Page 1

รายงาน สรุปกระบวนการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์OTOP จังหวัดกาญจนบุรี เสนอ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประชิด ทิณบุตร จัดทาโดย

1.นายอธิวัฒน์ ยาเลิศ 5011309944 2.นางสาวขวัญชนก รัตนรงคาภรณ์ 5311317043 3.นางสาวนฤภร บุญยงค์ 5311317068 กลุ่มเรียน 102

รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา ARTI3314 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม


ส1 : สืบค้นข้อมูล (Research) ประวัติ แนวคิดที่มาทาจมูกข้าว เริ่มต้นมาตั้งแต่ตอนที่ป้านาปลายจมูกข้าวไปขายในงานครบรอบ 35 ปี ธ.ก.ส. ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ก็ขายจมูกข้าวพร้อมกับขายข้าวสารไปด้วย แต่ลูกค้าแย่งกันซื้อเลย บอกจะ เอาไปต้มเป็นข้าวต้ม แล้วราคาจมูกข้าวก็ถูกกว่าข้าวสาร แค่กิโลกรัมละ 15 บาท (ปัจจุบัน กิโลกรัมละ 30 บาท) ต่อมาเลยมีการบรรจุถุงขายเฉพาะจมูกข้าวด้วย ตอนที่ป้านาไปขาย ยังไม่มีบริษัทใหญ่ ที่ไหนทาเลย แต่ตอนนี้ บริษัทใหญ่ก็มีจมูกข้าวมาขายมากมาย" คุณป้าสนอง เล่าบรรยากาศในสมัยก่อนยุคข้าวกล้องงอกแจ้งเกิด จากผลพลอยได้จากการสีข้าวธรรมดา จมูกข้าวจึงกลายเป็นอีกผลิตภัณฑ์สาคัญของกลุ่ม แม้ว่าจะมีบริษัท มาติดต่อขอซื้อไปสร้างแบรนด์เอง คุณป้าสนองก็ต้องขอปฏิเสธ เนื่องจากมีผลผลิตไม่มากพอ และมีเป้าหมายใช้ ชือ่ ของกลุม่ เป็นหลัก แต่ด้วยความคิดเชิงพัฒนาของคุณป้าสนอง ลูกหลาน และบรรดาสมาชิก ในปี 2547 พวก เขาได้ต่อยอดจมูกข้าวให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยมากขึ้น นั่นคือ "จมูกข้าวกล้องบดรุ่งอรุณ" เครื่องดื่มเพื่อ สุขภาพ รสชาติดี ซึ่งผู้เขียนขอการันตีถึงความหอมหวานจากเมล็ดข้าวแท้ ราคาไม่แพง เฉลี่ยราว 3-4 บาท ต่อ ซอง คุณป้าสนอง บอกต่อว่า จมูกข้าวกล้องบดได้แปรรูปเป็นรสชาติต่าง เพิ่มความหลากหลายให้กับ ผู้บริโภค มีทั้งรสหวาน รสงาดา รสธรรมชาติ และรสใบเตย ซึ่งขายดีมาก แต่ตอนนี้ทางกลุ่มกาลังขยายการผลิต เพราะไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ปัจจุบันผลิตได้แค่วันละ 34 กิโลกรัม (น้าหนักแห้ง) แต่ตลาดมี มากทั้งในห้างสรรพสินค้าในจังหวัดและกรุงเทพฯ ร้านของฝาก ในร้านสหกรณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และร้านค้าของ ธ.ก.ส. นอกจากนี้ ยังมีลูกค้ารายย่อยที่สั่งซื้อโดยจัดส่งทางไปรษณีย์อีกจานวนหนึ่ง

ที่มา : http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05056010852&srcday=&search=no


การวิเคราะห์ขอ้ มูลผลิตภัณฑ์ดว้ ยการมอง (Product Visual analysis) ชือ่ ผลิตภัณฑ์ กุก๊ กิก๊ จมูกข้าวหอมมะลิอบกรอบ (รสช็อคโกแลต)

ผลการวิเคราะห์ โครงสร้างของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ 1.ซองพลาสติกลามิเนทแบบตั้งได้ 2.ภาพประกอบ 3.ตราสินค้า 4.ชื่อสินค้า 5.น้าหนัก 6.ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า 7.สถานที่ผลิต 8.บาร์โค้ด และเครื่องหมายการค้า (trademark) 9.วันที่ผลิต และวันหมดอายุ


1.1 ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับตัวสินค้า ชื่อสินค้า : กุก๊ กิก๊ จมูกข้าวกล้องหอมมะลิอบกรอบ (รสช็อคโกแลต) ประเภท : ของทานเล่น สถานะ : อาหาร วัสดุหลัก : จมูกข้าว สี : เงิน ขนาด/มิติ : 14x21 cm ผู้ผลิต : กลุ่มสตรีอาสาพัฒนาเกษตรกรทุ่งสมอ ที่อยู่/โทรศัพท์ : กลุ่มสตรีอาสาพัฒนาเกษตรกรทุ่งสมอ 117 ม. ต.ทุ่งสมอ อ.พนมทวน จ. กาญจนบุรี โทร 081-745-8318 089-9809017 034-659231 Fax 034-659231 ธรรมชาติการวางขาย/รูปแบบการขาย : วางขายตามร้านกาแฟ ร้านที่ขายอาหารสาหรับสุขภาพ เช่น และอินเตอร์เน็ต 1.2 โครงสร้างหลักของตัวบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ เทคนิคการบรรจุ : ซองลามิเนตแบบตั้งได้ ใช้เทคนิค/วิธีการ/การบรรจุสินค้า : ซีลด้วยความร้อนทั้ง 4 ด้าน บรรจุภัณฑ์ขั้นแรกใช้วัสดุ : ซองลามิเนตแบบตั้งได้ ขนาด/มิติ : 14x21 cm สีของวัสดุบรรจุภณ ั ฑ์ : เงิน การขึ้นรูปทรง : สี่เหลี่ยมผืนผ้า ระบบการพิมพ์ที่ใช้ : ระบบออฟเซ็ท สี/จานวนสีที่พิมพ์ : เงิน เขียวเข้ม เขียวอ่อน ส้ม แดง เหลือง ขาว /7 สี 1.3 การออกแบบกราฟิก ภาพประกอบ : รูปจมูกข้าวกล้องหอมมะลิอบกรอบ ทั้งของจริงและแบบการ์ตูน ข้อความ : ทานแล้วอารมณ์ดี ของฝากจากเมืองกาญจน์ รับประทานได้เลย โลโก้ชื่อสินค้า : กุก๊ กิก๊


แนวทางสืบค้นคาตอบด้วยวิธี 4W2H What : กุก๊ กิก๊ จมูกข้าวหอมมะลิอบกรอบ (รสช็อคโกแลต) Where : 117 ม.1 ต.ทุ่งสมอ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี 71140 When : เริ่มขายในงานครบรอบ 35 ปี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ Who : กลุ่มสตรีอาสาพัฒนาเกษตรกรทุ่งสมอ How : เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์จากซองต้นแบบเป็นกล่องในรูปแบบกระเป๋า มีหูหิ้ว How much : 25 บาท/แพ็ค ปัญหาทีพ่ บ -บรรจุภัณฑ์ไม่มีความทันสมัย ดึงดูดสายตาผู้บริโภค

ความต้องการของเจ้าของสินค้า จากการสัมภาษณ์คุณสนอง สอนใจ พบว่าผู้ประกอบการต้องการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เป็น รูปแบบต่าง ที่ต่างออกไปจากเดิม แต่โลโก้ยังคงเดิม จากการวิเคราะห์ของนักออกแบบ ว่าต้องดาเนินการออกแบบ แก้ไข เพิม่ เติม จัดการให้อะไรบ้าง ในด้านของบรรจุภัณฑ์ : ให้มคี วามทันสมัยมากขึ้นและดึงดูดสายตาได้มากขึ้น เปลี่ยนจากซองธรรมดาให้ กลายเป็นบรรจุภัณฑ์ ที่น่าสนใจ ในด้านของแบรนด์สินค้า : คงเดิมไว้ เนื่องจากผู้ประกอบการไม่ต้องการให้เปลี่ยน


เครื่องหมายบนบรรจุภัณฑ์

เครือ่ งหมาย "Mobius Loop" - ลูกศร 3 ดอก หมุนไล่กันตามกัน เป็นรูปสามเหลี่ยม ในทิศทางตามเข็มนาฬิกา ดังแสดงในด้านซ้าย เป็นสัญลักษณ์รีไซเคิล ดังเดิม โดย ลูกศรแต่ละดอกแสดง "Recycling", "Recyclale", "Recycled Products" เมื่อใช้สัญลักษณ์นี้กับสินค้า จะเป็นการบ่งชี้ว่าสินค้าที่ระบุนี้ เป็นสินค้าที่ รีไซเคิลได้ กรณีที่มีกฎหมาย/ข้อ กาหนดให้ต้องเก็บซาก เครื่องหมายนี้จะบอกให้รู้ว่า สามารถนาสินค้าที่มีเครื่องหมายนี้ ไปรีไซเคิลได้ "Please put this in the bottle bank" เป็นเครื่องหมาย ที่มุ่งหวังเพื่อ การกระตุ้น จิตสานึกของผู้บริโภค

เครือ่ งหมาย อย. เป็นสัญลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์อาหาร แปรรูปที่มีภาชนะ บรรจุสนิท รับผิดชอบโดยสานักงานคณะ กรรมการอาหารและยากระทรวงสาธารณสุข เครื่องหมา ยอย. ที่อยู่บนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปที่จะได้รับ อย. นั้น ต้อง ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบความเหมาะสมของสถานที่ตั้งและ อาคารผลิต เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิต การควบคุม กระบวนการผลิต การสุขาภิบาลโรงงาน การบารุง– รักษาและทาความสะอาด และบุคลากรการผลิต จึงจะได้รับ เครื่องหมาย อย. บาร์โค้ด หรือ รหัสแท่ง (อังกฤษ: barcode) เป็นหนึ่งในหลายวิธีที่ ได้ผลดี ในการตรวจสอบสินค้าขณะขาย, การตรวจสอบยอดการขาย และสินค้าคงคลัง เราสามารถที่จะอ่านบาร์โค้ดได้ โดยใช้เครื่องสแกน หรือเครื่องอ่านบาร์โค้ด ซึ่งวิธีนี้จะรวดเร็วกว่าการป้อนข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์หรือการอ่านด้วยสายตา บางครั้งเราจะเห็นเครื่องเหล่านี้ในสถานที่ต่าง ซึ่งบางที่เราก็อาจจะคาดไม่ถึง ว่าจะนาไปใช้ได้


แผนดาเนินการการออกแบบ

––


ส2 : สมมติฐาน (Resume)

แบบร่าง


Pattern Box และแบบจาลองบรรจุภัณฑ์


ส3 : สรุปผล (Result) ผลงานเสร็จสมบูรณ์


วัสดุสาคัญที่ใช้ในการทาบรรจุภัณฑ์ กระดาษรักษ์โลก อรุณ เหล่าการกิจกุล เริ่มต้นจากธุรกิจกระดาษลูกฟูก เมื่อ 15 ปีก่อน จนเมื่อมีโอกาส สนทนาธรรมกับเจ้าอาวาสวัดใน พื้นที่เขาใหญ่ เห็นสัจธรรมของ การตัดไม้ทาลายป่าที่ก่อให้เกิดไฟ ไหม้ป่าครั้งใหญ่ รับรู้ถึงภาวะโลก ร้อน “ตอนนั้น พอรู้ว่าเราทาธุรกิจ กระดาษลูกฟูก เจ้าอาวาสก็แนะให้ทาโลงกระดาษ แต่เมื่อดูสเปคกระดาษลูกฟูกแล้ว ไม่สามารถรับน้าหนัก ได้มาก จึงต้องงดไปก่อน” อรุณกล่าว ก่อนย้าว่า ไอเดียนี้ไม่ได้ทิ้ง แต่ยังคงเก็บไว้ในหัวตลอด : จากสมองสู่ธุรกิจ เมื่อเขามีโอกาสไปดูงานต่างประเทศ และพบว่า กระดาษรังผึ้งมีความน่าสนใจ ทั้งคุณสมบัติในการรับน้าหนัก ต่าง เป็นการต่อจิ๊กซอว์ที่คิดไว้ บริษัท โอ แอนด์ เอช ฮันนี่คอมป์เปเปอร์ จากัดจึงเกิดขึ้น โดยนาเข้ากระดาษ รังผึ้งจากต่างประเทศทั้งในรูปของแผ่นกระดาษและพาเลตต์กระดาษ อรุณ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท โอ แอนด์ เอช ฮันนี่คอมป์เปเปอร์ จากัด เผยว่า ปี 2549 ที่เริ่มนา กระดาษรังผึ้งเข้ามาในไทยยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก เพราะเป็นของใหม่ ไม่มีใครขายนอกจากบริษัทเฟอร์นิเจอร์ ที่ทาใช้เอง ในลักษณะของตัวกันกระแทก “เมื่อเราเริ่มทาตลาด จึงมุ่งไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่หันมาใช้พาเลตต์กระดาษและไส้ในบรรจุ ภัณฑ์กันกระแทกทดแทนโฟม เพื่อตอบรับกระแสโลกร้อน และลดค่าใช้จ่ายในการส่งออกสินค้าที่ต้องมีค่าอบฆ่า เชือ้ สาหรับพาเลตต์ไม้และค่าทาลายเมื่อการส่งของเสร็จสิ้น” กรรมการผู้จัดการของ โอ แอนด์ เอช ฮันนี่คอมป์ เปเปอร์กล่าว แน่นอนว่า ปัญหาหลักที่จะต้องแข่งกับโฟมและไม้คือ กระดาษรังผึ้งมีราคาสูงกว่า เนื่องจากเป็นสินค้านาเข้า ลูกค้าจึงเฉพาะกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หรือธุรกิจที่โดนบังคับให้ปฏิบัติตามข้อกาหนดเพื่อลดภาวะ โลกร้อน แต่เมื่อมีความต้องการใช้กระดาษรังผึ้งมากขึ้น อรุณจึงมองหาทางที่จะลดต้นทุนสินค้า โดยวางแผนจะสร้าง โรงงานผลิตสินค้าในประเทศ จึงไปเทคโอเวอร์โรงงานที่ชลบุรี และนาเข้าเครื่องจักรผลิตกระดาษรังผึ้ง จน โรงงานของโอ แอนด์ เอช ฮันนี่คอมป์เปเปอร์เกิดขึ้นเมื่อมีนาคม 2552 โดยผลิตพาเลตต์กระดาษ แผ่นกระดาษ ไส้กระดาษ และบรรจุภัณฑ์กระดาษรังผึ้งภายใต้แบรนด์ “ลีลา” ให้กับกลุ่มธุรกิจต่าง


วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์กลายเป็นจุดเปลี่ยนสาคัญของกระดาษรังผึ้งลีลา เพราะเหตุการณ์นั้นส่งผลให้ลูกค้าทยอย ยกเลิกออร์เดอร์ ด้วยต้องการลดต้นทุน บ้างก็ปิดกิจการลง : ไอเดียแก้วิกฤต เมื่อสินค้าเดิม เริ่มขายลาบาก อรุณต้องกุมขมับก่อนจะเริ่มคิดหาทางแก้ เขาเริ่มมองประสิทธิภาพของกระดาษ รังผึ้งที่สามารถรับแรงกระแทกได้ดี บวกกับไอเดียที่อยากจะเปลี่ยนกระดาษแผ่นบาง ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ 3 มิติจึงเกิดเป็นโลงศพกระดาษขึ้น “พอเกิดเป็นชิ้นงานจริงขึ้นมา เรารู้ว่า ทาได้จริง ไอเดียก็ตามมาเรื่อย กระดาษรังผึ้งถูกคิด ประยุกต์ และ พัฒนาจนกลายเป็นโลงศพคน โลงศพสัตว์เลี้ยง เฟอร์นิเจอร์ บรรจุภัณฑ์ จนกระทั่งกลายเป็นวัสดุสาหรับใช้ใน การออกบูทหรืองานแสดงสินค้าต่าง ” นายอรุณกล่าว จาก 1 เพิ่มขึ้นเรื่อย ด้วยไอเดีย อรุณชี้ว่า กระดาษรังผึ้งสามารถใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ทดแทนโฟม และไม้ เช่น กล่องใส่ท่อไอเสียแทนไม้ให้กับวอลโว หรือกล่องใส่อะไหล่ให้กับฟอร์ด กลายเป็นชั้นวางสินค้าที่เคลื่อนย้าย สะดวก ราคาถูก ลดพลังงาน เมื่อใช้เสร็จก็สามารถนาไปขายเป็นกระดาษรีไซเคิลได้ ตอบโจทย์คอนเซปท์ของ แบรนด์ลีลาที่เน้นประหยัด รักษ์โลก ดีไซน์เด่น ด้วยราคาที่ไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับไม้หรือพลาสติก แต่ยังให้ภาพลักษณ์ที่ดี สินค้าจากกระดาษรังผึ้งจึงเริ่มเป็น ที่นิยมของลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งอรุณชี้ว่า เขาเริ่มจากการทาตลาดขายตรงไปยังลูกค้ากลุ่มโรงงาน อุตสาหกรรมต่าง เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง จนกระทั่งปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมบันเทิงก็เลือกใช้กระดาษ ลีลาทาฉากแทนที่จะเป็นไม้ “กลุ่มของงานนิทรรศการและงานออกร้านก็เช่นกัน จากเดิมที่เราลงมือทาให้ ก็เริ่มมีลูกค้ามากขึ้น จึงขยายใน ส่วนของการขายวัตถุดิบโดยที่บริษัทจะอบรมวิธีการทาให้ ทาให้เราสามารถเติบโตได้” จากตลาดที่เป็น 0 เพราะคนไม่รู้จัก กระดาษรังผึ้งกลายเป็นสินค้าสีเขียวที่คนเริ่มให้ความสนใจ ทาให้โอ แอนด์ เอช ฮันนี่คอมป์เปเปอร์โตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยอดขาย 5 แสนบาทที่ติดลบตัวแดงตลอด 3 ปี เพิ่มสูงเป็นหลักล้าน อย่างต่อเนื่องทุกปี จนกระทั่งมีหลายบริษัทสนใจจะขอร่วมทุน และเข้าตลาดหลักทรัพย์ อรุณเผยว่า โอ แอนด์ เอช ฮันนี่คอมป์เปเปอร์มีแผนที่จะเพิ่มกาลังการผลิตให้มากขึ้นเพื่อให้เข้าสู่ตลาดแมส ด้วย การเพิ่มเครื่องจักรระบบอัตโนมัติ เพิ่มไลน์การผลิตและขยายโรงงาน “เราประสบความสาเร็จในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่เราได้โอกาสให้แบรนด์ลีลาเกิดขึ้นและเป็นทางเลือกหนึ่งใน ตลาด ที่จะช่วยลดใช้พลังงาน รักสิ่งแวดล้อม ลดโลกร้อน ด้วยการนาไอเดียและดีไซน์มาต่อยอดสินค้าทีม่ อี ยู่ สร้าง มูลค่าเพิม่ ให้กบั สินค้า ทาให้เราเดินหน้าได้เร็วโดยที่คู่แข่งตามไม่ทัน” เจ้าของไอเดียผลิตภัณฑ์กระดาษรังผึ้งย้า จากข้อมูลข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งที่ทาให้เราเกิดแนวคิดที่จะนากระดาษรักษ์โลกมาใช้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ของเรา โดยบรรจุภัณฑ์ของเรานอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าแล้ว ยังสามารถเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ ด้วย


ระบบการพิมพ์ที่ใช้กับบรรจุภัณฑ์

ระบบการพิมพ์แบบออฟเซ็ท ในปัจจุบันการพิมพ์ระบบออฟเซ็ทเป็นมาตรฐานการพิมพ์ที่นิยมใช้กัน ทั่วไป เป็นการพิมพ์พื้นราบ มีต้นกาเนิดจากการพิมพ์ด้วยการค้นพบของ อลัวส์เซเนเฟลเดอร์(Alois Senefelder) ด้วยการใช้แท่งไขมันเขียนลงบนแผ่นหินขัดเรียบ ใช้น้าบาง หรือความเปียกชื้นลงไปคลุมพื้นที่ซึ่ง ไม่ต้องการให้เกิดภาพก่อน แล้วจึงคลึงหมึกตามลงไปไขมันที่เขียนเป็นภาพจะรับหมึกและผลึกดันน้า และน้าก็ ผลักดันหมึกมิให้ปนกันเมื่อนากระดาษไปทาบและใช้น้าหนักกดพิมพ์พอควร กระดาษนั้นจะรับและถ่ายโอน หมึกที่เป็นภาพจากแผ่นหิน ปัจจุบันการพิมพ์พื้นราบที่รู้จักกันในนามพิมพ์หินได้พัฒนาจากการใช้คนดึงแผ่น หินที่หนาและหนักกลับไปกลับมา เพื่อทาการพิมพ์ได้ชั่วโมงละไม่กี่แผ่นได้มีความเปลี่ยนแปลงเป็นลาดับ จาก การใช้แรงคนเป็นเครื่องจักร ไอน้าและจากเครื่องจักร ไอน้าเป็นเครื่องยนต์พร้อมกับเปลี่ยนลักษณะของแผ่น ภาพพิมพ์จากหินเป็นโลหะที่บางเบาสามารถโค้งโอบรอบไม่ได้และได้ใช้เป็นผืนผ้ายาง (rubber printing) กระดาษหรือวัสดุพิมพ์จะไม่สัมผัสกับแม่พิมพ์(plate cylinder)โดยตรง แต่จะอยู่ในระหว่างโมผ้ายาง (blandet cylinder)กับโมกดพิมพ์(imoression cylinder) ชือ่ ของวิธนี ้ี เคยเรียกเมื่อเริม่ แรกว่า ' 'ลิโธกราฟี' (Lithography) อันเป็นภาษากรีก ที่มีความหมายว่าเขียนบนหิน ได้เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมคาว่า เซตออฟ (set-off) หรือ ' ออฟเซต'' (offset) ซึ่งหมายถึงการพิมพ์ได้รับหมึกจากแม่พิมพ์ไปหมดแต่ละแผ่น แล้วเตรียมรับหมึกพิมพ์ใน แผ่นต่อไป ชื่อของวิธีพิมพ์นี้จึงเรียกว่า ' ออฟเซตลิโธกราฟี' (offset lithography) ในปัจจุบันสามารถพิมพ์ลงบน วัสดุพิมพ์หลายชนิดไม่ว่าจะเป็นกระดาษผิวหยาบ พลาสติก ผ้าแพร หรือแผ่นโลหะ

ระบบออฟเซตสามารถให้งานพิมพ์ทคี่ ณ ุ ภาพดีได้เพราะ 1. การถ่ายทอดภาพกระทาโดยการถ่ายทอดลงบนผ้ายางแบลงเกตก่อน แล้วจึงถ่ายทอดลงบน กระดาษ ทาให้การถ่ายทอดหมึกเป็นไปอย่างสม่าเสมอ 2. สามารถใช้สกรีนที่มีความละเอียดมาก ถึง 175 -200 เส้น/นิ้วได้ทาให้ภาพที่ออกมามีความ ละเอียดสวยงาม 3. การพิมพ์ภาพสี่สีทาได้สะดวก เพราะสามารถปรับตาแหน่งของแม่พิมพ์และกระดาษ ให้ลงในตาแหน่งที่ตรงกันของแต่ละสีได้ง่าย 4. สามารถพิมพ์ลงบนกระดาษได้เกือบทุกชนิด

รายงานสรุปกระบวนการออกแบบสินค้า OTOP ของจังหวัดกาญจนบุรีขึ้น กลุ่มที่3 Good Ideas  

รายงานสรุปกระบวนการออกแบบสินค้า OTOP ของจังหวัดกาญจนบุรีขึ้น กลุ่มที่3 Good Ideas

Advertisement