Issuu on Google+

เชียงของวันนี้: ยุคสงครามการคา เชียงของ: จุดพักทองเที่ยวกับประตูการคา แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติตั้งแตฉบับที่ ๑ ป ๒๕๐๔ เปนตนมาเปนแมบทการ พัฒนาของประเทศไทยในแนวทางสมัยใหม โดยในชวงแรกเนนการสรางโครงสรางพื้นฐานการพัฒนา ประเทศ เชน ถนนหนทาง ประปา ไฟฟา ควบคูไปกับการสงเสริมปลูกพืชเศรษฐกิจการคากับเกษตรกรทั่ว ประเทศ โดยมีการปลอยสินเชื่อทั้งใหแกเอกชนธุรกิจและชาวบานเกษตรกรซึ่งเงินเหลานั้นรัฐไดกูมาจาก ธนาคารโลกผูผลักดันการพัฒนาแนวใหมอยางเต็มที่โดยมีเจาของเงินรายใหญที่แทจริงคือประเทศเสรี นิยมอยางอเมริกา ดังที่กลาวแลว แมเชียงของเปนสังคมชายแดนแตจากการที่เคยเปนพื้นที่ยุทธศาสตรในการแยง ชิงมวลชนในสมัยสงครามเย็น การสรางการพัฒนาถนนหนทางจึงมาควบคูกับสิ่งที่เรียกกันวา พื้นที่สีแดง ถนนเสนเชื่อมตอเลียบแมน้ําโขงและตัดขามภูดอยหลวงอันนํามาซึ่งการติดตอระหวางเชียงแสนเชียงของ ไดก็เปนผลจากยุทธศาสตรในสมัยสงครามเย็น กระทั่งในสมัยนโยบายการพัฒนาประเทศที่เรียกกันทั่วไป วา “เปลี่ยนสนามรบเปนสนามการคา” ในยุคชาติชาติ ชุณหะวัณ ป พ.ศ. ๒๕๓๒ โดยเล็งผลการคากับ ประเทศเพื่อนบานซึ่งเคยเปนสนามรบทั้งสงครามภายในและสงครามภายนอกใหเปดประตูรับการคาการ ขาย พื้นที่ชายแดนที่ติดตอกับประเทศเพื่อนบานอยางเชียงของจึงสามารถมีถนนลาดยางสายเชียงแสน เชียงของไดสําเร็จในป พ.ศ.๒๕๓๘ กอนหนานี้ถนนสายนี้เปนถนนลูกรัง ไดลาดยางเปนบางชวงเทานั้น ตั้งแตมีถนนสายนี้เปนตนมาการคมนาคมทางแมน้ําโขงหมดความสําคัญลงไป มีแตเพียงการเดินเรือเพื่อ การทองเที่ยว และลองเรือเพื่อจับปลาเทานั้น ในกรณีเปดประตูการคาสิ่งที่มาควบคูกันกับการคาสมัยใหมคือนักทองเที่ยว แผนการพัฒนา โครงสรางสมัยใหมและการสงเสริมการคาตางๆในยุคนี้จึงมีแผนการขายสถานที่ทองเที่ยวทางธรรมชาติ และวัฒนธรรมใหแกนักทองเที่ยวไวดวย ในประเทศไทยถูกผลักดันอยางหนักตั้งแตป ๒๕๓๐ เปนตนมา การผลักดันทั้งการคาและการทองเที่ยวจนทําใหประเทศลาวและประเทศใกลเคียงอันเปนประเทศที่มีการ ปกครองในระบบสังคมนิยมยอมเปดประเทศรับการคาและทุน ในป พ.ศ. ๒๕๓๓ ประเทศลาวเริ่มผอน ปรนการคาชายแดน และการเขาเมืองของคนไทยมากยิ่งขึ้น เชียงของกลับมีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง เจาของ เรือรับจางก็มีงานทํา คนลาวสามารถขามมาซื้อสินคาจากฝงไทย เศรษฐกิจในเชียงของขยายตัว เงินแพร สะพัด การเปดประเทศของลาวสอดคลองกับสถานการณตอสูทางความคิดของโลกยุคนี้ ดูเหมือนวา ประเทศคอมมิวนิสตยอมพายแพแลวเมื่อกําแพงเบอรลินและประเทศโซเวียตรัสเชียลมลง ที่เหลืออยูก็ ตองปรับเปลี่ยนแนวทางการปกครองเปนแนวทางสังคมนิยมแบบตลาดการคา เชน จีน เวียดนาม และ ลาวก็เชนเดียวกันที่ตองปรับตัวทําใหเกิดการเปดประเทศรับนักทองเที่ยวเขาสูประเทศของตน การผาน แดนเขาลาวสามารถทําไดหลายทาง แตหนึ่งในนั้นคือทางเชียงของ-หวยทราย แขวงบอแกว


บรรดานักทองเที่ยวสามารถขอบัตรผานแดนไดที่เชียงของ เพื่อเดินทางเขาไปยังประเทศลาว ระยะเวลา ๑ วัน การทองเที่ยวทําใหชาวเรือเชียงของกลับมามีรายไดจากการพานักทองเที่ยวขามไปกลับระหวางหวยทราย-เชียงของในราคาคนละ ๔๐ บาท พอคาจางขนสินคาจากฝงเชียงของขามไปยัง หวยทราย เรือขนสงสินคาจากเชียงของไปยังหลวงพระบาง หรือหลวงพระบางมาเชียงของก็เทียบทาเรือ วัดหลวง เพราะสินคาตองผานดานศุลการกรที่ทาเรือแหงนี้ ชาวเรือทาเรือวัดหลวงไดจัดตั้งชมรมชาวเรือ ขึ้นเพื่อชวยเหลือเพื่อนสมาชิกที่ประสบอุบัติเหตุทางเรือ และตอรองอํานาจของขาราชการในทองถิ่น เรือ เพิ่มขึ้นมีจํานวนมากที่สุด ๕๒ ลํา ตอมากรมเจาทาสรางทาเรือน้ําลึกเยื้องโรงเรียนบานหัวเวียง เปนเหตุ ใหชาวเรือวัดหลวงมีรายไดลดลง เพราะสินคาที่บรรทุกเรือถูกใหขึ้นทาเรือน้ําลึกอยางเดียว ทาเรือวัด หลวงซบเซาจน เรือลดจํานวนลงเหลือ ๒๓ ลํา สวนหนึ่งนําไปขายใหกับชาวเรือบานหัวเวียง ดานตรวจ คนเขาเมืองตั้งอยูเหนือทาเรือบัคประมาณ ๑๐๐ เมตร นักทองเที่ยวทั้งชาวไทยและตางชาติอยากไปหวย ทรายมาติดตอขอผานแดนแลวก็นั่งเรือรับจางขามไปยังหวยทราย สามารถเดินทางจากหวยทราย ปาก แบงจนถึงหลวงพระบางโดยเสนทางเรือ หรือเดินทางจากหวยทรายไปยังหลวงน้ําทาแลวเขาสูตอนใตของ จีนได เกสตเฮาส โรงแรมผุดขึ้นมาใหนักทองเที่ยวตางชาติไดพัก โดยสวนใหญเปนชาวบานที่มีที่ดินติด กับแมน้ําโขง แตก็มีบางแหงที่มีคนตางถิ่นเปนเจาของ นักทองเที่ยวมักจะพักในเชียงของประมาณ ๑-๒ วัน เพื่อเตรียมตัวขามไปยังฝงลาว กลาวไดวาเชียงของเปนเพียงจุดพักระหวางทางของนักทองเที่ยว สภาพดังกลาวเริ่มขึ้นตั้งแตนโยบายเปลี่ยนสนามรบเปนสนามการคาสมัยรัฐบาลพลเอกชาติ ชาย ชุณหะวัณ นายทุนจากเชียงรายถึงกรุงเทพฯ ซื้อที่ดินในเขตอําเภอเชียงของ เชน ที่ดินติดกับแมน้ํา โขง บานเมืองกาญจน บานดอนที่ บานหาดบายหาดทรายทอง ตําบลริมโขง และบานแจมปอง ตําบลศรี ดอนชั ย ราคาที่ ดิ น สู ง ขึ้ น อย า งไม น า เชื่ อ ชาวบ า นตื่ น ตระหนกกั บ ราคาที่ ดิ น ที่ เ พิ่ ม ขึ้ น อย า งเป น ประวัติการณ พากันขายที่ดินแลวนําเงินมาซื้อเครื่องใชไฟฟาและรถยนต เพราะวากระแสเงินไหลเวียน เขามาสูเชียงของทําใหชาวบานนึกวาเศรษฐกิจดูเหมือนวาดีขึ้นมาก หลังจากไมมีที่ทํากิน หลังจากขาย ที่ดินใหกับนายทุนหมดแลว และเมื่อใชจายเงินจนหมด กลับตองมาเชาที่ดินที่เคยเปนของตน ซึ่งนายทุน ปลอยทิ้งไวไมทําประโยชนใด ๆ ในราคาไรละ ๑,๐๐๐ บาทตอป ตั้งแตป ๒๕๒๘–๒๕๔๓ จับปลาบึกไดเฉลี่ยปละ ๑๕ ตัว โดยใชเครื่องมือที่ชาวบานหาดไคร ประดิษฐขึ้นเองเรียกวา มอง โดยใชเชือกไนลอนถักเปนตาขายยาวประมาณ ๒๐๐–๓๐๐ เมตร กวาง ประมาณ ๓ เมตร ถั กลู กตะกั่ว ฉาบขอบดา นล างของมองเพื่ อเปนการถว งน้ํา หนักมองทํ าใหมองตึง ดานบนของมองผูกทุนไว แลวปลอยขวางลงไปในน้ําโขงใหกระแสน้ําพัดพาเอามองไป เพื่อดักจับปลาบึก ที่เดินทางผานขึ้นมา เรียกวา การไหลมองบึก ปลาวายขึ้นมาก็ชนกับมองแลวถูกมองพันเอาไว การไหล มองเปนวิธีการจับปลาบึกที่มีประสิทธิภาพมาก ปลาบึกที่จับไดจะถูกสงไปขายใหกับพอคาคนกลางกิโลกรัมละ ๒๕๐–๓๐๐ บาท แตถาชําแหละ ขายราคากิโลกรัมละ ๖๐๐ บาท ตอมากลุมพอคาคนกลางกดราคาปลาบึกใหต่ําลงจนถึงราคากิโลกรัม ละ ๑๘๐ บาท คนจับปลาบึกบานหาดไครจึงรวมตัวกันจัดตั้งชมรมปลาบึกเชียงของขึ้น ถาสมาชิกคนใด


จับปลาบึกไดก็จะไดรับการประกันราคากิโลกรัมละ ๒๕๐ บาท โดยขายใหกับชมรมปลาบึกซึ่งติดตอขาย ใหกับเจาของภัตตาคารโดยตรง ไมผานพอคาคนกลาง สื่อมวลชนประโคมขาวการจับปลาบึกของชาวบานหาดไคร จนป ๒๕๓๙ เกิดกระแสอนุรักษ ปลาบึกขึ้น ซึ่งมีมูลนิธิคุมค���องสัตวปา กรมประมงและหนวยราชการไดมีการรณรงคซื้อปลาบึกคืนลงสู แม น้ํ า โขง มีก ารจั ด โครงการรั ก ษ ป ลาบึ ก รั ก ษ เ ชี ย งของร ว มฉลองกาญจนาภิ เ ษก ในป เ ดี ย วกั น นั้ น มกุ ฏ ราชกุ ม ารญี่ ปุ น เสด็ จ ทอดพระเนตรพิ ธี บ วงสรวงและการจั บ ปลาบึ ก ของชาวบ า น ราชการได ตระเตรียมการเลี้ยงผีลวงจําลอง แสดงใหพระองคไดทอดพระเนตร ตอมากลายเปนประเพณีท่ีจัดขึ้นเพื่อ เปนการทองเที่ยว อยางไรก็ตาม หลังที่แสดงการบวงสรวงปลาบึกแลว พวกเขาก็ตองไปเลี้ยงผีลวงตาม ความเชื่อที่ทําสืบกันมา ป พ.ศ.๒๕๔๓ เจาหนาที่กรมประมงนําปลาบึกที่ผสมพันธุเลี้ยงในบออนุบาล ตัวโตเทากับแขน จํานวน ๑๐,๐๐๐ ตัว ปลอยลงสูแมน้ําโขง เพื่อไมใหปลาบึกสูญพันธุอีกตอไป แตปลาที่ปลอยไมสามารถ ปรับตัวเขากับสภาพแวดลอม หรือระบบนิเวศของแมน้ําโขงได พากันลอยโผลหัวขึ้นมาจากน้ําเปนจํานวน มาก ชาวบานก็พากันไปจับมาขาย และกิน พวกเขาบอกวา ปลาที่เจาหนาที่ปลอยไมใชปลาบึก แตเปน ปลาลูกผสมระหวางปลาบึกกับปลาสวาย นับตั้งแตป ๒๕๔๔–๒๕๔๖ เปนเวลา ๓ ปแลวที่ชาวบานหาด ไครจับปลาบึกไมไดเลย การทํามาหากินของคนรอบนอกเวียง ในเขตอําเภอเวียงแกนไดเริ่มปลูกพืชเศรษฐกิจที่ สําคัญ คือ ลําไย ลิ้นจี่ สม และสมโอ ชาวอําเภอเวียงแกนนําพันธุสมโอจากอําเภอนครชัยศรี จังหวัด นครปฐมมาปลูก ซึ่งใหผลผลิตดีมากทั้งจํานวนและคุณภาพเทียบเทากับสมโอนครชัยศรี มีพอคาจํานวน หนึ่งไดนําตราสมโอนครชัยศรีมาติดแลวนําออกจําหนายในที่ตาง ๆ โดยพอคาเหลานี้ไดเขาไปรับซื้อดวย ตนเอง สมโอเปนพืชเศรษฐกิจที่สรางชื่อเสียงใหกับเวียงแกนมาก ในฤดูกาลที่ผลผลิตออกมาก็มีการจัด งานเทศกาลสมโอเวียงแกน เพื่อกระตุนใหเกิดกระแสการทองเที่ยว มีการประกวดเทพีสมโอ การออกราน ขายสมโอสดจากสวน เปนตน การจัดงานไดรับการสนับสนุนจากหนวยราชการในอําเภอเวียงแกน ในวัน เป ด งานก็เ ชิญ ผูว า ราชการ หรื อ ส.ส.มาเปน ประธานเป ด งานอย า งเปน ทางการ เนื่อ งจากส ม โอให ผลตอบแทนทางการเงินใหกับชาวบานไดดี จึงเกิดการถางปาเพื่อปลูกสมโอมากขึ้น ชุมชนที่เคยหาปลาเปนอาชีพหลักอยางบานหวยลึก อําเภอเวียงแกนเพื่อที่จะนําปลาไปแลกขาว เพราะพื้นที่ลักษณะทางภูมิประเทศบานหวยลึกตั้งอยูใกลแมน้ําโขง เปนเชิงเขา ปลูกขาวไรไดจํานวน จํากัดใหผลผลิตไมเต็มที่ ประกอบกับมีสัตวปา หมูปาเปนตน และสัตวของคนเมืองในตําบลมวงยายมา ทําลาย การปลูกสมโอจึงเปนทางเลือกที่ดีที่ทํารายไดเปนกอบเปนกํา นอกจากนั้น การหาปลาสามารถทํา ในเวลาวางได อยางไรก็ตาม ชุมชนบานหวยลึกก็ยังมีความผูกพันอยางแนบแนนกับการหาปลาในน้ําโขง เปนอยางมาก ซึ่งเราสามารถไปชมไดที่บริเวณผาได อยางไรก็ตาม ในยุคนี้การสัญจรไปมาไดสะดวก รวมทั้งการคาขายสามารถไปถึงไดทุกหัวบาน พรอมกับที่ไฟฟาไดเขาไปทุกหมูบาน ชุมชนกลุมชาติพันธุบนพื้นที่สูงไดเขาสูสภาพเศรษฐกิจที่รอยรัด รวมกับเมืองใหญ การปลูกขาวโพด ขิง และพืชเศรษฐกิจหลักอื่นๆ เชน สม สมโอ ลิ้นจี่ ลําไย นําไปสู


ความแตกตางทางฐานะของแตละครอบครัว เด็กและเยาวชนในชุมชนหลายคนลงมาขายแรงงานในเมือง ไปกับรถเรขายสินคา เปนเด็กบริการในรานอาหาร รานคาราโอเกะ ในพื้นที่รอบนอกของตัวอําเภอเชียงของยังมีการทํานา ที่บางสวนตองทํานาเชา โดยเฉพาะเขต ลุมแมน้ําอิง เปนพื้นที่การทํานาที่เขมขน โดยสว นใหญทํานาเพื่อการขาย และมีการใชสารเคมีแบบ เขมขน ชาวบานสวนใหญมีภาวะหนี้สินกันแทบทุกครัวเรือน ในขณะเดี ย วกัน ที่ โ ลกได เ ชื่อ มประสานดว ยระบบเศรษฐกิ จ เดี ย วหลั ง จากประเทศจี น อดี ต ประเทศคอมมิวนิสตไดใชนโยบายการตลาดแบบสังคมนิยมจนเขาสูสมาชิกองคการการคาโลก การ ขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ด วยเงิ นทุน จํา นวนมากแลกกับ ทรัพยากรในดินแดนแมน้ําโขงเกิดขึ้นหลาย โครงการใหญที่มีผลตอชาวเชียงของเวียงแกน ดังตอไปนี้ แมน้ําโขงกับโครงการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การกลาวถึงเชียงของแลวละเลยการพูดถึงแมน้ํา โขงจะทํา ให ก ารศึ ก ษาโดยภาพรวมไม ส มบู ร ณ นั ก และการศึ ก ษาถึ ง ประวั ติ ศ าสตร ก ารพัฒ นาโดย ภาพรวมของแมน้ําโขง ยอมทําใหเห็นสถานความเปนอยูในเชิงปญหาและการเปลี่ยนแปลงของเชียงของ ไดชัดเจนยิ่งขึ้นดวย รวมทั้งการกระทําตอแมน้ําโขงเปนภาพสะทอนใหเห็นการเขามาของระบบทุนนิยมได ดียิ่ง ประวัติศาสตรการพัฒนาแมน้ําโขง หากนับโลกาภิวัตนวาเปนการเชื่อมตอถึงกันของคนอีก ฝงฟากประเทศแผนดิน ดินแดนลุมน้ําโขงเริ่มเปนที่รูจักไปทั่วโลกในยุคการลาอาณานิคม สวนใหญการ ลาอาณานิคมคือการแยงชิงทรัพยากรธรรมชาติอันล้ําคา แลวจึงยึดครองแผนดิน การสํารวจแมน้ําโขง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๑ - ๒๔๐๔ ของ ออง รี มูโอต นักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศสเปนใบเบิกทางของการลา อาณานิคม เปนจุดเริ่มตนของการเขามายึดครองประเทศในเขตลุมน้ําโขง ลัทธิอาณานิคมฝรั่งเศสเขายึดครองประเทศเขมร ในป พ.ศ. ๒๔๑๐ และบุกยึดครองประเทศ เวียดนามอยางเบ็ดเสร็จ ในป พ.ศ. ๒๔๒๖ พรอมกับการขยายอิทธิพลบุกยึดประเทศลาวในเวลาตอมา ในปพ.ศ. ๒๔๓๖ และมีเปาหมายตอไปคือประเทศสยาม ประเทศสยามตอ งตกอยู ใ นวงวนของการลา อาณานิ คมฝรั่ ง เศส แมไ ม สู ญ เสีย อิส รภาพทั้ ง ประเทศแตก็สูญเสียแผนดิน นามแควนสิบสองจุไท ในป ๒๔๓๑ และดินแดนฝงซายแมน้ําโขงในป พ.ศ. ๒๔๓๖ ในป พ.ศ. ๒๔๔๖ ทิ้งปญหาไมเปนธรรมเรื่องการปกปนพรมแดนไทย-ลาว ในแนวแมน้ําโขงที่ ไมไดถือรองน้ําลึกแมน้ําเปนแนวเขต แตถือรองน้ําที่ติดฝงไทยเปนเกณฑ แมน้ํา โขงซึ่ง เป นแมน้ํา สายหลัก ในภูมิภาคอิน โดจีน จึง กลายเปนพื้น ที่ที่ มีแ ผนการกอ สร า ง โครงการสาธารณูปโภคที่แฝงไวดวยขอตกลงทางการเมืองและการทหาร ภายใตความชวยเหลือดาน เศรษฐกิจจากรัฐบาลอเมริกา เชน การสรางเขื่อนผลิตกระแสไฟฟา เพื่อใชในฐานทัพ การสรางถนนเพื่อ เปนถนนสายยุทธศาสตร ในระยะแรกมีการจัดตั้งคณะกรรมการแมน้ําโขง (Mekong Committee) ในป พ.ศ.๒๕๐๐ มี ประเทศสมาชิกในลุมแมน้ําโขงตอนลาง คือ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม โดยมีสหรัฐอเมริกาเปนผูมี อิ ท ธิ พ ลอยู เ บื้ อ งหลั ง เพื่ อ วางแผนการพั ฒ นาภายใต วั ต ถุ ป ระสงค ส ง เสริ ม สนั บ สนุ น งบประมาณ


ประสานงาน ใหคําแนะนํา และควบคุมแผนการสํารวจเพื่อการพัฒนาแหลงน้ําและพลังงาน โครงสราง พื้นฐานเสนทางคมนาคม สงผลใหทรัพยากรธรรมชาติทองถิ่น อาทิ เนื้อไม สมุนไพร ซากสัตว ปา ทองคํา อัญมณี ฯลฯ ถูกนํามาใชอยางฟุมเฟอย นําไปสูการเปลี่ยนแปลงสังคม จากเกษตรกรรมธรรมชาติ สูระบบ ทุนนิยม สรางความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และอํานาจแกมหาอํานาจไดอยางแนบเนียน แตใ นป พ.ศ.๒๕๑๓ -๒๕๒๐ การดํา เนิ น งานของคณะกรรมการแม น้ํา โขงไดห ยุ ดชะงั ก ลง เนื่องจากเกิดสงครามอินโดจีน และอุดมการณที่แตกตางทางการเมืองของประเทศสมาชิกใน���วลานั้น ทํา ให กั ม พู ช า ลาว และเวี ย ดนาม ถอนตั ว จากการเป น สมาชิ ก ภายหลั ง จากการถอนตั ว ได มี ก ารตั้ ง คณะกรรมการประสานงานชั่วคราวขึ้น ในชวงสงครามเย็น ระหวาง พ.ศ.๒๕๑๘–๒๕๓๒ จากการถอนตัวของประเทศสมาชิก ทําใหการ ดําเนินงานของคณะกรรมการแมน้ําโขงหยุดชะงักลง ในชวงทายของยุคสงครามเย็น ประเทศพัฒนาแลว อยาง เนเธอรแลนด สวีเดน สวิตเซอรแลนด ไดเขามาในรูปแบบการใหความชวยเหลือดานการเงินแก คณะกรรมการ ภายใตแผนพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน การสรางเขื่อนในแมน้ําโขงและแมน้ําสาขา และ บทบาทของธนาคารพัฒนาเอเซียที่รุกเขามาในลุมน้ําโขงแทนคณะกรรมการประสานงานชั่วคราวใน ฐานะผูสนับสนุนการพัฒนาไฟฟาพลังน้ํา ภายหลัง สงครามเย็ นสิ้นสุดลง การคาขายระหวา งประเทศจีนกับ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใตเริ่มตนขึ้น ป พ.ศ. ๒๕๓๔ เกิดการรวมตัวของ ๖ ประเทศภายใตแผนความรวมมือทาง เศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุมน้ําโขง (Great Mekong Subregion GMS) โดยใหความสําคัญกับการพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและมนุษย การสรางความรวมมือทางเศรษฐกิจโดยการพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน ทางรถยนต ทางรถไฟ ตลอดถึงการพัฒนาเสนทางเดินเรือในแมน้ําโขง รวมไปถึงการกลับมาของความรวมมือระหวางประเทศ ในภูมิภาคลุมน้ําโขงตอนลาง ในโฉม หนาใหมภายใตชื่อคณะกรรมาธิการแมน้ําโขง (Mekong River Commission) นอกจากนี้ยังมีแผนความ รวมมือ สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจระหวางไทย พมา ลาว จีน ที่ยิ่ง ขึ้นใหเห็นวาการพัฒนาลุมน้ําโขงเปนการ ตอบสนองเพื่อเศรษฐกิจอุตสาหกรรมแตเพียงทางเดียว และโดยเฉพาะหลังจากที่จีนเขาเปนสมาชิก องคการการคาโลก (WTO) ในป ๒๕๔๕ การขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยมของประเทศสังคม นิยมยังผลใหเกิดการผลักดันการใชทรัพยาการธรรมชาติในเขตลุมน้ําโขงตอนบนเพิ่มยิ่งขึ้น โดยเฉพาะใน เรื่องพลังงานไฟฟาจากเขื่อนเพื่อตอบสนองเขตอุตสาหกรรมในจีน รวมทั้งเพื่อการเพิ่มการคาและตัวเลข ทางเศรษฐกิจ -การบริโภคดวยการเปดเขตการคาเสรีไทย - จีน (FTA) ในเดือนตุลาคม ป พ.ศ. ๒๕๔๖ และกําลังผลักดันการคาเสรีอาเซียนจีนอยูอยางจริงจังอีกดวย โครงการใหญ ๆ ที่เกิดขึ้นในลุมน้ําโขง เปนโครงการที่สงผลกระทบตอเชียงของและประเทศไทย ในระดับภูมิภาค ที่เห็นชัดไดแก โครงการสรางเขื่อนกั้นแมน้ําโขง โครงการระเบิดแกงหินและโครงการ พัฒนาสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ และการเปดเขตการคาเสรีอาเซียนไทย-จีน เขื่อนกั้นแมน้ําโขง เขื่อนขนาดใหญมากกวา ๑๐๐ เขื่อนถูกกําหนดใหมีขึ้นบนลําน้ําโขงและ แมน้ําสาขา โดยไดรับการสนับสนุนและผลักดันจากสถาบันหลัก คือธนาคารพัฒนาเอเชีย ธนาคารโลก


และคณะกรรมาธิการแมน้ําโขง ซึ่งทั้ง ๓ สถาบัน เปนองคกรโลกบาลที่มีเปาหมายชัดเจนในการควบคุม และจัดการแมน้ําโขงเชิงพาณิชย สองเขื่อนที่ดําเนินการกอสรางเสร็จแลว คือ เขื่อนไฟฟาพลังน้ํามันวาน สรางเสร็จในป พ.ศ. ๒๕๓๙ และเขื่ อ นไฟฟ า พลั ง น้ํ า ดาเซาซาน ก อ สร า งเสร็ จ ในป พ.ศ.๒๕๔๖ เขื่ อ นแห ง ที่ ส ามกํ า ลั ง ดําเนินการกอสรางอยูในขณะนี้ คือ เขื่อนพลังงานน้ําเซี่ยวหวาน เปนเขื่อนที่มีขนาดใหญที่สุดในโลก สัน เขื่อนสูงถึง ๒๔๘ เมตร คาดวาจะแลวเสร็จในป พ.ศ.๒๕๕๕ นอกจากนั้นจีนกําลังศึกษาความเปนไปได ในการสรางเขื่อนจิงหงในสิบสองปนนา โดยมีนักธุรกิจไทยไปรวมลงทุนซึ่งมีสัญญาจะสงไฟฟามาขายใน ประเทศไทย ผลจากการสรา งเขื่ อนในประเทศจี น กระทบตอ ระบบนิ เวศและวิถีชี วิต ของคนลุม แมน้ํ าโขง เนื่องจากการควบคุมปริมาณน้ําในเขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟา และการเดินเรือ เชน การลดปริมาณของ พันธุไม สาหรายใตน้ําหรือไก ชาวบานมีรายไดจากการเก็บไกขายใหกับแมคา เพื่อนํามาขายเปนของฝาก จากเชียงของ ปหนึ่งประมาณ ๒๐,๐๐๐–๓๐,๐๐๐ บาท เชน บานหาดไคร ที่อยูหางจากตัวเมืองเชียงของ ทางดานทิศใตประมาณ ๒ กิโลเมตร แมน้ําในเขตนั้นเปนหาดหิน เมื่อถึงฤดูกาลน้ําลดจะพบเห็นชาวบาน เก็บไกเสมอ การเปลี่ยนแปลงของน้ําขึ้นลงมีผลตอไกลดลงและหมายถึงรายไดของชาวบานก็ลดลงดวย นอกจากนี้ยังมีผลตอจํานวนของปลาลดลง บางชนิดถึงกับสูญพันธุ ผลกระทบตอพันธุปลา และการทําประมง ประมาณน้ําที่เพิ่มขึ้นและลดลงผิดปกติสงผลตอการเดินทางวางไข และการอยูอาศัย ของปลา โครงการระเบิดแกงหินในแมน้ําโขง คอนผีหลงหรือที่นักสํารวจของสี่ประเทศคือจีน พมา ลาว ไทย เรียกวา คอนผีหลวง คือหนึ่งเกาะแกงที่อยูในเปาหมายการระเบิดออกเพื่อการเดินเรือพานิชย ขนาดใหญของโครงการการปรับปรุงรองน้ําเพื่อการเดินเรือพานิชยในแมน้ําหลานซาง-แมน้ําโขง โดย ความรวมมือของสี่ประเทศดังที่กลาวแลวและเปนแผนความรวมมือทางเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุมน้ําโขง ภายใตการสนับสนุนการเงินหลักจากประเทศจีนจํานวน ๒๐๐ ลานหยวน เพื่อเปดเสนทางการเดินจาก ซือเหมา มณฑลยูนานของจีน ลงมาสูแมน้ําโขงตอนลาง ผาน พมา ลาว ไทยและไปยังหลวงพระบางของ ลาว ระยะทาง ๘๘๖.๑ กิโลเมตร สํารวจเปนทางการทั้งสี่ประเทศครั้งแรกในป พ.ศ. ๒๕๓๖ ผูแทนจากประเทศจีนมีความเห็นวา หากตองปรับปรุงเสนทางการเดินเรือใหสามารถขนสงสินคาไดไมต่ํากวา ๑๐๐ ตัน ตองระเบิดเอาเกาะ แกงดอนที่เปนอุปสรรคในการเดินเรือออกไป มีการศึกษาเพิ่มเติม และประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดลอม ระหวางเดือนเมษายน - มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๔ ใชเวลาเก็บขอมูลภาคสนามเรงดวนเพียง ๑ เดือน นับเปนรายงานการศึกษาที่ไมมี มาตรฐานทางวิชาการ โดยมีการเสนอใหดําเนินการ ๓ ระยะ ระยะแรก ระเบิด ๑๑ แกง และ ๑๐ กลุมหินใตน้ํา เพื่อใหเรือระวางบรรทุกอยางต่ํา ๑๐๐ ตัน ไดในระยะเวลาอยางต่ํา ๙๕% ในรอบหนึ่งป ใหเสร็จสิ้นในป พ.ศ. ๒๕๔๖ โดยในระยะแรกมีแกงที่อยู บริเวณพื้นที่ประเทศไทย คือ คอนผีหลง ระยะที่สอง ระเบิดและขุดลอกสันดอน ๕๑ แหง เพื่อใหสามารถ


เดินเรือระวางบรรทุกอยางต่ํา ๓๐๐ ตัน ระยะเวลาอยางต่ํา ๙๕% ในรอบหนึ่งป ในระยะที่สองมีแกงที่อยู ในบริเวณประเทศไทย ตั้งแต อําเภอเชียงแสน เชียงของ เวียงแกน จังหวัดเชียงราย ๙ แหง ระยะที่สาม ปรับปรุงรองน้ําใหมีลักษณะคลายคลอง เพื่อใหสามารถเดินเรือระวางบรรทุก อยางต่ํา ๕๐๐ ตัน เปน ระยะเวลาอยางต่ํา ๙๕% ในรอบหนึ่งป แมจะมีเสียงทักทวงจากชุมชนทองถิ่น นักวิชาการ องคการระหวางประเทศ ตอผลกระทบใน ระยะยาวที่จะเกิดขึ้น รัฐบาลจีนกลับไมสนใจ ยังดําเนินการตอเนื่องในพื้นที่แมน้ําโขงตอนบน แตการ ดําเนินการมิไดราบรื่นนักเพราะอุปสรรคทางธรรมชาติและอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ทีมวิศวกรจีนรับผิดชอบการวางระเบิดทําลายแกงหินกลางลําน้ําโขงไดวางแผนระยะเวลาการ ระเบิดในชวงเดือนกุมภาพันธ ๒๕๔๕-เมษายน ๒๕๔๖ ยกเวนฤดูน้ําหลากในเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ๒๕๔๖ ระเบิดรอบแรกไปแลวเมื่อเดือนมีนาคม-เมษายน ๒๕๔๕ โดยทีมวิศวกรจากจีนเขาไประเบิดแกง หินกลางแม น้ําโขงบริเวณรอยต อพมา -ลาว ในชว งเดือ นธันวาคม ๒๕๔๕-เมษายน ๒๕๔๖ ซึ่ ง การ ดําเน���นการรอบสองมีความคืบหนาไปถึง ๑๐๐ % และมีแผนจะระเบิดในชวงหนาแลงของป ๒๕๔๗ ซึ่ง ดํา เนิ น การระเบิด แกงระยะที่ส องในเขตกั วเหลย ของจีน ถึง เชี ย งกกของลาวไปแลว เมื่อ ปลายเดือ น มกราคม ๒๕๔๗ สงผลใหระดับน้ําในเขตไทย-ลาว โดยเฉพาะเชียงแสน เชียงของ เวียงแกนผันผวนอยาง หนัก ระดับน้ําขึ้นลงตางกันในวันเดียวกวาหนึ่งเมตร หลังการพัฒนาเสร็จสิ้น คือ ระเบิดแกงหิน และสันดอนทรายครบตามแผนที่ไดวางไวแลว แมน้ํา โขงจะตองถูกใชเพื่อการเดินเรือนานาชนิดไดอยางอิสระ สะดวก สบาย ภายใตระบบการคาแบบทุนนิยม และตองไมมีการวางตาขายดักปลา เก็บขอนไมลอยน้ํา ขุดดิน หินทราย โดยคนในชุมชนริมฝงโขงอยาง เด็ดขาด เพราะจะทําใหเกิดอันตรายทั้งทางตรงและทางออม ตอชีวิตและทรัพยสินของคนในเรือ แตสําหรับชาวบานและชุมชนริมฝงโขงใน จังหวัดเชียงรายนั้น ลําพังแคมีการสรางทาเรือ และ การเดินเรือระวาง ๕๐ -๑๐๐ ตัน ในบริเวณนี้ สงผลกระทบมากมายกับชุมชนและระบบนิเวศนอยาง รุนแรงมากเกินพอแลว ซึ่งไมนับรวมในชวงที่มีการระเบิดแกงในเขตจีน พมา ลาวนั้น สงผลใหกระแสน้ํา ผันผวนเปลี่ยนแปลงจนชาวประมงไมสามารถหาปลาไดอยางปกติ รวมทั้งในหนาน้ําหลากมีผลใหชายฝง แมน้ําโขงในเขตไทย-ลาวพังทลายอยางรุนแรง เพราะน้ําไหลเชี่ยวแรงขึ้นกวาเดิม เพราะไมมีหินผา เกาะ แกงคอยกั้นน้ําในตอนบนเหมือนแตกอน สถานการณลาสุด เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๔๗ คณะเจาหนาที่รวมสี่ประเทศของโครงการได ประกาศปดโครงการไวแค ๘๐ เปอรเซ็นต โดยกลาววาเหลืออีก ๒๐ เปอรเซ็นตที่เหลือตั้งแตแกงคอนผี หลงของไทยไปถึงหลวงพระบางของลาว ใหขึ้นอยูกับรัฐบาลไทยและลาวในการตกลงเจรจากันวาจะสาน โครงการตออีกหรือไม แตทางการจีนยินดีสนับสนุนหากตกลงในเรื่องเขตแดนเรียบรอยแลว และเปนครั้ง แรกที่จีนออกมายอมรับวา เกิดผลกระทบตอสิ่งแวดลอม ตอการขึ้นลงของระบบน้ําในแมน้ําโขงหลังจาก ระเบิดเกาะแกงไปแลว รวมทั้งปญหาการปดเขื่อนจนแมน้ําโขงแหงแลง ทางเจาหนาที่จีนกลาววาจะไม เกิดขึ้นอีก อยางไรก็ตาม หลังจากการแถลงขาวปดโครงการเพื่อลดกระแสความหวงใยตอภาวะวิกฤติ แมน้ําโขงที่เปนขาวดังไปทั่วโลก ทางเจาหนาที่รัฐไทยโดยหนวยงานซึ่งรับผิดชอบโครงการนี้ยังคงออกมา


ใหขาวยืนยันการดําเนินโครงการนี้ตอไป รวมทั้งมีการเดินทางไปประชุมที่ประเทศจีนเพื่อผลักดันโครงการ นี้ตอไปของเจาหนาที่ระดับสูงของหนวยงาน รวมทั้งฝายการเมืองของไทย เพื่อยืนยันการดําเนินการคา ทางแมน้ําซึ่งเชื่อกันวาเปนการคาที่มีตนทุนต่ํา ไมเคยมีครั้งใดที่มีการพังทลายของชายฝงริมโขงรุนแรงมากเทากับที่เกิดขึ้นตลอด ๕ ปมานี้ ทุก ปแผนดินทั้งฝงไทยและลาวที่อยูริมแมน้ําโขงจะพังทลายลงรุกล้ําแผนดินมากกวา ๑๐๐ เมตร ขนาดของ ที่ดินซึ่งพังลงไป หมูบานหนึ่ง ๆ ไมต่ํากวา ๑ ไร ที่ดินริมฝงโขงหายไปในแมน้ําโขงจํานวนมาก เชนนี้ทุกป ตลอด ๕ ปที่ผานมา ซึ่งแตกอนพื้นที่ริมฝงโขงชาวบานสามารถทําการเกษตรขนาดเล็กเปนรายไดเสริม เมื่อถึงฤดูกาลน้ําลดตั้งแตเดือนพฤศจิกายนถึงมิถุนายน ชาวบานก็จะเพาะปลูกถั่วลิสง ถั่วงอก และ พืชผักสวนครัว เพื่อนํามาขายที่ตลาดในเมือง บางครั้งก็มีพอคาไปรับซื้อผลผลิตจากชาวบานดวยตนเอง แตละครอบครัวมีรายไดจากการทําเกษตรริมโขงประมาณ ๒๐,๐๐๐ -๔๐,๐๐๐ บาทในชวงฤดูน้ําลดของ แตละป การพังทลายของชายฝงคือการพังทลายของแหลงอาหารและรายไดเสริมแกครอบครัวดวย ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๕ บานดอนสวรรค แขวงบอแกว ประเทศลาว หมูบานแหงนี้อยูริม แมน้ําโขง เยื้องกับที่มีการกอสรางทาเรือเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ปรากฏวา กระแสน้ําไดเปลี่ยนทิศทาง พุงเขากัดเซาะตลิ่งและบานเรือนที่ตั้งอยูตามชายฝงทําใหตองมีการอพยพชาวบานกวา ๑๑๓ ครัวเรือน ออกจากหมูบาน และตองยายหมูบานไปตั้งที่อื่น จากการเฝา สังเกตในพื้นที่เชียงแสน-เชียงของ-เวียงแกน มีปญหาการพัง ทลายของตลิ่ง จน ชาวบานริมแมน้ําโขงเกิดความหวั่นวิตกเปนอยางมากและไดรวมกันเก็บขอมูลเบื้องตนพบวา ในป พ.ศ. ๒๕๔๖ บานหาดบายมีพื้นที่ที่สูญหายพังทลายไปกับแมน้ํา ๗ ไร บานดอนที่ ๕ ไร บานปากอิง ๒ ไร และ บานหวยลึก ๓ ไร หากคํานวณความเสียหายจากเชียงแสนถึงเวียงแกนเบื้องตน ในระยะทางริมน้ําโขง ๘๔ กิโลเมตร เพื่อจะสรางแนวกั้นดินพังทลายในราคากิโลเมตรละ ๔๐ ลานบาท ฉะนั้น ระยะทางยาวถึง ๘๔ กิโลเมตรจะตองเสียคากอสรางอยางต่ํา ๓,๓๖๐ ลานบาท ซึ่งความเสียเหลานี้ใครเปนผูรับผิดชอบ นอกจากนั้นคาดกันวา ความเสียหายที่จะเกิดกับแหลงอาหารของชุมชนริมฝงแมน้ําโขง ซึ่งยัง ไมไดศึกษาผลกระทบอยางถี่ถว น ชุมชนริมแมน้ําโขง ถือ วา เปน ชุมชนที่มีความมั่นคงทางอาหารใน ระดับสูง ปลาในแมน้ําโขงเปนแหลงโปรตีนคุณภาพดี ที่คนในชุมชนสามารถเขาถึงทรัพยากรนี้ไดอยางไม จํากัด แมไมมีเงินก็มีปลากินได พันธุพืชที่เปนผักพื้นบานก็เปนผักคุณภาพดี ไมปนเปอนสารเคมี หาเก็บ ไดตามริมฝงเกาะแกง และการทําเกษตรริมโขง นอกจากนั้นยังเปนแหลงรายไดของชุมชนจากการหาปลา เก็ บ ผั ก พั น ธุ พื ช พื้ น บ า นและการเกษตรริ ม โขงนํ า ไปขายเป น วิ ถี ชี วิ ต ที่ พึ่ ง พาแม น้ํ า โขงอย า งเกื้ อ กู ล นอกจากชุมชนริมแมน้ําโขงแลวการขึ้นลงของแมน้ําโขงที่ผิดปกติมีผลตอแมน้ําสาขาและลําหวยในเขต เชียงของเวียงแกนดวย โดยแมน้ําอิงและแมน้ํางาวจะแหงลงมากเมื่อแมน้ําโขงแหงผิดปกติ มีผลตอการ ขยายพันธุของพันธุปลาจากแมน้ําโขงไปสูแมน้ําสาขา และกลุมชาติพันธุในเขตลําน้ําสาขาเหลานั้น เชน คนลื้อ ขมุ เยา มง ลาหู ไมสามารถพึ่งพาแมน้ําเปนแหลงอาหารและแหลงน้ําไดอยางปกติเชนกัน โครงการพัฒนาสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ โครงการนี้มีแนวคิดที่จะพัฒนาพื้นที่จังหวัดเชียงรายใหมี การจัดตั้งเปนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน โดยเห็นวา จังหวัดเชียงรายมีศักยภาพที่จะเปนประตูการคา


ติดตอกับประเทศในอนุภูมิภาคลุมน้ําโขง ๖ ประเทศ คือ ไทย จีน พมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ให สามารถเชื่อมโยงกับชุมชนศูนยกลางเศรษฐกิจของประเทศ และเปดติดตอกับประเทศเพื่อนบาน โดยเริ่ม ผลักดันโครงการนี้ในสมัยนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ครั้งที่ ๑ ในแผนนี้มีการกําหนดกิจกรรมและ โครงการรวมทั้งโครงการกอสรางทั้งหลายเพื่อรองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยมุงเนนไปที่ ๓ อําเภอหลักของจังหวัดเชียงราย คือ อําเภอแมสาย อําเภอเชียงแสน และอําเภอเชียงของ ในดานภาคอุตสาหกรรม โครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจเห็นวา ควรมีการดําเนินการจัดตั้งเขต ประกอบอุตสาหกรรมทั่วไปและอุตสาหกรรมเพื่อการสงออก รวมทั้งการจัดการสินคา ในอําเภอเชียงของ ควรพัฒนาใหเปนนิคมอุตสาหกรรมการเกษตรครบวงจรและเขตอุตสาหกรรมทั่วไป ในการพัฒนาใหเปน เขตอุตสาหกรรมนั้น แผนนี้กําหนดวา ตองมีการสรางทาเทียบเรือ ปรับปรุงถนนและสรางเขตประกอบ อุตสาหกรรมเชียงแสนเชียงของ มีการปรับปรุงระบบบําบัดน้ําเสีย ระบบระบายและปองกันน้ําทวม เปน ตน บทเรียนการสรางทาเรือน้ําลึกที่อําเภอเชียงของไดทําใหตลิ่งแมน้ําโขงทางฝงไทยพังทลายมา ขณะที่ตะกอนกลับไปทับถมรองน้ําทางฝงลาวจนตื้นเขิน และทําใหเกิดการ”มูน” หรือมีการทับถมของ ทรายเกิดดอนกลางลํานําโขงขึ้นใหม การสรางทาเทียบเรือแหงดังกลาวกับที่อําเภอเชียงแสนไดกลายเปนปญหาระหวางประเทศ เนื่อ งจากได มีการสรา งท า เรื อ ทั้ ง สองแห ง ล้ํา เขา ไปในลํา น้ํ า โขงจนทํา ใหล าววิ ต กกั ง วลเกี่ ย วกับ การ เปลี่ยนแปลงรองน้ํา ทาเรือทั้งสองแหงนี้ถูกผลักดันในการประชุมหอการคาทั่วประเทศที่จังหวัดเชียงราย ในสมั ย นายชวน หลีก ภั ย เป น นายกรั ฐ มนตรี เมื่ อ พ.ศ.๒๕๓๘ และนํา ไปสู การอนุ มัติง บประมาณ กระจายความเจริญสูภูมิภาค เพื่อกอสรางทาเรือทั้งสอง แตกระแสน้ําโขงที่เชี่ยวกรากไดพัดพาเอาทาเรือ เชียงแสนที่มีมูลคา ๑๔ ลานบาทพังลงทันทีที่กอสรางเสร็จ ตอมาในป พ.ศ.๒๕๔๐–๒๕๔๑ กรมเจาทาไดเสนอโครงการของบกอสรางทาเรือแมน้ําโขงใหม ทั้งที่เชียงแสนและเชียงของในงบประมาณ ๒๐๕ ลานบาทเปนงบออกแบบ ๕ ลานบาท แตโครงการนี้ ประสบปญหาที่ไมคาดคิดมากอนนั้นคือ ระหวางการกอสรางลาวไดมีการคัดคานการกอสรางทาเรือทั้ง ๒ แห ง เนื่อ งจากการออกแบบท า เรือ ไดยื่ นออกไปในลํา น้ํ า โขงมากเกิน ไปโดยไม มีก ารปรึ ก ษาหรื อ ขอ อนุญาตกอน หลังการเจรจาระหวางไทยกับลาวตนป พ.ศ.๒๕๔๕ ลาวจึงยอมใหกอสรางทาเรือเชียงของ ไดโดยอนุญาตใหสรางได แตตองลดระยะการล้ําเขาไปในแมน้ําโขง เปนเหตุใหตองทุบทาเรือเชียงของที่ เพิ่งสรางไดไมกี่ปทิ้งอีก ขณะเดียวกันก็ไมยอมใหสรางทาเรือเชียงแสนที่ยังคงไมยอมแกแบบกอสราง และแมทาเรือเชียงของจะสรางเสร็จและเปดใชงาน เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๖ ทวามีเรือขนสงไมกี่ลําเขา มาเทียบทา เขตการคาเสรีอาเซียน-ไทย-จีน จัดตั้งเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๑๐ ในยุคสงครามเย็นและ สงครามเวียดนาม ทามกลางความไมมั่นคงของภูมิภาค ตั้งขึ้นเพื่อสงเสริม สันติภาพ ความรวมมือและ ความมั่นคงในภูมิภาค อีกทั้งเปนยุทธศาสตรตานลัทธิคอมมิวนิสต โดยมีบรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย


ฟลิปปนส สิงคโปร และไทย ในป ๒๕๓๘ เวียดนามไดเขาเปนสมาชิก ตามดวยลาวและพมา ในป ๒๕๔๐ และกัมพูชา ๒๕๔๒ การจั ด ตั้ ง เขตการค า เสรี อ าเซี ย นมี ขึ้ น ในป ๒๕๓๔ ตามข อ เสนอของประเทศไทย และเริ่ ม ดําเนินการในป ๒๕๓๕ เพื่อการสงเสริมตลาดการคาเสรี การลดและคอยๆ เลิกเก็บภาษีและมาตรการ เงื่อนไขอื่นๆ ที่เปนอุปสรรคทางการคา โดยหลักทางการคาเสรีคือ การลดการอุดหนุนการสงออก การลด การอุดหนุนการผลิต และการทําลายกําแพงภาษีที่มีตอกัน ทําใหระบบการผลิตทุกภาคสวนกลายเปน การผลิตเชิงพาณิชยที่แขงขันเอากําไรสูงสุดเปนหลัก และเพิ่มความกดดันกับความยากลําบากตอระบบ การผลิตแบบเดิมโดยเฉพาะระบบเกษตรแบบยั่งยืน เขตการคาเสรีอาเซียนไทย-จีน รัฐบาลไทยมีมติผานกรอบความตกลงวาดวยความรวมมือทาง เศรษฐกิจอาเซียนไทย-จีน ตามที่กระทรวงพาณิชยเสนอ โดยเริ่มลดภาษีภายในป ๒๕๔๘ เสร็จสมบูรณ ในป ๒๕๓๓ โดยครอบคลุมสินคาทางการเกษตรกลุมแรกภายใตพิกัดศุลกากร ๐๑–๐๘ ที่สําคัญ เชน สัตวมีชีวิตเนื้อสัตว ปลา และอาหารทะเล ผัก ผลไม และผลิตภัณฑนม เปนตน โดยกําหนดใหเริ่มลดภาษี ภายในวันที่ ๑ ม.ค. ๒๕๔๗ และดวยการผลักดันของฝายไทยกับจีน โดยไมมีการปรึกษาความคิดเห็น ของเกษตรกรหรือชาวบานทั่วไปที่ไดรับผลกระทบจากการเปดเสรี รัฐบาลของทั้งสองประเทศไดลงนาม เปดเขตการคาเสรีทวิภาคีระหวางไทย-จีน เริ่มจากลดภาษีผักผลไมระหวางกันเหลือเพียง ๐% ใหมีผล บังคับตั้งแต ๑ ตุลาคม ๒๕๔๖ ไมใชเฉพาะการคาฝายไทยที่ตองทนแบกรับภาระน้ํามันเรือที่สูงกวาเพราะตองทวนน้ําบรรทุก สินคาขึ้นไปอีกทั้งการใชเรือพาณิชยแมน้ําโขงยังมีขอจํากัดทางเทคนิคอีกมากมาย เรือพาณิชยไทยยังไม มีประสบการณการเดินเรือในแมน้ําโขงเทียมเทากับจีน ดวยเหตุนี้การประกาศเขตการคาเสรีไทย - จีนที่ มีผลมาตั้งแต ๑ ตุลาคม ๒๕๔๖ ซึ่งมีผลสงใหสินคาผักผลไมลดภาษีลงเปน ๐% ทําใหการคาสินคา เกษตรของไทยไมสามารถสูจีนไดเลย ตั้งแตเดือนตุลาคมปที่แลว ไทยไดรับผลกระทบจากสินคาเกษตร ของจีนราคาถูกกวามาตีตลาดในพืชกระเทียมและหอม และยังมีรายงานสถิติของกระทรวงพาณิชยระบุ วา ในป ๒๕๔๔ ประเทศไทยไดเปรียบการคาประเทศจีนเปนจํานวนเงิน ๕๐๐ ลานบาท แตภายใน ครึ่งปแรกของป ๒๕๔๕ หลังจากจีนเขาเปนสมาชิกองคการการคาโลก ( WTO) เรือสินคาของประเทศจีน ที่เขามาทาเรืออําเชียงแสน จังหวัดเชียงรายและกระจายสินคาไปทั่วประเทศ ดวยขอไดเปรียบที่ตนทุน ถูกทําใหราคาถูกวา สงผลใหจีนไดเปรียบดุลการคากับประเทศไทย กลุมพลังองคกรทองถิ่น กล า วได ว า ป จ จุ บั น เชี ย งของกลายเป น เมื อ งหนึ่ ง ที่ จํ า ต อ งอยู ทามกลางกระแสแหงการคาขายและตอรองในระดับประเทศ จากโครงการตางๆ ที่รัฐไดผลักดัน เชน โครงการสรางเขื่อนกั้นแมน้ําโขง โครงการระเบิดแกงหินและโครงการพัฒนาสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ และการ เปดเขตการคาเสรีอาเชียนไทย-จีน โดยโครงการเหลานี้เริ่มตนจากรัฐสวนกลางและขาดการมีสวนรวม ของคนในทองถิ่น ละเลยดานประวัติศาสตรและวัฒนธรรมที่หลากหลายของทองถิ่น สนใจมูลคาทาง เศรษฐกิจการคาเปนดานหลัก จนเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยางมหาศาลในความรูสึกของชาวบานสวน


ใหญ สิ่งหนึ่งที่เปนการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่เห็นไดชัดเจนคือ ผลกระทบในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรม ปญหาสภาพแวดลอมและทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ อําเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ที่มีผล ตอความหลากหลายชีวภาพและไดรับผลกระทบอยางชัดเจน เชน แมน้ําสมซึ่งเปนแมน้ําสาขาของแมน้ํา โขง ไหลจากดอยหลวงไหลลงสูแมน้ําโขงบริเวณขางสํานักงานเทศบาลเชียงของเหือดแหงมีน้ําไหล ปริมาณนอยอยางไมเคยปรากฎมาเลย และการเปลี่ยนแปลงของการขึ้นลงของแมน้ําโขง รวมถึงการ ลดลงของจํานวนปลาบึก จากปญหารูปธรรมเหลานี้ ทําใหคนในทองถิ่นเชียงของหลายฝาย อันประกอบ ไปดวย กลุมประชาชนทั่วไป นักธุรกิจ ขาราชการครู ตํารวจ และแพทย เริ่มตระหนักถึงผลกระทบที่จะ เกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งสนใจวา คนทองถิ่นเชียงของจะอยูกันอยางไรในอนาคตขางหนา จึงไดรวมกัน กอตั้งกลุมรักษเชียงของขึ้น โดยมีวัตถุประสงคในการรวมกลุมเพื่อดําเนินกิจกรรมดังนี้ ๑) เพื่อสงเสริม และสนับสนุนการพิทักษรักษาทรัพยากรธรรมชาติใน อําเภอเชียงของ ๒) เพื่อเปนสถานที่รวมกลุมพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณและความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งแวดลอมของทองถิ่น ๓) เพื่อนําเ���นอขอคิดเห็นใน เชิงสรางสรรคแกหนวยงานที่เกี่ยวของอันจะใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติของทองถิ่นอยางยั่งยืน และจัดระเบียบสรางสภาวะแวดลอมที่ดีตอทองถิ่นและชุมชนในระยะยาว กลุมรักษเชียงของไมมีโครงสรางการทํางานที่ตายตัว แตมีผูประสานหลักคอยประสานความ รวมมือกับสมาชิกและแนวรวมที่มีอยูหลากหลาย ใหเขารวมกิจกรรมการรณรงคทางสิ่งแวดลอมตางๆ ตอมาเมื่อมีแนวรวมในพื้นที่ใกลเคียงมากขึ้น เชน ชมรมอนุรักษและฟนฟูแมน้ําอิงตอนปลาย โครงการ แมน้ําและชุมชน รวมทั้งมีสถานการณโครงการระเบิดแกงแมน้ําโขงเขามาสูการรับรูของชาวบานเชียงของ เวียงแกน ในปลายป ๒๕๔๔ กลุมรักษเชียงของและองคกรทองถิ่นอื่นๆ ไดรวมกันรณรงคในการปกปอง แมน้ําโขง โดยเฉพาะในเขตประเทศไทยจากเชียงแสนถึงเวียงแกน ดังที่กลาวแลว มีการเรียกรองสิทธิใน การับรูขาวสารนโยบายจากรัฐ การยื่นหนังสือรองเรียนและขอเสนอตอองคกรของรัฐ องคกรอิสระ การ รวมและเปดเวทีสาธารณะทั้งในและนอกพื้นที่ โดยในป ๒๕๔๕ เพื่อใหการทํางานเกิดประสิทธิภาพและ การอนุรักษฟนฟูทอ งถิ่นในระยะยาว ทั้ง สามองคกรทองถิ่น ที่กลาวมาแลว จึงเกิดการรวมตัวกันเปน เครือขายอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุมน้ําโขง-ลานนา และทํางานรวมกับองคกรพันธมิตร ภายนอกมากมาย ทั้งในและตางประเทศเครือขายฯ เนนกิจกรรมการศึกษาวิจัยองคความรูทองถิ่นและ การฟนฟูทองถิ่นในทุกดาน โดยมุงสรางกระบวนการมีสวนรวมของคนทองถิ่นในกิจกรรมตางๆ และการ ปลุกจิตสํานึกรักทองถิ่นเปนดานหลัก การทํางานของกลุมรักษเชียงของและเครือขายฯ รวมทั้งการประสานพลังทองถิ่นในทามกลาง เปลี่ยนแปลงของสังคมและการแยงชิงทรัพยากรของรัฐและตางประเทศในพื้นที่ชายแดนทองถิ่นเชียงของ แมจะไมเกิดผลตอการแกปญหาไดอยางมหาศาลหรือฉับพลัน แตก็เกิดการเคลื่อนไหวและตื่นตัวของ ชาวบานสวนใหญในการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมทองถิ่นโดยคนทองถิ่นอยางเปนระบบ เชน หลังจากรัฐชะลอโครงการระเบิดแกงแมน้ําโขง เพราะเรื่องความมั่นคงชายแดนและการเคลื่อนไหว


ของชาวบานแลว หลายหมูบานในเครือขายฯ ยังไดกลับมาทบทวนถึงแผนการศึกษาและฟนฟูทองถิ่นกัน อยางไรในระยะยาว


7chaingkong6