Issuu on Google+


สรรค์สาระ : คณาจารย์สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง บรรณาธิการสาระ : ศักดิ์สิทธิ์ พันธุ์สัตย์ พิสูจน์อักษร : อรัญ มีพันธ์ บรรณาธิการศิลปะ : อนุชิต คำซองเมือง ออกแบบปก : อนุชิต คำซองเมือง ออกแบบรูปเล่ม : ธเนษฐ สัคคะวัฒนะ ภาพประกอบ : ชิชกาน ทองสิงห์, ธนรัตน์ ไทยพานิช, เทิดเกียรติ ปลูกปานย้อย


แรงบาป

บรรณาธิการ : ศักดิ์สิทธิ์ พันธุ์สัตย์ ผู้แต่ง : ศักดิ์สิทธิ์ พันธุ์สัตย์, มนิจ ชูชัยมงคล, กฤษดา รามัญศรี, ไพโรจน์ โสภา, ณัฐพันธ์ ปิ่นทวีเกียรติ ออกแบบปก : อนุชิต คำซองเมือง, รูปเล่ม : ธเนษฐ สัคคะวัฒนะ ภาพประกอบ : ชิชกาน ทองสิงห์, ธนรัตน์ ไทยพานิช, เทิดเกียรติ ปลูกปานย้อย พิสูจน์อักษร : อรัญ มีพันธ์, อรทัย คำแพง

ISBN 978-616-268-129-5

สร้างสรรค์และลิขสิทธิ ์ บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด 105/95-96 ถนนประชาอุทิศ ซอย 45 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ 10140 โทร./แฟกซ์ 02-872-7667 เชิญร่วมเผยแผ่เป็นธรรมทาน โทร. 02-872-9191, 02-872-8181, 02-872-7227, 02-872-9898

LC2YOU@GMAIL.COM, LC2YOU@HOTMAIL.COM WWW.LC2U.COM, WWW.พุทธะ.NET

óĉöóŤìĊęǰ ĀÝÖǰĒĂúàĊóĊǰåĉêĉóøÖćøóĉöóŤǰ ëîîðøąßćĂčìĉýǰàĂ÷ǰǰĒ×üÜïćÜöéǰđ×êìčŠÜÙøčǰÖøčÜđìóĄǰ ēìøĒôÖàŤǰǰǰwww.thitiporn.com


คำนำ ชีวิตของคนเราถูกผลักดันให้ขึ้นๆ ลงๆ ด้วยแรงผลักจาก อำนาจของพลังสองด้าน คือพลังด้านลบและพลังด้านบวก พลัง ด้านลบจะกดให้ชีวิตตกต่ำ พบเจอแต่เรื่องร้ายๆ เป็นทุกข์ ส่วนพลัง ด้านบวกจะหนุนส่งให้ชีวิตสูงขึ้น พบเจอแต่เรื่องดีๆ มีสุข และ

มีความเจริญรุ่งเรือง แรงผลักทั้งสองขั้วนี้ทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า แรงกรรม แรงผลักที่เป็นพลังด้านลบ เรียกว่า แรงบาป ส่วนแรงผลักที่เป็น พลังด้านบวก เรียกว่า แรงบุญ ในชีวิตของคนคนหนึ่งนั้นเจอทั้งเรื่องที่ดีและร้าย ทั้งสุขและ ทุกข์ หากแสดงการขึ้นลงของชีวิตด้วยเส้นกราฟก็คงไม่ต่างอะไรกับ เส้นกราฟของตลาดหุ้นที่ขึ้นๆ ลงๆ หาความแน่นอนไม่ได้ สาเหตุ

ที่ทำให้เส้นชีวิตขึ้นๆ ลงๆ ก็เพราะเราได้กระทำกรรมทั้งดีและไม่ดี

เอาไว้มากมาย ซึ่งแต่ละกรรมมีความรุนแรง หนักเบาแตกต่างกัน

มี ผู้ รู้ เ คยอุ ป มาไว้ ว่ า การให้ ผ ลของกรรมก็ เ หมื อ นกั บ การ

ขว้างลูกบอลใส่ฝาผนัง หากเราใช้พลังในการขว้างเท่าไร ลูกบอล

ก็จะเด้งกลับคืนมาด้วยแรงในอัตราที่เท่ากัน และไม่มีลูกบอลใด

ที่เราขว้างไปแล้วไม่เด้งคืน ก็เหมือนกับกรรมที่เราทำ ไม่มีกรรมใด

ที่ทำแล้วไม่มีแรงสะท้อนกลับ ทุกกรรมมีผลสะท้อนกลับมาเสมอ เรียกว่า แรงกรรม


ผลการสะท้อนกลับของกรรมใช้ระยะเวลาไม่เท่ากัน กรรมที่ รุนแรงอาจสะท้อนกลับให้ผลทันตา กรรมบางอย่างอาจสะท้อนกลับ เมื่อเวลาล่วงเลยไปแล้วหนึ่งเดือน หนึ่งปี หรือหลายสิบปี กรรม

บางอย่างอาจสะท้อนกลับหลังจากตายไปแล้ว คือให้ผลข้ามภพ

ข้ามชาติ แม้กรรมจะใช้เวลาสะท้อนกลับแตกต่างกัน แต่พงึ สำเหนียก

ไว้ว่า ไม่มีกรรมใดไม่สะท้อนกลับ แรงบาป เล่มนี้เป็นหนังสือที่จะทำให้ทุกท่านได้ประจักษ์

ถึงกฎแห่งกรรมที่ว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ผ่านเรื่องราวของบุคคล ที่ถูกบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก และเรื่องราวประสบการณ์จากครูบาอาจารย์ทเี่ คารพนับถือ ซึง่ แต่ละเรือ่ งให้ทงั้ แง่คดิ มุมมองดีๆ เกีย่ วกับ กฎแห่ง กรรม และสำหรั บบางท่ า นที่ มี ข้อ สงสั ย เกี่ ยวกั บกฎแห่ ง กรรม อาจพบคำตอบได้ในหนังสือเล่มนี้ าตุ จิรํ สตํ ธมฺโม ขอพระสัทธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้า จงดำรงอยู่สิ้นกาลนาน สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ โปรดใช้เล่มนี้ให้คุ้มสุดคุ้ม & อ่านแล้ว -> แบ่งกันอ่านหลายท่านนะจ๊ะ อ่านสิบรอบ ระดมสมองคิดสิบหน ฝึกฝนปัญญา พัฒนาการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง ฉลาดใช้ เฉลียวคิด ชีวิตจักสนุก สงบ เย็น สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ ปรารถนาให้ทุกครอบครัวมีความสุข


สารบัญ แรงบาปปาณาติบาต เรื่องที่ ๑ แรงบาปทำให้ตายหมู่ เรื่องที่ ๒ แรงบาปหลาวโหด เรื่องที่ ๓ แรงบาปเหยื่อฆาตกรรมต่อเนื่อง เรื่องที่ ๔ แรงบาป ๓ สไตล์ กา คน พระ เรื่องที่ ๕ แรงบาปสาปคนดีให้ถูกฆาตกรรม แรงบาปที่ทำกับพระผู้มีศีล เรื่องที่ ๖ แรงบาปแกล้งพระให้ทะเลาะกัน เรื่องที่ ๗ แรงบาปขวางทางพระพุทธเจ้า เรื่องที่ ๘ แรงบาปคิดอกุศลกับพระอรหันต์ เรื่องที่ ๙ แรงบาปสุนัขโหด แรงบาปกาเมสุมิจฉาจาร เรื่องที่ ๑๐ แรงบาปเสพสมกับดิรัจฉาน เรื่องที่ ๑๑ แรงบาปข่มขืนพระอรหันต์

๙ ๑๔ ๑๘ ๒๑ ๒๙ ๓๖ ๔๔ ๕๐ ๕๖ ๖๒ ๖๗


แรงบาปสาปส่งให้เป็นเปรต เรื่องที่ ๑๒ แรงบาปเปรตงู ๗๓ เรื่องที่ ๑๓ แรงบาปเปรตก้อนหินเหล็ก ๘๘ เรื่องที่ ๑๔ แรงบาปเปรตสาบสาง ๙๔ เรื่องที่ ๑๕ แรงบาปเปรตเล่นชู้ ๙๖ เรื่องที่ ๑๖ แรงบาปเปรตแม่สมภาร ๑๐๐ เรื่องที่ ๑๗ แรงบาปเปรตสาวร่านสวาท ๑๐๓ แรงบาปจากคำพูด เรื่องที่ ๑๘ แรงบาปกล่าวร้ายพระพุทธเจ้า (๑) ๑๐๙ เรื่องที่ ๑๙ แรงบาปกล่าวร้ายพระพุทธเจ้า (๒) ๑๑๗ เรื่องที่ ๒๐ แรงบาปกล่าวใส่ร้ายพระอรหันต์ ๑๒๕ แรงบาปจากสุราเมรัย เรื่องที่ ๒๑ แรงบาปน้ำสุรา ๑๓๕ เรื่องที่ ๒๒ แรงบาปลูกทรพี ๑๔๐ เรื่องที่ ๒๓ แรงบาปหนอนขี้เมา ๑๔๖ เรื่องที่ ๒๔ แรงบาปอธิษฐาน ๑๕๒


หลักตัดสินก่อนเชื่อ พระพุ ท ธเจ้ า ได้ ใ ห้ ห ลั ก ก่ อ นการตั ด สิ น ใจเชื่ อ หรื อ ยึ ด ถื อ

คำสอนหรือคำพูดของใครๆ เอาไว้ดังนี้ “ท่านทั้งหลาย อย่าพึงเชื่อตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา อย่าพึงเชื่อตามถ้อยคำที่สืบๆ กันมา อย่าพึงเชื่อโดยตื่นข่าวว่าได้ยินว่าอย่างนี้ อย่าพึงเชื่อโดยการอ้างตำรา อย่าพึงเชื่อโดยการคาดคะเน อย่าพึงเชื่อโดยการตรึกตามอาการ อย่าพึงเชื่อโดยชอบใจว่าตรงกับความเห็นของตน อย่าพึงเชื่อโดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรเชื่อได้ อย่าพึงเชื่อโดยความนับถือว่าผู้นี้เป็นครูของเรา เมื่อใดท่านทั้งหลาย พึงรู้ด้วยตนเองว่าธรรมเหล่านี้เป็นกุศล ไม่มีโทษ ผู้รู้สรรเสริญ เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข เมื่อนั้นท่านทั้งหลาย ควรเข้าถึง (ยึดถือ) ธรรมเหล่านั้นเถิด” เก็บความจาก เกสปุตตสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๐ ข้อที่ ๕๐๕


แรงบาป ปาณาติบาต


เรื่องที่ ๑

แรงบาปทำให้ตายหมู๑ ่ เมื่ อ ได้ ฟั ง ข่ า วเครื่ อ งบิ น ขนาดเล็ ก ตกที่ ป ระเทศเนปาล

ผู้โดยสารพร้อมพนักงานสายการบินเสียชีวิตทั้งหมด ๑๘ ศพ และที่ ประเทศเกาหลีใต้หลังคาหอประชุมมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งถล่มลงมา ขณะที่ มี นั ก ศึ ก ษาจำนวน ๕๐๐ คนกำลั ง ปฐมนิ เ ทศ ส่ ง ผลให้ มี

ผู้ ไ ด้ รั บ บาดเจ็ บ เป็ น จำนวนมาก และเหตุ ก ารณ์ เรื อ โดยสารล่ ม

ในทะเล ทำให้ผู้โดยสารซึ่งส่วนมากเป็นเด็กนักเรียนมัธยมเสียชีวิต จำนวนมาก ทำให้ นึ ก ไปถึ ง หลายเหตุ ก ารณ์ ที่ มี ค นจำนวนมาก

ต้องมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน อาทิ ไฟไหม้ผับชื่อดัง

เมื่อหลายปีที่แล้ว เหตุการณ์สึนามิ หรือรถทัวร์ตกเหวที่เพชรบูรณ์ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตในคราวเดียวเป็นจำนวนมาก การตายพร้ อ มกั น ที ล ะมากๆ เช่ น นี้ เรี ย กว่ า ตายหมู่

ท่านทั้งหลายเคยนึกสงสัยไหมว่าเหตุใดคนอยู่ต่างที่ต่างถิ่น ไม่รู้จัก มักคุ้นกัน ถึงมาตายพร้อมกันในวันเวลาและเหตุการณ์เดียวกันได้

๑ พระสูตรและอรรถกถา แปล เล่มที่ ๔๑ ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ปุปผวรรคที่ ๔

หน้า ๑๑-๕๐

บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพ���่อพุทธศาสน์ จำกัด


10

หากอธิ บ ายตามหลั ก วิ ท ยาศาสตร์ อ าจตอบได้ ว่ า เป็ น เรื่ อ งของ อุ บั ติ เ หตุ เป็ น เรื่ อ งที่ ส ามารถเกิ ด ขึ้ น ได้ แต่ ห ากมองในแง่ ข อง

พระพุทธศาสนาแล้ว คำตอบก็คอื เขาเหล่านัน้ เคยทำบาปร่วมกันมา ย้อนไปเมื่อสมัยที่พระผู้มีพระภาคเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ขณะประทั บ ที่ เ มื อ งสาวั ต ถี พระเจ้ า วิ ฑู ฑ ภะได้ ย กทั พ ไปตี เ มื อ ง

กบิลพัสดุ์อันเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าถือกำเนิด ซึ่งชาวเมืองต่างก็ เป็ น พระประยู ร ญาติ ข องพระพุ ท ธเจ้ า ทั้ ง สิ้ น สาเหตุ ที่ พ ระเจ้ า วิฑูฑภะยกทัพไปตีเมืองกบิลพัสดุ์นั้น เพราะพระองค์เคียดแค้นต่อ ชาวเมืองกบิลพัสดุ์ที่ดูถูกและรังเกียจพระองค์ว่าเป็นลูกทาส พระเจ้าวิฑูฑภะยกทัพไปถึง ๓ ครั้ง ๒ ครั้งแรกพระพุทธเจ้า ได้ เ สด็ จ ไปขวางทางและขอร้ อ งไว้ ด้ ว ยความเคารพที่ มี ต่ อ พระพุทธเจ้า พระเจ้าวิฑูฑภะจึงยกทัพกลับ พอครั้งที่ ๓ พระพุทธองค์เห็นว่าคงไม่อาจห้ามความอาฆาตแค้นของพระเจ้าวิฑูฑภะได้ ประกอบกับถึงวาระที่ชาวเมืองกบิลพัสดุ์จะต้องรับผลกรรมที่ตน เคยทำแต่ชาติปางก่อนแล้ว จึงไม่เสด็จไปห้าม พระเจ้าวิฑูฑภะยกทัพไปถึงเมืองกบิลพัสดุ์แล้วก็รับสั่งให้ฆ่า ชาวเมืองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเด็ก คนแก่ ไม่มียกเว้น เนื่องจาก

ชาวเมืองกบิลพัสดุ์ยึดมั่นในศีลจึงพากันวิ่งหนี โดยไม่ตอบโต้หรือ ทำร้ายทหารฝ่ายตรงข้าม ทำให้ไม่ทันข้ามคืนทหารของพระเจ้า วิฑูฑภะก็สามารถสังหารชาวเมืองได้เกือบทั้งหมด ที่หนีรอดไปได้ก็ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แรงบาป


11

พระเจ้าวิฑูฑภะเมื่อกำจัดชาวเมืองกบิลพัสดุ์ได้อย่างสมแค้น แล้วจึงยกทัพกลับ ระหว่างทางได้ตั้งทัพพักแรมที่ริมฝั่งแม่น้ำอจิรวดี ตกดึกคืนนั้นมีเรื่องแปลกเกิดขึ้น คือมีมดดำ มดแดง เข้ากัดทหาร จำนวนหนึ่งจนต้องย้ายที่นอนจากริมฝั่งขึ้นไปนอนบนบก จากนั้น ไม่นานก็เกิดฝนตกหนัก น้ำในแม่น้ำอจิรวดีเอ่อล้นอย่างรวดเร็ว

พัดพาเอาทหารพร้อมกับพระเจ้าวิฑูฑภะจมหายไปโดยไม่ทันตั้งตัว คงเหลือแต่ทหารบางส่วนที่หนีขึ้นไปนอนบนบกเท่านั้นที่รอดชีวิต ภายหลังทราบว่าทหารที่พ้นจากภัยพิบัติมาได้เป็นทหารที่ไม่ได้ฆ่า ชาวเมืองกบิลพัสดุ์ตามคำสั่งของพระเจ้าวิฑูฑภะเลย บางคนแอบ ช่วยชาวเมืองให้หนีไปด้วย ด้วยกรรมที่พระเจ้าวิฑูฑภะสั่งฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเมืองกบิลพัสดุท์ ปี่ ราศจากอาวุธและไม่ได้ตอบโต้หรือทำร้ายตอบ การประทุษร้ายบุคคลที่ไม่ประทุษร้าย พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นกรรมหนักยิ่ง ด้ ว ยเหตุ นี้ ก รรมจึ ง ตามสนองพระเจ้ า วิ ฑู ฑ ภะกั บ เหล่ า ทหารที่


12

ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างโหดเหี้ยมแบบปัจจุบันทันด่วน ไม่ต้องรอ

ชาติหน้า ประกอบกรรมชั่วเป็นหมู่คณะจึงต้องชดใช้กรรมกันแบบ หมู่คณะ เรื่องที่พระเจ้าวิฑูฑภะและเหล่าทหารจมหายไปในแม่น้ำ

อจิรวดี เพราะบาปกรรมที่ทำต่อชาวเมืองกบิลพัสดุ์ได้ถูกโจษจัน

ไปทัว่ หลายคนพากันสาปแช่งและสมน้ำหน้า บางคนก็สาปส่งให้ไป ตกนรก บางคนก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงการตายของชาวเมืองกบิลพัสดุ์

กับพระเจ้าวิฑูฑภะว่า การตายของพระเจ้าวิฑูฑภะนั้นสาสมแก่ บาปกรรมที่สร้างไว้แล้ว ส่วนชาวเมืองกบิลพัสดุ์เป็นคนดี ตั้งมั่น

ในศีล ไม่เคยทำปาณาติบาตเลย ไม่น่าที่จะต้องมาถูกฆ่าตายอย่าง โหดเหี้ยมเช่นนี้เลย

บุพกรรมของเจ้าศากยะ เหล่ า ภิ ก ษุ ไ ด้ น ำเรื่ อ งที่ ช าวเมื อ งโจษจั น กั น กราบทู ล ถาม

พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า เหตุไฉนชาวเมืองกบิลพัสดุ์จึงถูกฆ่าตาย อย่างอเนจอนาถทั้งๆ ที่เป็นคนดี มีศีลธรรม พระพุทธเจ้าตรัสตอบ ว่ า ความตายของชาวเมื อ งกบิ ล พั ส ดุ์ ดู ไ ม่ เ หมาะสมกั บ กรรมดี

ที่กระทำไว้ในชาตินี้ก็จริง แต่เมื่อย้อนไปในอดีตชาวเมืองกบิลพัสดุ์นี้ ก็ได้เคยสร้างกรรมที่โหดร้ายเอาไว้เช่นกัน ภิกษุทั้งหลายได้กราบทูลถามว่า ชาวเมืองกบิลพัสดุ์ได้สร้าง กรรมอันใดไว้ถึงต้องมารับกรรมเช่นนี้ พระพุทธองค์ตรัสว่าในอดีตชาติที่ผ่านมา ชาวเมืองกบิลพัสดุ์นี้เกิดเป็นพระราชาและได้ร่วมกัน แรงบาป


13

ยกทัพไปตีเมืองหนึ่ง แต่ทำอย่างไรก็ไม่อาจจะเอาชนะได้ จึงสั่งให้ ทหารโปรยยาพิ ษ ลงในแม่ น้ ำ ที่ ช าวเมื อ งนั้ น ใช้ ดื่ ม กิ น ส่ ง ผลให้

ชาวเมื อ งและสั ต ว์ เ ลี้ ย งทั้ ง หลายที่ ดื่ ม กิ น น้ ำ ในแม่ น้ ำ นั้ น ล้ ม ตาย

เป็ น จำนวนมาก ไม่ เว้ น แม้ แ ต่ เ ด็ ก ทารก คนเฒ่ า คนแก่ ตายกั น เกลื่อนกลาดทั่วเมือง ด้วยแรงบาปที่ฆ่าคนอื่นตายหมู่ ในชาตินี้จึงทำให้ต้องมา

รับกรรมคือถูกฆ่าตายหมู่พร้อมกัน

อั้กก... น้ำมียาพิษ


เรื่องที่ ๒

แรงบาปหลาวโหด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเมื่อสมัยพุทธกาล ถูกจารึกไว้ใน คัมภีร์ขุททกนิกาย อปทาน ยสวรรค (พระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๓ ข้อที่ ๓๔๔) ความว่า ในสมั ย พุ ท ธกาล มี เ ด็ ก หนุ่ ม คนหนึ่ ง ชื่ อ อุ ต ตระ เกิ ด ใน ตระกูลพราหมณ์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วไป เด็ ก หนุ่ ม มี รู ป งาม ถึ ง พร้ อ มด้ ว ยความรู้ ฐานะทางบ้ า นก็ ร่ ำ รวย หลายตระกูลหมายตาอยากได้เขามาแต่งงานกับบุตรสาวของตน หนึ่งในนั้นก็คือวัสสการพราหมณ์ อำมาตย์ใหญ่แห่งเมืองราชคฤห์ วั น หนึ่ ง วั ส สการพราหมณ์ ไ ด้ แจ้ ง ความประสงค์ ที่ จ ะยก

ลูกสาวให้กับอุตตระทราบ แต่ได้รับการปฏิเสธ เพราะเด็กหนุ่ม

มีความตั้งใจที่จะออกบวชเพื่อแสวงหาความพ้นทุกข์ สร้างความ

ไม่พอใจให้กับวัสสการพราหมณ์เป็นอย่างมาก เด็กหนุ่มผู้ใฝ่ธรรมได้ฟังธรรมจากพระสารีบุตรเป็นประจำ จนมีศรัทธาแก่กล้า จึงขอบวชเป็นสามเณรในสำนักของพระเถระ แรงบาป


15

เมื่ อ บวชแล้ ว อุ ต ตระสามเณรก็ ตั้ ง ตนอยู่ ใ นศี ล และวั ต รปฏิ บั ติ

ทั้งคอยอุปัฏฐากบำรุงพระเถระเป็นอย่างดี วันหนึ่ง ณ เวลาใกล้รุ่ง พระเถระอาพาธด้วยโรคบางอย่าง และแจ้งให้สามเณรทราบ ฝ่ายสามเณรมีความเป็นห่วงในพระเถระ จึงได้ห่มจีวรและอุ้มบาตรเข้าไปในเมืองเพื่อขอยามารักษา ระหว่าง ทาง สามเณรได้วางบาตรเอาไว้แล้วลงไปล้างหน้าในสระแห่งหนึ่ง ขณะนั้ น มี โ จรคนหนึ่ ง ขโมยทรั พ ย์ ข องชาวบ้ า น ถู ก เจ้าหน้าที่ตามไล่จับ หนีออกจากเมืองวิ่งมาถึงสระที่สามเณรกำลัง ล้างหน้าอยู่ เห็นว่าขืนเอาทรัพย์ติดตัวไปจะต้องโดนจับแน่ จึงนำ

ห่อทรัพย์ที่ตนขโมยมายัดใส่บาตรสามเณรแล้วหลบหนีไป ฝ่ายสามเณรเมื่อล้างหน้าเสร็จก็ขึ้นจากสระและเดินไปหยิบ บาตรขึ้นมาอุ้ม จังหวะนั้นเจ้าหน้าที่มาถึงพอดี มองเห็นห่อทรัพย์

ในบาตรก็เข้าใจว่าสามเณรเป็นขโมย จึงเข้าจับกุมและนำตัวเข้าไป ในเมืองเพื่อพิพากษาความผิด และคงถึงคราวเคราะห์ของสามเณร เพราะผู้ที่ทำหน้าที่

พิพากษาคดีในครั้งนั้นก็คือ วัสสการพราหมณ์ ผู้ที่เคยประกาศ

ยกลูกสาวของตนให้แก่สามเณร แต่ถูกสามเณรปฏิเสธ ด้วยความ

แค้นเคืองที่มีต่อสามเณรเป็นทุนเดิม วัสสการพราหมณ์จึงตัดสิน

ให้สามเณรผิดโดยปราศจากการไต่สวน และตัดสินให้ประหารชีวิต

ด้วยการเอาหลาวเสียบทั้งเป็นปักไว้กลางลานประหาร การตัดสินคดีที่ผู้ตัดสินลุอำนาจแก่อคติ ก็ยากที่จะตัดสินคดี ได้โดยบริสุทธิ์ยุติธรรม บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด


นี่เป็น กรรมของเจ้า จงรับไว้เถิด

สามเณรอุตตระถูกหลาวเสียบปักอกได้รับความทุกข์ทรมาน อย่างยิ่ง ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่พระคันธกุฎี

ทรงทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด และทรงทราบว่าสามเณรนั้น

มี อุ ป นิ สั ย แก่ ก ล้ า พอที่ จ ะบรรลุ ธ รรมได้ แ ล้ ว จึ ง เสด็ จ ไปที่ ล าน ประหาร ทรงใช้พระหัตถ์ที่อ่อนนุ่มวางลงบนศีรษะของสามเณร

ลูบไล้อย่างอ่อนโยน พร้อมตรัสปลอบว่า “อุ ต ตระเอ๋ ย นี่ เ ป็ น ผลกรรมในอดี ต ชาติ ที่ ก ำลั ง เกิ ด ขึ้ น

แก่เธอ เธอพึงอดกลั้นด้วยกำลังแห่งปัจจเวกขณญาณ๑เถิด”

จากนัน้ จึงแสดงธรรมอันเหมาะสมแก่อธั ยาศัยให้ฟงั สามเณร อุตตระได้รับปีติปราโมทย์อันยิ่งใหญ่จากการสัมผัสพระหัตถ์ของ พระผู้มีพระภาคเจ้า เริ่มสำรวมจิตยกขึ้นสู่ทางแห่งวิปัสสนาญาณ ส่งจิตไปตามกระแสพระธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้าแสดง จิตได้ หลุดพ้นจากกิเลสไปตามลำดับ จนบรรลุพระอรหัตผล เป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญาในที่สุด ๑ ปัจจเวกขณญาณ อ่านว่า ปัด-จะ-เวก-ขะ-หนะ-ยาน คือ การเจริญสติด้วยการระลึก

ความแก่ เจ็บ ตาย ว่าเป็นของธรรมดา แรงบาป


17

ลำดับนั้น สามเณรผู้เป็นพระอรหันต์ได้แสดงฤทธิ์ถอนตน ออกจากหลาว เหาะไปยืนลอยอยู่บนอากาศ สร้างความอัศจรรย์

แก่มหาประชาชนเป็นอย่างมาก เมื่อท่านลงมายืนที่พื้น แผลที่ถูก หลาวเสียบก็กลับหายเป็นปกติ

บุพกรรมของสามเณร หลายวันต่อมา เหล่าภิกษุได้ถามถึงบุพกรรมของท่านว่า

ได้เคยทำกรรมอะไรไว้จึงถูกลงโทษด้วยการเอาหลาวเสียบเช่นนี้ สามเณรเล่าให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า ในอดีตชาติขา้ พเจ้าเกิดเป็นเด็กหนุม่ ชอบเล่นซุกซน วันหนึง่ ได้ไล่จับแมลงวันแล้วใช้ไม้ปลายแหลมขนาดไม้จิ้มฟันเสียบที่อก

แล้วปักไว้ดว้ ยความสนุกสนาน ด้วยผลแห่งกรรมนัน้ ส่งผลให้ขา้ พเจ้า ต้องถูกหลาวเสียบติดต่อกันมาหลายร้อยชาติ ในชาติสุดท้ายนี้ก็ยัง ต้องรับผลกรรมเช่นนัน้ อยู่ นีแ่ หละหนาขึน้ ชือ่ ว่ากรรมชัว่ ไม่วา่ จะเล็กน้อย หรือจะด้วย เหตุผลใด ไม่ควรทำทั้งสิ้น เพราะผลของกรรมชั่วนั้นย่อมโหดร้าย และรุนแรงเกินกว่าจะคาดเดา

บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด


เรื่องที่ ๓

แรงบาปเหยื่อฆาตกรรมต่อเนื่อง ฆาตกรรมต่อเนื่อง คือการที่คนหลายคนถูกฆ่าด้วยฆาตกร คนเดียวกัน โดยวิธีการที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกัน ซึ่งส่วนใหญ่ ฆาตกรจะเป็นคนมีความผิดปกติทางจิต และผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของ ฆาตกรประเภทนี้มักจะเป็นผู้บริสุทธิ์ คือไม่มีความเกี่ยวข้องหรือ

ไม่ มี ค วามอาฆาตแค้ น กั บ ฆาตกรมาก่ อ น จึ ง ทำให้ มี ค ำถามหรื อ

ข้อสงสัยขึ้นมาว่า ผู้ที่ถูกฆ่าหรือตกเป็นเหยื่อของฆาตกรต่อเนื่องนี้ เขาได้สร้างกรรมอะไรไว้จึงต้องมาถูกฆ่าเช่นนี้ เรื่องนี้เทียบได้กับเรื่องของพระอรหันต์ ๔ รูป ในสมัยที่ พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ซึ่งพระอรหันต์ทั้ง ๔ รูปนี้ถูกฆ่า

ต่างวาระ ต่างสถานที่กัน แต่ถูกฆ่าด้วยฆาตกรคนเดียวกันและฆ่า ด้วยวิธเี ดียวกัน ซึง่ เรือ่ งราวเป็นอย่างไร และท่านทัง้ ๔ ได้สร้างกรรม อะไรไว้ มีบนั ทึกไว้ในหนังสือพระสูตรและอรรถกถา เล่มที่ ๔๑ ข้อที่ ๑๕ หน้าที่ ๑๙๔-๑๙๗ (ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท พาลวรรค) เรือ่ ง สุปปพุทธกุฏฐิ ความว่า แรงบาป


19

ในสมั ย พุ ท ธกาล มี บุ ค คล ๔ คนที่ ไ ด้ ฟั ง ธรรมจาก พระพุทธเจ้าแล้วได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์และทูลขอบวชเป็น ภิกษุในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงให้ไปแสวงหาบาตรและ จีวรให้ได้เสียก่อน เพราะการบวชเป็นภิกษุจะต้องมีบาตรและจีวร เป็นบริขาร แต่ขณะทีอ่ อกไปแสวงหาบาตรและจีวรก็ถกู โคแม่ลกู อ่อน

ขวิดตาย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นต่างกรรมต่างวาระกัน

แต่โคที่ขวิดท่านทั้ง ๔ ตายกลับเป็นโคตัวเดียวกัน ในคัมภีร์ระบุ

ว่า แม่โคตัวนั้นเป็นนางยักษิณีซึ่งเป็นเจ้ากรรมนายเวรของท่าน

ทั้ง ๔ แปลงกายมา พระอรหันต์ทั้ง ๔ ที่ถูกแม่วัวขวิดตายนั้นก็คือ กุลบุตรชื่อ

ปุกกุสาติ นักบวชเปลือยชื่อพาหิยทารุจีริยะ เพชฌฆาตชื่อตัมพทาฐิกะ และบุรุษขี้เรื้อนชื่อว่าสุปปพุทธกุฏฐิ ในคัมภีร์ได้เล่าถึงอดีตของบุคคลทั้ง ๔ ว่า เคยเกิดเป็นบุตร ของเศรษฐี และเป็นสหายกัน วันหนึ่งทั้ง ๔ ได้พาหญิงงามเมือง

คนหนึ่งออกไปเที่ยวและเสพสุขหาความสำราญในอุทยานแห่งหนึ่ง โดยให้ค่าจ้างแก่นางหนึ่งกหาปณะพร้อมกับเครื่องประดับที่มีค่า มากมาย ตกเย็นก่อนกลับ บุตรเศรษฐีทั้ง ๔ เกิดนึกเสียดายเงินและ เครื่องประดับที่ให้แก่หญิงงามเมืองขึ้นมา จึงปรึกษากันว่าในสวน อุ ท ยานนี้ ไ ม่ มี ใ คร มี แ ต่ พ วกเราเท่ า นั้ น ถ้ า อย่ า งไรเสี ย เราฆ่ า

หญิงงามเมืองนี้ แล้วเอาทรัพย์และเครื่องประดับคืนมาจะดีกว่า ปรึกษากันเช่นนัน้ แล้วจึงพากันจับหญิงงามเมืองและทุบตีนางจนตาย ก่อนตายหญิงงามเมืองได้ผูกจิตอาฆาตในบุตรเศรษฐีทั้ง ๔ ว่า บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด


ข้าขอตามฆ่าพวกเจ้า ทุกชาติไป

“ผู้ชายพวกนี้จิตใจช่างต่ำช้านัก หลอกล่อเสพสุขกับข้าแล้ว บัดนี้จะฆ่าข้าเอาค่าจ้างคืน จิตใจมันยิ่งกว่าเดรัจฉาน เกิดชาติหน้า ฉั น ใด ขอข้ า ได้ เ กิ ด เป็ น นางยั ก ษิ ณี ต ามฆ่ า มั น ไปทุ ก ภพทุ ก ชาติ

ด้วยเถิด” ด้วยแรงจิตอธิษฐานของหญิงงามเมืองนั้น ทำให้บุตรเศรษฐี ทั้ง ๔ ถูกนางยักษิณีฆ่าติดต่อกันมาทุกชาติ รวมทั้งสิ้น ๑๐๐ ชาติ รวมชาติสุดท้ายที่ได้เป็นพระอรหันต์นี้ด้วย เพราะร่วมกันฆ่าผู้อื่น ดังนั้นจึงถูกเขาตามฆ่าเอาชีวิตทีละ คน และเป็นที่มาของฆาตกรต่อเนื่อง

แรงบาป


เรื่องที่ ๔

แรงบาป ๓ สไตล์ กา คน พระ คนเราส่วนมากเมื่อประสบเคราะห์กรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ด้วยตัวเอง หรือเห็นผู้อื่นประสบเคราะห์กรรมในรูปแบบต่างๆ ที่น่า สลดใจ เช่น ถูกไฟครอกตาย ถูกฆ่าหั่นศพ ถูกใส่ร้ายให้ติดคุกทั้งที่ ตนไม่ได้เป็นผู้กระทำ มักมีคำถามเกิดขึ้นว่าเขาได้ทำกรรมอะไรมา ถึงต้องมารับกรรมเช่นนี้ คำตอบคือ ก็ทำกรรมในลักษณะเดียวกับที่ ตนกำลังประสบอยู่นั่นแหละ เพราะการให้ผลของกรรมมักให้ผล แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ทำกับคนอื่นไว้เช่นไรตนก็ต้องรับกรรม

ในแบบเดียวกัน ดังเรื่องของ กา คน พระ ที่จะเล่าต่อไปนี้ ซึ่ง ปรากฏในหนังสือพระสูตรและอรรถกถา แปล เล่มที่ ๔๒ หน้า ๕๔

ข้อ ๑๙ (ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ปาปวรรค) เรื่อง ชน ๓ คน เรื่องมีอยู่ว่า ในสมัยพุทธกาล มีภิกษุ ๓ กลุ่ม จำพรรษาเพื่อปฏิบัติธรรม อยู่คนละที่ เมื่อออกพรรษาแล้วมีความประสงค์จะเดินทางไปเฝ้า พระผู้ มี พ ระภาคเจ้ า ที่ วั ด พระเชตวั น เมื อ งสาวั ต ถี ในระหว่ า ง บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด


22

เดินทางภิกษุทั้ง ๓ กลุ่มได้พบเจอกับเหตุการณ์ที่แปลกประหลาด และคิดว่าไม่มีใครให้คำตอบในเรื่องนี้ได้ นอกจากพระผู้มีพระภาคเจ้า เหตุการณ์ที่ภิกษุ ๓ กลุ่มประสบนั้นคือ

แรงบาปอีกาดวงจู ๋ ภิกษุกลุ่มที่หนึ่ง ในเช้าวัน เดิ น ทางได้ เข้ า ไปบิ ณ ฑบาตและ แจ้งความประสงค์ที่จะไปเข้าเฝ้า พระพุ ท ธเจ้ า ให้ ช าวบ้ า นทราบ

ชาวบ้านได้นิมนต์พระสงฆ์ทั้งหมด เข้ า ไปในโรงฉั น และจั ด เตรี ย ม

หุ ง หาอาหารถวาย ขณะที่ ก่ อ ไฟ เพื่อหุงหาอาหารอยู่นั้น จู่ๆ ไฟใน เตาก็ ลุ ก โพลงขึ้ น ไหม้ เ สวี ย น���างอั น หนึ่ ง ปลิ ว ขึ้ น ไปบนอากาศ

สวมเข้าคออีกาตัวหนึ่งที่กำลังบินผ่านมาพอดี ไฟได้ลุกท่วมร่างอีกา นั้นตกลงมาตายและถูกเผาจนไหม้เกรียม ภิกษุและชาวบ้านเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นก็วิพากษ์วิจารณ์

กันไปต่างๆ นานาถึงสาเหตุการตายของอีกา สุดท้ายได้ข้อสรุปว่า คงมีแต่พระบรมศาสดาของเราเท่านั้นที่จะทราบกรรมชั่วของอีกา ตนนี้ จึงเก็บคำถามคาใจเดินทางไปเฝ้าพระพุทธเจ้า แรงบาป


23

แรงบาปหญิงกาลกิณี ภิกษุกลุ่มที่สอง ได้โดยสารเรือเพื่อจะไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เมื่อเรือลำนั้นเดินทางมาถึงกลางมหาสมุทร ก็เกิดหยุดนิ่งอยู่กับที่

ไม่แล่นต่อไป ทำอย่างไรก็ไม่ขยับ นายเรือและลูกเรือปรึกษาหารือ กัน และลงความเห็นว่าในเรือลำนี้น่าจะมีคนกาลกิณีอยู่ จึงได้ทำ สลากขึ้นให้คนที่อยู่ในเรือทั้งหมดจับเพื่อค้นหาคนกาลกิณี ปรากฏ ว่าภรรยาของนายเรือจับสลากได้สามครั้งติดต่อกัน เมื่อผลออกมา ดั ง นี้ นายเรื อ จึ ง กล่ า วขึ้ น ว่ า คนทั้ ง หลายจะมาตายเพราะหญิ ง กาลกิณีคนนี้ไม่ได้ จึงให้จับภรรยาของตนมัดติดกับกระสอบทราย แล้วโยนลงไปในน้ำทะเล เมื่อหญิงภรรยาของนายเรือถูกจับถ่วงน้ำ ไปแล้ว เรือก็สามารถเคลื่อนตัวได้อย่างปาฏิหาริย์ เมื่ อ เรื อ เดิ น ทางถึ ง จุ ด หมายแล้ ว ภิ ก ษุ เ หล่ า นั้ น ก็ ขึ้ น ฝั่ ง

เดินเท้าต่อเพื่อไปเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา พระภิกษุกลุ่มนี้ตั้งใจว่า

จะทูลถามว่า หญิงผู้นี้ทำกรรมชั่วอะไรไว้ จึงได้โชคร้ายจับสลากได้ ถึง ๓ ครั้งและถูกถ่วงน้ำกระทั่งเสียชีวิต


นึกว่าจะไม่รอดแล้ว

แรงบาปพระถูกขัง ภิกษุกลุ่มที่สาม ก็จะเดินทางไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเหมือนกัน แต่ ใ นระหว่ า งทางใกล้ ค่ ำ แล้ ว ได้ เข้ า ไปสอบถามพระภิ ก ษุ ที่ วั ด

แห่ ง หนึ่ ง ว่ า พอจะมี ที่ พั ก ค้ า งแรมในบริ เวณใกล้ เ คี ย งบ้ า งไหม ?

เมื่อได้รับแจ้งว่ามีถ้ำแห่งหนึ่งพอจะพักค้างแรมได้ จึงเดินทางไปพัก ที่ ถ้ ำ นั้ น ตกดึ ก คื น นั้ น มี หิ น ใหญ่ ก้ อ นหนึ่ ง กลิ้ ง มาปิ ด ปากถ้ ำ

ขั ง ภิ ก ษุ ไว้ ข้ า งใน ฝ่ า ยภิ ก ษุ เจ้ า ถิ่ น ไม่ เ ห็ น ภิ ก ษุ เ หล่ า นั้ น ออกมา บิ ณ ฑบาตจึ ง ขึ้ น ไปดู ที่ ถ้ ำ เห็ น ก้ อ นหิ น ปิ ด ปากถ้ ำ อยู่ ก็ แจ้ ง ให้

ชาวบ้านทั่วตำบลมาช่วยกันงัดหินออก แต่ไม่ว่าจะงัดด้วยวิธีใดหินก็ ไม่ขยับ ภิกษุที่ถูกขังอยู่ภายในถ้ำได้รับความทุกข์ทรมานจากการ อดข้ า วและน้ ำ เป็ น อย่ า งมาก กระทั่ ง เวลาล่ ว งเลยมาถึ ง วั น ที่ ๗ เกิ ด เหตุ อั ศ จรรย์ คื อ หิ น ใหญ่ ที่ ปิ ด ปากถ้ ำ เคลื่ อ นตั ว ออกเอง

ราวปาฏิหาริย์ ภิกษุทั้ง ๗ ต่างซมซานออกจากถ้ำด้วยความอิดโรย หลั ง จากฉั น อาหารและพั ก ผ่ อ นจนเรี่ ย วแรงกลั บ คื น มาแล้ ว

จึงเดินทางไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าต่อไป แรงบาป


25

ภิกษุทั้งสามกลุ่มเดินทางมาพบกันระหว่างทาง จึงเข้าเฝ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมกัน กราบทูลถึงสิ่งที่ตนได้ประสบมา และ ทูลถามถึงกรรมอันเป็นสาเหตุให้ตอ้ งเป็นเช่นนัน้ พระผูม้ พี ระภาคเจ้า ตรัสตอบคำถามของพระภิกษุทั้งสามกลุ่ม ดังนี้

บาปกรรมของกา “ภิกษุทั้งหลาย ในอดีตชาติ กาตั ว นั้ น เกิ ด เป็ น ชาวนา

ในกรุงพาราณสี วันหนึ่งเขาได้ ฝึกโคหนุ่มตัวหนึ่งให้ลากไถ แต่ โ ค ห นุ่ ม ตั ว นั้ น ล า ก ไ ถ ไ ป ไ ด้

หน่อยเดียวก็ล้มตัวลงนอน แม้ เขาจะตี ใ ห้ ลุ ก ขึ้ น ได้ เดิ น ไปได้ หน่อยเดียวมันก็ลม้ ตัวลงนอนอีก จนครัง้ ที่ ๓ ทำอย่างไรโคก็ไม่ยอมลุก เขาโกรธสุดขีดพูดกับโคว่า อยากนอนนักใช่ไหม อยากนอนนัก

ก็นอนอยู่ที่นี่แหละ ไม่ต้องลุกไปไหนอีก ว่าแล้วก็หอบเอาฟ่อนฟาง มาสุมมัดที่คอของโคแล้วจุดไฟเผา โคส่งเสียงร้อง ดิ้นทุรนทุราย ที่สุดก็ขาดใจตาย ภิกษุทั้งหลาย ด้วยผลกรรมเผาโคให้ตายทั้งเป็นนี้ ทำให้ ชาวนาไปเกิดในนรกสิ้นกาลนาน พ้นจากนรกแล้วก็ยังต้องมาเกิด เป็นกาและถูกไฟครอกตายทั้งเป็นอีก ๗ ชาติติดต่อกัน” บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด


ตายซะ ไอ้หมาจอมตื๊อ

บาปกรรมของหญิงกาลกิณี พระผู้ มี พ ระภาคเจ้ า ตรั ส ถึ ง บุ พ กรรมของหญิ ง กาลกิ ณี ว่ า

“ภิกษุทั้งหลาย ในอดีตชาติหญิงกาลกิณีนี้ เกิดเป็นหญิงสาว ในเมืองพาราณสี นางเลี้ยงสุนัขไว้ตัวหนึ่ง สุนัขตัวนี้ในอดีตชาติ

เคยเกิดเป็นสามีของนาง ด้วยแรงแห่งความรักในอดีตทำให้สนุ ขั ตัวนี้ คอยติดตามนางไปทุกแห่ง ไม่ว่าจะไปไหนมันก็จะตามไปด้วยเสมอ จนถูกพวกหนุ่มๆ แซวว่า “นางพรานล่าเนื้อ” นางทั้งโกรธและรู้สึกอับอาย และพยายามขับไล่สุนัขตัวนั้น ให้หนีไป สุนัขตัวนั้นหนีไปชั่วคราวก็กลับมาติดตามนางอีก ด้วย อำนาจของความรั ก ที่ มี ต่ อ นางเมื่ อ ครั้ ง อดี ต เมื่ อ ถู ก ล้ อ หนั ก เข้ า

และไล่อย่างไรสุนัขก็ไม่ยอมเลิกติดตาม นางจึงวางแผนฆ่าสุนัข

โดยวันหนึง่ นางเอาอาหารล่อสุนัขไปที่ริมแม่น้ำ แล้วเอาปลายเชือก

แรงบาป


27

ข้างหนึ่งผูกคอสุนัข ส่วนปลายอีกข้างหนึ่งผูกติดกับหม้อดินที่เต็ม ด้วยทรายแล้วโยนลงน้ำ ด้วยผลกรรมนี้ทำให้นางต้องไปชดใช้กรรม ในนรกเป็นเวลานาน และจะต้องถูกจับมัดถ่วงน้ำเช่นชาตินี้ติดต่อ กันอีกร้อยชาติ”

บาปกรรมของภิกษุที่ติดอยู่ในถ้ำ

พระผูม้ พี ระภาคเเจ้าตรัสถึงบุพกรรมของภิกษุทถี่ กู ขังในถ้ำว่า

“ในอดี ต ชาติ ภิ ก ษุ ทั้ ง ๗ นั้ น เกิ ด เป็ น เด็ ก เลี้ ย งโคในเมื อ ง พาราณสี วันหนึ่ง ต้อนโคไปเลี้ยงในดง พบเหี้ยใหญ่ตัวหนึ่งจึงพากัน ไล่ จั บ เหี้ ย ตกใจวิ่ ง หนี เข้ า ไปในจอมปลวกจึ ง พากั น หาเศษใบไม้

มาปิดรูเอาไว้ คิดว่าจะจับเหี้ยในวันหลัง


28

เจ็ ด วั น ผ่ า นไป เด็ ก ทั้ ง ๗ ได้ ต้ อ นโคกลั บ มาที่ เ ดิ ม เห็ น

จอมปลวกจึงนึกขึ้นได้ว่าพวกตนขังเหี้ยเอาไว้ จึงช่วยกันเปิดช่อง

จอมปลวกออก ทันใดนั้น เหี้ยเดินโซซัดโซเซออกมาด้วยความหิว พวกเด็กๆ เห็นเหีย้ ในสภาพเช่นนัน้ ก็รสู้ กึ สงสาร ไม่ทำร้ายและปล่อย มันไปตามยถากรรม ด้วยแรงกรรมส่งผลให้เด็กทัง้ ๗ คนต้องถูกขังในถ้ำ ๑๔ ชาติ ติดต่อกัน ซึง่ ชาตินเี้ ป็นชาติสดุ ท้าย” เมือ่ กล่าวจบแล้วพระผูม้ พี ระภาคเจ้าตรัสสอนภิกษุทงั้ หมดว่า

"ผู้ที่ทำกรรมชั่วไว้ ต่อให้หนีไปหลบซ่อน ในอากาศ ท่ามกลางมหาสมุทร หรือในซอกแห่งภูเขา ก็ไม่อาจพ้นจากกรรมชั่วได้ เพราะแผ่นดินถิ่นที่อยู่ใดที่อยู่แล้ว จะพ้นจากอำนาจกรรม แผ่นดินถิ่นที่อยู่นั้น ไม่มีเลย" ค่อย ๆ อ่าน ค่อย ๆ คิด คราคิดติดขัด หยุดพักสักนิด มิต้องเร่งอ่านให้จบ หนังสือเล่มนี้อยู่ในมือท่าน โปรดอ่านแล้วอ่านอีก จักเข้าใจทีละนิด อีกไม่นานท่านจักเชื่อมโยงสรรพความคิด สัมมาทิฐิ สรรพธรรมที่ท่านได้สั่งสมมาจากการศึกษาปฏิบัติ จักนำท่านสู่ความพ้นทุกข์ได้ทีละนิด

แรงบาป


เรื่องที่ ๕

แรงบาปสาปคนดีให้ถูกฆาตกรรม ในสังคมปัจจุบันหลายคนตั้งคำถามว่า คนทำดีได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว นั้นจริงหรือ เพราะคนที่ได้ดิบได้ดี มีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย ร่ำรวยมีเงินมีทอง ส่วนมากแล้วเป็นคนที่คดโกง หรือไม่ก็ประกอบ อาชี พ ที่ ทุ จ ริ ต เป็ น ส่ ว นใหญ่ ส่ ว นคนดี มี ศี ล ธรรมมั ก จะอดอยาก

ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกกลั่นแกล้ง หรือบางครั้งก็ถูกใส่ร้ายให้รับ

ผลชั่วที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้กระทำ เด็กบางคนต้องสังเวยชีวิตเป็น เหยื่อความขัดแย้งของผู้คนในสังคม การที่คนดี คนบริสุทธิ���จะต้อง มารับเคราะห์ในสิ่งที่ตนไม่ได้ทำเช่นนี้ จึงก่อเกิดคำถามว่าคนทำดี

ได้ดี ทำชั่วได้ชั่วจริงหรือ ถ้ามีจริงทำไมคนทำชั่วจึงยังลอยนวล ทำไมคนดีถึงต้องมารับกรรม เมื่อท่านอ่านเรื่องต่อไปนี้แล้วจะเข้าใจ ว่าเหตุใดคนดีถึงต้องมารับกรรม เรื่ อ งนี้ เ กิ ด ขึ้ น ในสมั ย ที่ พ ระพุ ท ธเจ้ า ยั ง ทรงพระชนม์ อ ยู่

มีอุบาสกคนหนึ่งชื่อ มหากาล เป็นผู้ที่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ทุกวันพระจะเข้าวัดถือศีลอุโบสถรักษาศีล ๘ บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด


30

ฟังธรรม และปฏิบัติธรรมจนรุ่งเช้าเป็นประจำสม่ำเสมอ จนเป็นที่ ยกย่องและยอมรับในหมู่บริษัทว่าท่านเป็นคนดี มีศีลธรรม ต่อมาได้เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เช้ามืดวันหนึ่ง ขณะที่ อุบาสกมหากาลกำลังลงไปชำระร่างกายที่สระภายในวัด หลังจากที่ จำอุ โ บสถศี ล ฟั ง ธรรม และปฏิ บั ติ ธ รรมมาตลอดทั้ ง คื น พวก

หัวขโมยกลุ่มหนึ่งตระเวนขโมยทรัพย์สินของชาวบ้าน ขณะที่กำลัง งัดแงะเพื่อขโมยเอาทรัพย์สินในบ้านหลังหนึ่ง เจ้าของบ้านตื่นขึ้น และตะโกนเรียกให้เพื่อนบ้านช่วยกันจับ พวกหั ว ขโมยได้ ยิ น เสี ย งคนร้ อ งก็ ต กใจพากั น หอบเอา ทรัพย์สินกระโจนหนีไปคนละทิศละทาง ขโมยบางคนทิ้งทรัพย์สิน วิ่งหนีเอาตัวรอด หัวขโมยรายหนึ่งถือเอาทรัพย์สินวิ่งหนีเข้าไป

ในวัด ผ่านไปที่สระน้ำที่อุบาสกมหากาลกำลังล้างหน้าอยู่ กลัวว่า ชาวบ้านที่ตามมาจะรู้ว่าตัวเองเป็นขโมย จึงโยนห่อทรัพย์สินที่ขโมย มาทิ้งไว้เบื้องหน้าอุบาสกมหากาล จังหวะนั้นเองชาวบ้านวิ่งมาพบ พอดีและเข้าใจว่าอุบาสกมหากาลเป็นหัวขโมย พากันกล่าวว่า “ไอ้หัวขโมย แกเที่ยวขึ้นบ้านขโมยทรัพย์สินของชาวบ้าน แล้วยังจะมาทำทีว่าเป็นคนดีมีศีลธรรมอีก ช่างน่าไม่อาย” จากนั้นก็พากันรุมประชาทัณฑ์จนอุบาสกมหากาลสิ้นใจตาย ทิ้งศพไว้ที่ข้างสระแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน ต่อมาพระภิกษุสามเณรออกไปตักน้ำในสระ พบเห็นศพ

ของอุ บ าสกนอนตายจมกองเลื อ ดอยู่ ก็ พ ากั น ประชุ ม โจษจั น ไป ต่างๆ นานาว่า แรงบาป


31

“โยมมหากาลเป็นคนดีรักษาศีลอุโบสถมิได้ขาด และยัง ตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างดี ไม่สมควรที่จะต้องมาตายในสภาพแบบนี้” พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จมาท่ามกลางที่ประชุมแล้วตรัสถาม ถึงเรื่องที่ภิกษุทั้งหลายกำลังคุยกัน จากนั้นตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย จริงอยู่ มหากาลไม่สมควรตายในสภาพนี้ ในชาตินี้ แต่เมื่อเทียบกับกรรมที่เขาทำไว้ในชาติก่อน การตายเช่นนี้ ของเขาถือว่าสมควรแล้ว” จากนั้นทรงเล่าอดีตกรรมของมหากาลอุบาสกให้พระภิกษุ สามเณรฟังว่า ในอดีตกาล ณ หมู่บ้านชายแดน เมืองพาราณสี มีกลุ่มโจร ซุ่ ม คอยดั ก ปล้ น ชาวบ้ า นที่ สั ญ จรผ่ า นดงใหญ่ เพื่ อ แก้ ไขปั ญ หา

เจ้าเมืองได้แต่งตัง้ ทหารให้เป็นเจ้าหน้าทีป่ ระจำการทีช่ ายป่า เพือ่ ทำ หน้าที่บริการรับส่งชาวบ้านที่ต้องการจะใช้เส้นทางนั้น โดยต้องจ่าย ค่าจ้าง บังอาจขโมยของ ต้องโดนอย่างนี้ ข้าเปล่า นะ


แรงบาป