Issuu on Google+

รายงาน เรื่อง ความหมายและบทบาทของระบบสารสนเทศ เสนอ อาจารย์สุจิตตรา จันทร์ลอย จัดทาโดย นางสาวจันทนา โต้งฟ้ า

รหัส 554186059

นางสาวรัตติยากรณ์ คูณขุนทด รหัส 554186060 นางสาววิจิตรา บุญรอด

รหัส 554186064

นางสาววาสนา พรมดา

รหัส 554186085

นางสาวเอื้องทราย พนาพดุงธรรม รหัส 554186087 นางสาวลัดดา คีรีประสาน

รหัส 554186096

นางสาวกันทิมา ทัศนา

รหัส 55418109

นักศึกษาชั้นปี ที่ 1 สาขาการศึกษาปฐมวัย หมู่ 2

รายงานนีเ้ ป็ นส่ วนหนึ่งของวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสารสาหรับครู (PC54504 )

ภาคเรียนที่ 1/2555 มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง


คานา รายงานเรื่ อง ความหมายและบทบาทสารสนเทศ เป็ นส่ วนหนึ่งวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่ อสารสาหรับครู จัดทาขึ้นเพื่อเป็ นการส่ งเสริ มความรู ้เกี่ยวกับด้านคอมพิวเตอร์มา ประยุกต์ใช้กบั ชีวติ ประจาวันและเป็ นการให้ความรู ้เพื่อเป็ นเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆ ให้กบั น้องๆ พี่ๆ ที่สนใจจะเรี ยนรู ้และศึกษาเพื่อที่จะให้มีความรู ้เพิม่ เติมในวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่ อสารสาหรับครู มากยิง่ ขึ้น ขอขอบพระคุณอาจารย์สุจิตตรา จันทร์ลอยที่ช่วยให้คาปรึ กษาและแนะนาเกี่ยวกับการทา รายงานเรื่ องนี้ทาให้สาเร็จลุล่วงไปด้วยดี ผูจ้ ดั ทาหวังว่ารายงานเล่มนี้คงเป็ นประโยชน์ต่อผูท้ ี่ สนใจจะศึกษายิง่ ขึ้นไป

ผู้

คณะผูจ้ ดั ทา นักศึกษา ชั้นปี ที่ 1


สารบัญ เรื่อง

หน้ า

คานา

สารบัญ

ความหมายของระบบสารสนเทศ

1-2

ประเภทของระบบสารสนเทศ

3-6

ส่ วนประกอบของระบบสารสนเทศ

7-8

การประมวลผลระบบสารสนเทศ

9

การพัฒนาระบบสารสนเทศ เป้ าหมายของระบบสารสนเทศ แหล่ งอ้ างอิง

10-11 12 ค


ระบบสารสนเทศ (Information system) หมายถึง ระบบที่ประกอบด้วยส่ วนต่างๆ ได้แก่ ระบบ คอมพิวเตอร์ ท้ งั ฮาร์ ดแวร์ ซอฟท์แวร์ ระบบเครื อข่าย ฐานข้อมูล ผูพ้ ฒั นาระบบ ผูใ้ ช้ระบบ พนักงานที่ เกี่ยวข้อง และ ผูเ้ ชี่ยวชาญในสาขา ทุกองค์ประกอบนี้ทางานร่ วมกันเพื่อกาหนด รวบรวม จัดเก็บข้อมูล ประมวลผลข้อมูลเพื่อสร้างสารสนเทศ และส่ งผลลัพธ์หรื อสารสนเทศที่ได้ให้ผใู ้ ช้เพื่อช่วยสนับสนุนการ ทางาน การตัดสิ นใจ การวางแผน การบริ หาร การควบคุม การวิเคราะห์และติดตามผลการดาเนินงานของ องค์กร (สุ ชาดา กีระนันทน์, 2541) ระบบสารสนเทศ หมายถึง ชุดขององค์ประกอบที่ทาหน้าที่รวบรวม ประมวลผล จัดเก็บ และ แจกจ่ายสารสนเทศ เพื่อช่วยการตัดสิ นใจ และการควบคุมในองค์กร ในการทางานของระบบสารสนเทศ ประกอบไปด้วยกิจกรรม 3 อย่าง คือ การนาข้อมูลเข้าสู่ ระบบ (Input) การประมวลผล (Processing) และ การนาเสนอผลลัพธ์ (Output) ระบบสารสนเทศอาจจะมีการสะท้อนกลับ (Feedback) เพื่อการประเมินและ ปรับปรุ งข้อมูลนาเข้า ระบบสารสนเทศอาจจะเป็ นระบบที่ประมวลด้วยมือ (Manual) หรื อระบบที่ใช้ คอมพิวเตอร์ ก็ได้ (Computer-based information system –CBIS) (Laudon & Laudon, 2001) แต่อย่างไรก็ตามในปั จจุบนั เมื่อกล่าวถึงระบบสารสนเทศ มักจะหมายถึงระบบที่ตอ้ งอาศัยคอมพิวเตอร์และ ระบบโทรคมนาคม


ระบบสารสนเทศ หมายถึง ระบบคอมพิวเตอร์ ที่จดั เก็บข้อมูล และประมวลผลเป็ นสารสนเทศ และ ระบบสารสนเทศเป็ นระบบที่ตอ้ งอาศัยฐานข้อมูล (CIS 105 -- Survey of Computer Information Systems, n.d.) ระบบสารสนเทศ หมายถึง ชุดของกระบวนการ บุคคล และเครื่ องมือ ที่จะเปลี่ยนข้อมูลให้เป็ น สารสนเทศ (FAO Corporate Document Repository, 1998) ระบบสารสนเทศ ไม่วา่ จะเป็ นระบบมือหรื อ ระบบอัตโนมัติ หมายถึง ระบบที่ประกอบด้วย คน เครื่ องจักรกล(machine) และวิธีการในการเก็บข้อมูล ประมวลผลข้อมูล และเผยแพร่ ขอ้ มูล ให้อยูใ่ นลักษณะของสารสนเทศของผูใ้ ช้ (Information system, 2005) สรุ ปได้วา่ ระบบสารสนเทศ ก็คือ ระบบของการจัดเก็บ ประมวลผลข้อมูล โดยอาศัยบุคคลและ เทคโนโลยีสารสนเทศในการดาเนินการ เพื่อให้ได้สารสนเทศที่เหมาะสมกับงานหรื อภารกิจแต่ละอย่าง Laudon & Laudon (2001) ยังอธิ บายว่าในมิติทางธุ รกิจ ระบบสารสนเทศเป็ นระบบที่ช่วย แก้ปัญหาการจัดการขององค์กร ซึ่ งถูกท้าทายจากสิ่ งแวดล้อม ดังนั้นการใช้ระบบสารสนเทศอย่างมี ประสิ ทธิภาพ จาเป็ นที่จะต้องเข้าใจองค์กร(Organzations) การจัดการ (management) และเทคโนโลยี (Technology)


ปั จจุบนั จะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร กับระบบสารสนเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศชัดเจน มากขึ้นและเนื่องจากการบริ หารงานในองค์กรมีหลายระดับ กิจกรรมขององค์กรแต่ละประเภทอาจจะ แตกต่างกันดังนั้นระบบสารสนเทศของแต่ละองค์กรอาจแบ่งประเภทแตกต่างกันออกไป ถ้าพิจารณาจาแนกระบบสารสนเทศตามการสนับสนุนระดับการทางานในองค์กรจะแบ่งระบบ สารสนเทศได้เป็ น 4 ประเภท ดังนี้ (Laudon & Laudon, 2001) 1. ระบบสารสนเทศสาหรับระดับผูป้ ฏิบตั ิงาน (Operational – level systems) ช่วยสนับสนุน การทางานของผูป้ ฏิบตั ิงานในส่ วนปฏิบตั ิงานพื้นฐานและงานทารายการต่างๆขององค์กร เช่น ใบเสร็ จรับเงิน รายการขาย การควบคุมวัสดุของหน่วยงาน เป็ นต้น วัตถุประสงค์หลักของระบบนี้ก็เพื่อ ช่วยการดาเนินงานประจาแต่ละวัน และควบคุมรายการข้อมูลที่เกิดขึ้น 2. ระบบสารสนเทศสาหรับผูช้ านาญการ (Knowledge-level systems) ระบบนี้สนับสนุนผทางาน ที่มีความรู ้เกี่ยวข้องกับข้อมูล วัตถุประสงค์หลักของระบบนี้ก็เพื่อช่วยให้มีการนาความรู ้ใหม่มาใช้ และช่วย ควบคุมการไหลเวียนของงานเอกสารขององค์กร


3. ระบบสารสนเทศสาหรับผูบ้ ริ หาร (Management - level systems) เป็ นระบบสารสนเทศที่ช่วยในการ ตรวจสอบ การควบคุม การตัดสิ นใจ และการบริ หารงานของผูบ้ ริ หารระดับกลาง 4. ระบบสารสนเทศระดับกลยุทธ์ (Strategic-level system) เป็ นระบบสารสนเทศที่ช่วยการบริ หาร ระดับสู ง ช่วยในการสนับสนุนการวางแผนระยะยาว หลักการของระบบคือต้องจัดความสัมพัน ธ์ระหว่าง สภาพแวดล้อมภายนอกกับความสามารถภายในที่องค์กรมี เช่นในอีก 5 ปี ข้างหน้า องค์กรจะผลิตสิ นค้าใด

ประเภทของระบบสารสนเทศอีกหนึ่งความหมาย 1. ระบบประมวลผลรายการ (Transaction Processing Systems - TPS) เป็ นระบบที่ทาหน้าที่ใน การปฏิบตั ิงานประจา ทาการบันทึกจัดเก็บ ประมวลผลรายการที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน โดยใช้ระบบ คอมพิวเตอร์ ทางานแทนการทางานด้วยมือ ทั้งนี้เพื่อที่จะทาการสรุ ปข้อมูลเพื่อสร้างเป็ นสารสนเทศ ระบบ ประมวลผลรายการนี้ ส่ วนใหญ่จะเป็ นระบบที่เชื่อมโยงกิจการกับลูกค้า ตัวอย่าง เช่น ระบบการจองบัตร โดยสารเครื่ องบิน ระบบการฝากถอนเงินอัตโนมัติ เป็ นต้น ในระบบต้องสร้างฐานข้อมูลที่จาเป็ น ระบบนี้ มักจัดทาเพื่อสนองความต้องการของผูบ้ ริ หารระดับต้นเป็ นส่ วนใหญ่เพื่อให้สามารถปฏิบตั ิงานประจาได้ ผลลัพธ์ของระบบนี้ มักจะอยูใ่ นรู ปของ รายงานที่มีรายละเอียด รายงานผลเบื้องต้น

2. ระบบสานักงานอัตโนมัติ (Office Automation Systems- OAS) เป็ นระบบที่สนับสนุนงานในสานักงาน หรื องานธุ รการของหน่วยงาน ระบบจะประสานการทางานของบุคลากรรวมทั้งกับบุคคลภายนอก หรื อ หน่วยงานอื่น ระบบนี้จะเกี่ยวข้องกับการจัดการเอกสาร โดยการใช้ซอฟท์แวร์ ดา้ นการพิมพ์ การติดต่อผ่าน ระบบไปรษณี ยอ์ ิเล็กทรอนิกส์ เป็ นต้นผลลัพธ์ของระบบนี้ มักอยูใ่ นรู ปของเอกสาร กาหนดการ สิ่ งพิมพ์


3. ระบบงานสร้ างความรู้ (Knowledge Work Systems - KWS) เป็ นระบบที่ช่วยสนับสนุน บุคลากรที่ทางานด้านการสร้างความรู ้เพื่อพัฒนาการคิดค้น สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ บริ การใหม่ ความรู ้ใหม่ เพื่อนาไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงาน หน่วยงานต้องนาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาสนับสนุนให้การพัฒนา เกิดขึ้นได้โดยสะดวก สามารถแข่งขันได้ท้ งั ในด้านเวลา คุณภาพ และราคา ระบบต้องอาศัยแบบจาลองที่ สร้างขึ้น ตลอดจนการทดลองการผลิตหรื อดาเนินการ ก่อนที่จะนาเข้ามาดาเนินการจริ งในธุ รกิจ ผลลัพธ์ ของระบบนี้ มักอยูใ่ นรู ปของ สิ่ งประดิ ษฐ์ ตัวแบบ รู ปแบบ เป็ นต้น

4. ระบบสารสนเทศเพือ่ การจัดการ (Management Information Systems- MIS) เป็ นระบบสารสนเทศ สาหรับผูป้ ฏิบตั ิงานระดับกลาง ใช้ในการวางแผน การบริ หารจัดการ และการควบคุม ระบบจะเชื่อมโยง ข้อมูลที่มีอยูใ่ นระบบประมวลผลรายการเข้าด้วยกัน เพื่อประมวลและสร้างสารสนเทศที่เหมาะสมและ จาเป็ นต่อการบริ หารงาน ตัวอย่าง เช่น ระบบบริ หารงานบุคลากร ผลลัพธ์ของระบบนี้ มักอยูใ่ นรู ปของ รายงานสรุ ป รายงานของสิ่ งผิดปกติ

5. ระบบสนับสนุนการตัดสิ นใจ (Decision Support Systems – DSS) เป็ นระบบที่ช่วยผูบ้ ริ หารในการ ตัดสิ นใจสาหรับปั ญหา หรื อที่มีโครงสร้างหรื อขั้นตอนในการหาคาตอบที่แน่นอนเพียงบางส่ วน ข้อมูลที่ใช้ ต้องอาศัยทั้งข้อมูลภายในกิจการและภายนอกกิจการประกอบกัน ระบบยังต้องสามารถเสนอทางเลือกให้ ผูบ้ ริ หารพิจารณา เพื่อเลือกทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสาหรับสถานการณ์น้ นั หลักการของระบบ สร้างขึ้น จากแนวคิดของการใช้คอมพิวเตอร์ ช่วยการตัดสิ นใจ โดยให้ผใู ้ ช้โต้ตอบโดยตรงกับระบบ ทาให้สามารถ วิเคราะห์ ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขและกระบวนการพิจารณาได้ โดยอาศัยประสบการณ์ และ ความสามารถของ ผูบ้ ริ หารเอง ผูบ้ ริ หารอาจกาหนดเงื่อนไขและทาการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่างๆ ไปจนกระทัง่ พบ


สถานการณ์ที่เหมาะสมที่สุด แล้วใช้เป็ นสารสนเทศที่ช่วยตัดสิ นใจ รู ปแบบของผลลัพธ์ อาจจะอยูใ่ นรู ป ของ รายงานเฉพาะกิจ รายงานการวิเคราะห์เพื่อตัดสิ นใจ การทานาย หรื อ พยากรณ์เหตุการณ์

6. ระบบสารสนเทศสาหรับผู้บริหารระดั บสู ง (Executive Information System - EIS) เป็ นระบบที่สร้าง สารสนเทศเชิงกลยุทธ์สาหรับผูบ้ ริ หารระดับสู ง ซึ่ งทาหน้าที่กาหนดแผนระยะยาวและเป้ าหมายของกิจการ สารสนเทศสาหรับผูบ้ ริ หารระดับสู งนี้จาเป็ นต้องอาศัยข้อมูลภายนอกกิจกรรมเป็ นอย่างมาก ยิง่ ในยุค ปัจจุบนั ที่เป็ นยุค Globalization ข้อมูลระดับโลก แนวโน้มระดับสากลเป็ นข้อมูลที่จาเป็ นสาหรับการแข่งขัน ของธุ รกิจ ผลลัพธ์ของระบบนี้ มักอยูใ่ นรู ปของการพยากรณ์ /การคาดการณ์ ถึงแม้วา่ ระบบสารสนเทศจะมีหลายประเภท แต่องค์ประกอบที่จาเป็ นของระบบสารสนเทศทุกประเภท ก็คือ ต้องประกอบด้วยกิจกรรม 3 อย่างตามที่ Laudon & Laudon (2001)ได้กล่าวไว้ คือ ระบบต้องมีการนาเข้า ข้อมูล การประมวลผลข้อมูล และการแสดงผลลัพธ์ของข้อมูล


ระบบสารสนเทศเป็ นงานที่ตอ้ งใช้ส่วนประกอบหลายอย่าง ในการทาให้เกิดเป็ นกลไกในการนา ข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ถ้าต้องการประมวลผลรายงานการเรี ยนของนักเรี ยนได้อย่าง ถูกต้อง รวดเร็ ว ทันการ ระบบการจัดการสารสนเทศนั้น เกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง ประการแรกคือ บุคลากรหรื อ อาจารย์ประจาชั้นที่เป็ นผูร้ ับผิดชอบ หรื ออาจารย์ผสู ้ อนแต่ละรายวิชา ประการที่สอง คือ หากมีการบันทึก ข้อมูลก็ตอ้ งมีข้ นั ตอนการปฏิบตั ิงานของอาจารย์เป็ นขั้นตอนที่กาหนดไว้วา่ จะต้องทาอะไรบ้าง เมื่อไร อย่างไร ประการที่สาม คือ เครื่ องคอมพิวเตอร์ เป็ นเครื่ องช่วยให้การทางานให้ผลรวดเร็ ว และคานวณได้ แม่นยาถูกต้อง ประการที่สี่ คือ ซอฟต์แวร์ ที่ใช้กบั เครื่ องคอมพิวเตอร์ ช่วยทาให้คอมพิวเตอร์ทางาน ตามที่ ต้องการได้ ประการสุ ดท้ายคือ ตัวข้อมูลที่เป็ นเสมือนวัตถุดิบที่จะได้รับการเปลี่ยนแปลงให้เป็ นสารสนเทศ ตามที่ตอ้ งการ

ส่ วนประกอบทีส่ าคัญของระบบสารสนเทศมี 5 ส่ วนคือ 1. ฮาร์ดแวร์ (เครื่ องจักรอุปกรณ)์์ 2. ซอฟต์แวร์ 3. ข้อมูล 4. บุคลากร 5.ขั้นตอนการปฏิบตั ิงาน


ส่ วนประกอบทั้งห้าส่ วนนี้ทาให้เกิดสารสนเทศได้ หากขาดส่ วนประกอบใด หรื อส่ วนประกอบใดไม่ สมบูรณ์ ก็อาจทาให้ระบบสารสนเทศ ไม่สมบูรณ์ เช่น ใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ ไม่เหมาะสมกับงาน ก็จะทาให้ งานล่าช้า ไม่ทนั ต่อการใช้งาน การดาเนินการระบบสารสนเทศจึงต้องให้ความสาคัญ กับส่ วนประกอบทั้ง ห้านี้ บุคลากร เป็ นส่ วนประกอบที่สาคัญ เพราะบุคลากรที่มีความรู ้ ความสามารถ และเข้าใจวิธีการให้ได้มาซึ่ ง สารสนเทศ จะเป็ นผูด้ าเนินการ ในการทางานทั้งหมด บุคลากรจึงต้องมีความรู ้ความเข้าใจในการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ บุคลากรภายในองค์กรเป็ นส่ วนประกอบที่จะทาให้เกิด ระบบสารสนเทศด้วยกันทุก คน เช่น ร้านขายสิ นค้าแห่งหนึ่ง บุคลากรที่ดาเนินการในร้านค้าทุกคน ตั้งแต่ผจู ้ ดั การถึงพนักงานขาย เป็ น ส่ วนประกอบที่จะทาให้เกิดสารสนเทศได้ ขั้นตอนการปฏิบัติ เป็ นระเบียบวิธีการปฏิบตั ิงานในการจัดเก็บรักษาข้อมูลให้อยูใ่ นรู ปแบบที่จะทาให้เป็ น สารสนเทศได้ เช่น กาหนดให้ มีการป้ อนข้อมูลทุกวัน ป้ อนข้อมูลให้ทนั ตามกาหนดเวลา มีการแก้ไขข้อมูล ให้ถูกต้องอยูเ่ สมอ กาหนดเวลาในการประมวลผล การทารายงาน การดาเนินการ ต่าง ๆ ต้องมีข้ นั ตอน หาก ขั้นตอนใดมีปัญหาระบบก็จะมีปัญหาด้วย เพราะทุกขั้นตอนมีผลต่อระบบสารสนเทศ เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็ นเครื่ องมือที่ช่วยในการจัดการสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ ช่วยประมวลผล คัดเลือก คานวณ หรื อพิมพ์รายงาน ผลตามที่ตอ้ งการ คอมพิวเตอร์ เป็ นอุปกรณ์ที่ทางานได้รวดเร็ ว มีความแม่นยาใน การทางาน และทางานได้ต่อเนื่อง คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ จึงเป็ นองค์ประกอบหนึ่งของระบบ สารสนเทศ ซอฟต์ แวร์ คือลาดับขั้นตอนคาสั่งให้เครื่ องคอมพิวเตอร์ ทางานตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ซอฟต์แวร์ จึง หมายถึงชุดคาสั่งที่เรี ยง เป็ นลาดับขั้นตอนสั่งให้คอมพิวเตอร์ ทางานตามต้องการ และประมวลผลเพื่อให้ได้ สารสนเทศที่ตอ้ งการ ข้ อมูล เป็ นวัตถุดิบที่ทาให้เกิดสารสนเทศ ข้อมูลที่เป็ นวัตถุดิบจะต่างกัน ขึ้นกับสารสนเทศที่ตอ้ งการ เช่น ใน สถานศึกษามักจะต้องการ สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลนักเรี ยน ข้อมูลผลการเรี ยน ข้อมูลอาจารย์ ข้อมูล การใช้จ่ายต่าง ๆ ข้อมูลเป็ นสิ่ งที่สาคัญประการหนึ่งที่มีบทบาทต่อการให้เกิด สารสนเทศ


การประมวลผลสารสนเทศ (information processing) โดยทัว่ ไปแล้ว หมายถึง การกระทาใดๆก็ตามที่ ทาให้สารสนเทศเปลี่ยนไป และสามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้โดยผูส้ ังเกต (observer) กล่าวคือ เป็ น กระบวนการและหรื อวิธีการ ที่ทาให้ขอ้ มูลข่าวสารความรู ้ใดก็ตาม แปลรู ปไปเป็ นข้อมูลชนิดใหม่ที่ให้ ความหมายหรื อคงรู ปแบบเดิมเอาไว้ เช่น การเจริ ญเติบโตของต้นไม้ ได้ถูกสังเกตการณ์และบันทึกไว้ เป็ น ไฟล์คอมพิวเตอร์ แบบตารางเพื่อจัดเก็บข้อมูลทางสถิติของการเจริ ญเติบโตของต้นไม้ และนาข้อมูลนั้น เปลี่ยนไปเป็ นกราฟแสดงให้เห็นถึงอัตราการเจริ ญเติบโต การประมวลผลสารสนเทศ ยังหมายถึงการประมวลผลข้อมูลสารสนเทศที่ถูกจัดเก็บไว้ในรู ปของ ไฟล์ในคอมพิวเตอร์ ได้ถูกอ่านขึ้นมาจากที่จดั เก็บ (storage) เพื่อเอาไปประมวลผ่านหน่วยประมวลผล (processor) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาและแสดงผลออกมาในหน่วยแสดงผลทางหน้าจอหรื อทางพริ นเตอร์ เพื่อให้ผใู ้ ช้ได้รับข้อมูลที่ตอ้ งการได้อย่างถูกต้อง นอกจากนั้น การประมวลผลสารสนเทศ ยังมีความหมายในเชิงจิตวิทยาว���าด้วยเรื่ องกระบวนการรับรู้ ซึ่ งเกี่ยวกับการศึกษาเพื่อให้เข้าใจวิธีการคิดของมนุษย์ การประมวลผลสารสนเทศ หรื อ Information processing เป็ นการเปลี่ยนแปลง(การประมวลผล)ของ ข้อมูลสารสนเทศด้วยวิธีการใดๆ ที่สามารถมองเห็นได้ดว้ ยการสังเกตลักษณะที่กล่าวถึงเป็ นกระบวนการที่ สามารถอธิ บายได้วา่ ทุกๆสิ่ งที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ตั้งแต่ การตกของก้อนหิ นหนึ่งก้อน (ลักษณะของตาแหน่งที่ ถูกเปลี่ยนแปลง)ไปจนถึง การพิมพ์ตวั อักษรจากระบบคอมพิวเตอร์ ดิจิตอล ต่อมาจึงมีการกล่าวขานว่า การ ประมวลผลสารสนเทศ information processor เป็ นการเปลี่ยนแปลงของข้อความตัวอักษรให้เป็ นการ แสดงผล ในรู ปแบบ presentation


ความจาเป็ นในการพัฒนาระบบสารสนเทศ 1. การเปลีย่ นแปลงกระบวนการบริหารและการปฏิบัติงาน ระบบเดิมไม่สามารถให้ขอ้ มูลหรื อทางานได้ ตามต้องการ มีการดาเนินงานหลายขึ้นตอน ยุง่ ยากในการรวบรวมข้อมูลเพื่อนามาจัดทาข้อมูลสรุ ปสาหรับ การติดตามการปฏิบตั ิงานโดยรวมขององค์การ จึงจาเป็ นต้องพัฒนาหรื อปรับปรุ งระบบสารสนเทศที่ สามารถช่วยให้ข้ นั ตอนการปฏิบตั ิงานภายในและกระบวนการบริ หารมีประสิ ทธิ ภาพมากขึ้น 2. การเปลีย่ นแปลงด้ านเทคโนโลยี เทคโนโลยีที่ใช้อยูใ่ นระบบสารสนเทศปั จจุบนั ล้าสมัย ค่าช้จา่ ยในการ บารุ งรักษาระบบมีราคาสู ง จึงต้องรับเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ซ่ ึงทาให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบ การทางานที่มีอยูเ่ ดิม 3. การปรับองค์ การและสร้ างความได้ เปรียบในการแข่ งขัน - ระบบที่ใช้งานอยูป่ ั จจุบนั มีข้ นั ตอนการทางานที่ยงุ่ ยากซับซ้อน ขนาดเอกสารอ้างอิงหรื อเอกสารที่มีอยู่ ไม่ได้มารตรฐาน ทาให้การปรับปรุ งหรื อแก้ไขทาได้ยาก - ความต้องการปรับองค์การให้เหมาะสมเพื่อสามารตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางธุ รกิจ - ระบบปั จจุบนั ไม่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ การพัฒนาระบบประกอบด้ วย 1) กระบวนการทางธุรกิจ (Business Process) เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ เป้ าหมาย และขั้นตอนการ ดาเนินธุ รกิจขององค์การ - การปรับปรุ งคุณภาพ - การติดตามความล้มเหลวจากการดาเนินงาน - การปรับค่าตอบแทนของพนักงานโดยใช้การปรับปรุ งคุณภาพเป็ นดัชนี - การค้นหาและแก้ไขสาเหตุที่แท้จริ งของความล้มเหลว 2) บุคลากร (People) 3) วิธีการและเทคนิค (Methodology and Technique) การเลือกใช้วธิ ี การและเทคนิคที่เหมาะสมกับ ลักษณะของระบบเป็ นสิ่ งสาคัญ


4) เทคโนโลยี (Technology) เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ วจึงต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ในการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้มีความเหมาะสมกับลักษณะขอบเขตของระบบสารสนเทศแล ะ งบประมาณที่กาหนด 5) งบประมาณ (Budget) 6) ข้ อมูลและโครงสร้ างพืน้ ฐานภายในองค์ การ (Infrastructure) 7) การบริหารโครงการ (Project Management) ทีมงานพัฒนาระบบ การพัฒนา IT เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบกระบวนการพัฒนาระบบหลายกลุ่ม โดยทัว่ ไปจะมี การทางานเป็ นทีมที่ตอ้ งอาศัยความรู้ ประสบการณ์ และทักษะจากกลุ่มบุคคล 1) คณะกรรมการ (Steering Committee) 2) ผูบ้ ริ หารโครงการ (Project Manager) 3) ผูบ้ ริ หารหน่วยงานด้านสารสนเทศ (MIS Manager) 4) นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst) ควรมีทกั ษะในด้านต่างๆ คือ - ทักษะด้านเทคนิค - ทักษะด้านการวิเคราะห์ - ทักษะดานการบริ หารจัดการ - ทักษะด้านการติดต่อสื่ อสาร 5) ผูช้ านาญการทางด้านเทคนิค - ผูบ้ ริ หารฐานข้อมูล (Database Administrator : DBA) - โปรแกรมเมอร์ (Programmer) 6) ผูใ้ ช้และผูจ้ ดั การทัว่ ไป (User and Manager)


เพิ่มประสิ ทธิ ภาพในการทางาน (Increase Work Efficiency ) องค์กรสามารถนาระบบสารสนเทศ มาช่วยในการเพิม่ ประสิ ทธิ ภาพการทางานภายใต้สภาวะที่มีกาลังคนและกาลังการผลิตที่เท่าเดิม แต่ปริ มาร งานที่ทามีมากขึ้น การนาระบบสารสนเทศมาใช้จะช่วยทาให้ทางานสะดวก รวดเร็ ว และมีความถูกต้องมาก ขึ้น เพิ่มผลิตให้แกองค์กร (Increase Productivity ) ตัวอย่างเช่นมีการนาระบบควบคุมการผลิตมาใช้ ทา ให้องค์กรสามารถผลิตสิ นค้าหรื อบริ การได้มากขึ้นที่ เพียงพอต่อความต้องการของตลาดเป็ นต้น เพิม่ คุณภาพในการบริ การลูกค้า (Increase service Quality ) ระบบสารสนเทศถูกนามาใช้พฒั นาการ ให้บริ การลูกค้า เพื่อเพิ่มความพึงพอใจในการใช้บริ การของลูกค้า เช่น ระบบสอบถามและจองตัว๋ เครื่ องบิน ผ่านอินเตอร์เน็ต โดยที่ไม่ตอ้ งเดินทางมาเอง เป็ นต้น เพิ่มความได้เปรี ยบในการแข่งขัน (Increase Competitive Advantage ) ข้อมูลนับว่ามีความสาคัญ มาก ในทางธุ รกิจ ดังนั้นจึงจาเป็ นที่จะต้องมีการบริ หารจัดการข้อมูลที่ดี เพื่อนาเอาข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ใน การสนับสนุนการตัดสิ นใจเพื่อนามาพัฒนา ปรับปรุ งองค์กร


แหล่ งอ้ างอิง http://irrigation.rid.go.th/rid15/ppn/Knowledge/Management%20Information%20Systems/mis2.htm สื บค้นคว้า วันที่ 13 สิ งหาคม 2555 http://waiyavut-z.blogspot.com/2011/07/blog-post_13.htmlสื บค้นคว้า วันที่ 13 สิ งหาคม 2555 http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/bangkok/pichai_l/it01/itsystem.htmสื บค้นคว้า วันที่ 13 สิ งหาคม 2555


information system