Issuu on Google+

อานุภาพ

เรียบเรียงโดย... บรรณศาลา บรรณาธิการ : ไพยนต์ กาสี น.ธ. เอก, ป.ธ. ๖, พธ.บ., น.บ. ปก/รูปเล่ม : สุกัญญา ศรีสงคราม พิสูจน์อักษร : มานิตย์ กองษา ภาพประกอบ : เทิดเกียรติ ปลูกปานย้อย, อนันต์ กิตติกนกกุล

กระผมรู้จักกับคุณ “บรรณศาลา” ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ จากการที่ ท่านพระเดชพระคุณพระเทพสารเวที ผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ได้แนะน�ำผู้เขียนมาปรึกษางานพิมพ์เป็น ธรรมบรรณาการในงานของท่านผู้หนึ่ง จึงมีโอกาสอ่านงานเขียนเล่มนี้ เมื่ออ่านดูเนื้อหาสาระโดยถ้วนถี่ เห็นเป็นว่าหนังสือสวดมนต์อีกฉบับหนึ่ง ที่น่าจะจัดพิมพ์เผยแผ่ให้กว้างขวางออกไป เพราะ... สิ่ ง ที่ น� ำ มาเล่ า นั้ น เป็ น ประสบการณ์ ต รงที่ ผู ้ เขี ย นได้ รั บ ฟั ง จาก พระมหาเถระที่ได้รับความเคารพอย่างสูงสุดจากพุทธศาสนิกชนทั้งที่เป็น ชาวไทยและชาวต่างชาติต่างภาษา และอีกประการหนึ่ง เนื้อหาสาระหลักแม้จะเป็นเรื่องของการ สวดมนต์ แต่ผู้เขียนก็ได้สอดแทรกคติสอนตน ว่าการสวดมนต์นั้นมิได้ หวังผลทางด้านอภินิหารเพียงอย่างเดียวไม่ แต่หากว่าใครได้ปฏิบัติตาม เนื้อหาของหลักธรรมที่มีอยู่ในบทสวดนั้นๆ ก็ให้มั่นใจได้ว่าท่านจะได้รับ ความปกป้องคุ้มของจากอานุภาพของพระพุทธมนต์ด้วยผลที่ได้ลงมือ ปฏิบัติด้วยตนเองอย่างแน่นอน บริษัท ส�ำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จ�ำกัด ที่ได้รับ ภารธุระในการประกาศพระพุทธศาสนาผ่านทางหนังสือสือ่ ธรรม จึงหวังใจ เป็นอย่างยิง่ ว่า หนังสือ “อานุภาพพระปริตร” เล่มนี้ จะเป็นเสมือนเข็มทิศ ที่ชี้น�ำทางชีวิตของท่านผู้อ่านให้พบแต่ความสุขสวัสดีมีชัย เพราะทุกท่าน ได้คมุ้ ครองตนจากการสวดมนต์แล้วปฏิบตั ติ าม ขอขอบคุณในน�ำ้ ใจอันดีงาม ของผู้เขียน คุณบรรณศาลา ที่กรุณาอนุญาตให้จัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ได้ ตลอดไป ขอบุญบารมีที่ท่านสร้างไว้ เป็นเกราะป้องกันภัยให้ท่าน พ้นเคราะห์กรรม

น.ธ.เอก, ป.ธ. ๖, พธ.บ., น.บ. บรรณาธิการสำ�นักพิมพ์ แอล ซี พี เด็กดีมีบุญ

หนังสือชุด “รวมเรื่องเล่า” เป็นเรื่องราวที่เก็บเกี่ยวจากประสบการณ์ทั้งทางตรง และทางอ้อม ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาซึ่งได้มีโอกาสพบผ่าน เหตุการณ์อันเป็นปาฏิหาริย์ซึ่งเป็นเครื่องรองรับความมีอยู่จริงของเรื่อง “เหนือโลก” คือเหนือความเข้าใจอย่างธรรมดาสามัญ เจ้าประคุณฯ ได้เคยเมตตาสอนสั่งว่า สิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ ด้วยตา ไม่ได้หมายความว่าสิง่ นัน้ ไม่มี เฉกเช่นทีเ่ รารูก้ นั อยูว่ า่ รอบตัวเรา มีอากาศ แม้จะไม่เคยมีใครในโลกนีส้ ามารถมองเห็นตัวอากาศได้ดว้ ยตา หากแต่สามารถสัมผัสรับรู้ได้ถึงความมีอยู่จริงของอากาศ บทความเรือ่ ง “รวมเรือ่ งเล่า...อานุภาพพระปริตร” ได้เคยถูกตีพมิ พ์ มาแล้วหลายครัง้ ด้วยมีผเู้ ห็นคุณค่าจากประสบการณ์อนั เกิดจากอานุภาพ แห่งพระปริตรธรรม ซึ่งสมเด็จพระบรมครูพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้โปรด ประทานพุทธานุญาตให้พุทธบริษัท สามารถท่องบ่นภาวนา เพื่อให้เกิด ผลตามศรัทธาของผู้ท่องบ่นนั้นๆ แม้ผู้ท่องบ่นพระปริตรธรรม จะมิได้รู้ถึง ความหมายแห่งมนต์นั้นๆ อย่างถ่องแท้ก็ตามที แต่สิ่งที่ได้จากการท่องบ่น ในล�ำดับแรกเลยก็คอื สมาธิ และตัวสมาธิทเี่ กิดขึน้ นัน้ แหละ ทีเ่ ป็นก้าวแรก แห่งการคลี่คลายปัญหาทุกประการ หากแต่เมือ่ ศึกษาให้ถอ่ งแท้ ถึงความหมายทีซ่ อ่ นอยูใ่ นพระปริตรธรรมแต่ละบท ก็จะพบว่าทีส่ ดุ แล้ว บูรพาจารย์ทงั้ หลายทีท่ า่ นเมตตาสวด ส�ำแดงพระปริตรธรรมให้เป็นที่ปรากฏประจักษ์แก่พุทธบริษัททั้งหลาย นั้น ท่านได้สอดแทรกพระสัจธรรมซึ่งพระมหาบุรุษทรงประกาศไว้ ทั้งสิ้น พระสัจธรรมที่ออกจากพระโอษฐ์นั้นแหละที่เป็นที่เคารพย�ำเกรง ของเทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย สารพัดปัญหารอบตัวของผู้ท่องบ่น

พระปริตรธรรม สามารถคลี่คลายลงเป็นล�ำดับ ก็เพราะด้วยความเคารพ ในพระสัจธรรมของเหล่าเทวดาทีค่ อยอนุโมทนาสาธุการไปกับผูม้ คี วามเพียร ในการภาวนานั้นเอง ที่คอยอ�ำนวยผลให้ตามความปรารถนา อันว่าเหตุแห่งปาฏิหาริย์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นจากการท่องบ่นภาวนา พระปริตรธรรมแต่ละบทนั้น ต้องอาศัยศรัทธาเป็นที่ตั้ง ศรัทธาในความ สัตย์ซื่ออย่างแน่วแน่เที่ยงตรงของพระปริตรธรรม อันเป็นสมบัติอันเลิศ ที่สมเด็จพระบรมศาสดาทรงประทานให้ไว้ เพื่อเป็นเครื่องป้องกันภัย นานาประการ ต้องเชื่อมั่นและเคารพอย่างสูงสุดว่า พระปริตรธรรมนี้ มีอานุภาพสามารถพลิกร้ายให้กลับกลายเป็นดีได้จริง และจะเกิดคุณวิเศษ ได้เมือ่ เหตุปจั จัยของผูศ้ รัทธาถึงพร้อมบริบรู ณ์แล้ว แต่ถงึ แม้วา่ เหตุปจั จัย ที่จะเกื้อกูลให้เกิดความอัศจรรย์ยังไม่ถึงที่สุด ก็ขอให้เชื่อมั่นว่าอย่างน้อย การสวดพระปริตรธรรมเหล่านี้ ก็เป็นเหตุให้จิตใจของเราท่านทั้งหลาย ผูกพันอยู่กับความดี ในช่ ว งชี วิ ต ของผู ้ เ ล่ า นั้ น ได้ พ บ และประจั ก ษ์ ชั ด แจ้ ง แก่ จิ ต ใจ ถึงปาฏิหาริย์อันเกิดจากพระปริตรธรรมอยู่หลายครั้งหลายหน เมื่อมี โอกาสจึงได้รวบรวมขึ้นเป็น “รวมเรื่องเล่า...อานุภาพพระปริตร” ซึ่งเป็น ภาคต่อของหนังสือชุด “รวมเรื่องเล่า...พุทธมนต์ภาวนา” อันเป็นหนังสือ ทีอ่ ธิบายถึงเหตุตงั้ แต่เริม่ ต้นว่า เพราะอะไรก่อนจะสวดมนต์บทใดๆ จึงต้อง ตั้ง “นะโม” ขึ้นก่อนทุกครั้งไปเป็นต้น สิง่ ส�ำคัญทีจ่ ะส่งผลให้เกิดปาฏิหาริยอ์ นั จะช่วยผ่อนร้อน คลายหนาว คลี่คลายวิกฤตการณ์อันเลวร้ายในชีวิตนั้นก็คือ “ศรัทธา” และครั้งหนึ่ง เมือ่ นานมาแล้ว เจ้าประคุณฯ ได้เมตตากล่าวสอนให้ได้คดิ ด้วยความลุม่ ลึก ว่า “สิ่งที่ท้าทายปาฏิหาริย์มากที่สุด...คือศรัทธา” ใต้ต้นจัน ตึกวิจิตรนฤพาน บรรณศาลา

ช่วง ๑๐ ปีมานี้ภัยอันเกิดจากธรรมชาติ และผลการกระท�ำ ของมนุษย์ส่งผลกระทบต่อชาวโลกอย่างชัดเจน ความหวาดกลัว ในวิบากกรรมของโลก ท�ำให้ผู้คนจ�ำนวนไม่น้อย เริ่มพยายามไขว่คว้า หาหนทางป้องกันภัยเหล่านั้นด้วยวิธีการสารพัด ภัยธรรมชาติครั้งแรกที่รุนแรง ก่อให้เกิดความสลดสังเวชใจเป็น อย่างยิ่ง คือการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ คราวนั้น คนไทยจึงเริ่มตระหนักถึงความน่ากลัวของพิบัติภัย จากธรรมชาติ สึนามิในครั้งนั้น ท�ำให้สิ่งที่เจ้าประคุณฯ ได้พร�่ำสอน และบอกต่อหมู่ศิษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังชัดเจนมากขึ้นใน ความทรงจ�ำของหลายๆ คน

บริษัท ส�ำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จ�ำกัด

5

เจ้าประคุณฯ เคยเมตตาเล่าเรื่องพระอรหันต์องค์หนึ่ง นามว่า “ท่านควัมปติ”

ซึ่งได้รับพุทธบัญชา ให้ห้ามคลื่นยักษ์ ที่ก�ำลังถาโถม อย่างบ้าคลั่ง เข้าสู่ฝูงชน ณ แม่น�้ำสรภู เจ้าประคุณฯ ได้เมตตาเล่าให้เหล่าศิษย์ได้รับรู้ รับทราบกันมา ก่อนที่จะเกิดสึนามิในประเทศไทยไม่ต�่ำกว่า ๑๐ ปี ช่วงเวลาทีท่ า่ นเล่า เราและลูกศิษย์ของท่านจ�ำนวนไม่นอ้ ย ยังไม่รู้ จักค�ำว่า “คลื่นยักษ์”

คนไทยจ�ำนวนมาก รวมถึงเราเพิ่งจะ รู้จักและเข้าใจ ค�ำว่า “คลื่นยักษ์สึนามิ” ก็ในวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ นี้เอง เพราะก่อนหน้านัน้ ภัยพิบตั ปิ ระเภทนีไ้ ม่เคยปรากฏในประเทศไทย ตลอดช่วง ๓๐๐ ปีที่ผ่านมา 6

อ า นุ ภ า พ พระปริตร

ผู้คนเรือนหมื่นเรือนแสน พากันล้มตายสูญหาย ในชั่วพริบตาเดียว ไม่มีใครคาดคิดว่า ภัยพิบัติใหญ่หลวงนี้ จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ดินแดนที่ถือเป็นศูนย์กลาง แห่งพุทธศาสนาในปัจจุบันสมัย ดินแดนที่เทวราช องค์ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงถวายพระนามว่า “พระสยามเทวาธิราช” ได้ปกป้องรักษามา ตั้งแต่สถาปนาเป็น พระราชอาณาจักรเมื่อ ๗๐๐ ปีเศษล่วงมาแล้ว ดินแดนที่ถือเป็น ผืนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ที่รองรับรอยเท้าแห่งพระอรหันต์จากรุ่นสู่รุ่น สืบสายต่อเนื่องมาตั้งแต่เริ่มประดิษฐานพระพุทธศาสนาอย่างไม่ขาด ช่วงขาดตอน สิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ ท�ำให้ลูกศิษย์ของ เจ้าประคุณฯ หลายคนต้องย้อนกลับมาทบทวนความทรงจ�ำ ในช่วง เวลา ๒๐ ปีเศษที่ผ่านมา สมัยที่ท่านเจ้าประคุณฯ เมตตาแนะน�ำให้ สวดพระปริตรธรรม ๑๒ ต�ำนาน และนัน่ ก็เป็นจุดเริม่ ต้นทีห่ ลายๆ คนสังเกตเห็นว่าทัง้ ภัยธรรมชาติ และภัยจากน�้ำมือมนุษย์ นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรง และสร้างความ เสียหายต่อชีวิตผู้คนครั้งละมากๆ บริษัท ส�ำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จ�ำกัด

7

จากเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ ท�ำให้ผู้คนจ�ำนวนไม่น้อยต่างก็ หวาดกลัว และวิตกกังวลกับข่าวที่ว่า น�้ำจะท่วมโลก กรุงเทพฯ จะ กลายเป็นทะเล หรือมหาวาตภัยใหญ่จะพัดถล่มภาคใต้ ภาคเหนือก็ เกิดแผ่นดินไหว องค์พระธาตุส�ำคัญหลายองค์พบรอยร้าว ภาคอีสาน ก็ประสบภัยจากดินถล่ม เกิดน�้ำท่วมครั้งใหญ่ที่จังหวัดนครราชสีมา หรื อ แม้ ก ระทั่ ง เกิ ด ความแตกแยกในสั ง คมจนน� ำ ไปสู ่ ก ารจลาจล เศรษฐกิจตกต�่ำ ข้าวยากหมากแพง และโรคระบาด ท�ำให้ค�ำท�ำนาย ค�ำพยากรณ์จากต�ำนานต่างๆ กลายเป็นเงาหลอกหลอนผู้คน ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ยังไม่นับรวมคลื่นยักษ์ทางความคิด ที่ทำ� ให้ สังคมแตกแยกไร้ความสามัคคี เจ้าประคุณฯ เคยกล่าวกับเราถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองว่า แท้จริงแล้ว ผู้รุกรานไม่ได้มีกองทัพที่เข้มแข็ง แต่ผู้คนในประเทศของเราต่างหากที่อ่อนแอไร้ความสามัคคีเป็นหนึ่ง เดียว เพราะหากศัตรูเข้มแข็งจริง ย่อมสามารถตีกรุงศรีอยุธยาได้ใน

8

อ า นุ ภ า พ พระปริตร

เวลาอันสั้น แต่คราวนั้น พม่าต้องล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่จนเกือบปี และหากไม่มีผู้ทรยศชาติเปิดประตูเมือง ก็ยังไม่แน่ว่าเราจะต้องถึง กับเสียเมืองสิ้นเอกราช จนต้องมากอบกู้กันภายหลัง เหตุต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นเคราะห์กรรมของทุกคนที่อยู่ในชาติ เราได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับผู้คนหลากหลาย และ ได้มีโอกาสระลึกย้อนความหลังกับพวกลูกศิษย์เก่าๆ ของเจ้าประคุณฯ ซึ่งทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หากเป็นสมัยที่สุขภาพท่านเจ้าประคุณฯ เอื้ออ�ำนวย ป่านนี้ เจ้าประคุณฯ ก็จะต้องเมตตาเป็นผู้ด�ำริชักชวนให้ผู้คนออกมาร่วม ปฏิบัติธรรมภาวนา สวดพระปริตรธรรมเพื่ออ้างสัจวาจาขององค์ พระสัมมาพุทธเจ้าให้คุ้มครองระงับดับภัย ไม่ให้พิบัติภัยอันเกิดจาก ธรรมชาติ จากมนุษย์ อมนุษย์ และเทวดา ส่งผลต่อประเทศชาติ และ ผูศ้ รัทธา ท่องมนต์ภาวนาพระปริตรธรรม ได้อย่างทีเ่ ป็นอยู่ ณ ปัจจุบนั นี้ อย่างแน่นอน

บริษัท ส�ำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จ�ำกัด

9

พระปริตรธรรมนั้น เป็นบทสวดมนต์ที่พระภิกษุสงฆ์ใช้สวดท�ำ น�้ำพระพุทธมนต์ เพื่อให้เกิดความสุขสวัสดี ทั้งปัดเป่าอาเพศเหตุร้าย ต่างๆ ที่เกิดจากภายนอก ความหมายของพระปริตร คือ เครื่องป้องกันภัยจากภายนอก เป็ น สั จ วาจาของพระสั ม มาพุ ท ธเจ้ า ที่ ท รงกล่ า วถึ ง ทรงสั่ ง สอน และทรงมีพุทธานุญาตให้ พุทธบริษัทใช้สวดภาวนา ดังนั้น พระปริตรธรรม จึงเป็นบทสวดที่มีความส�ำคัญมาก และ มีพุทธานุภาพคุ้มครองผู้สวดให้มีแต่ความสุขสวัสดี ทั้งยังสามารถ ปรับใช้ได้ตามเหตุการณ์เฉพาะหน้าของแต่ละบุคคล หากผู้ภาวนา รู้จัก เข้าใจ และเลือกใช้มนต์พระปริตรได้ถูกต้องตรงกับสถานการณ์ พระปริตรธรรมทั้ง ๑๒ ต�ำนานนั้น มีประวัติเล่าโดยละเอียด ปรากฏอยู่แล้ว หากแต่เรื่องราวที่ปรากฏต่อไปนี้ เป็นประสบการณ์ เฉพาะบุคคลของผู้ที่ได้สวดมนต์พระปริตรธรรมแต่ละบท ซึ่งบางท่าน ก็น�ำไปปรับใช้ และได้พบคุณวิเศษโดยพิสดารอยู่หลายครั้ง ดังที่ ได้รวบรวมเป็น “รวมเรื่องเล่า...อานุภาพพระปริตร” บรรณศาลา

10

อ า นุ ภ า พ พระปริตร

พระปริตร แปลว่า เครื่องคุ้มครอง คือป้องกันอันตรายภายนอก มี โจร ยักษ์ สัตว์เดรัจฉาน และป้องกันอันตรายภายใน มีโรคภัยไข้เจ็บ เป็นต้น อานิสงส์ที่ได้รับจากการสวดพระปริตรนี้ บังเกิดขึ้นจากอานุภาพ ของพระรั ตนตรัย และเป็น ผลของการเจริญเมตตาภาวนา เพราะ พระปริตรกล่าวถึงคุณของพระรัตนตรัย และการเจริญเมตตาเป็นหลัก ดังนั้น ผู้หมั่นสาธยายพระปริตรจึงได้รับผลานิสงส์ต่างๆ เช่น ประสบความสวัสดี ความเจริญรุง่ เรือง ได้รบั ชัยชนะ แคล้วคลาดจาก อุปสรรคอันตราย มีสุขภาพดี และมีอายุยืน ดังพุทธด�ำรัสว่า “เธอจงเจริญพุทธานุสสติภาวนาที่ยอดเยี่ยม ในภาวนา ธรรม เพราะผู้เจริญภาวนานี้ จะสมหวังดังมโนรถ” “อมนุษย์ที่ต้องการจะท�ำร้ายผู้เจริญเมตตา ย่อมประสบ ภัยพิบัติเองเหมือนคนที่ใช้มือจับหอกคม ย่อมได้รับอันตราย จากการจับหอกนั้น” บริษัท ส�ำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จ�ำกัด

11

คุ้มครองผู้สวด คือ ประโยชน์ที่ได้รับในปัจจุบัน ในคัมภีร์อรรถกถา พบเรื่องอานุภาพพระปริตรสามารถคุ้มครอง ผู้สวดได้ เช่น เรื่องพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกยูงทอง พระองค์ ได้ ห มั่ น สาธยาย โมรปริ ต รที่ ก ล่ า วถึ ง คุ ณ ของพระพุ ท ธเจ้ า ท�ำให้ แคล้วคลาดจากบ่วงที่นายพรานดักไว้ และเรื่องในสมัยพุทธกาลมีพระภิกษุห้าร้อยรูปไปเจริญภาวนา ในป่า ได้ถูกเทวดารบกวน จนกระทั่งปฏิบัติธรรมไม่ได้ ต้องเดินทาง กลับเมืองสาวัตถี ในขณะนั้นพระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนเมตตปริตร ที่ กล่าวถึงการเจริญเมตตา ครั้นภิกษุเหล่านั้นหมั่นเจริญเมตตาภาวนา เทวดาจึงมีไมตรีจิตตอบด้วยและช่วยพิทักษ์คุ้มครองให้ภิกษุเหล่านั้น ปฏิบัติธรรมได้โดยสะดวก

นอกจากนี้แล้ว อานุภาพพระปริตรยังสามารถคุ้มครองผู้ฟังได้ อีกด้วย ดังพบเรื่องในคัมภีร์อรรถกถาว่า ในสมั ย พุ ท ธกาลเมื่ อ เมื อ งเวสาลี ป ระสบภั ย ๓ อย่ า ง คื อ ความอดอยากแร้นแค้น การเบียดเบียนจากอมนุษย์ และการแพร่ ของโรคระบาด พระพุทธเจ้าได้รับนิมนต์เสด็จไปโปรด พระองค์รับสั่ง ให้ พ ระอานนท์ ส วดรั ต นปริ ต รที่ ก ล่ า วถึ ง คุ ณ ของพระรั ต นตรั ย ภั ย ดังกล่าวในเมืองนั้นจึงสงบลง 12

อ า นุ ภ า พ พระปริตร

ในอรรถกถาอีกคัมภีร์หนึ่ง มีเรื่องเล่าว่า ในสมัยพุทธกาล เด็กคนหนึ่งจะถูกยักษ์จับกินภายใน ๗ วัน พระพุทธเจ้า จึงทรงแนะน�ำให้ภิกษุสวดพระปริตรตลอดเจ็ดคืน และ พระองค์ได้เสด็จไปสวดด้วยพระองค์เองในคืนที่แปด

เด็กนั้นสามารถรอดพ้น จากภัยพิบัติของอมนุษย์นั้น บิดามารดาจึงตั้งชื่อเด็กว่า อายุวัฑฒนกุมาร แปลว่า “เด็กผู้มีอายุยืน” เพราะ รอดพ้นจากอันตรายดังกล่าว และอายุวัฑฒนกุมารนั้น มีอายุสืบต่อมา ถึง ๑๒๐ ปี

สวรรค์สมบัติ มนุษย์สมบัติ คือประโยชน์ที่ได้รับในอนาคต เมื่อพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระเสด็จไปโปรดโกสิยชฎิล ณ ภูเขานิสภะ ชฎิลตนนั้นได้พบพระองค์แล้วเกิดโสมนัสปราโมทย์ น�ำดอกไม้มาประดับเป็นอาสนะที่ประทับ พระพุทธเจ้าได้ประทับนั่ง เข้าผลสมาบัติในที่นั้นตลอดเจ็ดวัน โกสิยชฎิลได้ยืนประนมมือระลึกถึง พระพุทธคุณตลอดเจ็ดวันเช่นกัน กุศลที่เกิดจากการระลึกถึงพระพุทธคุณนี้ ท�ำให้โกสิยชฎิลเกิด เป็นเทพบุตรในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ๓ หมื่นกัป เป็นท้าวสักกะจอมเทพ ๘๐ ชาติ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ เป็นพระราชานับชาติไม่ถว้ น บริษัท ส�ำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จ�ำกัด

13

ในระหว่างนี้เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นเศรษฐีมีทรัพย์ และไม่เคย ไปเกิดในอบายภูมิเลย ในภพสุดท้ายได้ออกบวชเป็นพระภิกษุ ท่าน ปรากฏนามว่า พระสุภูติเถระ ได้รับต�ำแหน่งเอตทัคคะผู้เป็นเลิศในการ เจริญฌานประกอบด้วยเมตตา และเป็นทักขิไณยบุคคล

อานิสงส์พระปริตร โบราณาจารย์ได้รวบรวมอานิสงส์ของพระปริตรไว้ดังนี้ คือ ๑. มังคลปริตร ท�ำให้เกิดสิริมงคล และปราศจากอันตราย ๒. รัตนปริตร ท�ำให้ได้รับความสวัสดี พ้นจากอุปสรรค และ อันตราย ๓. โมรปริตร ป้องกันภัยจากผู้คิดร้าย ๔. ขันธปริตร ป้องกันภัยจากอสรพิษและสัตว์ร้ายอื่นๆ ๕. วัฏฏกปริตร ท�ำให้พ้นจากอัคคีภัย ๖. ธชัคคปริตร ท�ำให้พ้นจากอุปสรรคอันตราย และรอดพ้นภัย จากที่สูง ๗. อาฏานาฏิยปริตร ป้องกันภัยจากอมนุษย์ ท�ำให้มจี ติ หนักแน่น มั่นคง ๘. อภยปริตร ท�ำให้พ้นจากภัยพิบัติและไม่ฝันร้าย ๙. โพชฌังคปริตร จิตใจเบิกบานผ่องใส ท�ำให้มีสุขภาพดี มีอายุยืน และพ้นจากอุปสรรคทั้งปวง ๑๐. อังคุลิมาลปริตร ท�ำให้คลอดบุตรง่าย ป้องกันอุปสรรค และอันตราย ๑๑. เมตตปริตร ท�ำให้หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่ฝันร้าย เป็น ที่รักของมนุษย์ และอมนุษย์ทั้งหลาย เทพเทวดามาพิทักษ์รักษา ไม่มี 14

อ า นุ ภ า พ พระปริตร

ภยันตราย จิตเกิดสมาธิง่าย ใบหน้าผ่องใส มีสิริมงคล ไม่หลงสติ ในเวลาเสียชีวิต และเกิดเป็นพรหมเมื่อบรรลุเมตตาฌาน ๑๒. ชัยปริตร ท�ำให้ประสบชัยชนะ และมีความสุขสวัสดี

พระพุทธองค์ทรงแนะน�ำให้สวดพระปริตร พระพุทธเจ้าทรงแนะน�ำให้พทุ ธบริษทั สวดพระปริตรเพือ่ คุม้ ครอง ตน เช่นในอาฏานาฏิยสูตร มีพระพุทธด�ำรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเรียนมนต์คุ้มครองคืออาฏานาฏิยปริตร พวกเธอจงศึกษามนต์คุ้มครองคืออาฏานาฏิยปริตร พวกเธอจงทรงจ�ำมนต์คุ้มครองคืออาฏานาฏิยปริตร ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มนต์คุ้มครอง คืออาฏานาฏิยปริตร ประกอบด้วยประโยชน์ ย่อมเป็นไปเพื่อคุ้มครอง เพื่อรักษา เพื่อความไม่เบียดเบียน เพื่อความอยู่เป็นสุข ของภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา” อนึ่ง พระพุทธองค์ตรัสไว้ในพระสูตรอื่นว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตอนุญาตการแผ่เมตตาแก่พญางู ทั้งสี่ตระกูลเพื่อคุ้มครองตน เพื่อรักษาตน เพื่อป้องกันตน” บริษัท ส�ำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จ�ำกัด

15

คุณสมบัติของผู้สวด พระปริตรจะมีอานุภาพมาก เมื่อผู้สวดพระปริตรเพียบพร้อม ด้วยองค์ ๓ คือ มีเมตตาจิตมุ่งประโยชน์แก่ผู้ฟัง สวดถูกอักษร ไม่มีบทพยัญชนะที่ผิดพลาด รู้ความหมายของบทสวด

คุณสมบัติของผู้สวด แม้ผู้ฟังพระปริตร ก็ต้องมีองค์ ๓ คือ ไม่เคยท�ำอนันตริยกรรม ๕ (ฆ่ามารดา ฆ่าบิดา ฆ่าพระอรหันต์ ท�ำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงยังพระโลหิตให้ห้อขึ้นไป และท�ำสังฆเภท) ไม่มีมิจฉาทิฐิ คือ ไม่มีความเห็นผิดว่า กรรมและผลกรรมไม่มี เป็นต้น เชือ่ มัน่ อานุภาพพระปริตรว่ามีจริง สามารถคุม้ ครองผูส้ วดผูฟ้ งั ได้

16

อ า นุ ภ า พ พระปริตร

พระปริตรอ�ำนวยความสามัคคีในหมู่คณะ เกิดความเป็นสิริมงคล

ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ มีเหตุการณ์ล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ครั้งนั้น ผู้คนแตกแยกทางความคิดกันอย่างรุนแรง เหมือนเหตุการณ์ ในช่วง ๕ – ๖ ปี ที่ผ่านมา ผู้น�ำการต่อต้านการล้มล้างรัฐบาล ก็ให้ ข้อมูลแก่ประชาชนว่า เหตุที่ประท้วงต่อต้าน เพราะฝ่ายตนมีเหตุผล เช่นนั้นเช่นนี้ ฝ่ายผู้ล้มล้างก็อ้างเหตุว่าที่ต้องล้มล้างก็เพราะมีเหตุผล ที่จ�ำเป็นยิ่งกว่าเช่นกัน เหตุผลที่ต่างฝ่ายต่างยกมาอ้างนั้นท�ำให้ที่สุดได้ ฉุดประเทศไทยไปสู่การนองเลือด บริษัท ส�ำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จ�ำกัด

17

ก่ อ นที่ จ ะผ่ า นวิ ก ฤติ นั้ น ไปได้ คณะสงฆ์ ทั้ ง ประเทศได้ จั ด พิ ธี สวดพระปริตรธรรมตามพระอารามต่างๆ ตามที่คณะปกครองสงฆ์ได้ เชิญชวน ส�ำหรับกรุงเทพมหานครฯ นั้น จัดที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เมื่อคณะสงฆ์ทั่วประเทศต่างร่วมใจ เมตตาน�ำสวดพระปริตรธรรมแล้ว เหตุร้ายแรงต่างๆ ก็คลี่คลายลงเป็น ล�ำดับ ผ่านมาถึง ๑๒ ปีเต็มหลังจากทีเ่ จ้าประคุณฯ ได้รว่ มสวดพระปริตรธรรมพร้อมกับเหล่าคณะสงฆ์ ประเทศชาติเข้าสู่ภาวะที่สงบแม้จะมี วิกฤติเศรษฐกิจไปทั่วโลก แต่ในประเทศไทยก็ยังไม่เกิดการขัดแย้ง แบ่งแยกกัน เหตุการณ์ร้ายเริ่มมีเค้าลางมาจากการชุมนุมประท้วง และเริ่ม แตกแยกกันอีกครั้ง ในปี พ.ศ.๒๕๔๗ จนน�ำมาสู่การยึดอ�ำนาจการ ปกครองจากรัฐบาล โดยคณะนายทหารตามที่ได้ทราบกันอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ ไม่มีผู้น�ำในการจัดการสวดพระปริตรธรรม เพื่อขับไล่ สิ่งเลวร้ายที่สิงอยู่ในใจของผู้คน ต่างฝ่ายต่างรุนแรง และมองฝ่ายตรง ข้ามเป็นศัตรู และถึงแม้ประเทศไทยจะสามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤตินั้น มาได้ แต่ปัญหาและปมค้างคาใจของแต่ละฝ่ายยังไม่ได้หมดไป เพียง รอคอยเวลาที่จะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง พระปริตรธรรมบทส�ำคัญ ที่เหมาะสมในเวลาที่ผู้คนแตกแยก ทางความคิดก็คือ มังคลปริตร พระปริตรที่พระพุทธเจ้าทรงประทาน ไว้เพื่อความเป็นมงคลแก่ชีวิตของผู้หมั่นสวดภาวนา และใคร่ครวญตาม ความหมายในพระปริตรธรรมนั้น

18

อ า นุ ภ า พ พระปริตร

ในห้องพระที่บ้าน มีพระพุทธรูปองค์หนึ่งด้านหลังระบุว่า สร้าง ขึ้ น เมื่ อ ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ องค์ พ ระพุ ท ธรู ป มี สี ด� ำ สนิ ท และเชื่ อ ว่ า พระพุ ท ธรู ป องค์นี้ ผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองโดยมาก รวมถึงประชาชน ส่วนหนึง่ คงมีไว้ประจ�ำบ้าน อีกทั้งตามสถานที่ราชการ ก็มักเห็นพระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานเป็นที่สักการบูชาโดยทั่วไป แต่คงไม่ค่อยมี ใครให้ความสนใจกับพระคาถา ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่ฐานด้านหน้าของ พระพุทธรูปองค์นี้ความว่า

ทยฺยชาติยา สามคฺคิยํ สติสญฺชานเนน โภชิสิยํ รกฺขนฺติ คนชาติไทย จะรักษาความเป็นไทยอยู่ได้ ด้วยมีสติส�ำนึกอยู่ในความสามัคคี

ด้านบนเหนือพระคาถาบทนี้ เป็นผ้าทิพย์ของพระพุทธรูป ซึ่ง ประดิษฐานนามย่อของท่านผูเ้ ป็นเจ้าของพระคาถาบทนี้ และเป็นผูส้ ร้าง พระพุทธรูปนั้น นามย่อของท่านคือ “ภ ป ร” หรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ล้นเกล้าล้นกระหม่อมของพวกเรา ทุกคน และเป็นการยืนยันว่าทรงรัก และห่วงใยบ้านเมืองนีม้ ากขนาดไหน ๔๗ ปีล่วงมาแล้วที่พระองค์ท่านพยายามบอกพวกเราว่าบ้านเมืองของ เราจะคงความเป็นชาติได้ด้วยอะไร ใครที่มีพระพุทธรูป “ภ ป ร” นี้อยู่ที่บ้านหรือที่ท�ำงาน เวลาก้ม กราบเสร็จแล้วลองสังเกตดูที่ฐานด้านหน้าพระพุทธรูปนี้ ก็จะเห็น ความห่วงใยของพระองค์ทา่ นทีม่ ตี อ่ พวกเราทุกคน ทัง้ เห็นหนทางทีจ่ ะ ท�ำให้ชาติบ้านเม���องเกิดความสงบสุขอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน บริษัท ส�ำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จ�ำกัด

19

มังคลปริตร เอวัมเม สุตัง.

ข้าพเจ้า (พระอานนทเถรเจ้า) ได้สดับมาแล้ว ดังนี้

เอกัง สะมะยัง ภะคะวา สาวัตถิยัง วิหะระติ เชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเม.

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี

อะถะ โข อัญญะตะรา เทวะตา อะภิกกันตายะ รัตติยา อะภิกกันตะวัณณา เกวะละกัปปัง เชตะวะนัง โอภาเสตîวา เยนะ ภะคะวา, เตนุปะสังกะมิ.

ครั้งนั้นแล เมื่อปฐมยามแห่งราตรีล่วงแล้ว เทวดาตนหนึ่งทรง รัศมีงามยิ่ง ท�ำพระเชตวันโดยรอบทั้งหมดให้สว่างไสว เข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาค

อุปะสังกะมิตวî า ภะคะวันตัง อะภิวาเทตîวา เอกะมันตัง อัฏฐาสิ.

เมื่อถึงที่ประทับ ได้ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค แล้วยืนอยู่ ณ ที่อันสมควรข้างหนึ่ง

เอกะมันตัง ฐิตา โข สา เทวะตา ภะคะวันตัง คาถายะ อัชฌะภาสิ ครั้นแล้วเทวดาผู้ยืนอยู่ ณ ที่อันสมควรข้างหนึ่ง ได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า

พะหู เทวา มะนุสสา จะ มังคะลานิ อะจินตะยุง อากังขะมานา โสตถานัง พîรูหิ มังคะละมุตตะมัง.

เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเป็นอันมาก มุ่งคิดหามงคลเพื่อความ สวัสดีอยู่ ขอพระองค์โปรดตรัสสิ่งที่เป็นมงคลอันประเสริฐเถิด 20

อ า นุ ภ า พ พระปริตร

(พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า)

อะเสวะนา จะ พาลานัง ปูชา จะ ปูชะนียานัง

ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา เอตัมมังคะละมุตตะมัง.

ปะฏิรูปะเทสะวาโส จะ อัตตะสัมมาปะณิธิ จะ

ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา เอตัมมังคะละมุตตะมัง.

พาหุสัจจัญจะ สิปปัญจะ สุภาสิตา จะ ยา วาจา

วินะโย จะ สุสิกขิโต เอตัมมังคะละมุตตะมัง.

มาตาปิตุอุปัฏฐานัง อะนากุลา จะ กัมมันตา

ปุตตะทารัสสะ สังคะโห เอตัมมังคะละมุตตะมัง.

การไม่คบคนพาล การคบแต่บัณฑิต และการบูชาผู้ที่ควรบูชา นี้เป็นมงคลอันสูงสุด

การอยู่ในสถานที่เหมาะสม การได้บ�ำเพ็ญบุญมาก่อน และการ วางตัวถูกต้อง นี้เป็นมงคลอันสูงสุด การมีความรู้มาก การท�ำงานช่าง การมีวินัยอย่างดี และการพูด ถ้อยค�ำไพเราะ นี้เป็นมงคลอันสูงสุด

การเลี้ยงดูมารดาบิดา การสงเคราะห์บุตรภรรยา และการงาน ไม่คั่งค้างทับถมพอกพูน นี้เป็นมงคลอันสูงสุด

ทานัญจะ ธัมมะจะริยา จะ ญาตะกานัญจะ สังคะโห อะนะวัชชานิ กัมมานิ เอตัมมังคะละมุตตะมัง.

การให้ทาน การประพฤติธรรม การสงเคราะห์ญาติ และการท�ำงาน ที่ปราศจากโทษ นี้เป็นมงคลอันสูงสุด

อาระตี วิระตี ปาปา อัปปะมาโท จะ ธัมเมสุ

มัชชะปานา จะ สัญญะโม เอตัมมังคะละมุตตะมัง.

บริษัท ส�ำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จ�ำกัด

21

การอดใจไม่กระท�ำบาป การระวังตนห่างจากการดื่มน�้ำเมา และ การประพฤติตนไม่ประมาท นี้เป็นมงคลอันสูงสุด

คาระโว จะ นิวาโต จะ กาเลนะ ธัมมัสสะวะนัง

สันตุฏฐี จะ กะตัญญุตา เอตัมมังคะละมุตตะมัง.

ขันตี จะ โสวะจัสสะตา กาเลนะ ธัมมะสากัจฉา

สะมะณานัญจะ ทัสสะนัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง.

ความเคารพ การไม่ทะนงตน ความสันโดษ ความรู้บุญคุณและ การฟังธรรมในเวลาที่เหมาะสม นี้เป็นมงคลอันสูงสุด ความอดทน ความเป็นคนว่าง่าย การได้พบเห็นสมณะ และ การสนทนาธรรมในเวลาอันสมควร นี้เป็นมงคลอันสูงสุด

ตะโป จะ พîรหั มî ะจะริยญ ั จะ อะริยะสัจจานะ ทัสสะนัง นิพพานะสัจฉิกิริยา จะ เอตัมมังคะละมุตตะมัง.

การบ�ำเพ็ญตบะ การประพฤติพรหมจรรย์ การเห็นแจ้งอริยสัจ และการท�ำนิพพานให้แจ้ง นี้เป็นมงคลอันสูงสุด

ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ อะโสกัง วิระชัง เขมัง

จิตตัง ยัสสะ นะ กัมปะติ เอตัมมังคะละมุตตะมัง.

จิตของบุคคลผูถ้ กู โลกธรรมมากระทบแล้ว ไม่หวัน่ ไหว ไม่เศร้าโศก ไม่ขุ่นมัว เบิกบานอยู่นี้เป็นมงคลอันสูงสุด

เอตาทิสานิ กัตîวานะ สัพพัตถะมะปะราชิตา สัพพัตถะ โสตถิง คัจฉันติ ตันเตสัง มังคะละมุตตะมันติ.

ผู้ปฏิบัติเช่นนี้ได้แล้ว จะไม่พ่ายแพ้ในที่ทุกสถาน ถึงความสวัสดี ทุกแห่ง นี้เป็นมงคลอันสูงสุดของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ดังนี้

22

อ า นุ ภ า พ พระปริตร

พระปริตรป้องกันอันตราย ภัยจากโรคระบาด และอมนุษย์

ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ นั้นเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นอย่างมาก หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าที่ทุ่งใหญ่นเรศวรนี้มีฤๅษีบ�ำเพ็ญ ตบะอยู่หลายตน และความแตกต่างของฤๅษีที่ทุ่งใหญ่นเรศวรกับโยคี ที่ประเทศเนปาล คือ ฤๅษีที่ทุ่งใหญ่นเรศวรใช้ทางสายกลางในการ บ�ำเพ็ญตบะ และเคารพนับถือพระพุทธเจ้าเช่นเดียวกับชาวพุทธทั่วไป ส่วนพวกโยคีนั้นเป็นลัทธิหนึ่ง นอกจากนี้ ในทุ่งใหญ่นเรศวร ยังมีชาวป่าอาศัยอยู่กันเป็นกลุ่ม หลายกลุ่มพื้นฐาน การด�ำรงชีพเกือบจะตัดขาดจากโลกภายนอกโดย สิ้นเชิง ชาวป่าเหล่านี้ถือว่าฤๅษีเป็นผู้น�ำสูงสุดของพวกเขา การสืบทอด ต�ำแหน่งฤๅษีนั้นกระท�ำโดยการเสี่ยงทายเมื่อฤๅษีท่านเดิมเสียชีวิต บริษัท ส�ำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จ�ำกัด

23

ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๐ นั้น มีลูกศิษย์เจ้าประคุณฯ ที่เป็นเจ้าหน้าที่ กรมป่าไม้ ได้มาขอเมตตาจากเจ้าประคุณฯ โดยกราบเรียนท่านว่า ไม่ทราบมีเหตุอาเพศใด ชาวป่าในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งค่อยๆ ทยอย ตายจากไปทีละคนๆ เหมือนถูกค�ำสาป เมื่อคนหนึ่งจะตายก็จะเรียก ชื่ออีกคนหนึ่ง พอคนที่หนึ่งตาย คนที่ถูกเรียกชื่อก็จะตายเป็นล�ำดับ ถัดมา แต่ก่อนที่จะตายก็มีการเรียกชื่อคนที่จะต้องตายในล�ำดับถัดไป นั้นเรื่อยๆ ตามธรรมดาของชาวป่านัน้ มีสขุ ภาพแข็งแรงหากไม่ถกู สัตว์ทำ� ร้าย หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่หมู่บ้าน กระเหรี่ยงทางแถบไทรโยคก็ไม่อาจทราบได้ ที่คราวนั้นได้บารมีของ หลวงพ่ออุตตมะไปสวดมนต์ระงับเหตุเภทภัย ช่วงเวลานัน้ เจ้าประคุณฯ ว่างจากการปฏิบตั ศิ าสนกิจอยูป่ ระมาณ ๕ วัน เพราะทางผู้นิมนต์ท่านเจ้าประคุณฯ แต่เดิม มีเหตุขัดข้อง บางประการ

ลูกศิษย์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ กรมป่าไม้จึงขอโอกาสนี้ นิมนต์เจ้าประคุณฯ ไปโปรดชาวป่า ซึ่งรู้จักพระ และเคารพพระภิกษุสงฆ์ เหมือนกับที่พวกเขาเคารพ ฤๅษีผู้น�ำของพวกเขา เจ้าประคุณฯ จึงรับนิมนต์จะไปโปรดชาวป่าที่ทุ่งใหญ่นเรศวร 24

อ า นุ ภ า พ พระปริตร

การเดินทางไปทุ่งใหญ่นเรศวรนั้นยากล�ำบากมาก โดยเฉพาะ จุดที่จะเดินทางไป ต้องใช้เวลาเดินทางไม่ต�่ำกว่า ๒ วันด้วยรถขับเคลื่อน ๔ ล้อ ลูกศิษย์เด็กๆ เห็นเป็นเรื่องสนุกสนานที่จะได้ไปเที่ยวป่า จึงอาสา ขอติดตามเจ้าประคุณฯ โดยตามกันไปหลายสิบคน ในส่วนของพระนัน้ ทางลูกศิษย์ผจู้ ดั การได้นมิ นต์ตามเจ้าประคุณฯ ไปอีก ๘ รูป การเดินทาง ได้ให้พวกลูกศิษย์ออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ๒ วัน ส่วนเจ้าประคุณฯและพระติดตาม รวมทั้งผู้ใหญ่อื่นๆ นั้นเดินทาง ไปกับเฮลิคอปเตอร์ของกรมป่าไม้ มันช่างหนักหนาสาหัส และบอกได้ค�ำเดียวว่า “หลอน” เมื่อ เข้าสู่แนวป่าทุ่งใหญ่นเรศวรจริงๆ เพราะแม้แต่ต้นไม้เล็กๆ ยังดูมีพลัง อ�ำนาจแฝงในยามค�ำ่ คืน เสียงประหลาดๆ ดังก้องระงมไพร ไม่วา่ จะเป็น นกกลางคืน อึ่งป่า ที่ชวนกระชากจินตนาการของทุกคน ว่าเป็นเสียง ของแม่มดแก่ๆ ที่หัวเราะก้องในล�ำคอ หรือตุ๊กแกป่าที่ล�ำตัวอ้วนเท่า แขนผู้ใหญ่ แม้เจ้าหน้าที่จะบอกถึงสาเหตุ���องต้นเสียงต่างๆ แต่ความหวาด กลัวก็ยังปรากฏอยู่ในแววตาของทุกคน ที่สุดแล้ว เด็กทุกคนเลือกที่จะ เข้าไปนอนอัดกันอยู่ในรถ ซึ่งก็ไม่ล�ำบากอะไรมากนัก และดูจะอุ่นใจ กว่านอนอยู่ในเต็นท์ผ้าใบ ยามดึกสงัดกลางป่า แม้หลายคนจะมีอาวุธปืนพกติดตัวไปด้วย แต่ทุกชีวิต ยังคงสัมผัสได้ถึงพลังอ�ำนาจเร้นลับของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ และทรงพลังกว่าอาวุธทุกประเภท อย่างเปรียบกันไม่ได้เลย ด้วยความอ่อนเพลียจากการเดินทางอย่างสมบุกสมบัน ทุกคน จึงเผลอหลับกันไปอย่างไม่มีใครรู้เนื้อรู้ตัว มีเพียงเจ้าหน้าที่นำ� ทาง และ พรานป่าเท่านั้นที่สลับผลัดเปลี่ยนเวรยามเฝ้ากันตลอดคืน บริษัท ส�ำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จ�ำกัด

25

รุ่งเช้า คณะเดินทางได้ออกเดินทางต่อ เพื่อจะให้ทันไปรับคณะ ของเจ้าประคุณฯ ที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว เมื่อถึงที่หมายเพียง รออยู่ครู่เดียวคณะของเจ้าประคุณฯ ก็เดินทางมาถึง เราออกเดินทางกันต่อจนถึงหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนั้น ชาวป่าที่ได้ พบเป็นชาวป่าที่ไม่ได้ “ดิบ” อย่างที่เราคิดจินตนาการ พวกเขานุ่งห่ม ด้วยเสื้อผ้าสีมอๆ ที่ตัดเย็บแบบเรียบง่าย และก็ไม่ได้โป๊เปลือยแต่ อย่างใด

ณ ที่นั้น ฤๅษีเป็นผู้นำ� ชาวป่า ให้ไหว้เจ้าประคุณฯ ทุกคนพูดด้วยภาษาเฉพาะ มีเพียงฤๅษีกับผู้อาวุโส อีกท่านหนึ่งเท่านั้น ที่พอจะสื่อสาร ภาษาไทยได้บ้าง สรุปเท่าที่ฟังได้ความว่า จู่ๆ ที่หมู่บ้านนี้ มีการตายของผู้คนอย่าง ไร้สาเหตุ โดยมีการ “ส่งต่อ” เป็นทอดๆ และเคยมีพระธุดงค์พยายาม ช่วยเหลือ แต่ก็ไม่สามารถหยุดเหตุอาเพศนี้ได้ ที่สุดแล้วพระธุดงค์ รูปนั้นก็ถูกเสือ ซึ่งผู้น�ำทางเล่าว่า พวกเขาเชื่อว่าเป็นเสือสมิง ท�ำร้าย จนถึงแก่มรณภาพ เด็กๆ ลูกศิษย์ของเจ้าประคุณฯ ต่างเงียบกริบ รุ่นพี่คนหนึ่งเริ่ม งอแงเหมือนเด็กๆ ว่าอยากกลับบ้าน มีการขอร้องกันว่า ขากลับจะขอ สลับที่กับพระบ้างฆราวาสบ้าง สลับกันไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ 26

อ า นุ ภ า พ พระปริตร

บรรยากาศวังเวงยิ่งขึ้น เมื่อแมลงป่าบางชนิดกรีดเสียงร้องระงม แล้วจู่ๆ ฤๅษีก็ชี้มือชี้ไม้ สั่งลูกบ้านให้กระท�ำการบางอย่าง

ชาวป่าสองคนเดินหายไป จากที่ประชุมกลางลานดิน และกลับมาพร้อมกับวัตถุ หามมาด้วยล�ำไม้ไผ่ที่สอดสาน เหมือนเสื่ออย่างหยาบๆ จะเป็นอะไรไปไม่ได้เลย นอกจาก “ศพ” ของผู้เสียชีวิตนั่นเอง รุ่นพี่ที่แสนน่ารักสบถออกมาอย่างแผ่วเบา พร้อมกับก้มหน้า ซบลงตรงหลังของรุน่ พีอ่ กี คนหนึง่ “ฉิบหายแล้วกู จะมาเทีย่ วป่า ท�ำไม ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้วะ” ในหมู่ศิษย์นั้น มีรุ่นที่อายุคราวเดียวกับเราอยู่ ๓ คนรวมเราด้วย ทั้งหมดต่างก็กลัวเช่นเดียวกัน แต่เมื่อเห็นอาการของรุ่นพี่คนนี้ก็อดข�ำ กันไม่ได้ เจ้ า ประคุ ณ ฯ สนทนากั บ ฤๅษี อ ยู ่ พั ก หนึ่ ง จากนั้ น เจ้ า หน้ า ที่ กรมป่าไม้ก็อุ้มพระพุทธรูปขนาดหน้าตัก ๙ นิ้วที่เตรียมมาลงจากรถ และน�ำไปตั้งในศาลาเล็กๆ กลางหมู่บ้าน ณ ที่นั้น เจ้าหน้าที่ได้นิมนต์ เจ้าประคุณฯ และพระติดตามทั้งหมด ขึ้นนั่งบนศาลาตามล�ำดับพรรษา แต่เพราะความเล็กของศาลาจึงมีเพียงแต่พระภิกษุสงฆ์เท่านั้นที่นั่งได้ ส่วนคนอื่นนอกนั้นก็นั่งกันอยู่ที่ลานดินหน้าศาลา บริษัท ส�ำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จ�ำกัด

27

หลังจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้เริ่มจุดธูปเทียน และน�ำกราบแล้ว เจ้าประคุณฯ จึงเริม่ สาธยายมนต์พระปริตรบทรัตนปริตร อันเป็นพระปริตร ที่กล่าวถึงคุณของพระรัตนตรัย และอ้างสัจวาจานั้นมาพิทักษ์คุ้มครอง เมื่ อ สวดพระปริ ต รจบแล้ ว เจ้ า ประคุ ณ ฯ ได้ เ มตตาให้ ท ่ า น เจ้าคุณฯ ผู้ติดตาม ซึ่งมีพรรษาเป็นล�ำดับถัดมานั้น เดินไปยังจุดที่ เจ้าหน้าที่ใช้ไม้ไผ่ปัก สมมุติว่าเป็นมุมทั้งสี่ทิศของหมู่บ้าน แต่ละมุมนั้น ท่านเจ้าคุณฯ ได้สวดรัตนปริตรทุกมุมไป ส�ำหรับศพของผู้เสียชีวิตนั้น เจ้าประคุณฯ ก็มีเมตตาแผ่กุศลให้ ก่อนน�ำไปฝังท้ายหมู่บ้าน หลังจากกลับมาจากทุ่งใหญ่นเรศวร ได้ทราบจากลูกศิษย์ ซึ่งเป็น ผู้นิมนต์เจ้าประคุณฯ ไปในครั้งนั้นว่า ตั้งแต่เจ้าประคุณฯ เมตตาไป สวดรัตนปริตรให้ในคราวนัน้ ก็ไม่ปรากฏมีเหตุชาวป่าตายผิดธรรมชาติ อีกเลย ส�ำหรับรัตนปริตรนี้ เจ้าประคุณฯ ได้อธิบายว่า ใช้เป็นบทภาวนา ในเวลาที่เกิดโรคระบาดทั้งในคนและสัตว์ เศรษฐกิจตกต�่ำ ผู้คนแตก ความสามัคคี และข้าราชการ ผู้บริหารบ้านเมืองโกงกินประเทศชาติ เหมือนดั่งอมนุษย์ หรือผีร้ายเข้าสิง ให้สวดรัตนปริตรนี้เป็นประจ�ำ เพื่อท�ำให้ภัยเหล่านั้นพินาศไป 28

อ า นุ ภ า พ พระปริตร

รัตนปริตร

ยานีธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ ภุมมานิ วา ยานิวะ อันตะลิกเข สัพเพวะ ภูตา สุมะนา ภะวันตุ อะโถปิ สักกัจจะ สุณนั ตุ ภาสิตงั , ขอเทวดาบนพื้นดิน และในอากาศทั้งหลายผู้มาประชุมกันอยู่ ในทีน่ ที้ งั้ หมด จงเป็นผูเ้ บิกบานใจรับฟังถ้อยค�ำด้วยความเคารพเถิด

ตัสîมา หิ ภูตา นิสาเมถะ สัพเพ เมตตัง กะโรถะ มานุสิยา ปะชายะ ทิวา จะ รัตโต จะ หะรันติ เย พะลิง ตัสมî า หิ เน รักขะถะ อัปปะมัตตา. ดังนั้น ขอเทวดาทั้งปวงจงฟังข้าพเจ้า จงมีเมตตาจิตในหมู่มนุษย์ เพราะเขาเซ่นพลีกรรมทั้งกลางวัน และกลางคืน ท่านจงอย่า ประมาทคุ้มครองพวกเขาเถิด บริษัท ส�ำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จ�ำกัด

29

ยังกิญจิ วิตตัง อิธะ วา หุรัง วา สัคเคสุ วา ยัง ระตะนัง ปะณีตงั นะ โน สะมัง อัตถิ ตะถาคะเตนะ อิทมั ปิ พุทเธ ระตะนัง ปะณีตัง เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ. ทรั พ ย์ ใ นโลกนี้ หรื อ โลกอื่ น แม้ รั ต นะอั น ประณี ต ในสวรรค์ มี สิ่ ง ใดที่ จ ะเสมอกั บ พระตถาคตนั้ น ไม่ มี เ ลย ข้ อ นี้ เ ป็ น พระรัตนคุณอันประเสริฐของพระพุทธเจ้า ด้วยสัจวาจานี้ ขอจงมี ความสวัสดี

ขะยัง วิราคัง อะมะตัง ปะณีตัง ยะทัชฌะคา สักîยะมุนี สะมาหิโต นะ เตนะ ธัมเมนะ สะมัตถิ กิญจิ อิทัมปิ ธัมเม ระตะนัง ปะณีตัง เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ.

พระศากยมุนผี มู้ พี ระทัยตัง้ มัน่ ทรงบรรลุธรรมอันสิน้ กิเลส ปราศจาก ราคะ ไม่ตาย และประณีต มีสิ่งใดที่จะเสมอด้วยพระธรรม นัน้ ไม่มเี ลย ข้อนีเ้ ป็นพระรัตนคุณอันประเสริฐของพระธรรม ด้วย สัจวาจานี้ ขอจงมีความสวัสดี

ยัมพุทธะเสฏโฐ ปะริวัณณะยี สุจิง สะมาธิมานันตะริกัญญะมาหุ สะมาธินา เตนะ สะโม นะ วิชชะติ อิทัมปิ ธัมเม ระตะนัง ปะณีตัง เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ.

พระพุทธเจ้าผูป้ ระเสริฐ ทรงสรรเสริญสมาธิอนั ผ่องแผ้ว นักปราชญ์ ทั้งหลาย สรรเสริญสมาธิอันประเสริฐที่ให้ผลทันที มีสิ่งใดที่จะ เสมอด้วยสมาธินั้นไม่มีเลย ข้อนี้เป็นพระรัตนคุณอันประเสริฐ ของพระธรรม ด้วยสัจวาจานี้ ขอจงมีความสวัสดี

30

อ า นุ ภ า พ พระปริตร

๖. เย ปุคคะลา อัฏฐะ สะตัง ปะสัตถา จัตตาริ เอตานิ ยุคานิ โหนติ เต ทักขิเณยยา สุคะตัสสะ สาวะกา เอเตสุ ทินนานิ มะหัปผะลานิ อิทมั ปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตงั เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ.

พระสาวกของพระสุคตเจ้า ผูเ้ ป็นพระอริยบุคคล ๘ จ�ำพวก อันแบ่ง เป็น ๔ คู่ ที่สัตบุรุษทั้งหลายสรรเสริญ ท่านเหล่านั้นเป็นผู้ควรแก่ ทักษิณาทาน ทานทีถ่ วายแก่พระอริยบุคคลเหล่านัน้ มีผลมาก ข้อนี้ เป็นพระรัตนคุณอันประเสริฐของพระสงฆ์ ด้วยสัจวาจานี้ ขอจงมี ความสวัสดี

๗. เย สุปปะ���ุตตา มะนะสา ทัฬเหนะ นิกกามิโน โคตะมะสาสะนัมหิ เต ปัตติปตั ตา อะมะตัง วิคยั หะ ลัทธา มุธา นิพพุตงิ ภุญชะมานา อิทมั ปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตงั เอเตนะ สัจเจนะ สุวตั ถิ โหตุ.

พระอรหันต์ผู้บ�ำเพ็ญเพียรด้วยจิตอันเข้มแข็งในพระศาสนาของ พระโคดม เป็นผู้ปราศจากกิเลส ผู้เข้าถึงอมตธรรม ผู้บรรลุ พระนิ พ พาน และผู ้ เ สวยสั น ติ สุ ข เอง ข้ อ นี้ เ ป็ น พระรั ต นคุ ณ อันประเสริฐของพระสงฆ์ ด้วยสัจวาจานี้ ขอจงมีความสวัสดี

๘. ยะถินทะขีโล ปะฐะวิง สิโต สิยา จะตุพภิ วาเตภิ อะสัมปะ กัมปิโย ตะถูปะมัง สัปปุรสิ งั วะทามิ โย อะริยะสัจจานิ อะเวจจะ ปัสสะติ อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ.

พระตถาคตตรัสเปรียบสัตบุรษุ ผูเ้ ห็นแจ้ง เข้าถึงอริยสัจสีว่ า่ เหมือน กับเสาใหญ่ปกั ลงดิน อันไม่ไหวติงเพราะแรงลมทัง้ สีด่ า้ น ข้อนีเ้ ป็น พระรัตนคุณอันประเสริฐของพระสงฆ์ ด้วยสัจวาจานี้ ขอจงมี ความสวัสดี บริษัท ส�ำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จ�ำกัด

31

เย อะริยะสัจจานิ วิภาวะยันติ คัมภีระปัญเญนะ สุเทสิตานิ กิญจาปิ เต โหนติ ภุสัปปะมัตตา นะ เต ภะวัง อัฏฐะมะมาทิยันติ อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ.

บุคคลเหล่าใดเจริญอริยสัจสี่ที่พระพุทธเจ้าผู้ทรงพระปัญญา อันลึกซึ้ง ตรัสไว้ดีแล้ว แม้ว่าท่านเหล่านั้นยังเป็นผู้หลงเพลิน อย่ า งมากอยู่ แต่ท่านก็จะไม่เ กิด ในชาติที่แปดอีก ข้อนี้เป็น พระรัตนคุณอันประเสริฐของพระสงฆ์ ด้วยสัจวาจานี้ ขอจงมี ความสวัสดี

สะหาวัสสะ ทัสสะนะสัมปะทายะ ตะยัสสุ ธัมมา ชะหิตา ภะวันติ สักกายะทิฏฐิ วิจิกิจฉิตัญจะ สีลัพพะตัง วาปิ ยะทัตถิ กิญจิ, ท่านเหล่านั้นคือพระโสดาบันผู้ละสังโยชน์ ๓ ประการ ได้แก่ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ละกิเลสอื่นๆ ได้ใน ขณะที่เห็นธรรม

จะตูหะปาเยหิ จะ วิปปะมุตโต ฉะ จาภิฐานานิ อะภัพโพ กาตุง อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ.

ท่านเหล่านั้นเป็นผู้พ้นแล้วจากอบายทั้ง ๔ ไม่กระท�ำกรรม อันไม่สมควร ๖ ประการ (คืออนันตริยกรรม ๕ และการนับถือ ศาสดาอื่ น ) ข้ อ นี้ เ ป็ น พระรั ต นคุ ณ อั น ประเสริ ฐ ของพระสงฆ์ ด้วยสัจวาจานี้ขอจงมีความสวัสดี

32

อ า นุ ภ า พ พระปริตร

กิญจาปิ โส กัมมัง กะโรติ ปาปะกัง กาเยนะ วาจายุทะ เจตะสา วา อะภัพโพ โส ตัสสะ ปะฏิจฉะทายะ อะภัพพะตา ทิฏฐะปะทัสสะ วุตตา อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ.

แม้ทา่ นเหล่านัน้ ยังท�ำความผิดด้วยกาย วาจา หรือใจอยูบ่ า้ งก็ตาม แต่ ท ่ า นก็ ไ ม่ ป กปิ ด ความผิ ด นั้ น พระพุ ท ธเจ้ า ตรั ส ว่ า ผู ้ เ ห็ น พระนิ พ พานเป็ น ผู ้ ไ ม่ ป กปิ ด ความผิ ด ข้ อ นี้ เ ป็ น พระรั ต นคุ ณ อันประเสริฐของพระสงฆ์ ด้วยสัจวาจานี้ ขอจงมีความสวัสดี

วะนัปปะคุมเพ ยะถา ผุสสิตัคเค คิมหานะมาเส ปะฐะมัสîมิง คิมเห ตะถูปะมัง ธัมมะวะรัง อะเทสะยิ นิพพานะคามิง ปะระมัง หิตายะ อิทัมปิ พุทเธ ระตะนัง ปะณีตัง เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ. พุ่มไม้ในป่าที่แตกยอดอ่อนในเดือนต้นแห่งคิมหันตฤดู มีความ งามฉันใด พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมให้ถึงพระนิพพาน เพื่อ ประโยชน์ สู ง สุ ด มี ค วามงาม ฉั น นั้ น ข้ อ นี้ เ ป็ น พระรั ต นคุ ณ อันประเสริฐของพระพุทธเจ้า ด้วยสัจวาจานี้ ขอจงมีความสวัสดี

วะโร วะรัญญู วะระโท วะราหะโร อะนุตตะโร ธัมมะวะรัง อะเทสะยิ อิทัมปิ พุทเธ ระตะนัง ปะณีตัง เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ.

พระพุทธเจ้าผูป้ ระเสริฐ ทรงรูแ้ จ้งพระนิพพานอันเลิศ ทรงประทาน ธรรมอันยอดเยี่ยม ทรงแนะน�ำข้อปฏิบัติที่ดี พระองค์ผู้ไม่มีใคร ยิ่ ง กว่ า ทรงแสดงธรรมอัน สูง สุด แล้ว ข้อนี้เป็นพระรัตนคุณ อันประเสริฐของพระพุทธเจ้า ด้วยสัจวาจานี้ ขอจงมีความสวัสดี บริษัท ส�ำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จ�ำกัด

33

ขีณงั ปุราณัง นะวัง นัตถิ สัมภะวัง วิรตั ตะจิตตายะติเก ภะวัสมî งิ เต ขีณะพีชา อะวิรุฬหิฉันทา นิพพันติ ธีรา ยะถายัมปะทีโป อิทมั ปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตงั เอเตนะ สัจเจนะ สุวตั ถิ โหตุ.

พระอรหันต์ผู้สิ้นเชื้อแล้ว ไม่ยินดีภพอีก มีจิตหน่ายภพ เบื้องหน้า สิ้นกรรมเก่า ปราศจากกรรมใหม่ ที่จะส่งไปเกิดอีก ท่านเหล่านั้น เป็นปราชญ์ ดับสิ้นไปเหมือนประทีปดวงนี้ ข้อนี้เป็นพระรัตนคุณ อันประเสริฐของพระสงฆ์ ด้วยสัจวาจานี้ ขอจงมีความสวัสดี

ยานีธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ ภุมมานิ วา ยานิวะ อันตะลิกเข ตะถาคะตัง เทวะมะนุสสะปูชิตัง พุทธัง นะมัสสามะ สุวัตถิ โหตุ.

ขอเทวดาบนพืน้ ดินและในอากาศทัง้ หลาย ผูม้ าประชุมกันอยูใ่ นทีน่ ี้ จงร่วมกันนมัสการพระพุทธเจ้า ผูเ้ สด็จไปอย่างงาม อันเทวดา และ มนุษย์ทั้งหลายบูชาแล้ว ขอจงมีความสวัสดี

ยานีธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ ภุมมานิ วา ยานิวะ อันตะลิกเข ตะถาคะตัง เทวะมะนุสสะปูชิตัง ธัมมัง นะมัสสามะ สุวัตถิ โหตุ. ขอเทวดาบนพื้นดินและในอากาศทั้งหลาย ผู้มาประชุมกันอยู่ในที่ นี้ จงร่วมกันนมัสการพระธรรม อันเป็นไปอย่างงาม อันเทวดา และ มนุษย์ทั้งหลายบูชาแล้ว ขอจงมีความสวัสดี

ยานีธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ ภุมมานิ วา ยานิวะ อันตะลิกเข ตะถาคะตัง เทวะมะนุสสะปูชิตัง สังฆัง นะมัสสามะ สุวัตถิ โหตุ. ขอเทวดาบนพืน้ ดินและในอากาศทัง้ หลาย ผูม้ าประชุมกันอยูใ่ นทีน่ ี้ จงร่วมกันนมัสการพระสงฆ์ ผู้ด�ำเนินไปอย่างงาม อันเทวดา และ มนุษย์ทั้งหลายบูชาแล้ว ขอจงมีความสวัสดี

34

อ า นุ ภ า พ พระปริตร


อานุภาพพระปริตร