Issuu on Google+

¨จ´ดËหÁมÒาÂย¢ข‹‹ÒาÇว âโÂย¤คÐะÊสÒาÃรÑัµต¶ถÐะ

ÊสÒาÃรÑัµต¶ถÐะ ¡กÑั¹นÂยÒาÂย¹น 2555

www.thaiyogainstitute.com [1]


¨จ´ดËหÁมÒาÂย¢ข‹‹ÒาÇว âโÂย¤คÐะÊสÒาÃรÑัµต¶ถÐะ ÇวÔิ¶ถÕีªชÕีÇวÔิµตàเ¾พ×ื่ÍอÊสØุ¢ขÀภÒาÇวÐะ ¤คØุÂย¡กÑั¹น¡ก‹‹Íอ¹น พอถึงเดือนกันยายน สถาบันฯ ก็มีโอกาสไปเปิดตัวต่อสาธารณะอีกครั้งในงานมหกรรม สมุนไพรแห่งชาติ ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ ๙ แล้ว เราได้มีโอกาสไปแนะนำโยคะตามตำราดั้งเดิมให้กับกลุ่มคน ที่สนใจแพทย์แผนตะวันออก ทั้งยังได้ไปแนะนำหนังสือ ผลิตภัณฑ์โยคะของสถาบันฯ ครูคนไหนว่างก็ แวะไปเยี่ยมกัน ไปเที่ยวงาน ไปพบปะเพื่อนๆ นะครับ

·ท∙Õี่»ปÃรÖึ¡กÉษÒา áแ¡กŒŒÇว ÇวÔิ±ฑÙูÃรÂยàเ¸ธÕีÂยÃร ¸ธÕีÃรàเ´ดªช ÍอØุ·ท∙ÑัÂยÇวÔิ·ท∙ÂยÒาÃรÑัµต¹น ¹น¾พ.Âย§งÂยØุ·ท∙¸ธ Çว§งÈศÀภÔิÃรÁมÂยÈศÒา¹นµตÔิ์ ¹น¾พ.ÊสÁมÈศÑั¡ก´ดÔิ์ ªชØุ³ณËหÃรÑัÈศÁมÔิ์

¡กÃรÃรÁม¡กÒาÃร ¡กÇวÕี ¤ค§งÀภÑั¡ก´ดÕี¾พ§งÉษ, ¨จÕีÃรÐะ¾พÃร »ปÃรÐะâโÂยªช¹นÇวÔิºบÙูÅลÂย, ¹นÑั¹น·ท∙¡กÒา àเ¨จÃรÔิ­Þญ¸ธÃรÃรÁม, ÃรÑั°ฐ¸ธ¹นÑั¹น·ท∙ ¾พÔิÃรÔิÂยÐะ¡กØุÅลªชÑัÂย, ÇวÃรÃร³ณÇวÔิÀภÒา ÁมÒาÅลÑัÂย¹นÇวÅล, ÊสÁม´ดØุÅลÂย ËหÁมÑั่¹นàเ¾พÕีÂยÃร¡กÒาÃร

ÊสÓำ¹นÑั¡ก§งÒา¹น ¾พÃร·ท∙Ôิ¾พÂย ÍอÖึ§ง¤คàเ´ดªชÒา, ÇวÑัÅลÅลÀภÒา ³ณÐะ¹นÇวÅล, ÊสØุ¨จÔิµต¯ฏÒา ÇวÔิàเªชÕีÂยÃร

¡กÍอ§งºบÃรÃร³ณÒา¸ธÔิ¡กÒาÃร ¨จÔิÃรÇวÃรÃร³ณ µตÑั้§ง¨จÔิµตàเÁม¸ธÕี, ªช¹นÒา¾พÃร àเËหÅล×ืÍอ§งÃรÐะ¦ฆÑั§ง, ³ณÑัµต°ฐÔิÂยÒา »ปÂยÁมËหÑั¹นµต, ³ณÑั¯ฏ°ฐÇวÃร´ดÕี ÈศÔิÃรÔิ¡กØุÅลÀภÑั·ท∙ÃรÈศÃรÕี, ¸ธ¹นÇวÑัªชÃร àเ¡กµต¹นÇวÔิÁมØุµต, ¸ธÕีÃรÔิ¹น·ท∙Ãร ÍอØุªชªชÔิ¹น, ¾พÃร¨จÑั¹น·ท∙Ãร ¨จÑั¹น·ท∙¹นäไ¾พÃรÇวÑั¹น, ÇวÔิÊสÒา¢ขÒา äไ¼ผ‹‹§งÒาÁม, ÇวÕีÃรÐะ¾พ§งÉษ äไ¡กÃรÇวÔิ·ท∙Âย, ÈศÑั¹นÊส¹นÕีÂย ¹นÔิÃรÒาÁมÔิÉษ

2]


CONTENTS Activities update 04 : âโÂย¤คÐะÍอÒาÊส¹นÐะ¢ขÑั้¹น¾พ×ื้¹น°ฐÒา¹น áแÅลÐะ âโÂย¤คÐะãใ¹นÊสÇว¹น¸ธÃรÃรÁม

08

06 : ÀภÒาÃร¡กÔิ¨จ¾พÒา¤คÃรÙูâโÂย¤คÐะ ¾พÒา¤ค¹นËหÅล§ง·ท∙Òา§ง¡กÅลÑัºบºบŒŒÒา¹น กิจกรรมที่จะทำให้คุณตระหนักรู้ถึงอีกหนึ่งคุณค่าของ ครูโยคะ 07 : Yoga Anatomy 3D Return

06

การกลับมาอีกครั้ง ของเวิร์กช้อปแซ่บเว่อร์ 08 : ¾พÔิ¸ธÕีäไËหÇวŒŒ¤คÃรÙู áแÅลÐะ¾พºบ»ปÐะ»ปÃรÐะ¨จÓำ»ปี กิจกรรมรำลึกพระคุณคุณครูฮิโรชิ และครูฮิเดโกะ

¡กÔิ¨จ¡กÃรÃรÁม¢ขÍอ§งàเ¤คÃร×ืÍอ¢ข‹‹ÒาÂย 09 : ¸ธÃรÃรÁมÐะ àเ¾พ×ื่Íอ¡กÒาÃรàเÂยÕีÂยÇวÂยÒา áแÅลÐะãใËหŒŒ¡กÓำÅลÑั§งãใ¨จ¼ผÙูŒŒ»ป††ÇวÂย ¤คÃรÑั้§ง·ท∙Õี่ 5 10 : §ง‹‹ÒาÂย§งÒาÁมãใ¹น¤คÇวÒาÁม¸ธÃรÃรÁม´ดÒา

ÇวÔิ¶ถÕีâโÂย¤คÐะ ÇวÔิ¶ถÕีªชÕีÇวÔิµต 12 ¨จÒา¡กàเ¾พ×ื่Íอ¹น¤คÃรÙู ÊสÍอ¹นáแ¹นÇวäไËห¹น´ดÕี

17

13 ¨จÒา¡กàเ¾พ×ื่Íอ¹น¤คÃรÙู ªชÅลàเ¹นµตÔิ 14 ¨จÒา¡กàเ¾พ×ื่Íอ¹น¤คÃรÙู µตÒาÁม¤คÃรÙูäไ»ปÍอÒาÈศÃรÁมÇว§งÈศÊส¹นÔิ·ท∙ 17 ºบ·ท∙¡กÅลÍอ¹น ¿ฟ‡‡Òา¤ค×ืÍอ¼ผŒŒÒา 18 àเ¡ก็ºบÁมÒา½ฝÒา¡ก

¤คÍอÅลÑัÁม¹น»ปÃรÐะ¨จÓำ 11 : àเÅลŒŒ§งàเÅล‹‹ÒาàเÃร×ื่Íอ§ง 16 áแ¹นÐะ¹นÓำËห¹นÑั§งÊส×ืÍอ

14

19 µตÓำÃรÒาâโÂย¤คÐะ´ดÑั้§งàเ´ดÔิÁม 20 ¾พÃรÐะäไµตÃร»ป®ฎ¡กáแ¡ก‹‹¹น¸ธÃรÃรÁม

21 áแºบºบÊสÍอºบ¶ถÒาÁม àเ¤คÃร×ืÍอ¢ข‹‹ÒาÂย¤คÃรÙูâโÂย¤คÐะÇวÔิªชÒา¡กÒาÃร 3]


Activities ¡กÔิ¨จ¡กÃรÃรÁม´ดÕีæๆ

¡กÑั¹นÂยÒาÂย¹น 23

âโÂย¤คÐะÍอÒาÊส¹นÐะ¢ขÑั้¹น¾พ×ื้¹น°ฐÒา¹นàเ¾พ×ื่Íอ¤คÇวÒาÁมÊสØุ¢ข ÊสÓำËหÃรÑัºบ¼ผÙู้àเÃรÔิ่Áมµต้¹น

จัดวันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน เวลา 9.00 – 15.00 น. ที่ชั้น 6 ห้อง 262 คณะมนุษยศาสตร์ มศว ประสานมิตร ค่าลงทะเบียน 650 บาท

âโÂย¤คÐะãใ¹นÊสÇว¹น¸ธÃรÃรÁม ³ณ ËหÍอ¨จ´ดËหÁมÒาÂยàเËหµตØุ¾พØุ·ท∙¸ธ·ท∙ÒาÊส

5

12

19

22

26

ทุกวันพุธ เวลา17.00 – 18.30 น. 5 ก.ย. ครูวิมลรัตน์ พุทธาศรี (กุ้ง) โยคะในสวนธรรม 12 ก.ย. ครูณัตฐิยา ปิยมหันต์ (เล้ง) โยคะ สบาย สบาย 19 ก.ย. ครูวรรณวิภา มาลัยนวล (อ๊อด) โยคะ สมดุล ชีวิต 26 ก.ย. ครูณัฐทพัสส์ เพ็งกลางเดือน (ตุ๊ก) โยคะสำหรับชีวิตประจำวัน และวันเสาร์ที่ 25 14.00 – 16.00 น. เวลา 14.00-16.00 ครูกฤษณ์ ฟักน้อย (หนึ่ง) หัวข้อ โยคะกับการ บริหารความเครียด ไม่เสียค่าใช้จ่าย

4]


½ฝÖึ ¡ก âโÂย¤คÐะ ãใ¹น§งÒา¹นÁมËห¡กÃรÃรÁมÊสÁมØุ ¹น äไ¾พÃรáแËหè่ §ง ªชÒาµตÔิ ò๒õ๕õ๕õ๕ ¡กÃรÁม¾พÑั ²ฒ ¹นÒา¡กÒาÃรáแ¾พ·ท∙Âย์ áแ ¼ผ¹นäไ·ท∙Âย áแÅลÐะáแ¾พ·ท∙Âย์ ·ท∙ Òา§งàเÅล×ื Íอ ¡ก àเªชÔิ ­Þญ ªชÁม§งÒา¹นÁมËห¡กÃรÃรÁมÊสÁมØุ ¹น äไ¾พÃรáแËห่ §ง ªชÒาµตÔิ ¤คÃรÑั ้ §ง ·ท∙Õี ่ ù๙ ³ณ ÍอÔิ Áม áแ¾พ¤ค àเÁม×ื Íอ §ง·ท∙Íอ§ง¸ธÒา¹นÕี ÎฮÍอÅลÅล์ ÷๗ – ø๘ ÇวÑั ¹น ¾พØุ ¸ธ ·ท∙Õี ่ õ๕ – ÍอÒา·ท∙Ôิ µต Âย์ ·ท∙ Õี ่ ù๙ ¡กÑั ¹น ÂยÒาÂย¹น โดยสถาบันฯ เข้าร่วมจัดอบรมโยคะเพื่อสมาธิ และโยคะเพื่อสุขภาพ ในวันเสาร์ที่ ๘ และ วันอาทิตย์ที่ ๙ ณ ห้องฟีนิกส์ ๖ ดังนี้ 8 ก.ย. 13.00 – 15.00 น. โยคะสมาธิ โดย ครูอ๊อด 16.00 – 18.00 น. โยคะสุขภาพ โดย ครูเจี๊ยบ 9 ก.ย. 10.00 – 12.00 น. โยคะสมาธิ โดย ครูกล้วย 13.00 – 15.00 น. โยคะสุขภาพ โดย ครูดาว 16.00 – 18.00 น. โยคะสมาธิ โดย ครูเป้

[5]


Ãร‹‹ÇวÁม¡กÑัºบ ÀภÒา¤คÇวÔิªชÒา»ปÃรÑัªช­ÞญÒาáแÅลÐะÈศÒาÊส¹นÒา ¤ค³ณÐะÁม¹นØุÉษÂยÈศÒาÊสµตÃร Áม.ÈศÃรÕี¹น¤คÃรÔิ¹น·ท∙ÃรÇวÔิâโÃร²ฒ»ปÃรÐะÊสÒา¹นÁมÔิµตÃร àเªชÔิ­Þญ¿ฟÑั§งºบÃรÃรÂยÒาÂย

ÀภÒาÃร¡กÔิ¨จ¢ขÍอ§ง¤คÃรÙูâโÂย¤คÐะ .. ¾พÒา¤ค¹นËหÅล§ง·ท∙Òา§ง¡กÅลÑั ºบºบé้Òา¹น âโ´ดÂย.. ÃรÈศ.

´ดÃร.âโÊสÃรÕี«ซ âโ¾พ¸ธÔิáแ¡กŒŒÇว

¤คÃรÙูâโÂย¤คÐะàเ»ปšš¹นàเËหÁม×ืÍอ¹นÁมÑั¤ค¤คØุàเ·ท∙Èศ¡ก Ãร‹‹ÇวÁมàเ´ดÔิ¹น·ท∙Òา§ง¡กÑัºบ¼ผÙูŒŒ¤ค¹น ¨จÒา¡ก¤คÇวÒาÁม·ท∙Øุ¡ก¢ข..äไ»ปÊสÙู‹‹¤คÇวÒาÁมÊสØุ¢ข ¨จÒา¡ก¤คÇวÒาÁมàเÃร‹‹ÒาÃรŒŒÍอ¹น..äไ»ปÊสÙู‹‹¤คÇวÒาÁมÊส§งºบàเÂย็¹น ¨จÒา¡ก¤คÇวÒาÁมÂยÖึ´ดÁมÑั่¹นËห¹น‹‹Çว§งàเËห¹นÕี่ÂยÇว..äไ»ปÊสÙู‹‹ÍอÔิÊสÃรÀภÒา¾พ àเ»ปšš¹น¡กÒาÃร¾พÒา¤ค¹นËหÅล§ง·ท∙Òา§ง¡กÅลÑัºบºบŒŒÒา¹น

” ÍอÑั§ง¤คÒาÃร 25 ¡กÑั¹นÂยÒาÂย¹น 2555 16.00-17.00 ¹น.

àเÃรÒา¨จÐะàเ»ปšš¹น¤คÃรÙูâโÂย¤คÐะäไ»ป·ท∙ÓำäไÁม ¶ถŒŒÒาàเÃรÒาäไÁม‹‹ÊสÒาÁมÒาÃร¶ถªช‹‹ÇวÂย¼ผÙูŒŒ¤ค¹นãใËหŒŒàเ¡กÔิ´ด¤คÇวÒาÁมÃรÙูŒŒÊสÖึ¡ก´ดÕีæๆ ¡กÑั ºบªชÕีÇวÔิµต? àเÃรÒา¨จÐะàเ»ปšš¹น¤คÃรÙูâโÂย¤คÐะäไ»ป·ท∙ÓำäไÁม ¶ถŒŒÒาàเÃรÒาäไÁม‹‹ÊสÒาÁมÒาÃร¶ถªช‹‹ÇวÂย¶ถÍอ¹นÃรÒา¡กàเËห§งŒŒÒาáแËห‹‹§ง¤คÇวÒาÁม·ท∙Øุ¡ก¢ข? àเÃรÒา¨จÐะàเ»ปšš¹น¤คÃรÙูâโÂย¤คÐะäไ»ป·ท∙ÓำäไÁม ¶ถŒŒÒา¡กÒาÃรÁมÕีªชÕีÇวÔิµต¢ขÍอ§งàเÃรÒาäไÁม‹‹ÁมÕี¤คØุ³ณÀภÒา¾พ äไÁม‹‹ÍอÒา¨จªช‹‹ÇวÂย»ปÃรÐะ¤คÑั ºบ»ปÃรÐะ¤คÍอ§งãใËหŒŒâโÅล¡ก¹นÕีé้¹น‹‹ÒาÍอÂยÙู‹‹

[6]


[7]


Êส¶ถÒาºบÑั¹นÏฯ Ãร‹‹ÇวÁม¡กÑัºบ ÀภÒา¤คÇวÔิªชÒา»ปÃรÑัªช­ÞญÒาáแÅลÐะÈศÒาÊส¹นÒา ¤ค³ณÐะÁม¹นØุÉษÂยÈศÒาÊสµตÃร Áม.ÈศÃรÕี¹น¤คÃรÔิ¹น·ท∙ÃรÇวÔิâโÃร²ฒ

àเªชÔิ­ÞญÃร‹‹ÇวÁม¡กÔิ¨จ¡กÃรÃรÁมäไËหÇวŒŒ¤คÃรÙู áแÅลÐะ ¡กÒาÃร¾พºบ»ปÐะ»ปÃรÐะ¨จÓำ»ป‚‚ ò๒õ๕õ๕õ๕ ÇวÑั¹นàเÊสÒาÃร·ท∙Õี่ ò๒÷๗ µตØุÅลÒา¤คÁม

๙.๐๐ ลงทะเบียน ๙.๓๐ – ๑๐.๔๕ ฝึกเทคนิคโยคะ อาสนะ ปราณายามะ ๑๑.๐๐ – ๑๒.๐๐ “วิสัยทัศน์ โยคะในประเทศไทย ปี ๒๕๖๕” โดยครูฮิโรชิ ไอคาตะ ๑๒.๐๐ อาหารกลางวัน ๑๓.๐๐ – ๑๕.๐๐ กิจกรรม “จุดประกายโยคะ” โดยเพื่อนครู ๑๐ ท่าน ขึ้นพูดบนเวทีคนละ ๕ นาที โดยมีเป้าหมายเพื่อจุดประกายความคิด และ สร้างแรงบันดาลใจในการเดินบนเส้นทางโยคะ ๑๕.๓๐ – ๑๖.๓๐ พิธีไหว้ครูฮิโรชิ ฮิเดโกะ ไอคาตะ ๑๖.๓๐ เสร็จพิธี โดยเชิญบริจาค สมทบทุนค่าใช้จ่ายในการจัดงาน และเพื่อมอบให้ครูทั้ง ๒ ไปใช้ในกิจกรรมเผยแพร่ โยคะต่อไป

¢ข³ณÐะ¹นÕี้·ท∙Øุ¡ก·ท∙่Òา¹น·ท∙Õี่ÁมÕี äไÍอâโ¿ฟ¹น, äไÍอàเ¾พ´ด, ÊสÒาÁมÒาÃร¶ถ´ดÒาÇว¹น์âโËหÅล´ดÍอ่Òา¹น¤คÙู่Áม×ืÍอËหÁมÍอªชÒาÇวºบ้Òา¹น

¿ฟÃรÕี äไ´ด้áแÅล้Çว

¾พºบ¡กÑัºบ DoctorMe áแÍอ»ป¾พÅลÔิàเ¤คªชÑั¹น´ด้Òา¹นÊสØุ¢ขÀภÒา¾พºบ¹น iOS µตÑัÇวáแÃร¡ก¢ขÍอ§ง¤ค¹นäไ·ท∙Âย ãใËห้¤คØุ³ณÃรÙู้ÇวÔิ¸ธÕี´ดÙูáแÅลµตÑัÇวàเÍอ§ง ¨จÒา¡กÍอÒา¡กÒาÃรàเ¨จ็ºบ»ป่ÇวÂยàเºบ×ื้Íอ§งµต้¹น´ด้ÇวÂยµต¹นàเÍอ§ง àเªช่¹น àเ»ป็¹นäไ¢ข้ àเ¨จ็ºบ¤คÍอ »ปÇว´ดËหÑัÇว »ปÇว´ด·ท∙้Íอ§ง ÏฯÅลÏฯ âโËหÅล´ดÍอ่Òา¹นäไ´ด้·ท∙Ñั่ÇวâโÅล¡ก ·ท∙Õี่ doctorme.in.th ¤คÃรÑัºบ

[8]


“¸ธÃรÃรÁมÐะàเ¾พ×ื่Íอ¡กÒาÃรàเÂยÕีÂยÇวÂยÒาáแÅลÐะãใËหŒŒ¡กÓำÅลÑั§งãใ¨จ¼ผÙูŒŒ»ป††ÇวÂย” ¤คÃรÑั้§ง·ท∙Õี่ õ๕

àเÊสÒาÃร 25 ÊสÔิ§งËหÒา¤คÁม ¡กÅลØุ‹‹Áม¡กÔิ¨จ¡กÃรÃรÁมàเ¾พ×ื่ÍอÊสÑั§ง¤คÁม Çว»ปÍอ. ¢ขÍอàเªชÔิ­Þญàเ¢ขŒŒÒาÃร‹‹ÇวÁมâโ¤คÃร§ง¡กÒาÃรÍอºบÃรÁม “¸ธÃรÃรÁมÐะàเ¾พ×ื่Íอ¡กÒาÃรàเÂยÕีÂยÇวÂยÒาáแÅลÐะãใËหŒŒ¡กÓำÅลÑั§งãใ¨จ¼ผÙูŒŒ»ป††ÇวÂย” ¤คÃรÑั้§ง·ท∙Õี่ õ๕ ÇวÑั¹นàเÊสÒาÃร·ท∙Õี่ 25 ÊสÔิ§งËหÒา¤คÁม 2555 ³ณ ÊสâโÁมÊสÃร¹นÒาÂย·ท∙ËหÒาÃรÊสÑั­Þญ­ÞญÒาºบÑัµตÃร ÇวÔิ·ท∙ÂยÒาÅลÑัÂย»ป‡‡Íอ§ง¡กÑั¹นÃรÒาªชÍอÒา³ณÒา¨จÑั¡กÃร 08.30 Åล§ง·ท∙ÐะàเºบÕีÂย¹น àเ»ป´ดÍอºบÃรÁม áแÅลÐะ»ป°ฐÁม¹นÔิàเ·ท∙Èศ 09.00-10.00 ½ฝƒƒ¡ก¡กÒาÃรàเ¨จÃรÔิ­ÞญÊสµตÔิÀภÒาÇว¹นÒาµตÒาÁมáแ¹นÇว·ท∙Òา§งËหÅลÇว§ง¾พ‹‹Íอàเ·ท∙ÕีÂย¹น: áแ´ด‹‹àเ¸ธÍอ¼ผÙูŒŒÃรÙูŒŒÊสÖึ¡กµตÑัÇว âโ´ดÂย¾พÃรÐะÇวÔิ·ท∙ÂยÒา¡กÃร: ¾พÃรÐะÍอ¸ธÔิ¡กÒาÃร¤คÃรÃรªชÔิµต Íอ¡กÔิ­Þญ¨จâโ¹น ÇวÑั´ด»ป††ÒาÊสÑั¹นµตÔิ¸ธÃรÃรÁม ¨จ.ªชÑัÂยÀภÙูÁมÔิ 10.00-11.30 ÇวÔิ¶ถÕีáแËห‹‹§งºบÑัÇวºบÒา¹น: ÇวÒา§งãใ¨จÃรÑัºบÁม×ืÍอ¡กÑัºบÁมÐะàเÃร็§งÃรÐะÂยÐะÊสØุ´ด·ท∙ŒŒÒาÂยÊสÙู‹‹¡กÒาÃรàเ»ปÅลÕี่Âย¹น¼ผ‹‹Òา¹น·ท∙Õี่ÊสÓำ¤คÑั­Þญ¢ขÍอ§งªชÕีÇวÔิµต 11.30-13.00 ¾พÔิ¨จÒาÃร³ณÒาÍอÒาËหÒาÃร¡กÅลÒา§งÇวÑั¹น 13.00-14.00 àเ·ท∙¤ค¹นÔิ¤ค¡กÒาÃรËหÒาÂยãใ¨จ àเ¾พ×ื่Íอ¡กÒาÃรÃรÙูŒŒµต×ื่¹นáแÅลÐะ»ปÅล‹‹ÍอÂยÇวÒา§ง, àเ·ท∙¤ค¹นÔิ¤ค¡กÒาÃร¼ผ‹‹Íอ¹น¤คÅลÒาÂยÍอÂย‹‹Òา§งÅลÖึ¡ก 14.00-16.30 ¡กÔิ¨จ¡กÃรÃรÁม¾พÅลÑั§ง¡กÅลØุ‹‹Áมàเ¾พ×ื่Íอ¡กÒาÃรàเÂยÕีÂยÇวÂยÒา¤คÇวÒาÁมàเ¨จ็ºบ»ป††ÇวÂย 16.30 ÊสÃรØุ»ปâโ´ดÂย ¾พÃรÐะÍอÒา¨จÒาÃรÂย¤คÃรÃรªชÔิµต Íอ¡กÔิ­Þญ¨จâโ¹น Ãร‹‹ÇวÁม·ท∙ÓำºบØุ­Þญáแ´ด‹‹¾พÃรÐะÍอÒา¨จÒาÃรÂย áแÅลÐะ»ป´ด¡กÒาÃรÍอºบÃรÁม àเ»ปšš¹นâโ¤คÃร§ง¡กÒาÃรÍอºบÃรÁม¸ธÃรÃรÁม·ท∙Òา¹นäไÁม‹‹ÁมÕี¤ค‹‹ÒาãใªชŒŒ¨จ‹‹ÒาÂย ËหŒŒÍอ§งÍอºบÃรÁมàเ»ปšš¹นËหŒŒÍอ§ง»ปÃรÑัºบÍอÒา¡กÒาÈศ ¡กÃรØุ³ณÒาáแµต‹‹§ง¡กÒาÂยÊสØุÀภÒา¾พ ¡กÃรØุ³ณÒาÊส‹‹§งªช×ื่Íอ-¹นÒาÁมÊส¡กØุÅล àเ¾พ×ื่ÍอÅล§ง·ท∙ÐะàเºบÕีÂย¹นÍอºบÃรÁม äไ´ดŒŒ·ท∙Õี่ e-mail address : mukda.ndc@gmail.com ÊสÍอºบ¶ถÒาÁมÃรÒาÂยÅลÐะàเÍอÕีÂย´ด âโ·ท∙Ãร ¤คØุ³ณÁมØุ¡ก´ดÒา 081-8431115 , ¤คØุ³ณÍอÍอ´ด 084-643-9245

[9]


§งè่ÒาÂย§งÒาÁมãใ¹น¤คÇวÒาÁม¸ธÃรÃรÁม´ดÒา

àเÊส้¹น·ท∙Òา§งáแËห่§ง¡กÒาÃร½ฝÖึ¡กµต¹น¢ขÍอ§ง¤ค¹น¸ธÃรÃรÁม´ดÒา

วิถีพุทธที่แท้ คือกระบวนการฝึกฝนตนเองอย่างต่อเนื่อง หากเรามองข้ามการภาวนา เอาแต่ศึกษาธรรมะจากตำรับตำรา แม้จะท่องจำ พระไตรปิฎกจนขึ้นใจได้ก็ตามที ผลก็คือ เราจะกลายเป็นเพียงคนที่คิดว่าตัวเองรู้ดีกว่าคนอื่น สามารถตัดสินคนอื่นว่าดีเลวจากหลักความเชื่อ หรือปรัชญาทางศาสนาที่เราศึกษา ฉันถูกคนเดียว คนอื่นผิดหมด จนมองความหลากหลายทางความคิด หรือความขัดแย้งทางหลักการเป็นเรื่อง ไม่พึงปรารถนา และนั่นคือสัญญาณของมิจฉาทิฐิ แทนที่เราจะได้เดินบนเส้นทางของการพัฒนาตนเอง เรากำลังเลือกเดินบนทางเบี่ยงทางจิต วิญญาณ (spiritual bypassing) ใช้พุทธธรรมเป็นข้ออ้าง เพื่อหลีกเลี่ยงกับการเผชิญความคับแคบด้านใน เอาแต่ไปมองคนอื่น ตัดสินคนอื่นอย่าง เสียๆหายๆ การที่พร่ำบอกคนอื่นว่า ฉันเป็นชาวพุทธ ฉันเป็นคนดีมีธรรมะ ฉันศรัทธาในพุทธศาสนา หาได้มีความหมายอะไรนอกเสียจาก การ แสดงถึงมิจฉาทิฐิของตัวตนทางจิตวิญญาณ อันเป็นความคับแคบแบบใหม่ที่ใช้ครอบตัวตนอันเดิมไว้ พุทธที่แท้คือความตื่น คือความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความจริงในทุกแง่มุมของชีวิต วิถีพุทธ คือ เส้นทางการฝึกตนบนสายธารธรรม อันจะนำพาให้เราสามารถที่จะร่วมทุกข์ ร่วมสุข กับผู้คนทุกเชื้อชาติศาสนา ทุกชนชั้นวรรณะอย่างไม่ถือตน ผู้ฝึกฝนบนเส้นทางสายนี้จะเป็นแบบ อย่างของนักรบผู้กล้า บุคคลเดินดินธรรมดา ผู้ดำเนินชีวิตด้วยพลังสร้างสรรค์ทางปัญญา อันแผ่ซ่านออกมาจากจิตวิญญาณที่อ่อนน้อม พร้อมที่ จะเรียนรู้จากทุกเหตุปัจจัยรายรอบ ด้วยหัวใจที่ไร้อคติ อย่างที่ท่านเชอเกียม ตรุงปะ ได้กล่าวไว้ว่า ความกล้าหาญทางจริยธรรมที่แท้เป็นผลของ ความอ่อนโยน เกิดจากการยอมให้โลกเข้ามาสะกิดหัวใจเธออย่างเปล่าเปลือย หัวใจที่มีเลือดเนื้อและพลังสร้างสรรค์ที่งดงาม เธอต้องพร้อมที่จะ เปิดรับกับทุกสถานการณ์ โดยปราศจากแรงต้านหรือการเขินอาย ต้องพร้อมที่จะแบ่งปันหัวใจร่วมกับผู้อื่น นั่นแหละ คือสารัตถะแห่งการเดินทาง ของจิตวิญญาณ (จาก เรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญ: การศึกษาดั่งเส้นทางการแสวงหาทางจิตวิญญาณ โดย วิจักขณ์ พานิช สนพ. สวนเงินมีมา)

จัดวันที่ 1-2 กันยายน ลงทะเบียน 8.30 น. เริ่มกิจกรรมเวลา 9.00 - 17.30 น. เนื้อหาการอบรม บนเส้นทางแห่งการฝึกตนฯ ตอนชัมบาลา: การเดินทางของนักรบ จะนำเสนอคุณค่าของการภาวนาที่ฝึกฝนกันใน สายการปฏิบัติของเชอเกียม ตรุงปะ และการถอดความเข้าใจจากหนังสือ ชัมบาลา: การเดินทางของนักรบ ของเชอเกียม ตรุงปะ จาก ประสบการณ์ตรงของวิทยากร เพื่อให้เกิดความเข้าใจกระบวนการภาวนาในฐานะการเดินทางทางจิตวิญญาณ และการเรียนรู้พื้นฐานของชีวิต กิจกรรมจะประกอบด้วยการนั่งสมาธิภาวนา และเทคนิคที่หลากหลาย เพื่อการเข้าไปสัมผัสพลังแห่งการตื่นรู้ในกาย สลับกับการนำ เสนอแนวทางการปฏิบัติและความเข้าใจพื้นฐานโดยวิทยากร และการถามตอบคำถาม พูดคุย และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การปฏิบัติของผู้เข้า ร่วม ด้วยภาษาในชีวิตประจำวันที่เข้าใจได้ง่าย วิทยากร วิจักขณ์ พานิช เป็นคนรุ่นใหม่ผู้มีความ สนใจในเรื่องของการภาวนาในฐานะการฝึกฝนด้านใน อันเป็นพื้น ฐานแห่งการศึกษาเพื่อการค้นพบศักยภาพของตนเอง จบ การศึกษาปริญญาโทด้านจิตวิญญาณการศึกษา และศาสนา จาก มหาวิ ท ยาลั ย นาโรปะ เมื อ งโบลเดอร์ รั ฐ โคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2549 สามปีที่เขาศึกษาอยู่ต่าง ประเทศ วิจักขณ์ได้ฝึกฝนภาวนาตามแนววัชรยาน ในสายปฏิบัติของเชอเกียม ตรุงปะ ภายใต้ความดูแลของเร้จจี้ และลี เรย์ ธรรมา-จารย์ผู้เป็นที่รักของเขา ปั จ จุ บ ั น วิ จ ั ก ขณ์ ย ั ง คงเป็ น ผู ้ ช ่ ว ยสอน(meditation instructor) ให้กับอาจารย์ทั้งสอง อีกทั้งยัง ทำงานเขียน งานแปล และเป็นนักวิจัยอิสระให้ กับศูนย์จิตตปัญญาศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล หนังสือรวมงานเขียนเล่มแรกของวิจักขณ์เพิ่ง ถู ก ตี พ ิ ม พ์ ใช้ ช ื ่ อ ว่ า เรี ย นรู ้ ด ้ ว ยใจอย่ า ง ใคร่ครวญ: การศึกษาดั่งเส้นทางการแสวงหาทางจิตวิญญาณ สถานที่ เรือนร้อยฉนำ สวนเงินมีมา คลองสาน กรุงเทพฯ บริจาคเข้าร่วมกิจกรรม บุคคลทั่วไป 1,600 บาท นักพัฒนา 1,200 บาท สอบถามเพิ ่ ม เติ ม ได้ ท ี ่ เสมสิ ก ขาลั ย สำนั ก งาน รามคำแหง จงรักษ์ แซ่ตั้ง หรือ สาวิตรี กำไรเงิน โทรศัพท์ 02-314 7385 ถึง 6

[10]


àเÅลŒŒ§ง

àเÅล‹‹ÒาàเÃร×ืè่Íอ§ง

ÃรØุ่¹น¾พÕี่ - ÃรØุ่¹น¹น้Íอ§ง àเÃร×ื่Íอ§ง Åล àเÅลŒŒ§งàเÊสÕีÂย§ง¡กÃรÐะ´ดÔิ่§งËหÂย¡ก äไÁม‹‹ãใªช‹‹ÁมÑั§ง¡กÃรºบÔิ¹น เมื่อปีพ.ศ. 2530 เล้งรู้สึกว่าตัวเองโชคดี เริ่มต้นปีนั้นมีชื่อเรา ขึ้นที่หน้าจอ TV หลังเที่ยงคืน เพื่อบอกว่ามีนักเรียนคนไหนสอบเข้า มหาวิทยาลัยได้บ้าง สมัยนั้นเค้าเรียกกันว่า “ENT ติดแล้ว” เย้ ! เพื่อนข้างบ้านก็ตะโกนข้ามกำแพงมาแสดงความยินดี พ่อแม่พี่น้องก็ ถูกปลุกลุกตื่นกันมาทั้งบ้าน ก่อนจะเดินทางไปดูผลสอบกันอีกทีที่ สนามจุ๊บ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในตอนเช้า ก่อนเปิดเรียน 1 เดือน รุ่นพี่ก็พาซ้อมร้องเพลง เชียร์แถม เลี้ยงข้าวทุกกลางวัน เรากินข้าวกันไล่ไปทุกร้านจนหมดฝั่งท่าพระ จันทร์ จากนั้นก็นั่งเรือข้ามฟากไปโซ้ยก๋วย เตี๋ยวราดหน้าเย็นตาโฟถึง ฝั่งศิริราช ผ่านมาจนถึงเทอม 2 ให้รู้สึกเหมือนเป็นเทวดาตกสวรรค์ เพราะต้องเริ่มเรียนวิชาของเอกบัญชี (แต่เรามีประวัติเคยสอบเลขได้ ไข่ต้มมารับประทาน ต้องสอบซ่อมตอนเรียนมัธยมปลาย) ซึ่งเวลา เรียนก็เป็นตอนบ่ายหลังอาหารกลางวัน ชวนง่วงหลับกันทุกชั่วโมง เดือดร้อนเทวดา- รุ่นพี่���ี 4 บ้านตรงข้าม ต้องมาติวสอบและช่วย ทำการบ้าน อธิบายที่มาที่ไปของ Debit-Credit เพราะที่เรียนไปกับ คุณครู ก็เข้าหูซ้าย-ทะลุหูขวา ไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่ในอณูสมอง น้อยๆ ของเรา – รุ่นพี่อุปถัมภ์แท้ๆ พอไปทำงานบัญชี ก็มีปัญหากับไอ้เจ้าคอมพิวเตอร์ เพราะ ตอนเรียน เพื่อนช่วยทำการบ้านให้ ไอ้เราก็ได้แต่เขียนชื่อลงไปใน กระดาษแล้วส่งครู พอต้องเอาไปใช้งานจริงๆ ใบ้รับประทาน โชคดีอีก ละ มีรุ่นพี่ที่ทำงานคอยประกบเป็นพี่เลี้ยงให้ จนพี่เค้าได้ดิบได้ดี ย้าย ไปเป็นผู้จัดการสาขาที่ต่างจังหวัด เทวดาประจำที่ทำงานก็เลยต้อง Bye Bye กันไป เมื่อมาเรียนโยคะ ก็มีรุ่นพี่คอยให้คำปรึกษา ทั้งเรื่องสอน โยคะ รักษาสุขภาพ และเป็นที่ปรึกษาปัญหาชีวิต อืมม ! จริงๆ ก็มีรุ่น พี่รุ่นน้องรุ่นเพื่อนด้วยตั้งแต่ ครูกวี พี่เละ (อ.ธีรเดช) ลุงต้อย พี่ฟู (เสีย ชีวิตแล้ว) คุณหมออรุณ (รพ.ศิริราช) พี่นก-ทันตแพทย์ รพ.กรุงเทพ พี่โต้-พี่จิ (มศว.) พี่ตา- น้องเบิร์ด นีลชา พี่อ๊อด- พี่ดล(ธนวัชร์) พันธ์ ครูสอนโยคะวินยาสะ ที่นักเรียนมาสมัครกันเต็มแบบแน่นเอี๊ยดเป็น ปลากระป๋อง ตั้งแต่ 2 ชั่วโมงแรกที่ประกาศเปิดคอร์สในอินเตอร์เนท จนต้องเปิดสอนกันอีกรอบ เพราะเจ้าหน้าที่สำนักงานกลัวโดนวาง ระเบิดจากผู้คนที่พลาดการสมัครรอบแรก (อันนี้ ก็แซวกัน เล่น ขำๆ ) ยังมีกัลยาณมิตรอีกมากมาย ที่ไม่สามารถเอ่ยนามกันได้ หมด เพราะถ้าร่ายมาหมดอาจต้องไปอ่านกันต่อฉบับหน้า อ้อ! เกือบ ลืม คุณครูของพวกเรา ครูฮิโรชิ-ฮิเดโกะ ที่นับว่าเป็นโยคี-โยคินีรุ่นพี่

[11]

รุ่นอาจารย์ที่เดินล่วงหน้าไปก่อนเราแล้วหลายช่วงตัว ให้เราเดินตาม ต๊อกๆ ทั้งที่เดินจริงๆ เพราะครูเดินเร็ว และเดินตามไปอินเดีย แล้วยัง เดินตามทางจิตวิญญาณ- การใช้ชีวิต เพราะครูทำให้เห็นถึงความ เมตตา-กรุณา ช่วยดูแลกันมาตลอด ตั้งแต่ที่เมืองไทย ไปปูเน่ โลนาฟ ลา จนกลับมาเมืองไทยทำงานอยู่กับครูอยู่อีกหลายปี ตอนอยู่อินเดีย ถ้าไม่รักกันจริงครูคงไม่ยอมลำบากลำบนนั่ง รถไฟเป็นชั่วโมงๆ จากปูเน่มาเยี่ยมพวกเรา 7 ชีวิต อันมีเด็กไทย 4 ญี่ปุ่นอีก 3 พวกเรารู้สึกดีจริงๆ ที่เป็นเด็กต่างชาติ แล้วเหมือนมีผู้ ปกครองมาเยี่ยมเด็กหอ ไม่ได้กลับบ้านตั้ง 6 สัปดาห์ (จริงๆ อยู่เที่ยว ต่อเป็น 2 เดือน) ก็ได้ครู ฮิโรชินี่แหละ แนะนำวิธีเดินทาง หาที่พัก เขียนโปรแกรมไปเที่ยวให้ จนทำให้การใช้ชีวิตในอินเดียแบบมีพี่เลี้ยง นี่มันไม่ได้ยาก ไม่ได้ลำบากเกินไป และพวกเราทั้ง 4 ก็เอาชีวิตรอด กลับมาได้ ครบ 32 ประการ เขียนมาตั้งยืดยาว แล้วเจ้เล้งจะบอกอะไรกับเราเนี่ย ! อ๋อ ก็ จะบอกว่า วันที่ 27 ต.ค. 55 เวลา 09.00 – 16.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 8 สำนักหอสมุด สถาบันโยคะวิชาการ (TYI) จัดไหว้ครูญี่ปุ่นของ เรา ก็เลยอยากเชิญชวน ชักชวนรุ่นพี่ –รุ่นน้องผองเพื่อน ทั้งที่เคย เรียนกับครู ก็แวะมาทักทายครู ส่วนที่ไม่เคยเรียนกับครู (เพราะอยู่ หลักสูตรครูระยะสั้น หรือ หลักสูตรอื่นก็ให้โอกาสตัวเองมารู้จักครู และ กัลยาณมิตร TYI รวมทั้งถือโอกาสมาร่วมรุ่น –เลี้ยงรุ่นกันหลังเลิก งานแล้วก็ไม่ว่ากัน เล้งรู้สึกมาตลอด 7 ปีนี้ว่า กัลยาณมิตรเป็นของมี ค่า เมื่อได้พบกันแล้วก็ไม่อยากให้ห่างหายกันไป มีคนบอกว่า ความ รักเป็นกริยา ไม่ใช่คำนาม เพราะต้องอาศัยการกระทำ ทุ่มเทเอาใจใส่ หมั่นรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ย ดูแลหนอนและแมลง ต้นไม้แห่งความรักจึง จะงอกงาม จึ ง หวั ง ว่ า เพื่อนๆ ทั้งรุ่นพี่ – รุ่น น้ อ งจะยอมแซะตั ว เองออกจากบ้าน มา ในวันนี้ วันที่ พวกเราจะมา ชื ่ น ชมมิ ต รภาพ ของชาว TYI กันนะ คะ จบแล้วจ้า


¨จÒา¡กàเ¾พ×ืè่Íอ¹น¤คÃรÙู

ÊสÍอ¹นáแ¹นÇวäไËห¹น´ดÕี

สวัสดีค่ะครู ครูสบายดีไหมคะ เตยก็ค่อยๆ เดินค่อยๆ ก้าวค่ะ ทำไปทำมา เตยจะสอนเวิร์คช็อปชลเนติอีกสองรอบแล้วนะคะ ส่งอีเมล์มาเล่าความคืบ หน้าค่ะ อีกเรื่องนึง เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เจ้าของสตูบอกว่าอยากให้สอนแบบได้เหงื่อหน่อย เตยก็แบบ เอาไงดี เหมือนยืนอยู่บนทางแยกว่าเราจะ เลือกทางไหน แต่สรุปก็สอนแบบไกวัลยนั่นแหละค่ะ ให้เค้าสนใจที่ลมหายใจมากหน่อย ก็ไม่ได้มีท่าพิสดารนะคะ ท่าพื้นๆ นี่แหละ ปรากฏว่า นักเรียนบอกว่า โอยเหงื่อออกเยอะมากเลยค่ะครู พอให้ตั้งใจ กลับมาดูตัวเองเยอะขึ้นเหงื่อออกเยอะขึ้นด้วย แล้วพอจบคลาสเจ้าของสตูกับ นักเรียนก็บอกว่าขอโทษที่บอกว่าให้เปลี่ยนสไตล์การสอน ไม่ต้องเปลี่ยนแล้วล่ะ เอาแบบนี้ ก็เป็นการฝึกโยคะเพื่อสมาธิไป นักเรียนบอกว่า ปกติ มาฝึกแค่คลาสของเตยเพราะร่างกายไม่แข็งแรง ส่วนอีกคนบอกว่าต้องมาฝึกเพราะฝึกแล้วได้ข้างใน รู้สึกดี คนสอนฟังแล้วก็ดีใจ เลยอยากเอามา แชร์ค่ะ วันนี้ขอจบข่าวแต่เพียงเท่านี้ค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะครู เตยค่ะ

[12]


àเÇวÔิÃร¤คªชÍอ»ปªชÅลàเ¹นµตÔิ เรียนครู (ฉบับต่อมา) พรุ่งนี้เตยมีสอนชลเนตินัดพิเศษ ให้ครูพิมกับคนที่เรียนคอร์สครูกับแอ็พโซลู ทบางคนมาเรียนด้วย โชคดีไปเจอ Jalaneti booklet ที่เค้าเผยแพร่ในเน็ตตั้ง 41 หน้า มี เรื่องน่าสนใจเยอะแยะเลย คิดว่าจะได้เอามา แชร์นักเรียนค่ะ คราวที่แล้ว ก็มีครูโยคะจากจันทบุรี มาเรียนเอาไปสอนนักเรียนด้วย ดีใจได้ใช้ ความรู้และส่งต่อให้คนไกลได้ด้วย ส่วน นักเรียนคนอื่นก็มาเล่าให้ฟังว่าไปทําเองแล้ว ดี สะดวก สบายหายห่วง ส่วนวันพรุ่งนี้ที่เป็นนักเรียนจาก แอ็พโซลูทเลยว่าจะสอนปราณายามะอาสนะ แบบที่ไกวัลยสอน และจะอธิบายว่าอะไรเป็น อะไร แปลว่าอะไร เพื่ออะไร เขาจะได้เข้าใจ อย่างที่มันเป็นและส่งต่อไปยังนักเรียนของเขาอีก ... ต้องบอกว่าโชคดีที่เตยฝึกโยคะแบบออกแรงมาก่อนเพราะฉะนั้นเตยจะเข้าใจว่าจะอธิบายเขายังไง เพื่อไม่ให้ใช้ความเคยชินแบบเดิม ไม่เอาอีโก้นําที่จะยกขาได้สูงกว่า ยืดกว่า เหยียดกว่า ทั้งนี้ เตยไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นไม่ดีนะ วัตถุประสงค์มันต่างกัน จะเอาไปเปรียบเทียบคงไม่ได้ เอาเป็นว่าถ้าเพื่อสร้างความ บริสุทธิ์ของจิต ความสงบของลมหายใจ ความมั่นคงภายในก็ต้องลองทางนี้ดู เนิบๆแต่ชัวร์ วันก่อนไปสอนนักเรียนใหม่ห้าคน เขาเพิ่งเริ่มฝึกโยคะโดยวันจันทร์ถึงพฤหัสจะฝึกแบบเริ่มต้น เป็น Hatha Vinyasa style พอมาเจอ เตยวันศุกร์ ใส่ชุดแขกมาเลย นักเรียนคงมึนไปเหมือนกัน แต่เตยว่ามันได้อารมณ์ดีอ่ะ ได้ฟีลดี 555 เออ มีเชิญระฆัง สวดมนต์ คือเตยก็จัด เต็มตลอดค่ะ ครูพิมเรียกเตยว่า "เตย ไม่เคยน้อย" เพราะตอนเตยเรียนที่ไกวัลยได้ผ่านประสบการณ์แบบ first hand experience มา แล้วเรา ก็อดไม่ได้ที่จะถ่ายทอดในแบบนั้น ทุกครั้งที่สอนหรือสวดมนต์นะ เตยรู้สึกแปลกมากเลย เหมือนเราเป็นทางผ่านน่ะค่ะครู เป็น tool เป็น medium พูดแล้วดูโอเว่อร์นิดนึง แต่ ณ จุดหนึ่งเหมือนมันเกิดการเลื่อนไหล การส่งต่อความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ชีวิตของปราชญ์ ของโยคี โบราณ มันทําให้เราได้เรียนรู้และเติบโตทุกครั้งที่ไปสอน เตรียมการสอน ฝึกเอง หรือไปฝึกในคลาสอื่น ทั้งหมดมันทําให้เรา"จริง"กับตัวเอง มากขึ้น เหมือนดั่งที่ว่าเลือดเป็นสีแดง และน้ำตาของทุกคนนั้นเค็ม และเราปฏิเสธความจริงไปไม่ได้ และเรา"ต้อง" เรียนรู้ที่จะอยู่และยอมรับ กับความจริง นั่นไม่ต่างอะไร กับเวลาเห็นนักเรียนบางคนทํา Uttanapadasana แล้วพยายามใช้แรงเหวี่ยง เกร็งไหล่ เกร็งขาจนเป็นลู��� เพื่อให้ยก ได้ตามความสูงที่เคยทําได้ในคลาสอื่น แน่นอน สําหรับพวกเขาแล้วเตยรู้ว่ามันเจ็บปวดที่จะยอมรับว่าฉันฝึกโยคะมาตั้งนาน ทําท่ายากๆ ได้ มากมาย ทั้ง Head Stand, Hand Stand, Pinchamayurasana แล้วการยกขา ไม่งอเข่าสามสิบองศา ไม่เกร็งไหล่ไม่เกร็งหน้าทําไมมันถึงได้ ยากเย็นนัก... ตัวเตยเองผ่านมาก่อนกับการยกขาไม่ขึ้น และได้รู้ว่ามันเป็นกล้ามเนื้อคนละมัดกัน เตยเลือกที่จะอธิบายให้นักเรียนรู้ "ข้อเท็จ จริง" ของอาสนะ เพื่อให้เขาได้"จริง"กับตัวเอง ฟังเสียงร่างกายตัวเองแล้วยอมรับสิ่งนั้นอย่างที่เป็นและไม่ตัดสิน และการที่ให้เขาหลับตานั้นทํา ให้เขาไม่ต้องมองใคร (แม้จะอยากมองแค่ไหนก็ตาม) ไม่ต้องอายเพื่อนถ้ายกขาไม่ได้ ไม่ต้องอายครู เพราะถ้าเขาเกร็งขาเกร็งไหล่เตยก็ดูออก เพราะเตยเคยทํามาก่อน! แหม ก็มันอายนี่คะ อุ๊ปส์! น่านไง จะจริงกับตัวเองยังไม่ได้เลยสมัยก่อนอ่ะ จะว่าไป ยังไม่ได้เล่าตอนจบของนักเรียนห้าคนให้ครูฟัง เขาบอกว่า "ชอบมากค่ะ" "ไม่เคยฝึกแบบนี้มาก่อน" "ฝึกแล้วรู้สึกตัวเบา มากกว่าฝึกคลาสปกติที่เหยียดยืดแล้วตึง" "นี่มาฝึกครั้งแรก งั้นสมัครสมาชิกเลยค่ะ" และอื่นๆ อีก คนสอนฟังแล้วก็ชื่นใจ จากที่หวั่นใจอยู่ว่า คนจะชอบไหม เพราะเตยเองก็ไม่อยากเปลี่ยนแนวการสอน..สรุปก็โอเค แฮปปี้กันไป ลุ้นกว่าขายงานหลักล้านตอนเป็นเออีซะอีก! อ้อ ขอแถมเตยว่าเตยชอบสอนท่าศพนะคะ เตยเอาศาสตร์ของฮิปโนมาใส่ ให้นักเรียนซ่อมแซมเซลล์ในร่างกายด้วย แต่ดั๊นมี นักเรียนสองคนมาเห็นผีเจ้าที่ตอนเตยให้นอนท่าศพ แฮ่ม แสดงว่าคลื่นสมองลดต่ำจากเบต้าเป็นอัลฟ่าแล้วคลื่นไปตรงกับความถี่อื่นแหงมๆ แล้วยังถามเตยด้วยนะ ครูเตยเห็นเหมือนกันไหมคะ? ไอ๊หยะ ไม่เห็นค่าาาาาา เตยก็ขอจบมหากาพย์ภาพยนตร์ให้ครูได้อ่านเล่นไว้แต่เพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าค่ะ นมัสเต เตย

13!

[]


¨จÒา¡กàเ¾พ×ืè่Íอ¹น¤คÃรÙู

µตÒาÁม¤คÃรÙูäไ»ปÍอÒาÈศÃรÁมÇว§งÈศ์Êส¹นÔิ·ท∙

ถึง ครูทุกท่านที่เคารพและเพื่อนๆ ที่คิดถึงทุกคน เป้ในฐานะตัวแทนของเพื่อนร่วมเรียนรุ่น 11 ขอส่งต่อความรักและความเมตตาของครู H&H ให้กับทุกคนที่เป็นลูกศิษย์ครูเนื่องจากเป้ ภารกิจน้อยที่สุด (คิดว่างั้น) เรื่องมีอยู่ว่า ... ก่อนสัปดาห์วันแม่ ครูฮิเดโกะส่งเมล์มาบอกว่าให้ไปร่วมกับครูได้ ครูจะไป relax ที่อาศรมแสงสนิท คลอง 15 พอรับเมล์ ไม่แน่ใจว่าแปล ถูกหรือเปล่าก็ส่งต่อหมอบุ๋ม คุณหมอก็แปลตอบกลับว่าครูชวน ขณะนั้นเป้อยู่ที่อุบลฯ ไปเข้าพรรษาพร้อมกับไปดูเทศกาลแห่เทียนพรรษาที่สวยงามมากๆ (ปีหน้าใครสนใจไปดูกันป่ะ เป้เป็นไกด์) เลย ยังไม่ได้ตอบรับครู กลับมาทราบว่าทุกคนมีภารกิจแล้ว เหอๆ คิดในใจแล้วข้าพเจ้าจะพูดกับครูรู้เรื่องเหรอเนี่ย ภาษาอังกฤษยังอยู่ในตุ่ม เหมือนเดิม เมล์หาครู "เป้จะไปรับครูที่ มศว. วันเสาร์หลังครูสอนเสร็จ" ครูตอบกลับมา "ไม่มีสอนค่ะ มารับที่สถาบันฯเลย ประมาณ 13.30-14.00 น." ไปรับครูช้าไปประมาณ 15 นาทีเพราะมัวเอารถไปล้างอยู่ ไปถึงสถาบันฯ ครูฮิเดโกะเอาเค็กมะพร้าวอ่อนให้กิน (อร่อยม๊าก) แล้วครูก็ไป เร่งครูฮิโรชิเป็นภาษาญี่ปุ่น ได้ยินเสียงกุกกักอยู่ข้างบน กินขนมยังไม่หมดครูก็ลากกระเป๋าลงมาแล้ว พร้อมกับถุงสาหร่ายเถ้าแก่น้อย (ให้เป้สองถุง ใหญ่) ไม้แบดฯ เสื่อโยคะ (แบบเบา) โทรหาครูกวีถามเส้นทาง (นอกเส้นทางเมื่อไหร่หลงเมื่อนั้น) ขับไปยังไม่ถึง 10 นาที ครูฮิโรชิก็ take a rest

[14]


แล้ว (ครูจะ relax ตลอดเวลา ไม่รู้ทำได้ไง) พอเลี้ยวเข้าคลอง 15 ครูฮิ เดโกะก็บอกว่าถึงแล้ว อารายประมาณนี้ อาศรมวงศ์สนิททางเข้าต้องข้ามโป๊ะ โดยชักเชือกข้ามคลอง รังสิต สนุกดี ที่จอดรถอยู่บริเวณบ้านดินตรงข้ามวัด แล้วเดินย้อน มาประมาณ 300 เมตร (มีคนดูให้ปลอดภัยไม่ต้องจ่ายตังค์ด้วย) ขึ้น ฝั่งไปครูฮิโรชิก็ชี้แผนที่ให้ดู เป้ก็ yes แต่ตามองไปที่ต้นไม้เยอะ แล้วก็ มีเสียงนกร้อง มีที่แบบนี้ใกล้ กทม.ด้วยเหรอเนี่ย เจ้าหน้าที่พาไป กุฎิที่พัก ทางเดินเป็นอิฐมอญสีแดง มีตะไคร่น้ำขึ้นด้วย อากาศดี ข้าม บึงที่ปลูกบัวสีม่วง ต้นไม้เยอะ เงียบและเย็นสบาย เป้ได้พักกุฎิของ อ.ธรรมศักดิ์ 84 ปี ข้างๆ กับครู เป็นกุฎิไม้ เสาปูนสูงประมาณ 2 เมตร บันไดไม้ 11 ขั้น มีประตูกั้นกันสุนัข มีระเบียงประมาณหนึ่งวา เปิดประตูเข้าไป ว้าว มีกลดสีขาวแขวนอยู่ ที่นอนแข็งๆ พร้อมหมอน (นอนไม่ปวดหลังเลย) มีหน้าต่างรอบด้านมีมุ้งลวด มีพัดลม ที่อาศรม ไม่มีแอร์ ทีวี ตู้เย็น แต่มีศาลาที่ต่ออินเตอร์เนตได้ ครูพาไปศาลากลางน้ำ (ที่เล่นเนตได้) สองชั้นใช้เป็น office ที่สระปลูกบัวสีม่วง ชมพู แล้วก็มีสาหร่ายกันน้ำเสีย มีสะพานเดินทอด ไป แล้วก็พาไปชมสถานที่ ครูบอกว่ารู้จักอาศรมนานแล้ว และก็พา นักเรียนญี่ปุ่นมาเรียนโยคะที่นี่ เป้ยังถามว่า "ทำไมคนไทยไม่พามาที่ นี่" ครูบอกว่า "คนไทยบางคนชอบแอร์คอนดิชั่น" "เศร้าจัง" ครูบอกโปรแกรมคร่าวๆ แล้วก็บอกให้ไป relax พบกันตอน 17.30 เพื่อ asana and samadhi เป้ตระเวณเดินไปทั่ว เจอนักศึกษา มาฝึกละคร มาถึงห้องฝึก ครูฮิเดโกะเตรียมสถานที่ไว้แล้ว ใช้เบาะนั่ง สมาธิ ครูมีผ้าปูด้วยแหล่ะ ของครูฮิโรชิเป็นเสื่อโยคะ (ครูแท้จริง) ครู เริ่มต้นด้วยนั่งสมาธิประมาณ 30 นาที ต่อด้วย savasana..relax ทีละ ส่วน bhujangasana makarasana salabhasana makarasana pavanasana savasana ardha-halasana savasana viparitakarani mudra savasana matsya savasana vakrasana ralax sitting pacimottanasana เน้นให้รองก้นสูงและเอาหมอนไว้ที่ท้อง ตอนแรก ไม่รอง ครูไม่ยอม supta vajrasana (ให้เอาอาสนะและหมอนมารอง ค้างประมาณเกือบ 10 นาทีจนเป้เผลอหลับ tadasana relax standing vrksasana cakrasana uddiyana 3 ครั้ง savasana kapalabhati anuloma-viloma (1 : 2, เข้า 5 ออก 10, 10 รอบ) ujjayi (1 : 2, 10 รอบนอนและนั่ง) จากนั้นก็นั่งสมาธิอีกประมาณ 5 นาที อาบน้ำ (ครูอาบอย่างรวดเร็ว ไม่รู้กลัวเราไม่ได้อาบหรือ เปล่า) แล้วก็ไปกินข้าว เป็นโต๊ะแบบญี่ปุ่น ครูฮิโรชิตักเสร็จมานั่งรอ เราก็เดินไปมา (ก็ไม่รู้ว่าครูรอ ) พอนั่งครูก็พาไหว้ อาหารเป็น มังสาวิรัติทุกมื้อ วันแรกมีน้องๆ นักศึกษากินข้าวด้านนอก 5-6 คน เป้กับครู (รวมสามคน) นั่งข้างใน วันต่อมาเหลือเพียงสามคน (คน น้อย) แต่อาหารทำเผื่อประมาณ 6 คน กินเสร็จครูฮิโรชิไปทำงานที่ ศาลากลางน้ำ เป้เตรียมนอน ครูฮิเดโกะเรียก Pae san, see insect" ออกไปดู วู้ หิ่งห้อยบินไปมาอยู่ที่คูน้ำ มีตัวหนึ่งบินมาที่หน้าห้องครู เป้เอามือกอบให้ครูดู สวยจริงๆ พอกลับเข้าห้องได้ยินเสียงลม เสียง นกกลางคืน เสียงกบ เขียด เสียงใบโพธิ์ดังซ่าๆ ง่วงจนลืมตาไม่ขึ้น หลับสนิท

[15]

6.30 น. ครูก็ไปก่อนอีกแล้ว นั่งสมาธิครึ่งชั่วโมง อาสนะ ปราณ (การฝึกปราณที่อากาศดีๆ และไม่มีแอร์ดีมาก) สมาธิ อาหาร เช้า ผ่อนคลาย นวดแบบวัดโพธิ์ เที่ยงกินข้าว ผ่อนคลาย (ครูทั้งสอง ไปรับบริการนวด) กินข้าวเย็น ไปเดินเที่ยวตลาด(ชาวบ้านมาขายเอง) ครูเป็นที่รู้จักของร้านค้า เขาย้ายไป 200 เมตรยังตามไปอุดหนุนอีก แหล่ะ กลับมานอนตั้งแต่สองทุ่ม (ง่วงมั๊ก) ครูจะปฏิบัติตัวเหมือนเดิม ตรงเวลา สบายๆ ไม่เบื่อ ไม่ เหนื่อยหน่าย (ครูฮิโรชิทำงานทุกวัน ทำในอินเตอร์เนต วันแรกครูฮิเด โกะต้องไปตาม) ผ่อนคลายอยู่ตลอดเวลา อะไรไม่รู้ไม่ตอบ ทำหัวสั่น ไปมาเหมือนอินเดีย ส่งอะไรให้กินก็กินได้หน้าตาเฉย พาลให้นึกถึง พระ เหอๆ ปอกกระท้อนให้ครูลองทาน ลืมชิม เปรี้ยวจนต้องคาย ทิ้ง..เก็บในสวนที่อาศรม ทุกอย่างดี ok ไม่เป็นไร เ���้าวันสุดท้าย ครูฮิเดโกะเล่าว่าลืมตั้งเวลาเป็นไทย ครูตื่น ประมาณตีสามกว่า รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าปลุกครูฮิโรชิเพื่อไปสมาธิ เรา หลับไม่รู้เรื่อง พอเดินไปมืดมากครูถึงนึกได้ กลับมานอนใหม่ (ขอโทษ นะคะครูที่นำมาเล่า สงสารครู แต่ก็ขำจัง) หลังจากกิจกรรมช่วงเช้า เสร็จครูก็ไปผ่อนคลาย ออกจากอาศรมประมาณสิบโมงเช้าไปเที่ยว นครนายกกัน (ไปดูพระพิฆเนศใหญ่ที่สุดในประเทศไทย) หนีบน้อง แม่ครัวที่อาศรมไปเป็นเพื่อนหนึ่งคน ครูเล่าประวัติพระพิฆเนศให้ฟัง แต่แปลไม่ค่อยออก วันหน้าก็ฟังใหม่นะจ๊ะ ขากลับหาที่กินข้าวเที่ยง พี่กล้วยบอกว่ามีร้านอร่อย หาจน เกือบบ่ายโมงกว่าๆ เป็นร้านแพเล็กๆ อยู่ลึกมาก อาหารรสชาดทาน ได้ ไม่เผ็ด ต้มยำกุ้งแบบนครนายก แวะซื้อสับปะรด (อยากซื้อ น้อยหน่าแต่เลยแล้ว) พี่กล้วยอยากให้ครูไปกินซีฟู้ดที่นมัสเตโยคะ แต่ ครูว่ารถคงติดเพราะหยุดยาว "ถูกเผง" ยังไม่ถึงคลองห้า ติดม๊ากๆ แถมฝนตกอีกต่างหาก กว่าจะมาถึงสถาบันฯ เกือบสี่โมงเย็น ครูลง จากรถยกกระเป๋าเปียกหมด เหอๆ เราคิดช้าไป น่าจะรอฝนหยุดก่อน ทั้งหมดที่มาส่งต่อ (เท่าที่จำได้ด้วยสมองอันนิดหน่อย) ความเมตตาของครูที่มีต่อศิษย์นั้น "สัมผัสได้ด้วยใจจริงๆ "ภาษาไม่ใช่ เครื่องกั้น และครูก็ปฏิบัติต่อเราเต็มร้อยทุกคน เท่ากัน เป้คนเดียวครู ก็สอนเหมือนพวกเราทุกคนที่ห้องเรียน ที่สำคัญครูสอนสิ่งที่ครูทำ ครู รักและให้เกียรติกันมาก (เหมือนแบ่งกันทำหน้าที่) เรื่องกินขนมถ้าครู ผู้หญิงไม่ให้กิน ครูผู้ชายก็จะวางไว้ก่อน น่ารัก ด้วยความระลึกถึงความเมตตาของครูทุกท่านและรักเพื่อน เสมอ (จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง) เป้ ปล. ครูฮิเดโกะสอนว่า "ให้สีเขียวของใบไม้ ให้ธรรมชาติ รักษาใจของ คุณเสมอ"


áแ¹นÐะ¹นÓำ Ëห¹นÑั§งÊส×ืÍอ

àเÃร×ื ่ Íอ §ง àเ»ปÔิ ้ Åล

»ปÃรÒาªช­Þญàเ´ดÔิ¹น´ดÔิ¹น ÇวÔิ¶ถÕี¤ค¹น¡กÅล้Òา ·ท∙้Òาàเ»ปÅลÕี่Âย¹นâโÅล¡ก 9 áแ¹นÇว¤คÔิ ´ด ´ดÕี æๆ ÁมÕี ¤ค Øุ ³ณ ¤ค่ Òา ÊสÙู ่ 1 àเÊส้ ¹น ·ท∙Òา§งáแËห่ §ง ¤คÇวÒาÁมÊสØุ ¢ข ºบ¹น¤คÇวÒาÁม¾พÍอàเ¾พÕี Âย §ง ÍอÔิ Êส ÃรÐะ¾พÃร ºบÇวÃรàเ¡กÔิ ´ด àเÃรÕี Âย ºบàเÃรÕี Âย §ง áแ¾พÃรÇวÊสÓำ¹นÑั ¡ก ¾พÔิ Áม ¾พ์

เป็นการถ่ายทอดเนื้อหา จากรายการโทรทัศน์คุณภาพ ปราชญ์เดินดิน ออกมาเป็นตัว หนังสือ จาก 9 ปราชญ์ชาวบ้าน ได้แก่ ครูยักษ์ วิวัฒน์ ศัลยกำธร แห่งมหาวิทยาลัยคอกหมู อดีตข้าราชการระดับสูง รั้ง ตำแหน่งผู้อำนวยการ ทำหน้าที่ตามเสด็จ และคอยจดบันทึกว่าพระองค์ท่านพระราช ทานพระ ราชดำริกับใคร ที่ไหน เมื่อใด และมีใจความอย่างไร จากนั้นจึงนำมาประชุม เขียนแผน และขอ อนุมัติงบประมาณ โดยได้รับเชิญไปบรรยายตามหน่วยงานต่างๆ ตามที่พระองค์ท่านพระราชทาน พระราชดำริ สอนให้ทำแบบภูมิปัญญาไทยให้ชาวบ้านใช้ชีวิตแบบพึ่งตนเอง แต่ข้าราชการไทย เรียนมาตามแนวตำราฝรั่ง ผนวกกับเจอปรากฏการณ์บรรยายที่ไหนไม่มีใครเชื่อ เนื่องจากถูกชาว บ้านมองว่าเป็นข้าราชการระดับสูง ไม่ได้ลงมือทำจริง ที่สุดจึงตัดสินใจลาออกมาทำให้ดูเป็น ตัวอย่าง ยอมทิ้งโอกาสก้าวหน้าในงานราชการกับตำแหน่งอธิบดี จากบทสัมภาษณ์ของครูยักษ์ ทำให้รู้จักความหมายของคำว่า เศรษฐกิจพอเพียง ที่แท้เป็นอย่างไร มาร์ติน วีลเลอร์ ชายชาวอังกฤษผู้ปฏิเสธใบปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง โดยเชื่อว่า ชีวิตมีมิติอื่นที่หน้าสนใจกว่า ตั้งใจเดินทางออกจากอังกฤษเพื่อไปปักหลักที่ออสเตรเลีย เลือกหา ประสบการณ์ระหว่างทางโดยเริ่มต้นที่ประเทศไทย สุดท้ายมาตกหลุมรักสาวไทย เลือกใช้ชีวิตถิ่น อีสาน มาร์ตินเล่าว่า “คนอีสานมีพื้นฐานชีวิตที่ดีกว่าคนอังกฤษหลายเท่า ทุกคนเกิดมามีบ้านเป็น ของตัวเองขณะที่คนอังกฤษเกือบครึ่งไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง...สังคมอีสานเป็นสังคมที่มีความ ยุติธรรม ทุกคนเกิดมามีทุกอย่างที่จำเป็น มีบ้านให้อยู่ มีที่ดินให้ทำกิน ถ้าขยันเสียอย่าง ไม่มีคำว่าตกงาน ไม่มีคำว่าอดตาย ผิดกับคนอังกฤษที่มี แต่คำว่าลูกจ้าง ต้องให้เขาจ้างเราถึงจะมีกิน” มาร์ตินนึกเสียดายแทนคนอีสานหลายคนที่ปล่อยนาไร่ให้รกร้างแล้วดั้นด้นเดินทางไปรับจ้าง ไปเป็น ขี้ข้า “คนอีสานอยู่กับดิน หากินกับดินได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ระบบการศึกษาไม่สอนให้คนอยู่กับสิ่งที่มีที่เป็น แต่กลับสอนคนให้ถอยห่างจากรากเหง้า ของตัวเอง” มาร์ติน บอกว่า ท้องจะอิ่ม หรือ กิ่ว ปัจจัยที่เป็นตัวกำหนด คือ สมอง สองแขน เรี่ยวแรง และความขยัน โจน จันได ที่หลายคนรู้จักเขาแล้วจากหลายสื่อ มองว่า เพราะกระแสบริโภคนิยมที่รุนแรง นำพาคนให้เดินตาม หากวันหนึ่งเมื่อระบบพัง ทุกคนจะพังตาม แต่หากเราพึ่งพาตนเอง ไม่เดินตามกัน ต่างคนต่างมีวิถีของตน วันหนึ่งหากคนหนึ่งพัง อีกคนจะยังอยู่ ในขณะที่กระแสบริโภค นิยมทำให้คนรู้สึกว่าตนเองด้อยอยู่ตลอดเวลา ต้องซื้อต้องหาเพื่อชดเชยความขาดของตนเอง หมายถึงเราต้องทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อหาเงินให้มากขึ้น เหนื่อยมากขึ้น เวลาในชีวิตอันมีอยู่น้อยนิดแต่มีค่ามหาศาล ต้องมาสูญไปกับการแสวงหาเพื่อตอบ สนองกระแสบริโภคนิยม น่าเสียดาย ชีวิตหนึ่ง เกิดมา เราน่าจะเรียนรู้อะไรที่มากกว่า ทำงานหาเงิน แล้วก็ใช้เงิน โจน จันได สอนให้รู้จัก การพึ่งตนเองบนพื้นฐานของปัจจัยสี่ หากลองคิดดูให้ดี ชีวิตมนุษย์ไม่มีอะไรมากไปกว่า บ้าน อาหาร เสื้อผ้า และ ยารักษาโรค หากเราพึ่งตนเองในสี่อย่างได้ ชีวิตจะง่ายขึ้น เบาขึ้น และมีอิสรภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีบทสัมภาษณ์ ปราชญ์ท่านอื่น ๆ อีก 6 ท่าน ซึ่งล้วนแล้วแต่ให้แง่คิดที่ดี ต่อวิถีการใช้ชีวิตของเหล่าชาวครูโยคะทุกท่าน สนใจตามหาอ่านได้ กระซิบว่า เล่มนี้ได้มาจากห้องสมุดที่สวนโมกข์ สวนรถไฟค่ะ

[16]


¿ฟ‡‡.................... Òา¤ค×ืÍอ¿ฟ‡‡Òา

¿ฟ‡‡Òา¤ค×ืÍอ¿ฟ‡‡Òา ÊสÇวÂยãใÊสãใÊส ÍอÂยÙู‹‹äไ¡กÅลÅลÑั ºบ µตÒา¨จ‹‹Íอ¨จÑั ºบ ¨จ´ด¨จŒŒÍอ§งäไ»ป ãใËหŒŒáแÅลàเËหç็¹น ¡กÒาÂย¤ค×ืÍอ¡กÒาÂย ½ฝƒƒ¡กµต×ืè่¹นÃรÙูŒŒ ´ดÙูãใËหŒŒàเ»ปšš¹น ¨จÔิµต¨จÔิµตàเ¹นŒŒ¹น ÍอÂยÙู‹‹¤คÙู‹‹¡กÒาÂย ËหÁมÒาÂยÃรÙูŒŒ¸ธÃรÃรÁม ....................

¤คÃรÙูàเ»ปˆˆÒาÐะ ¹นÑั ¹น·ท∙Òา

เขียน ณ ลานจอดรถวัดธาตุทอง

[17]


»ปÃรÐะ¡กÑั¹นªชÕีÇวÔิµต »ปÃรÐะ¡กÑั¹นªชÕีÇวÔิµต ´ดŒŒÇวÂยÈศÕีÅล¢ขŒŒÍอ 1 »ปÃรÐะ¡กÑั¹น·ท∙ÃรÑั¾พÂยÊสÔิ¹น ´ดŒŒÇวÂยÈศÕีÅล¢ขŒŒÍอ 2 »ปÃรÐะ¡กÑั¹น¤คÃรÍอºบ¤คÃรÑัÇว ´ดŒŒÇวÂยÈศÕีÅล¢ขŒŒÍอ 3 »ปÃรÐะ¡กÑั¹นÊสÑั§ง¤คÁม ´ดŒŒÇวÂยÈศÕีÅล¢ขŒŒÍอ 4 »ปÃรÐะ¡กÑั¹นÊสµตÔิ»ป˜˜­Þญ­ÞญÒา ´ดŒŒÇวÂยÈศÕีÅล¢ขŒŒÍอ 5

5 àเÃร×ืè่Íอ§ง·ท∙Õีè่¤ค¹นãใ¡กÅลŒŒµตÒาÂยàเÊสÕีÂยãใ¨จ...·ท∙Õีè่äไ´ดŒŒ·ท∙Óำäไ»ป áแÅลÐะ ·ท∙Õีè่äไÁม‹‹äไ´ดŒŒ·ท∙Óำ 1) ฉันน่าจะกล้าที่จะใช้ชีวิตตามความต้องการที่แท้จริงของตนเอง ไม่ใช่มีชีวิตไปตามความคาดหวังของ คนอื่น (I wish I had the courage to live a life true to myself, not the life others expected of me.) 2) ฉันไม่น่าจะบ้างานขนาดนั้น (I wish I didn’t work so hard.) 3) ฉันน่าจะกล้าที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเอง (I wish I had the courage to express my feelings.) 4) ฉันน่าจะหมั่นติดต่อกับเพื่อนได้มากกว่าที่เป็น (I wish I had stayed in touch with my friends.) 5) ฉันน่าจะปล่อยให้ตนเองมีความสุขมากกว่าที่เป็น (I wish that I had let myself be happier.)

จากหนังสือขายดีใน Amazon "The Top Five Regrets of the Dying" โดย Bronnie Ware

[18]


âโ´ดÂย ÇวÕีÃรÐะ¾พ§งÉษ äไ¡กÃรÇวÔิ·ท∙Âย áแÅลÐะ¨จÔิÃรÇวÃรÃร³ณ µตÑั้§ง¨จÔิµตàเÁม¸ธÕี áแ»ปÅลáแÅลÐะàเÃรÕีÂยºบàเÃรÕีÂย§ง

ÊสÒาàเËหµตØุ¢ขÍอ§งÊสÑั §งâโÂย¤คÐะ ¤ค×ืÍอÍอÇวÔิ·ท∙ÂยÒา โยคสูตรประโยคที่ ๒:๒๔ กล่าวว่า “ตัสยะ เหตุร-อวิทยา” แปล ว่า สาเหตุของสังโยคะ คือ อวิทยา อวิทยา คือ ความเข้าใจหรือมุมมองที่ผิดไปจากทรรศนะของโยคะ หรือมุมมองทางจิตวิญญาณ ตามที่ได้นิยามไว้ในประโยค ๒:๕ อวิทยา ในความหมายที ่ ล ึ ก ซึ ้ ง แล้ ว ไม่ ใ ช่ อ ะไรอื ่ น นอกจากสั ง โยคะนั ่ น เอง สั ง โยคะก็ ค ื อ ความเข้ า ใจผิ ด ที ่ ล วงตาจิ ต ตะ 1 ตามวิ ว ั ฒ นาการของ ประกฤติกับปุรุษะจึงทำให้เกิดมุมมองที่ผิดพลาดในแบบต่างๆ ตามที่ ได้อธิบายไว้ในประโยคที่ ๒:๕2 แม้ว่าสังโยคะคืออวิทยา แต่ถ้าจะว่า ไปตามเหตุตามผลแล้วอวิทยาก็ดูเหมือนจะเป็นสาเหตุหรือจุดกำเนิด ของสังโยคะตามที่ได้กล่าวไว้ในประโยคนี้ ถัดมาประโยคที่ ๒:๒๕ กล่าวว่า “ตัท-อภาวาต-สังโยคาภาโว หานัง ตัท-ทฤเศห์ ไกวัลยัม” แปลว่า ด้วยการขจัดอวิทยาให้หมดไป สังโยคะจึงหมดสิ้นลง ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกันกับ “หานะ”3 และจาก ทรรศนะของทฤศิหรือศักยภาพในการรู้เฉยๆของปุรุษะ สิ่งนี้ก็คือ สภาวะไกวัลยะ สังโยคะซึ่งนำไปสู่ความทุกข์ (ประโยค ๒:๑๗) สามารถขจัดออก ไปได้หากอวิทยาถูกขจัดหมดไป ในแง่ของการบรรลุเป้าหมายเรา เรียกว่า หานะ หรือการบรรลุถึงการดับทุกข์ นี้คือการบรรลุเป้าหมาย ของโยคะ (จริงๆ แล้วเป็นเป้าหมายของทุกสำนักปรัชญา) ตามมุมมอง ที่นิยมกัน จากมุมของทฤศิหรือศักยภาพในการรู้เฉยๆ เช่น ปุรุษะ การบรรลุดังกล่าวคือสภาวะไกวัลยะ (การแผ่กระจายไปทั่วอย่าง สมบูรณ์ของปุรุษะ4) ดังนั้นประโยคนี้ได้อธิบายอย่างกว้างๆ ถึงวิธีการ เข้าถึงไกวัลยะโดยการขจัดทุกข์อย่างสิ้นเชิงและการได้รับความสุข สงบอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นี่เป็นวิธีการขจัดสังโยคะหรือภาพลวงตาซึ่งนำ ไปสู่ความเข้าใจที่ถูกต้องของจิตตะที่มีต่อปุรุษะ และสิ่งนี้สามารถที่จะ บรรลุผลได้โดยการขจัดที่สาเหตุของมันคืออวิทยา พูดอีกแง่หนึ่ง สภาวะไกวัลยะไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเป็นการขจัดสังโยคะหรือการ ทำให้หมดสิ้นอวิทยานั่นเอง คำว่า โยคะ ส่วนใหญ่กล่าวกันว่าหมายถึง การรวม ซึ่งได้รับการอธิบายว่า เป็นการรวมวิญญาณย่อย(อาตมัน) กับวิญญาณใหญ่(ปรมาตมัน) หรือพระเจ้า เป็นเรื่องแปลกพอควรใน คำอธิบายธรรมชาติของโยคะแบบนี้ว่า การขจัดซึ่งการรวมสังโยคะ คือ โยคะ หรือกล่าวได้ว่า วิโยคะ คือ โยคะ ไม่เพียงปตัญชลีเท่านั้น

แม้แต่พระศรี กฤษณะ(ภควัทคี ตา ๖:๒๓) ก็ นิ ย ามโยคะใน ลั ก ษณะที ่ แ ปลก เหมือนๆ กัน ว่ า “ตั ม วิ ท ยั ท ทุห์ขะ-สังโยคะ-วิ โยคัง โยคะ-สังชญิตัม” แปลว่า “ตระหนักรู้ ว่าการแยก(วิโยคะ) การรวมกัน ของสังโยคะที่ทำให้เกิดทุกข์ เรียกว่า โยคะ” ในประโยคที่ ๒:๒๖ กล่าวว่า “วิเวกะ-ขยาติร-อวิปลวา หาโน ปายะห์” แปลว่า วิธีการเยียวยาเพื่อขจัดซึ่งความทุกข์คือ การ ตระหนักรู้ในการแยก(สังโยคะ)อย่างต่อเนื่อง วิเวกะ หมายถึง การแยก จากทรรศนะของสางขยะ-โยคะการแยก นี้คือการแยกระหว่างปุรุษะกับประกฤติเท่านั้น เพราะการเข้าใจผิดที่ ลวงตาของสองสิ่งนี้คือสาเหตุขั้นท้ายสุดที่ทำให้เกิดทุกข์ ขยาติ (มา จากรากศัพท์ ขยา แปลว่า รู้) หมายถึง การรู้ หรือ ความรู้ ซึ่งปกติจะ แปลว่า การเข้าใจหรือความเข้าใจทางเชาว์ปัญญา แต่ในที่นี้คำว่า ข ยาติ ไม่ได้เป็นแค่ความเข้าใจทางเชาว์ปัญญาเท่านั้น แต่เป็นความ เข้าใจผ่านประสบการณ์หรือการตระหนักรู้จริงๆ ในการแยกความแตก ต่างระหว่างสองสิ่งคือปุรุษะกับประกฤติ การตระหนักรู้นี้เกิดขึ้นกับผู้ที่ ได้ผ่านการเรียนรู้แล้วในขั้นของการใคร่ครวญ(ปฏิบัติ) แต่ทันทีที่เขา กลับมาหมกมุ่นอยู่กับกิจกรรมทางโลกในชีวิตประจำวันอีก การ ตระหนักรู้นั้นก็อาจจะจางคลายไปเหมือนมีเมฆหมอกมาบดบัง ดังนั้น จึงเป็นที่ชัดเจนว่าการขจัดทุกข์อย่างสิ้นเชิงนี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อการ ตระหนั ก รู ้ ใ นการแยกความแตกต่ า งของทั ้ ง สองสิ ่ ง (ปุ ร ุ ษ ะกั บ ประกฤติ)จะต้องเกิดขึ้นอย่างมั่นคงและถาวร และไม่ควรจะหลุดหรือ หลงไปแม้แต่ชั่วขณะจิตเดียว(รู้เช่นนั้นต่อเนื่องตลอด - ผู้แปล) นี้คือ หนทางเดียวในการขจัดทุกข์อย่างสิ้นเชิงซึ่งได้เน้นย้ำอยู่ในประโยคนี้

µตÓำÃรÒาâโÂย¤คÐะ

´ดÑัé้§งàเ´ดÔิÁม

เอกสารอ้างอิง : Karambelkar, P. V. (1986). PATANJALA YOGA SUTRAS Sanskrta Sutras with Transliteration, Translation & Commentary. Lonavla : Kaivalyadhama, p. 224-227.

1 จิตตะ คือ จิตในส่วนที่ทําหน้าที่คิดปรุงแต่งและแยกแยะสิ่งต่างๆ ที่รับรู้ (ผู้แปล) 2 มุมมองหรือความเข้าใจที่ผิดพลาดเหล่านี้ ได้แก่ เห็นสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเป็นสิ่งที่เที่ยง เห็นสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ว่าเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ เห็นสิ่งที่เป็นทุกข์ ว่าเป็นความสุข และเห็นสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตน(ตัวเรา-ของเรา)ว่าเป็นตัวตน (จากประโยค ๒:๕)

3 หานะ เป็นคําสันสกฤตหมายถึง การปลดเปลื้อง การขจัด การทําลาย (จากประโยคนี้ ๒:๒๕) 4 เมื่อบรรลุถึงสภาวะไกวัลยะ จะเกิดการตระหนักรู้ในชีวิตอย่างชัดเจนสมบูรณ์ (ผู้แปล)

[19]


http://www.84000.org/tipitaka/

¾พÃรÐะäไµตÃร»ป®ฎ¡ก áแ¡ก‹‹¹น¸ธÃรÃรÁม ¾พÃรÐะäไµตÃร»ป®ฎ¡ก àเÅล‹‹Áม·ท∙Õีè่ ñ๑÷๗ ¾พÃรÐะÊสØุµตµตÑั¹นµต»ป®ฎ¡ก àเÅล‹‹Áม·ท∙Õีè่ ù๙ ÊสÑั§งÂยØุµตµต¹นÔิ¡กÒาÂย ¢ขÑั¹น¸ธÇวÒาÃรÇวÃรÃร¤ค ù๙. ¹นÒาÇวÒาÊสÙูµตÃร Çว‹‹Òา´ดŒŒÇวÂย¡กÒาÃรÊสÔิé้¹นáแÅลÐะäไÁม‹‹ÊสÔิé้¹นäไ»ปáแËห‹‹§งÍอÒาÊสÇวÐะ [๒๖๐] พระนครสาวัตถี ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวความสิ้นไปแห่งอาสวะของผู้รู้อยู่ เห็นอยู่ เราไม่กล่าวความสิ้นไปแห่งอาสวะของผู้ไม่รู้ ไม่เห็น. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อบุคคลรู้ อยู่เห็นอยู่อย่างไร จึงมีความสิ้นแห่งอาสวะ. เมื่อบุคคลรู้อยู่ เห็นอยู่ว่า รูปดังนี้ ความเกิดขึ้น แห่งรูปดังนี้ ความดับแห่งรูปดังนี้ เวทนาดังนี้ ... สัญญาดังนี้ ... สังขารดังนี้ ... วิญญาณดังนี้ ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณดังนี้ ความดับแห่งวิญญาณดังนี้ จึงมีความสิ้นไปแห่งอาสวะ. ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคลรู้อยู่ เห็นอยู่อย่างนี้แล จึงมีความสิ้นไปแห่งอาสวะ. [๒๖๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุไม่ประกอบภาวนานุโยคอยู่ จะพึงเกิดความปรารถนา อย่างนี้ว่า ไฉนหนอ ขอจิตของเราพึงพ้นจากอาสวะ เพราะไม่ถือมั่น ดังนี้ ก็จริงอยู่ ถึงอย่างนั้น จิต ของเธอย่อมไม่พ้นไปจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่นได้เลย. ข้อนั้นเพราะเหตุไร ข้อนั้นพึงกล่าวได้ว่า เพราะเธอไม่อบรม เพราะไม่อบรมอะไร เพราะไม่อบรมสติปัฏฐาน ๔ เพราะไม่อบรมสัมมัปปธาน ๔ เพราะไม่อบรมอิทธิบาท ๔ เพราะไม่อบรมอินทรีย์ ๕ เพราะไม่อบรมพละ ๕ เพราะไม่อบรมโพชฌงค์ ๗ เพราะไม่อบรมอริยมรรคมีองค์ ๘. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไข่ไก่ ๘ ฟอง ๑๐ ฟอง หรือ ๑๒ ฟอง ไข่เหล่า นั้นพึงเป็นของอันแม่ไก่ไม่นอนทับด้วยดี ไม่กกด้วยดี ไม่ฟักด้วยดี แม่ไก่นั้นถึงจะเกิดความปรารถนาอย่าง นี้ว่า ไฉนหนอ ขอลูกของเราพึงทำลายเปลือกไข่ด้วยปลายเล็บเท้า หรือด้วยจะงอยปากออก มาโดยความสวัสดี ดังนี้ก็จริง ถึงอย่างนั้น ลูกไก่เหล่านั้นก็ไม่สามารถจะทำลายเปลือกไข่ ด้วยปลายเล็บเท้า หรือด้วยจะงอยปาก ออกมาโดยความสวัสดีได้. ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร ทั้งนี้เพราะไข่ไก่ ๘ ฟอง ๑๐ ฟอง หรือ ๑๒ ฟองนั้น อันแม่ไก่ไม่นอนทับด้วยดี ไม่กกด้วยดี ไม่ฟักด้วยดี แม้ฉันใด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อ ภิกษุไม่ประกอบภาวนานุโยคอยู่ ฉันนั้นเหมือนกันแล ถึงจะเกิดความปรารถนาอย่างนี้ว่า ไฉนหนอ ขอจิตของเราพึงพ้นจากอาสวะ เพราะไม่ ถือมั่น ดังนี้ก็จริง ถึงอย่างนั้น จิตของเธอย่อมไม่พ้นไปจ���กอาสวะเพราะไม่ถือมั่นได้เลย. ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร ข้อนั้นพึงกล่าวได้ว่า เพราะ เธอไม่อบรม เพราะเธอไม่อบรมอะไร เพราะไม่อบรมสติปัฏฐาน ๔ เพราะไม่อบรมสัมมัปปธาน ๔ เพราะไม่อบรมอิทธิบาท ๔ เพราะไม่อบรม อินทรีย์ ๕ เพราะไม่อบรมพละ ๕ เพราะไม่อบรมโพชฌงค์ ๗ เพราะไม่อบรมอริยมรรคมีองค์ ๘. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุประกอบภาวนา นุโยคอยู่ ถึงจะไม่เกิดความปรารถนาอย่างนี้ว่า ไฉนหนอ ขอจิตของเราพึงพ้นจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่น ดังนี้ก็จริงอยู่ ถึงอย่างนั้น จิตย่อม พ้นจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่น. ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร ข้อนั้นพึงกล่าวได้ว่า เพราะเธออบรม เพราะอบรมอะไร เพราะอบรมสติปัฏฐาน ๔ เพราะอบรมสัมมัปปธาน ๔ เพราะอบรมอิทธิบาท ๔ เพราะอบรมอินทรีย์ ๕ เพราะอบรมพละ ๕ เพราะอบรมโพชฌงค์ ๗ เพราะอบรม อริยมรรคมีองค์ ๘. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไข่ไก่ ๘ ฟอง ๑๐ ฟอง หรือ ๑๒ ฟอง ไข่เหล่านั้นอันแม่ไก่นอนทับด้วยดี กกด้วยดี ฟักด้วยดี แม่ไก่นั้น ถึงจะไม่เกิดความปรารถนาอย่างนี้ว่า ไฉนหนอ ขอลูกของเราพึงทำลายเปลือกไข่ด้วยปลายเล็บเท้า หรือด้วยจะงอยปาก ออกมาโดยสวัสดี ดังนี้ก็จริงอยู่ ถึงอย่างนั้น ลูกไก่เหล่านั้นสามารถทำลายเปลือกไข่ด้วยปลายเล็บเท้าหรือด้วยจะงอยปาก ออกมาโดยสวัสดี. ข้อนั้นเพราะเหตุ อะไร ทั้งนี้ เพราะไข่ไก่ ๘ ฟอง ๑๐ ฟองหรือ ๑๒ ฟองนั้น อันแม่ไก่นอนทับด้วยดี กกด้วยดี ฟักด้วยดี แม้ฉันใด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อ ภิกษุประกอบภาวนานุโยคอยู่ ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล ถึงจะไม่เกิดความปรารถนาอย่างนี้ว่าไฉนหนอ ขอจิตของเราพึงพ้นจากอาสวะเพราะไม่ ถือมั่น ดังนี้ ก็จริงอยู่ ถึงอย่างนั้น จิตของเธอย่อมพ้นจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่น. ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร ข้อนั้นพึงกล่าวได้ว่า เพราะว่าเธอ อบรม เพราะอบรมอะไร เพราะอบรมสติปัฏฐาน ๔ เพราะอบรมสัมมัปปธาน ๔ เพราะอบรมอิทธิบาท ๔ เพราะอบรมอินทรีย์ ๕ เพราะอบรม พละ ๕ เพราะอบรมโพชฌงค์ ๗ เพราะอบรมอริยมรรคมีองค์ ๘. [๒๖๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย รอยนิ้วมือย่อมปรากฏ หรือรอยนิ้วหัวแม่มือ ย่อมปรากฏที่ด้ามมีดของนายช่างไม้ หรือลูกมือของนาย ช่างไม้ แต่นายช่างไม้หรือลูกมือของนายช่างไม้นั้นหารู้ไม่ว่า วันนี้ด้ามมีดของเราสึกไปประมาณเท่านี้ วานนี้สึกไปประมาณเท่านี้ วันก่อนๆ สึกไปประมาณเท่านี้ นายช่างไม้หรือลูกมือของนายช่างไม้นั้น มีความรู้แต่ว่า สึกไปแล้ว โดยแท้แลแม้ฉันใด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุ ประกอบภาวนานุโยคอยู่ หารู้ไม่ว่า วันนี้อาสวะทั้งหลายของเราสิ้นไปแล้วประมาณเท่านี้ วานนี้สิ้นไปแล้วประมาณเท่านี้ หรือวันก่อนๆ สิ้นไป แล้วประมาณเท่านี้ก็จริง ถึงอย่างไรนั้น เมื่ออาสวะสิ้นไปแล้ว เธอก็มีความรู้แต่ว่าสิ้นไปแล้วๆ ฉันนั้นเหมือนกันแล. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อ เรือที่เขาผูกด้วยพรวน แล่นไปในสมุทร จมลงในน้ำสิ้น ๖ เดือน โดยเหมันตสมัย เขาเข็นขึ้นบก พรวนเหล่านั้นถูกลมและแดดกระทบแล้ว ถูก ฝนตกรดแล้วย่อมผุ และเปื่อย โดยไม่ยากเลย ฉันนั้นเหมือนกันแล. จบ สูตรที่ ๙. [20]


แบบสอบถาม ครูโยคะ สถาบันโยคะวิชาการ มูลนิธิหมอชาวบ้าน เรียน สมาชิกครูโยคะ สถาบันโยคะวิชาการทุกท่าน เนื่องมาจากใกล้ถึงวาระการประชุมไหว้ครูประจำปี ในวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม 2555 ซึ่งสถาบัน ฯ เห็นควรว่า ควรจะมีการรวบรวม รายละเอียดของเหล่าสมาชิกครู จัดทำเป็นทำเนียบรุ่น วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการติดต่อสื่อสาร ส่งข่าว ทั้งกิจกรรมของสถาบัน ฯ และกิจกรรมของครูในเครือข่าย 2. เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการติดต่องานสอน กรณีที่มีผู้สนใจอยากเรียนโยคะ ติดต่อผ่านมายังสถาบัน ฯ 3. เพื่อรวบรวมสถิติครูโยคะที่สอนหรือเผยแพร่โยคะอยู่ในปัจจุบัน สถาบัน ฯ จึงอยากเชิญชวนให้ท่านสมาชิก รบกวนกรอกข้อมูลลงในเอกสารดังกล่าว ใส่ซอง ติดแสตมป์ 3 บาท แล้วส่งกลับมายัง สถาบันโยคะวิชาการ เลขที่ 201 ซอยรามคำแหง 36/1 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม 10240 (วงเล็บมุมซองว่า ทำเนียบ รุ่น) กรุณาส่งกลับภายในวันที่ 15 กันยายน 2555 ข้อมูลบุคคล : ชื่อ-นามสกุล ......................................................................................................................... เพศ ............... อายุ ........... ปี การศึกษา ( ) ต่ำกว่าปริญญาตรี ( ) ปริญญาตรี ( ) สูงกว่าปริญญาตรี สาขาวิชา .............................. สถานภาพ ( ) โสด ( ) สมรส ( ) หม้าย / หย่า / แยก จำนวนบุตร ...................... คน อาชีพปัจจุบัน นอกเหนือจากการเป็นครูโยคะ ......................................................................................................................... ชื่อองค์กรที่ทำงาน ............................................................................................................... จังหวัด .................................... รายได้รวมของทั้งครอบครัว ( ) 0 - 10,000 บาท ( ) 10,001–30,000 บาท ( ) 30,001 – 60,000 บาท ( ) สูงกว่า 60,000 บาท ที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่ ...................... หมู่บ้าน ................................ ซอย ................................. ถนน ....................................... แขวง / ตำบล ............................. เขต / อำเภอ ......................... จังหวัด ............................. รหัสไปรษณีย์........................... โทรศัพท์บ้าน ............................. โทรศัพท์มือถือ .................... อีเมล์ ................................ facebook ................................ ข้อมูลด้านโยคะ : อบรมจากสถาบันฯ หลักสูตร ......................ครูโยคะ ....................รุ่น (หากจำได้โปรดระบุ) ................ ปี พศ. ..... .......................... หลักสูตรอื่นๆ ........................................ .......... โดย .................................... ปี พศ. .............................. . หลักสูตรอื่นๆ ........................................ .......... โดย .................................... ปี พศ. ................................ อบรมจากที่อื่น หลักสูตร ...................................................... .... โดย .................................... ปี พศ. ............................. .. หลักสูตร .......................................................... โดย .................................... ปี พศ. .......................... ..... หลักสูตร .......................................................... โดย .................................... ปี พศ. ........................... .... งานสอน งานเผยแพร่โยคะ (ณ วันที่กรอกแบบสอบถาม) ความเป็นทางการในการสอน ในการเผยแพร่ (ตอบได้ทุกข้อที่ใช่) ( ) สอนอย่างเป็นกิจลักษณะ / เป็นครูสอนโยคะโดยตรง ( ) สอนประกอบวิชาชีพอื่น ไม่ได้สอนโยคะตรงๆ เช่น เป็นพยาบาล เป็นครู ที่นำโยคะไปประกอบใช้ในงาน ( ) ไม่ค่อยได้มีโอกาสสอน เผยแพร่โยคะ / มีบ้างแค่แนะนำคนใกล้ตัว / นานๆ ครั้ง ( ) ไม่ได้สอน ไม่ได้เผยแพร่เลย ( ) อื่นๆ โปรดระบุ .............................................................................................................................................. ความถี่ในการสอน ในการเผยแพร่ (ตอบได้ทุกข้อที่ใช่) ( ) นับย้อนกลับไป ๑ สัปดาห์ ท่านสอนโยคะรวมทั้งสิ้น ............ คาบ ( ) นับย้อนกลับไป ๑ เดือน ท่านสอนโยคะรวมทั้งสิ้น ............ คาบ ( ) นับย้อนกลับไป ๑ ปี ท่านสอนโยคะรวมทั้งสิ้น ............ คาบ หากจำไม่ได้ ช่วยตอบตัวเลขคร่าวๆ ( ) อื่นๆ โปรดระบุ [21]


เนื้อหาในการสอน (ตอบได้ทุกข้อที่ใช่) ( ) เน้นตามตำราดั้งเดิม เพื่อสมาธิ ( ) เน้นท่าอาสนะ เพื่อร่างกาย ( ) สอนโยคะสำหรับกลุ่มเฉพาะ เช่น โยคะเด็ก ฯลฯ โปรดระบุ .............................................................................. ( ) สอนเชิงโยคะประยุกต์ เช่น โยคะเชิงบำบัดโรค ฯลฯ โปรดระบุ ......................................................................... ( ) สอนอย่างอื่น โดยมีโยคะเป็นองค์ประกอบ เช่น สอนธรรมะ โดยมีการฝึกทำท่าอาสนะด้วย ฯลฯ โปรดระบุ ........................................................................................................................................................ ( ) อื่นๆ โปรดระบุ ............................................................................................................................................................

ระยะเวลาการเป็นครูสอนโยคะ นับจากการสอนครั้งแรก มาถึงปัจจุบัน ท่านสอนโยคะมาแล้ว ...................................... ปี ชื่อศูนย์โยคะที่สอน (ตอบได้มากกว่า 1 ที่) 1) ..................................................................................................... ................................................................................... ที่อยู่ .................................................................................................................................................................................... ท่านมีความเกี่ยวข้องโดย ( ) เป็นเจ้าของ ( ) เป็นหุ้นส่วน ( ) เป็นผู้สอน ( ) อื่นๆ (ระบุ) ..................... 2) ......................................................................................................................................................................................... ที่อยู่ .................................................................................................................................................................................... ท่านมีความเกี่ยวข้องโดย ( ) เป็นเจ้าของ ( ) เป็นหุ้นส่วน ( ) เป็นผู้สอน ( ) อื่นๆ (ระบุ) ..................... 3) ......................................................................................................................................................................................... ที่อยู่ .................................................................................................................................................................................... ท่านมีความเกี่ยวข้องโดย ( ) เป็นเจ้าของ ( ) เป็นหุ้นส่วน ( ) เป็นผู้สอน ( ) อื่นๆ (ระบุ) .....................

รายได้ของตัวท่านผู้เดียว ซึ่งนับเฉพาะที่ได้รับจากการสอน การเผยแพร่โยคะเท่านั้น / เฉลี่ยต่อเดือน ( ) 0-10,000 บาท

( ) 10,001–20,000 บาท ( ) 20,001–30,000 บาท ( ) สูงกว่า 30,000 บ

สำหรับผู้มีวิชาชีพประจำอื่นๆ ที่นำโยคะไปประกอบใช้ในงาน พยาบาล ท่านได้ใช้โยคะประกอบในงานอย่างไร บุคคลากรสาธารณสุขที่ไม่ใช่พยาบาล ท่านได้ใช้โยคะประกอบในงานอย่างไร ครู สถาบันการศึกษาประถม มัธยม ท่านได้ใช้โยคะประกอบในงานอย่างไร อาจารย์สถาบันการศึกษามหาวิทยาลัย ท่านได้ใช้โยคะประกอบในงานอย่างไร อาชีพอื่นๆ ระบุ ............................... ท่านได้ใช้โยคะประกอบในงานอย่างไร สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสสอน หรือเผยแพร่โยคะ

( ( ( ( (

) มาก ( ) มาก ( ) มาก ( ) มาก ( ) มาก (

) บ้าง ( ) บ้าง ( ) บ้าง ( ) บ้าง ( ) บ้าง (

) ไม่ได้ใช้ ) ไม่ได้ใช้ ) ไม่ได้ใช้ ) ไม่ได้ใช้ ) ไม่ได้ใช้

อะไรเป็นอุปสรรค ทำให้ไม่ได้สอน .................................................................................................................................................. อะไรจะเป็นปัจจัยที่จะส่งเสริมให้ท่านได้สอน ................................................................................................................................... อื่นๆ โปรดระบุ ............................................................................................................................................................................... ในทัศนะของท่าน ในปี ๒๕๖๕ โยคะในประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ? .............................................................................................................................................................................................. ในทัศนะของท่าน ในปี ๒๕๖๕ สถาบันโยคะวิชาการ จะเป็นอย่างไร? .............................................................................................................................................................................................. สถาบันฯ จัดงานพบปะประจำปี ในวันเสาร์ที่ 27 ตค. 55 ที่ มศว. ท่าน ( ) ยินดีร่วม ( ) ไม่สะดวกร่วม ( ) ยังไม่ตัดสินใจ จบแบบสอบถาม ขอบคุณค่ะ จาก สถาบันโยคะวิชาการ

[22]


àเ´ด×ืÍอ¹น ÊสÔิ§งËหÒา¤คÁม 2555 มีผู้บริจาคสนับสนุนการทำงานของสถาบันฯ ดังนี้ เงินสมทบกิจกรรมโยคะในสวนธรรม 25/7/55, 15/8/55, 22/8/55 1,452 เงินบริจาคจากวิทยากรสอนที่สวนโมกข์ 400 เงินสมทบกิจกรรมอบรมวินยาสะ 18/8/55 485 เงินบริจาค จากนักเรียนครูโยคะ T11 2,070 จากตู้บริจาคในสำนักงาน 1,543 ÊสÃรØุ»ปÂยÍอ´ดºบÃรÔิ¨จÒา¤ค»ปÃรÐะ¨จÓำàเ´ด×ืÍอ¹นÁมÔิ¶ถØุ¹นÒาÂย¹น 2555 ·ท∙Ñั้§งÊสÔิ้¹น 5,950 ºบÒา·ท∙

Ãร่ÇวÁมÊส¹นÑัºบÊส¹นØุ¹น¡กÒาÃร¨จÑั´ด·ท∙Óำ¨จØุÅลÊสÒาÃร âโÂย¤คÐะÊสÒาÃรÑัµต¶ถÐะ äไ´ด้·ท∙Õี่ ºบÑั­ÞญªชÕีÍอÍอÁม·ท∙ÃรÑั¾พÂย์àเÅล¢ข·ท∙Õี่ 173-2-32949-1 ªช×ื่ÍอºบÑั­ÞญªชÕี ÁมÙูÅล¹นÔิ¸ธÔิËหÁมÍอªชÒาÇวºบ้Òา¹น (Êส¶ถÒาºบÑั¹นâโÂย¤คÐะÇวÔิªชÒา¡กÒาÃร) ¸ธ¹นÒา¤คÒาÃรäไ·ท∙Âย¾พÒา³ณÔิªชÂย์ ÊสÒา¢ขÒาàเ´ดÍอÐะÁมÍอÅลÅล์ 3 ÃรÒาÁม¤คÓำáแËห§ง

Êส‹‹§งËหÅลÑั¡ก°ฐÒา¹น¡กÒาÃรâโÍอ¹นàเ§งÔิ¹น ÁมÒา·ท∙Õี่.. Êส¶ถÒาºบÑั¹นâโÂย¤คÐะÇวÔิªชÒา¡กÒาÃร ÁมÙูÅล¹นÔิ¸ธÔิËหÁมÍอªชÒาÇวºบŒŒÒา¹น 201 «ซÍอÂยÃรÒาÁม¤คÓำáแËห§ง 36/1 ºบÒา§ง¡กÐะ»ป ¡ก·ท∙Áม.10240 âโ·ท∙ÃรÈศÑั¾พ·ท∙ 02 732 2016-7, 081 401 7744 âโ·ท∙ÃรÊสÒาÃร 02 732 2811 ÍอÕีàเÁมÅล yogasaratta@yahoo.co.th àเÇว็ºบäไ«ซµต www.thaiyogainstitute.com

[23]


โยคะสารัตถะ กันยายน 2012