Issuu on Google+

ย อดครู

ผู้ มี อุ ด มการณ์

โครงการ “ตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู” พ.ศ. ๒๕๕๔


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

โครงการ “ตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู” พ.ศ. ๒๕๕๔


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์ โครงการ “ตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู” พ.ศ. ๒๕๕๔

จัดทำโดย ปีที่พิมพ์ จำนวนพิมพ์ พิมพ์ที่

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๕๔ ๑๒,๕๐๐ เล่ม โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด ๗๙ ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ๑๐๙๐๐ โทร. ๐-๒๕๖๑-๔๕๖๗ โทรสาร ๐-๒๕๗๙-๕๑๐๑ นายโชคดี ออสุวรรณ ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา


คำนิยม ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ งานการศึกษา เป็นงานที่ต้องอาศัยเวลาและความวิริยะอย่างยิ่งของผู้ดำเนินงานและ ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็น “ครู” งานของครูนั้นอาจกล่าวได้ว่าไม่มีวันจบสิ้น เพราะครูมิได้เพียงแค่สอนหนังสือเท่านั้น แต่ครูยังต้องอบรมดูแลไปถึงคุณภาพชีวิตด้านต่าง ๆ ของนักเรียนจนกว่าจะจบการศึกษาในแต่ละระดับ จำนวนโรงเรี ย นกว่ า ๓๐,๐๐๐ โรงเรี ย น ที่ ตั ้ ง อยู่ ใ นทุ ก ภู ม ิ ภ าคของประเทศไทย มิ ใ ช่ ม ี เ พี ย งโรงเรี ย นที่ อ ยู่ ใ นที่ เ จริ ญ และสะดวกสบายเท่ า นั ้ น แต่ ยั ง มี โ รงเรี ย นจำนวนมาก ที่กระจัดกระจายอยู่ในทุกพื้นที่ซึ่งมีบริบทต่างกันออกไป ทั้งเรื่องของสภาพภูมิศาสตร์ ชุมชน และวัฒนธรรมการดำรงชีวิต ดังนั้น ครูจึงต้องเรียนรู้เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ไปพร้อม ๆ กับการสอน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก แต่ครูก็สามารถทำได้ ครูเหล่านี้จึงนับว่าเป็นครูผู้มีอุดมการณ์และ จิตวิญญาณครูอย่างแท้จริง ขอแสดงความชื่ น ชมและยิ น ดี เ ป็ น อย่ า งยิ่ ง กั บ คุ ณ ครู ทั ้ ง ๔ คน ที่ ไ ด้ รั บ รางวั ล “ยอดครูผู้มีอุดมการณ์” ในปีนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะเป็นกำลังสำคัญ เป็นแบบอย่าง และเป็นกำลังใจให้เพื่อนครูทุกคนในการทำหน้าที่ต่อไป (นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


คำนิยม ของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ประเทศชาติ จ ะพั ฒ นาไปได้ อ ย่ า งมั่ น คงและมี คุ ณ ภาพ ย่ อ มขึ ้ น อยู่ กั บ คุ ณ ภาพ ของประชากรของประเทศนั้น ๆ เป็นสำคัญ และประชากรจะมีคุณภาพตามที่คาดหวังเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับการศึกษาอบรมของครอบครัวและสถานศึกษานั่นเอง อาจกล่าวได้ว่าโรงเรียน คือ

บ้านที่สองของเด็ก และครูก็เปรียบเสมือนพ่อ-แม่คนที่สองของเด็ก ดังนั้น “ครู” จึงเป็นผู้ที่ มี ค วามสำคั ญ ยิ่ ง ในการพั ฒ นาคุ ณ ภาพการศึ ก ษาและคุ ณ ภาพชี ว ิ ต ของเยาวชนที่ ส่ ง ผล ต่อการพัฒนาประเทศชาติ และครูจำนวนมากเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้ โครงการคัดเลือก “ตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู” เป็น โครงการที่ มุ่ง ค้ น หาและเชิดชูเกียรติของครูผู้ส อนที่ อ ยู่ห่า งไกล เสี ย สละ และมี ค วามวิ ร ิ ย ะ อุ ต สาหะ ทุ่ ม เทให้ กั บ การจั ด การเรี ย นการสอนให้ นั ก เรี ย นอย่ า งเต็ ม ที่ ท่ า มกลางข้ อ จำกั ด นานัปการ แต่ครูเหล่านั้นก็มิได้ย่อท้อ จึงขอชื่นชมและขอแสดงความยินดีแก่คุณครูทั้ง ๔ คน คือ คุณครูสุพิทยา เตมียกะลิน คุณครูศรัทธา ห้องทอง คุณครูสิริยุพา ศกุนตะเสฐียร คุณครูศิริพร หมั่นงาน ที่ได้รับรางวัล

อันมีความหมายและทรงคุณค่าในครั้งนี้ ขอคารวะด้วยใจในอุดมการณ์และจิตวิญญาณครูอันสูงส่งของท่านทั้ง ๔ คน และ ขอให้ความดีที่ท่านได้กระทำให้บังเกิดแล้วนี้ ส่งผลให้ท่านประสบความเจริญรุ่งเรืองในสิ่งที่ดีงาม เป็นที่รักและศรัทธาของเพื่อนร่วมวิชาชีพ ตลอดจนบุคคลทั้งหลายตลอดไป (นายชินภัทร ภูมิรัตน) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


“ครู” เป็นบุคคลสำคัญยิง่ ต่อความสำเร็จ นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นที่ยอมรับกันว่า “ครู” เป็นบุคคลสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จ ในการจั ด การศึ ก ษาของเด็ กและเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ แม้ ใ นปั จ จุ บั น จะมี ส ื่ อ และ แหล่งเรียนรู้มากมาย ที่เด็กและเยาวชนจะสามารถค้นคว้าได้ด้วยตนเอง หากแต่ครูยังคงมี ความสำคัญเป็ น ลำดั บ แรกในการอบรมสั่ ง สอนเด็ ก และเยาวชน อี ก ทั ้ ง เป็ น ผู ้ ช ี ้ แ นะให้ เ กิ ด กระบวนการคิดและมีวิจารณญาณที่สามารถเลือกรับข้อมูลสารสนเทศที่เป็นประโยชน์ แม้ ว่ า ครู จ ะมี ภ าระมากเพี ย งใด หากแต่ ค รู ต ้ อ งมี พั น ธกิ จ สำคั ญ คื อ การสอน ที่ต้องทุ่มเท เสียสละ และอุทิศตน ในขณะเดียวกัน ครูต้องปรับตัวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง ต่าง ๆ ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ พร้อมกับการดำรงตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีด้วย “จิตวิญญาณครู” จึงเป็นที่น่ายินดีที่ครูยังคงความศรัทธาและเป็นที่ยอมรับของสังคมไทยตลอดมา เนื่ อ งในวาระอั น เป็ น มงคลที่ ก ระทรวงศึ ก ษาธิ ก ารโดยสำนั ก งานคณะกรรมการ การศึ ก ษาขั ้ น พื ้ น ฐานได้ ย กย่ อ งเชิ ด ชู “ยอดครู ผู ้ ม ี อุ ด มการณ์ ” ในปี พุ ท ธศั ก ราช ๒๕๕๔ ผมขอแสดงความยินดีกับครูที่ได้รับรางวัล และขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนครูทุกคนทั่วประเทศ ที่ได้มุ่งมั่น ทุ่มเท ในการจัดการศึกษาเพื่อประโยชน์ของเด็กและเยาวชนไทยอย่างแท้จริง ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายดลบันดาลให้เพื่อนครูประสบ แต่ความสุข มีพลังกายและพลังใจที่เข้มแข็ง เพื่อการพัฒนาการศึกษาของชาติต่อไป (นายสมเกียรติ ชอบผล) รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


“ครู...ภารกิจที่สำคัญต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน”

“ครู ” เป็ น ผู ้ ท ี่ ม ี ค วามสำคั ญ และมี บ ทบาทอย่ า งยิ่ ง ในสั ง คมไทย ทั ้ ง ในฐานะที่ เ ป็ น ผู้อบรมสั่งสอนเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ และในฐานะที่เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม ในปั จ จุ บั น รั ฐ ให้ ค วามสำคั ญ ต่ อ ครู เ ป็ น อย่ า งยิ่ ง ด้ ว ยการกำหนดให้ ค รู เ ป็ น วิ ช าชี พ ควบคุ ม ซึ่ ง มี ม าตรฐานวิ ช าชี พ และจรรยาบรรณวิ ช าชี พ ที่ ค รู จ ะต้ อ งถื อ ปฏิ บั ต ิ เ พื่ อ เกี ย รติ แ ละ ศั ก ดิ์ ศ รี แ ห่ ง วิ ช าชี พ ครู ดั ง นั ้ น ครู จ ึ ง ต้ อ งตระหนั ก ในภารกิ จ ที่ ส ำคั ญ ยิ่ ง ต่ อ การพั ฒ นาเด็ ก และเยาวชนไทยให้ ม ี ค วามพร้ อ มทั ้ ง ด้ า นวิ ช าการ คุ ณ ธรรม จริ ย ธรรม และการรองรั บ

ความเปลี่ยนแปลงแห่งโลกในอนาคต แม้ในบางพื้นที่จะมีความทุรกันดารและประสบกับปัญหาอุปสรรคนานัปการ หากแต่ครู ที่อบรมสั่งสอนเด็กและเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศต่างปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง อดทน และเสียสละ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขอยกย่องและเชิดชูครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู เพื่อสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาในวิชาชีพครู และเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม ผมขอชื่นชมในผลงานของเพื่อนครูที่ได้รับรางวัล “ตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอดุ มการณ์ และจิตวิญญาณครู” ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ นี้ และหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนครู ทั่วประเทศ ในการพัฒนาการศึกษาของเด็กและเยาวชนไทย ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลคุ้มครองให้เพื่อนครูทุกคน มีความสุข มีกำลังใ��� กำลังกายที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะร่วมกันพัฒนาการศึกษาไทยให้มีคุณภาพ ยิ่งขึ้นต่อไป (นายเสน่ห์ ขาวโต) รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


“ขอเป็นกำลังใจให้ครูทุกคน”

แม้ ว่ า การศึ ก ษาของไทยในปั จ จุ บั น ประสบกั บ ปั ญ หานานั ป การ แต่ บุ ค คลสำคั ญ

ที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน คือ “ครู” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครูที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ลำบาก ห่างไกล และทุรกันดาร ครู จ ำนวนไม่น ้ อ ยต้ อ งอดทน เสี ย สละ และอุ ท ิ ศ ตนในการจั ด การศึ ก ษาให้ แ ก่ ศ ิ ษ ย์ ด้วยจิตวิญญาณครูอย่างแท้จริง โดยไม่หวังผลประโยชน์ใด ๆ หากแต่เต็มเปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา และความปรารถนาดีต่อศิษย์ทุกคน เปรียบเสมือนการสืบทอดเจตนารมณ์และ อุดมการณ์อนั แน่วแน่ของเพือ่ นครูผเู้ สียสละ ดังเช่นวีรกรรมของครูจหู ลิง ปงกันมูล ผูเ้ ป็นแบบอย่าง ทีด่ ขี องสังคม ในปีพทุ ธศักราช ๒๕๕๔ กระทรวงศึกษาธิการโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานได้ยกย่องและเชิดชูครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครูอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมขอแสดง ความยินดีกับเพื่อนครูที่ได้รับรางวัล “ตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู” และขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนครูทุกคนทั่วประเทศที่จะได้สานต่อความรัก ความเมตตา และ ความปรารถนาดีต่อศิษย์ด้วยความทุ่มเท เสียสละในการอบรมสั่งสอนและกล่อมเกลาให้ศิษย์ เป็นอนาคตทีง่ ดงามของประเทศต่อไป ในวาระแห่ ง ความปี ต ิ ย ิ น ดี น ี ้ ผมขอเป็ น กำลั ง ใจให้ เ พื่ อ นครู ทุ ก คนมี ค วามเข้ ม แข็ ง

ในการปฏิบตั หิ น้าทีด่ ว้ ยจิตวิญญาณครู เพือ่ ความเจริญก้าวหน้าของการศึกษาไทยต่อไป (นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์) รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


คำนำ

“ครู ” เป็ น หั ว ใจแห่ง ความสำเร็ จ ในการปฏิ รู ป การเรี ย นรู ้ ต ามแนวปฏิ รู ป การศึ ก ษา

การพัฒนาอนาคตของประเทศชาติ ในทางองค์กรภาคราชการหรือรัฐสนับสนุนและได้กำหนด ให้ ค รู เ ป็ น วิ ช าชี พ ควบคุ ม โดยกำหนดให้ ม ี ม าตรฐานวิ ช าชี พ และจรรยาบรรณของวิ ช าชี พ ตามที่ได้บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ ในส่วนของครู ที่ อ ยู่ ใ นภาคราชการ ได้ ก ำหนดให้ ค รู เ จริ ญ ก้ า วหน้ า ในวิ ช าชี พ ครู จ ะต้ อ งมี คุ ณ สมบั ต ิ คุณลักษณะ ตามมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะ ตามที่ได้บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. ระเบียบ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่ง พ.ร.บ. ทั้งสองฉบับ ได้กำหนด สิ่งสำคัญกับความเป็นครูสอดคล้องกัน คือ การกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านจรรยาบรรณ ของวิ ช าชี พ คุ ณ ธรรม ระเบี ย บวิ นั ย เพื่ อ ให้ ค รู ม ี ช ื่ อ เสี ย ง มี เ กี ย รติ แ ละศั ก ดิ์ ศ รี แ ห่ ง วิ ช าชี พ มีความเป็นครู มีจิตวิญญาณครู

ในส่วนของครูที่อยู่ในภาคเอกชนหรือหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ ก็ไม่มีความแตกต่างกัน

ในทางสังคม ครูจึงเป็นผู้ที่สังคมคาดหวังในการสร้างคน สร้างประชากร ในการพัฒนาประเทศ ทั ้ ง สั ง คม เศรษฐกิ จ และการเมื อ ง ในสภาพปั จ จุ บั น การดำรงตนของครู สั ง กั ด สำนั ก งาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีพื้นที่ทั่วประเทศหรือครูที่มีภารกิจหรือพันธกิจระดับ การศึ ก ษาขั ้ น พื ้ น ฐานส่ว นใหญ่อ ยู่ใ นบริ บ ทของชุ ม ชน สั ง คม เขตพื ้ น ที่ ท ี่ ม ี ค วามยากลำบาก มีปัญหา ทั้งด้านภัยทางสังคม ความแตกต่างทางวัฒนธรรม ภัยทางความมั่นคงของประเทศ ภัยแห่งเศรษฐกิจ ด้านความยากจน มีรายได้ต่ำ


แต่ ท่ า มกลางปั ญ หาอุ ป สรรคต่ า ง ๆ มี ค รู จ ำนวนมากที่ ม ี ค วามศรั ท ธาในวิ ช าชี พ

มีความอดทนและรับผิดชอบ มีความเสียสละ ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือ รัก เมตตา และ ปรารถนาดีต่อลูกศิษย์ ดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม แบ่งครึ่งชีวิตให้กับตนเองและสังคม เป็นต้นแบบ ที่ ด ี ข องสั ง คม รวมทั ้ ง สร้ า งค่ า นิ ย มให้ สั ง คมอั น เป็ น ที่ เ รี ย กขานในสั ง คมว่ า การเป็ น ครู ด ้ ว ย “จิตวิญญาณครู” ดังเช่น ครูจูหลิง ปงกันมูล ผู้เป็นต้นแบบเชิงประจักษ์ของผู้มีอุดมการณ์ และจิตวิญญาณครู

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริม เสริมสร้าง

ให้ครูมีเจตคติต่อวิชาชีพ มีคุณธรรม วินัย และจรรยาบรรณ มีจิตวิญญาณครูตามที่ภาคราชการ กำหนดและภาคสังคมคาดหวัง จึงได้ดำเนินการคัดเลือกครู ทั้งภาคราชการและภาคเอกชน ใน ๔ ภูมิภาคของทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นต้นมา เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติให้เป็น “ยอดครูผู้มีอุดมการณ์”

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


สารบัญ หน้า คำนิยม คำนำ แด่...ครูผู้มีอุดมการณ์วิญญาณครู

โรงเรียนของฉัน...บ้านสล่าเจียงตอง

ผอ.สุพิทยา เตมียกะลิน

โรงเรียนบ้านสล่าเจียงตอง

ผอ.ทอปบูท

ผอ.ศรัทธา ห้องทอง

โรงเรียนบ้านคลองน้ำใส

๑๗


หน้า ด้วยความรู้ ความสุจริต และปัญญา การศึกษาก้าวไกล ๔๙

ผอ.สิริยุพา ศกุนตะเสฐียร

โรงเรียนศึกษานารี

ครูนักพัฒนาวิถีชีวิตของชนเผ่า

ครูศิริพร หมั่นงาน

โรงเรียนบ้านวังอ้ายคง

๗๑

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การประกาศเกียรติคุณผู้รับรางวัล “ตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู” ครั้งที่ ๕ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ๘๖ คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ. ๔๒๑/๒๕๕๓ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและ คัดเลือกผู้เข้ารับรางวัล โครงการ “ตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู” ๘๙ คณะผู้จัดทำ ๙๑


แ ด่ . . . ค รู ผู้ มี อุ ด ม ก า ร ณ์ วิ ญ ญ า ณ ค รู กว่าจะเติบโตงามตามที่หวัง กว่าจะหยั่งรากลึกผนึกแผ่น กว่าจะชูช่อชอุ่มคุ้มถิ่นแคว้น กว่าจะเป็นไม้แก่นทั้งแผ่นดิน เริ่มจากเพาะเมล็ดพันธุ์การศึกษา บ่มคุณค่าด้วยแรงแห่งศาสตร์ศิลป์ และหยาดเหงื่อบนเนื้องานที่หว่านริน ของคุณครูผู้ไม่สิ้นซึ่งแรงใจ อุดมการณ์สานศรัทธาค่าความคิด ยอมอุทิศร่างพลีชีวีให้ ทนลำบากตรากตรำทำเพื่อใคร เพื่อเด็กไทยได้ดีมีวิชา


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

จากความขาดเป็นความครบพบความสุข จากความทุกข์เป็นภูมิใจให้หรรษา จากความท้อเป็นความหวังประดังมา จากความล้าเป็นความล้ำให้ย้ำยิน ขอเทิดทูนคุณครูผู้เลิศล้ำ อุดมการณ์น้อมนำมิรู้สิ้น สวมมงกุฎดอกไม้ร่ายคำริน ท่านเป็นปิ่นเปี่ยมปัญญาน่านิยม กระทรวงศึกษาธิการจารจารึก ปลุกสำนึกคุณครูผู้เหมาะสม สร้างคุณค่าสร้างพลังเสริมสังคม ด้วยชื่นชม...อุดมการณ์วิญญาณครู

ดร.จุไรรัตน์ วรรณยิ่ง นายกสมาคมกวีร่วมสมัย


โ ร ง เ รี ย น ข อ ง ฉั น . . . บ้ า น ส ล่ า เ จี ย ง ต อ ง ทันทีที่ฉันเห็นคำสั่งย้ายให้ฉันไปดำรงตำแหน่งครูใหญ่ ที่โรงเรียนบ้านสล่าเจียงตอง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ฉันรู้สึกตกใจระคนกับความดี ใจที่จะได้ ไปปฏิบัติหน้าที่ครูใหม่ (หลังเขา)

นึกในใจว่า...เวลาที่ผ่านไปช่างรวดเร็ว เหลือเกิน ที่เราอยู่โรงเรียนบ้านสุดห้วยนา ๕ ปี แล้วหรือนี่ สิ่งที่สมบูรณ์แบบฉันไม่เคยได้รับ สิ่งที่ ได้รับคือความไม่มี ไม่ครบ และขาดแคลน จากการที่ ฉั น เคยเป็ น ครู ท ี่ โ รงเรี ย น บ้ า นสุ ด ห้ ว ยนา โรงเรี ย นที่ ม ี แ ต่ โ รงนา ซึ่งฉันไม่แน่ใจว่าควรจะเรียกว่าโรงนา หรือ คอกควายดี เพราะเป็ น โรงโล่ ง ที่ ม ี เ พี ย ง หลั ง คามุ ง ใบตองพอคุ ้ ม แดด แต่ ไ ม่ กั น ฝน และที่สำคัญคือ...โรงเรียนที่นี่ไม่มีครู ในเมื่ อ ไม่ ม ี ค รู แ ล้ ว เรี ย กโรงเรี ย น ได้อย่างไร เรี ย กได้ . ..เพราะมี นั ก การภารโรง นำสื่ อ การสอนที่ ส ำนั ก งานประถมศึ ก ษา จังหวัดจัดให้ บรรทุกหลังม้าไปให้นักเรียน ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งอยู่ในโครงการ

“ครูหลังม้า” ฉั น จะใช้ ค วามรู ้ ค วามสามารถ และ ความมานะพยายามที่จะทำให้โรงนาแห่งนี้ เป็นโรงเรียนให้จงได้ ๕ ปี เ ต็ ม ที่ ฉั น เฝ้ า เพี ย รพยายามหา ผู ้ ใ จบุ ญ และเห็ น คุ ณ ค่ า ของการศึ ก ษา มาเติมเต็มความฝันของฉันให้เป็นความจริง และแล้ ว เหมื อ นพระมาโปรด ฉั น ได้ ผู ้ ใ จบุ ญ บริ จ าคเงิ น ช่ ว ยสร้ า งอาคารเรี ย น โรงอาหาร และอาคารประกอบ จนทำให้เด็ก ๆ บ้านสุดห้วยนา ลืมสภาพโรงนาเสียสิ้น ขณะฉันกำลังฝันเฟื่อง และมีความสุข กับสิ่งที่ฉันได้สร้างมากับมือ ด้วยหยาดเหงื่อ แรงงาน และความตั้งใจจริง แต่แล้วฉันก็ต้องสะดุ้งตื่นจากความฝัน เมื่อเห็นคำสั่งย้าย...อีกแล้วหรือนี่


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

บ้ า นสล่า เจี ย งตองอยู่ท ี่ ไ หน มี ส ภาพ อย่างไร ฉันไม่อาจหยั่งรู้ได้ รู ้ เ พี ย งว่ า อยู่ ใ นป่ า ลึ ก กลางหุ บ เขา ติดแนวชายแดนพม่า ต้องเดินลัดเลาะลำห้วย ๖๐ กว่าลำห้วย เป็นระยะทาง ๙๕ กิโลเมตร หน้าแล้งใช้เวลาเดินทางไป-กลับ ๘ ชั่วโมง หน้าฝนใช้เวลา ๒-๓ วัน หนูจะไปอยู่อย่างไรล่ะลูก เสียงแม่ร้องถาม ด้วยความห่วงใย หนู ไ ม่ ก ลั ว หรื อ ลู ก เสี ย งพ่ อ ถามซ้ ำ ด้วยความกังวล ฉันส่ายหน้า คำตอบสะดุดอยู่ในลำคอ เพราะฉั น เองก็ ยั ง ไม่ รู ้ ว่ า ฉั น จะต้ อ งไปพบ สภาพอย่างไร ที่โรงเรียนบ้านสล่าเจียงตอง ฉั น นึ ก ในใจว่ า คงไม่ ต่ า งจากโรงนา ที่โรงเรียนบ้านสุดห้วยนาเท่าใดนัก ฉันจะต้องไปพบกับอะไร ชาวบ้านจะดี กั บ ฉั น ไหม นั ก เรี ย นของฉั น จะเป็ น อย่ า งไร เพื่อนร่วมงานของฉันจะเข้ากับฉันได้ไหม ทุกคำถามพรั่งพรูอยู่ในสมอง ซึ่งฉันก็ ยังไม่สามารถตอบคำถามเหล่านั้นได้ ฉั น เฝ้ า รอ จนกระทั่ ง วั น ที่ ฉั น ต้ อ ง เดินทางไปรับตำแหน่ง ฉันออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ มีพ่อกับแม่ มายื น ส่ ง ที่ หั ว บั น ไดบ้ า น และมองตามรถ ที่มารับฉันจนสุดสายตา ฉั น เหมารถกระบะของคนใกล้ บ ้ า น ในราคา ๔,๕๐๐ บาท เพราะฉันเองไม่กล้า ที่จะให้คนที่ไม่รู้จักคุ้นเคยมาส่ง

สภาพสองข้ า งทางเป็ น ป่ า ทึ บ ดู น่ า

สะพรึงกลัว สภาพถนนกึ่งลำธาร มีก้อนหิน ก้อนโต ๆ ขรุขระตลอดระยะทาง ทำเอาฉัน นั่งหัวสั่นหัวคลอนมาตลอดทาง ไม่กล้าแม้จะ หลั บ ตาเพี ย งชั่ ว อึ ด ใจ เพราะไม่รู ้ ว่า จะเกิ ด อะไรในเสี้ยววินาทีนั้น รถวิ่งโขยกเขยก หยุดบ้าง คลานบ้าง มาตามทางที่ เ ป็ น หุ บ ห้วยและหุ บ เหว อยู่ ข ้ า งทาง กว่ า จะถึ ง บ้ า นสล่ า เจี ย งตอง ตะวันก็เกือบจะลับเหลี่ยมเขา พอรถแล่นเข้าเขตหมู่บ้าน แล้วเลี้ยว เข้ า ซอยเล็ ก ๆ ไปสั ก พั ก ฉั น ก็ เ ห็ น ป้ า ย โรงเรี ย นเก่ า คร่ ำ คร่ า ตั ว อั ก ษรเลอะเลื อ น “โรงเรียนบ้านสล่าเจียงตอง” ทั น ที ท ี่ ฉั น ละสายตาจากป้ า ยชื่ อ โรงเรียน ภาพของกระต๊อบหลังคามุงใบตอง ก็ ป รากฏแจ่ ม ชั ด สภาพที่ เ ห็ น ทำให้ ฉั น เริ่ ม ท้อแท้ โรงเรี ย นไกลถึ ง เพี ย งนี ้ ใครที่ ไ หน จะเข้ามาดู และบริจาคเงินช่วยเหลือ


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ทันทีที่รถจอด เด็ก ๆ หน้าตามอมแมม ใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ มายืนออกันอยู่หน้ากระต๊อบ และมองดู ฉั น ด้ ว ยแววตาตื่ น ตระหนกแกม ประหลาดใจ แล้วก็พร้อมใจกันวิ่งหายไปด้านหลัง กระต๊อบอย่างรวดเร็ว มี ห นู น ้ อ ยใจกล้ า ๒-๓ คนที่ แ อบอยู่ ข้ า งกระต๊ อ บ เฝ้ า ดู เ หตุ ก ารณ์ ต่ า ง ๆ ด้ ว ย ความอยากรู้อยากเห็น และฉันแอบเห็นแววตา แห่งความเป็นมิตรซ่อนอยู่ด้วย หัวหน้าหมู่บ้านเป็นชาวเขาเผ่าไทยใหญ่ ดูท่าทางใจดี ยืนยิ้มรอรับฉันด้วยไมตรี พร้อม คณะประมาณ ๑๐ กว่าคน ที่ฉันคาดว่าน่าจะ เป็นผู้ปกครองนักเรียนกลุ่มที่วิ่งหนีไปเมื่อครู่ พวกเขาเชิ ญ ให้ ฉั น เข้ า ไปในกระต๊ อ บ ซึ่งมีแคร่ไม้ตั้งอยู่ ๒-๓ ตัว บนแคร่มีอาหารจัด เป็นสำรับเตรียมพร้อมไว้ต้อนรับฉัน ฉั น แอบมองดู อ ย่ า งลั ง เลว่ า จะกิ น หรื อ ไม่ ก ิ น ดี มี เ นื ้ อ ย่ า ง แกงเผ็ ด หมู และ ผัดผักคะน้า ซึ่งดูน่ากินทีเดียว หัวหน้าหมู่บ้าน และคณะเชิ ญ ให้ ฉั น กิ น ข้ า วด้ ว ยรอยยิ ้ ม

ที่ดูจริงใจและเป็นมิตร ฉั น นั่ ง ลงกิ น ข้ า วมื ้ อ แรกที่ บ ้ า นสล่ า -

เจี ย งตอง ด้ ว ยความรู ้ ส ึ ก อบอุ่ น และ คลายกั ง วล เพราะฉั น พอจะเดาได้ ว่ า เป็ น อาหารมื้อพิเศษสำหรับที่นี่ หลังอาหารกลางวัน ฉันเดินดูบริเวณ โดยรอบของโรงเรี ย น พลางนึ ก ในใจว่ า ฉันจะยอมเหนื่อยอีกครั้ง เพื่อสร้างโรงเรียน บ้ า นสล่ า เจี ย งตอง ให้ เ ป็ น โรงเรี ย นในฝั น ของฉัน เช่นเดียวกับโรงเรียนบ้านสุดห้วยนา เนื่ อ งจากโรงเรี ย นไม่ ม ี บ ้ า นพั ก ครู ฉั น จึ ง ขอให้ หั ว หน้ า หมู่ บ ้ า นพาฉั น ไปอาศั ย นอนที่ ส ถานี อ นามั ย ประจำตำบล ซึ่ ง มี

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นชายร่างเล็กที่มีอายุ ไล่เลี่ยกับฉัน และดูจะเข้าใจความรู้สึกของฉัน ได้ ด ี เพราะเขาเองก็ เ คยอยู่ ใ นสภาพเช่ น ฉั น มาก่อน แต่ เ ดิ ม โรงเรี ย นบ้ า นสล่ า เจี ย งตอง มีนักเรียน ๗๘ คน เป็นนักเรียนประจำ ๑๒ คน เพราะบ้านอยู่ไกลไม่สามารถเดินทางไป-กลับ ได้ ภ ายในวั น เดี ย ว ที่ น อนของพวกเขาคื อ กระต๊อบที่ใช้เป็นห้องเรียนในเวลากลางวัน นั่นเอง นักเรียนประจำกลุ่มนี้จะได้กลับบ้าน เดือนละครั้ง


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

วันแรกของการทำหน้าที่ครูใหญ่ ฉันใช้ กลยุทธ์จากวิชาการศึกษาที่เรียนมา โดยยึด หลักการมีส่วนร่วม ให้นักเรียนออกความเห็น ว่ า ทำอย่ า งไร พวกเขาจึ ง จะมี ข ้ า วกิ น ครบ ๓ มื้อในแต่ละวัน เด็ก ๆ เสนอว่าเราควรปลูกผักทำสวนครัว รั้วกินได้กันเอง ซึ่งแน่นอนฉันเห็นด้วย ฉันและเด็ก ๆ เดินไปด้านหลังโรงเรียน และแบ่งพื้นที่ในการทำสวนครัว พร้อมจัดเวร ดู แ ลรั บ ผิ ด ชอบ โดยให้ นั ก เรี ย นแบ่ ง กลุ่ ม กันเองตามความพอใจ เมื่อมีพื้นที่และผู้รับ ผิดชอบเราปรึกษากันว่าจะปลูกอะไรก่อนดี

ระยะนั ้ น เป็ น ช่ ว งปลายฝนต้ น หนาว เด็ก ๆ พากันเสนอให้ปลูกคะน้า ผักกาดหอม และกระเที ย ม ฉั น จึ ง กำหนดให้ เ ด็ ก ทั ้ ง ๔ กลุ่ม ปลูกผักแต่ละชนิดที่พวกเขาเสนอกัน ขึ้นมา โดยขอเมล็ดพันธุ์จากครอบครัวของ เด็ก ๆ ที่ปลูกผักชนิดนั้น ๆ มาจากบ้าน เด็ก ๆ ต่างดีใจที่พวกเขาจะได้มีอาหารกิน ครบ ๓ มื ้ อ เพราะบางคนยากจนขนาด ต้องกินข้าวคลุกน้ำพริกเพียงวันละมื้อ ดังนั้น เด็ ก ๆ จึ ง พอใจที่ จ ะอยู่ โ รงเรี ย นมากกว่ า อยู่บ้าน


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

เมื่อมีอาหารกินครบ ๓ มื้อ แต่ยังขาด อาคารเรี ย นและที่ น อนที่ ถู ก สุ ข ลั ก ษณะ ฉั น เริ่ ม หาวิ ธ ี ท ี่ จ ะขอความช่ ว ยเหลื อ จาก ผู้มีจิตกุศล และมีใจเมตตาที่จะทำบุญ และ ช่วยเหลือการศึกษาของชาติ ฉั น ถ่ า ยภาพโรงเรี ย น แสดงให้ เ ห็ น ความทุ ก ข์ ย ากและขาดแคลนของเด็ ก ๆ และเขี ย นโครงการขอรั บ การสนั บ สนุ น งบประมาณจากบุ ค คลและหน่ ว ยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนนับสิบแห่ง ฉั น เฝ้ า รอคำตอบ แต่ ก็ เ งี ย บหาย เหมือนคลื่นกระทบฝั่ง จนฉันเริ่มสิ้นหวัง และแล้ววันที่ฉันรู���สึกหมดหวัง ฉันได้ พบแสงแห่ ง ความหวั ง จุ ด ประกายให้ ฉั น

เริ่มคิดที่จะก้าวเดินต่อไปอย่างไม่ท้อถอย

จดหมายตอบรับที่จะให้ความช่วยเหลือ ในการสร้างอาคารพักนอนจากท่านบรรหาร และคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา เงินบริจาค ซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างบ้านพักครูและอาคารเรียน จากคุ ณ หญิ ง กษมา วรวรรณ ณ อยุ ธ ยา ม.ร.ว.สุ ร ธวั ช ศรี ธ วั ช ผู ้ ใ จบุ ญ ทั ้ ง ภาครั ฐ เอกชน และชาวต่างชาติ ที่ศรัทธาในความมุ่งมั่น ของฉั น และเคยให้ ค วามช่ ว ยเหลื อ ตั ้ ง แต่ โรงเรียนบ้านสุดห้วยนา ก็ยังตามมาช่วยเหลือ ฉันที่นี่ การทำความดี เ พื่ อ ผู ้ อ ื่ น โดยไม่ ห วั ง สิ่งตอบแทน ทำให้ได้สิ่งตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ และเกินความคาดหมายยิ่งนัก จากสภาพกระต๊ อ บ กลายมาเป็ น โรงเรียนที่มีอาคารเรียน หอพัก โรงอาหาร และอาคารประกอบ ทำให้ โ รงเรี ย น บ้านสล่าเจียงตอง มีสภาพเหมาะสมที่จะเป็น โรงเรียนมากกว่าเดิม


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

อาจกล่าวได้ว่าฉันอุทิศเวลาทั้ง ๒๔ ชั่วโมง ให้ เ ขาเหล่ า นั ้ น อย่ า งไม่ รู ้ ส ึ ก เบื่ อ หรื อ ท้ อ เพราะฉันไม่ได้คิดว่าเป็นเพียงหน้าที่ แต่มัน เป็นจิตวิญญาณแห่งสำนึกของความรับผิดชอบ ที่ฉันจะต้องดูแลพวกเขาให้ดีที่สุดเท่าที่ฉัน

จะทำได้ เพราะเขาเหล่านั้นคือชีวิตของฉัน ตั้งแต่ ๖ โมงเช้า ฉันต้องปลุกเด็ก ๆ ให้ตื่นขึ้นมาล้างหน้า แปรงฟัน ไปเลี้ยงสัตว์ ดูแปลงผัก ทำอาหารเช้ากิน และเข้าเรียน ซึ่ ง แรก ๆ จะมี ปั ญ หามาก เพราะอากาศ หนาวเย็ น เด็ ก ๆ ไม่ คุ ้ น ชิ น กั บ การตื่ น เช้ า ซึ่งฉันจะค่อย ๆ ปรับเวลาจาก ๘ โมงมาเป็น ๗ โมง และ ๖ โมง ตามลำดับในที่สุดเด็ก ๆ ก็ทำได้จนกลายเป็นความเคยชิน เด็ ก นั ก เรี ย นที่ น ี่ มั ก มี ปั ญ หาเรื่ อ ง ขาดเรียนและการลาออก เพราะต้องติดตาม พ่ อ แม่ ไ ปทำไร่ เ ลื่ อ นลอย ไปรั บ จ้ า งทำไร่ บางครั ้ ง หายไป ๒-๓ เดื อ น ฉั น จึ ง ต้ อ ง แก้ ปั ญ หาโดยการสอนซ่ อ มเสริ ม ให้ ใ นช่ ว ง หลังเลิกเรียน หรือให้เรียนในวันหยุด เด็กคนไหน

ไม่เก่งก็จะให้เรียนซ้ำชั้น เด็กคนไหนหัวดีก็จะ ให้ เ ลื่ อ นชั ้ น โดยเน้ น คุ ณ ภาพของผู ้ เ รี ย น มากกว่าปริมาณที่จบ เน้นความเสมอภาค ทางการศึกษาไม่ว่าจะเป็นเด็กเชื้อชาติไหน อายุเท่าใด ทุกคนมีโอกาสเรียนเหมือนกันหมด เด็ ก ที่ น ี่ เ มื่ อ จบชั ้ น ป.๖ ไปเรี ย นต่ อ ใน ระดับมัธยม มักได้รับการมอบหมายให้เป็น หั ว หน้ า หรื อ ผู ้ น ำ หรื อ เป็ น แกนนำให้ กั บ นักเรียนอื่น ๆ เพราะได้รับการปลูกฝังและ ฝึกฝนจากฉัน ให้เขารู้จักคิด กล้าพูด กล้าทำ ในสิ่งที่ถูกต้อง และฉันจะกันเงินเดือนเอาไว้ ส่ ว นหนึ่ ง เพื่ อ เป็ น ทุ น การศึ ก ษาให้ เ ด็ ก ที่ จ บ ป.๖ ทุกคน คนละ ๑,๕๐๐ บาท จากสายตาของนักเรียนที่มองฉันอย่าง ตื่นตระหนก ดูหวาดระแวงและไม่ไว้วางใจ กลายเป็ น สายตาที่ ม องฉั น ด้ ว ยความรั ก ความศรัทธา และพากันเรียกฉันว่า “แม่ครู” และพลอยพาให้ บ รรดาพ่ อ แม่ ผู ้ ป กครอง ที่เป็นชาวบ้านเรียกตามไปด้วย


๑๐

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

นี่ เ ป็ น อี ก สิ่ ง หนึ่ ง กระมั ง ที่ ท ำให้ พ วกเขารั ก และผู ก พั น ยกย่องให้ฉันเป็น “แม่” ของเขาอีกคนหนึ่ง


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

๑๑

หลั ง จากมี อ าคารเรี ย น หอนอน โรงอาหาร และอาคารประกอบ ซึ่งนับเป็น โครงสร้ า งหลั ก แห่ ง สถานศึ ก ษาแล้ ว ฉั น ก็ มานั่งคิดว่าฉันจะทำอย่างไร จึงจะสอนให้เด็ก นักเรียนของฉันซึ่งเป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง และไทยใหญ่ ส่ ว นใหญ่ ใ ช้ ภ าษาถิ่ น ในการ สื่ อ สาร จะสามารถเรี ย นรู ้ แ ละเข้ า ใจ ภาษาไทยภาคกลางซึ่งเป็นภาษามาตรฐาน จนสามารถอ่านออก เขียนได้ และใช้สื่อสาร ด้วยการพูดได้ ฉั น ทบทวนความรู ้ ท ี่ เ คยเรี ย นมา ในระดั บ ประกาศนี ย บั ต รและปริ ญ ญาตรี ในที่สุดฉันก็พบว่าฉันควรนำวิธีสอนภาษาไทย แบบมุ่งประสบการณ์ (มปภ.) เป็นการสอน ที่ เ หมาะสมกั บ วั ย ของนั ก เรี ย นที่ ไ ม่ เ คย เรียนรู้ภาษาไทยมาก่อน


๑๒

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

การสอนแบบมุ่ ง ประสบการณ์ ภ าษา (Concentrated Language Encounters หรื อ CLE) ซึ่ ง เริ่ ม มี ท ี่ ป ระเทศออสเตรเลี ย ใช้ทดลองสอนกับนักเรียนพื้นเมือง ผลการ ทดลองสอนภาษาอังกฤษประสบความสำเร็จ ดี ย ิ่ ง นั ก เรี ย นชาวพื ้ น เมื อ งเกื อ บ ๑๐๐% สามารถอ่าน เขียน ฟัง และพูดภาษาอังกฤษ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทร- วิโรฒประสานมิตรนำมาทดลองและได้ผลดี ส ำ นั ก ง า น ป ร ะ ถ ม ศ ึ ก ษ า จั ง ห วั ด แม่ ฮ่ อ งสอน (สปจ.แม่ ฮ่ อ งสอน) ได้ น ำ การสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา (มปภ.) มาพัฒนาครู และนำการสอนแบบนี้

ไปสอนทุกโรงเรียนทั้งจังหวัด แม้ฉันจะถูกกำหนดให้มีบทบาทหน้าที่ ผู้อำนวยการโรงเรียน แต่ฉันก็ถือว่าฉันเป็นครู และเป็ น คนไทย นอกจากจะมี บ ทบาท ผู้บริหารแล้ว ฉันก็ควรมีส่วนช่วยในการสอนด้วย ฉันจึงปรึกษากับเพื่อนครูเพื่อวางแผนในการ ใช้การสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ ภาษามาใช้ ท ี่ โ รงเรี ย นบ้ า นสล่ า เจี ย งตอง โดยแบ่งการเรียนการสอนเป็น ๕ ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ ๑ ครูอ่านเรื่องให้นักเรียนฟัง อย่ า งมี ช ี ว ิ ต ชี ว า โดยอาศั ย เทคนิ ค การเล่ า เรื่ อ งให้ นั ก เรี ย นสนใจฟั ง ครู แ สดงท่ า ทาง ประกอบไปด้วยถ้ายั ง ไม่ ส ามารถสื่ อ

ความหมายได้เพียงพอ ครูควรใช้การสนทนา กับนักเรียนเข้าช่วยในการสื่อความหมาย โดย ใช้คำถามง่าย ๆ และให้ดูภาพประกอบทุกหน้า ตั้งแต่ปกจนถึงท้ายเล่ม เพื่อกระตุ้นให้เด็กคิด สามารถพั ฒ นาความคิ ด รวบยอดเกี่ ย วกั บ คำในเรื่องได้


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

๑๓

ขั้นตอนที่ ๒ ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยใช้ คำถามง่าย ๆ ให้นักเรียนเล่าเรื่องที่ครูอ่าน ให้ฟัง และลำดับเรื่องได้จนจบ แล้วครูสนทนา และให้ นั ก เรี ย นอ่ า นตามในหนั ง สื อ ทุ ก หน้ า ครู ใ ห้ นั ก เรี ย นแสดงบทบาทสมมติ โดย อาสาสมัครเป็นผู้แสดงตัวละครในเรื่อง ครู มีหน้าที่เป็นผู้กำกับ ขั้นตอนที่ ๓ เขียนเรื่องร่วมกันระหว่าง ครูและนักเรียน ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยให้ นั ก เรี ย นช่ ว ยกั น ลำดั บ เรื่ อ งที่ อ่ า น และ เล่นบทบาทสมมติ ครูใช้กระดาษแผ่นใหญ่ ติดบนกระดาน ให้นักเรียนเริ่มเขียนเรื่องโดยครูใช้วิธี ถาม-ตอบ และเขียนประโยคลงบนกระดาษ แผ่นใหญ่ ครูควรแก้ไขให้ก่อน หรือครูเขียน ให้ ก็ ไ ด้ เขี ย นเรื่ อ งได้ สั ก ตอนหนึ่ ง ครู ใ ห้ นักเรียนออกมาวาดภาพประกอบ ให้นักเรียน ที่เหลืออ่านออกเสียงในขณะที่ครูให้นักเรียน อ่านเรื่องจากกระดาษแผ่นใหญ่ ครูควรใช้ไม้ ชี้ตัวอักษรตามด้วย เพื่อดูว่านักเรียนอ่านได้แน่ หรือใช้การจำต่อเนื่องในประโยค ขั ้ น ตอนที่ ๔ ให้ นั ก เรี ย นทำหนั ง สื อ เล่มใหญ่ ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม ขั้นต้นครู ควรเขียนเรื่องจากขั้นตอนที่ ๓ ลงในกระดาษ แผ่ น ใหญ่ เ พื่ อ ทำหนั ง สื อ เล่ ม ใหญ่ น ำมาให้ นักเรียนอ่าน ให้นักเรียนผลัดกันอ่านในกลุ่ม เสียก่อน จากนั้นแบ่งงานให้นักเรียนทุกคน วาดภาพประกอบเรื่ อ ง ช่ ว ยกั น รวบรวม ผลงานเรียงหน้ากระดาษเย็บเข้าเล่มใหญ่เป็น ของตน เขียนชื่อกลุ่ม และให้นักเรียนช่วยกัน อ่านหน้าชั้นให้เพื่อนฟัง


๑๔

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ขั้นตอนที่ ๕ ให้นักเรียนเล่นเกมหรือ กิจกรรมทางภาษา ครูให้นักเรียนใช้หนังสือ เล่มใหญ่ของกลุ่มเป็นแหล่งในการเรียนรู้ เพื่อ ให้นักเรียนได้ค้นคว้า การสะกดคำ การเขียน และประโยค พร้ อ ���ทั ้ ง ความหมายของคำ และประโยคจากหนังสือเกมที่เล่นได้ง่าย ๆ ใช้วัสดุสิ้นเปลืองน้อย และมีประสิทธิภาพคือ การใช้บัตรคำ วิธีสอนแบบนี้ ทำให้ฉันสอนนักเรียน ได้ อ ย่ า งมั่ น ใจ เด็ ก เรี ย นรู ้ อ ย่ า งมี ช ี ว ิ ต ชี ว า เพียงแค่ ๔-๕ เดือน เด็กก็สามารถพูด อ่าน เขียนภาษาไทยได้ถึงร้อยละ ๘๐ ซึ่งผู้ปกครอง บอกว่าฉันสอนสนุก และขอมานั่งเรียนกับลูก วันละหลายคน ฉันยิ่งรู้สึกภูมิใจในความเป็น ครูมากยิ่งขึ้น ทีนี้คงทราบแล้วใช่ไหมว่า เหตุใด ทั้งผู้ปกครองและนักเรียนที่นี่จึงเรียกฉันว่า “แม่ครู”


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

๑๕

อาจมีบางครั้งที่ฉันเกิดความท้อแท้... ฉันเฝ้ามองดูพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีหยาดพระเสโทอยู่ปลายพระนาสิก พระองค์ท่านทรงเหน็ดเหนื่อย และตรากตรำมากกว่าฉันไม่รู้กี่ร้อยพันเท่า แต่พระองค์ ไม่เคยทรงบ่นว่าเหนื่อยหรือท้อ

งานของฉันเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ น้อยนิด แล้ ว ฉั น จะเหนื่ อ ยหรื อ ท้อได้ อ ย่ า งไร ฉันตั้งปณิธานในใจว่า นับแต่นี้ฉันจะเข้มแข็ง และอุทิศทั้งชีวิตเพื่อการศึกษาที่บ้านสล่าเจียงตอง ตั้งแต่นั้นมาฉันก็ไม่เคยท้อแท้ต่อปัญหา และอุปสรรคใด ๆ อีกเลย ฉั น เหลื อ บดู บั ต รอวยพรที่ ต ิ ด ที่ โ ต๊ ะ ทำงาน เขียนด้วยลายมือโย้เย้แล้วอดยิ้มไม่ได้ ข อ อ ว ย พ ร ใ ห้ ค รู น ี้ ม ี ค ว า ม สุ ข

หมดสิ้นทุกข์ใดใดใจสุขา ขอคุณครูผู้ใจดีมีเมตตา ดุจนางฟ้า... บ้านสล่าเจียงตองเทอญ

ความสำเร็จเหล่านี้ไม่ใช่ฉันเพียงคนเดียว เสาทุ ก ต้ น ไม้ ทุ ก ชิ ้ น กระเบื ้ อ งทุ ก แผ่ น เพื่อน ๆ ทุกคน หรือแม้แต่กระบวนการเรียน การสอน ล้ ว นเป็ น ความเมตตาของผู ้ ท ี่ ม ี

จิตเมตตาที่ฉันเอ่ยนามทั้งสิ้น ชาวบ้านที่น ี่

ต่างร่วมกันสร้างฝันของฉันให้เป็นจริงขึ้นมา คื อ โรงเรี ย นบ้ า นสล่ า เจี ย งตอง โรงเรี ย น แห่ ง ขุ น ดอย ที่ จ ะคอยให้ แ สงสว่ า งแก่ เ ด็ ก ในหมู่ บ ้ า น และเป็ น ตำนานแห่ ง การศึ ก ษา ของชาติตลอดไป... นี่ ค ื อ ความในใจของครู สุ พ ิ ท ยา แห่งโรงเรียนบ้านสล่าเจียงตอง


ผ อ. ท อ ป บู ท

นายศรัทธา ห้องทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองน้ำใส สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ยะลา เขต ๒


๑๘

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ท่ามกลางสายฝนที่ตกพรำ ๆ มาตั้งแต่ เดินทางมาถึงสนามบินหาดใหญ่จนถึงจังหวัด ยะลา นานกว่าชั่วโมงแล้ว ฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่า จะหยุดตก “สงสัยวันนี้ฝนจะตกทั้งวัน” เสียงคนขับรถ พู ด พึ ม พำกั บ ตั ว เอง คะเนจากใบหน้ า แล้ ว เขาคงมีอายุเกือบ ๕๐ ปีแล้วล่ะ “ฝนตกอย่างนี้ทุกวันหรือคะ” เราอดถาม ไม่ได้ เมื่อได้ยินคนขับรถพูดกับตนเองอย่างนั้น “ครั บ ช่ ว งมรสุ ม ก็ แ บบนี ้ ล่ ะ นี่ ยั ง ดี นะครับ แค่ตกพรำ ๆ ไม่หนัก” ฉันนั่งคู่มากับ คนขับรถ มีท่านรองฯ แน่งน้อยและคนอื่น ๆ นั่งด้านหลัง เราเดินทางด้วยรถตู้ มีรถฮัมวี ่

นำหน้า จากสนามบินหาดใหญ่ วิ่งมาตาม เส้นทางสายสงขลา-ปัตตานี ตอนนี้เข้าเขต จังหวัดยะลาแล้ว อีกไม่นานก็จะถึงโรงเรียน บ้านคลองน้ำใส อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา จุดหมายปลายทางของพวกเรา วันนี้ พวกเรา ในฐานะคณะประเมิน โครงการ “ตามรอยเกี ย รติ ย ศครู ผู ้ ม ี อุดมการณ์และจิตวิญญาณครู” ปี ๒๕๕๔ เดินทางมาจากกรุงเทพฯ นำโดยท่านรองฯ แน่ ง น้ อ ย พั ว พั ฒ นกุ ล รองเลขาธิ ก าร คณะกรรมการการอุดมศึกษา และพลตำรวจตรี ณรงค์ มณี น พ รองผู ้ บั ญ ชาการตำรวจ ตระเวนชายแดน เพื่อมาดูสภาพการทำงาน ในพื ้ น ที่ จ ริ ง ของคุ ณ ครู ศ รั ท ธา ห้ อ งทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองน้ำใส หนึ่งใน ครู ผู ้ ผ่ า นการคั ด เลื อ กจากสำนั ก งานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๒ ให้ เ ป็ น ผู ้ รั บ รางวั ล ยอดครู ผู ้ ม ี อุ ด มการณ์ ครั้งที่ ๕ ปี ๒๕๕๔


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

สองข้างทางเป็นสวนยางบ้าง บางช่วง เป็นผืนนาที่ถูกทิ้งร้างไม่มีใครทำ มีบ้านเรือน ตั ้ ง ห่ า ง ๆ เป็ น ระยะ ๆ มี ร ถวิ่ ง สวนไปมา เพราะเวลาที่เราเดินทางเป็นตอนเช้า รถที่ เห็นวิ่งผ่านไปมานั้นน่าจะเป็นรถสัญจรของ ผู้คนที่ไปทำงานตามที่ต่าง ๆ ที่รู้สึกแปลกตา สำหรับพวกเราก็คือ มีรถทหารที่มีทหารถือปืน ยืนอยู่บนรถ วิ่งผ่านมาเป็นระยะ ๆ นี่หรือ สภาพความเป็ น อยู่ ข องพี่ น ้ อ ง ๓ จั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ เคยเห็นแต่ในโทรทัศน์เวลา มีภาพรายงานข่าว ขณะนั้นยังรู้สึกไม่ค่อยดี ประหนึ่งว่าประเทศไทยเราอยู่ในภาวะสงคราม ช่างน่ากลัวเสียนี่กระไร แล้วคนที่นี่เขาจะรู้สึก กลัวไหมหนอ “พวกเราชิ น แล้ ว ล่ ะ ครั บ ทุ ก วั น นี ้ เราต้องเชื่อฝ่ายบ้านเมือง ถ้าจะไปไหนต้อง ระมัดระวัง ประมาทไม่ได้” เสียงพี่คนขับรถ พู ด ขึ ้ น คงเห็ น เราหั น ไปมองรถทหาร จนเหลียวหลัง และเขาคงรู้ว่าคิดอะไรอยู่ “คงลำบากนะคะ ที่ ต ้ อ งอยู่ ใ นสภาพ แบบนี้ ไปไหนมาไหนตามใจไม่ได้” “ครับ ถ้าเราไม่ประมาททุกคนก็อยู่ได้ ไม่ม ี ใ ครรู ้ ว่า อะไรจะเกิดขึ้น ขนาดระวังกัน

๑๙

อย่างนี้ ก็ยังไม่วายเกิดเหตุการณ์ไม่หยุดหย่อน” พี่คนขับพูดไปขณะขับรถเลี้ยวเข้าเส้นทางไป โรงเรียนบ้านคลองน้ำใส ซึ่งเป็นถนนลาดยาง บางช่วงขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ บางช่วงถูกน้ำ กัดเซาะเนื่องจากเป็นทางลาดชันจนถนนทรุด ถ้าหากฝนตกหนักมาก ๆ ถนนช่วงนั้นก็พัง

เสี ย หายจนไม่ ส ามารถจะใช้ ผ่ า นไปมาได้ ตลอดสองข้างทางเป็นป่าละเมาะ ไม่มีบ้านคน ช่างสุ่มเสี่ยงต่อการถูกทำร้ายจริง ๆ “เส้นทางนี้ดูน่ากลัวจังเลยนะคะ เป็น ป่าเปลี่ยวไม่มีบ้านคน” พูดขึ้น ขณะใช้สายตา กวาดไปรอบ ๆ “ครั บ แต่ถ ้ า เป็ น ชาวบ้ า นหรื อ ครู ท ี่ น ี่ รวมทั ้ ง ผอ.ศรั ท ธา คงชิ น แล้ ว ล่ ะ ครั บ โดยเฉพาะท่าน ผอ.ศรัทธา ไปโรงเรียนทุกวัน ไม่ ม ี วั น หยุ ด บางที เ ราอาจได้ ย ิ น ชาวบ้ า น เรียก ผอ.ศรัทธา ว่า “ผอ.ทอปบูท” เพราะ ท่านชอบสวมรองเท้าทอปบูทขณะทำงาน” เสียงเจ้าหน้าที่เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ยะลา เขต ๒ กล่ า วขึ ้ น ทางด้ า นหลั ง รถ ขณะเดี ย วกั น รถก็ เ ลี ้ ย วเข้ า มาในโรงเรี ย น บ้านคลองน้ำใส


๒๐

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

โรงเรี ย นบ้ า นคลองน้ ำ ใส ตั ้ ง อยู่ ท ี่ อำเภอกาบั ง สั ง กั ด สำนั ก งานเขตพื ้ น ที ่

การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๒ พื้นที่ โรงเรียนจะอยู่บนไหล่เขา มีพื้นที่บางส่วนเมื่อ ฝนตกหนักมากอาจถูกน้ำฝนกัดเซาะ ทำให้ ดินพังทลายลงมาได้ โรงเรียนจึงปลูกหญ้าแฝก คลุ ม บนเนิ น ดิ น บริ เ วณนั ้ น ไว้ ทำให้ พ ื ้ น ที่ ตรงส่วนนั้นยังคงสภาพได้เหมือนเดิม เมื่อรถมาจอดบริเวณหน้าอาคารเรียน มี ผอ.ศรั ท ธา พร้ อ มกั บ ครู นั ก เรี ย น และชาวบ้าน มายืนรอต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว ทุกคนมีสีหน้าแช่มชื่น บ่งบอกถึงความยินดี

ที่พวกเรามาวันนี้ ผอ.ศรัทธา เดินนำท่านรองฯ แ น่ ง น ้ อ ย แ ล ะ พ ว ก เ ร า ไ ป ยั ง ห ้ อ ง ส มุ ด ซึ่ ง ปรั บ พื ้ น ที่ บ างส่ ว นในบริ เ วณห้ อ งสมุ ด

เป็นโต๊ะประชุม หลั ง จากทุ ก คนนั่ ง พร้ อ มกั น แล้ ว ท่า น ผอ.ศรั ท ธา ก็ ก ล่า วต้ อ นรั บ อย่า งเป็ น พิ ธ ี ก าร พร้ อ มทั ้ ง เริ่ ม ต้ น นำเสนอเรื่ อ งราว ต่าง ๆ ที่เตรียมไว้เป็นอย่างดี

“ปัจจุบัน โรงเรียนเรามีนักเรียน ๔๔๖ คน มีครู ๒๕ คน แต่ก่อนที่จะนำเสนอเรื่องราว ต่ า ง ๆ ที่ เ ป็ น ผลงานในปั จ จุ บั น ผมอยาก จะย้ อ นเรื่ อ งราวความเป็ น มาในอดี ต ก่ อ น ด้วยการเล่าประวัติส่วนตัวสั้น ๆ เพื่อให้ท่าน รู้จักผมมากขึ้น” ท่าน ผอ.ศรัทธา กล่าวขึ้น และเริ่มต้นเล่าเรื่องราวของท่าน “ท่านอาจไม่เชื่อ ถ้าผมบอกว่าผมเป็น คนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ผมเกิดเมื่อวันที่ ๒๒ กุ ม ภาพั น ธ์ ๒๕๐๓ ที่ โ รงพยาบาลราชวิ ถ ี เมื่อก่อนเรียกว่า โรงพยาบาลหญิง พ่อผม เป็นทหารผ่านศึก ชื่อนายสมหวัง ห้องทอง ส่วนแม่ชื่อนางเจริญศรี จันทวดี มีพี่น้องทั้งหมด ๗ คน ผมเป็นคนที่ ๒ มีบ้านอยู่แถวสีลม ต่อมาเมื่อปี ๒๕๐๕ พ่อพาครอบครัว ย้ า ยมาอยู่ ท ี่ อ ำเภอธารโต จั ง หวั ด ยะลา เพราะรัฐบาลจัดสรรที่ดินทำกินให้ ๒๕ ไร่ มีสมาชิกทหารผ่านศึก ประมาณ ๕๐ ครัวเรือน มาอยู่ ร วมกั น จั ด ตั ้ ง เป็ น นิ ค มสร้ า งตนเอง ธารโต ความทรงจำของผมจึ ง เริ่ ม ต้ น ขึ ้ น


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ที่จังหวัดยะลา จนหยั่งรากฝังลึก เข้าใจว่า ตนเองเป็นคนยะลาที่ไปอาศัยเกิดในกรุงเทพฯ ผมเริ่ ม ต้ น เรี ย นหนั ง สื อ ที่ โ รงเรี ย น นิคมสร้างตนเองธารโต ๑ (ปัจจุบันโรงเรียน ถู ก ยุ บ ไปแล้ ว ) จนจบชั ้ น ป.๔ ความหวั ง ที่จะเรียนต่อชั้น ป.๕-๗ ดูเลือนรางเต็มที เพราะต้องขึ้นรถโดยสารประจำทางมาเรียน ที่อำเภอบันนังสตา อีกทั้งครอบครัวยากจน พี่ น ้ อ งหลายคน พ่ อ กั บ แม่ ก็ แ ยกทางกั น แต่ ด ้ ว ยความบั ง เอิ ญ หรื อ เป็ น ความโชคดี อย่างมหาศาล ขณะที่ผมกำลังจะจบชั้น ป.๔ คุ ณ ครู บ ำรุ ง ดวงภั ก ดี และคุ ณ ครู ส นอง พฤษวานิช ได้ดำเนินการให้โรงเรียนเปิดเรียน ชั้น ป.๕ และทำได้สำเร็จ ผมจึงได้เรียนต่อ ผมเชื่อว่าการศึกษาเท่านั้นที่จะทำให้ ชีวิตของผมดีขึ้น ผมจึงไม่ย่อท้อแม้จะต้อง เดิ น เท้ า เปล่ า ไป-กลั บ โรงเรี ย นวั น ละ ๑๐ กิ โ ลเมตร ได้ รั บ บริ จ าคเสื ้ อ ผ้ า และ หนังสือเรียนจากรุ่นพี่หรือเพื่อนบ้าน แต่ละวัน ผมแทบไม่ เ คยรั บ ประทานอาหารกลางวั น

๒๑

พอระฆั ง พั ก เที่ ย ง ผมจะดื่ ม น้ ำ จนอิ่ ม แล้ ว เข้าไปอ่านหนังสือในห้องสมุด ตลอดระยะ เวลา ๓ ปี ผมอ่านหนังสือทุกเล่ม และนี่เอง จึ ง เป็ น การพลิ ก วิ ก ฤตและสร้ า งโอกาส ให้จนผมมีวันนี้ นอกจากความยากจนแล้ว สิ่งที่ทำให้ ชีวิตผมเจียนอยู่เจียนตาย คือ ผมป่วยเป็น ไข้ป่า ไข้จับสั่น หรือไข้มาลาเรียหลายครั้ง ขณะมาโรงเรี ย นต้ อ งมานั่ ง ตากแดดสั่ น สะท้านด้วยความหนาวเย็น เป็นที่น่าสมเพช เวทนาของครู แ ละเพื่ อ นยิ่ ง นั ก กอปรกั บ

ภาวะทุพโภชนาการจากการขาดแคลนอาหาร ทำให้ผมซูบผอม ตัวเหลืองซีด เพื่อน ๆ จึงตั้ง สมญานามเรียกผมว่า “ไก่ต้ม” บ่อยครั้งที่ผมไม่ได้ไปโรงเรียน เพราะ นอกจากจะเป็นไข้ป่ามาลาเรียแล้ว ก็ต้องช่วย แม่ทำงาน ตัดกล้วย หาพืชสวนมาจำหน่าย เพราะพี่ชายคนโตไปเป็นลูกเรือตังเก หาเงิน ส่งมาให้แม่และน้อง แต่เขาก็ต้องจบชีวิตลง กลางทะเลลึกอย่างน่าอนาถ ไม่ได้แม้แต่ศพ


๒๒

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

กลับมา วันใดที่ผมไม่ได้ไปโรงเรียน ในตอนเย็น หากผมเดิ น ไหว ผมก็ จ ะไปหาเพื่ อ นร่ ว มห้ อ ง ที่ ก ลั บ มาจากโรงเรี ย นแล้ ว เพื่ อ ถามไถ่

เรื่องการเรียนและคำอธิบาย จากนั้นจะกลับ มาทำแบบฝึ ก หั ด ส่ ง คุ ณ ครู ใ นวั น ที่ ไ ด้ ไ ป โรงเรียน ดังนั้น แม้ผมจะขาดเรียน ผมก็ยัง สอบได้ที่ ๑ มาโดยตลอด จนเป็นที่รักใคร่ เมตตาของคุณครูทุกคน โดยเฉพาะคุณครู สนอง พฤกษวานิช ซึ่งบ่อยครั้งที่ท่านเจียด ค่าอาหารกลางวันให้ผม ทั้ง ๆ ที่ท่านก็มีภาระ รับผิดชอบบุตร-ธิดาหลายคน ท่านเป็นผู้ที่ ทำให้ผมได้รับพระราชทานทุนเนาวฤกษ์จาก สมเด็ จ พระนางเจ้ า ฯ พระบรมราชิ น ี น าถ ในระดั บ ประถมศึ ก ษา ปี ล ะ ๑,๔๐๐ บาท (ระดับมัธยมศึกษาปีละ ๒,๔๐๐ บาท) ผมจึง มีชุดนักเรียนใหม่และรองเท้าคู่ใหม่เป็นครั้งแรก ในชี ว ิ ต ขณะที่ เ รี ย นอยู่ ชั ้ น ป.๖ ทั ้ ง ยั ง เป็ น จุดเปลี่ยนชีวิตผม ปี ๒๕๑๗ แม่เห็นว่าหากต้องเผชิญกับ สภาวะความยากจนและไข้ป่ามาลาเรียอยู่ อย่างนี้ สักวันหนึ่งอาจต้องสูญเสียชีวิตคนใน ครอบครัว ดังเช่นเพื่อนบ้านคนแล้วคนเล่า

ที่ต้องจากไป ทหารที่ผ่านสมรภูมิรบมาอย่าง โชกโชน เมื่ อ มาเจอสมรภู ม ิ ช ี ว ิ ต ที่ ธ ารโต ต่ า งยอมแพ้ อ พยพกลั บ สู่ ภู ม ิ ล ำเนาเดิ ม แทบหมดสิ้น ปัจจุบันเหลือเพียงครอบครัว

อภัยภูเบศร์เท่านั้น ซึ่งขณะนั้นผมจบชั้น ป.๗ พอดี แม่ก็พาน้องทั้ง ๕ คน กลับกรุงเทพฯ สืบเนื่ อ งจากการที่ ผ มได้รั บ ทุ น พระราชทานและมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนต่อ ก่อนที่แม่จะกลับไปอยู่กรุงเทพฯ แม่นำผมมา ฝากไว้กับคนรู้จักที่เป็นเพียงขาประจำกล้วยทอด คื อ คุ ณ ป้ า เป้ า จอมพั น ธุ์ ทั ้ ง ที่ ท่ า น

เป็นหม้าย มีภาระที่ต้องรับผิดชอบลูก ๆ ถึง ๕ คน เมื่อท่านเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของผม ท่า นก็ เ มตตารั บ ไว้ โ ดยตกลงจ่า ยค่า อาหาร เดือนละ ๑๕๐ บาท ผมช่วยท่านทำงานทุกอย่างในบ้าน ตั้งแต่ ตีห้าทุกวัน จัดเตรียมของขาย วันหยุดภาคเรียน ก็ ช่ ว ยหาฟื น ผ่ า ฟื น จนภายหลั ง ท่ า น ไม่ ค ิ ด ค่ า อาหาร มี ค วามรั ก ความผู ก พั น เหมื อ นป้ า -หลานจริ ง ๆ และอี ก ท่ า นหนึ่ ง

ที่แม่ได้ฝากฝังไว้คือ ครูวาสน์ บุญสุวรรณ อาจารย์ ใ หญ่ โ รงเรี ย นบ้ า นบั น นั ง สตาวิ ท ยา ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ ท่านดูแล เอาใจใส่ผมเป็นอย่างดี ผมตั้งใจเรียน ทำให้ ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีมาโดยตลอด และ ผมก็ยังคงไม่ได้รับประทานอาหารมื้อเที่ยง เหมือนเดิม และห้องสมุดก็ยังคงเป็นแหล่ง ค้นคว้าหาความรู้ มีอยู่ครั้งหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาทรงวางศิลาฤกษ์สร้างเขื่อนบางลาง ครู ว าสน์ บุ ญ สุ ว รรณ พิ จ ารณาเห็ น ว่ า หากผมเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น อาจมีค่าใช้จ่าย เพิ่มสูงขึ้นด้วย ท่านจึงสนับสนุนให้ผมถวายฎีกา ขอพระราชทานทุนการศึกษา ซึ่งผมก็ทำตาม


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

เมื่อผมเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ สอบได้ ค ะแนนเกิ น กว่า ๘๐% นั บ ว่า อยู่ใ น เกณฑ์ดี ครูหลายท่านแนะนำให้ผมเรียนต่อ อย่ า งหลากหลาย แต่ ด ้ ว ยความประทั บ ใจ คุณครูหลายท่านที่มีคุณูปการกับผมยิ่งนัก ผมจึงรักความเป็นครู กอปรกับความตั้งใจว่า หากอนาคตได้เป็นครู จะมุ่งมั่นสร้างโอกาส ให้แก่เด็กในถิ่นทุรกันดารเฉกเช่นที่ตนเองได้รับ ในวั น นี ้ ผมจึ ง ตั ด สิ น ใจสอบเข้ า เรี ย นครู ณ วิ ท ยาลั ย ครู ย ะลา เพี ย งแห่ง เดี ย ว และ ก็สอบได้ดั่งใจปรารถนา หลังจากเข้าเรียนครูได้ ก็มีปัญหาเรื่อง ที่ พั ก แต่ จ ากการอ่ า นหนั ง สื อ ในห้ อ งสมุ ด

มาโดยตลอดนี่เอง ทำให้หวนคิดได้ว่า มีบุคคล หลายท่ า นที่ ป ระสบความสำเร็ จ มาจาก “ศิษย์วัด” จึงเรียนให้ครูวาสน์ บุญสุวรรณ ทราบ และขอความอนุเคราะห์ท่านไปฝาก เป็นศิษย์วัด ท่านจึงนำผมไปฝากเป็นศิษย์วัด เมื อ งยะลา มี พ ระครู ไ พโรจน์ ธ รรมรั ต น์ (สมณศักดิ์ขณะนั้น) ปัจจุบันท่านได้สมณศักดิ์ เป็นพระธรรมสิทธิมงคล ดำรงตำแหน่งเป็น เจ้าคณะจังหวัดยะลา ผมเคารพนับถือท่านเป็น พระอาจารย์ นับเป็นความโชคดีอีกครั้งหนึ่ง ของผม ที่ได้มาอยู่กับพระอาจารย์ ท่านได้ อบรมบ่ ม นิ สั ย กล่ อ มเกลาให้ ผ มรู ้ ถู ก รู ้ ผ ิ ด รู้ดี รู้ชั่ว เป็นครูอยู่ในศีลในธรรม ประพฤติตน ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ในสมั ย ที่ เ รี ย นวิ ท ยาลั ย ครู ย ะลา ผมมุมานะ เอาจริงเอาจัง เพราะมุ่งหวังจะ เป็นครูให้ได้ และผมก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ อย่างล้นพ้น ได้รับทุนพระราชทานจากการ ถวายฎีกาปีละ ๖,๔๕๐ บาท เป็นเวลา ๒ ปี ซึ่ ง ผมใช้ เ งิ น อย่ า งประ���ยั ด จนเรี ย นจบ

๒๓

ประกาศนียบัตรการศึกษา (ป.กศ.) แต่ขณะนั้น แทบไม่ ม ี ท ี่ ไ หนเปิ ด สอบบรรจุ ผมจึ ง ต้ อ ง เรียนต่อในระดับประกาศนียบัตรการศึกษา ชั ้ น สู ง (ป.กศ.สู ง ) วิ ช าเอกคณิ ต ศาสตร์ วิชาโทภาษาอังกฤษ โดยใช้ทุนพระราชทาน ที่ ยั ง เหลื อ อยู่ และก็ เ หมื อ นเช่ น เดิ ม ตลอด การเรียนที่วิทยาลัยครูยะลา มื้อเที่ยงก็ยังคง เป็ น สิ่ ง ต้ อ งห้ า มสำหรั บ ผม และที่ ผ่ า นมา ผมจะทำงานหารายได้ในช่วงปิดภาคฤดูร้อน ทุกปี ตั้งแต่ชั้น ป.๕-๗ ผมจะเก็บดอกอ้อที่ใช้ ทำไม้กวาดดอกหญ้านำมาขาย ตอนเรียนชั้น ม.ศ.๑-๓ รับจ้างถากสวนยาง และขณะเรียน ที่วิทยาลัยครูยะลา รับจ้างทำงานก่อสร้าง ผมเรียน ป.กศ.สูง ได้ปีเดียว จังหวัด ยะลาเปิดสอบบรรจุ ความตั้งใจที่จะเป็นครู ของผมเป็ น จริ ง เมื่ อ ผมสอบบรรจุ ไ ด้ และ ได้รับแต่งตั้งเป็นครู ในตำแหน่งครูระดับ ๑ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๒๓ ณ โรงเรียน บ้ า นลี ต อ อำเภอยะหา จั ง หวั ด ยะลา มี

นายปิยะพร มณีรัตน์ เป็นครูใหญ่ มีนักเรียน ๔๐ กว่าคน มีครู รวมทั้งผมด้วย ๕ คน เปิดสอน ตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึงชั้น ป.๔ มีอาคารเรียน ๒ หลั ง แต่ ไ ม่ ใ หญ่ นั ก ซึ่ ง ขณะนั ้ น นั บ ว่ า เป็นดินแดนที่มีความขัดแย้งทางสังคมสูงมาก ชุมชนแบ่งเป็นหลายฝ่าย มีการลอบสังหาร ผู้ใหญ่บ้าน ได้แก่ นายหะมะ สุหลง นายดอเลาะ สุหลง และนายสะตอพา ยาลอ แม้ ว่ า สถานการณ์ ค วามรุ น แรงจะไม่ เที ย บเท่ า ปั จ จุ บั น แต่ ก็ ม ิ ไ ด้ ห มายความว่ า จะอยู่กันได้อย่างปกติสุขเหมือนพี่น้องชาวไทย ภาคอื่น ๆ ดังนั้น วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผม ตั ้ ง แต่ เ ริ่ ม ต้ น ทำงาน จึ ง อยู่ ใ นสั ง คมที่ ไ ม่ ธรรมดา


๒๔

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

การเรี ย นการสอนก็ เ หมื อ นโรงเรี ย น ทั่วไป แต่เพราะห้องเรียนมีจำกัด ทำให้ต้อง สร้างอาคารชั่วคราว ดังนั้น สภาพห้องเรียน ของผมเมื่ อ ครั ้ ง เริ่ ม เป็ น ครู จึ ง ใช้ อ าคาร ชั่ ว คราว ฝาห้ อ งเรี ย นทำด้ ว ยไม้ ไ ผ่ ขั ด แตะ หลังคามุงจาก วันไหนที่ฝนไม่ตกก็ดีไป เวลา แดดจัด ๆ จะมีแสงแดดลอดตามช่องของฝา ขัดแตะเข้ามาในห้อง พื้นห้องเป็นดินอัดแน่น ไม่ใช่พื้นไม้หรือพื้นคอนกรีต โต๊ะนักเรียนใช้ เสาต้นใหญ่ ๒ ต้น ฝังลงในดิน เป็นขาโต๊ะ มีไม้กระดานขัดผิวเรียบพาดด้านบนหัวเสา ส่วนเก้าอี้ก็ทำเหมือนกัน ชุดหนึ่งมีนักเรียน นั่งได้ ๓-๔ คน ผมปฏิบัติหน้าที่ครูผู้สอนอยู่ที่ โรงเรียนบ้านลีตอ นานถึง ๑๓ ปี มีส่วนร่วม พัฒนาโรงเรียนในหลาย ๆ ด้าน สิ่งที่ยุ่งยากสำหรับที่นี่ คือ เด็กไม่อยาก ไปโรงเรี ย น ทั ้ ง ๆ ที่ ผู ้ ป กครองอยากให้ ไ ป พวกเขาชอบเที่ยวป่าเที่ยวเขา ยิงนกตกปลา ไม่สนใจมาโรงเรียน พวกเราต้องมาหาวิธีการ จะทำอย่างไรที่จะดึงให้เด็กมาเรียนหนังสือ วิธีที่ทำได้สำเร็จ คือ การเข้าถึงบ้านทุกหลัง ด้วยคำขวัญที่ว่า “เยี่ยมทุกเรือน เยือนทุกบ้าน” ผมเองขณะนั ้ น ยั ง หนุ่ ม ยั ง แน่ น และเป็ น โสด ไม่มีภาระครอบครัว จึงใช้เวลาวันหยุดบ้าง หลั ง เลิ ก เรี ย นบ้ า ง ไปพบปะชาวบ้ า น ทำความคุ้นเคยจนเป็นที่ไว้วางใจ ไม่ว่าจะไป บ้านใคร เขาต้อนรับเป็นอย่างดี ผมทำความ สนิทสนมกับเด็ก ๆ ที่ไม่ยอมไปโรงเรียน โดย เมื่อถึงวันหยุด ผมจะชวนเด็ก ๆ ไปเที่ยวตามป่า ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เด็กชอบ พวกเขาสนุก กันมาก ทีนี้เวลาผมชวนไปไหนก็ไม่ปฏิเสธแล้ว

และในที่ สุ ด เด็ ก ๆ ก็ ย อมมาโรงเรี ย น นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมรู้ว่า การส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาที่ ได้ผล ต้องให้ความสำคัญกับชุมชนท้องถิ่น ต้องสร้าง ความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนเพื่อให้เกิดการยอมรับ แล้วการพัฒนาด้านอื่น ๆ จะตามมา หลังจากที่ผมใช้วิธีนี้ นักเรียนเริ่มเพิ่ม มากขึ้น จนเมื่อถึงปีที่ผมย้าย มีนักเรียนถึง ๑๘๐ คน เปิ ด สอนถึ ง ชั ้ น ป.๖ ผมต้ อ งขอ ขอบคุณครูใหญ่ เพื่อนครูทุกคนของโรงเรียน บ้ า นลี ต อ รวมทั ้ ง ชุ ม ชนชาวบ้ า น ในฐานะ ที่ ท ำให้ ผ มเป็ น ได้ อ ย่า งทุ ก วั น นี ้ เพราะการ บ่ ม เพาะประสบการณ์ แ ละมี โ อกาสทำงาน ได้ตามเจตนารมณ์ที่ตั้งใจไว้ ผมรู้ดีว่า ไม่ว่าเราจะเป็นครูผู้สอนหรือ ผู้บริหารโรงเรียน ย่อมมีบทบาทสำคัญต่อ การจัดการศึกษาไม่แพ้กัน เพราะครูคือผู้ให้ ความรู ้ แ ละสร้ า งความเข้ า ใจให้ นั ก เรี ย น เกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองนำไปสู่การ พัฒนาชาติบ้านเมือง ส่วนผู้บริหารเป็นผู้นำ นโยบายการจัดการศึกษาให้ครูสู่การปฏิบัติ ให้ ถ ึ ง ผู ้ เ รี ย น ผมคิ ด ว่ า บทบาทในฐานะครู

ผู้สอนนั้น ผมมีประสบการณ์เพียงพอที่จะ ก้าวไปสู่ผู้บริหารโรงเรียนได้ ผมจึงตัดสินใจ สอบคัดเลือกเป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่และสอบได้ โดยได้มาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ โรงเรียนวัดชมพูสถิต อำเภอเมือง จังหวัด ยะลา เมื่ อ วั น ที่ ๑ ธั น วาคม ๒๕๓๖ ซึ่ ง บทบาทของผมที่นี่ คือ ผู้ประสานความร่วมมือ


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ให้ ก ารบริ ห ารจั ด การโรงเรี ย นเป็ น ไปด้ ว ย ความเรียบร้อย เมื่อเริ่มทำงาน ครูที่นี่มีความคิด ไม่ค่อ ยลงรอยกั น ขาดความสมานสามั ค คี ผมจึงถือว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำให้ครูทุกคน ทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข และผมก็ใช้ เวลาไม่นานนัก ครูทุกคนก็กลายเป็นน้ำหนึ่ง ใจเดียวกัน อีก ๓ ปีต่อมา ผมสอบคัดเลือก อาจารย์ใหญ่ได้ลำดับที่ ๒ และได้ไปปฏิบัติ หน้าที่อาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านนิบง อำเภอ กาบัง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ โรงเรี ย นบ้ า นนิ บ ง อยู่ ห่ า งจากถนน อำเภอยะหา-อำเภอสะบ้ า ย้ อ ย เพี ย ง ๒ กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนลาดยาง การเดินทาง สะดวกมากขึ ้ น ที่ น ี่ นั บ เป็ น โรงเรี ย น แห่งแรกที่ผมเป็นผู้บริหารเต็มตัว มีนักเรียน ๔๐๐ กว่า คน ครู ๑๕ คน เปิ ดสอนตั้งแต่ ชั้นอนุบาล ถึงชั้น ป.๖ ผมได้ใช้ความรู้ความ สามารถและประสบการณ์บริหารโรงเรียน อย่ า งเต็ ม ที่ โดยยึ ด หลั ก การมี ส่ ว นร่ ว ม ของชุ ม ชน ให้ ค วามสำคั ญ กั บ คนในพื ้ น ที่ เพราะเขาเหล่ า นั ้ น จะมี ส่ ว นสำคั ญ ต่ อ การ พัฒนาการศึกษาของท้องถิ่น โครงการที่เริ่ม ดำเนินการครั้งแรก คือ โครงการเกษตรเพื่อ อาหารกลางวั น ส่ ง เสริ ม ให้ เ ด็ ก เลี ้ ย งไก่ เลี้ยงปลา ขณะเดียวกันก็มุ่งเน้นงานวิชาการ กำหนดเป็นเป้าหมายชัดเจนว่า โรงเรียนนิบง จะมุ่ ง เน้ น วิ ช าการเพื่ อ ความเป็ น เลิ ศ การพัฒนาโรงเรียนด้านต่าง ๆ ไม่ยุ่งยากมากนัก ต่ อ มาโรงเรี ย นก็ ไ ด้ รั บ ยกย่ อ งเป็ น โรงเรี ย น ดีเด่นของอำเภอกาบัง

๒๕

“ก่ อ นที่ ผ มจะมาอยู่ ท ี่ โ รงเรี ย นบ้ า น คลองน้ำใสนี้ เมื่อมีการโยกย้ายผู้บริหารตาม วาระ ก็เกิดปัญหาขึ้นเพราะไม่มีผู้บริหารท่านใด ต้ อ งการไปปฏิ บั ต ิ ห น้ า ที่ ณ โรงเรี ย นบ้ า น คลองน้ำใส เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร มากแห่ ง หนึ่ ง ของยะลา การเดิ น ทางยาก ลำบาก ถนนหนทางบางช่วงเป็นถนนลูกรัง ลาดชัน และเป็นหลุมเป็นบ่อ ถ้าฝนตกหนัก ๆ ถนนจะกลายเป็ น บ่ อ โคลน โรงเรี ย นจะถู ก ตัดขาดจากโลกภายนอกทันที ส่วนหน้าแล้ง เต็ ม ไปด้ ว ยฝุ่ น ตลบอบอวล มี ค รู ท ี่ ก ำลั ง

ตั้งครรภ์ถึง ๓ คน ตกเลือด ขณะเดินทางมา โรงเรียน นอกจากนี้ ไม่มีรถประจำทางผ่าน ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ต้องใช้ระบบดาวเทียม แต่ ก็ มั ก ขั ด ข้ อ งอยู่ เ สมอ ส่ ว นไฟฟ้ า ก็ ดั บ

เป็นประจำ รวมทั้งระบบประปาก็ไม่สะอาด เป็นพื้นที่ที่มีไข้มาลาเรียแพร่ระบาดอย่างหน���ก เพราะโรงเรียนอยู่ติดกับป่าตะเข็บชายแดน มาเลเซีย อีกทั้งประชาชนส่วนใหญ่มีฐานะ ยากจน เกิ ด โรคทางเดิ น อาหารบ่ อ ยมาก เพราะขาดสาธารณู ป โภคที่ ถู ก สุ ข ลั ก ษณะ เด็ ก ตกอยู่ ใ นภาวะทุ พ โภชนาการ ที่ ส ำคั ญ

อยู่ ใ นพื ้ น ที่ เ สี่ ย งภั ย จากผู ้ ก่ อ ความไม่ ส งบ จึงทำให้จำนวนนักเรียนลดลงทุกปี


๒๖

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ผมตั ด สิ น ใจมาที่ น ี่ โ ดยไม่ ค ิ ด ลั ง เล เพราะผมสั ม ผั ส ความยากลำบากมาแล้ ว

ตั ้ ง แต่ เ กิ ด ก็ ว่ า ได้ จนถึ ง เมื่ อ เป็ น ครู ใ หม่ ๆ อีกทั้งผมคิดว่าเรายังมีพลังมากพอที่จะทำ ประโยชน์ทางการศึกษาเพื่อชาติบ้านเมือง ผมนึ ก ถึ ง พระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู่ หั ว ที่พระองค์ท่านทรงตรากตรำทำงานได้โดย ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยพระวรกาย พระองค์ท่าน ยังไม่เคยย่อท้อ เสด็จฯ ทุกพื้นที่ที่มีความยาก ลำบาก ผมรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็ น ล้ น พ้ น ที่ ไ ด้ รั บ ทุ น พระราชทานมาโดย ตลอด ผมเคยตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำงานสนอง เบื ้ อ งพระยุ ค ลบาทด้ ว ยการใช้ ส ติ ปั ญ ญา ความรู้ความสามารถที่ได้เล่าเรียนมาเป็นครู มุ่งส่งเสริมการศึกษาและให้การศึกษาเข้าถึง เด็ ก และเยาวชนในถิ่ น ทุ ร กั น ดาร ผมคิ ด ว่า

น่าจะสู้กับงานเช่นนี้ได้แน่นอน ผมจึงตัดสิน ใจมาที่นี่ ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๔๔” ขณะที่ ก ล่ า วถึงพระบาทสมเด็ จ พระเจ้าอยู่หัว ผอ.ศรัทธา เหลือบมองภาพ พระบรมฉายาลั ก ษณ์ ข องพระบาทสมเด็ จ พระเจ้าอยู่หัว ที่ตั้งอยู่ฝาผนังห้องฝั่งตรงข้าม และบรรยายต่อ “เมื่ อ ผมเข้ า มารั บ ตำแหน่ ง พบว่ า นั ก เรี ย นทั ้ ง หมดเป็ น มุ ส ลิ ม ใช้ ภ าษายาวี ในชีวิตประจำวัน แรก ๆ จึงมีปัญหาการสื่อสาร ซึ่ ง ผมก็ พ ยายามเรี ย นรู ้ ทั ้ ง เรื่ อ งภาษาและ วัฒนธรรมของคนในพื้นที่ ผมทราบในภายหลัง ว่าคนที่นี่สืบเชื้อสายมาจากชาวมลายู ในอดีต เคยเป็ น แหล่ ง หลบซ่ อ น พั ก พิ ง ฝึ ก อาวุ ธ

ของขบวนการก่อการร้าย (ขจก.) มีแกนนำ

ระดับหัวหน้าปะทะกับเจ้าหน้าที่จนเสียชีวิต เช่น เปาะลายู รอฮิง เคราดำ ปัจจุบันเมื่อเกิดวิกฤตความรุนแรงจาก ผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ที่นี่ก็ถูกใช้เป็นที่หลบซ่อน ฝึกอาวุธ รักษาตัว และปลุกระดมอีกเช่นกัน เพราะอยู่ใน พื้นที่ป่าเขา ยากต่อการที่เจ้าหน้าที่จะเข้ามา ตรวจค้ น ติ ด ตาม จึ ง มี แ นวร่ ว มมากมาย ในหมู่บ้าน ครูที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ก็อยู่ได้ไม่นาน พากันขอย้ายออกนอกพื้นที่ เพราะหวาดกลัว เกิ ด เหตุ ก ารณ์ ล อบทำร้ า ย ฆ่ า ประชาชน ผู้บริสุทธิ์เป็นประจำ แม้ว่าจะเป็นชาวมุสลิม

ก็ไม่เว้น เมื่อผมเข้ามาอยู่ใหม่ ๆ จนถึงเดี๋ยวนี้ ก็ ต าม ผมไปโรงเรี ย นทุ ก วั น ไม่ ม ี วั น หยุ ด เพราะมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโรงเรียนบ้านคลองน้ำใส อย่างจริงจัง และตั้งใจว่าจะทำให้ที่นี่เจริญขึ้น ให้ได้ ชาวบ้านเขาชอบเรียกผมว่า “ผอ.ทอปบูท” เพราะเห็นผมใส่รองเท้าทอปบูทเป็นประจำ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่แล้ว


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

จากเหตุการณ์ความไม่สงบ ส่งผลถึงโรงเรียนโดยตรง นั่นคือ เหตุการณ์โรงเรียนถูกเผา วันนั้นผมจำได้ดี เป็นวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๐ ประมาณทุ่มกว่า ๆ ขณะที่ชุดคุ้มครองหมู่บ้านไปละหมาดที่มัสยิด เกิดเหตุไฟไหม้อาคารเรียน ทำให้เสียหายมากพอสมควร โดยเฉพาะบริเวณสำนักอำนวยการบริหาร ซึ่งเป็นที่เก็บเอกสารสำคัญ

๒๗


๒๘

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต่างแสดงความ ปรารถนาดี ให้กำลังใจ และต้องการปลอบขวัญ โดยเสนอให้ย้ายออกจากที่นี่ ไปอยู่โรงเรียน ขนาดใหญ่ ท ี่ ส ะดวกสบาย ซึ่ ง มี ค วาม ปลอดภัยสูง ผมกราบเรียนทุกท่านว่า ผมจะ ขอสู้อยู่ที่นี่ต่อไปไม่คิดหนี เพราะผมยังทำงาน ที่ ตั ้ ง ใจไว้ ไ ม่ ส ำเร็ จ ตามเป้ า หมาย นั่ น คื อ ทำให้โรงเรียนบ้านคลองน้ำใสเจริญพัฒนา และจัดการศึกษา เพื่อเด็กในชุมชนท้องถิ่นนี้ ได้เรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพ และตอบสนอง ความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง “ปั จ จุ บั น นั ก เรี ย นกลั บ เพิ่ ม ขึ ้ น มาก เพราะมีชาวบ้านย้ายเข้าอยู่ในพื้นที่มากขึ้น เรื่อย ๆ และนักเรียนทั้งหมดเป็นมุสลิม มีผม และครูบางคนที่นับถือศาสนาพุทธ”

ผอ.ศรัทธา เริ่มนำพวกเรามาสู่ความ เป็นปัจจุบัน ณ จุดที่ท่านยืนอยู่ในตำแหน่ง

ผู ้ อ ำนวยการโรงเรี ย นบ้ า นคลองน้ ำ ใส ผอ.ทอปบูท ของชาวบ้าน “ผมใช้ ห ลั ก การมี ส่ ว นร่ ว มของชุ ม ชน ให้ความสำคัญกับชาวบ้าน ถือว่าเขาเหล่านั้น เป็ น ส่ ว นหนึ่ ง ที่ จ ะทำให้ โ รงเรี ย นเจริ ญ ก้าวหน้า และเราจะอยู่ในสังคมเดียวกันได้ อย่างปกติสุข หากเรามีบทบาทร่วมกันโดย ไม่ใ ห้ ค วามแตกต่า งทางศาสนามาขวางกั ้ น ความเป็นหนึ่งเดียวกันของคนในชาติได้ นี่จึง เป็นงานแรก ๆ ที่ผมทำก่อน คือ การเข้าถึง ชุมชนเพื่อสร้างการยอมรับ เพราะคนในพื้นที่นี้ เกื อ บทั ้ ง หมดเป็ น ชุ ม ชนมุ ส ลิ ม ผมจึ ง ตั ้ ง ใจ แน่วแน่ที่จะไม่ย้ายไปจากพื้นที่ เพื่อพิสูจน์

ให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของผม ที่ต้องการ มาพัฒนาที่นี่ด้วยความจริงใจอย่างแท้จริง แม้ว่าจะมีโอกาสให้เลือกบ่อยครั้ง ผมก็กล้า

ที่จะปฏิเสธและขออยู่ที่นี่จนถึงวันนี้” “กิ จ กรรมต่ า ง ๆ ที่ โ รงเรี ย นจั ด ขึ ้ น จะต้ อ งมี ชุ ม ชนเข้ า มามี ส่ ว นร่ ว ม เพื่ อ ให้ นักเรียนและชุมชน เกิดความรักและผูกพัน นำมาซึ่งการพัฒนา ปรับปรุง และแก้ไขร่วมกัน ผมใช้ ห ลั ก การอยู่ ร่ ว มกั น ด้ ว ยความเป็ น ประชาธิ ป ไตย ให้ ทุ ก คนมี ส่ ว นร่ ว มบริ ห าร จั ด การ ใช้ ว ิ ธ ี ก ารบริ ห ารโรงเรี ย นเล็ ก

ในโรงเรี ย นใหญ่ แบ่ ง เป็ น ฝ่ า ยต่ า ง ๆ และ ให้แต่ละฝ่ายเปรียบเสมือนโรงเรียนที่มีการ บริ ห ารงานภายในโรงเรี ย นนั ้ น ๆ ทุ ก คน มีโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจ โดยจัดให้มีการประชุมตั้งแต่กลุ่มเล็ก ๆ เช่น ครู


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

และนักเรียน จนถึงการประชุมกลุ่มใหญ่ มีครู นักเรียน ชาวบ้าน และกรรมการสถานศึกษา เป็นต้น ในเรื่องที่สำคัญและต้องการระดมสมอง เพื่อให้งานนั้นสำเร็จตามวัตถุประสงค์ หลักการทำงานดังกล่าว ทำให้ชุมชน ชาวบ้านเกิดความรักและศรัทธาในตัวครูและ โรงเรียน มีศิษย์เก่าจำนวนมากกลับมาช่วยกัน พั ฒ นาดู แ ลโรงเรี ย น ให้ ค วามร่ ว มมื อ

ทุ ก เรื่ อ งที่ โ รงเรี ย นดำเนิ น การ ไม่ ว่ า จะ เรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ นี่จึงเป็นความสำเร็จ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมพอใจมาก ทั้ง ๆ ที่ผมและ คณะครูบางคนเป็นชาวพุทธแท้ ๆ แต่สามารถ เป็ น ที่ ย อมรั บ ของชุ ม ชนชาวบ้ า นท่า มกลาง ชาวมุสลิมทั้งหมดได้” ผอ.ศรัทธา พูดด้วยรอยยิ้ม ในความ ภาคภูมิใจกับความสำเร็จในเบื้องต้นนี้ “แต่ ง านนี ้ เ ป็ น เพี ย งองค์ ป ระกอบ ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้งานต่อ ๆ มา สำเร็ จ ได้ เพราะถ้ า ไม่ ส ามารถผู ก ใจรั ก สมานสามั ค คี กั บ ชาวบ้ า นได้ แ ล้ ว งานอี ก หลายเรื่ อ งที่ ค ิ ด ไว้ จ ะสำเร็ จ ได้ อ ย่ า งไร” ผอ.ศรัทธา เริ่มบรรยายต่อ “ในขณะที่ผมใช้กลยุทธ์สมานใจรักกับ ชาวบ้าน ผมก็เดินหน้าโครงการอื่น ๆ ไปพร้อม ๆ” “โครงการโซนนิ่งการเรียนรู้สู่ชีวิตจริง ทำให้ผมได้รับรางวัลหนึ่งโรงเรียนหนึ่งนวัตกรรม นี่ถ้าชาวบ้าน ครู และนักเรียนไม่ร่วมมือกัน อย่างจริงจัง งานนี้ไม่สำเร็จแน่ และงานนี้ ก็ ส ะท้ อ นให้ เ ห็ น ถึ ง หลั ก คิ ด ของผม นั่ น คื อ การมีส่วน���่วมของชุมชนท้องถิ่นจะทำให้การจัด การศึ ก ษาบรรลุ ต ามเป้ า หมายหลั ก สู ต ร อย่างแน่นอน”

๒๙

ผอ.ศรัทธา มีใบหน้าอิ่มเอิบ แสดงถึง ความสุขใจที่เล่าถึงโครงการนี้ “ผมตระหนักดีว่า การจัดการเรียนรู้ เพื่ อ พั ฒ นาผู ้ เ รี ย น เป็ น หน้ า ที่ ห ลั ก ของ โรงเรียน ต้องจัดเพื่อพัฒนาให้ครบทุกด้าน จะต้ อ งเป็ น ไปตามจุ ด หมายของหลั ก สู ต ร โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเป็นต้องจัดการศึกษาให้เกิดความสมานฉันท์ สันติสุข อย่างยั่งยืนควบคู่ไปด้วย โดยอาศัย ความร่ว มมื อ ร่ว มแรง ร่ว มใจอย่า งจริ ง ใจ ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สำหรับผมแล้ว ชุมชน ในพื้นที่เป็นหลักสำคัญที่ทำให้โครงการประสบ ผลสำเร็จ การจัดการศึกษาที่จะตอบสนอง การพัฒนานักเรียนให้ครบทุกด้าน คงไม่ใช่แค่ ห้องเรียนสี่เหลี่ยมเท่านั้น การจัดการศึกษา ที่ผมมุ่งหวังจะต้องเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ แสดงศักยภาพอย่างแท้จริงของตนเองออกมา สร้างคุณประโยชน์แก่ตนเอง ชุมชน สังคม ประเทศชาติ การนำการศึ ก ษาสู่ โ ลกกว้ า งอย่ า งมี ส่วนร่วมโดยจัดการศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ จึงเป็นแนวทางที่ผมคิดว่าจะทำให้การจัดการ เรี ย นรู ้ บ รรลุ จุ ด มุ่ ง หมายของหลั ก สู ต รได้ นี่เป็นจุดเริ่มของโครงการโซนนิ่งการเรียนรู้สู่ ชีวิตจริงที่ผมนำมาใช้ในโรงเรียนบ้านคลองน้ำใส”


๓๐

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

กิจกรรมต่าง ๆ เริ่มปรากฏบนจอภาพ “โรงเรียนบ้านคลองน้ำใส ตั้งอยู่ในถิ่น ทุรกันดาร และเสี่ยงภัยจากความรุนแรงของ ผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ซึ่งมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง และการบิดเบือนคำสอนของศาสนาอิสลาม การคมนาคมยากลำบาก มีการแพร่ระบาด ของไข้มาลาเรีย ไข้เลือดออก โรคทางเดิน อาหาร นั ก เรี ย นมี ภ าวะทุ พ โภชนาการ ประชาชนมีฐานะยากจน มีอาชีพรับจ้างกรีดยาง มีการบุกรุกทำลายป่าไม้ต้นน้ำอย่างต่อเนื่อง วิถีชีวิตของคนในพื้นที่จะเชื่อผู้นำชุมชนมากกว่า การเรียนรู้วิถีทางประชาธิปไตย เทคโนโลยี ไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างเต็มที่ หรือมักใช้ เพื่อประโยชน์ทางบันเทิงด้านเดียว ทำให้การ จัดการศึกษาเป็นไปด้วยความยากลำบาก” ภาพที่เห็นเป็นภาพครั้งที่ถนนทางเข้าโรงเรียน ยังเป็นถนนลูกรัง เป็นหลุมเป็นบ่อ มีรถติดหล่ม และมี ค นกำลั ง ช่ ว ยกั น เข็ น อยู่ ด ้ า นหลั ง และภาพต่าง ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศ ของโรงเรียนบ้านคลองน้ำใสในวันวาน

“ผมอยากเห็นโรงเรียนบ้านคลองน้ำใส เป็ น แหล่ ง เรี ย นรู ้ ท ี่ แ ท้ จ ริ ง และไม่ ใ ช่ แ หล่ ง เรียนรู้เดิม ๆ ในห้องเรียนสี่เหลี่ยม ต้องเป็น แหล่ ง เรี ย นรู ้ ใ หม่ ต ามหลั ก การมี ส่ ว นร่ ว ม ซึ่งวิธีการนี้เป็นจุดเริ่มจากความตระหนักและ ความต้องการเห็นโรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ ของชุ ม ชนอย่ า งแท้ จ ริ ง ผมเป็ น เพี ย งกลไก หนึ่ ง ของความสำเร็ จ แต่ ไ ม่ ใ ช่ ปั จ จั ย หลั ก เพราะความสำเร็ จ ของโครงการที่ แ ท้ จ ริ ง มาจากครูทุกคน นักเรียนทุกคน และชาวบ้าน ทุ ก คนที่ ม าร่ ว มด้ ว ยช่ ว ยกั น ” ขณะที่ พู ด ท่าน ผอ.ศรัทธา หันมามองที่คณะครู และ ชาวบ้านที่มาร่วมในที่ประชุมวันนี้ “และประการสำคั ญ ที่ ผ มอยากจะ กล่า วถึ ง ความเป็ น มาของโครงการนี ้ ก็ ค ื อ มาจากความจงรั ก ภั ก ดี และสำนึ ก ใน พระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้ า อยู่ หั ว จากพระราชดำรั ส เรื่ อ ง การพั ฒ นาพื ้ น ที่ จั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ ว่าเราต้องเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ผมว่า ตรงนี้ตรงประเด็นที่สุด


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

เข้าใจ หมายถึง ปัญญาที่เข้าใจความ เป็นทั้งหมดของความรุนแรง ทั้งประวัติศาสตร์ สาเหตุ อาการความสำเร็จและความล้มเหลว ในการแก้ ปั ญ หาในอดี ต และความเป็ น ไป ในอนาคต เรียกว่า เข้าใจอดีต ปัจจุบัน และ อนาคต ความไม่รู้ การรู้เป็นส่วน ๆ รู้อย่าง ลวก ๆ รีบ ๆ แบบตาบอดคลำช้าง นอกจาก แก้ ปั ญ หาไม่ ไ ด้ แ ล้ ว ยั ง กลั บ ทำให้ ปั ญ หา ลุกลามบานปลายมากยิ่งขึ้น เข้าถึง หมายถึง เข้าถึงความจริงไม่ใช่ เพียงผิวเผิน เข้าถึงความรู้สึกนึกคิดในความ เป็ น มนุ ษ ย์ ข องทุ ก ฝ่ า ยที่ เ กี่ ย วข้ อ ง รวมทั ้ ง ของตนเองด้วย ถ้าไม่มีสติเราจะไม่สามารถ เข้ า ถึ ง ความจริ ง ได้ ถ้ า ไม่ เ ข้ า ถึ ง ความจริ ง

ก็แก้ปัญหาไม่ได้ พัฒนา หมายถึง พฤติกรรม การปฏิบัติ การแก้ ปั ญ หา การพั ฒ นาที่ ถู ก ต้ อ งหรื อ สั ม มนาพั ฒ นาอยู่ บ นฐานของความเห็ น ชอบ และความดำริ ช อบหรื อ ปั ญ ญาอั น ได้ แ ก่ ความเข้าใจ-เข้าถึง ดังกล่าวข้างต้น ถ้าปราศจาก ความเข้าใจ-เข้าถึง การพัฒนาก็จะผิดพลาด กลายเป็นมิจฉาชีพ แก้ปัญหาไม่ได้ ความรุนแรง เพิ่มขึ้น

๓๑

นอกจากนี ้ ผมได้ น ำหลั ก ปรั ช ญา เศรษฐกิ จ พอเพี ย งมาเป็ น หลั ก คิ ด ของ โครงการด้วย เพราะเป็นเสมือนรากฐานของ ชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน เปรียบ เสมื อ นเสาเข็ ม ที่ ถู ก ตอกรองรั บ บ้ า นเรื อ น ตัวอาคารไว้นั่นเอง สิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้อยู่ที่ เสาเข็ ม แต่ ค นส่ ว นมากมองไม่ เ ห็ น เสาเข็ ม และลืมเสาเข็มด้วยซ้ำไป” เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ผอ.ศรัทธา หยุดสักครู่ เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ปรับเปลี่ยนจากการฉาย ภาพนิ่ ง มาเป็ น ระบบภาพเคลื่ อ นไหวแล้ ว ก็ บรรยายต่อ “โครงการโซนนิ่งการเรียนรู้สู่ชีวิตจริง หรือที่เราเรียกกันจนติดปากว่า นวัตกรรม รีสอร์ทการศึกษามีวัตถุประสงค์ คือ ประสาน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการระดม แนวความคิด ทรัพยากร ร่วมใจ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้างสรรค์ ร่วมใช้ประโยชน์ ร่วมภาคภูมิใจ รั ก หวงแหน รู ้ ส ึ ก เป็ น เจ้ า ของ ปรั บ วิ ธ ี เ รี ย น เปลี่ยนวิธีสอน ตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา โดยเน้ น ให้ นั ก เรี ย นได้ รู ้ จั ก ศึ ก ษาค้ น คว้ า ด้ ว ยตนเอง มี ค วามคิ ด สร้ า งสรรค์ มี ก าร ปฏิบัติจริง รู้จักการคิดวิเคราะห์สังเคราะห์ ก้าวทันรู้ทันความเปลี่ยนแปลงของวิทยาการ และเหตุการณ์ต่าง ๆ โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ บริ ก ารทั ้ ง นั ก เรี ย น ครู บุ ค ลากรทางการ ศึกษา และชุมชน สร้างความสัมพันธ์ชุมชน ให้ ชุ ม ชนเป็ น เกราะป้ อ งกั น สร้ า งความ ปลอดภั ย ให้ ค รู แ ละนั ก เรี ย น โครงการนี ้

ยังช่วยแก้ปัญหาขาดอัตรากำลัง และท้ายที่สุด คื อ นั ก เรี ย นได้ เ รี ย นรู ้ อ ย่ า งมี ค วามสุ ข ในโรงเรี ย นที่ ม ี ค วามร่ ม รื่ น สะดวกสบาย สวยงาม ปลอดภัย น่าอยู่ และน่าเรียน


๓๒

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

จากแนวคิ ด ที่ ผ มกล่ า วมาทั ้ ง หมด นำไปสู่การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ เรามีคณะทำงาน ซึ่งมีทั้งครู นักเรียน และชุมชน มาร่วมกัน ระดมความคิ ด ประชุ ม ปรึ ก ษาหารื อ เพื่ อ ให้ ก ารทำงานมี ก ารประสานความร่ ว มมื อ อย่างแท้จริงให้ได้มาซึ่งนวัตกรรมการเรียนรู้ ที่ตอบสนองตามความต้องการของทุกฝ่าย และนวัตกรรมที่เราร่วมกันคิดร่วมกันสร้างนั้น สามารถพั ฒ นาคุ ณ ภาพการศึ ก ษาของ โรงเรี ย นได้ ต ามจุ ด มุ่ ง หมายของหลั ก สู ต ร และยั่ ง ยื น ในที่ สุ ด เราได้ แ หล่ ง เรี ย นรู ้ ม า ๖ ด้าน ได้แก่ ๑. แหล่ ง เรี ย นรู ้ ด ้ า นสุ ข ภาพ เพราะ การเรี ย นรู ้ จ ะเกิ ด ได้ ด ี ถ ้ า สุ ข ภาพดี ดั ง นั ้ น สุขภาพต้องมาก่อน ๒. แหล่งเรียนรู้ด้านคุณธรรมจริยธรรม เราใช้หลักคุณธรรมนำความรู้ ๓. แหล่ ง เร ียนรู ้ ด้านเกษตรและ งานอาชีพ เราใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นรากฐานชีวิต ๔. แหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา เน้นแก้ปัญหาโลกร้อน ๕. แหล่ ง เรี ย นรู ้ ด ้ า นการดำเนิ น ชี ว ิ ต ตามหลักประชาธิปไตยในวิถีความเป็นไทย และ ๖ แหล่ ง เรี ย นรู ้ ด ้ า นเทคโนโลยี คื อ รู้คิด รู้ใช้ รู้ทันเทคโนโลยี ต่ อ ไปนี ้ ผมจะเล่ า รายละเอี ย ดของ แหล่งเรียนรู้ทีละด้าน หรือทีละโซน

โซน “ส่ ง เสริ ม คุ ณ ภาพ” มี ก ารจั ด การเรียนรู้เรื่องอาหาร เช่น สอนให้รู้จักเลือก วัตถุดิบที่สด สะอาด ปลอดภัย รู้จักวิธีปรุง อาหาร มีมารยาทในการรับประทานอาหาร รู้จักเก็บและล้างภาชนะ รวมทั้งบริเวณสถานที่ เป็ น ต้ น การทำความสะอาดร่ า งกาย เช่ น การล้ า งมื อ ล้ า งเท้ า การอาบน้ ำ และการ แปรงฟั น เป็ น ต้ น การใช้ ห ้ อ งน้ ำ ห้ อ งส้ ว ม การเรี ย นรู ้ เ รื่ อ งสมุ น ไพร ทั ้ ง การปลู ก และ การนำไปใช้ การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และการพักผ่อน และการเรียนรู้เรื่องพลศึกษา ในปี ๒๕๕๓ มีการต่อยอดโครงการ ได้แก่ โครงการสุดยอดส้วมของจังหวัดยะลา


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

โซน “ส่ ง เสริ ม คุ ณ ธรรมจริ ย ธรรม” มี ก ารจั ด การเรี ย นรู ้ เรื่ อ ง อิ ส ลามศึ ก ษา การปฏิ บั ต ิ ศ าสนกิ จ หลั ก คำสอนศาสนา อิ ส ลามที่ ถู ก ต้ อ ง หลั ก คุ ณ ธรรมจริ ย ธรรม ในชีวิตประจำวัน และมารยาทในสังคม

๓๓

โซน “เกษตรและงานอาชีพ” แบ่งเป็น ๓ ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ ๑ คือ เกษตรทฤษฎีใหม่ จั ด การเรี ย นรู ้ เช่ น การปลู ก พื ช สวนครั ว การเลี ้ ย งปลา การเพาะเห็ ด การเลี ้ ย งไก่ การทำสวนยางพารา และการทำปุ๋ยชีวภาพ เป็นต้น ส่วนที่ ๒ งานอาชีพ จัดการเรียนรู้ เช่น การเย็บผ้า การตัดผม-เสริมสวย และ การประดิษฐ์ไก่แจ้ซารามอ เป็นต้น ส่วนที่ ๓ เศรษฐกิจพอเพียง เช่น วิถีชีวิต เศรษฐกิจพอเพียง และความรู ้ เ รื่ อ งสหกรณ์ เป็ น ต้ น ในปี การศึ ก ษา ๒๕๕๓ มี ก ารพั ฒ นาต่ อ ยอด โครงการ ได้แก่ โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่ อ อาหารกลางวั น (เลี ้ ย งปลา เพาะเห็ ด ปลูกผัก) โครงการส่งเสริมงานอาชีพ (ตัดผม เสริมสวย ปลูกยางพารา เย็บผ้า และซ่อม จักรยานยนต์) และโครงการเกษตรต้นแบบ ชุมชนของสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา


๓๔

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

โซน “สิ่ ง แวดล้ อ มศึ ก ษา” แบ่ ง การ จัดการเรียนรู้เป็น ๓ ส่วน ได้แก่ การอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การอนุรักษ์ป่าไม้ การอนุรักษ์น้ำ และการอนุรักษ์ดิน เป็นต้น การอนุ รั ก ษ์ พ ลั ง งาน เช่ น การลดการใช้ พลังงานและแสวงหาพลังงานทดแทน และ การจัดการเรียนรู้ เรื่อง ปั่นด้วยใจไปด้วยรัก เป็ น ต้ น และสิ่ ง แวดล้ อ มศึ ก ษา แก้ ปั ญ หา โลกร้อน เช่น การจัดสวนหย่อมหรือภูมิทัศน์ และการปลูกต้นไม้ ในปีการศึกษา ๒๕๕๓ มี ก ารต่ อ ยอดนวั ต กรรม ได้ แ ก่ โครงการ รณรงค์อนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และโครงการสร้าง ฝายกั้นน้ำเทิดพระเกียรติ

โซน “วิถีประชาธิปไตย วิถีความเป็นไทย” หรื อ ศู น ย์ ก ิ จ กรรมนั ก เรี ย น เป็ น แหล่ ง การเรียนรู้ เรื่อง ลูกเสือ เนตรนารี ศิลปศึกษา ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น (ดีเกฮูลู-ตารีกีปัส) และการจัดการเรียนรู้ เรื่อง วิถีประชาธิปไตย ในปี ๒๕๕๓ มีการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรม ได้แก่ โครงการต่อต้านยาเสพติด โครงการ ส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน โครงการ จั ด ระบบดู แ ลช่ ว ยเหลื อ และการแนะแนว โครงการลูกเสือเพื่อทักษะชีวิต และโครงการ อนุ รั ก ษ์ ส่ ง เสริ ม ศิ ล ปวั ฒ นธรรมท้ อ งถิ่ น (ดีเกฮูลู-ตารีกีปัส)


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

โซน “เทคโนโลยี แ ห่ ง การเรี ย นรู ้ ” มี ห ลั ก การสำคั ญ ของการจั ด การเรี ย นรู ้ คื อ รู ้ ค ิ ด รู ้ ใ ช้ และรู ้ ทั น เทคโนโลยี โดยมี การจัดการเรียนรู้ เรื่อง คอมพิวเตอร์และ อิ น เทอร์ เ น็ ต ทั ก ษะและกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ โทรทัศน์ทางไกลผ่านดาวเทียม ไทยคม ห้องสมุดมีชีวิต และสวนวิทยาศาสตร์ และประวัติศาสตร์ ปี ๒๕๕๓ มีนวัตกรรม ต่อยอด ได้แก่ โครงการ ๒๕๕๓ ปีแห่งการปฏิรูป การเรียนการสอน โครงการสอนภาษาไทย ย้ อ นยุ ค -ร่ว มสมั ย โครงการความเป็ น เลิ ศ ทางวิชาการ โครงการลูกเสือเพื่อทักษะชีวิต และโครงการผลิ ต นวั ต กรรมเทคโนโลยี ทางการศึ ก ษา สื่ อ การเรี ย นการสอน แหล่งเรียนรู้

๓๕


๓๖

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

จากการพัฒนาแหล่งเรียนรู้สู่จุดหมาย และสันติสุข ทำให้เกิดการพัฒนา เห็นการ เปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ สิ่งที่ไม่คาดหวังว่า เด็กจะทำได้ เด็กกลับทำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ รักการอ่านเขียน นักเรียนอ่านออก เขียนได้ เพิ่มมากขึ้น ชอบการทดลองทางวิทยาศาสตร์ รู้จักดูแลสุขภาพของตนเอง ทำกับข้าวเป็น ใช้ห้องน้ำ-ห้องส้วมถูกวิธี รู้จักรักษาความสะอาด ทำให้มีผลไปถึงการดำเนินชีวิตที่บ้านด้วย ด้ า นคุ ณ ธรรมจริ ย ธรรม นั ก เรี ย น แสดงออกอย่างเป็นรูปธรรม เช่น นักเรียนหญิง ทำความเคารพครู ด ้ ว ยการยกมื อ ไหว้ ส่วนนักเรียนชายยืนตรง เมื่อเจอครูตอนเช้า หรื อ เมื่ อ จะกลั บ บ้ า น การปฏิ บั ต ิ ศ าสนกิ จ

ตรงเวลาและต่อเนื่อง มีความรับผิดชอบต่องาน ที่ได้รับมอบหมาย ไม่ว่าจะปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ เพาะเห็ด ปลูกยาง สามารถประดิษฐ์ ไก่ แ จ้ ซ ารามอจนสามารถนำไปสาธิ ต สอน ผู ้ อ ื่ น หรื อ แสดงในงานกิ จ กรรมใหญ่ ข อง จังหวัด ด้ า นสิ่ ง แวดล้ อ มศึ ก ษา นั ก เรี ย น สามารถดูแลสภาพแวดล้อม รู้จักปลูกต้นไม้ รักษาธรรมชาติ

ส่วนด้านประชาธิปไตย เราสอนด้วย การปฏิ บั ต ิ จ ริ ง ไม่ ใ ช่ แ ค่ จั ด กิ จ กรรมให้ นั ก เรี ย นเลื อ กตั ้ ง คณะกรรมการนั ก เรี ย น เท่านั้น เราปลูกฝังความคิดแบบประชาธิปไตย ให้นักเรียนรู้จักรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รู ้ จั ก เปิ ด ใจกว้ า ง รู ้ จั ก สิ ท ธิ แ ละหน้ า ที่ ข อง ตนเอง รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ใช้เหตุผลมากกว่า ใช้อารมณ์ความรู้สึก ส่วนด้านเทคโนโลยีนั้น นั ก เรี ย นให้ ค วามสนใจกั บ การเรี ย นรู ้ คอมพิวเตอร์มาก ที่สำคัญและเห็นผลชัดเจน คือ ชุมชนให้การสนับสนุนช่วยเหลืออย่างเต็มที่ มาช่วยสร้างช่วยทำและช่วยจัดอาคารสถานที่ รวมทั้งการดูแลรักษาแหล่งเรียนรู้ มีความรู้สึก เป็นเจ้าของ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริม และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ที่กล่าวมาทั้งหมด นวัตกรรมนี้ประสบ ผลสำเร็ จ เกิ น คาดหมาย มิ ใ ช่ ดู จ ากรางวั ล

ที่ ไ ด้ รั บ แต่ เ ป็ น ความสำเร็ จ ในการจั ด การศึกษาเพื่อเด็กและชุมชน ที่ผมภูมิใจมาก”


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

“ท่ามกลางปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ความแตกต่ า งทางศาสนา หรื อ วิ ก ฤต ความรุนแรงในพื้นที่ หรือว่าสภาพชุมชนที่มี ความยากจนเช่นนี้ ไม่ใช่อุปสรรคมาขวางกั้น ความคิดสร้างสรรค์และความตั้งใจจริงของผม ที่อยากให้เด็กในชนบทที่ด้อยโอกาสได้เข้าถึง การศึกษาที่มีคุณภาพ ผมอยากเห็นเด็ก ๆ ใน พื้นที่ยากลำบากเช่นที่นี่ เรียนอย่างมีความสุข และได้รับประโยชน์จากการมาเรียนอย่าง คุ ้ ม ค่ า ทั ้ ง ด้ า นวิ ช าความรู ้ แ ละคุ ณ ค่ า ของ ความเป็นคนที่สมบูรณ์ทั้งกายและใจ ตลอด ๑๐ ปี ที่ผมปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่นี่ ผมทำงานทุ่มเทเต็มที่ บางครั้งต้องขึ้นไปภูเขาสูง เพื่อหาไม้ล้มหมอนนอนไพรที่เหลือจากการ สั ม ปทานซึ่ ง ถู ก ตั ด ทิ ้ ง ไว้ เพราะบริ ษั ท

ไม่สามารถขนลงมาได้ทันตามนโยบายปิดป่า ท่ า มกลางกั บ ระเบิ ด ที่ อ าจหลงเหลื อ อยู ่ บนเส้นทางที่แสนลำบากยากเข็ญ หรือแม้แต่ เหตุ ก ารณ์ ค วามไม่ ส งบ โรงเรี ย นถู ก ลอบ วางเพลิง บุคคลที่เกี่ยวข้���งกับโรงเรียนถูกลอบ สังหาร ครูขอย้ายทั้งโรงเรียน นั่นไม่ใช่ปัญหา ที่ จ ะมาหยุ ด ยั ้ ง การพั ฒ นาโรงเรี ย น บั ด นี ้ โรงเรียนเป็นที่กล่าวขวัญของผู้ที่มาพบเห็น

๓๗

จ น ผู ้ ใ ห ญ่ห ล า ย ท่า น ใ ห ้ ส ม ญ า น า ม ว่า โรงเรียนรีสอร์ท ซึ่งเป็นนวัตกรรมการศึกษา ทั้งด้านการบริหาร และด้านการจัดการเรียนรู้ สร้ า งความสำเร็ จ และคุ ณ ภาพการศึ ก ษา เป็ น อย่ า งดี ย ิ่ ง ครบถ้ ว นตามจุ ด หมายของ หลั ก สู ต รแกนกลางการศึ ก ษาขั ้ น พื ้ น ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ การทำงานบริหารจัดการ ผมยึดหลัก โรงเรี ย นเป็ น ฐาน อั น ได้ แ ก่ การกระจาย อำนาจ การมี ส่ ว นร่ ว ม การบริ ห ารตนเอง การพัฒนาทั้งระบบ การมีภาวะผู้นำแบบเกื้อหนุน และความรั บ ผิ ด ชอบที่ ต รวจสอบได้ เพื่ อ

นำไปสู่จุดมุ่งหมาย ให้โรงเรียนน่าอยู่ คุณครู สุขสันต์ บริหารเป็นระบบ คบหาชุมชน และ ผลผลิตมีคุณภาพ วันนี้ผมมีความสุขมาก เพราะได้รับแจ้ง จากเขตพื ้ น ที่ ว่ า โรงเรี ย นบ้ า นคลองน้ ำ ใส ได้ รั บ การอนุ มั ต ิ ใ ห้ เ ปิ ด ขยายชั ้ น เรี ย น มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ซึ่งผมและผู้เกี่ยวข้องได้ เพียรพยายามมาถึง ๓ ครั้ง เราจะต้องก้าว ต่อไปอย่างมุ่งมั่น ๒ ทศวรรษ เปิดโลกทัศน์ คลองน้ำใส เปิดขยายโอกาสทางการศึกษา


๓๘

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ก่อนจะจบการบรรยาย ผมขอเล่าถึง ชี ว ิ ต ครอบครั ว อี ก สั ก นิ ด ผมสมรสกั บ

นางจรรยา ห้องทอง ครูโรงเรียนบ้านรัตนา อำเภอยะหา จังหวัดยะลา มีบุตร ๒ คน คือ เด็กชายชัชฤทธิ์ ห้องทอง เรียนอยู่ชั้น ป.๕ โรงเรี ย นรั ง สี อ นุ ส รณ์ และนายเกี ย รติ ฉั ต ร ห้ อ งทอง เรี ย นอยู่ ชั ้ น ม.๔ โรงเรี ย น คณะราษฎรบำรุง จังหวัดยะลา ในการดำรงชีวิต ผมยึ ด หลั ก ๕ ประการอย่ า งสมดุ ล คื อ การหมั่นดูแลสุขภาพกาย-ใจ ปฏิบัติหน้าที่ อย่างเต็มกำลัง ดูแลครอบครัวด้วยความเอาใจใส่ ช่วยเหลือสังคมรอบข้างเท่าที่จะทำได้ และ สร้างฐานเศรษฐกิจครอบครัวตามแนวทาง เศรษฐกิจพอเพียง วันนี้ผมประสบความสำเร็จเพียงเพื่อ ให้มีข้าวกินครบ ๓ มื้อ ที่เหลือจึงเป็นการคิด ทำเพื่อผู้อื่น ผมมีโอกาสเมื่อไรจะไปเยี่ยมหา คารวะครู-อาจารย์ตามโอกาส ได้ตอบแทน พระคุณผู้มีอุปการคุณ บิดร มารดา ได้ทำงาน สนองเบื ้ อ งพระยุ ค ลบาทและตอบแทนคุ ณ แผ่ น ดิ น ทำงานอย่ า งสนุ ก มี ค วามสุ ข กั บ วิชาชีพ จึงคิดอยู่เสมอว่า “ชีวิตนี้มีกำไร” ผอ.ศรั ท ธา บอกถึ ง ความตั ้ ง ใจและ ความปรารถนา ซึ่ ง นี่ แ หละคื อ อุ ด มการณ์

ที่ท่านมี คือ การศึกษาต้องเพื่อปวงชน ให้เด็ก และเยาวชนในท้องถิ่นทุรกันดาร และพื้นที่ เสี่ ย ง มี โ อกาสทางการศึ ก ษา ซึ่ ง ต้ อ งเป็ น

การศึกษาที่มีคุณภาพ และโครงการโซนนิ่ง การเรี ย นรู ้ สู่ ช ี ว ิ ต จริ ง ได้ ส ะท้ อ นให้ เ ห็ น ถึ ง อุดมการณ์ของท่านอย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม ที่จับต้องได้ และเป็นต้นแบบแก่โรงเรียนอื่น ๆ ได้เช่นกันด้วย

เมื่ อ กล่ า วจบ ผอ.ศรั ท ธา ก็ พ าคณะ ประเมิ น เดิ น ชมบริ เ วณโรงเรี ย น ไปตาม รี ส อร์ท ต่า ง ๆ ตามที่ ท่า นได้ น ำเราชมด้ ว ย ภาพไปแล้ว


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

จากความมุ่ ง มั่ น สานฝั น ของตนเอง เพื่อบรรลุตามอุดมการณ์ ผอ.ศรัทธา ได้รับ รางวัลจากผลงานนวัตกรรม รีสอร์ทการศึกษา หรื อ โครงการโซนนิ่ ง การเรี ย นรู ้ สู่ ช ี ว ิ ต จริ ง ในระดับต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับเขตพื้นที่ การศึกษาหรือระดับประเทศ ได้แก่ โรงเรียน ส่ ง เสริ ม สุ ข ภาพของสำนั ก งานเขตพื ้ น ที ่

การศึกษายะลา เขต ๒ โรงเรียนคุณธรรม ต้ น แบบ โรงเรี ย นน้ อ มนำหลั ก ปรั ช ญา เศรษฐกิจพอเพียงสู่การเรียนรู้และการปฏิบัติ “พอประมาณ” โรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา แก้ปัญหาโลกร้อน โรงเรียน To Be Number One สู่ความเป็นหนึ่ง โรงเรียนปรับกระบวนการ เรี ย นรู ้ สู่คุ ณ ภาพการศึ ก ษา ไก่แ จ้ ซ ารามอ สายใยสายสัมพันธ์สร้างพลังพัฒนาการศึกษา โรงเรียนบริหารจัดการคุณภาพ และโรงเรียน รีสอร์ทการศึกษา

๓๙

ตลอดระยะเวลาที่ฟังท่าน ผอ.ศรัทธา นำเสนอข้อมูล และพาพวกเรานำชมโรงเรียน เรามองเห็ น ความมุ่ ง มั่ น จริ ง จั ง และจริ ง ใจ ปฏิบัติงาน จากสายตาที่มั่นคง น้ำเสียงที่เต็ม ไปด้วยความเชื่อมั่นว่า สิ่งที่ท่านทำเกิดจาก ความตั้งใจและความปรารถนาดี ที่ปรารถนา จะเห็ น เด็ ก ในชุ ม ชนท้ อ งถิ่ น ทุ ร กั น ดาร เช่ น ที่ อ ำเภอกาบั ง จั ง หวั ด ยะลา มี โ อกาสทาง การศึ ก ษา ได้ รั บ การดู แ ลและเอาใจใส่ ด้วยความรักและความจริงใจจากครูทุกคน ท่านจึงทุ่มเทกายใจปฏิบัติหน้าที่อย่างมิรู้จัก เหน็ ด เหนื่ อ ย ไม่ ห วั่ น เกรงภยั น ตรายใด ๆ แม้จะอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยเช่นนี้ คณะกรรมการ ต่างลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ สมควรให้ท่าน ได้รับการยกย่องให้เป็น “ยอดครูผู้มีอุดมการณ์ ปี ๒๕๕๔”


๔๐

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ข้อความฝากถึงครู เด็ ก ทุ ก คนมี ศั ก ยภาพที่ แ ตกต่ า งและ หลากหลายกัน ครูต้องสร้างโอกาสให้เด็ก ได้แสดงศักยภาพนั้นออกมา เพื่อตัวเด็กจะได้มี การพัฒนาตั้งแต่เยาว์วัย เพื่อจะเป็นประโยชน์ ต่ อ ตนเอง ครอบครั ว สั ง คม ประเทศชาติ ครูจึงต้องปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพอย่างทุ่มเท เสียสละ มีอุดมการณ์ และจิตวิญญาณครู

ฝากถึงนักเรียน นั ก เรี ย นต้ อ งคิ ด เสมอว่ า การศึ ก ษา จะเป็นใบเบิกทางให้ทุกคนก้าวไปสู่ความสำเร็จ อั น ยิ่ ง ใหญ่ ใ นชี ว ิ ต ของตนเอง เพราะฉะนั ้ น

เด็กทุกคนต้องศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา และตลอดชีวิต ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้น ที่จะเรียนรู้

ความรู้สึก/ประทับใจที่ ได้รับรางวัลนี้ แม้จะมีความภาคภูมิใจอย่างสูงยิ่งกับ รางวั ล อั น ทรงเกี ย รติ ร างวั ล นี ้ ที่ ไ ด้ ม าโดย ไม่ได้คาดหวัง แต่ในส่วนลึกก็เป็นเสมือนหนึ่ง เครื่ อ งเตื อ นสติ เตื อ นใจ ให้ มุ่ ง มั่ น ที่ จ ะ สร้างสรรค์งาน ทุ่มเท เสียสละ ปฏิบัติหน้าที่ อย่างมีจิตวิญญาณและอุดมการณ์ ดังเช่นที่ คุณครูจูหลิง ปงกันมูล ได้ตั้งใจทุ่มเทเพื่อศิษย์ จนเสียชีวิต อันเป็นที่มาของรางวัลนี้


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

๔๑


๔๒

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ความรู้สึกของครู ๑. ทำไมต้องมาเป็นครูที่นี่ ผมมาด้ ว ยอุ ด มการณ์ ค วามรู ้ ส ึ ก ใน บ้านเกิดเมืองนอน ทั้ง ๆ ที่ผมบรรจุครั้งแรก ที่โรงเรียนบ้านลูโบ๊ะปันยัง อยู่ที่นั่นถึง ๘ ปี ผมมีโอกาสย้ายเข้ามาโรงเรียนที่เจริญ ๆ ได้ หลายโรงเรียน แต่ผมไม่ไป เพราะผมต้องการ พั ฒ นานั ก เรี ย นในชนบทให้ ม ี โ อกาสได้ รั บ

การศึกษา ได้รับการพัฒนาเทียบเท่ากับเด็ก ในเมือง ผมก็เคยเป็นเด็กชนบทในตำบลบาละ ต้ อ งการให้ ลู ก ๆ หลาน ๆ ในตำบลบาละ ได้รับการศึกษาและพัฒนาหมู่บ้านต่อไป

๒. รู้สึกท้อไหม ไม่ ท ้ อ เพราะผมอยู่ ท ี่ น ี่ ปิ ด เทอมก็ เหมื อ นไม่ ไ ด้ ป ิ ด เทอม ต้ อ งคอยช่ ว ยเหลื อ ให้คำปรึกษา ช่วยคิด ช่วยทำโรงเรียนเสมือน บ้านของตนเอง นักเรียนเสมือนลูก ๆ ของเรา เราจะสร้างบ้านให้ลูกอยู่อย่างไร ลูกถึงจะมี ความสุข น่าอยู่ น่าอาศัย น่าศึกษาค้นคว้า และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สังคมให้ขวัญ และกำลังใจ เราจึงรักกัน

๓. รู้สึกอย่างไรกับท่านผู้อำนวยการ ท่านผู้อำนวยการเป็นคนที่ดี มีความคิด และมี อุ ด มการณ์ มี อุ ด มคติ เป็ น ได้ ถ ึ ง พ่ อ พี่ เพื่อน ในยามที่เราต้องการความช่วยเหลือ ต้ อ งการความเมตตา ต้ อ งการความรั ก ต้องการความอบอุ่น ท่านสามารถให้เราได้ และให้ได้กับเพื่อน ๆ บุคลากรทุกคน ท่���นรัก บุคลากรร่วมงานเท่า ๆ กัน ไม่เคยดุด่าว่ากล่าว มีแต่ให้และคอยช่วยเหลือ

ความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับท่านผู้บริหาร ท่ า นเป็ น คนที่ อ ยู่ ภ ายใต้ พ ื ้ น ฐานของ ความเป็ น ผู ้ น ำหรื อ ผู ้ บั ง คั บ บั ญ ชาที่ ม ี ค วาม ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้ทุกคนในหน่วยงาน มีพฤติกรรมกลุ่ม โดยผู้นำให้ความรู้ความเข้าใจ แก่ ผู ้ ใ ต้ บั ง คั บ บั ญ ชา และมอบหมายงาน ตามความรู ้ ความถนั ด และตามศั ก ยภาพ ของแต่ละบุคคล ทุกคนมีศักยภาพเท่าเทียมกัน ในแต่ ล ะงานที่ รั บ มอบหมาย โดยมี ค ำสั่ ง เป็นฐานในการมอบหมายงานและครูทุกคน มีส่วนร่วมในกิจกรรมทุกกิจกรรม นอกจากงานที่เป็นผู้บังคับบัญชาแล้ว ท่านยังสามารถเป็นพี่ในยามที่น้อง ๆ ผู้ร่วมงาน มี ปั ญ หาและอุ ป สรรค คอยแก้ ปั ญ หาและ ให้คำปรึกษาเสมอมา เป็นพ่อแม่ คอยเตือนใจในยามที่น้อง ๆ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ให้แง่คิดในการปฏิบัติ ในทางที่ ถู ก ต้ อ ง คิ ด วางแผนแก้ ปั ญ หา ตั้งกองทุนในยามน้อง ๆ ขาดเงินทุนหมุนเวียน และยังเป็นได้ถึงเพื่อนในยามน้อง ๆ มีทุกข์ และมีสุข มีทุกข์ก็ทุกข์ด้วยกัน มีสุขก็สุขด้วยกัน ซึ่ ง ท่ า นเป็ น ผู ้ บ ริ ห ารที่ ม ี ค วามพร้ อ มและ มี อุ ด มการณ์ ท ี่ ไ ม่ เ หมื อ นใคร ผมต้ อ งการ ให้ ผู ้ บ ริ ห ารเป็ น ได้ เ หมื อ นท่ า น ผอ.ศรั ท ธา ห้ อ งทอง กั น ทุ ก คน ๆ คน จะส่ ง ผลให้ พลเมื อ งของชาติ และประเทศชาติ จ ะได้ ม ี ความเจริญ ผู้ใต้บังคับบัญชาจะได้มีขวัญและ กำลังใจในการปฏิบัติงานอย่างนี้ต่อไป คุณครูสุเทพ เท่งประกิจ ครู คศ.๒ โรงเรียนบ้านคลองน้ำใส


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนบ้านคลองน้ำใส ในฐานะตัวแทนโรงเรียนบ้านคลองน้ำใส หนูเรียนที่นี่ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถม ศึ ก ษาปี ท ี่ ๖ รวมระยะเวลาที่ อ ยู่ โ รงเรี ย น บ้ า นคลองน้ ำ ใสเป็ น เวลา ๘ ปี ได้ เ ห็ น ถึ ง ความเปลี่ยนแปลงของโรงเรียนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นคุณครู จากเมื่อก่อนมีแค่ ๑๐ คน ครู ๑ คน สอนหลายวิชา แต่ต่อมาก็มีคุณครู เพิ่มมากขึ้น ทำให้การจัดการเรียนการสอน มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งคุณครูแต่ละท่าน จะมี แ นวทางในการจั ด การเรี ย นการสอน ที่หลากหลายแตกต่างกัน ทำให้นักเรียนทุกคน มีความสุขกับการเรียน ชอบที่จะมาโรงเรียน ส่ ว นด้ า นอาคารสถานที่ ก็ ม ี ก าร ปรับเปลี่ยนมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการบริหาร จัดการของนายศรัทธา ห้องทอง ผู้อำนวยการ โรงเรียนบ้านคลองน้ำใส และชุมชน ทำให้ โรงเรียนมีอาคารเรียนเพิ่มขึ้น มีสภาพแวดล้อม ในโรงเรี ย นที่ ส วยงาม ทำให้ น่ า อยู่ น่ า ดู

๔๓

น่ า ชม จนได้ ช ื่ อ ว่ า เป็ น โรงเรี ย นรี ส อร์ ท

การศึกษา โดยมีการจัดแหล่งเรียนรู้ภายใน โรงเรียน ให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างหลากหลาย ตามโซนนิ่ ง การเรี ย นรู ้ ซึ่ ง นั ก เรี ย นจะมี

ความสุ ข กั บ การเรี ย น เพราะได้ ม ี ก ารจั ด กิ จ กรรมการเรี ย นการสอนนอกห้ อ งเรี ย น นั ก เรี ย นได้ เ รี ย นรู ้ ต ามสภาพจริ ง ชี ว ิ ต ใน โรงเรียนบ้านคลองน้ำใสเป็นชีวิตที่อยู่แบบ พึ่งพาตนเอง โดยเน้นหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพี ย ง เพื่ อ ใช้ ใ นการดำเนิ น ชี ว ิ ต ต่ อ ไป ในอนาคต หนูมีความภาคภูมิใจมากค่ะที่ได้เรียน หนั ง สื อ ที่ โ รงเรี ย นบ้ า นคลองน้ ำ ใสแห่ ง นี ้ เพราะโรงเรี ย นบ้ า นคลองน้ ำ ใสได้ ส อน ประสบการณ์ที่หลากหลายเพื่อที่จะนำความรู้ ที่ได้รับไปใช้ในการดำเนินชีวิตในอนาคตต่อไป เด็กหญิงสากีหน๊ะ หมะโส๊ะ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖


๔๔

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ความคิดของประธาน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านคลองน้ำใส

แสงสว่างดวงใหม่ท่ามกลางไฟ ใต้ ปี ๒๕๓๖ ผมเริ่มบรรจุในชีวิตราชการ ณ โรงเรี ย นบ้ า นคลองน้ ำ ใส ขณะนั ้ น

มีสถานการณ์สู้รบในพื้นที่ป่าเขา โดยรอบ ๆ โรงเรียนเต็มไปด้วยทหารและกองกำลัง จาก วันนั้นถึงวันนี้โรงเรียนบ้านคลองน้ำใสได้รับ การพัฒนาตามลำดับ โดยเฉพาะ ผอ.ศรัทธา ห้ อ งทอง ได้ ส ร้ า งที ม งานและใช้ ก ลยุ ท ธ์ ในการบริหารเชิงรุกทุกรูปแบบเปลี่ยนแปลง สนามรบเดิ ม เป็ น สนามการจั ด การเรี ย นรู ้ ได้ อ ย่ า งดี แ ละมี คุ ณ ภาพ ชุ ม ชนให้ ก าร ยอมรับ ผู้ปกครองได้ส่งลูกหลานเข้าเรียน เป็นจำนวนมาก ในวั น นี ้ โ รงเรี ย นบ้ า นคลองน้ ำ ใส เป็นแสงไฟที่ส่องสว่างด้านการจัดการศึกษา ได้อย่างสมภาคภูมิและเป็นแสงไฟที่ถูกประกาศ อย่างสมเกียรติประดับอยู่ สพป.ยล.๒ และ กระทรวงศึกษาธิการต่อไป บัณฑิต ศิริรักษ์ ผู้อำนวยการโรงรียนบ้านบาละ

ตลอดระยะเวลาที่นายศรัทธา ห้องทอง เข้ามาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองน้ำใส โรงเรี ย นได้ ม ี ก ารพั ฒ นาอย่ า งก้ า วกระโดด มาโดยตลอด จากโรงเรียนที่มีสภาพที่ไม่มี ความพร้ อ มมาเป็ น โรงเรี ย นที่ ม ี ก ารพั ฒ นา ทั้งด้านความสวยงาม และคุณภาพการศึกษา ท่านเป็นนักประสานสัมพันธ์ที่สามารถ ดึง และจูงใจคนทุกหมู่บ้านให้เข้ามามีส่วนร่วม ในการพั ฒ นา เป็ น คนจริ ง ใจ ตรงไปตรงมา เป็ น คนเอาจริ ง เอาจั ง ขยั น หมั่ น เพี ย ร ท่านทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทุ่มเท เสียสละมาโดยตลอด ผมเคยขึ ้ น ไปช่ ว ยท่ า นคณะครู แ ละ ชาวบ้ า นแบกไม้ บ นภู เ ขาสู ง ท่ า มกลาง ความเสี่ ย งต่ อ ระเบิ ด ขจก. เคยฝั ง เอาไว้ (ซึ่ ง นายพนม สั ง ข์ เ พ็ ช ร์ ครู โ รงเรี ย นบ้ า น คลองน้ำใส อดีต อส. เคยเหยียบจนขาขาด) มาสร้ า งโรงเรี ย น ผมเชื่ อ ว่ า ไม่ ม ี ท่ า น ผอ. และครูที่อื่นที่จะกล้าทำ ๑๐ ปี ท ี่ ผ่ า นมา ผลงานเชิ ง ประจั ก ษ์ ของท่ า นมากมายเกิ น บรรยาย จนท่ า น กลายเป็นที่รักของคนทุกหมู่บ้าน แม้กระทั่ง คนหมู่บ้านอื่นยังอยากได้ท่านไปเป็นผู้บริหาร โรงเรียน เราจึงภูมิใจในตัวท่าน ผอ.ศรัทธา ห้องทอง เสมอ นายอาฮาหมัด วาเต๊ะ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านคลองน้ำใส


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

๔๕

ครูศรัทธา ห้องทอง ของมวลชน ผมรู้จักครูศรัทธา ห้องทอง มาประมาณ ๓๕ ปี บนเส้นทางวิชาชีพครูที่ครูศรัทธารัก จากวันนั้นถึงวันนี้เนื้อหาการทำงานที่มุ่งมั่น ให้เด็ก ๆ ได้มีความรู้ มีความคิดที่ถูกต้อง มีทักษะในการดำรงชีวิตที่ดี เพื่อที่จะได้อยู่ใน สังคมได้อย่างมีความสุข ตามท่วงทำนองของ วิถีชีวิตตนเองนั้นยังคงเดิม ที่เปลี่ยนไปก็เพียง รูปแบบ เนื่องจากตำแหน่งหน้าที่เปลี่ยนจาก ครูผู้สอนเป็นผู้บริหารโรงเรียนเท่านั้น ครูศรัทธา มีความเห็นที่แตกต่างจาก คนอื่ น ๆ อยู่ บ ้ า งก็ ต รงที่ เ มื่ อ อยู่ ไ หนแล้ ว

ก็ อ ยากจะอยู่ ท ี่ นั่ น นาน ๆ เพราะท่ า นเชื่ อ ว่ า การกำหนดให้ผู้บริหารโรงเรียนอยู่ในตำแหน่ง ในแต่ ล ะโรงเรี ย นสี่ ป ี นั ้ น สั ้ น เกิ น ไป จะทำ อะไรตามความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้ เนื่องจาก การทำงานในโรงเรียนตามพื้นที่ชนบทต้องทำ เชิงบูรณาการจะทำให้เสร็จเป็นเรื่อง ๆ ไปนั้น ทำได้ ย าก ยิ่ ง พื ้ น ที่ จั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ ด้ ว ยแล้ ว ก็ ย ิ่ ง ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบและ เนื ้ อ หาการทำงานแทบจะเป็ น รายชั่ ว โมง เนื่ อ งจากสถานการณ์ ผั น แปรไปวั น ต่ อ วั น

เป็นพื้นที่ต่อสู้ช่วงชิง ทั้งในทางการเมืองและ ทางการทหารระหว่างรัฐกับฝ่ายก่อความไม่สงบ ทุ ก คนต้ อ งตื่ น ตั ว ตามให้ ทั น สถานการณ์ อยู่ตลอดเวลา ท่านบอกว่าชนบทนั้นจะทำงาน ให้ เ ห็ น ผลจะต้ อ งอยู่ ใ นพื ้ น ที่ ต่ อ เนื่ อ ง อย่างน้อย ๑๐ ปี

นวัตกรรมพัฒนารีสอร์ทแห่งการเรียนรู้ ของท่านมีชื่อเสียงระดับประเทศในปัจจุบันนั้น ท่ า นใช้ เ วลาในการทดลองออกแบบและ ปฏิบัติจริงเกือบ ๑๐ ปี ถึงจะเป็นที่ยอมรับ และเชื่อมั่นว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ใช้ได้ผลจริง แม้จะเป็นรุ่นน้องแต่ก็เป็นรุ่นน้องที่เป็น คนรุ่ น ใหม่ ไ ฟแรง เป็ น ดาวเด่ น ของวงการ ศึกษาในชนบทห่างไกล เป็นความภาคภูมิใจ ของการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่สำคัญครูศรัทธา คือแรงบันดาลใจของผมให้มีเรี่ยวแรงในการ ทำงานได้เป็นอย่างดี ประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านยะหา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๒


๔๖

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ศรัทธา : สมคุณค่ากับรางวัลอันมีเกียรติยิ่ง มากกว่า ๑๐ ปี ที่รู้จักโรงเรียนบ้าน คลองน้ำใส ซึ่งเป็นโรงเรียนในถิ่นกันดารและ พื ้ น ที่ ย ากจนของจั ง หวั ด ยะลา ผอ.ศรั ท ธา และบุคลากรได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้าน ตามอั ต ภาพ ทำโรงเรี ย นให้ เ ป็ น รี ส อร์ ท กลมกลืนกับธรรมชาติป่าเขา เด็ก ๆ มีฝีมือ ในงานประดิษฐ์ของที่ระลึกจากวัสดุธรรมชาติ และเศษวั ส ดุ ในอดี ต เคยนำไปมอบให้ กั บ บุคคลสำคัญระดับกระทรวง และระดับชาติ ได้รับคำชื่นชมมาก ความจริงจังต่อเนื่องและ นวัตกรรมการสอนหลากหลายทำให้เด็ก ๆ มีคุณธรรมจริยธรรมเชิงประจักษ์ มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ย นดี ม าก แม้ จ ะอยู่ ท่ า มกลาง เหตุการณ์ความไม่สงบก็ตาม สังคมยอมรับ

๔๗

ในความพยายามและผลงานของ ผอ.ศรัทธา ที่ เ ปี่ ย มด้ ว ยศรั ท ธาแห่ ง วิ ช าชี พ ครู แ ละ อุดมการณ์ที่แน่วแน่ นี่ ค ื อ แบบอย่ า งโรงเรี ย นคุ ณ ภาพ ย อ ด เ ย ี่ ย ม ใ น จั ง ห วั ด ช า ย แ ด น ภ า ค ใ ต ้ สมคุ ณ ค่ า ที่ ไ ด้ รั บ รางวั ล อั น มี เ กี ย รติ ย ิ่ ง “รางวัลครูผู้มีอุดมการณ์” ในครั้งนี้ ขอแสดงความชื่นชมและยินดีอย่างยิ่ง ครับ นายอดินันท์ ปากบารา รองเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)


๔๘

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

๔๙

ผู้อำนวยการสิริยุพา ศกุนตะเสฐียร

ด้วยความรู้ ความสุจริต และปัญญา การศึกษาก้าวไกล ความรู้คู่เปรียบด้วย กำลัง กายเฮย สุจริตคือเกราะบัง ศาสตร์พ้อง ปัญญาประดุจดัง อาวุธ กุมสติต่างโล่ป้อง อาจแกล้วกลางสนาม*

ผู้ใดก็ตามที่มีความรู้ ความสุจริต รู้จักใช้ปัญญาของตนอย่างมีสติ ในกาลทุกเมื่อแล้ว ผู้นั้นย่อมมีความองอาจในที่ทั้งปวง สามารถนำพาชีวิตของตนไปสู่ครรลองอันถูกต้อง และ ประสบความสำเร็จได้ดังประสงค์ ผู้อำนวยการสิริยุพา ศกุนตะเสฐียร เป็นผู้ใช้ทั้งความรู้ คุณธรรม และสติปัญญาในการ ปฏิบัติงาน ตั้งแต่เริ่มเป็นครูในวันแรก จนถึงวันนี้ วันที่ท่านได้รับคัดเลือกให้เป็น... “ยอดครูผู้มีอุดมการณ์” *พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์โคลงสุภาษิต พระราชทานแก่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนพิทยลาภพฤฒิธาดา เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและปฏิบัติงาน


๕๐

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

เกิดมาเพื่อเป็นครู ผู้อำนวยการสิริยุพา เป็นชาวอำเภอ นครชั ย ศรี จั ง หวั ด นครปฐม เกิ ด เมื่ อ วั น ที่ ๗ ตุ ล าคม พุ ท ธศั ก ราช ๒๔๙๓ มี พ ี่ น ้ อ ง ๑๐ คน ในครอบครัวนักธุรกิจ ที่มีวิสัยทัศน์ ส่งเสริมให้ลูกได้เรียนหนังสือทุกคน เพราะ เชื่ อ ว่ า ทรั พ ย์ ส ิ น ใด ๆ ก็ ไ ม่ ม ี คุ ณ ค่ า เท่ า การศึ ก ษา ท่ า นเรี ย นจบชั ้ น ประถมศึ ก ษา ที่ โ รงเรี ย นนครชั ย ศรี และมั ธ ยมศึ ก ษา ที่โรงเรียนเบญจมราชาลัย สำเร็จการศึกษา ระดับ ประกาศนี ย บัตรวิชาการศึกษาขั้นสูง จากวิ ท ยาลั ย ครู จั น ทรเกษม (ปั จ จุ บั น คื อ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม) การศึกษา บัณฑิตจากวิทยาลัยวิชาการศึกษาบางแสน (ปั จ จุ บั น คื อ มหาวิ ท ยาลั ย บู ร พา) และ ครุศาสตรมหาบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ นครปฐม สมรสกับ นายสมบัติ ศกุนตะเสฐียร ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการ วิ จั ย NORC มหาวิ ท ยาลั ย ชิ ค าโก ประจำ ประเทศไทย มีทายาท ๒ คน คือ นางสาว สวรรยา จบปริ ญ ญาเอกจากมหาวิ ท ยาลั ย เนบราสกา สหรัฐอเมริกา และนางสาวสุธาสินี จบการศึกษาระดับปริญญาโท จากมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์

ท่ า นบรรจุ เ ข้ า รั บ ราชการครั ้ ง แรก เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เริ่มเป็น ครู ส อนวิ ช าภาษาไทย ที่ โ รงเรี ย นพระปฐม วิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ยังทำ หน้าที่หัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทย และพร้อม ๆ กั บ เป็ น หั ว หน้ า งานประชาสั ม พั น ธ์ อ ี ก ด้ ว ย ท่ า นจึ ง มี ค วามผู ก พั น กั บ โรงเรี ย นพระปฐม วิ ท ยาลั ย มากเป็ น พิ เ ศษ เพราะสอนอยู่ ท ี่ โรงเรียนแห่งนี้ ถึง ๑๘ ปี เป็นทั้งแม่ผู้ดูแลลูก อย่ า งใกล้ ช ิ ด และเป็ น ทั ้ ง ครู ค อยคิ ด ค้ น วิ ธ ี สอนที่ ส นุ ก ทำให้ เ ด็ ก ไม่เ บื่ อ ที่ จ ะเรี ย นวิ ช า ภาษาไทย ต่ อ มาเมื่ อ พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้ รั บ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงเรียนสามพรานวิทยา อำเภอสามพราน จั ง หวั ด นครปฐม และผู ้ ช่ ว ยผู ้ อ ำนวยการ โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัยตามลำดับ ต่อมา ในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ก็ ไ ด้ ก ้ า วไปสู่ ต ำแหน่ ง ผู ้ บ ริ ห ารอย่ า งเต็ ม ตั ว ดำรงตำแหน่ ง

ผู้อำนวยการโรงเรียนถาวรานุกูล อำเภอเมือง สมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็น ๔ ปี ที่ ทุ่ ม เทกั บ งานบริ ห ารอย่ า งเต็ ม ที่ ทั้งทางด้านพัฒนาการเรียนการสอน สื่อ ICT ส ร ้ า ง ง า น แ ล ะ พั ฒ น า อ า ค า ร ส ถ า น ท ี่ สาธารณูปโภค และร่วมมือประสานกับชุมชน


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ส่ ง ผลทำให้ โ รงเรี ย นมี คุ ณ ภาพดี ข ึ ้ น ได้ รั บ รางวั ล มากมาย และเมื่ อ ได้ ย ้ า ยมาเป็ น

ผู ้ อ ำนวยการที่ โ รงเรี ย นราชิ น ี บู ร ณะ เมื่ อ พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่ ง เป็ น ช่ ว งภาวะเศรษฐกิ จ ฟองสบู่ ได้ จั ด ทอดผ้ า ป่ า หาทุ น เพื่ อ สร้ า ง ตึกเรียน จัดทุนการศึกษาพัฒนาแหล่งเรียนรู้ และเป็ น วิ ท ยากรชุ ม ชนจนโรงเรี ย นได้ รั บ

คัดเลือกเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาคุณภาพดีเด่น ส่ ง เสริ ม การปฏิ รู ป การศึ ก ษา และเมื่ อ พ.ศ. ๒๕๔๕

๕๑

จนถึ ง ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ท่ า นดำรง ตำแหน่ ง ผู ้ อ ำนวยการโรงเรี ย นศึ ก ษานารี อำเภอธนบุรี กรุงเทพมหานคร ท่านบริหารงาน ด้ ว ยวิ ธ ี ท ำงานเป็ น ที ม สร้ า งวิ สั ย ทั ศ น์ ใ น การพัฒนา จนทำให้เกิดการพัฒนาการเรียน การสอนด้ า น ICT ที่ ก ้ า วหน้ า ยิ่ ง อาทิ E-Library, E-Learning, E-Office, E-Classroom, CAI ฯลฯ ทั้งยังปลูกฝังเรื่อง คุณธรรมจริยธรรม แก่นักเรียนตามแนววิถีพุทธ จนได้ รั บ พระราชทานรางวั ล “เสาเสมา ธรรมจักร” จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี


๕๒

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ชื่นชู ผลงาน ผู ้ อ ำนวยการสิ ร ิ ยุ พ า มี ค วามมุ่ ง มั่ น พั ฒ นาการศึ ก ษาจนครบทุ ก ด้ า น ได้ แ ก่ การพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนการสอน เรื่ อ งกระบวนการเรี ย นรู ้ ต่ า ง ๆ และการ พัฒนาสื่อ ICT

ความรู้คู่เปรียบด้วย กำลัง กายเฮย โรงเรียนถาวรานุกูล : นักเรียนมีความสุข และเป็นคนดีของสังคม สภาพชุมชนรอบโรงเรียนถาวรานุกูล ตั้งอยู่ในตำบลแม่กลอง อำเภอเมือง จังหวัด สมุทรสงคราม ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบ อาชีพเกษตรกรรม การประมง และทำงาน ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรม ผลิ ต น้ ำ ปลา อุ ต สาหกรรมอาหาร และ อุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ ทำให้มีประชากร ต่ า งถิ่ น เข้ า ไปทำงานในเขตตำบลแม่ ก ลอง เป็นจำนวนมาก กลายเป็นชุมชนที่มีปัญหา ภัยสังคม เช่น ปัญหา���าเสพติด ปัญหายาบ้า และปัญหาโรคเอดส์ ซึ่งถือเป็นปัญหาที่เป็น ภัยกับความมั่นคงของชาติ กรมสามัญศึกษา จึงมีคำสั่งที่ ๒๐๑๓/๒๕๔๐ เรื่อง การแต่งตั้ง คณะกรรมการหน่ ว ยปฏิ บั ต ิ ก ารเฉพาะกิ จ (นปก.) จังหวัดสมุทรสงคราม มอบหมายให้ ผู ้ อ ำนวยการสิ ร ิ ยุ พ า เป็ น คณะกรรมการ ปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจ เคลื่อนที่เร็วของกรมสามัญศึกษาในจังหวัด เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อม ๆ กับพัฒนา งานของโรงเรียนในสังกัดกรมสามัญศึกษา ทุก ๆ ด้านที่เป็นนโยบายเฉพาะและเร่งรัด

เช่ น ปั ญ หาความขั ด แย้ ง อย่ า งรุ น แรง การพัฒนางานนโยบายด้านการปฏิรูปการ ศึกษา ในการดำเนินงานดังกล่าวได้บริหาร จัดการศึกษาของโรงเรียนโดยเน้นให้นักเรียน มีความรู้และความสามารถที่จะอยู่ในสังคม ได้ อ ย่ า งมี ค วามสุ ข เป็ น คนดี ข องสั ง คม ประกอบอาชีพตามความต้องการและความ สามารถของตน เช่น ส่งเสริมการเรียนการสอน ที่ ช่ ว ยเสริ ม อาชี พ จั ด ห้ อ งเรี ย นเสริ ม สวย ห้ อ งเย็ บ ผ้ า ห้ อ งพิ ม พ์ ด ี ด ห้ อ งคหกรรม จัดแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในโรงเรียน ให้นักเรียน ได้รับประสบการณ์ตรง อาทิ ห้องศูนย์วิชา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ฯลฯ พัฒนาการจัดการเรียนการสอน บริหารจัดการงานวิชาการ โดยเน้น ให้ ค รู จั ด การเรี ย นการสอนโดยยึ ด ผู ้ เ รี ย น เป็นสำคัญ มีการประเมินผลการเรียนรู้จาก สภาพจริ ง และส่ ง เสริ ม ให้ ค รู ท ำวิ จั ย ใน ชั้นเรียน จั ด กิ จ กรรม ๕ ส แนวคิ ด ในการ จั ด ระเบี ย บในสถานที่ ท ำงาน ก่ อ ให้ เ กิ ด

สภาพการทำงานที่ ด ี ปลอดภั ย มี ร ะเบี ย บ เรียบร้อย ทำให้เกิดคุณภาพในการทำงาน ได้แก่ สะสาง สะอาด สุ ข ลั ก ษณะ สร้ า งนิ สั ย และนำโรงเรียนสู่การประกันคุณภาพการศึกษา พั ฒ น า แ ห ล่ ง เ ร ี ย น รู ้ แ ล ะ จั ด บรรยากาศทางวิชาการ ขยายพื้นที่ด้านหลัง ห้องสมุดจัดให้เป็นห้องสมุดธรรมชาติ พั ฒ นาครู - อาจารย์ โ ดยจั ด สรร งบประมาณจากเงิน พ.กศ. และเงินบริจาค ปีละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท พัฒนา ICT ●


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ปรั บ ปรุ ง ระบบคอมพิ ว เตอร์ แ บบ เครือข่ายในห้องเรียน และของครู-อาจารย์

ให้ เ ป็ น ระบบ Window NT จำนวนเงิ น ๓๑๙,๒๐๐ บาท สร้ า งห้ อ งเรี ย นคอมพิ ว เตอร์ ๑ ห้ อ ง ด้ ว ยเงิ น บริ จ าคและเงิ น บำรุ ง การศึ ก ษา เพิ่ ม จาก ๒ ห้ อ ง เป็ น ๓ ห้ อ ง เป็นเงิน ๘๖๗,๓๒๐ บาท พัฒนาระบบบริหารงานด้วยระบบ คอมพิวเตอร์ เป็นเงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท พั ฒ นาเครื อ ข่ า ยแหล่ ง เรี ย นรู ้ ด้วยการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่อง พรินท์เตอร์ ให้ทุกหมวดวิชา/งาน/ฝ่ายต่าง ๆ เป็ น เงิ น ๔๖๐,๙๕๐ บาท พั ฒ นาอาคาร สถานที่ ●

๕๓

เป็นผู้นำในการของบประมาณจาก กรมสามั ญ ศึ ก ษา ก่ อ สร้ า งอาคารเรี ย น ฝึ ก งานชั่ ว คราว จำนวน ๔ ห้ อ ง ด้ ว ยเงิ น

บำรุงการศึกษาและเงินบริจาค รวมเป็นเงิน ๓๗๔,๙๒๐ บาท สร้างอาคารเรียน ๔๒๔ ล (พิเศษ) จำนวน ๑ หลัง วงเงิน ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท และบริ จ าคเงิ น ส่ ว นตั ว สมทบการก่ อ สร้ า ง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท สร้ า งอั ฒ จั น ทร์ เ ชี ย ร์ ก ี ฬ าด้ ว ยเงิ น บริจาคและเงินบำรุงการศึกษา รวมเป็นเงิน ๓๐๑,๓๘๒ บาท จั ด บรรยากาศแหล่ ง การเรี ย นรู ้ โดยการปรั บ ปรุ ง ห้ อ งเรี ย นอาคาร ๒ และอาคาร ๓ ด้ ว ยเงิ น งบประมาณและ เงินบริจาค เป็นเงิน ๕๐๕,๐๐๐ บาท ●


๕๔

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ปรั บ พื้นที่ ด ้านหน้าโรงเรียน ให้ เ ป็ น ถนนทางเข้ า โรงเรี ย นและที่ จ อดรถ เป็นเงิน ๔๗๓,๓๕๐ บาท ปรับปรุงห้องวิชาการ เป็ น เงิ น ๑๒๐,๐๐๐ บาท สร้ า งสวน เฉลิมพระเกียรติ เป็นเงิน ๕๐,๕๓๕ บาท สร้ า งเครื่ อ งกรองน้ ำ ดื่ ม เพื่ อ ให้

บุคลากรของโรงเรียนและนักเรียนมีน้ำดื่ม

ที่ ส ะอาดบริ สุ ท ธิ์ ด ้ ว ยเงิ น บริ จ าค เป็ น เงิ น ๑๙๒,๒๔๐ บาท ปรั บ ปรุ ง ห้ อ งสุ ข า เป็ น เงิ น ๒๒,๕๐๒ บาท ปรั บ ปรุ ง ห้ อ งสุ ข าเพื่ อ คนพิ ก าร และทำทางลาด เป็นเงิน ๑๙๕,๐๐๐ บาท ●

โรงเรียนศึกษานารี : จัดการศึกษาให้ได้ มาตรฐานสากล เปี่ ย มล้ น คุ ณ ธรรม

ล้ ำ เลิ ศ วิ ช าการ สื บ สานวั ฒ นธรรมไทย ใฝ่ใจในสถาบัน สร้างสรรค์สังคมไทย ใน พ.ศ. ๒๕๔๗ เมื่อได้รับมอบหมาย ให้ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการ โรงเรี ย นศึ ก ษานารี กรุ ง เทพมหานคร การบริ ห ารงานโรงเรี ย นศึ ก ษานารี ซ ึ่ ง เป็ น โรงเรี ย นขนาดใหญ่ มี นั ก เรี ย นประมาณ ๓,๘๐๐ คน ครู-อาจารย์ และบุคลากรอื่น ๆ ประมาณ ๔,๐๐๐ กว่ า คน แต่ โ รงเรี ย นมี เนื้อที่จำกัด เพียง ๕ ไร่เศษ ทำให้ประสบ ปั ญ หาเรื่ อ งสถานที่ แต่ ภ าพโดยรวมของ โรงเรี ย นศึ ก ษานารี นั ้ น เป็ น โรงเรี ย นที่ ม ี

ความพร้อมอยู่แล้วในหลาย ๆ ด้าน คณะครู มีความเข้มแข็งในการทำงาน แต่เพื่อให้โรงเรียน ศึกษานารีมีความดีเด่นอย่างยั่งยืนตลอดไป ท่านจึงวางแผนบริหารงานโรงเรียนศึกษานารี โดยใช้หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยให้ ครู ม ี ส่ ว นร่ ว มคิ ด ร่ ว มทำ ร่ ว มกั น กำหนด


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

วิสัยทัศน์ของโรงเรียนว่า “จัดการศึกษาให้ได้ มาตรฐานสากล เปี่ยมล้นคุณธรรม ล้ำเลิศ วิ ช าการ สื บ สานวั ฒ นธรรมไทย ใฝ่ ใ จใน สถาบั น สร้ า งสรรค์ สั ง คมไทย” และเพื่ อ ให้ ก ารจั ด การศึ ก ษาบรรลุ ว ิ สั ย ทั ศ น์ จึ ง วางแผนการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (SBM) ใช้ เ ทคนิ ค กลยุ ท ธ์ แ บบ Balance Scorecard โดยมีหลักในการบริหารงาน ดังนี้ บริหารและจัดการศึกษาเพื่อรองรับ การกระจายอำนาจ โดยใช้เทคโนโลยีทันสมัย ได้มาตรฐานสากล ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ ม ี ศั ก ยภาพเหมาะสมต่ อ การพั ฒ นา คุณภาพผู้เรียน พัฒนาบรรยากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เอื้อต่อการเรียนรู้และเสริมสร้างสุขภาพ กาย สุขภาพจิตที่ดีของผู้เรียน จั ด การศึ ก ษาตามศั ก ยภาพของ ผู้เรียน โดยมุ่งเน้นให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ตามแนววิถีพุทธ พั ฒ นาเยาวชนให้ น ิ ย มใช้ ข องไทย และอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ส่ ง เสริ ม ศั ก ยภาพการเรี ย นรู ้ แ ละ พัฒนาผู้เรียนให้ภูมิใจในสถาบัน พัฒนาเยาวชนให้เก่ง ดี มีสุข และ รู ้ จั ก ทำประโยชน์ ใ ห้ แ ก่ สั ง คม โดยยึ ด หลั ก เศรษฐกิจพอเพียง ประสานความร่ ว มมื อ ระหว่ า ง สถานศึกษากับชุมชนในการพัฒนาการศึกษา ●

๕๕

เทคนิ ค ในการบริ ห ารจั ด การเพื่ อ ให้ เป็นไปตามกลยุทธ์ที่กำหนดไว้ ได้ประยุกต์ แนวคิด ทฤษฎีการบริหารต่าง ๆ มาใช้ โดย เน้นให้บุคลากรทุกคนร่วมรับรู้ขอบข่ายงาน ในหน้าที่ที่รับผิดชอบและมีเป้าหมายในการ ทำงาน บุคลากรมีส่วนร่วมคิดร่วมวางแผน โดยวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา จุดอ่อน จุ ด แข็ ง อุ ป สรรค และโอกาส แล้ ว นำไป วางแผนจั ด การทำงาน/โครงการต่ า ง ๆ เมื่อถึงขั้นปฏิบัติงาน บุคลากรทุกคนก็ต้อง ร่ ว มทำ ร่ ว มตั ด สิ น ใจ กำหนดให้ ม ี ก าร ประชุ ม ร่ ว มกั น ระหว่ า งฝ่ า ยปฏิ บั ต ิ ก ารและ ฝ่ายบริหาร รับผิดชอบดำเนินการตามแผน โดยมี ขั ้ น ตอน มี ก ระบวนการนิ เ ทศ กำกั บ ติดตามให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด นอกจากนี้ จะต้ อ งร่ ว มประเมิ น ร่ ว มแก้ ไ ข และ ร่วมพัฒนาไปด้วยกัน โดยนำผลการประเมิน รายงานให้คณะทำงานรับทราบเพื่อปรับปรุง แก้ ไ ขหรื อ พั ฒ นาให้ ด ี ย ิ่ ง ขึ ้ น และให้ ทุ ก คน ร่วมภาคภูมิใจ มีขวัญกำลังใจในการทำงาน ชื่ น ชมยิ น ดี กั บ ความสำเร็ จ ร่ ว มกั น ท่ า น ปรั บ ปรุ ง โรงเรี ย นศึ ก ษานารี เป็ น โรงเรี ย น ที่ทันสมัยด้วยเทคโนโลยี ICT เช���น จั ด การปรั บ ปรุ ง ห้ อ งสมุ ด อิ เ ล็ ก - ทรอนิ ก ส์ ใ ห้ ม ี ช ี ว ิ ต ทั น สมั ย ด้ ว ยเทคโนโลยี

ด้วยเงินบริจาคจากคุณหญิงศรีศิริ กฤษณจันทร์ เป็นเงิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ●


๕๖

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

พัฒนาระบบ E-Office เพื่อใช้ติดต่อ สื่ อ สารภายในทุ ก หน่ ว ยงานของโรงเรี ย น ให้ ม ี ค วามคล่ อ งตั ว รวดเร็ ว และประหยั ด งบประมาณใช้กระดาษจัดทำเอกสาร ดังนี้ มีโปรแกรมการส่งข้อมูลผลการเรียน ของนักเรียน ระบบ Online ◆ พั ฒ นาโปรแกรมการส่ ง หนั ง สื อ

เวี ย นข้ อ มู ล ข่ า วสาร ระหว่ า ง กลุ่ ม บริ ห ารและกลุ่ ม สาระ การเรียนรู้ ◆ พัฒนาโปรแกรมการลงทะเบียน ว ิ ช า เ พ ิ่ ม เ ต ิ ม ข อ ง นั ก เ ร ี ย น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ ๓ และชั้นมัธยมศึกษา ปี ท ี่ ๕ โดยสามารถลงทะเบี ย น จากบ้านของนักเรียนได้ พัฒนาระบบ E-Lerning ของโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาค้นคว้าครบทุกกลุ่มสาระฯ ดังนี้ ◆ ปรั บ ปรุ ง ห้ อ งเรี ย นโครงการ พั ฒ นาศั ก ยภาพวิ ท ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ให้สามารถใช้สื่อ การสอนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ใช้ ก ระดานอิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์ อธิ บ ายโจทย์ ปั ญ หาทางเคมี ฟิ ส ิ ก ส์ โดยจั ด ให้ นั ก เรี ย นใช้ เครื่องคอมพิวเตอร์ครบทุกคน ●

ปรับปรุงห้องเรียนคอมพิวเตอร์ จำนวน ๓ ห้ อ งเรี ย น และ ห้ อ งสำหรั บ นั ก เรี ย นสื บ ค้ น ๑ ห้องเรียน (๓๐ เครื่อง) ดังนี้ ◆ มี โ ปรแกรมการเข้ า เว็ บ ไซต์ ที่ไม่พึงประสงค์ ◆ มี โ ปรแกรมการส่ ง งานนั ก เรี ย น ผ่านทางคอมพิวเตอร์ ◆ มีโปรแกรมป้องกันไม่ให้นักเรียน เ ล่ น เ ก ม ร ะ ห ว่ า ง ก า ร เ ร ี ย น การสอน ◆ มี โ ปรแกรมติ ว ข้ อ สอบเข้ า มหาวิทยาลัย โปรแกรมติวเข้ม ของอาจารย์กวดวิชาที่มีชื่อเสียง รวมทั ้ ง วี ด ิ ทั ศ น์ ก ารสอนของ อาจารย์จากโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ฯลฯ จั ด ทำระบบ E-Library ห้ อ งสมุ ด มีชีวิต ดังนี้ ◆ นักเรียนสามารถยืม-คืนหนังสือ

โดยใช้ระบบบาร์โค้ด ◆ ใช้การ Scan นิ้วมือของนักเรียน เพื่อบันทึกสถิติการเข้าใช้ห้องสมุด ของนักเรียนเป็นรายบุคคล ◆ นั ก เรี ย นสามารถสื บ ค้ น ข้ อ มู ล จากอินเทอร์เน็ตในห้องสมุดได้ ◆ มี E-Book ให้นักเรียนเข้าไปอ่าน ในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ ◆


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

จัดทำระบบ Website ของโรงเรียน (www.snr.ac.th) เพื่อเป็นสื่อเผยแพร่ผลงาน ของโรงเรียนศึกษานารี และเป็นแหล่งสืบค้น ข้อมูลของโรงเรียนแก่ผู้ที่สนใจ ดังนี้ ◆ จัดให้มี Web Board เพื่อใช้เป็น

การสื่อสารระหว่างโรงเรียนกับ นักเรียนเก่าที่จบการศึกษาไปแล้ว ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป ◆ จัดให้มีการทำข้อมูลบนเว็บไซต์ ให้เป็นปัจจุบัน ◆ จั ด ให้ ม ี ตั ว อย่า งสื่ อ การสอนของ ครูแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ◆ จัดอัลบั้มรูปกิจกรรมของโรงเรียน ไว้ในเว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรมต่อสาธารณชน พัฒนาระบบรักษาความปลอดภัย ภายในโรงเรียน จัดสร้างห้องศูนย์สื่อวิชาภาษาไทย เพื่ อ ใช้ เ ป็ น ห้ อ งเรี ย นและห้ อ งวิ ท ยบริ ก าร ให้นักเรียนใช้ศึกษาค้นคว้า จำนวน ๓ ห้อง คือ ห้องวรรณวิจิตร ห้องวิพิธอักษรา และ ห้องศูนย์วิชา โดยใช้เงินบริจาคจากคุณหญิง ศรีศิริ กฤษณจันทร์ เป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ●

๕๗

ป ฏ ิ บั ต ิ ห น ้ า ท ี่ เ ป็ น โ ร ง เ ร ี ย น พ ี่

ดูแลโรงเรียนน้อง โดยนำวิธีการบริหารและ จัดการต่าง ๆ ไปสู่โรงเรียนคู่พัฒนา ได้แก่ โรงเรียนมัธยมวัดดาวคะนอง โรงเรียนสหกิต โรงเรียนวัดเศวตฉัตร โรงเรียนวัดสุทธาราม โรงเรียนพี่ดูแลโรงเรียนน้อง โรงเรียนศึกษานารี ได้รับมอบให้ช่วยเหลือโรงเรียนน้อง ๕ แห่ง ได้แก่ ๑. โรงเรียนศึกษานารีอนุสรณ์ ๑ บ้ า นเมื อ งน้ อ ย ตำบลแม่ ว าง อำเภอเมื อ ง จังหวัดเชียงใหม่ ๒. โรงเรียนศึกษานารีอนุสรณ์ ๒ บ้านแม่สลัก ตำบลแม่นาวาง ตำบลแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ๓. โรงเรียนศึกษานารีอนุสรณ์ ๓ บ้านห้วยสาน ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ๔. โรงเรียนศึกษานารีอนุสรณ์ ๕ บ้านซับใหญ่ ตำบลหินลาด อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร ๕. โรงเรี ย นบ้ า นบ่ อ หลวง ตำบล บ่อเกลือใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ●


๕๘

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

สุจริต คือ เกราะบัง ศาสตร์พ้อง

ปัญญาประดุจดัง อาวุธ

สร้ า งเยาวชนให้ เ ป็ น คนที่ ส มบู ร ณ์ ทั้งร่างกายและจิตใจ มีความรู้คู่ความคิด และมีจิตมั่นในคุณธรรม จากการที่ ผู ้ อ ำนวยการสิ ร ิ ยุ พ า ได้ บริหารโรงเรียนถาวรานุกูล โรงเรียนราชินี บูรณะ และโรงเรียนศึกษานารี จะเห็นได้ว่า ท่านมีความมุ่งมั่น อดทน ทุ่มเททั้งสติปัญญา กำลังกาย และกำลังทรัพย์ เพื่อให้งานสำเร็จ ลุล่วงตามเป้าหมาย และเพื่อเป็นประโยชน์ ต่อประเทศชาติ การปฏิบัติงานในทุกโรงเรียน จะยึดหลัก ความซื่อสัตย์สุจริต จริงใจ และ จริงจัง โปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม ผู้ปกครอง จึงนิยมส่งบุตรหลานเข้าเรียน ท่านไม่เคยมี ประวั ต ิ ด่ า งพร้ อ ย เรื่ อ งการรั บ นั ก เรี ย น โดยดำเนินงานในรูปแบบของคณะกรรมการ อย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม และให้ความเป็นธรรม แก่ นั ก เรี ย นที่ ม าสมั ค รเข้ า เรี ย นทุ ก คน นอกจากนี ้ เ มื่ อ มี ก ารดำเนิ น งานเรื่ อ ง การจั ด ซื ้ อ จั ด จ้ า ง วั ส ดุ ค รุ ภั ณ ฑ์ ต่ า ง ๆ ของทุ ก โรงเรี ย น จะบริหารงานโดยแต่งตั้ง คณะกรรมการในโรงเรียนให้รับผิดชอบและ เน้นให้ดำเนินงานอย่างซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ไม่ เ คยถู ก สอบสวน ทางวินัยหรือมีประวัติเสียหายด้านการเงิน การปฏิบัติหน้าที่ทั้งครูผู้สอนและ ผู้บริหาร ท่านยึดมั่นอุดมการณ์ของความเป็น ครู โดยยึดหลักว่า “สร้างเยาวชน ให้เป็นคน ที่ ส มบู ร ณ์ ทั ้ ง ร่ า งกายและจิ ต ใจ มี ค วามรู ้

คู่ความคิด และมีจิตมั่นในคุณธรรม”

การปรับปรุง พัฒนาอาคารสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และสาธารณูปโภค โรงเรียนถาวรานุกูล : สร้างตึกเรียน ได้ในยุค IMF ขณะปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียน ถาวรานุ กู ล ใน พ.ศ. ๒๕๓๙ โรงเรี ย น ถาวรานุกูลมีอาคารเรียน ๓ หลัง มีนักเรียน จำนวน ๒,๒๐๐ คน ทำให้ห้องเรียนไม่เพียงพอ กับจำนวนนักเรียน ซึ่งกรมสามัญศึกษาได้ ให้งบพิเศษมาสร้างอาคารเรียนแบบพิเศษ ๔ ชั้น ในงบประมาณ ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไ ม่ม ี ผู ้ รั บ จ้ า งในวงเงิ น นี ้ และในตอนนั ้ น ราคากลางของอาคารนี้ราคา ๑๙ ล้านบาทเศษ ต่ อ มามี ผู ้ รั บ เหมาที่ เ ป็ น ผู ้ ม ี อุ ป การะคุ ณ

ได้ เ สนอในราคา ๑๖,๕๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้นักเรียนได้ใช้ประโยชน์ จากอาคารเรี ย น ผู ้ อ ำนวยการสิ ร ิ ยุ พ า จึงสนับสนุนการก่อสร้างด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว จำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้ โ รงเรี ย น ถาวรานุกูล เมื่อได้งบจากกรมสามัญศึกษา จะสร้างอาคารเรียนก็ติดปัญหาเรื่องสถานที่ ที่จะสร้างอาคาร เนื่องจากที่ดินที่จะสร้าง อาคารเรี ย นส่ ว นหนึ่ ง เป็ น ที่ ด ิ น ของเอกชน อยู่ตรงกลางโรงเรียน ซึ่งตามประวัติที่ผ่านมา ผู้อำนวยการโรงเรียนหลายท่านได้พยายาม ติ ด ต่ อ ขอซื ้ อ แต่ เ จ้ า ของไม่ ข าย จึ ง ต้ อ ง วางแผนการปฏิบัติงานโดยใช้วิธีกัลยาณมิตร กั บ เจ้ า ของที่ ด ิ น เช่ น ช่ ว ยถมดิ น แล้ ว ขอ อนุญาตให้นักเรียนปลูกกล้วย เมื่อต้นกล้วย มี ผ ลก็ จ ะนำไปให้ เ จ้ า ของที่ ด ิ น นอกจากนี ้


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ยังประสานแจ้งข่าวสารให้เจ้าของที่ดินทราบ เพราะถ้ากรมสามัญศึกษาให้งบมาจะสร้าง อาคารเรี ย นบริ เ วณใกล้ ท ี่ ด ิ น แล้ ว ถ้ า สร้ า ง อาคารเรี ย นแล้ ว จะทำอะไรไม่ไ ด้ เ นื่ อ งจาก เป็ น ที่ ด ิ น ตาบอด จนในที่ สุ ด ยอมขายให้

ในราคาประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โรงเรียน จึงสามารถดำเนินการสร้างอาคารเรียนได้ เมื่ อ ดำเนิ น การสร้ า งอาคารเรี ย นได้ ระยะหนึ่ง ประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นระยะ ที่ เ ศรษฐกิ จ ของประเทศตกต่ ำ มาก หรื อ ที่ เรียกว่า ยุค IMF ธนาคารต่าง ๆ ไม่อนุมัติเงินกู้ ทำให้ บ ริ ษั ท รั บ เหมาไม่ ม ี ทุ น ดำเนิ น การ ทิ้งงานไปประมาณ ๑ ปี ผู้อำนวยการสิริยุพา จึงต้องพยายามหาวิธีที่จะให้บริษัทรับเหมา มาสร้างอาคารเรียนให้เสร็จเพื่อราชการจะได้ ใช้ ป ระโยชน์ จึ ง ยื น ยั น กั บ บริ ษั ท รั บ เหมา ตอกเสาเข็มและร้านค้าอุปกรณ์การก่อสร้างว่า ถ้าทางบริษัทดำเนินการก่อสร้างอาคารเรียน ต่อตามสัญญาเมื่อมีการส่งมอบงานครั้งที่ ๑ ทางบริษัทรับเหมาจะต้องจ่ายเงินให้กับบริษัท ที่ ต อกเสาเข็ ม และร้ า นค้ า อุ ป กรณ์ ก าร ก่อสร้างแน่นอน ถ้าบริษัทรับเหมาไม่จ่ายเงิน ผู้อำนวยการสิริยุพา ต้องเป็นผู้จ่ายเงินให้เอง เป็ น จำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท บริ ษั ท

๕๙

รั บ เหมาก่ อ สร้ า งจึ ง มาดำเนิ น การสร้ า ง อาคารเรียนจนแล้วเสร็จตามสัญญา ใช้เวลา ก่ อ สร้ า งประมาณ ๒ ปี และในระหว่ า งที่ บริษัทรับเหมาก่อสร้างนี้ได้มีลูกของคนงาน ก่อสร้างที่ต้องเข้าเรียน จึงให้ความช่วยเหลือ โดยให้เข้าเรียนในโรงเรียนถาวรานุกูล และ บริ จ าคเงิ น เป็ น ทุ น การศึ ก ษาให้ แ ก่ ลู ก ของ คนงานก่อสร้างนี้รายละ ๒,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท จำนวน ๑๐ ทุน รวมเป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท การปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้อำนวยการ โรงเรียนถาวรานุกูลนั้น ท่านทุ่มเทเสียสละ และต้องมีความอดทนเป็นอย่างสูง เพื่อที่จะ ทำให้ โ รงเรี ย นถาวรานุ กู ล เป็ น แหล่ง เรี ย นรู ้ ที่ ทั น สมั ย แต่ ส ภาพโรงเรี ย นถาวรานุ กู ล ในระยะนั ้ น ยั ง ไม่ เ รี ย บร้ อ ย บุ ค ลากรของ โรงเรียนมีความเชื่อมั่นตนเองสูง มีความคิด หลากหลาย จึ ง ต้ อ งพยายามวางแผน บริหารงานเพื่อสร้างความสามัคคี และติดต่อ หาเครื อ ข่ า ย ผู ้ ม ี จ ิ ต ศรั ท ธา คหบดี ท ี่ เ ป็ น ผู ้ ป กครองนั ก เรี ย นที่ ผู ้ อ ำนวยการสิ ร ิ ยุ พ า เคยสอนในจังหวัดนครปฐม ให้ไปช่วยเหลือ ด้านกิจกรรมการศึกษาของโรงเรียนถาวรานุกูล ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างมาก


๖๐

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

โรงเรียนราชินีบูรณะ : ทอดผ้าป่าการศึกษา เพื่อพัฒนาโรงเรียน เมื่ อ กรมสามั ญ ศึ ก ษามี ค ำสั่ ง ให้ ท่ า น ย้ า ยไปปฏิ บั ต ิ ห น้ า ที่ เ ป็ น ผู ้ บ ริ ห ารโรงเรี ย น ราชิ น ี บู ร ณะ จั ง หวั ด นครปฐม เมื่ อ วั น ที่ ๑๒ ตุ ล าคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ขณะนั ้ น พบว่ า โรงเรียนราชินีบูรณะมีปัญหาเรื่องห้องเรียน ไม่ เ พี ย งพอ โดยเฉพาะห้ อ งเรี ย นพิ เ ศษ และในช่วงเวลาดังกล่าว ภาวะเศรษฐกิจของ ประเทศอยู่ในช่วงที่เรียกว่า “ภาวะเศรษฐกิจ ฟองสบู่ ” จึ ง ยากที่ จ ะหางบประมาณมา พั ฒ นาโรงเรี ย น เพื่ อ ให้ นั ก เรี ย นได้ ใ ช้ ประโยชน์ แต่ผู้อำนวยการก็พยายามหาทางที่ จะหางบประมาณมาดำเนิ น การให้ ไ ด้ โดย กรมสามัญศึกษาไม่ได้จัดสรรงบประมาณให้ ต้องหาการบริจาค จึงเป็นการเสี่ยงที่จะทำให้ สำเร็จ แม้ว่าจะเป็นการเสี่ยงต่อการปฏิบัติ หน้ า ที่ ก็ ต าม โดยได้ ว างแผนที่ จ ะหางบ ก่อสร้างอาคารเรียนพิเศษ ๕ ชั้น และอาคาร อเนกประสงค์ ๓ ชั้น รวม ๒ อาคาร ซึ่งต้อง ใช้งบประมาณ จำนวน ๒๐,๘๐๐,๐๐๐ บาท จึงได้ดำเนินการร่วมกับสมาคมผู้ปกครอง ครู และศิษย์เก่าราชินีบูรณะ คณะครู-อาจารย์ นักเรียน นักการ ยาม และคนงานในโรงเรียน

ราชินีบูรณะ จัดทอดผ้าป่าการศึกษาโดยใช้ วิ ธ ี ก ารจารึ ก ชื่ อ ผู ้ บ ริ จ าคไว้ ท ี่ อ าคารเรี ย น หากบริจาคตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ บาท จะเขียนชื่อไว้ ที่ อ าคารพิ เ ศษ ๕ ชั ้ น ซึ่ ง อาคารนี ้ ช ื่ อ ว่ า “อาคารเฉลิ ม พระเกี ย รติ ส มเด็ จ พระเทพ รั ต นราชสุ ด าฯ สยามบรมราชกุ ม ารี ” ถ้าบริจาคเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท จะจารึกชื่อ

ผู้บริจาคไว้ที่หน้าห้องเรียน และสำหรับอาคาร อเนกประสงค์ ๓ ชั ้ น ได้ ม ี ผู ้ บ ริ จ าคถึ ง ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท จึงใช้ชื่อผู้บริจาคเป็นชื่อ อาคาร ชื่อว่า “อาคารสุนทร-ทัศนีย์ เทียนทอง” ในการนี้ผู้อำนวยการได้บริจาค ๒๐๐,๐๐๐ บาท เป็นทุนประเดิมเริ่มแรก สำหรับการประสานงาน ระดมทรั พ ยากรจากชุ ม ชนคหบดี ช าว นครปฐม เพื่อทอดผ้าป่าในครั้งนี้ ได้สร้าง สั ม พั น ธ์ กั บ ชุ ม ชนถึ ง ๓ ครั ้ ง ครั ้ ง ที่ ๑ ไปเยี่ยมเยียนเพื่อสร้างกัลยาณมิตร ครั้งที่ ๒ ไปบอกบุญเชิญชวนร่วมทอดผ้าป่า และครั้งที่ ๓ ไปขอบคุณชุมชน ซึ่งการเดินทางไปแต่ละครั้ง ก็จะใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวนำสิ่งของไปมอบให้ เป็นการขอบคุณ จากความพยายามดังกล่าว ทำให้การทอดผ้าป่าครั้งนี้ได้รับแรงศรัทธา จากชุ ม ขนชาวนครปฐมเป็ น เงิ น ทั ้ ง สิ ้ น ๑๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สิบสองล้านบาทถ้วน)


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

นอกจากนี ้ ไ ด้ สั ง เกตเห็ น สภาพของ นักเรียนราชินีบูรณะบางคนไม่ได้รับประทาน อาหารกลางวั น ทราบว่ า นั ก เรี ย นมี ฐ านะ ทางบ้านขัดสน จึงวางแผนช่วยเหลือนักเรียนที่มี ปั ญ หาขั ด สน โดยคิ ด ก่ อ ตั ้ ง มู ล นิ ธ ิ เ พื่ อ เป็ น

ทุนการศึกษาให้นักเรียน ใช้ชื่อทุนว่า “มูลนิธิ สมบั ต ิ - สิ ร ิ ยุ พ า ศกุ น ตะเสฐี ย ร” ใช้ ท รั พ ย์ ส่วนตัวบริจาคเป็นกองทุนเริ่มแรก จำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่ ง ล้ า นบาทถ้ ว น) กำหนดวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ ดังนี้ ๑. เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียน ๒. เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่บุตร-ธิดา ครู-อาจารย์ และลูกจ้างประจำของโรงเรียน ราชินีบูรณะ ๓. เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโรงเรียน ๔. เพื่ อ ดำเนิ น การหรื อ ร่ ว มมื อ กั บ องค์กรการกุศลอื่น ๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ ๕. ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ประการใด สำนั ก งานมู ล นิ ธ ิ ตั ้ ง อยู่ ณ โรงเรี ย น ราชินีบูรณะ เลขที่ ๙ ถนนหน้าพระ ตำบล พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัด นครปฐม

๖๑

ท่ า นได้ ม ี ค วามมุ่ ง มั่ น ที่ จ ะพั ฒ นา โรงเรียนราชินีบูรณะทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้าน อาคารสถานที่และด้านวิชาการ ตลอดเวลา ของการปฏิ บั ต ิ ง านได้ ทุ่ ม เทเสี ย สละเพื่ อ ประโยชน์ แ ก่ ก ารศึ ก ษาของชาติ โดยมี ผ ล การปฏิบัติงาน ดังนี้ ป รั บ ป รุ ง ห ้ อ ง โ ส ต ทั ศ น ศ ึ ก ษ า ให้ เ ป็ น ห้ อ งเรี ย นมั ล ติ ม ี เ ดี ย ที่ ทั น สมั ย และ เพียงพอกับจำนวนนักเรียน จัดการเรียนการสอนที่เสริมอาชีพ

ให้แก่นักเรียน เช่น จัดให้มีกิจกรรมการเรียน เสริมสวย สร้างห้องเรียนเสริมสวยและห้อง คหกรรม ปรั บ ปรุ ง และจั ด ให้ ม ี แ หล่ ง เรี ย นรู ้

ในโรงเรียน เช่น จัดห้องศูนย์วิชาการต่าง ๆ ห้องศูนย์ภาษาไทย สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ ห้องคหกรรม ห้องประดิษฐ์ดอกไม้ ห้องเย็บผ้า และห้อง พิมพ์ดีด (มีจำนวน ๘๕ เครื่อง) จั ด หาครู - อาจารย์ ท ี่ ม ี ค วามรู ้ ความสามารถพิเศษและเฉพาะทางมาพัฒนา ศิ ษ ย์ เช่ น จั ด หาอาจารย์ ต่ า งประเทศมา ช่ ว ยสอนภาษาอั ง กฤษ จั ด หาอาจารย์ จ าก มหาวิทยาลัยมาช่วยสอนพิเศษให้กับนักเรียน ●


๖๒

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ปรั บ ปรุ ง โรงอาหาร ห้ อ งสุ ข า ให้สะอาดถูกสุขลักษณะ จั ด หาอาคารเรี ย นและสถานที ่

ให้ เ พี ย งพอกั บ ความต้ อ งการ โดยได้ รั บ การสนับสนุนจากชุมชน จัดหาน้ำดื่มสะอาดด้วยการติดตั้ง

เครื่ อ งกรองน้ ำ ดื่ ม ที่ ส ะอา���เพี ย งพอกั บ นักเรียน จำนวน ๓,๐๐๐ กว่าคน จัดหาเครื่องดนตรีโฟล์คซอง ดนตรี สากล ดนตรีไทย เครื่องดนตรีวงโยธวาทิต และโปงลาง จั ด หาเครื่ อ งออกกำลั ง กาย และ สนั บ สนุ น ความสามารถทางกี ฬ า กรี ฑ า แก่นักเรียนทุกคนเพื่อให้มีสุขภาพดี สมบูรณ์ แข็งแรง ปรั บ ปรุ ง โรงอาหาร ห้ อ งสุ ข า ให้สะอาดถูกสุขลักษณะ ●

กุมสติต่างโล่ป้อง อาจแกล้ว กลางสนาม รางวัลจากการปฏิบัติงาน โรงเรียนถาวรานุกูล : โรงเรียนมัธยมศึกษา คุณภาพดีเด่น โรงเรียนผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ระดับ

ดีมาก จากกรมสามัญศึกษา พ.ศ. ๒๕๓๙๒๕๔๑ โรงเรียนได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียน มัธยมศึกษาคุณภาพดีเด่นของเขตการศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๔๑ ระดับจังหวัด ได้รับรางวัลห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ

กาญจนาภิ เ ษกดี เ ด่ น ประเภทโรงเรี ย น ขนาดใหญ่ ได้ รั บ รางวั ล การพั ฒ นาห้ อ งสมุ ด

ดี เ ด่ น กรมสามั ญ ศึ ก ษา สถานศึ ก ษาที่ จั ด จริยศึกษาดีเด่น พ.ศ. ๒๕๓๗, ๒๕๔๗ ●


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ การจัด กิ จ กรรมตามโครงการเสมารวมใจต้ า นภั ย

ยาบ้า ได้รับโล่เกียรติยศจัดกิจกรรมรณรงค์ ป้ อ งกั น การติ ด ยา และสารเสพติ ด ดี เ ด่ น เขตการศึกษา ๕ โรงเรี ย นได้ รั บ รางวั ล ชนะเลิ ศ

ระดับภาค (ภาคกลาง) ใน พ.ศ. ๒๕๔๒ สถานศึกษารณรงค์ป้องกันโรคเอดส์

ดีเด่น รางวั ล สถานศึ ก ษาดี เ ด่ น ในการ รวมใจสู้ภัยเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๔๑, ๒๕๔๒ โรงเรี ย นมั ธ ยมศึ ก ษาดี เ ด่ น ด้ า น สาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๔๐, ๒๕๔๑ รางวัลที่จัดแหล่งน้ำในสถานศึกษา ดีเด่น จังหวัดสมุทรสงคราม โรงเรียนที่จัดแหล่งน้ำในสถานศึกษา ดีเด่น จังหวัดสมุทรสงคราม โรงเรี ย นได้ รั บ รางวั ล กองลู ก เสื อ

ตัวอย่าง จังหวัดสมุทรสงคราม นักเรียนรางวัลพระราชทาน ระดับ

มัธยมศึกษาตอนต้น ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม รับรางวัลรองชนะเลิศ หน่ ว ยงานดี เ ด่ น ที่ จั ด กิ จ กรรม ทางวัฒนธรรมไทย เขตการศึกษา ๕ ●

๖๓

โรงเรี ย นราชิ นี บู ร ณะ : โรงเรี ย นสี ข าว เฉลิมพระเกียรติ ได้ รั บ การคั ด เลื อ กและประกาศ ให้เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาคุณภาพดีเด่น ได้รับการยกย่องเป็นโรงเรียนสีขาว เฉลิมพระเกียรติ ปลอดยาเสพติด ได้ รั บ การคั ด เลื อ กเป็ น โรงเรี ย น ดีเด่นด้านการส่งเสริมการปฏิรูปการศึกษา ได้ รั บ การคั ด เลื อ กเป็ น โรงเรี ย น ที่ดำเนินโครงการโรงเรียนสีขาวได้ผลดี โดย สถานศึกษาปลอดจากสารเสพติด การพนัน สื่อลามก และการทะเลาะวิวาท ได้รั บ เกียรติบั ต รยกย่ อ งเป็ น

โรงเรี ย นที่ เ ข้ า ร่ ว มกิ จ กรรมโครงการ เสริมสร้างน้ำใจไมตรี ●


๖๔

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

โรงเรี ย นศึ ก ษานารี : โรงเรี ย นปฏิ รู ป

การศึกษาดีเด่น บริ ห ารสถานศึ ก ษา จั ด การเรี ย น การสอนตามแนววิถีพุทธประสบความสำเร็จ โรงเรียนได้รับรางวัลเสาเสมาธรรมจักร โรงเรียนรางวัลพระราชทาน โรงเรี ย นที่ ส ามารถดำเนิ น งาน ป้ องกั น และแก้ ไ ขปั ญ หายาเสพติ ด ได้อ ย่า ง มีประสิทธิภาพ ได้ รั บ คั ด เลื อ กให้ เ ป็ น ๑ ใน ๑๑ โรงเรียนของกรุงเทพมหานคร ให้ดูแล นักเรียนโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนภายใน ประเทศ ของสำนั ก งานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน โ ร ง เ ร ี ย น ท ี่ จั ด ร ะ บ บ ก า ร ดู แ ล ช่ ว ยเหลื อ นั ก เรี ย น ได้ ร ะดั บ มาตรฐาน คุณภาพดีเด่นของกรมสามัญศึกษา ได้ รั บ การประเมิ น เป็ น โรงเรี ย น ปฏิรูปการศึกษาดีเด่น ของกรมสามัญศึกษา ●

● ●

ห้องสมุดโรงเรียนดีเด่น ด้านการจัด บรรยากาศห้องสมุด ของกรมสามัญศึกษา โรงเรี ย นที่ พั ฒ นาห้ อ งสมุ ด ได้

มาตรฐานของกรมสามัญศึกษา โรงเรียนที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ โครงการส่งเสริมการประกวดแข่งขันดนตรี และดนตรี น าฏศิ ล ป์ พ ื ้ น เมื อ งของนั ก เรี ย น ในระดับภาคและระดับประเทศ โรงเรี ย นที่ ใ ห้ ค วามร่ ว มมื อ ในการ รณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ในกลุ่มเยาวชนไทย พ.ศ. ๒๕๔๘ ในโครงการ NO SMOKING ACTING CONTEST โรงเรี ย นประธานสหวิ ท ยาเขต กรุงธนบุรี ๑ และเป็นโรงเรียนพี่มีหน้าที่ดูแล โรงเรียนน้องในกรุงเทพมหานคร ๔ โรงเรียน คือ โรงเรียนมัธยมวัดดาวคะนอง โรงเรียน ธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ โรงเรียนฤทธิณรงค์รอน และโรงเรียนจรวยพรศึกษา ●


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ได้ รั บ ทุ น สนั บ สนุ น จากธนาคาร กสิ ก รไทย เป็ น เงิ น ๒๖,๐๐๐ บาท ใน “โครงการน้ ำ ใสทั่ ว ไทย ดุ จ น้ ำ พระทั ย พระราชิ น ี ” เพื่ อ ดำเนิ น การรั ก ษาแหล่ง น้ ำ รอบ ๆ โรงเรียน ได้ รั บ รางวัลชนะเลิศการประกวด ร้องเพลงและจินตลีลา งานอาสายุวกาชาด งานครบรอบ ๘๐ ปี วันคล้ายวันสถาปนา ยุวกาชาดไทย ณ สนามศุภชลาศัย ได้ รั บ รางวั ล ชนะเลิ ศ การเดิ น สวนสนามและปฏิ ญ าณตนของยุ ว กาชาด งานครบรอบ ๘๐ ปี วันคล้ายวันสถาปนา ยุวกาชาดไทย ณ สนามศุภชลาศัย นางสาวปริณดา ทยานุกูล นักเรียน ชั ้ น มั ธ ยมศึ ก ษาปี ท ี่ ๖ ได้ รั บ พระราชทาน เข็ ม เชิ ด ชู เ กี ย รติ จ าก สมเด็ จ พระเทพรั ต น ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นนักเรียน รางวั ล พระราชทาน และได้ รั บ ทุ น เรี ย นต่ อ ●

๖๕

ปริญญาเอก จากโครงการพัฒนาอัจฉริยะ ทางวิ ท ยาศาสตร์ ส ำหรั บ เด็ ก และเยาวชน โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก สวทช. (สำนักงาน พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) และ สกว. (สำนั ก งานกองทุ น สนั บ สนุ น การวิ จั ย ) และมหาวิ ท ยาลั ย เทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้ รั บ รางวั ล พระราชทานเสาเสมา ธรรมจักร จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แชมป์ฤดูหนาว ดนตรีลูกทุ่งเยาวชน รายการชิงช้าสวรรค์คอนเทสต์ ครั้งที่ ๒ ได้ รั บ คั ด เลื อ กให้ เ ป็ น โรงเรี ย นที่ ม ี วิธีปฏิบัติดีเลิศ โรงเรียนต้นแบบขนาดใหญ่ จากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ และสถาบัน พั ฒ นาครู แ ละบุ ค ลากรทางการศึ ก ษา จากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ●


๖๖

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ได้ รั บ รางวัลชนะเลิศการประกวด ดนตรีไทยพื้นเมืองวงปี่พาทย์ไม้แข็งเครื่องคู่ ระดับประเทศ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ แชมป์ออฟเดอะแชมป์ ดนตรีลูกทุ่งเยาวชน รายการชิงช้าสวรรค์คอนเทสต์ ครั้งที่ ๒ ผ่ า นการประเมิ น จากสำนั ก งาน รั บ รองมาตรฐาน และประเมิ น คุ ณ ภาพ การศึ ก ษาโครงการมหาชน (สมศ.) ระดั บ ดีมาก ทุกมาตรฐาน ผ่ า นการประเมิ น จากสำนั ก งาน เขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๓ ระดับดีมาก ทุกมาตรฐาน ได้ รั บ คั ด เลื อ กให้ เ ป็ น โรงเรี ย น สำหรั บ ศึ ก ษาดู ง านของโรงเรี ย นที่ ร่ ว ม โครงการวิธีที่ปฏิบัติเป็นเลิศ ด้านระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียน ●

เป็นโรงเรียนต้นแบบของผู้บริหาร ในการศึกษา อบรมปฏิบัติ เพื่อดำรงตำแหน่ง ผู้บริหารสถานศึกษา ได้รับโล่ธนาคารโรงเรียน ส่งเสริม การออมดีเด่น จากธนาคารออมสิน สาขา สำนักงานใหญ่ ได้ รั บ รางวั ล ยอดเยี่ ย ม โรงเรี ย น ขนาดใหญ่จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรุ ง เทพมหานคร เขต ๓ ในการประเมิ น ระบบดูแลการช่วยเหลือนักเรียน เป็ น โรงเรี ย นต้ น แบบนำร่ อ งเรื่ อ ง “ผู้นำการเปลี่ยนแปลงการกระจายอำนาจ ในโรงเรียน” ได้ รั บ เลื อ กจากมู ล นิ ธ ิ ส่ ง เสริ ม โอลิ ม ปิ ก วิ ช าการและพั ฒ นามาตรฐาน วิ ท ยาศาสตร์ (สอวน.) ในพระอุ ป ถั ม ภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ●


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นศูนย์ ด ำ เ น ิ น ก า ร รั บ ส มั ค ร แ ล ะ ส อ บ แ ข่ ง ขั น วิ ท ยาศาสตร์ โ อลิ ม ปิ ก แห่ ง ประเทศ ระดั บ มัธยมศึกษาตอนต้นของสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๓ เป็ น โรงเรี ย นในโครงการนำร่ อ ง การเสริ ม สร้ า งศั ก ยภาพนั ก เรี ย นที่ ม ี

ความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เป็นโรงเรียนต้นแบบการใช้หลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ●

๖๗

ได้ เ ข้ า ร่ ว มโครงการโรงเรี ย น สู่ ม าตรฐานสากล ๑ ใน ๕๐๐ โรงเรี ย น ทั่วประเทศ นั ก เ ร ี ย น ส อ บ ไ ด ้ ทุ น เ ร ี ย น ด ี วิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ตามโครงการ พัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ ของ สกอ. กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับทุนต่อเนื่องตั้งแต่ ปริญญาตรี โท เอก ๒ คน ได้แก่ นางสาว ฐานิกา โรจน์ทะนง ศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี จุ ฬ าลงกรณ์ ม หาวิ ท ยาลั ย และ นางสาวอรดา ศรี วั ฒ นานุ กู ล กิ จ ศึ ก ษา ในคณะวิ ท ยาศาสตร์ สาขาพั น ธุ ศ าสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ●


๖๘

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

สานสัมพันธ์กับชุมชน ในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนถาวรานุกูล ท่านได้อุทิศเวลาและปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ โดย เป็นคณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่นของจังหวัด สมุทรสงคราม ดังนี้ เป็ น ประธานศู น ย์ วั ฒ นธรรม, กลุ่ ม โรงเรี ย นมั ธ ยมศึ ก ษา, ศู น ย์ เ อ เอฟ เอส, ศู น ย์ พั ฒ นาวิ ช าการ (ศู น ย์ ข ้ อ สอบ, ศู น ย์ สิ่ ง แวดล้ อ ม, ศู น ย์ว ิ ท ยบริ ก าร, ศู น ย์พั ฒ นา การเรี ย นการสอนวิ ช าภาษาไทย) เป็ น

คณะกรรมการเหล่ า กาชาด, บริ ห ารงาน อุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จ พระพุ ท ธเลิ ศ หล้ า นภาลั ย , อนุ ก รรมการ พัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม, กรรมการ หน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจ (นปก.) กรรมการ ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว, กรรมการ ฝ่ า ยวิ ช าการในคณะกรรมการการศึ ก ษา การศาสนา และวัฒนธรรม, กรรมการตัดสิน การประกวดสถานศึ ก ษาและชุ ม ชนดี เ ด่ น ในการรวมใจสู้ภัยเศรษฐกิจ, กรรมการและ เลขานุการสภาวัฒนธรรมสตรี คณะทำงาน แก้ ไ ขปั ญ หายาเสพติ ด ในสถานศึ ก ษา ก ร ร ม ก า ร บ ร ิ ห า ร แ ล ะ พั ฒ น า อ นุ ส ร ณ์ แฝดสยาม อิน-จัน ในฐานะผู ้ อ ำนวยการโรงเรี ย นราชิ น ี บูรณะ ท่านได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ที่ เกี่ ย วข้ อ งกั บ ชุ ม ชนในจั ง หวั ด นครปฐมด้ ว ย เช่น ได้รับการแต่งตั้งจากกรมสามัญศึกษา ให้เป็นวิทยากรพี่เลี้ยงในการอบรมผู้บริหาร

ณ สถาบันพัฒนาผู้บริหาร จังหวัดนครปฐม และได้ รั บ การยกย่ อ งให้ เ ป็ น ผู ้ บ ริ ห าร สถานศึกษาดีเด่น รับรางวัล “เข็มครุสดุดี” ประจำปีการศึกษา ๒๕๔๕ การปฏิบัติงาน อื่น ๆ ร่วมกับชุมชน เช่น เป็นประธานศูนย์ เอ เอฟ เอส, ศูนย์พัฒนาการเรียนการสอน วิ ช าคณิ ต ศาสตร์ , ศู น ย์ พั ฒ นาการเรี ย น การสอนกิ จ กรรมยุ ว กาชาด, ศู น ย์ พั ฒ นา การเรี ย นการสอนวิ ช าภาษาฝรั่ ง เศส, ศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนวิชาแนะแนว, กลุ่ ม โรงเรี ย นมั ธ ยมศึ ก ษา กลุ่ ม ที่ ๑, เป็ น คณะกรรมการสามั ญ ศึ ก ษา, ชมรม บาสเกตบอล, กลุ่ ม โรงเรี ย นมั ธ ยมศึ ก ษา กลุ่ ม ที่ ๑, เป็ น รองประธานสหวิ ท ยาเขต อำเภอเมื อ งนครปฐม, เป็ น คณะทำงาน จัดการประชุมสัมมนาผู้บริหารและบุคลากร ทางการศึ ก ษางาน “เสมา’๔๕ : เปิ ด โลก การศึ ก ษาขั ้ น พื ้ น ฐาน” เป็ น วิ ท ยากรอบรม เชิงปฏิบัติการครูผู้สอน กิจกรรมยุวกาชาด ของสำนักงานสามัญศึกษา จากผลงานที่ปรากฏและรางวัลต่าง ๆ ที่ผู้อำนวยการสิริยุพาได้รับการยกย่องอย่าง มากมาย เป็ น หลั ก ฐานที่ ป ระจั ก ษ์ ว่ า ท่ า น เป็ น นั ก พั ฒ นาที่ ม ี ว ิ สั ย ทั ศ น์ ทั ้ ง ด้ า นพั ฒ นา กระบวนการเรี ย นการสอน สื่ อ การเรี ย นรู ้ อาคารสถานที่ บุ ค ลากร ทั ้ ง นี ้ ด้ ว ยการ ประสานสั ม พั น ธ์ กั บ ชุ ม ชน และการทำงาน เป็ น ที ม ดั ง ที่ ท่ า นได้ ใ ห้ สั ม ภาษณ์ มี แ ง่ มุ ม ที่น่าคิดว่า


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

“การทำงาน ถ้าไม่มีคนสนับสนุนงานก็ไม่เสร็จ จึงอยากฝากถึงผู้ที่กำลังท้อแท้ต่อชีวิตว่า การทำงาน ทุกอย่าง ก็ต้องมีปัญหา แต่ขอให้เราให้โอกาสกับ

ตัวเราเอง และพยายามคิดว่าสาเหตุมันอยู่ตรงไหน สาเหตุ มั น คื อ อะไร ทุ ก คนก็ จ ะแก้ ปั ญ หาได้ และ

สิ่งสำคัญคือ การที่เราได้ทำงานเรามีความซื่อสัตย์

มี ค วามจริ ง ใจให้ กั บ ทุ ก คน เราก็ จ ะได้ รั บ สิ่ ง ดี ๆ ตอบแทน” ผู้ อ ำนวยการสิ ร ิ ยุ พ า ไม่ ใ ช่ ค รู ใ นอุ ด มคติ

แต่ เ ป็ น ครู ผู้ ม ี อุ ด มการณ์ ท ี่ ม ี ตั ว ตนจริ ง สมควร

ใช้ แ นวทางการปฏิ บั ต ิ ง านของท่ า นเป็ น ต้ น แบบ

เพื่อพัฒนางาน ในหน้าที่ สังคม และประเทศชาติ

อันเป็นที่รักของเรา

๖๙


๗๐

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

๗๑

ค รู นั ก พั ฒ น า วิ ถี ชี วิ ต ข อ ง ช น เ ผ่ า “...การได้ รั บ รางวั ล และเกี ย รติ ย ศ

อั น ยิ่ ง ใหญ่ ส ง่ า งาม ณ วั น นี้ ก็ ไ ม่ ใ ช่ เครื่ อ งหมายของการถึ ง จุ ด สิ้ น สุ ด ของ

แรงพลังแห่งความตั้งใจอันใหญ่หลวงที่เรียกว่า “อุ ด มการณ์ ” งานและความมุ่ ง มั่ น ยั ง คง ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนว่าจะ เพิ่มมากขึ้นทุกด้านทั้งที่มิมีใครบังคับขู่เข็ญ ให้ ท ำ แต่ มั น เกิ ด ขึ้ น เองภายใต้ จ ิ ต สำนึ ก

ที่ เ ปี่ ย มพลั ง สร้ า งสรรค์ ม ากท่ ว มท้ น อย่ า ง ประหลาด ดังน้ำทิพย์วิเศษที่หลั่งไหลมาจาก กระทรวงต้นสังกัดโดยตรงรวมถึงคนทั่วไป ทั้ ง ประเทศที่ แ สดงความชื่ น ชมยิ น ดี อ ย่ า ง หลากหลายช่ อ งทางการสื่ อ สารตลอดมา

ทั้งรู้จักและไม่รู้จัก ข้ า พเจ้ า ขอขอบคุ ณ ไว้ ณ โอกาสนี้ โดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง ขอกราบขอบพระคุ ณ ท่ า นคณะกรรมการการคั ด สรรทุ ก ท่ า น

และผู้ ม ี ส่ ว นเกี่ ย วข้ อ งทุ ก คนที่ ใ ห้ เ กี ย รติ

ให้ข้าพเจ้ามีวันแห่งเกียรติยศอันสูงส่งของ ชีวิตครูวันนี้” นั่นคือความรู้สึกของ “ครูศิริพร หมั่นงาน” ครูโรงเรียนบ้านวังอ้ายคง อำเภอเทพสถิต จั ง หวั ด ชั ย ภู ม ิ ผู ้ ไ ด้ รั บ การคั ด เลื อ กเป็ น “ยอดครู ผู ้ ม ี อุ ด มการณ์” ปี ๒๕๕๔ ของสำนั ก งาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


๗๒

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

เริ่มแรกของการเป็นครู เมื่ อ จบชั ้ น มั ธ ยมศึ ก ษา ครู ศ ิ ร ิ พ ร ได้เลือกสอบครูทุนประจำตำบล โดยเลือก ตำบลที่มีคนภูเขาอาศัยอยู่ คือที่ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ และเข้าศึกษา ที่วิทยาลัยครูนครราชสีมา ๒ ปี จบหลักสูตร ประกาศนียบัตรการศึกษา เป็นครูทุนตำบล ที่ทางศึ ก ษาจั ง หวั ดจัดส่งไปประจำในพื้นที่ กั น ดารของท้ อ งที่ ต ำบลที่ รั บ ทุ น การศึ ก ษา และได้ถูกส่งตัวไปบรรจุรับราชการที่โรงเรียน บ้านวังอ้ายคง ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จั ง หวั ด ชั ย ภู ม ิ ตั ้ ง แต่ วั น ที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ โรงเรียนบ้านวังอ้ายคง ตั้งอยู่ที่หมู่ ๖ ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ก่ อ ตั ้ ง มาตั ้ ง แต่ ป ี ๒๕๑๗ เป็ น โรงเรี ย น ขยายโอกาสที่ จั ด การเรี ย นการสอนตั ้ ง แต่

ระดับปฐมวัยถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ สภาพ ภูมิศาสตร์ของโรงเรียนเป็นพื้นที่กึ่งที่ราบและ ภูเขา ประชากรในชุมชนมีความหลากหลาย ทางด้านภาษาวัฒนธรรมและความเชื่อที่โดดเด่น คือ กลุ่มชาติพันธุ์ญัฮกุร (อ่านว่า หย๊ะ-กรุ้น แปลว่ า คนภู เ ขา) เป็ น คนไทยเชื ้ อ สาย มอญโบราณสมัยทวารวดี มีภาษาและการ แต่งกายเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง คนทั่วไป เรียกเขาว่า “ชาวบน” แต่ เขาชอบให้เรีย��� ตัวเองว่า “คนดง” ซึ่งชนเหล่านี้มีแต่ภาษาพูด ไม่มีภาษาตัวเขียน ครูศิริพร เริ่มงานที่โรงเรียน แห่งนี้ท่ามกลางบริบท

วันแรกของการปฏิบัติหน้าที่ครู ครูศิริพร ได้เดินทางพร้อมกับมารดา ไปโรงเรียนด้วย การเดินเท้าในระยะทาง ๘ กิโลเมตร จากทาง รพช. ท่ า มกลางต้ น ไม้ ใ หญ่ น ้ อ ยเป็ น ป่ า ทึ บ

ที่มีเพียงรอยทางเกวียนเล็ก ๆ ให้เดินไป “...ข้าพเจ้าออกเดินทางตั้งแต่เช้า ถึงหมู่บ้านในตอนบ่ายเพราะไม่มีรถโดยสาร รุ่งขึ้นข้าพเจ้าไปโรงเรียนเด็ก ๆ ตื่นเต้น กันใหญ่ เนื่องจากเป็นครูผู้หญิงคนแรกที่ ดั้นด้นมาถึงโรงเรียนนี้ เมื่อมาถึงข้าพเจ้า ได้ทราบรายละเอียดของพื้นที่จากผู้ใหญ่บ้าน และครู ใ หญ่ ว่ า หมู่ บ้ า นวั ง อ้ า ยคงเป็ น

เขตพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคไข้มาลาเรีย และไข้เลือดออกอย่างหนักและเป็นพื้นที่ กันดารตามประกาศของกระทรวงการคลัง ข้าราชการครูที่นี่จะได้รับเบี้ยกันดารและ ค่ า ครองชี พ เพิ่ ม จากเงิ น เดื อ นตามปกติ

ที่ ศ าลาวั ด จะมี อ าสาสมั ค รป้ อ งกั น โรค ไข้มาลาเรียอาศัยพักนอนระหว่างการมา ปฏิ บั ต ิ ก ารฉี ด พ่ น ยากำจั ด ยุ ง ลายใน หมู่บ้านเป็นระยะ ๆ ไม่เคยขาด และครู

ทุกคนต้องไปอยู่ที่บ้านพักครูรวมกับชาวบ้าน ใ น ห มู่ บ้ า น เ พ ื่ อ ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย จ า ก โจรผู้ร้ายที่เรียกว่าชุกชุม ทุกคนต้องอยู่


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยได้รับ

คำแนะนำว่า ไม่ควรออกจากบ้านหลังจาก เวลา ๑๗ นาฬิกา โดยเด็ดขาด ...เริ่มต้นการเป็นชีวิตครูในเช้าตรู่ วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๒๓ ในโรงเรียนมีครู อยู่ก่อนแล้ว ๕ คน รวมข้าพเจ้าเป็น ๖ คน เด็ก ๑๐๐ กว่าคน ทุกคนต้องสอนแม้แต่ ครูใหญ่ ข้าพเจ้าใช้เวลาทุ่มเทกับการสอน เด็ ก อย่ า งเต็ ม กำลั ง ความสามารถแม้ จ ะ อยู่ภายใต้หลังคามุงแฝกก็ไม่ได้วิตกใด ๆ ข้าพเจ้ากับเด็ก ๆ มีความสุขในการเรียน การสอน การร่วมกิจกรรมพัฒนาโรงเรียน เวลาฝนตกลมกรรโชกแรงข้าพเจ้าจูงมือ เด็ก ๆ วิ่งไปมุมนั้นมุมนี้ของศาลาเพื่อหลบฝน แต่ก็ไม่พ้นการเปียกปอนไปทั้งครูและเด็ก พร้ อ ม ๆ กั บ การเรี ย นรู้ ถ ึ ง วิ ธ ี ก ารดู แ ล ความสงบในหมู่บ้านให้ปลอดภัยจากพวกโจร ด้วยกฎหมู่ของชุดผู้นำหมู่บ้าน (เมื่อจำเป็น) หลายครั้งการตัดสินปัญหาความขัดแย้ง ของผู้คนในพื้นที่ หลายกรณีมีการใช้กำลัง และอาวุ ธ และความรุ น แรง การตามล่ า เอาชี ว ิ ต ข้ า มหมู่ บ้ า นบ่ อ ยครั้ ง ก็ ท ำให้ ข้ า ราชการหลายคนรวมทั้ ง ข้ า พเจ้ า เกิ ด ความท้อถอยหวาดกลัว คิดถึงการขอย้าย ออกไปอยู่ในที่มีความเจริญ สะดวกสบาย ปลอดภัยทุกอย่าง แต่เมื่อหันไปมองเด็ก ตัวเล็ก ๆ ที่ห้อมล้อมอยู่และเฝ้ามองครู ด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง ศรัทธา และ เคารพรัก ก็เกิดความเข้มแข็งกล้าหาญ อย่างประหลาด เฝ้าบอกกับตัวเองเสมอว่า “เด็กตัวเล็ก ๆ อยู่ได้แล้วทำไมครูจะอยู ่

ไม่ได้...”

๗๓

สภาพปัญหาดังกล่าวเป็นอยู่อย่างนี้ ๒ ปี จึงได้รับงบประมาณจัดสร้างอาคาร ครูศิริพร ได้ขอครูใหญ่ขึ้นไปอยู่อาคารใหม่ แต่ครูใหญ่ ไม่อยากให้ขึ้นไปเพราะกลัวเด็กจะตกลงมา และบอกว่าเด็ก ป.๑ คงรักษาความสะอาด ไม่ได้ ครูศิริพร จึงอาสาจะรักษาความสะอาด ทั ้ ง หมดเองและจะดู แ ลเด็ ก ให้ ป ลอดภั ย ที่ประชุมขัดไม่ได้ยอมให้ครูศิริพรขึ้นไปอยู่บน อาคารเรียน ๒ ชั้นใต้ถุนสูง จากนั้น ได้จัดทำสื่อ แต่งห้อง จัดป้ายประกาศมากมายเต็มห้อง จนครูใหญ่ให้ครูในโรงเรียนช่วยกันทำแบบอย่าง เมื่ อ หั ว หน้ า การประถมศึ ก ษาอำเภอ เข้าไปตรวจเยี่ยมโรงเรียน และได้เห็นบรรยากาศ ห้องเรียน จึงได้กล่าวชมเชยและนำไปเสนอ เป็ น แบบอย่ า งการจั ด ห้ อ งเรี ย นดี เ ด่ น ในที่ ประชุ ม อำเภอ ส่ ง ผลให้ ค รู ศ ิ ร ิ พ รได้ รั บ พิ จ ารณาความดี ค วามชอบอย่ า งต่ อ เนื่ อ ง เพราะปฏิบัติงานอย่างทุ่มเทและจริงจัง


๗๔

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ฟื้นฟูการใช้ภาษาของชาวญัฮกุร ด้วยความตระหนักว่า ชาวญัฮกุรมีแต่ ภาษาพู ด ไม่ ม ี ร ะบบตั ว เขี ย น ดั ง นั ้ น เพื่ อ

การฟื้นฟู อนุรักษ์ภาษาที่มีความสำคัญทาง ประวั ต ิ ศ าสตร์แ ต่ก ำลั ง ถู ก กลื น หรื อ อยู่ใ น ภาวะวิกฤต ซึ่งจะเป็นการเติมเต็มความเสมอภาค ทางด้ า นภาษาให้ กั บ ชาวญั ฮ กุ ร เที ย บเคี ย ง กับภาษาอื่น คือ มีทั้งภาษาพูด และระบบ ตัวเขียน เพื่อให้ลูกหลานชาวญัฮกุรที่อยู่ใน ระบบโรงเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้ภาษาของ ตนเองเป็ น รู ป ธรรม หลั ง จากที่ ไ ด้ ย ิ น ได้ ฟั ง แต่เพียงการพูดอย่างเดียว ซึ่งจะทำให้เกิดทักษะ ทางด้านภาษาอย่างครบครัน คือ การฟัง พูด อ่าน เขียน อีกทั้งเป็นการสนับสนุนภูมิปัญญา หรือปราชญ์ชาวบ้านเจ้าของภาษาให้มีเวที แสดงความสามารถเพื่อชุมชนอย่างเป็นระบบ ในรูป แบบของปั ญ หาชุมชน วิจัยโดยชุมชน และเพื่ อ ชุ ม ชน ด้ ว ยตั ว เจ้ า ของภาษาเอง อย่ า งเป็ น ระบบตามหลั ก วิ ช าการด้ า น ภาษาศาสตร์ ครู ศ ิ ร ิ พ รจึ ง ได้ ค ิ ด การสร้ า ง แบบเรียนภาษาท้องถิ่นญัฮกุร (ชาวบน) โดย ร่ ว มกั บ ที ม วิ จั ย ของมหาวิ ท ยาลั ย มหิ ด ล ร่ ว มมื อ ทดลองนำเข้ า สู่ ก ารเรี ย นการสอน ในระบบโรงเรียน โดยการยืมตัวอักษรไทย มาเขียนแทนเสียงที่ชาวญัฮกุรพูด

ครู ศ ิ ร ิ พ รและที ม วิ จั ย ได้ ทุ่ ม เทเวลา ความรู้ความสามารถ จัดทำแบบเรียน จำนวน ๓๕ บทเรียน เป็นเวลา ๖ เดือน โดยการมี

นักภาษาศาสตร์และคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านภาษาจากสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรม ในภาวะวิกฤต จากมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นที่ ปรึกษาอย่างใกล้ชิด ถือเป็นแบบเรียนภาษา ญั ฮ กุ ร ที่ ส มบู ร ณ์ แ บบครบทุ ก กระบวนการ ทางด้ า นภาษาศาสตร์เ ล่ม แรกของประเทศ ไทยหรื อ ของโลกก็ ว่ า ได้ ผลงานและสื่ อ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบการเรียนการสอน มีรายละเอียดดังนี้ - หนังสือแบบเรียนการถ่ายโอนภาษาญัฮกุร จำนวน ๕๐ เล่ม - หนังสือเล่มยักษ์ภาษาญัฮกุร จำนวน ๑๐๐ เล่ม - หนังสือเล่มเล็กภาษาญัฮกุร จำนวน ๑๐๐ เล่ม - หนังสือเล่มจิ๋วภาษาญัฮกุร จำนวน ๒๐๐ เล่ม - สื่อบัตรภาพ, บัตรคำภาษาญัฮกุร จำนวน ๕๐ ชิ้น - หลักสูตรสาระเพิ่มเติมภาษาญัฮกุร จำนวน ๑ ชุด - คู่มือการเขียนภาษาญัฮกุร จำนวน ๑๐๐ เล่ม - หนังสือสารคดีมอญโบราณ จำนวน ๒๐๐ เล่ม - นิทานภาพ - ฉากวัฒนธรรมภาพชาวญัฮกุร ฯลฯ


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

๗๕

ให้ ค วามสำคั ญ ในการดู แ ลช่ ว ยเหลื อ เด็ ก

ด้อยโอกาสและเด็กที่มีความต้องการพิเศษ โรงเรียนบ้านวังอ้ายคง เป็นโรงเรียน แกนนำจั ด การเรี ย นร่ ว มตั ้ ง แต่ ป ี ๒๕๔๘ เป็นต้นมา ดังนั้นทุกปีการศึกษาครูประจำชั้น และครูการศึกษาพิเศษของโรงเรียนจะร่วมกัน คั ด กรองเด็ ก อย่ า งเป็ น ระบบ และจั ด ทำ แผนการช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาด้านต่าง ๆ และเด็ ก ด้ อ ยโอกาสได้ อ ย่ า งต่ อ เนื่ อ งและ สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นของเด็ก เป็นรายบุคคล เด็ ก ด้ อ ยโอกาสที่ อ ยู่ ใ นระบบของ โรงเรียน ได้แก่ เด็กที่เจ็บป่วยเรื้อรัง เด็กที่อยู่ กับญาติเนื่องจากผู้ปกครองหย่าร้าง เด็กที่ ผู้ปกครองเสียชีวิต เด็กที่ครอบครัวยากจนมาก เด็กที่ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เด็กชาติพันธุ์ ญั ฮ กุ ร ซึ่ ง มี ภ าษา-วั ฒ นธรรมแตกต่ า ง เด็กที่ผู้ปกครองพาเร่ร่อนมารับจ้างในหมู่บ้าน เป็นเวลานาน (นำมาฝากเรียนชั่วคราว) เด็กที่ ผู้ปกครองไม่สนับสนุนให้มาโรงเรียน เป็นต้น เด็กเหล่านี้จะได้รับการช่วยเหลือตาม ความต้องการจำเป็นตั้งแต่แรก ๆ ในระบบ ดูแลช่วยเหลือนักเรียน ตั้งแต่เรื่องสิทธิพิเศษ และการจัดหาทุนการศึกษาให้อย่างต่อเนื่อง เป็นต้น เด็ ก พิ เ ศษในโรงเรี ย นบ้ า นวั ง อ้ า ยคง มีดังนี้ ประเภทที่มีความยุ่งยากด้านการเรียนรู้ ประเภทที่ ม ี ปั ญ หาทางการเรี ย นรู ้ (LD) ประเภทพิการร่างกายและประเภทสติปัญญา (ระดับฝึกได้) ครูศิริพรซึ่งเป็นครูการศึกษา พิ เ ศษของโรงเรี ย นได้ ทุ่ ม เทเวลา ความรู ้


๗๖

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ความสามารถให้ กั บ เด็ ก พิ เ ศษอย่ า งเต็ ม ที่ เพื่อว่าเด็กเหล่านี้จะสามารถเรียนได้ในระดับ

ใกล้ เ คี ย งกั บ เพื่ อ น ช่ ว ยเหลื อ ตนเองได้ ไม่เป็นภาระของสังคม สามารถประกอบอาชีพ

ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข ในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ครู ศ ิ ร ิ พ รได้ รั บ คั ด เลื อ กจากสำนั ก งานการประถมศึ ก ษา อำเภอเทพสถิต ให้เข้ารับการอบรมหลักสูตร การศึกษาพิเศษ วันที่ ๑-๒๙ เมษายน ๒๕๔๒ ที่โรงแรมแกลลี่ไวท์ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่ง เธอก็มีความตั้งใจรับการอบรมเชิงปฏิบัติการ อย่างเต็มความสามารถและความรับผิดชอบ ที่ ไ ด้ รั บ มอบหมาย จนทั ศ นคติ ต ามแนว ความคิดเชิงบวกด้านการศึกษาพิเศษที่แท้จริง เริ่มเกิดขึ้น ครูศิริพร จึงมุ่งปฏิบัติอย่างจริงจัง และอ่านหนังสืออย่างหนักเพื่อสอบให้ผ่าน การประเมินเป็น “ครูการศึกษาพิเศษ” โดย มุ่งที่จะช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ประเภทต่าง ๆ ที่เป็นนักเรียนให้ผู้เข้าอบรม ได้ฝึกเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ในการดูแลเด็กที่มี ความต้ อ งการพิ เ ศษทั ้ ง ๙ ประเภท ทำให้

ได้ รั บ ประสบการณ์ ต รงและมี ค วามเข้ า ใจ เห็นใจอยากช่วยเหลือ

ครูศิริพรตั้งปณิธานว่า “กลับไปข้าพเจ้า จะเป็นครูการศึกษาพิเศษ” เพื่อพัฒนาเด็กที่ น่ า สงสารที่ สุ ด ในโรงเรี ย นที่ ไ ม่ เ คยได้ รั บ

การเรียนรู้อย่างถูกวิธี วันที่ ๒๒-๒๙ กรกฎาคม ๒๕๔๓ ครู ศ ิ ร ิ พ รก็ ส อบผ่ า นการประเมิ น ได้ รั บ เกี ย รติ บั ต รแต่ ง ตั ้ ง เป็ น ครู ก ารศึ ก ษา พิ เ ศษ จากกระทรวงศึ ก ษาธิ ก าร วุ ฒ ิ บั ต ร เลขที่ ๓๒๖๖ และเมื่อกลับมาก็ทุ่มเทเวลา การทำงานให้ กั บ เด็ ก พิ เ ศษด้ ว ยใจรั ก และ สงสาร ควบคู่ไปกับการดูแลเด็กอนุบาล ๑, ๒ จนกระทั่ ง ก็ ไ ด้ รั บ การคั ด เลื อ กให้ รั บ รางวั ล ครูเกียรติยศ รางวัล Teacher Award สาขา การศึกษาพิเศษในวันครู ปี ๒๕๔๘ ซึ่งครูศิริพร ได้ดำเนินการจัดการเรียน การสอน โดยจั ด ชั ้ น เรี ย นพิ เ ศษเพิ่ ม ขึ ้ น อี ก

หนึ่งชั้นเรียนคือ ห้องวิชาการการศึกษาพิเศษ โดยการคั ด แยกเด็ ก พิ เ ศษที่ จ ะต้ อ งเร่ ง ให้ ก ารพั ฒ นาอย่ า งเร่ ง ด่ ว นอย่ า งต่ อ เนื่ อ ง ไปเรียนรวมในห้องนี้และให้กลับเข้าไปเรียน ร่ ว มกั บ เพื่ อ นในชั ้ น เรี ย นปกติ เ ป็ น บางวิ ช า จัดทำแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) และ แผนการสอนรายบุคคล (IIP)


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ในห้องวิชาการการศึกษาพิเศษจะมีครู ๓ คน ช่ ว ยกั น ให้ ค วามช่ ว ยเหลื อ เด็ ก ใน การเรียนคือ ครูการศึกษาพิเศษ ครูพี่เลี้ยง และครู ภู ม ิ ปั ญ ญาญัฮกุร ผลปรากฏว่าเด็ก

ที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ปัจจุบันนี้มีพัฒนาการ ด้ า นทั ก ษะภาษาดี ข ึ ้ น จนสามารถส่ ง กลั บ เข้าห้องเรียนปกติได้ และเรียนร่วมกับเพื่อน อย่างมีความสุข ครูศิริพรทำโครงการวิจัย กระบวนการ และแบบคัดกรองเด็กที่มีความยุ่งยากในการเรียน ที่เหมาะสมกับกลุ่มเด็กชาติพันธุ์ โดยการใช้ ภาษาแม่ เ ข้ า มาช่ ว ยเหลื อ โดยร่ ว มมื อ กั บ ทีมแพทย์ที่โรงพยาบาลชัยภูมิ, โรงพยาบาล หนองบั ว ระเหว, โรงพยาบาลเทพสถิ ต , ที ม นั ก การศึ ก ษาพิ เ ศษจากศู น ย์ ก ารศึ ก ษา พิเศษประจำจังหวัดชัยภูมิ, ศูนย์การศึกษา พิ เ ศษมหาวิ ท ยาลั ย ราชภั ฏ นครราชสี ม า, มหาวิ ท ยาลั ย มหิ ด ล, ที ม ครู ภู ม ิ ปั ญ ญา เจ้าของภาษาและครูการศึกษาพิเศษประจำ โรงเรียน ทำให้ได้กระบวนการคัดกรองที่เหมาะสม

๗๗

กั บ กลุ่ ม เด็ ก ชาติ พั น ธุ์ ท ี่ ป ระสบผลสำเร็ จ ที่ ภาคภูมิใจที่สุดคือ “กระบวนการสหวิทยาการ การศึ ก ษาพิ เ ศษ” (Interdisciplinary and Special Education Process : ISEP) (ได้รับงบ สนั บ สนุ น การวิ จั ย จาก สกว.) ซึ่ ง จะเริ่ ม ใช้

และขยายผลในปีการศึกษา ๒๕๕๔ อย่าง กว้างขวางระดับประเทศ ที่มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่ อ ให้ พ ื ้ น ที่ ท ี่ ม ี เ ด็ ก ชาติ พั น ธุ์ ท ี่ ม ี ภ าษาต่ า ง สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม กับบริบท เป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษา ผลงานที่ครูศิริพร มีต่อการจัดการศึกษา ด้านการศึกษาพิเศษ ยังเกิดผลเป็นที่ประจักษ์ อาทิ โรงเรียนบ้านวังอ้ายคง ได้รับการคัดเลือก เป็นโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วมปี ๒๕๔๘ปัจจุบัน และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ ดูงาน การให้ ค ำปรึ ก ษา วิ ท ยากรด้ า นการศึ ก ษา พิเศษ โดยเฉพาะครูในโรงเรียน มีความเข้าใจ ถึงภาวะความบกพร่องของเด็กและความยาก ลำบากในการเรียนรู้เป็นรายบุคคล สามารถ จั ด กิ จ กรรมกระบวนการเรี ย นการสอนที่ เหมาะสมกับเด็กพิเศษได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ เด็กพิเศษสามารถอยู่ร่วมกับเด็กปกติได้อย่าง มี ค วามสุ ข มี ค วามเอื ้ อ อาทรซึ่ ง กั น และกั น เด็ ก พิ เ ศษได้ รั บ บริ ก าร สื่ อ และสิ่ ง อำนวย ความสะดวกอย่างเหมาะสม และแสดงความ สามารถที่ตนเองถนัดได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งระดับเขตพื้นที่การศึกษา งานศิลปหัตถกรรม นั ก เรี ย นภาคตะวั น ออกเฉี ย งเหนื อ และ มหกรรมงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับ ประเทศ ปี ๒๕๕๓


๗๘

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ข้าพเจ้าทำงานหนักขึ้นทั้งด้านการเรียน การสอน การเป็นวิทยากร และการสร้างสื่อ ให้เด็ก และได้ผ่านการประเมินเป็นผู้ได้รับ รางวัล “ครูชอล์คทองคำ” ได้รับรางวัล คือ ทองคำที่หล่อเป็นแท่งชอล์ค หนัก ๑ บาท สลั ก ข้ า งว่ า “ครู ด ี ศ รี เ ทพสถิ ต ๒๕๓๙” เป็นเกียรติประวัติของครอบครัวที่สุด...”

การเสียสละทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์ ความภาคภูมิ ใจของครูศิริพรในอดีต “ปี ๒๕๒๙ โรงเรียนได้มอบหมายให้ ข้ า พเจ้ า ไปรั บ การอบรมผู ้ ดู แ ลเลี ้ ย งดู เ ด็ ก

ก่อนวัยเรียน ข้าพเจ้ากลับมาเริ่มสอนในระดับ ชั ้ น อนุ บ าลด้ ว ยความเอาใจใส่ ทุ่ ม เทอย่ า ง เต็มความสามารถตั้งแต่ปี ๒๕๒๙ เป็นต้นมา การอุทิศตนเพื่องานอย่างต่อเนื่องและพัฒนา ผู้เรียนเป็นที่ประจักษ์ สามารถผ่านประเมิน คั ด เลื อ กเป็ น ครู ด ี เ ด่ น สาขาปฐมวั ย ตั ้ ง แต่

ปี ๒๕๓๑-๒๕๓๔ ทุกปี (ระดับอำเภอ) และ ในปี ๒๕๓๔ ข้าพเจ้าสามารถผ่านการประเมิน เป็ น ครู ด ี เ ด่ น สาขาปฐมวั ย ระดั บ จั ง หวั ด ได้

และได้รางวัลครูดีเด่นคุรุสภาจังหวัดชัยภูมิ กระทรวงศึกษาธิการได้เชิญเข้ารับการร่วม ประชุมสัมมนาระดับประเทศที่พัทยา จังหวัด ชลบุรี หัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอเทพสถิต (นายประสงค์ พรโสพิณ) จัดให้มีการศึกษา ดู ง านที่ โ รงเรี ย นบ้ า นวั ง อ้ า ยคงโดยให้ ค รู ที่สอนปฐมวัยเข้าไปอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ และศึกษาที่โรงเรียนโดยข้าพเจ้าเป็นวิทยากร บรรยายแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ครูศิริพร ได้ร่วมกับบิดามารดาถวาย ที่ดิน จำนวน ๓๐ ไร่ (ตั้งอยู่ที่หมู่ ๑ ตำบล วะตะแบก อำเภอเทพสถิ ต จั ง หวั ด ชั ย ภู ม ิ ) ให้จัดตั้งสำนักสงฆ์เทพโพธิ์ทอง ปัจจุบันชื่อว่า วัดป่าเทพโพธิ์ทอง วัดแห่งนี้ มีสาธุชนหลั่งไหล มาทำบุญ สร้างพระมหาธาตุเจดีย์ศรีเทพสถิตภูมิ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่รับพระราชทานมา ด้วยงบประมาณ ๕๐ ล้านบาท ครอบครัว ของครูศิริพร จะร่วมทำบุญปีละ ๑๐,๐๐๐ บาท ในการทอดกฐิ น ของวั ด ทุ ก ปี และทุ ก คน ในครอบครัวจะช่วยหาเจ้าภาพกฐินมาทอด ที่วัดทุกปี นอกจากนี้วัดยังเป็นที่ตั้งสถานีวิทยุ ชุ ม ชนเพื่ อ การเผยแผ่ พ ระพุ ท ธศาสนาของ อำเภอเทพสถิต อีกด้วย นอกจากความเสียสละแล้ว ครูศิริพร เป็นผู้ที่ประสานงานกับชุมชนได้เป็นอย่างดี เริ่มทำงานร่วมกับชุมชน สังคม นอกโรงเรียน ทำโครงการวิจัยที่อยากทำคือ การวิจัยภาษา วัฒนธรรมท้องถิ่นญัฮกุร โดยร่วมกับสถาบัน วิ จั ย ภาษาและวั ฒ นธรรมในภาวะวิ ก ฤตฯ มหาวิทยาลัยมหิดล และขอรับเงินสนับสนุน จากสำนั ก งานกองทุ น สนั บ สนุ น การวิ จั ย


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ฝ่ายท้องถิ่น (สกว.) ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา เธอสละเวลาที่มีอยู่ช่วยเหลือชุมชน สังคม ตลอด โดยไม่เกี่ยงงอนปัจจัยใด ๆ กุศลจาก การทำงานเต็มกำลังกับเด็กพิเศษ กับชนชาติพันธุ์ ญัชกุรหรืออื่น ๆ อย่างเสมอต้นเสมอปลาย เป็ น อานิ ส งฆ์ ส่ ง ให้ ช ี ว ิ ต การงานของเธอ ราบรื่น นอกจากนั ้ น ครู ศ ิ ร ิ พ ร ยั ง ช่ ว ยเหลื อ ด้านอื่น ๆ ให้กับนักเรียนทุกคนในโรงเรียน อย่ า งสม่ ำ เสมอ เช่ น การติ ด ต่ อ ผู ้ ม ี ใ จบุ ญ

นำอาหาร เสื ้ อ ผ้ า และสิ่ ง ของที่ จ ำเป็ น ต่อ การดำรงชี ว ิ ต มาบริ จ าคที่ โ รงเรี ย นทุ ก ปี โดยเฉพาะห้ อ งสมุ ด โรงเรี ย นที่ ก ำลั ง สร้ า ง ด้วยความตระหนักซาบซึ้งในน้ำใจของสมาชิก ชมรมคนรักวันพระทุกคน ที่เหน็ดเหนื่อยใน การระดมทุนเพื่อมาสร้างห้องสมุดให้เด็ก ๆ โดยไม่ ส ามารถนิ่ ง เฉยรอเป็ น ผู ้ รั บ แต่ เ พี ย ง ฝ่ า ยเดี ย วได้ จึ ง ร่ ว มบริ จ าคเงิ น ส่ ว นตั ว

สมทบทุนในการก่อสร้างห้องสมุดเพื่อน้อง เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)

ประมวลผลงานที่ ได้รับยกย่องเป็นปราชญ์ ชาวบ้านและผู้นำการพัฒนาดีเด่น ๑. เป็ น หั ว หน้ า โครงการวิ จั ย ภาษาวัฒนธรรมญัฮกุร (ชาวบน) ซึ่งเป็นการวิจัย ชุมชน โดยชุมชนและเพื่อชุมชน (โดยได้รับทุน สนับสนุนจากสำนักงานกองทุนการวิจัย ฝ่าย วิจัยท้องถิ่น หรือ สกว. ภาค จำนวนงบประมาณ ๑๙๗,๓๐๐ บาท ปี ๒๕๔๙-๒๕๕๐) ๒. ร่ ว มกั บ สถาบั น วิ จั ย ภาษาและ วัฒนธรรมในภาวะวิกฤต มหาวิทยาลัยมหิดล

๗๙

อบรมครู ภู ม ิ ปั ญ ญาภาษาญั ฮ กุ ร (ชาวบน) และนำภาษาเขียนของภาษาญัฮกุร (ชาวบน) เข้ า สู่ ร ะบบโรงเรี ย นและชุ ม ชนชาวญั ฮ กุ ร

ได้ฝึกเรียนเขียนอ่าน โดยเผยแพร่ไป ๓ พื้นที่ มี ช าวญั ฮ กุ ร อาศั ย อยู่ คื อ จั ง หวั ด ชั ย ภู ม ิ นครราชสี ม าและเพชรบู ร ณ์ (ซึ่ ง เดิ ม นั ้ น ชาวญั ฮ กุ ร หรื อ ชาวมอญโบราณจะมี แ ต่ ภาษาพูดไม่มีภาษาเขียน) ๓. สร้ า งแบบเรี ย นถ่ า ยโอนภาษา ญัฮกุร (ชาวบน) ได้สำเร็จ นับว่าเป็นแบบเรียน เล่ ม แรกภาษาญั ฮ กุ ร ของประเทศ และนำ เข้าสู่ระบบโรงเรียนที่โรงเรียนบ้านวังอ้ายคง และโรงเรียนบ้านวังโพธิ์สว่างศิลป์ ต.บ้านไร่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ๔. จัดทำโครงการ “ฮัย โรม ปอง ฮึจี? พะนิ่ ฮ ญั ฮ กุ ร ” (วั น รวมพี่ น ้ อ งชาวญั ฮ กุ ร ) ระดับประเทศ คือวันงานรวมชาวญัฮกุรทั้ง ๓ จังหวัด มาพบปะกันเพื่อแลกเปลี่ยนวิถีวัฒนธรรมในชนชาติพันธุ์เดียวกัน และสร้าง ความตระหนั ก การเป็ น ตั ว ตนแห่ ง ชาติ พั น ธุ์ ของตนอย่ า งภาคภู ม ิ ใ จ ที่ อุ ท ยานแห่ ง ชาติ ป่าหินงาม มีผู้เข้าร่วมงาน จำนวน ๒,๐๐๐ คนเศษ ในวั น ที่ ๓๑ สิ ง หาคม ๒๕๕๑ (โดยได้ รั บ การสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดชัยภูมิ จำนวน ๑๗๐,๐๐๐ บาท) ๕. จั ด ทำโครงการวิ จั ย เพื่ อ คั ด กรอง เด็กที่มีความต้องการพิเศษเรียนร่วมกลุ่มเด็ก ที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้และเด็กที่มี ความต้องการพิเศษที่มีความสับสนด้านภาษา (เด็กที่มาจากครอบครัวญัฮกุร) โดยขอทุน สนั บ สนุ น จากสำนั ก งานกองทุ น การวิ จั ย


๘๐

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ฝ่ายวิ จั ย ท้ อ งถิ่ น หรือ สกว. ภาค จำนวน งบประมาณ ๒๙๙,๐๐๐ บาท ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒) ๖. นำพาที ม วิ จั ย ภาษาวั ฒ นธรรม ญัฮกุรและตัวแทนชาวญัฮกุรไปเป็นวิทยากร เผยแพร่ ร ะบบตั ว เขี ย นภาษาญั ฮ กุ ร และ ศิ ล ปวั ฒ นธรรมการละเล่ น ปา? เร เร ที่จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีกิจกรรมดังกล่าวนี้ จังหวัดละ ๓ วัน ๗. โ รงเรี ย นและหมู่ บ ้ า นวั ง อ้ า ยคง ต.บ้ า นไร่ อ.เทพสถิ ต จ.ชั ย ภู ม ิ มี ช ื่ อ เสี ย ง ในการเป็นที่ขอเข้าศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ศิ ล ปะวั ฒ นธรรม และวิ ถ ี ช ี ว ิ ต ชาวญั ฮ กุ ร (ชาวบน) ของสถาบั น การศึ ก ษาระดั บ อุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ (ประเทศ จีน, สวิตเซอร์แลนด์) ๘. เป็นผู้จัดทำโครงการปักเย็บเสื้อพ็อก ของชาวญัฮกุรให้แก่ชาวญัฮกุร จำนวน ๑๐ หมู่บ้าน ในอำเภอเทพสถิต เพื่อฟื้นฟูอนุรักษ์ การสวมใส่ เ สื ้ อ พ็ อ กซึ่ ง เป็ น เอกลั ก ษณ์ ข อง ชาวญัฮกุรโดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ปี ๒๕๕๐


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

๘๑

๙. เป็นผู้นำในการฟื้นฟู-อนุรักษ์ประเพณี การแห่หอดอกผึ้งของชาวญัฮกุร (ชาวบน) และการร้อง ปา? เร เร, การรำกระแจ๊ะของ ชาวญั ฮ กุ ร (ชาวบน) ให้ ก ลั บ มาจั ด และ สื บ สานกั น เป็ น ไปตามประเพณี ท ี่ เ คยทำมา ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ โดยเริ่มหมู่บ้านแรกที่ บ้านน้ำลาด อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ และในพิธี ได้เชิญชาวญัฮกุรทั้ง ๑๐ หมู่บ้าน ในอำเภอ เทพสถิ ต ไปร่ ว มแห่ ใ นพิ ธ ี ๒ วั น คื อ วั น ที่ ๑๔-๑๕ เมษายน ๒๕๕๒ และในปี ๒๕๕๓ หมู่ บ ้ า นวั ง อ้ า ยคง อ.เทพสถิ ต จ.ชั ย ภู ม ิ เป็ น เจ้ า ภาพงาน โดยจะหมุ น เวี ย นกั น เป็ น

เจ้ า ภาพใน ๑๐ หมู่ บ ้ า นตลอดไป รวมถึ ง การเชิญภาคีเครือข่ายญัฮกุร (ชาวบน) ทั้ง ๓ เข้ามาร่วมด้วย ๑๐. เป็นผู้ประสานงานในการจัดตั้งภาคี เครื อ ข่ า ยผู ้ ส ื บ สานวิ ถ ี - วั ฒ นธรรมท้ อ งถิ่ น ญั ฮ กุ ร (ชาวบน) ทั ้ ง ๓ จั ง หวั ด (ชั ย ภู ม ิ นครราชสี ม า เพชรบู ร ณ์ ) โดยอยู่ ร ะหว่ า ง การจัดตั้งเครือข่ายชมรมชาวญัฮกุร โดยมี เป้ า หมายขอจดทะเบี ย นสมาคมชาวญั ฮ กุ ร

อย่างเป็นทางการ


๘๒

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

๑๑. จัดโครงการค่ายพัฒนาทักษะชีวิต ให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษโรงเรียนบ้านวัง อ้ายคง จำนวน ๕ วัน เพื่อสร้างเสริมทักษะ การดำรงชี ว ิ ต อยู่ ใ นสั ง คมอย่ า งมี ค วามสุ ข และมี คุ ณ ลั ก ษณะที่ พ ึ ง ประสงค์ เ ป็ น มนุ ษ ย์ อย่ า งสมบู ร ณ์ โดยเปิ ด ค่ า ยด้ า นวิ ช าการที่ โรงเรียนบ้านวังอ้ายคง ๓ วัน และเดินทางไป เรียนรู้ทักษะชีวิตที่หาดแม่รำพึง จังหวัดระยอง ๒ วัน โดยได้รับการอนุเคราะห์งบประมาณ ด้ า นอาหารจาก คุ ณ น้ ำ มนต์ บรรพต สมุ ห บั ญ ชี บ ริ ษั ท ไทยประกั น ชี ว ิ ต จำกั ด นักเรียนมีความสุขและมีความประทับใจกับ ประสบการณ์ครั้งนี้เป็นอย่างมาก ๑๒. ส่งเสริมให้นักเรียนและผู้ปกครอง มีรายได้ด้วยการปักเย็บเสื้อพ็อกชาวญัฮกุร และจัดทำของที่ระลึกจากชาวญัฮกุรจำหน่าย ในงานเทศกาลดอกกระเจียวงามทุกปี ๑๓. จั ด ทำโครงการส่ ง เสริ ม คุ ณ ธรรม จริยธรรม นำความพอเพียง หลีกเลี่ยงสิ่งเสพติด พิชิตความดี ผ่านวิถีวัฒนธรรมญัฮกุร (ชาวบน) เพื่ อ เผยแพร่ แ ละปลุ ก จิ ต สำนึ ก เยาวชนใน เครือข่ายทุ่งดอกกระเจียว จำนวน ๑๑ โรงเรียน ให้ตระหนักในประเด็นหลัก ๓ ประเด็น... คือ ๑. ด้านคุณธรรมจริยธรรม ๒. เศรษฐกิจพอเพียง ๓. ต้านยาเสพติด

เริ่ ม และสิ ้ น สุ ด โครงการภายใน เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ ด้วยวิธีการนำเสนอ ในรู ป แบบบทบาทสมมติ แ ละการแสดงวิ ถ ี วัฒนธรรมญัฮกุร (ชาวบน) (ในโครงการนี้ ได้ รั บ ความ���นุ เ คราะห์ ง บประมาณจาก ศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ ๑๐ จังหวัดชัยภูมิ จำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท) ๑๔. สื บ ค้ น ศิ ล ปวั ฒ นธรรมการแสดง ของชาวญัฮกุร นำมาฝึกซ้อมนักเรียนที่เป็น ชาติพันธุ์ญัฮกุร (ชาวบน) เพื่อการอนุรักษ์ ไว้ ใ ห้ รุ่ น หลั ง ได้ ศ ึ ก ษา และได้ รั บ เชิ ญ จาก ประชาสั ม พั น ธ์ จั ง หวั ด ชั ย ภู ม ิ (คุ ณ กมลพร คำนึง) ให้ร่วมเดินทางไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ วั ฒ นธรรมญั ฮ กุ ร (ชาวบน) กั บ ท่ า นผู ้ ว่ า ราชการจังหวัดชัยภูมิ (นายถาวร พรหมมีชัย) นายกองค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นจั ง หวั ด ชั ย ภู ม ิ (นายสุ ร ิ ย น ภู ม ิ รั ต นประพิ น ) ผ่ า นสื่ อ ที ว ี ฯ สถานี ว ิ ท ยุ แ ห่ ง ประเทศไทย และวารสาร สิ่ ง พิ ม พ์ ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ จำนวน ๖๒ รายการ


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

๘๓

ปัจจุบัน ครูศิริพร ได้จัดทำโครงการสร้าง ศูนย์การเรียนรู้ ฟื้นฟูอนุรักษ์วิถีวัฒนธรรม ญั ฮ กุ ร (ชาวบน) เสนอต่ อ นายกองค์ ก าร บริหารส่วนตำบลบ้านไร่และนายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ และได้รับการอนุมัติ ที่ ด ิ น ในการดำเนิ น การตามโครงการแล้ ว จำนวน ๒๙ ไร่เศษ ที่หมู่ ๑๐ ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ขณะนี้อยู่ระหว่าง ก า ร ร อ อ นุ มั ต ิ ง บ ป ร ะ ม า ณ ก า ร ก่ อ ส ร ้ า ง จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ


๘๔

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ฝากถึงเด็ก ๆ

จากใจ...ถึงเพื่อนครู “อาชี พ ครู เ ป็ น อาชี พ ที่ ม ี เ กี ย รติ แ ละ

ยิ่งใหญ่เพราะเป็นอาชีพสร้างคนให้เป็นมนุษย์ ที่ ส มบู ร ณ์ อนาคตของชาติ จ ะเป็ น ไปใน ทิศทางอย่างไรก็อยู่ที่พื้นฐานของการศึกษาที่ ทรัพยากรมนุษย์ในชาตินั้น ๆ มีเป็นทุนที่จะ นำไปประยุกต์พัฒนาชาติบ้านเมือง ดังนั้น งานสร้างคนสร้างชาติบ้านเมืองจึงเป็นของครู ทุกคน และครูก็คือปุถุชนคนธรรมดาเฉกเช่น เดียวกับอาชีพอื่น ๆ ที่อาจมีทั้งความเหนื่อย ความท้อ ณ วันนี้อยากให้กำลังใจครูทุกคน ว่าอย่าได้ท้อกับงานหรืออุปสรรคที่มาแผ้วพาน เพราะถ้ า ท้ อ และคำว่ า ถอยก็ ต ามมา วั น นี ้

ถ้าครูเหนื่อยครูท้อขอครูทุกคนจงระลึกถึง พระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู่ หั ว ของปวงชน

ชาวไทยที่พระองค์ท่านไม่เคยคิดว่าพระองค์ เป็ น พระมหากษั ต ริ ย์ แ ต่ เ พี ย งอย่ า งเดี ย ว

แต่ พ ระองค์ ท รงเสี ย สละทุ่ ม เทพระวรกาย

พระปรี ช าสามารถ มาเป็ น นั ก พั ฒ นา เป็ น

นักวางแผนแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เป็นพ่อ เป็นครู และอีกมากมายเกินจะกล่าว ดังนั้น ครูทุกคนจงน้อมนำจิตใจ ภาคภูมิใจที่ได้สร้าง ความดีถวายในหลวง “พระผู้ทรงเป็นครูของ แผ่ น ดิ น ” ด้ ว ยการปฏิ บั ต ิ ห น้ า ที่ อ ย่ า งครู

มื อ อาชี พ ที่ ห นั ก แน่ น ด้ ว ยอุ ด มการณ์ แ ละ

จิตวิญญาณของความเป็นครู”

“เยาวชนคืออนาคตของชาติ” ประโยคนี้ ฟังเมื่อไรก็ภาคภูมิใจไปกับเยาวชนทุกคนทุก ครั้งไป ในฐานะของครูก็จะมองเยาวชนเป็น เด็ ก เป็ น ลู ก ศิ ษ ย์ เ ป็ น ผ้ า ขาวสะอาดบริ สุ ท ธิ์ เสมอ ครู ทุ ก คนมี จ ิ ต วิ ญ ญาณของความ ตระหนักต่อความรับผิดชอบต่อลูกศิษย์ทุกคน เชิ ง บวกเสมอ ปรารถนาอั น ยิ่ ง ใหญ่ ค ื อ ต้องการเห็นศิษย์เป็นคนดีของสังคม ประเทศชาติ ดังนั้นการที่ครูจะสมหวังในความตั้งใจหรือไม่นั้น ก็ ข ึ ้ น อยู่ กั บ ตั ว เด็ ก ๆ เองด้ ว ยว่ า ถึ ง วั น นี ้

“เด็ก ๆ ได้ทำหน้าที่ของเด็กดีหรือยัง?” การที่ ทุกคนเพียงทำตามบทบาทหน้าที่ของตนให้ดี ที่ สุ ด เท่ า นั ้ น ทุ ก อย่ า งจะขยั บ ขั บ เคลื่ อ นไป

ตามครรลองของวิ ถ ี ท ี่ น่ า จะเป็ น อย่ า งไม่ ม ี ติดขัด ครูทำหน้าที่ของครูที่ดี อบรมสั่งสอน ลูกศิษย์ที่เป็นเด็กดี ทุก ๆ อย่างก็จะมีแต่สิ่งดี ๆ เกิดขึ้น ผู้ปกครองจะมีความสุข สังคมและ ประเทศชาติ ม ี ท รั พ ยากรมนุ ษ ย์ เ ป็ น คนดี

คนฉลาด อนาคตประเทศชาติเข้มแข็งมั่นคง แน่นอนค่ะ


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

“การได้รับรางวัล ณ วันนี้สามารถ บอกถึงความรู้สึกอันแท้จริงได้แล้วว่า เป็น ความภาคภูมิใจ สุขใจ และความปลื้มปิติ ยินดีอย่างที่สุดของชีวิตการรับราชการครู ที่ผ่านมาเกินครึ่งหนึ่งของชีวิตแล้ว เพราะ แค่ ช ื่ อ รางวั ล ก็ ย ิ่ ง ใหญ่ ใ นความตระหนั ก รับรู้มาก “ยอดครูผู้มีอุดมการณ์” ชื่อนี้ ได้บ่งบอกถึงพลังการทุ่มเทเสียสละจาก จิ ต วิ ญ ญาณของตั ว ตนคน ๆ หนึ่ ง ที่ ปรากฏประจักษ์แก่สาธารณชนได้จนเป็น ที่ยอมรับในวงการศึกษา และยิ่งยากกว่า ที่จะทำได้ง่าย ๆ กับการที่ครูสักคนหนึ่ง เพียรพยายามทำตามที่ตนเองใฝ่ฝันที่จะ ปั้นแต่งเด็กน้อยในดงป่าและชุมชนที่อยู่ ในมุมเล็ก ๆ ห่างไกลความศิวิไลซ์ทั้งปวง ให้ถึงฝั่งฝันได้ ...อย่างไรก็ตามแม้ข้าพเจ้าจะเป็น “ยอดครู ผู้ ม ี อุ ด มการณ์ ” แม้ ง าน จะหนักขึ้นมากขึ้นแต่ข้าพเจ้าก็จะยังยืนอยู่ ณ จุดเดิม ยืนเคียงข้างเด็ก ๆ และชุมชน ที่ ข้ า พเจ้ า รั ก และรั ก ข้ า พเจ้ า เราทุ ก คน จะมุ่ ง มั่ น ก้ า วไปในเส้ น ทางสู่ ก ารพั ฒ นา อย่างยั่งยืนในทุก ๆ พื้นที่ของการให้บริการ ของโรงเรียนของครูและท้องถิ่นระดับต่าง ๆ ตลอดไป เพราะข้ า พเจ้ า มี ค วามเชื่ อ ว่ า “งาน คือ ชีวิตและเกียรติยศของคน”

๘๕


๘๖

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การประกาศเกียรติคุณผู้รับรางวัล “ตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู” ครั้งที่ ๕ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เห็นชอบและอนุมัติโครงการให้ กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำเนินงานโครงการ “ตามรอย เกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู” เพื่อประกาศเกียรติคุณข้าราชการครูสายงานการสอน หรือข้าราชการครูสายงานบริหารสถานศึกษา ทั้งภาคราชการและภาคเอกชน ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ที่มี ชุมชนและสังคมที่มีความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรม มีปัญหาทางสังคมหรือความมั่นคงของ ประเทศ มีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติงาน เป็นบุคคลผู้เป็นที่ศรัทธา ยกย่อง ยอมรับ ของนักเรียน เพื่อนครู และสังคม ว่าเป็นต้นแบบของผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู ทุ่มเท เสียสละ ช่วยเหลือดูแลนักเรียน อย่างต่อเนื่อง จนเกิดผลงานเป็นที่ประจักษ์ เพื่อรับรางวัล “ตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และ จิตวิญญาณครู” ครั้งที่ ๕ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ดังมีรายละเอียด ต่อไปนี้ ๑. วัตถุประสงค์ ๑.๑ เพื่อเป็นการยกย่องให้ครูมีความเป็นครูด้วยจิตวิญญาณ ทั้งปฏิบัติตนและปฏิบัติงาน เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมและสร้างค่านิยมให้สังคมยอมรับ ๑.๒ เพื่อเป็นการผลักดันให้ครูมีกระบวนทัศน์ใหม่ ใฝ่รู้และรู้คิดได้อย่างรวดเร็ว ดำเนินงาน ประสบความสำเร็จและพัฒนาการศึกษาของประเทศ ในสภาพของชุมชน สังคมที่มีความแตกต่าง ทางวัฒนธรรม มีความยากลำบาก มีภัยคุกคามทางสังคม ความมั่นคงของชาติ ๒. รางวัล ๒.๑ รางวัลนี้ชื่อว่า “ยอดครูผู้มีอุดมการณ์” ๒.๒ ผู้ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการยกย่องประกาศเกียรติคุณและรับรางวัล ดังต่อไปนี้ ๒.๒.๑ เงินสด รางวัลละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท (สามแสนบาทถ้วน) ๒.๒.๒ เสมาทองคำ ๒.๒.๓ โล่รางวัล ๒.๒.๔ เกียรติบัตร ๓. จำนวนรางวัล คั ด เลื อ กข้ า ราชการครู ส ายงานการสอนหรื อ ข้ า ราชการครู ส ายงานบริ ห ารสถานศึ ก ษา ทั้งภาคราชการและภาคเอกชน ให้ได้รับรางวัลตามโครงการ “ตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์

และจิตวิญญาณครู” ครั้งที่ ๕ ประจำป��� พ.ศ. ๒๕๕๔ ภาคละ ๑ คน จำนวนทั้งสิ้น ๔ คน


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

๘๗

๔. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ได้รับรางวัล ๔.๑ เป็นข้าราชการครูสายงานการสอนหรือข้าราชการครูสายงานบริหารสถานศึกษา ทั้งในภาคราชการและภาคเอกชน ๔.๒ ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ที่มีชุมชนและสังคมที่มีความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรม มีปัญหาภัยทางสังคมหรือความมั่นคงของประเทศ มีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติงาน ๔.๓ มีเวลาปฏิบัติราชการไม่น้อยกว่า ๓ ปีต่อเนื่อง โดยไม่จำกัดว่าเป็นโรงเรียนเดียวกันหรือไม่ แต่ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนปัจจุบันไม่น้อยกว่า ๑ ปีการศึกษา ๔.๔ เป็นบุคคลผู้เป็นที่ศรัทธา ยกย่อง ยอมรับ ของนักเรียน เพื่อนครู และสังคมว่าเป็น

ต้นแบบของผู้มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู และสร้างค่านิยมให้สังคมยอมรับ ๔.๕ เป็นผู้ทุ่มเท เสียสละ ช่วยเหลือดูแลนักเรียนอย่างต่อเนื่อง จนเกิดผลงานเป็นที่ประจักษ์ โดยนักเรียนที่อยู่ในความรับผิดชอบส่วนใหญ่มีผลการประเมินมาตรฐานในเกณฑ์ดี หรือมีพัฒนาการ สูงขึ้นตามลำดับ ๔.๖ เป็นผู้ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย หรืออยู่ในระหว่างการดำเนินการทางวินัย เป็นผู้ใช้ หลักธรรมาภิบาลในการทำงาน ร่วมกิจกรรมอื่นที่ส่งผลและเกิดประโยชน์ต่อนักเรียน โดยประเมินผลสัมฤทธิ์ได้ ๕. แนวทางและวิธีดำเนินการคัดเลือก การสรรหาและคัดเลือก ให้ดำเนินการในรูปของคณะกรรมการ ตามลำดับ ดังนี้ ๕.๑ ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ๕.๑.๑ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและคัดเลือก ระดับเขตพื้นที่การศึกษา จากกลุ่มบุคคลที่หลากหลายตามจำนวนที่เหมาะสม ได้แก่ ผู้แทนภาครัฐ เช่น ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนภาคเอกชน เช่น สื่อมวลชน สมาคม ชมรม NGO ผู้แทนประชาชน เช่น ผู้ปกครองนักเรียน กรรมการสถานศึกษา คณะกรรมการดั ง กล่า ว สรรหาและคั ด เลื อ กข้ า ราชการครู ท ี่ ม ี คุ ณ สมบั ต ิ ต ามที่ ก ำหนด เขตพื ้ น ที่ การศึกษาละ ๑ คน ๕.๑.๒ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จัดตั้งคณะทำงานช่วยเหลือและจัดทำประวัติ และผลงานของผู้ได้รับการคัดเลือก ตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด แล้วนำเสนอสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต ๑ ๕.๒ ระดับจังหวัด สำนั ก งานเขตพื ้ น ที่ ก ารศึ ก ษา เขต ๑ ทุ ก เขต และสำนั ก งานเขตพื ้ น ที่ ก ารศึ ก ษา ที่มีเขตเดียว จัดตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ลงนามในคำสั่ง ประกอบด้วย บุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน ผู้แทนภาครัฐ เช่น ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วัฒนธรรมจังหวัด ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทนภาคเอกชน เช่น สื่อมวลชน สมาคม ชมรม NGO ประชาสัมพันธ์จังหวัด ผู ้ แ ทนประชาชน เช่ น สมาคมผู ้ ป กครองนั ก เรี ย น กรรมการเขตพื ้ น ที่ ก ารศึ ก ษา กรรมการสถานศึกษา


๘๘

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

พิ จ ารณาคั ด เลื อ กผู ้ ท ี่ ไ ด้ รั บ การเสนอชื่ อ จากระดั บ สำนั ก งานเขตพื ้ น ที่ ก ารศึ ก ษา ที่ ม ี คุ ณ สมบั ต ิ ต ามที่ ก ำหนด จำนวน ๑ คน แล้ ว เสนอชื่ อ พร้ อ มประวั ต ิ แ ละผลงานต่ อ สำนั ก งาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๕.๓ ระดั บ กระทรวงศึ ก ษาธิ ก าร กระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา และคัดเลือกผู้เข้ารับรางวัล จากผู้ได้รับการเสนอชื่อระดับจังหวัดให้รับรางวัล “ตามรอยเกียรติยศครู

ผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู” ครั้งที่ ๕ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ภาคละ ๑ คน ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประธาน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รองประธาน ผู้บริหารในองค์กรหลัก กระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคุรุสภา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิด้านส่งเสริมช่วยเหลือสังคม สื่อมวลชน รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน หัวหน้ากลุ่มสนับสนุนพัฒนาวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ ทั ้ ง นี ้ คณะกรรมการระดั บ กระทรวงศึ ก ษาธิ ก าร สามารถเสนอชื่ อ ผู ้ ท ี่ เ หมาะสมเข้ า รั บ การพิจารณาได้ ๖. ประกาศผลการคัดเลือก กระทรวงศึ ก ษาธิ ก าร ลงนามประกาศรายชื่ อ ผู ้ ไ ด้ รั บ รางวั ล “ตามรอยเกี ย รติ ย ศ ครู ผู ้ ม ี อุ ด มการณ์ แ ละจิ ต วิ ญ ญาณครู ” ครั ้ ง ที่ ๕ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ตามผลการตั ด สิ น ของ คณะกรรมการ ในวันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ผลการประกาศรายชื่อถือเป็นข้อยุติ ๗. การประกาศเกียรติคุณ กำหนดยกย่องการประกาศเกียรติคุณ มอบรางวัล “ตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์ และจิตวิญญาณครู” โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในวันครูที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ (นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ. ๔๒๑/๒๕๕๓ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้เข้ารับรางวัล โครงการ “ตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู”

๘๙

ตามมติ ค ณะรั ฐ มนตรี เมื่ อ วั น ที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เห็ น ชอบและอนุ มั ต ิ ใ ห้

กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานดำเนินโครงการ “ตามรอยเกียรติยศ ครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู” เพื่อประกาศเกียรติคุณข้าราชการครูสายงานการสอน หรือ ข้าราชการครูสายงานบริหารสถานศึกษาทั้งภาคราชการและภาคเอกชน ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ที่มี ชุมชนและสังคมที่มีความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรม มีปัญหาทางสังคมหรือความมั่นคงของ ประเทศ มีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติงาน เป็นบุคคลผู้เป็นที่ศรัทธา ยกย่อง ยอมรับ ของนักเรียน เพื่อนครู และสังคม ว่าเป็นต้นแบบของผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู ทุ่มเท เสียสละ ช่วยเหลือดูแลนักเรียน อย่างต่อเนื่องจนเกิดผลงานเป็นที่ประจักษ์ เพื่อรับรางวัล “ตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และ จิตวิญญาณครู” เพื่ อ ให้ ก ารดำเนิ น งานสรรหาและคั ด เลื อ กผู ้ เ ข้ า รั บ รางวั ล โครงการ “ตามรอยเกี ย รติ ย ศ ครู ผู ้ ม ี อุ ด มการณ์ แ ละจิ ต วิ ญ ญาณครู ” เป็ น ไปด้ ว ยความเรี ย บร้ อ ยและบรรลุ วั ต ถุ ป ระสงค์ ข อง โครงการ กระทรวงศึกษาธิการจึงแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้เข้ารับรางวัลโครงการ “ตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู” ครั้งที่ ๕ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ดังนี้ ๑. ศาสตราจารย์พันตำรวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ ประธานกรรมการ ๒. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รองประธานกรรมการ ๓. ศาสตราจารย์กิตติคุณสุมน อมรวิวัฒน์ กรรมการ ๔. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรรมการ ๕. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กรรมการ ๖. เลขาธิการสภาการศึกษา กรรมการ ๗. เลขาธิการคุรุสภา กรรมการ ๘. เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กรรมการ ๙. หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ กรรมการ ๑๐. ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กรรมการ ๑๑. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรรมการ ๑๒. นายเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ กรรมการ


๙๐

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

๑๓. รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (นายเสน่ห์ ขาวโต) กรรมการและ เลขานุการ ๑๔. ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรรมการและ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ช่วยเลขานุการ ๑๕. หัวหน้ากลุ่มสนับสนุนพัฒนาวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ กรรมการและ สำนักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ช่วยเลขานุการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเกิดผลดีแก่ทางราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ (นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

๙๑

คณะผู้จัดทำ ที่ปรึกษา นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายสมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายเสน่ห์ ขาวโต รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะบรรณาธิการ นายปัญญา แก้วกียูร ที่ปรึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายชวลิต โพธิ์นคร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายทรงวุฒิ มลิวัลย์ ผู้อำนวยการศูนย์สารนิเทศฯ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นางสรรพพร แตงสกุล นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ สำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายบุญชัย ตั้งอุทัยสุข นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ สำนักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน นางจารุภา สังขารมย์ นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ สำนักอำนวยการ นางกรุณา ศิริฤกษ์อุดมพร นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ สำนักอำนวยการ นายสุชาติ วงษ์ซีวะสกุล เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษาชำนาญงาน สำนักอำนวยการ นางสาวโสภาพรรณ หงส์จิตตินันท์ นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ สำนักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน นางสาวจินตนา เก่งสาริกิจ นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ สำนักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน นางสาวนงเยาว์ อยู่ธูป นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ สำนักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน นางสาววีรนุช วิฑูรานนท์ นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ สำนักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน นางสาวสาวิตรี แสนสี นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ สำนักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน


๙๒

ยอดครูผู้มีอุดมการณ์

ผู้เรียบเรียง นางจุไรรัตน์ วรรณยิ่ง ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๑ นางสาวนิจสุดา อภินันทาภรณ์ นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา นางสาวปริญญา ฤทธิ์เจริญ นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา นางสถิรา ปัญจมาลา นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ สำนักอำนวยการ บรรณาธิการกิจ นางพจมาน พงษ์ไพบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศิลปกรรม นายพินิจ สุขะสันติ์ นักวิชาการช่างศิลป์ชำนาญการพิเศษ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา


e-booktamroi