Page 1

55

แผนการจัดการเรี ยนรู ้ที่ 1

เวลาเรี ยน 1 คาบ การปฐมนิเทศ ทบทวนความรู ้

ทบทวนเรื่องข้ อมูลและสารสนเทศ จุดประสงค์นาํ ทาง เมื่อศึกษาบทเรี ยนจบแล้วนักเรี ยน 1. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลและสารสนเทศ ได้ 2 อธิบายขั้นตอนการประมวลผลข้อมูลเพื่อสารสนเทศ ได้ ความสั มพันธ์ ระหว่ างข้ อมูลและสารสนเทศ ข้อมูล (Data) คือข้อเท็จจริ งที่มีอยูใ่ นชีวติ ประจําวันเกี่ยวกับบุคคล สิ่ งของ หรื อเหตุการณ์ที่สนใจ ศึกษา ซึ่งสามารถบันทึกไว้ได้ และมีความหมายอยูใ่ นตัว ข้อมูลถือได้วา่ เป็ นหัวใจสําคัญของระบบงาน คอมพิวเตอร์ เนื่องจากการประมวลผลทางคอมพิวเตอร์ทุกประเภท เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ที่ตอ้ งการ ออกมาหากข้อมูลที่ป้อนให้คอมพิวเตอร์ผดิ ผลลัพธ์ที่ได้จากคอมพิวเตอร์กจ็ ะไม่มีคุณค่าอะไรเลยโดยที่ ข้อมูลอาจเป็ นตัวเลข (Numeric) เช่น จํานวน ปริ มาณ ระยะทาง หรื ออาจเป็ นตัวอักษรหรื อข้อความ (Alphabetic) และข้อความที่เป็ นตัวเลขผสมตัวอักษร (Alphanumeric) สําหรับเครื่ องคอมพิวเตอร์รู้จกั ข้อมูลเพียง 2 ลักษณะ คือ 1. ข้อมูลที่ใช้ในการคํานวณ (Numeric) ได้แก่ขอ้ มูลที่เป็ นตัวเลขล้วน ๆ และจะใช้ตวั เลขนั้นใน การคํานวณ 2. ข้อมูลที่ไม่นาํ มาใช้ในการคํานวณ (Character หรื อ String) ได้แก่ ข้อมูลที่เป็ นตัวอักษร หรื อ ข้อความที่ผสมตัวเลขหรื อตัวเลขล้วน ๆ แต่ไม่นาํ ไปใช้ในการคํานวณ เช่น อันดับที่ เลขประจํา บ้านเลขที่ หมายเลขโทรศัพท์ รหัสไปรษณี ย ์ เป็ นต้น ลักษณะของ ข้ อมูล และสารสนเทศ ปั จจุบนั เป็ นยุคที่สารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจําวันของทุก ๆ คนอย่างเห็นได้ชดั และ ในระดับที่แทบไม่มีใครคาดคิดมาก่อน อาจกล่าวได้วา่ ความสําคัญของข้อมูลและใช้ขอ้ มูลมาตั้งแต่อดีต กาล แต่ระดับและขอบเขตของการใช้ขอ้ มูลสารสนเทศที่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษสุ ดท้ายของศตวรรษที่ ยีส่ ิ บ ก็อาจกล่าวได้วา่ ปั จจัยหนึ่งคือวิวฒั นาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ( Information Technology :


56 IT ) ซึ่งหมายถึงเทคโนโลยีดา้ นคอมพิวเตอร์ ระบบฐาน ข้อมูล ระบบประยุกต์สารสนเทศด้านต่าง ๆ การสื่ อสารโทรคมนาคม และระบบอื่น ๆ แนวคิดเกีย่ วกับสารสนเทศ อาจจะกล่าวได้วา่ ปั จจัยพื้นฐานของกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์คือ พลังงาน วัตถุ และสารสนเทศ (Information) ปั จจัยทั้งสามนี้ทาํ ให้มนุษย์จดั หาสิ่ งต่าง ๆ ที่มนุษย์ตอ้ งการได้ เช่น เครื่ องนุ่งห่ ม ที่อยู่ อาศัย การคมนาคมขนส่ ง เป็ นต้น และเพือ่ เป็ นการผลิตหรื อจัดหาสิ่ งต่าง ๆ ดังกล่าวนี้ สารสนเทศจัดว่า เป็ นปัจจัยที่สาํ คัญยิง่ ปัจจัยหนึ่ง สารสนเทศเป็ นพื้นฐานของการอบรมศึกษา การปกครองประเทศของ รัฐบาล การดําเนินธุรกิจ ความรอบรู ้ของมนุษย์ ตลอดจนการรักษาไว้ซ่ ึงความรู ้ที่มีอยูแ่ ละการเพิ่มพูน ความรู ้ ในหน่วยที่ 2 นี้จะได้กล่าวถึงความหมายของสารสนเทศ การได้มาซึ่งสารสนเทศ และการนําไป ประยุกต์ใช้งานโดยลําดับไป ความหมายของข้ อมูล และสารสนเทศ ข้ อมูล (DATA) ยุคปั จจุบนั เป็ นยุคที่สารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจําวันของ ทุก ๆ คนอย่างเห็นได้ชดั ข้อมูลและสารสนเทศเป็ นคําที่มกั ใช้ควบคูก่ นั และบางครั้งก็ใช้ ทดแทนกัน แม้จนกระทัง่ บางคนเข้าใจ ผิดว่า เป็ นคําที่มีความหมายเหมือนกัน ดังนั้นการอธิบายถึงความหมายของข้อมูลและสารสนเทศจึงเป็ น สิ่ งจําเป็ น โดยมีผใู ้ ห้ความหมายเกี่ยวกับข้อมูลดังนี้ ข้ อมูล (Data) คือ ข้อเท็จจริ งต่าง ๆ ที่มีอยูใ่ นธรรมชาติ เป็ นกลุ่มสัญลักษณ์ แทนปริ มาณหรื อการ กระทําต่าง ๆ ที่ยงั ไม่ผา่ นการประมวลผล ข้อมูลอาจอยูใ่ นรู ปของตัวเลข ตัวหนังสื อ และท้ายสุ ดของ ข้อมูลก็คือ วัตถุดิบของสารสนเทศ ข้ อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริ งต่าง ๆ ที่มีอยูใ่ นธรรมชาติ เป็ นกลุ่มสัญลักษณ์แทนปริ มาณ หรื อการ กระทําต่าง ๆ ที่ยงั ไม่ผา่ นการวิเคราะห์ หรื อการประมวลผล ข้อมูล อยูใ่ นรู ป ตัวเลข ตัวหนังสื อ รู ปภาพ แผนภูมิ เป็ นต้น (กองแผนงาน กรมสามัญศึกษา. 2536 : 1) ตัวอย่ างของข้ อมูล เช่ น 1. ข้อมูลการรับนักเรี ยนเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 และ 4 ปี การศึกษา 2546 ของ โรงเรี ยนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สระบุรีเขต 1 2. ข้อมูลนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่เข้ามาเที่ยวในจังหวัดสระบุรี ประจําปี 2546 3. ความคิดเห็นของผูช้ มรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งที่มีต่อผูแ้ สดงในรายการนั้น ก็ทาํ ให้ทราบถึง ความคิดเห็นของผูช้ มว่าเป็ นอย่างไร มีความชื่นชอบ สนใจ ติติง หรื อวิพากษ์รายการโทรทัศน์น้ นั อย่างไรบ้าง


57 4. ไอบีเอ็มหนุนใช้ลีนุกซ์ในเมืองไทย ดันเป็ นมาตรฐานระบบเครื อข่าย 5. ตลาดโน้ตบุก๊ แข่งเดือดเปิ ดตัว 1 GHz ข้อมูลจึงบอกเกี่ยวกับสภาพการณ์หรื อสิ่ งที่เกิดขึ้นหรื อสิ่ งที่ปรากฏขึ้น และข้อมูลจะคงสภาพการ เป็ นข้อมูลอยูเ่ ช่นนั้น ไม่วา่ จะมีการนําเอาไปใช้หรื อไม่ หรื อผูใ้ ดเป็ น ผูน้ าํ ไปใช้ ทั้งนี้ ข้อมูลอาจมี ลักษณะเป็ นข้อความ ซึ่งเมื่อนํามาใช้จะต้องทําการตีความหรื อพิจารณาความหมายของข้อความ เหล่านั้นเพื่อหาข้อสรุ ปเพื่อตัดสิ นใจต่อไป หรื อข้อมูลอาจมีลกั ษณะเป็ นข้อมูลที่สามารถนําไป ประมวลผลได้ โดยอาศัยวิธีหรื อกระบวนการในการวิเคราะห์ขอ้ มูลในระดับต่าง ๆ กันเพื่อหาข้อมูล สรุ ปสําหรับพิจารณาตัดสิ นใจต่อไป สารสนเทศ (Information) สารสนเทศ (information) ได้แก่ ข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับการประมวลผลแล้วด้วยวิธีการต่าง ๆ เป็ น ความรู ้ที่ตอ้ งการสําหรับใช้ทาํ ประโยชน์ เป็ นส่ วนผลลัพธ์หรื อเอาท์พตุ ของระบบการประมวลผลข้อมูล เป็ นสิ่ งซึ่งสื่ อความหมายให้ผรู ้ ับเข้าใจ และสามารถนําไปกระทํากิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งโดยเฉพาะได้ หรื อเพื่อเป็ นการยํ้าความเข้าใจที่มีอยูแ่ ล้วให้มีมากยิง่ ขึ้น และเป็ นผลลัพธ์ของระบบสารสนเทศ สารสนเทศ (Information) คือ ข้อความรู ้ที่ประมวลได้จากข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่ องนั้น จนได้ ข้อสรุ ปเป็ นข้อความรู ้ที่สามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้ โดยเน้นที่การเกิดประโยชน์คือ ความรู ้ที่เกิดเพิ่ม ขึ้นกับผูใ้ ช้ ข้อมูลต่างกับสารสนเทศในหลายลักษณะ ประการแรก ข้อมูลจะคงสภาพความเป็ นข้อมูลอยู่ เสมอ และสําหรับผูใ้ ช้ทุกคน กล่าวคือ ข้อมูลเป็ นสิ่ งบอกถึงปรากฏการณ์ในเรื่ องหนึ่ง ๆ ข้อมูลจึงทําให้ ทุกคนทราบเกี่ยวกับปรากฏการณ์น้ นั ในลักษณะเดียวกัน คือ เกิดอะไรขึ้นและเป็ นอย่างไร ข้อมูลเหล่านี้ จะเป็ นประโยชน์กบั ผูใ้ ช้หรื อไม่กไ็ ม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสถานะของข้อมูล ข้อมูลจะยังคงเป็ น เช่นนั้น แต่สาํ หรับสารสนเทศ การเป็ นสารสนเทศมีความหมายเพิ่มเติมในลักษณะที่วา่ สารสนเทศเป็ น ข้อความรู ้ที่ประมวลได้จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องออกมาเป็ นความรู ้ที่เป็ นประโยชน์แก่ผใู ้ ช้น้ นั ๆ ดังนั้น หากสารสนเทศใดไม่เป็ นประโยชน์กบั ผูใ้ ช้กย็ อ่ มถือได้วา่ ไม่ใช่สารสนเทศของผูน้ ้ นั จะเห็นว่า สารสนเทศมีลกั ษณะที่อิงกับผูใ้ ช้และยึดตัวผูใ้ ช้เป็ นหลักในการกําหนดสถานะของการเป็ นสารสนเทศ สารสนเทศเป็ นสิ่ งที่ได้มาจากการนําข้อมูลมาประมวลผล ซึ่งมีวิธีการประมวลผลข้อมูลเพื่อให้ได้ สารสนเทศ ซึ่งมีดว้ ยกันหลายวิธี ทั้งชนิดที่ใช้คนทํา หรื อใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ คุณสมบัติที่สาํ คัญของ สารสนเทศ ได้แก่ความถูกต้อง ความทันต่อการใช้งาน ความสมบูรณ์ สารสนเทศ คือข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับการประมวลผลแล้ว ด้วยวิธีการต่าง ๆ จนได้ขอ้ สรุ ปเป็ นข้อความรู ้ ที่สามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้ โดยเน้นที่การเกิดประโยชน์คือความรู ้ที่เกิดเพิม่ ขึ้นกับผูใ้ ช้ เป็ นส่ วน ผลลัพธ์หรื อ Output ของระบบการประมวลผลข้อมูล เป็ นสิ่ งซึ่งสื่ อความหมายให้ผรู ้ ับเข้าใจและ สามารถนําไปกระทํากิจกรรมใด กิจกรรมหนึ่งโดยเฉพาะได้ หรื อเพื่อเป็ นการยํ้าความเข้าใจที่มีอยูแ่ ล้ว ให้มีมากยิง่ ขึ้นและเป็ นผลลัพธ์ของระบบสารสนเทศ


58 ข้อมูลต่างกับสารสนเทศในหลายลักษณะ ประการแรก ข้อมูลจะคงสภาพความเป็ นข้อมูลอยูเ่ สมอ และ สําหรับผูใ้ ช้ทุกคน กล่าวคือข้อมูลเป็ นสิ่ งที่บอกปรากฏการณ์ในเรื่ องหนึ่ง ๆ ข้อมูลจึงทําให้ทุกคนทราบ เกี่ยวกับปรากฏการณ์น้ นั ในลักษณะเดียวกัน คือเกิดอะไรเป็ นอย่างไร ข้อมูลเหล่านี้จะเป็ นประโยชน์กบั ผูใ้ ช้หรื อไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสถานะของ ข้อมูล ข้อมูลจะยังคงเป็ นข้อมูลอยูเ่ ช่นนั้น แต่สาํ หรับ สารสนเทศการเป็ นสารสนเทศมีความหมายเพิ่มเติมในลักษณะที่วา่ สารสนเทศเป็ นข้อความรู ้ที่ ประมวลได้จากข้อมูลเกี่ยวข้องออกมาเป็ นความรู ้ที่เป็ นประโยชน์แก่ผใู ้ ช้น้ นั ๆ ดังนั้น สารสนเทศใดไม่ เป็ นประโยชน์กบั ผูใ้ ช้ ก็ยอ่ มถือได้วา่ ไม่ใช่สารสนเทศของผูน้ ้ นั สารสนเทศมีลกั ษณะที่อิงกับผูใ้ ช้ และยึดตัวผูใ้ ช้เป็ นหลักในการกําหนดสถานะของการเป็ นสารสนเทศ ดังนั้นสารสนเทศจึงแปรสถานะของการเป็ นสารสนเทศได้ตามผูใ้ ช้และเมื่อกล่าวถึงสารสนเทศจึงต้อง ระบุวา่ เป็ นสารสนเทศของใคร ตัวอย่ าง เช่น ในระบบการบริ หารกิจการใด ๆ มักแบ่งระดับการบริ หารงานออกเป็ นสามระดับ ได้แก่ 1. ผูบ้ ริ หารระดับสู งซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกําหนดนโยบายและวางแผนระยะยาว 2. ผูบ้ ริ หารระดับกลาง ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการวาระยะปานกลางและดําเนินการ เพื่อให้บรรลุผลสําเร็ จตามแผนระยะยาวที่กาํ หนดไว้ และ 3. ผูบ้ ริ หารระดับต้นซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการวางแผนระยะปานกลางและดําเนินงาน ให้เป็ นไปตามที่กาํ หนดไว้ สารสนเทศจากข้อมูลภายในกิจการมักจะอยูใ่ นรู ปที่สรุ ปมากที่สุด เช่น ในลักษณะของปัจจัยบ่งชี้ ความสําเร็ จของกิจการ หรื อดัชนีแสดงผลการดําเนินงาน เช่น สภาพตลาดโลก ตลาดภูมิภาค และ แนวโน้มต่าง ๆด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และกฎหมาย ที่จะมีผลต่อการดําเนินงานในอนาคต และ มีผลต่อการพิจารณาตัดสิ นใจในปั จจุบนั ดังนั้น สารสนเทศของผูใ้ ช้ผหู ้ นึ่ง จึงอาจไม่ใช่สารสนเทศของ ผูใ้ ช้อีกผูห้ นึ่ง การระบุสถานะของสารสนเทศจึงต้องระบุวา่ เป็ นสารสนเทศของผูใ้ ช้ใด ประเด็นสําคัญในเรื่ องสารสนเทศ คือสารสนเทศสร้างขึ้นจากข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยการนําข้อมูลนั้นมา ประมวลและวิเคราะห์ออกมาเป็ นสารสนเทศ ดังนั้น คุณภาพของสารสนเทศจึงขึ้นอยูก่ บั ข้อมูลที่นาํ มา พิจารณาว่าเป็ นข้อมูลที่เหมาะสมและเป็ นข้อมูลที่มีคุณภาพดี คือ มีความถูกต้องเชื่อถือได้ รวมทั้ง กระบวนการประมวลผลและวิเคราะห์ที่ตอ้ งการ นอกจากมีความเชื่อถือได้แล้ว สารสนเทศที่ดีจะต้อง ตรงต่อความต้องการของผูใ้ ช้ ข้ อมูลและสารสนเทศในความหมายของผู้ใช้ ผูใ้ ช้ขอ้ มูลและสารสนเทศแต่ละคน มีความรับรู ้ต่อข้อมูลและสารสนเทศเดียวกันแตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่น ในการดําเนินงานเกี่ยวกับใบสัง่ ซื้อสิ นค้าขององค์การหนึ่ง พนักงานแต่ละคนก็จะมี


59 ความรับผิดชอบที่แตกต่างกันไป ซึ่งใบสัง่ ซื้อสิ นค้าจะมีคุณค่าต่อผูใ้ ช้ที่เกี่ยวข้องแตกต่างกันออกไป ตามหน้าที่ที่ผใู ้ ช้ตอ้ งปฏิบตั ิ ดังนี้ พนักงานขาย จะถือว่าใบสัง่ ซื้อสิ นค้าที่ได้จากลูกค้าเป็ นสารสนเทศของเขา ผูจ้ ดั การฝ่ ายขาย จะถือว่า รายงานเกี่ยวกับใบสัง่ ซื้อสิ นค้า หรื อปริ มาณยอดขายเป็ นสารสนเทศของเขาพนักงานบัญชี จะถือว่า ใบสัง่ ซื้อสิ นค้าเป็ นข้อมูลชนิดหนึ่งเท่านั้น จนกระทัง่ ใบสัง่ ซื้อสิ นค้านี้ได้ถูกดําเนินการต่อไปเพื่อให้ได้ ใบส่ งของสําหรับนําไปเก็บเงินจากลูกค้า และนํามาลงบัญชีต่อไป สารสนเทศของเขาก็จะได้แก่ บัญชีลูกหนี้ บัญชีเงินสดและรายรับจากการขายสิ นค้า ซึ่งเกิดจากข้อมูลในใบสัง่ ซื้อ พนักงานอื่น ๆ อาทิ ลูกจ้างรายวัน นักวิจยั วิศวกร จะถือว่าใบสัง่ ซื้อสิ นค้าเป็ นเพียงข้อมูลอย่างหนึ่ง ที่เขาไม่ตอ้ งสนใจหรื อเกี่ยวข้องด้วย อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ค่าแรงของลูกจ้างต่อสัปดาห์ ถือว่าเป็ นสารสนเทศของลูกจ้างแต่ละคนที่จะรับ ค่าแรงนั้น แต่จะเป็ นข้อมูลอย่างหนึ่งของเจ้าของบริ ษทั หรื อผูบ้ ริ หาร ซึ่งเมื่อได้รวมเป็ นค่าแรงทั้งหมด ที่ตอ้ งจ่ายใน 1 สัปดาห์แล้ว จึงจะถือว่าเป็ นสารสนเทศสําหรับเขา โดยสรุ ปสารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่ผา่ นการเปลี่ยนแปลง หรื อจัดกระทําเพื่อผลของการ เพิ่ม ความรู ้ ความเข้าใจของผูใ้ ช้ ลักษณะของสารสนเทศจะเป็ นการรวบรวมข้อมูลหลาย ๆ อย่างที่เกี่ยวข้อง กันเพื่อจุดมุ่งหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งมีองค์ประกอบ 5 ส่ วน คือ 1. ข้อมูล เป็ นตัวเลข ข้อความ เสี ยงและภาพ เป็ นข้อมูล ป้ อนเข้า 2. การประมวลผล เป็ นการกําหนดความสัมพันธ์ของข้อมูลจัดกระทําข้อมูล เพื่อให้เหมาะสม ต่อ การนําไปใช้ 3. การจัดเก็บ เป็ นวิธีการที่จะเก็บข้อมูลให้เป็ นระบบที่สะดวกต่อการใช้ และสามารถแก้ไข ปรับปรุ งให้เป็ นปั จจุบนั 4. เทคโนโลยีเป็ นเครื่ องมือที่ช่วยในการเก็บข้อมูล การประมวลผลทําให้เกิดผลผลิต ได้แก่ คอมพิวเตอร์โปรแกรมสําเร็ จรู ป อุปกรณ์การสื่ อสาร ฯลฯ 5. สารสนเทศ ผลผลิตของระบบสารสนเทศจะต้องถูกต้องตรงกับความต้องการใช้ และทันต่อ เหตุการณ์ใช้งาน แหล่ งข้ อมูล ข้อมูลที่นาํ มาใช้ประมวลผลเพื่อเป็ นสารสนเทศ เกิดขึ้นมาจาก 2 แหล่งคือ แหล่งข้อมูลภายใน องค์การ และแหล่งข้อมูลจากภายนอกองค์การ 1. แหล่งข้อมูลภายในองค์การ ในหน่วยงานต่างๆ ขององค์การ แหล่งข้อมูลจะประกอบด้วยข้อมูล ของพนักงานในองค์การและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริ งต่าง ๆ ขององค์การ เช่น ประสิ ทธิภาพใน การทํางานของลูกจ้าง ความถูกต้องของการวางแผนครั้งที่ผา่ นมา เป็ นต้น ซึ่งการได้มาของข้อมูลจาก


60 แหล่งข้อมูลภายในนี้ อาจจะได้จากวิธีการที่ไม่เป็ นทางการ เช่น การพบปะพูดคุยกัน เป็ นต้น 2. แหล่งข้อมูลภายนอกองค์การ ซึ่งเป็ นแหล่งกําเนิดข้อมูลเอง หรื อแหล่งกระจายข้อมูลที่มีใน สังคม แหล่งข้อมูลเหล่านี้ได้แก่ ตัวลูกค้า บริ ษทั ขายส่ งสิ นค้า บริ ษทั คู่แข่งขัน หนังสื อวารสารทางธุรกิจ สมาคมต่าง ๆ หรื อหน่วยงานของรัฐ เป็ นต้น ซึ่งจะให้ขอ้ มูลเกี่ยวกับรายได้ประชาชาติ ยอดรวมของการ บริ โภคสิ นค้าแต่ละปี หรื ออัตราการเจริ ญเติบโตของประชากร ฯลฯ ข้อมูลที่ได้จากแหล่งข้อมูลทั้งสองนี้ อาจจะแยกได้เป็ น 2 ประเภท ได้แก่ ข้อมูลที่ตอ้ งเก็บรวบรวม หรื อบันทึกมาจากแหล่งข้อมูลโดยตรง เช่น การสํารวจข้อมูลทางการตลาด ด้วยวิธีออกแบบสอบถาม และสัมภาษณ์ เป็ นต้น ข้อมูลประเภทนี้เรี ยกว่า ข้อมูลปฐมภูมิ (primary data) ส่ วนประเภทหลังได้แก่ ข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาจากข้อมูลที่ได้มีการรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถิติเกี่ยวกับการบริ โภคสิ นค้า เศรษฐกิจของประชาชน ซึ่งออกโดยหน่วยงานของรัฐ เป็ นต้น ข้อมูลประเภทนี้เรี ยกว่า ข้อมูลทุติยภูมิ (secondary data) คุณสมบัตขิ องข้ อมูล การจัดเก็บข้อมูลจําเป็ นต้องมีความพยายามและตั้งใจดําเนินการอย่างมีประสิ ทธิภาพ การจัดการ ระบบ ข้อมูลจึงต้องคํานึงถึงปั ญหาต่าง ๆ สามารถดําเนินการได้ ให้มีประสิ ทธิภาพผลที่คุม้ ค่ากับการ ลงทุน ดังนั้นการดําเนินงานเพื่อให้ได้มาซึ่งสารสนเทศที่ดี ข้อมูลจะต้องมีคุณสมบัติข้ นั พื้นฐาน ดังนี้ 1. ความถูกต้อง หากการเก็บรวบรวมข้อมูลแล้วข้อมูลเหล่านั้นเชื่อถือไม่ได้จะทําให้เกิดผลเสี ย อย่างมาก ดังนั้น โดยโครงสร้างข้อมูลที่ออกแบบต้องคํานึงถึงกรรมวิธีดาํ เนินการเพื่อให้เกิดความ ถูกต้องแม่นยํามากที่สุด 2. ความรวดเร็ วและเป็ นปั จจุบนั ต้องให้ทนั ต่อความต้องการของผูใ้ ช้ มีคาํ ตอบสนองต่อผูใ้ ช้ได้เร็ ว ตีความหมายสารสนเทศได้ทนั ต่อเหตุการณ์หรื อความต้องการได้ การออกแบบระบบ การเรี ยกค้น และ รายงานตามความต้องการของผูใ้ ช้ 3. ความสมบูรณ์ ความสมบูรณ์ของสารสนเทศขึ้นอยูก่ บั การรวบรวมข้อมูลและวิธีการปฏิบตั ิดว้ ย ในการดําเนินการจัดการสารสนเทศต้องสํารวจ และสอบถามความต้องการใช้ขอ้ มูลเพื่อให้ได้ขอ้ มูลที่มี ความสมบูรณ์ในระดับหนึ่งที่เหมาะสม 4. ความชัดเจนและกะทัดรัด การเก็บรวบรวมข้อมูลจํานวนมากจะต้องใช้พ้นื ที่ในการ จัดเก็บมาก จึงจําเป็ นต้องออกแบบระบบโครงสร้าง ข้อมูลให้กะทัดรัดสื่ อความหมายได้ มีการใช้รหัสหรื อย่นย่อ ข้อมูลให้เหมาะสมเพื่อจะจัดการเก็บเข้าไว้ได้ในระบบคอมพิวเตอร์ 5. ความสอดคล้อง ความต้องการเป็ นเรื่ องที่สาํ คัญ ดังนั้นจึงต้องมีการสํารวจเพื่อหาความต้องการ ของหน่วยงานและองค์การ ดูสภาพการใช้ขอ้ มูล ความลึกหรื อความกว้างของขอบเขตของข้อมูลที่ สอดคล้องกับความต้องการ

course description  

introduction

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you