จุลสารคณะนิติศาสตร์ ฉบับที่ 5

Page 1

จุลสารคณะนิ ต ิ ศ าสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 กรกฎาคม 2558

อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา (อัดตานัง ทะมะยันติ ปันฑิ​ิตา) บัณฑิตย่อมฝึกฝนตนเอง

พิธีทำ�บุญตักบาตร เลี้ยงพระ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม


2

บทบรรณาธิการ

ผศ.ศุภวุฒิ โมกข์เมธากุล

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน ทางทีมงานจุลสารคณะนิติศาสตร์ ต้องอนุโมทนา บุญร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคามในโอกาสที่ได้ร่วมงานบุญเดือนเจ็ด บุญซำาฮะสงสาง เมือง ที่ทางมหาวิทยาลัยมหาสารคามได้ดำาเนินการจัดข�้น และต้องขอแสดงความยินดีกับ คณะนิติศาสตร์ ในโอกาสที่คณาจารย์ประจำาได้รับการแต่งตั้งให้ดำารงทางวิชาการ “ผู้ช่วย ศาสตราจารย์” เพิ่มอีกสองท่าน และขอแสดงความยินดีกับนายอานุภาพ งามสูงเนิน ที่ได้ รับแต่งตั้งให้ดำารงตำาแหน่งหัวหน้าสำานักงานเลขานุการคณะฯ และขอแสดงความยินดีกับ ศิษย์เก่าทีส่ อบเข้ารับราชการได้ ในตำาแหน่งพนักงานปกครองปฏิบตั กิ าร (ปลัดอำาเภอ) ประจำา ปี 2558 พร้อมทั้งศิษย์เก่าที่สำาเร�จการศึกษาในระดับเนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 67 ทุกท่าน ถือ เป็นอีกก้าวหนึ่งของความสำาเร�จในการพัฒนาระบบการศึกษากฎหมายที่มีคุณภาพใน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สำาหรับจุลสารฉบับนี้ ได้รวบรวมกิจกรรมของคณะนิตศิ าสตร์และ นิสิตไว้ เช่น โครงการนิติจิตอาสาพัฒนาชุมชน ถือเป็นโครงการที่ส่งเสริมให้นิสิตเรียนรู้การ ช่วยเหลือสังคมและชุมชนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีข้อคิดให้กำาลังใจจากศิษย์เก่าและ ศิษย์ปัจจุบัน และข้อคิดทางกฎหมายจากคณาจารย์ในเรื่อง ความแตกต่างของพยานในคดี อาญา ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าครับ.

สารบัญ ทำาบุญตักบาตรเลี้ยงพระ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม >> 1 << บทบรรณาธิการ >> 2 << โครงการนิติจิตอาสาพัฒนาชุมชน >> 3 << ร่วมงานปลูกต้นไม้ ในวันรักต้นไม้ประจำาปีของชาติ 2558 >> 3 << โครงการจัดการความรู้การเพิ่มประสิทธิภาพ การทำางานด้วยความคิดเชิงบวก >> 3 << โครงการการประกันคุณภาพการศึกษา สำาหรับนิสิต >> 4 << ต้อนรับคณะกรรมการตรวจประเมิน การดำาเนินงานด้านการเงินและพัสดุฯ >> 4 << ห้องสมุดคณะนิติศาสตร์ >> 4 << ร่วมงานบุญเดือนเจ็ด บุญซำาฮะสงสางเมือง >> 5 << สัมภาษณ์ผู้สมัครเข้าศึกษา ในระดับปริญญาตรี ระบบกลาง >> 5 << ฉันจ�งมาหาความหมาย >> 6 << ศิษย์เก่าคนเก่ง >> 7 << กฎหมายน่ารู้ >> 8 <<

เจาของ : คณะนิติศาสตร มหาว�ทยาลัยมหาสารคาม ที่ปร�กษา : ดร.สุทธิศักดิ์ ภัทรมานะวงศ์, ดร.ดวงเดน นาคสีหราช, ดร.วนิดา พรมหลา, อ.ศักดิ์ชาย สุนทรธนาภิรมย, อ.ธีรศักดิ์ กองสมบัติ, นายอานุภาพ งามสูงเนิน บรรณาธิการ : ผศ.ศุภวุฒิ โมกขเมธากุล ผูชวยบรรณาธิการ : ผศ.สุภาพร พ�ทักษเผาสกุล กองบรรณาธิการ : คณาจารยและบุคลากรคณะนิติศาสตร มหาว�ทยาลัย มหาสารคาม ออกแบบและถายภาพ : มิ�งมนัสชน จังหาร คณะนิติศาสตร อาคารราชนคร�นทร ชั้น 4 ตําบลขามเร�ยง อําเภอกันทรว�ชัย จังหวัดมหาสารคาม 44150 โทร. 0-4375-4333 ตอ 2118, 2119, 2123, 09-4310-0113 laws.msu.ac.th facebook.com/lawsmsu


3

โครงการนิติจิตอาสา พัฒนาชุมชน เมื่อวันที่ 6-7 มิถุนายน 2558 นิสิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย มหาสารคาม ได้จัดโครงการนิติจิตอาสาพัฒนาชุมชน ณ โรงเรียนบ้าน หนองพู่วังหินซา ตำ�บลขนวน อำ�เภอหนองนาคำ� จังหวัดขอนแก่น โดย นิสติ คณะนิตศิ าสตร์ได้รว่ มทาสีโรงเรียนและร่วมกิจกรรมสันทนาการกับ ชาวบ้านในชุมชน โดยโครงการฯ นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นการสอด รับกับประกาศข้อกำ�หนดคุณลักษณะอันเป็นอัตลักษณ์ของนิสิตคณะ นิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ทีว่ า่ “นิสติ กับการช่วยเหลือสังคม และชุมชน” และเพื่อให้ชุมชนได้ทราบถึงสิทธิที่พึงมีพึงได้ของตน และ กฎหมายที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำ�วันตลอดทั้งจัดทำ�สื่อการเรียนรู้ด้าน กฎหมาย.

โครงการจัดการความรู้ ่มประสิทธิภาพการทำ�งานด้วย ในวันรักต้นไม้ประจำ�ปีของชาติ 2558 การเพิ การคิดเชิงบวก เมือ่ วันที่ 8 มิถนุ ายน 2558 คณะนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมงานปลูกต้นไม้

ได้เข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ เนือ่ งใน “วันรักต้นไม้ประจำ�ปีของชาติ 2558 เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ” ณ บริ เ วณลานกิ จ กรรม ข้ า งอาคารบริ ก ารนิ สิ ต มหาวิ ท ยาลั ย มหาสารคาม.

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2558 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้จดั โครงการจัดการความรู้ คณะนิตศิ าสตร์ ประจำ�ปีงบประมาณ 2558 หัวข้อ “การเพิ่มประสิทธิภาพการทำ�งานด้วยการคิดเชิงบวก” ณ ห้อง ประชุมคณะนิติศาสตร์ (RN-405).


4

โครงการการประกันคุณภาพการศึกษา สำ�หรับนิสิต

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2558 คณะนิติศาสตร์ ได้จัดโครงการการประกัน คุณภาพการศึกษา สำ�หรับนิสติ ณ ห้องประชุมคณะนิตศิ าสตร์ (RN-405) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจใน บทบาทของนิสิตกับการประกันคุณภาพการศึกษา และเพื่อให้ผู้เข้าร่วม โครงการสามารถนำ�กลไกการประกันคุณภาพไปใช้ ในกิจกรรมหรือ โครงการของนิสิต โดยได้รับเกียรติจาก นายกัมปนาท อาชา ผู้ช่วยผู้ อำ�นวยการศูนย์พัฒนาและประกันคุณภาพการศึกษา และหัวหน้างาน มาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษา เป็นวิทยากร.

ต้อนรับคณะกรรมการตรวจประเมิน

การดำ�เนินงานด้านเงินการคลังและพัสดุฯ เมือ่ วันที่ 24 มิถนุ ายน 2558 คณะนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ต้อนรับคณะกรรมการตรวจประเมินการดำ�เนินงานด้านเงินการคลัง และพัสดุ ปีงบประมาณ พ.ศ.2558 เพือ่ ประเมินผลการปฎิบตั งิ านด้าน การคลังและพัสดุ ณ ห้องประชุมคณะนิตศิ าสตร์ RN-405 ชัน้ 4 อาคาร ราชนครินทร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ห้องสมุดคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

> ให้บริการยืมหนังสือกฎหมายต่างๆ วารสาร และ จุลสารทางด้านกฎหมาย > ใช้ระบบ ulibm แบบดิวอี้ สามารถเข้าไปในระบบเพื่อ ค้นหารายการหนังสือต่างๆ ได้ > เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ 08.30-16.30 น. > ห้องสมุดคณะนิติศาสตร์ ตั้งอยู่ที่บริเวณห้องโถงชั้น 1 อาคารราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม


5

ร่วมงานบุญเดือนเจ็ด บุญซำ�ฮะสงสางเมือง

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2558 คณะนิติศาสตร์ ร่วมงานบุญเดือนเจ็ด บุญซำ�ฮะสงสางเมือง ณ ลานชั้น 1 อาคารบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยบุญเดือนเจ็ด หรือบุญซําฮะ เกิดตามความเชือ่ ประเพณีบญ ุ สิบสองเดือนของชาวอีสาน คือ “ฮีตสิบ สอง คองสิบสี่” ทีว่ า่ เมื่อถึงเดือนเจ็ดต้องทําบุญชําระจิตใจให้สะอาดและเพื่อปัดเป่ารังควาญสิง่ ไม่เป็นมงคลออกจากหมู่บา้ น บาง ท้องถิ่นเรียกประเพณีนี้ว่า “บุญเบิกบ้าน”.

สัมภาษณ์ผู้สมัครเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี ระบบกลาง (Admissions)

เมือ่ วันที่ 16 มิถนุ ายน 2558 คณะนิตศิ าสตร์ สอบสัมภาษณ์เพือ่ คัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี ระบบกลาง (Admissions) ประจำ� ปีการศึกษา 2558 ณ อาคารราชนครินทร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.


6

ฉันจึงมาหาความหมาย

กําลังใจในการเรียน นายสุขสันต มาดี นิสิตชั้นป ที่ 3

คณะนิติศาสตร มหาว�ทยาลัยมหาสารคาม

สำาหรับบางคนแค่�งชื่อก็คงท้อแล้วมั้งครับ กับคำาว่า นิติศาสตร์ งั้นเราลองมาคิดเล่นๆ กันไหมครับว่า ถ้าสมมุติเรา จมน้ำาอยู่กลางทะเล รอบๆ ตัวมีเพียงไม้ขนาดพอกับตัวเราหนึ่ง ท่อน แล้วเราก็ ได้เข้าไปเกาะอาศัยไม้นั้น ระหว่างที่เรากำาลัง ลอยคออยู่นั้น มีเรือหลายขนาด หลายต่อหลายลำาแล่นผ่าน เรา จะทำาอย่างไร? ระหว่างลอยคออยู่อย่างนั้นเฉยๆ หรือว่ายเข้าหา เรือเหล่านั้น…..จริงอยู่ที่ว่าการลอยคออยู่อย่างนั้นมันอาจจะ สบาย (ใช่ครับมันสบายจริงๆ เพราะมันไม่ตอ้ งออกแรงอะไรเลย) แต่เราจะเริม่ ลำาบากเมือ่ ไม้นนั้ เริม่ ผุพงั หรือเกิดเราหิว ไม่ชา้ ก็เร�ว เราก็อาจจะตายกลางทะเล แต่ถ้าหากเราเลือกทีจ่ ะว่ายเข้าหาเรือ เหล่านัน้ แน่นอนครับผลลัพธ์คอื เราอาจจะได้ขน�้ เรือ ซึง่ นัน่ สบาย กว่าเป็นไหนๆ ว่าไหม แต่มันจะไปลำาบากช่วงว่ายน้ำาเข้าหาเรือนี้ สิครับ เพราะทั้งคลื่นทะเล ทั้งคลื่นน้ำาจากตัวเรือ การเรียนนิตศิ าสตร์กเ็ ช่นกันครับ หากเมือ่ ไหร่เราขีเ้ กียจ อ่านหนังสือ ไม่อยากท่องตัวบท จะอ่านไปทำาไมฎีกา มันก็คอื เรา กำาลังลอยคออยูเ่ ฉยๆ ละครับ เพราะมันสบายยังไงล่ะ แต่เมือ่ ไหร่ ทีม่ นั ส่งผล จะเป็นคนละเรือ่ งเลยครับ แต่ถา้ เรากลัน้ ใจอ่านหนังสือ ขยันฝ กทำาโจทย์ ท่องตัวบท ดูฎกี าบ่อยๆ มันก็คอื การกลัน้ ใจว่าย เข้าหาเรือนัน้ เองครับ แต่ทสี่ าำ คัญคือ การทีเ่ ราจะว่ายเข้าหาเรือได้ คือเราต้องมีเรือเป าหมายก่อน ซึ่งนั้นมันก็คือเป าหมายครับ เรา ลองตั้งเป าหมายจริงๆ จังๆ แล้วลองทุ่มสุดกำาลัง กลั้นใจลำาบาก แค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งดูสิ แล้วเราจะรู้ครับว่า ถ้ามันสำาเร�จแล้วมัน

สําหรับผมแล ว ผมเชื่อว ามนุษย ทุกคนมี ศักยภาพทีส ่ งู มาก มากจนไม รจ ู ะวัดยังไง อยู ใ นตั ว แต เ ราเพี ย งแค ป ด กั� น มั น ไว เท านัน � เอง ทุกครัง� ทีผ ่ มได ยน ิ ใครพูดดูถก ู ตัวเองอย างนัน � ผมมักจะพูดเสมอว า มัน ไม เกี่ยวหรอกว าเราจะทําได ไหม มันเกี่ยว ที่ว าเราอยากจะทํามันจริงๆ หรือเปล า?

คุ้มค่าแค่ไหน จริงอยู่การทำาเช่นนี้มันอาจจะทำาให้เราต้องสูญเสีย ชีวติ ช่วงวัยรุน่ ไปบ้าง แต่สงิ่ ทีม่ นั ให้กลับคืนมานีส้ คิ รับนัน่ มากมาย นัก ซึ่งสิ่งตอบแทนเหล่านี้ย่อมข�้นอยู่กับว่าเราจะตั้งเป าหมายว่า อย่างไร ผมเจอคนที่เรียนคณะนิติศาสตร์บ่นว่า ตัวเองโง่ ไม่เก่ง สมองไม่ดี จำาไม่ได้ ทำาไม่ได้หรอก รู้สึกผมจะได้ยินบ่อยมากเลย ล่ะ แต่สำาหรับผมแล้ว ผมเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีศักยภาพที่สูงมาก มากจนไม่รจู้ ะวัดยังไงอยู่ในตัว แต่เราเพียงแค่ปด กัน้ มันไว้เท่านัน้ เอง ทุกครั้งที่ผมได้ยินใครพูดดูถูกตัวเองอย่างนั้น ผมมักจะพูด เสมอว่า “มันไม่เกี่ยวหรอกว่าเราจะทำาได้ ไหม มันเกี่ยวที่ว่าเรา อยากจะทำามันจริงๆ หรือเปล่า? ” เพราะคนที่อยากทำามันจริงๆ เขาไม่คดิ จะยอมแพ้หรอกครับ ถึงแม้จะล้มอีกสักกีค่ รัง้ เขาก็จะลุก ข�้นมา เพราะเขาอยากจะทำามัน ผลสำาเร�จจะเป็นอย่างไรไม่สำาคัญ ขอแค่ ได้ทำาจริงไหม? ฉะนั้นการเรียนรู้หรือการศึกษาแล้วให้ ประสบความสำาเร�จ ผมคิดว่าเราต้องมีเป าหมาย (เป าหมายที่ แน่นอน) เพราะถ้าไม่มีเป าหมายแล้ว เราก็คงไม่รู้จะเริ่มจากอะไร หรืออะไรเป็นเงื่อนไขที่จะทำาให้สิ่งนี้เกิดข�้น สิ่งต่อมาคือจิตใจที่ อยากทำามันจริงๆ (ต้องอยากทำาจริงๆ นะ ทำาแบบไม่สนใจด้วยซ้ำา ว่าผลจะเป็นยังไง ขอให้ ได้ทำา) และสิ่งสุดท้ายที่ต้องมีคือความ เพียร ความเพียรให้ยงิ่ กว่าประมาณ เพือ่ ให้บรรลุในสิง่ ทีเ่ รามุง่ หวัง เอาไว้นั้นเอง แล้วก็อย่าลืมตรวจสอบวัดผลบ่อยๆ นะครับ ถ้าเรา ทำาสิง่ เหล่านี้ได้ ผมเชือ่ เลยว่าเราจะเรียนนิตศิ าสตร์สาำ เร�จ ไม่สิ เรา จะเรียนอะไรก็ประสบผลสำาเร�จอย่างแน่นอน สุดท้ายนี้ ผมขอนำา พุทธโอวาทมาเพื่อใช้เตือนสติกันนะครับ บุคคลไม ควรคํานึงถึงสิ�งที่ล วงแล ว ไม ควรมุ ง หวังสิ�งที่ยังไม มาถึง สิ�งใดล วงไปแล ว สิ�งนั้นก็เ�นอัน ละไปแล ว และสิ�งที่ยังไม มาถึง ก็เ�นอันยังไม ถึง ก็ บุคคลใดเห็นแจ งธรรม�จจุบนั ไม งอ นแง น ไม คลอนแคลน ในธรรมนั้นๆ ได บุคคลนั้นพึงเจร�ญธรรมนั้นเนืองๆ ให ปรุโปร งเถิด พึงทําความเพียรเสียในวันนีแ้ หละ ใคร เล าจะพึงรูค วามตายในวันพรุง เพราะว าความผิดเพีย้ น กับมัจจุราชผู มีเสนาใหญ นั้น ย อมไม มีแก เราทั้งหลาย พระมุนผี สู งบย อมเร�ยกบุคคลผูม ปี รกติเ�นอยูอ ย างนี้ มีความเพียร ไม เกียจคร านทั้งกลางวันและกลางคืน นั้นแลว า ผู มีราตร�หนึ่งเจร�ญฯ.


ศิษย์เก่าคนเก่ง

ดิฉน ั ได แต บอกตัวเองเสมอว า ความพยายามอาจไม ประสบความสําเร็จได ในทุกครั�ง แต ความสําเร็จทุก ครั�งต องผ านความพยายาม และอาจารย ยังบอก เสมอว า ให กลัวคนขยัน หากเรามีความมุง มัน � ตัง� ใจ ความสําเร็จก็จะตามมา ดิฉันจึงมาทบทวนสิ�งที่ผิด พลาดของตนเอง อ านหนังสือเพิ�มมากขึ้นกว าทุก ครั�ง จัดตารางการอ านให เป นระบบ มีวินัย อดทน สวัสดีค่ะ ดิฉันนางสาวปรียานุช แฝงสาเคน จบปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (รุ่นที่ 3) ปัจจุบันทำางาน พนักงานเอกชน ในจังหวัดกรุงเทพหานคร นิยามคำาว่า “ความพยายามอยู ที่ไหน ความสําเร�จอยู ที่นั่น” ยังสามารถนำามาใช้ ในชีวติ ของดิฉนั เสมอ แม้วา่ เวลาจะผ่านไปนานสัก กีป่ ี สำาหรับตัวดิฉนั เป็นเด็กบ้านนอก มีภมู ลิ าำ เนาในจังหวัดมหาสารคาม ทางบ้านมีฐานะยากจน ตอนเด็กๆ ดิฉันมีความ�นว่า อยากมีอาชีพ รับราชการ เพือ่ ทีว่ า่ ครอบครัวจะได้ ไม่ลาำ บาก ดิฉนั เชือ่ เสมอว่าหากเรา มีความตัง้ ใจพยายามทำาอะไรแล้ว แม้วา่ หนทางจะลำาบากเพียงใด ความ สำาเร�จคงอยู่ไม่ไกล ชีวติ ของดิฉนั ในวัยเด็กก็เหมือนเพือ่ นๆ ทัว่ ไป พอ เข้าเรียน ม.ปลาย เป็นนักเรียนสายวิทย์-คณิต แต่มคี วามรูส้ กึ ว่าตัวเอง ไม่ถนัดทางด้านวิทยาศาสตร์ ผลการเรียนในด้านนี้จ�งออกมาในระดับ ปานกลาง ดิฉนั เริม่ มองตัวเองแล้วว่า หากเราเลือกเรียนต่อคงเป็นการ ฝ นตัวเอง ดิฉันเริ่มสังเกตตัวเองแล้วว่าชอบเรียนวิชาอะไร ชื่นชอบ อะไร สุ ด ท้ า ยดิ ฉั น เลื อ กนิ ติ ศ าสตร์ โดยใช้ โ ควต้ า เลื อ กเรี ย นที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก่อนหน้านีด้ ฉิ นั ไม่คอ่ ยมีความรูพ้ นื้ ฐานทาง กฎหมายมากนัก พอได้มารู้จักเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัย พี่รุ่น 1 พี่รุ่น 2 ทำาให้ดิฉันเริ่มชื่นชอบ อีกทั้งอาจารย์ผู้สอนเป็นผู้มีประสบการณ์ มาก สอนสนุก ทำาให้ดิฉันเริ่มสนใจในการเรียนเพิ่มมากข�้น วิ ธี ก ารเรี ย นของดิ ฉั น จะเลื อ กวิ ธี ก ารตั้ ง ใจเรี ย นในห้ อ ง พยายามเข้าเรียนทุกวันกับเพือ่ นๆ ทีส่ าำ คัญในการเรียน เมือ่ �งอาจารย์ สอนเสร�จ ต้องกลับมาอ่านแล้วสรุป จดบันทึกประโยคที่มี ใจความ สำาคัญ บางครัง้ ที่ไม่เข้าใจก็สอบถามเพือ่ นๆ พีๆ ่ เพือ่ แลกเปลีย่ นความ รู้ ยิง่ ช่วยทำาให้มคี วามเข้าใจมากข�น้ นอกจากการเรียนในตำาราแล้ว การ ทำากิจกรรมร่วมกัน ก็เป็นสิง่ หนึง่ ทีท่ าำ ให้ดฉิ นั ได้เจอมิตรภาพ กัลยาณมิตร ที่ดี สอนให้ดิฉันรู้ว่าการอยู่ร่วมกันในสังคมเป็นอย่างไร เมื่อสำาเร�จการศึกษา ผลการเรียนของดิฉันอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ เนื่องจากชีวิตของแต่ละคนมีองค์ประกอบไม่เหมือนกัน บางคนได้ ศึกษาต่อ บางคนจบมามีอาชีพรองรับ แต่ดิฉันไม่ได้เป็นอย่างนั้น จบ มาใหม่ๆ ต้องตระเวนหางานทำา สั่งสมประสบการณ์ ไปเรื่อยๆ แม้ว่า บางงานจะไม่ได้ ใช้ความรู้ที่เราเรียนมา จนสุดท้ายมีโอกาสได้ทำางาน ด้านประกันภัย ซึ่งเป็นบริษัทฯ เอกชน แม้ว่าส่วนงานมิใช่กฎหมาย โดยตรง แต่ในเนื้องานได้ ใช้ความรู้ ในสิ่งที่ดิฉันเรียนมาตลอด ทำาให้ ฉันมีความสุขกับการทำางาน และอีกอย่างดิฉันได้มีเวลาในการอ่าน หนังสือเพิ่มมากข�้น ดิฉันยังไม่ละความพยายาม ระหว่างทำางาน เมื่อมี

ประกาศสอบคัดเลือกรับราชการ ตำาแหน่งใดที่ดิฉันสามารถสอบได้ จะรีบสมัครสอบทุกครั้ง ผลการสอบส่วนใหญ่จะไม่ผ่าน มีบ้างเป็น บางครั้งที่สอบผ่านข�้นทะเบียน แต่หมดบัญชี ไป เรียกยังไม่ถึงก็มี ความรูส้ กึ เสียใจ ผิดหวัง ท้อแท้ เกิดข�น้ ทุกครัง้ ดิฉนั ได้แต่บอกตัวเอง เสมอว่า ความพยายามอาจไม่ประสบความสำาเร�จได้ ในทุกครั้ง แต่ ความสำาเร�จทุกครั้งต้องผ่านความพยายาม และอาจารย์ยังบอกเสมอ ว่า ให้กลัวคนขยัน หากเรามีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ความสำาเร�จก็จะตาม มา ดิฉนั จ�งมาทบทวนสิง่ ทีผ่ ดิ พลาดของตนเอง อ่านหนังสือเพิม่ มาก ข�้นกว่าทุกครั้ง จัดตารางการอ่านให้เป็นระบบ มีวินัย อดทน ใช้เวลา ว่างหลังพักเทีย่ งทบทวนสิง่ ที่ได้อา่ น ทำาแบบนี้ไปเรือ่ ยๆ และเริม่ เพิม่ การฝ กทำาข้อสอบเก่าให้เราได้จดจำามากข�้น และแล้วสิ่งที่ดิฉันได้ พยายามนั้นเป็นผลสำาเร�จ ดิฉันสามารถสอบผ่านใบอนุญาตว่าความ แม้ต้องสอบถึง 3 ครั้ง และล่าสุดดิฉันสามารถสอบเจ้าพนักงานปก ครองปฎิบัติการ (ปลัดอำาเภอ) ผ่านได้ ในลำาดับที่ 345 ดิฉันขอขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่เป็นแรงบันดาลใจให้ดิฉันมุ่ง มั่น ตั้งใจมากข�้น รวมทั้งพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ที่ให้กำาลังใจตลอดมา และดิฉนั อยากฝากถึงคนทีก่ าำ ลังท้อแท้ หรือผิดหวังในการสอบนะคะ หากเรามีความมุง่ มัน่ ตัง้ ใจแล้ว ดิฉนั เชือ่ ว่าสักวันความสำาเร�จต้องเป็น ของทุกคนอย่างแน่นอน ขอบคุณค่ะ.

7


กฎหมายน่ารู้

คณาจารย คณะนิติศาสตร มหาว�ทยาลัยมหาสารคาม

ในคดีอาญาเราจะรู ได อย างไรว า พยานใดเป นพยานวัตถุ พยานใดเป นพยานเอกสาร อ.ชาคร�ต ขันนาโพธิ์ อาจารย ประจําภาคว�ชากฎหมายเอกชน คณะนิติศาสตร มหาว�ทยาลัยมหาสารคาม

การแบ่งแยกว่าพยานใดเป็นพยานวัตถุ หรือพยานเอกสารนัน้ ในทางคดีอาญามีความสำาคัญ เพราะการสืบพยานเอกสาร กฎหมาย กำาหนดหลักเกณฑ์ในการนำาสืบไว้แตกต่างจากพยานวัตถุ ทั้งในคดี อาญา พยานวัตถุพยานน่าจะมีความสำาคัญมากกว่าพยานเอกสาร ความถูกต้องของพยานวัตถุถ้าสามารถพิสูจน์และอธิบายได้ย่อมมีน้ำา หนักยิ่งกว่า เพราะพยานวัตถุเป็นสิ่งไม่มีชีวิต เปลี่ยนแปลงแก้ ไข และ ปลอมแปลงยากกว่าพยานเอกสาร ในคดีอาญาบางกรณีเป็นการยาก และมีความสับสนกันพอ สมควรเกี่ยวกับการแบ่งแยกว่า พยานใดเป็นพยานเอกสาร พยานใด เป็นพยานวัตถุ ทัง้ ทีพ่ ยานหลักฐานทัง้ สองประเภทนีม้ คี วามสำาคัญและ มีหลักเกณฑ์ในการนำาสืบที่แตกต่างกัน พยานเอกสาร โดยหลักหมายถึง “พยานหลักฐานที่เป็น ข้อความที่บันทึกไว้ โดยอาจบันทึกในวัสดุใดๆ ก็ได้ ขอเพียงเป็นการ นำาสืบถึงข้อความให้ปรากฏความหมายของข้อความนัน้ ๆ” ส่วนพยาน วัตถุ หมายถึง “พยานหลักฐานทีเ่ ป็นวัตถุ หรือสิง่ ของ หรือสถานที่ใด ๆ ที่เสนอต่อศาลเพื่อให้ศาลตรวจดู ไม่ว่าจะเป็นการตรวจดูภาพถ่าย การรับ�งเสียง หรือทัง้ ภาพและเสียง ทีม่ ใิ ช่การพิสจู น์ความหมายข้อความ ในสิ่งนั้น” จากคำาจำากัดความสัน้ ๆ ที่ให้ความหมายของทัง้ พยานเอกสาร และพยานวัตถุแล้ว สามารถพิจารณาเกณฑ์สาำ คัญในการแบ่งแยกความ แตกต่าง คือ จะต้องดูที่วัตถุประสงค์ในการที่จะนำาสืบหาข้อเท็จจริง เกี่ยวกับพยานนั้นๆ กล่าวคือ หากพยานหลักฐานใดที่ผู้อ้างมีวัตถุ ประสงค์ทจี่ ะนำาสืบข้อความใดๆ ทีบ่ นั ทึกไว้ การนำาสืบนัน้ ย่อมเป็นการ นำาสืบพยานเอกสาร เช่น ข้อความบนแผ่นศิลาที่หลุม�งศพ ธงที่มี ข้อความ ถ้อยคำาหมิ่นประมาทที่อยู่บนวัตถุต่างๆ แต่หากเป็นพยานหลักฐานใดที่ผู้อ้างมีวัตถุประสงค์ที่จะนำา สืบสภาพ ความมีอยู่หรือลักษณะของวัตถุสิ่งของใดๆ พยานหลักฐาน นั้นย่อมอยู่ในความหมายของพยานวัตถุ ตัวอย่างเช่น คน ช้าง ม้า วัว ควาย ซึง่ ให้ศาลตรวจดูรอยตำาหนิ กับทะเบียนรูปพรรณ บาดแผลของผู้เสียหาย อวัยวะ การนำาสืบเสียง พูดในเทป แถบบันทึกเสียงในเทป เป็นการนำาสืบพยานวัตถุ คําพิพากษาศาลฎีกาที่ 3911/2534 ผู้คัดค้านที่ 1 บรรยาย คำาคัดค้านไว้แล้วว่า ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยเป็นผู้รับ

พินยั กรรมและมีคณ ุ สมบัติไม่ตอ้ งห้ามตามกฎหมาย จ�งไม่จาำ ต้องแนบ พินัยกรรมมาท้ายคำาคัดค้านด้วย การที่คำาคัดค้านระบุว่าเจ้ามรดกยก ทรัพย์สินให้ผู้คัดค้านที่ 1 เพียงผู้เดียว แต่ชั้นพิจารณาได้ความตาม พินัยกรรมว่า ทรัพย์สินรายการที่ 1 เจ้ามรดกได้ทำาสัญญาจะขายให้ บุคคลภายนอก เงินที่ได้ยกให้กับผู้คัดค้านที่ 1 ส่วนหนึ่ง กับยกให้ ส. อีกส่วนหนึ่ง ส่วนทรัพย์รายการที่ 2 ตกได้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 ทั้งหมด เช่นนี้เป็นเรื่องพยานหลักฐานที่นำาสืบได้ความไม่เต็มบริบูรณ์ตามคำา คัดค้าน และก็ยังได้ความว่าผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ มรดกอยู่ ไม่มีกฎหมายบังคับว่าผู้ที่อ้างเทปบันทึกเสียงเป็นพยานจะ ต้ อ งถอดข้ อ ความในเทปออกมา หรื อ ต้ อ งนำ า เทปมาเป ด ในขณะ พิจารณาคดีของฝ่ายที่อ้างเองหรือฝ่ายตรงข้าม เพราะการนำาสืบเสียง พูดเป็นการนำาสืบวัตถุพยาน คําพิพากษาศาลฎีกาที่ 7155/2539 แถบบันทึกเสียงเป็น พยานวัตถุ ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องถอดข้อความหรือจะต้องนำาเข้า ถามค้านพยานอีกฝ่าย เพื่อให้ ได้ข้อเท็จจริงว่าพยานได้กล่าวถ้อยคำา เช่นที่บันทึกในแถบบันทึกเสียงหรือไม่ แต่การที่จะให้ศาลรับ�งเป็น พยานหลักฐานในข้อเท็จจริงที่จำาเลยประสงค์จะนำาสืบก็ชอบที่จะถาม ค้านพยานโจทก์ ไว้แม้จำาเลยจะอ้างส่งประกอบคำาเบิกความของพยาน จำาเลยและเมื่อเป ด�งแถบบันทึกเสียงนั้นแล้ว จะมีข้อความตรงตาม คำาถอดข้อความจากแถบบันทึกเสียงก็ยงั ไม่พอ�งเป็นยุติได้ เพราะการ บันทึกเสียงในแถบบันทึกเสียงอาจมีการตัดต่อหรือดัดแปลงลอกเลียน เสียงได้ ไม่ยากนัก ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่า วัตถุชิ�นเดียวหากมีวัตถุประสงค์ของ การนำาสืบแตกต่างกัน วัตถุชนิ� นัน้ ก็อาจเป็นได้ทงั้ พยานวัตถุ หรือพยาน เอกสาร1 เช่น การนำาสืบหนังสือเล่มหนึ่งเพื่อแสดงว่าคัดลอกจาก หนังสืออีกเล่มหนึ่งในความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ มิได้เป็นการนำาสืบ เพือ่ สือ่ ความหมายของหนังสือ แต่เป็นการนำาสืบเพือ่ พิสจู น์ความเหมือน หรือคล้ายกัน จ�งเป็นการนำาสืบหนังสือนั้น ในฐานเป็นพยานวัตถุ แต่ ถ้าอ้างข้อความในหนังสือนั้น หนังสือก็เป็นพยานเอกสาร2.

ประมูล สุวรรณศร. คําอธิบายกฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน. พิมพครัง้ ที่ 8, กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพแสวงสุทธิการพิมพ, 2525, น.12. 2 ไพจิตร ปุญญพันธ. คําอธิบายกฎหมายลักษณะพยานหลักฐานบางเรือ่ ง. กรุงเทพมหานคร : บริษทั โรงพิมพเดือนตุลา, 2544, น.11. 1