Issuu on Google+

* Back Pack : โอะฮาโย โกไซอิมัส Japan

By…Ornsiri


มีโอกาสได้ไปศึกษาดูงานที่โตเกียว-โอซาก้า ณ ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 22-27 กุมภาพันธ์ 2556 กับบัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม วันแรก ที่ไปถึงได้เดินทางไปวัดอาซากุซะ วัดที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงโตเกียว เข้านมัสการขอพร จากพระพุทธรูปเจ้าแม่กวนอิมทองคา และได้พบกับโคมไฟขนาดยักษ์ที่มีความ สุงถึง 4.5 เมตร หนัก 670 กิโลกรัม แขวนอยู่ประตูทางเข้าวัด ภายในวัดมีเครื่องรางของขลังให้ได้ช้อปปิ้ง และบน ถนน นากามิเสะ สามารถเลือกซื้อของที่ระลึกต่างๆ มากมาย


วันที่สอง เดินทางสู่วนอุทยานแห่งชาติฮาโกเน่ ล่องเรือโจรสลัด ทะเลสาบอาชิ ซึ่งได้ก่อตัว จากลาวาของภูเขาไฟชมทัศนียภาพที่สวยงาม จากนั้น นั่งกระเช้า ขึ้นสู่ หุบเขาโอวาคุคานิ ชม บ่อน้าแร่กามะถันซึ่งสามารถต้มไข่ให้สุกได้ ไข่ที่ต้มเปลือกจะเป็นสีดา โดยชาวญี่ปุ่นมีความ เชื่อว่าหากได้ทานไข่ดาหนึ่งฟองจะสามารถทาให้อายุยืนยาวขึ้นอีกประมาณ 7 ปี


จากนั้นเข้าสู่เมืองโตเกียวไปที่ฟูจิเท็น สกีรีสอร์ท และได้ตื่นเต้นกับหิมะ ที่ตกในช่วงปีใหม่ พวกเราไม่ เคยเห็นหิมะมาก่อนก็เลยนั่งเล่นหิมะซะจนเต็มอิ่มไป เลย ทัศนีย์ภาพที่ถูกปกคลุมหิมะดูสวยงามมาก นุ่ม และขาวสะอาดตา เห็นแล้วก็นึกเสียดายที่ไม่ได้เอา น้าหวานเฮลซ์บูลบอยติดไม้ติดมือมาจากเมืองไทยด้วย


วันที่สาม เมืองฟุกุโรอิแวะพักผ่อนที่ทะเลสาบฮามานะ แหล่งเพาะพันธ์ปลาไหลที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

และก็ถึงเวลาดูงาน เดินทางดูงานที่ TOYOTA FACTORY วิธีการผลิตรถยนต์ที่ทันสมัย การ บริหารจัดการ และการตลาดที่ทาให้บริษัทเป็นผู้นาทางด้านยานยนตร์ ได้พบรถยนต์ในอนาคตที่ TOYOTA ผลิตออกมาใหม่ ซึ่งไม่เคยโชว์ ที่ไหนมาก่อน


จากนั้นศึกษาดูงาน ณ Suntory Brewery Musashino Factory ชมขั้นตอนกระบวนการผลิต เบียร์สดตลอดจนขั้นตอนการบริหารงานของบริษัท งานนี้พวกที่ชอบดื่มมีเมาเพราะเค้าให้ดื่มเบียร์สด ได้ไม่อั้น

วันที่สี่ เดินทางชม ปราสาทคินคะคุจิ เดิมเป็นสถานที่ตากอากาศของ โชกุนโยชิมิสึ แห่งตระกูลอาชิคางะ จากภาพยนตร์เรื่อง เณรน้อยเจ้าปัญญาอิคคิวซัง ปราสาทนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1955 และได้เคยถูก ไฟไหม้ไปเมื่อปี ค.ศ. 1950 และทาการสร้างขึ้นใหม่จากโครงสร้างของจริงในยุคศตวรรษที่ 14 ตัวอาคารมี 3 ชั้น ตัวเรือนเป็นสีทองจากทองคาเปลว จุดเด่นของปราสาทแห่งนี้คือรูปหล่อนกฟีนิกซ์ บนยอดปราสาท โดยรอบปราสาทมีลาธารน้าใสสะอาด


จากนั้นเดินทางสู่วัดคิโยมิสึ วัดที่สร้างขึ้นด้วยท่อนซุงขนาดใหญ่มหึมา ตั้งตระหง่านอยู่บน เนินเขาสูง กราบขอพรพระเพื่อเป็นสิริมงคลในวิหาร และดื่มน้าศักดิ์สิทธิ์ที่น้า 3 สาย ซึ่งเชื่อกันว่า ถ้าดื่มแล้วจะเกิดความเป็นสิริมงคลในด้าน “ความร่ารวย, ความมีชื่อเสียงและมีสุขภาพดี”


หลังจากนั้นเพลิดเพลินที่ ถนนสายกาน้าชาเลือกชมและซื้อสินค้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียง จากนั้น นั่งรถไฟซินคันเซน ด้วยความเร็วสูงสุดเฉลี่ย 240 ก.ม./ชม. ช่วงเวลาที่อยู่บนรถไฟส่วนใหญ่คนญี่ปนุ่ จะไม่ใช้โทรศัพท์สาหรับการพูดคุยแต่เอาไว้ดูหนัง ฟังเพลง อ่านข่าว เล่นเกมส์ก็ว่ากันไปแต่จะไม่ให้ รบกวนผู้อื่น เดินทางสถานีโตเกียวถึง สถานีซินโอซาเกะ ช้อปปิ้งที่ ย่านซินไซบาชิ แหล่งช้อปปิ้ง ชื่อดังของเมืองโอซาก้าที่มีสินค้าให้เลือกมากมาย


คนญี่ปุ่นน่ารักมากสุภาพอ่อนโยน คานึงถึงเรื่องมารยาท อ่อน น้อมถ่อมตน และมีความเกรงอกเกรงใจกันเป็นอย่างมาก ไกด์ได้เล่า ให้ฟังว่าการดูแลครอบครัว ผู้ชายญี่ปุ่นจะทางานหนักมาก รับผิดชอบ ครอบครัวและงานนอกบ้าน งานบ้านและการเลี้ยงดูลูกจะตกเป็นของ ภรรยา ส่วนใหญ่ผู้หญิงญี่ปุ่นจะทางานหลังจบการศึกษา และเมื่อ แต่งงานมีบุตรคนจาเป็นต้องลาออกจากงาน เหตุเพราะเพื่อนร่วมงาน จะมองว่าเธอเป็นคนที่ไม่รับผิดชอบต่อครอบครัวดีพอ ดังนั้น เด็กๆ จึง เติบโตด้วยการสั่งสอนของแม่เสียเป็นส่วนใหญ่ และในปัจจุบันรัฐบาล ได้มีการสนับสนุนให้คุณพ่อสามารถลาพักเพื่อเลี้ยงดูลูกได้ด้วย เด็กๆ ญี่ปุ่นจึงเป็นเด็กที่โชคดีที่มีผปู้ กครองดูแลอบรมสั่งสอนอย่างใกล้ชิด นิสัยรักความสะอาดของคนญี่ปุ่นมีวินัยในการทิ้งขยะเป็นทีส่ ุด การจัดการกับขยะก็มีระบบอย่างเข้มงวด ด้วยความจากัดของพื้นที่ ประเทศ แต่ประชากรเยอะ ทาให้การจัดการที่มีระบบนี้ช่วยทาให้ บ้านเมืองสะอาดน่าอยู่ เด็กญี่ปุ่นถูกปลูกฝังการทิ้งขยะไว้ดีมาก เวลา ไปเที่ยวกับครอบครัว เมื่อกินของว่างเสร็จจะเก็บพับขยะใส่ถุงอย่าง เรียบร้อยเพื่อเอาไปทิ้งที่บ้าน


ประเทศญี่ปนุ่ ผลิตรถไว้ใช้นอกเมืองและขาย ให้เมืองนอก ส่วนชีวิตคนเมืองใช้จักรยานและรถไฟ เสียเป็นส่วนใหญ่ เหตุผลของการไม่อยากใช้รถยนตร์ ส่วนตัวของคนญี่ปุ่นอีกประการหนึ่งคือ หาที่จอดรถ ยากมาก ค่าจอดแพง รถของชาวญี่ปุ่นจะจอดเก็บซ้อน กันเป็นชั้นๆ เพื่อไม่ให้เปลืองพื้นที่ในการเก็บ

ประสบการณ์ที่ได้จากการไปครั้งนี้คุ้มค่าจริง ๆ ถ้ามีโอกาสคงได้เจอกันอีก จา มาตาเนะ JAPAN


Back pack