ องนี ้ แต่ละท่าน ก็โดยเฉลี่ยหน้ าตาก็น่าจะทัน น่าจะเคยเห็นยุคใน ไม่ใช่บ้านดี เมืองดี ทังหมดก็ ้ ได้ แต่ว่าเคยเห็นสภาพแวดล้ อมที่เคยเป็ นแบบที่ท่านอาจารย์ ท่านเล่า และปั จจุบนั ด้ วย อยากจะเชิญให้ ทุกท่านแสดงความคิดเห็น เชิญค่ะ ผู้เข้ าร่ วมฟั งการอภิปราย เผอิญว่าอยู่คลองรังสิตพอดี แล้ วเป็ นคนที่ศกึ ษาเรื่ องนี ้พอสมควรเพราะ อยู่บ้านจัดสรรคลองเก้ า ที่จริ งแล้ วไม่เดือดร้ อนหรอกค่ะ แต่ว่าเป็ นห่วง แล้ วสงสารคนในอดีตที่เป็ นผู้ขุดคลอง เผอิญก็ไปได้ ค่มู ือเล็กๆ มาเล่ม หนึ่ง จึงรู้ แม้ กระทั่งพื ้นที่นนั ้ ราคาเมื่อก่อนเท่าไหร่ แต่อยากจะถามว่า สถานที่ ๆ เกิ ด ขึน้ ไม่ว่าจะเป็ นคลองหนึ่ง ซึ่ง สกปรกที่ สุด และบ้ านริ ม คลองอะไรต่ออะไรเยอะมาก ถามว่า จะมีหน่วยไหนที่จดั การได้ เด็ดขาด ที่สดุ


อาจารย์ ศรีศักร วัลลิโภดม แต่ก่อนนีแ้ ม่นํ ้า ลําคลอง เป็ นที่กระจายการตัง้ ถิ่นฐานอาศัยของผู้คน แต่เขาตังในลั ้ กษณะเป็ นชุมชน แล้ วจะมีวดั เป็ นศูนย์กลางเป็ นระยะไป แล้ วมีระยะห่าง แต่ไอ้ บ้านเรื อนที่สร้ างสมัยใหม่นี ้ หลังจากโครงสร้ าง เดียรฉานมาครอบนี่ ไม่เป็ นชุมชน เป็ นรังสัตว์หรื อคอกสัตว์ ไม่มีชมุ ชน หรอกครับ กระจายกันโดยไม่มีกาลเทศะ แล้ วคนที่อยู่ในนันร้ ้ อยพ่อพัน แม่ ไม่มีหัวนอนปลายตีน สมั ยรั ชกาลที่ ๕ นี ้ เขาสร้ างให้ เป็ นชุม ชน ไม่ใช่เดียรฉาน อยู่กันเป็ นกลุ่ม มีวดั มีศาลเจ้ า มีความสัมพันธ์ กัน มี ประเพณีที่จะรวมกัน แล้ วเขามีความรู้ในท้ องถิ่นนัน้ ว่านํ ้านี่ผ่านจากถิ่น หนึง่ มาอีกถิ่นหนึง่ จะกระทบกระเทือนไหม เขาจะมีการเจรจาต่อรองกัน เขาดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เรี ยนรู้ซงึ่ กันและกัน แต่เดี๋ยวนี ้ไม่ใช่อย่างที่ ท่านอาจารย์ยงยุทธพูด ไปพึ่งเทคโนโลยี เพราะฉะนันภู ้ มิปัญญาสลาย หมดเลย คนแก่ๆ อย่างเรานี่เด็กดูถูก โง่ แก่แล้ ว สมัยก่อนนีเ้ ด็กต้ อง เรี ยนจากเรา ที่มาพูดวันนี ้เพื่อที่ว่า เราต้ องดึงความเป็ นมนุษย์กลับมา


ชุมชนต้ องมีความเป็ นชุมชน มีสํานึกร่ วม มีความเป็ นมาและต้ องมีภูมิ ปั ญญา ต้ องกลับไปทบทวนคนแก่ให้ เขาเล่าให้ ฟัง อย่างที่อาจารย์ยง ยุทธเล่าให้ ฟังว่า ครัง้ หนึง่ ในนํ ้ามีปลา ในนามีข้าว แต่ปัจจุบนั นี ้ในนํ ้าไม่ มีปลา แต่ในนาข้ าวเกิน ผมอยากจะบอกว่าที่เรามาเคลื่อนไหววันนี ้เพื่อ ที่ว่าเราจะหวนกลับมามองตัวเอง ดึงความเป็ นมนุษย์กลับมาเป็ นชุมชน เป็ นท้ องถิ่น เรี ยนรู้ จากผู้หลักผู้ใหญ่ แล้ วเราอย่าไปหวังพึ่งรัฐ เราก็หา จากชุมชนท้ องถิ่น จากข้ างล่างขึ ้นข้ างบนเพื่อจัดการ จัดการกับตัวเรา อาจารย์ ยงยุทธ จรรยาลักษณ์ สําหรับมุมมองของผม ภยันตรายที่มากที่สุดคือเทคโนโลยี เพราะเขา กําลังทําลายเรา เวลาที่ผมคุยกับเด็กๆ เพื่อจะให้ เขารู้เท่าทันเทคโนโลยี ผมก็ จ ะเล่า นิ ท านให้ เ ขาฟั ง ขออนุญ ���ตเล่ า ให้ ฟั ง นิ ท านเรื่ อ งนี ้ ผม เรี ยกว่าเจ้ านกสวรรค์ เป็ นนกที่ขนสวยมาก เสียงก็เพราะมาก ทุกเช้ า ธรรมชาติของนกก็จะเกาะอยู่บนยอดไม้ ตากแดด แล้ วก็ร้องเพลง คน ในหมู่บ้านก็ จะมามุง ดูอยู่ที่โ คนต้ นด้ วยความชื่น ชอบ เช้ าวัน หนึ่ง ใน ขณะที่ร้องเพลงอยู่ คนก็อยู่ที่โคนต้ นไม้ หมด มีชายหนุ่มคนหนึ่งเขาเดิน ออกมาจากหมู่บ้าน มือเขาถือกล่องไม้ มากล่องหนึ่ง คนๆ นี ้แปลก เขา ไม่ใส่ใจ ไม่เหลือบมองเจ้ านกเลย เลยทําให้ เป็ นที่แปลกใจและสะดุดตา


มาก เจ้ านกจ้ องผู้ชายคนนี ้ พอเขาเดินเข้ ามาใกล้ ต้นไม้ ก็บินลงมาเกาะ กิ่ ง ล่าง พอเขาเดินมาถึ ง โคนต้ น ถามเสียงหยิ่ ง ๆ " กล่อ งอะไร " เขา หยุดชะงัก เหลือบตาขึ ้นมองนิดหนึ่ง แล้ วตอบสันๆ ้ คําเดียว " หนอน " เจ้ านกตาลุก " ขอบ้ างได้ ไหม " เขาบอก " ขนเส้ นหนึ่ง " เจ้ านกก็สลัดขน ให้ เขาเส้ นหนึ่ง เขาก็เปิ กกล่องหนอนให้ กิน ก็หลบไปจิกกินหนอนอย่าง อิ่มหนําสําราญ พออิ่มแล้ วก็บินขึ ้นไปอยู่บนยอดไม้ พอแดดแรงก็นอน อยู่ใต้ ใบไม้ คนก็กลับไปทํางาน แล้ วก็รําพึงว่า แสนสบายจังเลยวันนี ้ไม่ ต้ องไปหากินให้ เหนื่อย พอสองสามอาทิตย์ผ้ ชู ายคนนัน้ ก็มาอีก จําหน้ า ได้ ก็บินลงมา " ขอหนอนหน่อยซิ " ว่าแล้ วสลัดขนให้ เส้ นหนึ่ง แล้ วนาน เข้ าๆ คนที่เคยมามุงดูก็ค่อยๆ ลดจํานวนลงไปๆ จนวันนันไม่ ้ มีใครมาดู เลย มีแต่ผ้ ชู ายคนนันเดิ ้ นมาคนเดียว พอเห็นก็กระโดดหลุนๆ ลงมาถึง " ขอหนอนหน่อยซิ " แล้ วก็สลัดขนให้ แต่อนิจจา ไม่มี ขนเหลือแล้ ว เขาก็ เลยไม่เปิ ดกล่องหนอนให้ กิน ผลลัพธ์ก็เลยตายอยู่โคนต้ นไม้ นนั ้ ความสะดวกสบายหาใช่หนทางที่ถูกต้ องในการดําเนินชีวิตไม่ ถ้ าเรา ติดกับเทคโนโลยี ณ วันนี ้ ลองซิมหายซิคณ ุ จะโทร.กับใคร สมัยก่อนไม่


มีเลย เราอยากโทร.ถึงใครอยู่ในหัวเราหมด จริ งไหมครับ เราใช้ สมอง เราตลอด เราใช้ อ ะไรต่ อ อะไรในตัว เราตลอด เพราะฉะนัน้ อย่ า บ้ า เทคโนโลยี ที่ สําคัญ ที่ สุด ที นีท้ ํ าอย่างไรจะให้ ฟื้น ตรงนี ไ้ ด้ เนื่ อ งจาก ตอนนี ้การรักษาได้ ต้ อง

รักษาได้ อย่างเดียวคือการท่องเที่ยว เพราะฉะนันเราก็ ้ จะต้ องพยายาม ฟื น้ วิถีการท่องเที่ยวที่เป็ นวิถีแบบเดิม วิถีของไทยเดิมในลําคลองแถว นัน้ เรี ย กร้ องให้ เ ขาเปิ ดทางนํ า้ ให้ เ รา แล้ ว ก็ ห าเรื อ พาดูไ ปเรื่ อ ยๆ ดู ธรรมชาติ ดูอะไรต่ออะไร เอาเด็กลงก่อน เอาอะไรต่ออะไรลงไป ทําไม ผมบอกว่าทางนี ้ควรจะแก้ ได้ ผมไปหลายที่ ผมไปเจอ โอ้ โฮ ! สวยสุดๆ เลย วัดสวยสุดๆ แต่ถ้าเอาขยะมาทิง้ ถมเต็มหมดเลย ผมก็กวาดขยะ ออกแล้ วก็เข้ าไปดู หลวงพ่อท่านก็งงว่ามานั่งดูอะไรกันวะ พอดูเสร็ จ ประทับใจมาก วันหน้ าชวนคนไปเลย ไป ไปดูของดี ไปถึงเราก็ไปกวาด ขยะออกดู หนักเข้ าๆ หลวงพ่อท่านก็มาช่วยกวาดออก บางแห่งนะครับ พอกวาดเสร็ จ ไปเย็นมองไม่เห็นมืด เราก็เอาไฟฉายไปนั่งส่อง ท่านก็ เอาไฟนีออนมาติดให้ ท่านก็เริ่ ม ทําให้ แล้ วท่านก็ เริ่ มกวาดขยะออก แล้ วท่านก็เริ่ มฟื น้ ฟูสภาพดังเดิ ้ มของเขาให้ กลับคืนมา แล้ วท่านก็เห็นว่า


สิ่งนี ้เป็ นสิ่งที่มีค่าสําหรับท้ องถิ่นนี ้ ก็เลยเจริ ญต่อมา แต่ว่าการที่จะเอา คนเข้ าไปเที่ยว อย่าเข้ าไปเที่ยวในลักษณะที่เพื่อการบริ โภคเงินนะครับ การท่องเที่ยวมีสองแบบ แบบที่หนึ่งเที่ยวแบบพักผ่อนหย่อนใจ อันนัน้ เอาเลย อยากจะสร้ างความสะดวกสบาย ดูด เงิ น เท่ า ไหร่ ดูด ไป จะ พาเข้ าสปาเข้ าอะไรต่ออะไรทําเข้ าไป

การท่ อ งเที่ ย วแบบที่ ส อง คื อ การเข้ า ไปทํ า ให้ พื น้ ที่ นัน้ แสดงคุณ ค่ า คุณค่าของที่นนั ้ สว่างไสวขึน้ มาด้ วยตัวของเอง เมื่อมีคนเข้ าไปชื่นชม สว่างไสว คุณค่าปรากฏ ก็จะอยู่แล้ วก็ค่อยๆ ขยายออกไปทีละส่วนๆ แล้ วก็จะทําได้ อย่าไปหวังไอ้ พวกกะโหลกหนาเลย ปล่อยตายไปเถอะ หวังพึง่ ทางรัฐก็ยาก เรื่ องพวกนี ้นะ ขืนเขาส่งเสริ มก็แหลกอีก ผู้เข้ าร่ วมฟั งการอภิปราย


สวัสดีครับ ผมได้ ติดตามที่ท่านได้ พดู ได้ เล่าถึงสภาพนํ ้าจะท่วมโลก อีก สิบปี ข้ างหน้ า เป็ นไปได้ ไหมว่า นํา้ จะท่วมโลกทัง้ หมด แล้ วก็จะมีภัย พิบตั ิอะไรต่างๆ เกิดขึ ้นมากมายจนกระทัง่ มนุษย์นี ้จะสูญพันธุ์ อาจารย์ ยงยุทธ จรรยาลักษณ์ เราเป็ นต้ นตระกูลโนอานะ เมื่อ นํ ้าท่วมโลกหมดเหลือใครอยู่ โนอา จริ ง ไหม เพราะอะไรเขาอยู่รอด เขาเป็ นเรื อนแพ คนไทยเรา ถิ่นอาศัยของ เราเป็ นชาวนํ ้า เราอยู่กบั เรื อนแพ แต่ตอนนี ้เราเข้ าใจว่า เราเป็ นอเมริ กนั ชนใน Southeast Asia เพราะฉะนันถ้ ้ าเราหวนกลับคืน ทําชีวิต ของเรา ทํา บ้ านเรื อนอยู่อาศัยของเราให้ อยู่กับนํา้ ได้ อย่าไปห่วงนํา้ ท่วม เพราะอะไรครับ ที่เราเดือดร้ อนที่อ่างทอง ที่อยุธยา ที่ผมเพิ่งไป เมื่ อ วัน อาทิ ต ย์ นี ้ ผมไปสํ า รวจมา สงสารเขามาก แต่ ส่ ว นใหญ่ ที่ เดือดร้ อนหนักที่สดุ คือคนที่มีบ้านชัน้ เดียว เห็นไหม เพราะฉะนัน้ หวน กลับมาสร้ างเรื อนแบบไทยซิครับ เราอยู่รอด แล้ วก็ทําเรื อนให้ เป็ นไม้ ซิ ถึงแม้ ว่าสึนามิมา ที่จริ งเรื่ องสึนามินี่ ไม่น่าจะมีอนั ตราย เพราะอะไร สึ นามิเป็ นนํ ้าใช่ไหม จุดอ่อนของนํ ้าที่ทําให้ นํ ้าหมดพลังอยู่ตรงไหน ตรงรู รั่ว เรื อบรรทุกเครื่ องบินมิดเวย์นํ ้าแบกเอาไว้ ได้ ลองเจาะรูท้องเรื อซิครับ รั่วเลย จมเลย นํ ้าหมดแรงที่จะแบก ฉันใดก็ฉันนัน้ สึนามินี่ถ้ามีรูให้ นํา้


ผ่านข้ างใต้ เรื อนไม่มีวนั พัง เพราะผมไปสํารวจมาทุกจังหวัดเลย ผมทํา แผนฟื ้นฟูธรรมชาติให้ บางอาคารของบอุทยานแห่งชาติ เป็ นอาคาร สํ า นัก งานเก่ า เป็ นเรื อ นใต้ ถุน สูง เรื อ นตัง้ อยู่ป กติ แต่ ข้ า งหลัง บ้ า น นักท่องเที่ยวราบพนาสูรหมดเลย เห็นไหมครั บ พอมาถึงใต้ ถุนมี นํา้ ก็วื๊ดไปแล้ ว แล้ วไปกวาดต่อข้ างในเพราะฉะนัน้ คนไทยเราเป็ นชาวนํา้ ถ้ าเราหันมาเรี ยนรู้ ให้ เข้ าใจนํา้ และอยู่กับนํา้ เราจะไม่มีวนั ทุกข์กบั นํา้ ผมเชื่ออย่างนัน้ นะครั บ ว่าเราไม่มีวันทุกข์ เพราะอย่างที่บอก สึนามิ ไม่ได้ เกิดมาครัง้ นี ้ครัง้ เดียว เกิดมาก่อนแล้ ว ไม่เช่นนันบรรพบุ ้ รุษเขาไม่ เล่ากันต่อๆ มาให้ หลบนะครับ

อาจารย์ ศรีศักร วัลลิโภดม


ผมขอเสริ มอาจารย์ยงยุทธ เมื่อก่อนนี ้คนที่อยู่ในลุ่มนํ ้าเจ้ าพระยาอยู่ใน ถิ่นที่ฝรั่งเรี ยกโฟร้ นติ ้งซิตี ้ ลอยนํา้ ขึน้ มา คือลอยนํา้ นีม้ ีทงั ้ แพและมีทงั ้ เสาสูง เพราะเวลาหน้ านํ ้า นํ ้าเต็มใช้ เรื อกัน เรื อเล็กเรื อ น้ อย แต่ปัจจุบนั นี ้เป็ น Sinking City เมืองจมนํ ้า ไปดูให้ ดี สุวรรณภูมินี ้เมืองจมนํ ้า บ้ าที่สุดเลย เขาไม่ร้ ู เรื่ องสภาพแวดล้ อม ทีนีผ้ มคิดว่าต้ องเคลื่อนจาก ข้ างในลงไป เพราะฉะนันท้ ้ องถิ่นนี ้ต้ องรื อ้ ฟื น้ ภูมิปัญญาของตัวเอง ที่แต่ คุณ จะทํ านี่ นะ คือชุมชนที่ อ ยู่ริ ม นํ า้ นี่ ต้ อ งสร้ างให้ เป็ นชุม ชน เดี๋ยวนี ้ ชุมชนแบ่ง เขตเป็ นหมู่บ้า น อํ าเภอ ตํา บล แบ่ง ขึน้ มาทํ านะ ชุม ชนนี ้ โครงสร้ างของสังคม ความสัมพันธ์ ทางสังคม คือรู้ จกั กันหมดในชุมชน นัน้ อยู่ร่วมกัน ทําอะไรร่ วมกัน แล้ วก็มาพูดถึงท้ องถิ่นอันนั น้ ที่หลายๆ ชุมชนอยู่ด้วยกัน ภูมิปัญญาจะกลับมา ต้ องสร้ างพลังของความรู้ ครัง้ หนึ่งทางมูลนิธิฯ เราเคยสนับสนุนเรื่ องการทางด้ านท้ องถิ่น ไอเดียคือ สร้ างพลังของความรู้ให้ คนในท้ องถิ่น แต่เราไปรูปเป็ นเรื่ องของรูปธรรม ต้ องมี���าคารพิพิธภัณฑ์ ที่จริ งไม่ใช่ คือสร้ างพลังความรู้ ขึน้ จากคนแก่ คนเฒ่า เอาภูมิปัญญามาแล้ วถ่ายทอดให้ เด็ก แล้ วพลังความรู้นี่นะก็ทํา ให้ ร้ ูจกั ตัวเอง แล้ วก็จะไปสัมพันธ์กบั การศึกษา โรงเรี ยน ท้ องถิ่นจะต้ อง เกิดขึ ้น แต่ว่ากระทรวงศึกษาเฮงซวยนันทํ ้ าไม่ได้ เพราะรัฐมนตรี คนนี ้ยัง บ้ าเรื่ องเขตศึกษาอยู่ ไม่สร้ างครู ฉะนัน้ ความรู้ท้องถิ่นจะไม่ลงไป แต่ที่


ท่านอาจารย์ยงยุทธพูดนี่คือความรู้ท้องถิ่นนันเอง ้ ซึ่งถ้ าพูดเป็ นหนึ่งใน ร้ อยนะ ท้ องถิ่นที่ท่านอยู่นี่เขามีความรู้จากสภาพแวดล้ อมที่ลกึ ซึ ้งกว่าที่ ผมพูด อี ก เพราะเขาถ่ า ยทอดกัน มา คนในจะรู้ ได้ ดีก ว่ า ต้ อ งเอาสิ่ ง เหล่านี ้มาสร้ างและมาถ่ายทอด แล้ วก็ขานรับการท่องเที่ยวอย่างที่ท่าน อาจารย์ ยงยุทธว่า ให้ คนอื่นมาเที่ยวดูภูมิปัญญาของเรา ไม่ใช่เที่ยว เลอะเทอะแบบไอ้ ททท. ให้ เขารู้ จักว่ า มนุษ ย์ ใ นเขตนี เ้ ขาอยู่ไ ด้ โ ดย สติ ปั ญ ญาอย่ า งไร ต่ า งแข่ ง กัน ที่ ทํ า อัน นัน้ มา แล้ ว ก็ รื อ้ ฟื ้น เรื่ อ งฤดู เทศกาล อย่างเช่น ลอยกระทงหรื อสงกรานต์ ท้ องถิ่นต้ องจัดกันครั บ เพื่ อ เชื่ อ มความสัม พั น ธ์ ร ะหว่ า งคนในท้ องถิ่ น ด้ วยกั น เอง คนใน ธรรมชาติ และคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ ถึงมีประเพณี พิธีกรรม แต่นี่ สงกรานต์หรื อลอยกระทงพวกสัตว์นานาชนิดวิ่งให้ พล่านตามถนนตาม ท้ องนํ ้า ไม่มีถิ่น สํานึกร่ วมไม่มี แล้ วเราจะฟื น้ ต้ องฟื น้ ความเป็ นมนุษย์ แล้ วถิ่น สังคม วัฒนธรรม แล้ วก็เรี ยนรู้ ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะเรื่ องอาหาร อาจารย์ยงยุทธอาจจะต้ องพูดว่าในท้ องถิ่นนี่นะ ความหลากหลายทางชีวภาพมีอาหารการกินเฉพาะของ ซึง่ ภูมิปัญญา ของเขามี แล้ วนี่คือจุดเด่นของเมืองไทย เวลานีเ้ ราไปไหนในท้ องถิ่ น ประเทศไทยนี่ น ะ ในสมัย ก่ อ น แม้ ก ระทั่ง เวลานี ้ กิ น กัน อย่ า งไม่ มี กาลเทศะเลย มีตํารับตําราของ แต่เวลานีก้ ินบ้ าอะไร ในกรุงเทพฯ กิน


แมคโดนัล อาหารขยะ ทําไมเราไม่ไปฟื น้ อย่างนัน้ ถ้ าฟื น้ อย่างนีไ้ ด้ ทวั่ โลกจะชื่นชมเรา แล้ วเราก็ หัน กลับไปหาภูมิปัญญา ไม่ต้องไปสั งคม อุตสาหกรรมที่ต้องเดือดร้ อน สังคมปั ตตานีนี่คือตัวอย่าง สังคมมุสลิมนี่นะ การมองความคิดของเขา หนึ่ง ศาสนา จริ ยธรรมต้ องเป็ นฐาน สอง งาน ทําอย่างถูกต้ อง สาม พักผ่อน สมัยก่อนคนไทยก็แบบนี ้ ถึงเวลาก็พกั ผ่อนไม่ต้องไปทํานาปรัง ไม่ต้องไปอุตสาหกรรม ถึงเวลาพักผ่อนรื่ นเริ ง จัดงานประเพณี เราอยู่ได้ อย่างสบาย เพราะว่าสภาพแวดล้ อมที่หลากหลายทางชีวภาพเราดีกว่า ประเทศอื่นๆ ทําไมเราเป็ นสุวรรณภูมิ เป็ นสยามประเทศ เพราะตรงนี ้ ครับ แต่วนั นี ้จะเป็ นแบบอเมริ กาถึงได้ ฆ่าเขา เวลานี ้สุวรรณภูมิกําลังไป อยู่ที่เวียดนาม เราจะกลายเป็ นขยะ ทุเรศไหมครับ นี่คือสิ่งที่เราจะต้ อง คุยกันครับ อาจารย์ ยงยุทธ จรรยาลักษณ์ ก่อนจบ ขอจบสันๆ ้

" สยาม ไม่รํ่ารวย แต่อดุ มสมบูรณ์


สยาม ไม่ใช่แหล่งความรู้ แต่เป็ นแหล่งภูมิปัญญา สยาม กฎระเบียบอาจจะย่อหย่อน แต่เต็มไปด้ วยรอยยิ ้ม สยาม เราไม่ใช่เป็ นประเทศยิ่งใหญ่ แต่เรามัน่ คง สยาม เราไม่มีอํานาจ แต่เราไม่เคยตกเป็ นทาสใคร " คุณวลัยลักษณ์ ทรงศิริ ขอบพระคุณ ท่ า นอาจารย์ ย งยุท ธและท่ า นอาจารย์ ศ รี ศัก รมากค่ ะ อาจารย์ก็สรุปให้ เรี ยบร้ อย เอกสารของอาจารย์มาเสร็ จพอดี ประเดี๋ยว น้ องเขาจะแจกให้ เลยนะคะ จะได้ อ่านไปด้ วยเพราะอาจารย์ เขียนมา เยอะเหมือนกัน ขอขอบพระคุณทุกท่านที่มาร่ วมในงานกิจกรรมของ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ครัง้ นี ้ สําหรั บในโอกาสหน้ ามูลนิ ธิฯ ก็ จะจัดงานกัน อี ก เรื่ อ ยๆ เมื่ อ กี ค้ ุยกับ อาจารย์ ศรี ศักรไว้ ว่า ครั ง้ หน้ าจะเป็ นการอัพเดทเรื่ องของ เหตุการณ์ ภาคใต้ นะคะ ถ้ าใครอยากจะฟั งอาจารย์ ศรี ศักรซึ่งเมื่ อสองสามวันที่ แล้ วก็ให้ ความคิดเห็นไปเยอะเกี่ยวกับต้ มยํากุ้งนัน้ ก็คงจะลองฟั งข่าว คราวจากมูลนิธิฯ ภายในเดือนหน้ า เพราะต้ องดูว่าอาจารย์จะมีคิวว่าง ให้ เราได้ เมื่อไหร่ ขอขอบพระคุณทุกท่านมากนะค่ะ สวัสดีคะ่


************************


ถอดเทป..ทุกขภัยกับสายใยในสังคม