Past simple tense

Page 1

เอกสารประกอบการเรียนการสอน

Past Simple Tense รายวิชา ภาษาอังกฤษ 1 รหัสวิชา อ21101 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558

จัดทาโดย คุณครูอาทิตยา ธิฆัมวงศ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6


2

คานา เอกสารชุ ด การเรี ย นรู้ ด้ ว ยตนเอง รายวิ ช า ทั ก ษะพั ฒ นาเพื่ อ การสื่ อ สาร ภาษาอังกฤษ 2 เรื่อง Past Simple Tense มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักศึกษาค้นคว้าด้วย ตนเองเพื่อ ให้ เข้าใจโครงสร้างทางไวยากรณ์ในการสื่อ สารเรื่ อง Personal History เอกสารฉบั บ นี้ ประกอบด้ ว ย แบบประเมิ น ตนเองก่ อ นและหลั ง เรี ย น สาระส าคั ญ วัตถุประสงค์ เนื้อหาสาระ กิจกรรม เฉลยแบบประเมินตนเองก่อนและหลังเรียนซึ่งปรากฏ อยู่ท้ายแบบประเมินตนเองหลังเรียน วิธีการศึกษาชุดการเรียนรู้ด้วยตนเองนี้กาหนดให้ นักศึกษาอ่านและปฏิบั ติตามลาดับที่ ได้เสนอไว้ เมื่อศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงตรวจ คาตอบกับเฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ผู้เขี ยนหวั งเป็น อย่ างยิ่ งว่ าชุ ดการเรี ยนรู้ ด้ว ยตนเองฉบั บนี้จ ะเป็น ประโยชน์แ ก่ นักศึกษาและผู้สนใจตามสมควร รัชพินทร์ สุดประเสริฐ


3

แบบทดสอบก่อนเรียน Fill in the blanks with correct forms of verbs given in parentheses. Dialogue 1 A: Was the weekend good? B: It __1__(be)__ great! I __2__(dance)__ with my friends all night . How _3__(be) yours? A: It was terrible. My boyfriend _____(not call ) me. Dialogue 2 A: What’s the matter? B: I have a headache. A: A headache? How did you get that? B: I __5__(talk) on the telephone for an hour, I __6__(listen) to loud music, and I __7__(shout)at my dog. Dialogue 3 A: How __8__(be) your weekend? B: It __9__(be) OK. I __10__(visit) some friends. They __11__(cook) dinner for me, and then we __12__(watch) an old movie on TV. Dialogue 4 A: __13___ you have a nice weekend? B: It __14__(be) fun. I __15__(go)out with my classmate.


4

Past Simple Tense e เนื้อหาเรื่อง การใช้ประโยคอธิบายเหตุการณ์ในอดีต (Past simple tense) Past Simple Tense คือประโยคที่ใช้อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว และจบลงแล้ว ขอให้สังเกตความแตกต่างระหว่างประโยคที่ที่ใช้อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปัจจุบันกับ ประโยคที่ใช้อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นและจบลงแล้ว ในอดีต ประโยค present tense : I get up at 6.30 am. everyday. (ฉันตื่นนอนเวลาหกโมงครึ่งทุกวัน) ประโยค past tense : I got up at 8.00 am. yesterday. (เมื่อวานนี้ ฉันตื่นนอนแปดโมงเช้า) จากประโยคสองประโยคข้างบน จะเห็นว่า มีความแตกต่างกันสองส่วนคือ ประโยค คากริยา คาที่บอกเวลา

Present tense get everyday

Past tense got yesterday


5

โครงสร้าง S + V2 +ส่วนขยาย I

went out last night.

We

cooked yesterday.

He/she it

moved out two weeks ago

You

worked late last week.

They

left the day before yesterday.

คาหรือวลีที่ใช้ใน past tense คาบอกเวลา เช่น yesterday (เมื่อวานนี้) the day before yesterday (เมื่อวานซืนนี้) last week (หรือคาอื่นๆที่ ใช้ last นาหน้า เช่น last year, last month, etc.) four weeks ago (หรือคาอื่นๆที่ ใช้ ago ลงท้าย เช่น ten years ago, two hours ago, etc.) คาเหล่านี้มักจะวางไว้ท้ายประโยค หรืออาจ วางไว้หน้าประโยคก็ได้ เช่น I washed my car two weeks ago.หรือ Two weeks ago,I washed my car . (ฉันล้างรถเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว) She went to Korea last month. หรือ Last month, She went to Korea. (หล่อนไปเกาหลีเมื่อเดือนที่แล้ว)


6

หลักการใช้ 1. ใช้อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และสิ้นสุดแล้ว มี คาหรือวลีที่ บอกเวลาในอดีตกากับด้วย เช่น I saw you yesterday. (ฉันเห็นคุณเมื่อวานนี้) ประธาน – I กริยา – saw คาหรือวลีที่ บอกเวลา - yesterday. He worked in Paris last year. (เขาทางานที่ปารีสเมื่อปีที่แล้ว) ประธาน – He กริยา – worked คาหรือวลีที่ บอกเวลา - last year 2. ใช้อธิบายเหตุการณ์หนึ่งซึ่งกระทาเป็นประจาในอดีต แต่บัดนีไ้ ม่ได้ทาอีก เช่น When I was young, I walked to school everyday. (เมื่อฉันยังยังเด็ก ฉันเดินไปโรงเรียนทุกวัน) ปัจจุบันนี้เขาไม่ได้เดินไป โรงเรียนแล้ว When I was young – เป็นข้อความที่บอกเวลาในอดีต ข้อความนี้ เรียกว่า dependent clause ซึ่งเป็นประโยคที่ไม่สมบูรณ์ในตัวเองต้องพึ่งพาประโยค อื่น จึงจะมีความหมายสมบูรณ์ ไม่สามารถใช้เพียงลาพังได้ คากริยาที่ใช้ในข้อความนี้ ต้องอยู่ในรูปของ อดีต (“was” เป็น รูป อดีต ของ “is”) ส่วน ประโยคหลัก “I walked to school everyday” - I ทาหน้าที่เป็นประธานของประโยค walked to (เดินไปยัง) เป็นกริยาที่บอกการกระทาในอดีต school (โรงเรียน) ทาหน้าที่เป็น กรรม everyday (ทุกวันในอดีต) ทราบจากข้อความที่บอกว่า When I was young. การกระทาที่เกิดขึ้นในอดีต คือในเวลาที่ล่วงเลยมาแล้ว โดยปกติเราจะพบ Adverbs of Time ที่บอกเวลาอดีตกากับไว้เสมอ เช่น yesterday (เมื่อวานนี้) this morning (เมื่อเช้านี)้ the day before yesterday (เมื่อวานซืนนี้) คาที่ขึ้นต้นด้วย “last” เช่น last night ( เมื่อคืนที่แล้ว) last week (สัปดาห์ที่ แล้ว) last month (เดือนที่แล้ว) last Saturday (วันเสาร์ที่แล้ว) last January (เดือนมกราคมที่แล้ว) คาที่ลงท้ายด้วย “ago” เช่น a month ago (เมื่อเดือนที่ผ่านมาแล้ว) two years ago (สองเดือนที่ผ่านมาแล้ว) five hours ago (ห้าชั่วโมงที่ผ่าน มาแล้ว) six weeks ago (หกสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว) a moment ago (เมือ่ สักครู่นี้) เวลาซึ่งเป็นปี ค.ศ. ในอดีต ขึ้นต้นด้วย “in” เช่น in 1999


7

รูปประโยคบอกเล่า (Affirmative Sentence) ประธาน + กริยาช่องที่ 2 (โดยการเปลี่ยนรูป หรือ เติม ed) Present Simple Past Simple He plays football every day He played football yesterday. I walk to work every day. I walked to work ten years ago. She washes her clothes She washed her clothes herself every day. herself last year.

หลักการเติม ed ที่คากริยา 1. กริยาที่ลงท้ายด้วย e ให้เติม d ได้เลย เช่น love - loved = รัก

move - moved= เคลื่อน

hope - hoped = หวัง 2. กริยาที่ลงท้าย ด้วย y และหน้า y เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น I แล้วเติม ed เช่น cry - cried = ร้องไห้

try - tried = พยายาม

marry - married = แต่งงาน ข้อยกเว้น ถ้าหน้า y เป็นสระ ให้เติม ed ได้เลย เช่น play - played = เล่น

stay - stayed = พัก , อาศัย

enjoy - enjoyed = สนุก

obey - obeyed = เชื่อฟัง

3. กริยาที่มีพยางค์เดียว มีสระตัวเดียว และลงท้ายด้วยพยัญชนะที่เป็นตัวสะกดตัวเดียวให้ เพิ่มพยัญชนะที่ลงท้ายอีก 1 ตัว แล้วเติม ed เช่น


8

plan - planned = วางแผน stop - stopped = หยุด beg - begged = ขอร้อง 4. กริยาที่มี 2 พยางค์ แต่ลงเสียงหนักพยางค์หลัง และพยางค์หลังนั้น มีสระตัวเดียว และ ลงท้ายด้วยพยัญชนะที่เป็นตัวสะกดตัวเดียว ให้เพิ่มพยัญชนะที่ลงท้ายอีก 1 ตัว แล้วเติม ed เช่น concur - concurred = ตกลง, เห็นด้วย

occur - occurred = เกิดขึ้น

refer - referred = อ้างถึง

permit - permitted = อนุญาต

ข้อยกเว้น ถ้าออกเสียงหนักที่พยางค์แรก ไม่ต้องเติมพยัญชนะตัวสุดท้ายเข้ามา เช่น cover - covered = ปกคลุม

open - opened = เปิด

5. นอกจากกฏทีก่ ล่าวมาแล้วข้างต้น เมื่อต้องการให้เป็นช่อง 2 ให้เติม ed ได้เลย เช่น walk - walked = เดิน worked - worked = ทางาน

start - started = เริ่ม


9

ประโยคคาถาม (Interrogative) 1. ประโยคที่มีกริยา verb to be ( was, were ) เมื่อต้องการเปลี่ยนประโยค ประเภทนี้ให้เป็น คาถาม ให้ย้าย verb to beมาวางไว้หน้า แล้วใส่เครื่องหมาย “?” ท้าย ประโยค เช่น ประโยคบอกเล่า ประโยคคาถาม He was at school yesterday. Was he at school yesterday? They were at home yesterday. Were they were at home yesterday ? 2. ประโยคประเภทอื่นๆที่ไม่อยู่ในกฎข้อ 1 เมื่อต้องการทาเป็น past tense ให้ใช้ กริยา “Did” มาช่วย และเมื่อใช้กริยา “Did” มาช่วยแล้ว กริยาเดิมในประโยคคาถาม ต้องเปลี่ยนรูปให้เป็นกริยาช่องที่ 1 ด้วย Did + ประธาน + กริยารูปเดิม+ ส่วนขยาย ประโยคบอกเล่า He walked to work yesterday. They worked late last night. Rob did the exercise last week.

ประโยคคาถาม Did he walk to work yesterday? Did they work late last night? Did Rob do the exercise last week?

สาหรับตัวอย่างในประโยคสุดท้าย คากริยา “ did ” เป็นกิริยาช่วย ในการเปลี่ยน ประโยคให้เป็น past tense นั้น ไม่มีคาแปล แต่ “ did ” ซึ่ง เป็นกริยาแท้ในประโยค บอกเล่า มีความหมายว่า “ ทา ” เมื่อใช้ “ did ” มาช่วยแล้ว ” “ did ” ซึ่ง เป็นกริยา แท้ต้องเปลี่ยนกลับไปเป็น “ do”


10

ประโยคปฏิเสธ (Negative) สาหรับประโยคแบบที่ 1 ให้เติม “not” หลังกริยาได้เลย เช่น ประโยคบอกเล่า He was at work yesterday. They were at the party last night.

ประโยคปฏิเสธ He was not at work yesterday. They were not at the party last night.

ในประโยคปฏิเสธ, was not หรือ were not สามารถเขียนแบบย่อได้ was not เขียนย่อได้ เป็น wasn’t were not เขียนย่อได้ เป็น weren’t ส่วนประโยคแบบที่ 2 ให้ใช้กริยา “ did ” เข้ามาช่วย แล้วเติม “not” ท้ายคาว่า “ did ” (หรือใช้รูปย่อ : didn’t ก็ได้) ประธาน + didn’t + กริยารูปเดิม+ ส่วนขยาย ประโยคบอกเล่า He walked to work yesterday. They worked late last night.

ประโยคปฏิเสธ He didn’t walk to work yesterday. They didn’t work late last night.

ประโยคคาถาม Did he walk to work yesterday? Did they work late last night?


11

แบบทดสอบหลังเรียน Fill in the blank with the appropriate verb using the verbs in brackets. To me, it ___1___(be) a wonderful childhood. I ___2___(live) in a compound family. Each married couple___3___(have) their house built on the compound. My single aunts, uncles and cousins___4___(live) in the big house. I ___5___(remember) I___6___(have) grandparents and great grandparents to go to whenever I ___7___(fight) with me sisters and brothers. They usually___8___(comfort) me giving me some candies. If I ___9___(cannot) do some homework, one of my aunts or uncles usually ___10___(help) me if my parents___11___( not be) available. Most of the time, we___12___(be taken) out by one of the relatives if we___13___(want) to enjoy ourselves out of the house. Being with a lot of cousins, we hardly___14___(want) to go out, since we___15)___ (can play) among ourselves. Choose the best answer. 16. I…....not…........tennis yesterday. a. did , play b. do , play c. does , play 17. He….......late this morning. a. got up b. gets up c. gotten up 18. They…......not….......English last week. a. does , study b. did , studied c. did , study d. do , study 19. A: Did she borrow your pen B:______________________ a. No, she didn’t b. No, she did c. Yes, she do d. Yes, she didn’t 20. …......you….......a pen last week? a. did , buy b. did , bought c. do , buy d. do , bought

d. did , played d. get up


12


Millions discover their favorite reads on issuu every month.

Give your content the digital home it deserves. Get it to any device in seconds.