Issuu on Google+


¸ÃÃÁ·Ò¹ÊÌҧÊآᡋâÅ¡ การใหธรรมะเปนทาน จัดเปนทานที่มีผลมาก ผูใดใหธรรมะเปนทาน ผูนั้นชื่อวาไดสรางบารมีที่ยิ่งใหญ เพราะนอกจากจะเปนการใหแสงสวาง คือ ปญญา แกคนแลว ยังชวยใหคนมีคุณธรรมในใจ ใหคนเปนคนดีอีกดวย พระพุทธเจาทรงสรรเสริญวา “สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ การให ธรรมะเปนทาน ชนะการใหทั้งปวง” การที่พระองคตรัสเชนนั้น เพราะการ ใหธรรมะเปนทาน เปนการใหสิ่งมีคาที่หาไมไดจากวัตถุอยางอื่น ปจจุบัน โลกกำลังเผชิญกับปญหาภาวะโลกรอน ซึ่งเปนภัยที่นากลัว แตภัยที่นากลัวและทำใหโลกรอนยิ่งกวาก็คือ ภาวะโลกขาดธรรม สงผลให จิตใจของมนุษยถูกแผดเผาดวยไฟกิเลส ขาดความชุมชื้น แหงแลง เปนทุกข ไรชีวิตชีวา ธรรมะเปรียบดังน้ำที่ฉ่ำเย็น เปรียบเหมือนปาไมที่อุดมสมบูรณ การชวยใหผูคนในโลกไดเขาถึงและสัมผัสกับธรรมะ จึงเปนการคืนความสุข ความสดชื่นแกผูคน แกสังคม และแกโลก ทุกทานสามารถใหธรรมะเปนทานไดงายๆ ดวยการชวยบอก ชวยสอน ชวยแนะนำใหคนรอบขางไดรูจักใชธรรมะแกไขปญหาในชีวิตประจำวัน หรือ การหยิบยื่นหนังสือธรรมะดีๆ สักเลมหนึ่งใหเขาไดอาน ก็ไดชื่อวาบำเพ็ญ ธรรมทานเชนเดียวกัน การพิมพหนังสือธรรมะแจกเปนธรรมทาน ถือเปนการเติมเชื้อธรรมะ นิวเคลียร DNC (Dhamma NuClear) ใหแผกระจายอยางทั่วถึงและยาวนาน ดังสุภาษิตจีนที่วา

“¤Ó¾Ù´Ë¹Öè§¤Ó Ê͹¤¹ä´Œ ñ »‚ ˹ѧÊ×Í´Õ˹Öè§àÅ‹Á Ê͹¤¹ä´Œ ñðð »‚” ª‹Ç¡ѹÊÌҧ¸ÃÃÁ·Ò¹ÁÒ¡æ ¹Ð¤Ð âÅ¡¨Ð䴌ʴãÊ Êѧ¤ÁʧºÊØ¢ ªÕÇÔµäÃŒ·Ø¡¢ ¤ÇÒÁÊØ¢à¾ÔèÁ¾Ù¹


พระพุทธเจาตรัสไววา กมฺมุนา วตฺตตี โลโก สัตวโลกยอมเปนไปตาม กรรม คำวา กรรม ตามพระดำรัสนี้ แบงเปน ๒ สวนคือ อดีตกรรม คือกรรม ที่สรางไวในอดีต และปจจุบันกรรม กรรมที่สรางขึ้นในปจจุบัน ดังนั้น คำวา สัตวโลกยอมเปนไปตามกรรม จึงมี ๒ ความหมาย คือ เปนไปตามกรรมในอดีตทีต่ นสรางไวอยางหนึง่ และเปนไปตามกรรมทีต่ นสราง ขึ้นในปจจุบันนี้อยางหนึ่ง รวมความก็คือวา สัตวโลกทั้งหลายเกิดมาเพื่อชดใช กรรมอยางหนึ่งและสรางกรรมใหมอยางหนึ่ง พระพุทธศาสนาสอนใหเชื่อเรื่องกฎแหงกรรมก็จริง แตมิไดหยุดไวแคนั้น คือสอนใหยอมรับวากฎแหงกรรมมีจริง แตไมใชงอมืองอเทารอรับแตผลกรรม เกาอยางเดียว การยอมจำนนตอกฎแหงกรรมโดยไมทำอะไรนั้น พระพุทธเจา ตรัสวา เปนความเห็นผิด ความเห็นที่ถูกตองก็คือ เรามีกรรมเกาติดตัวแลว เราจะทำยังไงตอไป อดีตก็ผานมาแลวเรากลับไปแกไขไมได แตเราสามารถ แกไข ณ ปจจุบันได กรรม มีหลายคนเขาใจวาแกไมได ความเปนจริงแลวกรรมนั้นสามารถ แกไขได หรือบรรเทาใหเบาบางได เพียงแตเราทำถูกวิธีการหรือไมเทานั้น มีตัวอยางมากมายที่เจ็บปวยดวยโรคที่รักษาไมหาย แตสามารถรักษาใหหายได ดวยการสวดมนต ทำวิปสสนากรรมฐาน โรคเปนผลของกรรมเกา เราไมปฏิเสธ แตเราจะสรางกรรมใหมหรือทำดีแกไขมันอยางไรตางหากคือจุดที่ตองใหความ สำคัญที่สุด พระพุทธเจาจำแนกมนุษยออกเปน ๔ ประเภท คือ ๑. มืดมาแลวมืดไป (มาไมดีไปไมดี) ๒. มืดมาแลวสวางไป (มาไมดีแตไปดี) ๓. สวางมาแลวมืดไป (มาดีแตไปไมดี) ๔. สวางมาแลวสวางไป (มาดีไปดี)


บุคคลทั้ง ๔ จำพวกนี้ พระองคทรงสรรเสริญจำพวกที่ ๒ กับที่ ๔ คือ พวกที่ไปดี จะเห็นไดวา พระพุทธองคไมไดใหความสำคัญกับอดีตเลยวาคุณ จะมาจากไหน ทำกรรมอะไรไว แตที่สำคัญคือคุณจะไปอยางไรเทานั้น หนังสือ เปลี่ยนกรรม เปลี่ยนชีวิตเลมนี้ แบงเนื้อหาเปน ๓ ภาค คือ ภาคที่ ๑ วาดวยคำสอนเรื่องกฎแหงกรรม และรวบรวมเรื่องราว กฎแหงกรรมจากประสบการณจริงของพระเดชพระคุณพระธรรมสิงหบุราจารย ซึ่งจะชวยใหเขาใจและเชื่อในกฎแหงกรรมมากขึ้น ภาคที่ ๒ วาดวยการสวดมนตแกกรรม สวดมนตแกกรรมไดอยางไร และควรจะสวดบทไหน สวดอยางไร มีคำตอบในภาคนี้ ภาคที่ ๓ วาดวยวิธีแกเคราะห แกกรรมที่ไดผล บทสวดบูชา คาถาตางๆ หนังสือเลมนี้ สำเร็จไดดวยความรวมมือรวมใจของทีมงานทุกฝาย ชวยกันคิดสรางสรรคตอเติม ดวยความใสใจพิถีพิถันทุกขั้นตอน ขอขอบพระคุณ พระเดชพระคุณพระธรรมสิงหบุราจารย ผูนำพุทธธรรมออกเผยแผ และขอ อนุโมทนาแดทุกทานที่ติดตามผลงานของทางสำนักพิมพ ซึ่งเปนแรงใจอันดี ใหเราคิดสรางสรรคสื่อธรรมะดีๆ สูสังคมตอไป ขออนุโมทนา ผูสรรคสาระในนามคณาจารย สำนักพิมพเลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน โปรดใชเลมนี้ใหคุมสุดคุม & อานแลว -> แบงกันอานหลายทานนะจะ

อานสิบรอบ ระดมสมองคิดสิบหน ฝกฝนปญญา พัฒนาการประยุกตใชในชีวิตประจำวัน จิตรูเทาทันสรรพสิ่ง ฉลาดใช เฉลียวคิด ชีวิตจักสนุก สงบ เย็น สำนักพิมพเลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน ปรารถนาใหทุกครอบครัวมีความสุข


ภาค ๑ คำสอนกฎแหงกรรม กฎแหงกรรม หลักคำสอนที่สำคัญในพระพุทธศาสนา เรื่องเลาประสบการณกรรมของหลวงพอจรัญ

๘ ๑๗

ภาค ๒ สวดมนตแกกรรม สวดมนตแกกรรมไดอยางไร ลำดับการสวดมนต บทสวดชุดพาหุงมหากา พระคาถาชินบัญชร (สมเด็จพระพุฒาจารย (โต พรหมรังสี)) พระคาถายอดพระกัณฑไตรปฎก พรหมวิหารคาถา บทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร บทแผเมตตาใหตนเอง บทแผเมตตาใหสรรพสัตว บทอุทิศบุญกุศล คำอธิษฐานบารมี

๔๘ ๕๖ ๖๘ ๙๒ ๑๒๖ ๑๓๕ ๑๓๘ ๑๔๘ ๑๔๘ ๑๕๐ ๑๕๑

ภาค ๓ วิธีแกเคราะห แกกรรม วิบากกรรมจำแนกตามโทษของการละเมิดศีล ๕ กรรมรายแกไดดวยกรรมดี เคล็ดในการแกกรรมสะเดาะเคราะห

๑๕๒ ๑๕๔ ๑๕๕


- เคล็ดแกชีวิตมีอุปสรรค - เคล็ดแกเจ็บไขไดปวยรักษาไมหาย - เคล็ดแกมีศัตรูปองราย - เคล็ดแกอาภัพอับโชค - เคล็ดแกอกหักรักคุด - เคล็ดแกอาภัพคู - เคล็ดแกตกงาน ไมมีงานทำ - เคล็ดแกอุบัติเหตุ คดีความ คาถาพุทธมงคล คาถาพระเจา ๑๖ พระองค คาถาเมตตามหานิยม คาถาตาขายเพชรพระพุทธเจา คาถาปองกันตัว คาถาปดอุปสรรค คาถาปองกัน รักษาโรคภัยไขเจ็บ

ÊÇ´Á¹µ·Ø¡Çѹ ໚¹Á§¤Åá¡‹ªÕÇÔµ

๑๕๕ ๑๕๕ ๑๕๕ ๑๕๖ ๑๕๖ ๑๕๖ ๑๕๗ ๑๕๗ ๑๕๘ ๑๕๘ ๑๕๘ ๑๕๘ ๑๕๙ ๑๕๙ ๑๕๙

ÊÇ´Á¹µ·Ø¡Çѹ ª‹ÇÂãËŒ¨Ôµã¡ÅŒªÔ´¡Ñº¤ÇÒÁ´Õ


ªÕÇÔµ¨Ð´ÕËÃ×ÍäÁ‹´Õ ¢Öé¹ÍÂÙ‹¡Ñº ò º.

º. ºØÞ ¡Ñº º. ºÒ» 㪋äËÁ¨Ð

ภาค ๑ คำสอนกฎแหงกรรม ประกอบดวย - กฎแหงกรรม หลักคำสอนที่สำคัญในพระพุทธศาสนา ธรรมบรรยายที่จะทำใหผูอานเขาใจและเชื่อในกฎแหงกรรมยิ่งขึ้น - ประสบการณกรรมของหลวงพอจรัญ รวบรวมเรื่องเลา การกอกรรมและการใชหนี้กรรมของพระเดชพระคุณหลวงพอจรัญ ที่ทานไดเลาไวเปนธรรมทานในที่ตางๆ เพื่อเปนอุทาหรณและเปน เครื่องยืนยันวา กฎแหงกรรม นั้นมีจริง - เก็บกรรมนำมาเลา รวบรวมเรื่องของผูที่ประสบกฎแหงกรรม ที่หลวงพอนำมาเทศนาใหพุทธศาสนิกชนฟงในโอกาสตางๆ


à»ÅÕ蹡ÃÃÁ à»ÅÕ蹪ÕÇÔµ

กฎแหงกรรม

หลักคำสอนที่สำคัญในพระพุทธศาสนา* เรื่องกฎแหงกรรมเปนคุณลักษณะพิเศษ ขอหนึ่งของพระพุทธศาสนาที่พวกเราชาวพุทธ ควรจะภาคภูมิใจ มีผูสำเร็จปริญญาเอกทาง วรรณคดีและวิทยาศาสตรจากมหาวิทยาลัย ออกซฟอรด ไดกลาวชมเชยพระพุทธศาสนาวา มีลักษณะพิเศษเหนือศาสนาซีมิติกทั้ง ๓ คือ ศาสนายิว ศาสนาคริสต ศาสนา อิสลาม เพราะ

¾Ãоط¸ÈÒʹÒÊÍ¹Ç‹Ò ¤ÇÒÁ·Ø¡¢ã¹âš໚¹¡ÃÃÁÇÔºÒ¡ ໚¹¼Å¢Í§¡ÃÃÁ äÁ‹ãª‹¡ÒÃá·Ã¡á«§¢Í§ ¾Ãмٌ໚¹à¨ŒÒͧ¤ã´Í§¤Ë¹Öè§ บางศาสนาถือวา ชีวิตของมนุษยเปนไปตามที่พระผูเปนเจาจะดลบันดาลให และมนุษยจะมีความสุขก็ดวยความภักดีและวิงวอนตอพระผูเปนเจา บาปที่ทำ ไวกอนอาจจะลางไดดวยพิธีการทางศาสนา เชน ดวยการสารภาพบาปตอพระ หรือดวยลงอาบน้ำในแมน้ำคงคา ที่ถือวาศักดิ์สิทธิ์ที่ประเทศอินเดีย เพื่อ ลางบาป * ตัดทอนจากพระธรรมเทศนา เรื่อง หลักกรรมกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิต บรรยายเมื่อ ๑๘ ธ.ค. ๒๕๓๘ ณ หอประชุมคุรุสภา


Êӹѡ¾ÔÁ¾àÅÕè§àªÕ§ à¾ÕÂÃà¾×è;ط¸ÈÒʹ

พระพุทธศาสนาสอนใหพึ่งตนเอง ·Ø¡¢

ÊØ¢

สำหรับศาสนาพุทธของเรานั้น พระผูมีพระภาคเจาไดตรัสไวชัดเจน

ºØ¤¤Å¨Ðä´Œ´ÕËÃ×ͪÑèÇ ä´ŒÃѺÊØ¢ËÃ×Í·Ø¡¢ ¡çà¾ÃÒСÃÃÁ ¨Ðà»ÅÕ蹾ĵԡÃÃÁ ËÃ×Í ¤ÇÒÁà»ÅÕè¹á»Å§¢Í§ªÕÇÔµ¹Õé ¨Ò¡¡ÒáÃзӹÑé¹ ÁѹÍÂÙ‹·ÕèËÅÑ¡¡ÃÃÁ¨Ò¡¡ÒáÃÐ·Ó¹Ñ á¹‹¹Í¹·ÕèÊØ´ ขอเจริญพรอยางนั้น นี่แหละพระพุทธเจาตรัสไวชัดเจนมาก บุคคลจะไดดีหรือชั่วจะไดรับสุขหรือทุกขก็เพราะกรรมหรือการกระทำ ของตนเองทั้งสิ้น พระพุทธองคทรงสอนไว แมจะสวดมนตหรือวิงวอนขอรอง จากพระเจาหรือไปบนกับผีไปดีกับพระ ที่โยมไปหาผีเจาเขาทรงมาออนวอนให ผีชวย เสียใจดวยนะ ตองชวยตัวเองสิ

ÍѵµÒ ËÔ ÍѵµÐâ¹ ¹Òⶠµ¹áŠ໚¹·Õè¾Ö觢ͧµ¹ ¤×Í ñ. µŒÍ§ª‹Çµ¹àͧ䴌 ò. µŒÍ§¾Ö觵¹àͧ䴌 ó. µŒÍ§Ê͹µÑÇàͧ䴌

ถาสามหลักนี้ไมมีกับโยมคนใด คนนั้นจะเปนที่พึ่งไมได หาที่พึ่งไดยาก พระทานจะชวยเราไดอยางไร พระพุทธองคก็ไมอาจจะชวยเราใหพบความดี และความสุขได


๑๐

à»ÅÕ蹡ÃÃÁ à»ÅÕ蹪ÕÇÔµ

บาปมิอาจลางไดดวยพิธีกรรม ¢Í¾ÃÐáÁ‹¤§¤Ò â»Ã´ªÓÃкһãˌᡋ¢ŒÒ´ŒÇÂà¶Ô´

ËÒ¡áÁ‹¹éÓ¤§¤ÒŌҧºÒ»ä´Œ ©Ñ¹¤§äÁ‹µŒÍ§ÁÒ໚¹»ÅÒ ÍÂÙ‹Í‹ҧ¹ÕéËÃÍ¡

ถามนุษยเราจะมีความสุขไดดวยความภักดีและวิงวอนตอพระผูเปนเจา และถาพระผูเปนเจาชวยเราไดตามที่เราขอรองแลว มนุษยก็คงไมตองทำอะไร อีก นอกจากรองสรรเสริญคุณพระเจา หรือหาสิ่งของตางๆ มาบูชา แลวก็ขอ สิ่งที่ตนปรารถนา

¶ŒÒºÒ»ÅŒÒ§ä´Œ´ŒÇ¾ԸաÃÃÁ ¤¹àÃÒ¡ç¨Ð¡ÅÑÇ·ÓäÁ¡Ñº¡Ò÷ӪÑèÇ à¾ÃÒÐàÁ×èÍ·ÓÁÒáŌǡçä»ËÒ¾ÃÐà¾×èÍÊÒÃÀÒ¾¼Ô´ ËÃ×ÍÁԩйÑ鹡çŧÍÒº¹éÓã¹áÁ‹¹éÓ¤§¤Ò ·Õè»ÃÐà·ÈÍÔ¹à´ÕÂ⹋¹ ¹éÓ·Õè¶×ÍÇ‹ÒÈÑ¡´ÔìÊÔ·¸Ôì ซึ่งถาเปนจริงตามที่กลาวมาแลว ผูประกอบกรรมชั่ว แมจะรายแรง เพียงใด หากไดลงอาบน้ำในแมน้ำคงคา ถือวาศักดิ์สิทธิ์หมดแลวก็จะไดไป สวรรคกันหมด แลวบรรดาสัตวน้ำที่เกิดในแมน้ำคงคา เชน ปลา ปู และเตา ก็คงจะมีความบริสุทธิ์ไปสวรรคไดมากกวามนุษย เพราะสัตวเหลานี้ไดอาบน้ำ ศักดิ์สิทธิ์อยูตลอดเวลา


Êӹѡ¾ÔÁ¾àÅÕè§àªÕ§ à¾ÕÂÃà¾×è;ط¸ÈÒʹ

สิ่งที่ชาวพุทธควรเชื่อ ๔ ประการ ความเชื่อในหลักกรรมนี้ ตามคำสอนของพระพุทธศาสนา ชาวพุทธ ตองเชื่อ ๔ อยาง ตองเชื่อหลัก ๔ ประการ คือ ๑. ตถาคตโพธิสัทธา เชื่อในการตรัสรูของพระพุทธเจา คือ เชื่อวา พระพุทธเจาไดตรัสรูจริง เปนผูประกอบดวยพระปญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ พระมหากรุณาคุณจริงๆ ๒. กัมมสัทธา เชื่อในเรื่องกรรม เชื่อวากรรมมีจริง หลักกรรมที่เรา ทำดีไดดี ทำชั่วไดชั่วมีจริง ๓. วิปากสัทธา เชื่อผลของกรรม คือ เชื่อวากรรมที่บุคคลทำ ไมวาดี หรือชั่ว ยอมใหผลเสมอ จึงจะเปลี่ยนกิจกรรมความเปลี่ยนแปลงของชีวิตไปใน ทางที่เชื่อถือ และถูกตองได ๔. กัมมัสสกตาสัทธา เชื่อวาสัตวมีกรรมเปนของตน หรือเชื่อวา ผลที่เราไดรับเปนผลแหงการกระทำของเราเอง ซึ่งอาจจะเปนกรรมที่ทำใน ปจจุบันชาติ หรืออดีตชาติ หรือจะทำในภพใด จะเห็นไดวาในความเชื่อถือศรัทธา ๔ อยาง เปนความเชื่อในเรื่องเกี่ยวกับ หลักกรรมถึง ๓ อยาง

¶ŒÒàÃÒàª×èÍ ô Í‹ҧ¹Õé àÃÒ¨ÐÃÙŒ¡®áË‹§¡ÃÃÁáÅÐËÅÑ¡¡ÃÃÁ¢Í§àÃÒàͧ ໚¹¡ÒäԴ¾Ô¨ÒóҴŒÇµ¹àͧ ËÅÑ¡¡ÃÃÁ¨Ö§à»š¹¤ÓÊ͹·ÕèÊÓ¤ÑÞã¹¾Ãоط¸ÈÒʹÒÁÒ¡ ¼ÙŒà»š¹ªÒǾط¸·Ø¡¤¹¨Ö§¤ÇÃàª×èÍã¹àÃ×èͧ¡ÃÃÁ ¾ÂÒÂÒÁÈÖ¡ÉÒáÅзӤÇÒÁࢌÒã¨ã¹àÃ×èͧ¡ÃÃÁ

๑๑


๑๒

à»ÅÕ蹡ÃÃÁ à»ÅÕ蹪ÕÇÔµ

เชื่อเรื่องกรรม มีผลดีกวาไมเชื่อ อาตมาขอกลาววา ชาวพุทธที่ไมเชื่อเรื่องกรรม หาใชชาวพุทธที่แทจริงไม เปนชาวพุทธแตเพียงในนาม ศาสนาพุทธมีประโยชนแกเขาเพียงใชกรอก แบบฟอรม เพื่อไมใหถูกวาเปนคนไมมีศาสนาเทานั้นเองหรือแตประการใด นาจะเปนเชนนั้น เปนที่นาเสียดายนะที่ไมไดศึกษากัน ¡ÃÃÁᡌ䢴ŒÇ·ӴչÐ

¤¹·Õèàª×èÍã¹àÃ×èͧ¡ÃÃÁ ËÅÑ¡¡ÃÃÁ ‹ÍÁä´Œà»ÃÕº¡Ç‹Ò¤¹·ÕèäÁ‹àª×èÍã¹àÃ×èͧ¹Õé ¤¹·Õèàª×èÍã¹àÃ×èͧ¡ÃÃÁ ‹ÍÁÊÒÁÒöʹ·¹ÃѺ ¤ÇÒÁ·Ø¡¢ÂÒ¡ÅÓºÒ¡ä´Œ Í´·¹µ‹Í¤ÇÒÁ¼Ô´ËÇѧ ¤ÇÒÁ¢Á¢×è¹ áÅÐà¤ÃÒÐˏÌÒ ·Õèà¡Ô´á¡‹µ¹ä´Œ à¾ÃÒж×ÍÇ‹Ò໚¹ ¼Å¡ÃÃÁ·Õè·ÓÁÒᵋʹյ

เขาจะไมตีโพยตีพาย จะไมเสียอกเสียใจ ยอมรับผิดโดยความชื่นใจ จะอดทนตอสูกับกรรมของตนเองที่ตนไดกระทำไว จะไมยอทอแตประการใด จะไมไปวาโลกไมยุติธรรม ตนไมไดรับความเปนธรรม หรือที่เราทำอยางนั้น ทำดีแลวไมไดดี นี่เห็นพูดกันในสังคมมากมาย อาตมาไดยินอยูเสมอ


Êӹѡ¾ÔÁ¾àÅÕè§àªÕ§ à¾ÕÂÃà¾×è;ط¸ÈÒʹ

คนทำชั่วได เพราะใจไมกลัวบาปกรรม ในประเทศไทยเรากำลังสั่นคลอนในเรื่องการปฏิบัติผิด ขาดสติสัมปชัญญะมาก ไมมีสติประจำจิต

¤¹·Õè»ÃСͺ¡ÃÃÁ·ÓªÑèÇ ´ŒÇ¡Ò ´ŒÇÂÇÒ¨Ò ´ŒÇÂ㨠ʋǹãËދ໚¹¤¹äÁ‹àª×èÍàÃ×èͧ¡ÃÃÁ·Ñ駹Ñé¹ äÁ‹àª×èÍàÃ×èͧºØÞ äÁ‹àª×èÍàÃ×èͧºÒ» äÁ‹àª×èÍàÃ×èͧµÒÂáÅŒÇà¡Ô´ คนพวกนี้เกิดมาจึงมุงแสวงหาทรัพยสมบัติ และความสุขสบายแตสวนตัว โดยไมคำนึงถึงวาทรัพยสมบัติหรือความสนุกสนานที่ตนไดมาถูกหรือผิด แลว ทำใหคนอื่นไดรับความเดือดรอนหรือไม ประการใด ¡ÅÑÇ·ÓäÁºÒ»¡ÃÃÁ §Ò¤Ù‹¹ÕéÃÒ¤Ò໚¹áʹ ã¤Ã¨Ð⧋ä»àª×èÍàÃ×èͧ¾Ã䏹Ñé¹

¦‹ÒªŒÒ§à¾×èÍàÍÒ§Ò äÁ‹¡ÅÑǺһ¡ÃÃÁºŒÒ§ËÃ×Íä§

áÊǧËÒ·ÃѾ ã¹·Ò§ÁԪͺ µ¡¹Ã¡

๑๓


๑๔

à»ÅÕ蹡ÃÃÁ à»ÅÕ蹪ÕÇÔµ

กรรม…มิอาจรับแทนกันได ในจูฬกัมมวิภังคสูตร มัชฌิมนิกาย อุปริปณณาสก สุภมาณพ บุตรโตเทยยพราหมณไดทูลถามพระพุทธเจาวา “อะไรเปนเหตุใหมนุษยเปนไปตางๆ กัน” พระพุทธองคตรัสวา “มาณพเอย สัตวทั้งหลายมีกรรมเปนของตน เปนผูรับผลของกรรม มีกรรมเปนแดนเกิด มีกรรมเปนเผาพันธุ มีกรรม เปนที่พึ่งอาศัย กรรมยอมจำแนกสัตวทั้งหลายใหเลวและประณีต”

¾Ãоط¸Ç¨¹Ð¢ŒÒ§µŒ¹ËÁÒ¤ÇÒÁÇ‹Ò àÁ×èÍàÃÒ·Ó¡ÃÃÁã´Å§ä» ¡ÃÃÁ¹Ñé¹Â‹ÍÁ໚¹¢Í§àÃÒâ´Â੾ÒÐ áÅÐàÃÒ¨Ð໚¹¼ÙŒÃѺ¼Å¢Í§¡ÃÃÁ¹Ñé¹àͧ ¨Ðâ¹ãËŒ¼ÙŒÍ×è¹äÁ‹ä´Œ ઋ¹ àÃÒ·Ó¡ÃÃÁªÑèÇÍ‹ҧ˹Öè§ àÃҨеŒÍ§ÃѺ¼Å¢Í§¡ÃÃÁªÑèǹÑé¹ ¨ÐÅŒÁŌҧËÃ×Íâ͹ä»ãËŒ¼ÙŒÍ×è¹äÁ‹ä´Œ áÁŒ¼ÙŒ¹Ñ鹨ÐÂÔ¹´ÕÃѺâ͹¡ÃÃÁªÑèǢͧàÃÒËÃ×ÍäÁ‹¡çµÒÁ แลวก็การฆาสัตวบูชายัญที่เขาพูดกัน เขาจะเอาแพะมาฆาเพื่อบูชาพระเจา ของเขา ดวยคิดวาเปนการโยนบาปที่ทำไปใหแกสัตวที่ถูกฆานั้น เปนการ กระทำที่โงเขลามาก ไรเหตุผล แทนที่จะเปนการลางบาป กลับเปนการสราง บาปใหเพิ่มขึ้นอีก

àÊÃÔÁ¸ÃÃÁ

Í‹Ò¹ãËŒÃÙŒ ÃÙŒáÅŒÇŧÁ×Í·Ó ·Ó ·Ó ·Ó à·‹Ò¹Ñé¹ ¨Ö§¨Ð໚¹ÊØ¢

ÊØ¢ ·Ø¡¢ ÍÂÙ‹·Õè㨠ã¨ã¤Ã ã¨à¢Ò ÍѵµÒËÔ ÍѵµÐâ¹ ¹Òⶠµ¹áÅ໚¹·Õè¾Ö觢ͧµ¹ ·Õè¾Ö觢ͧµ¹·Õè´Õ·ÕèÊØ´ ¤×Í ¤ÇÒÁ´Õ ¤Ô´´Õ ·Ó´Õ ¾Ù´´Õ ÊÔ觴Õæ ¨ÐµÒÁÁÒ ¾Ò¾Œ¹·Ø¡¢ ÊØ¢·Ø¡¢³Ð ÊÒ¸Ø ÊÒ¸Ø ÊÒ¸Ø...


Êӹѡ¾ÔÁ¾àÅÕè§àªÕ§ à¾ÕÂÃà¾×è;ط¸ÈÒʹ

อยากไดดี ตองทำกรรมดีดวยตนเอง สำหรับกรรมดีก็เชนเดียวกัน ผูใดทำกรรมดี กรรมดีนั้นยอมเปนของผูทำ โดยเฉพาะ จะจางหรือวานใหทำแทนกันไมได เชน เราจะเอาเงินไปจางผูอื่น ใหประกอบกรรมดี แลวขอใหโอนกรรมที่ผูนั้นทำมาใหแกเรา โดยที่เราไมได ทำดีอะไรเลย ยอมทำไมได หากเราตองการกรรมดีเปนของเรา เราก็ตองประกอบกรรมดี ทำกรรมดี ของเราเอง

¡ÒÃÊÌҧ¡ÃÃÁ´Õ ¡çàËÁ×͹¡Ñº¡ÒÃÃѺ»ÃзҹÍÒËÒà ¼ÙŒã´ÃѺ»Ãзҹ¼ÙŒ¹Ñ鹡ç໚¹¼ÙŒÍÔèÁ ¨ÐãËŒ¤¹Í×è¹à¢ÒÃѺ»Ãзҹ áÅŒÇàÃÒ¨ÐÍÔèÁ·ŒÍ§àͧ¹Õ褧·ÓäÁ‹ä´Œ àÃÒ¨ÐàÍÒà§Ô¹ä»ãËŒ¼ÙŒÍ×蹫×éÍÍÒËÒÃÃѺ»Ãзҹ áŌǨÐâ͹¤ÇÒÁÍÔèÁãËŒàÃÒ¹Ñé¹ ¤§à»š¹ä»äÁ‹ä´ŒÍ‹ҧṋ¹Í¹ ËÒ¡àÃÒµŒÍ§¡ÒäÇÒÁÍÔèÁ àÃҡ経ͧÃѺ»Ãзҹàͧ ©Ñ¹¡ÓÅѧ໚¹·Ø¡¢ ¾Ç¡¹Òª‹ÇÂẋ§ä»Ë¹‹ÍÂä´ŒäËÁ

·ÓÍ‹ҧ¹Ñé¹äÁ‹ä´ŒËÃÍ¡à¾×è͹

㪋 ·Ø¡¢à¡Ô´¨Ò¡¡ÃÃÁ·Õè·Ó ã¤Ã·Ó ¤¹¹Ñ鹡çÃѺä»

àËÁ×͹¡ÒáԹ ã¤Ã¡Ô¹ ¤¹¹Ñ鹡çÍÔèÁ ÍÔèÁá·¹¡Ñ¹äÁ‹ä´Œ

๑๕


๑๖

à»ÅÕ蹡ÃÃÁ à»ÅÕ蹪ÕÇÔµ

กรรม คือ มิตรรวมทาง การที่มนุษยเรามีภาวะความเปนตางๆ กันเชนนี้ ดีหรือชั่ว รวยหรือจน เจริญหรือเสื่อม สุขหรือทุกข ก็เนื่องมาจากกรรมของตน หลักกรรมของตนเอง ทั้งสิ้น แลวก็เปลี่ยนชีวิตไปในทางดีหรือชั่วไมเหมือนกัน เพราะมันเปลี่ยนแปลง ภาวะได ไมมีพระผูเปนเจา ไมมีพระพรหม ไมมีดวงดาวหรือสิ่งอื่นใดจะมาดล บันดาลใหเปนไป กรรมใดที่ทำลงไปจะเปนกรรมดีหรือกรรมชั่วก็ตาม ยอมใหผลตอบแทน เสมอตลอดเวลากาล และยอมติดตามผูทำไปเสมือนเงาติดตามตน เหมือน ลอเกวียนหมุนไปตามรอยเทาโค ฉะนั้น เพราะเหตุนี้ มนุษยจึงมีกรรมเปนที่พึ่งอาศัย หากเราทำกรรมดี เราก็ได รับความสุขความเจริญ กรรมดีเปลี่ยนแปลงใหชีวิตไปในทางที่ดีในอนาคต

¡ÃÃÁ´Õ ¨Ö§à»ÃÕºàËÁ×͹¡ÑÅÂÒ³ÁԵà ·Õè¤ÍÂãËŒ¤ÇÒÁÍØ»¡ÒÃÐáÅÐÊ‹§àÊÃÔÁ ãËŒàÃÒ»ÃÐʺᵋ¤ÇÒÁÊØ¢áÅФÇÒÁ´Õ§ÒÁ ᵋ¶ŒÒàÃÒ·Ó¡ÃÃÁªÑèÇ ¡ÃÃÁµÒÁµÔ´ àËÁ× Í¹ÁÔµÃËÇÁ·Ò§ ¡ÃÃÁªÑèÇ¡ç¤ÍÂŌҧ¼ÅÒÞ ãËŒàÃÒ»ÃÐʺᵋ¤ÇÒÁ·Ø¡¢ áÅФÇÒÁàÊ×èÍÁâ·ÃÁ àËÁ×͹¡Ñºà¾×è͹ªÑèÇ ·ÕèÁÕᵋ¹ÓàÃÒä»ÊÙ‹¤ÇÒÁËÒ¹Ð


Êӹѡ¾ÔÁ¾àÅÕè§àªÕ§ à¾ÕÂÃà¾×è;ط¸ÈÒʹ à¡çº´Ô¹ÁÒ㪌¤×¹Ë¹ÕéÇÑ´áÅŒÇ µ‹Í仡çàËÅ×Í˹Õé¹éÓ áÅÐ˹Õéä¿

เรื่องเลาประสบการณกรรมของ

หลวงพอจรัญ ิตธมฺโม

อาตมามีประสบการณ เกี่ยวกับกฎแหงกรรมที่เราจะตองรับใช เมื่อจิต เรามีปญญาเกิดจะรูกฎแหงกรรมทันที จากการเจริญวิปสสนากรรมฐาน เมื่อเวรกรรมตามสนองอาตมาจึงรูถึงบุญบาป เมื่อกอนนี้อยูกับยาย อาตมาเปนเด็กที่ไมสนใจกับพระกับเจา เวลาไปวัด หาบของไปทำบุญที่วัด ยายจะใหเก็บกอนดินไปดวย ใสกระบุงไปขางละ ๓ กอน ไปถึงวัดแลวใหโยนไปที่ที่มันเปนหลุมเปนบอ ยายบอกวาจะไดบุญ อาตมา บอกวาคนอื่นเขาไมหาบดินไปวัดกันหรอก มีบานเราบานเดียวที่หาบดินไป อายเขาตาย ยายบอกวา

àÃÒä»ÇÑ´àËÂÕº´Ô¹µÔ´à·ŒÒÁÒ ¹Õè໚¹ºÒ»à»š¹¡ÃÃÁ¹Ð ໚¹Ë¹Õéʧ¦ ໚¹Ë¹Õéʧ¦ÁÒ¡ ¡ç໚¹ºÒ»à»š¹¡ÃÃÁÁÒ¡ àÃҡ経ͧ㪌˹Õéʧ¦

๑๗


๑๘

à»ÅÕ蹡ÃÃÁ à»ÅÕ蹪ÕÇÔµ

เรื่องที่ ๑ แอบกินอาหารที่ถวายพระ

¼Å¡ÃÃÁ·Õèáͺ¡Ô¹¢ŒÒǾÃÐ ¨Ð໚¹ÂÑ§ä§ ´Ù·Õè˹ŒÒ óñ

ตอนอยูที่โรงเรียนมัธยม ยังอยูกับยาย ยายใหเอาอาหารไปถวายพระ เดินจากบานไปเปนระยะทาง ๑ กิโลเมตร ก็ไปเจอเพื่อนนักเรียนที่สรางความดี มาดวยกัน หนีโรงเรียนกันเปนประจำ เพื่อนบอกวายังไมไดกินขาวมาเลย เราก็ นึกเลยวาจะเอาไปใหพระทำไม เราก็ยังไมไดกินเลย พรรคพวก ๔-๕ คนดวยกัน ก็เห็นดวย เลยตั้งวงกินกันเสียตรงนั้นเลยทั้งคาวทั้งหวาน เรียบรอยแลว ลางปนโตเสร็จก็กลับบาน ยายถามไปวัดเจอสมภารไหมละ บอกยายวา ผม ไมไดขึ้นกุฏิหรอก ใหเด็กมันถายปนโตใหแลวผมก็มา ยายบอกวาตอนี้ไป ตองรับพรดวยนะ รับพรสมภารมาแลวก็มาบอกยาย ยายจะไดชื่นใจ แลวบอก ทานดวยวายายใหเอาอาหารมาถวาย


Êӹѡ¾ÔÁ¾àÅÕè§àªÕ§ à¾ÕÂÃà¾×è;ط¸ÈÒʹ วันหลังเอาอีกแลว ใหไปอีกก็เจอเพื่อนอีก โรงเรียนปดก็แบบเดิม กินเสร็จแลวไปตีผึ้งตอ ยายถามวา “เจอสมภารไหม” “เจอครับ รับพรเสร็จผมก็มา” แทๆ สมภารดันมาอยูบนบานเรา มาไมบอกเราเลย มานั่งอยูนานแลว วันนั้นสมภารไปฉันบานใต ฉันเสร็จแลวก็มานั่งคุยกับยาย แวะมาเยี่ยมยาย เราไมรู ไมบอกเรา เราไมทันแหงนดูบนบาน สมภารนั่งยิ้ม ยายเปนคนใจบุญ พระชอบมาเยี่ยม แตอาตมารำคาญ พอสมภารกลับไปแลว โดนหนักเลย ยายบอกวาบาป ถามวา “นี่ทำมาทั้งหมดกี่เที่ยวแลว” เราบอกวา “๒ เที่ยวแลวครับ” ยายบอกวา “นี่ตองเปนเปรต ปากเทารูเข็มกินขาวไมลง”

áͺ¡Ô¹¢Í§¶ÇÒ¾ÃÐ ÃÐÇѧ໚¹à»Ãµ»Ò¡à·‹ÒÃÙà¢çÁ¹Ð !!!

àÍÒàÃ×èͧà»Ãµ ÁÒËÅÍ¡à´ç¡ÍÕ¡áÅŒÇ

๑๙


๒๐

à»ÅÕ蹡ÃÃÁ à»ÅÕ蹪ÕÇÔµ

เรื่องที่ ๒ โกงคาเรือจางโกงคากวยเตี๋ยว ในเวลาตอมาไปโรงเรียน ตองนั่งเรือจางขามฟากเดือนละ ๒๕ สตางค อาตมาโกงคาเรือจางไมใหคาเรือจาง กินกวยเตี๋ยวผัดไท แถมเลี้ยงเพื่อน ดวยนะ ก็โกงคากวยเตี๋ยวเขาอีก

เรื่องที่ ๓ ยิงนก หักคอ หักขา ในเวลาตอมาโรงเรียนปดหลายวัน เทอมสุดทายแลว ครูใหญโรงเรียน ประชาบาลเขามาขอแรงอาตมาเอาปนไปยิงนก เราก็ไมรูวาบุญบาปมันมีจริง อยางไร สนุกดี ก็เอาปนลูกซองดาวกระจาย ๕ นัด บอกกับโยมแมวาจะไป ติววิชาตอนโรงเรียนปด อยูสัก ๗ วันจะกลับมา ขอสตางคแมไป ๑๐๐ บาท คิดวาเราจะเอาปนไปไดยังไง ก็เลยเอาที่นอนไปดวย เอาเสื่อออกมาเอาปนไว ขางใน เชากินขาวแลวก็ออกตามทุงตามหนอง ยิงนกเปดน้ำ นกกระสา พอยิงไดจับหักคอใสตะของ พอนกมันจิก ก็ถลกหนังเลย นกมันคงทรมานมาก เราไมทราบวามันจะมีบาปกรรมแตประการใด ลวงมาอีกวันหนึ่ง ก็ไปยิงนกกระสา ถูกปกมันหักบินไมได เราก็ไลจับมัน เหนื่อยมาก แลวก็จับมันไดทำไงละทีนี่ จับหักขาเลย นกก็ดิ้นรองจนตายเลย นี่เปนบาปกรรมที่อาตมาเคยทำเมื่อครั้งเปนเด็ก

àÊÃ稩ѹṋ


Êӹѡ¾ÔÁ¾àÅÕè§àªÕ§ à¾ÕÂÃà¾×è;ط¸ÈÒʹ

เรื่องที่ ๔ ทรัพยเคลื่อนที่หนีคนชั่ว เมื่อตอนอาตมาเปนเด็กนักเรียนมัธยม ๒ อยูกับยาย ยายมีเงินกลมเยอะ มีทองสายสะพาย ๒ เสน สรอยคอ สรอยขอมือเยอะ เงินเหรียญ เงินกลมเปนไหๆ ยายของอาตมา เมื่อถึงวันพระ ตองไปรักษาอุโบสถคางคืนที่วัด เวลาไปก็เตรียมทำกับขาวใสปนโตใหเสร็จ เมื่อทำบุญตักบาตรแลวก็เก็บไวรับประทานตอนเพลและรอคางคืน รุง เชาอาตมาก็ไปรับ หาบกระบุงใสผา ผอนทอนสไบของคุณยายกลับบาน แตอาตมาในตอนนั้น มีจิตคิดเปนอกุศล จิตใจเปนอกุศล คิดลักขโมย เงินกลมของยายไปแลกสตางคแดงมาเลนโยนหลุม พวกบานเหนือบานใต ตอมอาตมากันเปนกลุมเลย พอยายไปวัดแลวก็ชวนกันเลนโยนหลุม พอถึงวันพระทีไรเราดีใจมาก ดีใจที่จะไดสรางบาป โดยที่ยายไปอยูวัด ไมไดสนใจเรือ่ งทรัพยสนิ เงินทอง เพราะยายไมเคยนับ เราเปนเด็กก็ลกั ขโมยเรือ่ ย เอาไปแลกเปนสตางคโยนหลุมเลนเสียหมด เพราะเลนไมเปน เลนเสียตลอด รายการ ในกาลตอมายายบอกวา หลานเอย ที่บานบางมวงหมูโนน มีโจรปลนบาน มีการตีชิงวิ่งราวกันมาก เราจะเอาเงินไปไวที่ไหนดี ฝงไวดีไหม ฝงไวใตถุนบาน ยายเปนคนออกหัวคิด คิดแบบโบราณนะ พอตกเย็น อาตมาก็ไปขุดหลุมที่ ใตถุนฝงไว ๒ ไห ไหหนึ่งใสเงินกลมกับเงินเหรียญ อีกไหหนึ่งใสทองคำ มีสาย สะพาย ๒ เสน เสนละ ๘ บาท สรอยขอมืออีกขางละ ๔ บาท และยังมีรางแห ที่ทำดวยทอง เงิน นาก อาตมาฝงแลวก็เอากลบเอาดินมาทา เอาขี้ควาย มาฉาบ แลวก็เอากระพอมครอบไว

๒๑


๒๒

à»ÅÕ蹡ÃÃÁ à»ÅÕ蹪ÕÇÔµ àÍ...à§Ô¹·Õ轘§äÇŒËÒÂä»ä˹¹Ð ¨Ó䴌Njҽ˜§àÍÒäÇŒµÃ§¹Õé¹Õè¹Ò !!!

ตอมายายบอกวาจะไปฟงเทศนมหาชาติ คาถาพัน ตองไปนอนคางคืนที่วัด ๒ คืน อาตมา ก็นึกวาสบายละคราวนี้จะไดขุดเอาไปขาย คิดเปน อกุศลจะลักของยายได พอถึงวันเทศนมหาชาติก็ไปสงยายแตเชามืด พอกลับมาก็ไปเปดกระพอมออก แลวก็ขุดลงไป ไมเจออะไรเลย ไห ๒ ลูกไมมีเลย มีแตรูทะลุโบ หายไปทั้งไห ก็ไมไดคิดสงสัยวาทรัพยจะหนีไปได เขาใจวาใครมาลักขโมย เอาไป เพราะการฝงนั้นรูกันแคยายกับอาตมาเทานั้น คนอื���นไมรู ปาก็ไมรู ทำไมหายไปได แปลกมากขุดหาไมพบ อาตมาก็กลบไวตามเดิม อาตมามานึกถึงคำโบราณที่ยายเคยบอกวา อยาเดินเรือนดัง ทรัพย จะหนี ตองเดินเบาๆ คนเดินเรือนเสียงดัง ทรัพยไมมีนะ เงินทองหนีหมด เปนคนไมมีคุณสมบัติ ทรัพยหนีหมด คนไมมีคุณสมบัติ คือ คนไมมีศีล ไมมีธรรม ทรัพยจะมาไดอยางไร นี่ยายเคยเลาไว à§Ô¹ÍÂÙ‹·Õ軆ҡÃЪÒ ਌ÒËÅÒ¹µÑÇ´ÕÁѹ¤Ô´¨Ð¢âÁÂà§Ô¹©Ñ¹

ในกาลต อ มาเมื ่ อ ยายมี อ ายุ ไ ด ๙๙ ป รางกายก็ทรุดลงไปกำลังก็ถอย ลงไป อาตมาก็อยูปฏิบัติยายอยางใกลชิด กอนวันจะตาย ๗ วัน เจตภูตของยาย ไปเขาฝนปา ชื่อปาเหลี่ยม สะดวกดี ยายยังไมตายนะ ยังนอนอยูสติก็ยังดีอยู ไปเขาฝนปาวา “หลานคนนี้สกปรก คิดจะเอาทรัพยไปทำลาย ทรัพยเลยหนี ไปอยูที่ปากระชาย”


Êӹѡ¾ÔÁ¾àÅÕè§àªÕ§ à¾ÕÂÃà¾×è;ط¸ÈÒʹ ทรัพยหนีไดจริงๆ นะ ก็เราคิดจะขุดไปขาย คิดจะทำลาย คิดจะเอาไป เลนการพนัน ในที่สุดก็หนีไปจริงๆ หลังจากบำเพ็ญกุศลศพยายและเก็บบรรจุศพเรียบรอยแลว ปาเหลี่ยม ก็เรียกอาตมาไปพบ แลวบอกวา “ปาฝนไปวาเอ็งจะลักขโมยเงินยายไปเลน นี่จริงไหม ?” อาตมาก็นิ่งไปครูหนึ่งแลวตอบวา “จริงจังอะไร” ปาบอกวา “ในฝนยายบอกวา ไหที่ฝงนั้นอยูที่ปากระชาย ไปชวยขุดหนอยไดไหม” อาตมาก็ไปชวยขุด ขุดแลวก็พบไหจริงๆ อยูหางจากเรือนไป ๕ วา ในปา กระชายที่อาตมาเคยปลูกกับยาย ทุกอยางอยูครบ Í‹ҧ·ÕèºÍ¡ã¹½˜¹¨ÃÔ§æ ´ŒÇÂ

ËÒ !!! ÁѹÁÒÍÂÙ‹·Õè¹Õèä´ŒÂÑ§ä§ äÁ‹¹‹Òàª×èÍàÅÂ

ขอฝากลูกหลานไวดวยวา

Í‹Òä´Œ¤Ô´äÁ‹´Õµ‹Í¾‹ÍáÁ‹»Ù‹ҵÒÂÒ Í‹ÒÅÑ¡·ÃѾ ¶ŒÒ·ÃѾÁդسÊÁºÑµÔÁѹ˹Õä´Œ¨ÃÔ§æ Áѹ˹Õä»ÍÂÙ‹ºŒÒ¹¤¹ÃÇ ¤¹ÃǹéÓ㨠ÃǺØÞÃÇ¡ØÈÅ ·ÃѾ˹Õä»ÍÂÙ‹ºŒÒ¹¹Ñé¹ËÁ´ ºŒÒ¹ä˹ÍÑ»ÃՏ¨ÑÞäà ´‹Ò¡Ñ¹äÁ‹¾Ñ¡ ·ÐàÅÒСѹäÁ‹àÅÔ¡ ·ÃѾ˹ÕËÁ´ ¹Õè໚¹¡®áË‹§¡ÃÃÁ¹Ð ¢Í½Ò¡ÞÒµÔâÂÁàÍÒäÇŒ´ŒÇÂ

๒๓


๒๔

à»ÅÕ蹡ÃÃÁ ¹¡ÃÃÁ à»ÅÕè¹ªÕ ¹ªÕÇÔµ

เรื่องที่ ๑ ใชหนี้คากวยเตี๋ยว ตอมาไดบวชในพระพุทธศาสนา พอแมใหบวช โดยที่เราไมไดเลื่อมใส ไมไดคิดวาจะมาอยูอยางนี้ กะวาจะบวชแคพรรษาเดียวแตพอทองเรียนหนังสือ ไปจนจบหลักสูตร ก็ไปเจริญพระกรรมฐาน ไดออกธุดงคไปตามปาดงพงไพร เริ่มมารักษาการเจาอาวาสที่วัดนี้ เมื่อพ.ศ. ๒๔๙๙ ปพ.ศ. ๒๕๐๐ ไดรับ การแตงตั้งเปนเจาอาวาสอยูที่นี่ ก็เริ่มใชกรรมมาตามลำดับ โดยที่วาในปตอมา ใชกรรมคากวยเตี๋ยวกอน เรามานั่งสมาธิของเรา มันก็เกิดไปเขาญาณวิถีของเขา ชื่อวา นางกลุม กับตากิ๊มเกิดฝนพรอมกัน ฝนวาเทวดามาบอกวา ถาตองการใหลูกชายหาย เกเร แลวกลับมาเรียนหนังสืออีกละก็ ใหไปตามลูกชายมา แลวใหบวชเรียน ที่วัดอัมพวัน รับรองแกไดแน เมื่อเปนเชนนั้นแลว โยมกลุมก็เอาลูกชายมา ตากิ๊มก็มาดวย อาตมาก็ จำไดคลับคลายคลับคลาเดินขึ้นมาสองคน บอกวาจะเอาลูกมาฝากบวชเณร อาตมาก็ถามวา ทำไมไมบวชที่วัดอื่น โยมกลุมก็เลาใหฟงวาที่พาลูกมานี่ เพราะฝนไปวาเทวดามาบอกวาใหมาบวชที่นี่ ชวยรับไวหนอย


Êӹѡ¾ÔÁ¾àÅÕè§àªÕ§ à¾ÕÂÃà¾×è;ط¸ÈÒʹ âÂÁ·Ñé§Êͧ¾ÒÅÙ¡ªÒÂÁҺǪ ¹Ñºà»š¹ºØÞ໚¹¡ØÈÅ áŌǷÓäÁ¨Ö§ÁҺǪ·ÕèÇÑ´¹Õé¡Ñ¹Å‹ÐâÂÁ

àÃÒ·Ñé§Êͧ½˜¹µÃ§¡Ñ¹Ç‹Ò à·Ç´ÒÁҺ͡ãËŒºÇª·ÕèÇÑ´¹Õé à¾×èÍ·Õè¨ÐãËŒÅÙ¡ªÒÂËÒÂà¡àà áÅеÑé§ã¨àÃÕ¹˹ѧÊ×ͤÃѺ

เรานึกแลววาจะตองไดใชหนี้คากวยเตี๋ยวเขาแน แตไมบอก ก็เลยบอกวา เดี๋ยวจัดการให แลวก็สงโยมทั้งสองกลับ แลวจัดแจงโกนหัวเลย เรามีเรือยนต ลำหนึ่งก็วิ่งไปตามพระอุปชฌาย ซื้อผาไตร ซื้อรองเทา ซื้อเสื่อออน ซื้อบาตร ซื้อรม ทั้งหมด ๒๐๐ บาท แลววิ่งหาอุปชฌายบอกวาเอาเด็กมาบวชเณรครับ บวชเสร็จแลวก็กลับมานั่งกรรมฐาน เดินจงกรม พอได ๗ วัน ก็เลยเลาเรื่องเกาของอาตมาใหเณรฟงวา อาตมานี้เคยโกง คากวยเตี๋ยวแมเจา แมเจาก็ไมรู แลวไอผาไตรนี้นะ อะไรตออะไร ๒๐๐ นี่ กระซิบบอกแมนะบอกวา เจากันไปนะ ไมตองเอามาให ถือวาใชคากวยเตี๋ยว กันไป พอเลาเสร็จแลวเณรบอกวาผมเกิดศรัทธาเสียแลว ก็ตั้งใจปฏิบัติ ตอมาก็ขอลาสึกวาจะไปเรียนหนังสือ แลวก็สอบไดในปนั้น ไปเปน ทหารอากาศ ตอมาก็ไดเลื่อนเปนนายทหารอากาศไปเลย

¹Õè¤×Í㪌˹Õé¡ŽÇÂàµÕëÂÇ ¶ŒÒäÁ‹ä´ŒãªŒã¹ªÒµÔ¹Õé¡çµŒÍ§ãªŒ´Í¡ªÒµÔ˹ŒÒ¹Ð ¡®áË‹§¡ÃÃÁÁÕ¨ÃÔ§

๒๕


๒๖

à»ÅÕ蹡ÃÃÁ ¹¡ÃÃÁ à»ÅÕè¹ªÕ ¹ªÕÇÔµ

ÍÒµÁÒ¢ÍÍâËÊÔ¡ÃÃÁ¹ÐâÂÁ¹Ð

เรื่องที่ ๒ ใชหนี้คาเรือจางตากอย อาตมามาอยูที่นี่ก็ยังนั่งเจริญภาวนาโดยไมไดขาด แลวก็มีการอโหสิกรรม และแผเมตตา๑ ขอใหทานเอาไปใชกันทุกทาน กอนที่จะแผเมตตาออกไป ตองอโหสิกรรมกอนนะ อโหสิกรรมใหใจสบาย ไมโกรธใคร ไมเกลียดใคร ไมอิจฉาริษยาใคร แผเดี๋ยวนั้นถึงเดี๋ยวนั้น พอมาเจริญสมาธิ จิตสงบก็นึกขึ้นมาได บอกรีบใชหนี้คาเรือจาง นึกไป นึกมาถูกตองที่เคยโกงเขามา อาตมาก็ไมไดไปหาเขานานแลว จนมาบวชเปน สมภารเจาวัด ก็เอานมไป เอาโอวัลตินไป เอาสตางคใสซอง ๒๐๐ บาท ถือ ราคากวยเตี๋ยวเปนเกณฑ ตากอยแกแลว อาตมาเอาเรือมาจอด เขาก็ตกใจ วาพระมาทำไม แกเจ็บหนักเปนอัมพาตจะตายแลว ก็เอาสตางคไปใสมือ กระซิบ บอกที่หูวา “โยมกอยอาตมาตอนเปนเด็กเคยโกงคาเรือจางโยม เดือนละ ๓๐ สตางค จำไดมั้ย” แลวเอานมโอวัลตินมาดวย บอกลูกสาววาชวยชงใหโยมดวย “อโหสินะโยมนะ อาตมาเปนเด็กรูเทาไมถึงการณ” แหม ! บุญของเราเหลือเกิน เขาแปลกใจกันวา พระก็มาหลายวัดแลว มีแตมาบอกบุญ องคนี่แปลกเอาสตางคมาให วันหลังลูกสาวเอาขาวสารมาให ที่วัดเรา นี่เรียกวา บุญงอกได ๑ ดูคำแผเมตตา หนา ๑๔๘


Êӹѡ¾ÔÁ¾àÅÕè§àªÕ§ à¾ÕÂÃà¾×è;ط¸ÈÒʹ

เรื่องที่ ๑ ใชหนี้กรรมที่ทำกับนก ในเวลาตอมา อาตมาก็นั่งสมาธิ ๖ เดือนเศษ ที่จะถึงวาระแหงความตาย ก็มีนิมิตบอกอาตมา ใหทราบวา “พระเดชพระคุณทาน วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๒๑ เที่ยงสี่สิบหาตองจากวัด ตายไปใชหนี้นกที่หักคอ” อาตมาก็มานึกดูวา เราตองบอกลากอน ก็ประชุมสงฆมอบอัฏฐบริขาร เงินวัดมีเทาไรมอบใหมัคทายกจัดการดูแล มอบหมายใหพระที่จะดูแลวัดตอไป แลวก็บอกโยมผูหญิงใหมานั่งกรรมฐานคนละเดือนกับโยมผูชาย เพราะตอไป จะไมมีคนสอน คิดวาจะขอลาแนนอน ในวันที่ ๑๔ ตุลาคม นี่มันรูลวงหนาได มันมีประโยชนมากนะ ทานทั้งหลายถารูลวงหนา ไมได ลำบากมาก สติตัวนี้เปนการรวมผลงาน สัมปชัญญะเปนตัวคำนวณ นี่สติ สัมปชัญญะมันบอกไดถึงเพียงนี้ อาตมาก็ขอลาเขาหมดแลว แบงงานแบงภาระ หนาที่แลว ครั้นถึงวันที่ ๑๔ ตุลาคม อาตมาตองไปประชุมที่วัดกวิศราราม จังหวัด ลพบุรีในวันนั้นดวย ตามที่หลวงพอธรรมญาณ เจาคณะจังหวัดลพบุรี มีหนังสือ มาวาเขาจะประชุมเจาคณะอำเภอกันทั้งหมดที่จังหวัดลพบุรี พอฉันเพลเสร็จ อาตมาก็เตรียมตัว รูแลววาวันนี้เราไมไดกลับวัดแนนอนตามที่เรามีสติรูลวงหนา มา ๖ เดือน วาเราตองใชหนี้นก

๒๗


๒๘

à»ÅÕ蹡ÃÃÁ ¹¡ÃÃÁ à»ÅÕè¹ªÕ ¹ªÕÇÔµ

อาตมาก็ลาเขาหมดทุกคน กวาจะขึ้นรถก็เที่ยงกวาแลว โดยมี นาวาตรี วาด เกษแกว ใสเสื้อขาวกางเกงขาวอาศัยติดรถไปดวย คิดวาคงจะตายพรอม กับอาตมา ออกจากวัดเลี้ยวขวาเขาลพบุรี ถึงหลังตลาดปากบาง รถขับแซง กันมาพุงเขาชนรถทัวรสายนครสวรรคอยางแรง เที่ยงสี่สิบหาพอดี นาวาตรีวาด ลอยขึ้นหลังรถทัวรไปเลย อาตมานี่ไหลชนเหล็กหักไปเลย ถูกกระจกครูดเอา หนังหัวไปอยูตรงทายทอยหมด หัวขาวเลย คอหักพับไปที่หนาอก หมุนไดเลย เลือดเต็มปากเต็มจมูกไปหมด กระจกมันบาด อาตมานี่บินออกมาแบบนกเลย กระเด็นออกหางจากรถไปประมาณ ๒๐ วา แตหลวงพอยังมีสติอยู ตะโกนบอกวา “โยมชวยอุมหนอย” ไอพวกที่ ไปมุงดูกันก็ไมยอมอุม บอกวาหัวเละยังพูดไดอีก ที่เขาเขาใจวาหัวเละเพราะ หนังหัวไมมี พอดีตำรวจทางหลวงผานมาพบ บอกวายังไมตาย ถาตำรวจไมมา เราคงจะจมอยูตรงนั้นแหละ

àÊÃÔÁ¸ÃÃÁ

คอย ๆ อาน คอย ๆ คิด

คราคิดติดขัด หยุดพักสักนิด ทำจิตใหสงบ จักพบทางออก


Êӹѡ¾ÔÁ¾àÅÕè§àªÕ§ à¾ÕÂÃà¾×è;ط¸ÈÒʹ

เรื่องที่ ๒ ใชหนี้กรรมที่เคยตมเตา พอดีตรงนั้นเขาทำอิฐ เถาแกเขาก็ขับรถมาพาอาตมาไปโรงพยาบาล พอรถแลนถึงวิทยาลัยเกษตร ก็ไดยินเสียงแววผานมาแตไกลวา “สมน้ำหนาๆ เดี๋ยวตองซ้ำๆ” ไดยินมาเรื่อยๆ คอหักแลวยังไมสงสารจะมาซ้ำอีก สักประเดี๋ยว เห็นเตา

¹Ö¡ä´ŒàÅÂNjҵ͹໚¹à´ç¡à¤ÂÃѺ¨ŒÒ§µŒÁàµ‹Ò ¾ÍàËç¹àµ‹Òà·‹Ò¹Ñé¹áËÅÐ ½ÒËÁŒÍ¹éÓöËÅØ´ ¹éÓÌ͹¾Ø‹§¾ÃÇ´ÅÇ¡àÃÒ¤¹à´ÕÂÇ µÑé§áµ‹ËÑÇä»·Ñ駵ÑÇ µŒÍ§·ÃÁҹ仵ÅÍ´·Ò§ เมื่อไปถึงโรงพยาบาล หมอใหญนายแพทยสมหมาย ทองประเสริฐ ไดพาเขาหองฉายเอ็กซเรย ไดยินเขาพูดกันแววๆ บอกไมมีทาง หมอใหญบอก ไมมีทาง ใหอาตมาขึ้นนอนตรงๆ บนรถ ซึ่งมีลูกลอเล็กๆ ใหบุรุษพยาบาล ๒ คน เข็นเขาหอง ไอ.ซี.ยู โดยดวน จัดการเย็บหนังที่มันถลกไปนี่กอน

๒๙


๓๐

à»ÅÕ蹡ÃÃÁ à»ÅÕ蹪ÕÇÔµ อาตมาก็อธิษฐานจิตวา

“¢ÍãËŒ¢ŒÒ¾à¨ŒÒä»ÊºÒ ¢ŒÒ¾à¨ŒÒÃÙŒáÅŒÇࢌÒã¨áÅŒÇ ¢ÍÍâËÊÔ¡ÃÃÁ·Ø¡Í‹ҧ¡ÑºâÅ¡Á¹Øɏ ã¹àÁ×èÍ¢ŒÒ¾à¨ŒÒ Âѧ㪌˹Õéã¹âÅ¡Á¹ØɏäÁ‹ËÁ´ ¢ÍãËŒ¢ŒÒ¾à¨ŒÒä»ãªŒã¹ªÒµÔµ‹Íä» »ÃСÒ÷Õè ò ¶ŒÒ¢ŒÒ¾à¨ŒÒ㪌˹Õéã¹âÅ¡Á¹ØɏËÁ´áÅŒÇ ¢ÍãËŒ¢ŒÒ¾à¨ŒÒä» ³ ºÑ´¹Õé Í‹Òä´Œ·ÃÁÒ¹µ‹Íä»ÍÕ¡àÅ”

อธิษฐาน ๒ ขอ พอสิ้นคำอธิษฐาน ปรากฏวาบุรุษพยาบาลไดเข็นรถไป ตกรองประตูเหล็ก เสียงดัง โครม ! เสียงอีกคนบอกวา “ตายเสียแลวละมัง หวา” เปลาเลย ยังไมตาย แตคอลั่นกรวบเขาที่เลยคือติดเลย ลืมตาเห็น ทำใหฟน คืนสติขึ้นมา ตอมาทางโรงพยาบาลสิงหบุรีไดนำอาตมาไปทำการ รักษาตอที่โรงพยาบาลเลิศสิน ในระหวางการรักษาใชเฝอกพันที่บริเวณคอ ภายใตการดูแลของผูอำนวยการโรงพยาบาลเลิศสิน คือ คุณหมอประดิษฐ


Êӹѡ¾ÔÁ¾àÅÕè§àªÕ§ à¾ÕÂÃà¾×è;ط¸ÈÒʹ

เรื่องที่ ๓ ใชหนี้กรรมที่กินขาวถวายพระ หลังจากนั้นก็นำตัวอาตมากลับมารักษาที่โรงพยาบาลสิงหบุรี ตองทน ทุกขทรมานแสนสาหัส หิวน้ำก็กินไมได ตองหยอดดวยหลอดกาแฟ ตองดูด ดูดก็ไมเขา เวลาฉันอาหาร ก็ใสเขาไปขางๆ ปาก เลยมานึกถึงยายที่เคยบอก วา เจาตองเปนเปรต ปากเทารูเข็ม เพราะกินอะไรไมไดจริงๆ ตั้ง ๕๐ วัน นอกเหนือจากกินไมไดแลว พูดก็ไมคอยไดเพราะเลือดไหลอยูตลอดเวลา จะกิน อะไรก็ตองมีคนปอน ตองทรมานเปนเปรต เหมือนคำที่ยายวา ตองเปน เปรต เพราะไปกินขาวที่ใหไปถวายพระ หลังจากที่อาตมากลับจากโรงพยาบาล ก็คิดวาเราตองใชหนี้ในโลกมนุษย ก็เริ่มถมดินรอบวัด เริ่มกอสรางหอประชุมนี้เพื่อจะอบรมตอไป ตั้งใจวา อยางนั้น ตองใชหนี้โลกมนุษยดวยการเผยแผพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจา จะไมขอสรางวัตถุตอไปแลว

๓๑


๓๒

à»ÅÕ蹡ÃÃÁ ¹¡ÃÃÁ à»ÅÕè¹ªÕ ¹ªÕÇÔµ

·ÓäÁ¤ÃѺËÅǧ¾‹Í ÁÕÅÙ¡µÑé§ ÷ ¤¹ ᵋäÁ‹ÁÕã¤Ã¡ÅѺÁÒ´ÙáÅàÅÂÊÑ¡¤¹

áŌǾǡâÂÁ à¤Â¡ÅѺ仴Ùáž‹ÍáÁ‹ºŒÒ§ËÃ×Íà»Å‹ÒÅ‹Ð

เรื่องที่ ๑ บาปกรรมที่ทำกับพอแม อาตมาไปพบสามีภรรยาคูหนึ่ง เปนคนยากจนมาก อยูที่อำเภอน้ำหนาว อาชีพปลูกกะหล่ำปลีขาย ทางราชการใหเดือนละ ๒๐๐ บาท เพราะยากจน มาก ตาแกอายุ ๘๒ ภรรยาอายุ ๗๖ อยูกันสองคนตายาย ตาก็มองไมคอยเห็น ตอนนั้นอาตมาจะไปสรางสวมใหคณะสงฆ เขารีบวิ่งมาหา อาตมาก็กำหนด “เห็นหนอๆ” ออกมาชัดเลย เดี๋ยวจะตองใหเงินหนึ่งพันบาท เขาเลาใหฟง เปนกฎแหงกรรม เขาเลาวามีลูก ๗ คน อยูที่กรุงเทพฯ ไดเงินเดือนเปนหมื่น เงินเดือน มากๆ กันทุกคน แตเหตุใดหนอไมเคยกลับไปชวยพอแมเลย ไมเคยสงเงินไปให พอแมแมแตสตางคแดงเดียว เพราะเหตุใด ? มันเปนกฎแหงกรรม อยาไปโทษลูก เพราะตาแกยายแกไมไดเตรียม ไวกอน ในขอที่วา “รักลูกคิดปลูกฝง ใหลูกตั้งตนฝกรีบศึกษา”


Êӹѡ¾ÔÁ¾àÅÕè§àªÕ§ à¾ÕÂÃà¾×è;ط¸ÈÒʹ

๓๓

ตาแกยายแกไมไดเตรียมตรงนั้นเลย ลูกตองไปหากินเอง ตองไปเรียน หนังสือเองทั้ง ๗ คน เปนกฎแหงกรรมของตาแกเอง เขาบอกวา “ผมอยูมารอยเอ็ดเจ็ดหัวเมือง พอแมเกิดในตระกูลยาจก หาเชากินค่ำ ผมเปนลูกจางเขา พอโตขึน้ ก็ไปเรียนหนังสือทีว่ ดั อานออกเขียนได ก็ลาพอแมเดินทางตอไป ไมไดกลับไปหาพอแมอีกเลย ไมเคยใหเงินพอแมดวย พอแมก็ชวยตัวเอง เดินทางตั้งแตหนุมๆ จนแตงงานกับภรรยา แลวก็รับจาง เรื่อยไป จนกระทั่งมาอยูอำเภอน้ำหนาว มีลูก ๗ คน ลูกก็เรียนวิชาเอง รับจาง เปนชางไม ชางเหล็ก ชางเชื่อม อยูอูรถ แกรถยนตได ไมเคยกลับมาหาพอ แมเลย จนพออายุ ๘๐ กวาแลว” อาตมาถามวา “พอแมอยูที่ไหน เคยไปชวยพอแมไหม” เขาตอบวา “ผมก็ไมทราบเลย ตั้งแตออกจากบานมาไมเคยกลับไปเลย แตผมก็รูได เพราะมีลูก ๗ คน ก็ไมเคยกลับมาหาผมเชนเดียวกัน” แลวก็รองไห โฮเลย อาตมาใหไปหนึ่งพันบาท เขากราบแลวกราบอีก อาตมาบอกวา “โยมไมไดเตรียมตัวเลยหรือนี่ จากบานเรือนมาก็รุดหนา ไปเรื่อย ไมเคยยอนกลับมาดูขางหลังเลย”

໚¹¡®áË‹§¡ÃÃÁ µ¡Å§Ç‹Ò໚¹¡®áË‹§¡ÃÃÁ¢Í§µÒá¡‹ ·ÓãËŒµ¡¶Ö§ÅÙ¡ ÅÙ¡äÁ‹àÍÒà§Ô¹ÁÒãËŒ à¾ÃÒеÑÇàͧ¡çäÁ‹à¤ÂãËŒà§Ô¹¾‹ÍáÁ‹àÅ äÁ‹à¤Âª‹Ç¾‹ÍáÁ‹ ¹ÕèªÑ´à¨¹ÁÒ¡ àÊÃÔÁ¸ÃÃÁ

รักแผนดินไทย สงเสริมเด็กไทยใหไดใกลชิดธรรมะ ดวยการพิมพหนังสือเลมนี้ แจกเปนธรรมทานแกเด็ก โรงเรียน มหาวิทยาลัย หองสมุด สถานพยาบาล เพื่อใหเด็กไดอานเสริมสรางคุณธรรมจริยธรรม


เปลี่ยนกรรม เปลี่ยนชีวิต