Issuu on Google+

สัตตภัณฑ์และธรรมาสน์ ใน อำ�เภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย

นพดล ยาสมร


แผนที่ของอำ�เภอแม่ลาว

ประวัติความเป็นมาอำ�เภอแม่ลาว น้ำ�แม่ลาวคู่บ้านห้วยส้านพลับพลาคู่เมือง พระธาตุจอมหมอกแก้วลือเลื่อง นามประเทืองแผ่นดินทอง อำ�เภอแม่ลาว ได้รับการยกฐานะเป็นอำ�เภอเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๙ โดย แยกพื้นที่บางส่วนของอำ�เภอเมืองเชียงราย จัดตั้งเป็นกิ่งอำ�เภอเมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๓๖ ประกอบด้วยพื้นที่ ๕ ตำ�บล คือตำ�บลดงมะดะ ตำ�บลป่า ก่อดำ�ตำ�บลบัวสลี ตำ�บลจอมหมอกแก้ว และตำ�บลโป่งแพร่ รวม ๖๒ หมู่บ้าน อำ�เภอแม่ลาว ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดเชียงราย อยู่ห่างจากอำ�เภอเมือง เชียงราย ประมาณ ๒๔ กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อดังนี้ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำ�เภอเมืองเชียงราย ทิศใต้ ติดต่อกับอำ�เภอพาน ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำ�เภอเมืองเชียงราย และอำ�เภอพาน ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำ�เภอเมืองเชียงรายและอำ�เภอแม่สรวย อำ�เภอแม่ลาว มีพื้นที่ปกครองประมาณ ๒๒๐ ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ ๑๓๗,๕๐๐ ไร่ โดยแบ่งพื้นที่เป็นรายตำ�บล การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำ�เภอแม่ลาวประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำ�บลป่าก่อดำ� ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำ�บลป่าก่อดำ�และบาง ส่วนของตำ�บลจอมหมอกแก้ว เทศบาลตำ�บลแม่ลาว ครอบคลุมพื้นที่บาง ส่วนของตำ�บลดงมะดะเทศบาลตำ�บลดงมะดะ ครอบคลุมพื้นที่ตำ�บลดงมะ ดะ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำ�บลแม่ลาว)องค์การบริหารส่วนตำ�บลป่าก่อดำ� ครอบคลุมพื้นที่ตำ�บลป่าก่อดำ� (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำ�บลป่าก่อดำ�)องค์การ บริหารส่วนตำ�บลบัวสลี ครอบคลุมพื้นที่ตำ�บลบัวสลีทั้งตำ�บลองค์การบริหาร ส่วนตำ�บลจอมหมอกแก้ว ครอบคลุมพื้นที่ตำ�บลจอมหมอกแก้ว (เฉพาะนอก เขตเทศบาลตำ�บลป่าก่อดำ�)องค์การบริหารส่วนตำ�บลโป่งแพร่ ครอบคลุมพื้นที่ ตำ�บลโป่งแพร่


สัตตภัณฑ์ หมายถึง เชิงเทียนสำ�หรับใช้บูชาพระประธานในพระอุโบสถหรือ พระวิหารมีลักษณะคล้ายขั้นบันไดซึ่งมีที่สำ�หรับปักเทียนลดหลั่นกันลงมา 7 ชั้น นอกจากนี้ยังมีงานพุทธศิลป์ที่ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาอีกอย่างหนึ่ง ธรรมาสน์ หมายถึง อาสนะที่จัดไว้ให้พระภิกษุนั่งแสดงธรรม มักจะยกระดับขึ้น สูงกว่าระดับสายตาของผู้นั่งฟัง ลักษณะของธรรมาสน์จะแตกต่างกันไปตามท้อง ถิ่น แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นทรงปราสาทมากกว่าทรงอื่น

นิยาม ความหมาย : “สัตตภัณฑ์”

สัตต หมายถึง เจ็ด ภัณฑ์ มาจากคำ�ว่า บริภัณฑ์ หมายถึง สิ่งของ รวมกันคือ “สัตตภัณฑ์” หรือ “สัตตบริภัณฑ์” หมายถึง สิ่งของทั้งเจ็ด ในที่นี้ คือเชิงเทียน มีที่สำ�หรับปักเทียนอยู่เจ็ดที่ ตั้งอยู่บริเวณหน้าพระประธานในวิหาร หรือโบสถ์ของชาวล้านนา สังคมชาวล้านนาในอดีตถือว่า วัดหรือศาสนสถานเป็น ศูนย์รวมของจิตวิญญาณ และแหล่งสั่งสมภูมิปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิปัญญา ด้านคติความเชื่อทางศาสนา ได้แปรความและแสดงออกมาเป็นสัญลักษณ์ เชิง งานศิลปกรรมได้อย่างโดดเด่น จากภาพสะท้อนของงานศิลปกรรมล้านนาได้สื่อ ให้เห็นถึง เรื่องราวความเป็นมาตลอดถึงรสนิยมและอุดมคติทางความงาม , ความ เชื่อไปจนถึงตัวพิธีกรรมที่ปรากฏออกมาพร้อมๆ กัน ทั้งนี้ก็เพื่อจุดประสงค์ เดียวคือการน้อมนำ�พุทธศาสนิกชน ให้เข้าถึงหลักแห่งการประพฤติ ปฏิบัติ ตามหลักธรรมคำ�สั่งสอนขององค์สัมมาสำ�พุทธเจ้าให้เป็นไป อย่างลึกซึ้งสัตต ภัณฑ์ เป็นผลงานศิลปะแห่ง ภูมิปัญญาชาวล้านนา ที่ตกผลึกทางความคิดและถูก ถ่ายทอดออกมาภายใต้คติ ความเชื่อที่ผสมผสานกันระหว่างศาสนาพุทธและฮินดู กลายเป็นผลงานศิลปกรรมเชิงเทียน


ธรรมาสน์ หมายถึง อาสนะที่จัดไว้ให้พระภิกษุนั่งแสดงธรรม มักจะยกระดับ ขึ้นสูงกว่าระดับสายตาของผู้นั่งฟัง ลักษณะของธรรมาสน์จะแตกต่างกันไปตาม ท้องถิ่น แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นทรงปราสาทมากกว่าทรงอื่น

ธรรมาสน์

ธรรมาสน์ คือ อาสนะที่จัดไว้ให้พระภิกษุนั่งแสดงธรรม มักจะยกระดับขึ้นสูง กว่าระดับสายตาของผู้นั่งฟัง ลักษณะของธรรมาสน์จะแตกต่างกันไปตามท้อง ถิ่น แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นทรงปราสาทมากกว่าทรงอื่น วัสดุที่ใช้ทำ�ส่วน ใหญ่สร้างด้วยไม้ ประดับประดาด้วยลวดลายและเทคนิคการประดับต่างๆ กัน ธรรมาสน์จะตั้งอยู่ในวิหารทางด้านขวาของพระประธาน และอยู่ทางด้านซ้าย ของอาสนสงฆ์ การสร้างธรรมาสน์ นอกจากมีจุดประสงค์เพื่อต้องการให้เป็นที่แสดงธรรมของ พระสงฆ์แล้ว ในความเชื่อของชาวล้านนายังเชื่อว่า การสร้างธรรมาสน์ถวายยัง เป็นการทำ�บุญให้สำ�หรับตนเองในภายภาคหน้าเป็นการถวายทาน ให้กับผู้ที่ล่วง ลับไปแล้ว เป็นการค้ำ�จุนพุทธศาสนา และเป็นการสร้างตามปีเกิด โดยเชื่อว่า คน ที่เกิดปีขาลให้สร้างธรรมาสน์จะได้กุศลมาก


ลักษณะของธรรมาสน์แบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ ส่วนฐาน โดยมากแล้วฐานของธรรมาสน์จะยกสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร ลักษณะเป็นฐานปัทม์ลูกแก้วอกไก่ บางแห่งอาจมีการยกเก็จที่มุมด้วยจำ�นวน ของการยกเก็จนั้นแล้วแต่ขนาดของธรรมาสน์เป็นสำ�คัญ ธรรมาสน์รุ่นเก่า ถ้า มีการติดตั้งอยู่กับที่โดยไม่มีการเคลื่อนย้าย ส่วนฐานมักสร้างด้วยการก่ออิฐ ถือปูน ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น

ส่วนกลาง คือ บริเวณห้องสี่เหลี่ยมซึ่งใช้เป็นที่นั่งเทศน์ของพระสงฆ์ มี ขนาดพอเหมาะสำ�หรับให้พระภิกษุรูปหนึ่งนั่งแสดงธรรมได้สะดวก ห้อง เทศน์นี้อาจมีแผนผังยกเก็จหรือมีแผนผังสี่เหลี่ยมจัตุรัสก็ได้ ขึ้นอยู่กับส่วนฐาน ว่ามีแผนผังแบบใด ผนังของห้องมีทั้งแบบที่เปิดโล่งทั้งสี่ด้านและแบบปิดสาม ด้าน โดยเปิดเฉพาะด้านที่เป็นที่ขึ้นลงจากธรรมาสน์ของพระภิกษุ ธรรมาสน์ แบบปิดนั้นไม่ได้ปิดทึบทั้งหมด เป็นการปิดบังระดับสายตาของผู้นั่งฟังเทศน์ ด้านล่างเท่านั้นการสร้างธรรมาสน์แบบปิดนี้เข้าใจว่า ต้องการปิดบังอิริยาบถ ของพระที่เทศน์ เพราะการเทศน์นั้นใช้เวลานาน บางรูปอาจจะออกกิริยา อาการประกอบการเทศน์ซึ่งเป็นไปตามเนื้อเรื่องของธรรม ซึ่งบางครั้งไม่งาม ต่อการมองของผู้ฟังธรรมาสน์แบบปิดในสกุลช่างลำ�ปางมีรูปแบบเฉพาะตัว คือมีทรงผายขึ้นด้านบนและไม่มี


ส่วนยอด หรือหลังคาของธรรมาสน์ นั้น มีหลายรูปแบบ มีทั้งแบบง่ายๆ คือ หลังคารา และหลังคาที่มีการลดชั้นในทรงปราสาท ซึ่งการลดหลั่นของชั้น หลังคานั้น จะมีตั้งแต่หลังคาซ้อนชั้นเดียวไปจนถึงหลายชั้น แต่ยอดสุดก็คือ กลีบบัวรับปลี ในทำ�นองเดียวกับยอดของเจดีย์นั่นเองต่อมาเมื่อล้านนาได้รับ อิทธิพลจากภาคกลางมากขึ้น ก็ได้รับเอาความนิยมของธรรมาสน์แบบภาคกลาง ซึ่งเป็นธรรมาสน์แบบเก้าอี้มีพนัก ประดับด้วยลวดลายปิดทองประดับกระจกมา ใช้ ทำ�ให้ความนิยมเทศน์ในธรรมาสน์แบบล้านนาเสื่อมความนิยมไป ปัจจุบัน ธรรมาสน์แบบล้านนาจึงกลายเป็นเพียงเครื่องประดับในวิหารเท่านั้น


Satapan23pdf