Page 1

ความก้ าวหน้ าทางโบราณคดี เรื่องกลองมโหระทึกสองฝั่ งโขงมุกดาการ –สะหวันเขต นางสาวสุกญ ั ญา เบาเนิด นักโบราณคดีชานาญการ สานักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี


ณ ห้ วงเวลาก่ อนประวัตศิ าสตร์ ตอนปลาย

วัฒนธรรมบ้ านเชียง

วัฒนธรรมลุ่มแม่ นา้ ชีตอนบน

วัฒนธรรมลุ่มแม่ นา้ มูลตอนบน วัฒนธรรมทุ่งกุลา

?????

การตังถิ ้ ่นฐานของมนุษย์ในช่วงสมัยนี ้ จึงเริ่ มอยู่ติดที่อย่างถาวรตามที่ราบชายฝั่ ง แม่น ้า ด้ วยน ้าเป็ นปั จจัยสาคัญในการทาเกษตรกรรมนอกฤดูกาลหรื อในฤดูกาลที่ แห้ งแล้ ง เพื่อผลิตอาหารให้ เพียงพอกับกลุม่ ที่มีจานวนมากขึ ้น ขณะเดียวกันก็จะ อพยพเคลื่อนย้ ายถิ่ นฐานบ่อยๆอย่างในอดีตก็ ไม่สะดวกอย่างเคย ด้ วยจานวน สมาชิกในกลุม่ มากขึ ้น วัสดุสงิ่ ของ เครื่ องมือเครื่ องใช้ มากขึ ้น อีกทังต้ ้ องรอฤดูกาล เกษตรกรรม โดยสังคมเกษตรกรรมในช่ วงประมาณ 2500-1500 ปี มาแล้ ว สังคมเริ่ มมีความซับซ้ อนขึ ้น พบการแลกเปลี่ยนติดต่อแลกเปลี่ยนกับวัฒนธรรม ดองซอน-ซาหวิ่น (2,500-2,100 ปี มาแล้ ว) ประเทศเวียดนาม วัฒนธรรมเตียน (2,050-1,900 ปี มาแล้ ว) ในยูนาน ประเทศจีน โดยพบหลักฐานตลอดลาห้ วยบังอี่ ซึ่ ง อยู่ ท างตอนล่ า งของจั ง หวัด มุก ดาหาร และต่ อ เนื่ อ งมายัง พื น้ ที่ ห รื อ จาก อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ผ่านลุม่ น ้าลาเซบก เซบาย ลงมาเชื่อมต่อกับชุมชน ในลุม่ แม่น้ามูลและชี เข้ าไปทางตอนในของภูมิภาค พบหลักฐานและพื ้นที่ตอนใน ของที่ราบลุ่มลาเซบก ลาเซบาย ลาโดมใหญ่ แม่น ้ามูล -ชี หลักฐานการค้ นพบ กลองมโหระทึก เครื่ องมือเหล็กและสาริ ด ลูกปั ดแก้ วและหินมีค่า พิธีกรรมการฝั ง ศพ ในภาชนะดินเผา เป็ นต้ น เช่น •แหล่งโบราณคดีนายเกียน บ้ านโพธิ์ไทร ต.โพธิ์ไทร อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร •แหล่ งโบราณคดีโนนหนองหอ ต. นาอุดม อ. นิคมคาสร้ อย จ.มุกดาหาร •แหล่ งโบราณคดีดอนไร่ บ้ านนาหนองเชือก ตาบลเจียด อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี •แหล่งโบราณคดีบ้านดอนแสนพัน ต.เจียด อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี •แหล่งโบราณคดีโนนสาวเอ้ บ.ค้ อ ต.กุดลาด อ.เมือง จ.อุบลราชธานี •แหล่งโบราณคดีบ้านก้ านเหลือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี • แหล่งโบราณคดีบ้านชีทวน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี •แหล่งโบราณคดีบ้านนาโพธิ์ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี


วัดมัชฌิมาวาส อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร

บ้ านก้ านเหลืองจ.อุบลฯ

บ้ านชีทวน จ.อุบลฯ


กลุ่มภาพเขียนสีริมฝั่ งโขง ทิ ศ ตะวั น ตกเฉี ยง เห นื อของ จั ง หวั ด มุ ด าห าร แล ะพื น้ ที่ ทิ ศ ทาง ด้ านทิ ศ ตะวันออกเฉี ยงเหนือของจังหวัดมุกดาหาร เป็ นเขาหินทรายส่วนหนึ่งของเทือกเขา ภูพาน สภาพภูมิประเทศบริ เวณนี ้เป็ นเพิงผาหิน และกลุ่มโขดหินที่สลับซับซ้ อนทังที ้ ่ เป็ นโขดหิ น เดี่ ย วและที่ ร วมกั น เป็ นกลุ่ ม ๆ ได้ พบแหล่ ง ภาพเขี ย นสี ส มั ย ก่ อ น ประวัตศิ าสตร์ มากหมายหลายแห่ง เช่น

ถ ้าผาแต้ ม ภูวดั บ้ านภูล้อม ตาบลบ้ านบาก อาเภอดอนตาล

• ถ ้าผาแต้ ม ภูวดั บ้ านภูล้อม ตาบลบ้ านบาก อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร • ถ ้าฝ่ ามือแดง ภูอา่ งบก บ้ านส้ มป่ อย ต.นาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร • ผาแต้ มโขงเจียม ปรากฏภาพเขียน 4 ตาแหน่ง คือ ผาขาม ผาแต้ ม ผาหมอนน้ อย และผาหมอน อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี (ในจังหวัดอุบลราชธานี พบกลุม่ ภาพเขียนสีทงหมด ั้ 27 แห่ง พบมากแถบอาเภอโขงเจียม เขมราฐ โพธิ์ไทร )

กลุม่ ภาพเขียนสีผาแต้ ม โขงเจียม จ.อุบลฯ


การติดต่อแลกเปลี่ยนกับชุมชนและวัฒนธรรมที่อยู่หา่ งไกล มีความสมา่ เสมอ และเข้มข้นขึ้นตัง้ แต่ราว 2,500 -2,300 ปี มาแล้ว

ทีม่ า รศ.สุรพล นาถะพินธุ :การบรรยายเรื่อง การเปลีย่ นแปลงของวัฒนธรรมในภาคกลางของประเทศไทยเมือ่ ยุคก่อนประวัตศิ าสตร์ตอนปลาย


กลองมโหระทึก : ความสาคัญและหน้ าที่ใช้ งาน

 กลองมโหระทึกนัน้ มีอายุการใช้ งานมายาวนาน ต่ างกรรมต่ าง

วาระต่ างกลุ่มชน ปั จจุบันชนชาติจ้วง ในจีนตอนใต้ ใช้ ตีในการ ขอฝน ส่ วน ในไทยใช้ ในพระราชพิธีต่างๆ


กลองมโหระทึก : ความสาคัญและหน้ าที่ใช้ งาน หน้ าที่การใช้ งานดัง้ เดิมในสมัยก่ อนประวัตศิ าสตร์ คือ พิธีกรรมบวงสรวงบูชาศักดิ์สิทธิ์ เกี่ยวข้ องกับความอุดม สมบูรณ์ ซึ่งอาจหมายรวมพิธีกรรมเกี่ยวกับความตาย ในอดีตความเชื่อเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ และความ ตาย อาจจะเป็ นเรื่ องเดียวกัน การดับสูญและเกิดขึน้ ใหม่ ของสรรพสิ่งนัน้ หมุนเวียนเป็ นวัฏจักรไม่ สิน้ สุด ไม่ ว่า จะเป็ นพืชพันธุ์ สัตว์ และมนุษย์ สะท้ อนให้ เห็นผ่ าน ลวดลายที่ปรากฎบนกลอง พอมาในชัน้ หลังอาจะใช้ เป็ น เครื่ องแสดงอานาจบารมี ใช้ ในการศึกสงคราม เป็ นต้ น

แหล่งโบราณคดี Prohear ทีม่ า The First Golden Age of Cambodia : Excavation at Prohear


ยูนนาน

กวางสี

ลุ่มแม่ นา้ แดงลุ่มแม่ นา้ ดา


Sa -Huynh Culture


04LN Funerary goods in Jar Burials


03L N


04 Lai Nghi


Bird pendant, etched bead, comma-shaped ornament, striped bead and plate gold glass bead (Lai

NGHI site)


02LN


ทีม่ า รศ.สุรพล นาถะพินธุ :การบรรยายเรื่อง การเปลีย่ นแปลงของวัฒนธรรมในภาคกลางของประเทศไทยเมือ่ ยุคก่อนประวัตศิ าสตร์ตอนปลาย


ขนาดเส้ นผ่ านศูนย์ กลาง 52 ซ.ม.สูง 37 ซ.ม. บ.ดงยาง อ.คาชะอี จ.มุกดาหาร

อ.เมือง จ.มุกดาหาร ขนาดเส้ นผ่านศูนย์กลาง 86 ซ.ม.สูง 65 ซ.ม. วัดมัชฌิมาวาส อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร

แหล่งทีพ่ บกลองมโหระทึก

ที่มา กรมศิลปากร. กลองมโหระทึกในประทศไทย, 2546 ที่ทาการไปรษณีย์ อ.คาชะอี จ.มุกดาหาร เส้ นผ่านศูนย์กลาง 78 ซ.ม.สูง 69 ซ.ม.


แบบเฮเกอร์ 1 เส้ นผ่ านศูนย์ กลา 127 ซ.ม. สูง 83 ซ.ม. พบเมื่อ พ.ศ.2544 บ้ านหกลาว เมืองเซโปน แขวง สะหวันเขต สปป.ลาว

“กลองบัง้ ทองสาริด” อายุ 2300 -1800 ปี มาแล้ ว ใน สปป.ลาวส่ วนใหญ่ ค้นพบแขวง สะหวันเขต และแขวงจาปาสัก สาหรั บแขวง สะหวันเขตนัน้ ได้ แก่ -บริเวณปากห้ วยลงกง บ้ านท่ าหัวช้ าง บ้ านยางสูง เมืองไกรสอนพรมวิหาร -บ้ านโพนงาม เมืองสอนบุรี -บ้ านหกลาว บ้ านเฟื อง เมืองเซโปน -บ้ านหมากมี่ เมืองผลาญไชย -บ้ านจองวอง เมืองพิน -บริเวณแก่ งกระเบา เมืองไชยบุรี - บ้ านหนองไฮ เมืองจาพอน -เขตเหมืองทองแดง บ้ านผาพาง เมืองวิละบุรี


(3)

(2)

เฮเกอร์1 เส้นผ่านศูนย์กลาง 66ซ.ม. สูง 66 ซ.ม. พบทีร่ มิ แม่นา้ โขงบ้านท่าหัวช้าง เมืองไกรสอนพรหม วิหาร แขวงสะหวันเขต สปป.ลาว

(1)

(1) เฮเกอร์2 เส้นผ่านศูนย์กลาง 46 ซ.ม. สูง 34.2 ซ.ม. พบทีบ่ า้ นแก่งกระเบา เมืองไซยบุรี แขวงสะหวันเขต สปป.ลาว (3) เฮเกอร์2 เส้นผ่านศูนย์กลาง 48 ซ.ม. สูง 33.5 ซ.ม. พบทีบ่ า้ นจองวอง เมืองพินแขวงสะหวันเขต สปป.ลาว

(2) เฮเกอร์2 เส้นผ่านศูนย์กลาง 51.3 ซ.ม. สูง 33.5 ซ.ม. พบทีบ่ า้ นยางสูง เมืองไกรสอนพรหม วิหาร แขวงสะหวันเขต สปป.ลาว

เส้นผ่านศูนย์กลาง 77 ซ. พบทีแ่ ก่งกระเบา เมือง ไชยบุรี แขวงสะหวันเขต สปป.ลาว


ก้ อนโลหะ และเครื่ องมือสาริด พิพธิ ภัณฑ์ ประวัตศิ าสตร์ แขวงสะหวันเขต


โนนหนองหอ แหล่ งผลิตกลองมโหระทึก


แหล่งโบราณคดีโนนหนองหอตังอยู ้ ใ่ นเขตที่ดนิ ของนายบุญสาร นาถาบารุง ซึง่ อาศัยอยูท่ ี่ บ้ านเลขที่ 28 หมู่ 1 บ้ านนาอุดม ต. นาอุดม อ. นิคมคาสร้ อย จ. มุกดาหาร หรื อที่ตงั ้ ประมาณรุ้งที่ 16 องศา 14 ลิปดา 26 ฟิ ลิปดา เหนือ แวงที่ 104 องศา 37 ลิปดา 29 ฟิ ลิปดา ตะวันออก (ตามพิกดั อ่านจาก เครื่ องหา ตาแหน่งบนพื ้นโลก GPS และแผน ที่ทหาร มาตราส่วน 1: 50000 พิมพ์ครัง้ ที่ 6 RTSD ลาดับชุด L7017 ระวาง 5941 III )

ที่ตง้ั แหล่งโบราณคดีโนนหนองหอ ต.นาอุดม อ.นิ คมคาสร้อย จ.มุกดาหาร


ประวัตกิ ารดาเนินงาน ปี พ.ศ. 2536 – 2537 แหล่งโบราณคดีโนนหนองหอถูก •ค้ นในพบโดยบั งเอิญจากการขุดเตาเผาถ่านโดยนายบุญสาร นาถา บารุง จากนันในปี ้ พ.ศ. 2543 สานักงานโบราณคดีและ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 8 อุบลราชธานี ได้ รับแจ้ งจาก นาย ดุรงค์ ศุภลา ปลัดอาเภอนิคมคาสร้ อย เรื่ องการขุดค้ นพบ โบราณวัตถุภายในแหล่งโบราณคดี โนนหนองหอ ต่อมาในปี พ.ศ.2545 สานักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี ได้ ไป •ตรวจสอบโบราณวั ตถุในแหล่งโบราณคดีโนนหนองหอที่นายบุญ สาร นาถาบารุง เก็บรักษาเอาไว้ ตงแต่ ั ้ ปี พ.ศ.2536-2537 2549 สานักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี พร้ อมด้ วย •เจ้ าในปี หน้ าที่สานักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดหาร ได้ เข้ าไป ตรวจสอบแหล่งโบราณคดีนาอุดมอีกครัง้ เนื่องจากมีราษฎรแจ้ ง ทางโทรศัพท์เรื่องการลักลอบขุดหาโบราณวัตถุในที่นาของนาย บุญสาร นาถาบารุง • ในปี พ.ศ.2552 มีการสารวจและการขุดค้ นทางโบราณคดี โดยสานักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี กรมศิลปากร


หลุมขุดค้ น ที่2 พบการฝั งศพเป็ นแบบนอนหงายเหยียดยาว หันหัวไปทางทิศตะวันออก ด้ านล่างโครงกระดูกมีการนาเศษภาชนะดินเผามาปู เป็ นพื ้นก่อน ภาชนะดินเผาซึง่ เป็ น ของอุทิศวางไว้ บริเวณเหนือศีรษะทางด้ านซ้ าย และแท่งเหล็กวางไว้ บริเวณปลายเท้ าขวา จากการวิเคราะห์พบว่าโครงกระดูกนี ้เป็ นเพศหญิง อายุประมาณ 12 – 16 ปี


ทีม่ า รศ.สุรพล นาถะพินธุ :การบรรยายเรื่อง การเปลีย่ นแปลงของวัฒนธรรมในภาคกลางของประเทศไทยเมือ่ ยุคก่อนประวัตศิ าสตร์ตอนปลาย


ลูกปั ดหินคาร์ เนเลี่ยนโนนหนองหอ


จี ้รูปสิงโตคาร์ เนเลี่ยน โนนหนองหอ


เครื่ องประดับสาริด โนนหนองหอ


กระบวยสาริ ดตัวกระบวยมีเส้ นผ่าศูนย์กลาง 7 ซ.ม. สูง 6.7 ซ.ม. ด้ ามจับยาว 13ซ.ม. การตกแต่ง ตัวกระบวยมีลายนูนรูปกวางอยูโ่ ดยรอบ ด้ านหน้ ากระบวยทาลายเป็ นรูปช้ างมีคน ถือขอสับนัง่ อยู่บนหลังช้ าง ส่วนขอบกระบวยทาเป็ นลายรู ปครึ่ งวงกลม ส่วนก้ นทาเป็ นรู ปครึ่ ง วงกลมวางสลับหันหลังชนกันคล้ ายใบไม้ ส่วนก้ นตรงกลางทาเป็ นลายรู ปดาวแปดแฉกแบบ เดียวกับที่ปรากฏบนหน้ ากลองมโหระทึก ส่วนด้ ามหล่อตันโดยนามาเชื่อมติดภายหลัง


เครื่ องมือเหล้ ก โนนหนองหอ


ชันที ้ ่ 1 โครงไม้ ไผ่ ชันที ้ ่ 2 ดินเหนียวผสมแกลบ

1 2 3 4 5

6

ชันที ้ ่ 3 ดินเหนียวผสมขี ้วัว ชันที ้ ่ 4 ขี ้ผึ ้งตกแต่งลวดลาย ชันที ้ ่ 5 น ้าดินเหนียว ชันที ้ ่ 6 ดินเหนียวแห้ งผสมขี ้วัว


=


ลายซี่หวี - ลายวงกลมเส้ นทแยง • ลวดลายบนกลองมโหระทึกมักจะปรากฎลวดลายรูปดวงตะวัน

คนสวมขนนก เรื อ บ้ าน ลายรูปสัตว์บก (ควาย วัว กวาง ช้ าง หมู หนู กระต่าย กระรอก พังพอน เสือ งู ตุ๊กแก แย้ หมาจิ ้งจอก) สัตว์ปีก (นกกระสา นกกระยาง ขาว นกกาน ้า นกเงือก นกกระเรี ยน นกยูง ไก่ป่า ห่าน นกฟี นิค) สัตว์น ้า (ปลา ปู กบ เขียด คางคก) เป็ นสิง่ ที่สะท้ อนถึงระบบนิเวศน์ของสรรพสิง่ ทีผ่ กู โยง สัมพันธ์กนั นอกจากนี ้ยังปรากฏ • ลายวงกลมเส้นทแยงและลายซี่หวีภายในเส้นขนาน ซึง่ เป็ นลายมาตรฐานที่ พบอยูบ่ นกลองแทบทุกใบ ในขณะที่ลวดลายอื่นดังที่กล่าวข้ างต้ นใช้ เฉพาะ ต่างกันไป ไม่ทกุ ใบ จึงน่าสนใจว่า ลายวงกลมเส้ นทแยงและลายซี่หวีภายในเส้ น ขนานไม่ได้ ประดิษฐ์ ขึ ้นเพื่อเป็ นองค์ประกอบหรื อส่วนเติมเต็มความงามทางด้ าน ศิลปะ เท่านั ้น แต่น่าจะเป็ นสัญลักษณ์ที่ซอ่ นความหมายด้ วยลักษณะของลายมี ความต่อเนื่องไม่มีจดุ เริ่ มต้ นและจุดสิ ้นสุดหมุนเวียนไปเรื่ อยๆน่าจะสือ่ ถึงการ เคลือ่ นที่ไปของคน สัตว์ สิง่ ของอย่างเป็ นวัฏจักรของฤดูกาลและภพภูมิ หากเรา เชื่อกันว่ากลองมโหระทึกใช้ เพื่อการบวงสรวงในพิธีกรรมศักดิ์สทิ ธิ์เกี่ยวข้ องกับ ความอุดม สมบูรณ์ซงึ่ หมายรวมพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายด้ วยแล้ ว ในอดีต ความเชื่อเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์และความตาย อาจจะเป็ นเรื่ องเดียวกัน การ ดับสูญและเกิดขึ ้นใหม่ของสรรพสิง่ นั ้นหมุนเวียนเป็ นวัฏจักรไม่สิ ้นสุด ไม่วา่ จะเป็ น พืชพันธุ์สตั ว์ และมนุษย์เป็ นความหมายเชิงสัญญะผ่านลายวงกลมเส้ นทแยงและ ลายซี่หวีภาย ในเส้ นขนานบนกลองมโหระทึก


ลายเฉพาะ ที่มีหนึ่งเดียว กลองมโหระทึก หน้ าที่วา่ การอาเภคาชะอี จ.มุกดาหาร “ลายคนสวมขนนกแบบนามธรรม” เป็ น การดัดแปลง ลายคนสวมขนนกแบบเดิมที่เหมือนจริ งไปสู่ ลาย นามธรรม คล้ ายกับลายผีเสื ้อ และลายคนสวมขนนก นัง่ ในเรื อกลายเป็ นลายคนสวมปี กผีเสื ้อนัง่ ในเรื อที่ออกแบบ ด้ วยการกลับลายหัวนก 2 หัว หันจะงอยปากเข้ าหากัน เช่นเดียวกับลายบนส่วนต่อฐานกลอง ซึง่ ไม่ปรากฏ ลายชนิดนี ้ในกลองมโหระทึกของวัฒนธรรมดองซอนและยัง ปรากฏลายประแจจีนในเส้ นขนานโดยรอบกลอง

ที่มา กรมศิลปากร. กลองมโหระทึกในประทศไทย, 2546


กลองมโหระทึก หน้ าที่วา่ การอาเภคาชะอี จ.มุกดาหาร


เบาหลอมโลหะแหล งโบราณคดี ้ ่ โนนหนองหอ

เบาหลอมโลหะ ้ แหลงโบราณคดี อน ื่ ๆ ่


สะหวันเขต สปป.ลาว

โนนหนองหอ


ทีม่ า รศ.สุรพล นาถะพินธุ :การบรรยายเรื่อง การเปลีย่ นแปลงของวัฒนธรรมในภาคกลางของประเทศไทยเมือ่ ยุคก่อนประวัตศิ าสตร์ตอนปลาย


ทีม่ า รศ.สุรพล นาถะพินธุ :การบรรยายเรื่อง การเปลีย่ นแปลงของวัฒนธรรมในภาคกลางของประเทศไทยเมือ่ ยุคก่อนประวัตศิ าสตร์ตอนปลาย


โนนหนองหอ จ.มุกดาหาร กลองมโหระทึกจาลองพบที่แหล่งโบราณคดีโนนหนองหอเป็ นอีกหนึง่ ชิ ้นงานที่ทาขึ ้น ณ แหล่งโบราณคดีแห่งนี ้ มีลกั ษณะเช่นเดียวกับกลอง มโหระทึกจาลองของวัฒนธรรมดองซอนประเทศเวียดนามสันนิษฐานว่า น่าจะใช้ เป็ นของอุทิศให้ คนตายในพิธีกรรมศพ การอุทิศสิง่ ของจาลอง หรื อ เลียนแบบ โดยการย่อส่วน หรื อ ทาจากวัสดุอื่นที่หาง่ายยังพบในพิธีกรรม ศพของวัฒนธรรมทุง่ กุลาร้ องไห้ ที่มีการจาลองเครื่ องประดับทาจากดินเผา เช่น กาไลดินเผา เลียนแบบกาไลสาริ ดและหินอ่อน ส่วน ลูกปั ดดินเผา (ชุบ น ้าโคลนสีแดง) เลียนแบบ ลูกปั ดหินคาร์ เนเลีย่ น เป็ นต้ น สาหรับกลอง มโหระทึก จาลองชิ ้นนี ้ปั จจุบนั ถูกเก็บรักษาโดยคนในชุมชน

วัฒนธรรมดองซอน เวียดนาม http://www.flickr.com/groups/dongson/pool/


โนนหนองหอ จ.มุกดาหาร

วัฒนธรรมดองซอน เวียดนาม www.asiafinest.comforumlofiversionindex.phpt230939.html


Bronze Dipper, Dong Son culture

www.dongsondrum.com


Bronze, Thuy Nguyen-Hai Phong City, about 2,500 years B.P.

Dong Son culture, 2000-2500 BP Intact; L: 15.5cm; MD: 4cm

Dong Son culture, 2000-2500 BP Chipped, handle broken-restored; L: 17.5cm; W: 6cm

Vietnam bronze laddle circa 1st - 2nd century AD


นา้ เต้ า-กระบวย-ความตาย -การเกิด กระบวยสาริ ดถือว่าเป็ นวัตถุชิ ้นพิเศษเช่นเดียวกับกลองมโหระทึก ทั ้งนี ้ แหล่งโบราณคดีในวัฒนธรรมดองซอนประเทศเวียดนามหลายแห่ง มักจะพบกระบวยสาริ ดเป็ นเครื่ องอุทิศในหลุมศพ เช่น แหล่งโบราณคดี ในหมู่บ้าน Ngoc Khe ชุมชน Viet Khe เมือง Hai Phong นักโบราณคดี ชาวเวียดนามอธิบายถึงรูปทรงของกระบวยมาจากน ้าเต้ า ซึง่ เป็ นพืช พันธุ์ประจาถิ่นของผู้คนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาอย่างช้ านาน ส่วน ศิลปิ นชาวดองซอนในอดีตคงได้ รับแรงบันดาลใจจากรูปทรง ของน ้าเต้ ามาประดิษฐ์ เป็ นกระบวยสาริ ด นักโบราณคดีชาวเวียดนาม เรี ยกว่า กระบวยที่มีรูปทรงน ้าเต้ า (Gourd -shaped dipper) เมื่อ พิจารณารูปทรงของกระบวยซึง่ ประกอบด้ วย 3 ส่วน คือ ส่วนตัวกระบวย ล่างสุดมีลกั ษณะเป็ นกลอง ขนาดเล็ก ด้ ามจับมีลกั ษณะโค้ ง คล้ ายหัว เรื อและปลายด้ ามจับตกแต่งด้ วยรูป บุคคล สัตว์ และลวดลาย นามธรรมลักษณะของลายมีรูปแบบเดียวกับลายกลองมโหระทึกของ

วัฒนธรรมดองซอน

http://www.nmvnh.org.vn/subportal/en/Exhibitionofmuseum/AAbt/?AAbout_catid=252&AboutId=1186

“การประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สทิ ธิ์โดยเฉพาะพิธีกรรมศพบนฐานคติท่เี ชื่อว่ าการดับสูญและเกิดขึน้ ใหม่ ของสรรพสิ่งไม่ ว่าจะเป็ นพืชพันธุ์สัตว์ และมวลมนุษย์ นัน้ หมุนเวียนเป็ นวัฏจักรไม่ สนิ ้ สุด จึง สะท้ อนผ่ านลายสัญลักษณ์ บนกลองมโหระทึกและกระบวยสาริดดังนัน้ การมอบกระบวยทรงนา้ เต้ า ให้ กับคนตายย่ อมหมายถึงการเกิดใหม่ เป็ นความเชื่อมีรากฐานมาจากอดีตนามาสู่ตานาน “คนเกิด จากนา้ เต้ า” ของผู้คนในแถบลุ่มแม่ นา้ โขงต่ อมาก็เป็ นได้ ”


โนนหนองหอ จ.มุกดาหาร ดองซอน เวียดนาม


ดองซอน เวียดนาม

โนนหนองหอ จ.มุกดาหาร


จากหลักฐานทางโบราณคดีท่ พ ี บในขณะนีส้ ามารถวิเคราะห์ ได้ ว่าแหล่ ง โบราณคดีโนน หนองหอเป็ นชุมชนโบราณที่มีการอยู่อาศัยในยุคก่ อนประวัตศิ าสตร์ ตอนปลาย หรื อยุค เหล็ก ต่ อเนื่องกับยุคสมัยแรกเริ่มประวัตศิ าสตร์ อายุประมาณ 2500-1500 ปี มาแล้ วมี ลักษณะสังคมระดับหมู่บ้านเกษตรกรรมมีแบบแผนการดารงชีพอย่ างชัดเจน มีความรู้ ความชานาญด้ านโลหะกรรมขัน้ สูงสามารถผลิตเครื่ องมือเครื่ องใช้ สาริดและเหล็กได้ เอง รวมทัง้ ทาเครื่ องปั ้นดินเผาและทอผ้ า มีความเชื่อที่เป็ นระเบียบแบบแผน สะท้ อนให้ เห็นใน เรื่ องพิธีกรรมการฝั งศพแบบนอนหงายเหยียดยาวรองด้ วยเศษภาชนะดินเผามีการมอบ เครื่ องมือเครื่ องใช้ เครื่ องประดับอุทศิ ให้ คนตาย ชุมชนโบราณที่น่ ียังมีการติดต่ อสัมพันธ์ กับ ดินแดนที่อยู่ห่างไกลออกไป เช่ น ลาว และเวียดนาม จึงพบวัตถุต่างถิ่นที่นาเข้ ามารวมทัง้ เชื่อมโยงกับชุมชนโบราณที่อยู่แถบลุ่มแม่ นา้ โขงและชุมชนตอนในแถบแม่ นา้ มูลโดยมี ลักษณะวัฒนธรรมร่ วมกันหลายประการ


การสารวจ แหล่ งโบราณคดี ในมุกดาหาร


ห้วยบางทราย

บ้านโพนงาม ห้วยมุก บ้านดงยาง บ้านนาโสกน้อย

อาเภอคาชะอี บ้านเหล่ากลาง

บ้านแก้งนาบอน บ้านนากอก

บ้านหนองสระพัง

บ้านเหล่าหลวง แหล่งนายเกียน

บ้านหินลาด

ห้วยบังอี่

บ้านกุดแข้ด่อน วัดมัชฌิมาวาส

บ้านแก้งนาคา โนนหนองหอ

แหล่งนายกองคูณ

ส.ป.ป.ลาว


บ้านนาโสกน้อย ต.โพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร


กลองหน้าอาเภอคาชะอี

ขุดพบบริเวณที่ทาการไปรษณีย์อาเภอคาชะอี ขนาดเส้ นผ่านศูนย์กลาง 78 ซ.ม.สูง 69 ซ.ม.

ที่มา กรมศิลปากร. กลองมโหระทึกในประทศไทย, 2546


วัดมัชฌิมาวาส อ.ดอนตาล

ขนาดเส้ นผ่านศูนย์กลาง 86 ซ.ม.สูง 65 ซ.ม.

ที่มา กรมศิลปากร. กลองมโหระทึกในประทศไทย, 2546


แหล่งนายกองคูณ อ.ดอนตาล


แหล่งนายเกียน อ.ดอนตาล


บ้านเหล่าหลวง ต.หนองแวง อ.นิคมคาสร้อย


บ้านเหล่ากลาง ต.กกแดง อ.นิ คมคาสร้อย


บ้านหนองสะพัง ต.กกแดง อ.นิ คมคาสร้อย


แหล่งบ้านหินลาด ต.กกแดง อ.นิคมคาสร้อย


บ้านนากอก ต.นากอก อ.นิ คมคาสร้อย


บ้านแก้งนาคา ต.กุดเชียงหมี อ.เลิงนาทา จ.ยโสธร


โนนขี้เหล็ก บ้านกุดแข้ด่อน จ.ยโสธร


บ้านแก้งนาบอน ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหาร


ขนาดเส้ นผ่ านศูนย์ กลาง 50.5 ซ.ม.สูง 33ซ.ม.


บ้านดงยาง ต.บ้านค้อ อ.คาชะอี

ขนาดเส้ นผ่ านศูนย์ กลาง 52 ซ.ม.สูง 37 ซ.ม. ที่มา กรมศิลปากร. กลองมโหระทึกในประทศไทย, 2546


บ้านโพนงาม ต.โพนงาม อ.คาชะอี

ขนาดเส้ นผ่ านศูนย์ กลาง 69 ซ.ม.


จบแล้วค่ะ

มโหรทึก2  

ความก้าวหน้าเรื่องการศึกษาเรื่องกลองมโหระทึกมุกดาหารสะหวันนะเขต1

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you