Issuu on Google+

ความสัมพันธทางสังคม ความสั ม พั น ธ ท างสั ง คมนั้ น เป น ข อ มู ล ในด า นที่ เ กี่ ย วข อ งกั บ สถาบั น พื้ น ฐานของสั ง คม คื อ ครอบครัว การแตงงาน ระบบเครือญาติ กลุมตางๆ ที่มีในสังคม รวมไปถึงระบบการเมือง การปกครอง ของชุมชน ซึ่งในที่นี้คือบานสําโรงและบานสวนสม เปนเนื้อหาซึ่งแสดงใหเห็นถึงโครงสราง องคประกอบ การจัดระเบียบทางสังคม ทั้งขอควรปฏิบัติ รวมไปถึงขอหาม ซึ่งกําหนดกฎเกณฑโดยคนในสังคมวาทําให สังคมประกอบไปดวยคนกลุมใด ทั้งชาวบาน การรวมกลุมผูนําในสังคม ชุมชนมีความสัมพันธรวมมือ หรือขัดแยงกันเชนไร มีปญหาและการแกไขปญหาในสังคมกันอยางไร เรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ ทางสังคมนั้นยอมเปนไปโดยสอดรับกับรูปแบบการดําเนินชีวิต วิถีการทํามาหากิน รวมไปถึงรูปแบบของ พิธีกรรม ความเชื่อ โลกทัศน ขอมูลที่ไดรับจะนําไปสูความเขาใจสังคม วัฒนธรรมของกลุมคนที่เราศึกษา อยางรอบดาน

บานสําโรง ครอบครัว เครือญาติ กลุมประชากรบานสําโรงนั้นประกอบไปดวยกลุมชาติพันธุหลักคือเขมร พื้นบาน ซึ่งอยูอาศัยมายาวนาน และกลุมคนจากภูมิภาคตางๆ ของประเทศที่อพยพเขามาโดยสวนใหญ ราวๆ ๓๐ ปที่ผานมา ดังที่นําเสนอไปแลวและทําใหเห็นเคารางของความสัมพันธของผูคนในบทกอน ซึ่ง จะขยายความใหชัดเจนขึ้นในประเด็นความสัมพันธทางสังคมของคนบานสําโรง ดังนี้ ครอบครัวถือเปนสถาบันพื้นฐานของทุกสังคม ซึ่งความเปนครอบครัวของแตละสังคมนั้นได เกิดขึ้นโดยผานกิจกรรมที่สําคัญคือการแตงงาน ซึ่งแตละสังคมมีรูปแบบ กฎเกณฑ พิธีกรรมแตกตางกัน ไป ในประเด็นความสัมพันธทางสังคมนี้จะไดกลาวถึงในสวนของรูปแบบ กฎเกณฑเกี่ยวกับการเลือก คูครอง รูปแบบการอยูอาศัยหลังแตงงาน และสําหรับพิธีกรรมที่เกี่ยวกับการแตงงานจะไดกลาวถึงใน ประเด็นความเชื่อ ประเพณี พิธีกรรม ในลําดับตอไป จากการสัมภาษณขอมูลเกี่ยวกับการเลือกคูครอง การแตงงานของคนบานสําโรงนั้น ไมใชแต เพียงความรักใครชอบพอของหนุมสาวที่จะมาเปนคูครองกันโดยลําพัง ยิ่งการเลือกคูในสมัยอดีตดวยแลว กฎเกณฑการควบคุมในพฤติกรรมเหลานี้ โดยเฉพาะอยางยิ่งขอหาม ขอปฏิบัติที่เหมาะสมสําหรับฝาย หญิง ครอบครัวของทั้งสองฝายจึงมีบทบาทสําคัญในการดูแลกํากับผูท่ีจะเขามาเปนสมาชิกใหมของ ครอบครัว เริ่มตั้งแตขั้นตอนการเกี้ยวพาราสีกันเลยทีเดียว มีเรื่องราวเลาถึงความสัมพันธของหนุมสาวใน อดีตวาในสมัยกอนหนุมสาวที่ชอบพอกัน กอนจะแตงงานหนุมๆ จะมีการจกสาวและทําความรูจักคุยกัน ใหสนิทสนม รูจักนิสัยใจคอกัน เชน ชวยตําขาวในเวลากลางคืน ชวยพอแมฝายหญิงหั่นยาสูบและเอาแรง ลงแขกกัน เพราะหนุมสาวจะคุยกันตอหนาพอแมไมได จึงแอบมาคุยกันตอนกลางคืนที่หัวนอนบาน ผูหญิง เนื่องจากบานทําดวยไมไผที่นํามาทําเปนฟากฝาบาน จึงใชไมไผเล็กๆ ซึ่งสอดไปตามรูฟากได เพื่อ กระทุงตรงศีรษะใหผูหญิงตื่นจะไดแอบพูดคุยกันเบาๆ ไมใหพอแมไดยิน การเกี้ยวพาราสีเชนนี้ของหนุม สาวเรียกวาการจกสาว บางครั้งจกสาวอยูนานจึงจะไดแตงงาน ปจจุบันการจกสาวไดเลิกไป ๔๐ กวาป


แลว เพราะบานสมัยใหมที่ปลูกกันในปจจุบันมีฝาไมและปูน ไมใชฝาฟากไมไผเหมือนแตกอน ประกอบ กับหนุมสาวรุนในยุคนี้มีความสนิทสนมคุนเคยกันงาย จึงไมตองใชวิธีจกสาวเชนอดีต นอกจากการประพฤติ ต ามขั้ น ตอนประเพณี ที่ มี ก ารเกี้ ย วพาราสี ดู ใ จกั น อยู ใ นสายตาของ ครอบครัวจนกระทั่งนําไปสูการแตงงานในที่สุดแลว บางกรณีก็อาจมีในเรื่องของการประพฤติผิดประเพณี คือฝายชายและฝายหญิงชอบพอกันแตอาจจะมีการลวงเกินกันบาง โดยที่ผูใหญทั้งสองฝาย หรือฝายใด ฝายหนึ่งไมทราบ หรือไมเห็นดวย การกระทําการนอกกฎเกณฑกติกาของสังคมเชนนี้ เรียกวาการผิดผี ซึ่ง ตองมีการจัดพิธีกรรมที่จะเปนการแกไขใหเปนไปตามประเพณีที่ดีงามตามกรอบของสังคม ในดานคานิยมที่เกี่ยวกับการเลือกคูครองมีขอหามที่วาคนพื้นบานละแวกนี้ไมนิยมใหลูกหลาน แตงงานกัน ถึงแมจะเปนญาติหางๆ ก็ตาม ขอหามการแตงงานระหวางสายเลือดเชนนี้พบในแทบทุก สังคม สวนคานิยมที่ยึดถือปฏิบัติคือคนบานสําโรงโดยเฉพาะอยางยิ่งเมื่ออดีตจะนิยมแตงงานกับคนเขมร ดวยกัน ซึ่งมีทั้งเขมรพื้นบานและเขมรจากประเทศกัมพูชา ซึ่งมีความสัมพันธตอกันสืบเนื่องมาตั้งแตอดีต หรือหากเปนกลุมคนเชื้อสายจีนก็ไมรังเกียจ เนื่องจากเชื่อวาคนเชื้อสายจีนเปนผูมีความขยันขันแข็ง คุณสมบัติที่จะนํามาพิจารณาคือดานการทํามาหากิน นิสัยใจคอ ถาเปนผูหญิงก็จะรวมถึงการจัดการงาน บานงานเรือน หากเปนชายก็มักจะรวมถึงการผานการเกณฑทหาร และการบวชเรียน ดังที่มีการกลาวไว วา ถาลูกสาวบานใดไดแตงงานกับลูกชายของบานที่ผานการบวชมาแลว ถือวาเปนผูมีหนามีตาไดคูครอง ดี มีความรู มีคุณธรรม เปนผูที่ชาวบานใหการยกยอง นอกจากเรื่องการเลือกคูครองแลว กฎเกณฑการเลือกที่อยูอาศัยหลังแตงงานก็เปนเรื่องที่มี ความสําคัญ เนื่องจากหมายถึงกลุมความสัมพันธที่จะมีอิทธิพลตอกิจกรรมดานตางๆ ภายในสังคมดัง กรณีของบานสําโรงนั้นเปนการตั้งถิ่นฐานหลังแตงงานทางฝายชาย คือหลังจากแตงงานกันแลวผูหญิงมัก ไปอยูบานฝายชาย โดยยังอาศัยอยูกับพอแมของฝายชาย และพี่นองที่ยังไมไดแตงงานพรอมทั้งปูยาจะ อยูรวมกันเปนครอบครัวใหญ และยังไมแยกครอบครัว จนกวาจะมีความพรอ มทางดานเศรษฐกิจจึง แยกตัวออกไปสรางครอบครัวใหม สวนความสัมพันธในครอบครัวของผูอพยพมาอยูบานสําโรงในภายหลังนั้น จากการศึกษาพบวา สวนใหญการแตงงานจะแตงงานกับคนที่มาดวยกันหรือกลุมเดียวกัน แตงงานกับคนพื้นบานที่อยูเดิมมี เปนสวนนอย อยางไรก็ตามการแตงงานนอกกลุมหรือระหวางกลุมชาติพันธุก็ไมไดกําหนด กฎเกณฑเปน ขอ หามแตอยางใด เชน กรณีของครอบครัวลุง สํา อางค เปนตน ที่เลาถึง ครอบครัวของตนเองวา ลุง สําอางคมีลูก ๗ คน หญิง ๕ คน ชาย ๒ คน ลูกสาวแตงงานกับชาวตางชาติ ๔ คน คือ ชาวฮอลแลนด ๑ คน อยูที่ประเทศของสามี แตงงานกับชาวอังกฤษ ๑ คน สามีชาวอังกฤษขายที่ดินที่อังกฤษแลวมาซื้อ ที่ดินที่อําเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ปจจุบันอยูที่อําเภอบางละมุง ชื่อนางสมทรง กําลังเรียนที่ราชภัฏ รําไพพรรณี (เสาร-อาทิตย) และไดสงเงินมาใหลุงสําอางคใชทุกเดือน อีก ๒ คน แตงงานกับชาวเดนมารก อยูที่ประเทศของสามีทั้งสองคน


การประกอบกิจกรรมตางๆ หรือการชวยเหลือกันเกี่ยวกับสวนรวม เชน งานบุญ การพัฒนา ชุมชน หรือเกี่ยวกับการปกครอง นอกจากระบบเครือญาติแลว ทุกคนยังใหความรวมมือกันดี กลุมที่ อพยพเขามาอยูใหมก็มักจะเขามารวมสมทบกับกลุมคนพื้นบานเดิมในกิจกรรมตางๆ ปญหาความขัดแยง การที่บานสําโรงมีครอบครัว เครือญาติ เปนสถาบันพื้นฐานทางสังคมที่ สําคัญ ทําใหนอกจากเรื่องความรวมมือชวยเหลือกันภายในกลุมเครือญาติแลว ความขัดแยงระหวางตาง กลุมเครือญาติก็เปนสิ่งที่เกิดขึ้นได กลาวคือถาเปนสมาชิกของกลุมเดียวกันจะมีการชวยเหลือกัน ถา ญาติ พวกพอง คนใกลชิด ทําความผิดก็จะเขาขางกันโดยไมมีเหตุผล ไมยอมรับความจริง ถาเปนพวก ของตนเองตองถูกเสมอ จะโกรธคนที่มาวารายพวกพองของตนเอง เชน ถาลูกหลานของตนไปมีเรื่อง ทะเลาะวิวาทกับผูอื่น พอแมพี่นอง ลุงปา นาอา จะเขาขางอยางไมมีเหตุผล โดยไมแยกแยะวาใครผิดใคร ถูก หรือถาผลประโยชนที่ขัดกับกลุมของตนก็จะขัดแยงกับญาติพี่นองทั้งหมดดวย สวนความขัดแยงทางความคิดเห็นของคนรุนเกากับคนรุนใหม เรื่องของประเพณี พิธีกรรม ความเชื่อตางๆ นั้น เกิดจากคนรุนเกาตองการใหคนรุนใหมสืบทอด แตคนรุนใหม (อายุ ๓๐ กวาป) มี ความคิดขัดแยงวาคนรุนเกา (อายุ ๔๐ ปขึ้นไป) งมงาย ไมมีเหตุผล จึงไมสืบตอและพูดจาดูหมิ่นคนรุน เกา ทําใหเกิดความบาดหมาง ทําใหความสัมพันธระหวางคนรุนเกากับคนรุนใหมไมราบรื่น อยางไรก็ตาม ปญหาเรื่องการสืบทอดประเพณีในปจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๔๗) มีคนรุนใหมบางสวนเล็งเห็น เชน การสืบสาน เรื่องดนตรีไทย กลาวคือมีคนรุนใหมซึ่งเปนนักเรียนที่จบจากโรงเรียนวัดสําโรงเมื่อปการศึกษา ๒๕๔๒ ไป ศึกษาตอที่วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี จนจบ ปวส. คือนายโกเมท มิ้นคง และนายนภาศิลป บัวผลิ จบจาก โรงเรียนวัดสําโรงปการศึกษา ๒๕๔๖ ไปศึกษาตอที่วิทยาลัยการอาชีพสอยดาว จันทบุรี รวมสืบทอด ประเพณีและพิธีกรรมการเลนดนตรีไทยรวมกับคนรุนเกาทุกกิจกรรมเมื่อมีเวลาวาง

บานสวนสม ครอบครัว เครือญาติ รูปแบบการแตงงาน นางมา คงตางาม กลาววา จะเปนแบบผัวเดียว เมียเดียว การเลือกคูครองก็จะเลือกเองและพอแมหรือเครือญาติหามาให และมักจะแตงกับคนในหมูบาน เดียวกัน และหมูบานใกลเคียงเปนสวนใหญ โอกาสที่หนุมสาวจะไดพบปะคนนอกหมูบานมีไมมาก ชึ่ง โดยทั่วไปแลวก็จะหามไมใหแตงงานกันระหวางคนที่เปนญาติใกลชิดกัน แตถาเปนญาติหางๆ ที่ใชชื่อ สกุ ล ต า งกั น หรื อ พ น จากการเป น ญาติ ก็ ส ามารถแต ง งานกั น ได ระยะหลั ง เมื่ อ มี ก ารพั ฒ นาเส น ทาง คมนาคมจนการเดิน ทางติด ตอ ระหว างชุมชนต า งๆ สะดวกมากขึ้น สภาพทางเศรษฐกิ จ ในหมูบ า น เปลี่ยนไป มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจรวมกันมากขึ้น และมีอาชีพการทําเฟอรนิเจอรที่นอกเหนือจากการทํา เกษตรกรรมเพิ่มขึ้นมา คนนอกหมูบานเขามาทํามาหากิน และคนในหมูบานก็เดินทางไปที่อื่นมากขึ้น จึง ทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการแตงงานและการเลือกคูครอง กลาวคือในอดีตพอแมจะรูเห็นใน การที่หนุมสาวมาเกี้ยวพาราสีกันที่บาน พอแมก็จะมีสวนในการเลือกคู (โดยเฉพาะบานไหนที่มีลูกสาว) วามีความเหมาะสมมากนอยแคไหนกับการที่จะรับมาเปนลูกเขยหรือลูกสะใภ โดยพอแมจะดูจากความ ประพฤติของฝายตรงขาม พอแม รวมถึงญาติพี่นองหรืออีกนัยหนึ่งก็ดูที่ตนตระกูลวาเปนเชนไร ขยัน


หรือไม เปนคนดีหรือเปลา มีที่ดินพอสําหรับการเพาะปลูกหรือไม และตองเขากับญาติพี่นองไดดวยทุก คน ซึ่งเมื่อพอแมเห็นดีดวย หนุมสาวสวนใหญก็จะทําตามคําแนะนําของพอแม เมื่อความเปลี่ยนแปลง ทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นดังกลาว รูปแบบการแตงงานจึงมีการเปลี่ยนไป หนุมสาวสามารถเลือกคูครองไดเอง โดยไมตองรอใหพอแมตัดสินใจอะไรให เพราะหนุมสาวมีความกลามากขึ้น การพบปะกับบุคคลภายนอก มีมากขึ้น จึงทําใหการแตงงานกับคนตางหมูบานและตางทองถิ่นมีมากขึ้น การแตงงานถือเปนการยอมรับความเปนครอบครัวของคนในสังคม บานสวนสมก็เชนเดียวกัน กับบานสําโรง คือมีทั้งกรณีที่แตงงานกันตามจารีตประเพณี และการแตงงานที่ไมเปนไปตามแบบแผน ซึ่ง บานสวนสมเรียกวาวิวาหเหาะ ซึ่งมีธรรมเนียมตองจัดใหถูกตองตามประเพณีเชนกัน ประเพณีการแตงงานในอดีตมีการแตงงานถูกตองตามประเพณี เพราะคนสมัยกอนเครงครัดใน เรื่องของจารีตประเพณี สวนใหญการแตงงานจะอยูที่การตัดสินใจของผูใหญทั้งสองฝาย ซึ่งบางครั้ง คู บาวสาวไมไดมีความยินยอมพรอ มใจ สมัยนั้นใครที่ทําผิดจะถูกมองวาเปนคนไมดี สังคมไมยอมรับ เพราะสังคมยังไมเปดกวางเหมือนปจจุบัน ซึ่งสังคมปจจุบันไดรับอิทธิพลจากตางประเทศและเริ่มรับ วัฒนธรรมทางตะวันตกเขามา ทําใหหนุมสาวบางคูไมเห็นความสําคัญของประเพณีการแตงงานและการ จดทะเบียนสมรส นิยมอยูดวยกันกอนแตงเพื่อทดลองการใชชีวิตคูรวมกัน ซึ่งบางคูสามารถอยูดวยกันได ก็จะมีการจัดงานแตงงานขึ้นอยางถูกตองตามประเพณี และบางคูก็แคผูกขอมือกัน ขึ้นอยูกับฐานะทาง ครอบครัวของคูนั้นๆ บางคูอยูกันไมไดก็เลิกรากันไปเพื่อไปหาคูชีวิตใหมตอไปเรื่อยๆ จนกวาจะสามารถ อยูดวยกันไดตลอดชีวิต นางกลว ย อากร ไดเลา วาในการแตง งานก็มีขอ หามเชน กัน ซึ่ง ข อ หามในการแตง งานที่คน สวนมากยึดถือ กันมาคือ หา มแตง งานกับญาติ ที่ใกลชิ ดกัน หรือ หามแตง งานกับ ชายหรือหญิง ที่รว ม สายโลหิตของสกุลหนึ่ง ในลักษณะที่พี่ชายแตงงานกับนองสาวและนองชายแตงงานกับพี่สาว เพราะเปน การ แตงงานที่ผิดธรรมเนียม หรืออาจทําใหลูกหลานที่เกิดตามมานับญาติกันไมถูก หรือมีสติปญญาที่ ไมดไี ด แบบแผนการตั้งที่อยูอาศัยหลังการแตงงานของบานสวนสมจะตางกับบานสําโรง คือขณะที่ บานสําโรงนิยมแตงงานแลวผูหญิงจะเปนฝายยายเขาไปอยูบานฝายชาย แตธรรมเนียมของบานสวนสม คือสวนมากเมื่อหญิงชายแตงงานกันแลว ฝายชายตองไปอยูรวมที่บานของฝายหญิงเพื่อชวยครอบครัว ของฝายหญิงทํามาหากิน และเมื่อมีลูกมีหลานเพิ่มมากขึ้นหรือสมาชิกภายในบานของฝายหญิงแตงงาน มาอยูรวมกันมากขึ้น ถึงจะมีการแยกออกไปปลูกบานเรือนเปนของตัวเอง แตในกรณีที่บานไหนมีลูกชาย คนเดียว เมื่อลูกชายแตงงานแลวตองพาภรรยาเขาไปอยูในบานพอแมของฝายชาย และเลี้ยงดูพอแมของ ฝายชายจนถึงสิ้นชีวิต ในปจจุบันแบบแผนการแตงงานหรือการตั้งถิ่นฐานที่อยูอาศัยหลังการแตงงานก็จะมีสภาพทาง เศรษฐกิจ เขามาเปนตัวแปรที่สํา คัญ มีการแตง งานกับคนตางถิ่นมากขึ้น มีอาชีพใหมๆ ที่ไมตองทํา เกษตรกรรมเพียงอยางเดียวเพิ่มมากขึ้น จึงทําใหคูแตงงานใหมจําเปนตองเลือกที่อยูอาศัยที่เหมาะสม


และสอดคลองกับสภาพเศรษฐกิจและการทํามาหากินของตนใหมากที่สุด ซึ่งมักจะทําใหมีการตั้งที่อยู ใหมที่ไมอยูกับญาติฝายใดเลย รวมสรางฐานะทางครอบครัวกันเอง ปจจุบันสภาพทางครอบครัวมีการเปลี่ยนแปลงจากสภาพผัวเดียวเมียเดียว มีการหยารางและ อยูรวมกับคนใหมโดยไมมีการแตงงาน เมื่อเกิดความขัดแยงก็จะเลิกรางกันไป และมีคนใหมเขามาเรื่อยๆ ซึ่งกรณีนี้กอใหเกิดปญหาครอบครัว คือลูกที่เกิด���าตางพอตางแมไดรับการเลี้ยงดูไมเหมือนกัน พอแมจะ รั ก เฉพาะลู ก ที่ เ กิ ด ร ว มกั น ส ว นลู ก ที่ ติ ด พ อ ติ ด แม ม าจะถู ก ปล อ ยปละละเลย ทํ า ให เ กิ ด ป ญ หาด า น พฤติกรรมของเด็ก เชน หยาบคาย กาวราว ลักขโมย ติดยาเสพติด เปนตน โดยทั่วไปแลว ลูกๆ ทุกคนจะไดรับมรดกโดยเฉพาะไร เพื่อทํามาหากินอยางเทาเทียมกัน ไมวา จะเปนหญิงหรือชาย การจัดแบงมรดกจะทยอยจัดแบงใหหลังจากการสมรสของลูกแตละคน พอแมจะ เก็บไรสวนหนึ่งเอาไวเพื่อทําการเพาะปลูกเอง โดยมอบใหลูกผูทําหนาที่เลี้ยงดูเปนผูจัดการทําประโยชน จากพื้นที่สวนดังกลาว และจะไดเปนมรดกตอไปหลังจากพอแมตาย และสวนมากก็มักจะเปนลูกคน สุดทองที่อยูเลี้ยงดูพอแมและรับมรดกมากกวาคนอื่นๆ เพราะไดทั้งบานของพอแม ที่ดินสวนที่เปนของ ตัวเองและสวนที่เปนของพอแม โดยมีเงื่อนไขผูกพันวาจะตองเลี้ยงดูและรับผิดชอบพอแมตลอดไป สมาชิ ก ในครอบครัว พ อ แม ลู ก จะมีค วามสั ม พั น ธใ กล ชิ ด กั น มาก มีค วามรั บ ผิด ชอบร ว มกั น โดยตรงในทางเศรษฐกิจ ชายที่เปนสามีจะทําหนาที่เปนหัวหนาครอบครัว มีความรับผิดชอบหลักในการ หาเลี้ยงครอบครัว สมาชิกทุกคนโดยเฉพาะลูกๆ ตองใหความเคารพและเชื่อฟง สวนผูหญิงที่เปนภรรยา มักจะเปนผูทําหนาที่ถือเงิน เก็บรักษาทรัพยสินมีคา และควบคุมคาใชจายภายในครอบครัว ถึงแมวาจะ ยกใหสามีเปนผูนําครอบครัว แตในทางปฏิบัติทั้งสามีและภรรยามักจะปรึกษาหารือกันเมื่อมีเรื่องสําคัญ ความสัมพันธระหวางพอแมลูกเปนไปในลักษณะที่ลูกๆ ตองเคารพเชื่อฟงพอแมโดยเครงครัด และพอแมตองรับผิดชอบโดยตรงในการเลี้ยงดู ใหการอบรมสั่งสอนไปจนกระทั่งลูกๆ เจริญเติบโตพอที่จะ รับผิดชอบตัวเองได เมื่อมีลูกชายยังตองรับผิดชอบในการจัดพิธีกรรมอันถือวามีความสําคัญตอชีวิต เชน จัดพิธีบวชใหลูกชาย จัดพิธีสมรส ตลอดจนตองแบงทรัพยสินใหเปนทุนในการทํามาหากินของลูกทุกคน สมาชิกทุกคนในครอบครัวก็จะเปนแรงงานสําคัญในการประกอบอาชีพเพื่อเกื้อหนุนครอบครัวใหมีรายได หรือมีอยูมีกิน ใหสมาชิกไดอยูอยางสบาย ความสัมพันธระหวางพี่นอง บิดามารดา และระหวางสมาชิกในหมูเครือญาติจะถือลําดับอาวุโส เปนเกณฑสําคัญ ผูอาวุโสนอยใหความเคารพผูมีอาวุโสมาก มีการชวยเหลือกันในกิจกรรมตางๆ ทั้งใน ดานเศรษฐกิจ พิธีกรรม และสังคม มีการแลกเปลี่ยนแรงงานระหวางกัน โดยชดใชแรงงานใหแกกันซึ่ง เรียกวา “การลงแขกเอาแรง” สําหรับความรวมมือในดานพิธีกรรมหรือทางดานสังคม จะเห็นไดชัดเจนในพิธีแตงงาน พิธีบวช พิธีศพ สมาชิกหรือเครือญาติจะชวยเหลือรวมมือกันทั้งในดานแรงงานและสิ่งของเงินทอง ซึ่งนอกจากจะ ชวยเหลือกันในระบบเครือญาติแลว ทุกคนยังตองมีสวนรวมในการชวยเหลือสังคมเมื่อมีพิธีการตางๆ ที่ ตองรวมกันทํา


พฤติกรรมวัยรุน วัยรุนชายจะมีการรวมตัวกันเปนแก็งค เชน แก็งคหลอ ซึ่งประกอบไปดวยเด็ก หนุมหนาตาดี คอ นขางมีฐานะเปนลูกของผูประกอบการเฟอรนิเจอรที่ยา ยเขามาอยูใหม และแก็ง ค ดั้งเดิมเปนเด็กหนุมที่มีหนาตาคอนขางขี้เหร เปนลูกของชาวไรชาวสวนและรับจางทั่วไป ซึ่งเปนลูกของ คนดั้งเดิมที่เขามาอยูนานแลว แรกเริ่มนั้นแก็งคดั้งเดิมยังไมมีการรวมตัวกัน แตเมื่อมีแก็งคหลอเกิดขึ้น และกอความวุนวายดวยการแตงตัวทันสมัย ขี่มอเตอรไซคที่ดัดแปลงเสียงใหดังกระหึ่มรบกวนไปทั้ง หมูบาน และหาเรื่องคนของตนกอน จึงมีการรวมตัวกันเปนแก็งคขึ้นมาบาง เพื่อตอบโตการกระทําของ แก็งคหลอ ทั้ง ๒ กลุมนี้จะมีที่ทําการกลุมเปนของตนเองโดยใชที่บานคนใดก็คนหนึ่ง และรักพวกพองมาก ถาสมาชิกคนใดคนหนึ่งเปนอะไรไปโดยการกระทําของฝายตรงขาม จะตองมีการลางแคนกันถึงที่สุด การ รวมกลุม ของทั้ง สองแก็ ง ค จ ะใชบา นของสมาชิก คนใดคนหนึ่ง เปน ที่ร วมกลุมสัง สรรค หรื อ ประกอบ กิจกรรมรวมกัน ทั้ง ๒ แก็งคนี้จะไมลงรอยกัน มักจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเปนประจํา สาเหตุเริ่มแรกคือ แก็งคดั้งเดิมไมชอบพฤติกรรมของแก็งคหลอที่เขามาใหมแลวกอความวุนวาย ดวยการหาเรื่องทะเลาะ วิวาทโดยเฉพาะเรื่องแยงผูหญิง และจะทะเลาะกันทุกครั้งที่มีการเจอหนากันในงานทุกงานของหมูบาน เพื่อเปนการแกแคนกัน และสั่งสมเปนความแคนโดยถาวร เมื่อรูวาที่ไหนมีงาน และรูวาฝายตรงขามไป เที่ยว จะมีการรวมตัวนัดแนะกันภายในแก็งค เตรียมอาวุธ เชน มีด ปน ไมหนาสาม เพื่อบุก จูโจมฝาย ตรงกันขามทันที ดังนั้นสองกลุมนี้ตองมีการระวังตัวกันอยูตลอดเวลา และเรื่องจะไมจบลงงายๆ มีการ ตามไปตีไปฟนกันถึงบานก็มี ดังนั้นวัยรุนทั้งสองกลุมจะไมไปไหนคนเดียวเด็ดขาด เพราะอาจจะถูกรุมได งายๆ ซึ่ง การแกไขปญหานี้ยัง ไมสามารถแกไขไดดี เทาที่ควร เจาหนาที่และผูนํา หมูบา นก็มีความ เอือมระอา ไมอยากเขาไปยุงเกี่ยวดวย เนื่องจากผูปกครองเขาขางลูกและไมเอาใจใสลูกเทาที่ควร จึงได ขอความรวมมือจากเจาหนาที่ตํารวจใหกวดขันเรื่องรถมอเตอรไซคเสียงดัง โดยการจับและยึดใบขับขี่ พรอมเสียคาปรับและใหบําเพ็ญประโยชนตอสวนรวม เชน ถางปาตัดหญาตามสถานที่ราชการตางๆ ใน หมูบาน ตอนนี้เสียงรถมอเตอรไซคจึงเบาบางลงบางแลว แตถามีงานประจําหมูบาน วัยรุนทั้งสองกลุมก็ ดําเนินการตีกันเชนทุกครั้ง ถาตํารวจเขมงวดมาก แก็งคหลอจะเกิดอาการหมั่นไสตํารวจทันที ถึงกับมี การรุมทํารายรางกายตีหัวตํารวจเลยทีเดียว สําหรับผูปกครองวัยรุนทั้งสองกลุม เมื่อมีเหตุการณทะเลาะวิวาทกันขึ้นก็จะออกมาปกปอง ลูกหลานของตนเอง บางครั้งผูปกครองก็จะทะเลาะกันเอง เขาขางวาลูกของตนเองไมผิด ทําใหเกิดความ บาดหมางใจไมลงรอยกัน เจาหนาที่บานเมืองก็เอือมระอา สวนวัยรุนหญิงในหมูบานสวนสมจะมีการเลียนแบบดารานักรองตามสื่อทั่วไปที่ไดพบเห็นจาก โทรทัศน คอนเสิรต หนังสือแฟชั่นแมกกาซีนตางๆ หรือพวกที่อยูสังคมในเมือง โดยไมคํานึงถึงความ เหมาะสม ฐานะทางครอบครัว สภาพแวดลอมที่อยูอาศัย เชน มีการใสเสื้อผานุงนอยหมนอยเพื่อโชว สัดสวนของรางกาย นิยมใสเสื้อผาตามสมัยนิยม เชน กางเกงยีนสเอวต่ํา เสื้อเอวลอยโชวสะดือ สายเดี่ยว เกาะอก ถาเปนเสื้อเนื้อผาบางๆ ก็จะไมมีการใสเสื้อซับในปกปดอีกชั้นหนึ่ง นอกจากนี้ก็ยังชอบสวมเสื้อ


ตัวเล็กๆ รัดรูปใหเห็นทรวดทรง นิยมตัดผม ทําสีผมเลียนแบบดารานักรองที่ตนชื่นชอบเปนพิเศษ มีการ ดูดบุหรี่ ดื่มสุรา ดื่มเบียร ตอนเชาแตงตัวไปเรียน ตอนเย็นมานั่งดื่มเบียรที่สนามบาสเกตบอลของโรงเรียน วันหยุดเสารอาทิตยก็จะจับคูเอาเสื่อมาปูนั่งอยูที่ริมสระน้ําของโรงเรียน ทั้งในยามกลางวันและกลางคืน เมื่อนักการไปทําความสะอาดตัดหญาในบริเวณดังกลาว พบวาเต็มไปดวยขวดเบียร ขวดเหลา และ ถุงยางอนามัยจํานวนมาก บางคูก็มานั่งกอดพลอดรักกันในที่เปดเผยในเวลากลางวัน เมื่อมีผูพบเห็นก็ ไมไดมีอาการสะทกสะทานเขินอาย ในเวลากลางคื นก็จะมีการนัดผู ชายมาเจอกันที่โรงเรียน เพื่อ มี เพศสัมพันธตอกัน เชน ในหองน้ําครู ระเบียงอาคารเรียน นักการไดตรวจดูเวรยามมาพบเขา ปรากฏวา วัยรุนชายหญิงหอบเสื้อผาวิ่งหนี ทั้งที่เปลือยกายลอนจอนทั้งคู โดยทิ้งรองเทาพรอมถุงยางอนามัยไว บาง คูพอแมรับรูก็แกปญหาดวยการใหแตงงานกันถูกตองตามประเพณี วัยรุนบางคูแอบมามีเพศสัมพันธกัน แลวมีผูพบเห็น เมื่อผูพบเห็นไปแจงผูปกครองดวยความหวังดี ผูปกครองกลับหาวาใสรายปรักปรําลูกเขา แมแตญาติกันเองก็ไมสามารถที่จะบอกกลาวกันได วัยรุนหญิงบางคนที่เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาถึงกับเรียนไมจบก็มี ตองออกกลางคัน เนื่องจาก ตั้งครรภเสียกอน ซึ่งบางคนก็หาผูรับผิดชอบลูกในทองได บางคนก็หาผูรับผิดชอบไมได ตองเปนภาระ ของพอแมที่ตองดูแลเลี้ยงดูหลานตอไป เด็กเหลานี้เมื่อเติบโตขึ้น เขาสูวัยเรียนก็จะกลายเปนเด็กมีปญหา และมีปมดอย ทั้งในเรื่องดานสภาพจิตใจ และถูกเพื่อนๆ ลอเลียนวาเปนลูกไมมีพอไมมีแม เด็กจะมีความ เศราซึม ไมมีจิตใจที่จะเลาเรียนและรับรูสิ่งใหมๆ ที่ครูมอบให กลายเปนเด็กกาวราว มีปญหา ลักขโมย เปนตน วัยรุนหญิงบางคนเมื่อมีลูกแลวก็กลับตัวกลับใจได หันไปเรียนอีกครั้งจนจบ แตบางคนถึงกับเสีย คนไปเลยก็มี เชน ไปเปนผูหญิงขายตัว เปนนักรองตามหองอาหาร บางคนมีลูกหัวปทายปมาปลอยให เปนภาระของพอแมอยางไมมีที่สิ้นสุด สถานที่ท่วี ัยรุนชายหญิงนิยมใชในการทํากิจกรรมตางๆ ก็คือที่โรงเรียน เพราะเปนแหงเดียวที่รม รื่น ในหมูบา นมีสภาพแออัดยัดเยียด ไมมีที่พักผอนหยอนใจ มีเสียงดังจากเครื่องจักรกลตลอดเวลา ภายในบานอากาศรอนเต็มไปดวยฝุนละอองจากการไสไมเลื่อยไม ที่เดียวที่พอจะมาพักผอนหยอนใจไดก็ คือโรงเรียน เนื่องจากยังพอมีตนไมใหรมเงาไดบาง จึงเกิดปญหาตามมามากมาย เชน พากันมาดื่มเหลา เมายา มั่วสุมเรื่องเพศ โดยจะมากันในวันหยุด และเวลากลางคืน ผูบริหารโรงเรียนจึงแกปญหาดวยการ ทําประตูเหล็กกั้นบันไดอาคารเรียนจนหมด แตก็ยังมีบริเวณที่สามารถใชแทนอาคารเรียนได เชน สนาม เด็กเลน สนามบาสเกตบอล ซึ่งหางไกลจากสายตาผูคน ในยามค่ําคืนแสงไฟก็จะไปไมถึง เมื่อปดประตูรั้ว รั้วก็ถูกพัง ปลูกตนไมขวางทางหนาสนามเพื่อไมใหลัดสนามเขามา ก็ถูกถอนทิ้งจนหมด จึงขอความ รวมมือจากเจาหนาที่เขามาตรวจตราความเรียบรอยในเวลากลางคืน แตปญหาดังกลาวก็ยังมีใหพบเห็น อยูบอยๆ เนื่องจากวัยรุนเหลานี้จะคอยสังเกตการเขามาตรวจของสายตรวจวาจะเขามาเวลาใด และ ออกไปในเวลาใด การเมือง การปกครอง ระบบการเมืองการปกครองของชุมชนบานสวนสม นางซอ สุขสวัสดิ์ ไดเลาวาอาชีพของประชากรสวนใหญจะทําเกษตรกรรม ประชากรอยูกันแบบถอยทีถอยอาศัยซึ่งกันและ กั น อย า งไรก็ ต ามเนื่ อ งจากบ า นสวนส ม มี พื้ น ที่ ติ ด กั บ ชายแดนของประเทศกั ม พู ช า ทํ า ให เ มื่ อ เกิ ด


เหตุการณความไมสงบขึ้นในกัมพูชา หมูบานสวนสมก็จะเปนพื้นที่ซึ่งไดรับผลกระทบ ดังนั้นนอกจาก บทบาทของผูนําหมูบานแลวอาจจะมีในสวนของหนวยงานราชการอื่น เชน ทหาร ที่เขามาดูแลในหมูบาน ดังที่ชาวบานเลาวา ป พ.ศ. ๒๕๒๘ เขมรแตกอพยพเขามาในหมูบานสวนสม ขโมยพืชไรของชาวบาน เปนอาหารและทํารายคนไทย คนไทยที่อาศัยอยูตามแนวชายแดนตองอพยพหนีหัวซุกหัวซุน ป พ.ศ. ๒๕๓๑ มีการสูรบของทหารเขมรทําใหลูกปนใหญตกเขาในชุมชนบานสวนสม ทําให ประชากรในหมูบานสวนสมตองอพยพไปอยูที่หมูบานคลองแจงโดยมีทหารคอยรับ-สง เพราะที่หมูบาน คลองแจงอยูหางจากแนวชายแดนมากกวาหมูบานสวนสม ประกอบกับหมูบานสวนสมมีหลุมหลบภัยไม เพียงพอ และนายสมควร สิงหตัวดี ไดเลาตอวาลูกปนจากฝายประเทศเขมรไดตกเขามาในชุมชนบาน สวนสมขณะนั้น ครั้งแรกเปนกระสุนปนใหญจํานวน ๖๘ ลูก ครั้งที่ ๒ ตกลงบริเวณขางวัดจํานวน ๔ ลูก ครั้งที่ ๓ ตกลงขางอนามัยจํานวน ๒ ลูก ที่เหลือก็จะตกบริเวณหลังเขาเปนระยะๆ ซึ่งเปนที่นาแปลกใจตอ ทุกคนวาทําไมไมมีตกลงที่กลางหมูบาน หรือเปนเพราะวาดวยบุญบารมีและอํานาจของเจาพอวัวแดงจึง ทําใหหมูบานสวนสมรอดพนจากกระสุนปน โดยที่ประชากรในหมูบานไมไดรับอันตรายใดๆ เลย ตอมาป พ.ศ. ๒๕๔๔ หมูบานสวนสมมีการขยายขนาดของชุมชนใหญขึ้น จึงไดแยกหมูบาน ออกเปน ๒ หมู เดิมทีความสามัคคีของชาวบานยังเปนไปดวยดี ครั้นพอออกแยกเปน ๒ หมู ก็เกิดปญหา ตางๆ ดังนี้ ๑. ผูนําแตละหมูตองการทําผลงานของตนเองในการดึงงบประมาณเขามาพัฒนาหมูบาน ทําให เกิดความขัดแยงกันระหวางผูนําทั้งสองฝาย ๒. คณะกรรมการหมูบานกับผูใหญบานมีความคิดเห็นไมลงรอยกัน กอใหเกิดความแตกแยกใน หมูคณะ แบงชาวบานใหเขาเปนพวกพองของตนเอง สงผลกระทบตอการพัฒนาหมูบาน ๓. ผูใหญบานกับผูชวยผูใหญบานไมลงรอยกัน ผูชวยอยากเปนใหญกวาผูใหญบานในดาน ความคิดและการทํางาน ตองการใหผูใหญบานทําตามใจตัวเอง การแกปญหา สภาพที่แทจริงในปจจุบัน ปญหาตางๆ ยังไมสามารถแกไขได เนื่องจากตางคน ตางมีทิฐิ ยึดความคิดของตนเองเปนใหญ ไมยอมรับฟงความคิดเห็นของกันและกัน เห็นแกประโยชนสวน ตนเปนหลัก อยูแบบตัวใครตัวมัน หรือพวกใครพวกมัน การพัฒนาหมูบานจึงเปนไปแบบลาชากวาใน อดีต เพราะในอดีตมีผูนําเพียงคนเดียว ซึ่งผูนําจะใหความสําคัญกับผูชวยคณะกรรมการหมูบาน และ ชาวบาน จึงทําใหชาวบานรักใครกลมเกลียวกันดี มีความสามัคคีชวยเหลือซึ่งกันและกัน มีความคิดไป ในทางเดียวกันในการที่จะพัฒนาหมูบานของตนเองใหเจริญกาวหนา เมื่อมีการแยกหมูบานทําใหสังคมในหมูบานเปลี่ยนแปลงไป มีการขัดแยงกันภายในหมูบาน ดังกลาว อยางไรก็ตามผูใหญบานก็ยังคงเปนผูมีบทบาทในการเปนผูไกลเกลี่ย แตถามีความขัดแยงกันถึง ขั้นรุนแรง เจาหนาที่ของรัฐตองเขามาจัดการเพื่อยุติปญหาเปนลําดับตอไป ซึ่งความขัดแยงในดานการ ประกอบธุรกิจเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น มีการแขงขัน และเกิดเหตุการณการฆากันตายเปนประจํา โดย ไมสามารถจับไดวาใครเปนคนฆาหรือเปนผูจางวาน เจาหนาที่ของรัฐไมวาจะเปนตํารวจหรือทหารก็ไม สามารถสืบสวนเรื่องราวได คนที่ถูกฆาหรือปองรายถาไมเสียชีวิตก็ไมสามารถที่จะฟองรองเอาความได


ถึงแมจะรูวาใครเปนผูลงมือหรือจางวาน เพราะธุรกิจดังกลาวถือวาเปนธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ซึ่งยอมสงผล เสียใหกับตัวเองทันที ถามีการดําเนินการทางกฎหมายเกิดขึ้น ปญหาเกี่ยวกับชุมชนชายแดน จากการที่หมูบานสวนสมมีอาณาเขตติดตอกับประเทศ กัมพูชา มีการติดต���อคาขายแลกเปลี่ยนสินคาซึ่งกันและกันตามจุดที่ทางราชการกําหนดใหผานเขาออกได โดยมีการยื่นเอกสารและเก็บคาผานทางอยางถูกตอง แตชาวกัมพูชาบางสวนที่ไมมีอาชีพเปนหลักแหลง ไมมีใบอนุญาตจากทางราช-การที่ถูกตอง จะลักลอบเขามาในเสนทางลัดที่เปนปาตามแนวชายแดนผาน บริเวณไรของชาวบานใน หมูบาน บางครั้งถูกจับกุมไดก็จะถูกสงตัวกลับประเทศ บางรายรอดพนจาก การถูกจับ กุมก็เขามารับ จา งเปนลูกจางในไรหรือ ในโรงงานเฟอรนิเจอร ซึ่ง ผูประกอบการคาไมและ เจาของไรจะนิยมจางใหทํางาน เนื่องจากคาแรงจะต่ํากวาคนงานในหมูบาน บางรายที่ลักลอบเขามาก็อาจถึงกับตองเสียชีวิตหรือพิการแขนขาขาด เนื่องจากถูกกับระเบิดที่ ยังหลงเหลืออยูตามแนวชายแดน ทั้งนี้ก็ยังมีชาวไทยบางคนที่ตองเจอกับเหตุการณดังกลาวดวยเชนกัน เพราะเขาไปแผวถางจับจองพื้นที่ไวทํามาหากินเปนของตนเอง หรือบางรายก็เขาไปลาสัตวปา นอกจากนี้ยังมีการติดตอคาขายที่ผิดกฎหมาย เชน อาวุธ สัตวปา ไม ยาบา ลักลอบรถไปขาย ขามแดน เปนตน สงผลใหมีการฆากันตาย เพราะมีการโกงและหักหลังกันเอง หรือเจาหนาที่เขาจับกุม และทําการวิสามัญฆาตกรรมทิ้งเสีย ทําใหบางคนตายโดยไมทราบสาเหตุการตายที่แนนอน หรือไมก็หาย สาบสูญไปอยางไรรองรอย หรือมีการฆาตัดตอน โดยที่ญาติพี่นอ งไมสามารถที่จะเอาผิดกับใครได ทั้งๆ ที่ รูวาเปนการกระทําของใคร อีกปญหาหนึ่งที่พบคือการคาขายไมที่นํามาทําเฟอรนิเจอรในหมูบาน คนไทย บางรายคดโกงไม ย อมจ า ยเงิ น ตามข อ ตกลง ถึ ง กั บ มี ก ารถู ก ฆ า ตายทั้ ง ครอบครั ว ในลั ก ษณะที่ ถู ก ฆาตกรรมโดยการถูกยิง บางก็ถูกเชือดคอตายคาบานทั้งครอบครัว และถูกนําไปฆาตามไรมันสําปะหลัง และไรขาวโพดก็มี โดยไมสามารถระบุไดวาชาวไทยหรือชาวกัมพูชาเปนผูฆา เพราะไมรูวามีใครบางที่เขา มาพัวพันรวมกัน ในอดีตประมาณ ๓ ปที่ผานมา ชาวกัมพูชาไดเขามาทําการปลนชาวบาน โดยการลัดเลาะเขา มาทางไรมันไรขา วโพดของชาวบานในเวลากลางคืน สิ่งของที่ไดไปไดแก เงินทอง รถยนต รถมอเตอรไซค แมแตกําลังไถไรอยูในเวลากลางคืนก็เขาไปบังคับจี้ปลนเอารถไถกลางไร ถาเจาทรัพยขัดขืนก็จะมีการทํา รายรางกายจนถึงขั้นเสียชีวิตก็มี ซึ่งทางการไมสามารถที่จะตามจับกุมได เพราะเสนทางที่เขาออกมีหลาย เสนทางที่แอบลัก ลอบทําขึ้นมาเอง ชว งที่ โ จรกัมพูชาเขามาปล นสวนมากจะเปนฤดูแลง เพราะเดิ น ทางเขาออกสะดวก รถยนตที่โจรกัมพูชานิยมจี้ปลนคืออีซูซุ สวนมอเตอรไซคนิยมยี่หอฮอนดา ทั้งนี้การ ปลนขโมยรถที่เกิดขึ้นทางการสันนิษฐานวาอาจจะมีคนไทยรวมอยูดวย โดยอาจจะเปนสายคอยบงชี้แนะ ทาง หรือไมก็คนไทยเปนผูลงมือเองแลวนําไปขายตออีกทอดหนึ่ง


4chantaburee3