Issuu on Google+

หนวยที่ 2 ชื่อเรื่อง เครื่องเลื่อยและเครื่องแทงขึ้นรูป (Sawing and Broaching Machine) หัวขอเรื่องยอย 2.1 ชนิดของเครื่องเลื่อย 2.2 ใบเลื่อยและการใชเครื่องเลื่อยตัดชิ้นงาน 2.3 เครื่องแทงขึ้นรูป จุดประสงคเชิงพฤติกรรม 1. อธิบายชนิดของเครื่องเลื่อยได 2. อธิบายใบเลื่อยและการใชเครื่องเลื่อยตัดชิ้นงานได 3. บอกเครื่องแทงขึ้นรูปได 4. อธิบายขั้นตอนการใชเครื่องแทงขึ้นรูปได 5. สามารถทําแบบทดสอบสงไดตามเวลาที่กําหนด กิจกรรมหลัก 1. ครูนําเขาสูบทเรียน 2. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน 3. นักเรียนศึกษาเนื้อหาจากเอกสารประกอบการสอน - แบงกลุมนักเรียนกลุมละ 4-5 คน - ศึกษาเนื้อหาสาระการเรียน - อภิปรายหนาชั้นเรียน - ใบสั่งงานที่ 1 - ครูสรุปเนื้อหาสาระการเรียนประจําหนวย 4. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน 5. ครูและนักเรียนตรวจแบบทดสอบ


14 เครื่องเลือ่ ยและเครื่องแทงขึ้นรูป (Sawing and Broaching Machine) เครื่องเลือ่ ย (Sawing machine) เปนเครื่องจักรกลใชสําหรับตัดชิ้นงานใหขาดออกจากกัน ตัดเปนมุมและตัดเปนรูปทรงตางๆไดขนาดเที่ยงตรงรวดเร็ว เครื่องแทงขึ้นรูป (Broaching machine) เปนเครื่องจักรกลสําหรับใชเหล็กแทงเพื่อขยายรู ทํารองลิ่มในรูเฟอง ซึ่งจะทําใหไดขนาดที่เที่ยงตรงและรวดเร็ว 2.1 ชนิดของเครื่องเลือ่ ย เครื่องเลือ่ ยที่ใชตัดชิ้นงานในงานอุตสาหกรรมมีอยูดวยกันหลายชนิด ซึ่งแตละชนิดมีคุณสมบัติและการนําไปใชที่แตกตางกัน ผูใชจะตองเลือกใชเครื่องเลื่อยใหเหมาะสม กับลักษณะรูปรางและขนาดของงาน 2.1.1 เครื่องเลือ่ ยชัก (Horizontal Hacksaw) เปนเครื่องจักรกลที่สามารถตัดชิ้นงานในแนวตรง หรือเปนมุมตางๆโดยใบเลือ่ ยจะเคลื่อนที่ไป–มา การปอนกินชิ้นงานจะมีการถวงน้ําหนักดวย ทอนเหล็กเพื่อกดใบเลือ่ ยกินงาน หรืออาจจะเปดกินงานโดยใชระบบไฮดรอลิก

มือจับยกโครงเลื่อย

น้ําหนักถวง

โครงเลื่อย

ใบเลื่อย ตัวดึงใบเลื่อย

แขนชัก

ปากกา

มือหมุนล็อก

มอเตอร

ฐาน

รูปที่ 2.1 เครื่องเลือ่ ยชัก

ที่มา:ดร.อนันต,งานเครื่องมือกลเบื้องตน,หนา 26


15 2.1.2 เครื่องเลือ่ ยวงเดือน (Circular saw) เปนเครื่องเลื่อยที่ใชใบเลือ่ ยวงเดือนสําหรับตัด ชิ้นงาน ขนาดของใบเลือ่ ยมีขนาดเสนผาศูนยกลางถึง 400 มม. จึงทําใหการตัดชิ้นงานที่มี เสนผาศูนยกลางขนาดใหญขาดไดอยางรวดเร็ว มอเตอร ใบเลื่อย งาน ชุดปอนอัตโนมัติ

มือหมุนใบเลื่อย ตัวหยุด มือหมุนปอน

ปุมควบคุม

รูปที่ 2.2 เครื่องเลือ่ ยวงเดือน ที่มา:ประเวศ,กรรมวิธีการผลิต,หนา13

2.1.3 เครื่องตัดแผนเจียระไน (Abrasive – disk cutoff machine) เปนเครื่องจักรกลชนิดหนึ่ง ที่ใชแผนเจียระไนที่บางและหมุนดวยความเร็วรอบสูงเพื่อตัดชิ้นงานที่บาง เชน ทอ เหล็กกลอง เหล็กฉากและเหล็กตันซึ่งไดขนาดและเที่ยงตรง โดยขณะตัดชิ้นงานไมตองใชน้ําหลอเย็น มือปอน มอเตอร แผนเจียระไน ชิ้นงาน ปากกา

รูปที่ 2.3 เครื่องตัดแผนเจียระไน

ที่มา:อําพล,วันชัย,งานเครื่องมือกลเบื้องตน หนา 64


16 2.1.4 เครื่องเลือ่ ยสายพาน (Band – sawing machine) เปนเครื่องเลื่อยที่ใชใบเลื่อยสายพาน ทําการตัดชิ้นงานอยางตอเนื่อง สามารถตัดงานไดอยางรวดเร็ว และยังตัดขึ้นรูปเปนรูปทรงตางๆ ไดอีกดวย แบงออกได 2 ชนิด คือ 1) เครื่องเลื่อยสายพานแนวนอน (Horizontal band saw) เปนเครื่องเลื่อยใชสําหรับตัด ชิ้นงานขนาดใหญไดอยางรวดเร็ว เพราะใบเลื่อยตัดชิ้นงานอยางตอเนือ่ ง และสามารถใชตัดเปน มุมฉาก หรือ เปนมุมตางๆได แผงหนาปดควบคุม ฝาครอบลอ ตัวปรับความตึงใบเลื่อย

ฝาครอบลอตาม แขนตั้งระยะงาน

ถาดรองเศษโลหะ ถังน้ํามันไฮดรอลิก ฐานเครื่อง

โตะงาน ถังน้ําหลอเย็น

รูปที่ 2.4 เครื่องเลื่อยสายพานแนวนอน 2) เครื่องเลื่อยสายพานแนวตั้ง (Vertical band saw) เปนเครื่องเลื่อยที่ใชสําหรับตัดชิ้นงาน ที่แบนไมหนามากนักออกเปนรูปทรงตางๆ เชน ตัดขึ้นรูป ตัดโคง ตัดใหขาด และตัดรองภายใน ซึ่งคลายกับงานฉลุดวยมือ เครื่องเลื่อยแบบนี้จะมีชุดตัดตอใบเลื่อยสําหรับงานเลื่อยภายในติดอยูกับ โครงเครื่อง


17 ลอสายพานตัวบน บนบน เกจความดึงใบเลื่อย

ตัวเลื่อย หัวเครื่อง เสาเครื่อง

หินเจียระไน ตัวประคองใบเลื่อย

เครื่องเชื่อมใบเลื่อย

โตะงาน คันหมุนเอียงโตะงาน

ลอควบคุมความเร็ว

ฐาน ลอสายพาน

รูปที่ 2.5 เครื่องเลื่อยสายพานแนวตั้ง ที่มา:ดร.อนันต,งานเครื่องมือกลเบื้องตน,หนา 26

2.2 ใบเลื่อยและการใชเครื่องเลื่อยตัดชิ้นงาน 2.2.1 ใบเลื่อย - ใบเลื่อยชัก สวนมากทําจากเหล็กรอบสูง (High speed steel) ซึ่งเปนโลหะแข็งใชสําหรับ ตัดโลหะที่แข็งๆไดดี อีกพวกหนึ่งทําจากเหล็กคารบอนสูง (High carbon) หรือโลหะผสมพวกนี้ เหมาะใชสําหรับตัดโลหะออนซึ่งมีราคาถูกกวาเหล็กรอบสูง - ขนาดของใบเลื่อยชัก จะมีความหนาระหวาง 1.3–3.1 มม. ความยาวตั้งแต 300 – 900 มม. การเลือกใบเลื่อยที่จะใชตัดชิ้นงาน จะตองเลือกจํานวนฟนตอนิ้วใหเหมาะสมกับชิ้นงานที่จะนํา มาตัด เชน 16, 18, 22, 32 ฟนตอนิ้ว ถาจํานวนฟนตอนิ้วจํานวนมากๆ จะใชตัดชิ้นงานบาง หรือ เหล็กทอ ถาฟนหยาบใชสําหรับตัดชิ้นงานที่หนา ความโตของรูใบเลื่อย

ความยาวใบเลื่อย

รูปที่ 2.6 ใบเลื่อยชัก


18 ฟนใบเลื่อยมีหลายลักษณะ ดังนี้ 1) ฟนตรง (Straight tooth) เปนฟนที่ไมมีมุมหลบใดๆ 2) ฟนมีมุมตัด (Undercut tooth) เปนฟนที่มีมุมหลบหลังและหลบหนา ใชสําหรับตัดเหล็ก และเหล็กหลอ 3) ฟนหาง (Skip tooth) เปนใบเลื่อยที่มีฟนหางกันมาก ใชสําหรับตัดวัสดุออน เชน ไม พลาสติก ฟนเลื่อยจะเอียง เพื่อไมใหใบเลื่อยเสียดสีกับรองซึ่งจะเกิดความฝดความรอนมากขึ้น และจะทําใหใบเลื่อยหักไดงาย

1.ฟนตรง

2.ฟนมีมุมตัด

3.ฟนหาง

รูปที่ 2.7 ลักษณะของฟนใบเลื่อย การเอียงของฟนเลื่อยมี 3 ลักษณะ คือ 1) ฟนแบบคราด (Raker set) ที่ฟนสลับเหมือนกับฟนแบบสลับแตจะมีฟนตรงคั่น ใชสําหรับเลื่อยเหล็กแข็งและเหล็กหลอ 2) ฟนแบบสลับ (Straight set) ฟนจะเอียงสลับกันไป–มา ใชสําหรับเลื่อยวัสดุออน เชน ทองแดง ทองเหลือง และพลาสติก 3) ฟนแบบคลื่น (Wave set) ฟนหลายๆ ฟนจะเอียงสลับกันใชสําหรับเลื่อยวัสดุบางและทอ

1.แบบคราด 2.แบบสลับ

3.แบบคลื่น

รูปที่ 2.8 ลักษณะเอียงของฟนเลื่อย


19 2.2.2 การใชเครื่องเลื่อยตัดชิ้นงาน 2.2.2.1 การตัดชิ้นงานแบบทั่วไปเริ่มแรกจะตองปรับปากกาจับชิ้นงานใหไดฉากกับใบเลื่อย จับยึดใบเลือ่ ยใหตึง ทิศทางของคมใบเลื่อยชีไ้ ปตามทิศทางที่ปอนกินของเครื่องเลื่อย จับชิ้นงาน ใหแนน ยกใบเลื่อยลงกินชิ้นงานพรอมกับหลอเย็น สําหรับการตัดเอียงชิ้นงานเปนมุมตางๆ กอนตัดจะตองเอียงปากกาจับงานใหเปนมุม 30 หรือ 60 องศา

รูปที่ 2.9 การตัดเอียงดวยเครื่องเลื่อยชัก 2.2.2.2 การตัดชิ้นงานเปนรูปทรงตางๆ สามารถตัดไดดวยเครื่องเลือ่ ยสายพานแนวตั้ง

ใบเลื่อย ชิ้นงาน ใบเลื่อย ชิ้นงาน

ลักษณะการตัดชิ้นงาน

รูปที่ 2.10 การตัดชิ้นงานดวยสายพานแนวตั้ง


20

2.3 เครื่องแทงขึ้นรูป (Broaching machine) เครื่องแทงขึ้นรูป เปนเครื่องจักรกลชนิดหนึ่ง ที่เปนวิธีการปาดผิวชิ้นงานใหไดรูปทรง เรขาคณิต โดยมีเครื่องมือที่เรียกวา มีดแทง (Broaching) เพื่อแทงขึ้นรูปเขาไปในรูหรือผิวภายนอก ของชิ้นงาน ใหไดรูปรางและขนาดตามที่ตองการ เชน สามเหลี่ยม รองลิ่ม สี่เหลี่ยม

รูปที��� 2.11 ชิ้นงานทีไ่ ดจากเครื่องแทงขึ้นรูป เครื่องแทงขึ้นรูปสามารถแบงออกไดตามลักษณะการทํางานได 4 ประเภท คือ 1. การแทงขึ้นรูปแบบดึง (Pull broaching) เปนการดึงมีดแทงผานชิ้นงานที่ถูกจับยึดอยูกับที่ 2. การแทงขึ้นรูปแบบดัน (Push broaching) เปนการดันมีดแทงผานชิ้นงานที่ถูกจับยึด อยูกับที่ 3. การแทงขึ้นรูปที่ผิวหนา (Surface broaching) เปนการเคลื่อนที่เขาหากันระหวางมีดแทง กับชิ้นงาน 4. การแทงขึ้นรูปแบบตอเนื่อง (Continuous broaching) เปนการเคลื่อนที่ของชิ้นงานผานมีด แทงที่ถูกจับยึดอยูกับที่ในแนวตรงหรือแนวมุม การสงกําลังของมีดแทง (Method of drive) โดยสวนมากจะใชระบบไฮดรอลิก เนื่องจาก สามารถใหกําลังไดมากมีความเงียบ ประหยัดและทําการปรับแตงความเร็ว รวมทั้งชวงชักไดอยาง เหมาะสมกับรูปแบบของชิ้นงาน นอกจากนั้นยังมีใชระบบอื่นๆอีก เชน ระบบโซ ระบบเฟอง ระบบแขนกล และระบบเกลียวกําลัง


21 การสงกําลังของมีดแทงในชวงมีดแทงถอยกลับ จะใชเวลานอยกวาในชวงดึง หรือดันมีดแทง กินงาน ชุดลูกสูบ

งาน มีดแทง

รูปที่ 2.12 ระบบสงกําลังดวยระบบไฮดรอลิก 2.3.1 ชนิดของเครื่องแทงขึ้นรูป 2.3.1.1 เครื่องแทงขึ้นรูปผิวแนวดิ่งแบบแทนเลื่อนเดี่ยว (Vertical single slide surface machine) การทํางานของเครื่องแทงขึ้นรูปแบบนี้ ชิ้นงานจะกดจับยึดติดอยูกับอุปกรณจับยึด (Fixture) และสามารถเคลื่อนที่เขา–ออก จากมีดแทงได ในขณะที่มีดแทงก็จะเคลื่อนที่ขนึ้ –ลง อยูตลอด

มีดแทง อุปกรณจับงาน

รูป 2.13 เครื่องแทงขึ้นรูปแบบแทนเดีย่ วเลื่อนในแนวดิ่ง


22 2.3.1.2 การแทงขึ้นรูปแบบผลักในแนวดิ่ง (Vertical push broaching) การแทงขึ้นรูปแบบนี้ ใชสําหรับการตกแตงผิวสําเร็จเพื่อใหไดขนาดเรียบ เชน รูเฟองกระทําจากที่ไดทําการเจาะ หรือ หลอดวยไสแบบมากอนแลว และสามารถใชเครื่องอัด (Press) ดวยมือได

การดึง

ชิ้นงาน

มีดแทงสําหรับการดึง

รูปที่ 2.14 ลักษณะมีดแทงและการแทงขึ้นรูป 2.3.1.3 เครื่องแทงขึ้นรูปแบบดึงลงในแนวดิ่ง (Vertical Pull – Down Broaching Machine) เปนเครื่องจักรอีกชนิดหนึ่งที่ประยุกตมาจากเครื่องแทงขึ้นรูปภายใน การทํางานชิ้นงานจะถูกจับยึด อยูกับอุปกรณจับยึด (fixture) สวนมีดแทงขึ้นรูปจะสวมผานรูไปยังอุปกรณจับยึดที่อยูดานลางของ โตะงาน เมื่อเริ่มการทํางานมีดแทงขึ้นรูปจะถูกดึงลงดานลางจนทะลุชิ้นงานและกดดึงขึ้นเพื่อถอด ออกจากชิ้นงาน

มีดแทง ชิ้นงาน

มีดแทงสําหรับการดัน

การดัน

รูปที่ 2.15 ลักษณะของมีดแทงขึ้นรูปแบบดึงลงในแนวดิ่ง 2.3.1.4 เครื่องแทงขึ้นรูปแบบดึงขึ้นในแนวดิ่ง (Vertical Pull – Up Broaching Machine) เครื่องแทงขึ้นรูปแบบนีส้ วนมากนิยมใชสําหรับงานแทงขึ้นรูปภายในขนาดเล็ก และมีทิศทางการ แทงขึน้ รูปตรงกันขามกับแบบดึงลงในแนวดิ่ง


23 2.3.1.5 เครื่องแทงขึน้ รูปในแนวนอน (Horizontal Broaching Machine) เครื่องแทงขึ้นรูป แบบนี้ใชในการขึ้นรูปผิวหนา และการแทงขึ้นรูปชิ้นงานภายในขนาดกลางถึงขนาดใหญ มีดแทง ขึ้นรูปจะเคลื่อนที่ในแนวนอน และถูกดึงดวยแรงของระบบไฮดรอลิก จนกระทั่งผานชิ้นงานใน ตําแหนงที่ตองการ มีดแทงขึ้นรูปจะถอยกลับดวยความเร็วกวาในจังหวะดึง ชุดหัวดึง

มีดแทง อุปกรณจับงาน

รูปที่ 2.16 เครื่องแทงขึ้นรูปในแนวนอน สําหรับงานแทงรองลิ่มในรูกลวงจะตองมีการสวมอุปกรณนํา (Adapter guides) เขาไปในรู ชิ้นงานดวยและเมื่อดึงมีดแทงจนสุดจะไดรูลิ่มที่ลึกเขาไปในชิน้ งานที่ตองการ ชิ้นงาน มีดแทง

แผนรองงาน

มีดแทงขึ้นรูป

รูปที่ 2.17 อุปกรณแทงรองลิ่มในรู


24 2.3.2 มีดแทงขึ้นรูป (Broaching tool) มีดแทงขึ้นรูปแตละอันจะมีขนาดไมเทากัน ขึ้นอยูกับขนาดของชิ้นงานที่ตองการ แต สวนประกอบหลักๆ จะเหมือนกัน คือ จะมีสวนนําเล็กแลวจะคอยๆโตขึ้นเรื่อยๆ จนสวนทายสุด จะมีขนาดโตเทากับขนาดของชิ้นงาน เพื่อที่จะทําใหการแทงขึ้นรูปคอยๆ กินทีละนอยไปเรื่อยจน ไดชิ้นงานสําเร็จ สวนประกอบของมีดแทงขึ้นรูปมีรายละเอียดดังนี้ 1) ชวงดามมีด (Shank length) เปนสวนสําหรับจับมีดแทงขึ้นรูปตอจากดามจะมีสวนนํา ตอนหนา 2) ชวงฟนมีด (Cutting teeth) ฟนมีดจะมีดวยกัน 3 ชวง ชวงแรกฟนหยาบ ชวงที่สอง ฟนกึ่งละเอียด ชวงที่สามฟนละเอียดเพื่อเก็บผิวงานขั้นสําเร็จ 3) ชวงนําตอนหลัง (Rear pilot) และชวงพยุง (Follow rest) ในจังหวะที่มีดแทงกลับมาอยู ในตําแหนงเดิม สวนพยุงหนา สวนจับดึง

สวนนําตอนหลัง

ฟนหยาบ สวนพยุงหลัง

ฟนละเอียด ฟนกึ่งละเอียด

ดามมีด

ฟนมีด

รูป 2.18 มีดแทงขึ้นรูปภายใน มุมหลบหนา ความลึก

สันฟน

ระยะพิตช

มุมหลบหลัง

รัศมี

รูป 2.19 ลักษณะฟนของมีดแทงขึ้นรูป


25 ในการแทงขึ้นรูปมีดแทงจะกินลึกมากในชวงฟนหยาบ พอชวงฟนละเอียดปานกลาง ก็กินนอยลงมาจนถึงชวงสุดทายฟนละเอียดจะกินผิวชิ้นงานเพียงเล็กนอย สวนความเร็วในการแทง ขึ้นรูปก็ขึ้นอยูกับชนิดของวัสดุนั้นดวย ตารางที่ 2.1 ความเร็วแทงขึ้นรูปและสารหลอเย็น วัสดุ ความเร็วแทงขึน้ รูป (เมตร/นาที) สารหลอเย็น St 70 3….4,5 4,5….5,5 4,5….6 น้ํามันตัด เหล็กกลาเจือ 1…….....2 น้ํามันตัด เหล็กกลาชนิดเหนียว 1..............2 น้ํามันตัด เหล็กกลาละมุน 6…..........8 น้ํามันตัดแบบอีมัลชั่น เหล็กหลอ 7,5.............10 แหง/น้ํามันตัด โลหะเบาเจือ AL MG ใชความเร็วสูงสุดของเครื่องแทงขึ้นรูป อีมัลชั่นแหง ที่มา:มานพ,กรรมวิธีการผลิต,หนา 235

2.3.3 ขั้นตอนการใชเครื่องแทงขึ้นรูป 1) จับยึดชิ้นงาน ขึ้นอยูกับลักษณะของเครื่องแทงขึ้นรูป 2) จับยึดมีดแทงขึ้นรูป 3) เปดเครือ่ งเปดระบบไฮดรอลิก เพื่อใหชดุ หัวจับมีดแทงขึ้นรูปเริ่มทํางานดําเนินการ แทงขึ้นรูปตามลักษณะของเครื่อง พรอมกับหลอเย็น ดามมีด หัวจับมีด

สลัก

ชิ้นงาน บุช หนาจาน

รูป 2.20 การจับงานและการจับมีดแทงขึ้นรูป


26 2.3.4 1) 2) 3) 4) 5) 6)

ขอควรระวังในการใชเครื่องแทงขึ้นรูป ตรวจสอบความเรียบรอยของเครื่องและระบบสงกําลัง ระวังอยาใหมีดแทงขึ้นรูปตกลงบนพื้น เพราะจะแตกหักไดงาย ตรวจสอบความคมของมีดแทง ถาไมคมตองทําการลับคมใหม ตรวจสอบสภาพการคายเศษโลหะวาสะดวกดีหรือไม ทําการหลอลื่นงานแทงขึ้นรูป ดวยน้ํามันหลอเย็น หรือน้ํามันพิเศษ จับชิ้นงานใหแนน


31 แบบทดสอบกอนเรียน-หลังเรียน ประจําหนวยที่ 2 เรื่อง เครื่องเลื่อยและเครื่องแทงขึ้นรูป ตอนที่ 1 จงทําเครื่องหมาย √ ลงในคําตอบที่ถูกที่สดุ เพียงคําตอบเดียว 1. การตัดงานโดยทั่วๆ ไป นิยมใชเครื่องเลื่อยแบบไหน ก. เครื่องเลื่อยวงเดือน ข. เครื่องเลื่อยสายพาน ค. เลื่อยมือ ง. เครื่องเลื่อยชัก 2. การตัดงานที่บาง เชน ทอ เหล็กกลอง จะตองใชเครื่องเลื่อยชนิดไหนจึงเหมาะสม ก. เลื่อยมือ ข. เลื่อยสายพาน ข. เครื่องตัดแผนเจียระไน ง. เครื่องเลื่อยวงเดือน 3. ถาตองการตัดชิ้นงานเปนรูปทรงตางๆ หรือเลื่อยตัดภายในชิ้นงานจะตองใชเครื่องเลื่อยชนิดไหน ก. เครื่องเลื่อยชัก ข. เครื่องเลื่อยวงเดือน ค. เครื่องเลื่อยสายพานแนวนอน ง. เครื่องเลื่อยสายพานแนวตั้ง 4. วัสดุที่ใชทําใบเลื่อย คือ ขอใด ก. เหล็กเพลาขาว ข. เหล็กหลอ ค. เหล็กรอบสูง ง. เหล็กเหนียว 5. ถาตองการจะเลื่อยชิ้นงานบางหรือทอ ควรจะใชใบเลื่อยที่มีจํานวนฟนตอนิว้ ในขอใด ก. 16 ฟนตอนิ้ว ข. 18 ฟนตอนิ้ว ค. 24 ฟนตอนิ้ว ง. 32 ฟนตอนิ้ว 6. การเลื่อยวัสดุออน เชน พลาสติก ไม ควรจะใชใบเลื่อยใน���ักษณะใด ก. ฟนตรง ข. ฟนมีมุมตัด ค. ฟนหาง ง. ฟนแบบคลื่น 7. เครือ่ งแทงขึ้นรูป มีลักษณะการทํางานปาดผิวชิ้นงานใหไดเปนรูปทรงอะไร ก. ทรงกลม ข. ทรงกระบอก ค. ทรงกรวย ง. ทรงเรขาคณิต 8. ขอใดไมใชชิ้นงานที่ทําจากเครื่องแทงขึ้นรูป ก. รองลิ่มนอก ข. รองลิ่มใน ค. รองน้ํามัน ง. รูควานเรียบ


32 9. ในสวนใดของมีดแทงขึ้นรูปที่ตัดงานขั้นสําเร็จ ก. ขอบมีด ข. สวนนําตอนหลัง ค. ดามมีด ง. ฟนมีดละเอียด 10. การสงกําลังของมีดแทง สวนมากจะใชการสงกําลังดวยระบบอะไร ก. ระบบไฮดรอลิก ข. ระบบสายพาน ค. ระบบเฟอง ง. ระบบแขนกล ตอนที่ 2 จงตอบคําถามตอไปนี้โดยการอธิบายสั้นๆพอเขาใจ 1. เครื่องเลื่อย มีความสําคัญอยางไร..................................................................................................... 2. เครื่องแทงขึ้นรูป มีความสําคัญอยางไร........................................................................................... 3. จงยกตัวอยางชิ้นงานที่ไดจากเครื่องแทงขึ้นรูปมา 1 งาน ................................................................ 4. เครื่องเลื่อยชนิดใดที่ไมตองมีการหลอเย็นขณะทํางาน .................................................................. 5. ใบเลื่อยแบบสลับ จะมีฟนเอียงสลับกันไป-มา ใชสําหรับตัดชิ้นงานชนิดใด ................................. 6. การแทงขึ้นรูปแบบดึง มีลักษณะการทํางานอยางไร ...................................................................... 7. การสงกําลังของมีดแทง ที่นิยมใชสวนมาก คือ ............................................................................. 8. จงบอกสวนตางๆของมีดแทงขึ้นรูปภายในมีอะไรบาง ................................................................... 9. จงบอกขอควรระวังเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใชเลื่อยกลมา 2 ขอ ........................................... 10. จงบอกขอควรระวังเกี่ยวกับการใชเครื่องแทงขึ้นรูปมา 2 ขอ ...................................................... .............................................................................................................................................................


เครื่องเลื่อยกล